0
เอกสารประกอบ
เวที
21 ธันวาคม 2553
1
สารบัญ
ลําดับ พื้นที่ เรื่อง หนา
ประสบการณจากน้ําคลื่น
1 พังงา กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก
กรณี ...
2
กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก
กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย
3
กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก
กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย
โดย
นายไมตรี จง...
4
๑. การกูวิกฤติ ในชวง ๗ วันแรกของการเกิดภัยพิบัติ กรณีสึนามิในประเทศไทย ไม
มีแผนการเตรียมความพรอมลวงหนา แตเมื่อเกิ...
5
๗ .รวบรวมขอมูลของสมาชิก เชน ชื่อ สกุล สมาชิกครอบครัว ผูพิการ คนทอง
เด็ก คนแก คนปวย คนตาย ที่อยูอาศัยดั้งเดิม ความ...
6
ฟนฟูวัฒนธรรม อาสาสมัครชุมชน การจัดการกองทุน การออมทรัพยหรือธนาคารชุมชน
สํารวจศักยภาพ ( หมอยา กอสราง ตอเรือ งานฝมื...
7
การจัดตั้งคณะกรรมการในการบริหารจัดการเรื่องตางๆของชุมชนในระยะตอไป (๒) .ชุมชนที่
หนวยงานราชการ (ทหาร ) สรางบานใหแล...
8
พึ่งตนเองไดในระยะยาว ควรมีการจัดทําแผนรวมกันทั้งในระดับชุมชนวาจะทําอะไรกอนหลัง
และแผนการพัฒนาความเขมแข็งของเครือขา...
9
จัดการกองทุนรวมกัน มีการตรวจสอบ มีการแบงงานกันทํา เปนตน แตควรมีการติดตามจาก
ผูสนับสนุนอยางตอเนื่อง เพราะยังมีปญ...
10
บทสรุป
กรณีประเทศไทย การเกิดภัยพิบัติ ทําใหสังคมไดรับรุวา ยังมีชุมชนตาง ๆ ที่ไมไดรับ
การปกปองคุมครอง และการไม...
11
การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยชุมชนเปนฐาน
จากภาคประชาสังคม : กรณีศึกษาชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บา...
12
1
นักศึกษาโปรแกรมทักษะการจัดการทรัพยากรฐานชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี
2
สายสังคมศาสตรและมนุยศาสตร คณะ...
13
(Self-organization) เริ่มจากแกปญหาและเรียนรูจากปญหาควบคูกันไป โดยไมรอคอยแตความ
ชวยเหลือจากภายนอกชุมชน(สุริชัย, ...
14
ขั้นตอนที่
7 • การติดตามการทํางาน การรายงานผลและการปรับปรุงแกไข
6 • การเสริมสรางขีดความสามารถใหแกชุมชน
5 • การประเม...
15
1.2 ชวงสานตอการจัดการ
หลังจากที่เกิดแผนเตรียมความพรอมรับมือกับภัยพิบัติจนชุมชนตั้งทีมและสามารถดําเนินงาน
จนเปนระบบข...
16
- บริบทของความเสี่ยงและความเปราะบาง (vulnerability context) ใชอธิบายความเสี่ยง
ของชุมชนที่อาจเกิดความเสียหายอยางฉับพล...
17
4. แนวทางการพัฒนาและขยายผลการดําเนินงาน
4.1 แนวทางในการพัฒนาการดําเนินงาน
จากการสัมภาษณถึงปญหาและแนวทางในการแกไขจากก...
18
4.2 โมเดลการสําหรับการขยายผลการดําเนินงาน
จากการสรุปขอมูลในการสัมภาษณ ผูวิจัยไดนําบทเรียนและปญหาที่พบในการดําเนินข...
19
4.3 ภาพรวมของแนวทางในการพัฒนาการดําเนินงาน
การจัดการที่ยั่งยืนนั้นไมสามารถทําแยกสวนเพียงประเด็นใดประเด็นเดียวได การส...
20
เอกสารอางอิง
นิลุบล สูพานิช, 2006, คูมือแนวทางการปฏิบัติงานสําหรับผูปฏิบัติงานภาคสนาม ในการ
จัดการความเสี่ยงจากภัยพ...
21
น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ
22
น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ
เลาเรื่องโดย ไมตรี จงไกรจักร
กลับจากกรุงเทพฯ วันที่ 18 ตค. ...
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ

135

Published on

รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
จาก ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
135
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ

  1. 1. 0 เอกสารประกอบ เวที 21 ธันวาคม 2553
  2. 2. 1 สารบัญ ลําดับ พื้นที่ เรื่อง หนา ประสบการณจากน้ําคลื่น 1 พังงา กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย 2 2 พังงา การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัย พิบัติโดยชุมชนเปนฐานจากภาคประชาสังคม : กรณีศึกษา ชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่วปา จ.พังงา 11 ประสบการณสูน้ําทวม 3 นครราชสีมา น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ 21 4 ลพบุรี บทเรียนจาก น้ํา น้ํา ประสบการณสํารวจพื้นที่น้ําทวม อ.บานหมี่ จ.ลพบุรี 20-25 ตุลาคม 2553 28 5 ปทุมธานี กระบวนการ “สรางสายใยเครือขาย ทามกลางสายน้ํา... ทวม” กรณี : เครือขายสิ่งแวดลอมชุมชนจังหวัดปทุมธานี 39 6 สงขลา ประสบการณการรับมือภัยพิบัติ น้ําทวมใหญ 2010 และพายุดีเปรสชั่น บทเรียนจากภาคสาธารณสุข 44 7 สงขลา เครือขายอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติจังหวัดสงขลา 62 8 ปตตานี หลังพายุใหญพาดผาน "อาวปตตานี" 70 9 กรุงเทพ สรุปบทเรียน ศอบ (ศูนยอาสาประชาชนฟนฟูภัยพิบัติ) 76 10 ภาคอีสาน (ราง) ขอเสนอเบื้องตนแผนงานปฏิรูปการจัดการน้ําอีสาน คณะอนุกรรมการปฏิรูปที่ดิน ทรัพยากร สิ่งแวดลอม และน้ํา 105
  3. 3. 2 กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย
  4. 4. 3 กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย โดย นายไมตรี จงไกรจักร เครือขายผูประสบภัยสึนามิ นายจํานงค จิตรนิรัตร อาสาสมัครสึนามิ นางปรีดา คงแปน มูลนิธิชุมชนไท ความเปนมาและการเริ่มกระบวนการ หลังจากเหตุการณคลื่นยักษสึนามิถลม 6 จังหวัด ชายฝงทะเลอันดามัน ที่สงผลใหเกิด ความสูญเสียชีวิตคนในครอบครัว ทรัพยสิน เครื่องมือประกอบอาชีพ การทํามาหากิน ฯลฯ จาก ปญหาวิกฤตความเดือนรอนเฉพาะหนาในชวงแรก ไดนํามาสูปญหาที่ยิ่งใหญขึ้น ชาวบานบาง ชุมชนไมสามารถกลับไปปลูกบานในที่เดิมได เนื่องจากปญหาที่ดิน ซึ่งเปนปญหาพื้นฐานเดิม แตการเกิดคลื่นยักษถลมทําใหเปดภาพปญหาเรื่องที่ดินของชาวบานที่อาศัยอยูชายฝงทะเลมา ยาวนานมีความชัดเจนและรุนแรงขึ้น นอกจากนี้สึนามิทําใหพบวากลุมคนชาวเล กลุมคนไทย พลัดถิ่น และกลุมประมงพื้นบาน ที่มีวัฒธรรมและวิถีชีวิตเรียบงายกับธรรมชาติ และเปนเจาของ ทะเลที่แทจริง กําลังถูกรุกรานจากขางนอกอยางรุนแรง จากหมูบานที่ประสบภัยธรณีพิบัติ 407 หมูบาน จํานวนผูเดือดรอน 12,480 ครอบครัว บานพักอาศัยเสียหาย 6,824 หลัง มีชุมชนผูประสบภัยรายแรง 47 หมูบาน ประมาณ 5,448 ครอบครัว ซึ่งมีผูเสียชีวิตประมาณ 8,000 คน เหตุการณภัยพิบัติแตละครั้งที่เกิดขึ้น ประชาชนจํานวนมากเดือดรอนสิ้นเนื้อประดาตัว อกสั่นขวัญหาย คนที่รอดชีวิต มีทั้งหวงการคนหาศพของญาติพี่นองที่ตายหรือสูญหาย และตอง กังวลกับการหาอาหาร น้ํา ยาและที่พักที่ปลอดภัย ทามกลางการทํางาน พวกเราหลอรวมประสบการณ รวมพลังทั้งหมดที่มีอยู ชวยกัน ทํางาน แบงงานกันทําโดยอัตโนมัติ มีเปาหมายเดียวกัน คือแกปญหาผูประสบภัยทั้งเฉพาะหนา และระยะยาว เปนประสบการณที่อยูในความทรงจําของทุกคน .... ทั้งชาวบานที่ประสบภัยสึ นามิ......และนักพัฒนาก็เรียนรูการแกปญหาไปกับกระแสสึนามิ เชนกัน . ในภาวะฉุกเฉิน ผูที่เดือดรอนจะรอรับบริการอยางเดียวไมได เพราะจะมีผูเดือดรอน จํานวนมาก ปญหาที่เกิดขึ้นแตละครอบครัวมีมากตามมาดวย ประกอบกับระบบของหนวยงาน ราชการตางๆ ไมคลองตัว ไมไดมีแผนเพื่อการรับมือกับปญหาวิกฤติ หนทางที่ดีที่สุดคือ ทํา ใหผูประสบภัย ลุกขึ้นมาแกปญหาดวยตัวของเขาเอง การสนับสนุนให ผูเดือดรอนชวยเหลือ กันเอง และสรางการมีสวนรวม หลักๆคือ การรวมคนเดือดรอน รวมเสบียง รวมดูแลคนออนแอ รวมหาที่อยูอาศัย ทําใหการฟนฟูทุกดานจะเกิดขึ้นอยางรวดเร็ว และมีพัฒนาการตอเนื่องระยะ ยาวบทเรียนกรณีภัยพิบัติสึนามิ มีขั้นตอนที่สําคัญ ดังนี้
  5. 5. 4 ๑. การกูวิกฤติ ในชวง ๗ วันแรกของการเกิดภัยพิบัติ กรณีสึนามิในประเทศไทย ไม มีแผนการเตรียมความพรอมลวงหนา แตเมื่อเกิดเหตุ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ออกมา ชวยเหลือเองโดยอัตโนมัติ แบงเปน ๓ สวน หลักๆ คือ ๑.) การชวยแหลือผูบาดเจ็บและคนหา ศพ ที่ประกอบดวยทั้งภาครัฐและเอกชน ตางคนตางลงพื้นที่อยางอิสระของแตละองคกร แต เปนความรวมมือที่ดี เมื่อขอมูลมารวมที่โรงพยาบาล วัด และศาลากลางจังหวัด ๒.) การระดม ของชวยเหลือ ซึ่งจะมีการสื่อสารทุกรูปแบบทั้ง โทรศัพท วิทยุและโทรทัศน การบริจาค ชวยเหลือจึงมาจากทั่วประเทศอยางรวดเร็ว ๓.) การสํารวจแบบเร็วๆวาคนที่รอดตายและ เดือดรอนจะอยูตอไปอยางไร เพราะอยูในภาวะสับสนวุนวาย วัดหรือโรงเรียนอยูอาศัยได หรือไม หองน้ําควรมีการจัดหาเพิ่มเติม การทําศูนยพักชั่วคราว ควรมีการสํารวจพื้นที่โดย สอบถามกับผูประสบภัย ใหไดพื้นที่ที่ผูประสบภัยเชื่อวาปลอดภัย เชน กรณีเกิดภัยสึนามิ ตอง เปนพื้นที่ไกลทะเล ๒. จัดหาเตนสและที่พักชั่วคราว เพื่อเปนที่รวมคน สรางขวัญกําลังใจผูประสบภัย และบรรเทาทุกขเฉพาะหนา เหตุผลที่ตองหาเตนสที่พักชั่วครา เพราะการสรางบานพัก ชั่วคราวตองใชเวลานานนับเดือน ควรมีการวางแผน ทําผังการกางเตนส และมีกําลังคนที่มาก พอ คืนแรกผูประสบภัยเขามาพักอาจจะไมมาก แตคืนที่สองคืนที่สาม จะมีคนเขามาเพิ่มอีก หลายเทาตัว นักจัดระบบชุมชนตองมีทีมในการจัดการ ควรมีทีมทําขอมูล และ มีการจัด สํานักงานฯเพื่อเปนศูนยกลางในการประสานงาน ๓. เริ่มจัดระบบชุมชนในที่พักชั่วคราวทันที โดยแบงเปนกลุมยอย หรือโซน ตามกลุม ผูเดือดรอน อาจใชแถวเตนเปนตัวแบง หรือตามสภาพ กลุมหนึ่งไมควรเกิน ๒๐ ครอบครัว แต ละกลุมเลือกตัวแทน ๓-๕ คน มาเปนคณะประสานงาน ๔. จัดประชุมตัวแทนกลุม หรือ คณะประสานงาน เพื่อ สรางแกนนําใหม ทามกลาง วิกฤต ในชวงแรกควรมีการประชุมหารือรวมกันทุกคืน รวมทั้งจัดประชุมชี้แจงแกผูเดือดรอน กระตุนใหมาแกปญหารวมกัน ไมรอใหคนอื่นชวยเพราะผูเดือดรอนมีจํานวนมาก แตคนชวยมี นอย ผูประสบภัยตองเริ่มเองกอน แลวบอกความตองการที่ชัดเจนตอผูที่จะมาชวยเหลือ และใชที่ประชุมใหญตั้งกติกาการอยูรวมกันในที่พักชั่วคราว ๕ใการแกปญหาเฉพาะหนารวมกัน แตละคนจะเอาเรื่องที่เดือดรอนมาหารือกัน มีการ วางกติกาการอยูรวมกัน...เชน ไมดื่มเหลา การดูแลความปลอดภัย การรับของบริจาค การ จัดการขยะ การดูแลเด็ก ฯลฯ ๖ใการประชุมปรึกษาหารืออยางเขมขน.....และนําผลที่ไดไปปฎิบัติ มีการติดตามผล รวมกันเปนการเรียนรูทามกลางการทํา ทําใหแกนนําเริ่มเขาใจการรวมคิดรวมทํา ในการ จัดการศูนยพักชั่วคราวรวมกัน อยางคอยเปนคอยไป
  6. 6. 5 ๗ .รวบรวมขอมูลของสมาชิก เชน ชื่อ สกุล สมาชิกครอบครัว ผูพิการ คนทอง เด็ก คนแก คนปวย คนตาย ที่อยูอาศัยดั้งเดิม ความตองการเรงดวน ระยะยาว ควรแบงงาน ใหตัวแทนกลุมทําหนาที่ในการสํารวจ และมาสรุปรวมกัน จะเปนกระบวนการที่ทําใหตัวแทน กลุมรูจักสมาชิกในกลุมของตนเองมายิ่งขึ้น ควรมีนักแผนที่ สถาปนิก สนับสนุน มีการ ประสานสื่อมวลชน มีกลองถายรูป วีดีทัศน เก็บบรรยากาศตางๆไว ๘. ประสานงานกับหนวยงาน หรือ องคกรตางๆในการเขามาชวยเหลือ เชน จัดสราง โรงเรือนอาคารที่จําเปน เพื่อ พยาบาล อาหารเสบียง ศูนยเด็ก หรือสวม น้ําดื่มน้ําใช การดูแล ความปลอดภัย-จัดทําแผนระยะตางๆเสนอตอฝายเกี่ยวของ การประสานความรวมมือหลายองคกรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทามกลางภาวะความ ไรระเบียบ เพื่อใหการจัดระบบการชวยเหลือประสบภัยบรรลุเปาหมาย ใชการประชุมหารือ รวมกันเปนหลัก กรณีที่พักชั่คราวอบต.บางมวง เตนสที่พักจํานวนกวา 800 หลัง เปนที่ดึงดูดให ผูสนับสนุนทั้งหลายหลั่งไหลเขามาไมขาดสาย มีกลุมองคกรตางๆมากวา 50 แหงที่มารวม สนับสนุน เปนพลังภาคประชาชนที่นาสนใจ ๙. การจัดระบบรับบริจาคเขากองกลาง เพื่อแกวิกฤตความวุนวาย สลายความขัดแยง และเปนแบบฝกหัดของการสรางความเอื้ออาทรตอกัน ซึ่งกรณีประเทศไทยสงผลใหเกิดกองทุน หมุนเวียนยั่งยืนจนถึงปจจุบัน หลังจากที่มีการตั้งเตนสชั่วคราวนับพันหลัง การหลั่งไหลของผูบริจาคมีเขามาอยาง มากมาย ผูบริจาคสวนใหญ ตองการแจกของใหถึงมือผูประสบภัย มีการเขาแถวรับของกัน วันละนับสิบครั้ง บางรายนําของมานอยบางคนไดบางคนไมได เกิดความขัดแยงกันขึ้น ประกอบกับที่พักเล็กมากจนไมมีที่เก็บของ...... ควรมีการประชุมหารือเรื่องการรับบริจาคของและเงินเขากองกลาง และมีการตั้ง คณะทํางาน ฯ เพื่อทําหนาที่อธิบายใหผูบริจาคเขาใจ การติดปายประชาสัมพันธแจกเอกสาร เปนภาษาอังกฤษ การเปดบัญชีธนาคารรวมกัน ของเขาโกดังตองมีการจัดระบบการเบิกจาย ของใชที่จําเปนอยางเปนธรรม ๑๐. ทีมหลักในการจัดการบริหารศูนยพักชั่วคราวควรเปนนักพัฒนาที่มีประสบการณื มีความยืดหยุนคลองตัว สวนราชการเปนหนวยสนับสนุน ทีมงานควร พักอาศัยในแคมป เพื่อประเมินสถานการณเปนระยะ ๑๑ . สรางศูนยกลางขยายการชวยเหลือไปสูพื้นที่อื่นตอไป เมื่อจัดระบบแคมปแรกลง ตัวแลว ที่สําคัญสนับสนุนใหทีมตัวแทนชาวบาน ไดเปนผูขยายการชวยเหลือเพื่อนผูเดือดรอน ดวยตัวเอง เพื่อสนับสนุนใหเกิดการผูกใจ สรางความสัมพันธที่ดี และเปนเพื่อนกันระยะยาว แคมปแรกเกิดระบบการดูแลระดับหนึ่ง กอนขยายไปสูที่อื่น เชน มีเสบียงอาหาร หมอ ตัวแทนกลุมการประชุม ขอมูล ระบบองคกรหนวยงาน การดูแลผูออนแอ สถานที่ศาสนพิธี ๑๒. สรางกิจกรรมหลากหลายตามความจําเปน และเปนการเตรียมความพรอม ชาวบาน เชน ศูนยเด็กและเยาวชน กลุมอาชีพ (อาจหวังผลทางเศรษฐกิจหรือทางจิตใจ)
  7. 7. 6 ฟนฟูวัฒนธรรม อาสาสมัครชุมชน การจัดการกองทุน การออมทรัพยหรือธนาคารชุมชน สํารวจศักยภาพ ( หมอยา กอสราง ตอเรือ งานฝมือตางๆ) การออกแบบ วางผัง นาไร ที่อยู อาศัย การสนับสนุนใหมีการเรียนรูทามกลางการทํา ทําใหเกิดคณะทํางานศูนยประสานงาน บานน้ําเค็มและเกิดกองทุนของชุมชนจนถึงวันนี้ การฟนฟูจิตใจแกผูประสบภัยหลายวิธี การรวมคน การสรางที่พักชั่วคราว การประชุม พูดคุย การแบงงานกันไปทํา เปนสวนหนึ่งของการฟนฟูและหลอหลอมจิตใจ นอกจากนี้ยังมี หมอจากหลายองคกร มีผูนําศาสนาเกือบทุกศาสนาที่เขามารวม ๑๓. นักพัฒนาสังเกตและศึกษาแกนนําแตละคนอยางละเอียด ทํางานทางความคิด กุมสภาพใหได อาจใชวิธีคุยบุคคล แตใหใชการประชุมทีมเปนหลัก ทุกครั้งมีการบันทึก รายงานตอวงใหญ. ..... ความคิด ทาทีการใหมีสวนรวม ...... ความมีคุณธรรม ทุกดาน ...... การประสานงานกับคนอื่น ระดมความรวมมือได ...... ขยัน ทั้งการคิด และการทํา ...... มีแนวคิดทํางานเปนทีม ๑๔. กรณีเกิดปญหาที่ดิน ภัยพิบัติทุกแหงในประเทศไทย เกิดปญหาการไลที่ จากทั้งภาครัฐและเอกชน เนื่องจากเปนปญหาที่มีมาเดิม เพื่อไมใหเปนการซ้ําเติม ผูประสบภัย ควรสนับสนุนใหสรางบานในที่ดินเดิม ปญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินพิจารณาที หลัง อาจมีการใชคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ตั้งอนุกรรมการแกไขปญหาที่ดินหลังภัยพิบัติ หรือฟองศาล แลวแตกรณี ควรมีนักกฎหมายเขามาชวยเหลือ และ สนับสนุนการจัดทําขอมูล ประวัติศาสตรชุมชน ทําแผนที่ ใชภาพถายทางอากาศยืนยัน ๑๕. การสรางบานและวางผังชุมชน แบบมีสวนรวม ควรหารือกับชาวบานหาก ชุมชนใดตองการกลับไปสูที่เดิมได ควรสนับสนุนงบประมาณในการสรางบานใหมอยางรวดเร็ว โดย มีสถาปนิกมาชวยออกแบบผังชุมชนและแบบบาน โดยใชกระบวนการมีสวนรวมของ ชาวบาน ใหเปนแบบบานที่มาจากความตองการของชาวบาน .......สอดคลองกับวัฒธรรมวิถี ชีวิตชุมชนและทองถิ่น ในชวงสรางบาน ใหใชการสราวบานเปนเงื่อนไขในการสรางคน สราง ความภูมิใจของชุมชน โดยทุกคนทั้งผูชาย ผูหญิง เด็ก มารวมกันสรางบาน ใหมีการแบงงาน กันทํา เชน มีฝายกอสราง ฝายการเงิน ฝายอาหารและน้ํา ฝายประสานงานกับอาสาสมัคร เปนตน ซึ่งกรณีเมืองไทย มี ๒ ลักษณะ คือ (๑). ชุมชนที่ผูสนับสนุนมีเงื่อนไขใหผูอยูอาศัย สรางบานกันเอง ( มีการระดมอาสาสมัครทั้งในและตางประเทศมารวมกันสราง ) เปน กระบวนการสรางการมีสวนรวมของชุมชน ทําใหคนในชุมชนรักและหวงแหนชุมชน เกิดการ เรียนรูนิสัยใจคอ ความเอื้ออาทร ความสามรถที่แทจริงระหวางกันชัดเจน เปนประโยชนกับ
  8. 8. 7 การจัดตั้งคณะกรรมการในการบริหารจัดการเรื่องตางๆของชุมชนในระยะตอไป (๒) .ชุมชนที่ หนวยงานราชการ (ทหาร ) สรางบานใหแลวเสร็จ ผูอยูอาศัยเขาไปอยูอยางเดียว ขาดการมี สวนรวม ชุมชนเหลานี้ มีปญหาในการจัดการทุกดาน เพราะรอใหราชการมาจัดการให อีกทั้ง แบบบานที่สรางไมเหมาะสมกับการใชงานในวิถีประจําวัน เชน ไมมีพื้นที่วางเครืองมือประมง เปนตน และในกรณีเมืองไทย บานน็อคดาวนสําเร็จรูปจากตางประเทศไมสอดคลองกับสภาพ อากาศทําใหรอนอบอาว ๑๖. การชวยเหลือคนชายขอบ เชน ชาวเล คนไรสัญชาติ หรือแรงงานตางดาว เมื่อเกืดภัยพิบัติคนเหลานี้จะไมไดรับการชวยเหลือ เพราะไมมีบัตรประชาชน ไมมีสิทธิใด จึง ควรมีการสนใจเปนพิเศษ คนเหลานี้จะมีปญหาความไมมั่นคงในการอยุอาศัยตามมา ๑๗. การฟนฟูวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ศาสนา การละเลนพื้นบาน ภูมิ ปญญา ภาษาของชาวบาน รวมทั้งการสนับสนุนใหเกิดลานวัฒธรรม พิพิธภัณฑทองถิ่น สิ่งเหลานี้ เปนกระบวนการรวมคน สรางขวัญกําลังใจ บําบัดความโศกเศราเสียใจ สรางความ มั่นใจและเพิ่มพลังชีวิต โดยเฉพาะกลุมคนชายขอบ หรือคนกลุมนอย มีโอกาสแสดงออกใน ลักษณะตางๆ กรณีประเทศไทยสามารถฟนฟูกลุมศิลปนอันดามันที่มีการแสดง เชน ร็องแง็ง ลิเกปา มโนราห รํามะนา ฯลฯ ไดถึง ๓๐ กลุม ๑๘. การเรงสรางชุมชนใหมที่เขมแข็งในที่ดินเดิม การยายออกจากที่พักชั่วคราว กลับสูชุมชนเดิม ควรมีการวางแผนรวมระหวางผูประสบภัย และมีสิ่งอํานวยความสะดวก พื้นฐาน เชน น้ํา ไฟ ที่ทําการชุมชน คณะกรรมการชุมชนที่ผานการหารือกัน ศูนยดูแล เด็ก คนปวย กองทุนการประกอบอาชีพ หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ คารมีกิจกรรมตอเนื่องใน ชุมชน รวมทั้ง การทําบุญ ทําพิธีกรรม เพื่อสรางขวัญกําลังใจกอนการเขาบานใหมเปนเรื่อง สําคัญ อีกประการหนึ่ง ๑๙. การเกิดเครือขายผูประสบภันสึนามิ ในกรณีประเทศไทยมีการประกาศตั้ง เครือขายผูประสบภัยสึนามิ ตั้งแต ๓ เดือนแรกของการประสบภัย โดยสนับสนุนใหแกนนํา ของผูประสบภัยแตละพื้นที่ ไดพบปะแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งในเบื้องตนมีสมาชิกประมาณ ๓๐ ชุมชน และจะมีผูประสบภัยที่เพิ่มขึ้นเปน ๑๓๐ ชุมชนในระยะตอมา ใหใชปญหารวมเปน เงื่อนไขในการเชื่อมโยงกันเปนเครือขาย ฯ กรณีเมืองไทยมีปญหาที่ดิน ปญหาไมมีบัตรไมมี สิทธิไดรีบการชวยเหลือ เครือขาย ฯ จึงทําหนาที่ในการรวบรวมปญหาเสนอตอรัฐบาล โดย การเผยแพรทางสื่อสาธารณะ การเสนอผานหนวยงานราชการที่เกี่ยวของ และการเจรจากับ รัฐบาลเปนระยะ สงผลใหรัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการแกไขปญหาที่ดินในพื้นที่ธรณีพิบัติ อยางเรงดวน ๒๐. การสนับสนุนใหชุมชนทําแผนแมบทในการแกปญหาและพัฒนาชุมชนระยะยาว การยายกลับเขาสูชุมชนเดิม เรื่องอาชีพ รายได การอยูการกิน การเรียนหนังสือของเด็ก เปน เรื่องสําคัญที่จะตองสนับสนุน และการสนับสนุนควรเนนความยั่งยืน ใหผูประสบภัยสามารถ
  9. 9. 8 พึ่งตนเองไดในระยะยาว ควรมีการจัดทําแผนรวมกันทั้งในระดับชุมชนวาจะทําอะไรกอนหลัง และแผนการพัฒนาความเขมแข็งของเครือขาย กรณี บานน้ําเค็ม จังหวัดพังงา นอกจากมี แผนการพัฒนาชุมชนแลว มีการทําแผนเตรียมความพรอมรับมือกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยมีทีม อาสาสมัครชาวบาน มีการซอมหนีภัย วิทยุสื่อสาร การเฝาระวังคลื่น กรณีจังหวัดภูเก็ต เครือขายชุมชนพัฒนาเมืองภูเก็ต รวมลงนามความรวมมือกับองคกรที่เกี่ยวของ ในการปลูก ปาชายเลน ๑ ลานตน การพัฒนาแกนนํา และการสนับสนุนใหเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรูดูงาน การประชุมสรุปบทเรียน ใหผูประสบภัยรวมกันระดมความเห็นและตรวจสอบจุดออน จุดแข็ง ของตนเอง เปนระยะ และนักพัฒนาควรใชทั้งความสําเร็จและความลมเหลว เปนบทเรียนใน การทําใหแกนนําชุมชนไดเขาใจ และวิเคราะหได ขั้นตอนการสนับสนุนใหกลุมผูประสบภัยเชื่อมโยงกันเปนเครือขาย กระบวนการ “สึนามิ” การแกปญหาเฉพาะหนาที่พัก / อาหาร ฯลฯ สนับสนุนการรวมกลุม / การมีสวนรวม / คณะทํางานรับบริจาคของ / คณะทํางานบานพัก สรางบานถาวร / ออกแบบบาน/ ชุมชนสรางบานเอง การฟนฟูวิถีชีวิต / วัฒนธรรม / ประเพณี / ศิลปน กองทุนฟนฟูชุมชน / เรือ / กลุมอาชีพ การพัฒนาแกนนํา / ขยายคณะทํางาน การแกไขปญหาที่ดิน/ สํารวจขอมูล / เชื่อมโยงในระดับ พื้นที่และเครือขาย การเชื่อมประสานระหวาเครือขาย“เครือขาย ผูประสบภัย6จังหวัด” การเสนอผลการฟนฟูโดยชุมชน ครบรอบ1 ป การเสนอแกปญหา เชิงนโยบาย อนุกรรมการแกไข ปญหาที่ดินสึนามิ ปญหาที่ดิน / กรณีพิพาทเอกชน /ที่ดินรัฐ การคืนสัญชาติ รัฐบาล ผลกระทบเชิงนโยบาย อพท. / โฉนดน้ํา การพัฒนา ฯลฯ ๑๔. การบริจาคเปนดาบ ๒ คม ขอควรระวัง คือ การบริจาคทําใหผูประสบภัยหวัง พึ่งพิงคนอื่นมากขึ้นจนแกไขยาก กรณีเมืองไทย คือ( ๑.) ผูบริจาคที่ใจบุญไมเขาใจการสราง เงื่อนไขใหเกิดความเขมแข็งในชุมชน บริจาคโดยไมเขาใจ ไมรูจักสภาพของชุมชน ทําใหผูนํา บางคนยักยอกเงินขาดความเชื่อถือจากสมาชิกเปนการใหที่ทําลายโดยไมเจตนา ( ๒.) ผู บริจาคที่สรางเงื่อนไขในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของชุมชน ซึ่งตองมีกลไกในการบริหาร
  10. 10. 9 จัดการกองทุนรวมกัน มีการตรวจสอบ มีการแบงงานกันทํา เปนตน แตควรมีการติดตามจาก ผูสนับสนุนอยางตอเนื่อง เพราะยังมีปญหาเกิดขึ้นอีกหลายประการ ๒๓. สนับสนุนใหสรุปปญหาและ ผลการทํางานฟนฟูชุมชนของเครือขายชุมชน ผูประสบภัย เพื่อเสนอตอสาธารณะ เปนการสรางความภาคภูมิใจ ความมั่นใจในการ รวมกันคิก รวมกันทํา และรวมกันผลักดันการแกปญหาอื่นๆในระยะยาว กรณีประเทศไทย ผลการทํางานของเครือขาย มีดังนี้ • สรางบานผูประสบภัย ๑,๐๓๐ หลังใน ๑๙ ชุมชน • สรางและซอมเรือประมง ๑,๗๐๐ ลํา • จัดตั้งกลุมอาชีพ ๔๙ กลุม มีสมาชิก ๑,๕๐๐ คน • จัดตั้งกองทุนเรือ กองทุนอาชีพ และกลุมออมทรัพย ๗๒ กลุม • จัดตั้ง กลุมเยาวชน กลุมอนุรักษปาชายเลน ๑๒ กลุม • แกปญหาที่ดินได ๑๓ กรณี จํานวน ๑,๑๕๖ ครัวเรือน ขอเสนอใหรัฐแกไขปญหาเพื่อที่ชุมชนผูประสบภัยจะทํางานฟนฟูชุมชนอยางยั่งยืน ๑.) ออกระเบียบรับรองชุมชนผูประสบภัยในที่ดินรัฐ เปน “สิทธิรวมของชุมชน ” ๒.) เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่เอกชนออกโดยมิชอบ และทับซอนชุมชน ๓.) จัดหาไฟฟาและน้ําประปาใหชุมชนผูประสบภัย ๔.) แกไข ระเบียบ ขอบังที่เปนอุปสรรคในสรางบาน ๔.) เรงสํารวจแกปญหาคนไรสัญชาติ ๕.) จัดสรรงบประมาณเปนกองทุนหมุนเวียนใหชุมชนผูประสบภัย ๖.) ใหเด็กที่ประสบภัยทุกคน มีสิทธิพิเศษในการเรียนและรักษาสุขภาพ ๗.)บรรจุหลักสูตรสึนามิและภูมิปญญาทองถิ่นเกี่ยวกับการเตือนภัยในโรงเรียนริมทะเล ๘.)ใหชุมชนจัดระบบเตือนภัยของตนเองเสริมระบบเตือนภัย เชน วิทยุชุมชน วิทยุสื่อสาร ๙.) ชุมชนผูประสบภัยมีสวนรวมทุกขั้นตอนในการจัดผังที่ดินใหม ๑๐). ยกเลิกโครงการพัฒนาขนาดใหญที่กระทบตอวิถีชีวิตชุมชน
  11. 11. 10 บทสรุป กรณีประเทศไทย การเกิดภัยพิบัติ ทําใหสังคมไดรับรุวา ยังมีชุมชนตาง ๆ ที่ไมไดรับ การปกปองคุมครอง และการไมไดรับสวัสดิการพื้นฐาน เชน บัตรประจําตัวประชาชน การศึกษา ยารักษาโรค เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย มีคุณภาพชีวิตต่ํากวาเกณฑปกติของคน ชายขอบ เชน ชาวเลและคนไทยพลัดถิ่น มีความไมมั่นคงในที่ดินและที่อยูอาศัย แมจะมี ประวัติศาสตรชุมชนมายาวนานกวา 100 ปก็ตาม มีนโยบายและแผนพัฒนาของรัฐที่มีผลกระทบ ตอวิถีชีวิตชาวเล ชาวประมง และวิธีการ ทํามาหากินโดยรวมและเกิดความขัดแยงในการแยงชิงทรัพยากร ชาวเลไมมีโอกาสอยูริมหาดที่ เคยอยูจอดเรือ ไมมีอิสระในการหาปลาเพราะทะเลมีเจาของ ทําอาชีพบริการไมได เพราะมี แผนการสัมปทาน ทาเรือนําลึกของตางชาติ หรือกิจการการลงทุน ตาง ๆ ไมยอมรับกติกาการอนุรักษ ทรัพยากรของชุมชนตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เปนตน สึนามิเปนภัยพิบัติจากธรรมชาติ แตเปดใหเห็นถึงสิ่งที่มนุษยกระทําตอมนุษย จะเห็น ไดวาในที่สุดแลวกลับกลายเปนปญหาความไมเปนธรรมในการพัฒนา ทีไปละเมิดสิทธิของ ชุมชน ที่อยู กอนสึนามิมานับรอยป คุณภาพชีวิตของคนชายฝงอันดามันจึงทุกขยาก ตกต่ําลง ทุกวันในขณะที่ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณกลับตกอยูในมือของนักธุรกิจทั้งไทยและตางประเทศ ที่ดินชายหาด ทั้งบนฝงและพื้นที่เกาะ แมกระทั่งปาชายเลน ก็ตกไปเปนทรัพยากรสวนบุคคล แทบทั้งหมด ซึ่งในการแกไขปญหานี้ ตองเปนการแกไขในระดับนโยบายที่เปดโอกาสให ชุมชน ประชาชนคนเล็กๆ ทุกชาติพันธุ มีสวนรวมเปนตัวหลักในการพัฒนาทองถิ่นและ ประเทศ กรณีสึนามิประเทศไทย ไดพิสุจนใหเห็นแลววา กระบวนการพัฒนาสามารถเปลี่ยน วิกฤตเปนโอกาสได สามารถทําใหคนที่ตางคนตางอยู รวมกันเปนเครือขายชวยเหลือกัน สามารถทําใหเกิดเครือขายชุมชนที่เขมแข็ง มีคุณภาพ เขารวมการพัฒนาเรื่องอื่นๆ ของสังคม ไดอยางยั่งยืน ดังนั้น การเปลี่ยนภัยพิบัติเปนกระบวนการพัฒนาควรเปนยุทธศาสตรสําคัญ ที่ หนวยงานที่เกี่ยวของในระดับนานาชาติ ทั้ง ยูเอ็น อาเซี่ยน ธนาคารโลก กาชาดสากล ฯลฯ ใหการสนับสนุนฟนฟูวิถีชีวิตชุมชนผูประสบภัยพิบัติทุกประเภท ที่กําลังเกิดขึ้นและที่จะ เกิดขึ้นอีกในอนาคต
  12. 12. 11 การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยชุมชนเปนฐาน จากภาคประชาสังคม : กรณีศึกษาชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่วปา จ.พังงา
  13. 13. 12 1 นักศึกษาโปรแกรมทักษะการจัดการทรัพยากรฐานชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี 2 สายสังคมศาสตรและมนุยศาสตร คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี 3 สถาบันการบริหารและจิตวิทยา การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยชุมชนเปนฐาน จากภาคประชาสังคม : กรณีศึกษาชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่วปา จ.พังงา ศิรินันต สุวรรณโมลี1 สุรพงษ ชูเดช2 และ มิชิตา จําปาเทศ รอดสุทธิ3 บทคัดยอ บทความนี้เปนนําเสนอผลการศึกษาเชิงคุณภาพเกี่ยวกับการศึกษาปญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานจากภาคประชา สังคม จากบทเรียนของชุมชนบานน้ําเค็ม ตามแนวความคิดการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน (sustainable livelihoods) โดยใชเทคนิคเดลฟาย (Delphi) ในการรวบรวมขอคิดเห็นจาก ผูปฏิบัติงานภาคประชาสังคม ไดแก ชุมชน องคกรพัฒนาเอกชนและภาครัฐที่รวมดําเนินงานกัน จํานวน 10 คน ผลการศึกษาพบวา 1) ในการดําเนินงาน พบปญหาดานการมีสวนรวม ดาน งบประมาณ ดานความรูความเขาใจในสิทธิหนาที่ในการดําเนินงานและดานการประสานงาน ระหวางองคกร 2) แนวทางในการพัฒนาการดําเนินงานคือ ภาคชุมชนควรมีการรวมกลุมและ การจัดการองคกรชุมชน (Organization Building) ซึ่งเปนหัวใจของกระบวนการจัดการความ เสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน ตั้งแตชวงตนของการฟนฟูชุมชน สวนภาครัฐและองคกร พัฒนาเอกชน ควรประสานการดําเนินงานรวมกัน โดยดานการมีสวนรวมนั้น องคกรพัฒนา เอกชนสามารถชวยทํางานเชิงลึกวางรากฐานการจัดการตนเองใหกับชุมชนได ดานงบประมาณ และอุปกรณ ในชวงตนนั้นองคกรพัฒนาเอกชนสามารถจัดหามาใหกับชุมชนไดคลองตัวกวา ภาครัฐ สวนภาครัฐสนับสนุนการสานตอการดําเนินงานใหกับในระยะยาวควบคูไปกับใหความรู และสรางความเขาใจในสิทธิหนาที่ในการดําเนินงานที่ถูกตองแกชุมชน คําสําคัญ : ภัยพิบัติ, การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน, การดํารงชีวิต อยางยั่งยืน บทนํา เหตุการณสึนามิซัดชายฝงอันดามัน ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ไดสรางจุดเปลี่ยนใหประเทศ ไทยไดตระหนักถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นจากความเสียหายจากภัยพิบัติ และไดทําใหคนไทยไดรวมตัว รวมใจเปนหนึ่งเดียวกัน จนเกิดความเปนประชาสังคม (Civil Society) จากผูที่มีจิตอาสาทั้ง ประชาชนทั่วไป ภาครัฐ และภาคเอกชนที่อยูนอกพื้นที่ประสบภัยโยงความชวยเหลือกันอยางไร พรมแดน โดยมีทุนทางสังคมของความไววางใจมาชวยลดชองวางระหวางบุคคลหรือองคกร ทํา ใหทุกภาคสวนรวมกันทํางานไดในฉับพลัน ดังกรณีของชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่ว ปา จ.พังงา ที่ไดรับความชวยเหลือจากภาคประชาสังคม ตั้งแตการบริจาคตามความตองการขั้น พื้นฐานไปจนถึงการสรางวิธีคิดที่ชี้ใหชุมชนเห็นความสําคัญในจัดการตนเอง
  14. 14. 13 (Self-organization) เริ่มจากแกปญหาและเรียนรูจากปญหาควบคูกันไป โดยไมรอคอยแตความ ชวยเหลือจากภายนอกชุมชน(สุริชัย, 2550) กระทั่งหาแนวทางในการสรางความมั่นคงใหกับ การใชชีวิตในชุมชนโดยเลือกใชเทคนิคการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน (Community-based Disaster Risk Management: CBDRM) มากําหนดมาตรการลดความ เสี่ยงในการวางแผนการ บริหารทรัพยากร ปองกันและแกไขปญหาทุกขั้นตอน โดยอาศัยความ เขาใจดานสภาพแวดลอมและบริบทของคนในชุมชนเปนหลัก (นิลุบล, 2006) เมื่อพิจารณาปรากฏการณในขางตนแลวจะเห็นวา ความเปนประชาสังคมจากผูสนับสนุน ภายนอกและการจัดการตนเองจากภายในชุมชนเปนปจจัยที่โยงใหการฟนฟูและเตรียมพรอม รับมือกับภัยพิบัติเกิดขึ้นไดอยางครบวงจร การศึกษาในครั้งนี้จึงสนใจกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติของชุมชนบาน น้ําเค็ม ตําบลบางมวง อําเภอตะกั่วปา จังหวัดพังงา ซึ่งมีบทเรียนที่สามารถนําไปขยายผล สู แนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานจากภาคประชาสังคม โดยลดชองวางและเชื่อมโยงการดําเนินงานจากทั้ง 3 ภาคสวนไดแก ภาคชุมชน องคกรพัฒนา เอกชน และภาครัฐได วัตถุประสงค 1.เพื่อศึกษาปญหา อุปสรรค พรอมทั้งแนวทางการแกไขในการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยมีชุมชนเปนฐานของชุมชนบานน้ําเค็มจากภาคประชาสังคม 2.เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานจาก บทเรียนความรวมมือกันในภาคประชาสังคมของชุมชนบานน้ําเค็ม วิธีดําเนินการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยนําเอาเทคนิคเดลฟาย (Delphi) มาใชในการรวบรวมขอคิดเห็นเกี่ยวกับ แนวทางการพัฒนาและสนับสนุนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน โดย เลือกผูเชี่ยวชาญแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และใชวิธีบอกตอ (Snowball Sampling) จากผูปฏิบัติงาน ผูเชี่ยวชาญจากชุมชน องคกรพัฒนาเอกชนและภาครัฐ จํานวน10 คน ผลการวิจัย 1. การศึกษาบทบาทของแตละภาคสวนในกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยมีชุมชนเปนฐาน โดยทั่วไปกระบวนการ CBDRM จะประกอบดวยขั้นตอนการดําเนินงานทั้งหมด 7 ขั้นตอน (นิลุบล, 2006) ดังภาพที่ 1 ซึ่งหากแบงชวงเวลาในการดําเนินงานตามแนวคิดการจัดการตนเอง (Seixas และคณะ, 2008) แลวจะพบวาการดําเนินงานมีอยู 2 ชวงใหญๆ คือ ชวงเริ่มตนการ จัดการ ไดแก กระบวนการ CBDRM ขั้นที่ 1-5 และชวงสานตอการจัดการ ไดแก กระบวนการ CBDRM ขั้นที่ 6-7
  15. 15. 14 ขั้นตอนที่ 7 • การติดตามการทํางาน การรายงานผลและการปรับปรุงแกไข 6 • การเสริมสรางขีดความสามารถใหแกชุมชน 5 • การประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวมของชุมชน 4 • การจัดทําแผนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวมของชุมชน 3 • การจัดองคกรชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ 2 • การทํามวลชนสัมพันธ และการสรางความเขาใจกับชุมชน 1 • การเลือกชุมชนและพื้นที่ดําเนินงาน ภาพที่ 1 ขั้นตอนของการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน 1.1 ชวงเริ่มตนการจัดการ กอนที่ศูนยเตรียมความพรอมปองกันภัยพิบัติแหงเอเชีย (ADPC) จะจัดการอบรม CBDRM ในป พ.ศ.2547 ชาวบานไดรับการสนับสนุนขององคกรพัฒนาเอกชนในการจัดระบบการ รวมกลุมและสรางการเรียนรูผานการลงมือปฏิบัติตั้งแตพักอยูที่ศูนยพักชั่วคราวบางมวง ในการ แกปญหาความเปนอยูจากผลกระทบของสึนามิ เชน การฟนฟูและจัดตั้งกลุมอาชีพ การ แกปญหากรรมสิทธิ์ที่ดิน การฟนฟูวัฒนธรรมซึ่งเปนกระบวนการรวมคน บําบัดความโศกเศรา เสียใจ สรางความมั่นใจและเพิ่มพลังชีวิต การสนับสนุนใหชุมชนทําแผนแมบทในการแกปญหา และพัฒนาชุมชนระยะยาวเพื่อการพึ่งพาตนเอง การสานเครือขายผูประสบภัยสําหรับ แลกเปลี่ยน รับฟงปญหาระหวางผูประสบภัยและยื่นขอเสนอในการจัดการปญหาตอภาครัฐ ซึ่ง เปนกิจกรรมที่วางรากฐานในการจัดการตนเองใหกับชาวบาน จนเมื่อชาวบานยายจากศูนยพักชั่วคราวบางมวง กลับมายังชุมชนบานน้ําเค็มซึ่งเปนที่พัก อาศัยเดิม การสรางทีมที่จะเตรียมพรอมตอความเสี่ยงจากคลื่นสึนามิซึ่งเคยสรางความสูญเสีย ใหกับชุมชนก็เริ่มขึ้นโดยมีชาวบานเปนตัวหลักในการตั้งคณะกรรมการ จัดการคนในชุมชนให ทําหนาที่ตางๆ โดยมีศูนยในการบริหารการจัดการ คือ ศูนยประสานงานชุมชนบานน้ําเค็มซึ่ง ทําหนาที่ประสานกับองคกรที่เขามาชวยทั้งภาครัฐ องคกรพัฒนาเอกชน อาสาสมัครและคน ทั่วไป และศูนยอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน (อปพร.) บานน้ําเค็ม เปนแกนหลักในการ เฝาระวังและเตรียมพรอมตอภัยจากคลื่นสึนามิ โดยมีองคกรบริหารสวนตําบลบางมวงสนับสนุน งบประมาณในการอบรมและจัดซื้ออุปกรณที่จําเปนตอการกูภัย การซอมอพยพ สวนองคกร พัฒนาเอกชนเปนพี่เลี้ยงที่ใหคําปรึกษาในการทําแผนจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติซึ่งตองใช เวลาถึง 1 ปเต็ม
  16. 16. 15 1.2 ชวงสานตอการจัดการ หลังจากที่เกิดแผนเตรียมความพรอมรับมือกับภัยพิบัติจนชุมชนตั้งทีมและสามารถดําเนินงาน จนเปนระบบของตนเองแลว องคกรพัฒนาเอกชนที่อยูในพื้นที่ก็คอยๆ ลดบทบาทของตนเองลง จากพี่เลี้ยงที่อยูใกลชิด มาเปนผูชวยที่คอยสังเกตการณ ใหคําปรึกษาเมื่อชุมชนตองการความ ชวยเหลือและใหการสนับสนุนการพัฒนาความสามารถตอยอดที่จําเปนตอการพัฒนาตนเองของ ชุมชน สวนภาครัฐหลังจากสนับสนุนกระบวนการ CBDRM และทีมอปพร.ของบานน้ําเค็มแลว ยังมีการพัฒนาความสามารถของอาสาสมัครตอเนื่องดวยการฝกอบรมทักษะในการกูชีพกูภัยใน โครงการ หนึ่งตําบล หนึ่งทีมกูภัย (OTOS) และนําชุมชนเขารวมโครงการชุมชนเขมแข็ง เตรียมพรอมปองกันภัยเปนชุมชนนํารองในป พ.ศ.2551 ซึ่งใชถึงเวลา 1 ปเต็มในการพัฒนา ระบบขอมูลและการจัดการความรูดานภัยพิบัติของชุมชน พัฒนาแผนการจัดการความเสี่ยงภัย ตอยอดจาก CBDRM เดิมที่ไดรับการอบรมไวแลวใหเขมแข็งใหครอบคลุมภัยอื่นๆ ตลอดจน สามารถพึ่งพาตนเองในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ใน กระทรวงมหาดไทยเปนผูรับรองใหบานน้ําเค็มไดเปนชุมชนนํารองในโครงการชุมชนเขมแข็ง เตรียมพรอมปองกันภัย 2. การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน ในศึกษาครั้งนี้ใชแนวคิดการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน (DFID, 2000) ศึกษาความสัมพันธของ องคประกอบที่มีผลตอวิธีการดํารงชีวิต 5 ประการ นํามาอธิบายแนวทางในการพัฒนาการ จัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแกชุมชนโดยใชความคิดเห็นจากผูเชี่ยวชาญดานปญหาและแนว ทางแกไขที่พบในการดําเนินงานตามกรอบการดําเนินงานการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน ตนทุนในการดํารงชีวิต วิธีการ ดําเนิน ชีวิต H = ทุนมนุษย (humancapital) N = ทุนธรรมชาติ (natural capital) F = ทุนทางการเงิน (financialcapital) P = ทุนกายภาพ (physicalcapital) S = ทุนทางสังคม (socialcapital) H S N P F ความเสี่ยงและ ความเปราะบาง -ความเสียหาย -แนวโนม -ฤดูกาล องคกรและกระบวนการ ที่กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง โครงสราง -ภาครัฐ -ภาคเอกชน กระบวนการ -กฎหมาย-นโยบาย -วัฒนธรรม - สถาบัน ผลที่ชุมชนไดรับ -รายไดที่เพิ่มขึ้น -ความเปนอยูที่ดีขึ้น -ความเปราะบางลดลง -มีความยั่งยืนในการ ใชทรัพยากรธรรมชาติ มากขึ้น ภาพที่2 กรอบการดําเนินงานในการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน (Sustainable livelihoods framework) องคประกอบในการดํารงชีวิตอยางยั่งยืนทั้ง 5 ประการ ดังภาพที่ 2 นั้น มีความสัมพันธกัน คือ
  17. 17. 16 - บริบทของความเสี่ยงและความเปราะบาง (vulnerability context) ใชอธิบายความเสี่ยง ของชุมชนที่อาจเกิดความเสียหายอยางฉับพลัน เชน ภัยธรรมชาติ การขาดเงินใชจาย ปญหาความขัดแยง การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เชน การทําอาชีพในชวงฤดูตางๆ แนวโนมของปจจัยตางๆ ที่มีผลกระทบตอวิถีการดํารงชีพ เชน แนวโนมประชากร ทรัพยากร เศรษฐกิจ รัฐบาล นโยบาย และเทคโนโลยี เปนตน - ตนทุนในการดํารงชีวิต (livelihood assets) ใชอธิบายถึงตนทุนชุมชนนํามาใชในการ ดําเนินงาน ไดแก H = ทุนมนุษย (human capital) เชน ความรู ขีดความสามารถในการทํางาน ภาวะผูนํา สุขภาพ N = ทุนธรรมชาติ (natural capital) เชน พื้นที่ทํากิน การชลประทาน ทรัพยากรชายฝง F = ทุนทางการเงิน (financial capital) เชน เงินเดือน กองทุนในชุมชน เครื่องมือทํากิน บาน P = ทุนกายภาพ (physical capital) เชน ถนน ไฟฟา ประปา และสาธารณูปโภคตางๆ S = ทุนทางสังคม (social capital) เชน การรวมกลุม ภาคีเครือขาย ประชาสังคมที่สนับสนุน - องคกรและกระบวนการที่กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง (transforming structures & processes) ใชอธิบายปจจัยสนับสนุนจากอิทธิพลของทรัพยากร ที่ในขณะเดียวกันก็ทําให เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาครัฐและชุมชน ที่นําไปสูการปรับปรุงการดําเนินงานเพื่อสราง ความมั่นคงในการดําเนินชีวิต ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้มีกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัย พิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานเปนกระบวนการที่สรางการเปลี่ยนแปลง - ยุทธวิธีในการดําเนินชีวิต (livelihood strategies)ใชอธิบายแนวทางในการปรับปรุงวิธี ดําเนินชีวิตใหมีความมั่นคงมากขึ้น - ผลที่ชุมชนไดรับ (livelihood outcomes) เปนผลไดที่เกิดจากการเลือกวิถีการดําเนินชีวิต ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้จะใหความสําคัญกับการลดความเปราะบางในการดํารงชีวิตเปนหลัก 3. ภาพรวมของปญหาและแนวทางแกไขในการดําเนินงาน ในการตั้งทีมเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติชวงแรกๆพบวา ชาวบานขาดความเชื่อถือในการ ดําเนินงานกันเอง ปญหาอคติและความขัดแยงภายในชุมชน ซึ่งแกไขไดโดยสรางความรูความ เขาใจในการดําเนินงานและสรางความรวมมือกันในการแกปญหาและลดความขัดแยงที่เกิดขึ้น จนเขาสูชวงสานตอการจัดการ ก็พบปญหาดานการสรางการมีสวนรวมในระยะยาวและปญหา การขาดงบประมาณในระยะยาว ซึ่งสามารถแกไขไดโดยดวยการผสานกลุมตางๆในชุมชน ให เกิดการสื่อสารกันอยางตอเนื่อง ซึ่งนําไปสูการพึ่งพาตนเองในการสรางรายไดมาสํารองหรือ หมุนเวียนการดําเนินงานตอไป สวนปญหาที่มาจากภายนอกชุมชน โดยมากจะมาจากขอจํากัด ของภาครัฐ การแกปญหา คือ ผูปฏิบัติงานจากทุกภาคสวนปรับเปลี่ยนทัศนคติใหเปนการ ทํางาน ทุกองคกรตองทํางานเปนทีมเดียวกัน ตองใหความสําคัญกับการดําเนินงานโดยชุมชน เปนฐาน กลาวคือ ตองทํางานโดยใหชุมชนเปนศูนยกลาง ทุกสวนตองเห็นประโยชนของชุมชน เปนหลัก ใหอํานาจการตัดสินใจอยูที่ชุมชน
  18. 18. 17 4. แนวทางการพัฒนาและขยายผลการดําเนินงาน 4.1 แนวทางในการพัฒนาการดําเนินงาน จากการสัมภาษณถึงปญหาและแนวทางในการแกไขจากการดําเนินงานในขางตน ผูวิจัยไดสราง แนวทางในการพัฒนากระบวนการ CBDRM ทั้ง 7 ขั้น ออกมาเปนแผนภาพที่ 3 ไดดังนี้ ภาพที่ 3 แนวทางแกปญหาที่พบในกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน การจัดองคกรชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ 3 ขั้นแรกตองคนหาแกนนําที่เปนตัวจริงมาเปนอาสาสมัครรวมกันทํางาน จากนั้นกระตุนใหภายในชุมชนไดเชื่อมโยงการเรียนรูเขาดวยกัน องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองมีสวนรวมในการประเมินความเสี่ยง ทําแผนลดความ เสี่ยงของชุมชน และเผยแพรแผนที่เกิดขึ้นสูชาวบานทั่วไปดวย การประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวมของชุมชน 4 การจัดทําแผนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวม 5 ทําแผนโดยใหอํานาจในการตัดสินใจ (Empowerment) โดยการมีสวนรวม จากภายในชุมชนเปนหลัก ตามความรูความเขาใจและการยอมรับรวมกัน การเสริมสรางขีดความสามารถใหแกชุมชน 6 ควรสนับสนุนทํางานภาคชุมชนใหเขมแข็ง ควบคูกับสอนวิธีใชอํานาจหนาที่และ แนวทางดําเนินงานภาคปฏิบัติในเชิงรุก แกผูบริหารองคกรปกครองสวนทองถิ่นดวย การติดตามการทํางาน การรายงานผลและการปรับปรุงแกไข 7 สรางเครือขาย ผสานคณะทํางานดานการจัดการภัยเขากับกลุมตางๆ ในชุมชนและขยาย ไปสูนอกชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนบทเรียน ควรตรวจสอบการรวมกลุมของคณะทํางานเปนประจําทุกป วาฝอหรือสลายตัวไปหรือยัง เพื่อที่จะไดสนับสนุนใหมีการสรรหาผูที่มาดําเนินงานแทนผูที่หายไป ทุกภาคสวนรวมกัน สื่อสารเรื่องสิทธิ หนาที่ และความรูพื้นฐานดานภัยพิบัติอยางชัดเจน เพื่อสรางความตระหนักในการจัดการตนเองแกชุมชน การทํามวลชนสัมพันธ และการสรางความเขาใจกับชุมชน2 เลือกชุมชนที่มีความพรอมและความตั้งใจตอการจัดการตนเองกอน การเลือกชุมชนและพื้นที่ดําเนินงาน 1 ขั้นตอนที่
  19. 19. 18 4.2 โมเดลการสําหรับการขยายผลการดําเนินงาน จากการสรุปขอมูลในการสัมภาษณ ผูวิจัยไดนําบทเรียนและปญหาที่พบในการดําเนินของชุมชน บานน้ําเค็มสามารถสรางโมเดลการเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติดวยกระบวนการจัดการความ เสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน ดังโมเดลในภาพที่ 4 โดยนําผลบทเรียนจากการจัดตั้งทีม ประสานงานของบานน้ําเค็มที่สามารถนําไปใชในการขยายผลสูชุมชนอื่นๆ ไดเปนขั้นตอนการ ดําเนินงานดังนี้ เตรียมพรอมชวยเหลือกันและกันในอนาคต ชวงเริ่มตนการจัดการชวงสานตอการจัดการ รวมกลุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สรางความตระหนัก หาแกนนําและสรางทีม แบงหนาที่รับผิดชอบ สรางทีมปฏิบัติงาน สรางแผนเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติ วางรากฐานการจัดการตนเอง หาแกนนําตัวจริงที่จะรับผิดชอบการดําเนินงาน ทุนมนุษย ทุนทาง สังคม ทุนทาง การเงิน ทุน สิ่งแวดลอม ทุนทาง กายภาพ ทรัพยากร ผสานเขากับกลุมตางๆในชุมชน สรางเครือขายกับชุมชนขางเคียง และองคกรที่เกี่ยวของ พัฒนาขีดความสามารถเพิ่มเติม โยงการดําเนินงานและการรวมกลุม สรางการดําเนินงานในระยะยาว พัฒนาทักษะการจัดการภัยพิบัติ(สรางทุนมนุษย) ภาครัฐเอื้ออํานาจดวยการรับรองการดําเนินงาน ระดมความคิดประเมินความเสี่ยงรวมกับชาวบาน ตอยอดทักษะในการจัดการภัยที่จําเป็นเพิ่มเติม ดําเนินงานลดความเสี่ยงทางกายภาพแกชุมชน จัดหาเครื่องมือและอุปกรณที่จําเป็นในการจัดการ แลกเปลี่ยนเรียนรู สะทอนบทเรียนระหวางชุมชน ตองมีพี่เลี้ยงที่ให คําปรึกษาใน การดําเนินงาน สื่อสารเรื่องความ รับผิดชอบและ เจาภาพที่ชัดเจน ภาพที่ 4 โมเดลการเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติของชุมชนบานน้ําเค็ม
  20. 20. 19 4.3 ภาพรวมของแนวทางในการพัฒนาการดําเนินงาน การจัดการที่ยั่งยืนนั้นไมสามารถทําแยกสวนเพียงประเด็นใดประเด็นเดียวได การสรางรากฐาน ใหชุมชนจัดการตนเองไดอยางแทจริงนั้นตองแกปญหาตางๆไปพรอมๆกัน โดยการ เตรียมพรอมรับมือภัยพิบัตินั้น ควรเริ่มผูปฏิบัติงานควรเริ่มจากศึกษาทุนทั้ง 5 ประการ ที่มีอยู ในชุมชนไดแก ทุนมนุษย ทุนทางสังคม ทุนสิ่งแวดลอม ทุนกายภาพ และทุนทางการเงิน โดย ใหความสําคัญกับการใชทุนทางสังคมและการสรางทุนมนุษย มาสรางกระบวนการที่จะ กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะพัฒนาชุมชน ซึ่งในการสนับสนุนในชุมชนเกิดการจัดการตนเอง นั้น ภาครัฐควรพัฒนานโยบายใหเจาหนาที่กับชุมชนปฏิบัติงานดวยการมีสวนรวมกันเพิ่มมาก ขึ้น ขณะเดียวกันก็ควรจะสงเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู ทั้งระหวางชุมชนและระหวางภาคสวน ขับเคลื่อนใหเกิดเครือขายที่พรอมจะชวยกันแกปญหา บทสรุป ในการศึกษาปญหาที่พบในการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานของชุมชน บานน้ําเค็มจากภาคประชาสังคมนั้น พบวา ในการแกปญหานั้นทุนมนุษยและทุนทางสังคมเปน ปจจัยหลักในการขับเคลื่อนชุมชน กลาวคือ ความรูที่มีอยูในทุนมนุษยและความรวมมือจากทุก ภาคสวนทั้งภายในชุมชนและภายนอกชุมชนจากทุนทางสังคม เปนสิ่งที่ชวยคลี่คลายปญหาดาน การมีสวนรวม ปญหาดานงบประมาณ ปญหาดานความรูความเขาใจในสิทธิหนาที่ในการ ดําเนินงาน ปญหาดานสภาพแวดลอมและปญหาดานการประสานงานระหวางองคกร ในขณะที่ ทุนทางการเงินและทุนทางกายภาพยังเปนขอจํากัดในการดําเนินงาน ปญหาและแนวทางการในการแกไขที่กลาวมาในขางตน ไดสะทอนใหเห็นวา แนว ทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน จะตองใหความสําคัญกับ การวางรากฐานใหคนในชุมชนพึ่งพาตนเองเปนหลักตั้งแตตน โดยสนับสนุนใหชาวบานรวมกลุม กัน ระดมความคิดมาวางแผนจัดการปญหา ซึ่งถัดมาก็ตองตอยอดทางความรู ทั้งจากการ สะทอนประสบการณจากดําเนินงานมาเปนบทเรียนและการแลกเปลี่ยนเรียนรูจากชุมชนอื่นมา ปรับใชกับการดําเนินงานของตนเอง รวมกับเขารับการอบรมทักษะดานตางๆที่จะสรางเสริมการ พัฒนาศักยภาพของสมาชิกหรือคณะกรรมการของชุมชน เพื่อพัฒนาการดําเนินงานของชุมชน ตอไป อภิปรายผล ในการศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติตามแนวคิดการดํารงชีวิต อยางยั่งยืน นอกจากความคิดเห็นจากผูเชี่ยวชาญแลว ควรมีการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อสํารวจ ความคิดเห็นที่มีตอความเสี่ยงและความเปราะบาง ตนทุนในการดํารงชีวิตของชุมชน และการ จัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในชุมชนที่ผานมา รวมไปถึงความตองการของคนใน ชุมชนที่มีตอการพัฒนาการดําเนินงานตอไป
  21. 21. 20 เอกสารอางอิง นิลุบล สูพานิช, 2006, คูมือแนวทางการปฏิบัติงานสําหรับผูปฏิบัติงานภาคสนาม ในการ จัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐานในประเทศไทย, กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย, 2549. สุริชัย หวันแกว และคณะ, 2549, สังคมวิทยา สึนามิ: การรับมือภัยพิบัติ, นโยบายการรับมือ ภัยสึนามิ, สถาบันวิจัยสังคม และศูนยการศึกษาการพัฒนาสังคม คณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, พิมพครั้งที่ 1 พฤศจิกายน 2550,: กรุงเทพมหานคร. Seixas et al., Self-organization in integrated conservation and development Initiatives, International Journal of the Commons, Vol.2, no 1 January 2008, pp. 99-125. DFID. 2000, Sustainable Livelihoods Guidance Sheets. Department for International Development. (Available at www.livelihood.org/info_guidancesheets.htm.).
  22. 22. 21 น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ
  23. 23. 22 น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ เลาเรื่องโดย ไมตรี จงไกรจักร กลับจากกรุงเทพฯ วันที่ 18 ตค. 53 เวทีปฏิรูปประเทศไทย มาถึงบานยังไมทันไดพัก กันเลยทีมงานก็ยกโขยงมาที่ศูนยประสานงาน ไม ชาวเลซอยองคการ บอก “ผมรับไมไดกับ ขาวที่เห็นพี่นองเราลอยคอในน้ํามาหลายวัน บางพื้นที่ยังไมไดรับความชวยเหลืออะไรเลย เหมือนตอนที่พวกเราถูกสึนามิ อยางไรผมคิดวาพี่นองเราที่กําลังประสบภัยน้ําทวมอยูตองได ขาวกิน” แลวทีมงานจึงตั้งวงคุยกันเปนเรื่องราววาจะเอาอยางไร เราทําอะไรไดบางไดคุยเรื่อง การเตรียมการของผูประสบภัยสึนามิ จ.พังงา ไดมีการโทรศัพทพูดคุยและประสานงานกับพี่นอง จ.ภูเก็ต ระนอง ประจวบคีรีขันธ เพื่อระดมของบริจาคและเตรียมอุปกรณเกี่ยวกับการทําอาหาร เพื่อไดนํามาใหพี่นองผูประสบภัยน้ําทวม 2 วัน เชาวันที่ 20 ต.ค. 53 ขาวเรื่องจะไปชวยชุมชนน้ําทวมที่นค฀±

×