~1~
~2~

ขอบเขตเนื้อหา
ความรูทั่วไปเกี่ยวกับ กรมบังคับคดี
ประวัติกรมบังคับคดี
วิสัยทัศน
พันธกิจและอํานาจหนาที่
ขั้นตอนการปฏ...
~3~

ความรูเกี่ยวกับการบัญชีเบื้องตน
ขอสมมติฐานทางการบัญชี
งบการเงิน
สมการบัญชี
การวิเคราะหรายการคา
ผังบัญชี
สมุดรายว...
~4~

ความรูทั่วไปเกี่ยวกับกรมบังคับคดี
ประวัติกรมบังคับคดี
เดิ ม งานของกรมบั ง คั บ คดี มี ที่ ม าจากหน ว ยงานราชการระดั...
~5~

พันธกิจและอํานาจหนาที่
ใหบริการดานการบังคับคดีแพง คดีลมละลาย การฟนฟูกิจการของลูกหนี้ การชําระ
บัญชี และการวางท...
~6~

การยึดทรัพย
การยึดทรัพยมีอยู 4 ลักษณะดังนี้คือ
1. การยึดทรัพยตามความหมายบังคับคดีรวมถึงการยึดทรัพยตามหมายยึดทรัพ...
~7~

อยูอาศัย หรือทรัพยที่ครอบครอง
2. กรณีที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาตองรื้อถอนสิ่งปลูกสรางออกไปจาก
อสังหาริมทรัพย ที่อยู...
~8~

ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
โดยที่เปนการสมควรกําหนดใหมีการปรับปรุงกระบวนการจางงานภาครั...
~9~

ละเวนการปฏิบัติหรือตองหามเชนเดียวกับขาราชการหรือลูกจางดวย ทั้งนี้ เวนแตเรื่องใดมี
กําหนดไวแลวโดยเฉพาะในระเ...
~ 10 ~

สวนราชการซึ่งเปนผูวาจางพนักงานราชการอาจกําหนดชื่อตําแหนงในกลุม
งานตามความเหมาะสมกับหนาที่การปฏิบัติงานของพ...
~ 11 ~

เชิงกลยุทธ ทั้งนี้ ตามแนวทางการจัดกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการที่คณะกรรมการ
กําหนด
กรอบอัตรากําลังพนักงานราชการขอ...
~ 12 ~

หมวด 2
คาตอบแทนและสิทธิประโยชน
ขอ 14 อัตราคาตอบแทนของพนักงานราชการใหเปนไปตามที่คณะกรรมการ
ประกาศกําหนด
ขอ 1...
~ 13 ~

ความรูเกี่ยวกับบัญชีเบืองตน
้
ความหมายของการบัญชี
การบัญชี(Accounting) คือ “การชวยอํานวยใหการบริหารงานทางเศรษฐ...
~ 14 ~

สมการบัญชี
ความสัมพันธระหวางสินทรัพย หนี้สิน และสวนของเจาของ เขียนเปน
สมการบัญชีไดดังนี้
สินทรัพย

= หนี้ส...
~ 15 ~

เดบิต “Debit” (Dr) หมายถึง ดานซายของบัญชีซึ่งใชบนทึกสินทรัพยที่
ั
เพิ่มขึ้น และหนี้สินกับสวนของเจาของที่ลดลง...
~ 16 ~

ทุน
รายได
คาใชจาย

“
“
“

เครดิต
เครดิต
เดบิต

+ เครดิต
+ เครดิต
+ เดบิต

- เดบิต
- เดบิต
- เครดิต

การวิเคราะ...
~ 17 ~

แนวขอสอบระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยพนักงาน
ราชการ พ.ศ.2547
4."สวนราชการ" ในระเบียบฯ พ.ศ. 2547 หมายความถึงข...
~ 18 ~

ค. 3 ประเภท
ง. 4 ประเภท
ตอบ ข. 2 ประเภท
พนักงานราชการมีสองประเภท (ระเบียบฯ ขอ 6)
8.พนักงานราชการที่ปฏิบัติงานในลั...
~ 19 ~

แนวขอสอบ ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
33.ตําแหนงประเภทวิชาการของขาราชการพลเรือนสามัญนัน แบงเปนระดับใดบา...
~ 20 ~

(พรบ.ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 46)
35.ในการกําหนดตําแหนงและระดับของขาราชการพลเรือนสามัญนั้น เปนไปต...
~ 21 ~

แนวขอสอบ ระเบียบการเบิกจายเงินจากคลัง การเก็บรักษา
เงินและการนําเงินสงคลัง พ.ศ. 2551
3. เงินที่สวนราชการจายให...
~ 22 ~

สั่งซื้อไดที่
www.SheetRam.com
โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422,
085-9679080,085-9993722,085-9993740

แจงการโอนเ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ข้อสอบกรมบังคับคดี ปี 57 คู่มือเตรียมสอบเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี กรมบังคับคดี หนังสือ E-BOOK

37,153

Published on

ข้อสอบกรมบังคับคดี ปี 57 คู่มือเตรียมสอบเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี กรมบังคับคดี หนังสือ E-BOOK กรมบังคับคดี

ราคา 249 บาท
สั่งซื้อได้ที่ : www.Sheetram.com
สอบถามรายละเอียด
Facebook http://www.facebook.com/Sheetram
LINE ID : sheetram

บริษัท ชีทราม จำกัด
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์ สำนักงานใหญ่
453 ถนนรามคำแหง(ปากซอย 53)
หัวหมาก บางกระปิ กรุงเทพฯ 102
โทรศัพท์ : 02-7230950,02-5141422,085-9679080,
085-9993722,085-9993740
FAX : 02-718-6528
เปิดบริการ 8.15-21.30 น. ทุกวัน

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
37,153
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
43
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ข้อสอบกรมบังคับคดี ปี 57 คู่มือเตรียมสอบเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี กรมบังคับคดี หนังสือ E-BOOK

  1. 1. ~1~
  2. 2. ~2~ ขอบเขตเนื้อหา ความรูทั่วไปเกี่ยวกับ กรมบังคับคดี ประวัติกรมบังคับคดี วิสัยทัศน พันธกิจและอํานาจหนาที่ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน อํานาจหนาที่ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ประเภทของการบังคับคดี การยึดทรัพย การอายัดทรัพย การบังคับคดีในการฟองขับไลรื้อถอน การจําหนายทรัพย การบังคับคดีลมละลาย กระบวนการลมละลาย การฟนฟูกจการ ิ เงื่อนไขการฟนฟูกจการ ิ การวางทรัพย เหตุของการวางทรัพย ทรัพยที่วางได วิธีปฏิบติและหนาที่ของผูวางทรัพย ั แผนภูมิแสดงขั้นตอนการบังคับคดีแพง แผนผังขั้นตอนการอายัดเงินในคดีแพง แผนขั้นตอนการบังคับคดีขับไล-รื้อถอน แผนภูมิแสดงขั้นตอนการบังคับคดีแพง แผนภูมิแสดงขั้นตอนการฟนฟูกจการของลูกหนี้ ิ พรบ.ระเบียบขาราชการพลเรือน 2551 ระเบียบฯ วาดวยพนักงานราชการ 5 5 5 6 6 7 8 8 9 9 9 10 10 12 13 14 14 14 15 18 20 21 22 24 26 72
  3. 3. ~3~ ความรูเกี่ยวกับการบัญชีเบื้องตน ขอสมมติฐานทางการบัญชี งบการเงิน สมการบัญชี การวิเคราะหรายการคา ผังบัญชี สมุดรายวันชั้นตน งบทดลอง การปรับปรุงรายการบัญชี กระดาษทําการ สมุดรายวันเฉพาะ การวิเคราะหงบการเงิน พรบ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 ระเบียบฯ การเบิกจายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนําเงินสงคลัง 2551 ระเบียบฯ วาดวยการพัสดุ การรับและจายเงิน สนง.บังคับคดี แนวขอสอบ ระเบียบฯ วาดวยพนักงานราชการ แนวขอสอบ พรบ.ระเบียบขาราชการพลเรือน แนวขอสอบ ระเบียบฯ การเบิกจายเงินจากคลัง แนวขอสอบ ระเบียบฯ วาดวยพัสดุ แนวขอสอบ การบัญชี 85 89 91 94 103 107 114 119 135 140 160 164 194 207 228 299 302 314 335 344 353
  4. 4. ~4~ ความรูทั่วไปเกี่ยวกับกรมบังคับคดี ประวัติกรมบังคับคดี เดิ ม งานของกรมบั ง คั บ คดี มี ที่ ม าจากหน ว ยงานราชการระดั บ กองในสํ า นั ก ปลัดกระทรวงยุติธรรม 2 กอง คือ กองบังคับคดีแพง และ กองบังคับคดีลมละลาย จนกระทั่ง ป พ.ศ.2517 สมัยรัฐบาล ฯพณฯ ศาสตราจารยสัญญา ธรรมศักดิ์ เปนนายกรัฐมนตรี ทาน กิ ต ติ สีห นนท เป น รัฐ มนตรีวา การกระทรวงยุติ ธ รรมไดเห็น ความสํ าคั ญ ของทั้ ง สองกอง ดังกลาว ประกอบกับงานบังคับคดีแพงและงานบังคับคดีลมละลายเพิ่มขึ้นมาก หนวยงานที่ จัดไวแตเดิม ไมเหมาะสมกับงานที่นับวันแตจะทวีปริมาณมากขึ้นทุกๆ ป ดังนั้นเพื่อใหการดําเนินงานเกี่ยวกับการบังคับคดีแพง คดีลมละลาย งานเกี่ยวกับการ วางทรัพยไดขยายอํานาจหนาที่ทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งงานชําระบัญชีหางหุนสวนบริษัท หรือ นิติบุคคลตามคําสั่งศาล ไดดําเนินการโดยเจาหนาที่ที่มีความรูความสามารถชํานาญ งานในหนาที่ไดเปนไปอยางถูกตอง มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงไดออกพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2515 (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2517 ใหยกฐานะกองบังคับคดีแพงและกอง บังคับคดีลมละลาย รวมจัดตั้งขึ้นเปนกรมบังคับคดีอยูในสังกัดกระทรวงยุติธรรม แลวไดตรา พระราชบั ญ ญั ติ โ อนกิ จ การบริ ห ารงานบางส ว นของสํ า นั ก งานปลั ด กระทรวงยุ ติ ธ รรม พ.ศ.2517 โดยใหโอนบรรดาอํานาจหนาที่ในสวนเกี่ยวกับกองบังคับคดีแพงและกองบังคับ คดี ล ม ละลาย รวมทั้ ง ให โ อนบรรดากิ จ การ ทรั พ ย สิ น หนี้ ข า ราชการ ลู ก จ า ง และเงิ น งบประมาณของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เฉพาะสวนที่เกี่ยวกับกองบังคับคดีแพง และกองบังคับคดีลมละลายไปเปนของกรมบังคับคดี และนอกจากนี้ ยังไดจัดตั้งหนวยงาน ใหม ได แ ก สํ านั ก งานวางทรั พ ย ก ลางและงานอนุ ญ าโตตุ ล าการ เพื่ อ ชี้ ข าดถึ ง ข อ พิ พ าท เกี่ยวกับการวางทรัพยภูมิภาคขึ้น รวม 9 ภาค กรมบังคับคดีจึงมีอํานาจหนาที่บังคับคดีแพง และคดีลมละลาย ตลอดจนวางทรัพยทั่วประเทศ แลวเริ่มดําเนินการในฐานะเปนกรมบังคับ คดีนับแตนั้นเปนตนมา วิสัยทัศน มุงมั่นพัฒนาการบังคับคดีอยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เสมอภาค เปนธรรม ดวย จิตมุงบริการ เพื่อใหประชาชนเขาถึง เชื่อมั่น ยอมรับ ไดรับประโยชนสูงสุด
  5. 5. ~5~ พันธกิจและอํานาจหนาที่ ใหบริการดานการบังคับคดีแพง คดีลมละลาย การฟนฟูกิจการของลูกหนี้ การชําระ บัญชี และการวางทรัพยอยางมีประสิทธิภาพ เสมอภาค เปนธรรม ศึก ษา วิเ คราะห วิจั ย เพื่อ พัฒ นาระบบการปฏิ บัติ ง านของการบั ง คั บ คดี แพ ง คดี ลมละลาย การฟนฟูกิจการของลูกหนี้ การชําระบัญชี การวางทรัพยในแตละระบบใหเปน มาตรฐานเดียวกัน สอดคลองกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งเสริมสรางศักยภาพการ เปนผูนําในดานการบังคับคดีใหสามารถแขงขันกับองคกรตาง ๆ พั ฒ นากฏหมายที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การบั ง คั บ คดี ใ ห ทั น สมั ย และเป น มาตรฐานสากล รองรับตอการเปลี่ยนแปลงตามสภาวการณ เพื่อเอื้ออํานวยตอการปฏิบัติงานและบริการ ประชาชน โดยคํานึงถึงความสะดวก รวดเร็ว เปนธรรมในสังคมและสิทธิมนุษยชน พัฒนาองคกร และระบบการบริหารจัดการใหมีประสิทธิภาพ คลองตัว โดยประสาน สงเสริม รวมถึงสรางเครือขายความรวมมือการบังคับคดีทั้งในและตางประเทศ สามารถ ตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงตามภาวการณโดยยึดหลักธรรมาภิบาล พัฒนาศักยภาพบุคลากรใหมีความรูความสามารถ และความเชี่ยวชาญดานการบังคับ คดีและมีจิตสํานึกในการบริการ อยางมีคุณธรรมและจริยธรรม เผยแพรความรูทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดใหประชาชนไดเขาใจอยางทั่วถึง ตลอดจนไกลเกลี่ยขอพิพาทในการบังคับคดี และสงเสริมความรวมมือการมีสวนรวมในการ บังคับคดีของภาครัฐและภาคเอกชน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การบังคับคดีแพง ในการบังคับคดีแพง ศาลตองออกหมายบังคับคดีตั้งเจาพนักงาน กรมบังคับคดีหรือ พนักงานอื่นใด เปนเจาพนักงานบังคับคดี เพื่อจัดการบังคับคดีใหเปนไปตามคําพิพากษา หรือคําสั่ง ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา 1(14) เจาพนักงาน บังคับคดีหมายถึงเจาพนักงานในสังกัดกรมบังคับคดีหรือเจาพนักงานอื่นผูมีอํานาจตาม บทบัญญัติแหงกฎหมายที่ใชอยูในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไวในภาค 4 แหง ประมวลกฎหมายนี้ เพื่อคุมครองสิทธิของคูความในระหวางพิจารณาหรือเพื่อบังคับคดีตาม คําพิพากษาหรือคําสั่ง ในสวนกลาง เจาพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอํานาจบังคับคดี ในเขตอํานาจของศาล ซึ่งตั้งอยูในเขตกรุงเทพมหานคร ยกเวนศาลจังหวัดมีนบุรี ในสวน
  6. 6. ~6~ การยึดทรัพย การยึดทรัพยมีอยู 4 ลักษณะดังนี้คือ 1. การยึดทรัพยตามความหมายบังคับคดีรวมถึงการยึดทรัพยตามหมายยึดทรัพย ชั่วคราว ทั้งนี้เจาพนักงานบังคับคดีมหนาที่ตองดําเนินการตามที่ศาลสั่งมาโดยเฉพาะเจาะจง ี จะยึดทรัพยอื่นไมได 2. การยึดทรัพยขามเขตอํานาจศาล 3. การยึดทรัพยตามหมายบังคับคดีของศาลอื่น เปนการบังคับคดีแทน 4. การยึดทรัพยซึ่งตั้งอยูในเขตกรุงเทพมหานครแทนศาลตางจังหวัด สังหาริมทรัพยที่ไดรับการยกเวน ไมอยูในอํานาจหนาที่การบังคับคดี ไดแก 1. เครื่องใชสอยสวนตัว เชนที่นอน เครื่องใชครัวเรือน รวมกันเปนเงินไมเกิน 5,000 บาท หากลูกหนี้ตามคําพิพากษาประสงคจะไดรบการยกเวนเกินกวาที่กําหนด ตองไปรองตอ ั ศาล 2. ทรัพยสินที่ลูกหนี้มีไวใชในการประกอบอาชีพ เชน เครื่องใชตาง ๆ ดังนี้กฎหมาย กําหนด ยกเวนใหในจํานวนเงิน 10,000 บาท หากลูกหนี้ตามคําพิพากษาประสงคจะใช เครื่องมือเครื่องใชใดที่มจํานวนเงินเกินกวาที่กําหนด ตองไปรองตอศาล ี 3. ทรัพยสินที่มีไวใชแทนอวัยวะ ตาง ๆ เชน แขนขาเทียม 4. ทรัพยสินที่เปนของวงศตระกูล เชน สมุด หนังสือประจําตระกูล เปนตน การอายัดทรัพย ตามลักษณะการปฏิบัติงานของเจาพนักงานบังคับคดีมี 2 กรณี คือ 1. การอายัดสิทธิรองขอใหชําระเงิน จํานวนหนึ่งหรือเรียกวาการอายัดเงิน 2. การขอใหงดหรือหามจําหนาย จายโอน หรือ ทํานิติกรรมเกี่ยวกับทรัพยสินหรือ เรียกวา การอายัดหามโอน การบังคับคดีในการฟองขับไล รื้อถอน เมือศาลมีคําสั่งใหตั้งเจาพนักงานบังคับคดี จัดการใหเจาหนี้ตามคําพิพากษา ่ ไดครอบครองทรัพย ดังกลาว 1. กรณีที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาถูกศาลพิพากษาใหขับไล หรือตองออกไปจากที่
  7. 7. ~7~ อยูอาศัย หรือทรัพยที่ครอบครอง 2. กรณีที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาตองรื้อถอนสิ่งปลูกสรางออกไปจาก อสังหาริมทรัพย ที่อยูอาศัย หรือทรัพยที่ครอบครอง การจําหนายทรัพย การขายทอดตลาดทรัพย เจาพนักงานบังคับคดี ตองตรวจสํานวนกอนวามีการปฏิบติ ั ตามขั้นตอน ที่ ป.วิ.พ. มาตรา 303 และมาตรา 304 1. ไดมีการแจงการยึดทรัพยใหลูกหนี้ตามคําพิพากษา และผูที่มีสวนไดเสียอื่น ๆ  ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา 287 2. ถาเปนอสังหาริมทรัพย หรือทรัพยที่ตองมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ไดมีการ แจงใหนายทะเบียนทราบ ในการบังคับคดีนั้น เจาพนักงานบังคับคดีมอํานาจตามหมายบังคับคดีของศาลที่มี ี เขตอํานาจทีสํานักงานบังคับคดีตั้งอยูเทานั้น อยางไรก็ตาม หากมีการรองขอ เจาพนักงาน ่ บังคับคดียอมมีอํานาจในการบังคับคดีแทนตามหมายบังคับคดีที่ออกโดยศาลอื่นไดเชนกัน การบังคับคดีลมละลาย การลมละลายเกิดจากการมีหนี้สิน ลนพนตัว คือมีหนี้สินมากกวาทรั พยสิน จึงเกิด กฎหมายลมละลายขึ้นมาเพื่อจัดระบบใหเกิดความเปนธรรม แกบรรดาเจาหนี้ทุกราย เพื่อให ไดรับชําระหนี้เต็มจํานวนหรือโดยสวนเฉลี่ยที่เทาเทียมกัน ตามสัดสวนแหงหนี้จากหนี้ที่ ลูกหนี้มีอยูกับเจาหนี้รายนั้น ๆ ในคดีลมละลายเพื่อที่จะทราบวา ลูกหนี้คดีนี้มีเจาหนี้อยูกี่ราย เปนจํานวนหนี้เทาใดกฎหมายจึงกําหนดใหตองมีการโฆษณาคําสั่งพิทักษทรัพย เมื่อศาลมี คําสั่งพิทักษทรัพยเด็ดขาดแลว บรรดาเจาหนี้ทั้งหลายตองมายื่นคําขอรับชําระหนี้ตอเจา พนักงานพิทักษทรัพย ภายในเวลา 2 เดือน เพื่อที่ลูกหนี้จะไดทราบวาตนเองมีหนี้สินเทาใด หากตองการจะจัดการกับหนี้สินดังกลาวควรจะทําอยางไร เชนอาจจะยื่นคําขอประนอมหนี้ ตามจํานวนที่คิดวาจะสามารถชําระแกเจาหนี้ได หรือหากไมสามารถจะประนอมหนี้ไดก็ตอง เปนบุคคลลมละลายตอไป เมื่อศาลมีคําสั่งพิทักษทรัพยตาม พ.ร.บ. ลมละลาย พ.ศ.2483 แลว คําสั่งพิทักษทรัพยมี 2 อยาง คือ 1. คําสั่งพิทักษทรัพยชั่วคราว คําสั่งนี้เปนคําสั่งใหเจาพนักงานพิทักษทรัพยเขา รวบรวมทรัพยสินของลูกหนี้ไวชั่วคราว (เปนการคุมครองเจาหนี้ชั่วคราวกอนศาลมีคําสั่ง พิทักษทรัพยเด็ดขาด) เพื่อปองกันมิใหลูกหนี้ยักยายถายเททรัพยสินนั่นเอง
  8. 8. ~8~ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 โดยที่เปนการสมควรกําหนดใหมีการปรับปรุงกระบวนการจางงานภาครัฐในสวนของ ลูกจางของสวนราชการใหมีความหลากหลาย เพื่อใหเกิดความเหมาะสมในการใชกําลังคน ภาครัฐและใหการปฏิบัตราชการมีความคลองตัวเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดย ิ สอดคลองตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม คณะรัฐมนตรีจึงเห็นสมควรใหมี การจางพนักงานราชการสําหรับการปฏิบัติงานของสวนราชการ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11 (8) แหงพระราชบัญญัตระเบียบบริหาร ิ ราชการแผนดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวาง ระเบียบไวดงตอไปนี้ ั ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยพนักงาน ราชการ พ.ศ. 2547” ขอ 2 ระเบียบนี้ใหใชบังคับตั้งแตวนที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 เปนตนไป ั ขอ 3 ในระเบียบนี้ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ “สวนราชการ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม หรือสวนราชการที่ เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรม หรือหนวยงานอื่นใดของรัฐที่มีฐานะเปนสวนราชการ ตามกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดินและกฎหมายวาดวยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม เวนแตราชการสวนทองถิน ่ “หัวหนาสวนราชการ” หมายความวา ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง อธิบดีหรือ หัวหนาสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรม หรือหัวหนาหนวยงานอืนของรัฐที่ ่ มีฐานะเปนสวนราชการ และผูวาราชการจังหวัด ซึ่งเปนผูวาจางพนักงานราชการ “พนักงานราชการ” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับการจางตามสัญญาจาง โดยไดรับคาตอบแทนจากงบประมาณของสวนราชการ เพือเปนพนักงานของรัฐในการ ่ ปฏิบัติงานใหกับสวนราชการนั้น “สัญญาจาง” หมายความวา สัญญาจางพนักงานราชการตามระเบียบนี้ ขอ 4 บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ขอบังคับ คําสั่ง หรือมติ คณะรัฐมนตรีที่กําหนดใหขาราชการหรือลูกจางของสวนราชการมีหนาที่ตองปฏิบัติหรือละ เวนการปฏิบัติหรือเปนขอหามในเรื่องใด ใหถือวาพนักงานราชการมีหนาที่ตองปฏิบัติหรือ
  9. 9. ~9~ ละเวนการปฏิบัติหรือตองหามเชนเดียวกับขาราชการหรือลูกจางดวย ทั้งนี้ เวนแตเรื่องใดมี กําหนดไวแลวโดยเฉพาะในระเบียบนี้หรือตามเงือนไขของสัญญาจาง หรือเปนกรณีที่สวน ่ ราชการประกาศกําหนดใหพนักงานราชการประเภทใดหรือตําแหนงในกลุมงานลักษณะใด ไดรับยกเวนไมตองปฏิบติเชนเดียวกับขาราชการหรือลูกจางในบางเรื่องเพื่อใหเหมาะสมกับ ั สภาพการปฏิบัติงานของพนักงานราชการ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรอาจกําหนดแนวทางการดําเนินการตาม วรรคหนึ่ง เพื่อเปนมาตรฐานทั่วไปใหสวนราชการปฏิบัติก็ได ขอ 5 ใหเลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือนรักษาการตามระเบียบนี้ หมวด 1 พนักงานราชการ ขอ 6 พนักงานราชการมีสองประเภท ดังตอไปนี้ (1) พนักงานราชการทัวไป ไดแก พนักงานราชการซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะ ่ เปนงานประจําทั่วไปของสวนราชการในดานงานบริการ งานเทคนิค งานบริหารทั่วไป งาน วิชาชีพเฉพาะหรืองานเชี่ยวชาญเฉพาะ (2) พนักงานราชการพิเศษ ไดแก พนักงานราชการซึ่งปฏิบติงานในลักษณะที่ ั ตองใชความรูหรือความเชี่ยวชาญสูงมากเปนพิเศษเพื่อปฏิบติงานในเรื่องที่มีความสําคัญและ ั จําเปนเฉพาะเรื่องของสวนราชการ หรือมีความจําเปนตองใชบุคคลในลักษณะดังกลาว ขอ 7 ในการกําหนดตําแหนงของพนักงานราชการ ใหกําหนดตําแหนงโดย จําแนกเปนกลุมงานตามลักษณะงานและผลผลิตของงาน ดังตอไปนี้ (1) กลุมงานบริการ (2) กลุมงานเทคนิค (3) กลุมงานบริหารทั่วไป (4) กลุมงานวิชาชีพเฉพาะ (5) กลุมงานเชี่ยวชาญเฉพาะ (6) กลุมงานเชี่ยวชาญพิเศษ ในแตละกลุมงานตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจกําหนดใหมีกลุมงานยอย เพื่อใหเหมาะสมกับลักษณะงานของพนักงานราชการได การกําหนดใหพนักงานราชการประเภทใดมีตําแหนงในกลุมงานใด และการ กําหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุมงาน ใหเปนไปตามประกาศของ  คณะกรรมการ
  10. 10. ~ 10 ~ สวนราชการซึ่งเปนผูวาจางพนักงานราชการอาจกําหนดชื่อตําแหนงในกลุม งานตามความเหมาะสมกับหนาที่การปฏิบัติงานของพนักงานราชการทีจางได ่ ขอ 8 ผูซึ่งจะไดรับการจางเปนพนักงานราชการ ตองมีคณสมบัติและไมมี ุ ลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ (1) มีสัญชาติไทย (2) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป (3) ไมเปนบุคคลลมละลาย (4) ไมเปนผูมีกายทุพพลภาพจนไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ไรความสามารถ  หรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ หรือเปนโรคตามที่กําหนดไวในกฎหมายวาดวยระเบียบ ขาราชการพลเรือน (5) ไมเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือ  เจาหนาที่ในพรรคการเมือง (6) ไมเปนผูเคยตองรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุกเพราะ  กระทําความผิดทางอาญา เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ (7) ไมเปนผูเคยถูกลงโทษใหออก ปลดออก หรือไลออกจากราชการ  รัฐวิสาหกิจหรือหนวยงานอื่นของรัฐ (8) ไมเปนขาราชการหรือลูกจางของสวนราชการ พนักงานหรือลูกจางของ หนวยงานอืนของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานหรือลูกจางของราชการสวนทองถิ่น ่ (9) คุณสมบัติหรือลักษณะตองหามอื่นตามที่สวนราชการกําหนดไวใน  ประกาศการสรรหาหรือการเลือกสรรบุคคลเพือจางเปนพนักงานราชการ ทั้งนี้ ตองเปนไป ่ เพื่อความจําเปนหรือเหมาะสมกับภารกิจของสวนราชการนัน ้ ความใน (1) ไมใหใชบงคับกับพนักงานราชการชาวตางประเทศซึ่งสวน ั ราชการจําเปนตองจางตามขอผูกพันหรือตามความจําเปนของภารกิจของสวนราชการ ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการอาจประกาศกําหนดคุณสมบัติหรือลักษณะ ตองหามเพิมขึ้น หรือกําหนดแนวทางปฏิบัติของสวนราชการในการจางพนักงานราชการ ่ เพื่อใหสอดคลองกับวัตถุประสงคของการกําหนดใหมีพนักงานราชการตาม ระเบียบนี้ ขอ 9 ใหสวนราชการจัดทํากรอบอัตรากําลังพนักงานราชการเปนระยะเวลาสี่ ป โดยใหสอดคลองกับเปาหมายการปฏิบัตราชการของสวนราชการและแผนงบประมาณ ิ
  11. 11. ~ 11 ~ เชิงกลยุทธ ทั้งนี้ ตามแนวทางการจัดกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการที่คณะกรรมการ กําหนด กรอบอัตรากําลังพนักงานราชการของสวนราชการตามวรรคหนึ่ง จะตองเสนอ ตอคณะกรรมการเพื่อใหความเห็นชอบ เมื่อคณะกรรมการใหความเห็นชอบแลว ใหสํานัก งบประมาณสนับสนุนงบประมาณเพือเปนคาใชจายดานบุคคลตามความจําเปนและ ่  สอดคลองกับกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการดังกลาว ทังนี้ การเบิกจายงบประมาณให ้ เปนไปตามประเภทรายจายที่ไดรับการจัดสรรตามหลักเกณฑและวิธีการที่กระทรวงการคลัง กําหนด ในกรณีท่มีเหตุผลความจําเปน สวนราชการอาจขอใหเปลี่ยนกรอบอัตรากําลัง ี พนักงานราชการได โดยไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และแจงใหสํานัก งบประมาณทราบ ขอ 10 การสรรหาและการเลือกสรรบุคคลเพื่อจางเปนพนักงานราชการให เปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด ในกรณีที่สวนราชการใดจะขอยกเวนหรือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสรรหาหรือการ เลือกสรรตามที่คณะกรรมการกําหนดตามวรรคหนึ่ง ใหสามารถกระทําไดโดยทําความตกลง กับคณะกรรมการ ขอ 11 การจางพนักงานราชการใหกระทําเปนสัญญาจางไมเกินคราวละสี่ป หรือตามโครงการที่มีกําหนดเวลาเริ่มตนและสิ้นสุดไว โดยอาจมีการตอสัญญาจางได ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมและความจําเปนของแตละสวนราชการ แบบสัญญาจางใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด การทําสัญญาตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสวนราชการหรือผูซึ่งไดรับมอบหมาย  จากหัวหนาสวนราชการเปนผูลงนามในสัญญาจางกับผูไดรับการสรรหาหรือการเลือกสรร เปนพนักงานราชการ ขอ 12 การแตงกายและเครื่องแบบปกติ ใหเปนไปตามที่สวนราชการกําหนด เครื่องแบบพิธีการใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด  ขอ 13 วันเวลาการทํางาน หรือวิธีการทํางานในกรณีที่ไมตองอยูปฏิบัติงาน ประจําสวนราชการ ใหเปนไปตามทีสวนราชการกําหนด ซึ่งอาจแตกตางกันไดตามหนาที่ ่ ของพนักงานราชการในแตละตําแหนง โดยคํานึงถึงผลสําเร็จของงาน
  12. 12. ~ 12 ~ หมวด 2 คาตอบแทนและสิทธิประโยชน ขอ 14 อัตราคาตอบแทนของพนักงานราชการใหเปนไปตามที่คณะกรรมการ ประกาศกําหนด ขอ 15 สวนราชการอาจกําหนดใหพนักงานราชการประเภทใดหรือตําแหนง ในกลุมงานใดไดรับสิทธิประโยชนอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้ (1) สิทธิเกี่ยวกับการลา (2) สิทธิในการไดรับคาตอบแทนระหวางลา (3) สิทธิในการไดรับคาตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลางาน (4) คาใชจายในการเดินทาง (5) คาเบี้ยประชุม (6) สิทธิในการขอรับเครืองราชอิสริยาภรณ ่ (7) การไดรับรถประจําตําแหนง (8) สิทธิอื่นๆ ที่คณะกรรมการประกาศกําหนด หลักเกณฑการไดรับสิทธิตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามที่สวนราชการกําหนด  ทั้งนี้ เทาที่ไมขัดหรือแยงกับหลักเกณฑที่กําหนดเกี่ยวกับการไดรับสิทธินั้นตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือมติคณะรัฐมนตรี ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการอาจเสนอตอ คณะรัฐมนตรีเพื่อใหแกไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือมติคณะรัฐมนตรี เพื่อใหไดรับ สิทธิประโยชนตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการอาจกําหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการ กําหนดสิทธิประโยชนใหแกพนักงานราชการเพื่อใหสวนราชการปฏิบัติกได ็ ขอ 16 ใหคณะกรรมการพิจารณาทบทวนอัตราคาตอบแทนและสิทธิ ประโยชนของพนักงานราชการตามขอ 14 และขอ 15 เพื่อปรับปรุงใหเหมาะสมเปนธรรม และมีมาตรฐาน โดยคํานึงถึงคาครองชีพที่เปลี่ยนแปลง คาตอบแทนของเอกชน อัตรา เงินเดือนของขาราชการพลเรือน และฐานะการคลังของประเทศ รวมทั้งปจจัยอื่นที่เกี่ยวของ ิ ขอ 17 ใหพนักงานราชการไดรับสิทธิประโยชนและมีหนาที่ตองปฏิบัตตาม กฎหมายวาดวยการประกันสังคม ขอ 18 สวนราชการอาจกําหนดใหพนักงานราชการประเภทใดหรือตําแหนง ในกลุมงานใดไดรับคาตอบแทนการออกจากงานโดยไมมีความผิดไดตามหลักเกณฑที่ คณะกรรมการกําหนด
  13. 13. ~ 13 ~ ความรูเกี่ยวกับบัญชีเบืองตน ้ ความหมายของการบัญชี การบัญชี(Accounting) คือ “การชวยอํานวยใหการบริหารงานทางเศรษฐกิจ ของธุรกิจดําเนินไปไดอยางราบรื่น” นักบัญชีจึงมีหนาที่เก็บรวบรวมขอมูลมาบันทึกรายการ ซึ่งเกิดขึ้นกับธุรกิจ เฉพาะที่สามารถตีคาเปนตัวเงินได รวมทั้งการจัดระบบการทํางาน การจัดแยกประเภท รายการคา การวิเคราะหรายการและการรายงานสรุปผลการดําเนินงานตามรายการคาที่ เกิดขึ้น “AICPA” (The American Institute of Certified Public Accountants) เปน สมาคมนักบัญชีและสถาบันผูสอบบัญชีรับอนุญาตของอเมริกา ไดใหความหมายของการ บั ญ ชี ว า “การบั ญ ชี เ ป น ศิ ล ปะของการเก็ บ รวบรวมจดบั น ทึ ก รายการ หรื อ เหตุ ก ารณ ที่ เกี่ยวกับการเงิน ไวในรูปของเงินตราและการจัดหมวดหมูรายการคาที่เกิดขึ้น เพื่อสรุปผล พรอมทั้งวิเคราะหความหมายของรายงานที่ไดจัดทําไว” จากคําจํากัดความขางตน อาจสรุปไดวา การบัญชีตองประกอบดวย กระบวนการดังตอไปนี้ 1. การบันทึกรายการที่เกิดขึ้นประจําวัน (Recording Daily Transactions) ในการดําเนินกิจการทุกวัน การบันทึกบัญชีจะเริ่มตนตอเมื่อกิจการมีรายการ คาทางธุรกิจเกิดขึ้นเฉพาะในสวนที่เกี่ยวกับจํานวนเงิน และตองเปนรายการคาที่เกิดขึ้นแลว เทานั้น หรือมีหลักฐานที่เชื่อถือไดวาจะเกิดขึ้นอยางแนนอนเหตุการณบางอยางซึ่งเปนเพียง การคาดการณวาจะเกิดขึ้น ไมถือวาเปนรายการที่สมบูรณพอที่จะนํามาบันทึกได ตัวอยาง รายการคาที่ถือวาเปนรายการบัญชี เชน รายการที่เกี่ยวกับการซื้อ–ขาย การรับ-จายเงิน ซึ่งรายการเหลานี้สามารถตีคาเปนจํานวนเงินได และจะนําไปบันทึกไวในสมุดรายวัน ขั้นตน (Journatasin thongsean) 2. การจัดหมวดหมูของรายการ (Classifying Recorded Data) เกิดขึ้นภายหลังจากที่ไดบันทึกรายการลงในสมุดรายวันขั้นตน จากนั้นจึงมาแยกรายการ ออกเปนหมวดหมู และแยกประเภทรายการชนิดเดียวกันใหรวมอยูในที่เดียวกัน โดยการ ฝายรายการตาง ๆ จากสมุดรายวันขั้นตน ไปยังบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวของ (LEDGERS) ตามหมวดหมูนั้น ๆ
  14. 14. ~ 14 ~ สมการบัญชี ความสัมพันธระหวางสินทรัพย หนี้สิน และสวนของเจาของ เขียนเปน สมการบัญชีไดดังนี้ สินทรัพย = หนี้สิน + สวนของเจาของ สมการบัญชี ใชเปนหลักในการวิเคราะหรายการบัญชี และการบันทึกขอมูล ทางการบัญชี ซึ่งการดําเนินงานของธุรกิจจะมีผลทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย หนี้สิน และสวนของเจาของ อยางไรก็ตาม สินทรัพยทั้งสินตองเทากับ หนี้สินและสวน ้ ของเจาของรวมกันเสมอ งบกําไรขาดทุน (Income Statement) งบกําไรขาดทุนเปนงบ หรือรายงานการเงินที่แสดงใหเห็นถึงผลการ ดําเนินงานของกิจการในชวงเวลาหนึง คือ 1 ป หรืออาจจะสั้นกวา 1 ปก็ได เชน งวด ่ 1 เดือน หรือรายไตรมาส อาจเปน 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน เรียกวางบระหวางกาล ทั้งนี้ เพื่อใหเปนไปตามความตองการฝายบริหารที่จะใชภายในกิจการ การคํานวณกําไรขาดทุนของกิจการกระทําไดโดย การเปรียบเทียบรายได และคาใชจายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น สวนเกินที่รายไดสูงกวาคาใชจาย เรียกวา กําไร สุทธิ หรือรายจายมากกวารายได เรียกวา ขาดทุนสุทธิ การวิเคราะหรายการคา การดําเนินธุรกิจในแตละวันยอมมีผลทําให สินทรัพย หนี้สิน และสวนของ เจาของเปลี่ยนแปลงไป เชน กิจการขายสินคาไปเปนเงินสด มีผลทําใหสินทรัพยที่เปนเงิน สดเพิ่มขึ้น และสินทรัพยที่เปนสินคาลดลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจของกิจการที่กอใหเกิด ผลกระทบเชนนี้ เรียกวา “รายการคา” (Business Transaction) เดบิต และ เครดิต หมายถึง ศัพททางบัญชีที่ควรทราบเพื่อประโยชนในการบันทึกบัญชี รายการคาที่ เกิดขึ้นทุกรายการจะมีผลกระทบตอบัญชีสองบัญชี หรือมากกวานั้นเสมอ เชน
  15. 15. ~ 15 ~ เดบิต “Debit” (Dr) หมายถึง ดานซายของบัญชีซึ่งใชบนทึกสินทรัพยที่ ั เพิ่มขึ้น และหนี้สินกับสวนของเจาของที่ลดลง รายการบัญชีที่บันทึกทางดานซาย เรียกวา รายการเดบิต เครดิต “Credit” (Cr) หมายถึง ดานขวาของบัญชีซึ่งใชบันทึกสินทรัพยที่ ลดลง และหนี้สินและสวนของเจาของที่เพิ่มขึ้น รายการบัญชีที่บันทึกทางดานขวา เรียกวา รายการเครดิต ผลตางระหวางจํานวนเงินทางดานเดบิต (ดานซาย) และจํานวนเงินทางดาน เครดิต (ดานขวา) เรียกวา ยอดคงเหลือ ถาจํานวนเงินทางดานเดบิต สูงกวา เครดิต เรียกวา ยอดคงเหลือเดบิต (Debit Balance) ถาจํานวนเงินทางดานเครดิต สูงกวา เดบิต เรียกวา ยอดคงเหลือเครดิต (Credit Balance) สินทรัพย = หนี้สิน + ทุน จากสมการบัญชี กลาวคือ ในการบันทึกบัญชีถือวา สินทรัพย อยูดานซาย คือ เดบิต และ หนี้สินบวกทุนอยูดานขวา คือ เครดิต ถาผลของรายการทําใหเพิ่มขึ้น ก็จะบันทึกให ่ เพิ่มขึ้นตามดานที่อยู ถาผลของรายการทําใหลดลง ก็จะบันทึกในดานตรงกันขามทีอยู ทั้งนี้ ไมวาจะเปนสินทรัพย หนี้สน หรือทุน ิ เดบิต สินทรัพย เครดิต เครดิต เพิ่ม + ลด – เดบิต หนี้สน เครดิต ิ เดบิต ทุน ลด ลด – เพิ่ม + – สรุปสมการบัญชีไดดังนี้ : สินทรัพย = หนี้สิน + ทุน + รายได – คาใชจาย หรือ สินทรัพย+คาใชจาย = หนี้สิน + ทุน + รายได เพิ่ม ลด สินทรัพย ดานที่อยู เดบิต + เดบิต - เครดิต หนี้สิน “ เครดิต + เครดิต - เดบิต เพิ่ม +
  16. 16. ~ 16 ~ ทุน รายได คาใชจาย “ “ “ เครดิต เครดิต เดบิต + เครดิต + เครดิต + เดบิต - เดบิต - เดบิต - เครดิต การวิเคราะหรายการคา เมื่อมีรายการคาเกิดขึ้น จําเปนตองวิเคราะหวารายการดังกลาวมีผลกระทบ ตอ สินทรัพย หนี้สิน และสวนของเจาของ อยางไรบาง รวมทั้งผลกระทบตอรายไดทําให สวนของเจาของเพิ่มขึ้นและคาใชจายทําใหสวนของเจาของลดลง ตัวอยาง รายการที่เกิดขึ้นในกิจการ รานABCซักรีด ในระยะเวลา 1 เดือน เริ่ม 1 มกราคม 25xx ถึง 31 มกราคม 25xx ดังนี้ : 1. นายตนนําเงินสดมาลงทุน 25,000 บาท 2. ซื้อของใชสนเปลืองเปนเงินสด 3,000 บาท ิ้ 3. ซื้ออุปกรณซักรีดจากราน ABC เปนเงิน 14,000 บาท ตกลงชําระเงิน 15 ก.พ. 25xx 4. ระหวางเดือน กิจการมีรายไดจากการใหบริการเปนเงินสด 6,200 บาท 5. ระหวางเดือน จายเงินสดเปนคาใชจายดังนี้  เงินเดือน 1,500 บาท คาเชา 2,000 บาท คาน้ํา–คาไฟฟา 280 บาท 6. กิจการตกลงชําระหนี้ใหเจาหนี้บางสวน 3,000 บาท 7. ณ วันสิ้นเดือนตรวจนับของใชสิ้นเปลือง ปรากฏวามีของเหลืออยูคิดเปน มูลคา 1,400 บาท แสดงวาในระหวางเดือนมีการนําของใชสิ้นเปลืองไปใชในการซักรีด 1,600 บาท (ซื้อมา 3,000 บาท หักจํานวนที่เหลือ 1,400 บาท) 8. นาย ก. ถอนเงินไปใชสวนตัว 5,000 บาท 9. นาย ก. จายคาเชาอาคารลวงหนา 3 เดือน เปนเงิน 6,000 บาท การ จายคาเชาอาคารทําใหกิจการมีสิทธิในการใชอาคารตลอดระยะเวลา 3 เดือน สิทธิในการใช อาคารนี้ถอเปนสินทรัพยของกิจการ ื
  17. 17. ~ 17 ~ แนวขอสอบระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยพนักงาน ราชการ พ.ศ.2547 4."สวนราชการ" ในระเบียบฯ พ.ศ. 2547 หมายความถึงขอใด ก. กระทรวง ข. ทบวง ค. กรม ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ “สวนราชการ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม หรือสวนราชการที่เรียกชื่อ อยางอื่นและมีฐานะเปนกรม หรือหนวยงานอื่นใดของรัฐที่มีฐานะเปนสวนราชการตาม กฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดินและกฎหมายวาดวยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เวนแตราชการสวนทองถิ่น (ระเบียบฯ ขอ 3) 5."หัวหนาสวนราชการ" ในระเบียบฯ พ.ศ. 2547 หมายความถึงใคร ก. ปลัดกระทรวง ข. ปลัดทบวง ค. อธิบดี ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ “หัวหนาสวนราชการ” หมายความวา ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง อธิบดีหรือหัวหนา สวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรม หรือหัวหนาหนวยงานอื่นของรัฐที่มีฐานะ เปนสวนราชการ และผูวาราชการจังหวัด ซึ่งเปนผูวาจางพนักงานราชการ (ระเบียบฯ ขอ 3)  6.ผูใดรักษาการตามระเบียบฯ พ.ศ. 2547 คือผูใด ก. ปลัดกระทรวง ข. เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน ค. ปลัดทบวง ง. อธิบดี ตอบ ข. เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือนรักษาการตามระเบียบนี้ (ระเบียบฯ ขอ 4) 7.พนักงานราชการมีกี่ประเภท ก. 1 ประเภท ข. 2 ประเภท
  18. 18. ~ 18 ~ ค. 3 ประเภท ง. 4 ประเภท ตอบ ข. 2 ประเภท พนักงานราชการมีสองประเภท (ระเบียบฯ ขอ 6) 8.พนักงานราชการที่ปฏิบัติงานในลักษณะทีตองใชความรูหรือความเชี่ยวชาญสูงมากเปน ่ พิเศษหมายถึงผูใด ก. พนักงานราชการ ข. พนักงานราชการทั่วไป ค. พนักงานราชการพิเศษ ง. พนักงานราชการเชี่ยวชาญ ตอบ ค. พนักงานราชการพิเศษ พนักงานราชการพิเศษ ไดแก พนักงานราชการซึ่งปฏิบัตงานในลักษณะที่ตองใช ิ ความรูหรือความเชี่ยวชาญสูงมากเปนพิเศษเพือปฏิบติงานในเรื่องที่มีความสําคัญและจําเปน ่ ั เฉพาะเรื่องของสวนราชการ หรือมีความจําเปนตองใชบคคลในลักษณะดังกลาว (ระเบียบฯ ุ ขอ 6 (2)) 9.ในการกําหนดตําแหนงของพนักงานราชการจะจําแนกเปนกลุมงานโดยพิจารณาจากสิ่งใด ก. ลักษณะงานและผลผลิตของงาน ข. ลักษณะงานและคุณภาพของงาน ค. ประเภทและผลผลิตของงาน ง. ประเภทและคุณภาพของงาน ตอบ ก. ลักษณะงานและผลผลิตของงาน ในการกําหนดตําแหนงของพนักงานราชการ ใหกําหนดตําแหนงโดยจําแนกเปนกลุม งานตามลักษณะงานและผลผลิตของงาน (ระเบียบฯ ขอ 7) (1) กลุมงานบริการ (2) กลุมงานเทคนิค (3) กลุมงานบริหารทั่วไป (4) กลุมงานวิชาชีพเฉพาะ (5) กลุมงานเชี่ยวชาญเฉพาะ (6) กลุมงานเชี่ยวชาญพิเศษ 10.ตําแหนงของพนักงานราชการมีกี่กลุม ก. 4 กลุม ข. 5 กลุม
  19. 19. ~ 19 ~ แนวขอสอบ ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 33.ตําแหนงประเภทวิชาการของขาราชการพลเรือนสามัญนัน แบงเปนระดับใดบาง ้ ก. ระดับตน, ระดับสูง ข. ระดับปฏิบัติการ, ระดับชํานาญการ, ระดับชํานาญการพิเศษ, ระดับเชี่ยวชาญ , ระดับทรงคุณวุฒิ ค. ระดับปฏิบัติงาน, ระดับชํานาญการ, ระดับอาวุโส, ระดับทักษะพิเศษ ่ ง. ระดับปฏิบัติการ, ระดับชํานาญการ, ระดับเชียวชาญ ตอบ ข. ระดับปฏิบัติการ, ระดับชํานาญการ, ระดับชํานาญการพิเศษ, ระดับเชี่ยวชาญ , ระดับทรงคุณวุฒิ ตําแหนงประเภทวิชาการ มีระดับดังตอไปนี้ (ก) ระดับปฏิบัติการ (ข) ระดับชํานาญการ (ค) ระดับชํานาญการพิเศษ (ง) ระดับเชียวชาญ ่ (จ) ระดับทรงคุณวุฒิ (พรบ.ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 46) 34.ตําแหนงประเภททั่วไปของขาราชการพลเรือนสามัญนั้น แบงเปนระดับใดบาง ก. ระดับตน, ระดับสูง ข. ระดับปฏิบัติการ, ระดับชํานาญการ, ระดับชํานาญการพิเศษ, ระดับเชี่ยวชาญ , ระดับทรงคุณวุฒิ ค. ระดับปฏิบัติงาน, ระดับชํานาญการ, ระดับอาวุโส, ระดับทักษะพิเศษ ่ ง. ระดับปฏิบัติการ, ระดับชํานาญการ, ระดับเชียวชาญ ตอบ ค. ระดับปฏิบัติงาน, ระดับชํานาญการ, ระดับอาวุโส, ระดับทักษะพิเศษ ตําแหนงประเภททั่วไป มีระดับดังตอไปนี้ (ก) ระดับปฏิบัติงาน (ข) ระดับชํานาญงาน (ค) ระดับอาวุโส (ง) ระดับทักษะพิเศษ
  20. 20. ~ 20 ~ (พรบ.ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 46) 35.ในการกําหนดตําแหนงและระดับของขาราชการพลเรือนสามัญนั้น เปนไปตามหลักเกณฑใด ก. ตามหลักเกณฑที่กําหนดในราชกิจจานุเบกษา ข. ตามหลักเกณฑของกระทรวง ทบวง กรม ค. ตามหลักเกณฑที่กําหนดในกฎ ก.พ. ง. ตามหลักเกณฑที่กําหนดใน พรบ.บริหารราชการแผนดิน ตอบ ค. ตามหลักเกณฑที่กําหนดในกฎ ก.พ. การจัดประเภทตําแหนงและระดับตําแหนง ใหเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนดใน กฎ ก.พ. (พรบ.ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 46) 36.ในการกําหนดตําแหนงประเภทใด สายงานใด ระดับใดของขาราชการพลเรือนสามัญนั้น จะตองคํานึงถึงสิ่งใดเปนหลัก ก. ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ข. ลักษณะงาน ความประหยัด ค. ลักษณะงาน ประสิทธิภาพ ไมซ้ําซอน ง. ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความไมซ้ําซอนและประหยัด ตอบ ง. ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความไมซ้ําซอนและประหยัด ตําแหนงขาราชการพลเรือนสามัญจะมีในสวนราชการใด จํานวนเทาใด และ เปน ตําแหนงประเภทใด สายงานใด ระดับใด ใหเปนไปตามที่ อ.ก.พ. กระทรวงกําหนด โดยตอง คํานึงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความไมซ้ําซอนและประหยัดเปนหลัก ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ และเงื่อนไขที่ ก.พ. กําหนด และตองเปนไปตามมาตรฐานกําหนดตําแหนงตาม มาตรา 48 (พรบ.ระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 47) 37.ในการจัดทํามาตรฐานกําหนดตําแหนงของขาราชการพลเรือนสามัญนั้น ในการจําแนก ตําแหนงเปนประเภทและสายงานนั้น จะตองคํานึงถึงสิ่งใดเปนหลัก ก. ประสิทธิผลและคุณภาพของงาน ข. คุณภาพและคุณสมบัติของงาน ค. หนาที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงาน ง. หนาที่ความรับผิดชอบและคุณสมบัติเฉพาะตําแหนง
  21. 21. ~ 21 ~ แนวขอสอบ ระเบียบการเบิกจายเงินจากคลัง การเก็บรักษา เงินและการนําเงินสงคลัง พ.ศ. 2551 3. เงินที่สวนราชการจายใหแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งยืมเพื่อเปนคาใชจายในการเดินทางไป ราชการหรือการปฏิบัติราชการอื่นใด ทั้งนี้ ไมวาจะจายจากงบประมาณรายจายหรือเงินนอก งบประมาณ หมายความถึง ก. เงินทดรองจาย ข. เงินสํารอง ค. เงินยืม ง. เงินสํารองจาย 4. กําปนหรือตูเหล็กหรือหีบเหล็กอันมั่นคงซึ่งใชสําหรับเก็บรักษาเงินของทางราชการ หมายความถึง ก. ตูนิรภัย ข. หีบเหล็ก ค. ตูเก็บของ ง. ตูเหล็ก 5. เงินทั้งปวงที่อยูในความรับผิดชอบของสวนราชการ นอกจากเงินงบประมาณรายจาย เงิน รายไดแผนดิน เงินเบิกเกินสงคืน และเงินเหลือจายปเกาสงคืน หมายความถึงเงินในขอใด ก. เงินรายไดแผนดิน ข. เงินเบิกเกินสงคืน ค. เงินเหลือจายปเกาสงคืน ง. เงินนอกงบประมาณ 6. ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐซึ่งปฏิบัติงานโดยผานเครื่องคอมพิวเตอรโดยตรง หรือผานชองทางอื่นที่กระทรวงการคลังกําหนดกอนนําขอมูลเขาเครื่องคอมพิวเตอร คือขอ ใด ก. GFMIT ข. GFMIS ค. GFMMT ง. GFMNT 7. ขอใดไมใชขอมูลหลักของผูขาย ก. เลขที่สัญญา ค. เลขประจําตัวผูเสียภาษี ข. เลขประจําตัวประชาชน ง. ไมมีขอใดไมใชขอมูลหลัก 8. ผูรักษาการในระเบียบการเบิกจายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนําเงินสงคลัง พ.ศ. 2551 คือผูใด
  22. 22. ~ 22 ~ สั่งซื้อไดที่ www.SheetRam.com โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422, 085-9679080,085-9993722,085-9993740 แจงการโอนเงิน พรอมชือ และอีเมลลที่ ่ LINE ID : sheetram โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422,085-9679080, 085-9993722,085-9993740

×