• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
ข้อสอบนายทหารชั้นประทวน ข้อสอบกองทัพอากาศ คู่มือสอบกองทัพอากาศ E-BOOK
 

ข้อสอบนายทหารชั้นประทวน ข้อสอบกองทัพอากาศ คู่มือสอบกองทัพอากาศ E-BOOK

on

  • 39,277 views

ข้อสอบนายทหารชั้นประทวน ข้อสอบกองทัพอากาศ คู่มือสอบกองทัพอากาศ E-BOOK

ข้อสอบนายทหารชั้นประทวน ข้อสอบกองทัพอากาศ คู่มือสอบกองทัพอากาศ E-BOOK
ราคา 249 บาท
สั่งซื้อได้ที่ :www.Sheetram.com
บริษัท ชีทราม จำกัด
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์ สำนักงานใหญ่
453 ถนนรามคำแหง(ปากซอย 53)
หัวหมาก บางกระปิ กรุงเทพฯ 102
โทรศัพท์ : 02-7230950,02-5141422,085-9679080,
085-9993722,085-9993740
FAX : 02-718-6528
เปิดบริการ 8.15-21.30 น. ทุกวัน

Statistics

Views

Total Views
39,277
Views on SlideShare
1,828
Embed Views
37,449

Actions

Likes
0
Downloads
28
Comments
0

5 Embeds 37,449

http://www.sheetram.com 37409
http://sheetram.com 35
https://www.facebook.com 3
https://m.facebook.com&_=1390919702753 HTTP 1
https://m.facebook.com&_=1390919744252 HTTP 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ข้อสอบนายทหารชั้นประทวน ข้อสอบกองทัพอากาศ คู่มือสอบกองทัพอากาศ E-BOOK ข้อสอบนายทหารชั้นประทวน ข้อสอบกองทัพอากาศ คู่มือสอบกองทัพอากาศ E-BOOK Document Transcript

    • 1
    • 2 ขอบเขตเนื้อหา สวนที่ 1 ความรูทั่วไปเกี่ยวกับกองทัพอากาศ ประวัติความเปนมากองทัพอากาศ กรอบภารกิจกองทัพอากาศ พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 สวนที่ 2 ความรูความสามารถทั่วไป อนุกรมหรือเลขเรียงลําดับ วิธีบวก วิธีลบ วิธีคูณ วิธียกกําลัง วิธีหาร เงื่อนไขภาษา อุปมาอุปไมย ความสัมพันธในลักษณะเปนสวนหนึ่งของสิ่งหนึ่ง ความสัมพันธในลักษณะมีความหมายเหมือนกัน / ตรงขาม ความสัมพันธในลักษณะหนาที่ ความสัมพันธในลักษณะสิ่งของประเภทเดียวกัน ความสัมพันธในลักษณะสถานที่ ความสัมพันธในเรื่องของลักษณะนาม เงื่อนไขสัญลักษณ คณิตศาสตรทั่วไป การหาผลบวกของเลขหลายจํานวนเรียงกัน การหาอัตราสวนและรอยละ ดอกเบี้ย การคํานวณระยะหางระหวางเสา การแจกบัตรอวยพรและการสัมผัสมือ การแปรผันตรงและการแปรผกผัน การแกสมการ การคํานวณเกี่ยวกับขาและหัวของสัตว คาเฉลี่ย การหา ครน. และหรม. ความสามารถทางดานเหตุผล การคํานวณหาพื้นที่และปริมาตร การวิเคราะหสรุปเหตุผลทางโอเปอรเรต ตาราง กราฟและแผนภูมิ สวนที่ 3 วิชาภาษาไทย การใชคํา การใชคําราชาศัพท การสรุปใจความ สํานวน สุภาษิต คําพังเพย การเขียนสะกดการันต ประโยค ลักษณะภาษา การใชภาษา 5 6 7 20 20 25 28 33 41 48 66 66 67 69 70 71 72 74 79 79 81 83 85 87 89 94 94 98 102 105 117 110 111 119 122 131 134 139 140 142 156
    • 3 คําเปนคําตาย คําเชื่อม การสะกดคํา กการเขียนภาษาใหถูกตอง การเรียงประโยค บทความสั้น บทความยาว สวนที่ 4 ความรูพื้นฐานทางดานภาษาอังกฤษ ความรูพื้นฐานดานภาษาอังกฤษ แนวขอสอบ GRAMMAR AND VOCABULARY แนวขอสอบ VOCABULARY แนวขอสอบ Reading Comprehension สวนที่ 5 ความรูพื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร ความรูพื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร ระบบเครือขาย อินเตอรเน็ต (Internet) โปรแกรมประยุกตใชงานประเภทตางๆ การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร ไวรัสคอมพิวเตอร (Computer Virus) ไมโครซอฟท เวิรด (Microsoft Word) ไมโครซอฟท เอ็กเซล Microsoft Excel ไมโครซอฟท พาวเวอรพอยท Microsoft PowerPoint สวนที่ 6 ความรูพื้นฐานกฎหมายทั่วไป 166 168 174 179 182 188 194 200 224 228 233 238 238 252 256 257 261 262 264 267 ประเภทและการจัดทํากฎหมาย 272 การแบงแยกประเภทกฎหมาย 273 สรุปสาระสําคัญของกฎหมายแพงและพาณิชย 275 สรุปสาระสําคัญกฎหมายรัฐธรรมนูญ 281
    • 4 ประวัติความเปนมากองทัพอากาศ กิจการบินของไทย เริ่มตนในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฏเกลาเจาอยูหัว เมื่อ มีชาวตางประเทศ ไดนําเครื่องบิน มาแสดงใหชาวไทย ไดชมเปนครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ 2454 อันทําให ผูบังคับบัญชา ระดับสูง ของกองทัพ ในสมัยนั้น พิจารณาเห็นวา ประเทศไทย จํ า เป น ต อ งมี เ ครื่ อ งบิ น ไว เ พื่ อ ป อ งกั น ภั ย ที่ จ ะเกิ ด แก ป ระเทศชาติ ในอนาคต ด ว ยเหตุ นี้ กระทรวงกลาโหม จึงไดตั้ง "แผนกการบิน" ขึ้นในกองทัพบก พรอมทั้งไดคัดเลือกนายทหารบก 3 คน ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสม ไปศึกษาวิชาการ ณ ประเทศฝรั่งเศส อันไดแก พันตรีหลวงศักดิ์ศัล ยาวุธ รอยเอกหลวงอาวุธสิขิกร และ รอยโท ทิพย เกตุทัต ทั้ง 3 ทานนี้ ในเวลาตอมา ไดรับ พระราชทานยศ และบรรดาศักดิ์ ตามลําดับ คือ พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ, นาวา อากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ และ นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต และ กองทัพอากาศไดยกยองใหเปน "บุพการีของกองทัพอากาศ" ในขณะที่นายทหารทั้งสามกําลังศึกษาวิชาการบินอยูนั้นทางราชการ ไดสั่งซื้อเครื่องบิน รวมทั้ง มีผูบริจาคเงินรวมสมทบซื้อดวยเปนครั้งแรก จํานวน 8 เครื่อง คือเครื่องบินเบรเกตปก 2 ชั้น จํานวน 4 เครื่อง และ เครื่องบินนิเออปอรตปกชั้นเดียว จํานวน 4 เครื่อง อันอาจกลาวไดวา กําลังทางอากาศของไทย เริ่มตนจากนักบินเพียง 3 คน และเครื่องบินอีก 8 เครื่องเทานั้น การบิน ของไทยในระยะแรก ไดใชสนามมาสระปทุม หรือราชกรีฑาสโมสรในปจจุบัน เปนสนามบิน แต ดวยความไมสะดวกหลายประการ บุพการีทั้ง 3 ทาน จึงไดพิจารณาหาพื้นที่ ที่มีความเหมาะสม ตอการบิน และไดเลือกเอาตําบลดอนเมือง เปนที่ต้ังสนามบิน พรอมทั้งไดกอสรางอาคาร สถานที่ โรงเก็บเครื่องบินอยางถาวรขึ้น เมื่อการโยกยายกําลังพล อุปกรณ และเครื่องบิน ไปไวยังที่ตั้งใหม เรียบรอยแลว ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 กระทรวงกลาโหม จึงไดสั่งยกแผนกการบินขึ้นเปน "กองบินทหารบก" ซึ่งถือไดวา กิจการการบินของไทย ไดวางรากฐานอยางมั่นคงขึ้นแลว ตั้งแต บัดนั้นมา กองทัพอากาศจึงถือเอา วันที่ 27 มีนาคม ของทุกปเปน "วันที่ระลึกกองทัพ อากาศ" นับแตนั้นมา บทบาทของกําลังทางอากาศ ก็ไดแสดงใหเห็นถึงความสํา คัญ และมีการ พัฒนาอยางเปนลําดับ นับตั้งแตการเขารวมรบ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 กับพันธมิตรในยุโรป เมื่อป พ.ศ. 2460 ซึ่งทําใหชื่อเสียงและเกียรติภูมิ ของชาติ เปนที่ยอมรับ และยกยอง เปนอันมาก และ ทางราชการไดยกฐานะ กองบินทหารบกขึ้นเปน "กรมอากาศยานทหารบก" ในเวลาตอมา กําลังทางอากาศ ไดพัฒนาตอไปอยางไมหยุดยั้ง และเปนกําลังสําคัญ ในการพัฒนาประเทศชาติ
    • 5 ทางดานตางๆ อันเปนรากฐาน ของกิจการหลายอยางในปจจุบัน อาทิ การบินสงไปรษณียทาง อากาศ การสงแพทย และเวชภัณฑทางอากาศ เปนตน ในป พ.ศ. 2464 กระทรวงกลาโหม ไดพิจารณาเห็นวา กําลังทางอากาศ มิไดเปนกําลัง เฉพาะในดานยุทธศาสตรทางทหารเทานั้น แตมีประโยชน อยางกวางขวางตอกิจการดานอื่นๆ อีก ดวย จึงไดแกไขการเรียกชื่อจาก กรมอากาศยานทหารเปน "กรมอากาศยาน" และเปน "กรม ทหารอากาศ" ในเวลาตอมา โดยใหอยูในบังคับบัญชาของ รัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม โดยตรง พรอมทั้งไดมีการกําหนดยศทหาร และการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบ จากสีเขียว มาเปนสี เทา ดังเชนปจจุบันวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2480 กรมทหารอากาศไดยกฐานะเปน "กองทัพอากาศ" มีนาวาอากาศเอก พระเวชยันตรังสฤษฎ เปนผูบัญชาการทหารอากาศคนแรก กองทัพอากาศ จึง ไดถือเอาวันที่ 9 เมษายน ของทุกปเปน "วันกองทัพอากาศ" กําลังทางอากาศ ไดพัฒนาไปอยางมากมาย และไดเปนกําลังสําคัญในการปกปอง รักษา อธิปไตยของชาติ อาทิ สงครามกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส และสงครามมหาเอเชียบูรพา รวมทั้ง เขารวมกับกองกําลังสหประชาชาติ ในสงครามเกาหลี และรวมกับพันธมิตร ในสงครามเวียดนาม จากเครื่องบินใบพัดเพียง 8 เครื่องในอดีต จนมาถึงเครื่องบินไอพนที่ทันสมัย ในปจจุบัน กองทัพอากาศ ขอยืนยัน ที่จะดํารงความมุงมั่นในภารกิจ ที่จะพิทักษ รักษาเอกราช และอธิปไตย ของชาติ ไวใหมั่นคงสภาพตลอดไป กรอบภารกิจกองทัพอากาศ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 77 รัฐตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย และ บูรณภาพแหงเขต อานาจรัฐ และตองจัดใหมีกาลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จาเปน และ เพียงพอ เพื่อพิทักษรักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย ผลประโยชนแหงชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ ภารกิจกองทัพอากาศ พ.ร.บ. จัดระเบียบบริหารราชการ กห. พ.ศ.2551 มาตรา 21
    • 6 มีหนาที่เตรียมกาลังกองทัพอากาศ ปองกันราชอาณาจักรและดาเนินการเกี่ยวกับ การใชกาลังกองทัพอากาศตามอํานาจหนาที่ของกระทรวงกลาโหม มีผูบัญชาการทหาร อากาศ เปนผูบังคับบัญชารับผิดชอบ ยุทธศาสตรกองทัพอากาศ พ.ศ.2551-2562 ยุทธศาสตรที่ 1 พิทักษรักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ยุทธศาสตรที่ 2 เสริมสรางสมรรถนะและความพรอมในการปองกันประเทศ ยุทธศาสตรที่ 3 รักษาความมั่นคงของรัฐ ยุทธศาสตรที่ 4 รักษาผลประโยชนแหงชาติ พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551 เปนปที่ 63 ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศวาโดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแหงชาติ ดังตอไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป มาตรา 3 ใหยกเลิก (1) พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 (2) พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2507 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ขาราชการทหาร” หมายความวา ขาราชการทหารตามกฎหมายวาดวยระเบียบ ขาราชการทหาร “ขาราชการพลเรือนกลาโหม” หมายความวา ขาราชการที่ไดรับการบรรจุและแตงตั้งให รับราชการในกระทรวงกลาโหมในตําแหนงที่มิใชอัตราทหารและไมมีชั้นยศเพื่อปฏิบัติหนาที่ที่ตอง ใชความชํานาญเฉพาะทาง “ทหารกองประจําการ” หมายความวา ทหารกองประจําการตามกฎหมายวาดวยการรับ
    • 7 ราชการทหาร “นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม” หมายความวานักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการทหาร “เจาหนาที่ทางทหาร” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมแตงตั้งโดย ความเห็นชอบของสภากลาโหมเพื่อปฏิบัติภารกิจตามพระราชบัญญัตินี้ “การใชกําลังทหาร” หมายความวา การใชทหารตามมาตรา 6 วรรคหนึ่ง ขาราชการพล เรือนกลาโหม และเจาหนาที่ทางทหาร เพื่อปฏิบัติภารกิจตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมี อํานาจออกกฎกระทรวง ขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคําสั่งเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงเมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 6 ทหาร ประกอบดวย ขาราชการกระทรวงกลาโหมที่เปนขาราชการทหารทหาร กองประจําการ นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่ขึ้นทะเบียนกองประจําการและบุคคลที่ถูก เรียกเขารับราชการทหารตามกฎหมายวาดวยการนั้น ขาราชการกระทรวงกลาโหม แบงออกเปนสองประเภท ไดแก ขาราชการทหารและ ขาราชการพลเรือนกลาโหม การกําหนดตําแหนง การบรรจุ การแตงตั้ง การปรับตําแหนง การเลื่อนขั้นเงินเดือนการ บังคับบัญชา วินัยและการรักษาวินัย การดําเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณการ รองทุกข และการอื่นใดตามที่จําเปนเกี่ยวกับขาราชการพลเรือนกลาโหมใหตราเปนพระราช กฤษฎีกา อัตราเงินเดือน อัตราเงินประจําตําแหนง การใหไดรับเงินเดือน และการใหไดรับเงินประจํา ตําแหนง ของขาราชการพลเรือนกลาโหม ใหนําบทบัญญัติที่ใชบังคับแกขาราชการพลเรือนสามัญ ตามกฎหมายวาดวยเงินเดือนและเงินประจําตําแหนงหรือตามกฎหมายวาดวยการนั้นมาใชบังคับ โดยอนุโลมไปพลางกอนจนกวาจะไดมีการกําหนดใหมีอัตราเงินเดือนและอัตราเงินประจําตําแหนง ของข า ราชการพลเรื อ นกลาโหมเป น การเฉพาะตามกฎหมายว า ด วยเงิน เดือ นและเงิน ประจํ า ตําแหนง การจายเงินเดือนและเงินประจําตําแหนงใหแกขาราชการพลเรือนกลาโหมใหเปนไปตาม กฎหมายวาดวยการนั้น ใหขาราชการพลเรือนกลาโหมเปนขาราชการตามกฎหมายวาดวยกองทุน บําเหน็จบํานาญขาราชการและกฎหมายวาดวยบําเหน็จบํานาญขาราชการ แลวแตกรณี
    • 8 อนุกรมหรือเลขเรียงลําดับ เลขอนุกรม เปนการเรียงตัวเลข ตามกฎเกณฑโดยอาจจะเรียงเพิ่มขึ้นหรือลดลง หรือ สลับกันไปก็ได ในการเรียงลําดับนั้นอาจจะเรียงลําดับแบบธรรมดาหลายชั้น หรือเชิงซอนก็ได ในที่นี้พอจะแยกตามวิธีการ บวก ลบ คูณ หาร ไดดังนี้ วิธีบวก จะมีการเพิ่มขึ้นแบบเทากัน แบบเรียงลําดับ หรือมีการเพิ่มแบบสลับซับซอน หรือ สลับกันไปกับเรียงลําดับ ตัวอยางที่ 1 จงหาตัวเลขถัดไปของ 5 10 วิธีคิด พิจารณาผลตางของตัวเลขแตละคู 15 5 ? ? 10 +5 พบวา นั่นคือ 15 +5 20 +5 +5 ผลตางมีคาเพิ่มขึ้นทีละ 5 ตัวเลขถัดไป มีคาเพิ่มขึ้นจากเลขกอนหนาทีละ 5 ตัวเลขถัดไป คือ 20 + 5 = 25 ∴ ตัวอยางที่ 2 จงหาตัวเลขถัดไปของ 2 4 วิธีคิด พิจารณาผลตางของตัวเลขแตละคู 2 4 +2 พบวา นั่นคือ ∴ 20 6 +2 6 10 8 +2 +2 8 10 ? +2 ผลตางมีคาเพิ่มขึ้นทีละ 2 ตัวเลขถัดไป มีคาเพิ่มขึ้นจากเลขกอนหนาทีละ 2 ตัวเลขถัดไป คือ 10 + 2 = 12 ?
    • 9 ตัวอยางที่ 3 จงหาตัวเลขถัดไปของ 1 4 วิธีคิด พิจารณาผลตางของตัวเลขแตละคู 1 4 +3 พบวา นั่นคือ 7 +3 7 +3 ผลตางมีคาเพิ่มขึ้นทีละ 3 ตัวเลขถัดไป มีคาเพิ่มขึ้นจากเลขกอนหนาทีละ 3 ตัวเลขถัดไป คือ 10 + 3 = 13 ∴ ตัวอยางที่ 4 จงหาตัวเลขถัดไปของ 5 7 วิธีคิด พิจารณาผลตางของตัวเลขแตละคู 5 7 +2 พบวา นั่นคือ 9 +2 9 +2 ตัวอยางที่ 5 จงหาตัวเลขถัดไปของ 1 2 วิธีคิด พิจารณาผลตางของตัวเลขแตละคู 1 2 +1 ∴ ? ? 11 +2 11 ผลตางมีคาเพิ่มขึ้นทีละ 2 ตัวเลขถัดไป มีคาเพิ่มขึ้นจากเลขกอนหนาทีละ 2 ตัวเลขถัดไป คือ 11 + 2 = 13 ∴ พบวา นั่นคือ ? ? 10 +3 10 4 +2 4 11 7 +3 +4 7 11 ? ? +5 ผลตางมีคาเพิ่มขึ้นสะสมทีละ 1 ตัวเลขถัดไป มีคาเพิ่มขึ้นสะสมทีละ 1(เพิ่มขึ้นเทากับ 5) ตัวเลขถัดไป คือ 11 + 5 = 16
    • 10 1 3 ตัวอยางที่ 56 จงหาตัวเลขถัดไปของ 1 8 9 17 18 ? พิจารณาผลตางของตัวเลขแตละคู วิธีคิด (1+3) (4+4) (8+9) (17+18) ชุดที่ 1 เศษ ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 1 3 4 4 +1 8 9 +5 +4 17 18 +9 +4 35 31 ชุดที่ 2 สวน +13 +4 พบวา ชุดที่ 1 การคิดอนุกรมมี 2 ชุด คือ การคิดเศษ เกิดจาก เศษ+สวนของพจนกอนหนา พจนที่ 2 เกิดจาก เศษ + สวน ของพจนที่ 1 = (1)+(3) = 4 พจนที่ 3 เกิดจาก เศษ + สวน ของพจนที่ 2 = (4)+(4) = 8 พจนที่ 4 เกิดจาก เศษ + สวน ของพจนที่ 3 = (8)+(9) = 17 พจนที่ 5 เกิดจาก เศษ + สวน ของพจนที่ 4 = (17)+(18) = 35 พจนของเศษ คือ 35 ∴ ชุดที่ 2 อนุกรมของสวน มี 2 ชั้น ชั้นที่ 1 พจนที่ 3 มีคาเทากับ พจนที่ 2 – พจนที่ 1 = 4-3 = 3 พจนที่ 4 มีคาเทากับ พจนที่ 3 – พจนที่ 2 = 9-4 = 5 พจนที่ 5 มีคาเทากับ พจนที่ 4 – พจนที่ 3 = 18-9 = 9 ชั้นที่ 2 จากชุดขอมูลของชั้นที่ 1 พจนที่ 2 มีคาเพิ่มขึ้นจากพจนที่ 1 + 4 = (1)+(4) = (5) พจนที่ 3 มีคาเพิ่มขึ้นจากพจนที่ 2 + 4 = (5)+(4) = (9) พจนที่ 4 มีคาเพิ่มขึ้นจากพจนที่ 3 + 4 = (9)+(4) = (13) ∴ ตัวเลขถัดไปของชุดขอมูลเดิม คือ (13+18) = 31 ∴ พจนของสวน คือ 31 ∴ ดังนั้น คําตอบของอนุกรม คือ 35 31
    • 11 อุปมาอุปไมย อุปมาอุปไมย ทางดานภาษา เปนการวิเคราะหหาความสัมพันธของคูทไดมา และคู ี่ ถัดไปซึงพอจะแยกยอยรูปแบบของความสัมพันธ ไดดังนี้ ่ ความสัมพันธในลักษณะเปนสวนหนึ่งของสิงหนึ่งหรือเปนลักษณะสวนยอยของสวนใหญ ่ ความสัมพันธในลักษณะมีความหมายเหมือนกัน / ตรงขาม ความสัมพันธในลักษณะหนาที่ ความสัมพันธในลักษณะสิ่งของประเภทเดียวกัน ความสัมพันธในลักษณะสถานที่ ความสัมพันธในเรื่องของลักษณะนาม เปนตน แบบที่ 1 ความสัมพันธในลักษณะเปนสวนหนึ่งของอีกสิ่งหนึ่ง หรือเปนลักษณะ สวนยอยของสวนใหญ ?:? ตัวอยางที่ 1 ออกซิเจน : ไฮโดรเจน ก. ไนโตรเจน : ปุย ข. น้ํา : โปแตสเซียม ค. ฟอสฟอรัส : อากาศ ง. โปรแตสเซียม : แมงกานีส ตอบ ก. ไนโตรเจน : ปุย แนวคิด ไนโตรเจน เปนสวนประกอบของปุย ไฮโดรเจน เปนสวนประกอบของน้ํา ?:? ตัวอยางที่ 2 อําเภอ : ตําบล ก. จังหวัด : อําเภอ ข. ภูมิภาค : ประเทศ ค. จังหวัด : หมูบาน ง. หมูบาน : ประเทศ ตอบ ก. จังหวัด : อําเภอ แนวคิด ตําบลเปนสวนหนึ่งของอําเภอ อําเภอเปนสวนหนึ่งของจังหวัด ตัวอยางที่ 3 ดาย : ตะเกียง ?:? ก. หลอดไฟ : ไฟฉาย ข. เข็ม : ดาย ค. แกรไฟ : ดินสอ ง. ดินสอ : ยางลบ
    • 12 ค. แกรไฟ : ดินสอ ดายเปนสวนที่อยูภายในตะเกียง แกรไฟ เปนสวนที่อยูภายในดินสอ ?:? ตัวอยางที่ 4 เพนนี : ปอนด ก. มิลลิเมตร : เซนติเมตร ข. รูป : เหรียญ ค. เยน : บาท ง. เซนต : ปอนด ตอบ ก. มิลลิเมตร : เซนติเมตร แนวคิด 10 เพนนี เทากับ 1 ปอนด 10 มิลลิเมตร เทากับ 1 เซนติเมตร ?:? ตัวอยางที่ 5 ป : ศตวรรษ ก. อาจารย : มหาวิทยาลัย ข. ตัน : กิโลกรัม ค. มิลลิเมตร : เมตร ง. ปอนด : กิโลกรัม ตอบ ค. มิลลิเมตร : เมตร แนวคิด 100 ป เทากับ 1 ศตวรรษ 100 มิลลิเมตร เทากับ 1 เมตร ตัวอยางที่ 6 ครีม : ผงกาแฟ ?:? ก. โตะ : นักเรียน ข. กะเพรา : หมูสับ ค. ขนมจีน : แปง ง. นักเรียน : ครู ตอบ ข. กะเพรา : หมูสับ แนวคิด ครีมกับผงกาแฟ เปนสวนผสมของเครื่องดื่มกาแฟ กะเพรา กับ หมู สับ เปนสวนผสมของอาหารกะเพราหมูสับ ตอบ แนวคิด แบบที่ 2 ความสัมพันธในดานความหมายที่เหมือนกันหรือคลายคลึงกัน หรือตรงขามกัน ตัวอยางที่ 1 ดี : ชั่ว ?:? ก. อดทน : เขมแข็ง ข. ยากจน : แสนเข็ญ ค. สบาย : ลําบาก ง. ลําบาก : ตรากตรํา ตอบ ค. สบาย : ลําบาก แนวคิด ดี กับ ชั่ว เปนคําที่มีความหมายตรงกันขามกัน
    • 13 ตัวอยางที่ 2 ตัวอยางที่ 3 ตัวอยางที่ 4 ตัวอยางที่ 5 (สิ่งหนึ่งดี สิ่งหนึ่งไมดี) สบาย กับ ลําบาก มีความหมายตรงกันขาม (ดี กับ ไมดี) ไมเทา : ธารพระกร ?:? ก. น้ําดื่ม : พระสุธา ข. ซับพระองค : ผาเช็ดตัว ค. รม : ทรงกลด ง. แวนตา : ฉลองพระเนตร ตอบ ง. แวนตา : ฉลองพระเนตร แนวคิด ไมเทา คําราชาศัพท คือธารพระกร แวนตา คําราชาศัพท คือ ฉลองพระเนตร น้ําจัณฑ : พระเขนย ?:? ก. น้ํากิน : สีขาง ข. น้ําชา : ศอก ค. เหลา : หมอนหนุน ง. บุหรี่ : คาง ตอบ ค. เหลา : หมอนหนุน แนวคิด น้ําจันทร แปลวา เหลา พระเขนย แปลวา หมอนหนุน ?:? เสวย : ฉัน ก. สรงน้ํา : สวรรคต ข. พระยี่ภู : ศิษย ค. อาราธนา : อุบาสก ง. บรรพชา : ทรงศีล ตอบ ข. พระยี่ภู : ศิษย แนวคิด เสวย เปน คําราชาศัพททใชกับพระเจาแผนดิน ี่ ฉัน เปนคําที่ใชกับพระสงฆ เชนเดียวกับ พระยี่ภู ใชกับพระเจาแผนดิน และศิษยเปนคําที่ใช กับพระสงฆ หนอน : ผีเสื้อ ?:? ก. เตา : ตะพาบ ข. เพลี้ย : จักจั่น ค. ลูกน้ํา : ยุง ง. กบ : อึ่งอาง ตอบ ค. ลูกน้ํา : ยุง แนวคิด หนองเมื่อโตเต็มวัยจะเปนผีเสื้อ เชนเดียวกับ ลูกน้ํา เมื่อโตจะเปนยุง
    • 14 แบบที่3 ความสัมพันธในดานหนาที่ที่สัมพันธกัน ตัวอยางที่ 1 โรงเรียน : ครู ?:? ก. ทหาร : ตํารวจ ข. หางสรรพสินคา : พนักงาน ค. วัด : พระ ง. นายกรัฐมนตรี : รัฐสภา ตอบ ค. วัด : พระ แนวคิด โรงเรียน มีครูเปนผูสอน ในวัด มีพระเปนผูเทศน ตัวอยางที่ 2 ครู : สอน ? : ? ก. ทหาร : ปน ข. พระ : เทศน ค. วิทยากร : ผูฟง ง. นักเขียน : นิยาย ตอบ ข. พระ : เทศน แนวคิด ครูทําหนาที่ในการสอน พระทําหนาที่เทศนาญาติโยม ตัวอยางที่ 3 ชาง : งวง ? : ? ก. ปลา : กระพุงแกม ข. แรด : นอ ค. จิงโจ : กระเปาหนาทอง ง. คน : แขน ตอบ ง. คน : แขน แนวคิด ชาง มี งวง ไวจับสิ่งของ คน มีแขน ไวจับสิ่งของ ?:? ตัวอยางที่ 4 ศาล : ความยุติธรรม ก. โรงเรียน : การศึกษา ข. โตะ : เกาอี้ ค. ทหาร : ปน ง. ทนาย : อัยการ ตอบ ก. โรงเรียน : การศึกษา แนวคิด ศาลพิจารณาคดีเพื่อใหเกิดความยุตธรรม ิ โรงเรียนใหความรู การศึกษา แกเด็กนักเรียน
    • 15 เงื่อนไขสัญลักษณ เงื่อนไขสัญลักษณ เงื่อนไขสัญลักษณ ลักษณะของเงือนไขจะประกอบดวยสัญลักษณ ่ ตัวอักษรและเครื่องหมายทางคณิตศาสตร แลววิเคราะหสรุปเหตุผลจากเงื่อนไขที่ใหมา เครื่องหมายทางคณิตศาสตร = หมายถึง เทากับ หมายถึง ไมเทากับ ≠ > หมายถึง มากกวา < หมายถึง นอยกวา > หมายถึง ไมมากกวา < หมายถึง ไมนอยกวา ≥ หมายถึง มากกวาหรือเทากับ ≤ หมายถึง นอยกวาหรือเทากับ สรุปคุณสมบัติที่ควรทราบกอนการแกปญหาโจทย 1) กฎการสลับที่ A = B แลว B = A A > B แลว B < A 2) ถา A = B = C แลว A = C 3) ถา A > B = C แลว A > C 4) ถา A > B < C แลวสรุปไมได 5) ถา A > B แลว A + C > B + C 6) ถา A > B และ C > D แลว A + C > B + D 7) ถา A > B > C แลว A2 > B2 และ 1 1 > >C B A
    • 16 ขั้นตอนการแกปญหา 1) เปลี่ยนเครื่องหมาย > เปน ≥ < เปน ≤ 2) หาตัวรวม ที่เหมือนกันของเงือนไขที่ใหมา ่ 3) หาความสัมพันธตามขอสรุปที่ใหมา คําชี้แจง ตอบขอ 1 ตอบขอ 2 ตอบขอ 3 ตอบขอ 4 ถาขอสรุปทั้งสองถูกตองหรือเปนจริงตามเงื่อนไข ถาขอสรุปทั้งสองผิดหรือไมเปนจริงตามเงื่อนไข ถาขอสรุปทั้งสองไมสามารถสรุปไดแนชัดวาเปนจริงหรือเปนเท็จ ถาขอสรุปทั้งสองแตกตางกัน ตัวอยางที่ 1 เงื่อนไขที่ 1 A> B< C > E เงื่อนไขที่ 2 F < K < S > B < P ขอสรุปที่ 1 A > S ขอสรุปที่ 2 K ≠ E แนวคิด 1) เปลี่ยนเครื่องหมาย A≤ B ≥ C > E F<K ≥S>B ≥P 2) ตัวรวมจาก และ คือ B จาก ขอสรุปที่ 1 A > S หาความสัมพันธ B ->A จาก A≤ B ≥ C > E ∴ A≤ B หาความสัมพันธ B ->S จาก F<K ≥S>B ≥P ∴S>B จาก A ≤ B และ S > B เขียนใหมเปน A ≤ B < S ∴A< S
    • 17 การหาอัตราสวนและรอยละ อัตราสวนเปนการเปรียบเทียบจํานวนตั้งแต 2 จํานวนขึ้นไป เชน อายุของ A : B เทากับ 1 : 2 หมายความวา ถา A อายุ 1 ป B จะมีอายุ 2 ป หรือ 1 A = 2 B รอยละ ( เปอรเซ็นต ) หมายถึง อัตราสวนที่มีจํานวนที่สองเปน 100 หรือเปนการ เทียบจากสวนรอย เชน 20 % หมายความวา 20 ใน 100 1. 2. 3. 4. 5. *** สิ่งที่นาสนใจเกี่ยวกับรอยละ *** รอยละของสิ่งของที่แตกตางกันบวกลบกันไมได รอยละของสิ่งเดียวกันบวกลบกันได รอยละเกี่ยวกับดอกเบี้ยตองเทียบตนทุนเปน 100 บาท ในเวลา 1 ป เสมอ รอยละเกี่ยวกับกําไรขาดทุน เทียบจากตนทุนเปน 100 บาทเสมอ รอยละเกี่ยวกับการลดราคา ตองเทียบจากราคาปายเปน 100 บาทเสมอ 1. เลข 2 จํานวนรวมกันเปน 25 ถาจํานวนนอยเปน 40% ของ 25 จํานวนมากมีคาเทาไร 1) 10 2) 15 3) 20 4) 25 วิธีทํา จํานวนนอยเปน 40% ของ 25 คือ ∴ 40 × 25 = 10 100 จํานวนมาก + จํานวนนอย = 25 จํานวนมาก + 10 = 25 จํานวนมาก = 25 - 10 = 15 2. นาย ก. มีเงินเปนสองเทาของนาย ข. นาย ข.มีเงินเปน 200 บาท นาย ก. มีเงินเปนเทาไร 1) 150 2) 180 วิธีทํา นาย ค. มีเงิน 200 บาท 3) 200 3 4 ของนาย ค. ถานาย ค. มีเงิน 4) 300
    • 18 การหาความเขมขนและอัตราสวนผสม ความเขมขนของสาร( X ) = ปริมาณของสาร( X ) ปริมาณทั้งหมดของสารผสม ความเขมขนเดิม ปริมาตรใหม = ความเขมขนใหม ปริมาตรเดิม ( แบบผกผัน ) 1. มีน้ําเกลือที่มีความเขมขน 10 % อยูจํานวน 50 ลิตร จะตองเติมน้ําลงไปอีกกี่ลิตร จึงจะทํา ใหน้ําเกลือมีความเขมขนลดลง เหลือเพียง 5 % 1) 25 2) 50 3) 75 4) 100 ความเขมขนเดิม ปริมาตรใหม = วิธีทํา จากสูตร ความเขมขนใหม ปริมาตรเดิม 10 5 X = = X 50 10 × 50 5 = 100 ปริมาตรใหม - ปริมาตรเดิม = น้ําที่เติมลงไป 100 50 = 50 ∴ จะตองเติมน้ําลงไปอีก 50 ลิตร 2. มีน้ําเกลือที่มีความเขมขน 10 % อยูจํานวน 40 ลิตร และเติมน้ําลงไปอีก 10 ลิตร จงหา ความเขมขนของน้ําเกลือใหมหลังจากที่เติมน้ําลงไปวามีความเขมขนกี่เปอรเซ็นต 1) 6 2) 8 3) 10 4) 12 ความเขมขนเดิม ปริมาตรใหม = วิธีทํา จากสูตร ความเขมขนใหม ปริมาตรเดิม 10 X = 50 40 พลิกทั้งคู X 10 = 40 50
    • 19 ∴ 10 × 40 = X 5 ความเขมขนของน้ําเกลือใหมคือ 8 % = 8 3. สารละลายเกลือจํานวน 40 แกลลอน มีความเขมขนของเกลือ 5 % ถาตองการให สารละลายดังกลาว มีความเขมขนเพิ่มขึ้นเปน 20 % จะตองระเหยน้ําออกไปกี่แกลลอน 1) 20 2) 25 3) 30 4) 35 ความเขมขนเดิม ปริมาตรใหม = วิธีทํา จากสูตร ความเขมขนใหม ปริมาตรเดิม X = 5 20 5 × 40 20 X 40 = = 10 ปริมาตรเดิม - ปริมาตรใหม = น้ําทีระเหยไป ่ 40 10 = 30 ∴ น้ําที่ระเหยออกไป 30 ลิตร การทํางาน สูตร ( คน) ๅ ( งาน) ๅ = ( คน) 2 ( เวลา) ๅ ( งาน) 2 ( งาน) ๅ ( คน) ๅ × ( เวลา ) ๅ ( งาน) ๅ หาเวลาเมื่อชวยกันทํางาน เวลาทั้งหมดที่ใช = = = ( เวลา) 2 ( งาน) 2 ( คน) 2 × ( เวลา ) 2 ( งาน) 2 ( เวลา ) 1 × ( เวลา) 2 ( เวลา ) 1 + ( เวลา) 2 จํานวนคนงานแปรผันตรงกับปริมาณงาน คือ คนงานเพิ่มปริมาณงานตองเพิ่มตามไปดวย ํ ่  จํานวนคนงานแปรผกผันกับเวลาที่ใชทางาน คือ จํานวนคนงานเพิ่มเวลาทีใชตองนอยลง เวลาที่ใชทํางานแปรผันตรงกับปริมาณงาน คือ เวลามากขึ้นปริมาณงานตองมากตามไปดวย
    • 20 ตาราง กราฟ และแผนภูมิ เทคนิคการทําขอสอบแบบตาราง 1. ใหยุบตัวเลขใหเหลือเพียง 2 หรือ 3 หลัก 2. ถาโจทยถามมากกวาหรือนอยกวาใหนาเลขมาลบกันกอนแลวคอยคํานวณตัวเลข ํ 3. ถาโจทยใหหาชวงระหวางป และมีคําวาโดยเฉลี่ย ใหหารดวยจํานวนป 4. สูตรการคํานวณ ใหดูในเรื่องรอยละเปอรเซ็นต คําสั่ง ในขอสอบจะประกอบดวยขอมูลชุดหนึ่งในรูปขอตารางและในแตละขอจะมีคําถามกับตัวเลือก 1 – 4 มาใหใหศึกษาขอมูลทีกําหนดแลวนําความรูที่ไดจากขอมูลดังกลาวมาพิจารณาตอบคําถาม ่ ตารางที่ 1 พื้นที่เพาะปลูกชนิดตางๆ แยกตามภาคป 2552 หนวย : ไร ภาค ขาวโพด ยาสูบ ถั่วเขียว ขาวจาว เหนือ 28,862 38,438 32,882 99,990 กลาง 34,280 42,495 28,889 126,440 ใต 28,975 32,735 36,250 94,123 ตะวันออกเฉียงเหนือ 27,364 31,295 33,330 94,789 1. ภาคใตมีพื้นทีเพาะปลูกยาสูบคิดเปนกี่เปอรเซ็นตของพื้นที่เพาะปลูกขาวจาว ่ 1. 27 % 2. 35 % 3. 42 % 4. 63 % 2. ภาคใดมีพื้นที่การเพาะปลูกของพืชทุกชนิดรวมกันนอยที่สุด 1. ภาคเหนือ 2. ภาคกลาง 3. ภาคใต 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3. พื้นที่การเพาะปลูกขาวจาวมากกวาพื้นทีการเพาะปลูกถั่วเขียวอยูรอยละเทาใด ่ 1. รอยละ 97 2. รอยละ 117 3. รอยละ 217 4. รอยละ 317 4. พื้นที่การเพาะปลูกของภาคเหนือนอยกวาพื้นที่การเพาะปลูกของภาคกลางอยูรอยละเทาใด 1. รอยละ 13 2. รอยละ 17 3. รอยละ 24 4. รอยละ 32 5. พื้นที่การเพาะปลูกขาวจาวของภาคเหนือรวมภาคใตคิดเปนรอยละเทาใดของภาคกลาง 1. รอยละ 65 2. รอยละ 82
    • 21 3. รอยละ 154 4. รอยละ 215 การเขียนภาษาใหถูกตอง ขอบกพรองของประโยค มีดังนี้ 1. ใชคําผิดความหมาย 2. ใชคําผิดหนาที่ 3. ใชสํานวนตางประเทศ 4. ใชภาษาฟุมเฟอย 5. ใชภาษากํากวม 6. เรียงลําดับคําไมถูกตอง 7. ประโยคไมจบเพราะขาดสวนสรุป 8. ใชคําเชื่อมผิด 1. ใชคําผิดความหมาย เมื่องบประมาณดําเนินการมีนอยเขาจึงตัดรอนคนงานที่ไมจําเปนออก ประโยคบกพรอง : เมื่องบประมาณดําเนินการมีนอยเขาจึงตัดคนงานที่ไมจําเปนออก ประโยคถูกตอง : : ตัดรอน = ตัดไมตรี เหตุผล ประโยคบกพรอง : บานหลังนี้พังโยเยเนื่องจากถูกพายุใหญพัดเมื่อสัปดาหที่แลว บานหลังนี้พังเนื่องจากถูกพายุใหญพัดเมื่อสัปดาหที่แลว ประโยคถูกตอง : : โยเย = โยกคลอน ใชกับคําวา “ พัง ” ไมได เหตุผล 2. ใชคําผิดหนาที่ ประโยคบกพรอง : ประโยคถูกตอง : : เหตุผล ประโยคบกพรอง : ประโยคถูกตอง : เหตุผล : ใชสํานวนตางประเทศ ประโยคบกพรอง : ประโยคถูกตอง : เหตุผล : ประโยคบกพรอง : ประโยคถูกตอง : : เหตุผล คนเราเลือกเกิดไมได แตเลือกอนาคตไดถามีมุมานะ คนเราเลือกเกิดไมได แตเลือกอนาคตไดถามีความมุมานะ “ มุมานะ ” เปนคํากิริยา คําที่ใชถูกตองคือคํานาม “ ความมุมานะ ” เปนคํานาม อีรักถูกโดดเดี่ยวจากโลกภายนอก องคการกาชาดจึงไดเรียกรองใหมี การชวยเหลือผูเดือดรอนในบริเวณดังกลาว อีรักถูกทอดทิ้งจากโลกภายนอก องคการกาชาดจึงไดเรียกรองใหมี การชวยเหลือผูเดือดรอนในบริเวณดังกลาว “โดดเดี่ยว” เปนคําวิเศษณ คําที่ใชถูกตองคือคํากิริยา “ ทอดทิ้ง ” เปน คํากิริยา มันเปนเวลาบายเมื่อขาพเจาเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม ขาพเจาเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหมเวลาบาย ( ก็เปนเวลาบาย ) “ มันเปน... ” เปนสํานวนตางประเทศ เธอเดินเขามาในหองพรอมดวยรอยยิ้ม เธอเดินยิ้มมาในหอง “ พรอมดวยรอยยิ้ม... ” เปนสํานวนตางประเทศ
    • 22 ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง เหตุผล : : : สมรักษซอนรางอยูในเสื้อคลุมสีน้ําเงิน สมรักษสวมเสื้อคลุมสีน้ําเงิน “ ซอนราง... ” เปนสํานวนตางประเทศ 3. ใชภาษาฟุมเฟอย ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง เหตุผล หนึ่ง ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง เหตุผล คําหนึ่ง : : : ชาติไทยเปนชาติเกาแกมาแตดั้งเดิม ชาติไทยเปนชาติเกาแก “ เกาแก ” กับ “ ดั้งเดิม ” มีความหมายเหมือนกัน ควรเลือกคําใดคํา : : : ผูตั้งเคหสถานบานเรือนอยูในเมืองยอมไดรับอากาศที่ไมบริสุทธิ์ ผูตั้งบานเรือนอยูในเมืองยอมไดรับอากาศที่ไมบริสทธิ์ ุ “เคหสถาน” กับ “บานเรือน” มีความหมายเหมือนกัน ควรเลือกคําใด 4. ใชภาษากํากวม ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง เหตุผล ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง เหตุผล คน : : : : : : มีแตคนชมวาแมเลี้ยงฉันดี มีแตคนชมวาแมเลี้ยง+ฉันดี หรือมีแตคนชมวาแม+เลียงฉันดี ้ กํากวมตรงคําวา “ แมเลี้ยง ” ตีความหมายได 2 นัย ใหพนักงานเชือฟงนายจางทุกคน ่ ใหพนักงานทุกคนเชื่อฟงนายจาง กํากวมตรงคําวา “ ทุกคน ” ตีความหมายได 2 นัยคือ พนักงานทุก นายจางทุกคน 5. เรียงลําดับคําไมถูกตอง ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง ประโยคบกพรอง ประโยคถูกตอง : : : : : : : : ฝนตกหนักจนทางขางหนามองไมเห็น ฝนตกหนักจนมองไมเห็นทางขางหนา เขาไมทราบสิงถูกตองวาเปนอยางไร ่ เขาไมทราบวาสิ่งถูกตองเปนอยางไร เวียตกงบุกหมูบานโจมตีใกลกรุงพนมเปญ เวียตกงบุกโจมตีหมูบานใกลกรุงพนมเปญ ความปรารถนาสูงสุดของดิฉันคือสอบเขารับราชการใหไดในขณะนี้ ความปรารถนาสูงสุดของดิฉันในขณะนีคือสอบเขารับราชการใหได ้
    • 23 ประโยคบกพรอง : อยางจริงใจผมนับถือคุณตังแตพบกันครังแรก ้ ้ โปรแกรมประยุกตใชงานประเภทตางๆ โปรแกรมตารางทําการ (Spreadsheets) เปนซอฟตแวรที่มีไวใหผูใชสรางตารางและจัดระบบการเงิน โดยการใสขอมูลลงในแถว (Row) และสดมภ (Column) จัดเรียงเปนตะแกรงบนจอภาพของคอมพิวเตอร ตัวอยางของ โปรแกรมตารางทําการที่สําคัญ ไดแก VisiCalc, Multiplan, Lotus 1–2–3, Microsoft Excel, Quattro Pro เปนตน ประโยชนของโปรแกรมตารางทําการ คือ 1. เตรียมการและจัดการวิเคราะหงบประมาณทางการเงินเพื่อเสนอผูบริหาร 2. ทําการพยากรณยอดขายโดยดูจากแนวโนมในอดีต และสรางคาพยากรณ ในอนาคตไดดวย 3. ควบคุมระบบสินคาคงคลัง 4. กําหนดราคาสินคาโดยใชขอมูลตนทุนของสินคาเปนตัวกําหนด 5. วิเคราะห Product Performance โดยอาศัยปจจัยจากตนทุนของการผลิต ยอดขายและความพอใจของลูกคา 6. มีการวิเคราะหขอมูลและแสดงผลเปนกราฟเพื่อชวยในการตัดสินใจ 7. ใชในการวิเคราะหหาหนทางของการลงทุนและวิเคราะหคาใชจาย ความสามารถที่เปนจุดเดนของโปรแกรมตารางทําการ คือ การคํานวณไดเอง โดยอัตโนมัติ (Automatic Recalculating) นอกจากนี้ยังสามารถใชในการสรางแบบจําลองเพื่อ ใชในการตัดสินใจภายใตคําถามประเภท “What If” คําถามประเภทนี้หมายความวา จะเกิดอะไร ขึ้นถาหากวาปจจัยบางอยางเปลี่ยนไป เชน จะเกิดอะไรขึ้นถาหากวาตนทุนวัตถุดิบในการผลิตขึ้น ราคาไปอีก 10% เปนตน ตําแหนงที่บันทึกขอมูล เซลลแตละเซลลที่ปรากฏในตาราทําการนั้น จะบงบอกถึง ตําแหนงของแถวละสดมภ ซึ่งเซลลที่ A1 นั้น ปกติจะเรียกวา Home Address โดยสดมภสุดทาย ของ Lotus 1–2–3 ก็คือ IV Control Panel หรือ Status Line จะประกอบดวยขอสนเทศของการใชงานในระบบ กระดาษทําการ โดยที่ Control Panel จะเปลี่ยนแปลงสารสนเทศของการใชงานไปตามการเลือก ของผูใชงาน ตัวอยางของ Control Panel ไดแก Cell Pointer, Menu Line และ Mode Indicator
    • 24 กราฟก เปนความสามารถดานหนึ่งของโปรแกรมตารางทําการ โดยโปรแกรมจะ สรางรูปกราฟแบบตาง ๆ เพื่อใชในการตัดสินเพื่อวางแผน หรือเลือกยุทธวิธีดําเนินงาน แผนภูมิที่ เลือกสรางจะประกอบดวยกราฟตาง ๆ ที่ใชงานตามความเหมาะสม ดังนี้ สรุปสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บททั่วไป ประเทศไทยเปนราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบงแยกมิได ศักดิ์ศรีความเปนมนุษย สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลยอมไดรับความ คุมครอง ประชาชนชาวไทยไมวาเหลากําเนิด เพศ หรือศาสนาใด ยอมอยูในความคุมครองแหง รัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน รัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมายกฎหรือ ขอบังคับ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเปนอันใชบังคับมิได พระมหากษัตริย องคพระมหากษัตริยทรงดํารงอยูในฐานะอันเปนที่เคารพสักการะ ผูใดจะละเมิดมิได ผูใดจะกลาวหาหรือฟองรองพระมหากษัตริยในทางใด ๆ มิได พระมหากษัตริยทรงเปนพุทธมามกะ และทรงเปนอัครศาสนูปถัมภก พระมหากษัตริยทรงดํารงตําแหนงจอมทัพไทย พระมหากษัตริยทรงเลือกและทรงแตงตั้งผูทรงคุณวุฒิเปนประธานองคมนตรีคน หนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไมเกินสิบแปดคนประกอบเปนคณะองคมนตรีคณะองคมนตรี มี หน า ที่ ถ วายความเห็ น ต อ พระมหากษั ต ริ ย ใ นพระราชกรณี ย กิ จ ทั้ ง ปวงที่ พ ระมหากษั ต ริ ย ท รง ปรึกษา และมีหนาที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย บุคคลยอมอางศักดิ์ศรีความเปนมนุษยหรือใชสิทธิและเสรีภาพของตนไดเทาที่ไม ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไมเปนปฏิปกษตอรัฐธรรมนูญ หรือไมขัดตอศีลธรรมอันดี ของประชาชน บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว สามารถยกบทบัญญัติ แหงรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใชสิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเปนขอตอสูคดีในศาลได
    • 25 ความเสมอภาค บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมายและไดรับความคุมครองตามกฎหมายเทาเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเทาเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลเพราะเหตุแหงความแตกตางในเรื่องถิ่น กําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะ ทาง เศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอัน ไมขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ จะกระทํามิได สิทธิและเสรีภาพสวนบุคคล บุคคลยอมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษดวยวิธีการโหดรายหรือไรมนุษยธรรม จะ กระทํามิได แตการลงโทษตามคําพิพากษาของศาลหรือตามที่กฎหมายบัญญัติไมถือวาเปนการ ลงโทษดวยวิธีการโหดรายหรือไรมนุษยธรรม บุคคลยอมมีเสรีภาพในเคหสถาน การเขาไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผูครอบครอง หรือการตรวจคน เคหสถานหรือในที่รโหฐาน จะกระทํามิได เวนแตมีคําสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอยางอื่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ สิทธิพิทักษรัฐธรรมนูญ บุ ค คลจะใช สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพตามรั ฐ ธรรมนู ญ เพื่ อ ล ม ล า งการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อใหไดมาซึ่งอํานาจใน การปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิไดเปนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญนี้ มิได หนาที่ของชนชาวไทย บุคคลมีหนาที่พิทักษรักษาไวซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ บุคคลมีหนาที่ปองกันประเทศ รักษาผลประโยชนของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย บุคคลมีหนาที่ไปใชสิทธิเลือกตั้ง แนวนโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน รัฐตองดําเนินการตามแนวนโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน ดังตอไปนี้
    • 26 สั่งซื้อไดที่ www.SheetRam.com โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422, 085-9679080,085-9993722,085-9993740