Your SlideShare is downloading. ×
  • Like
E-BOOK แนวข้อสอบ สกย ข้อสอบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พนักงานด้านการเกษตร แนวข้อสอบ สกย คู่มื
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Now you can save presentations on your phone or tablet

Available for both IPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

E-BOOK แนวข้อสอบ สกย ข้อสอบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พนักงานด้านการเกษตร แนวข้อสอบ สกย คู่มื

  • 320 views
Published

E-BOOK แนวข้อสอบ สกย ข้อสอบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พนักงานด้านการเกษตร แนวข้อสอบ สกย คู่มือสอบ สกย ปี 2557 …

E-BOOK แนวข้อสอบ สกย ข้อสอบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พนักงานด้านการเกษตร แนวข้อสอบ สกย คู่มือสอบ สกย ปี 2557
ราคา 249 บาท
สั่งซื้อได้ที่ : www.Sheetram.com
สอบถามรายละเอียด
Facebook http://www.facebook.com/Sheetram
LINE ID : sheetram

บริษัท ชีทราม จำกัด
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์ สำนักงานใหญ่
453 ถนนรามคำแหง(ปากซอย 53)
หัวหมาก บางกระปิ กรุงเทพฯ 102
โทรศัพท์ : 02-7230950,02-5141422,085-9679080,
085-9993722,085-9993740
FAX : 02-718-6528
เปิดบริการ 8.15-21.30 น. ทุกวัน

Published in Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
320
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
21
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. 1   
  • 2. 2    ขอบเขตเนื้อหา สวนที่ 1 ความรูเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง ประวัติ สกย. 5 ภารกิจ/ยุทธศาสตร สกย. 10 วิสัยทัศน 12 คานิยมองคกร 12 พันธกิจ 12 วัตถุประสงค 13 เปาหมายหลัก 13 ยุทธศาสตร 14 ภารกิจ/บริการ 15 ความรูทั่วไปเกี่ยวกับสวนยาง 19 การปลูกยางพารา 19 การบํารุงรักษา 32 โรคและศัตรูพืชที่สําคัญของยางพารา 37 การปฏิบัติระยะตนยางใหผลผลิต 45 การแปรรูปผลผลิต 47 มาตรฐานคุณภาพของยางแผนดิบ 50 สวนที่ 2 กฎหมายที่เกี่ยวของ พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 53 พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503 แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 68 แนวขอสอบพรบ.กองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503 (ฉบับที่ 4) แกไขเพิ่มเติมถึงพ.ศ. 2530 79 แนวขอสอบพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 86 สวนที่ 3 ความรูเฉพาะตําแหนง ความหมายของการเกษตร สวนตางๆ ของตนพืช (ลําตน ใบ และราก) 93 สวนตางๆ ของตนพืช (ดอก ผล และเมล็ด) 96 สิ่งแวดลอมของพืช 101 การใชพื้นที่เพื่อการเกษตร 104 การดําเนินงานการเกษตร 111 การใหน้ําแกพืช 115 ธาตุอาหารของพืช (Plants Nutrition) 117 ปุย 122 ศัตรูพืช 127 การปรับปรุงพันธุพืช 130 การขยายพันธุพืชแบบใชเพศ (Sexual Paropagation) 133
  • 3. 3    การขยายพันธุพืชแบบไมใชเพศ (Asexual Propagation) 136 อาหารและการใหอาหาร 139 กุง (Shrimp) 147 ไก 157 การเพาะเห็ดฟาง 168 Greenhouse 175 ความรูเกี่ยวกับงานการเกษตรและการพัฒนาที่ดิน แนวทางการวางแผนและออกแบบระบบอนุรักษดิน และน้ําในไรนา 178 ดินและการกําเนิดดิน 190 การสํารวจและการจําแนกดิน 195 ความรูดานดินดาน 195 การบริหารจัดการพื้นที่ทิ้งราง 197 ความเสื่อมโทรมของที่ดิน (Land Degradation) 200 การอนุรักษดินบนพื้นที่ลาดเท 226 การจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดิน 228 การจัดการดินทราย 229 การจัดการดินลูกรัง 230 ปญหาเกี่ยวกับสภาพความอุดมสมบูรณของดิน 236 ดานการปรับปรุงและบํารุงดิน 240 ปุยและการใชปุย 240 ปุยทางดิน-ปุยทางใบ 241 ความสําคัญของดินและปุย 243 การใชสารปรับปรุงบํารุงดินในพื้นที่เกษตรกรรม 248 วิธีการผสมปุยเคมีใหไดตามผลวิเคราะหดิน 250 การเตรียมดินปลูกพืช 251 ผลิตภัณฑทางการเกษตร การปลูกขาวหอมมะลิ ในระบบอินทรีย 254 การปรับปรุงดินเพื่อผลผลิตกาแฟ 255 การบํารุงดินเพื่อผลผลิตถั่วเหลือง 256 ดินและปุยมันสําปะหลัง 258 แนวขอสอบ ความรูเกี่ยวกับงานการเกษตร
  • 4. 4    ความรูเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง ประวัติ สกย. ทศวรรษแรก (ป 2503-2513) สรางความเชื่อมั่นแกชาวสวนยาง การ ดําเนินงานในทศวรรษแรก สมัยรัฐบาลจอม พลสฤษดิ์ ธนรัชต มีสํานักงานใหญ ตั้งอยูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ และมีสํานักงานสวนภูมิภาค ตั้งอยูในเขตปลูกยาง หนาแนน ในภาคใต และภาคตะวันออก รวม 6 เขต ไดแก ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และจันทบุรี มีขุนวิจิตรพา หนการ เปนผูอํานวยการ คนแรก ดํารงตําแหนงระหวาง วันที่ 1 มกราคม 2504 – 30 กันยายน 2508 คณะทํางานชุดแรกเปน พนักงานที่สําเร็จ การศึกษาระดับ ปริญญาตรีดานการเกษตร จํานวน 11 คนเปนหลัก ทํางานทั้งดาน ภาคสนามและการเงิน การบัญชี ซึ่งพนักงานชุดแรกนี้ตอมาไดเปน ผอ.สกย. ถึง 3 คน คือ นายณรงค สุจเร นายสมศักดิ์ โรหิตรัตนะ และนายเสวต ทองรมย หลังจากนั้นอีก ประมาณ 5-6 เดือน จึงมีพนักงาน ดานการเกษตรและดานการเงิน และบัญชี เขามาปฏิบัติงานเสริมอีก 25 คน ทําใหการสงเคราะห ดําเนินการไดรวดเร็ว และ คลองตัวยิ่งขึ้น ดวยความที่งานดานการสงเคราะหเปนงานใหมของประเทศ ไทย การทํางาน ในยุคเริ่มตน จึงประสบความ ลําบาก ในการทําความเขาใจกับประชาชน พอสมควร แตดวย ความมุงมั่น และอุดมการณอันแรงกลา ที่จะพลิกสถานการณ การผลิตยาง ของประเทศ และ นํามาซึ่งความอยูดีกินดีของชาวสวนยาง ในขณะนั้น ทําใหเกษตรกรเขาใจในเหตุผล และ ประโยชนที่จะไดรับในที่สุด อีกทั้งใหความเชื่อมั่นและไววางใจเปนอยางสูง อยางที่ไมมี หนวยงานราชการใดเคยไดรับมากอน โดยเฉพาะอยาง ยิ่งสิ่งที่พนักงาน สกย. ตองจดจํา ไวเปนพิเศษ คือในชวงป 2505 หลังจากกอตั้ง สกย. เพียง 2 ปเศษ ไดเกิดวาตภัยครั้งใหญที่ จ.นครศรีธรรมราช สงผลให ประชาชนตองประสบความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพยสิน สกย. ไดระดมพนักงานจํานวนมาก ไปชวยเหลือเกษตรกร ชาว สวนยางที่ประสบภัยพิบัติอันรายแรงอยางไมเคยเปนมากอน พนักงาน สกย. ทั้งหมดตางเรงเขาไปในพื้นที่ ระดมพลังทุมเท ความสามารถที่มีอยู เพื่อ บรรเทาความเดือดรอนใหเกษตรกรผูประสบภัยเหลานั้น อยางไมเห็นแกเหน็ดเหนื่อย แมทุก คนจะ ทุกขกายแตตางสุขใจและภาคภูมิที่ได ชวยเหลือสังคมอยางเต็มกําลัง ทําใหชื่อเสียง ของ สกย. โดดเดนขึ้นมาอยูในความ ทรงจําของชาวสวนยางพาราทั่วไป
  • 5. 5    คานิยมองคกร สกย. ไดกําหนดคานิยมองคกรที่จะใชเปนบรรทัดฐานสําหรับพนักงานไดนําไปใชเปน หลักปฏิบัติเพื่อรวมกันขับเคลื่อนองคกรใหกาวหนาบรรลุสูเปาหมายของ องคกร ดังนี้ O : Outcome มุงผลสําเร็จของการทํางาน R : Responsibility ความรับผิดชอบ R : Relationship สรางความสัมพันธที่ดีระหวางกัน A : Active Teamwork การทํางานเปนทีม F : Faith ซื่อสัตยสุจริต พันธกิจ 1. สงเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตของเกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตตอหนวยพื้นที่ ลดตนทุนการผลิต และปลูกยางเพิ่มในพื้นที่ที่เหมาะสม 2. สงเสริมการดําเนินการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และสรางความเขมแข็ง ใหกับสถาบันเกษตรกร 3. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตลาดยางพารา และขยายตลาดยางพารา ระดับทองถิ่น ใหครอบคลุมทุกพื้นที่ที่สงเสริมใหปลูกยาง บนพื้นฐานความรวมมือของ เกษตรกร 4. สงเสริมการปลูกสรางสวนยางใหมีมาตรฐาน เกื้อกูลระบบนิเวศนและสิ่งแวดลอม 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการองคกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ วัตถุประสงค 1. เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตยางพารา และพัฒนาระบบตลาด เพิ่มรายได และลดตนทุนการผลิตใหกับเกษตรกร 2. เพื่อใหเกษตรกรมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และสถาบันเกษตรกร มีการ ดําเนินการที่มีมาตรฐานอยางตอเนื่อง 3. เพื่อใหการใชทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ คุมคา และฟนฟูทรัพยากรใหมีความ เหมาะสมตอการผลิต โดยเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรเขามามีสวนรวมในการบริหาร จัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอม
  • 6. 6    4. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองคกร บุคลากรสามารถปฏิบัติงาน อยางเต็มศักยภาพ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ใหการปฏิบัติงานเปนไปตาม วัตถุประสงค เปาหมาย และเปนองคกรที่ดําเนินกิจกรรมภายใตหลักธรรมาภิบาล เปาหมายหลัก 1. เพิ่มผลผลิตโดยการใหการสงเคราะหปลูกแทนโดยใชพันธุยางที่ใหผลิตสูงกวา ตน ยางเกา และใชเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อใหสวนสงเคราะหตั้งแตรุนป 2555 สามารถให ผลผลิตไดภายใน 6 ป และสงเสริมใหมีการปลูกยางเพิ่มในพื้นที่เหมาะสม 2. ลดตนทุนการผลิตโดยการสงเสริมใหเกษตรกรชาวสวนยาง ใชทรัพยากรอยาง คุมคา อนุรักษสิ่งแวดลอมและมีความรูสามารถใชเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการดูแล รักษา สวนและเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมทั้งรวมกันในการบริหารจัดการผลผลิต และการจําหนาย ผลผลิตอยางมีประสิทธิภาพ 3. สรางความมั่นคงใหกับเกษตรกร โดยสงเสริมใหมีการรวมตัวเพื่อดําเนินกิจกรรม และชวยเหลือซึ่งกันและกัน ในเรื่องการผลิต การแปรรูป การตลาด อาชีพเสริม และอื่นๆ ตามความเหมาะสม และพัฒนาไปสูเปนสถาบันเกษตรกรที่เปนนิติบุคคล 4. ดําเนินการตลาดประมูลยางระดับทองถิ่น ครอบคลุมพื้นที่ที่สงเสริมใหปลูก ยางพารา และตลาดไดรับการยอมรับจากผูใชบริการ ราคาซื้อขายเปนราคาอางอิงของราคา ในตลาดทองถิ่น 5. ปรับปรุงระบบบริหารจัดการองคกร ใหเทียบเทามาตรฐานสากล และเสริมสราง ทัศนคติ คานิยม วัฒนธรรมการทํางาน พรอมรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึง เสริมสราง ศักยภาพในการดําเนินงานสูความเปนเลิศภายใตหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร เพื่อใหบรรลุถึงจุดมุงหมายของพันธกิจ วัตถุประสงค และเปาหมาย ในชวงแผน วิสาหกิจ ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2555-2559) ไดกําหนดยุทธศาสตรในการดําเนินงานไว 4 ยุทธศาสตร ดังนี้ ยุทธศาสตรที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมุงเนนการเพิ่มผลผลิตตอหนวยพื้นที่ เรงรัดใหมีการ ปลูกยางพันธุดีหรือไมยืนตนที่มีความสําคัญทางเศรษฐกิจ ทดแทนสวนยางเกาที่ใหผลผลิต ไมคุมคา สงเสริมปลูกสรางสวนยางเพิ่มในพื้นที่ที่เหมาะสม เก็บเกี่ยวผลผลิตจากสวน
  • 7. 7    ความรูทั่วไปเกี่ยวกับสวนยาง การปลูกยางพารา การเตรียมพื้นที่ การเตรียมพื้นที่ปลูกสรางสวนยาง เปนการปรับพื้นที่ใหมีสภาพเหมาะสมสําหรับปลูก ยางทั้งดานการปฏิบัติงานในสวนยางและการอนุรักษดินและน้ํา จําเปนตองวางแผนการใช พื้นที่อยางมีประสิทธิภาพ เพื่อความสะดวกในการดูแลบํารุงรักษาตนยาง การเตรียมพื้นที่ ปลูกยาง ไดแก การทําความสะอาดพื้นที่ การวางแนว การขุดหลุม และการจัดทําขั้นบันได เปนตน การวางแนวปลูก การวางแนวปลูกในพื้นที่ราบ เริ่มจากการวางแถวหลัก หางจากแนวเขตสวนไมนอย กวา 1.5 เมตร ตามแนวตะวันออก-ตะวันตก ไมขวางทิศทางลม การวางแนวปลูกในพื้นที่ลาดเท ในพื้นที่ลาดเทหรือพื้นที่ที่อยูบนควนเขา การวาง แนวปลูกไมสามารถใชวิธีแบบเดียวกับพื้นที่ราบได เนื่องจากที่ลาดเทหรือที่ควนเขามีการ ไหลบาของน้ําในขณะที่มีฝนตก เปนผลใหเกิดการชะลางและพังทลายของหนาดิน ดังนั้น เพื่อปองกันการชะลางและการพังทลายของดินจึงจําเปนตองวางแนวปลูกตามแนวระดับ หากพื้นที่มีความลาดเทมากกวา 15 องศา ตองทําขั้นบันได ประโยชนของการทําแนวระดับและขั้นบันได - ปองกันการพังทลายของหนาดิน - ปองกันการชะลางปุยที่ใสใหกับตนยาง - ทําใหรากตนยางยึดแนนกับดิน ไมถูกน้ําเซาะลมไดงาย - ชวยรักษาความชุมชื้นในดิน - งายและสะดวกแกการปฏิบัติงานในสวน ระยะปลูก เพื่อปองกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตนยาง จึงกําหนดระยะปลูกเปน 2 ระยะ ตามความตองการปลูกพืชแซมและลักษณะประจําพันธุยาง การเตรียมหลุมปลูก การขุดหลุมปลูกยางใหขุดดานใดดานหนึ่งของไมชะมบตลอดแนว โดยแยกดินที่ขุด เปน 2 กอง คือ ดินชั้นบนและดินชั้นลาง ผึ่งแดดไวประมาณ 10 วัน เพื่อใหดินแหง แลวยอย
  • 8. 8    ดินชั้นบนใสรองกนหลุม สวนดินชั้นลางใหผสมกับปุยหินฟอสเฟต (0-3-0) อัตราหลุมละ 170 กรัม ในแหลงปลูกยางใหมควรใสปุยอินทรียตนละ 5 กก. รองกนหลุมรวมกับปุยหินฟอสเฟต แลวกลบหลุม ขนาดของหลุม 50 x 50 x 50 เซนติเมตร (กวาง x ยาว x ลึก) สําหรับการขุดหลุมปลูกในพื้นที่ลาดเท เมื่อปกไมชะมบเรียบรอยแลวควรขุดหลุม เยื้องไปดานในควนเล็กนอย เมื่อปลูกยางไปแลวอาจตองแตงชานเพิ่มเติม โดยขุดดินบนควน มากลบดานนอก ซึ่งจะทําใหตนยางอยูกลางขั้นบันไดพอดี การปลูก วัสดุปลูกและวิธีการปลูก วัสดุปลูก วัสดุปลูก หรือตนยางที่ใชปลูก แบงออกเปน ตนตอตาและตนยางชําถุงขนาด 1-2 ฉัตร ควรเลือกวัสดุปลูกที่แข็งแรงสมบูรณปราศจากโรคและศัตรูพืช ตนตอตา ตนตอตา หมายถึง ตนกลายางที่ไดรับการติดตาดวยยางพันธุดี แตตายังไมแตก ออกมา มีแผนตาและตาที่เปนตุมติดอยูเทานั้น ขุดถอนแลวตัดตนเดิมเหนือแผนตาขึ้นไปไม นอยกวา 8 ซม. เพื่อนําไปปลูกในแปลงที่เตรียมพื้นที่ไวเรียบรอยแลว ตนยางชําถุง ตนยางชําถุง หมายถึง วัสดุปลูกที่ไดจากการนําเอาตนตอตามาชําในถุง โดยใชเวลา ชําในถุงประมาณ 2-3 เดือน จนไดตนยางชําถุงขนาด 1-2 ฉัตร ซึ่งมีสภาพพรอมที่จะนําไป ปลูกในแปลงได ขนาดของถุงที่ใชชําคือ 5 x 15 นิ้ว สีดํา เจาะรูขนาด 3 มม. ประมาณ 3 แถว ๆ ละ 5-7 รู พันธุยาง กรมวิชาการเกษตร ไดแนะนําพันธุยาง 3 กลุม 1. กลุมพันธุยางผลผลิตน้ํายางสูง เปนพันธุที่ใหผลผลิตเนื้อยางสูงเปนหลัก มี4 พันธุคือ พันธุสาถาบันวิจัยยาง 251 สถาบันวิจัยยาง226 BPM 24 และ RRIM 600 2. กลุมพันธุยางผลผลิตน้ํายางและเนื้อไมสูง เปนพันธุที่ใหผลผลิตเนื้อยางสูงและมีการเจริญเติบโตดีลักษณะลําตนตรง และใหปริมาตร เนื้อไมในสวนลําตนสูง มี4 พันธุ คือ พันธุPB 235 PB 255 PB 260 และ RRIC 110 3. กลุมพันธุยางผลผลิตเนื้อไมสูง
  • 9. 9    การแปรรูปผลผลิต น้ํายางสดจากสวน สามารถนําไปแปรรูปไดหลากชนิดทั้งในรูปน้ํายางขนและยางแหง ไดแก ยางแผนดิบ ยางแผนรมควัน ยางเครพ ฯลฯ คุณภาพยางที่แปรรูปขึ้นกับวิธีการผลิต ราคายางในทองตลาดก็แตกตางกันไปตามคุณภาพยาง หากเกษตรกรเจาของสวนยางผลิต ยางที่มีคุณภาพราคาที่เกษตรกรเจาของสวนยางไดรับจากการจําหนายยางก็จะดีตามไปดวย การผลิตยางแผนคุณภาพดี การผลิตยางแผนคุณภาพดีนั้น มีหลักการงาย ๆ คือ ทํายางใหสะอาดรีดแผนยางให บาง ใชน้ําและน้ํากรดใหถูกสวน ซึ่งมีวิธีการและขั้นตอนการผลิต ดังนี้ ขั้นตอนการเก็บรวบรวมน้ํายาง เช็ดถวยยางใหสะอาดกอนรองรับน้ํายาง ทําความสะอาดถังเก็บน้ํายางกอนใชทุกครั้ง ไมควรใสขี้ยางและเศษไมลงในถังเก็บน้ํายาง จะทําใหยางสกปรก จับตัวเปนกอนเร็ว กรอง น้ํายางไดยาก ขั้นตอนการทําความสะอาดเครื่องมือ ตองทําความสะอาดเครื่องมือทํายางแผนทุกชนิดกอนและหลังการใชงานแลว เนื่องจากความสะอาดเปนสิ่งสําคัญที่สุดในการผลิตยางแผนคุณภาพดี เครื่องมือทํายางแผน ควรใหเปยกน้ําทุกครั้งกอนใชเพื่อความสะดวกในการทําความสะอาดหลังใชงานเสร็จ เครื่องมือที่จําเปนในการทํายางแผน - เครื่องกรองลวด เบอร40 และ 60 - ตะกง - ถังสําหรับใสน้ําและน้ํายาง - โตะนวดยาง - เครื่องรีดชนิดเรียบและชนิดดอก - โรงเรือนหรือเพิงอยางงาย ๆ - กระปองตวงน้ํายางและน้ํา - ใบพายสําหรับกวนน้ํายาง - ภาชนะผสมน้ํากรด ขั้นตอนการกรองน้ํายาง กรองน้ํายางดวยเครื่องกรองลวด เบอร40 และ 60 เพื่อเอาสิ่งสกปรกออก โดยวาง เครื่องกรองซอนกัน 2 ชั้น เบอร40 ไวขางบน และเบอร60 ไวขางลาง ขั้นตอนการตวงน้ํายางใสตะกง
  • 10. 10    ตวงน้ํายางที่กรองเรียบรอยแลวใสในตะกงที่สะอาด ตะกงละ 3 ลิตร ขั้นตอนการผสมน้ํากับน้ํายาง เติมน้ําสะอาดลงในตะกงที่ใสน้ํายางไวแลวตะกงละ 2 ลิตร จะไดอัตราสวนผสม ระหวางน้ํายางกับน้ําในอัตราสวน 3 : 2 สวน ( อัตราสวนผสมอาจเปลี่ยนแปลงได ถาหากน้ํา ยางเจือจางบางแลว เชน กรณีฝนตกขณะเก็บน้ํายาง ) ขั้นตอนการเลือกใชน้ํากรดและการผสมน้ํากรด เพื่อใหยางแข็งตัวและไดยางแผนคุณภาพดี ตรงตามความตองการของผูซื้อ ควร เลือกใชกรดฟอรมิกชนิดความเขมขนรอยละ 90 ซึ่งมีขอดีคือ - ยางแผนแข็งตัวสม่ําเสมอ หากทําใหเจือจางดวยน้ําสะอาดในอัตราสวนที่ถูกตอง - สามารถระเหยไดไมตกคางในแผนยาง และไมทําใหแผนยางเหนียวเหนอะ - คุณสมบัติและความยืดหยุนของแผนยางคงเดิม - ไมทําใหโรงเรือนและแผนยางมีกลิ่นเหม็น - ยืดอายุการใชงานของเครื่องมือและอุปกรณผลิตยางแผน การผสมกรดฟอรมิกเพื่อใหยางแข็งตัวในเวลา 30-45 นาที ใชกรดฟอรมิก 2 ชอน แกงใสลงในน้ําสะอาด 3 กระปองนมขนหวาน ซึ่งใสในภาชนะกระเบื้องเคลือบหรือพลาสติก แลวกวนใหเขากัน ขั้นตอนการใชน้ํากรดผสมน้ํายาง ใชใบพายกวนน้ํายางในตะกง 2-3 เที่ยว จึงตวงน้ํากรดที่ผสมแลว 1 กระปองนมขน หวาน เทลงในน้ํายางใหทั่วตะกง ขณะที่เทน้ํากรดใชใบพายกวนน้ํายางไปมาประมาณ 6 เที่ยว (กรดฟอรมิกชนิดความเขมขน 90 เปอรเซ็นต1 ลิตร ทําแผนยางไดประมาณ 90-100 แผน ) ขั้นตอนการกวาดฟองน้ํายาง ขณะกวนน้ํายางจะมีฟองเกิดขึ้น ใชใบพายกวาดฟองออกจากตะกงใหหมด เก็บ รวบรวมใสภาชนะเพื่อขายเปนเศษยาง ถาไมกวาดฟองน้ํายางออก เมื่อนํายางแผนไป รมควันจะทําใหเห็นเปนรอยจุดอากาศในแผนยาง ยางที่ไดคุณภาพมักต่ํากวาที่ควรจะเปน ขั้นตอนการใชวัตถุปดตะกง ควรใชแผนสังกะสี หรือวัสดุอื่นปดตะกงเพื่อปองกันไมใหฝุนละออง หรือสิ่งสกปรกตก ลงไปในน้ํายางที่กําลังจะจับตัว ทิ้งไวประมาณ 30-45 นาที ขั้นตอนการนวดแผนยาง
  • 11. 11    มาตรฐานคุณภาพของยางแผนดิบ ยางแผนดิบคุณภาพ 1 - แผนยางมีความสะอาดและปราศจากฟองอากาศตลอดแผน - มีความชื้นในแผนยางไมเกิน 1.5 เปอรเซ็นต - มีความยืดหยุนดี และมีลายดอกเดนชัดตลอดแผน - บาง มีความหนาของแผนไมเกิน 3 มิลลิเมตร - เนื้อยางแหงใส มีสีสวยสม่ําเสมอตลอดแผน สีเหลืองทอง เหลืองออน - น้ําหนักเฉลี่ยตอแผน 800-1,200 กรัม - แผนยางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 38-46 ซม. ยาว 80-90 ซม. ยางแผนดิบคุณภาพ 2 - แผนยางมีความสะอาดตลอดแผน หรืออาจมีสิ่งสกปรกและฟองอากาศอยูในแผน ยางไดบางเล็กนอย - มีความชื้นในแผนยางไมเกิน 2 เปอรเซ็นต - ความยืดหยุนดีมีลายดอกเดนชัด - บาง มีความหนาของแผนยางไมเกิน 4 มิลลิเมตร - เนื้อยางแหงมีสีสม่ําเสมอตลอดแผน ลักษณะสีคอนขางคล้ําหรืออาจมีรอยดางดําได บางเล็กนอย - น้ําหนักเฉลี่ยตอแผน 1,000-1,200 กรัม - แผนยางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 38-46 ซม. ยาว 80-90 ซม. ยางแผนดิบคุณภาพ 3 - แผนยางมีความสะอาด หรืออาจมีสิ่งสกปรกและฟองอากาศอยูในแผนยางไดบาง เล็กนอย - มีความชื้นในแผนยางไมเกิน 3 เปอรเซ็นต - มีความยืดหยุนดี และมีลายดอกเดนชัด - แผนยางคอนขางหนา ความหนาของแผนยางไมเกิน 4 มิลลิเมตร - เนื้อยางแหงมีสีคล้ําคอนขางทึบ ไมโปรงใสเทาที่ควร - น้ําหนักเฉลี่ยตอแผนไมเกิน 1,500 กรัม - แผนยางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 38-46 ซม. ยาว 80-90 ซม.
  • 12. 12    พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2542 เปนปที่ 54 ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการควบคุมยาง พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหง กฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและ ยินยอมของรัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา 3 ใหยกเลิก (1) พระราชบัญญัติควบคุมยาง พุทธศักราช 2481 (2) พระราชบัญญัติควบคุมยาง (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2483 (3) พระราชบัญญัติควบคุมยาง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2490 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ตนยาง” หมายความวา ตนยางพารา (Hevea brasiliensis) และหมายความ รวมถึงตนยางชนิดอื่นซึ่งรัฐมนตรีประกาศกําหนดใหเปนตนยางที่อยูภายใตการควบคุมตาม พระราชบัญญัตินี้ “ตนยางพันธุดี” หมายความวา ตนยางที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดวาเปนตน ยางพันธุที่เหมาะสมที่จะใชปลูกเปนสวนยาง “ยาง” หมายความวา น้ํายางสด ยางกอน เศษยาง น้ํายางขน ยางแผน ยาง แทง ยางเครพ หรือยางในลักษณะอื่นใดอันผลิตขึ้นหรือไดมาจากสวนใด ๆ ของตนยาง และ
  • 13. 13    หมายความรวมถึงยางผสมไมวาในสภาพของแข็งหรือของเหลวซึ่งมียางธรรมชาติผสมกับ สารเคมีหรือสารอื่น แตไมรวมถึงวัตถุประดิษฐสําเร็จรูปจากยาง “เนื้อยาง” หมายความวา เนื้อยางที่มีอยูในน้ํายางหรือยางแตละชนิดโดย คํานวณเปนน้ําหนักตามกรรมวิธีที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณกําหนด “สวนยาง” หมายความวา ที่ดินซึ่งมีตนยางปลูกอยูในเนื้อที่ไมนอยกวาหนึ่ง ไร แตละไรมีตนยางไมนอยกวาสิบตน หรือในกรณีที่มีเนื้อที่ปลูกยางติดตอกันมากกวาหนึ่ง ไร ตองมีสวนเฉลี่ยไมนอยกวาไรละยี่สิบหาตนของจํานวนเนื้อที่ทั้งหมด “ทําสวนยาง” หมายความวา ปลูกตนยางในสภาพที่เปนสวนยาง บํารุงรักษา ตนยาง กรีดตนยาง หรือทําน้ํายางสดใหเปนยางกอน เศษยาง หรือยางแผนดิบ “เขตควบคุมการขนยายยาง” หมายความวา เขตพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศ กําหนดเปนเขตควบคุมการขนยายยาง “โรงทํายาง” หมายความวา สถานที่ที่ใชน้ํายางสด ยางกอน เศษยาง หรือ ยางแผนดิบมาแปรรูปเปนน้ํายางขน ยางผึ่งแหง ยางแผนรมควัน ยางแทง ยางเครพ ยางดิบ ชนิดอื่น ๆ อยางหนึ่งอยางใดหรือหลายอยางรวมกัน และหมายความรวมถึงสถานที่ที่ผลิต ยางผสม แตไมรวมถึงสถานที่ที่ทํายางแผนดิบ “ปริมาณควบคุมเนื้อยาง” หมายความวา ปริมาณเนื้อยางที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนดใหผูทําสวนยางทําการผลิตเนื้อยางไดตามปริมาณและระยะเวลาที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนด “ปริมาณจัดสรรเนื้อยาง” หมายความวา ปริมาณเนื้อยางที่รัฐมนตรีประกาศ จัดสรรใหผูนํายางเขาหรือผูสงยางออก นําเนื้อยางเขามาในหรือสงเนื้อยางออกไปนอก ราชอาณาจักรได ตามปริมาณและระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด “มาตรฐานยาง” หมายความวา ลักษณะของยางแตละชนิดหรือชั้นตามที่ รัฐมนตรีประกาศกําหนด “วิธีการมัดยางและการบรรจุหีบหอยาง” หมายความวา วิธีการมัดยางและ การบรรจุหีบหอยางตามวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด “คายาง” หมายความวา ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนยาง และหมายความ รวมถึงซื้อยาง ขายยาง ตามตราสารที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเปนผูออกตราสารนั้นหรือโดย ประการอื่น แตไมรวมถึงกรณีที่ผูทําสวนยางขายน้ํายางสด ยางกอน เศษยาง หรือยางแผน ดิบ ซึ่งเปนผลิตผลจากสวนยางของตน “ผูอนุญาต” หมายความวา อธิบดีหรือผูซึ่งอธิบดีมอบหมาย
  • 14. 14    “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการควบคุมยางตาม พระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งใหปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความวา อธิบดีกรมวิชาการเกษตร “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจดังตอไปนี้ (1) ออกกฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัตินี้ ลดคาธรรมเนียม ยกเวนคาธรรมเนียม และกําหนดกิจการอื่น (2) ออกประกาศ (3) แตงตั้งพนักงานเจาหนาที่ ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือประกาศนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใช บังคับได มาตรา 6 เพื่อประโยชนในการผลิตยาง การคายาง การนํายางเขาและการสง ยางออก ใหรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการมีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กําหนด (1) ตนยางชนิดอื่นเปนตนยางที่อยูภายใตการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ (2) ตนยางพันธุดี (3) เขตทําสวนยาง (4) การแจงเนื้อที่สวนยาง จํานวนตนยาง และพันธุของตนยางที่ปลูกในสวน ยาง รวมทั้งปริมาณเนื้อยางที่ผูทําสวนยางทําไดในแตละป (5) เขตหามปลูกตนยาง (6) วิธีการทําสวนยางในบางทองที่ (7) เขตควบคุมการขนยายยาง (8) ปริมาณควบคุมเนื้อยาง ปริมาณจัดสรรเนื้อยาง ตามความเหมาะสมแก สถานการณยางของประเทศ (9) การจัดตั้งตลาดกลางแลกเปลี่ยนยางธรรมชาติ รวมทั้งวิธีดําเนินงาน อํานาจหนาที่ และการควบคุมตลาดกลางแลกเปลี่ยนยางธรรมชาติดังกลาว
  • 15. 15    แนวขอสอบพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 2. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับ สวนยาง ก. ที่ดินปลูกตนยางมีเนื้อที่ไมนอยกวาสองไร ข. ที่ดินแตละไรมีตนยางปลูกไมนอยกวาสิบตน ค. โดยเฉลี่ยปลูกยางไมนอยกวาไรละยี่สิบหาตน ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ “สวนยาง” หมายความวา ที่ดินปลูกตนยางมีเนื้อที่ไมนอยกวาสองไร แตละไรมีตน ยางปลูกไมนอยกวาสิบตน และโดยสวนเฉลี่ยไมนอยกวาไรละยี่สิบหาตน 3. สวนยางที่มีเนื้อที่ไมเกินหาสิบไร เปนสวนขนาดใด ก. สวนขนาดทดลอง ข. สวนขนาดเล็ก ค. สวนขนาดกลาง ง. สวนขนาดใหญ ตอบ ข. สวนขนาดเล็ก “สวนขนาดเล็ก” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่ไมเกินหาสิบไร 4. สวนยางที่มีเนื้อที่เกินหาสิบไร แตไมถึงสองรอยหาสิบไร เปนสวนขนาดใด ก. สวนขนาดทดลอง ข. สวนขนาดเล็ก ค. สวนขนาดกลาง ง. สวนขนาดใหญ ตอบ ค. สวนขนาดกลาง “สวนขนาดกลาง” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่เกินหาสิบไร แตไมถึงสองรอย หาสิบไร 5. สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแตสองรอยหาสิบไรขึ้นไป เปนสวนขนาดใด ก. สวนขนาดทดลอง ข. สวนขนาดเล็ก ค. สวนขนาดกลาง ง. สวนขนาดใหญ ตอบ ง. สวนขนาดใหญ
  • 16. 16    “สวนขนาดใหญ” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแตสองรอยหาสิบไรขึ้นไป 6. “ปสงเคราะห” หมายความถึงระยะเวลาใด ก. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 เมษายนของปหนึ่งถึงวันที่ 31 มีนาคมของปถัดไป ข. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 พฤษภาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 เมษายนของปถัดไป ค. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปถัดไป ง. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 พฤศจิกายนของปหนึ่งถึงวันที่ 31 ตุลาคมของปถัดไป ตอบ ค. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของป ถัดไป “ปสงเคราะห” หมายความวา ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปถัดไป และใหใชป พ.ศ. ที่ถัดไปเปนชื่อสําหรับปสงเคราะหนั้น 7. สําหรับยางที่สงออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเปนตัวอยางซึ่งมีน้ําหนักไมเกินกวาเทาใด ไดรับยกเวนไมตองเสียเงินสงเคราะห ก. 1 กิโลกรัม ข. 3 กิโลกรัม ค. 5 กิโลกรัม ง. 7 กิโลกรัม ตอบ ค. 5 กิโลกรัม สําหรับยางที่สงออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเปนตัวอยางซึ่งมีน้ําหนักไมเกินหา กิโลกรัม หรือยางที่กระทรวง ทบวง กรม เปนผูสงออกเพื่อประโยชนใด ๆ อันมิใชเพื่อการคา ไมวาจะมีน้ําหนักเทาใด ใหไดรับยกเวนไมตองเสียเงินสงเคราะห 8. ขอใดเจาของสวนยางจะไดรับการสงเคราะหสวนยาง ก. ตนยางอายุยี่สิบหาปขึ้นไป ข. ตนยางทรุดโทรมเสียหาย ค. ตนยางที่ไดผลนอย ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ ผูจะไดรับการสงเคราะหตามพระราชบัญญัตินี้ตองเปนเจาของสวนยางที่มีตนยางอายุ กวายี่สิบหาปขึ้นไป หรือตนยางทรุดโทรมเสียหาย หรือตนยางที่ไดผลนอย 9. คณะกรรมการเพื่อดําเนินกิจการกองทุนสงเคราะหการทําสวนยางคณะหนึ่งเรียกโดยยอ วาอะไร
  • 17. 17    แนวขอสอบพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 6.ผูคายางจะตองทําบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจําหนายยางและปริมาณยางคงเหลือของทุกๆ เดือน และจัดสงบัญชีดังกลาวตอพนักงานเจาหนาที่ภายในวันที่เทาใดของเดือนถัดไป ก. วันที่หนึ่ง ข. วันที่สาม ค. วันที่หา ง. วันที่สิบ ตอบ ง. วันที่สิบ ผูคายางจะตองทําบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจําหนายยางและปริมาณยางคงเหลือ ของทุก ๆ เดือน และจัดสงบัญชีดังกลาวตอพนักงานเจาหนาที่ภายในวันที่สิบของเดือน ถัดไป 7.ในกรณีที่ผูอนุญาตไมออกใบอนุญาต ผูรองขอมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอรัฐมนตรีภายใน กี่วันนับแตวันที่ไดทราบถึงการไมออกใบอนุญาต หรือการไมอนุญาตใหตออายุใบอนุญาต หรือการพักใชใบอนุญาต ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ค. สามสิบวัน ในกรณีที่ผูอนุญาตไมออกใบอนุญาต หรือไมอนุญาตใหตออายุใบอนุญาต หรือมี คําสั่งพักใชใบอนุญาต หรือคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ผูขอรับใบอนุญาตหรือผูขอตออายุ ใบอนุญาตหรือผูถูกพักใชใบอนุญาตหรือผูถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือ ตอรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดทราบถึงการไมออกใบอนุญาต หรือการไม อนุญาตใหตออายุใบอนุญาตหรือการพักใชใบอนุญาต หรือการเพิกถอนใบอนุญาต แลวแต กรณี 8. หากใบอนุญาตสูญหาย หรือถูกทุกลาย จะตองยื่นคําขอภายในกี่วัน ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ข. สิบหาวัน
  • 18. 18    ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทําลายในสาระสําคัญ ใหผูรับใบอนุญาตแจงตอ พนักงานเจาหนาที่และยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับทราบ ถึงการสูญหาย หรือถูกทําลายดังกลาว 9. หากผูรับใบอนุญาต ถึงแกความตาย ทายาทหรือผูจัดการมรดก จะตองแจงใหผูอนุญาต ทราบภายในกี่วันนับแตผูรับใบอนุญาตตาย ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ง. หกสิบวัน ในกรณีที่ผูรับใบอนุญาตซึ่งเปนบุคคลธรรมดาถึงแกความตายและใบอนุญาตยังไมสิ้น อายุ ถาทายาทซึ่งบรรลุนิติภาวะแลวหรือผูจัดการมรดกของผูรับใบอนุญาตประสงคจะ ประกอบกิจการนั้นตอไป ก็ใหประกอบกิจการตอไปไดจนกวาใบอนุญาตจะสิ้นอายุ แตตอง แจงใหผูอนุญาตทราบภายในหกสิบวันนับแตวันที่ผูรับใบอนุญาตตาย 10. ผูรับใบอนุญาตยายสถานที่ประกอบกิจการจะตองแจงใหพนักงานเจาหนาที่ทราบภายในกี่วัน ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ข. สิบหาวัน ผูรับใบอนุญาตซึ่งประสงคจะยายสถานที่ประกอบกิจการของตนตองแจง การยาย สถานที่ดังกลาวเปนหนังสือตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสิบหาวันนับ แตวันที่ยาย 11. ผูรับใบอนุญาตผูใดเลิกกิจการ ตองแจงการเลิกกิจการเปนหนังสือตอพนักงานเจาหนาที่ ภายในกี่วันนับแตวันเลิกกิจการ ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ข. สิบหาวัน ผูรับใบอนุญาตผูใดเลิกกิจการที่ไดรับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ตองแจงการเลิก กิจการเปนหนังสือตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสิบหาวันนับ แตวันเลิกกิจการและใหถือวา ใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแตวันเลิกกิจการตามที่ แจงไวนั้น
  • 19. 19    12.ผูใดจะนําเขามาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งตนยาง ดอก เมล็ด หรือตาของตน ยาง หรือสวนใดสวนหนึ่งของตนยางที่อาจใชเพาะพันธุไดตองไดรับใบอนุญาตจากผู อนุญาต หากไมปฎิบัติตาม ตองระวางโทษอยางไร ก. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตอบ ค. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผูใดจะนําเขามาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งตนยาง ดอก เมล็ด หรือตา ของตนยาง หรือสวนใดสวนหนึ่งของตนยางที่อาจใชเพาะพันธุไดตองไดรับใบอนุญาตจากผู อนุญาต ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 13. ผูใดจะขยายพันธุตนยางเพื่อการคา ตองไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาต และผูรับ ใบอนุญาตตองขยายพันธุตนยางจากตนยางพันธุดี หากไมปฏิบัติตาม ตองระวางโทษปรับไม เกินเทาใด ก. หาพันบาท ข. หนึ่งหมื่นบาท ค. สองหมื่นบาท ง. หาหมื่นบาท ตอบ ข. หนึ่งหมื่นบาท ผูใดจะขยายพันธุตนยางเพื่อการคา ตองไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาต และผูรับ ใบอนุญาตตองขยายพันธุตนยางจากตนยางพันธุดี หากไมปฏิบัติตามตองระวางโทษปรับไม เกินหนึ่งหมื่นบาท 14.ผูใดนํายางเขามาในหรือสงยางออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไมไดรับใบอนุญาตเปนผูนํา ยางเขาหรือผูสงยางออก ตองระวางโทษอยางไร ก. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตอบ ง. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
  • 20. 20    ความรูเกี่ยวกับการเกษตร ความหมายของการเกษตร การเกษตรแปลมาจากคําวา Agriculture (Agri หมายถึง ทุงหรือดิน, Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อใหเกิดการผลิต หรือ การใชพื้นที่เพื่อใหเกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนําไปใชในทางวิชาการก็ไดขยายความ ออกไปอีกวา การเกษตรคือการใชศิลปะและวิทยาศาสตรในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อใหเกิด การผลิต วิชาการเกษตรจัดเปนวิทยาศาสตรประยุกต (Applied Science) ซึ่งเปน วิทยาศาสตรที่กลาวถึงการนําเอาความรูทางวิทยาศาสตรไปใชในกิจการตาง ๆ ใน ชีวิตประจําวัน ในอุตสาหกรรม หรือนําไปใชเพื่อเปนประโยชนตอมนุษย เกษตรกรรม (Cultural Practice) หมายถึง วิธีการทําการเกษตร ซึ่งอาจหมายถึง วิธีการปลูกพืช ซึ่งมีชื่อเฉพาะวากสิกรรม หรือวิธีการเลี้ยงสัตวบก หรือวิธีการเลี้ยงสัตวน้ําก็ ได เกษตรกรรม แบงออกไดเปน 4 สาขา คือ 1. กสิกรรม หมายถึง การปลูกพืชเพียงอยางเดียว 2. ปศุสัตว หมายถึง การเลี้ยงสัตวบก 3. การประมง หมายถึง การเลี้ยงสัตวน้ํา และการจับสัตวน้ํา 4. ปาไม หมายถึง การนําผลผลิตจากปามาใชใหเปนประโยชน เกษตรกร หมายถึง ผูที่ทําการเกษตรทั้งหมดไมวาจะเปนชาวนา ชาวไร ชาวสวน ชาวประมง ปาไม หรือเลี้ยงสัตว สวนกสิกร หมายถึง ผูที่ทําการปลูกพืชเพียง อยางเดียว ซึ่งจะไมรวมถึงการเลี้ยงสัตวการทําประมง และการทําปาไม ความสําคัญของการเกษตร 1. การเกษตรเปนแหลงที่มาของปจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุงหม ที่อยู อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเปนปจจัยของการดํารงชีวิตของประชากรโลก 2. การเกษตรมีอิทธิพลตอเศรษฐกิจของประเทศ อยางเชน ประเทศในแถบ เอเชียหลายประเทศมีรายไดหลักมาจากการสงสินคาเกษตรออกจําหนายยังตางประเทศ ซึ่ง รวมทั้งประเทศไทยดวย 3. การเกษตรชวยใหประชากรของแตละประเทศมีงานทํา โดยเฉพาะ ประเทศไทย เมื่อ 20 ป ที่แลว ประชากรประมาณรอยละ 80 มีอาชีพอยูในภาคการเกษตร
  • 21. 21    แตในปจจุบันอาชีพการเกษตรลดนอยลงมากทั้งนี้เพราะวามีอาชีพทางดานอุตสาหกรรมเกิด ขึ้นมามากมายนั่นเอง ความสําคัญของพืชและสัตว พืช ใหอาหารทุกประเภทที่จําเปนตอการดํารงชีวิตแกมนุษยและสัตวทั่วไป ซึ่งอาหารที่ไดจากพืชอาจจําแนกออกไดเปนอาหารประเภทโปรตีน คารโบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแรธาตุชนิดตาง ๆ โดยประชากรของโลกประมาณหนึ่งในสองไดอาหารประเภท คารโบไฮเดรตจากขาว สวนที่เหลือรับประทานขาวสาลี และขาวโพดเปนอาหารหลัก ซึ่ง คารโบไฮเดรตนั้นจะไดมาจากพืชตระกูลหญา เชน ขาว ขาวสาลี ขาวโพด ขาวไรย ขาวโอต และออย สวนอาหารประเภทโปรตีนและไขมันจะไดจากพืชตระกูลถั่ว เชน ถัวเหลืองมีโปรตีน อยูประมาณ 37% (โดยน้ําหนัก) และมีไขมันอยู 20% ถัวลิสงมีโปรตีนอยู 27 % และมีไขมัน อยูถึง 50% โดยประมาณ พืชบางชนิดพบวาเปนแหลงของวิตามินที่จําเปนตอการดํารงชีวิตของมนุษย และสัตว เชน วิตามินเอ พบในแครรอทและผักชนิดตาง ๆ วิตามินซี พบในผลสมและมะนาว เปนตน นอกจากพืชจะเปนแหลงอาหารประเภทตาง ๆ แลว พืชบางชนิดยังสามารถ นํามาใชทําเปนเครื่องดื่ม เชน ชา กาแฟ ช็อกโกแลต รูทเบียร มะตูม ฯลฯ และบางชนิดใชทํา เปนเครื่องปรุงแตงรสอาหารใหมีกลิ่น รสนารับประทานไดอีกดวย เชน พริกไทย กานพลู วานิล ลา มัสตาส ฯลฯ พืชเปนวัตถุดิบที่ใชปอนโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิด เชน โรงงานไมแปรรูป โรงงานทํากระดาษ โรงงานอุตสาหกรรมทําอาหารกระปอง โครงงานทําอาหารสําเร็จรูป โรงงานทําอาหารแหง และโรงงานทําน้ําตาล ซึ่งโรงงานเหลานี้ใชวัตถุดิบจากผลผลิตทาง การเกษตรทั้งสิ้น พืชหลายชนิดใหเสนใยเพื่อทอเปนเครื่องนุงหมและของใชชนิดตาง ๆ ซึ่งพืชที่ ใหเสนใยที่สําคัญมี 4 ชนิด คือ 1. ฝาย จัดวาเปนพืชที่ใหเสนใยที่สําคัญที่สุดในโลก ซึ่งฝายนี้เปนวัตถุดิบ ที่มีความคงทนเหนียว และยืดหยุนไดดี ประเทศอินเดียเปนประเทศแรกที่นําฝายมาทอเปน เครื่องนุงหม 2. ปาน เปนพืชที่มีความสําคัญรองลงมาจากฝาย ใชเปนวัตถุดิบในงาน พิเศษบางอยางที่ตองใชเสนใยที่มีความยืดหยุนและความทนทานสูง เชน การทําทอดับเพลิง
  • 22. 22    แนวขอสอบ ความรูเกี่ยวกับงานการเกษตร 1.กสิกรรมหมายถึงอะไร (1) การทําไรขาวโพด (2) การทํานา (3) การทําสวนผลไม (4) ถูกทุกขอ ตอบ4 “กสิกรรม” หมายถึง การเพาะปลูกพืช เชน ปลูกขาวโพด (ทําไร), ปลูกขาว (ทํานา), ปลูกผักหรือผลไม (ทําสวน) โดยที่คําวา “เกษตรกรรม” จะหมายถึง การเพาะปลูกพืช (กสิ กรรม) และการเลี้ยงสัตว (ทั้งสัตวบกและสัตวน้ํา) 2.ดินพลุพบมากในภาคใด (1) ภาคเหนือ (2) ภาคใต (3) ภาคกลาง (4) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอบ2 ดินพลุ คือ ดินที่เกิดจากการทับถมของซากพืช ซึ่งมีอยูตามแถบชายทะเล 3.การทํานาปรังมักจะทํากันในฤดูใด (1) กลางฤดูฝน (2) ตนฤดูแลง (3) ตนฤดูฝน (4) ปลายฤดูแลง ตอบ2 การปลูกขาวนาป คือ การปลูกขาวในฤดูกาลปกติ (ฤดูฝน) หรือปลูกขาวในฤดู แลง โดยใชขาวพันธุหนัก สวนการปลูกขาวนาปรัง คือ การปลูกขาวนอกฤดูกาลปกติ หรือ ปลูกขาวในฤดูแลง โดยใชขาวพันธุเบา 4.สารโรทีโนนและไพรีธรินมีประโยชนเหมือนกันอยางหนึ่ง คือ (1)ใชกําจัดแมลง (2) ใชกําจัดวัชพืช (3)ใชเพิ่มการติดผล (ไม) (4)ใชกําจัดเชื้อรา ตอบ1สารที่อยูในพืชบางชนิดสามารถนํามาใชเปนยาฆาแมลงได เชน สารโรทีโนน (Rotenone) ซึ่งไดจากรากของพืชตระกูลถั่วที่มีถิ่นกําเนิดในอเมริกาใตและตะวันออกไกล และสารไพรีธริน (Pyrethrin) ซึ่งสกัดไดจากดอกไมตูมของพืชชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกําเนิดในยุโรป ตะวันออกเฉียงใต
  • 23. 23    สั่งซื้อไดที่ www.SheetRam.com โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422, 085-9679080,085-9993722,085-9993740 แจงการโอนเงิน พรอมชื่อ และอีเมลลที่ LINE ID : sheetram โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422,085-9679080, 085-9993722,085-9993740