ความรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น (๑)

820 views

Published on

สไลด์ประกอบการบรรยาย เรื่อง ความรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น (๑)

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
820
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
430
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ความรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น (๑)

  1. 1. น.๒๐๙ ความรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น (๑)
  2. 2. ครั้งที่แล้ว • แนวทางการศึกษา • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับละเมิด • ความรับผิดเพื่อละเมิดของตนเอง
  3. 3. แนวทางการศึกษา ชาคริต สิทธิเวช chacrit.wordpress.com facebook.com/schacrit schacrit@tu.ac.th
  4. 4. ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับ ละเมิด
  5. 5. ละเมิด?
  6. 6. ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์
  7. 7. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  8. 8. ความรับผิด เพื่อละเมิด ของตนเอง
  9. 9. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  10. 10. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  11. 11. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  12. 12. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  13. 13. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  14. 14. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  15. 15. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  16. 16. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  17. 17. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  18. 18. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  19. 19. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  20. 20. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  21. 21. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  22. 22. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  23. 23. มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพ ก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่าน ว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อ การนั้น
  24. 24. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  25. 25. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  26. 26. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  27. 27. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  28. 28. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  29. 29. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  30. 30. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  31. 31. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  32. 32. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  33. 33. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  34. 34. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  35. 35. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  36. 36. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  37. 37. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  38. 38. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  39. 39. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  40. 40. มาตรา ๔๒๓  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่ เสียหายแก่ทางทํามาหาได้ หรือทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อัน เกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่ จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ...
  41. 41. ความรับผิดเพื่อละเมิด ของบุคคลอื่น (๑)
  42. 42. • ความรับผิดของนายจ้างในละเมิดของลูกจ้าง (มาตรา ๔๒๕ และมาตรา ๔๒๖) • ความรับผิดของบิดามารดาในละเมิดของ บุตรผู้เยาว์ (มาตรา ๔๒๙ มาตรา ๔๓๑ และ มาตรา ๔๒๖) • ความรับผิดของนายจ้างในละเมิดของผู้ไร้ ความสามารถ (มาตรา ๔๓๐ มาตรา ๔๒๑ และมาตรา ๔๒๖)
  43. 43. ความรับผิดของนายจ้าง ในละเมิดของลูกจ้าง (มาตรา ๔๒๕ และมาตรา ๔๒๖)
  44. 44. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  45. 45. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  46. 46. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  47. 47. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  48. 48. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  49. 49. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  50. 50. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  51. 51. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  52. 52. มาตรา ๔๒๕  นายจ้างต้องร่วมกันรับ ผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้ กระทําไปในทางการที่จ้างนั้น
  53. 53. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  54. 54. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  55. 55. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  56. 56. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  57. 57. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  58. 58. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  59. 59. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  60. 60. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  61. 61. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  62. 62. ความรับผิดของบิดามารดา ในละเมิดของบุตรผู้เยาว์ (มาตรา ๔๒๙ มาตรา ๔๓๑ และ มาตรา ๔๒๖)
  63. 63. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  64. 64. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  65. 65. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  66. 66. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  67. 67. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  68. 68. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  69. 69. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  70. 70. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  71. 71. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  72. 72. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  73. 73. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  74. 74. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  75. 75. มาตรา ๔๒๙  บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทําละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาล ของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขา ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทําอยู่นั้น
  76. 76. มาตรา ๔๓๑  ในกรณีที่กล่าวมาใน สองมาตราก่อนนั้น ท่านให้นําบทบัญญัติ แห่งมาตรา ๔๒๖ มาใช้บังคับด้วยโดย อนุโลม
  77. 77. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  78. 78. คําถาม?
  79. 79. ความรับผิดของนายจ้าง ในละเมิดของผู้ไร้ความสามารถ (มาตรา ๔๓๐ มาตรา ๔๒๑ และ มาตรา ๔๒๖)
  80. 80. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  81. 81. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  82. 82. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  83. 83. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  84. 84. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  85. 85. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  86. 86. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  87. 87. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  88. 88. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  89. 89. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  90. 90. มาตรา ๔๓๐  ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือ บุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จําต้องรับผิดร่วม กับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้ กระทําลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร
  91. 91. มาตรา ๔๓๑  ในกรณีที่กล่าวมาใน สองมาตราก่อนนั้น ท่านให้นําบทบัญญัติ แห่งมาตรา ๔๒๖ มาใช้บังคับด้วยโดย อนุโลม
  92. 92. มาตรา ๔๒๖  นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อ ละเมิดอันลูกจ้างได้ทํานั้น ชอบที่จะได้ชดใช้ จากลูกจ้างนั้น
  93. 93. คําถาม?
  94. 94. ครั้งต่อไป ความรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น (๒)
  95. 95. มาตราสําคัญ • มาตรา ๔๒๘
  96. 96. คําถาม?

×