ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

1,426 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,426
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
14
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

  1. 1. 2 ฐานขอมูลเชิงสัมพันธ (Relation Data Model) เนอหา ้ื 2.1 องคประกอบ 2.2 ความสัมพันธ 2.3 คีย 2.4 เคารางของฐานขอมูล 2.5 คาวาง 2.6 กฎที่เกี่ยวของ 2.7 กระบวนการในการจัดการขอมูล 2.8 Relational Algebra ฐานขอมูลเชิงสัมพันธ ถูกคิดคนและพัฒนาโดย อี เอฟ คอดด (E.F.Codd) เปนรูปแบบของฐานขอมูลที่นิยมใชกันมาก ในปจจุบัน เนืองจากการใชงานงาย ไมยุงยาก สลับซับซอน รวมทั้งการมีเครื่องมือชวยในการจัดการขอมูลอยางเชน ่ คําสั่ง SQL ตัวอยางของระบบเชน DB2, Oracle, Ingree, dBase, Foxpro, Access ฐานขอมูลเชิงสัมพันธ มีลักษณะของการจัดเก็บรวบรวมขอมูลในลักษณะตารางสองมิติซึ่งประกอบดวยแถว และคอลัมน ซึ่งขอมูลเหลานี้จะมีความสัมพันธระหวางกัน 2.1 องคประกอบ  (1) รีเลชั่น (Relation) เรียกอีกอยางหนึ่งวา ตาราง (Table) หมายถึง หนวยที่ใชในการจัดเก็บขอมูลในรูปของตาราง ซึ่งประกอบดวยแถวและคอลัมน (2) ระเบียน (Record) หมายถึง คาของขอมูลที่อยูในแตละแถว ทูเพิลแตละคาเปรียบไดเหมือนกับขอมูล 1 รายการ (3) ฟลด (Field) หมายถึง คาในแนวคอลัมน ซึ่งเปนรายละเอียดหรือคุณสมบัติของขอมูล แตละคุณสมบัติจะมีชื่อ เรียกและคาของฟลดที่แตกตางกัน ตัวอยาง 2.1 พนักงาน แผนก รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก รหัสแผนก ชื่อแผนก00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01 01 การเงิน00002 สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 02 02 คอมพิวเตอร00003 จันจิรา แจงเกิด F 12,000 03 03 การตลาด00004 น้ําฝน มวงทอง F 9,500 01
  2. 2. 2.2 รีเลชั่น (Relation)คณสมบติ ุ ั(1) ขอมูลในแตละแถวจะไมซ้ํากันขอมูลที่จัดเก็บอยูในแตละแถวจะไมมีขอมูลที่ซ้ํากัน โดยระบบการจัดการฐานขอมูลจะมีกลไกปองกันไมใหมีความซ้าซอนกันเกิดขึน เชน รหัสพนักงาน ํ ้(2) ไมมีการกําหนดลําดับที่ใหกับแถวแตละแถวการจัดเก็บขอมูลจะถูกจัดเรียงตามลําดับลงบนสื่อเก็บขอมูล ในการเรียกใชสามารถเรียกใชขอมูลใด ๆ กอนหลังได ตามความตองการ(3) ไมมีการกําหนดลําดับใหกับฟลดการอางถึงฟลดใด ๆ จะใชชื่อของฟลดในการอางถึง ไมไดใชลําดับที่ที่ฟลดนั้นปรากฏอยูในความสัมพันธ(4) คาของขอมูลในแตละฟลดของระเบียนจะบรรจุขอมูลไดเพียงคาเดียวขอมูลในแตละฟลดจะตองบรรจุขอมูลเพียงคาเดียว ไมใชกลุมของขอมูลซึ่งเรียกวา Repeating Group ในการแกไขจะตองแยกขอมูลที่เปน Repeating Group ออกโดยการสรางระเบียนใหมตัวอยาง 2.2ตาราง 1 : พนักงาน รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก 00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01, 03 00002 สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 02ตาราง 2 : พนักงาน รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก 00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01 00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 03 00002 สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 02(5) คาของขอมูลในแตละฟลดจะตองเก็บขอมูลประเภทเดียวกันตัวอยาง 2.3พนักงาน รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก 00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01 M สมเกียรติ เจริญพร 00002 8,000 02 2
  3. 3. (6) ชื่อของแตละฟลดจะตองไมซ้ํากัน ประเภทของความสัมพันธ (1) ความสัมพันธหลัก (Base Relation) ความสัมพันธที่ถูกกําหนดขึ้นเพื่อเก็บขอมูลไวในฐานขอมูล และนําขอมูลนั้นไปใชงานตอ ซึ่งจะเปนตารางที่มีการ จัดเก็บขอมูลจริงไวในฐานขอมูล (2) วิว (View) ความสัมพันธที่ถูกสรางขึ้นตามความตองการของผูใชแตละคน เพราะผูใชแตละคนอาจจะมีความตองการใชขอมูลใน ลักษณะที่แตกตางกัน ความสัมพันธนี้จะไมมีการเก็บขอมูลจริง ๆ ในระบบ แตจะเปนตารางสมมติ ตัวอยาง 2.4 พนักงาน แผนก รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก รหัสแผนก ชื่อแผนก00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01 01 การเงิน00002 สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 02 02 คอมพิวเตอร00003 จันจิรา แจงเกิด F 12,000 03 03 การตลาด00004 น้ําฝน มวงทอง F 9,500 01 1. แสดงขอมูลเฉพาะของพนักงานรหัส 00001 - 00002 รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก 2. แสดงขอมูลรหัส, ชื่อ, นามสกุลและแผนกของพนักงานแตละคน รหัส ชื่อ นามสกุล แผนก 2.3 คีย (Key) คุณสมบัติหนึ่งที่สําคัญของความสัมพันธก็คือ ความเปนเอกลักษณ (Uniqueness property) สิ่งที่ใชกําหนดความเปน เอกลักษณของแถวในความสัมพันธ เรียกวา คีย (key) คีย หมายถึง ฟลดที่มีลักษณะเฉพาะตัว เพื่อใชในการแสดงหรือบงบอกถึงคาของฟลดอื่น ๆ ในทูเพิลใด ๆ เพื่อทําใหขอมูลในแตละทูเพิลมีคาไมซ้ํากัน และสามารถใชในการอางถึงคาในความสัมพันธอื่น ๆ 3
  4. 4. คียหลัก (Primary Key) ฟลดที่มีคุณสมบัติของขอมูลที่เปนคาที่ไมซ้ํากัน ทําใหสามารถระบุไดวาขอมูลนั้นเปนขอมูลของทูเพิลใดฟลดที่มีคุณสมบัติเปนคียหลักอาจประกอบดวยหลายฟลดรวมกัน เรียกวา คียผสม (Composite Key) เนืองจากเมือ ่ ่นําฟลดแตละตัวมาประกอบกันจะไดคาที่เปนเอกลักษณและไมซ้ําซอนกันตัวอยาง 2.5ตาราง 1 : ลูกคา ตาราง 2 : ลูกคา ชื่อ นามสกุล ที่อยู รหัส ชื่อ นามสกุล ที่อยูสมบูรณ สุขมาก กรุงเทพฯ C001 สมบูรณ สุขมาก กรุงเทพฯสมเกียรติ ใจดี นครสวรรค C002 สมเกียรติ ใจดี นครสวรรคสมบูรณ ใจดี นครสวรรค C003 สมบูรณ ใจดี นครสวรรคคียหลัก = ชื่อ + นามสกุล คียหลัก = รหัสตัวอยาง 2.6ตาราง 1 : วิชา ตาราง 2 : นักศึกษา รหัสวิชา ชื่อวิชา รหัสนักศึกษา ชื่อ นามสกุล รหัสคณะA001 คณิตศาสตร S001 สมบูรณ สุขมาก 01A002 อังกฤษ S002 สมเกียรติ เจริญพร 02A003 ภาษาไทย S003 สมบูรณ ใจดี 03ตาราง 3 : ลงทะเบียน ตาราง 4 : คณะ รหัสนักศึกษา รหัสวิชา เกรด รหัสคณะ ชื่อคณะS001 A001 4 01 บริหารธุรกิจS001 A002 3 02 นิตศาสตร ิS002 A001 2 03 วิทยาศาสตรคียนอก (Foreign Key)ฟลดในความสัมพันธหนึ่งซึ่งใชในการอางถึงคียหลักในอีกความสัมพันธหนึ่ง คียนอกจะใชในการเชื่อมโยงขอมูลระหวางความสัมพันธเขาดวยกัน คียนอกสามารถเปนคียหลักได จุดมุงหมายของระบบฐานขอมูลเชิงสัมพันธ เพื่อไมใหฐานขอมูลมีขอมูลที่ซ้ําซอนกัน ทําใหขอมูลถูกจัดเก็บอยูในความสัมพันธตาง ๆ ที่มีโครงสรางในระดับยอยที่สุด โดยกําหนดความสัมพันธระหวางความสัมพันธตาง ๆ เพื่อสามารถอางถึงขอมูลในความสัมพันธอื่น ๆ ไดจากตัวอยาง 2.6 ตารางนักศึกษา คียนอก = รหัสคณะ เชื่อมกับ รหัสคณะของ ตารางคณะ ตารางลงทะเบียน คียนอก = รหัสนักศึกษา เชื่อมกับ รหัสนักศึกษาของ ตารางนักศึกษา คียนอก = รหัสวิชา เชื่อมกับ รหัสวิชาของ ตารางวิชา 4
  5. 5. ตัวอยาง 2.7ตาราง 1 : พนักงาน ตาราง 2 แผนก ตาราง 3 : ฝาย รหัส ชื่อ รหัส รหัส ชื่อแผนก รหัสฝาย รหัสฝาย ชื่อฝาย แผนก แผนก0001 สมบูรณ 01 01 ธุรการ 1 1 บริหาร0002 สมเกียรติ 02 02 บุคคล 1พนักงาน รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสผูจัดการ 00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 00003 00002 สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 00003 00003 จันจิรา แจงเกิด F 12,000 - 00004 น้ําฝน มวงทอง F 9,500 000032.4 เคารางของฐานขอมูล (Relational Database Schema)รายละเอียดเกี่ยวกับฐานขอมูล วาประกอบดวยความสัมพันธ และฟลดอะไรบางตัวอยาง 2.8พนักงาน รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสผูจัดการหรือ พนักงาน ( รหัส, ชื่อ, นามสกุล, เพศ, เงินเดือน, รหัสผูจัดการ )แบบฝกหัด 2.1 หาคาของคียหลักและคียนอกของฐานขอมูลในแตละขอตอไปนี้1. โรงแรม ( รหัสโรงแรม, ชือโรงแรม, เมือง ) ่ หองพัก ( หมายเลขหอง, รหัสโรงแรม, ประเภทหอง, ราคา ) การเชาหอง ( รหัสโรงแรม, รหัสแขกที่พัก, วันเขาพัก, วันออก, หมายเลขหอง ) แขกที่พัก ( รหัสแขกที่พัก, ชื่อแขกที่พัก, ที่อยู )2. พนักงาน ( ชื่อ, นามสกุล, รหัสพนักงาน, วันเกิด, ที่อยู, เพศ, เงินเดือน, รหัสหัวหนา, รหัสแผนก ) แผนก ( ชื่อแผนก, รหัสแผนก, รหัสผูจัดการ ) ที่ตั้งแผนก ( รหัสแผนก, ที่ตั้งแผนก ) โครงการ ( ชือโครงการ, หมายเลขโครงการ, สถานที่, หมายเลขแผนก ) ่ งานที่รับผิดชอบ ( รหัสพนักงาน, หมายเลขโครงการ, จํานวนชั่วโมง ) 5
  6. 6. 2.5 คาวาง (Null) ขอมูลที่จัดเก็บอยูในฐานขอมูล ในบางครั้งขอมูลที่ถูกจัดเก็บอาจจะไมครบถวน ซึงอาจเกิดจากการกรอกขอมูลไมครบ ่ หรือจัดเก็บขอมูลไมดีพอ แตเนื่องจากทุกฟลดในฐานขอมูลจะตองมีคา จึงไดมีการกําหนดคาสําหรับขอมูลที่ไม สามารถระบุคาได เรียกวา Null  ตัวอยาง 2.9 พนักงาน รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ จํานวนบุตร วันเกิด 00001 สมบูรณ สุขมาก M 3 1/8/2507 00002 สมเกียรติ เจริญพร M Null 2.6 กฎที่เกี่ยวของ (1) กฎความบูรณภาพ / คงสภาพของเอนทิต้ี (The Entity Integrity Rule) ฟลดที่เปนคียหลัก ขอมูลในฟลดจะตองเปนคาที่เปนเอกลักษณ ไมมีคาซ้ํา และจะตองไมเปนคาวาง เนื่องจากคีย หลักจะใชในการระบุขอมูลแตละทูเพิล ถาขอมูลในคียหลักเปนคาวาง ทําใหเกิดปญหาทูเพิลที่มีคียหลักซ้ํากัน ตัวอยาง 2.10 พนักงาน รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก 00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01 Null สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 02 Null จันจิรา แจงเกิด F 12,000 02 00004 น้ําฝน มวงทอง F 9,500 Null (2) กฎความบูรณภาพ / คงสภาพของการอางอิง (The Referential Integrity Rule) ความสัมพันธใดที่มีคียนอก ขอมูลที่เปนคียนอกจะตองเปนขอมูลที่มีอยูในคียหลักของอีกความสัมพันธหนึ่ง ไมเชนนั้น อาจจะเปนคาวาง ซึ่งหมายถึงวาไมมีขอมูลในสวนนั้น ตัวอยาง 2.11 พนักงาน แผนก รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก รหัสแผนก ชื่อแผนก00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01 01 การเงิน00002 สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 02 02 คอมพิวเตอร00003 จันจิรา แจงเกิด F 12,000 04 03 การตลาด00004 น้ําฝน มวงทอง F 9,500 Null 6
  7. 7. 2.7 กระบวนการในการจดการขอมล ั  ู (1) เพิ่มขอมูล (Insert Operations) (2) การลบขอมูล (Delete Operation) (3) การแกไขขอมูล (Update Operation) ตัวอยาง 2.12 พนักงาน แผนก รหัส ชื่อ นามสกุล เพศ เงินเดือน รหัสแผนก รหัสแผนก ชื่อแผนก00001 สมบูรณ สุขมาก M 10,000 01 01 การเงิน00002 สมเกียรติ เจริญพร M 8,000 02 02 คอมพิวเตอร00003 จันจิรา แจงเกิด F 12,000 03 03 การตลาด00004 น้ําฝน มวงทอง F 9,500 01 1. เพิ่มขอมูล Null สมชาย สุขดี M 10,000 01 00003 สมชาย สุขดี M 10,000 01 00005 สมชาย สุขดี M 10,000 04 00005 สมชาย สุขดี M 10,000 01 2. ลบขอมูล 2.1 ลบ "แผนก" รหัสแผนก = "03" 2.2 ลบ "แผนก" รหัสแผนก = "02" 3. แกไขขอมูล 3.1 แกไขเงินเดือนของ 00001 เปน 12,000 3.2 รหัสแผนกของ 00002 เปน 03 3.3 รหัสแผนกของ 00002 เปน 05 3.4 รหัสของ 00002 เปน 00004 2.8 Relational Algebra Relational Algebra ใชในการจัดการขอมูลโดยระบุตวกระทํา (operand) กับความสัมพันธที่ตองการจัดการ และจะได ั ผลลัพธออกมาเปนความสัมพันธใหม • Selection (σ ). • Projection (π ) • Join ( ) 7
  8. 8. Selection แสดงขอมูลทุกฟลดในตารางตามเงื่อนไขที่กําหนด ใชสัญลักษณ σ (sigma) σ เงื่อนไข ชื่อตาราง ในการระบุเงือนไขสามารถทําไดโดยใชเครืองหมายในการเปรียบเทียบและตัวกระทําทางตรรกะรวมกันได ่ ่ • เครื่องหมายเปรียบเทียบ ไดแก = (เทากับ), ≠(ไมเทากับ), < (นอยกวา), ≤(นอยกวาหรือเทากับ), > (มากกวา), ≥ (มากกวาหรือเทากับ) • ตัวกระทําทางตรรกะ ไดแก ∧ (and) ∨ (or) ¬ (not) ตัวอยาง 2.13 1. แสดงขอมูลจากตารางสินคา สําหรับสินคาที่มีราคามากกวา 100 บาท σ ราคา > 100 สินคา 2. แสดงขอมูลจากตารางพนักงาน สําหรับพนักงานทีมอายุมากกวา 30 ป และเงินเดือนนอยกวา 5,000 บาท ่ ี σ อายุ > 30 ∧ เงนเดอน < 5000 พนักงาน ิ ื แบบฝกหัด 2.2 สราง Relational Algebra และแสดงผลลัพธในรูปของตาราง ตาราง : Player2000 ตาราง : Player2001 ชื่อ ตําแหนง อายุ สวนสูง น้ําหนัก ชื่อ ตําแหนง อายุ สวนสูง น้ําหนักสุเมธ กองหนา 26 183 82 เอกพจน ปกขวา 20 180 78ผลดี ปกซาย 21 175 78 ชาติชาย กองหลัง 30 169 71ชาติชาย กองหลัง 30 169 71กองเกียรติ กองกลาง 24 180 78 1. แสดงขอมูลของผูเลนจากตาราง Player2000 ที่มีสวนสูงมากกวา 178 เซนติเมตร 2. แสดงขอมูลของผูเลนจากตาราง Player2000 ที่มีสวนสูงมากกวา 178 เซนติเมตรและอยูในตําแหนงกองหนา  Projection แสดงขอมูลเฉพาะบางฟลดจากตาราง โดยจะแสดงทุกรายการ ใชสัญลักษณ π (pi) π ชื่อฟลด ชือตาราง ่ ตัวอยาง 2.14 แสดงขอมูลเฉพาะรหัสสินคาและชื่อสินคาจากตารางสินคา π รหสสนคา, ชื่อสินคา สินคา ั ิ  8
  9. 9. แบบฝกหัด 2.3สราง Relational Algebra และแสดงผลลัพธในรูปของตารางในการแสดงเฉพาะขอมูล น้ําหนักและสวนสูงจากตารางPlayer2000 ในแบบฝกหัด 2.2Selection & ProjectionSelection และ Projection สามารถนํามาใชรวมกันในการแสดงขอมูลเฉพาะบางฟลดจากตารางตามเงือนไขทีกาหนด  ่ ่ ํตัวอยาง 2.15 แสดงขอมูลเฉพาะรหัสสินคาและชื่อสินคาสําหรับสินคาที่มีราคามากกวา 100 จากตารางสินคา π รหสสนคา, ชื่อสินคา (σ ราคา > 100 สินคา ) ั ิ แบบฝกหัด 2.4สราง Relational Algebra และแสดงผลลัพธในรูปของตารางในการแสดงเฉพาะขอมูล น้ําหนักและสวนสูงของผูเลนที่มีสวนสูงมากกวา 178 เซนติเมตร จากตาราง Player2000Joinการเชือมขอมูลจากตารางตาง ๆ เขาดวยกัน โดยเชื่อมผานทางฟลดที่เหมือนกันของทั้งสองตาราง ่ R1 ชื่อฟลด R2แบบฝกหัด 2.5ตาราง 1 : บริษัท ตาราง 2: วัสดุ รหัส ชื่อ สถานะ จังหวัด รหัส ชื่อ จังหวัดS1 ก.การชาง 20 กรุงเทพฯ P1 เหล็ก กรุงเทพฯS2 ส.ซัพพลาย 10 นครสวรรค P2 ปูนซีเมนต นครสวรรคS3 แมชชีน 30 กรุงเทพฯ P3 กระเบื้อง นครสวรรคสราง Relational Algebra และแสดงผลลัพธในรูปของตารางในการเชือมขอมูลจากตาราง บริษทเขากับตารางวัสดุ ่ ัผานทางฟลดจังหวัดรหัส ชื่อ สถานะ จังหวัด รหัส ชื่อ 9
  10. 10. แบบฝกหัดทายบท1. หาคาของคียหลักและคียนอก เมือกําหนดเคารางของฐานขอมูล ดังนี้ ่ สาขา ( รหัสสาขา, ที่อยู, เมือง, รหัสไปรษณีย ) พนักงาน ( รหัสพนักงาน, ชื่อ, นามสกุล, ตําแหนง, เพศ, เงินเดือน, รหัสสาขา ) หองเชา ( รหัสหองเชา, ที่อยู, เมือง, คาเชา, รหัสเจาของ, รหัสพนักงาน, รหัสสาขา ) ลูกคา ( รหัสลูกคา, ชื่อ, นามสกุล, โทรศัพท ) เจาของ ( รหัสเจาของ, ชื่อ, นามสกุล, ที่อยู, โทรศัพท ) การเขาชม ( รหัสลูกคา, รหัสหองเชา, วันที่ ) การเชา ( รหัสลูกคา, รหัสสาขา, รหัสพนักงาน, วันที่ )2. กําหนดตาราง “พนักงานขาย” ดังนี้ รหัสพนักงาน ชื่อพนักงาน ที่อยู อัตราคานายหนา 1001 ชัยวัฒน กรุงเทพฯ 0.12 1002 ไมตรี ภูเก็ต 0.13 1004 เบญจวรณ กรุงเทพฯ 0.11 1007 กาญจนา เชียงใหม 0.15 1003 เตือนใจ นนทบุรี 0.10สราง Relational Algebra และแสดงผลลัพธในรูปของตารางสําหรับแตละขอตอไปนี้2.1 แสดงขอมูลของพนักงานทีมอตราคานายหนามากกวา 0.13 ่ ีั2.2 แสดงขอมูลของพนักงานที่มีรหัสมากกวา 1002 และอัตราคานายหนานอยกวา 0.152.3 แสดงรหัสพนักงานและอัตราคานายหนาของพนักงานทังหมด ้2.4 แสดงรหัสพนักงานและอัตราคานายหนาของพนักงานทีมอตราคานายหนานอยกวา 0.13 ่ ีั2.5 แสดงชือพนักงานของพนักงานทีอยูในกรุงเทพฯ ่ ่ การบาน 2 1. หาคาของคียหลักและคียนอกจากเคารางของฐานขอมูลในแตละขอตอไปนี้ สําหรับคียนอกใหระบุตารางที่คียนอก เชือมดวย ่ 1.1 พนักงาน (รหัสพนักงาน, ชื่อ, ที่อยู, โทรศัพท) การทํางาน (รหัสพนักงาน, รหัสบริษัท, เงินเดือน) บริษัท (รหัสบริษัท, ชื่อบริษัท, ที่อยู, โทรศัพท)  ผูจัดการ (รหัสผูจัดการ, รหัสพนักงาน) 1.2 คณะ (รหัสคณะ, ชื่อ, โทรศัพท, โทรสาร, รหัสคณบดี) บุคลากร (รหัสบุคลากร, ชื่อ) วิชาที่เปดสอน (รหัสคณะ, รหัสวิชา) วิชา (รหัสวิชา, ชื่อ, คําอธิบาย) นักศึกษา (รหัสนักศึกษา, ชื่อ, ที่อยู) ลงทะเบียน (รหัสนักศึกษา, รหัสคณะ, รหัสวิชา) 10
  11. 11. 2. สราง Relational Algebra และแสดงผลลัพธในรูปของตารางในการเชื่อมตาราง “พนักงาน” เขากับตาราง “แผนก”ผานทางฟลด “รหัสแผนก”พนกงาน ั แผนก ชื่อ สาขา รหัสแผนก เงินเดือน รหัสแผนก สาขา โทรศัพท สิทธิ 400 CS 45000 CS 404 555-1212 สมาน 220 Econ 35000 Econ 200 555-1234 เกียรติ 160 Econ 50000 Fin 501 555-4321 สมชาย 420 CS 65000 Hist 100 555-9876 กาญจนา 500 Fin 60000 11

×