Your SlideShare is downloading. ×
  • Like
รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Now you can save presentations on your phone or tablet

Available for both IPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ

  • 104 views
Published

รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ …

รวมเรื่องราวการฟื้นฟูน้ำท่วมปี 53 รวมไว้ในหนังสือชื่อบทเรียน 6 ปี สึนามิ
จาก ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้

Published in Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
104
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
2
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. 0 เอกสารประกอบ เวที 21 ธันวาคม 2553
  • 2. 1 สารบัญ ลําดับ พื้นที่ เรื่อง หนา ประสบการณจากน้ําคลื่น 1 พังงา กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย 2 2 พังงา การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัย พิบัติโดยชุมชนเปนฐานจากภาคประชาสังคม : กรณีศึกษา ชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่วปา จ.พังงา 11 ประสบการณสูน้ําทวม 3 นครราชสีมา น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ 21 4 ลพบุรี บทเรียนจาก น้ํา น้ํา ประสบการณสํารวจพื้นที่น้ําทวม อ.บานหมี่ จ.ลพบุรี 20-25 ตุลาคม 2553 28 5 ปทุมธานี กระบวนการ “สรางสายใยเครือขาย ทามกลางสายน้ํา... ทวม” กรณี : เครือขายสิ่งแวดลอมชุมชนจังหวัดปทุมธานี 39 6 สงขลา ประสบการณการรับมือภัยพิบัติ น้ําทวมใหญ 2010 และพายุดีเปรสชั่น บทเรียนจากภาคสาธารณสุข 44 7 สงขลา เครือขายอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติจังหวัดสงขลา 62 8 ปตตานี หลังพายุใหญพาดผาน "อาวปตตานี" 70 9 กรุงเทพ สรุปบทเรียน ศอบ (ศูนยอาสาประชาชนฟนฟูภัยพิบัติ) 76 10 ภาคอีสาน (ราง) ขอเสนอเบื้องตนแผนงานปฏิรูปการจัดการน้ําอีสาน คณะอนุกรรมการปฏิรูปที่ดิน ทรัพยากร สิ่งแวดลอม และน้ํา 105
  • 3. 2 กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย
  • 4. 3 กระบวนการฟนฟูวิถีชีวิตโดยผูประสบภัยเปนแกนหลัก กรณี : พื้นที่ประสบภัยสึนามิ ชายฝงอันดามัน ประเทศไทย โดย นายไมตรี จงไกรจักร เครือขายผูประสบภัยสึนามิ นายจํานงค จิตรนิรัตร อาสาสมัครสึนามิ นางปรีดา คงแปน มูลนิธิชุมชนไท ความเปนมาและการเริ่มกระบวนการ หลังจากเหตุการณคลื่นยักษสึนามิถลม 6 จังหวัด ชายฝงทะเลอันดามัน ที่สงผลใหเกิด ความสูญเสียชีวิตคนในครอบครัว ทรัพยสิน เครื่องมือประกอบอาชีพ การทํามาหากิน ฯลฯ จาก ปญหาวิกฤตความเดือนรอนเฉพาะหนาในชวงแรก ไดนํามาสูปญหาที่ยิ่งใหญขึ้น ชาวบานบาง ชุมชนไมสามารถกลับไปปลูกบานในที่เดิมได เนื่องจากปญหาที่ดิน ซึ่งเปนปญหาพื้นฐานเดิม แตการเกิดคลื่นยักษถลมทําใหเปดภาพปญหาเรื่องที่ดินของชาวบานที่อาศัยอยูชายฝงทะเลมา ยาวนานมีความชัดเจนและรุนแรงขึ้น นอกจากนี้สึนามิทําใหพบวากลุมคนชาวเล กลุมคนไทย พลัดถิ่น และกลุมประมงพื้นบาน ที่มีวัฒธรรมและวิถีชีวิตเรียบงายกับธรรมชาติ และเปนเจาของ ทะเลที่แทจริง กําลังถูกรุกรานจากขางนอกอยางรุนแรง จากหมูบานที่ประสบภัยธรณีพิบัติ 407 หมูบาน จํานวนผูเดือดรอน 12,480 ครอบครัว บานพักอาศัยเสียหาย 6,824 หลัง มีชุมชนผูประสบภัยรายแรง 47 หมูบาน ประมาณ 5,448 ครอบครัว ซึ่งมีผูเสียชีวิตประมาณ 8,000 คน เหตุการณภัยพิบัติแตละครั้งที่เกิดขึ้น ประชาชนจํานวนมากเดือดรอนสิ้นเนื้อประดาตัว อกสั่นขวัญหาย คนที่รอดชีวิต มีทั้งหวงการคนหาศพของญาติพี่นองที่ตายหรือสูญหาย และตอง กังวลกับการหาอาหาร น้ํา ยาและที่พักที่ปลอดภัย ทามกลางการทํางาน พวกเราหลอรวมประสบการณ รวมพลังทั้งหมดที่มีอยู ชวยกัน ทํางาน แบงงานกันทําโดยอัตโนมัติ มีเปาหมายเดียวกัน คือแกปญหาผูประสบภัยทั้งเฉพาะหนา และระยะยาว เปนประสบการณที่อยูในความทรงจําของทุกคน .... ทั้งชาวบานที่ประสบภัยสึ นามิ......และนักพัฒนาก็เรียนรูการแกปญหาไปกับกระแสสึนามิ เชนกัน . ในภาวะฉุกเฉิน ผูที่เดือดรอนจะรอรับบริการอยางเดียวไมได เพราะจะมีผูเดือดรอน จํานวนมาก ปญหาที่เกิดขึ้นแตละครอบครัวมีมากตามมาดวย ประกอบกับระบบของหนวยงาน ราชการตางๆ ไมคลองตัว ไมไดมีแผนเพื่อการรับมือกับปญหาวิกฤติ หนทางที่ดีที่สุดคือ ทํา ใหผูประสบภัย ลุกขึ้นมาแกปญหาดวยตัวของเขาเอง การสนับสนุนให ผูเดือดรอนชวยเหลือ กันเอง และสรางการมีสวนรวม หลักๆคือ การรวมคนเดือดรอน รวมเสบียง รวมดูแลคนออนแอ รวมหาที่อยูอาศัย ทําใหการฟนฟูทุกดานจะเกิดขึ้นอยางรวดเร็ว และมีพัฒนาการตอเนื่องระยะ ยาวบทเรียนกรณีภัยพิบัติสึนามิ มีขั้นตอนที่สําคัญ ดังนี้
  • 5. 4 ๑. การกูวิกฤติ ในชวง ๗ วันแรกของการเกิดภัยพิบัติ กรณีสึนามิในประเทศไทย ไม มีแผนการเตรียมความพรอมลวงหนา แตเมื่อเกิดเหตุ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ออกมา ชวยเหลือเองโดยอัตโนมัติ แบงเปน ๓ สวน หลักๆ คือ ๑.) การชวยแหลือผูบาดเจ็บและคนหา ศพ ที่ประกอบดวยทั้งภาครัฐและเอกชน ตางคนตางลงพื้นที่อยางอิสระของแตละองคกร แต เปนความรวมมือที่ดี เมื่อขอมูลมารวมที่โรงพยาบาล วัด และศาลากลางจังหวัด ๒.) การระดม ของชวยเหลือ ซึ่งจะมีการสื่อสารทุกรูปแบบทั้ง โทรศัพท วิทยุและโทรทัศน การบริจาค ชวยเหลือจึงมาจากทั่วประเทศอยางรวดเร็ว ๓.) การสํารวจแบบเร็วๆวาคนที่รอดตายและ เดือดรอนจะอยูตอไปอยางไร เพราะอยูในภาวะสับสนวุนวาย วัดหรือโรงเรียนอยูอาศัยได หรือไม หองน้ําควรมีการจัดหาเพิ่มเติม การทําศูนยพักชั่วคราว ควรมีการสํารวจพื้นที่โดย สอบถามกับผูประสบภัย ใหไดพื้นที่ที่ผูประสบภัยเชื่อวาปลอดภัย เชน กรณีเกิดภัยสึนามิ ตอง เปนพื้นที่ไกลทะเล ๒. จัดหาเตนสและที่พักชั่วคราว เพื่อเปนที่รวมคน สรางขวัญกําลังใจผูประสบภัย และบรรเทาทุกขเฉพาะหนา เหตุผลที่ตองหาเตนสที่พักชั่วครา เพราะการสรางบานพัก ชั่วคราวตองใชเวลานานนับเดือน ควรมีการวางแผน ทําผังการกางเตนส และมีกําลังคนที่มาก พอ คืนแรกผูประสบภัยเขามาพักอาจจะไมมาก แตคืนที่สองคืนที่สาม จะมีคนเขามาเพิ่มอีก หลายเทาตัว นักจัดระบบชุมชนตองมีทีมในการจัดการ ควรมีทีมทําขอมูล และ มีการจัด สํานักงานฯเพื่อเปนศูนยกลางในการประสานงาน ๓. เริ่มจัดระบบชุมชนในที่พักชั่วคราวทันที โดยแบงเปนกลุมยอย หรือโซน ตามกลุม ผูเดือดรอน อาจใชแถวเตนเปนตัวแบง หรือตามสภาพ กลุมหนึ่งไมควรเกิน ๒๐ ครอบครัว แต ละกลุมเลือกตัวแทน ๓-๕ คน มาเปนคณะประสานงาน ๔. จัดประชุมตัวแทนกลุม หรือ คณะประสานงาน เพื่อ สรางแกนนําใหม ทามกลาง วิกฤต ในชวงแรกควรมีการประชุมหารือรวมกันทุกคืน รวมทั้งจัดประชุมชี้แจงแกผูเดือดรอน กระตุนใหมาแกปญหารวมกัน ไมรอใหคนอื่นชวยเพราะผูเดือดรอนมีจํานวนมาก แตคนชวยมี นอย ผูประสบภัยตองเริ่มเองกอน แลวบอกความตองการที่ชัดเจนตอผูที่จะมาชวยเหลือ และใชที่ประชุมใหญตั้งกติกาการอยูรวมกันในที่พักชั่วคราว ๕ใการแกปญหาเฉพาะหนารวมกัน แตละคนจะเอาเรื่องที่เดือดรอนมาหารือกัน มีการ วางกติกาการอยูรวมกัน...เชน ไมดื่มเหลา การดูแลความปลอดภัย การรับของบริจาค การ จัดการขยะ การดูแลเด็ก ฯลฯ ๖ใการประชุมปรึกษาหารืออยางเขมขน.....และนําผลที่ไดไปปฎิบัติ มีการติดตามผล รวมกันเปนการเรียนรูทามกลางการทํา ทําใหแกนนําเริ่มเขาใจการรวมคิดรวมทํา ในการ จัดการศูนยพักชั่วคราวรวมกัน อยางคอยเปนคอยไป
  • 6. 5 ๗ .รวบรวมขอมูลของสมาชิก เชน ชื่อ สกุล สมาชิกครอบครัว ผูพิการ คนทอง เด็ก คนแก คนปวย คนตาย ที่อยูอาศัยดั้งเดิม ความตองการเรงดวน ระยะยาว ควรแบงงาน ใหตัวแทนกลุมทําหนาที่ในการสํารวจ และมาสรุปรวมกัน จะเปนกระบวนการที่ทําใหตัวแทน กลุมรูจักสมาชิกในกลุมของตนเองมายิ่งขึ้น ควรมีนักแผนที่ สถาปนิก สนับสนุน มีการ ประสานสื่อมวลชน มีกลองถายรูป วีดีทัศน เก็บบรรยากาศตางๆไว ๘. ประสานงานกับหนวยงาน หรือ องคกรตางๆในการเขามาชวยเหลือ เชน จัดสราง โรงเรือนอาคารที่จําเปน เพื่อ พยาบาล อาหารเสบียง ศูนยเด็ก หรือสวม น้ําดื่มน้ําใช การดูแล ความปลอดภัย-จัดทําแผนระยะตางๆเสนอตอฝายเกี่ยวของ การประสานความรวมมือหลายองคกรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทามกลางภาวะความ ไรระเบียบ เพื่อใหการจัดระบบการชวยเหลือประสบภัยบรรลุเปาหมาย ใชการประชุมหารือ รวมกันเปนหลัก กรณีที่พักชั่คราวอบต.บางมวง เตนสที่พักจํานวนกวา 800 หลัง เปนที่ดึงดูดให ผูสนับสนุนทั้งหลายหลั่งไหลเขามาไมขาดสาย มีกลุมองคกรตางๆมากวา 50 แหงที่มารวม สนับสนุน เปนพลังภาคประชาชนที่นาสนใจ ๙. การจัดระบบรับบริจาคเขากองกลาง เพื่อแกวิกฤตความวุนวาย สลายความขัดแยง และเปนแบบฝกหัดของการสรางความเอื้ออาทรตอกัน ซึ่งกรณีประเทศไทยสงผลใหเกิดกองทุน หมุนเวียนยั่งยืนจนถึงปจจุบัน หลังจากที่มีการตั้งเตนสชั่วคราวนับพันหลัง การหลั่งไหลของผูบริจาคมีเขามาอยาง มากมาย ผูบริจาคสวนใหญ ตองการแจกของใหถึงมือผูประสบภัย มีการเขาแถวรับของกัน วันละนับสิบครั้ง บางรายนําของมานอยบางคนไดบางคนไมได เกิดความขัดแยงกันขึ้น ประกอบกับที่พักเล็กมากจนไมมีที่เก็บของ...... ควรมีการประชุมหารือเรื่องการรับบริจาคของและเงินเขากองกลาง และมีการตั้ง คณะทํางาน ฯ เพื่อทําหนาที่อธิบายใหผูบริจาคเขาใจ การติดปายประชาสัมพันธแจกเอกสาร เปนภาษาอังกฤษ การเปดบัญชีธนาคารรวมกัน ของเขาโกดังตองมีการจัดระบบการเบิกจาย ของใชที่จําเปนอยางเปนธรรม ๑๐. ทีมหลักในการจัดการบริหารศูนยพักชั่วคราวควรเปนนักพัฒนาที่มีประสบการณื มีความยืดหยุนคลองตัว สวนราชการเปนหนวยสนับสนุน ทีมงานควร พักอาศัยในแคมป เพื่อประเมินสถานการณเปนระยะ ๑๑ . สรางศูนยกลางขยายการชวยเหลือไปสูพื้นที่อื่นตอไป เมื่อจัดระบบแคมปแรกลง ตัวแลว ที่สําคัญสนับสนุนใหทีมตัวแทนชาวบาน ไดเปนผูขยายการชวยเหลือเพื่อนผูเดือดรอน ดวยตัวเอง เพื่อสนับสนุนใหเกิดการผูกใจ สรางความสัมพันธที่ดี และเปนเพื่อนกันระยะยาว แคมปแรกเกิดระบบการดูแลระดับหนึ่ง กอนขยายไปสูที่อื่น เชน มีเสบียงอาหาร หมอ ตัวแทนกลุมการประชุม ขอมูล ระบบองคกรหนวยงาน การดูแลผูออนแอ สถานที่ศาสนพิธี ๑๒. สรางกิจกรรมหลากหลายตามความจําเปน และเปนการเตรียมความพรอม ชาวบาน เชน ศูนยเด็กและเยาวชน กลุมอาชีพ (อาจหวังผลทางเศรษฐกิจหรือทางจิตใจ)
  • 7. 6 ฟนฟูวัฒนธรรม อาสาสมัครชุมชน การจัดการกองทุน การออมทรัพยหรือธนาคารชุมชน สํารวจศักยภาพ ( หมอยา กอสราง ตอเรือ งานฝมือตางๆ) การออกแบบ วางผัง นาไร ที่อยู อาศัย การสนับสนุนใหมีการเรียนรูทามกลางการทํา ทําใหเกิดคณะทํางานศูนยประสานงาน บานน้ําเค็มและเกิดกองทุนของชุมชนจนถึงวันนี้ การฟนฟูจิตใจแกผูประสบภัยหลายวิธี การรวมคน การสรางที่พักชั่วคราว การประชุม พูดคุย การแบงงานกันไปทํา เปนสวนหนึ่งของการฟนฟูและหลอหลอมจิตใจ นอกจากนี้ยังมี หมอจากหลายองคกร มีผูนําศาสนาเกือบทุกศาสนาที่เขามารวม ๑๓. นักพัฒนาสังเกตและศึกษาแกนนําแตละคนอยางละเอียด ทํางานทางความคิด กุมสภาพใหได อาจใชวิธีคุยบุคคล แตใหใชการประชุมทีมเปนหลัก ทุกครั้งมีการบันทึก รายงานตอวงใหญ. ..... ความคิด ทาทีการใหมีสวนรวม ...... ความมีคุณธรรม ทุกดาน ...... การประสานงานกับคนอื่น ระดมความรวมมือได ...... ขยัน ทั้งการคิด และการทํา ...... มีแนวคิดทํางานเปนทีม ๑๔. กรณีเกิดปญหาที่ดิน ภัยพิบัติทุกแหงในประเทศไทย เกิดปญหาการไลที่ จากทั้งภาครัฐและเอกชน เนื่องจากเปนปญหาที่มีมาเดิม เพื่อไมใหเปนการซ้ําเติม ผูประสบภัย ควรสนับสนุนใหสรางบานในที่ดินเดิม ปญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินพิจารณาที หลัง อาจมีการใชคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ตั้งอนุกรรมการแกไขปญหาที่ดินหลังภัยพิบัติ หรือฟองศาล แลวแตกรณี ควรมีนักกฎหมายเขามาชวยเหลือ และ สนับสนุนการจัดทําขอมูล ประวัติศาสตรชุมชน ทําแผนที่ ใชภาพถายทางอากาศยืนยัน ๑๕. การสรางบานและวางผังชุมชน แบบมีสวนรวม ควรหารือกับชาวบานหาก ชุมชนใดตองการกลับไปสูที่เดิมได ควรสนับสนุนงบประมาณในการสรางบานใหมอยางรวดเร็ว โดย มีสถาปนิกมาชวยออกแบบผังชุมชนและแบบบาน โดยใชกระบวนการมีสวนรวมของ ชาวบาน ใหเปนแบบบานที่มาจากความตองการของชาวบาน .......สอดคลองกับวัฒธรรมวิถี ชีวิตชุมชนและทองถิ่น ในชวงสรางบาน ใหใชการสราวบานเปนเงื่อนไขในการสรางคน สราง ความภูมิใจของชุมชน โดยทุกคนทั้งผูชาย ผูหญิง เด็ก มารวมกันสรางบาน ใหมีการแบงงาน กันทํา เชน มีฝายกอสราง ฝายการเงิน ฝายอาหารและน้ํา ฝายประสานงานกับอาสาสมัคร เปนตน ซึ่งกรณีเมืองไทย มี ๒ ลักษณะ คือ (๑). ชุมชนที่ผูสนับสนุนมีเงื่อนไขใหผูอยูอาศัย สรางบานกันเอง ( มีการระดมอาสาสมัครทั้งในและตางประเทศมารวมกันสราง ) เปน กระบวนการสรางการมีสวนรวมของชุมชน ทําใหคนในชุมชนรักและหวงแหนชุมชน เกิดการ เรียนรูนิสัยใจคอ ความเอื้ออาทร ความสามรถที่แทจริงระหวางกันชัดเจน เปนประโยชนกับ
  • 8. 7 การจัดตั้งคณะกรรมการในการบริหารจัดการเรื่องตางๆของชุมชนในระยะตอไป (๒) .ชุมชนที่ หนวยงานราชการ (ทหาร ) สรางบานใหแลวเสร็จ ผูอยูอาศัยเขาไปอยูอยางเดียว ขาดการมี สวนรวม ชุมชนเหลานี้ มีปญหาในการจัดการทุกดาน เพราะรอใหราชการมาจัดการให อีกทั้ง แบบบานที่สรางไมเหมาะสมกับการใชงานในวิถีประจําวัน เชน ไมมีพื้นที่วางเครืองมือประมง เปนตน และในกรณีเมืองไทย บานน็อคดาวนสําเร็จรูปจากตางประเทศไมสอดคลองกับสภาพ อากาศทําใหรอนอบอาว ๑๖. การชวยเหลือคนชายขอบ เชน ชาวเล คนไรสัญชาติ หรือแรงงานตางดาว เมื่อเกืดภัยพิบัติคนเหลานี้จะไมไดรับการชวยเหลือ เพราะไมมีบัตรประชาชน ไมมีสิทธิใด จึง ควรมีการสนใจเปนพิเศษ คนเหลานี้จะมีปญหาความไมมั่นคงในการอยุอาศัยตามมา ๑๗. การฟนฟูวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ศาสนา การละเลนพื้นบาน ภูมิ ปญญา ภาษาของชาวบาน รวมทั้งการสนับสนุนใหเกิดลานวัฒธรรม พิพิธภัณฑทองถิ่น สิ่งเหลานี้ เปนกระบวนการรวมคน สรางขวัญกําลังใจ บําบัดความโศกเศราเสียใจ สรางความ มั่นใจและเพิ่มพลังชีวิต โดยเฉพาะกลุมคนชายขอบ หรือคนกลุมนอย มีโอกาสแสดงออกใน ลักษณะตางๆ กรณีประเทศไทยสามารถฟนฟูกลุมศิลปนอันดามันที่มีการแสดง เชน ร็องแง็ง ลิเกปา มโนราห รํามะนา ฯลฯ ไดถึง ๓๐ กลุม ๑๘. การเรงสรางชุมชนใหมที่เขมแข็งในที่ดินเดิม การยายออกจากที่พักชั่วคราว กลับสูชุมชนเดิม ควรมีการวางแผนรวมระหวางผูประสบภัย และมีสิ่งอํานวยความสะดวก พื้นฐาน เชน น้ํา ไฟ ที่ทําการชุมชน คณะกรรมการชุมชนที่ผานการหารือกัน ศูนยดูแล เด็ก คนปวย กองทุนการประกอบอาชีพ หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ คารมีกิจกรรมตอเนื่องใน ชุมชน รวมทั้ง การทําบุญ ทําพิธีกรรม เพื่อสรางขวัญกําลังใจกอนการเขาบานใหมเปนเรื่อง สําคัญ อีกประการหนึ่ง ๑๙. การเกิดเครือขายผูประสบภันสึนามิ ในกรณีประเทศไทยมีการประกาศตั้ง เครือขายผูประสบภัยสึนามิ ตั้งแต ๓ เดือนแรกของการประสบภัย โดยสนับสนุนใหแกนนํา ของผูประสบภัยแตละพื้นที่ ไดพบปะแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งในเบื้องตนมีสมาชิกประมาณ ๓๐ ชุมชน และจะมีผูประสบภัยที่เพิ่มขึ้นเปน ๑๓๐ ชุมชนในระยะตอมา ใหใชปญหารวมเปน เงื่อนไขในการเชื่อมโยงกันเปนเครือขาย ฯ กรณีเมืองไทยมีปญหาที่ดิน ปญหาไมมีบัตรไมมี สิทธิไดรีบการชวยเหลือ เครือขาย ฯ จึงทําหนาที่ในการรวบรวมปญหาเสนอตอรัฐบาล โดย การเผยแพรทางสื่อสาธารณะ การเสนอผานหนวยงานราชการที่เกี่ยวของ และการเจรจากับ รัฐบาลเปนระยะ สงผลใหรัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการแกไขปญหาที่ดินในพื้นที่ธรณีพิบัติ อยางเรงดวน ๒๐. การสนับสนุนใหชุมชนทําแผนแมบทในการแกปญหาและพัฒนาชุมชนระยะยาว การยายกลับเขาสูชุมชนเดิม เรื่องอาชีพ รายได การอยูการกิน การเรียนหนังสือของเด็ก เปน เรื่องสําคัญที่จะตองสนับสนุน และการสนับสนุนควรเนนความยั่งยืน ใหผูประสบภัยสามารถ
  • 9. 8 พึ่งตนเองไดในระยะยาว ควรมีการจัดทําแผนรวมกันทั้งในระดับชุมชนวาจะทําอะไรกอนหลัง และแผนการพัฒนาความเขมแข็งของเครือขาย กรณี บานน้ําเค็ม จังหวัดพังงา นอกจากมี แผนการพัฒนาชุมชนแลว มีการทําแผนเตรียมความพรอมรับมือกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยมีทีม อาสาสมัครชาวบาน มีการซอมหนีภัย วิทยุสื่อสาร การเฝาระวังคลื่น กรณีจังหวัดภูเก็ต เครือขายชุมชนพัฒนาเมืองภูเก็ต รวมลงนามความรวมมือกับองคกรที่เกี่ยวของ ในการปลูก ปาชายเลน ๑ ลานตน การพัฒนาแกนนํา และการสนับสนุนใหเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรูดูงาน การประชุมสรุปบทเรียน ใหผูประสบภัยรวมกันระดมความเห็นและตรวจสอบจุดออน จุดแข็ง ของตนเอง เปนระยะ และนักพัฒนาควรใชทั้งความสําเร็จและความลมเหลว เปนบทเรียนใน การทําใหแกนนําชุมชนไดเขาใจ และวิเคราะหได ขั้นตอนการสนับสนุนใหกลุมผูประสบภัยเชื่อมโยงกันเปนเครือขาย กระบวนการ “สึนามิ” การแกปญหาเฉพาะหนาที่พัก / อาหาร ฯลฯ สนับสนุนการรวมกลุม / การมีสวนรวม / คณะทํางานรับบริจาคของ / คณะทํางานบานพัก สรางบานถาวร / ออกแบบบาน/ ชุมชนสรางบานเอง การฟนฟูวิถีชีวิต / วัฒนธรรม / ประเพณี / ศิลปน กองทุนฟนฟูชุมชน / เรือ / กลุมอาชีพ การพัฒนาแกนนํา / ขยายคณะทํางาน การแกไขปญหาที่ดิน/ สํารวจขอมูล / เชื่อมโยงในระดับ พื้นที่และเครือขาย การเชื่อมประสานระหวาเครือขาย“เครือขาย ผูประสบภัย6จังหวัด” การเสนอผลการฟนฟูโดยชุมชน ครบรอบ1 ป การเสนอแกปญหา เชิงนโยบาย อนุกรรมการแกไข ปญหาที่ดินสึนามิ ปญหาที่ดิน / กรณีพิพาทเอกชน /ที่ดินรัฐ การคืนสัญชาติ รัฐบาล ผลกระทบเชิงนโยบาย อพท. / โฉนดน้ํา การพัฒนา ฯลฯ ๑๔. การบริจาคเปนดาบ ๒ คม ขอควรระวัง คือ การบริจาคทําใหผูประสบภัยหวัง พึ่งพิงคนอื่นมากขึ้นจนแกไขยาก กรณีเมืองไทย คือ( ๑.) ผูบริจาคที่ใจบุญไมเขาใจการสราง เงื่อนไขใหเกิดความเขมแข็งในชุมชน บริจาคโดยไมเขาใจ ไมรูจักสภาพของชุมชน ทําใหผูนํา บางคนยักยอกเงินขาดความเชื่อถือจากสมาชิกเปนการใหที่ทําลายโดยไมเจตนา ( ๒.) ผู บริจาคที่สรางเงื่อนไขในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของชุมชน ซึ่งตองมีกลไกในการบริหาร
  • 10. 9 จัดการกองทุนรวมกัน มีการตรวจสอบ มีการแบงงานกันทํา เปนตน แตควรมีการติดตามจาก ผูสนับสนุนอยางตอเนื่อง เพราะยังมีปญหาเกิดขึ้นอีกหลายประการ ๒๓. สนับสนุนใหสรุปปญหาและ ผลการทํางานฟนฟูชุมชนของเครือขายชุมชน ผูประสบภัย เพื่อเสนอตอสาธารณะ เปนการสรางความภาคภูมิใจ ความมั่นใจในการ รวมกันคิก รวมกันทํา และรวมกันผลักดันการแกปญหาอื่นๆในระยะยาว กรณีประเทศไทย ผลการทํางานของเครือขาย มีดังนี้ • สรางบานผูประสบภัย ๑,๐๓๐ หลังใน ๑๙ ชุมชน • สรางและซอมเรือประมง ๑,๗๐๐ ลํา • จัดตั้งกลุมอาชีพ ๔๙ กลุม มีสมาชิก ๑,๕๐๐ คน • จัดตั้งกองทุนเรือ กองทุนอาชีพ และกลุมออมทรัพย ๗๒ กลุม • จัดตั้ง กลุมเยาวชน กลุมอนุรักษปาชายเลน ๑๒ กลุม • แกปญหาที่ดินได ๑๓ กรณี จํานวน ๑,๑๕๖ ครัวเรือน ขอเสนอใหรัฐแกไขปญหาเพื่อที่ชุมชนผูประสบภัยจะทํางานฟนฟูชุมชนอยางยั่งยืน ๑.) ออกระเบียบรับรองชุมชนผูประสบภัยในที่ดินรัฐ เปน “สิทธิรวมของชุมชน ” ๒.) เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่เอกชนออกโดยมิชอบ และทับซอนชุมชน ๓.) จัดหาไฟฟาและน้ําประปาใหชุมชนผูประสบภัย ๔.) แกไข ระเบียบ ขอบังที่เปนอุปสรรคในสรางบาน ๔.) เรงสํารวจแกปญหาคนไรสัญชาติ ๕.) จัดสรรงบประมาณเปนกองทุนหมุนเวียนใหชุมชนผูประสบภัย ๖.) ใหเด็กที่ประสบภัยทุกคน มีสิทธิพิเศษในการเรียนและรักษาสุขภาพ ๗.)บรรจุหลักสูตรสึนามิและภูมิปญญาทองถิ่นเกี่ยวกับการเตือนภัยในโรงเรียนริมทะเล ๘.)ใหชุมชนจัดระบบเตือนภัยของตนเองเสริมระบบเตือนภัย เชน วิทยุชุมชน วิทยุสื่อสาร ๙.) ชุมชนผูประสบภัยมีสวนรวมทุกขั้นตอนในการจัดผังที่ดินใหม ๑๐). ยกเลิกโครงการพัฒนาขนาดใหญที่กระทบตอวิถีชีวิตชุมชน
  • 11. 10 บทสรุป กรณีประเทศไทย การเกิดภัยพิบัติ ทําใหสังคมไดรับรุวา ยังมีชุมชนตาง ๆ ที่ไมไดรับ การปกปองคุมครอง และการไมไดรับสวัสดิการพื้นฐาน เชน บัตรประจําตัวประชาชน การศึกษา ยารักษาโรค เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย มีคุณภาพชีวิตต่ํากวาเกณฑปกติของคน ชายขอบ เชน ชาวเลและคนไทยพลัดถิ่น มีความไมมั่นคงในที่ดินและที่อยูอาศัย แมจะมี ประวัติศาสตรชุมชนมายาวนานกวา 100 ปก็ตาม มีนโยบายและแผนพัฒนาของรัฐที่มีผลกระทบ ตอวิถีชีวิตชาวเล ชาวประมง และวิธีการ ทํามาหากินโดยรวมและเกิดความขัดแยงในการแยงชิงทรัพยากร ชาวเลไมมีโอกาสอยูริมหาดที่ เคยอยูจอดเรือ ไมมีอิสระในการหาปลาเพราะทะเลมีเจาของ ทําอาชีพบริการไมได เพราะมี แผนการสัมปทาน ทาเรือนําลึกของตางชาติ หรือกิจการการลงทุน ตาง ๆ ไมยอมรับกติกาการอนุรักษ ทรัพยากรของชุมชนตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เปนตน สึนามิเปนภัยพิบัติจากธรรมชาติ แตเปดใหเห็นถึงสิ่งที่มนุษยกระทําตอมนุษย จะเห็น ไดวาในที่สุดแลวกลับกลายเปนปญหาความไมเปนธรรมในการพัฒนา ทีไปละเมิดสิทธิของ ชุมชน ที่อยู กอนสึนามิมานับรอยป คุณภาพชีวิตของคนชายฝงอันดามันจึงทุกขยาก ตกต่ําลง ทุกวันในขณะที่ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณกลับตกอยูในมือของนักธุรกิจทั้งไทยและตางประเทศ ที่ดินชายหาด ทั้งบนฝงและพื้นที่เกาะ แมกระทั่งปาชายเลน ก็ตกไปเปนทรัพยากรสวนบุคคล แทบทั้งหมด ซึ่งในการแกไขปญหานี้ ตองเปนการแกไขในระดับนโยบายที่เปดโอกาสให ชุมชน ประชาชนคนเล็กๆ ทุกชาติพันธุ มีสวนรวมเปนตัวหลักในการพัฒนาทองถิ่นและ ประเทศ กรณีสึนามิประเทศไทย ไดพิสุจนใหเห็นแลววา กระบวนการพัฒนาสามารถเปลี่ยน วิกฤตเปนโอกาสได สามารถทําใหคนที่ตางคนตางอยู รวมกันเปนเครือขายชวยเหลือกัน สามารถทําใหเกิดเครือขายชุมชนที่เขมแข็ง มีคุณภาพ เขารวมการพัฒนาเรื่องอื่นๆ ของสังคม ไดอยางยั่งยืน ดังนั้น การเปลี่ยนภัยพิบัติเปนกระบวนการพัฒนาควรเปนยุทธศาสตรสําคัญ ที่ หนวยงานที่เกี่ยวของในระดับนานาชาติ ทั้ง ยูเอ็น อาเซี่ยน ธนาคารโลก กาชาดสากล ฯลฯ ใหการสนับสนุนฟนฟูวิถีชีวิตชุมชนผูประสบภัยพิบัติทุกประเภท ที่กําลังเกิดขึ้นและที่จะ เกิดขึ้นอีกในอนาคต
  • 12. 11 การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยชุมชนเปนฐาน จากภาคประชาสังคม : กรณีศึกษาชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่วปา จ.พังงา
  • 13. 12 1 นักศึกษาโปรแกรมทักษะการจัดการทรัพยากรฐานชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี 2 สายสังคมศาสตรและมนุยศาสตร คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี 3 สถาบันการบริหารและจิตวิทยา การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยชุมชนเปนฐาน จากภาคประชาสังคม : กรณีศึกษาชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่วปา จ.พังงา ศิรินันต สุวรรณโมลี1 สุรพงษ ชูเดช2 และ มิชิตา จําปาเทศ รอดสุทธิ3 บทคัดยอ บทความนี้เปนนําเสนอผลการศึกษาเชิงคุณภาพเกี่ยวกับการศึกษาปญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานจากภาคประชา สังคม จากบทเรียนของชุมชนบานน้ําเค็ม ตามแนวความคิดการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน (sustainable livelihoods) โดยใชเทคนิคเดลฟาย (Delphi) ในการรวบรวมขอคิดเห็นจาก ผูปฏิบัติงานภาคประชาสังคม ไดแก ชุมชน องคกรพัฒนาเอกชนและภาครัฐที่รวมดําเนินงานกัน จํานวน 10 คน ผลการศึกษาพบวา 1) ในการดําเนินงาน พบปญหาดานการมีสวนรวม ดาน งบประมาณ ดานความรูความเขาใจในสิทธิหนาที่ในการดําเนินงานและดานการประสานงาน ระหวางองคกร 2) แนวทางในการพัฒนาการดําเนินงานคือ ภาคชุมชนควรมีการรวมกลุมและ การจัดการองคกรชุมชน (Organization Building) ซึ่งเปนหัวใจของกระบวนการจัดการความ เสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน ตั้งแตชวงตนของการฟนฟูชุมชน สวนภาครัฐและองคกร พัฒนาเอกชน ควรประสานการดําเนินงานรวมกัน โดยดานการมีสวนรวมนั้น องคกรพัฒนา เอกชนสามารถชวยทํางานเชิงลึกวางรากฐานการจัดการตนเองใหกับชุมชนได ดานงบประมาณ และอุปกรณ ในชวงตนนั้นองคกรพัฒนาเอกชนสามารถจัดหามาใหกับชุมชนไดคลองตัวกวา ภาครัฐ สวนภาครัฐสนับสนุนการสานตอการดําเนินงานใหกับในระยะยาวควบคูไปกับใหความรู และสรางความเขาใจในสิทธิหนาที่ในการดําเนินงานที่ถูกตองแกชุมชน คําสําคัญ : ภัยพิบัติ, การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน, การดํารงชีวิต อยางยั่งยืน บทนํา เหตุการณสึนามิซัดชายฝงอันดามัน ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ไดสรางจุดเปลี่ยนใหประเทศ ไทยไดตระหนักถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นจากความเสียหายจากภัยพิบัติ และไดทําใหคนไทยไดรวมตัว รวมใจเปนหนึ่งเดียวกัน จนเกิดความเปนประชาสังคม (Civil Society) จากผูที่มีจิตอาสาทั้ง ประชาชนทั่วไป ภาครัฐ และภาคเอกชนที่อยูนอกพื้นที่ประสบภัยโยงความชวยเหลือกันอยางไร พรมแดน โดยมีทุนทางสังคมของความไววางใจมาชวยลดชองวางระหวางบุคคลหรือองคกร ทํา ใหทุกภาคสวนรวมกันทํางานไดในฉับพลัน ดังกรณีของชุมชนบานน้ําเค็ม ต.บางมวง อ.ตะกั่ว ปา จ.พังงา ที่ไดรับความชวยเหลือจากภาคประชาสังคม ตั้งแตการบริจาคตามความตองการขั้น พื้นฐานไปจนถึงการสรางวิธีคิดที่ชี้ใหชุมชนเห็นความสําคัญในจัดการตนเอง
  • 14. 13 (Self-organization) เริ่มจากแกปญหาและเรียนรูจากปญหาควบคูกันไป โดยไมรอคอยแตความ ชวยเหลือจากภายนอกชุมชน(สุริชัย, 2550) กระทั่งหาแนวทางในการสรางความมั่นคงใหกับ การใชชีวิตในชุมชนโดยเลือกใชเทคนิคการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน (Community-based Disaster Risk Management: CBDRM) มากําหนดมาตรการลดความ เสี่ยงในการวางแผนการ บริหารทรัพยากร ปองกันและแกไขปญหาทุกขั้นตอน โดยอาศัยความ เขาใจดานสภาพแวดลอมและบริบทของคนในชุมชนเปนหลัก (นิลุบล, 2006) เมื่อพิจารณาปรากฏการณในขางตนแลวจะเห็นวา ความเปนประชาสังคมจากผูสนับสนุน ภายนอกและการจัดการตนเองจากภายในชุมชนเปนปจจัยที่โยงใหการฟนฟูและเตรียมพรอม รับมือกับภัยพิบัติเกิดขึ้นไดอยางครบวงจร การศึกษาในครั้งนี้จึงสนใจกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติของชุมชนบาน น้ําเค็ม ตําบลบางมวง อําเภอตะกั่วปา จังหวัดพังงา ซึ่งมีบทเรียนที่สามารถนําไปขยายผล สู แนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานจากภาคประชาสังคม โดยลดชองวางและเชื่อมโยงการดําเนินงานจากทั้ง 3 ภาคสวนไดแก ภาคชุมชน องคกรพัฒนา เอกชน และภาครัฐได วัตถุประสงค 1.เพื่อศึกษาปญหา อุปสรรค พรอมทั้งแนวทางการแกไขในการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยมีชุมชนเปนฐานของชุมชนบานน้ําเค็มจากภาคประชาสังคม 2.เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานจาก บทเรียนความรวมมือกันในภาคประชาสังคมของชุมชนบานน้ําเค็ม วิธีดําเนินการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยนําเอาเทคนิคเดลฟาย (Delphi) มาใชในการรวบรวมขอคิดเห็นเกี่ยวกับ แนวทางการพัฒนาและสนับสนุนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน โดย เลือกผูเชี่ยวชาญแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และใชวิธีบอกตอ (Snowball Sampling) จากผูปฏิบัติงาน ผูเชี่ยวชาญจากชุมชน องคกรพัฒนาเอกชนและภาครัฐ จํานวน10 คน ผลการวิจัย 1. การศึกษาบทบาทของแตละภาคสวนในกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยมีชุมชนเปนฐาน โดยทั่วไปกระบวนการ CBDRM จะประกอบดวยขั้นตอนการดําเนินงานทั้งหมด 7 ขั้นตอน (นิลุบล, 2006) ดังภาพที่ 1 ซึ่งหากแบงชวงเวลาในการดําเนินงานตามแนวคิดการจัดการตนเอง (Seixas และคณะ, 2008) แลวจะพบวาการดําเนินงานมีอยู 2 ชวงใหญๆ คือ ชวงเริ่มตนการ จัดการ ไดแก กระบวนการ CBDRM ขั้นที่ 1-5 และชวงสานตอการจัดการ ไดแก กระบวนการ CBDRM ขั้นที่ 6-7
  • 15. 14 ขั้นตอนที่ 7 • การติดตามการทํางาน การรายงานผลและการปรับปรุงแกไข 6 • การเสริมสรางขีดความสามารถใหแกชุมชน 5 • การประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวมของชุมชน 4 • การจัดทําแผนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวมของชุมชน 3 • การจัดองคกรชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ 2 • การทํามวลชนสัมพันธ และการสรางความเขาใจกับชุมชน 1 • การเลือกชุมชนและพื้นที่ดําเนินงาน ภาพที่ 1 ขั้นตอนของการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน 1.1 ชวงเริ่มตนการจัดการ กอนที่ศูนยเตรียมความพรอมปองกันภัยพิบัติแหงเอเชีย (ADPC) จะจัดการอบรม CBDRM ในป พ.ศ.2547 ชาวบานไดรับการสนับสนุนขององคกรพัฒนาเอกชนในการจัดระบบการ รวมกลุมและสรางการเรียนรูผานการลงมือปฏิบัติตั้งแตพักอยูที่ศูนยพักชั่วคราวบางมวง ในการ แกปญหาความเปนอยูจากผลกระทบของสึนามิ เชน การฟนฟูและจัดตั้งกลุมอาชีพ การ แกปญหากรรมสิทธิ์ที่ดิน การฟนฟูวัฒนธรรมซึ่งเปนกระบวนการรวมคน บําบัดความโศกเศรา เสียใจ สรางความมั่นใจและเพิ่มพลังชีวิต การสนับสนุนใหชุมชนทําแผนแมบทในการแกปญหา และพัฒนาชุมชนระยะยาวเพื่อการพึ่งพาตนเอง การสานเครือขายผูประสบภัยสําหรับ แลกเปลี่ยน รับฟงปญหาระหวางผูประสบภัยและยื่นขอเสนอในการจัดการปญหาตอภาครัฐ ซึ่ง เปนกิจกรรมที่วางรากฐานในการจัดการตนเองใหกับชาวบาน จนเมื่อชาวบานยายจากศูนยพักชั่วคราวบางมวง กลับมายังชุมชนบานน้ําเค็มซึ่งเปนที่พัก อาศัยเดิม การสรางทีมที่จะเตรียมพรอมตอความเสี่ยงจากคลื่นสึนามิซึ่งเคยสรางความสูญเสีย ใหกับชุมชนก็เริ่มขึ้นโดยมีชาวบานเปนตัวหลักในการตั้งคณะกรรมการ จัดการคนในชุมชนให ทําหนาที่ตางๆ โดยมีศูนยในการบริหารการจัดการ คือ ศูนยประสานงานชุมชนบานน้ําเค็มซึ่ง ทําหนาที่ประสานกับองคกรที่เขามาชวยทั้งภาครัฐ องคกรพัฒนาเอกชน อาสาสมัครและคน ทั่วไป และศูนยอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน (อปพร.) บานน้ําเค็ม เปนแกนหลักในการ เฝาระวังและเตรียมพรอมตอภัยจากคลื่นสึนามิ โดยมีองคกรบริหารสวนตําบลบางมวงสนับสนุน งบประมาณในการอบรมและจัดซื้ออุปกรณที่จําเปนตอการกูภัย การซอมอพยพ สวนองคกร พัฒนาเอกชนเปนพี่เลี้ยงที่ใหคําปรึกษาในการทําแผนจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติซึ่งตองใช เวลาถึง 1 ปเต็ม
  • 16. 15 1.2 ชวงสานตอการจัดการ หลังจากที่เกิดแผนเตรียมความพรอมรับมือกับภัยพิบัติจนชุมชนตั้งทีมและสามารถดําเนินงาน จนเปนระบบของตนเองแลว องคกรพัฒนาเอกชนที่อยูในพื้นที่ก็คอยๆ ลดบทบาทของตนเองลง จากพี่เลี้ยงที่อยูใกลชิด มาเปนผูชวยที่คอยสังเกตการณ ใหคําปรึกษาเมื่อชุมชนตองการความ ชวยเหลือและใหการสนับสนุนการพัฒนาความสามารถตอยอดที่จําเปนตอการพัฒนาตนเองของ ชุมชน สวนภาครัฐหลังจากสนับสนุนกระบวนการ CBDRM และทีมอปพร.ของบานน้ําเค็มแลว ยังมีการพัฒนาความสามารถของอาสาสมัครตอเนื่องดวยการฝกอบรมทักษะในการกูชีพกูภัยใน โครงการ หนึ่งตําบล หนึ่งทีมกูภัย (OTOS) และนําชุมชนเขารวมโครงการชุมชนเขมแข็ง เตรียมพรอมปองกันภัยเปนชุมชนนํารองในป พ.ศ.2551 ซึ่งใชถึงเวลา 1 ปเต็มในการพัฒนา ระบบขอมูลและการจัดการความรูดานภัยพิบัติของชุมชน พัฒนาแผนการจัดการความเสี่ยงภัย ตอยอดจาก CBDRM เดิมที่ไดรับการอบรมไวแลวใหเขมแข็งใหครอบคลุมภัยอื่นๆ ตลอดจน สามารถพึ่งพาตนเองในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ใน กระทรวงมหาดไทยเปนผูรับรองใหบานน้ําเค็มไดเปนชุมชนนํารองในโครงการชุมชนเขมแข็ง เตรียมพรอมปองกันภัย 2. การศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน ในศึกษาครั้งนี้ใชแนวคิดการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน (DFID, 2000) ศึกษาความสัมพันธของ องคประกอบที่มีผลตอวิธีการดํารงชีวิต 5 ประการ นํามาอธิบายแนวทางในการพัฒนาการ จัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแกชุมชนโดยใชความคิดเห็นจากผูเชี่ยวชาญดานปญหาและแนว ทางแกไขที่พบในการดําเนินงานตามกรอบการดําเนินงานการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน ตนทุนในการดํารงชีวิต วิธีการ ดําเนิน ชีวิต H = ทุนมนุษย (humancapital) N = ทุนธรรมชาติ (natural capital) F = ทุนทางการเงิน (financialcapital) P = ทุนกายภาพ (physicalcapital) S = ทุนทางสังคม (socialcapital) H S N P F ความเสี่ยงและ ความเปราะบาง -ความเสียหาย -แนวโนม -ฤดูกาล องคกรและกระบวนการ ที่กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง โครงสราง -ภาครัฐ -ภาคเอกชน กระบวนการ -กฎหมาย-นโยบาย -วัฒนธรรม - สถาบัน ผลที่ชุมชนไดรับ -รายไดที่เพิ่มขึ้น -ความเปนอยูที่ดีขึ้น -ความเปราะบางลดลง -มีความยั่งยืนในการ ใชทรัพยากรธรรมชาติ มากขึ้น ภาพที่2 กรอบการดําเนินงานในการดํารงชีวิตอยางยั่งยืน (Sustainable livelihoods framework) องคประกอบในการดํารงชีวิตอยางยั่งยืนทั้ง 5 ประการ ดังภาพที่ 2 นั้น มีความสัมพันธกัน คือ
  • 17. 16 - บริบทของความเสี่ยงและความเปราะบาง (vulnerability context) ใชอธิบายความเสี่ยง ของชุมชนที่อาจเกิดความเสียหายอยางฉับพลัน เชน ภัยธรรมชาติ การขาดเงินใชจาย ปญหาความขัดแยง การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เชน การทําอาชีพในชวงฤดูตางๆ แนวโนมของปจจัยตางๆ ที่มีผลกระทบตอวิถีการดํารงชีพ เชน แนวโนมประชากร ทรัพยากร เศรษฐกิจ รัฐบาล นโยบาย และเทคโนโลยี เปนตน - ตนทุนในการดํารงชีวิต (livelihood assets) ใชอธิบายถึงตนทุนชุมชนนํามาใชในการ ดําเนินงาน ไดแก H = ทุนมนุษย (human capital) เชน ความรู ขีดความสามารถในการทํางาน ภาวะผูนํา สุขภาพ N = ทุนธรรมชาติ (natural capital) เชน พื้นที่ทํากิน การชลประทาน ทรัพยากรชายฝง F = ทุนทางการเงิน (financial capital) เชน เงินเดือน กองทุนในชุมชน เครื่องมือทํากิน บาน P = ทุนกายภาพ (physical capital) เชน ถนน ไฟฟา ประปา และสาธารณูปโภคตางๆ S = ทุนทางสังคม (social capital) เชน การรวมกลุม ภาคีเครือขาย ประชาสังคมที่สนับสนุน - องคกรและกระบวนการที่กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง (transforming structures & processes) ใชอธิบายปจจัยสนับสนุนจากอิทธิพลของทรัพยากร ที่ในขณะเดียวกันก็ทําให เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาครัฐและชุมชน ที่นําไปสูการปรับปรุงการดําเนินงานเพื่อสราง ความมั่นคงในการดําเนินชีวิต ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้มีกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัย พิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานเปนกระบวนการที่สรางการเปลี่ยนแปลง - ยุทธวิธีในการดําเนินชีวิต (livelihood strategies)ใชอธิบายแนวทางในการปรับปรุงวิธี ดําเนินชีวิตใหมีความมั่นคงมากขึ้น - ผลที่ชุมชนไดรับ (livelihood outcomes) เปนผลไดที่เกิดจากการเลือกวิถีการดําเนินชีวิต ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้จะใหความสําคัญกับการลดความเปราะบางในการดํารงชีวิตเปนหลัก 3. ภาพรวมของปญหาและแนวทางแกไขในการดําเนินงาน ในการตั้งทีมเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติชวงแรกๆพบวา ชาวบานขาดความเชื่อถือในการ ดําเนินงานกันเอง ปญหาอคติและความขัดแยงภายในชุมชน ซึ่งแกไขไดโดยสรางความรูความ เขาใจในการดําเนินงานและสรางความรวมมือกันในการแกปญหาและลดความขัดแยงที่เกิดขึ้น จนเขาสูชวงสานตอการจัดการ ก็พบปญหาดานการสรางการมีสวนรวมในระยะยาวและปญหา การขาดงบประมาณในระยะยาว ซึ่งสามารถแกไขไดโดยดวยการผสานกลุมตางๆในชุมชน ให เกิดการสื่อสารกันอยางตอเนื่อง ซึ่งนําไปสูการพึ่งพาตนเองในการสรางรายไดมาสํารองหรือ หมุนเวียนการดําเนินงานตอไป สวนปญหาที่มาจากภายนอกชุมชน โดยมากจะมาจากขอจํากัด ของภาครัฐ การแกปญหา คือ ผูปฏิบัติงานจากทุกภาคสวนปรับเปลี่ยนทัศนคติใหเปนการ ทํางาน ทุกองคกรตองทํางานเปนทีมเดียวกัน ตองใหความสําคัญกับการดําเนินงานโดยชุมชน เปนฐาน กลาวคือ ตองทํางานโดยใหชุมชนเปนศูนยกลาง ทุกสวนตองเห็นประโยชนของชุมชน เปนหลัก ใหอํานาจการตัดสินใจอยูที่ชุมชน
  • 18. 17 4. แนวทางการพัฒนาและขยายผลการดําเนินงาน 4.1 แนวทางในการพัฒนาการดําเนินงาน จากการสัมภาษณถึงปญหาและแนวทางในการแกไขจากการดําเนินงานในขางตน ผูวิจัยไดสราง แนวทางในการพัฒนากระบวนการ CBDRM ทั้ง 7 ขั้น ออกมาเปนแผนภาพที่ 3 ไดดังนี้ ภาพที่ 3 แนวทางแกปญหาที่พบในกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน การจัดองคกรชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ 3 ขั้นแรกตองคนหาแกนนําที่เปนตัวจริงมาเปนอาสาสมัครรวมกันทํางาน จากนั้นกระตุนใหภายในชุมชนไดเชื่อมโยงการเรียนรูเขาดวยกัน องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองมีสวนรวมในการประเมินความเสี่ยง ทําแผนลดความ เสี่ยงของชุมชน และเผยแพรแผนที่เกิดขึ้นสูชาวบานทั่วไปดวย การประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวมของชุมชน 4 การจัดทําแผนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการมีสวนรวม 5 ทําแผนโดยใหอํานาจในการตัดสินใจ (Empowerment) โดยการมีสวนรวม จากภายในชุมชนเปนหลัก ตามความรูความเขาใจและการยอมรับรวมกัน การเสริมสรางขีดความสามารถใหแกชุมชน 6 ควรสนับสนุนทํางานภาคชุมชนใหเขมแข็ง ควบคูกับสอนวิธีใชอํานาจหนาที่และ แนวทางดําเนินงานภาคปฏิบัติในเชิงรุก แกผูบริหารองคกรปกครองสวนทองถิ่นดวย การติดตามการทํางาน การรายงานผลและการปรับปรุงแกไข 7 สรางเครือขาย ผสานคณะทํางานดานการจัดการภัยเขากับกลุมตางๆ ในชุมชนและขยาย ไปสูนอกชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนบทเรียน ควรตรวจสอบการรวมกลุมของคณะทํางานเปนประจําทุกป วาฝอหรือสลายตัวไปหรือยัง เพื่อที่จะไดสนับสนุนใหมีการสรรหาผูที่มาดําเนินงานแทนผูที่หายไป ทุกภาคสวนรวมกัน สื่อสารเรื่องสิทธิ หนาที่ และความรูพื้นฐานดานภัยพิบัติอยางชัดเจน เพื่อสรางความตระหนักในการจัดการตนเองแกชุมชน การทํามวลชนสัมพันธ และการสรางความเขาใจกับชุมชน2 เลือกชุมชนที่มีความพรอมและความตั้งใจตอการจัดการตนเองกอน การเลือกชุมชนและพื้นที่ดําเนินงาน 1 ขั้นตอนที่
  • 19. 18 4.2 โมเดลการสําหรับการขยายผลการดําเนินงาน จากการสรุปขอมูลในการสัมภาษณ ผูวิจัยไดนําบทเรียนและปญหาที่พบในการดําเนินของชุมชน บานน้ําเค็มสามารถสรางโมเดลการเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติดวยกระบวนการจัดการความ เสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน ดังโมเดลในภาพที่ 4 โดยนําผลบทเรียนจากการจัดตั้งทีม ประสานงานของบานน้ําเค็มที่สามารถนําไปใชในการขยายผลสูชุมชนอื่นๆ ไดเปนขั้นตอนการ ดําเนินงานดังนี้ เตรียมพรอมชวยเหลือกันและกันในอนาคต ชวงเริ่มตนการจัดการชวงสานตอการจัดการ รวมกลุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สรางความตระหนัก หาแกนนําและสรางทีม แบงหนาที่รับผิดชอบ สรางทีมปฏิบัติงาน สรางแผนเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติ วางรากฐานการจัดการตนเอง หาแกนนําตัวจริงที่จะรับผิดชอบการดําเนินงาน ทุนมนุษย ทุนทาง สังคม ทุนทาง การเงิน ทุน สิ่งแวดลอม ทุนทาง กายภาพ ทรัพยากร ผสานเขากับกลุมตางๆในชุมชน สรางเครือขายกับชุมชนขางเคียง และองคกรที่เกี่ยวของ พัฒนาขีดความสามารถเพิ่มเติม โยงการดําเนินงานและการรวมกลุม สรางการดําเนินงานในระยะยาว พัฒนาทักษะการจัดการภัยพิบัติ(สรางทุนมนุษย) ภาครัฐเอื้ออํานาจดวยการรับรองการดําเนินงาน ระดมความคิดประเมินความเสี่ยงรวมกับชาวบาน ตอยอดทักษะในการจัดการภัยที่จําเป็นเพิ่มเติม ดําเนินงานลดความเสี่ยงทางกายภาพแกชุมชน จัดหาเครื่องมือและอุปกรณที่จําเป็นในการจัดการ แลกเปลี่ยนเรียนรู สะทอนบทเรียนระหวางชุมชน ตองมีพี่เลี้ยงที่ให คําปรึกษาใน การดําเนินงาน สื่อสารเรื่องความ รับผิดชอบและ เจาภาพที่ชัดเจน ภาพที่ 4 โมเดลการเตรียมพรอมรับมือภัยพิบัติของชุมชนบานน้ําเค็ม
  • 20. 19 4.3 ภาพรวมของแนวทางในการพัฒนาการดําเนินงาน การจัดการที่ยั่งยืนนั้นไมสามารถทําแยกสวนเพียงประเด็นใดประเด็นเดียวได การสรางรากฐาน ใหชุมชนจัดการตนเองไดอยางแทจริงนั้นตองแกปญหาตางๆไปพรอมๆกัน โดยการ เตรียมพรอมรับมือภัยพิบัตินั้น ควรเริ่มผูปฏิบัติงานควรเริ่มจากศึกษาทุนทั้ง 5 ประการ ที่มีอยู ในชุมชนไดแก ทุนมนุษย ทุนทางสังคม ทุนสิ่งแวดลอม ทุนกายภาพ และทุนทางการเงิน โดย ใหความสําคัญกับการใชทุนทางสังคมและการสรางทุนมนุษย มาสรางกระบวนการที่จะ กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะพัฒนาชุมชน ซึ่งในการสนับสนุนในชุมชนเกิดการจัดการตนเอง นั้น ภาครัฐควรพัฒนานโยบายใหเจาหนาที่กับชุมชนปฏิบัติงานดวยการมีสวนรวมกันเพิ่มมาก ขึ้น ขณะเดียวกันก็ควรจะสงเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู ทั้งระหวางชุมชนและระหวางภาคสวน ขับเคลื่อนใหเกิดเครือขายที่พรอมจะชวยกันแกปญหา บทสรุป ในการศึกษาปญหาที่พบในการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐานของชุมชน บานน้ําเค็มจากภาคประชาสังคมนั้น พบวา ในการแกปญหานั้นทุนมนุษยและทุนทางสังคมเปน ปจจัยหลักในการขับเคลื่อนชุมชน กลาวคือ ความรูที่มีอยูในทุนมนุษยและความรวมมือจากทุก ภาคสวนทั้งภายในชุมชนและภายนอกชุมชนจากทุนทางสังคม เปนสิ่งที่ชวยคลี่คลายปญหาดาน การมีสวนรวม ปญหาดานงบประมาณ ปญหาดานความรูความเขาใจในสิทธิหนาที่ในการ ดําเนินงาน ปญหาดานสภาพแวดลอมและปญหาดานการประสานงานระหวางองคกร ในขณะที่ ทุนทางการเงินและทุนทางกายภาพยังเปนขอจํากัดในการดําเนินงาน ปญหาและแนวทางการในการแกไขที่กลาวมาในขางตน ไดสะทอนใหเห็นวา แนว ทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยมีชุมชนเปนฐาน จะตองใหความสําคัญกับ การวางรากฐานใหคนในชุมชนพึ่งพาตนเองเปนหลักตั้งแตตน โดยสนับสนุนใหชาวบานรวมกลุม กัน ระดมความคิดมาวางแผนจัดการปญหา ซึ่งถัดมาก็ตองตอยอดทางความรู ทั้งจากการ สะทอนประสบการณจากดําเนินงานมาเปนบทเรียนและการแลกเปลี่ยนเรียนรูจากชุมชนอื่นมา ปรับใชกับการดําเนินงานของตนเอง รวมกับเขารับการอบรมทักษะดานตางๆที่จะสรางเสริมการ พัฒนาศักยภาพของสมาชิกหรือคณะกรรมการของชุมชน เพื่อพัฒนาการดําเนินงานของชุมชน ตอไป อภิปรายผล ในการศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติตามแนวคิดการดํารงชีวิต อยางยั่งยืน นอกจากความคิดเห็นจากผูเชี่ยวชาญแลว ควรมีการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อสํารวจ ความคิดเห็นที่มีตอความเสี่ยงและความเปราะบาง ตนทุนในการดํารงชีวิตของชุมชน และการ จัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในชุมชนที่ผานมา รวมไปถึงความตองการของคนใน ชุมชนที่มีตอการพัฒนาการดําเนินงานตอไป
  • 21. 20 เอกสารอางอิง นิลุบล สูพานิช, 2006, คูมือแนวทางการปฏิบัติงานสําหรับผูปฏิบัติงานภาคสนาม ในการ จัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐานในประเทศไทย, กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย, 2549. สุริชัย หวันแกว และคณะ, 2549, สังคมวิทยา สึนามิ: การรับมือภัยพิบัติ, นโยบายการรับมือ ภัยสึนามิ, สถาบันวิจัยสังคม และศูนยการศึกษาการพัฒนาสังคม คณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, พิมพครั้งที่ 1 พฤศจิกายน 2550,: กรุงเทพมหานคร. Seixas et al., Self-organization in integrated conservation and development Initiatives, International Journal of the Commons, Vol.2, no 1 January 2008, pp. 99-125. DFID. 2000, Sustainable Livelihoods Guidance Sheets. Department for International Development. (Available at www.livelihood.org/info_guidancesheets.htm.).
  • 22. 21 น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ
  • 23. 22 น้ําคลื่นเจอน้ําทวม ประสบการณจากน้ําเค็มสูกระเบื้องใหญ เลาเรื่องโดย ไมตรี จงไกรจักร กลับจากกรุงเทพฯ วันที่ 18 ตค. 53 เวทีปฏิรูปประเทศไทย มาถึงบานยังไมทันไดพัก กันเลยทีมงานก็ยกโขยงมาที่ศูนยประสานงาน ไม ชาวเลซอยองคการ บอก “ผมรับไมไดกับ ขาวที่เห็นพี่นองเราลอยคอในน้ํามาหลายวัน บางพื้นที่ยังไมไดรับความชวยเหลืออะไรเลย เหมือนตอนที่พวกเราถูกสึนามิ อยางไรผมคิดวาพี่นองเราที่กําลังประสบภัยน้ําทวมอยูตองได ขาวกิน” แลวทีมงานจึงตั้งวงคุยกันเปนเรื่องราววาจะเอาอยางไร เราทําอะไรไดบางไดคุยเรื่อง การเตรียมการของผูประสบภัยสึนามิ จ.พังงา ไดมีการโทรศัพทพูดคุยและประสานงานกับพี่นอง จ.ภูเก็ต ระนอง ประจวบคีรีขันธ เพื่อระดมของบริจาคและเตรียมอุปกรณเกี่ยวกับการทําอาหาร เพื่อไดนํามาใหพี่นองผูประสบภัยน้ําทวม 2 วัน เชาวันที่ 20 ต.ค. 53 ขาวเรื่องจะไปชวยชุมชนน้ําทวมที่นครราชสีมา กระจายสูชุมชน คนทะยอยกันมาบางคนถือขาวสาร บางคนถือไข บางคนขนน้ํามันพืชมา เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงลงชื่อกันเปนอยางระบบ ยายเอื้อน อายุ 78 ป ลวงเงินออกจากกระเปาอยางกระหยิ่มยิ้มยอง 300 บาท และเอย “ลูกหลานฉันมีมากกวา 50 คนที่เคยถูกสึนามิ และคนจากทั่วประเทศเคยเอา ขาวมาใหกินและชวยเหลือพวกเราจนสามารถชวยเหลือตัวเองอยางยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้ฉันไม เคยลืม ฉันทําไดแคนี้นะ” เราเตรียมของขึ้นรถตั้งแตเชา ไม ชาวเลซอยองคการ หิ้วกระเปามากอนใคร คอยจัด ของทุกอยางดวยความดีใจที่ตัวเองจะไดไปภาคอีสานครั้งแรก และทีมงานทยอยกันมาเกิน จํานวนที่นัดหมายกันไว 15 คน เพิ่มเปน 18 คน การเดินทางไกลของเราเริ่มจากจังหวัดพังงา เวลา 16.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม 2553 โดยพี่นอง จ.ภูเก็ต ระนองมารวมสบทบ หลังจากนั้น เวลาประมาณ 23.00 น. เดินทางถึงดานสิงขร จ.ประจวบฯ พี่นองเครือขายคนไทยผลัดถิ่น/คน ไรสัญชาติ เขารวมสบทบอีก 30 คน เวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม 2553 ถึง จังหวัดอยุธยา อ.นครหลวง และไดแลกเปลี่ยนประสบการณกับพี่นองชุมชนที่ประสบภัยน้ําทวม หมูบานศรีจําปา ถึงแผนปองกันภัยพิบัติ และมอบเงินชวยเหลือแกกรรมการชุมชน จํานวน 10,000 บาท พี่ยูรเอย “ ผมไมสามารถทําอะไรไดมากกวานี้เพราะพวกเราตั้งใจมาทําอาหาร โดยทีมงานเตรียมยกครัวเคลื่อนที่ และแมครัวอยางครบแลว เปาหมายอยากทําครัว” หลังจากนั้นไดมีการประสานงานกับเพื่อนๆ เครือขายที่โคราช ไดขอมูลวา อ.พิมาย ไดรับความเดือดรอนหนัก ทีมงานจึงมุงหนามาโคราชทันที่ ในการเดินทางครั้งนี้ไดมีการ บทที่ 1 ธารน้ําใจผูประสบภัยสินามิสูผูประสบภัยน้ําทวม
  • 24. 23 ประสานงานกับพี่นองเครือขาวชาวอาวตัว ก.และเครือขายตลาดรอยปสามชุก วา ใหทีม เครือขายผูประสบภัยสึนามิ และเครือขายไทยผลัดถิ่นเดินทางไปกอน หากขาดเหลืออะไรพี่นอง เครือขายอาวตัว ก และเครือขายสามชุกจะใหความชวยเหลือทันที ในที่สุดกระบวนเครือขายผูประสบสึนามิและเครือขายคนไทยผลัดถิ่น จํานวน 50 คน เดินทางดวยรถกะบะบรรทุกขาวปลาอาหารมาถึง อบต.กระเบื้องใหญ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา การเดินทางทามกลางเสนทางที่ลัดเลาะและออมพื้นที่น้ําทวม กวาจะถึงจุดหมายก็ใชเวลา ยาวนานและยังไมมีใครไดนอนเลยยาวนานกวา 24 ชั่วโมง อ. บัณทร ออนดํา กลาววา “ผมไมเคยเห็นทีมงานชุมชนเครือขายที่มีระบบการจัดการ ชวยเหลือขององคกรชุมชนกันเองในยามคับคันเชนนี้กันมากอน ผมเชื่อวากระบวนการเชนนี้ สามารถเปนรูปแบบของการชวยเหลือดูแลกันเองอยางเปนระบบ เปรียบเสมือนการปฏิรูปสังคม การเมืองจากฐาน” ตลอดเสนทางการเดินทางที่ผานมา มีหลายหมูบานที่น้ําทวมสูงกวา 2 เมตร และทําให ตองอพยพมาอยูบนถนน สวนขาวในนาที่กําลังออกรวงใกลที่จะเก็บเกี่ยวไดแลว และคาดวานา ขาวจะเกิดความเสียหายทั้งหมด เมื่อมาถึงไดรับการตอนรับจากกํานัน นายก อบต. รองนายก อบต. ประธานสภา ปลัด และเจาหนาที่ อบต.กระเบื้องใหญ ดวยสีหนาที่ยิ้มแยมแจมใสหลังจากที่มีการทักทายเปนที่ เรียบรอยแลว และมีการปรึกษาหารือถึงขอมูลความเดือดรอนของพี่นองชาวตําบลกระเบื้องใหญ ทีมงานไดรับขอมูลวามีพี่นองที่เดือดรอน 11 หมูบาน กวา 2,000 หลังคาเรือน ทีมงานจึง ตัดสินใจตั้งครัวเพื่อทําขาวปลาอาหารที่ อบต.กระเบื้องใหญทันที เจาหนาที่ อบต.กระเบื้องใหญ เลาถึงความเดือดรอนของพี่นองผูประสบภัยน้ําทวมวา ผู ที่อยูขางในน้ําทวมมา 2-3 วันแลว ตอนนี้เริ่มมีปญหาเรื่องอาหารการกิน เมื่อเห็นพี่นอง ผูประสบภัยสึนามิ เขามาชวยเหลือก็รูสึกดีใจ หลังจากที่ทีมงานถึงก็ไดหาที่ทําครัว และก็เจียวไข แกงไตปลา เริ่มทําขาวหอกวา 500 หอ เพื่อนําไปแจกจายพี่นองผูประสบภัยในหมูบาน พรอมทั้งทีมเตรียมความพรอมปองกันภัย พิบัติของเครือขายผูประสบภัยสึนามิ ประกอบเรือยางกูภัย 2 ลํา และเดินทางไปสํารวจสภาพใน หมูบานพรอมทั้งนําขาวหอไปแจกจายทันที ในเวลา 17.00 น.ทันที คืนนี้ทีมงานกวา 40 ชีวิต คางแรมที่ อบต.กระเบื้องใหญ พรอมทั้งพรุงนี้ออกเดินทางไป สํารวจใจหมูบานใกลเคียงอีกครั้งหนึ่ง หลายพื้นที่ไดรับขาวสารเรื่องนี้โทรตามและแจงขาววามีหลายพื้นที่ที่ยังไมมีขาวกิน อยากใหทีมเครือขายเขาไปชวยสนับสนุนอาหาร พวกเราจึงแจงมายังชุมชนประสบภัยทุกที่ หากพวกเรามีกําลังพอ เราอยากไปชวยทุกที่ แตครั้งนี้เราตองขอโทษพี่นองหลายชุมชนที่เรา พยายามจะไปแตไมไดไป หากมีโอกาสเราจะมาเยี่ยมเยือนตอไป
  • 25. 24 โดย นักจัดระบบชุมชน* ตําบลกระเบื้องใหญก็เปนอีกหนึ่งพื้นที่ที่ไดรับผลกระทบจากภัยน้ําทวม ซึ่งปจจัยหลัก ทางธรรมชาติแลวมนุษยยังเปนสวนหนึ่งที่เปนผูทําลายเสียเอง ประสบการณน้ําทวมครั้งนี้มี หลายอยางไดเกิดขึ้น ความสูญเสียตางๆ จากบานเรือนที่ทํากิน รวมถึงดานอาชีพ สิ่งเหลานี้ อาจจะทําใหเรามีความรูสึกเศราใจอยูบาง แตการลุกขึ้นมาแกปญหาของตนเองนาจะเปนหนทาง นําไปสูการจัดการกับปญหาไดถูกจุดมากกวา การ “พลิกวิกฤตเปนโอกาส” จากการสูญเสีย จึงนับเปนสิ่งที่เราควรคํานึงถึง เชนในการเหตุการณคลื่นยักษสึนามิ ถลมในพื้นที่อันดามัน ทํา ใหผูประสบภัยสึนามิกลุมหนึ่ง ลุกขึ้นมาแกปญหาของตนเอง ซึ่งการจัดการความเสี่ยงโดยชุมชน เอง เปนทางเลือกในการเติมชองวางในกระบวนการฟนฟูภัยพิบัติโดยชุมชนเปนหลัก จึงมีความ จําเปนอยางยิ่ง ที่จะตองเรงดําเนินการไปควบคูการบรรเทาภัยในชวงวิกฤติ และการฟนฟูวิถี ชีวิตของชุมชนในเบื้องตน ถึงเวลาแลวที่เราตองพูดคุยหารือกันเพื่อสรางจุดเริ่มตนที่จะสามารถ นําไปสูการแกปญหาไดในอนาคต 1.สาเหตุของน้ําทวมในครั้งนี้ ดานภูมิศาสตรนั้น ตําบลกระเบื้องใหญ เปนพื้นที่รับน้ําทั้งหมด 5 สาย ตอใหมีแกมลิงก็ ชวยไมได เราตองมองจากตนน้ํามากอน เชน การสรางถนน ตึกแถว มีจุดใหญคือลําตะคอง ลํา แคละ ชุมชนนี้เปนชุมชนที่สูงที่สุด ปกธงชัยเดี๋ยวนี้เปนคลองสงน้ํา อําเภอพิมายที่น้ําทวมเพราะ การสงน้ําของชลประทานไมไดเต็มรอย ที่เราจะแกปญหาการเดินทางน้ําไมกักขังน้ํา มาเร็วไป เร็ว ซึ่งเมื่อระดมความคิดวิเคราะหสาเหตุที่เกิดน้ําทวมแลวมองใหลึกที่สุดเทาที่มองเห็นได พบวา ปจจัยภายในของปญหาในครั้งนี้ คือ พื้นที่กระเบื้องใหญมีลักษณะเปนแอง เมื่อเจอฝน ตกมากกวาปกติ ประกอบกับมีการตัดไมทําลายปา มีการทําถนนกีดขวางน้ําและสรางถนนมาก โดยไมมีทางระบายน้ําเพียงพอ อีกทั้งเสนทางของหมูบานตันน้ําไมสามารถระบายได และไมทีที่ กักเก็บน้ําขนาดใหญ ตนไมก็ไมมี จึงไมมีแหลงซับน้ํา ประกอบกับชาวบานไมไดเชื่อคําเตือน ของรัฐจึงไมไดเตรียมตัวรับมือ สวนปจจัยภายนอก เนื่องจากปนี้หนาแลง แลงจัด แลงนาน เขื่อนจึงไมปลอยน้ํากักน้ํา ไวเต็มที่ พอฝนตกลงมาก็เลยไมมีที่รับน้ําเพิ่ม จึงตองปลอยน้ําลงมา ในขณะที่โรงงาน อุตสาหกรรมก็สรางถนน วางทอระบายน้ําขนาดเล็กเกินกวาที่จะรองรับน้ําในปริมาณมากขนาด นี้ได นอกจากนั้นยังมีปญหาเรื่องโรงงานเกลือ ที่ปดกั้นเสนทางน้ํา และปลอยคราบน้ํามันออกมา ทุกป จนชาวบานทําประมงไมได และยังมีปญหาน้ําจากขางบนเปลี่ยนทิศ เพราะการผันน้ําไปใช ทางอื่น ทําใหมีความขัดแยงในการจัดการน้ํา บทที่ 2 แลกเปลี่ยนเรียนรูเพื่อฟนฟูหลังน้ําลด
  • 26. 25 ซึ่งเมื่อน้ําทวมแลวปญหาที่ตามมาก็คือ บานเรือนและทรัพยสินเสียหาย มีขยะเขา บานเรือน, พืชทางการเกษตรเสียหาย, ถนนถูกตัดขาด การจราจรไมสะดวก การแจกของอาจจะ ติดขัดในตอนแรก, น้ํา ไฟฟา ถูกตัด ไมมีน้ําใช ขาดน้ําดื่ม ชาวบานเจ็บปวย เกิดโรคน้ํากัดเทา สุขภาพจิตแย ไมสามารถทําอะไร เนื่องจากบานเรือนเสียหาย ประกอบอาชีพไมได ไมมีรายได มาเลี้ยงครอบครัว ที่นา ที่สวน และเปนหนี้กับ ธกส. หนําซ้ําชวงที่น้ําทวมสินคายังราคาแพงขึ้น 2.การแกไขปญหา ในสถานการณฉุกเฉิน การลงมือตอบโตกับน้ําที่หลากมา คือ ขนยายสิ่งของใหพนน้ํา ขอความชวยเหลือกันในหมูบาน รวมแรงรวมใจในการแกไขปญหาเรื่องน้ําทวม ขอ อบต. – ทหาร มาชวยขนของขึ้นที่สูง จัดทีมงานดูเรื่องไฟฟา และทีมงานที่น้ําไมทวมมาชวยแพ็คของที่ สํานักงาน สวนการฟนฟูถัดมา จะตองมีการฟนฟูและการบูรณาการเกษตรกร เพื่อการฟนฟูอาชีพ ในระยะสั้น โดยตองควรมีการสนับสนุนเมล็ดผัก (ผักสวนครัว) ในการทําเกษตร เชน ผักกาด ผักชี คะนา กวางตุง ผักบุง พรอมดวยเครื่องมือในการทําเกษตรฯ ถัดมาจึงสนับสนุนพันธุขาว นาปรัง พันธุขาวนาป สนับสนุนการประมง เชน พันธุปลา บอและลําคลองสาธารณะ ไปจนถึง การสรางธนาคารขาว วางแผนการระบายน้ําและการชลประทานตอไป
  • 27. 26 ในอนาคตการเตรียมพรอมและปองกันประวัติศาสตรซ้ํารอยอีกครั้ง ชาวบานเห็นวา จะตองสรางทางระบายน้ํา และการสรางแกมลิง หรือการทําฝาย เชน การขุดลอกคลอง จุด ขวางทางน้ํา พรอมกับจัดการสิ่งแวดลอมที่จะสงผลกระทบ เชน คราบน้ํามัน ขยะ โรงงาน และ การทําชลประทานเขาถึงหมูบาน โดยควรจัดทําแผนระบบและอุปกรณปองกันภัย คือ 1. เตรียมทรัพยสิน ขนยายไวในที่ปลอดภัย น้ําดื่ม น้ําใช 2. เรือและอุปกรณ เสื้อชูชีพ เชือก ยารักษาโรคตางๆ 3. เสาวัดระดับน้ํา ที่จุดที่จะทราบตามจํานวนหลังคาเรือน SML 4. อาสาสมัครในชุมชน 5. เครือขายวิทยุชุมชน และตําบลใกลเคียงประสานงานรวมกัน 6. ความเชื่อของขาวสารตองเชื่อมั่นหนวยงานราชการและประชาชนตองรวมกันตัดสินใจ และแกปญหา 7. การกอสรางโครงสรางพื้นฐานระบบน้ําในอนาคตไมวาน้ําทวม หนาแลง และรวมกันทํา ประชาคมของแตละหมูบาน 8. มีการอบรม ซักซอมอาสาและประชาชนอยางนอยปละ 2 ครั้ง เพื่อเตรียมความพรอมใน อนาคตและรับมือกับสถานการณขางหนา 9. จัดทําแผนที่และโครงสรางตางๆ ในหมูบานพรอมทั้งระบุชัดเจนระดับความสูง–ต่ํา ขอ งบพื้นที่แตละชุมชนนั้นๆ
  • 28. 27 สวนการขับเคลื่อนในระยะยาว ชุมชนจะตองมีแผนการจัดการภัยน้ําทวมอยางมี ประสิทธิภาพ ซึ่งตองเรงมือทําในระยะเรงดวน ระยะปานกลางและระยะยาวในระดับนโยบาย คือ ระยะเรงดวน 1. ตองจัดตั้งคณะทํางานที่มีทักษะในการเตรียมพรอมปองกันภัย จากภาคีภาคสวนตางๆใน ระดับตําบล ใหเชื่อมโยงกับระดับอําเภอ และเชื่อมโยงกับระดับจังหวัด ทั้งแผนที่ภูมิศาสตร และแผนชุมชน รวบรวมและทําขอมูลรอบดานตั้งแตระดับหมูบานทุกหมูบานดวย 2. ตองจัดระบบฐานขอมูล ที่สามารถสงตอขอมูลออนไลนถึงอําเภอ และจังหวัดไดอยางมี ประสิทธิภาพ และฐานขอมูลนี้จะตองปรับปรุงทุกป ใหสามารถชวยเหลือเยียวยาชาวบานใน หมูบานตางๆ ไดตรงจุดและทันทวงที 3. วางผังเมืองและวางผังความรวมมือในการรับน้ํา รับภัย เก็บรายละเอียด ซักซอม สรางความ รวมมือและความชวยเหลือตางๆทั้งภาครัฐ เอกชนตั้งแตระดับจังหวัด มายังอําเภอ ตําบล จนถึงหมูบานใหผานทางชองนี้จะทําใหเกิดเอกภาพและมีประสิทธิภาพที่สุด ระยะปานกลาง 1. สรางแผนทุกชุมชนใหจัดทําแกมลิงทุกตําบลและแหลงกักเก็บน้ําขนาดเล็กทุกหมูบานบน เสนทางลุมน้ํา 2. ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ควรเพิ่มการขุดลอกคูคลองเชื่อมระหวางตําบล ใชเรือเปนพาหนะใน ชีวิตประจําวันมากขึ้น ใหชาวบานหวนกลับมาสรางความคุนเคยกับวิถีทางน้ํา เฉพาะใน พื้นที่ราบลุมทํานาซึ่งมีหลายตําบล 3. สรางสะพาน ลดพื้นที่ถนน แมกระทั่งในเขตเมืองตองเปลี่ยนจากถนนเปนลําคลองบาง การแกปญหานี้ หากหมูบานไหนทําไดก็สามารถทําไปไดเลย หากหมูบานไหนไมทําก็ตาม หมูบานอื่นไมทัน แตในระยะยาวแผนนี้ควรจะเกิดขึ้นเปนแผนประจําตําบล ที่ทุกตําบลควร เตรียมไว ควบคูกับการแกไขแบบถาวรที่รัฐบาลตองลงมาชวย โดยเฉพาะการชลประทานที่ตอง ลงรวมมือกันแกไข อยางถาวรจริงในเสนทางน้ําสายหลักคือ น้ํามูล ลํากระแท ที่ตองแกไขเรื่อง ความตื้นเขินเดินน้ําไมสะดวก ที่ผานมาการแกไขมันสายไป หากมีการแกไขแบบถาวรก็ไมตอง มาเสียงบประมาณ จายคาชดเชย เชนนี้ และถาชาวบานไดรับความรูดานภัยพิบัติ ใหเตรียมตัว เฝาระวังคอยชวยเหลือซึ่งกันและกัน พรอมจะเจอเหตุการณก็คงจะไมสายเกินไป _______________________________________________________________________ *นักจัดระบบชุมชน นายจํานงค จิตรนิรัตน นักพัฒนาอาวุโส ที่ปรึกษาเครือขายสึนามิ นส.มณฑา อัจฉริยกุล มูลนิธิชุมชนไท /นักจัดระบบชุมชน นางปรีดา คงแปน มูลนิธิชุมชนไท /นักจัดระบบชุมชน นายไมตรี จงไกรจักร ผูประสานงานเครือขายสึนามิ นายประธาน ลายลักษณ ทีมรับมือภัยพิบัติเครือขายสึนามิ นส.หทัย คํากําจร มูลนิธิชุมชนไท / ปฏิบัติงานในพื้นที่กระเบื้องใหญ
  • 29. 28 ประสบการณสํารวจพื้นที่น้ําทวม อ.บานหมี่ จ.ลพบุรี 20-25 ตุลาคม 2553 บทเรียนจาก โดย ศิรินันต สุวรรณโมลี
  • 30. 29 บทเรียนจากน้ํา น้ํา : ตอนที่ 1 ขาวสารกับความตองการของผูประสบภัย จัดยังไงใหพอ "ขาวหนึ่งกิโล กินได 2 วันกวาๆ" "ขาว 5 กิโล กินไดไมถึงสัปดาห" นี่ เปนสิ่งที่เรียนรูจากการพูดคุยกับครูเกง บานแหลม เพชรบุรี ลูกสาวผูใหญบาน อาสาสมัครน้ํา ทวมบานหมี่เราพบความรูดานความตองการ วา คน 3 คน ใชขาว 1 กิโล กินได 3 มื้อ เทียบ อัตราบริโภคได 5 มื้อ ใชขาว 2 กิโล (2 วัน) 10 มื้อ ใชขาว 4 กิโล (3 วันกวาๆ) 12 มื้อ ใชขาว 5 กิโล (4 วัน) ดังนั้นการประทังชีพสําหรับชาวบานในชุมชน WaterWorld ซึ่งไมสามารถออกไปหาซื้อขาวของ เพราะไมมีเรือ และ โดนน้ําขังไวหมด (หนําซ้ํารานคาขาวก็ทวมเองซะดวย)ถาน้ําทวมแลวลดลง ภายใน 3 วันทันที คงไมมีปญหา แตน้ําจากคลองชัยนาท-ปาสักจะยังคงไหลมาเดิมอีกหลายรอบ เพื่อระบายน้ําที่เต็มจากชวงบนลงมาซึ่งนอกจากจะทําใหน้ําในคลองไมมีที่ไปแลว น้ําในชุมชนจะ ยังคงขังตอไปอีกมากกวา 1 เดือน การบริจาคขาวจึงควรจะจัดใหขาวถุงละ 5 กิโล เปนอยางต่ําสุด เพื่อใหคน 2 คน อยูรอดได 1 อาทิตย ชาวบานในชุมชนที่น้ําลดแลวก็จัดการตนเองในการทํากับขาวไดระดับหนึ่ง แตเงินที่จะซื้อขาวก็ แทบจะไมมีแลว เพราะขาวที่จะเกี่ยวก็จมน้ําไปหมดแลว สิ่งที่ทําไดก็คือ ชวยตัวเอง แลวชีวิตคง จะดีขึ้น ถามีคนเอาสิ่งที่ตองการเขามาชวย และมีการปรับปรุงนโยบายในการจัดการน้ํา ที่แบง รับแบงสูกันมากขึ้น
  • 31. 30 เมื่อ เราเหนื่อย เรายังหนีออกมากินหมูกระทะ แลวนอนตากแอรได เพราะเราโชคดี ที่ที่มีที่แหง ใหเราหนีไปนอนนอกชุมชน แตสําหรับชาวบาน เขายังตองอยูที่นั่น บานที่น้ําลอยคอนั่นคือบาน ของเขา ที่มีเรื่องในชุมชนที่ตองแกปญหา มีอีกหลายปากทองอีกหลายคนที่ตองเลี้ยง เราขอ ยืนยันวา เรายังเหนื่อยเพียงเสี้ยวที่ชาวบานไดรับ เราขอนับถือหัวใจของชาวบานทุกคนที่สูอยาง สุด มือ แลวเราจะรีบกลับไป เพื่อแบงปนโชคดีของเรา บทเรียนจากน้ํา น้ํา : ตอนที่ 2 การจัดถุงยังชีพ เรื่องของน้ําใจที่ตองใชสมองเยอะ เรื่องของจําเปนและไมจําเปนในถุง เนี่ย ประสบการณที่ผานมาพบวา ถุงของบางองคกรมีตนทุนถึง 500 บาท และในถุงนั้นมีของที่ไมได ใชในภาวะฉุกเฉินจากนั้นทวม คือ มี แปรงสีฟน ยาสีฟน สบู ขันน้ํา รองเทาแตะชางดาว ฯลฯ ก็ไมใชวามันจะใชไมไดคือการใหมัน ก็ดี เพิ่งแต ถาเอามูลคาของของที่วานี่มารวมกัน(เอาแบบของธรรมดาราคาถูกแบบปกติแลว นะ)จะพบวา แปรงสีฟน 20 บาท ยาสีฟน 40 บาท สบู 20 บาท ขันน้ํา 20 บาท รองเทาแตะชางดาว 60 บาท ทั้งหมดรวมเปนเงิน 160 บาท เงิน 160 บาท สําหรับภาวะปกติ ก็ถือวาไมมาก แตถามาลองคิดดูวา เงิน 160 เนี่ย ซื้อขาวสารถุงละ 5 กิโล ซึ่งมันถุงละ 80 ไดตั้ง 2 ถุง ก็ผูประสบภัยเองก็ซาบซึ้งใจในความหวังดี เพียงแตถา 160 บาทนี้จะซื้อขาวสารไปใหบานที่ยังไมมีใครเขาไปถึง เพียงแตถาเงิน 160 บาท จะไปซื้อโทนาฟ สัก 3 หลอด ซื้อพาราสัก 3 แผง เงินนั้นจะมีคุณคามากๆ คนใหก็เต็มใจให คนรับก็เต็มใจรับนะ ไมปฏิเสธเลย เพียงแตในใจแอบคิดวา เอารองเทาแตะกับยาสีฟนอะ ไปแลกผาอนามัยไดปะ หรือเอาเกิบแตะเนี่ยไปแลกมามาไดมั้ย สัก 4 หอก็ยังดี เออจะวาไปในถุงยังชีพเนี่ย ใสโจกซองแบบเทน้ํารอน ปนแทนมามามาก็ได เพราะลูกเล็กเนี่ย กินโจกได
  • 32. 31 (สวนตัวผูเขียนแคอยากจะบอกเล็กๆ วา เพราะงานนี้มันเปนน้ําทวม ไมใชสึนามิที่น้ําซัดไป ทั้งหมดไง สบู ยาสีฟน รองเทามันยังอยู หนวยงานที่จัดใหตองมีการปรับตัว เรื่องการจัดการ ความรู อยายึดติดการประสบการณที่เคยมี จนมองไมเห็นความจําเปนที่แทจริงในหนางาน เพราะวาชาวบานตองการกินขาว ไมไดตองการกินยาสีฟน ชวยเอาเงินที่เคาชวยกันบริจาค ดวยความศรัทธาและความเชื่อมั่นวา คุณจะชวยชาวบานไดมีประสิทธิภาพที่สุด ไปใชใหเกิด ประสิทธิภาพที่สุดดวยเถิด) บทเรียนจากน้ํา น้ํา : ตอนที่ 3 : อยากบริจาคอะไปไหนดี นอกจากปญหาการเดินทางที่ขาดเรือ และ เดินทางดวยเรือไดทางเดียวเทานั้น เรายังเจอปญหาเรื่องการจัดการของบริจาควา ถาไมมีแกนนํา อาสาสมัครหรือ ผูนําชุมชน ออกมารับของ "คนในหมูบาน ก็จะไมไดรับของบริจาค" ก็อยางที่บอก เพราะวาไมมีคนมาขนไปนั่นแหละ และเนื่องจากชุมชนจะอยูลึกเขาไปจากถนนคันคลองเสนหลัก ที่ตองขามสะพานมาอีกที การจะ เขาออกมันก็ยาก หนาเขานูนยังมีอีกหมูบานนึง เลยสะพานนี่ไปนูนนนน ลิบๆ ก็ยังมีอีกหมูบานนึง และอยางที่รูเวลาของบริจาคมาลงในชุมชน ของมันมาพอครบจํานวนกับคนทั้งตําบลในครั้งเดียว ซะเมื่อไร ทีนี้ผูใหญบานไหนไมอยูตอนของมาลงก็ขามไป ผูใหญบานไหนอยูตรงศูนยรับนั่นก็ได ไป
  • 33. 32 และที่เห็นแคหอประปานี่ยังเรียกวาชุมชนที่อยูใกลถนนนะ ที่จริงมันก็ไมใชความผิดของผูใหญที่อยู หรือ คนที่ไมอยูรอรับของ เพราะในขณะนั้น ใครจะยอมใหลูกตัว ลูกบานตัวอดโซ ชีวิต มันตองเจอปญหาทั้งในบานและหนาบาน ไหนน้ําจะทวมของ ไหนจะกลัวของหาย ไหนจะ ตอนวัวขึ้นที่สูง ไหนจะคอยคุมเด็กที่บานไมใหเลนน้ําเนากันจนเปอย แลวจะแยกรางที่ไหนมารับงานทั้งสองหนางานได แคคิดก็เหนื่อยแทน สิ่งเหลานี้ ปญหายังกอใหเกิดความขัดแยงระหวางหมูบาน การไดของไมเทากัน มันมีทั้งไดไมครบทุกบาน และถึงไดครบทุกบาน พอบานอื่นมาเห็นอีกหมูบาน ไดถุงยังชีพที่มีตนทุนสูงกวา อีกบานก็เคืองกันอีก ผูใหญแกบางทานดวยการตัดปญหา (ตัดใจ) ปลอยไป ไมเขาไปวุนวายหัวใจ จายของตอไปตาม ทะเบียนบานใหครบ วาไป.. แลวเราจะชวยใหเขาลดปญหาพวกนี้ไดยังไง อืม ไมควรไปแจกตรง? ผูบริจาคควรเอาของไวที่กองกลาง (เตนทตรงตีนสะพานหรือทางเขาหมูบานนั่นแหละ) เพื่อให แกนนําหรือตัวแทน รับไปจัดการจายของใหเทาเทียมกัน (จงเชื่อใจและไวใจ แมวาจะไมคอย เขาใจก็ตาม)
  • 34. 33 คือ ถาทีมคุณมีของมากพอสําหรับหนึ่งหมูบาน (300 ชุด ขึ้นไป) ก็วากันแตถาคุณมีไมถึง แลว คุณแจกบานนี้ๆ บานโนน บานนั่น แลว อาว บานตอไปหมดพอดีเปนบานเรา เราก็นอยใจนะวา ไมวะ ทําไม ไมถึงบานเรา ฝนตกไมทั่วฟาอีกแลวจะโทษเทวดาองคไหนดี ที่จริง หลังจากนี้เราวา เราควรจะสรางวัฒนธรรมการบริจาคใหมีแบบแผน คือ สะทอนบทเรียน ใหผูบริจาคเขาใจปญหาที่มันตามมาอะนะ ในขณะเดียวกัน ชุมชนเองก็ตองมีระบบกองกลางที่ซื่อตรง ทําหนาที่รับมือสําหรับคนที่ไมรูจะไป บริจาคปลายทางที่ไหน ที่จะรับเอาของมาลงที่สวนกลาง แลวก็ชวยกันคัดแยก จัดการของบริจาคของตัวเองใหเทาเทียมกันตอไป ชวยคํานวนให (อีกละ) ถา จะบริจาคลงพื้นที่เลยตองคิดวาจะใหในระดับใด เพื่อที่จะใหกระจายไปไดถวนทั่วและถึงเร็ว เพราะผูใหญบานจะตองแจกของใหชาวบานไดเทากันและไดพรอมกัน ดังนั้นคํานวณใหฟง หนึ่ง หมูบาน (ขนาดกลาง) จะมีจํานวนครอบครัว ประมาณ 300- 400 ครัวเรือน นี่แปลวา ของประมาณ 400 ชุด จะใหคน ไดประมาณ 1 หมูบาน เพื่อลดความปวดกบาลของแกนนําชุมชน และลดการจัดการ เราควรจะ จัดของเปนชุดใหเรียบรอย (ขาวสาร มามา ปลากระปอง ใสถุงมัดจัดใหเสร็จสําหรับหนึ่ง ครอบครัวใหพอ ) แลวนําไปบริจาคที่ผุใหญบานหรือแกนนําทีละหมูไปเลย หรือถามีสายปาน ใหญกวานั้นก็บริจาคใหระดับตําบลไปเลย หนึ่ง ตําบลจะมีประมาณ 7-12 หมูบาน ประชากรก็ 2,000 คน โดยประมาณออ แตเช็คกอนก็ ดีกวา ตําบลนี้โดนน้ําทวมกี่หมู เดี๋ยวจะระดมไปเกอ เอ แตถาเกอก็ไมเปนไร ขนไปใหตําบลอื่นตอไปก็ได ถามีรถบรรทุกก็ขนมาลงที่เต็นทประจําตําบลแลวแจงกํานัน ผุใหญ หรือแกนนําชุมชนให ประกาศเสียงตามสายเรียกลูกบานมารับไดเลย ...จัดไป...................... แทบทุกหมูบานที่บานหมี่ จะมีเตนท (ยืมวัดมา) มาตั้งเพื่อประสานความชวยเหลือ และรับของบริจาคแบบนี้แหละ
  • 35. 34 บทเรียนจากน้ํา น้ํา ตอนที่ 4 : ก็อยากทํากับขาวเองเหมือนกัน แตครัวมันอยูใตน้ํา เลยตองทําโรงครัวหมูบาน สมตํา ขาวเหนียว ไขเจียวภาพนี้ ขโมยมาจากอัลบั้มใน Facebook ของเอก กระจกเงา ตอง ขอขอบคุณไว ณ ที่นี้ แมสมตําจานนี้จะไมไดกินในหองหรู แตขอบอกวา อรอยน้ําใจ ของ แมบานผูประสบภัยที่ตําใหกินอยางเหลือประมาณ (ขนาดปกติไมกินปลารา ยังกินอยางอรอย) น้ําทวมงวดนี้ แนนอนวา ไมใชเรื่องที่ภาครัฐจะจัดการแตเพียงฝายเดียว แตก็ไมใชวาจะโทษ เทวดาแตฝายเดียวก็ตองรับมือดวยกันทุกฝาย ทั้งชาวบาน พี่มารค และเทวดา เมื่อคืนกอน เพื่อนถามวา "การที่เราเขาไปใหของหรือชวยทําโรงครัวชุมชนแบบที่ทํามานี่ มันถือเปนการแทรกแซงรึเปลา" เราตอบวา"ที่จริงแลว ระบบหรือแบบแผนที่มีเนี่ยมันก็ถูกของมันนะ แตเมื่อสภาพความเปนจริง มันเกินคาด เราวา เราก็จําเปนจะตองเขาไปทําในสวนที่มันนอกเหนือจากที่คาดไวคะ " ขอเลาภาพการจัดการของที่บานใหฟงวา ที่อําเภอจะมีศูนยรับบริจาค ที่ทางอําเภอและกิ่งกาชาดประจําอําเภอ เปนผูบริหารจัดการ พอของบริจาคมา ของก็จะมาลงที่นี่ พอขาวกลองเสร็จ คนก็จะมาเอาจากที่นี่โดยจะจายของไป เมื่อผูนําชุมชน ไดแก อบต. หรือ กํานัน หรือ ผูใหญบานแจงความตองการของบริจาคและความ ชวยเหลือมารับเอาไป
  • 36. 35 แนนอนวา ของนะพอ แตการจัดการไมมีวันพอ เพราะปญหามันไมมีวันหยุด เสาร - อาทิตย เหมือนคนทํางาน ก็เหตุการณมันใหญและกวางเกินที่มือของคนใหญที่อยูขางนอกจะไปควาไวถึง ดังนั้นใครที่อยูใกลมือ หรือ อยูในชุมชนเองพวกเขานั่นแหละที่จะตองจัดการ ชวยตัวเองกอนและ การที่เราไปสนับสนุนใหเขาชวยตัวเองได มันก็เปนการหนุนเสริมที่ถูกตอง ไมเห็นจะผิดตรงไหน หรือถาจะเรียกวา เปนการแทรกแซง ก็เปนการแทรกแซงที่บริสุทธิ์ใจ เพื่อมนุษยธรรมอยางศูนย ขาวกลอง หรือ โรงครัวชุมชน ที่เราไปชวยชาวบานตั้งเนี่ย มีคําถามวาเปนการแทรกแซงชุมชน หรือ แทรกแซงการจัดการของภาครัฐมั้ย เราก็ตองมอง ยอนปญหากลับที่ดู วา ชาวบานเองอยากทํากับขาวเองเหมือนกัน แตครัวมันอยูใตน้ํา แลวจะให ทําไงเตาก็อยูใตน้ํา แกสก็จม ถานก็เปยก ทางออกที่ทําไดคือ ไปใชครัวที่วัด เพราะที่วัดมีหมอ พรอม มีเตาพรอม มีถานพรอม มีจานพรอม ชอนพรอม พอที่จะรองรับคนจํานวนมากกกกกก ไดอยูแลว ยอดเลย ที่นี่แหละทําโรงครัวหมูบานไดเลย เพราะความจําเปนแรกในชีวิตก็คือ การมีขาวกินนี่แหละ มี ขาวกิน มีเพื่อนที่มารวมตัวกัน ชวยกันคิดหาทางที่จะลงแรง แกปญหากันตอไปนี่แหละเราพบวา มันเปนการตอบโจทยย้ํา วาความตองการขอความชวยเหลืออันดับแรกๆ ตองเปนเรื่องอะไร
  • 37. 36 เรื่องเลาทิ้งทาย น้ําทวมงวดนี้จะสปอยลจนหนูเสียนิสัย หรือ จะสอนใหหนูลงมือเอง เรื่องที่จะเลาตอไปนี้ ถาไมทิ้งชวงเวลาไวสักพัก ก็คงจะนึกไมออก มองไมเห็นวาที่จริงมันก็เปนปญหา มันเริ่มมาจากตั้งแต 15- 18 ตุลาคมที่ผานมา บานที่ อ.บานหมี่ จ.ลพบุรี เจอฝนตกหนักตอกัน 3 วันติด ฟามันปดซะจนเรานึกวาจานดาวเทียมเสีย พอก็บนวา เถามันเทศของแมแก มันไปพันจานแดงของพอ (ในขณะที่จานเหลืองของแมไมยักกะมีปญหาสักเทาไร) เราดูภาพถายดาวเทียมก็เห็นแลวแหละ วาเมฆมันหนาซะขนาดนั้นสัญญาณมันจะผานลงมาหาจานแกไดยังไง แลวฉันก็หนีกลับไปกรุงเทพ พรอมกับขาวที่วิ่งตามมาวา น้ําทวมที่จังหวัดซึ่งอยูตนน้ําและทวมอําเภอเราเกิดดวย ปนี้แลงนาน แตพอฝนมา ฝนก็ลงซะแรงเลย ชาวบานไมมีใครคิดวาเมฆกอนนั้น มันจะทําให บานเราแบงเปนฝงแหงและฝง waterworld ครึ่งๆกันไดขนาดนี้ ฉันกลับบานอีกครั้งใน 2 วันถัดมา ซึ่งเปนวันที่น้ําเขาสูงสุดจนถนนถูกปด เพราะน้ําเชี่ยวเซาะ เอาคอสะพานทรุด ทีมเพื่อน 2 ทีม ที่มาดวย ไดทําใหฉันเกิดจุดเปลี่ยนทางความคิด ทีมแรกซึ่ง เปนทีม survey และกูวิกฤตชีวิตในชวง 1-3 วันแรก อันนี้ขอขามไปกอน ทีมที่ทําใหฉันตอง เขียนบทความนี้ คือ ทีมที่สองซึ่งเปนทีมกูวิกฤตอาหาร (Food crisis) ในชวง 3-7 วันถัดมา การกลับบานในมุมมองใหมครั้งนี้ ทําใหฉันไดเห็นทั้งเรื่องดีและเรื่องที่เปนดาบสองคมในบานของฉันเอง มีหมูบานสองหมูบานที่ฉันและทีมเพื่อนเอาถุงยังชีพไปลงในชุมชน ทั้งสองหมูบานเหมือนกันตรงที่มีอาชีพหลัก คือ ทํานา และอยูไกลถนนใหญ หมูบานแรก ฉันกาวเขาไปผานสายสัมพันธของนาซึ่งเปนพี่เลี้ยงสมัยเด็กๆ หมูบานที่สอง ฉันและเพื่อนกาวเขาไปผานขอความรองขอความชวยเหลือ จากนองคนหนึ่งซึ่งก็ไมรูจักกันมากอนได Facebook และโทรศัพทที่รองขอใหมา (แลวก็ไดรูตอนตัววา นองเคาเปนรุนนองที่จบมัธยมโรงเรียนเดียวกับเรา)
  • 38. 37 เมื่อกาวลงไปถึงก็พบวา หมูบานที่สองมีทีมแมบานที่ตั้งโรงครัวชุมชนตั้งแตวันแรก มีทีมพอบานที่จัดระบบของบริจาคและระดมแจกจายไดเพียงพอตอสมาชิกในชุมชน วางายๆคือ มีการจัดการตนเองไดอยางดี ในขณะที่หมูบานแรก พอขึ้นไปบนศาลาวัดก็เห็นน้ําบริจาควางอยู 6 แพค และกวาจะเริ่มตั้งโรงครัวชุมชนได กวาจะมีระบบจัดการของบริจาค ทั้งหมูบานก็โดนน้ําขังปาเขาไป 5 วันแลว สิ่งที่ทําให 2 หมูบานตางกันออกไปก็คือ ผูนําที่มีอยูในชุมชน สาเหตุที่หมูบานแรก มีน้ําบริจาควางอยูแค 6 แพค นั่นเพราะ ผูใหญบานของเขาไมไดอาศัยอยูในชุมชน จึงไมสะดวกที่จะเขามาทํางานใหกับชุมชน และตัวลูกบานเองก็มีแตผูหญิงกับเด็กที่มีภาระในบาน เลยขยับอะไรไมไดมากนัก สวนอีกหมูบานนั้นไมรูวาเชิงลึกนั้นผูใหญบานเขามีบทบาทมากนอยแคไหน แตเทาที่เห็น ลูกบานที่นี่เขาฟตกันทั้งทีม ทํางานเขาขากันเปนอยางดี ในภาวะที่การคมนาคมทางกายภาพถูกตัดขาด พวกเขาใชชองทางใดสื่อสารใหโลกภายนอกไดยินเสียงรองขอความชวยเหลือ หมูบานแรก นาใช Social Capital (ทุนทางสังคม) ดึงสัมพันธระหวางคนรูจัก ที่อยูในอําเภอเดียวกันฝงที่แหง มาชวยฝงที่เปยก หมูบานที่สอง มี gen Y ที่ใช Social Network เรียกคนที่ไมเคยรูจัก ใหเขามารูจักและมาชวยหมูบานของตัวเอง ตอนนี้หมูบานที่เปนหวงไมใชหมูบานแรก ฉันกลับเปนหวงหมูบานที่สองมากกวา แมวาทั้งพอบานและแมบานที่นี่จะเขาฟตและทํางานเขาขากันเปนอยางดี แตไมรูวา gen Y รุนถัดมา จะสปอยลไปแคไหนแลวไมรู เพราะ พฤติกรรมบน Social Network กับน้ําทวมในครั้งนี้ มันมีจุดที่นาสังเกตอยูวา คนที่ตะโกนดังสุด คนที่ TWIT ถี่สุด คนที่ Tag เคาเยอะสุด คนโพส Facebook แรงสุด คนนั้นจะไดความชวยเหลือเขาไปเยอะสุด มันนาตกใจตรงที่วา "เฮย นี่เรากําลังโหวต AF หรือชวยน้ําทวมกันวะเนี่ย" เอา แลวหมูบานที่โดนตัดไฟ โทรศัพทหาย ไมมีอินเตอรเนท ไมมี BB ใชนี่จะทําไงกันเนี่ย แลว คิดยังไง ถึงไดเรียกคนที่ไมรูจักเขามาในบานกันเต็มไปหมดเลย
  • 39. 38 ทําไมตอง Twit กันไปขอขาวจากกรุงเทพ ทั้งๆที่รุนพี่ของเราในสมาคมศิษยเกาก็มีทั้งเจาของ โรงสีและสมาชิกหอการคาสารพัด ทั้งๆที่ เรามีเพื่อน มีพี่นอง มีญาติบานใกลในฝงที่ไมโดนน้ํา ทวมกันอยูตั้งมากตั้งมาย เรากลับลืมที่จะใชทุนทางสังคมเหลานี้ ในขณะเดียวกัน เราวา ผูที่มีทุนทางสังคมเหลานี้ก็อาจจะถูกสปอยลไปแลวดวยไมตางกัน ก็ เพราะมีเรื่องน้ําทวมขึ้นมา ขาวของทั้งของหลวงและของราษฏร นานาคันรถ ก็ตางขนกันเขามา เสียจนเถาแกกงสีที่อีกบานแทบไมตองปนอะไรไป จนเดี๋ยวนี้ เวลามีชาวบานมาบอกวา โดนน้ําทวมอยูตรงไหน ขาดอะไร คนแถวบานเราซึ่งไมเปยกก็บอกวา "แลวจะบอกตอๆไปใหนะ" เราก็ เอา เฮย ไมใชตองชวยลงแรง เอาขาวไปสง ไปลงของใหหรอกเหรอ ทั้งหมดนี้ไมไดจะบอกวา การใหของจากกรุงเทพมันไมดีนะ การแบงปนโชคดีของเราจากฝงที่ น้ําไมทวม ไปให เพื่อน พอ แม พี่ นอง ที่แบงรับแบงสูกันอยูขางหนามันดีอยูแลว เพียงแตอยาก เรียกรองบางอะไรบางวา อยาสปอยหนู และที่เลามานี่ เราแคกําลังเตือนคนรุนเราวา อยาลืมวานอกจากเราตองดูแลตัวเราเองแลว คนที่มีสัมพันธในสังคมใกลบานเราก็ยังมีอยูนะ เขาเองมีกําลังที่จะชวยเราไมตางกัน และคนใกลบานก็ตองไมลืมนะ วาบานนั้นกับเราก็อยูใกลกันแคนี้เอง ความชวยเหลือจากเรามันไมไกล ไปไดไวและยังไดใจวาเราชวยกัน
  • 40. 39 กระบวนการ “ สรางสายใยเครือขาย ทามกลางสายน้ํา...ทวม ” กรณี : เครือขายสิ่งแวดลอมชุมชนจังหวัดปทุมธานี
  • 41. 40 กระบวนการ “ สรางสายใยเครือขาย ทามกลางสายน้ํา...ทวม ” กรณี : เครือขายสิ่งแวดลอมชุมชนจังหวัดปทุมธานี เครือขายสิ่งแวดลอมชุมชน จังหวัดปทุมธานี เครือขาย ฯ เกิดจากการรวมตัวของ ชุมชนหลายๆ ชุมชนที่อาศัยริมคูคลองจังหวัดปทุมธานี ตั้งแตป 2547 ที่ผานมามีการทํา กิจกรรมรวมกลุมในหลายๆเรื่อง เชน การออมทรัพย การฟนฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมมอญ การ รณรงคใหทําถังบําบัดน้ําเสียราคาถูกในแตครัวเรือน การทําน้ําหมักชีวภาพเพื่อฟนฟูสภาพ แมน้ําลําคลอง จน “ ชุมชนคลองปรอก” ไดรับรางวัลจากกองทุนสิ่งแวดลอมโลก เปนพื้นที่ แลกเปลี่ยนเรียนรูของชุมชนตางๆ ในประเทศ และอยูระหวางความพยายามในการขยายออกสู ชุมชนอื่นๆ ใน 8 สายคลอง เขตจังหวัดปทุมธานี จํานวน 45 ชุมชน โดย แกนนําเครือขาย ซึ่ง เปนตัวแทนจากชุมชนตางๆทําหนาที่ในการดําเนินงาน มีนักจัดระบบชุมชน ( Oganizer ) จาก มูลนิธิชุมชนไท เขาไปสนับสนุนกระบวนการทํางานแบบมีสวนรวมของชุมชน และ มีการ ประสานความรวมมือกับสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (พอช.) เพื่อสนับสนุนการแกปญหาที่อยู อาศัย รวมทั้งเครือขาย ฯ เปนสมาชิกสมัชชาสุขภาพจังหวัดปทุมธานี หลังจากระดับน้ําในแมน้ําเจาพระยาขึ้นสูงและทะลักเขาบานเรือน แกนนําเครือขาย ฯ ไดมีการโทรนัดประชุมดวน และสรุปขอมูลวา มี 14 ชุมชนที่เดือดรอน จึงจัดตั้งศูนย ประสานงานและชวยเหลือสมาชิกที่ไดรับผลกระทบจากน้ําทวม ขึ้น โดยใช ศูนยประสานงาน และชวยเหลือผูประสบภัยน้ําทวม เครือขายสิ่งแวดลอมชุมชนจังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู ตรงขามชุมชนวัดหงส อ.เมือง จ.ปทุมธานี ศูนย ฯ เริ่มดําเนินการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2553 โดยแกนนําแตละชุมชนลงไปสํารวจ ความเดือดรอนและความตองการเรงดวนของสมาชิก หลังจากนั้น ไดสงขอมูลความ ตองการทางอีเมล ใหแกกลุมเพื่อนๆที่อาสาระดมของชวยเหลือน้ําทวม การชวยเหลือ เบื้องตน เปนไปอยางดี มีการทําขอมูลทั้งการรับบริจาค การแจกจายที่เขาถึงผูประสบภัย เพราะทีมแกนนําแตละชุมชนมาเปนแกนหลักในการแจกจาย ในขณะที่แกนนําจากชุมชนอื่นๆ ก็ตามไปหนุนชวยกัน ทําใหเกิดความสัมพันธที่ดีระหวางแกนนําในชุมชนกับสมาชิก และเกิด
  • 42. 41 การทํางานรวมกันระหวางชุมชนทั้ง 14 ชุมชน ถึงแมจะมีของจํานวนจํากัด แตตรงกับความ ตองการอยางแทจริง เชน ขาวสาร อาหารกลอง เรือทองแบน ไมทําสะพาน ยาน้ํากัดเทา สวมชั่วคราว เปนตน ชุมชน ที่ไดรับความเดือดรอนจากผลกระทบน้ําทวมจํานวน 14 พื้นที่ จํานวน 1,241 หลังคาเรือน ประมาณ 4,900 คน แบงเปน อําเภอเมือง 8 พื้นที่ 1)ชุมชนเมือง 7 ชุมชน 318 หลังคาเรือน 2)ตําบลหลักหก หมู 2 หมูบาน จํานวน 150 หลังคาเรือน อําเภอสามโคก 4 พื้นที่ 1)ชุมชนตําบลกระแชง 3 หมูบาน 280 หลังคาเรือน 2)ชุมชนบางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก 1 ชุมชน 75 หลังคาเรือน 3)บานปทุม หมู 2 หมูบาน 240 หลังคาเรือน 4)ชุมชนวัดราษฎรรังสรร 80 หลังคาเรือน อําเภอลําลูกกา 1 พื้นที่ 1) ชุมชนคูคตพัฒนา 38 หลังคาเรือน อําเภอธัญบุรี 1 พื้นที่ 1) ชุมชนริมคลองรังสิต คลองหนึ่ง คลองสอง 60 หลังคาเรือน
  • 43. 42 แผนที่แสดงพื้นที่บริเวณชุมชนน้ําทวมปทุมธานี ศูนยประสานงานน้ําทวมภาคประชาชน จังหวัดปทุมธานี บานปทุม ม.1- ม.3 สามโคก 240 หลัง ชุมชนวัดราษฎรรังสรร 60 หลัง อบต.กระแชง 280 หลัง ชุมชนบางโพธิ์เหนือ 75 หลัง ชุมชนบางโพธิ์ใน 89 หลัง ชุมชนคลองพิกุล 45 หลัง ชุมชนวัดหงส 40 หลัง ชุมชนบางปรอก 20 หลัง ชุมชนริมคลองรังสิต 80 หลัง ชุมชนวัดโคก 30 หลัง ชุมชนโสภาราม 74 หลัง ชุมชนเทพพัฒนา 20 หลัง ม.4 ,ม.5 ตําบลหลักหก150 หลัง ชุมชนคูคตพัฒนา 38 หลัง สรุปลักษณะปญหา 1. น้ําทวมขังสูง ตองใชเรือ เขาออก จํานวน 513 หลัง 2. น้ําทวมบางสวน ( ลุยนําเล็กนอย น้ําทวมบริเวณบานบางสวน ) จํานวน 650 หลัง 3. ไดรับผลกระทบพื้นที่ตอเนื่อง เชน น้ําทวมถนน ทางเดิน ทางเขาบาน 78 หลัง ลักษณะบานที่ไดรับผลกระทบจากน้ําทวม 1. บานมีเลขที่ จํานวน 1,087 หลัง 2. บานไมมีเลขที่บาน จํานวน 80 หลัง 3. บานเชา จํานวน 74 หลัง เวทีสรุปประสบการณทํางาน หลังจากระดับน้ําทรงตัว ยังคงมีทีมเฝาระวังระดับน้ํา ศูนย ฯ ยุติการทําอาหารเพื่อเลี้ยงคนที่มาชวยทํากระสอบทราย มีการจัดพูดคุยเพื่อสรุปการ ดําเนินงาน ที่ผานมา ดังนี้ - อาสาสมัครประจําศูนยเปนผูนําชุมชนตาง ๆ โดยเฉพาะชุมชนที่ไดรับผลกระทบโดยตรง จํานวน 20 คน หมุนเวียน - อาสาสมัครประสานงาน ชวยเหลือ จากพื้นที่น้ําทวม 14 พื้นที่ ๆ ละ 3 – 5 คน - การจัดตั้งศูนยเชิงรุก พรอมตั้งรับ มีขอมูล มีระบบการบริหารจัดการ โดยชุมชนเองเห็นวาดี มีประโยชนมาก และสามารถเขาถึงผูที่เดือนรอนจริง ๆ โดยไมตองแยงกัน - สนับสนุนตรงตามความตองการ และเรื่องที่ไมมีใครสนับสนุน เชน จัดหาอาหารผูที่มาเปน อาสาสมัครชวยทํากระสอบทราย ปองกันน้ําทวม หองน้ําเคลื่อนที่ เรือทองแบน ยาน้ํา กัดเทา ( มากกวาขาวสารอาหารแหง )
  • 44. 43 - เห็นศักยภาพของเครือขายชุมชนที่มีการรวมกลุมและทํากิจกรรมมาอยางตอเนื่อง พบ ภาวะวิกฤติ สามารถรวมตัวและชวยเหลือไดทันทวงที และไดรับการยอมรับจากชุมชน และ ภาคีฯ - ชาวบานที่ไมเดือดรอนมาก ก็มารวมบริจาคของดวย (ไมไชมารับแตเพียงอยางเดียว) - เห็นควรวานาจะมีการพัฒนาจากศูนยประสานงานและชวยเหลือ เปน ศูนย ประสานงานและปองกันภัยพิบัติภาคประชาชน ในการฟนฟูและปองกันในโอกาสตอไป ปญหาอุปสรรค การประสานงานหนวยงานราชการ เปนไปไดนอย มาก และ ขาดงบประมาณในการบริหารจัดการขับเคลื่อน กิจกรรม ที่เปนคาใชจาย เชน คานํามันรถ คามอเตอรไซด คา ถุงในการใสขอแจก เพราะผูบริจาคเปนสิ่งของ หรือเงิน ระบุ ของที่จะตองซื้อ เปนตน สรุปการชวยเหลือและขอบคุณผูสนับสนุน รายการ จํานวน ผูสนับสนุน น้ําดื่ม 10,800 ขวด การประปานครหลวง และสสส. ยาสามัญประจําบาน 200 ชุด การประปานครหลวง ขาวสาร 1,590 กก. ธนาคารกรุงไทย (22,500 ) อื่นๆ เรือทองแบน 5 ลํา ธนาคารกรุงไทย ซีเลคทูนากระปอง 120 กระปอง ทูนาน้ําเกลือ 1,920 กระปอง ลงพื้นที่ชวยชาวบาน - ทีมมูลนิธิ 1500 ไมล - ทีมมูลนิธิชุมชนไท - ขาวทีวีไท ขาวเที่ยง สกูปขาว - เครือขายสิ่งแวดลอมกรุงเทพฯ/ ปริมณฑล - อาสาชวยน้ําทวม อื่นๆ ขนมปงแซนวิช 100 ชิ้น บะหมี่สําเร็จรูป 260 ซอง ไขเค็ม 100 ฟอง ไมกระดาน 35 แผน สุขาเคลื่อนที่(SCG) 50 ชุด น้ําแกว (เอื้องธัญญ) 5 ลัง กาแฟ แกว 3 ชุด อาหารสด 20,000 บาท มูลนิธิชุมชนไท นายอํานาจ จันทรชวง มูลนิธิชุมชนไท รายงาน
  • 45. 44 ประสบการณการรับมือภัยพิบัติ น้ําทวมใหญ 2010 และพายุดีเปรสชั่น บทเรียนจากภาคสาธารณสุข
  • 46. 45 ประสบการณการรับมือภัยพิบัติ น้ําทวมใหญ 2010 และพายุดีเปรสชั่น บทเรียนจากภาคสาธารณสุข นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ คศน.001 เรียบเรียง ป 2553 บทพิสูจนที่ชัดเจนวา โลกและประเทศไทยไดรับผลกระทบอยางชัดเจนจากภาวะโลกรอน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกแลว น้ําทวมใหญป 2553 ที่เกิดขึ้นไลมาตั้งแตภาคเหนือตอนลาง มา ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต ไดสรางความสูญเสียอยางมาก โรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัยใน หลายพื้นที่ก็ไดรับผลกระทบอยางมาก ประสบการณการรับมือภัยพิบัติ น้ําทวมใหญ 2010 ของ 3 โรงพยาบาลในจังหวัดสงขลาคือโรงพยาบาลหาดใหญ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อําเภอนาทวี และโรงพยาบาลจนะ รวมถึงประสบการณการเผชิญหนากับพายุดีเปรสชั่นของโรงพยาบาลสทิงพระ ที่ โรงพยาบาลเหลานั้นไดเขียนมาเลาสูกันฟง เปนบทเรียนที่เห็นภาพของความโกลาหลและการจัดการที่เปน ความรูฝงลึก ( tacit knowledge ) ที่นาสนใจยิ่ง ภาค 1 : เมื่อน้ําทวมโรงพยาบาลนาทวี บทเรียนที่ควรแบงปน อําเภอนาทวี เปนอําเภอเศรษฐกิจดีอีกอําเภอของจังหวัดสงขลา เต็มไปดวยสวนยางและสวนผลไม มีโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อําเภอนาทวี ขนาด 120 เตียงตั้งอยู เปนโรงพยาบาลระดับ 2.2 ของกระทรวงสาธารณสุข คือมีแพทยเฉพาะทาง ในชวงที่ประสบเหตุน้ําทวมในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2553 นี้ คุณหมอสุวัฒน วิริยพงษสกิจ ผูอํานวยการโรงพยาบาลนาทวี ไดถายทอดประสบการณไวอยางนาสนใจ มุงสูนาทวี ตอนประมาณตี 4 ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 หนุมนอยชื่อ “ชาย” แฟนของนองเจาพนักงาน เภสัชกรรมไดโทรมาปลุกผม แจงวาน้ําขึ้นสูงมาก กําลังทะลักเขาโรงพยาบาลนาทวี ผมรับโทรศัพททีแรกยัง ไมเชื่อ เพราะสักเที่ยงคืน เพิ่งคุยกับทีมงานที่ดูแลเครื่องสูบน้ําของชลประทาน ซึ่งไดมาติดตั้งในโรงพยาบาล และเริ่มสูบน้ําไดตั้งแตชวงเย็นแลว ปกติถาเปนแบบนี้ก็จะอุนใจ เพราะเครื่องพญานาคทั้งสองตัวขนาด 12 นิ้ว ฝนตกหนักๆมาสักชั่วโมง อีก 2 ชั่วโมงก็แหง แตปรากฏวาฝนดันตกตลอด ผมคิดไดแตเพียงวา ใหกั้น กระสอบทรายที่พอมีใหสูงไวกอน สวนตัวเองจัดแจงหยิบเสื้อผาติดมือไปสองสามชุดกอน ระหวางทางฝนยังคงตกหนักตลอด ที่ปดน้ําฝนเรงเต็มสตีมแลวก็ยังตองคอยๆขับรถไปไดอยางชาๆ สายฝนที่เย็นฉ่ํา แตใจมันรอนรุม ความเร็วสัก 60 กิโลเมตรตอชั่วโมง ดูมันชางชักชาเหมือนเตาคลานเลย ทีเดียว ผมเพิ่งทราบขอมูลเมื่อมาทบทวนเหตุการณวา “ฟารั่ว” ในชวง 2 วันนี้เปนอยางไร เชนที่อําเภอนาทวี ปกติฝนจะตกเฉลี่ยทั้งปที่ 1200-1500 มิลลิเมตร มาปนี้ แค 2 วัน 31ต.ค-1พ.ย. ตกไป 504 มิลลิเมตร เรียกวา เปน 1/3 ของฝนทั้งป ระหวางทางผมผานอําเภอจะนะกอน ดูปริมาณน้ําสองขางทางแลวมีลุนวา น้ําไมมากกระมัง หารูไม วา จะนะเปนสวนปลายน้ํา น้ํายังเดินทางมาไมถึง เวลาผานไปสัก 1 ชั่วโมง พอเริ่มเขาเขตอําเภอนาทวี ตอง เปลี่ยนใจครับ เริ่มเห็นชาวบานยาย วัว ควาย และขาวของมายังทองถนน ฝนเริ่มซาเม็ดลง เหยียบคันเรงเร็ว ขึ้นหนอย ใจเตลิดคิดไปถึงเรื่องอื่น คิดถึงการซอมแผนอุทกภัยที่เตรียมซอมกันในวันรุงขึ้นคือวันที่ 2 พ.ย. หรือเราจะไดเจอของจริงเลย
  • 47. 46 พอเขาเขตตลาดนาทวี ลงจากสะพานขามคลองนาทวี มองลงไป สามแยกวังโตยาวไปสุดลูกตา ตลอดทางไปอําเภอเทพา ผมไมเห็นพื้นผิวถนนแลว เห็นมีรถกระบะวิ่งสวนมาได แสดงวารถยังพอฝา กระแสน้ําได เลี้ยวขวาที่สามแยกวังโต มุงหนาสู รพ.ระยะทางราว 1 กิโลเมตรถึงหนาสนามกีฬาเทศบาล สอง ขางทาง มีรถจอดซอนกัน 3 แถว ตรงนี้เปนเนินสูงหนอย ผูคนตางนํายานพาหนะจอดหนีน้ํากัน ผมขับรถ Volvo คูใจเกือบถึงหนา รพ. ลําบากเสียแลวละ น้ํามากจริงๆ ตองหันหัวรถกลับมาจอดหนาสนามกีฬาเหมือน คนอื่นๆบาง ผมเดินเทาสัก 200 เมตร จนถึงแนวรั้วรพ. หนารั้วโรงพยาบาลเห็นสมาชิกชาวโรงพยาบาลสัก 5-6คน รวมตัวกันอยูหลังแนวเขื่อนกระสอบ ทรายหนารพ. ถนนทางเขารพ.กระแสน้ําเชี่ยวมาก เจาหนาที่ตองใชรถกระบะคันหนึ่งจอดบนถนนใหญ ใช เชือกผูกกับรถยึดโยงกับเสาภายในรพ. เพื่อไวเกาะเดินเขาไปได แตก็ตองใชความระมัดระวังเปนอยางมากผม ตัดสินใจเดินเกาะเชือกฝากระแสน้ําโดยมีพนักงานขับรถคอยเดินขนาบเขาไปได สิ่งแรกผมที่ทําคือ ขี่จักรยานตระเวนดูรอบรพ. น้ําขึ้นเร็วมากจริงๆครับ รอบรพ.เรามีเขื่อนกั้นน้ําสูง ประมาณ 2 เมตร จุดต่ําสุดของเขื่อนอยูบริเวณฝงที่ติดกับสํานักงานขนสงจังหวัด เราประชาสัมพันธเสียงตาม สายระดมคนที่มีอยูในบานพักทั้งชายหญิงและญาติผูปวย ชวยกันบรรจุทรายใสกระสอบ ผมอาจจะใชคําผิด ครับ ใสถุงดํามากกวา เพราะกระสอบตามแผนเดิม จะเอาเขามาเตรียมในชวงสายของวันนี้ เพื่อจะซอมแผน ในวันรุงขึ้น นองรปภ.ประยุกตโดยใชถุงดําซอนกัน 3 ชั้นเพื่อปองกันการแตก ก็พอบรรเทาไปไดบาง เรา ชวยกันลําเลียงขนกระสอบถุงดําไปเสริมแนวเขื่อนฝงขนสง แตดูแลวยังไมเพียงพอแน ผมรองขอกระสอบไป ยังทานนายอําเภอและพี่ๆที่สสจ.สงขลา เผื่อวาจะยื้อกันลองดูสักตั้ง ปฏิบัติการยายผูปวยกอนน้ําเขาโรงพยาบาล ประมาณ 10 โมงเชาทานนายอําเภอฝากระแสน้ําดวยรถขับเคลื่อนสี่ลอทรงสูง ผานมาทางประตู สํารองของรพ.มาได ผมวานใหทานชวยตรวจสอบปริมาณน้ําจากตนน้ํา ทั้งจากตําบลประกอบ ตําบลสะทอน และที่สําคัญคืออุทยานแหงชาติเขาน้ําคาง ทานบอกผมวา “น้ํายังมีอีกมากครับคุณหมอ” ผมตัดสินใจใชแผนขั้นสุดทายคือยายคนไขออกจากโรงพยาบาลทั้งหมด ถึงแมในขณะนั้นภายใน โรงพยาบาลยังแหง แตภายนอกโรงพยาบาลเราถูกรายลอมดวยน้ําหมดแลว อยูไดเพราะเขื่อนกั้นน้ําและ เครื่องสูบน้ําทํางานอยูตลอดเวลา ผมสั่งการใหหัวหนาพยาบาลและหัวหนาตึกเตรียมเคลื่อนยายผูปวย โดย set priority case เปนประเภทตามความเรงดวนไว ประมาณ 11 โมง ของวันที่ 1 พฤศจิกายน รถยีเอ็มซี 3 คันจากคายทหาร ร5 พัน3 โดยการ ประสานงานของทานนายอําเภอ พรอมกําลังเกือบ 20 นาย เริ่มมาลําเลียงยายผูปวย คนแรกที่ผมคิดถึงคือ กัลยาณมิตรคนสําคัญ คุณหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่โรงพยาบาลจะนะ ซึ่งหางออกไป 20 กิโลเมตร จัดการ รับคนไขที่จําเปนตองนอนโรงพยาบาลตอ 35 คน ที่เหลือ ไป โรงพยาบาลสงขลานครินทร โรงพยาบาล หาดใหญ โรงพยาบาลนาหมอม รวมสงผูปวยไปทั้งหมด 44 คน ชุดแรกที่สงตอคือกลุมเด็กที่ตองใช incubator โชคดีมากครับ ที่เพิ่งซื้อตัวใหมมา 2 ตัว ราคาตัวละ 5 แสน รูเลยครับวาคุมกับการรักษาชีวิตเด็กตัวนอยๆไดอีก 2 คน การขนยายผูปวยเปนไปอยางตอเนื่องและ ทุลักทุเล เพราะไมใชยายแตผูปวย แตหมายถึงญาติและขาวของเครื่องใชของผูปวยดวย ผูปวยเที่ยวสุดทายถูกสงตอไปประมาณ 6 โมงเย็น พลทหารขับรถบอกผมขากลับเที่ยวสุดทายวา ขับไปก็นั่งภาวนาสวดมนตไป ใหปลอดภัยทุกๆคน ชื่นชมนองพยาบาลมาก เขาใหกําลังใจพลขับ พรอมดูแล คนไขระหวางทางไปดวย ทานที่นึกภาพไมออก ลองคิดดูวา ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใชเวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง เปนอยางไร
  • 48. 47 ปฏิบัติการสูสักตั้ง สักบายโมงสิ่งที่เราหนักใจที่สุดคือเขื่อนบริเวณฝงสถานีขนสงนั้นทานความแรงของน้ําไมไหวแลว น้ําทะลายเขื่อนเขามาจนพังพินาศ เสียงน้ําตกไหลเขาโรงพยาบาลจนทีมงานสูบน้ําประสานมาวาขอหยุดสูบ เพราะสูไมไหวแลว ผมสั่งการทางวิทยุใหสูบน้ําตอ เพื่อยื้อกับเวลาที่เราตองยายคนไขและยายขาวของให ไดมากที่สุด ระหวางนี้การเคลื่อนยายทามกลางกระแสน้ําที่ขึ้น เชี่ยวและแรง เราใชเวลากวา 6 ชั่วโมง แบง กําลังกันยายขาวของสวนหนึ่ง ยายผูปวยอีกสวนหนึ่งที่ยังหลงเหลือ อุปกรณสวนที่ยายไมไดเปนอุปกรณตัวใหญ เชน ยูนิตฟน เครื่องนึ่ง เครื่องอบผา เครื่องซักผา ก็ พยายามถอดมอเตอรออก พนักงานชางมือสั่นพลางถอดอุปกรณพลาง พอสัก 4 โมงเย็น น้ําสูงมากจนพนแนวเขื่อนรอบโรงพยาบาล ถึงแมเราจะเรงบรรจุกระสอบทราย กลางสายฝน อุดรูรั่ว เสริมคันดินใหสูงขึ้น ยื้อเวลา เพราะคาดวามันไมนาจะสูงกวานี้ แตผิดคาด น้ํามามาก ทั้งเร็วและแรง คราวนี้เครื่องสูบน้ําทั้ง 2 เครื่องเอาไมอยู จนตองยอมแพ น้ําจึงเขาทวมโรงพยาบาลอยาง รวดเร็ว ระดับน้ําบริเวณตึกอุบัติเหตุ ราว 1 เมตร บานพัก 1.5-2 เมตรตองอพยพอยูตึกใหมทั้งหมด ในวันนั้นไฟดับทั้งอําเภอ ทีมงานยังชวยกันสรางเขื่อนปองกันโรงไฟฟาสํารองซึ่งเปนจุดสําคัญที่สุด ตอไป ชวยกันวิดน้ํา สูบน้ํา ผลัดเวรเฝากันทุกชั่วโมง จนถึงรุงเชา เพราะถาไมมีไฟ คนที่บนตึกในโรงพยาบาล 80 ชีวิตก็คงลําบาก ในจํานวนนี้มีคนไขที่แพทยอนุญาตใหกลับบานได แตเขากลับไมได เพราะน้ําทวมเมือง ไปหมดแลว หลังจากนั้นเราก็ลุนกันวา น้ําจะเขาตึกใหม 2 ชั้นที่เรากําลังอยูหรือไม โลงใจเอาตอนเที่ยงคืน น้ําเริ่ม ทรงตัว อีกแคคืบหนา เราอาจตองอพยพขึ้นชั้น 2 คืนนี้ชาวโรงพยาบาลนอนกันบนตึกใหมกันอยางอบอุน แต ทุกคนก็หลับๆตื่นๆ พะวงกับสถานการณที่คาดเดาไมได เนื่องจากการสื่อสารถูกตัดขาดหมด น้ําลดกับภารกิจที่ยังรอคอย เชาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 น้ําเริ่มลดระดับชาๆ พอระดับน้ําภายนอกเริ่มลดต่ํากวาภายใน โรงพยาบาล สมาชิกชวยกันกั้นกระสอบทรายใหม เริ่มระดมสูบน้ําออกอีกครั้ง แตมีโจทยใหญตามมาคือ น้ํามันสํารองใกลหมด ทั้งใชกับเครื่องปนไฟ และเครื่องสูบน้ํา หัวจายน้ํามันในปมน้ํามันไมทํางานเพราะยังไม มีไฟฟาใช กัดฟนวัดดวงเราใชเวลา 24 ชั่วโมง ก็สามารถทําใหน้ําภายในไมทวมในอาคาร แลวรีบลางโคลน ไมงั้นจะลางยากมาก จึงใชไดโวสูบน้ําที่กําลังลดนี่แหละฉีดลางเบื้องตน ไดผลดีมาก เรียกวาเอาเกลือจิ้มเกลือ สําหรับการบริการ ทีมงานโรงพยาบาลปรับแผนโดยแบงกําลังไปออกหนวยตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยขอรถทหารลุยเขามารับคุณหมอกัมปนาท จันทนะ และคณะไปออกหนวยใหบริการชาวบานบริเวณชั้น สองธนาคารการเกษตรและสหกรณซึ่งอยูในเขตชุมชน อีกสวนหนึ่งเริ่มมีคนไขอาศัยรถยีเอ็มซีทหารเขามารับ บริการที่โรงพยาบาล เราปรับรูปแบบที่ตึกใหม ใหเปนทั้ง ER LR และOPD หองยาแบบยอสวน เปน 2 จุด ใหญที่ใหบริการประชาชน ชวงบายเจาหนาที่เริ่มลงไปสํารวจความเสียหายที่บานพักกัน โดนกันไปเต็มๆทุกบาน ทั้งรถยนต เครื่องใชไฟฟา ที่นอน โซฟา จมน้ําจมโคลนกันเห็นๆ วันนี้ระบบสื่อสารบางสวนเริ่มฟน สื่อหนังสือพิมพบาง ฉบับ ทีวี วิทยุหลายชองมาสัมภาษณ ถึงแมขาวจะไมคอยออก เพราะความสนใจไปอยูที่หาดใหญเปนหลัก แตพวกเราก็มีความสุขที่ฝาวิกฤติมาได คืนนี้นอนกันบนตึกใหมอีกเชนเคย เชาวันที่ 3 พฤศจิกายน เปนวันแหงการขัดลางโรงพยาบาล ระดมคนลงลางตามจุดสําคัญ โชคดี วาระบบประปาของโรงพยาบาลชางเราซอมไดแลว เริ่มมีน้ําใชบาง เจาหนาที่โรงพยาบาลที่ติดน้ําอยู
  • 49. 48 ภายนอกเริ่มทยอยเขามาชวยขัดลาง โชคดีที่สองคือ ไดน้ํามันสํารองมาจากสงขลา โดยการประสานจากสสจ. รถทหารบรรทุกมาใหอุนใจไปอีกมาก ชวงเย็นนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดสงขลามาเยี่ยมใหกําลังใจ หลังจากนั้นเราสรุปงานประจําวัน เราตั้งเปาวาพรุงนี้ตองเปดบริการในสวนหนา คือ OPD และ ER ใหได ในวันนั้นแมโรงพยาบาลจะยังไมเปด แตเราไมไดปดโรงพยาบาล คนไขที่หาทางมาจนได สวนใหญ จําเปนตองนอนโรงพยาบาลเกือบทั้งนั้น ในชวงวิกฤตินี้มีคนไขในสะสมเพิ่มขึ้นจนเกือบ 20 คน ถึงแมระบบ ออกซิเจนไมทํางาน X’ray ยังจมน้ํา หอง lab ก็จม แตทีมเจาหนาที่ก็สามารถดูแลไดตามสมควร 4 พฤศจิกายน สามารถเปด OPD ได 3 หอง ชวงสายๆทีม IT จัดการระบบใหใชงานไดบางสวน ทหารจาก ร.5 พัน 3 ทีมเทศบาล เจาหนาที่โรงพยาบาลลางโรงพยาบาลรอบที่ 3 ซึ่งยังมีโคลนติดอยูโดยรอบ อีกครั้ง ตองขอรถน้ําและรถดับเพลิงจากเทศบาลระดมมาชวยกัน อีกสวนก็เปดบริการไปดวย ถึงแมระบบยัง ไมพรอม เลยตองมาใชระบบมือ (manaul) ทั้งหมด ทีมจากศูนยชางคือศูนยวิศวกรรมจากสงขลาไดเขามากินอยูพักคางคืนตั้งแตเมื่อวาน มาดูเครื่องซัก ผา อบผาให ชวงเย็นสามารถงานอยางละ 1 เครื่อง ทางทีมซักฟอกจัดเวรเปนกะทํางานกัน 24 ชั่วโมง ทยอย ซักผาที่จมน้ํากองเปนภูเขานอยๆ คาดวาใชเวลาสัก 3 วัน นาจะบรรเทาไปไดบาง ทีม IT ก็ทํางานกันโตรุง ระบบบริการ HOSxp เริ่มใชการไดบริเวณ OPD หองยา ER จนใชไดสัก 60 % สวนระบบบริการเมื่อวาน ER เริ่มเปดเวรบาย WARD เปดไดทั้งหมด 60 เตียง ทยอยรับผูปวยจาก รพ.อื่นๆมาแลว LAB เริ่ม CBC UA ได วันนี้เราจัดการเรื่องขยะเปนหลัก ทีมเทศบาลมาชวยเก็บ เริ่มทยอย เก็บในสวนงานสนับสนุน ลางบริเวณคลังพัสดุ วันที่ 5 ทุกอยางเริ่มเขาที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อําเภอนาทวี ไดผานวิกฤตและ เปดบริการเต็มรูปแบบแลว ภาค 2 : ประสบการณวุนๆของโรงพยาบาลจะนะที่น้ําเกือบทวม เหตุการณน้ําทวมใหญจังหวัดสงขลาจากพายุดีเปรสชั่นที่ขึ้นฝงที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2553 ที่ผานมา ลุมน้ํานาทวี เปนอีกลุมน้ําหนึ่งที่มีเรื่องราวน้ําทวมใหญมาเลาสูกันฟง อําเภอ นาทวีอยูบนเชิงเขา มีทางน้ําและคลองที่ไหลลงสูอําเภอจะนะ ดังนั้นหากน้ําทวมอําเภอนาทวี น้ําก็จะทวม จะนะในอีกไมนาน ความวุนวายกอนน้ําเขาเมือง ที่โรงพยาบาลจะนะน้ําเขามาที่สุดในประวัติศาสตรการตั้ง รพ.นับตั้งแตป 2516 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 เมื่อน้ําปาไหลบาเขาตัวอําเภอนาทวี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนา ณ อําเภอนาทวี ซึ่งเปน โรงพยาบาลขนาด 90 เตียงถูกน้ําทวม น้ําเขาตึกผูปวย ไฟฟาดับ ทําใหตองมีการทยอยขนคนไขกับรถทหาร มารักษาตอที่โรงพยาบาลจะนะรวม 35 คน กวาจะเสร็จก็ตกเย็น ทีมของโรงพยาบาลจะนะฝากขาวกลอง กลับไปกับรถทหารใหเจาหนาที่นาทวี 100 กลองเปนอาหารเย็นที่กินตอนค่ํา ยอดวันนั้นคนไขอยูที่ประมาณ 80 เตียง โชคดีที่จะนะน้ําขึ้นตอนค่ํา และสวนใหญรูตัวลวงหนาวาน้ําจากนาทวีซึ่งหางออกไป 20 กิโลเมตร มาแลว คนไขสวนหนึ่งก็รีบสมัครใจกลับบาน ไมมีใครอยากทิ้งบานในสถานการณวิกฤต คนไขคนเฝาคง
  • 50. 49 อยากกลับไปขนของหนีน้ํากัน ก็ถือวาโรงพยาบาลขนาด 60 เตียงมีคนไขไมแนนเกินไป ตอนนั้นหมอเภสัช พยาบาลจะนะก็ปนปวนกับคนไขที่ทะลักเขามาเหมือนน้ําปา พอตกค่ําเรื่องคนไขก็เขาที่เขาทาง ชวงเชาวันนั้น เมื่อคาดเดาไดวาน้ําทวมใหญแน ทางโรงพยาบาลก็มีการประสานรถเติมออกซิเจน เหลวใหเขามาเติมออกซิเจนเหลวใหเต็มเปนกรณีพิเศษโดยที่ยังไมถึงระดับที่ตองเติม ซึ่งบริษัทเขาอยูที่ หาดใหญก็ยินดีมาเติมให ชวงบายเจาหนาที่โรงพยาบาลไปตลาดตุนอาหารสดเพิ่มขึ้นอีก เผื่อวาจะทวม หลายวัน ตุนน้ํามันสําหรับรถทุกคันใหเต็มถัง สั่งกาซหุงตมถังใหญมาเพิ่มอีก 2 ถัง น้ํามันสําหรับเครื่องปน ไฟพรอมแลว ขาวสารอาหารแหงพรอมนานแลว เงินสดในมือก็พรอมมีเงินอยูเกือบ 50,000 บาท เพราะชวง น้ําทวมไฟดับ ธนาคารปด ATM ไมทํางาน เงินสดเทานั้นที่จะจับจายได ขาวน้ําจะทวมจะนะ ในบายวันนั้น ญาติคนไขก็พาคนไขขาประจํา 3-4 คน เชนคนไขถุงลมโปงพอง คนไขสูงอายุที่บานชั้นเดียว พามาฝากนอนที่โรงพยาบาล แบบนี้เรียกวา ชาวบานเขาทีการเตรียมตัว ตอนเย็นเลิกงาน เปนชวงวัดใจ น้ํากําลังเขาจะนะ ใครจะกลับบานเพราะหวงบานก็คงเดาไดวา คง กลับมาไมไดแลวในวันพรุงนี้ แตถาไมรีบกลับก็คงไมไดกลับ ผมเองก็ตัดสินใจแลววา ปนี้ดูทาน้ําสูงกวาทุก ครั้ง หมอที่อยูเวรก็เปนนองๆใชทุน ภรรยากลับบานแลว คงไปขนของที่รานขายยา ขออยูเปนกําลังใจและ อํานวยการตามหนาที่ใหโรงพยาบาลแลวกัน ก็เลยนอนที่โรงพยาบาล โกลาหลเมื่อน้ําเริ่มเขาโรงพยาบาล ตกค่ําน้ําขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นอยางนากลัว ในตลาดทวมหมดแลว แตตัวโรงพยาบาลตั้งในที่ที่สูงที่สุดของ ตลาด มองไปเห็นโรงพัก ที่วาการอําเภอ ทวมแลว น้ําเขาโรงพยาบาลเริ่มทวมโรงซักฟอก เครื่องซักผาเริ่ม จมไปสัก 1 ฟุต ก็ยังพอไหว สัก 3 ทุม ผูคนในโรงพยาบาลแตกตื่น เพราะกลัววาน้ําที่ทวมถนนใน โรงพยาบาล ซึ่งสูงกวาถนนภายนอกเปนฟุต แตน้ําที่สูงขึ้นจนนากลัววาจะทวมรถ จึงตองมีการจัดระเบียบ การจอดรถกับอยางโกลาหล ทั้งรถสวนตัวและรถโรงพยาบาล เอาขึ้นจอดตรงทางเชื่อมบาง ขึ้นที่สูงสักนิด บาง จนเรียกวามีรถจอดเต็มทางลาดที่เอาผูปวยเขาตึกบริการ หากมีคนไขมาตองกางรมแลวหามมาขึ้นทาง บันได เพราะรถจอดเต็มหมดแลว แตคืนนั้นคนไขนอยมาก สวนใหญคงโกลาหลกับการขนของหนีน้ํา และ ถนนเสนหลักน้ําทวมจนยากที่จะเดินทางแลว ตกค่ํานั้นเองไฟฟาก็ดับลงทั้งอําเภอ เครื่องปนไฟของโรงพยาบาลดังกระหึ่มในทามกลางความเงียบ สงัด แสงไฟทั้งอําเภอมีแตโรงพยาบาลเทานั้นที่สวาง มองไปจากชั้น 4 ของอาคารผูปวยในเห็นแตโรงแยก กาซจะนะ และโรงไฟฟาจะนะ ที่มีทองฟาสีสวาง ซึ่งแปลวาทั้งอําเภอนาจะมีเพียง 3 แหงที่มีไฟฟา เรียกวา โคตรนาอิจฉาที่สุดในอําเภอ สวนโรงพักและที่วาอําเภอที่ควรเปนศูนยอํานวยการชวยเหลือประชาชนนั้นมืด สนิท การสื่อสารถูกตัดขาดหลังไฟฟาดับไมนาน เขาใจวาเสารับสงสัญญาณมือถือคงแบตตารี่หมด โทรศัพทพื้นฐานใชไมได เปนคืนที่เงียบสงบ ดึกน้ําทรงตัว ไมทวมสูงจนเขารถที่จอดไว ทาทางจะไมวิกฤต กวานี้แลว มื้อเชาทุกคนไปกินขาวตมไกไดที่โรงครัว โรงครัวเลี้ยงอาหารทุกมื้อกับทุกคนในโรงพยาบาลทั้ง คนไข ญาติและเจาหนาที่ ถนนไมมีรถวิ่ง มีแตคนเดินลุยน้ําระดับเอวเดินชมเมืองในอีกบบรรยากาศ หมอ ในโรงพยาบาลวันนี้มีตั้ง 4 คน ชวยกันไป round ward 2 คน อีก 2 คนก็อยูเฝาหองฉุกเฉิน เปนวันที่มีคนไขมา โรงพยาบาลนอยที่สุด คือประมาณ 30 คน และไมนาเชื่อวายังมีคนเดินลุยน้ํามาโรงพยาบาลตั้ง 30 คน เกือบ ครึ่งหนึ่งคือคนไขกลุมสําคัญที่โรงพยาบาลจะนะใหบริการเขามายาวนาน คือคนไขกลุมที่ติดเฮโรอีน แลวมา รับยาเมธาโดนทดแทนทุกวันไมเวนเสารอาทิตย ไมนาเชื่อคนกลุมนี้แมน้ําจะทวม แตเขาก็บากบั่นลุยน้ํามา กินยา แสดงวาโรคสมองติดยานี้ทรมานจริงๆ น้ําทวมหากพอมาไดก็ยังมาดีกวาขาดยา
  • 51. 50 ฟอรมาลีนกับเรื่องราวที่นึกไมถึง ตอนเชานั้นเอง พยาบาลไดแจงวาคนไขบนตึกอาการหนัก เปนผูปวยชายสูงอายุที่มาจากนาทวี เปนโรคเสนเลือดในสมองแตก สงไปรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทรแลว กลับมานอนรักษาตอที่นาทวี ได 1 วันก็ตองยายหนีน้ํามาที่โรงพยาบาลจะนะ นายแพทยสุภัทร ฮาสุวรรรกิจ เลาวา ผูปวยอาการแยลง ซึม หายใจติดๆ คุยกับญาติวาคงไมไหว ญาติเขาใจลงความเห็นรวมกับหมอ วาไมสงตอ สภาพของผูปวยชัดเจนแลววาไมนานคงสิ้นลมแน ผมเลยถามหาฟอรมาลีนจากหองยา ปรากฏ วาไมมี ไมไดเตรียมไว ไปไดจากหอง lab ที่เขาไวดองชิ้นเนื้อมาแค 400 ซีซี ก็ยังดี โรงพยาบาลชุมชนไมมี ตูเย็นเก็บศพ หากเสียชีวิตอีกวันเดียวก็เนาเหม็นแลว พอเที่ยงผูปวยก็จากโลกนี้ไปอยางสงบ พยาบาลก็เริ่ม หยดฟอรมาลีนทางน้ําเกลือ เพื่อรักษาศพไว ไมรูเมื่อไรจะกลับบานไดในสภาวะที่น้ําทวมสูงเชนนี้ ชวงบาย 3 โมง รถทหารคันใหญมาสงยาน้ําทวม แลวเขาจะไปสงยาตอที่โรงพยาบาลนาทวีตอพอดี มีคนไขและญาติขอติดรถเสี่ยงไปลงกลางทางหลายคน ผมเลยขอฝากศพนี้ไปกับญาติฝากไปใหถึงตลาดนา ทวีดวย ปรากฏวาคนอื่นที่จะพลอยไปกลับรถขอลงหมดทั้งคัน ไมมีใครยอมไปดวยเลย โวยวายกันบาง ผม ก็บอกวา คนเปนไมเนารอได คนตายรอไมได กลับไปที่ตึกคนไขไปพักและหาขาวกินกอนแลวกัน แลวรถ ทหารที่ขนยาและศพก็ออกไปจากโรงพยาบาล คุณหมอที่อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาก็มีคนไขเสียชีวิตในโรงพยาบาลตอนน้ําทวมอําเภอเชนกัน แตโรงพยาบาลรัตภูมิแกปญหาดวยการใหคนลุยน้ําไปยืมโลงเย็นมาจากวัดมาเสียบไฟฟาที่โรงพยาบาล รอ จนน้ําลดจึงสงมอบศพใหญาติไปทําพิธีกรรมตอไป น้ําเริ่มลด ชีวิตแหงความวุนวายก็เริ่มตน ในวันที่ 2 โรงพยาบาลตึกหนาไมมีน้ําใช เพราะเครื่องสูบน้ําบาดาลขึ้นหอถังสูงจมน้ําเมื่อคืนที่ผาน มา ซึ่งเราไมเคยนึกถึง มอเตอรเครื่องสูบน้ําจมน้ํา แตตึกผูปวยในยังมีน้ําใชเพราะเปนคนละระบบกัน ความเดือดรอนจึงไมมาก เครื่องปนไฟยังทํางาน 24 ชั่วโมง น้ํามันที่มีพอใชอีก 2 วัน โรงพยาบาลกลายเปน ที่รับบริการชารจแบตตารีมือถือประจําอําเภอ คืนที่ 2 น้ําเริ่มลดลงในชวงค่ํา ฝนไมตกเพิ่ม น้ําทวมลดลงคนไขก็เพิ่มขึ้นทันที น้ําลดแลว การสง ตอผูปวยก็เริ่มขึ้น แตการสื่อสารยังแยมาก ทําใหการตรวจสอบเสนทางการสงตอยากลําบาก วาเสนทาง ไหนไปไดไปไมได หลักๆก็สงตอไปโรงพยาบาลสงขลา เพราะหาดใหญยังจมน้ําอยู ตกดึกการไฟฟาเริ่ม ปลอยกระแสไฟฟา แตการสื่อสารยังยากลําบาก ภาพรวมโรงพยาบาลก็มีอาคารซักฟอกจายกลาง อาคารกายภาพบําบัด ศาลาละหมาด ซึ่งเปน อาคารแนวเดียวกันที่ตั้งในที่ลุมที่สุดของโรงพยาบาลทวมระดับเกือบหัวเขา ความเสียหายมีเล็กนอยคือ เครื่องซักผาเสีย เครื่องสูบน้ํา และเครื่อง compressor เปาลมของยูนิตทําฟน แตทั้งหมดนี้ซอมได วันที่ 3 น้ําในโรงพยาบาลแหงสนิทแลว ถนนเสนหลักเดินทางได มีแตบานที่อยูในที่ลุมที่ยังมีน้ํา ทวม คนไขเริ่มมาโรงพยาบาลมากกวาปกติ โดยเฉพาะคนไขเรื้อรังเบาหวานความดันที่ยาลอยไปกับสายน้ํา แลว หมอที่ติดน้ําอยูหาดใหญก็มาโรงพยาบาลไดแลว เจาหนาที่เพิ่มจํานวนขึ้นพอรับมือกับผูปวยไหว คนที่ อยูเวรสลับกันเฝาโรงพยาบาลมาตลอด 2 วันก็ไปพัก คนใหมมาทําหนาที่ทดแทน เพราะหมอในโรงพยาบาลจะนะมีนอย และชาวบานตองการยาพื้นฐานมากกวาตองการหมอ ทาง โรงพยาบาลและสาธารณสุขอําเภอเลยจัดหนวยพยาบาลออกไปกับรถพยาบาลฉุกเฉินไปแจกจายยา ออกไป เปน 3 สาย แวะเปนจุดจุดละสัก 1 ชั่วโมง แลวก็ไปตอจุดอื่น บางสวนก็ฝากยาสามัญประจําบานไวที่บาน อส
  • 52. 51 ม.ใหเปนจุดกระจายยา จัดบริการแบบนี้สัก 3 วันก็หยุดลงเพราะน้ําลด ชาวบานสวนใหญพึ่งตนเองและ เดินทางสะดวกแลว สภาพหลังน้ําทวม พบแตขยะทั้งอําเภอ บานชาวบานกวาครึ่งเปนบานชั้นเดียว น้ําทวมครั้งนี้สูง กวาทุกครั้ง ทําใหบานชั้นเดียวนั้นน้ําทวมสูงจนขาวของเสียหายหมด โดยเฉพาะรถเครื่องและเครื่องใชไฟฟา จมน้ําหมด เสื้อผาที่นอนหมอนฟูกเปยกน้ําจนแทบจะใชไมได ซึ่งชาวบานกลุมนี้มีความนาเปนหวงดาน สุขภาพจิตมากเปนพิเศษ แตแตละชีวิตก็ตองดิ้นรนกันตอไป คุณหมอสุภัทรบอกวา “ผมคิดเอาเองวา ชาวบานเขาเผชิญความทุกขยากมาทั้งชีวิต ความคิดฆาตัวตายหรือเครียดจัดจนตองมาหาหมอจึงไมมาก เหมือนคนเมือง” สุดทายตองขอบคุณบรรพบุรุษที่เลือกทําเลในการตั้งโรงพยาบาลจะนะไดเหมาะสมแลว ภาค 3 : น้ําทวมหาดใหญ กับบริการปฐมภูมิกูภัยพิบัติแหงทศวรรษ อําเภอหาดใหญเปนอําเภอเศรษฐกิจของภาคใต น้ําทวมครั้งรุนแรงครั้งสุดทายคือป 2543 หรือ 10 ปกอนหนานี้ ในครั้งนี้ฝนที่ตกหนักตลอดลุมน้ําคลองอูตะเภา ซึ่งเปนคลองสายหลักที่ไหลผาเมืองเหมือน แมน้ําเจาพระยาแหงกรุงเทพมหานคร ไดลนตลิ่งทวมเมืองอยางรวดเร็วในค่ําคืนของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 อุทกภัยในหาดใหญครั้งนี้น้ําทวมสูงอยางรวดเร็วมาก โรงพยาบาลหาดใหญตั้งอยูในทําเลที่คอยขาง ลุม ระดับน้ําสูงจนเขาอาคารผูปวนอก อาคารสนับสนุนตางๆหลายอาคารของโรงพยาบาลหาดใหญ บริเวณ ถนนน้ําเชี่ยวมาก ไฟฟาดับตอนกลางคืน สัญญาณโทรศัพทถูกตัดขาด เจาหนาที่ไมสามารถเดินทางเขาออก จากตัวอาคารได โรงพยาบาลปดโดยปริยาย โรงปนไฟถูกน้ําทวม จนตองมีการขนยายผูปวยหนักไปนอน รักษาตอที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร แตถึงกระนั้นในโรงพยาบาลหาดใหญที่ถูกน้ําทวม ก็ยังมีผูปวยและ ญาตินอนรักษาตัวอยูหลายรอยชีวิต บันทึกจากหอผูปวยใน น้ําทวมเมืองกับคนไขในที่ยังตองดูแล ณ มุมหนึ่งของโรงพยาบาลหาดใหญ ที่อยูทามกลางความมืดปราศจากแสงสวางจากไฟฟา ซึ่งให ความสะดวกในการทํางานมาตลอดหลายป แตปจจุบันนี้แสงสวางดังกลาวไมมีแลว มีเพียงแสงเทียนและและ แสงจากไฟฉายกระบอกนอยที่ใหความสวางอยูในหอผูปวย ทามกลางความมืดรอบดาน ความกังวลและ ความกลัว ยอมเกิดขึ้นในใจของผูปฏิบัติงานในฐานะผูใหการดูแลผูปวยที่ไมมีแมเครื่องอํานวยความสะดวก และอุปกรณที่ทันสมัยใหใชในเวลานี้ แมมีเพียงแสงเทียนและไฟฉายที่ใหแสงสวางบุคลากรทางสาธารณสุข ไมวาจะเปนแพทย พยาบาล เภสัชกร และเจาหนาที่ทุกฝาย แทนที่จะทําใหทอแทหมดกําลังในการปฏิบัติ หนาที่ แตกลับเปนแรงเสริมใหทุกคนมีความเห็นอกเห็นใจ ชวยเหลือซึ่งกันและกันเพิ่มขึ้น พยาบาลยังคงใหการดูแลผูปวยที่นอนพักรักษาตัวอยูที่หอผูปวย ซึ่งยังมีผูปวยเปนจํานวนมาก สวนที่มีการขนยายผูปวยไปนั้น สวนใหญก็เปนกลุมผูปวยหนักที่ตองดูแลอยางซับซอน ตองใชเครื่องมือที่ พึ่งพากระแสไฟฟา แตผูปวยสวนใหญหลายรอยชีวิตของโรงพยาบาลยังไมไดเคลื่อนยายไปไหน ยังรับการ ดูแลรักษาทามกลางสายฝนและความมืดที่โรพยาบาลหาดใหญ แนนอนวา พยาบาลและเจาหนาที่ทุกฝายจะมีความกังวลใจและยากลําบากในการใหการปฏิบัติการ เปนอยางมาก เพราะไมมีแสงสวางที่เพียงพอในการดูแลผูปวย ไฟฉายจึงเปนอุปกรณที่ใหแสงสวางคูกายที่ พยาบาลจะตองนําติดตัวไปดวยทุกที่ ซึ่งพยาบาลหนึ่งคนจะมีไฟฉายคนละหนึ่งกระบอก เพื่อใหแสงสวาง
  • 53. 52 ในขณะใหการพยาบาล ในการฉีดยาผูปวย มือหนึ่งถือไฟฉายอีกมือหนึ่งถืออุปกรณสําหรับฉีดยาหรือใหสาร น้ํา ซึ่งเมื่อพยาบาลเดินไปถึงเตียงของผูปวย ญาติจะเปนผูชวยในการสองไฟฉายใหพยาบาลไดฉีดยาหรือ เปดเสนเพื่อใหสารน้ํา ในสวนลึกของจิตใจพยาบาลมีความกังวลอยูมาก กลัวจะเปดเสนใหน้ําเกลือไมได ทําใหยอนนึกไป ถึงตะเกียงที่ชาวสวนยางนําไปกรีดยาง ซึ่งจะตองสวมศีรษะไวและสามารถใชมือทั้ง 2 ขาง กรีดยางได โดย ที่ไมตองถือตะเกียงไว แตในเวลานี้มีเพียงกระบอกไฟฉายและแสงเทียนไขเทานั้น ซึ่งก็เพียงพอแลวหากมี ความมุงมั่นที่จะปฏิบัติหนาที่ใหดีที่สุด สําหรับผูปวยทีอยูในภาวะวิกฤตหรือใสทอชวยหายใจ ซึ่งมีความจําเปนจะตองมีการสังเกตอาการ อยางใกลชิด ก็ยังคงมีตกคางอยูที่โรงพยาบาลหาดใหญอีกจํานวนหนึ่ง ผูปวยที่ใสทอชวยหายใจนั้น เครื่องชวยหายใจยังสามารถใชได เพราะมีกระแสไฟฟาจากเครื่องปนไฟบางเครื่องที่ยังไมจมน้ํายังทํางานได แตการดูดเสมหะมีความยุงยากมากเพราะระบบการดูแลเสมหะแบบ pipeline นั้น ไมทํางานเนื่องจากระบบ ดูดสุญญากาศเสียหายจากน้ําทวม ทั้งหอผูปวยมีเพียงเครื่องดูดเสมหะแบบโบราณที่เสียบปลั๊กไฟฟาไดเพียง เครื่องเดียว ในขณะเดียวกันมีผูปวยที่ใชเครื่องชวยหายใจประมาณ 10 คน ซึ่งไมเพียงพอตอความตองการ ในการใชแตละครั้งจะตองรอดูดเสมหะเปนราย ๆ ตองหมุนเวียนกันใช นวัตกรรมใหมๆแบบโบราณจึงเกิดขึ้น เมื่อมีความจําเปนที่จะตองดูดเสมหะพรอม ๆ กัน ทําให พยาบาลตองคิดวิธีการใหม ๆ ขึ้นมาใชทันที โดยการขอยืมลูกสูบยางแดงมาตอเขากับสายดูดเสมหะของ ผูปวยแลวดูดเสมหะออก วิธีนี้ก็สามารถชวยเหลือผูปวยไดเชนกัน เพียงแตตองเสียเวลาในการลางลูกสูบ ยางแดง ซึ่งตองใชเวลานานพอประมาณในการลางใหสะอาด แตก็นับเปนนวัตกรรมแปลกใหมแตสามารถ ใชไดจริง ๆ นาจะนําไปจดสิทธิบัตรไวใชในยามฉุกเฉิน หากผูปวยมีอาการกําเริบหรือมีอาการรุนแรงขึ้น จําเปนที่จะตองรายงานแพทยทราบนั้น ใน สถานการณปกติ แคยกหูโทรศัพทขึ้นก็สามารถรายงานอาการแกแพทยไดทันที แต ณ ปจจุบันนี้ สถานการณน้ําทวมทําใหการรายงานอาการมีความยุงยากมากและตองใชเวลาในการเดินไปตามแพทยที่ หองพักแพทยทามกลางความมืด มีเพียงแสงสวางจากไฟฉายเทานั้น จินตนาการตาง ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว สมอง ทําใหเกิดความกลัวขึ้นมา แตเมื่อเดินมาถึงหองพักแพทย เคาะประตูเรียกแพทยเพื่อไปดูอาการ ผูปวย ความกลัวนั้นก็จางหายไป เมื่อนึกถึงหนาที่ที่จะตองปฏิบัติและจะตองใหการดูแลผูปวย ทามกลางความมืดกิจกรรมตาง ๆ ดําเนินไปอยางเงียบ ๆ แตมีแนบแผนที่จะตองปฏิบัติ ยังคงมี การประเมินสัญญาณชีพผูปวยทั้งผูปวยที่วิกฤตและไมวิกฤต การบันทึกทางการพยาบาล การอาบน้ํา การ ทําแผล การใหอาหารทางสายยาง และกิจกรรมอื่นอีกมากมายที่จะตองปฏิบัติเพื่อใหผูปวยปลอดภัย และให กําลังใจญาติที่เฝาผูปวยเพื่อไมใหเกิดความเครียดและใหผานพนเหตุการณนี้ไปได ภายใตสถานการณที่อยูในความมืดหนึ่งวันหนึ่งคืนนั้น แมบรรยากาศภายนอกจะมืดมิด แตก็มี ความสวางในใจเกิดขึ้นแกทุกคนที่ประสบเหตุ แตทุกคนสามารถอยูรวมกันได และสามารถปฏิบัติกิจกรรม ตาง ๆ ไดอยางเปนปกติ หากทุกคนมีความเมตตา เอื้อเฟอเผื่อแผ การเห็นอกเห็นใจ ชวยเหลือกันและกัน เหตุเกิดที่เวชกรรม ในวันที่น้ําเขาโรงพยาบาลหาดใหญ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 คุณหมอพณพัฒน โตเจริญวานิชย หัวหนากลุมงานไดรวบรวม สมาชิกแพทย พยาบาลกลุมงานเวชกรรมสังคม ที่ติดน้ําทวมอยูบนตึกเวชปฎิบัติครอบครัว ประกอบดวย หมออีก 3 คนและพยาบาล 2 คน นําชุดยาสามัญประจําบานจํานวน 240 ชุด ฝากไปกับเรือเร็วที่แลนเขามาสง ผูปวยที่โรงพยาบาลนําไปแจกจายใหผูประสบภัยในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ “เรือมีอยูไมกี่ลํา แลนมาที่
  • 54. 53 โรงพยาบาลแลวจะกลับมาอีกทีก็ตอนที่มีคนเจ็บนะหมอ น้ํามันเชี่ยวมาก วันนี้มีคนเรือโดนไฟชอตไปแลวดวย ไมคอยปลอดภัยครับหมอ” เสียงคนเรือตอบ นั่นหมายความวาถานั่งไปกับเรือจะไดกลับมาโรงพยาบาล เมื่อไหรก็ไมรู เมื่อคิดไดเชนนี้แลว ทุกคนจึงตัดสินใจกันวาเราควรจะรอตั้งหลักกันกอนดีกวา ออกไปคงเปน ภาระมากกวาจะไดประโยชนกับชาวบาน จึงตัดสินใจฝากยาไปกับเรือ ที่บังเอิญผานไปมาชาวบานก็จะตะโกน เรียกขอรับยาเปนจุดๆไป พุธที่ 3 พฤศจิกายน 2553 บริเวณดานหนาโรงพยาบาลหาดใหญ ระดับน้ําสูงถึงหนาอก น้ําประปา ไมไหล ไฟฟาดับ สัญญานโทรศัพทยังถูกตัดขาด คลินิกเวชปฏิบัติครอบครัวยังปดใหบริการ แตไดจัดเตรียม ชุดยาสามัญประจําบานตอไป เพื่อสนับสนุนหนวยบริการในอําเภอหาดใหญ หมอสองคนขยับไปชวยตรวจ ผูปวยนอกดานหนาตึกใหญของโรงพยาบาลที่ผูปวยสามารถเดินทางมารับบริการได อีกสวนเตรียมเสบียงยา สามัญประจําบาน ทีมแพทยนําโดยคุณหมอหทัยทิพย ธรรมวิริยะกุล จากเวชกรรมสังคมพรอมแพทยอาสา จากกลุมงานสูติฯหนึ่งทาน คือ นพ.จิตติ ลาวัลยตระกูล ลงเรือเคลื่อนที่เร็วรวมกับมูลนิธิสวางแผไพศาลซึ่ง อาสาเดินทางมารวมกูภัยน้ําทวมจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ ออกเดินทางไปยังหมูบานจุฑาทิพย ชุมชนคลอง แหฝงตรงขามหางสรรพสินคา Big C ซึ่งขณะนั้นไดรับแจงจากทีมกูภัยวาวิกฤตมากเพราะน้ําทวมเกินระดับ ศรีษะ ชาวบานเริ่มขาดน้ํา อาหารและรองขอยา ขณะเดินทางโดยทางเรือไมเพียงแตตองระมัดระวังกระแสน้ําเชี่ยวกราด แตยังตองระวังสิ่งของ หรือ รถที่จอดจมอยูใตน้ําดวย บางครั้งลูกเรือก็ตองลงจากเรือไปถือหางเรือหรือลากไปวายน้ําไปเรือที่ใชจึงตองเปน เรือทองแบนและตองมีเครื่องยนตจึงจะสามารถเดินทางได สิ่งที่ควรเตรียมตัวเสมอเมื่อตองนั่งเรือไปชวยน้ํา ทวมคือ ชูชีพ โทรโขง รองเทาบูทสําหรับลุยน้ําและถุงยาที่กันน้ําเขาได ที่สําคัญที่สุดคืออยาลืมพกน้ําดื่มและ อาหารของตัวเองไปดวยเพราะนาทีนั้นคงไปหวังพึ่งใหใครหาอาหารและน้ําใหเราไมได เวลาหนึ่งวันผานไปอยางรวดเร็ว เวลาเลิกงานสําหรับการออกหนวยไมใชสี่โมงเย็นแตเปนเวลาพลบ ค่ําที่คาดเดาไมไดจริงๆ สําหรับชาวบานจะตองเตรียมหมาน้ํา (อุปกรณตักน้ําผูกเชือก) เอาไวหอยลงมาจาก หลังคาเพื่อรับของเสบียงหรือยาน้ําทวมไวดวย ไปแจกยาอาจจะตองฝกปรือฝมือในการโยนรับเหมือนเลนแชร บอลไปกอนดวยเพราะชาวบานลงมาหาเราไมไดเราก็ไมสามารถปนจากเรือไปบนหลังคาบานคนไขได รวม ภารกิจในวันนั้นไดแจกยาชุดผูใหญไป 300 ชุด ยาชุดเด็ก 200ชุด ชวงเย็นไดสํารวจพื้นที่ประสบภัยบริเวณเขต 8 และจันทรวิโรจน เนื่องจากในขณะที่ไปแจกยานั้น ชาวบานหลายคนมักถามเปนประโยคแรกวามีน้ํามาดวยมั้ย ทีมหนวยเคลื่อนที่ในวันนั้นจึงไดขอสรุปวาถาจะ ไปแจกยาชาวบานขอใหเตรียมน้ําไปดวย ดื่มน้ําจะไดกินยาไปดวยนั่นเอง ตกเย็น ตะวันโพลเพล ทีมกูภัย ลงทุนควักกระเปา หนึ่งพันบาทไปซื้อน้ํากลับเขาไปแจกที่หมูบานเพราะชาวบานคงรอคอยขามคืนไมไหว กลับไปในหมูบานรอบที่สองจึงไดเห็นวาชาวบานบางคนพยายามเปนตัวแทนลุยน้ําออกมาเพื่อมารับ ถุงยังชีพที่ตั้งจุดแจกจายอยูบนพื้นดินปากทางเขาหมูบาน คุณลุงคนหนึ่งรับถุงแจกแลวก็หอบหิ้วทั้งลากทั้งอุม ถุงจนขาดของหลนไปตามทางน้ํา ทีมกูภัยทนไมไดตองจอดเรือเอาถุงในเรือลงไปเปลี่ยนให คนแก และหนุม สาววัยกลางคน ไมวาชายหรือหญิง คอยๆเดินลุยน้ํา บางก็นั่งบนที่นอนที่ลอยน้ําออกมาพรอมเตียง เด็กๆ เกาะกะละมังลอยตามน้ําไมใหจม เพื่อความหวังขางหนาวาอาจจะมีน้ําแจก มีอาหารหรือเสบียงกลับไปใหคน ในครอบครัว แมจะทั้งเหนื่อยทั้งเพลียแตหมอสองคนก็ยังวางแผนตอวาพรุงนี้คงตองออกมาลุยอีกวัน คุณหมอจิตติอาจารยอาวุโสกลุมงานสูตินรีเวชซึ่งบานพักในโรงพยาบาลก็น้ําทวมไมนอยไปกวานอก โรงพยาบาลนัดหมายเปนเสียงแข็งวา “พรุงนี้ผมจะออกมาชวยอีก บานผมยังไงก็ยังไมมีน้ําลางบาน เก็บไว กอน เอาไวทีหลังละกัน ชาวบานลําบากกวามาก” ใครไดฟงก็จะรูสึกทึ่งไมรูลืม
  • 55. 54 ภารกิจหลังน้ําลด แจกยาดวยใจ พฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553 โรงพยาบาลหาดใหญน้ําลดลงไมทวมขัง แตยังไมสามารถเปด บริการไดเนื่องจากบุคลากรขาดแคลน สวนหนึ่งประสบอุทกภัยหนักไมแพกัน จึงยังไมสามารถจัดระบบบริการ ในคลินิกได ขณะนั่งเตรียมจัดชุดยาสามัญประจําบานซึ่งมีคุณพยาบาลจิราภรณ จิตรากุล หรือ ภรณ เปนผู ควบคุมการผลิตยาชุดสามัญประจําบานสําหรับน้ําทวมมือหนึ่งของเวชกรรมสังคมหาดใหญอยูนั้น คุณหมอ หทัยทิพยกระหืดกระหอบกลับจากประชุม war room ของโรงพยาบาลหาดใหญมาขออาสาเจาหนาที่เวชกรรม สังคมที่พอมีอยูรวมออกหนวยแพทยเคลื่อนที่ ทันทีที่ถามทุกคนยกมือขึ้นอยางไมลังเล วันนี้จึงมีหลายคนเขา รวมใหบริการออกหนวยเคลื่อนที่เร็ว แพทย 3 คนรวมทั้งคุณหมอจิตติซึ่งไดตั้งใจไวอยางมุงมั่นวาจะไมนั่งรอ ผูปวยที่โรงพยาบาลหาดใหญอีกแลวแตจะออกไปชวยชาวบานถึงในพื้นที่ดีกวา และแพทยประจําบานสาขา เวชศาสตรครอบครัวอีก 2 ทานเขารวมดวยพรอมทีมพยาบาล โดยมีพยาบาล 2 คนอยูประจําสํานักงานเปนผู ประสานงานและเฝากองบัญชาการ นับเปนความโชคดีของคนโรงพยาบาลหาดใหญ ที่ถึงแมรถของโรงพยาบาลหาดใหญจะโดนน้ําทวม ไปจํานวนกวาครึ่งหนึ่งของรถที่มีอยู รวมทั้งคลังยาน้ําทวมที่กลับโดนน้ําทวมไปดวย แตเราก็ไดรับการ สนับสนุนความชวยเหลือในระดับปฐมภูมิจากโรงพยาบาลตางๆอยางไมขาดสายและทันทวงที เชน โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาและแพทยจากโรงพยาบาล ชุมชนตางๆรอบๆหาดใหญ ในวันนี้การออกหนวยเคลื่อนที่จึงใชรถจากโรงพยาบาลราชวิถีรวมกับทีมสุขภาพ และเวชภัณทที่นําติดมากับรถจากโรงพยาบาลราชวิถี นําทีมโดยนายแพทยไพโรจน เครือกาญจนา หัวหนา ทีมกูชีพโรงพยาบาลราชวิถีพรอมทีมแพทยพยาบาล ออกบริการตรวจรักษาผูปวย ทําแผลและฉีดยา 2แหง คือ มัสยิสยิดบานเหนือ จํานวน 147 ราย และ รัตนอุทิศ 3 จํานวน 174 ราย พบสวนใหญเปนผูปวยกลุม อาการคลายไขหวัดใหญ ปวดกลามเนื้อ มีบาดแผลและน้ํากัดเทา ในชวงเย็นไดจัดทีมพรอมรถฉุกเฉินลง แจกยาสามัญประจําบานใน ชุมชนบางแฟบนําโดยคุณหมอธาดา ทัศนกุล รวมทั้งวันแจกยาชุดไปจํานวน 760 ชุด ปฐมภูมิเชิงรุก บุกถึงประตูบาน ศุกรที่ 5 พฤศจิกายน 2553 แบงทีมสนับสนุนจัดเตรียมเวชภัณท1ทีม อีกทีมใหบริการในคลินิกเวช ปฏิบัติครอบครัว เพื่อบริการประชาชนในพื้นที่ใกลโรงพยาบาลที่สามารถเดินทางมารับบริการไดเพราะน้ําลด แลว นอกจากนี้ยังจัดบุคลากรเปดใหบริการใน CMU ของโรงพยาบาลหาดใหญไดแก CMU 3 ตําบล และ CMU ควนลัง และอีกทีมของเวชกรรมโรงพยาบาลหาดใหญรวมกับทีมโรงพยาบาลราชวิถีออกหนวยแพทย เคลื่อนที่ โดยรถของโรงพยาบาลราชวิถี ตรวจรักษาโรคที่ตลาดพอพรหม ทีมใชเวลารวมชั่วโมงในการเปลี่ยนสภาพสกปรกของตลาดหลังอุทกภัย ใหกลายมาเปนแคมป บริการผูปวยที่สมบูรณแบบ ทีมกูชีพดัดแปลงพื้นที่นําหินและเศษไมในตลาดมาเปนบันไดและราวเกาะให ผูปวยที่บาดเจ็บที่ขา มีรถเข็นใหผูปวยที่เดินไมไหวเพราะมีบาดแผลที่หัวเขาทําใหขอเขาอักเสบ ผูปวยสวน ใหญมีบาดแผลที่เทาจากของมีคมบาดหรือกระแทกของแข็ง รักษาจนยา Dicloxacilllin หมด ตองจาย Pen V แทน และมีผูปวยโรคเรื้อรังหลายราย เชน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หอบหืด มาขอรับยาเพราะยาหายไป กับน้ําที่ทวมบานสูงถึง1-2 เมตร วันนี้มีผูปวยรับบริการทั้งสิ้น 230 ราย ฉีดวัคซีนปองกันบาดทะยัก(TT) 50 ราย สงไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลหาดใหญ 1 ราย การออกหนวยแพทยเคลื่อนที่นั้นมีทั้งการตรวจรักษาในที่ตั้งหนวย และการออกแจกยาไปตาม ตรอกซอกซอยในเขตชุมชนทาเคียนดวย คุณหมอธาดาใชโทรโขงเชิญชวนพี่นองใหมารับยา ทีมงานอีก 4-5
  • 56. 55 คนรับหนาที่แจกยาอยูดานหลังรถอยางแข็งขัน ชุดยาฯผูใหญจํานวน 450 ชุด เด็กจํานวน 100 ชุด หมด ภายในหนึ่งชั่วโมง ชาวบานทั้งไหวทั้งน้ําตาคลอที่มีหมอมาแจกยาถึงบาน เดินมารับยาที่รถพรอมอวยพรหมอ กับทีมจนเราตื้นตันใจและหายเหนื่อยไปตามๆกัน นอกจากใหบริการยาชุดสามัญประจําบานแลว กอนพลบค่ํา หนวยแพทยเคลื่อนที่ไดเคลื่อนที่ฝากอง ขยะเขาไปฉีด TT ใหผูปวยที่นัดไวเมื่อวานบริเวณเดิมในชุมชนรัตนอุทิศ (ซอย3) หนวยฉีดวัคซีนบาดทะยัก เปดประตูรถตู ตั้งเปนจุดฉีดยาสําหรับผูมีบาดแผลและยังไมไดรับวัคซีนกระตุนบาดทะยัก แพทยคนที่หนึ่งมี หนาที่คัดกรองและตรวจดูแผล อีกคนมือถือโทรโขงประกาศใหผูที่กําลังลางซากปรักหักพังมารับบริการ แพทยอีกทานใหบริการยาสามัญประจําบาน พยาบาลเตรียมอุปกรณพรอมฉีด งานนี้ใชแพทยเปลืองหนอย แตในเวลานั้นทุกคนตองทําหนาที่ใหไดทุกอยาง เพราะเรามีกันอยูเพียงแคนั้นจริงๆ เพียงครึ่งชั่วโมง TT 40 doses เทาที่มีถูกใชหมด ผูปวยดีใจมากที่ไมตองเดินทางไปฉีดที่โรงพยาบาลเพราะภาระหนาที่ที่ตองไปหาน้ํา ดื่มหรือหาน้ําอาบ หาขาวกลองที่ขาดแคลนใหคนที่บานก็วุนวายมากจนไมมีเวลาไปโรงพยาบาล สงไมผลัด จากทีมไกลสูกองกําลังนักศึกษาแพทย การออกหนวยในวันหลังๆเวชภัณฑทุกอยางเริ่มขาดแคลนเพราะหองยาของโรงพยาบาลหาดใหญ ยังลมเพราะอุทกภัย ยาจึงมีไมเพียงพอ แตเหมือนมีโชคดีเปนครั้งที่สองที่ทีมกูชีพจากราชวิถี ไดประสานงาน กับทานผูอํานวยการโรงพยาบาลเด็กและ War Room ของกระทรวงสาธารณสุข ที่กรุงเทพทําใหไดรับการ สนับสนุนยาน้ําเด็ก ซึ่งเปนยาที่ขาดมากตั้งแตวันแรกที่น้ําทวมคลังยา จนไดรับยามาทางเครื่องบินอยาง รวดเร็วในวันตอมา หลังเสร็จภารกิจ โรงพยาบาลราชวิถีแจงวาจะถอนกําลังกลับกทม.เพราะสถาณการณเริ่ม คลี่คลายแลว ทีมหาดใหญเริ่มใจหายแตก็ตองทําใจใหเขมแข็งเพราะเขาก็รวมทุกขรวมสุขกันมาหลายวัน กลับจากออกหนวยคืนนั้นทีมเวชกรรมสังคมจึงตองประชุมวางแผนรับมือการทํางานเพื่อชวยเหลือ ประชาชนในวันเสารอาทิตยที่ 6-7 พฤศจิกายนกันใหมวาจะหายานพาหนะและบุคลากรที่ไหนมาชวยออก หนวย ทีมที่ออกหนวยกันมาแตแรกก็เริ่มเหนื่อยลา โชคดีครั้งที่สามเกิดขึ้นขณะที่ในชวงเวลาดังกลาวมี นักศึกษาแพทยชั้นปที่ 4 ขึ้นเรียนวิชาเวชศาสตรครอบครัวและชุมชนพอดี จึงเปนโอกาสดีของนักศึกษาที่จะ ไดมาเรียนรู การดูแลชุมชนในสถานการณที่มีภัยพิบัติ จริงๆแลวนองๆนักศึกษาแพทยชั้นปที่ 4 ทุกคนไดมา รวมกันเตรียมเสบียงยาจนค่ํามืดอยูทุกวัน แตวันพรุงนี้พวกเขากําลังจะไดออกไปปฏิบัติงานในพื้นที่จริงหลาย คนถึงกับแทบอดใจรอไมไหว วันเสารที่ 6 พฤศจิกายน 2553 สถานการณทั่วไปที่เวชกรรมสังคม ยังมีขยะบริเวณหนาอาคาร วันนี้ มีนักศึกษาแพทยชั้นป4จํานวน10 กวาคนมารวมทีมกับแพทยชุดเดิม เวลา 9.00น.เริ่มใหบริการหนวยแพทย เคลื่อนที่ไปยังชุมชนจันทรวิโรจน แตไดรับแจงจากเจาหนาที่ฝายปกครองทองถิ่นทานหนึ่งวา มีหนวยแพทย เคลื่อนที่จากร.พ.สงขลานครินทรมาใหบริการแลวในวันกอนหนานี้ วันนี้อาจมีชุมชนที่ลําบากกวา ทีมจึงยาย หนวยแพทยมาที่ชุมชนสําราญสุข ในพื้นที่เทศบาลคลองแห เนื่องจากการจราจรติดขัดมากกวาจะมาถึงพื้นที่ ออกหนวยตองใชเวลากวา 2 ชั่วโมงทั้งที่เวลาปกติเมื่อยังไมเกิดอุทกภัยใชเวลาเพียงประมาณ 15 นาที จน เริ่มมีฝนตกหนักหนวยแพทยฯตองตั้งอยูในเพิงหมาแหงนริมทาง เพราะพื้นที่มีแตซากบานเรือนที่ประสบภัย แมวาการใหบริการทําไดลําบาก แตสามารถใหบริการดานการตรวจรักษาและทําแผล ชาวบานไดถึง100 ราย ชวงบาย หมอธาดานํานักเรียนแพทยขึ้นรถออกแจกชุดยาสามัญประจําบาน ตามซอยใกลๆจนถึงเวลา 16.00 น.จึงเดินทางกลับสํานักงาน
  • 57. 56 นักศึกษาแพทยชั้นปที่ 4 เริ่มเรียนรูวาชีวิตจริงไมไดงายนักเหมือนในภาพยนตแตแทจริงแลวทั้ง เหนื่อยและลําบากปนกับความสุขใจที่ไดชวยเหลือชาวบาน นองๆหลายคนพูดเปนเสียงเดียวกันวาถาไมไดไป เห็นกับตาคงไปรูวาชาวบานลําบากกันขนาดนั้น วันอาทิตยที่ 7 พฤศจิกายน 2553 วันนี้นอกจากนศพ.ป 4 แลว ยังมีนักศึกษาแพทยป 5 ขอรวมออก หนวยฯดวย ทีมเวชกรรมสังคมลงพื้นที่ใหบริการ 2ชุมชน คือชวงเชาที่ชุมชนทุงเสา ใหบริการจนพักเที่ยง เสร็จ ก็ยายไปบริการที่ชุมชนคลองเตย แตดูเหมือนชาวบานยังเครียดกับการทําความสะอาดบานจึงมารับ บริการนอยกวาที่คาดการณไว หมอธาดาจึงขับรถคันเล็กประจําศูนยบริการสาธารณสุขคลองเตยพานักเรียน แพทย 6 คน ไปแจกยาชุดสามัญประจําบานตามตรอกซอกซอยในชุมชน สรางความครื้นเครงใหกับนักศึกษา แพทยเปนอยางมากจนเวชภัณฑจากสสจ.ทั้ง 200 ชุดหมด ไดรับการตอบสนองเปนอยางดีจากชาวบาน ทีมออกหนวยจึงไดประจักษวาถาไมประกาศใหไดรับขาวสารเปนรูปธรรม ชาวบานก็จะไมทราบวามี การตั้งจุดบริการหรือมีบริการดานสุขภาพดวย เพราะภาระงานดานปจจัย สามอยางคือ อาหาร เครื่องนุงหม บาน ยังไมเรียบรอย ยารักษาโรคจึงตามมาทีหลัง ประโยชนที่เหนือความคาดหมายที่สุดในวันนี้คือนักศึกษา แพทยตางไดรับประสบการณจากการปฏิบัติในพื้นที่ภัยพิบัติจริงจนเกิดความเขาใจมากขึ้นมีมุมมองที่ดีตอการ เสียสละ การเขาถึงชุมชนในอีกระดับหนึ่งและไดตระหนักจากการไดเห็นภาพจริงจากอาจารยวา Primary care doctor มีความสําคัญอยางไรตอชุมชน น้ําไดลดระดับลงไปแลว ยังคงไวแตรองรอยคราบดินโคลนและขยะเนาเหม็นที่ทําใหเมืองหาดใหญ ทั้งเมืองซึ่งเคยสวยงามนาเที่ยวชมกลายเปนเมืองลางซอมบี้มีแตซากปรักหักพัง สัตวเลี้ยงจมน้ําอืดไปทั่วเมือง อีกไมกี่วันนับจากน้ําลดหนอนแมลงวันก็จะเติบโตขึ้น หนอนแมลงหวี่จะกลายเปนตัวเต็มวัย ยุงลายที่ชอบน้ํา ขังจะเริ่มแพรพันธุ ทําใหเกิดปญหาโรคติดเชื้อและโรคระบาดตามมาได เวชกรรมสังคมหาดใหญจึงได ประสานกับกรมอนามัยสิ่งแวดลอม งานสุขาภิบาลและปองกันโรค กรมสุขภาพจิต ออกควบคุมโรคและ เยียวยาเมืองหาดใหญ ตระเวนพนยาฆาหนอนแมลงวัน กําจัดสัตวนําโรค และพนหมอกควัน รวมทั้งเติม คลอรีนในบอน้ําใช น้ําทวมหาดใหญครั้งนี้ทําใหคนหาดใหญไดรับมากไมแพกันกับน้ําที่ทวมคือน้ําใจ ที่ไดรับจากการ ชวยเหลือของทีมตางๆทั้งจากในและนอกระบบสาธารณสุขอยางไมขาดสายรวมทั้งความอดทน มีน้ําใจ เอื้อเฟอตอกันของเจาหนาที่ในโรงพยาบาลในขณะที่เกิดอุทกภัยหนักมีมาก บทเรียนที่ไดจากเหตุอุทกภัยใน ครั้งนี้สมควรนําไปเปนสวนหนึ่งในการสรางการเตรียมพรอมตอการรับสถาณการณอุทกภัยหรือภัยพิบัติที่อาจ เกินขึ้นไดอีกในวันขางหนา ภาค 4 : เพื่อพายุดีเปรสชั่นกระหน่ําสทิงพระ อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ภูมิประเทศติดทะเลทั้งสองดาน ทิศตะวันออกติดฝงอาวไทย และ ทิศตะวันตกติดทะเลสาบสงขลา ปจจุบันสทิงพระเปนเมืองแหงหลังคาหลากสี หากคุณผานอําเภอสทิงพระ วันนี้คุณจะเห็นภาพ หลังคาที่ไมมีเหมือนเมืองใดในโลกนี้ หลังคาบานของประชาชน สถานที่ราชการ บานพัก โรงพยาบาลหรือ สถานีอนามัย ก็มีหลังคาหลากสี สีแดงบาง สีเขียว สีแดงสลับขาว กระเบื้องดินสลับกับสังกะสี ตนไมลม ระเนระนาด เสาไฟฟาโคนลม เกิดอะไรขึ้นกับเมืองนี้ 1 พฤศจิกายน 2553 เปนวันที่ชาวอําเภอสทิงพระไมเคยลืมคงจะเปนเรื่องเลาขานถึงอานุภาพ แหงพายุดีเปรสชั่นใหกับลูกหลานอยางไมมีวันลืม
  • 58. 57 คืนแหงความหฤโหดเริ่มขึ้นเมื่อ กรมอุตุนิยมวิทยา แจงเตือนวาจะเกิด พายุดีเปรสชั่นบริเวณ ภาคใตตอนลาง ขาวออกมาเปนระยะวาจะเกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แตอนิจจา.....ครึ่งชั่วโมงกอนเกิด ถึง ไดรับรูวาพายุไดเปลี่ยนทิศทาง ใจกลางพายุหมุนดวยความแรง 80 กิโลเมตรตอชั่วโมง มาเขาที่อําเภอสทิง พระ ชาวบานที่ไดรับฟงขาวสารทางวิทยุ อบต./เทศบาล แจงเตือนประชาชนออกเสียงตามสายบางแหงที่ ไดรับขาวสาร วาประชาชนที่อาศัยอยูใกลริมทะเลใหอพยพมาอยูที่บริเวณหนาที่วาการอําเภอสทิงพระ ผล ปรากฎวา ชาวบานเชื่อนอยมากก็ยังอาศัยอยูในบานดังเดิมความรูสึกวาพายุ มันก็เกิดบอยที่สทิงพระ ก็ไม เห็นเปนอะไร เวลา 23.40น. ชาวสทิงพระตองตื่นตระหนกสุดขีด.....เสียงอะไรดังหวี๊ดๆๆๆๆๆๆๆเสียงสูงมาก ปนดวยเสียงวูๆๆๆๆๆๆๆๆ...ตามดวยลมกรรโชกอยางรุนแรง ฝนตกอยางหนักหนวง มองไปบนทองฟามี แสงสีแดง พายุหมุนเปนเกลียว เปนจุดๆ เสียงพายุเหมือนมัจจุราชรายที่โกรธใครมา หอบเอาหลังคาชาวบาน ที่อยูริมทะเลทั้ง 2ขาง ออกไปทิ้งนอกบาน ชาวบานที่คูขุดบอกวาพายุหอบหลังคาเขาไปบนทองฟา เปดบานเขาออกมา ตามดวยน้ําจาก ทะเลสาบสงขลาที่พายุหอบเอามาฝากสูงประมาณ 5 เมตร ผสมดวย โคลนสีดําจากทองทะเลลึก.. ปลา กุง นกกระยาง ถาโถมใสตัวบาน บานที่ยกพื้นสูง พังครืนลงมา เขากับแมลอยคอ กระเด็นออกจากบาน ลอย ไปติดอยูกับ กอตนลําพู น้ําไหลเชี่ยว ทั้งหนาวเหน็บตามตัว มีแผล เปนรอยขีดขวน เลือดไหลออกมาจนหยุด ไหลเอง ตัวซีดเย็น สงสารแมเหลือเกิน พายุสงบจึง พาแมมาขออาศัยอยูที่วัด เสื้อผาเปลี่ยนก็ไมมี ทุกอยาง หายไปกับพายุหมดแลว ตองใชจีวรพระหมตัว นายขนบอายุ 35ป คือผูปวย Home ward ที่ใสสายสวนปสสาวะคาไว ทีมพยาบาลลงไปดูแลที่ บาน ขนบเลาใหเราฟงวา เมื่อพายุเกิด มันไดพัดบานของเขาที่มุงดวยจาก หลังคาเปดออกไป ฝนเท กระหน่ําลงมาบนตัวเขา บานเอนลง เอนลง หลังคาหลุดออกไปทีละอัน สองอัน เขานอนอยูคนเดียว อัมพาต ทอนลางหนีไปไหนก็ไมได ทั้งกลัวทั้งตกใจ..พอตั้งสติไดเขา ไดโทรศัพทไปบอกพี่ชายใหมาชวย แต อนิจจา พอพี่ชายมาถึง บานและหลังคา ก็พังมาทับตัวเขากับพี่ชาย ไปไหนไมได ตะโกนใหใครชวยก็ไมมี ฟาก็คําราม ฟาผาตลอดเวลา ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ไฟดับ โทรศัพทก็เปยกน้ําสัญญาณก็ถูกตัด ใครเลาจะไดยิน ในเมื่อทุกคนตองประสบชะตากรรม แหงความโหดรายดวยกัน ทั้งเขาและพี่ชายก็มีแผลเลือดก็ไหลอยูตลอด ตะเกียกตะกายลากถูกันออกจากบาน ที่พัง ไปอาศัยที่โรงเคี่ยวน้ําตาล พอประทังชีวิตไปไดอยางทรมาน ทุกคนประสบชตากรรมเหมือนกัน เจาหนาที่ของเรา โรงพยาบาลเองก็ไมแตกตางจากชาวบาน เจาหนาที่ของเราหลายคน บานพังทั้งหลัง หลังคาถูกยกไปทิ้งไวไกลจากบานเปน 10 เมตร หมอหุงขาว เครื่องซักผาก็พังหมด ถูกพายุหมุนเขาบาน เสื้อผาก็ไมมีใส เชนพี่สิริพงศ ลูกจางโรงพยาบาลทําหนาที่ ซักฟอก ออกมาขอความชวยเหลือในตอนเชาที่โรงพยาบาลวาไปชวยแมของเขาที บานเขาพังหมดแลว หลังคาพังหมด น้ําฝนเทลงมาจากชั้นบนที่ไมมีหลังคา ลงมาบนเตียงแม มิหนําซ้ําน้ําก็ยังทวมมาจากดานลาง จนถึงเตียงนอนแมที่พิการอายุ 85 ป ชวยเอารถไปรับแมมาขออาศัยที่โรงพยาบาล สภาพที่ไปถึง คุณยายตัว เปยกชุมหนาวสั่น ญาติตองเอารมนั่งกางอยูทั้งคืน มันชางโหดรายอะไรเชนนี้ โรงพยาบาลสทิงพระก็พังเชนกัน บานพักก็พัง แรงพายุหมุนไดหอบเอาหลังคา ลานเอนกประสงค หลังโรงพยาบาล หอบไปทิ้งไวที่บนหลังคาหองฉุกเฉิน สนามหญา และถนนใหญหนาโรงพยาบาล เปนผลดี ที่ทําใหหลังคาหองฉุกเฉิน ไมถูกลมพัดพังไปดวย หลังคา OPD เพดานพังลงมา อุปกรณขาวของใชถูกพายุ หมุนกระจัดกระจาย เหมือเศษขยะ
  • 59. 58 น้ําเจิ่งนองโรงพยาบาล เจาหนาที่ชวยกันทําความสะอาด พวกเราที่อยูเวรเปนหวงชาวบาน พอแมพี่นองที่อยูขางนอก รวมถึงญาติๆ เปนอยางไรกันบาง คนที่มาผลัดเวรดึกก็มาไมได เจาหนาที่และ พยาบาลก็ตองอยูเวรบายตอเวรดึกโดยไมไดพัก พายุเกิดเวลาประมาณ 23.40 น. หมุนทําลายทุกอยางที่ขวางหนาอยูประมาณ 1 ชั่วโมงเสียงพายุ หมุนเหมือนเสียงกรีดรอง...ฝนตกหนักอยางบาคลั่ง เสียงลม แรงพายุหมุนแรงมาก ถอนตนไมที่อายุเปน รอยๆ ป ขนาดใหญแคไหนก็ลม บานหลายพันหลังพังเสียหายเกือบหมดทั้งอําเภอ เสาไฟฟาลมลงตั้งแตใกล โรงพยาบาลไปถึงหนาอําเภอ ประมาณ30 ตน ตนไมโคน ลม ขวางทางหลัก ไฟฟาดับทั้งหมด หลังพายุผานไป เงียบ เงียบจริงๆ เงียบจนนากลัว เหมือนไมมีอะไรเกิดขึ้น***** ประมาณตี 2 เศษ โรงพยาบาลของเราก็ตองทําภารกิจหนักอีกครั้ง ผูปวยหลายสิบรายเริ่มทยอยเขา มา ทุกคนมาในสภาพที่เปยกโชก เลือดไหล มีบาดแผลรอยขีดขวน แผลถูกของมีคมบาด กระเบื้องตกใส หลังคาทับ ตนไมตกใส รถชนตนไม พวกเราทีมสาธารณสุขมาชวยกันเย็บแผลใหการดูแลรักษาประชาชน จนถึงเชาโดยไมไดเปลี่ยนเวร ผูปวยที่อุบัติเหตุรถชนตนไม อาการหนัก ตองชวยชีวิต ใส ET tube มีอาการ ทางสมองตองสงไป รพ.สงขลา หรือรพ.มอ. ก็ไปไมได ในเมื่อหาดใหญก็น้ําทวมเหมือนกัน ชวยกันดูแลผูปวย จนถึงเชาถึงจะRefer ไปโรงพยาบาลที่จังหวัดสุราษธานีได รุงเชาขาพเจาขับรถออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปดูความเสีย ก็ไดพบกับคุณหมอนครินทร ฉิม ตระกูลประดับ ผูอํานวยการโรงพยาบาลสทิงพระ ที่ขับรถออกไปดูสถานที่ตั้งแต 6โมงเชา ผอ.บอกวา ไปไดไมไกลตนไมเสาไฟฟาขวางทางอยู ใจกลางพายุนาจะอยูที่ตําบลกระดังงา เพราะตนไมไมลมแตถูกบิด ขาดออกไปจากแรงหมุนเปนวงกลม มองออกไปพบชาวบานชวยกันตัดตนไมบริเวณถนนสายหลักพื่อใหรถ สามารถผานได แตในตรอก/ซอยเขาไปไมได บนถนนมีแตเศษกระเบื้อง กิ่งไม ผอ.กลับไปบานพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผาชุดใหม กางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีขาว มานําทีมเจาหนาทีที่มา ทํางานได เพียงฝายละไมกี่คน เริ่มจาก ทําความสะอาดจุดบริการผูปวย บริเวณหนา OPD ตัดตนไมที่ขวาง ถนนโรงพยาบาล หลังจากไปหากระเบื้องมามุงหลังคาบานพัก ใหเจาหนาที่นอนได มีเสื้อผาใสทํางาน แตพอ ไปถึงรานกระเบื้องก็พบกับชาวบานที่ไปรอซื้อกระเบื้อง คิวยาวมากๆ ชาวบานรอคิวซื้อกระเบื้องอยูประมาณ 300 คนรถจอดเต็มยาว 2 ขางถนน จะไปแยงกับชาวบานก็กระไรอยู ก็เลยใหคนขับรถไปซื้อที่อําเภอระโนด ไดกระเบื้องมาชวยกันซอมบานพักและโรงพยาบาล แตก็ทําเองไมได พี่ทีมชางขึ้นไปซอมแตดวยไมใชผู ชํานาญดานหลังคา เลยพลักตกจากหลังคา แตบุญยังชวย พี่ชางควาไมคานหลังคาหอยตองแตง ทุกคนตกใจมาก หากตกลงมาไมตายก็พิการ แนๆ ผอ.เลยบอกหยุดกอนรอตามชางในหมูบานมาซอม แตคิวชางก็ยาวมาก บานชางก็พังเหมือนกัน ผอ.เรียกทีมกรรมการบริหารโรงพยาบาลประชุมทีมนํา เพื่อวางแผนการใหความชวยเหลือประชาชน ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลไมได ผูปวยเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ก็ไมไดมารับยาตามกําหนดนัด ผูปวย ของเราเปนอยางไรกันบาง ตําบลไหนลําบากมากที่สุด ติตตอเจาหนาที่ตางๆก็ไมได น้ํามันที่ใสเครื่องปนไฟ สํารองก็ใชไปเกือบหมดแลว การประชุมวางแผนงานก็เริ่มขึ้น สาธารณสุขอําเภอเขามาชวยหาน้ํามันสํารองเพราะหากโรงพยาบาลไมมีไฟฟาทุกอยางก็สะดุดหมด ผูปวยมาคลอดผูปวยหนัก ระบบออกซิเจนก็ใชการไมได น้ํามันไมมีเลยในอําเภอสทิงพระ เพาระปมก็ตองใช ไฟฟาในการดูดจาย พอไมมีไฟฟาก็ไมสามารถเติมน้ํามันได ปมน้ํามันก็เสียหายแตยังโชคดี ที่ไดไปซื้อที่ ปมน้ํามันหลอดของชาวบาน การไฟฟาก็เขามาบอกวาจะรีบตอไฟฟาใหโรงพยาบาลแตเสาไฟฟาลมกอนถึง โรงพยาบาล 30 ตน ก็คงตองรอ
  • 60. 59 เชาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 หลังจากทีเราซอมโรงพยาบาลไปมากแลว พรอมใหบริการประชุมทีม ตามแผนการชวยเหลือ รวมกับทีมสถานีอนามัย ชาวบานสะทอนใหฟงวาไมเห็นมีใครมาชวยเราเลย ไมมีใครรู เลยวาชาวสทิงพระลําบากแคไหน ก็โทรศัพทไมมีสัญญาณ ไฟฟาไมมี พวกเรานอนอยูในความมืดมา 3 คืน แลว ขาวปลาอาหารก็แบงกัน เสื้อผาก็แบงกัน แตหลังคาก็ไมมี กระเบื้องก็ไมมีที่ซื้อ หมอมีผายางที่เปนปาย ไวนิลเหลืออยูบางไหม เอามาคลุมหลังคาใหบานลุงที ขาพเจาเสนอแนะกับผูนําชุมชนวาคงตองสะทอนใหโลก รับรูบางวาเราลําบากกันแคไหน หลังจากนั้นผูนําชุมชุมชนขับรถไปโทรศัพทในเมือง โทรหาสื่อวิทยุจึงไดมี เสียงสะทอนออกมาวาชาวสทิงพระประสบกับวาตภัยอยางรายแรง ตองไปอาศัยอยูที่วัด ชาวสทิงพรขอขอบคุณนักขาวทุกทานที่ชวยกระจายขาว วาชาวสทิงพระตองการกระเบื้องกับหลังคา แคไหน โดยเฉพาะนักขาวคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา จากสถานีโทรทัศนชอง3ที่ลงมาทําขาวถึงสทิงพระมาดู ความลําบากของพี่นองชาวสทิงพระดวยตัวเอง หลังสื่อกระจายเผยแพรออกไป ความชวยเหลือหลายๆ หนวยงานก็เขามาชวยเหลือประชาชน กระเบื้องหลังคาก็หลั่งไหลมายังสทิงพระ โรงพยาบาลตางๆก็เขามา ชวยเหลือ โรงพยาบาลและทีมงานสาธารณสุขของเราชวยชาวบานเต็มที่ แผนการดําเนินการของทีม นอกจาการการบําบัดรักษาผูบาดเจ็บและผูเจ็บปวยในสถานบริการ ก็ไดออกหนวยบริการหนวยเคลื่อนที่ ออก ตรวจสุขภาพในพื้นที่ครอบคลุมทุกตําบล ตั้งแตวันที่ 4 – 16 พ.ย. 53 รวม 18 ครั้ง มีผูมารับบริการจํานวน 1,803 ราย ยังมีการเยี่ยมผูสูงอายุ ผูพิการ หญิงตั้งครรภ ผูปวยเรื้อรัง ทุกรายโดยพยาบาลประจําบานและ เจาหนาที่สถานีอนามัย เยี่ยมผูที่บานพังทั้งหลังทุกคนพรอมประเมินสุขภาพจิต พบเครียดมาสงตอใหกับ ทีมงานสุขภาพจิต จัดทําทะเบียนผูที่ตองการชวยเหลือ จากการประเมินภาวะสุขถาพจิตและภาวะเครียด พบผูปวยวิตกกังวลสูงจํานวน 40 คน มีผูปวยภาวะซึมเศราที่ตองดูแลตอเนื่อง จํานวน 2 ราย นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีการชวยเหลือดานอื่นๆ เชน บริการชารตแบตเตอรี่โทรศัพท ไฟฉาย, โคมไฟ,กลองถายรูป ตั้งแตวันที่ 3 – 5 พ.ย. 53 จํานวน 369 ราย เพราะไฟฟาดับทั่วทั้งอําเภอ ( ตั้งแตวันที่ 2 – 10 พ.ย. 53 : บางหมูบานไฟฟาดับถึง 10 วัน) ทําใหไมสามารถใชอุปกรณสื่อสาร / อุปกรณอิเลกโทร นิคที่จําเปนได โรงพยาบาลยังเปนศูนยรับบริจาคเสื้อผาจากผูมีจิตศรัทธาจํานวน 12 ราย นํามาแจกจายตอใหแก ประชาชนผูมารับบริการที่โรงพยาบาลสทิงพระ รวมถึงไดนําไปแจกจายแกประชาชนในหมูบานเปนจํานวน มาก มีเครือขายสนับสนุนเงินมาชวยชาวบานดวยจํานวน 12,000 บาท เจาหนาที่ตางชวยกันคนละมือ มีการใหความรูเสียงตามสายในรพ.เรื่อง การปองกันโรคที่มากับน้ํา ทวม การนจัดบอรดใหความรูเรื่องการปองกันโรคที่มากับน้ําทวม การแจกเอกสาร/คูมือ “สาธารณสุขหวงใย อยากใหคนไทยปลอดภัยในชวงน้ําทวม” ซึ่งไดรับจากกระทรวงสาธารณสุข การจัดรายการเสียงตามสาย รวมกับพยาบาลที่รับผิดชอบดานสุขภาพจิต บทเรียนจาก Depreession ที่เกิดที่สทิงพระครั้งนี้สงผลใหเกิดความเสียหาย ตอรางกาย ทรัพยสิน ที่อยูอาศัย หลังคาบานของเรามีสีสันที่หลากหลาย สีเขียว สีแดงสีขาว กระเบื้องดินสลับกับสังกะสี ฯลฯ ขอใหมีหลังคากันแดดกันฝน...... ชาวบานหลายคนที่หมดหวังกับชีวิต หวาดกลัว เพียงแคเห็นลมพัดหรือฝน ตกก็มีอาการกลัว นอนไมหลับ คงตองใชเวลาอีกหลายปถึงจะกลับมาเหมือนเดิม
  • 61. 60 กาวสูการจัดการพิบัติภัยในอนาคต ถึงวันนี้คงไมมีใครไววางใจสถานการณภัยพิบัติทางธรรมชาติไดอีกตอไป รวมทั้งอุบัติภัยหรือสา ธารณภัยในเมืองไทยดวย ความไมแนนอนคือสิ่งที่ตองยอมรับและเรียนรู เพื่อเตรียมมาตรการรับมือใน อนาคต การมีชองทางกระจายขอมูลขาวสาร ที่ตองพัฒนาจนสามารถวิเคราะหขอมูล สรางเปนสัญญาณ เตือนภัยเรงดวนแกประชาชนได ทุกหนวยบริการตองมีแผนรับสถานการณอุทกภัยและอุบัติภัยอื่นๆ ควรมี การจัดทําแผน, คูมือ, การสื่อสารกับเจาหนาที่ และสาธารณะ การซอมแผนรวมกับหนวยงานอื่นๆ การเตรียม ความพรอมอื่นๆ เชน การจัดหาเครื่องมือ, ยานพาหนะ ฯลฯ โรงพยาบาลชุมชนควรมีเรือทองแบนที่ปลอดภัย เสื้อชูชีพ เพื่อใชในการปฏิบัติการชวยเหลือประชาชน ซึ่งสามารถใชเงินบํารุงจัดหาได เจาหนาที่สาธารณสุข ตองเรียนรูเรื่อง “การตอบโตภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข” (Public Health Emergency Response) แผนการสงตอในสถานการณวิกฤตก็ควรปรับปรุงใหทันสมัยอยูเสมอ อีกทั้งยังตองประสานแนวราบ กับสถานีอนามัย องคกรปกครองสวนทองถิ่น เพื่อชวยเหลือผูปวย คนชรา คนพิการ ออกจากจุดน้ําทวม ตอง พึ่งพาอาศัยรถและกําลังคนของหนวยทหาร หรือเรือกูภัยและยานพาหนะของหนวยงานอื่น หากจะตองสรางสถานบริการสาธารณสุขใหม ควรเลือกสถานที่ที่ปลอดภัย ควรตั้งอยูในที่ดอน ไม ควรใกลแหลงน้ําขนาดใหญ เชน แมน้ําลําคลอง มีระบบระบายน้ําเปนอยางดี มีระบบสํารองไฟฟาและประปา ที่เพียงพอ โรงไฟฟาสํารองตองยกใหสูงเพียงพอ ตองมีระบบการสื่อสารหลายชองทาง ทั้งวิทยุ โทรศัพท โทรศัพทไรสาย เปนตน ยังอีกมากมายการจัดการภัยพิบัติที่ตองลงมือทํา บทเรียนวันนี้ไมควรสูญเปลาใหประวัติศาสตรซ้ํารอย @@@@@@@@@@@@@@@
  • 62. 61 ขอขอบคุณ นักเขียนผูเขียนจากประสบการณจริง ที่เขียนเรื่องมาปะติดปะตอจนเปนบทความชิ้นนี้ - นายแพทยสุวัฒน วิริยพงษสุกิจ ผูอํานวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินาถ ณ อําเภอนาทวี จังหวัดสงขลา - นายแพทยธาดา ทัศนกุล กุมารแพทย แพทยเวชศาสตรครอบครัว โรงพยาบาลหาดใหญ จังหวัด สงขลา - แพทยหญิงหทัยทิพย ธรรมวิริยะกุล แพทยเวชศาสตรครอบครัว โรงพยาบาลหาดใหญ จังหวัด สงขลา - นายแพทยวชิระ บถพิบูลย ผูอํานวยการโรงพยาบาลชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา - คุณสุรีย พีพะระพรรณ พยาบาลหอผูปวยใน โรงพยาบาลหาดใหญ จังหวัดสงขลา - ศิริลักษณ ชวงมี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสิงพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา - นายแพทยสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผูอํานวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา
  • 63. 62 เครือขายอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติจังหวัดสงขลา
  • 64. 63 เครือขายอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติจังหวัดสงขลา โดย ชาคริต โภชะเรือง ผูจัดการมูลนิธิชุมชนสงขลา สืบเนื่องมาจากการเกิดภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีสาเหตุของความรุนแรงเกิด จากภาวะฝนตกหนักมากอนหนานี้ทําใหมีปริมาณน้ํามากและเมื่อวันที่ ๑ พ.ย ๒๕๕๓ เกิดพายุ ดีเปรสชันบริเวณอาวไทยตอนลาง มีศูนยกลางหางประมาณ ๓๕๐ กิโลเมตร ทางตะวันออก เฉียงใตของจังหวัดสงขลา เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผานบริเวณภาคใตตอนลาง โดยขึ้นฝงในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระและอําเภอเมืองในบางสวน ความรุนแรงของทั้งกระแสลม และสายน้ํา สงผลใหเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นเปนทวีคูณ จังหวัดสงขลามีสถานการณน้ําทวมขังในพื้นที่ ๕ อําเภอ ๔๒ ตําบล ๓๐๙ หมูบาน ราษฎรไดรับความเดือดรอน ๔๗,๓๒๐ ครัวเรือน ๑๔๔,๘๔๑ คน บานเรือนราษฎรเสียหายทั้ง หลัง ๖๒๓ หลัง เสียหายบางสวน ๔๓,๓๓๑ หลัง อาคารพาณิชย ๑๕๕ หอง โรงงาน ๒๐ แหง โรงแรม ๑ แหง ยานยนต ๒๙,๘๙๖ คัน เรือประมงไดรับความเสียหาย ๕๐๓ ลํา ปศุสัตว ๙,๑๖๕ ตัว สัตวปก ๑๘๔,๒๐๗ ตัว บอปลา ๖,๔๘๒ บอ พื้นที่การเกษตร ๒๐๒,๔๙๙ ไร สิ่ง สาธารณประโยชนไดรับความเสียหาย ถนน ๑,๓๑๓ สาย สะพาน/คอสะพาน ๒๔๘ แหง ทํานบ/ พนังกั้นน้ํา ๔๗ แหง เหมือง ๒๑ แหง วัด/มัสยิด ๑๘๑ แหง โรงเรียน ๒๓๐ แหง สถานที่ ราชการ ๑๐๔ แหง บอน้ํา ๑,๓๖๗ แหง แนวกันคลื่น ๕ แหง ทอระบายน้ํา ๒๒๐ แหง มี ผูเสียชีวิต ๓๕ ราย (อ.เมือง ๓ ราย อ.สิงหนคร ๖ ราย อ.หาดใหญ ๑๗ ราย อ.จะนะ ๕ ราย อ. บางกล่ํา ๑ ราย อ.คลองหอยโขง ๑ ราย อ.นาทวี ๑ ราย อ.กระแสสินธุ ๑ ราย) โรงบุญรวมใจชวยผูประสบภัย ขณะเกิดเหตุอุบัติภัยดังกลาว มีความชวยเหลือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาค ประชาชนเพื่อชวยบรรเทาความรุนแรงที่เกิด มีตัวอยางอาสาสมัครที่เกิดขึ้นจากความคิดริเริ่ม ของภาคประชาชนที่นาสนใจ ดังเชน กรณีโรงบุญรวมใจชวยผูประสบภัย ซึ่งดําเนินการโดย อ.ภาณุ พิทักษเผาและทีมงานสมาคมเกษตรอินทรียวิถีไทสงขลา ใชหลักคิดทางศาสนาใน เรื่องของการแบงปน ชวยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ทําใหคนรูสึกวามีที่พึ่ง และเปนการสราง ความสัมพันธในฐานะที่เกิดมาเปนเพื่อนพี่นองรวมชะตากรรม ไดเขามารวมชวยเหลือผูทุกขยาก ดวยการเปดโรงบุญเพื่อใหทานแกประชาชนที่ยังไมสามารถหาวัตถุดิบและไฟฟามาปรุงอาหาร ไดรับประทานอาหารเจสดใหม น้ําสะอาด โดยการชวยเหลือคนทุกชนชั้นไมวายากดีมีจนทั้ง ๓ มื้อตอวัน เริ่มตั้งแตเวลา ๗ โมงเชาจนถึง ๑ ทุมของทุกวันเปนเวลา ๗ วันติดตอกัน จํานวนคน ที่มาใชบริการไมต่ํากวาพันคนตอวัน
  • 65. 64 ในการดําเนินการดังกลาวไดรับความรวมมือจากโรงเรียนหาดใหญสมบูรณกุลกันยาได ใหใชสถานที่ บริษัทหาดทิพยอนุเคราะหเตนท สถานีวิทยุ ม.อ.ชวยสื่อสารความตองการ เทศบาลนครหาดใหญ ใหรถสุขาและไฟฟา สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ตั้งเต็นทนําเจาหนาที่จาก โรงพยาบาลจากอําเภอตางๆหมุนเวียนมาตรวจรักษาพยาบาล เจาของบอน้ําบาดาลชวย สนับสนุนเรื่องน้ํา แลวก็มีอาสาสมัครจากในพื้นที่และทั่วประเทศเขามาชวยเหลือแบงเบาความ ทุกข บางคนมาชวยรองเพลง สรางสีสันคลายความทดทอในชีวิต ทุกคนที่มาทานอาหารที่โรงบุญ จะไดทานอาหารที่ยังรอน ไมบูดเนา ทีมงานจัดซื้อ วัตถุดิบอยางประณีต และจัดปรุงอยางถูกสุขลักษณะ ตองใชเงินซื้อวัตถุดิบวันละ ๑-๒ หมื่นบาท จากการทํางานดวยจิตแหงการใหเชนนี้ โรงบุญแหงนี้จึงมียอดบริจาคสูงถึง ๘ หมื่นกวา บาท ไมนับรวมการบริจาคที่เปนวัตถุดิบอีกรวมแสนบาท(ขาวสาร พืชผักผลไม) ซึ่งเงินจํานวน ดังกลาวก็ไดนําไปใชในการจับจายซื้อของ และนําไปชวยเหลือผูประสบเหตุที่จําเปนเรงดวน และในปจจุบันไดพัฒนาการตั้งเปน กองบุญฟนฟูชีวิตผูประสบภัยสงขลา มีเงินตั้งตนกวา ๑๘๐,๐๐๐ บาท นอกจากนั้นแลวสงขลายังมีวิทยุเครื่องแดงโดยการจัดตั้งของกองทัพภาคที่ ๔ รวมกัน แลวไมต่ํากวา ๑ หมื่นเครื่อง ในชวงเวลาปกติ ไดทําหนาที่เฝาระวังในดานความมั่นคง แตใน ภาวะอุบัติภัยเชนนี้ก็มีบทบาทสําคัญรวมกับ ศูนยวิทยุอินทรี ซึ่งในภาวะปกติก็มีการ ลาดตระเวนเมืองหาดใหญทุกศุกร-เสารรวมกับกองทัพ แลวก็ชวยเหลือประชาชนในทุกเรื่อง ไม วาจะรถกุญแจหาย ยางแบนฯลฯ ตามแนวทาง “เราพรอมรับใชสังคมดวยจิตอาสา” คุณอนุชา อรรถธรรม ผูประสานงานเลาใหฟงวา นี่คือเครื่องมือสื่อสารของภาค ประชาชนที่ทรงอานุภาพ “ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ใชวิทยุเครื่องแดง เพียงแคไปจดทะเบียนขอ อนุญาตใชและพกพาเทานั้น ที่กสช. เราก็สามารถพกติดตัวมาใชประโยชนได” น้ําทวมคราวนี้คุณอนุชาเอง ติดอยูในบาน อาศัยวิทยุเครื่องแดงนี่แหละที่ไดสื่อสาร และ มีบทบาทใหความชวยเหลือคนอื่นๆ วิทยุกระแสหลักของมอ. FM.88.00 MHz เปนอีกองคกรหนึ่งที่ชวยประสานความ ชวยเหลือสงตอความตองการไปยังผูที่ประสบเหตุและผูที่พรอมจะใหความชวยเหลือ หรือเปน กระบอกเสียงประชาสัมพันธ เฝาระวัง ติดตามขาวสารเพื่อการเตือนภัย ทั้งยังทําหนาที่สมกับ ความเปนสื่อ ในยามเกิดเหตุคับขัน กลายเปนชองทางหลัก เปนที่พึ่งใหกับคนสงขลาจํานวนมาก ไดรับฟงขาวสาร คุณบัญชร วิเชียรศรี คุณอรุณรัตน แสงละออง ทําหนาที่จัดรายการ เปนสื่อกลาง กระจายความชวยเหลือไปใหผูที่เดือดรอน บางชวงเวลาที่คับขัน สถานีวิทยุแหงนี้ทํางานตลอด ๒๔ ชั่วโมง หลายเหตุการณที่เขาดายเขาเข็ม หรือระหวางความเปนความตาย การสื่อสารผาน สถานีก็เปนอีกตัวชวยทําใหสถานการณคลี่คลายไปได
  • 66. 65 ศูนยประสานงานชวยเหลือผูประสบภัยภาคประชาชนคาบสมุทรสทิงพระ ในพื้นที่ของคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งประกอบดวย ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลา ไดแก อําเภอสิงหนคร อําเภอสทิงพระ อําเภอกระแสสินธุ และอําเภอระโนด ซึ่งเปนพื้นที่ตกสํารวจก็วา ได ที่นี่กําลังมีเรื่องที่นาชื่นชมเกิดขึ้นไมนอย ชวงแรกของการเกิดอุทกภัยและวาตภัยในวันที่ ๑ พฤศจิกายน แทบไมมีใครลวงรูความ เคลื่อนไหวหรือผลกระทบที่เกิดอยางกระจางชัดตอสายตาของผูคนละแวกนี้ เนื่องจากขาวสาร ถูกตัดขาด ทุกกระแสความสนใจมุงสูเมืองหาดใหญ จนกระทั่งหาดใหญน้ําลด ขาวคราวจาก คาบสมุทรสทิงพระจึงเริ่มปรากฏตอสาธารณะ และนั่นนํามาสูความตื่นตัวของผูที่เกี่ยวของ เมื่อหาดใหญเริ่มคลี่คลาย เราเองไดชักชวน เพื่อนๆพี่ๆนองๆในพื้นที่รวมกันจัดตั้ง "ศูนยประสานงานชวยเหลือผูประสบภัยภาค ประชาชนคาบสมุทรสทิงพระ" โดยรวมกับศูนยเรียนรูภูมิปญญาชาวบก(หมายถึงคาบสมุทร สทิงพระ) ของครูฑูรย (ไพฑูรย ศิริรักษ) ใชศูนยแหงนี้ซึ่งก็โดนแรงลมกระชากหลังคา ประตูฉีด ขาด เสียหาย ภายหลังซอมแซมครูฑูรย ตั้งใจจะใชเปนจุดรวมการชวยเหลือประชาชนในหมู ๗ ของตําบลสทิงพระ แตเราไปขอใชเปนศูนยประสานงานหลักระดับโซน รวมกับอีกหลายองคกรที่ เคยทํางานดวยกัน เชน เครือขายสภาองคกรชุมชน เครือขายชุมชนเพื่อการฟนฟูลุมน้ํา ทะเลสาบโซนคาบสมุทรสทิงพระ การตั้งศูนยแหงนี้เกิดขึ้นบนความตั้งใจไมใชวาจะแยกสวนจาก องคกรภาครัฐหรือ ทองถิ่น เราตั้งศูนยแหงนี้เพื่อเสริมเติมอุดชองวางการทํางานที่มีอยู...ผนวกกับความกังวลหวงใย และความมั่นใจวาเรามีศักยภาพพอที่จะชวยเหลือชุมชนดวยกัน ศูนยประสานงานชวยเหลือผูประสบภัยฯ ผูมารอรับกระเบื้อง ทีมงานกําลังอลวนกับขอมูล ประสานงาน
  • 67. 66 มีวิทยุชุมชนของเครือขายมาจัดรายการสด ความเสียหายของบานเรือน ความเสียหายจากวาตภัย หลายคนบอกเปนเสียงเดียวกันวาเปนปรากฏการณแรกในชีวิตที่ไดพบเจอ กระแสลม พายุงวงชางหมุนตัวเปนเกลียวพัดหวนถอนรากถอนโคนตนไมใหญลมทับหลังคาบาน ยกบาน ลอยทั้งหลังไปหลนหางออกไปเปนเมตร ผูเฒาบางคนตกใจจนถึงขั้นนอนปวยลุกไมขึ้น เหนือไปกวานั้นสายลมหอบเอาสายน้ําลอย ขามถนนมาทวมอีกฝงฟาก ทามกลางเสียง คํารามกูเกรี้ยวอันนาสะพรึงกลัว หางพายุกระชากสายน้ํา หอบเอาสาหรายใตทะเลสาบไปมวน พันกับเสาบาน กระเบื้องดินเผา กระเบื้องมุงหลังคาปลิววอน ตกรวงเกลื่อนพื้นดิน ดานหนึ่งของ คาบสมุทรติดกับทะเลสาบสงขลา น้ําจากหาดใหญ จากพัทลุงไหลมากองอยูที่นี่ ทวมทนเขาสู หมูบาน แลวไฟก็ดับ กวา ๒ หมื่นครัวเรือนโดยประมาณไดรับผลกระทบ หลายตําบลมีบานทั้งหลังพังพินาศ ชนิดแทบไมเหลือซาก เชน ตําบลกระดังงา มีกวา ๒๐ หลัง ตําบลครองรี มี ๒๕ หลังคาเรือน ตําบลกระแสสินธุ มีไมต่ํากวา ๑๐ หลัง ชาวบานไรที่อยู บางครัวตองอพยพไปอยูรวมกับญาติพี่ นอง คนรูจัก หลายคนอพยพไปกินนอนบนถนน ทั้งเฝาวัว สัตวเลี้ยง ลูกเล็กเด็กแดงกินนอน รวมกันเปนที่นาเวทนา
  • 68. 67 มูลนิธิชุมชนสงขลา ผมเองในฐานะที่ทํางานกับมูลนิธิชุมชนสงขลา ในชวงเกิดอุทกภัยมีโอกาสไดไปรวมกับ สถานีวิทยุ FM ๘๘.๐๐ MHz รวมจัดรายการกับพี่ๆนองๆในเครือขาย เปดสายรับขาวสาร รวม ไปถึงความตองการในการชวยเหลือผูประสบภัย ทําใหเห็นอิทธิพลของสื่อที่สามารถใชใหเปน ประโยชนกับสาธารณไดมาก วาตภัยคราวนี้ก็เชนกัน ผมพยายามใชสื่อที่มีทุกชองทางใหเปนประโยชนเพื่อสื่อสาร ความคิด มูลนิธิชุมชนสงขลาของเรา ไมอยากทํางานแคเพียงหาเงินแลวก็นําไปบริจาค หรือ ระดมหาวัสดุอุปกรณไปแจก ถายภาพแลวก็กลับ มูลนิธิฯตั้งใจที่จะเปนสื่อกลางประสานความ รวมมือใหผูใหและผูรับไดพบ กัน ขณะเดียวกันก็พยายามสรางแนวคิด...สงเสริมการใหที่มี คุณคาและรับอยางมีศักดิ์ศรี กระตุนใหชุมชนที่เปนผูรับ ไดมีสวนรวม ไดใชเงื่อนไขความ เดือดรอนเปนฐานสรางพลังรวม เชื่อมประสานทุกสวนในชุมชน จับมือกับภาคีหนวยงาน ภายนอก ชวยกันฟนฟูชุมชุมชนอยางมีศักดิ์ศรีเทาเทียมกับผูให ที่วาจะมาจากไหน หรือมาจาก องคกระดับใด มูลนิธิชุมชนสงขลา ไดรวมกับอีกหลายองคกรในพื้นที่ ทําหนาที่ประสานงาน ระดม ความชวยเหลือ พรอมทั้งจัดระบบใหกับอาสาสมัคร ชี้เปาใหกับองคกรหนวยงานตางๆที่ลงมา ชวยเหลือพื้นที่ ขณะเดียวกัน ก็ทําหนาที่ระดมทุน นําความชวยเหลือทั้งงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ แรงงาน ลงไปใหกับพื้นที่ เพื่อรวมกันฟนฟูชุมชนใหกลืบสูสภาพปกติ โดยเฉพาะเราไดรวมกับกองทุนรักษคลองอูตะเภา นํานักศึกษาจากมหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร เขามาชวยเหลือคนสงขลา อาสาสมัครหัวใจแกรงจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร มหาวิทยาลัยแหงนี้เกิดขึ้นเมื่อป ๔๘รวมเอาสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ไดแก วิทยาลัย พยาบาล วิทยาลัยเกษตร วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีพตากใบ มายกระดับเปนมหาวิทยาลัย เนนการเรียนรูในสายวิทยาศาสตรสุขภาพและวิทยาศาสตรเทคโนโลยี ในครั้งนี้ไดชวยเหลือ ชุมชน จัดตั้งศูนยรับบริจาคในมหาวิทยาลัย นําสิ่งของไปบริจาคและลงมาตั้งศูนยใหความ ชวยเหลือ
  • 69. 68 “นักศึกษาเหลานี้จะไดใชความรูที่ร่ําเรียนมาไดใชประโยชนใหเพื่อนมนุษย ผศ.ประทีป รองอธิการบดีกลาว วันที่ ๙ พฤศจิกายน เราไดนํานักศึกษาจํานวน ๘๐ คนเขาไปชวยเหลือชุมชนบานดอน คัน ตําบลคูขุด ซึ่งเราไดประสานแกนนําในพื้นที่คือครูปราณี มณีดุลย บอกวายังไมมีความ ชวยเหลือเขาไป หลังจากประสานกับพื้นที่ใหมีการเตรียมคน เตรียมวัสดุ โดยมีขอตกลงรวมกัน วา ทางแกนนําคือผูใหญบาน อบต.และชุมชนจะตองลําดับความสําคัญ จัดระบบการชวยเหลือ ประชาชนกันเอง ทางมูลนิธิชุมชนสงขลามีผูบริจาคเงินใหนําไปซื้อกระเบื้องมุงหลังคา เราได นําไปจัดซื้อแลวสงตอใหกับชุมชน สมทบกับกระเบื้องจากอบต. โดยชุมชนจะเปนผูออกในสวน ของขอเกี่ยวและตาปู ชวงเชาฝนตกหนัก แตก็เวนชวงใหไดพอหายใจ แลวก็ตกหนักลงมาอีก ไมมีวี่แวววาจะ หยุด รถของมหาวิทยาลัยวิ่งฝายสายน้ําที่สูงระดับหนาแขงเขาสูหมูบาน เห็นไดชัดวาชุมชนโดน กระหน่ําซ้ําทั้งจากน้ําทวมและลมพายุจนสะบักสะบอม เมื่อพบกันแกนนําชุมชน การชวยเหลือ จึงเริ่มตนขึ้นอยางรวดเร็วทามกลางสายฝนกระหน่ําหนัก แตก็ไมมีใครยั่น แววตานักศึกษาทุก คนกลับมุงมั่น สนุกสนานกับภารกิจ ทั้งผูบริหารและคณะอาจารยที่นําทีมมาจัดระบบการทํางาน อยางยอดเยี่ยม นักศึกษามีอุปกรณปองกัน มีรถเดินทางพรอมอุปกรณกอสราง มีอาหาร เตรียมพรอมสําหรับนักศึกษามุสลิม รวมไปถึงที่พัก เริ่มงานกลางฝนหนัก ซอมหลังคากลางสาย ฝน สภาพบานกลางน้ํา ตําบลคูขุด แหลงกําเนิด เทง...ตัวตลกหนังตะลุงชื่อ
  • 70. 69 ดัง ลุยงานกลางฝน เราตกลงกันวาจะลุยเก็บงานไปทีละหมูบาน จนกระทั่งแลวเสร็จทางมหาวิทยาลัยให เวลาไมต่ํากวาสัปดาหที่จะชวยเหลือชุมชน... ชุดประจําที่ หมูบานดอนคัน และ ๒ชุด ประจําอยูที่บานดอนเค็ด ทั้งหมดตางรวมกัน ระดมชวยเหลือผูประสบภัย โดยจัดตั้งหนวยซอมแซมเครื่องใชไฟฟาที่เกิดความเสียหาย อาทิ เครื่องวิทยุ โทรทัศน เตารีด ฯลฯ เปนบรรยากาศที่คึกคักมาก รวมจํานวนผูขอความชวยเหลือ จํานวน ๒๙ ครัวเรือน นอกจากการซอมแซมแลว ทางศูนย ไดนําสิ่งของจําเปน และน้ําดื่มมอบ ใหกับบานเรือนที่เดือดรอนจากเหตุการณอุทกภัยในครั้งนี้อีกดวย นี่คือน้ําใจจากพื้นที่ซึ่งไดรับผลกระทบจากเหตุไฟใต เปนสวนหนึ่งของตัวอยางความ พยายามชวยเหลือตนเอง ชวยเหลือกันเองของประชาชนในพื้นที่ ชวยกันบรรเทาความทุกข หนักในขณะที่ความชวยเหลือจากภาครัฐและหนวยงานที่เกี่ยวของยังไปไมถึง. ภาพถายครัวเรือนที่ไดรับกระเบื้องมุงหลังคาและไดรับการชวยเหลือจากนักศึกษาในการซอมแซมหลังคา
  • 71. 70 ปตตานี – หลังพายุ – สูการฟนฟู
  • 72. 71 หลังพายุใหญพาดผาน "อาวปตตานี" วันที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปที่ 33 ฉบับที่ 11957 มติชนรายวัน โดย ภาสกร จําลองราช padsakorn@hotmail.com เสียงดังโหวกเหวกดวยภาษามลายูทองถิ่นดังไมขาดสาย ทําใหบรรยากาศดูอบอุนมาตั้งแตเชา เนื่องจากผูมีน้ําใจ มากหนาหลายตาตางมารวมกันลงแรงสรางบานหลังใหมให กับชาวบานที่กําลังตกอยูในสถานการณยากลําบาก ผานไป 1 เดือนเศษแลวที่คนในหมูบานปาตา อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี ตองประสบภัยพิบัติ จากพายุและคลื่นทะเล จนทําใหบานเรือนและทรัพยสินเสียหายสิ้นบานปาตาเปนหมูบานเล็กๆ ริมอาวปตตานี ชาวบานสวนใหญมีอาชีพประมง เชนเดียวกับอีก 26 ชุมชนรอบอาว ซึ่งพายุ ใหญที่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 1 พฤศจิกายน ทําใหหมูบานนับสิบชุมชนตางๆ ประสบความเสียหาย กันถวนหนา โดยมีบานเรือนที่พังยับและที่พังบางสวน รวมพันหลัง นอกจากนี้ เครื่องมือทํามาหากินตองสูญหายไปจํานวนมาก เชนเดียวกับเกลือที่กองรอขาย มูลคานับสิบลานบาทที่ตองละลายไปกับน้ํา จนเจาของนาตองสิ้นเนื้อประดาตัว ชุมชนปาตาแยกออกมาจากชุมชนตันหยง ลูโละ ซึ่งเปนหมูบานเกาแกและมีตํานานเลาวา เจา แมลิ้มกอเหนี่ยวมาสิ้นชีวิตที่นี่ และในอดีตชาวบานตันหยงลูโละก็อาศัยใชน้ําจากบอบานกรือเซะ ที่อยูหางออก ไป 2 กิโลเมตร เพราะดินที่นี่เปรี้ยวทําใหไมสามารถนําน้ํามาบริโภคได ชุมชนปาตามีบานไดรับความ เสียหาย 11 หลัง แตเนื่องจากที่ดินที่ ชาวบานอาศัยอยูเปนที่ดินสาธารณะ ซึ่งผูอาวุโสบานตันหยงลูโละเห็นวา ชาวบานจํานวนหนึ่งไมมีที่อยู จึง สนับสนุนใหยายมาอยูที่นี่ แตเมื่อ เกิดภัยพิบัติ ทําใหสวนราชการ กระอักกระอวนใจที่จะเขามาสราง บานใหมใหเพราะระเบียบของ ทางการที่เอื้อประโยชนเฉพาะที่ดินที่ มีเอกสารสิทธิ ชาวบานตางถิ่นชวยกันสรางบานใหชาวปาตา
  • 73. 72 ในที่สุด ชาวบานทั้งมุสลิมและพุทธตางรวมแรงรวมใจกันยกบานหลังใหมขึ้นมา ทําใหเจาของ บานพอที่จะยิ้มออกได ขณะที่ทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ก็ไดรับมอบหมายใหสรางบานบางสวน ดวยเชน กัน แตความคึกคักดูเหมือนจะเทไปที่บาน "ชาวบานชวยชาวบาน" มากกวา เสียงเลาถึงเหตุการณในค่ําคืนนั้นดังไมขาดสาย ภัยธรรมชาติอันรุนแรงกลายเปนฝนรายที่ ชาวบานตางจดจําและเลาขานไปอีกนาน "น้ํา มาหลายระลอก ตอนแรกสูงแคเอว แลวก็ลงไป ครั้งสุดทายสูงมาก ทําใหบานพังหมด แต ผมพาครอบครัวหนีไปอยูที่บานใหญแลว" แวอาลี มะรอแม ยังคงมีน้ําเสียงตื่นเตนทุกครั้ง เมื่อ ถายทอดประสบการณหมาดๆ ใหเพื่อนๆ ตางถิ่นฟง "ตั้งแตเกิดมาไมเคยพบเหตุการณรุนแรง แบบนี้เลย เคยเจอพายุหมุนครั้งหนึ่งตอนยังเด็ก แตก็ไมมีน้ําทวมมากเหมือนครั้งนี้" บานของแวอาลีสรางดวยอิฐบล็อค แตความรุนแรงของคลื่นลมทําใหผนังอิฐทะลุและพังราบคาบ ในชีวิตเขาไมเคยคิดวา อาวปตตานีที่เคยคุมกายชุมชนมายาวนาน จะตองเผชิญชะตากรรม เชนนี้ หรืออาวปตตานีกําลังเปลี่ยนไป อาวปตตานีมีพื้นที่ 75 ตารางกิโลเมตร โดยมีแหลมยื่นไปในทะเลที่เรียกกันวาแหลมโพธิ์มีความ ยาว 22 กิโลเมตร ทุกตะกอนที่ไหลมาตามแมน้ําปตตานีและคลองยะหริ่ง สูอาวปตตานีทําใหเกิดนิเวศวัฒนธรรมที่ สั่งสมเปนแหลงอารยธรรมเกาแก และสําคัญแหงหนึ่งในแหลมมลายู หลายปมาแลวที่มะรอนิง ตานอ ชาวบานบูดีกัมปง ชุมชนปลายสุดของแหลมโพธิ์ ไดเขาไปมี สวนรวมในการพิทักษและดูแลทรัพยากรธรรมชาติในอาวปตตานี ในอดีตเขามีอาชีพหาปลาในอาวปตตานี ซึ่งมีรายไดเลี้ยง ดูลูก 9 คน อยางไมเดือดรอน ในยามขัดสนก็ยังจับหอยที่ มีอยูมากมาย ทั้งหอยแครง หอยขาว หอยตาควาย ขึ้นมาขายเปนรายไดเสริม แตในชวงกวา 10 ปที่ผานมา ระบบนิเวศในอาวปตตานี เปลี่ยนไปมาก ทําใหทรัพยากรเสื่อมโทรมอยางรวดเร็ว "นาย ทุนเขามาจับจองพื้นที่ในอาวทําเปนที่เลี้ยงหอยแครงเยอะมาก พวกเราพยายามคัดคาน เพราะในอาวควรเปนพื้นที่สาธารณะ พวกเขาไมยอมเขาไปหากิน เขาคราดหอยทีก็ทําลายระบบ สาวนอยเพลิดเพลินอยูบนกองผาที่ ถูกนํามากองไวตั้งแตเกิดภัยพิบัติ
  • 74. 73 นิเวศหมด" มะรอนิงสะทอนปญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเปนหนึ่งในหลากหลายรูปแบบที่รุกรานวิถีชีวิต ของชุมชน ในขณะที่ ปากอาวปตตานีกําลังแคบลงเรื่อยๆ เพราะแนวกันคลื่นที่ทําใหกระแสน้ํา เปลี่ยนทิศทาง พื้นที่หญาทะเลซึ่งเปนแหลงอาหารและอนุบาลสัตวน้ําที่สําคัญไดหดแคบลงมาก เชนเดียวกับการขุดลอกรองน้ําและโครงการถมทะเลเพื่อพัฒนาทาเรือ ซึ่งไมมีการศึกษาและทํา ความเขาใจในระบบนิเวศ ทําใหกลายเปนตัวเรงความเสื่อมโทรมเพิ่มขึ้น รอบๆ อาวยังมีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมากมาย หลายแหงประกอบกิจการอยางมักงายโดย ปลอยน้ําเสียที่ไมไดบําบัดลงทองอาว "ทุก วันนี้หาปลาในอาวอยางเดียวไมพอกินหรอก เด็กๆ รุนใหมตางก็หนีไปหางานทําในมาเลย กันหมด ไปที่นูนรายไดดีกวาทํางานอยูแถวบานเยอะ" มะรอนิงเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น ที่ชัดเจนคือในหมูบานโดยรอบอาวแทบไมมีกําลังแรงงานในวัยหนุมเหลืออยู เลยเพราะ พากันไปทํางานรานตมยํากุงในมาเลเซียกันหมด เมื่อหลายปกอน เขาและชุมชนรวมตัวกันสรางเขตอนุรักษหอยเพื่อใหชาวบานไดมีโอกาสใช ทรัพยากรในน้ํากันอยางทั่วถึง เชนเดียวกับชาวบานอีกหลายชุมชนที่พยายามลุกขึ้นมาปกปอง ทรัพยากรของตัวเอง ชุมชนรอบอาวปตตานีไดถักทอกันเปนเครือขายเพื่อรักษาและฟนฟู สภาพแวดลอมใหอยูยั่งยืน ขึ้นทามกลางสถานการณความรุนแรงของไฟใตที่ยัง ลุกโชน "เมื่อ 2-3 ปกอน พวกเราพยายาม จัดตั้งสภาอาวปตตานีขึ้นมา เพื่อใหพูดอะไร จะไดมีน้ําหนักขึ้น" เขาบอกถึงกลไกที่ชุมชนตางๆ รวมกันสรางขึ้น แมยังไมเปนรูปเปนรางมากนัก แตภัยพิบัติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทําใหชาวบาน พยายามแปรวิกฤตใหเปนโอกาสโดยระดมความคิดเห็นและยกระดับการรวม ตัวของชุมชนให แนบแนนมากกวาเดิม กลไกที่ชาวบานสรางขึ้น ไมวาจะเปนในนามเครือขายอนุรักษหรือสภา อาว ไมเคยสรางปญหาหรือเกิดความขัดแยงกับฝายใด ไมวาจะเปนใตดินหรือบนดิน นอกเสีย จากพวกนักฉกฉวยผลประโยชนโดยมิชอบ "ผมอยากใหหอย ใหปลา กลับมาอยูในอาวอยางอุดมสมบูรณเหมือนเดิม" มะรอนิงสวดขอพร พระเจาอยูเปนประจํา สภาอาวปตตานีไดรับเสียงตอบรับจากเครือขายชุมชนตางๆ นักวิชาการใน มอ.ปตตานี และอีก หลายภาคสวนอยางคึกคัก ภาพความรวมแรงรวมใจกันสรางบานใหผูประสบภัย ตลอดจนการระดมสมองของชาวบาน ทํา ใหเกิดบรรยากาศอันอบอุนขึ้นมาในชุมชนอาวปตตานี หลังพายุใหญ ทองฟามักแจมใส และ ธรรมชาติก็ยังใหโอกาสมนุษยอยูเสมอแตที่นาหนักใจคือภัยจากฝมือมนุษยดวยกันเอง เพราะยิ่ง เลวรายมืดดําขึ้นทุกที และยังไมมีทีทาวาจะมีแสงใหพอมองเห็นอุนใจเหมือนฟาหลังฝนไดบาง เลยบางทีชุมชนอาจตองเปลงประกายขับไลความมืดกันเอง ///////////////////////////////////////////
  • 75. 74 ขอเสนอแนะในการฟนฟูชุมชน จากการประชุมระหวางนักวิชาการ NGOs และตัวแทนชาวบานจากชุมชนที่ประสบภัยพิบัติรอบอาวปตตานี วันเสารที่ 13 พฤศจิกายน 2553 ณ หองมะปราง ชั้น 2 คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตปตตานี พื้นที่ประสบภัย 4 กลุมยอยที่ไดรับผลกระทบจากดีเปรสชั่นครั้งนี้ประกอบดวย - ดาโตะ/บูดีกัมปง/ตะโละอาโหร - บางเขา (บานสายหมอ) /บางตาวา - แหลมนก/ตันหยงลูโละ - บางรพา/ทากําชํา ในการประชุมพบวาแนวทางการแกไขจะตองมีองคประกอบในการจัดการ คือ 1. ตองตั้งระบบชุมชน มองที่การตั้งกรรมการและการแบงงาน การรับผิดชอบ รวมกันแกปญหาน้ําทวมมาเปนจุด รวมในการรวมคน โดย NGOs เปนพี่เลี้ยง รวมเรียนรู ชวยเหลือตามภารกิจ โดยชาวบาน นํารวมหมู แบงงานกันรับผิดชอบ สังเกต คัดเลือกและพัฒนาผูนํารุนใหม สําหรับชุมชนที่ รวมตัวกันไมได นั่นเปนโจทย ไมใชเปนคําตอบ ชุมชนที่รวมตัวกันไมไดควรหาวิธีวาจะทํา อยางไร ที่จะชวยเขาได เชน ดูความพรอม อยางชุมชนทากําชํา บางรพา สายหมอ บางตา วา มีการจัดระบบกันกอนหนานี้แลวตั้งแตเรื่องถุงยังชีพ ชุมชนตะโละอาโหร รวมตัวไดดี ลาสุดมีโครงการไทยเขมแข็งลงไปก็จัดระบบแจกจายไดทั่วถึง ชุมชนดาโตะ ตันหยงลูโละ เปนแบบอยางที่นาจะไดเรียนรู วันแรก ๆ วุนวายมากแตจัดระบบไดคอนขางเร็ว แตก็ยัง ตองการความชวยเหลือในการจัดระบบอยู ตองแบงกันตามไปดูวาพื้นที่ไหนที่ตั้ง คณะทํางาน หรือศูนยประสานงานที่ชัดเจน ถาที่ไหนพรอมก็ใหไปเปดบัญชี เราก็มีเงื่อนไข วาเงินกอนแรกจะมีเทาไร และเงินกอนถัดไปควรจะมีเงื่อนไขอะไรออกมา และขอใหมี คณะกรรมการตรงกลางเพื่อพิจารณาขั้นตนกอน 2. การแกปญหาในแตละประเด็น เรื่องอาชีพ การซอมเรือ สุขภาพ สิ่งแวดลอม ตามที่ชาวบานนําเสนอ ปริมาณความเสียหาย ไมเยอะ เปนการพัฒนากาวตอไปมากกวา ในการเขาไปสํารวจขอมูลตองพิจารณาเรื่อง ความตางในเพศสภาพเพราะที่ผานมา การจูนคลื่นยังไมคอยตรงกับชาวบาน ผูหญิงพูดตรง กับผูเก็บขอมูลมากกวาผูชาย ซึ่งขอมูลที่ไดมามีภาพรวม 2 มิติ คือ โดยใหการชวยเหลือ เชน เรื่องที่ดิน การตัดถนน เพื่อเปนเครื่องมือสรางความเขมแข็งระยะยาวของชุมชน 3. การระดมทรัพยากร เปนสิ่งที่จําเปนเกี่ยวเนื่องการกับแกปญหาในแตละประเด็น ทั้งการฟนฟูในเชิงกายภาพ ไม วาจะเปนการสรางบาน การซอมแซมสาธารณูปโภค และการสรางศักยภาพในการทํางาน
  • 76. 75 จากการจัดประชุม การจัดเวที โครงสรางพื้นฐานอื่น ๆ เชน ระบบการเงิน บัญชี ซึ่งควรใช เปนตัวชี้วัดความเขมแข็งของชุมชน 4. มีสวนรวมจากหลายหนวยงาน ทุกภาคสวนสามารถรวมกันฟนฟูไดตลอดทุกระยะโดยชาวบานเปนแกนหลักในการ ดําเนินงาน บทบาทที่แตละภาคสวนสามารถรวมมือดําเนินงานได คือ ชุมชน - ชาวบานตองมีขอมูลของตนเอง update ขอมูลใหทันสมัย ใหคนอื่นเขาถึง/เชื่อมตอได - อยากใหมีเจาภาพ/คณะกรรมการกลางที่ดูเรื่องขอมูล แลวแตใครจะเอาไปใชเพื่อ ประโยชนอะไร ขอใหชวยเรียงลําดับความเดือดรอนใหชัดเจน (พื้นที่ ความตองการ) เพื่อเปนขอมูล/ตอบโจทยสําหรับผูใหการชวยเหลือ ภาคประชาสังคม - ชุมชนควรรวมมือกับ NGOs และมหาวิทยาลัยเรื่องสิทธิในที่ดิน ที่อยูอาศัยของหมูบาน ชาวประมงชายฝง การฟนฟู เชน การปลูกปาชายเลน - การสรางความเขมแข็งขององคกรที่อยูในหมูบานทั้งนี้ การสนับสนุนงบประมาณบางกรณี อาจเปนลักษณะสมทบเพื่อไมใหเกิดความซ้ําซอน (เรือ-การประมง) และในระยะยาวตอง ประสานความรวมมือกับหนวยงานอื่น ๆ ที่กวางขวางขึ้นตอไป สถาบันการศึกษา - สามารถมีสวนในการชวยประสาน รวมเรียนรู ดู process/ศึกษา ระหวางราชการ ทองถิ่น - ชวย identify เรื่องที่ชาวบานตองการแตยังขาดและอุดชองวาง - ศูนยรวมการแจงขาว จัดระบบขอมูล ติดตามและประเมิน - ชวยระดมทุน/หรือสิ่งที่ชาวบานควรไดแตยังขาด - สรางการเรียนรูใหกับชาวบานในการรับมือภัยพิบัติ ภาครัฐ - จังหวัดให อสม. และเครือขายสํารวจขอมูลความเสียหายลงในแบบ สพ. 2 (ใสขอมูล ชื่อ เลขที่บาน ลักษณะบาน จํานวนคนในครอบครัว ความเสียหาย) ประมงจังหวัดก็มี แบบฟอรมสํารวจ และหนวยงานตาง ๆ เขาไปทําขอมูลตามเปาหมายของตน ทั้งนี้ หมูบานที่ตั้งตัวติดแลวก็ใหมีการสํารวจภายในหมูบานตนเอง เชน ดาโตะ - เราจะมี ยุทธศาสตรอยางไร (ในแงมหาวิทยาลัย) เชน เลือกชวยหมูบานที่แยที่สุด หรือจะ ติดตามหมูบานระยะยาวซัก 7 หมูบาน เก็บขอมูลมาแลวเอามาทําอะไรตอ ?? - ควรมีใช GIS บอก location และใสขอมูลเชิงลักษณะเพิ่มจากการสํารวจภาคสนาม มี สถิติจากราชการ และติดตามเฉพาะขอมูลที่ active เพื่อยืนยันความถูกตองของขอมูล - ควรมีวิทยุเปนชองทางออกอากาศสื่อสาร update ขอมูลความเสียหาย การชวยเหลือ ทั้งจากชาวบาน หนวยงานราชการ และผูตองการใหความชวยเหลือ
  • 77. 76 สรุปบทเรียน โดย อาสาสมัครทุกคน
  • 78. 77 บทที่ 1 Timeline เลาเรื่องรายวัน day by day ฉาย dynamic การปรับตัว การรวมตัว บทบาทของแตละฝาย ชวงที่ 0 กาวกอนเริ่ม การตั้งเคากลุมกอนนักเคลื่อนไหวทางสังคมทั้งภาคธุรกิจและนักพัฒนาฯ ที่กอการกัน จนเกิดศูนยอาสาสมัครประชาชนฟนฟูภัยพิบัติ(ศอบ.)ในครั้งนี้ เริ่มมาจากการประชุมกัน 3 ครั้ง ที่ ธนาคารกรุงไทยในวันที่ 26 ตุลาคม ที่ สสส. ในวันที่ 28 ตุลาคม และที่ทีวีไทย ในวันที่ 1 พฤศิจกายน เพื่อรวมตัวกันหารือกันถึงแตละกาวที่แตละคนจะลงมือกับเหตุน้ําทวม ที่เริ่มฤดูของ ความแปรปรวนดวยจังหวัดที่ทวมนําไปกอน ไดแก ราชบุรี เพชรบุรีและโคราช ซึ่งเปนปฐมบทที่ ปลุกใหตื่นและมองเห็นไดแลววาจะมีทั้งน้ําและฝนอีกเปนกอนๆ กําลังจอคิวตามมา แมวาจะ “เงื้องาราคาแพง” ของการรวมตัวกันในการรับน้ํากอนนี้จะชาไปนิด แตเวลาของการเงื้อนั้นก็ทํา ใหผูกอการทั้งหลายไดเก็บชั่วโมง พิสูจนบทเรียนการรับบริจาคและชวยเหลือผูประสบภัย และ คัดกรองคนที่มีแนวคิดเดียวกันใหโดดลงมารวมวงเดียวกัน โดยมีดีเปรสชั่นที่ยกตัวขึ้นฝงของ ภาคใตในวันจันทรที่ 1 พฤศจิกายน เปนตัวเรงในการตัดสินใจ และมีเวทีระดมความคิดในชวง เย็นที่จัดขึ้นที่ทีวีไทย จนเกิดแนวคิดหลักในการดําเนินงานของเครือขายภาคประชาชนเพื่อ รับมือกับวิกฤตที่จะคุกคามทั้งผูใหความชวยเหลือและผูประสบภัย บทเรียนจากการทํางานฟนฟูบนความหลากหลายของสภาพภูมิศาสตรและวัฒนธรรม เปนสิ่งทําใหการทํางานแบบโครงขายในพื้นที่จําเปนตองถูกจัดตั้งขึ้น อาจารยยักษ (วิวัฒน ศัลย กําธร) ไดเสนอหลักการทํางานเพื่อชวยเหลือผูประสบภัยที่เขาถึงชุมชนในเชิงลึกและสรางความ เขมแข็งในการจัดการตัวเองไปพรอมๆกันวา การจัดการในระดับภาคประชาชนนั้น (ดังภาพที่ 1) จําเปนตองมีการทํางานแบบกระจายศูนย (node) ออกไปแบบแบนราบในการใหความ ชวยเหลือและทรัพยากรจากสวนกลางที่ไปสูพื้นที่ปลายทาง ไปสูการจัดการดวยคนปลายทาง ซึ่งรูจักพื้นที่ของตนเองดีที่สุด ภาพที่ 1 หลักการจัดการพื้นที่ประสบภัยตามแนวคิดภาคประชาชน
  • 79. 78 ที่จริงหลักการที่วามานี้ ไมไดมาจากความคิดของคนคนเดียว แตแนวคิดนี้ไดรับการ ทดสอบและยืนยันดวยบทเรียนจากการทํางานของภาคประชาชนที่ชุมฉ่ําจนถึงเปยกโชกกัน เกือบหนึ่งเดือนกอนหนา ประกอบกับบทเรียนจากน้ําทวมในปลายป 49 เหตุการณสึนามิในป 2546 องคกรภาคประชาชนทั้งหมดกวา 50 องคกร แทบทั้งหมดมีความคิดเห็นในปญหาและ การหาวิธีแกที่ตรงกันอยางที่ไมนาเชื่อวา การลดปญหาการเขาไมถึงชุมชนที่ตกคางและการให ความชวยเหลือที่ไมเทาเทียมนั้น ควรใหชาวบานหรือภาคประชาสังคมในพื้นที่ ทําหนาที่มดงาน ระดมกําลังจากพื้นที่ใกลเคียง ขนขาวขนของเขาไปจัดสรรและแบงปนในชุมชนของตนเอง เพราะมดงานเหลานี้รูจักทรัพยากรและรูจักพื้นที่ของตนเองดีที่สุด จึงควรใชการโยงใหชุมชนที่ ประสบภัยไดรับความชวยแบบชาวบานใหชวยชาวบานดวยกันเอง แมวาแนวคิดการจัดการแบบแบนราบสูทองที่ อาจมองไดวาเปนแนวคิดการจัดการแบบ แนวดิ่งในอีกรูปแบบหนึ่ง ผูเขียนบทความนี้ก็ขอยืนยันวา แนวความคิดการจัดการแบบแบนราบ ของกรุงเทพ ที่จะนําสิ่งของบริจาควิ่งไปสูแตละชุมชนโดยตรง ก็อาจเปนการจัดการสูปลายทาง แบบแนวดิ่งพื้นอีกรูปแบบหนึ่งดวยเชนกัน เพราะความคิดของมนุษยเรานั้นไมสมบูรณแบบ การ แสวงหาจุดรวมและการสงวนความแตกตาง ก็นับเปนการจัดการทางความคิดที่เราไมสามารถ เพิกเฉยไดอีกประการหนึ่ง ชวงที่ 1 Day1-day3 อุทกภัยทางความคิด และวิกฤติชีวิตในพื้นที่ประสบภัย หลังจากที่ดีเปรสชั่นมาถึงภาคใตฝงอาวไทยและเสร็จประชุมวันกอน ทีมขาวของทีวีไทย นําโดยพี่แวว (นาตยา แวววีรคุปต) และทีม Frontline ของ 1,500 ไมล นําโดยพี่โตง (รัฐภูมิ อยู พรอม) ก็ออกเดินทางลงไปปลายทางหาดใหญเพื่อลงสํารวจพื้นที่ พรอมกับเชาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 ที่การเตรียมศูนยรับมือวิกฤตที่กรุงเทพ ไดเริ่มขึ้นที่ชั้น 2 ของโรงแรมพินนา เคิล ลุมพินี ที่ ดร.วงษภูมิ วนาสิน ใหใชเปนที่ทํางานและที่พักสําหรับอาสาสมัครไดเปลี่ยนกะ ทํางานตอเนื่องกันไดตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีพี่ลักษณ สมลักษณ หุตานุวัตร จาก SVN (Social venture network) คอยเปนแมบานและแมงานที่ดูแลศูนยอาสาประชาชนฟนฟูภัยพิบัติ (ศอบ.) ซึ่งปรับเปลี่ยนชื่อมาหลายรอบจนไดชื่อนี้ในปจจุบัน และยังมี สสส., ทีวีไทย และ www.thaiflood.com คอยใหการสนับสนุน สิ่งแรกที่ทําในการเริ่มศูนยวันนั้นคือ การสรางระบบการประสานขอมูลในฝายทั้ง 5 ที่ อาจารยยักษไดรางไวเมื่อวันกอนตอนประชุมที่ทีวีไทย คือ ฝายขอมูล-ขาว ฝายมวลชน ฝาย ทรัพยากร ฝายอาสาสมัคร ฝายบริหาร โดยการเสนอตัวของอาสาหนึ่งคนตอหนึ่งฝายขึ้นมาเปน เจาภาพหลักในการรวมขอมูลเพื่อที่จะตัดสินใจตอในฝายนั้น เพื่อลดความซ้ําซอนในการสื่อสาร ที่นี่เราเรียกระบบนี้วา Communications line พูดงายๆ คือ จะบอกเรื่องไหน ก็เดินไปหาคนนั้น โดยขอมูลที่จะเขาไปยังแตละฝายนั้นประกอบดวย 1. มวลชน (ชุมชน/คนพื้นที่) เปนตัวแทนคนในพื้นที่ ทําหนาที่สื่อสาร ชวยประเมิน สถานการณและประสานความชวยเหลือ โดยมีพื้นฐานความเขาใจในพื้นที่ประสบภัย
  • 80. 79 และมี connection ศูนยประสานงานในระดับพื้นที่ สื่อสารเอาขอมูลมาแชรกับฝาย ทรัพยากรซึ่งเปนสวนตอไป 2. ทรัพยากร ทําหนาที่ระดมของบริจาค และประสานขอมูลความตองการความชวยเหลือ เชน พื้นที่ที่ตองการใหชวยประสานเรือที่จะอพยพ พื้นที่ที่ตองการอาหารสด พื้นที่ที่ ตองการถุงยังชีพ รวมไปถึงการประสานพาหนะสําหรับขนสงไปยังพื้นที่ประสบภัย ตอไป 3. ขอมูล–ขาว ทําเรื่องสถานการณพื้นที่ ระดับน้ํา ระดับความเสียหาย ความเสี่ยงที่จะ โดนซ้ําและการเตือนภัย เพื่อจัดลําดับการสงความชวยเหลือหรือแจงเตือนใหมีการ เตรียมพรอม 4. อาสาสมัคร ทําหนาที่จัดระบบคนที่เขามาทําใหศูนยลื่นไหล ไปยังตําแหนงตางๆที่มี ความตองการทั้งหนางาน (ในพื้นที่) และ หลังบาน (ที่ศูนยกรุงเทพ) 5. บริหาร แนนนอนวา War room ก็คือ หองแหงการบริหารจัดการ ทุกชวงเย็นผูใหญและ ผูประสบการณทั้งหลายจะแวะเวียนมาแลกเปลี่ยนความคิดในการกําหนดทิศทาง รวมกันตอไป หลักการทํางานที่วาไปขางบนพอจะเขียนเปน Map ไดดังภาพนี้ ภาพที่ 2 โครงสรางการทํางานของศูนยอาสาสมัครประชาชนฟนฟูภัยพิบัติ ชวงที่ฟาสวางของวันแรกทั้งวันนี่หมดไปกับการระดมความคิด จัดระบบ และอะไรอีก หลายอยางที่ไมลงตัว พอเขาสูชวงฟามืดนี่ยิ่งแยกวา เพราะตัวเมืองก็ถูกน้ําหลาก-น้ําทวมสูงเปน
  • 81. 80 เมตรทําใหไปไหนไมได พื้นที่ปลายทางถูกตัดไฟเพื่อปองกันไฟรั่ว เสนทางเดินรถก็ไปไดยาก เพราะตนไมลมระหวางทางปดถนนไปหลายจุด ระบบโทรศัพทลมเหลวเพราะชองสัญญาณเต็ม เนื่องจากมีผูใชบริการจํานวนมาก แมแตจะติดตอทีม Frontline เพื่อสื่อสารกันเองก็ทําไดยาก ตั้งแตฟามืดนี่ภารกิจหลักของเรา คือ ประสานตอหนวยฉุกเฉินเขากับความชวยเหลือที่รองขอ มาทั้งทาง Twitter บนหนาเว็บ Thaiflood และทางโทรศัพท เคสทุกเคสสะเทือนความรูสึกจนอยู นิ่งไมได อาสาสมัครซึ่งประสานงานในภาวะวิกฤติเปนครั้งแรกตางตื่นเตนและพยายามประสาน หนวยเคลื่อนที่เร็วแทบทุกชนิดลงไปชวยในพื้นที่ คอยจดจอความคืบหนาในการใหความ ชวยเหลือไมวาจะเปน เคสหญิงทองแกจะคลอดจนน้ําเดินแลวแตติดอยูในที่พัก หรือ เคสคนปวย เสนเลือดสมองตีบเจาะคอชวยหายใจที่ติดอยูในโรงแรมกําลังอาการทรุด ซึ่งญาติเลาสถานการณ ใหฟงดวยน้ําเสียงสั่นเครือ เรื่องราวเหลานี้ตอง recheck หลายครั้งเพื่อใหไดขอมูลที่ชัดเจน เรียกวา เจอขอมูลไหลเขามาทวมจนประสบอุทกภัยทางความคิดกันไปหมดเลยทีเดียว การทํางานอาสาสมัครในวันแรก จึงอยูในภาวะโกลาหลกันทั้งคืน หลุดไปจากเริ่มแรกที่ ตั้งใจวาจะประชุมสรุปงานกันทุก 3 ชั่วโมง เราตางก็ทําไมสําเร็จ และแมจะตั้งเปาวาจะทําหนาที่ ประสาน node สนับสนุนใหเกิดการเชื่อมโยงภายในพื้นที่นั้น เสียงรองขอความชวยเหลือจากคน แตละคนที่มีเครื่องมือสื่อสารเปนฟางเสนเดียว ก็ทําใหเราประสบอุทกภัยทางความคิดเอาใจไป ติดกับชีวิตจนไขวเขว ทํางานไมไดไปตามเปาที่ตั้งไวตอนหัววัน กระทั่งเชาวันที่สองพี่ลักษณถึงเรียกสติอาสาสมัครทั้งทีมคืนมาไดวา เปาหมายและ วิธีการทํางานของเราคืออะไร การทํางานอยางมีระบบจริงๆ ถึงไดเริ่มขึ้นเปนครั้งแรก เรียกไดวา เมื่อน้ํานิ่งคนก็เริ่มนิ่ง เพราะเมื่อโทรไปติดตามความคืบหนาในการชวยเหลือทั้งสองเคสที่เลาไป แลวในขางตนวา ไดรับความชวยเหลือและปลอดภัยแลว คนทํางานก็เริ่มมีสมาธิกับงานขางหนา มากขึ้น เมื่อความรุนแรงของกระแสน้ําเริ่มลดลง ความตองการตอจากการเอาชีวิตรอดใหไปอยู ในพื้นที่ปลอดภัยก็คือ การกิน อาหารสดหรือเรียกงายๆ วา “ขาวกลอง” เปนความตองการถัดมา หลังจากไดที่ปลอดภัย ใครบอกวาขาวกลองไมสําคัญ ผูเขียนขอบอกวา ขาวกลองเนี่ยสําคัญ มาก การจะดูแลกันตอไปของชุมชนเนี่ยขาวกลองถือเปนจุดเปลี่ยนของชุมชนเลยทีเดียว เพราะ ในปรากฏการณของพื้นที่ประสบภัย เราพบวา คนแตละคน หรือ แตละครอบครัว จะถูกซัดให กระจัดกระจายหรือถูกทําใหปลีกแยกออกไปจากสิ่งแวดลอมที่คุนชิน บางบานสูญเสียครัวและ อุปกรณทําอาหาร บางคนตองยายหนีไปอยูที่อื่นซึ่งไมรูวาจะไปหาอาหารไดที่ไหน การมีครัว รวมหรือครัวชุมชนเปนคําตอบที่จะทําใหผูประสบภัยซึ่งกําลังเควงอยู ไดมีอาหารกิน ไดพื้นที่ที่ จะรวมตัวกันพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เผชิญ ไปจนถึงหาทางที่จะจัดการกับภาวะที่แตละคน เผชิญอยู ซึ่งครัวรวมหรือครัวชุมชนนี้อาจเกิดขึ้นไดทั้งการลงแรงกันของชาวบานเองและการเขา ไปชวยตั้งโรงครัวจากคนนอกดวยการหาคนและหาวัตถุดิบตั้งตน อยาง น้ําปลา น้ํามัน พริก กระเทียม ผัก หมู เห็ด เปด ไก สําหรับมื้อแรกๆ เขาไปชวย เพื่อที่จะชวนชาวบานเขามา ชวยกันลงแรงตอไป ปรากฏการณในการบริจาคในครั้งนี้มีเรื่องนาดีใจ ที่คนไทยเขาใจลําดับ
  • 82. 81 ความสําคัญและความหมายของปจจัย 4 สําหรับผูประสบภัยมากขึ้น ครั้งนี้เราไมเห็นกองภูเขา เสื้อผา ครั้งนี้เรามองไมเห็นกองของบริจาคที่อยูนอกเหนือความจําเปน ครั้งนี้เราเห็นความเขาใจ ที่ดีขึ้นในการใหความชวยเหลือที่จะกอใหเกิดปญหาความขัดแยงระหวางชุมชนนอยลง ตอง ขอขอบคุณคนไทยที่เขาใจบทเรียนในการบริจาคจากประสบการณที่เรารวมทุกขรวมสุขกันมา กอนที่จะเตลิดออกอาวไทยไป ตอนนี้ขอกลับมาที่ศูนยฯกอน งานที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ในชวงวันที่ 3 นี่คอยๆ เปลี่ยนจากการสื่อสาร มาเปนการระดมทรัพยากรและ logistic ในการ ประสานเรื่องอาหารสดหรือขาวกลองไปชวยผูประสบภัยที่ติดอยูในพื้นที่ ซึ่งงานนี้ทีมเจาหนาที่ จากมูลนิธิกระจกเงาก็ไดเดินทางลงพื้นที่หาดใหญเพื่อประสานการตั้งศูนยขาวกลองและ logistic ของบริจาคลงไปจากกรุงเทพ โดยมีสายการบินนกแอรอาสาขนใหในภารกิจนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นวันนี้เรายังมีกลุมคนที่เราตองการที่สุดก็กาวเขามาในหอง พวกเขาคือ พี่ประยูร พี่ ยาและพี่มณเฑียร ซึ่งเปนชาวบานแกนนําในเครือขายองคกรชุมชนในภาคใตและมีประสบการ ในการฟนฟูชุมชนที่ประสบภัยสึนามิ ดวยการชวนของพี่ดวง มูลนิธิชุมชนไทย ใหเขามาลองดูวา จะชวยอะไรไดบางตั้งแตชวงเย็น ซึ่งพอกาวเขามาพี่ทั้งสามคนก็เห็นและรูทันทีเลยวา ทาจะตอง อยูยาวซะแลว เพราะคนที่จะประสานชุมชนไดมันขาดจริงๆ หลักจากจูนระบบและจูนความเขาใจเขาดวยกัน การทํางานในวันที่สามลงลึกไปในพื้นที่ ประสบภัยทั้ง 7 จังหวัด ไดแก ชุมพร สุราษฏรธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา และ ปตตานี จนสามารถคนพบคนที่จะเปนแกนในการประสานทองถิ่นไปไดอีกหลายพื้นที่ เพราะมี คนที่มี Connection และความเขาใจในทองถิ่นเขามารวมทีมดวยอยางเต็มตัว ชวงที่ 2 day4-day7 วิดขอมูลที่ทวมชีวิต แลวไปกูวิกฤติปากทอง คําถามที่มีอยูตลอดมาตั้งแตสมัยสึนามิ คือ เราจะลดปญหาความซ้ําซอนและการตก หลนในการใหความชวยเหลือในพื้นที่ประสบภัยพิบัติไดยังไง ก็หาคําตอบกันตอไป จนวันนี้ ปญหานี้ก็ยังเจอเรื่องนี้อยู แตในภาวะวิกฤตแบบนี้ สิ่งที่เราตองทําก็คือ ตองรูจักละและวางในสิ่ง ที่เรายังมองไมเห็นวาเราทําไดแคไหน แตขณะเดียวกัน เราก็จะทําเต็มที่ในสิ่งที่เราทําได และทํา ตอไปใหถึงที่สุด หลังจากที่ศูนยเริ่มเปนที่รูจักและมีการสงขอความรับอาสาสมัครออกไป ชวงนี้ อาสาสมัครก็เขามาชวยงานในศูนยเพิ่มขึ้นเปนจํานวนมาก ความหลากหลายของอาสาสมัครได พัฒนาใหการทํางานคอยๆ เขารูปเขารอยมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงกระนั้นงานในชวง 4-5 วันแรกก็ยัง ไมไดเปนไปอยางที่ตั้งใจหวังวาจะใหเกิด node ในการระดมทรัพยากรจากพื้นที่ใกลๆ มาชวย กันเอง เพราะเราเองก็ยังเปนการชวยเหลือจากขางบนแลวสงขึ้นเครื่องบินลงไปขางลาง และ ขางลางก็ยังไมสามารถตั้งตัวไดเชนกัน แตอยางนอยเราก็เริ่มมีผูประสานและ node ซึ่งเปนจุด เชื่อมตอที่ชัดเจนมากขึ้นในการประสานความชวยเหลือในลักษณะของใยแมงมุม ซึ่งถาพูดถึงใย แมงมุมนั่นก็แสดงวา มันตองมีตัวแมงมุม ถาเปรียบใหศูนย ศอบ. เปนตัวแมงมุม ชุมชนในพื้นที่ เปนศูนยประสานงานก็คงเปนขาแมงมุมที่โยงความชวยเหลือใหกันและกัน เชน ชวงที่คาบ
  • 83. 82 เกี่ยวกับระหวางวิกฤติปากทองกับวิกฤตชีวิตอยางชวงนี้ ตอนที่นครศรีธรรมราชโดนพายุเขา ถัดมาจากหาดใหญ เราไดทําหนาที่ประสานใหทางหาดใหญซึ่งน้ําลดคลี่คลายจนเรือเริ่มใช นอยลงแลว ใหหาดใหญสงเรือไปชวยนครฯที่กําลังน้ําเออ พรอมกันก็ไดชวยประสานเรื่องวิกฤต อาหาร พัทลุงมีโรงสีชุมชนมีขาวเล็บนก ซึ่งเปนขาวดีของทางใตที่ขายใหไดในราคาชวยเหลือ ผูประสบภัยและยังจัดสงใหฟรี เราก็เปนตัวประสานใหขาวจากพัทลุง(สวนที่ไมทวม)ไปชวย พัทลุงสวนที่ทวม ไปชวยหาดใหญ ไปชวยนครฯ ได การระดมทรัพยากรและ logistic ในการสงอาหารและยาลงไปในพื้นที่จึงเปนงานที่มี บทบาทสําคัญในชวงนี้ ระบบการจัดการของเราแบงแบบงายๆ ไดเปน 2 สวน คือ ฝงตนทางที่ กรุงเทพ และฝงปลายทางที่ทางใต ซึ่งสื่อสารจํานวนของที่ตองการโดยรวมขึ้นมา สวนเราก็ จัดหาของใหไดตามความตองการและตามจํานวนที่ตองการจัดเปนกลุมๆ แตละจังหวัด แลว ทยอยสงไป โดยมีสายการบินนกแอรเอื้อเฟอพื้นที่โกดังใหเราจัดของและเอื้อเฟอเครื่องบินขน ของใหในชวงที่ถนนยังถูกปดดวยน้ําและตนไมที่ลมขวางอยูระหวางทาง โดยการจัดการของ บริจาคในฝงกรุงเทพจะรับทั้งของที่เปนชิ้นยอยๆ จากผูบริจาคทั่วไปและของบริจาคลอตใหญๆ ที่มีผูบริจาคตรงจากโรงงาน ทั้งหมดจะถูกนํามาจัดแบงตามปริมาณที่แตละพื้นที่ตองการแลว สงไปยัง node ปลายทาง ดังรูปที่ 3 ภาพที่ 3 ระบบการจัดการของบริจาคและ logistic ไปยังพื้นที่ประสบภัย
  • 84. 83 การระดมทรัพยากรและ logistic นี่กวาจะลงตัวก็ปาเขาไปวันที่ 7 ตั้งแตเปดศูนย ระหวางทางนี่ เจอปญหาและอุปสรรคในการทํางานมากมายซึ่งเดี๋ยวจะขอเลาตอในสรุปบทเรียน ชุดถัดไปซึ่งจะเลาถึงรายละเอียดการของการทําแตละฝายอีกที วันที่ 7 ของการทํางานนี่ เพราะวาระบบงานเริ่มลงตัวแลว เราถึงไดขอปลีกตัวจากหอง สี่เหลี่ยมไปลงพื้นที่หนางานบาง ดวยความคิดเห็นที่ตรงกันทุกคนวา ถาคนที่ศูนยไมเขาใจ สภาพหนางาน การจัดระบบเพื่อพัฒนางานตอไปตามสภาวะที่เปนจริงมันจะเปนไปไดยาก เรา จึงเดินทางลงไปปตตานี โดยนั่งเครื่องบินไปลงหาดใหญแลวตอรถตูไปลงที่ ม.อ. ปตตานี ซึ่ง เปนสถานที่รวมพลของคนแกนหลักที่ประสานระหวางชุมชนกับสวนกลางที่จะเขาไปใหความ ชวยเหลือ เราหารือกันถึงกลุมกอนของคนทํางานที่เกิดขึ้นวาจะขับเคลื่อนกันตอไปอยางไรและ ขอลงไปสัมผัสพื้นที่บานดาโตะ อ.ยะหริ่ง จ.ปตตานี ซึ่งมีลักษณะเปนอาวที่ถูกขนาบดวยทะเล ซึ่งขอมูลที่ทางกรุงเทพไดรับคือ ในวันที่พายุเขา น้ําทะเลยกระดับสูงขึ้นเปนเมตรตั้งแตชวงบาย กอนที่พายุจะเขา ซึ่งขาวในทองที่ก็เตือนภัยแจงวาพายุจะเขาตอนกลางคืน แตขนาดฟายังไมมืด น้ํายังขึ้นสูงขนาดนี้ คนธรรมดาก็อยูนิ่งไมไดแลว ชาวบานก็เลยอพยพกันไปอยูในที่ปลอดภัย ทิ้งไวแตฝูงแพะและบานเรือน ความเสียหายจึงเกิดขึ้นกับทรัพยสินมากกวา พอไปถึงนั้นเรา พบวา ชุมชนนี้ประสบภัยไมตางจากบานน้ําเค็ม สมัยที่โดนสึนามิ คือ ขอ 1 บานถูกคลื่นซัดพัง เสียหาย ขอ 2 มีคนเขาไปในชุมชนมากมายคลายกรุปทัวรจนรถติดยาวกวา 5 กิโล ไปถึงปาก ทางเขาชุมชน ขอ 3 มีความชวยเหลือเขาไปอยางลนหลาม แตปญหาเรื่องการจัดการจนเกิดรอย ราวระหวางชุมชน รูปที่ 4 สภาพชุมชนดาโตะ อ.ยะหริ่ง จ.ปตตานี ที่ไดรับความเสียหายจากดีเปรสชั่น
  • 85. 84 ทั้งกอนลงพื้นที่และหลังจากกลับมา มีคําถามและขอถกเถียงวาสิ่งที่สรางความเสียหาย ใหชุมชนนี่เปน Strom surge หรือไม จนวันนี้ก็ยังไมมีคํายืนยัน และผูเฒาผูแกในชุมชนก็ยังไม เคยเจอเหตุการณแบบนี้เลย ธรรมชาติในทุกวันนี้มันเปลี่ยนแปลงไป แลวเราจะรับมือยังไงกับ ความแปรปรวนที่นากลัว ชวงที่ 3 day7-day10 เฝาระวังภัยซ้ํา พรอมกับทําในสิ่งที่ทําได แมวาสถานการณน้ําหลากจะเริ่มเบาบางลง แตฝนที่ตกสะสมก็ยังมีความเสี่ยงตอการ เกิดภัยพิบัติซ้ํา ทั้ง landslide ในพื้นที่ลาดเอียงตามเชิงเขาและน้ําหลากตามพื้นที่รับน้ําทั้งหลาย ชวงนี้งานระดมทรัพยากรและ logistic เราก็ยังทําอยู แตสิ่งที่เพิ่มเขามาคือ เราเริ่มมีสติที่จะ ติดตาม ฝนตกสะสม ที่จะทําใหเกิดดินถลมซ้ํา โดยใชวิทยุสื่อสาร ว.ดํา ที่จริงบทบาทการทํางาน ของวิทยุสื่อสารกับงานภัยพิบัติในศูนยนี่เริ่มมีมาตั้งแตที่พี่ยา และ พี่มณเฑียร เดินเขามาในศูนย แลวทําใหเราพบวา การ recheck ขอมูลทั้งความเสียหายและความชวยเหลือที่ตองการจาก ปลายทางพื้นที่ประสบภัยนั้น สามารถทํารวมกันไดโดยใชโทรศัพท วิทยุสื่อสาร และ Social media อยาง Twitter ทั้ง 3 อยางรวมกัน เชน เมื่อเราพบการแจงของความชวยเหลือผาน Twitter เราก็จะโทรไปเช็คสถานะของคนโพส Twitter นั้นวา ขณะนั้นไดรับความชวยเหลือหรือ ยัง หากยังไมไดรับความชวยเหลือ เราก็จะไดวิทยุสื่อสารแจงขาวไปยังศูนยที่อยูใกลๆ ในพื้นที่ วาสามารถใหความชวยเหลือไดอยางไรบาง ดังรูป รูปที่ 5 การใชเครื่องมือสื่อสารเพื่อประสานความชวยเหลือกับพื้นที่ประสบภัย
  • 86. 85 โดยในสวนของวิทยุสื่อสารหรือ ว.ดํา นั้น เราใชโปรแกรม Echolink ซึ่งเปน VoIP ที่ เชื่อมสัญญาณวิทยุสื่อสารผานเขาคอมพิวเตอร ทําใหคนอยูที่ไกลอยางกรุงเทพยังสามารถรับ ขาวสารทันสถานการณไดพรัอมกับกลุมอาสาที่ใช ว.ดํา ในพื้นที่ประสบภัยทางใตดวย เลามาถึง ตรงนี้คงเริ่มมีคําถามอีกแลววา โทรศัพทก็มี อินเตอรเนทที่จะเอาไวใช Social network ก็มี ทําไมตองกลับไปใชวิทยุสื่อสารดวยละ เดี๋ยวคําถามนี้จะไปตอบอยางละเอียดในสรุปบทเรียนชุด ถัดไป โปรดติดตามชมอีกเชนกัน การขอความชวยเหลือที่ศูนยฯ นอกจากจะเขามาโดย connection ของผูประสานงาน พื้นที่แลว ก็ยังมีผูที่ตอสายเขามาโดยตรงผานโทรศัพทสวนกลางของศูนย มีอยูสายหนึ่งโทรแจง มาวา เปนผูประสบภัยอยูในพื้นที่ จ.อยุธยา ไมมีไฟฟาใชมากวาสัปดาหแลว อยากจะขอใหทาง ศูนยชวยเหลือดวย เมื่อนองอาสาสมัครไดรับสายนี้ นองก็เลาตอใหพี่ลักษณฟงและหารือวาเรา จะทําอะไรไดบาง ผูเขียนซึ่งเปนคนที่นั่งฟงทั้งสองคนอยูก็ทําไดเพียงคิดวา ก็คงตองรอใหทาง ไฟฟาเคาจัดการเอง แตดวยความคิดที่ไมเคยรั้งรอที่จะลงมือและความเปนอาสาสมัคร ทั้งสอง คนก็ประสานงานแจงปญหาที่ชาวบานไมมีไฟฟาใชตอการไฟฟาสวนภูมิภาคของทางจังหวัด ไป จนกระทั่งเคามองเห็นปญหาและชวยหาทางออกใหจนเจาหนาที่แจงวาจะไปติดตั้งอุปกรณไฟฟา ใหชาวบานไดมีไฟฟาใชไดในวันรุงขึ้น สําหรับผูเขียน เรื่องนี้เปนเรื่องราวเล็กๆ ที่นาภูมิใจวา การไมดูดายและไมรั้งรอของการ ขยับตัวจากฟนเฟองเล็กๆ ที่กาวขามความไมมั่นใจ สงเสียงไปบอกฟนเฟองขนาดใหญใหรูตัววา การขยับของเขาสามารถเปลี่ยนแปลง สวนอื่นๆใหดีขึ้นไดอยางไร มันชวยย้ําใหเรามั่นใจวา เรา ทุกคนที่เปนฟนเฟองทุกอันไมวาเล็กหรือใหญ หากเราเลิกปดกั้นตัวเองจากความกลัววาจะทํา ไมได แลวมาลงมือเอาแคเพียงเรื่องเล็กๆ ที่เราทําได เทานี้โลกก็คอยๆเปลี่ยนแลว สรุปยอย รอยเรียง Dynamic ความเปลี่ยนแปลงทั้ง 3 ชวง จากการทํางานทั้ง 3 ชวง จะเห็นไดวาคนที่มีบทบาทสําคัญในแตละชวงงานจะแบงเปน ชวงเตรียมการ งานดานวิชาการทั้งสายวิทยและสายสังคม ซึ่งอยูภายใตฝายขอมูลจะ เปนตัวกําหนดทิศทางการทํางานของศูนย ชวงเผชิญเหตุและเฝาระวังภัย งานดานสื่อสารซึ่งอยูภายใตฝายชุมชนจะมีบทบาท เดนกวาวิชาการ เพราะชุมชนซึ่งเปนผูเผชิญเหตุมีความเขาใจในบริบททางสังคมและภูมิศาสตร ของตัวเองดีที่สุด การสื่อสารโดยมวลชนเชื่อมโยงกันระหวาง Connection ที่เปนคนที่เคยรูจัก กันมากอนแลว ความเขาใจและความไววางใจที่มีอยูเปนกุญแจสําคัญของการชี้ให node ปลายทางไดเริ่มตนความรวมมือกันและไดชูใหเห็นวาแตละพื้นที่จะมีใครเปนแกนหลักที่จะ ทํางานในชวงถัดไป ชวงฟนฟู ฝายทรัพยากรและ Logistic จะมีบทบาทมากที่สุดชวงหลังเหตุฉุกเฉิน เพราะ ในชวงที่พื้นที่ประสบภัยปลายทางยังตั้งตัวไมได การเสริมกําลังและการเขาไปชวยตั้งตนการ จัดการโดยใชทรัพยากร ไมวาจะเปน ขาวกลอง น้ําดื่ม ยา หรือ ขาวสารที่จะตองใชบริโภค
  • 87. 86 ในชวงถัดไป ตางเปนสิ่งที่ใชแกไขสถานการณและสรางประสบการณในการลงมือจัดการตนเอง ในเวลาเดียวกัน นอกจากบทบาทในการนําของแตละฝายแลว เรายังพบวิวัฒนาการของการปรับตัว รวมตัว และการแตกหนอที่เกิดขึ้นระหวางการทํางานไปพรอมๆกัน งอกเปนภารกิจแยกยอยแต ละดานไปไดอีก คือ ดานขอมูล – ชุมชน เมื่อทํางานไปไดสักระยะ เราพบวาฝายขอมูลและฝายชุมชนนั้น แทบจะเปนฝายเดียวกัน เพราะพี่ยา พี่มณเฑียร ที่ทําหนาที่ในการประสานงาน node หรือ ชุมชนปลายทางนั้น ตองทําหนาที่ในการสื่อสารและการจัดการขอมูลที่ชุมชนแจงกลับมา กระจายสื่อสารภายในศูนยใหทุกคนไดรับขอมูลทราบทั่วกัน โดยภายในศูนยนองๆ อาสาสมัคร เปนผูชวยพิมพ/เขียนขอมูลที่ไดมาซึ่งตอนแรกเริ่มจากการรวมขอมูลเปนหนึ่งจังหวัด หนึ่ง A4 กอน ตอมาพอขอมูลเริ่มมีความเคลื่อนไหวเขามาในจํานวนมากและมีความเร็วเพิ่มขึ้น เราก็ เปลี่ยนใชไวทบอรดตีตารางแบงแตละจังหวัด แลวแปะ Notepad ขนาด ½ กระดาษ A4 แสดง ขอมูลความตองการของแตละพื้นที่ซึ่งเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา พรอมกับรายงานสถานะการ สง-รับ จํานวนสิ่งของที่สงเรียบแลวและคงคางกํากับไวในสวนทาย รูปที่ 6 บอรดสื่อสารขอมูลความตองการและความชวยเหลือใหภายในศูนยทราบขอมูลโดยทั่วกัน ดานทรัพยากร-logistic หลังจากที่มีการสื่อสารภายในวาความตองการของแตละพื้นที่ เปนอยางไร จํานวนเทาไร ฝายทรัพยากรและ logistic ซึ่งทํางานแทบจะเปนเนื้อเดียวกัน ก็จะ ประสานของบริจาคที่ระดมมาไดขนสงจากตนทางไปยังคลังสินคาหรือที่เรียกกันติดปากวา Cargo ที่สนามบิน ซึ่งที่นั่นจะมีการคัดแยก แบงตามจํานวน โทรแจงผูประสานงาน Node ปลายทางวา เครื่องบินจะไปถึง flight ไหน และเช็ควารายการสิ่งของตรงตามความตองการ หรือไม จากนั้นจึงแพคใหเรียบรอยตามระบบการบิน ขนขึ้นเครื่อง จากนั้นจึงโทรเช็คซ้ําวาแจงผู ประสานงาน Node ปลายทางไดรับสิ่งของครบตามจํานวนหรือไม เพื่อที่จะไดแกปญหาในการ ระดมและการจัดสงตอไป ซึ่งทั้งฝายขอมูลชุมชนและฝายทรัพยากร-logistic นี้สามารถเขียน ภาพโยงความสัมพันธในการทํางานรวมกันไดเปนภาพที่ 7
  • 88. 87 ภาพที่ 7 กระบวนการทํางานรวมกันระหวางฝายขอมูลชุมชนและฝายทรัพยากร-logistic ดานการสื่อสาร สําหรับการสื่อสารภายในศูนยที่มีนองๆอาสาสมัครที่คอยวิ่งไปวิ่งมา เขียนแปะ เขียนแปะ และชวยประจํา Echolink เปลี่ยนกะชวยงานสื่อสารสูชุมชนแลว เรายังมี การสื่อสารสาธารณะไปสูภายนอกวาสถานการณพื้นที่ปลายทางและภารกิจที่ทางศูนยไดทําใน แตละวันนั้นมีอะไรลุลวงและยังตองสานตอไปอีกใหคนภายนอกไดรับรูการทํางานและชองทางที่ จะเขามามีสวนรวมได จุดนี้เปนสิ่งที่เราออกแบบไววาอยากจะใหมีการสื่อสารสูภายนอกที่ ชัดเจน ฉับไวและตอเนื่อง แตเราก็ทํางานไดเต็มที่เพียงเทานี้จริงๆ เพราะกําลังคนของเราเองก็ ไมเพียงพอที่จะรับมือกับหนางานซึ่งประสานเขามาสิบทิศอยูแลว ชวงแรกเราจึงแทบจะไม สามารถสื่อสารสาธารณะออกไปสูภายนอกไดเลยวา เราไดสงความชวยเหลือไปใหใคร ที่ใด และ จํานวนเทาไรไดบาง ทําใหเราตองใชเวลาในการทําความเขาใจคนนอกและอาสาสมัครที่เขา มาใหมอยูพอสมควร ครั้งตอไปถามีอาสาที่มาชวยดานการสื่อสารสาธารณะไดโดยตรงนี่การ ทํางานของเราคงจะราบรื่นไดมากขึ้น สําหรับกระบวนการสื่อสารภายใน อยางที่เลาไปในขางตนวามีนองๆอาสาสมัครเขามา ชวยทําขอมูลขึ้นบอรดแสดงความตองการในแตละพื้นที่พรอมกับสถานะความชวยเหลือใหทุก
  • 89. 88 ฝายไดทราบขอมูลทั่วกันแลว ยังมีการสื่อสารภายในระหวางฝายที่ตองทํางานตอเนื่องกัน คือ เมื่อฝายขอมูล-ชุมชน ไดแจงตอฝายทรัพยากรวาตองการของสิ่งใดจํานวนเทาไรเรียบรอยแลว ฝายทรัพยากรซึ่งแทบจะเปนรางเดียวกับฝาย logistic ก็จะประสานการขนสงตอและเช็คซ้ําวา ปลายทางไดรับของเปนที่เรียบรอย แลวสื่อสารกลับ ฝายสื่อสารซึ่งทราบความคืบหนาของแตละ ฝายก็จะทําหนาที่คลายดาวเทียมกระจายขาวตอซึ่งเขียนแทบดวยรูปภาพไดดังนี้ ภาพที่ 7 ลําดับขั้นการสื่อสารระหวางฝายขอมูลชุมชนและฝายทรัพยากร-logistic ซึ่งแนวทางในการปรับปรุงการทํางานของฝายสื่อสาร คือ นอกจากจะมีคนที่ดูแล อุปกรณ IT-support และวิทยุสื่อสารที่ใช Echolink ประสานกับทางชุมชนปลายทางแลว ยังควร จะมีฝายสื่อที่ทําหนาที่ชัดเจนอยางนอยหนึ่งคน ที่ทําหนาที่ประชาสัมพันธ Information ทํา หนาที่เขียนขาว press ขาว ถึงการประสานงานกระจายขาวระดมของ ระดมอาสา ไมควรเอาไป รวมกับการกรองขอมูลชุมชน หรือ การติดตามขอมูลสภาพอากาศ เพราะที่จริงมันคนละเรื่องกัน และคนที่ทํางานก็ควรจะโฟกัสและลงมือเรื่องใดเรื่องหนึ่งใหชัด ถึงจะไดทํางานใหสุด ในขณะที่ ฝายขอมูลซึ่งทําหนาที่วิชาการ เตือนภัย ดูฝน หรือปรึกษาเรื่องเฉพาะทางก็ควรตองมีคนที่มาทํา หนาที่ที่ชัดเจน นอกจากนั้นการถอดบทเรียนองคกรทุกฝายทั้งหมดก็ควรจะทําไปพรอมกันๆ ระหวางทํางานไปในตัว ดานการบริหารและดานอาสาสมัคร แมวาจะไมคอยมีใครกลาวถึง แตทั้งสองสวนนี้ แทจริงเปนกําลังหลักในการทํางานเลยทีเดียว เราโชคดีที่มีผูใหญที่ชวยตัดสินใจโฟกัสภาพรวม และเปนที่ปรึกษาที่ดีกับอาสาสมัครที่มาชวยงาน ระบบยังมีคนที่มีประสบการณในการจัดการ อาสาสมัครที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดและรูขอมูลทุกฝายวาใครขาดแรงที่จะเขาไปชวยดานไหน
  • 90. 89 และชวย recruit skill ของอาสา ใชเวลาและทําความรูจักแตละคน ซึ่งเราก็ยังเจอปญหาเดิม คือ เราดูแลเคาไดไมทั่วถึง มีเวลาเรียนรูกันนอยเกินไป เลยรูจักอะไรจากเคาไมไดมาก ตองทํางาน ดวยกันไปสักพักถึงจะมองเห็นทักษะออกมาจากสถานการณ ซึ่งพวกเอามักจะแสดงตัวออกมา เอง แลวเราคอยชอนเขาไปเขางาน จากการสรุปยอย รอยเรียง Dynamic ความเปลี่ยนแปลงทั้ง 3 ชวงที่กลาวมาคงจะ พอที่จะทําใหเห็นบรรยากาศในการทํางานไปบางแลววา ความเปนจริงในการทํางานนั้นคนที่มา ทํางานภายใตภาวะวิกฤติจะตองทําตัวเองใหมีความยืดหยุนสูง สามารถปรับตัวเขากับเงื่อนไข ในการทํางานที่เปลี่ยนแปลงอยูเสมอ ผูเขียนคิดวาบทเรียนจากการลองผิดลองถูกใน ประสบการณที่ผานมาและบทเรียนจากการทํางานในครั้งนี้ คงจะชวยฉายภาพโครงรางการ ทํางานของศูนยที่จะทําหนาที่เปน back office ในภาวะวิกฤต ใหคนที่จะเขามาเปนอาสาสมัคร เดินหนาการทํางานในครั้งตอไป มุงไปขางหนาไดในเสนทางที่ชัดเจนขึ้นดวยแผนที่จาก ประสบการณที่เรารอยเรียงไวใหในครั้งนี้แลว
  • 91. 90 บทที่ 2 Part by part กาวยางแตละกาว เลาแบบ Part by part เลาการทํางานของแตละฝาย โครงสรางการทํางาน ในเชิงขอแนะนําการ ตั้งศูนย เรื่อง ฝายที่ 1 มวลชน - ดานมวลชนสัมพันธ - ดานการสื่อสาร ฝายที่ 2 ทรัพยากร-logistic - ดานการจัดหาทรัพยากร - ดาน logistic ฝายที่ 3 ขอมูล-ขาว - ดานสื่อ / การเผยแพรขาว - ดานวิชาการ - การจัดการขอมูลภายในศูนย ฝายที่ 4 อาสาสมัคร - Volunteer recruit ฝายที่ 5 บริหาร - สิ่งที่ตองมีตอนเริ่มศูนย บทสรุปและแนวทางการปรับปรุงโครงสรางศูนยในอนาคต
  • 92. 91 ฝายที่ 1 มวลชน หนึ่งเดือนที่ผานมากับงานอาสาสมัครใน ”ศูนยอาสาประชาชนฟนฟูภัยพิบัติ” ระบบการดําเนินงานหลักของศูนยนี้มาจากไอเดียหลักของ อ.ยักษ วิวัฒน ศัลยกําธร คนอื่นมองศูนยนี้อยางไรไมรู แตผูเขียนคิดวามันควรจะ “เปนศูนยที่เกิดขึ้นมาเพื่อไมใหเกิดศูนย” คือ มันควรจะเปนโครงขายที่ทั้งโยงและกระจาย ความชวยเหลือใหปลายทางชวยเหลือตัวเองได โดยระบบมันทํางานดวยตัวของมันเองคือ “ชุมชนทํางานใหชุมชน” ดวยการกระจายขอตอ (node) ประสานความชวยเหลือออกไป การประสานงานในลักษณะในแมงมุมจึงเริ่มขึ้นตั้งแตวันแรกที่มีศูนย โดยศูนยจะเปนตัวแมงมุม สวนทีมคนทํางานชุมชนในพื้น (หนาบาน) ก็เปนไดทั้งใยแมงมุมและเปนขาแมงมุมที่ทําหนาที่โยงความชวยเหลือ ใหแตละที่มองเห็นทรัพยากรหรือกําลังที่จะแบงปนกันได การใชมวลชนสัมพันธและการสื่อสาร จึงเปน 2 สิ่งที่เราใชถักโยง เกี่ยวเอามาเปนเครื่องมือเบิกทางสูการใหความชวยเหลือชุมชนปลายทาง ดานมวลชนสัมพันธ การเขามาของอาสาสมัครคนใตอยาง พี่มณจากระนอง พี่ยาจากตรัง พี่ประยูรจาก น้ําเค็ม ซึ่งเปนแกนนําชาวบานที่มีทักษะในการทํางานเชื่อมโยง เหตุการณนี้เปนจุดสําคัญที่ทํา ใหศูนยสามารถตอติดกับคนที่ทํางานในพื้นที่ได เพราะพี่ๆ ทุกทานมีคุณสมบัติ คือ 1. รูจักสิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมของชุมชน 2. มีความเขาใจในบริบทของพื้นที่และมีสายสัมพันธ (Connection) รูจักกับพี่นองในชุมชน เครือขายที่ทํางานดวย 3. เขาใจสภาพการเมืองของทองถิ่น มีคนรูจักที่สามารถสงตอขอมูลความตองการและ กระจายขาวสารไดอยางรวดเร็ว กลไกของการประสานงานที่มีอยูไมอาจขับเคลื่อนได ถาไมมีคนที่คุณสมบัติเหลานี้เขามา ชวยงาน ดานการสื่อสาร ถัดจากมีมวลชนสัมพันธแลว การสื่อสารตามมา การเชื่อมโยงเทคโนโลยีเขากับทองถิ่น ผานการใชโทรศัพท social network และวิทยุสื่อสาร เปนอีกปจจัยที่ใชในการดําเนินงาน
  • 93. 92 จากการดําเนินงานในครั้งนี้เราพบวา เทคโนโลยีเปนตัวเรงที่ทําใหความชวยเหลือเขาถึง ผูประสบภัยไดมากขึ้น อยางที่กลาวไปแลวในบทที่ 1 เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตอง จึงตองมีการ ตรวจสอบขอมูลซ้ําใหตรงกันอยางนอย 2 ใน 3 จากเครื่องมือสื่อสารทั้ง 3 ชนิดที่แจงขอมูลเขา มา ซึ่งขอมูลที่ไดรับนั้นมีทั้งการรองขอความชวยเหลือรายบุคคลจากหนาเว็บ Thaiflood การ แจงเหตุของ node จากชุมชน และการสงขอมูลความชวยเหลือที่ไดรับกลับมายังสวนกลาง สําหรับการประสานงานกับปลายทางนั้นยิ่งอยูในภาวะฉุกเฉิน จํานวนการสงขอมูลเขา มาก็จะมีมาก และขอมูลก็จะมีความเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก การสื่อสารทุกสายจึงตองมีการ ตรวจสอบขอมูลใหมีความถูกตองอยูเสมอ การทํางานจึงตองเปนระบบ คือ 1. ผูประสานงาน node ปลายทางที่รวบรวมขอมูลประเภทสิ่งของที่ตองการและจํานวน สิ่งของที่ตองการเปนจํานวนถุงยังชีพหรือจํานวนครัวเรือนไว 2. ผูประสานงาน node ปลายทางแจงขอมูลในขอ 1) แกผูประสานมวลชนที่กรุงเทพพรอม ทั้งตรวจสอบความถูกตองของขอมูลกับเครือขายในพื้นที่ 3. ประสานมวลชนที่กรุงเทพ สงขอมูลใหกับฝายทรัพยากรใหระดมสิ่งของ และเมื่อได สิ่งของมาฝาย logistic ก็จะสงสิ่งที่ตามที่แจงมาในขางตนลงพื้นที่ จากนั้นจึงโทรไปเช็ค ซ้ําวาไดรับตรงตามความตองการหรือไม อยางไร รูปที่ 8 เสนทางการสื่อสารระหวางสวนกลางกับ node และชุมชน
  • 94. 93 นอกจากสื่อสารเพื่อประสานของบริจาคแลว เรายังมีการสื่อสารเพื่อเฝาระวังภัยพิบัติซ้ํา ที่จะเกิดตอเนื่องจากฝนที่ตกสะสมตอเนื่อง หลักในการทํางานก็จะเปนแบบเดียวกัน คือ รับสาร และเช็คซ้ํา โดย 1. เมื่อนักวิชาการ แจงขอมูลพื้นที่เสี่ยงภัย เชน โคลนถลม หรือ น้ําปาไหลหลาก มายัง ศูนย ศูนยก็จะใชวิทยุสื่อสาร ตรวจสอบสถานการณกับเครือขายวา มีความเสี่ยง เชน มี ฝนตกตอเนื่องหลายวันหรือไม น้ําในลําหวยมีความขุนจากตะกอนดินผิดปกติหรือไม พื้นดินเชิงเขามีรอยดินแยกหรือไม 2. หากเครือขายในพื้นที่แจงกลับมาวามีความเสี่ยงดังกลาว ทางศูนยจะขอใหทางเครือขาย ดําเนินการแจงเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 3. ระหวางนั้นจะมีการตรวจสอบซ้ําวา ในพื้นที่มีการแจงเตือนหรือมีการดําเนินการอพยพ ชาวบานหรือไม ซึ่งหากเครือขายปลายทางตองการใหเราสนับสนุนเรื่องใด ก็จะมีการ แจงกลับมาในขั้นตอนนี้ 4. เฝาติดตามผล วาสถานการณเรียบรอยดีหรือไม หลังจากภาวะวิกฤตผานไปแลว ทาง ชุมชนมีความตองการอะไรเพิ่มเติม ก็ขอใหทางเครือขายแจงมา สําหรับการสื่อสารเพื่อเตือนภัยนั้น นายอนนต อันติมานนท เสนอสิ่งที่ควรปรับปรุงเพิ่มเติม 3 เรื่อง วา ‐ คําศัพทที่ตองใชตรงกันทุกฝาย เชน ฝนตกระดับ 5 หาของที่ศูนยกับของในพื้นที่ไมมีใคร เทากันเลย เพราะฉะนั้น เราควรจะเรียกหนวยที่ใชในการวัดใหเทากัน ‐ ควรมีการวางแนวการสื่อสารลวงหนาวา อะไรควรใชวิทยุสื่อสาร อะไรควรใชโทรศัพท อะไร ควรใชอินเตอรเนทเพราะเมื่อตองเช็คเหตุในพื้นที่ฉุกเฉิน มันจะสับสน และทุกขายจะตองมี ระบบสื่อสารสํารองทันที และตองมีหนวยในการประสานงานมากกวาหนึ่งจุดในพื้นที่ ‐ สวนในการบันทึกเหตุ ที่ผานมามีการบันทึกขอมูลไมครบถวน เชน ฝนตกเทาไรปริมาณ เทาไร จะสงผลยังไง ระดับน้ําจุดไหน มันควรจะมีขอมูลที่ถูกตองที่ชวยเทียบเคียงได เรามี ภาควิชาการอยูระดับหนึ่งก็จริง แตถาเราเปนขอมูลที่ทางหนึ่งที่ถูกตองจากที่เคยเกิดขึ้น มาแลวนี่มันจะเทียบเคียงได
  • 95. 94 ฝายที่ 2 ทรัพยากร-logistic หากอยูในภาวะปกติการระดมทรัพยากรคงจะตองทําหนังสือขอความอนุเคราะห แจงจุดประสงค เปาหมาย วิธีการดําเนินงาน เพื่อใหไดความรวมมือมาอยางเปนขั้นตอน แตเพราะความเดือดรอนไมเคยรอใคร และเพราะผูใหเขาใจในภาวะฉุกเฉิน ทําใหเราไดรับความรวมมือจากแหลงทุนเปนจํานวนมาก ซึ่งมาจากความสัมพันธระหวางภาคี โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ที่กาวขามเงื่อนไขและขอจํากัดตางๆ ทําใหการสงทรัพยากรตางๆเปนไปดวยความคลองตัว แสดงใหเห็นถึงพลังในภาคประชาชนอยางที่เกิดขึ้นในชวงที่ผานมา ดานการจัดหาทรัพยากร กระบวนการระดมทรัพยากรหลักๆที่เกิดขึ้นในศูนยมาจากการใชความสัมพันธสวน บุคคลระหวางภาคีเครือขายอาสาสมัครแตละคน จากทุนทางสังคมในความเชื่อใจและความ ไววางใจที่มีตอกัน นําเอาสิ่งที่แตละคนมีโยงไปใหความชวยเหลือสูชุมชนปลายทาง เปน ความสัมพันธในรูปแบบใหมที่ใชทุนทางสังคมซึ่งเปนทั้งกาวในการเชื่อมโยงความชวยเหลือเขา ไปถึงกัน และเปนทั้งเกียรที่ขับเคลี่อนการทํางานใหคลองตัวกาวขามกฏเกณฑที่สรางขั้นตอน ตางๆกั้นไวไปดวยพรอมๆกัน ภาพที่ 9 ภาพแสดงทุนทางสังคมที่ใชในการโยงความชวยเหลือในภาวะภัยพิบัติ
  • 96. 95 ดาน logistic กระบวนการขนสง หรือ logistic นั้นประกอบดวย 2 สวนหลักๆ คือ 1) การประสานผู บริจาคในการขนของจากแหลงทรัพยากรจากโกดังหรือคลังตางๆ ไมวาจะเปนกรุงเทพ อยุธยา ไปยังจุดจัดการ(รวบรวม) ของบริจาคที่สนามบินหรือขนสงก็แลวแต 2) การแพ็คของบริจาคตาม ความตองการในพื้นที่แลวนับจํานวนใหตรงกับความตองการในพื้นที่แลวสงตอไปยัง node ปลายทาง ขอมูลความตองการความชวยเหลือที่ node ปลายทางจะเปนตัวกําหนดการระดม ทรัพยาการ วาตองการของประเภทไหน จํานวนเทาไร ซึ่งจากการขนสงของ เราพบวาสิ่งที่มี การสงลงไปมากที่สุดการ คือ อาหาร ทั้งขาวสารและปลากระปอง รองลงมา คือ ยาสามัญประจํา บาน ซึ่งกระบวนการขนสงจากแหลงหนึ่งไปยังอีกแหลงหนึ่งเปนดังนี้ 1. เริ่มจากผูประสานงานมวลชน โทรแจงยอดรวมความตองการความชวยเหลือในแตละ node จังหวัด มาที่ฝายทรัพยากร 2. ฝายทรัพยากรจะประสานการขนสงสิ่งของจากโกดังตางๆ ลงไปยังจุดขนสงของฝงกรุงเทพ 3. ณ จุดขนสงของฝงกรุงเทพ เมื่ออยูภาวะในเรงดวน เราไดใชการขนสงโดยเครื่องบินเปน หลัก จนเมื่อภาวะเรงดวนผานไปก็จะกลับมาใชรถบรรทุกตามปกติ ซึ่งการจัดลําดับความ ชวยเหลือใหกอน-หลังนั้น ผูประสานงานจะ recheck กับผูประสานงานวาสถานการณใน พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม จํานวนความตองการยังคงเทาเดิมหรือไม 4. เมื่อ node ปลายทางไดรับของ ก็จะมีการจัดหารถขนสงของไปแจกจายตามชุมชนตอไป ภาพที่ 9 การขนสงของบริจาคในภาวะฉุกเฉิน
  • 97. 96 ฝายที่ 3 ขอมูล-ขาว การสื่อสารขอมูลและขาวตางๆ ในระยะเริ่มตนการทํางานนั้นมีขอจํากัดหลายประการ เพราะเราขาดอาสาสมัครที่มีทักษะและประสบการณดานสื่อ และยังขาดคนที่จะคอยโฟกัสขอมูลทั้งดานวิชาการและการ press ขาว เพื่อที่จะสื่อสารขอมูลภายในไปสูภายนอก ใหรับรูวาสิ่งที่เรากําลังทําคืออะไร ดังนั้น ในการทํางานครั้งหนา เราควรจะแบงเปนการสื่อสารภายในศูนย สื่อสารชุมชน สื่อสารสาธารณะ โดยที่แตและสวนจะตองมีอาสาสมัครที่รับผิดชอบและสงตองานกันอยางตอเนื่อง ดานสื่อ / การเผยแพรขาว การประชาสัมพันธและ press ขาว ประสานงานกระจายขาวระดมของ ระดมอาสาเปน กิจกรรมที่เพิ่งลงตัวหลังวันที่ 8 ของการดําเนินงาน ซึ่งงานภาวะฉุกเฉินไดผานไป จากการ ดําเนินงาน เราพบวา ไมควรเอาในสวนนี้ไปทําหนาที่รวมกับการกรองขอมูลชุมชน หรือ การ ติดตามขอมูลสภาพอากาศ เพราะที่จริงมันคนละเรื่องกันและเปนการแบกภาระเยอะเกินไป ทํา ใหทํางานไดไมมีประสิทธิภาพเทาที่ควร ดานวิชาการ ขอมูลทางอุตุนิยมวิทยา เชน ปริมาณน้ําฝน ความเร็วลม และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับ ชุมชน ทั้งน้ําหลากและโคลนถลมเปนInformation ที่เราประเมิน ตรวจสอบ และแจงเตือนชุมชน ถาตรงนี้มีคนของพื้นที่เองเลยการประเมินและประสานเรื่องตางๆ ก็จะแมนยํามาขึ้น สําหรับการ ทํางานที่ผานมาอาสาสมัครในศูนยจะไมไดเปนคนทําขอมูลเชิงรุกดานความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เอง แตทางศูนยจะไดรับความชวยเหลือจาก นักวิชาการทั้งดร.รอยล จิตรดอน ผูอํานวยการ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร และคุณไกลกอง ไวทยการ หัวหนาฝายสงเสริม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มูลนิธิกองทุนไทย ไดสงประมวลผลและแจงเตือนใหเรา แจงเตือนชุมชนอีกที การจัดการขอมูลภายในศูนย การจัดการขอมูลภายในศูนย เริ่มจากภายในหองยังมีการหอยปายบอกชื่อฝายไวเหนือ หัว เพื่อใหสะดวกกับอาสาสมัครที่เขามาใหมจะไดรูวาฝายไหนอยูตรงไหนของหอง จะไดไป ประสานงานถูกซึ่งเมื่องานเขามาเราจะใชกระดาษ Notepad เขียนขอความ 1 แผน ตอ 1 เรื่อง เพื่อสะดวกตอการมองหา เชน เรื่องที่แจงเขามา 1 เคส ก็เขียน 1 เรื่องนั้น ลงบนกระดาษ 1
  • 98. 97 แผน หรือมีผูที่ประสงคจะบริจาคเขามา 1 ราย เราก็จะบันทึกไวบนกระดาษ 1 แผนเชนกัน แลว กระดาษเหลานี้ก็จะถูกแปะอยูบนบอรดหรือผนังหองแบงตามหมวดหมูของภารกิจ เชน วันแรก ที่โดนน้ําหลาก เรามีบอรด 2 บอรดที่อยูคูกันคือ บอรดแจงขอความชวยเหลือ และ บอรดแหลง ของหนวยกูภัย สวนวันที่ 2 บอรด 2 บอรดที่ตามมาคูกันคือ บอรดความตองการของบริจาค (need) และ บอรดแหลงผูใหของบริจาค(Give) วันที่ 3-4 มีบอรดผูประสาน node แตละจังหวัด รวมถึงการอัพเดทรายการใหความชวยเหลือและความตองการที่ยังรอคอย นอกจากนั้นยังมีการ แปะบันทึกการประชุมรายวันที่ถอดบทเรียนรายวันเอาไวใหเห็นความคืบหนาดวย รูปที่ 11 บรรยากาศและการจัดการขอมูลในศูนยโดยใช notepad สําหรับนักจัดการมืออาชีพอาจจะมีขอสงสัยวาทําไมเราไมใชฐานขอมูลในคอมพิวเตอร หรือใช server แชรขอมูลกัน ผูเขียนขอแจงวา เหตุผลที่เราใชการสื่อสารขอมูลภายในดวย hard copy อยางบอรดหรือกระดาษนี้ ก็เพราะชวงแรกๆ เราขาดคนที่จะทํางาน It support ทั้งการ ติดตั้งคอมพิวเตอร ปริ๊นเตอร เซ็ทวง LAN แตเรายังขาดสิ่งที่ตองการมากที่สุด คือ intranet ที่ จะใชเก็บขอมูลและแชรขอมูลตรงกลางใหเห็นไดทั่วกัน ซึ่งเราเคยขอความเรื่องนี้จากองคกรแหง หนึ่งไปแลว แตเคาก็ไมสามารถจะใหบริการเราใชได เพราะติดปญหาเรื่องลิขสิทธ เราจึงได สื่อสารกันแบบ manual กันทั่วทั้งหอง ซึ่งนั่นก็ทําใหการทํางานของเรามีสีสันและมีความเปน มนุษยไปอีกแบบ
  • 99. 98 ฝายที่ 4 อาสาสมัคร เมื่อคนหนึ่งคนเดินเขามาเราจะใหเขาไปชวยงานอะไร เมื่อคน 4 คน เดินเขามา เราจะใหเขาไปชวยตอมือไดที่ฝายไหน เมื่อคนกลุมใหญๆ เขามาพรอมๆกัน เราจะทําใหเขาเขาใจสิ่งที่เรากําลังทําไดอยางไร Volunteer recruit เปนคําตอบของจัดการอาสาสมัคร Volunteer recruit การทํางานนี้ตองมีคนที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดและรูขอมูลทุกฝายวาใครขาดแรงที่จะ เขาไปชวยดานไหน และยังตองมีคนที่ recruit skill ของอาสาเปน ไมปลอยอาสาทิ้ง ตองใหเวลา และทําความรูจัก เพราะแตละคน เพียงแวบแรก เรารูจักอะไรจากเคาไมไดมาก เมื่อทํางาน ดวยกันไปสักพักทักษะจะแสดงออกมาใหเห็นจากสถานการณ แลวเราคอยชอนเขาไปเขางาน บทเรียนในครั้งนี้เผยใหเห็นขั้นตอนในการจัดการอาสาสมัครวาประกอบดวย 1. ดานแรก ตองมีโตะรับอาสาสมัครตั้งอยูหนาหอง เพื่อใหอาสาสมัครที่มาใหมไดลงทะเบียน กรอกชื่อ ที่อยู อีเมล เบอรโทรศัพท สําเนาบัตรประชาชนไว เพื่อเก็บไวเปนบันทึกสําหรับ การติดตามงานและการระดมอาสาสมัครครั้งถัดไป 2. ดานที่สอง พออาสาสมัครเขียนในลงทะเบียนเสร็จ ก็จะมีการปฐมนิเทศพรอมๆ กันวาศูนย เราทํางานเพื่ออะไร มีการแบงฝายการทํางานอยางไร มีกระบวนการทํางานอยางไร ระหวาง นั้นเราก็จะดูการตั้งคําถามของอาสาสมัคร ระหวางนั้นก็อานทักษะหรือความสามารถของ อาสาสมัครไปดวยวาเคามีพื้นฐานดานไหน 3. ดานที่สาม ถามอาสาสมัครแตละคนวาสมัครใจที่จะชวยงานดานใด และงานดานใดที่มี connection ในการระดมทรัพยากร หรือมีความสามารถพิเศษอะไรบาง 4. ดานที่สี่ ใหเขาลงไปทํางาน โดยเริ่มจากไปชวยคนที่ทํางานเปนตัวหลักอยูกอนแลว ใหคนที่ เปนตัวหลักเปนพี่เลี้ยง สอนระบบการทําและการเก็บขอมูลเพื่อสงตองาน ระหวางนั้นก็คอย ดูวาเขามีปญหาที่ตองการใหเราชวยเหลืออยางไรบาง หรืออบรมเฉพาะทางใหถาเคาพรอม 5. ดานที่หา เมื่อเสร็จภารกิจก็จัดการถอดบทเรียนอาสาสมัครรวมกัน แตจากการจัดกิจกรรม ไปแลว เราก็พบวาอาสาสมัครยังไมไดรับการใหความสนใจเทาที่ควร อาจเปนเพราะ กิจกรรมของเราสั้นและเราแจงการนัดประชุมกระชั้นเกินไป สําหรับการปรับปรุงการสงตองานของอาสาสมัครซึ่งจรมาและจรไปใหตอเนื่องนั้น มีผู เสนอความคิดวา ควรจัดตารางคนทํางานและแจงใหทราบเพื่อทราบเวรและงานในระยะยาว ควรจะมีการทําแฟมงานแตละ job หรือแตลพื้นที่ เหมือน log book ที่ใชบันทึกในการใชวิทยุ สื่อสาร ใหที่คนที่เขามาทํางานตอไดรูงานที่ทํามาแลวและเอาขอมูลมาทํางานไดทันทีไมตอง เสียเวลาไปคนหาดวยตัวเอง
  • 100. 99 บทที่ 5 บริหาร สําหรับการบริหารจัดการในศูนยนั้น เราโชคดีที่ไดผูใหญมาชวยใหทําปรึกษาและ ตัดสินใจ โดยทําหนาที่โฟกัสภาพรวมแลวใหสิทธิ์การจัดการแกอาสาสมัครที่เยาวกวา โดยไมมี บทบาทแทรกแซงมากเกินไปไป มอบอํานาจการตัดสินใจใหคนทํางานอยางเต็มที่ ซึ่งการบริหาร จัดการศูนยนั้นยอมขึ้นอยูกับอัตลักษณของแตละคนที่มาทํางานบริหารอยูแลว บทความในสวน นี้จึงขอเสนอการเตรียมอาสาสมัครและอุปกรณที่จะใชในการบริหารศูนย เพื่อที่จะเปนคูมือใน การตั้งศูนยสําหรับการจัดการครั้งถัดไปนาจะเกิดประโยชนในเชิงรูปธรรมตอคนที่อาจตองเผชิญ ภาวะนี้อีกครั้งอยางแนนอน นอกจากทํางานกวางๆที่มีฝาพนังใหแปะงานและมีกระดานแลว วัสดุ อุปกรณสํานักงาน และอาสาสมัครแตละฝายที่เพียงพออยางนอยที่สุดควรจะมีในการเริ่มทํางานครั้งตอไปดังตาราง จํานวนอุปกรณที่ตองการในการเริ่มศูนย จํานวนอาสาสมัครที่ตองการในการเริ่มศูนย อุปกรณ จํานวน (ชิ้น) อาสาสมัคร จํานวน (คน) โตะประชุม 6 ฝายชุมชน 3 คอมพิวเตอร 4 ฝายสื่อสาร 1 Printer 2 ฝายขาว 1 Projector 1 ฝายวิชาการ 1 โตะทํางาน 8 ฝายทรัพยากร 2 เกาอี้ 15 ฝาย logistic 3 โทรศัพท 5 ฝายอาสาสมัคร 2 FAX 1 ฝายสวัสดิการดูแลขาว/น้ํา 1 โทรทัศน 5 ธุรการ / การเงิน 1 แผนที่จังหวัด n/a ปากกา/ดินสอ 30 Scotch tape 5 กระดาษ 3 รีม Flip board 3 high speed internet 2 ปลั๊กไฟ 5 Post it >10
  • 101. 100 สวนเอกสารที่ทางศูนยจะตองมีไวใชในการทํางานควรจะเริ่มดวย 1. ใบลงทะเบียนอาสาสมัคร รายละเอียดประกอบดวย ชื่อ เบอรโทร อีเมล ความถนัด เวลาสะดวก และมาจาก เครือขาย 2. เอกสารติดตามการขนสง เชน ตารางสายการบิน เวลาเครื่องออก การประสานรถที่จะขนสงสูปลายทาง เพราะการ ของตองไปถึงกอนสนามบิน 3 ชั่วโมง การติดตอคนชวยขนของกอนเวลาเครื่องออก 4 ชั่วโมง ตองมีการประสานงานคนรับของที่สนามบินขาไปและปลายทาง โดยทราบชื่อ และ เบอรโทร เพื่อประสานงาน ขนสงทางรถติดตอจุดสงของและปลายทาง กําหนดจํานวนและ เวลา คนปลายทางที่จะมารับใหเบอรโทรทั้งสองฝายเพื่อติดตอกัน รายละเอียดของการ ขนสง ประกอบดวย - ประเภทของรถ (กระบะ 1-3 ตัน, รถ 6 ลอ 12-15 ตัน, รถ 10 ลอ 17-20 ตัน) - เวลาขนของ โดยประสานงานกับเจาของรถ และสถานที่ที่ไปรับ โดยใหเบอรทั้งสอง ฝาย เพราะอยางในกรุงเทพ รถ 10 ลอ จะมีปญหาในการวิ่งกลางเมืองกรุงเทพ เชน สี ลม สุขุมวิท ฯ - สถานที่ตาง ๆ เพื่อระบุเสนทางการเดินทาง เพื่อประหยัดเวลาและคาใชจาย - ขึ้นตารางของบริจาค ใหทราบน้ําหนัก เพื่อจัดรถใหอยางเหมาะสม เตรียมเอกสารที่ บรรจุไป และลงรายละเอียดสินคา รวมถึงคนปลายทาง โดยกําหนดคนรับ ทราบเบอร 3. เอกสารสําหรับฝายทรัพยากร - การหาของบริจาคตามตารางความตองการ / บันทึกของบริจาคและเงินสนับสนุน - ขึ้นกระดานและประสานงานกับการขนสง/ บันทึกความตองการและปญหาของแตละ พื้นที่ - list เบอรโทรศัพทเครือขาย ฯ - list เบอรโทรศัพทผูสนับสนุน และ supplier 4. การจัดการของบริจาคและการขนสง - ตารางความตองการ แยกประเภทของ จํานวนที่ชัดเจนและพื้นที่ที่ตองการ พรอม จํานวนคนที่เดือดรอนโดยมี ชื่อผูแจง เบอรโทร สถานที่หรือพิกัดที่ตองการ สินคาที่ ตองการ - ตารางสินคาที่บริจาค ระบุสินคา น้ําหนัก จํานวนชิ้น น้ําหนักรวม เพื่อสะดวกในการ ขนสง
  • 102. 101 - ระบุการขนสง วาสงมาเองพรอมคนที่ขนของหรือไม หรือใหเราดําเนินการขนหากให เราดําเนินการขนสง ติดตอหนวยหาของสนับสนุน เพื่อประสานกับคนที่ปลายทางที่ ตองการของขอทราบเบอรคนประสานงาน สถานที่และเวลาที่สะดวก - ติดตามสินคาและการสงสินคา โดยมีเอกสารกํากับเปนรายละเอียดของ เพื่อใหตรงกับ ความตองการ ทําตารางการเดินทางและการขนสง โดยระบุสินคา คนติดตอปลายทาง คนที่ดูแลที่สนามบินวันนั้น บันทึกปลายทางรับของ รวบรวมตามเอกสารขึ้นตารางตาม วัน - นอกจากนั้นควรมีการถอดความรูเรื่องการแพคของบริจาควา ในสถานการณภัยไหน ควรแพคของที่จําเปนอะไรไปใหบาง และของแตละชนิดความมีจํานวนเทาไร ควรมี ปริมาณเทาไร ควรมีน้ําหนักเทาไร จึงจะเหมาะสมกับการขนสงและตอบสนองความ ตองการของผูประสบภัย - ตารางเงินที่บริจาค ระบุวันที่ เวลา ชื่อคน เบอรโทร เปาหมาย เพื่อดําเนินการ บทสรุปและแนวทางการปรับปรุงโครงสรางศูนยในอนาคต จากการระดมสมองเพื่อถกกันวาหากจะตองมี warroom ที่ประสานงานกับชุมชนใน ลักษณะ node แบบนี้อีก เราควรจะแบงฝายในการทํางานอยางไร เราก็ไดขอสรุปวา ควรมีอยาง นอยที่สุด 5 ฝายแบบนี้ ถือวาโอเคแลว แตถามีอาสาสมัครที่มีศักยภาพและมีจํานวนเพียงพอ (เนนวามีคนพอ) สําหรับทํางานระยะยาวหรือลงลึกไปกวานั้น เราควรจะแบงฝายในการทํางาน ออกเปน 10 ฝาย คือ 1. ฝายวิชาการ ดูแผนที่อากาศ รับขาว ประเมินความเสี่ยง หากสามารถทําไดควรจะจัดอบรมใหทุกคน ทั้งชาวบานและอาสาสมัครมีความรูดานการภูมิอากาศ ภูมิศาสตรและสื่อสารกันใน หนวยมาตราวัดเดียวกัน ไปจนถึงการติดตามขอมูลเพื่อเฝาระวังความเสี่ยงและ ตัดสินใจที่จะจัดการตนเองทั้งการปองกันภัยและการอพยพ โดยไมตองรอคําสั่งจาก ภายนอก 2. ฝายประชาสัมพันธ (PR เขียนขาว) ทําหนาที่กรองขาว รายงานขาวที่ไดรับจากภาคชุมชน กระจายไปยังสื่อสาธารณะวาเรา ทําอะไร กระจายความตองการ ไดรับของมาจากไหน ไดสงของไปไหน จํานวนเทาไร ชี้แจงเรื่องการเอาความชวยเหลือไปใช 3. ฝายขอมูล-ชุมชน ทําหนาที่ประสานงานองคกรพื้นที่ – เชื่อมโยงอํานาจจากสวนกลาง หากเปนไปไดควร ทํา map เครือขาย ชี้ใหเห็นความสัมพันธระหวางพื้นที่และประเด็นตางๆ โดยระบุ key
  • 103. 102 person วา คนติดตอที่ชื่อนี้ติดตอเรื่องอะไร สายใด โดยทําเปน plate เปน Area base เปนจังหวัด เปนทั้งแผนภาพ ไฟลงาน และทําเปนแฟม hard copy เชน เคส สุราษฏรธานีธานี ก็แฟมสุราษฏรธานีธานี เคสนครศรีธรรมราชก็แฟมนครศรีธรรมราช รายงานขอมูลขอเท็จจริงตางๆ เพื่อสะดวกที่สําหรับคนที่จะมาทํางานตอมือกัน 4. ฝายทรัพยากร มีหนาที่หลัก คือ ระดมทรัพยากรจากแหลงทุน ประสานนําเขา สงตอทรัพยากรที่ไดไป ให logistic ซึ่งสําหรับการทํางานอีกในครั้งหนา เราคิดวาเราพบ Sequence จาก ประสบการณเดิมในครั้งนี้อยูแลว เราควรจะเตรียมการลวงหนาในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ การประสานแหลงทุนหรือทรัพยากรในพื้นที่โดยมีการทําบัญชีเครือขายผูให (บริจาค) หรือมีกองทุนสําหรับชวยเหลือผูประสบภัย โดยกลุมคนที่ keep connection ใหรวมกัน ดวยประสบการณรวมในครั้งนี้ keep paper เอาทั้งคนและชุดความรู สําหรับ ปะติดปะตอประยุกตใชใหมในภาวะฉุกเฉินครั้งถัดไป 5. ฝาย logistic ทําหนาที่จัดสงทรัพยากรจากแหลงทุน ไปยังจุดขนสงกรุงเทพ และประสานทรัพยากร จาก Node ไปสูปลายทาง ซึ่งการทํางานในครั้งถัดไปจะตองจัดลําดับพาหนะตาม ความสําคัญในการขนสง เชน จะใชเครื่องบิน ก็ตอเมื่อเสนทางเดินรถถูกตัดขาด ชุมชน ประสบภัยหนัก ตองการความชวยเหลืออยางเรงดวน ของที่จะสรางความเสียหายกับ เครื่องบินไวสงทางรถตามไปทีหลัง 6. ฝายสื่อสาร (Communication) เปนฝายที่มีคนประจําเครื่องมือสื่อสาร ประสานวิทยุสื่อสาร ดูแลเครื่องมือสื่อสาร การ ทํางานครั้งตอไปจะตองกําหนดวาการสื่อสารประเภทใดเรื่องใดใชอุปกรณใดสื่อสาร เชน โทรศัพทใชแจงของอาหาร ขาวสาร นม, วิทยุสื่อสาร ใชคุยแจงการเตือนภัยเสื่ยง, Twitter ใชเช็คขอมูลการไดรับความชวยเหลือ คิดเหมือนกันครับจริงๆแลว มันควรจะมีใครแตละฝาย อยางฝายวิทยุที่ผมทําเนี่ย ขอมูล สงตอสถานการณสี่หาวันกอนที่ผมจะมาเนี่ยไมมี วาสามารถประสานงานที่ไหนไดบาง ซึ่งศักยภาพในการทํางานมันจะลดลงทันทีเลยเพราะมันไมรู ทีนี้ขอมูลพื้นฐานที่ทุกฝาย ตองมีอยางแฟมเนี่ย ขอมูลทางภูมิศาสตรมันควรจะมีทีมละชุดจะไดไมตองแยงกันดู มัน จะลดเวลาไปไดเยอะ 7. ฝายอาสาสมัคร ทําหนาที่ recruit อาสาสมัครที่ walk-in เขามาใหไปถึงงานที่มีความตองการคนที่มี ทักษะนั้น การทํางานในครั้งหนาควรมี presentation แนะนําอาสาสมัคร หรือ มี โครงสรางที่ชี้แจงใหเคาเขาใจอยางชัดเจน Facebook แสดงโครงสรางใหเขาใจลวงหนา กอนอาสาเดินเขามาจะชวยลดเวลาในการสรางความเขาใจเรื่องศูนยของอาสาสมัคร ดวย
  • 104. 103 8. ฝายที่ปรึกษาประจําศูนย / อาสาเฉพาะทาง เชน แพทยที่ใหคําปรึกษาในภาวะที่ วิกฤตถึงชีวิต นักวิชาการดานอุตุนิยมวิทยา นักภูมิศาสตรที่ใหคําปรึกษาเรื่องแผนที่ ฝายเทคโนโลยี IT-support ดูแลอุปกรณ ทั้งโทรศัพทดาวเทียม และคอมพิวเตอร 9. ฝายธุรการและการเงิน ทําหนาที่ดูแลการใชเงินเพื่อบริหารศูนยอาสาสมัครและการใชจายเงินบริจาค สราง ความโปรงใสในการใชเงิน โดยแจงวารับมาเทาไร ไปเทาไร ถึงไหนเทาไร รวมไปถึง อาจจะไปชวยคิดเรื่องการจัดการเงินเพื่อฟนฟูตนเองในระยะยาวของชุมชนตอไป 10. ฝายบริหาร ฝายเบรก และ ฟนธง ทําหนาที่ดูแลการดําเนินงานในภาพรวมของศูนยอาสาสมัคร ในอนาคตควรจะกําหนด วัฒนธรรมการทํางานใหมีการประชุมทั้งชวงเชาและชวงเย็นเปน Morning brief และ night brief อยางตรงเวลาและสม่ําเสมอ นอกจากนั้นยังจะตอง Chart organization โยง วาใครเชื่อมอะไรอยู เพื่อที่อาสาสมัครที่มาใหมจะไดทราบวาตองวิ่งไปหาวาใครสายไหน พัฒนาตอจาการ Post-it บนผนังซึ่งมองหาความเชื่อมโยงไมออก สําหรับการทํางานใน ฝายนี้ เราตองการคนที่มีประสบการณการทํางานในภาวะวิกฤตที่มีทักษะในการบริหาร คือ สามารถขับเคลื่อน เบรก ตัดสินใจ และฟนธงในงานตางๆ ไดอยางแมนยํา พรอมทั้ง มีสติในการทํางานดวย ซึ่งสําหรับฝายทั้งหมดที่กลาวมาผูเขียนคิดวา เราควรจะมีการตั้งวงเพื่อนที่มีสัญญาใจ รวมกันในอนาคต หากเกิดภาวะวิกฤตเชนนี้แลว เราจะมารวมตัวกัน ชวยเหลือกันแบบนี้อีก ผูเขียนขอตั้งชื่อกลุมที่เกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นจาก warroom นี้วา “กลุมเพื่อนยามวิกฤต หรือ Crisis friend” เพื่อที่จะยึดโยงความทรงจําดีๆที่เราเคยสรางรวมกันไว และถามีภาวะที่ตองการ เราอีกเมื่อไร เราจะกลับมารวมตัวกัน
  • 105. 104 รูปที่ 12 กลุมเพื่อนยามวิกฤตทั้ง 10 ฝาย
  • 106. 105 (ราง) ขอเสนอเบื้องตนแผนงานปฏิรูปการจัดการน้ําอีสาน คณะอนุกรรมการปฏิรูปที่ดิน ทรัพยากร สิ่งแวดลอม และน้ํา
  • 107. 106 (ราง) ขอเสนอเบื้องตนแผนงานปฏิรูปการจัดการน้ําอีสาน คณะอนุกรรมการปฏิรูปที่ดิน ทรัพยากร สิ่งแวดลอม และน้ํา 1.หลักการและเหตุผล ทําไม ปฏิรูปประเทศไทย ตอง ปฏิรูประบบการจัดการน้ํา? น้ํา เปนสิ่งที่ขาดไมไดสําหรับทุกชีวิต มนุษยเปนผูมีสวนสําคัญที่ทําใหสมดุลของน้ําบน โลกเสียไป มนุษยใชน้ํามากเกินกวาความจําเปนพื้นฐานที่ควรจะใช กิจกรรมหลายๆ อยางของ มนุษยแยงน้ําไปจากปา แยงน้ําไปจากปลา และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น และนับวันมนุษยจะเขาใจเรื่อง น้ําที่เชื่อมโยงกับฐานทรัพยากรอื่นนอยลงเรื่อยๆ หลายกรณีก็แกลงทําเปนไมรูไมชี้ หรือหา เหตุผลอื่นๆ มากลบเกลื่อน บายเบี่ยงเพื่อแยงน้ําไปจากสิ่งมีชีวิตอื่น หรือแยงไปจากมนุษยดวย กันเอง เพื่อผลประโยชนของกลุมตน น้ําบนโลกไมไดมีมากขึ้นหรือนอยลง แตวัฏจักรที่น้ําเคยหมุนเวียนเปนไอน้ํา น้ําแข็ง และของเหลวอยางสมดุลในระบบตางหากที่ผิดเพี้ยน ทําใหดูเสมือนวาทําไมบางพื้นที่แหงแลง ขึ้น แลงยาวนานขึ้น หรือบางแหงกลับมีน้ํามากเกินไปจนทวมซ้ําซาก หรือไปทวมเอาชวงเวลาที่ ไมควรจะทวม เปนตน เราคงปฏิเสธไมไดวากิจกรรมของมนุษยเปนสวนสําคัญที่ทําใหสิ่งเหลานี้ เกิดขึ้น ปญหาจึงใหญโตเกินกวามนุษยเพียงคนเดียว หรือประเทศหนึ่งๆ จะแกไขไดทั้งหมด แต อยางนอยหลายๆ ชุมชนบนโลกใบนี้ก็ไดเลือกใชวิถีชีวิตที่เอื้ออํานวยตอธรรมชาติมากขึ้น ดํารงชีวิตที่สมดุลอยูบนพื้นฐานของศักยภาพทรัพยากรที่ตนเองมี รวมไปถึงทรัพยากรน้ําที่เปน เรื่องสําคัญตอชีวิตและการผลิตอาหาร สถานการณปญหาในปจจุบัน การทบทวนอดีต หันกลับไปมองภูมิปญญาดั้งเดิม จึง ไมใชการจํายอม การสิ้นไรหนทาง หรือ การขาดซึ่งเทคโนโลยี แตเปนการมองอยางเขาใจวา บรรพบุรุษของเราอยูรอดมาไดอยางไรนับพันๆ ปทามกลางฝนแลง น้ําทวม โดยที่การจัดการใน อดีตนั้นไมไดมีเทคโนโลยีชั้นสูงอะไร แตมีปญญาที่จะเขาใจสภาพพื้นที่ เขาใจพฤติกรรมของน้ํา เขาใจรอบวัฏจักรของฤดูกาล แลวนํามาวางแผนจัดการชีวิต และจัดการการผลิตใหสอดคลองกับ สภาพดังกลาว จนกลายเปนวิถี มีการสั่งสม วิวัฒน สืบทอด จนกลายเปนวัฒนธรรมที่เชื่อมโยง ระหวาง มนุษย ธรรมชาติ และปรากฏการณเหนือธรรมชาติ หรือเรียกอยางสั้นๆ วา “นิเวศ วัฒนธรรม, ภูมินิเวศ หรือ ภูมิสังคม” แลวแตจริตจะนําไปใช แตความหมายก็คลายๆ กัน คือ ความเขาใจพัฒนาการของสังคมมนุษยผานความสัมพันธระหวางมนุษยกับมนุษย มนุษยกับ ธรรมชาติ และมนุษยกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
  • 108. 107 ดังนั้น ในภาคเหนือจึงมีระบบเหมืองฝายที่เหมาะสมกับพื้นที่สูงที่เต็มไปดวยปาเขาและ ภูดอยสลับซับซอน มีพื้นที่ราบนอย การมีลําเหมืองลัดเลาะไปตามไหลเขาซึ่งรับน้ํามาจากลําน้ํา ที่ทดใหสูงขึ้นเล็กนอยโดยฝายพื้นบานที่ทํามาจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อสงไปตามลําเหมือง กระจายไปสูแปลงนาเล็กๆ ตั้งแตที่สูงจนถึงที่ลุมควบคูกับการรักษาตนน้ํา ปาเขา นับเปนระบบ ที่เหมาะสม ขณะที่ภาคอีสานเปนพื้นที่แลงนาน เปนที่ราบกวางใหญสลับกับเนินดินเนินเขา เล็กๆ ตนน้ําของอีสานจึงไมไดมาจากบนภูสูงเทานั้น แตมาจากทุกพื้นที่ น้ําอีสานมาเร็ว ไปเร็ว และมีพื้นที่หลากทวมในฤดูฝนตามริมแมน้ํา และปากแมน้ําเชนปาบุง ปาทาม แตเกือบทั้งหมด ไหลไปลงแมน้ําโขง การจัดการน้ําของอีสานจึงมีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแตการเลือกใชพันธุ ขาวที่อายุสั้นเก็บเกี่ยวเร็วในพื้นที่ดอน การเลือกใชความสูงของคันนาหลายระดับเพื่อเก็บน้ํา การทําฝายดิน ลําเหมือง ทํานบเบนน้ํา-เก็บน้ํา ระหัดวิดน้ํา การใชน้ําจากบึง หนอง บุง กุด เพื่อ ทํานาทาม รวมถึงการขุดสระ หรือ ตะพัง ในชุมชน เพื่อเก็บน้ําไวใชสอยในครัวเรือน การรอง น้ําฝนไวกิน และการขุดบอน้ําตื้นไวใช เปนตน สวนภาคกลางนั้นเปนที่ราบลุมดินตะกอนกวาง ใหญ สวนใหญเปนดินเหนียวอุมน้ําดี การรับน้ําหลากในหนาน้ํา แลวเลือกใชพันธุพืชที่สามารถ อยูกับน้ําไดเปนภูมิปญญาที่นาอัศจรรย โดยเฉพาะขาวขึ้นน้ําที่เปนพันธุขาวที่ดีที่สุดพันธุหนึ่ง ของโลก คือ ปนแกว การยกรองสวนที่เปนทั้งพื้นที่รับน้ํา ระบายน้ํา และเก็บน้ําไวใชในหนาแลง ไปในตัว รวมถึงการขุดคลองเชื่อมตอในทุกพื้นที่เพื่อเก็บน้ํา ระบายน้ํา และเปนเสนทาง คมนาคม การสรางเรือนยกพื้นใตถุนสูง ซึ่งเปนการแสดงใหเห็นถึงความออนนอมตอธรรมชาติ เปนภูมิปญญาที่มากกวาการจัดการน้ํา สวนภาคใตและภาคตะวันออกมีลักษณะที่คลายคลึงกัน คือมีปริมาณน้ําฝนสูง มีแมน้ําสายสั้นๆ ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาแลวไหลลงทะเล มีพื้นที่ เชื่อมตอระหวางทะเลกับน้ําจืดเปนปาชายเลน ปาพรุตามที่ลุมและปากแมน้ํา ในอดีตการทํามา หากินตามฤดูกาลและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากธรรมชาติเปนสิ่งที่เพียงพอแลวสําหรับพื้นที่ดังกลาว แมจะมีการปลูกพืชเพื่อขายเปนรายไดบางก็เปนพืชยืนตน เชน มะพราว ทุเรียน มังคุด และไม ผลอื่นๆ ที่ชาวบานปรับปรุงพันธุมาจากพืชดั้งเดิมมานับรอยๆ ป และก็เปนรูปแบบการผลิตที่ ผสมผสานเปนสวนเดียวกับปาธรรมชาติจนแยกแทบไมออกเชนสวนสมรมของภาคใต เปนตน จากที่กลาวมาทั้งหมดสะทอนใหเห็นวาการจัดการน้ําไมไดแยกออกจากการจัดการชีวิต การจัดการระบบการผลิต และการจัดการรวมกับเรื่องอื่นๆ ซึ่งเปนการจัดการรวมหมูและ กระจายศูนย ตั้งแตระดับครัวเรือน ชุมชน หลายๆ ชุมชนรวมกัน และการจัดการในระดับลุมน้ํา ทั้งการรักษาตนน้ํา การฟนฟู การจัดสรรน้ํา และการชําระขอพิพาทเรื่องน้ํา ดังเชนในภาคเหนือ ซึ่งมีกฎกติกาที่ทั้งหมดตองเคารพรวมกัน คือ การไมละเมิดตอธรรมชาติจนเกินพอดี แต หลังจากเรารับเอาแนวทางการพัฒนาประเทศจากตะวันตกเขามาพรอมกับความทันสมัย และ การจัดการแบบรวมศูนยอํานาจ ทําใหศักยภาพของชุมชนและทองถิ่นในการจัดการลดนอยลง ตลอดมา อํานาจในการจัดการ การกําหนดนโยบาย การใชงบประมาณ เพื่อสรางสิ่งแปลกปลอม ทางน้ําเกิดขึ้นนับหมื่นๆ แสนๆ โครงการ โดยมองไมเห็นหัวประชาชนผูอยูติดกับดินกับน้ํา การ ผูกขาดความรูในการจัดการ การเจาะจงเลือกใชเทคโนโลยีผานความเชี่ยวชาญทางชลศาสตร
  • 109. 108 และวิศวกรรมทางน้ํา วิศวกรรมชลประทาน ตามแบบแผนของการศึกษาสมัยใหมในตะวันตก ยิ่ง เบียดขับและเหลือชองทางใหภูมิปญญาดั่งเดิมนอยลงทุกที และสิ่งเหลานี้เองที่ไปทําลายระบบ นิเวศลุมน้ําอยางมากมาย กลุมผูคนที่มุงหวังเอาน้ําไปใชเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบ อุตสาหกรรมนํา ไดแยงเอาน้ําไปจากชาวไรชาวนาจนสุดจะทานทนในปจจุบัน การพัฒนาแหลง น้ําที่ใชงบประมาณมหาศาลในหวงเวลา 50 ปที่ผานมา จึงวนเวียนอยูที่การขุดลอกแมน้ําลําหวย การทําคันดินและถนนเลียบแมน้ําลําคลอง การสรางเขื่อน อางเก็บน้ํา คลอง ฝาย ประตูน้ํา และ มุงไปสูการผันน้ําขามลุมน้ําในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของชุมชนเมือง การพัฒนา อุตสาหกรรม และเกษตรอุตสาหกรรม รวมถึงน้ําเพื่อผลิตกระแสไฟฟาดังเชนกรณีการผลักดัน ใหมีการสรางเขื่อนในแมน้ําโขง และแมน้ําสาละวินของการไฟฟาฝายผลิตฯ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด อยูภายใตการจัดการของกลุมคนเพียงหยิบมือที่ดูเหมือนวาไดกลายเปนเจาของน้ําทั้งประเทศ ไปแลว ไดแก กรมชลประทาน การไฟฟาฝายผลิตฯ และกรมทรัพยากรน้ํา แตทั้งหมดมักจะไมรับผิดชอบใดๆ เมื่อเกิดภาวะวิกฤตขึ้น เชน เมื่อยามใดที่เกิดภัยแลง น้ําในเขื่อนไมพอก็อางวาฝนตกนอย เขื่อนไมมีน้ําพอสําหรับทั้งปนไฟ เกษตรกร เมือง และ อุตสาหกรรม ดังนั้น กลุมคนที่ถูกบังคับใหเสียสละชั่วนาตาปก็คือกลุมที่มีอํานาจตอรองนอยที่สุด นั่นคือชาวนา ในกรณีภาคกลางและภาคตะวันออกจะชัดเจนมาก จะมีการประกาศงดการปลอย น้ําและใหเกษตรกรงดทํานาปรังอยูเสมอ เพื่อรักษาน้ําไวใหเมืองและอุตสาหกรรม รวมทั้งปนไฟ ในภาคตะวันออกอางเก็บน้ําใหญๆ จะถูกจัดการโดยบริษัทเอกชนที่จายสัมปทานใหกับรัฐและสง น้ําไปขายตอเอากําไร และลูกคาที่มีกําลังจายไดก็ไมพนเมืองและอุตสาหกรรม น้ําจึงแทบไม เหลือมาถึงเกษตรกรชาวไรชาวสวน แมในภาวะน้ําทวม พื้นที่ซึ่งตองรักษาเอาไวไมใหประสบ ภัยก็คือ เมือง แหลงการคา และอุตสาหกรรม การทําใหเมืองปลอดภัยคือการสรางทํานบ การทํา พนังกั้นน้ําริมตลิ่งแมน้ํา การสรางทางเบนน้ําออกไปใหพนเมือง การปดประตูน้ําไมใหน้ําไหลเขา คลองมาในเมือง การตั้งสถานีสูบน้ําออกจากเมือง และเมื่อเมืองปลอดภัย เรากลับพบวาผูที่จม อยูใตบาดาลก็คือเกษตรกร ชาวชนบทและพื้นที่เกษตรกรรมที่อยูนอกเมืองนั่นเอง หากการจัดการน้ํายังเปนเชนทุกวันนี้ ในอนาคตก็คงไมมีใครทําอาชีพเกษตรกรรม เพราะตองถูกบังคับใหเสียสละตลอดเวลา ทั้งยังมีความเสี่ยงสูง (ทั้งจากน้ําทวม ฝนแลง และ ราคาตกต่ํา) ชาวนามีอํานาจตอรองนอย เชน กรณีชาวบานรอบพื้นที่หนองหานกุมภวาป จ. อุดรธานี หนึ่งในโครงการโขง ชี มูล ที่ลมเหลว เรียกรองใหเจาหนาที่สูบน้ําออกจากพื้นที่น้ําทวม ขังเขาไปยังอางเก็บน้ํา และเปดประตูระบายน้ําจากอางลงสูแมน้ําใหญ เพราะน้ําทวมนาเสียหาย หนวยงานที่เกี่ยวของก็จะอางวา ไมมีงบประมาณสําหรับจายคาสูบน้ํา และเปดประตูน้ําไมได ตองไดรับการอนุมัติจากผูบังคับบัญชาในกรุงเทพฯ สิ่งเหลานี้เกิดขึ้นซ้ําซากมานับ 10 ป ตั้งแต โครงการนี้ดําเนินการมา การจัดการน้ําแบบผูกขาด รวมศูนย และความถือดีของหนวยงานที่เกี่ยวของกับน้ํา เปน ตัวการสําคัญในการทําลายระบบนิเวศลุมน้ํา ทําลายวิถีชีวิต วิถีการผลิต และภูมิปญญาของ ประชาชน การกาวไปขางหนาโดยโครงสรางเหลานี้ยังดํารงอยู ไมสามารถนําไปสูการสราง
  • 110. 109 ความเปนธรรมและการลดความเหลื่อมล้ํา ลดอํานาจรัฐ และเพิ่มอํานาจประชาชนใหเปนจริงได ขณะที่แนวคิดการกระจายอํานาจไปสูองคกรปกครองสวนทองถิ่น ก็ยังไมสามารถเปนความหวัง ไดมากนัก เพราะยังถูกครอบงําจากรัฐผานกระทรวงมหาดไทย รวมถึงแนวคิด องคความรูใน การจัดการก็ยังปฏิบัติตามแบบสวนราชการ โครงสรางการจัดการและอํานาจในการสราง นโยบายตามที่เปนอยูมีแตจะเปนเครื่องมือในการฉอฉลใหนักการเมืองและขาราชการนํา งบประมาณไปใชปูยี้ปูยําผานโครงการนอยใหญและสรางความปนปใหกับแหลงน้ําและสราง ความทุกขยากของประชาชนมากขึ้น การปฏิรูปการจัดการน้ําจึงตองสรางพลังการจัดการขึ้น ใหม ภายใตเงื่อนไขที่ตองยอมรับวา “น้ําเปนของทุกชีวิต น้ําเปนความจําเปนพื้นฐานไมใชสินคา ที่จะมาหากําไรเกินควร น้ําเปนเรื่องที่ทุกคนตองมีสวนในการบริการจัดการ ไมใชผูกขาดโดยรัฐ และการจัดการน้ําเปนวัฒนธรรมของมนุษยที่สะทอนใหเห็นถึงการอยูรวมกันระหวางมนุษยกับ ธรรมชาติอยางสมดุล ไมใชอยูบนพื้นฐานเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเห็นแกตัว” 2.แนวคิดและกระบวนการในการขับเคลื่อนงาน “ปฏิรูปการจัดการน้ํา” การปฏิรูปการจัดการน้ํา ไมใชการทํางานเพียงเพื่อนําเสนอแนวทางการปฏิรูปตอรัฐบาล แตเปนกระบวนการเพื่อนําไปสูการเสริมสรางพลังอํานาจของประชาชนเพื่อนําไปสูเปาหมาย ของการปฏิรูป ซึ่งตองพิจารณาอยู 4 ประเด็น/ขั้นตอนสําคัญ คือ 2.1) วิเคราะหสถานการณปจจุบัน ณ สถานการณปจจุบัน น้ํา มีประเด็นความขัดแยง ในการจัดการอยางไร ทั้งในระดับทองถิ่น ภูมิภาค หรือในระดับโลก ความเคลื่อนไหว สถานการณ ภาวะคุกคามตางๆ ของการนําไปสูวิกฤติน้ํา หรือการแยงชิงน้ํา และภายใต สถานการณเหลานี้มีกลไกทางสังคม และกลไกของรัฐอะไรบางที่เกี่ยวของกับการจัดการน้ํา ตั้งแตระดับนโยบาย ไปจนถึงการปฏิบัติการในระดับพื้นที่ และกลไกเหลานั้นไดทําหนาที่ อยางไร เกิดผลสําเร็จ ลมเหลว หรือมีปญหาอุปสรรคใดบางที่สงผลกระทบทั้งตอประชาชนและ ตอการแกไขปญหาของรัฐเอง และประชาชนไดใชกระบวนการอยางไรบางในการเขาถึงขอมูล ขาวสาร ไดเขาไปมีสวนรวมในการคิด วางแผน ตัดสินใจ วิพากษวิจารณ หรือคัดคานอยางไร บทเรียนที่ผานมาเปนอยางไร และความตองการของแตละภาคสวนที่เกี่ยวของกับการปฏิรูป ระบบการจัดการน้ําเปนอยางไร 2.2) การสนับสนุนปฏิบัติการเพื่อสรางพลังความเปลี่ยนแปลงและสรุป ประสบการณ-บทเรียนในพื้นที่รูปธรรม เพื่อใหไดผลสัมฤทธิ์และองคความรูบนฐานการ ปฏิบัติจริงเกี่ยวกับการสราง-เพิ่มอํานาจภาคประชาชนในการแกปญหาของประชาชนในการ จัดการน้ําตามสถานการณสําคัญที่กําลังดําเนินการอยู รวมทั้งประสบการณดานการสราง ทางเลือกที่เหมาะสมในการจัดการน้ําที่ประสบความสําเร็จ โดยคณะอนุกรรมการ/คณะทํางานลง ไปรวมสังเกตการณ สนับสนุนกระบวนการ สรางเงื่อนไขแวดลอมที่เหมาะสมตอการแกปญหา แลวมีการสรุปเปนบทเรียนสําคัญ รวบรวมเปนองคความรูที่จะใชเปนขอเสนอในการปฏิรูปในขั้น ตอไป ทั้งนี้โดยใชพื้นที่ที่มีกระบวนการดําเนินการของชุมชนทองถิ่นดําเนินการกันอยู เชน กรณี
  • 111. 110 โครงการ โขง ชี มูล เขื่อนปากมูล กรณีประสบการณในการจัดการน้ําขนาดเล็กระดับไรนา ระดับชุมชนทองถิ่น หลายพื้นที่ 2.3) การสรางภาพอนาคต เปนการนําขอมูลมาประมวล วิเคราะห และนําไปสูการ พยากรณอนาคตวาจะเกิดอะไรขึ้นบางจากทางเลือก หรือเงื่อนไขตางๆ (scenario) เชน การไม ปฏิรูปปลอยใหกลไกปกติดําเนินไป การยกระดับการมีสวนรวมของประชาชนมากขึ้นโดยที่ไม เปลี่ยนแปลงโครงสราง หรือ การเปลี่ยนแปลงโครงสรางโดยลดอํานาจรัฐและเสริมสรางพลังของ ประชาชนในการจัดการตนเอง เปนตน เพื่อใหเห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจาก สถานการณที่เปนอยูและสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป 2.4) การขับเคลื่อนไปสูการปฏิรูป เปนการวิเคราะหและเลือก scenario ที่เหมาะสม ที่สุดไปสูการดําเนินการอยางเปนรูปธรรมในการเปลี่ยนแปลงใหเกิดผล โดยใชพลังของ ประชาชนในการสรางอํานาจตอรองกับรัฐในการแกปญหา หรือชะลอภาวะคุกคามตางๆ ในระยะ สั้น และนําไปสูการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ทั้งในเชิงโครงสราง กลไก นโยบาย และการ ปฏิบัติการในระดับทองถิ่น
  • 112. 111 3.สถานการณปจจุบันที่เปนบริบทของกระบวนการปฏิรูปการจัดการน้ํา 3.1) สถานการณน้ําทวมใหญในลุมน้ําชี มูล เจาพระยา ในเดือนตุลาคม 2553 โดย เปนที่ประจักษวาเกิดจากความผิดพลาดจากกระบวนการจัดการน้ําภาครัฐที่มี “เขื่อนขนาดใหญ” เปนเครื่องมือ ทั้งกระบวนการปองกันแกไขและเยียวยาผลกระทบที่ไมทันการ ไมทั่วถึงอันเกิด จากความเสื่อมของกลไกรัฐ สถานการณนี้สะทอนใหเห็นอยางชัดเจนถึงความจําเปนตอง เปลี่ยนแปลงขนานใหญเกี่ยวกับทิศทาง-นโยบายและกลไกการจัดการน้ําของประเทศไทย อนุกรรมการควรใชสถานการณนี้เปนจุดเริ่มตนในการเชื่อมโยงไปสูการวิเคราะหปญหาทั้งระบบ ของการจัดการน้ํา 3.2) ปจจุบันมีการถกเถียง การแยงบทบาทกันเองระหวางหนวยงานที่รับผิดชอบ นโยบายในการจัดการน้ํา ระหวางกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา ซึ่งทั้งสองหนวยงานเนนที่ นโยบายการจัดการน้ําขนาดใหญ ไมใหความสําคัญและกีดกันบทบาทหนวยงานที่สนับสนุน ทางเลือกการจัดการน้ําขนาดเล็กระดับไรนา-ระดับชุมชนทองถิ่น เชน กรมพัฒนาที่ดิน สถาบัน สารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร เปนตน สถานการณนี้เหมาะสมที่อนุกรรมการจะไดรับ ทราบจากหนวยงานรัฐเกี่ยวกับขอมูลขาวสาร เกี่ยวเนื่องกับวิธีคิด กระบวนการและเงื่อนไข สําคัญเกี่ยวกับกระบวนการและกลไกการจัดการน้ําของประเทศ เพื่อสรางชองทางที่จะสราง ความโปรงใส การมีสวนรวมและการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐดานนี้อยางจริงจัง 3.3) ปจจุบันมีการอนุมัติแผนงานตางๆ มากมายที่จะเตรียมการริเริ่มโครงการการ จัดการน้ําขนาดใหญ เชน ในภาคอีสาน มีการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 ในการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดลอม และการประเมินสิ่งแวดลอมระดับ ยุทธศาสตร โครงการบริหารจัดการน้ํา โขง เลย ชี มูล โดยแรงโนมถวง และเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบใหกรมทรัพยากรน้ํา ดําเนินการศึกษาความเหมาะสมและ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการระบบเครือขายน้ําในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 พื้นที่ พรอมทั้งศึกษาผลกระทบระดับยุทธศาสตรในพื้นที่ครอบคลุมลุมน้ํา โขง ชี มูล จะเห็นไดวา นโยบายการจัดการน้ํายังดําเนินไปตามทิศทางของการสราง เมกกะ โปรเจกต ใชทุนจํานวนมาก และไรการศึกษาหาทางเลือกอื่นๆที่เหมาะสมในการจัดการน้ํา ตลอดจนกระบวนการเปดเผยขอมูล – การมีสวนรวมอยางสิ้นเชิง อันเปนหนทางที่จะสรางให เกิดโครงการที่ไมมีความคุมคา และยังกอใหเกิดผลกระทบตอระบบนิเวศและชุมชนทองถิ่นซ้ํา รอยการพัฒนาโครงการในระยะที่ผานมาอยางแทจริง อนุกรรมการควรไดมีการเรียกขอมูลและหนวยงานมาชี้แจง แลกเปลี่ยน ทบทวน ในกรณีดังกลาว พรอมมีความชอบธรรมที่จะเสนอใหมีการทบทวน ประเมินผล โครงการเดิมที่ ดําเนินไปแลว และเสนอใหหนวยงานที่เกี่ยวของรับผิดชอบ ในการแกไข ปองกัน เยียวยา และ ฟนฟูผลกระทบที่เกิดขึ้นใหครบถวนเสียกอน กอนการดําเนินการใดๆ ตอไป
  • 113. 112 4.แผนการดําเนินงานปฏิรูปน้ําอีสาน 4.1) รวบรวมขอมูล เอกสารวิชาการ งานวิจัย หนวยงานที่เกี่ยวของ เครือขายน้ํา-ทรัพยากร และสื่อตางๆ 4.2) สํารวจหรือรับฟงขอมูลระดับพื้นที่เพื่อศึกษาบริบทการจัดการน้ํา สถานการณ ปญหา ความตองการ และขอเสนอตางๆ รวมทั้งสนับสนุนกระบวนการการแกปญหา/สรางสรรค ทางเลือกการจัดการน้ําที่เหมาะสมในบางพื้นที่ที่เกิดองคความรูที่สําคัญ ใน 5 พื้นที่ ไดแก พื้นที่ ลุมน้ําชี (ชัยภูมิ ขอนแกน รอยเอ็ด), พื้นที่ลุมน้ํามูล (ราษีไศล หัวนา ปากมูน),พื้นที่ลุมน้ํา สงคราม,พื้นที่หวยหลวง-หนองหานกุมภวาป-ลําปาว ,พื้นที่ลุมน้ําโขง (ปากชม บานกุม) 4.3) จัดเวทีกลางรับฟงขอมูลจากหนวยงานที่เกี่ยวของกับการจัดการน้ํา ไดแก กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา กรมทรัพยากรน้ําบาดาล คณะกรรมการนโยบายน้ําแหงชาติ การประปานครหลวง-สวนภูมิภาค สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม (สวนพื้นที่ชุมน้ํา และกองวิเคราะหผลกระทบ) 4.4) รับฟงขอมูลจากนักวิชาการและผูเชี่ยวชาญดานทรัพยากรน้ําจาก สถาบัน สารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร (สสนก.), โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ, ศูนย พลังงานเพื่อสิ่งแวดลอม อุทยานสิ่งแวดลอมนานาชาติสิรินธร, ศูนยวิจัยภูมิสารสนเทศเพื่อ ประเทศไทย, ศูนยเตือนภัยพิบัติแหงชาติ, สมาคมตอตานสภาวะโลกรอน เปนตน 4.5) ศึกษาพื้นที่รูปธรรมในการจัดการน้ําที่ยั่งยืนใน 5 ประเด็น ไดแก 1) พื้นที่สูง และตนน้ํา 2) การจัดการน้ําพื้นที่ราบลุมและปากแมน้ํา 3) การจัดการน้ําในพื้นที่แหงแลง และดิน เค็ม 4) การจัดการน้ําในระดับไรนาและกลุมผูใชน้ํา 5) การจัดการน้ําเพื่ออุตสาหกรรมและเมือง 4.6) ศึกษาดูงานการจัดการน้ําประเทศเพื่อนบานในอนุภูมิภาคลุมน้ําโขง เชน ลาว เวียดนาม กัมพูชา 4.7) การสรางภาพอนาคต (scenario) จากการนําขอมูลทั้งหมดมาประมวล วิเคราะห และนําไปสูการพยากรณอนาคตภายใตเงื่อนไขและทางเลือกตางๆ และเลือก scenario ที่นาจะนําไปสูความยั่งยืนที่สุดในการนําไปกําหนดเปนขอเสนอเพื่อการปฏิรูป ภายใต เงื่อนไขการลดอํานาจรัฐและเสริมสรางพลังของประชาชนในการจัดการทรัพยากรน้ํา 4.8) จัดเวทีนําเสนอขอมูล และรับฟงความคิดเห็นเพิ่มเติมจากทุกภาคสวน 4.9) การสื่อสารตอสาธารณะอยางตอเนื่อง พรอมทั้งการสรางความรูสูประชาชนใน วงกวางผานเครือขายในระดับพื้นที่ 4.10) การผลักดันขอเสนอสูรัฐบาผานเครือขายภาคประชาชน และประชาสังคม 4.11) การสรางกลไกภาคประชาสังคมในการติดตามตรวจสอบการแกไขปญหา เฉพาะหนาและการปฏิรูปในระยะยาวของรัฐบาล 4.12) การเสริมสรางรูปธรรมตนแบบในการจัดการน้ําอยางยั่งยืนและขยายผลสู พื้นที่เปาหมายหรือพื้นที่นํารอง .................................
  • 114. 0