Your SlideShare is downloading. ×
งานนำเสนอบทที่8
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

งานนำเสนอบทที่8

332
views

Published on


0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
332
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1.  
  • 2. เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศ
    • เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศ หมายถึง เครื่องมือและรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการสืบค้นรายการสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วทันความต้องการโดยทั่วไปเครื่องมือสืบค้นสารสนเทศจะให้รายละเอียด เพื่อการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ ดังนี้
  • 3. เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศ
  • 4. รายละเอียดการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศมีดังนี้
    • • ข้อมูลบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศที่ตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์เช่น ชื่อผู้เขียน ชื่อหนังสือ หรือชื่อบทความ ครั้งที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีพิมพ์ จำนวนหน้า เป็นต้น • ข้อมูลดรรชนีและสาระสังเขปบทความในวารสารและหนังสือพิมพ์ เช่น ชื่อผู้เขียนบทความ ชื่อบทความ ชื่อวารสาร ปีที่ ฉบับที่ หน้าที่ตีพิมพ์ เป็นต้น และบางเครื่องมือให้ข้อมูลเนื้อหาย่อด้วย ( สาระสังเขป )
  • 5.
    • • ข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็ม ( Full Text) ข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็มโดยทั่วไปมักเป็นการสืบค้นวารสารอิเล็กทรอนิกส์ นักศึกษาจะได้ข้อมูลที่มีลักษณะเนื้อหาฉบับเต็มคือมีเนื้อหาของบทความที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที รวมถึงข้อมูลบรรณานุกรมของบทความวารสาร ตัวอย่างข้อมูลที่ได้จากฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ชื่อ Willson OmmiFile : Full Text Select • ข้อมูลสื่อประสม ( Multimedia) เป็นข้อมูลที่ประกอบด้วยข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ข้อมูลในลักษณะนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นสารานุกรมออนไลน์ หรือเป็นข้อมูลที่อยู่ในแผ่นซีดีรอม ตัวอย่างข้อมูลสื่อประสมจากฐานข้อมูลสารานุกรมออนไลน์ชื่อ Grolier Multimedia Encyclopedia
  • 6. เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศจำแนกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆดังนี้
    • 2.1 เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศด้วยมือ
    • หมายถึง เครื่องมือสืบค้นที่บันทึกรายละเอียดของรายการสารสนเทศไว้ในรูปแบบที่ผู้ใช้ต้องสืบค้นด้วยมือ ส่วนใหญ่มักบันทึกในรูปแบบสิ่งตีพิมพ์ เช่น บัตรรายการ ( Card catalog) หรือมีลักษณะเป็นเล่ม ( Book catalog)  บัตรรายการ (Catalog card) หมายถึง บัตรที่แจ้งรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับหนังสือ สิ่งพิมพ์อื่นๆ ตลอดจนโสตทัศนวัสดุที่มีในห้องสมุด เพื่อให้ผู้ใช้ทราบข้อมูลต่าง ๆ เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง ครั้งที่พิมพ์ สถานที่พิมพ์ ผู้จัดพิมพ์ ปีพิมพ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเลขเรียกหนังสือ ( Call number) บอกตำแหน่งที่เก็บเพื่อให้หาวัสดุนั้นๆ ได้ถูกที่โดยไม่เสียเวลา บัตรรายการมีขนาดมาตรฐาน คือ 3” X 5” ด้านล่างเจาะรูสำหรับให้แกนเหล็กร้อยบัตรไว้กับลิ้นชักของตู้บัตรรายการเพื่อไม่ให้บัตรสลับที่หรือถูกนำออกจากลิ้นชัก
  • 7. ประโยชน์ของบัตรรายการ
    • 1. ช่วยให้ค้นหาหนังสือที่ต้องการ เพียงผู้ใช้ทราบชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ ชื่อหัวเรื่อง หรือทราบชื่อผู้แต่งร่วม ผู้แปล ผู้รวบรวม ชื่อชุด หรือข้อมูลใดๆ ที่ห้องสมุดพิมพ์ไว้บรรทัดแรกของบัตร ก็สามารถใช้ บัตรรายการประเภทต่างๆที่ห้องสมุดจัดทำขึ้น ได้แก่ บัตรผู้แต่ง บัตรชื่อเรื่อง บัตรหัวเรื่อง หรือบัตรอื่น ๆ ตรวจค้นว่าห้องสมุดมีหนังสือเล่มที่ต้องการหรือไม่ 2. บอกตำแหน่งที่อยู่ของหนังสือแต่ละเล่มในห้องสมุด เลขเรียกหนังสือในบัตรรายการจะช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าหนังสือเล่มที่ต้องการอยู่ที่ใดของห้องสมุด 3. เป็นตัวแทนของหนังสือแต่ละเล่มที่มีอยู่ในห้องสมุด รายการต่าง ๆ ในบัตรรายการ ได้แก่ ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ลักษณ์ บรรณลักษณ์ ชื่อชุด และหมายเหตุ รายการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้ทราบรายละเอียดก่อนได้เห็นตัวเล่มจริง ทำให้สามารถเลือกหนังสือได้ตรงกับความต้องการ
  • 8.
    • 4. รายละเอียดของหนังสือที่บันทึกในบัตรรายการสามารถนำไปรวบรวมเขียนบรรณานุกรมได้ หนังสือบางเล่มส่วนหน้าปกในอาจฉีกขาดหรือหลุดหายไปบางส่วนสามารถดูรายละเอียดในบัตรรายการแทนได้ 5. ผู้ที่ต้องการค้นคว้าผลงานของผู้แต่งคนเดียวกัน จะสะดวกอย่างยิ่งถ้าดูจากบัตรผู้แต่ง ทำให้ทราบนามจริงของผู้แต่งที่ใช้นามแฝงด้วย 6. ผู้ที่ต้องการค้นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถใช้บัตรหัวเรื่อง ซึ่งจะบอกชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง และอื่นๆ ที่บันทึกรายการสำคัญของหนังสือไว้ด้วย จะได้หนังสือจำนวนหลายเล่มในเรื่องที่ต้องการ พร้อมทั้งโยงเพิ่มเติมไปยังหัวเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องให้ด้วย 7. บัตรโยงนำผู้ใช้จากชื่อบางชื่อ หรือหัวเรื่องบางหัวเรื่องไปยังชื่อหรือหัวเรื่องที่ถูกต้อง ทำให้ ผู้ใช้สามารถค้นพบสารสนเทศที่ต้องการได้ง่าย
  • 9. ส่วนต่าง ๆ ของบัตรรายการ
    • 1. เลขเรียกหนังสือ ( Call number) เป็นเลขหมายประจำตัวของหนังสือแต่ละเล่ม อยู่มุมซ้ายบนของบัตร ประกอบด้วยเลขหมู่หนังสือ อักษรตัวแรกของชื่อผู้แต่ง และอักษรตัวแรกของชื่อเรื่อง สำหรับบอกตำแหน่งที่จัดเก็บเพื่อให้ค้นได้สะดวก 2. ชื่อผู้แต่ง (Author) อาจเป็นบุคคล องค์การ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ การลงชื่อผู้แต่ง มีหลักเกณฑ์มากมายแต่ที่ควรทราบคือผู้แต่งที่เป็น ชื่อบุคคลถ้าเป็นคนไทย ให้ลงชื่อตัว และตามด้วยชื่อสกุลกรณีผู้แต่งเป็นชาวต่างประเทศ ให้ขั้นต้นด้วยชื่อสกุลและตามด้วยชื่อตัว ผู้แต่งที่เป็นองค์กรหรือหน่วยงานใช้ตามที่เรียกขาน เช่น กรมศิลปากร สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย
  • 10.
    • 3. ชื่อเรื่อง (Title) ใช้ชื่อที่ปรากฏในหน้าปกใน 4. ครั้งที่พิมพ์ ( Edition) จะลงรายการตั้งแต่พิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป 5. พิมพลักษณ์ (Imprint) หมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับการพิมพ์ประกอบด้วย • สถานที่พิมพ์ (Place of publication) ได้แก่ชื่อจังหวัด ที่มีการจัดพิมพ์หนังสือ เช่น กรุงเทพฯ นครราชสีมา • สำนักพิมพ์ (Publisher) ได้แก่ ชื่อบริษัทห้างร้าน ที่พิมพ์ หนังสือ เช่น ซีเอ็ด ดอกหญ้า ดวงกมล • ปีที่พิมพ์ (Date of publication) คือตัวเลขของปีที่พิมพ์
  • 11.
    • 6. บรรณลักษณ์ (Collation) คือ รายการแสดงลักษณะของหนังสือ เช่น จำนวนหน้า ( Page) จำนวนเล่ม ภาพประกอบ ตาราง แผนภูมิ 7. เลขมาตรฐานหนังสือสากล ( International Standard Book Number = ISBN) คือ ตัวเลขที่กำหนดขึ้นแทนชื่อหนังสือ สำนักพิมพ์ และประเทศ มี 10 หลัก สำหรับใช้เป็นรหัสในการติดต่อสั่งซื้อ 8. แนวสืบค้น (Tracing) เป็นข้อความที่บอกให้ทราบว่า บัตรรายการสำหรับหนังสือเล่มหนึ่ง ๆ มีกี่บัตร และมีหัวเรื่องเพิ่มเติมอะไรที่เกี่ยวข้องกัน ทำให้การค้นหาหนังสือเล่มนั้น ๆ ง่ายขึ้น
  • 12. การสืบค้นสารสนเทศจากบัตรรายการ
    • 1. ใช้บัตรผู้แต่ง เมื่อทราบชื่อผู้แต่ง ผู้แต่งร่วม ผู้แปล บรรณาธิการ ผู้รวบรวม ผู้วาดภาพประกอบ ชื่อนิติบุคคลและบัตรโยงชื่อนิติบุคคล 2. ใช้บัตรชื่อเรื่อง เมื่อทราบชื่อเรื่องหรือชื่อชุดของหนังสือ สำหรับบัตรหลักที่ลงชื่อเรื่องเป็นรายการหลักและลงรายการแบบย่อหน้าคำค้างก็เรียงอยู่ในลิ้นชักบัตรชื่อเรื่อง 3. ใช้บัตรเรื่อง เมื่อไม่ทราบชื่อผู้แต่งและชื่อเรื่องของหนังสือ ให้คิดคำที่ครอบคลุมเนื้อหาของหนังสือที่ต้องการซึ่งจะพบได้ในลิ้นชักบัตรเรื่อง 4. หากไม่พบบัตรที่ตรงกับข้อมูลที่มีแสดงว่าห้องสมุดไม่มีหนังสือเรื่องนั้น หากพบบัตรรายการที่ต้องการ ให้จดเลขเรียกหนังสือจากมุมซ้ายบนของบัตร เพื่อนำไปค้นหาหนังสือจากชั้นหนังสือ ห้ามดึงบัตรรายการออกจากลิ้นชักโดยเด็ดขาด 5. เมื่อใช้บัตรรายการเสร็จแล้วให้นำลิ้นชักบัตรรายการเก็บเข้าตู้บัตร โดยเรียงหมายเลขประจำลิ้นชักบัตรรายการให้ถูกต้องตามลำดับ
  • 13. 2.2 เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี
    • หมายถึง เครื่องมือสืบค้นที่บันทึกรายละเอียดของรายการสารสนเทศไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการบันทึกและสืบค้นสารสนเทศ ทำให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นสารสนเทศได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมประเด็นหัวข้อที่ต้องการได้อย่างลึกซึ้งกว้างขวาง
  • 14. แหล่งให้บริการสารสนเทศ จำแนกเป็น 4 ประเภทย่อย ดังนี้
    • 2.2.1 OPAC ย่อมาจากคำว่า Online Public Access Catalog หรือบางครั้งอาจเรียกว่า Online Catalog เป็นเครื่องมือที่บันทึกรายละเอียดข้อมูลบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศที่มีในห้องสมุดไว้ในฐานข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่ต้องใช้เครื่องอ่าน (Machainereadable format) และให้ผู้สืบค้นสารสนเทศแบบเชื่อมตรงกับฐานข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Terminal หรือ workstation ซึ่งผู้ใช้สามารถป้อนคำสำคัญหรือหัวเรื่องที่ต้องการสืบค้นและแสดงผลการสืบค้นได้ทางจอภาพ   นอกจากนี้ บางห้องสมุดได้ออกแบบ OPAC ให้มีลักษณะเป็นกราฟิก ( Graphic User Interface-GUI) เพื่อการใช้ที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับผู้สืบค้นและสามารถเข้าสืบค้นได้โดยผ่านทางบริการประเภทหนึ่งของ Internet คือ World Wide Web ดังนั้นจึงมักเรียก OPAC ที่มีลักษณะดังกล่าว WebPac
  • 15. การสืบค้นสารสนเทศจาก OPAC ผู้สืบค้นมีทางเลือกในการสืบค้นหลายทาง เช่น
    • ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง คำสำคัญ เลขเรียกหนังสือ เป็นต้น ซึ่งผู้สืบค้นทราบข้อมูลส่วนใด ก็เพียงเลือกทางเลือกในการสืบค้น และพิมพ์คำค้นลงไป ระบบจะดำเนินการสืบค้น เมื่อพบรายการที่ ต้องการ ระบบจะแสดงผลออกมา นอกจากนี้ ผู้สืบค้นสามารถใช้เทคนิคการสืบค้นขั้นสูง เช่น ตรรกบูลีน หรือการจำกัดการค้นด้วยเขตข้อมูล เข้ามาร่วมในการสืบค้นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ห้องสมุดแต่ละแห่งเลือกใช้ ซึ่งมีคำแนะนำขั้นตอนและวิธีการสืบค้นจะปรากฏบนหน้าจอเสมอ ผู้ใช้เพียงทำตามคำแนะนำที่บอกให้ไปตามลำดับ นอกจากนี้ โดยปกติห้องสมุดจะจัดทำคู่มือแนะนำวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ทีมักพบในการสืบค้นเอาไว้ให้ข้าง ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เพื่อพบปัญหาในการค้น นอกจาก OPAC จะใช้ในการสืบค้นหนังสือ หรือทรัพยากรสารสนเทศประเภทอื่นๆ แล้ว ยังได้รวบรวมฐานข้อมูลบทความวารสารภาษาไทย และนำให้บริการสืบค้นผ่านหน้าจอ OPAC ของห้องสมุดด้วย
  • 16. วิธีการสืบค้นโดยใช้ทางเลือกต่าง ๆ ใน OPAC
    • 1) จากหน้าจอรายการหลักของ OPAC ให้เลือกรายการที่ต้องการจะใช้เป็นทางเลือกในการสืบค้นจากเมนู เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง เป็นต้น นอกจากนี้ควรเลือกให้ถูกต้องด้วยว่าต้องการสืบค้นหนังสือ โสตทัศนวัสดุ หรือบทความในวารสาร ตามช่องที่กำหนด 2) ป้อนข้อมูลที่ต้องการสืบค้นตามรายการที่ใช้เป็นทางเลือก เช่น เลือกทางเลือกผู้แต่ง พิมพ์ชื่อผู้แต่ง เลือกทางเลือกสำคัญ พิมพ์ คำสำคัญ ที่ต้องการสืบค้น เป็นต้น ลงในช่องสี่เหลี่ยม แล้วคลิกเม้าส์ที่คำว่า ค้นหา 3) ระบบจะทำการสืบค้น และแสดงผลการสืบค้นบนหน้าจอครั้งละ 12 รายการ พร้อมทั้งบอกจำนวนรายการที่ค้นได้
  • 17.
    • 4) หากต้องการได้รายละเอียดโดยย่อของรายการใด ให้คลิกเม้าส์ที่รายการที่ต้องการ ระบบจะแสดงรายละเอียดของรายการดังกล่าว ซึ่งจะประกอบไปด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้รับผิดชอบ และปีพิมพ์ 5) หากต้องการได้รายละเอียดที่สมบูรณ์ของรายการใด ให้คลิกเม้าส์ที่รายการที่ต้องการระบบจะแสดงรายละเอียดที่สมบูรณ์ของรายการนั้นๆ หากเป็นหนังสือหรือโสตทัศนวัสดุรายละเอียดที่ได้ประกอบด้วย เลขเรียกหนังสือ สถานที่ที่มีทรัพยากรสารสนเทศนั้น รายละเอียดทางบรรณานุกรม สถานภาพของหนังสือ ว่ามีกี่เล่ม มีอยู่ที่ใด อยู่บนชั้นหรือมีผู้ยืมไป ถ้ามีผู้ยืมจะบอกวันที่กำหนดส่งคือ ( date due) หากเป็นบทความวารสาร ระบบจะแสดงผลการสืบค้นเป็นรายการย่อ ซึ่งประกอบด้วย ชื่อบทความ ชื่อวารสาร ปีที่ ฉบับที่ และปีพิมพ์ ของวารสารที่ตีพิมพ์บทความนั้น รวมทั้งบอกด้วยว่าห้องสมุดมีวารสารนั้นตั้งแต่ปีใดถึงปีใด
  • 18. ข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นด้วย OPAC
    • 1. ข้อมูลบรรณานุกรม ( Bibliographic description) ประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง  (Author) อาจเป็นชื่อบุคคลหรือหน่วยงาน ชื่อเรื่อง  (Title) ของหนังสือ , ชื่อวารสาร , รายงานวิจัย , วิทยานิพนธ์ , โสตทัศนวัสดุ พิมพ์ลักษณ์  (Imprint) ประกอบด้วยครั้งที่พิมพ์ ( Edition) สถานที่พิมพ์ ( Place) ได้แก่ เมืองและประเทศ , สำนักพิมพ์ ( Publisher) และปีที่พิมพ์ ( Year of publication) สถานภาพ  (Status) สถานภาพของทรัพยากรสารสนเทศ มีหลายลักษณะได้แก่มีการยืมออกก็จะระบุวันกำหนดส่ง เช่น Due 12-06-04 , อยู่บนชั้น (Check shelves) อยู่ระหว่างการซื้อ ( On order) , อยู่ระหว่างการจัดหมู่และทำรายการ (Cataloguing) , อยู่ระหว่างการซ่อมแซม ( Repair) , ใช้ภายในห้องสมุด ( Libuse only) , พร้อมให้บริการ
  • 19.
    •  เลขเรียกหนังสือ ( Call number) เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนทรัพยากรแต่ละรายการหากเป็นสิ่งพิมพ์จะติดไว้ที่สันหนังสือ เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญที่ผู้ใช้ห้องสมุดต้องจดเพื่อไปหาหนังสือบนชั้น เนื่องจากหนังสือในห้องสมุดมีการเรียงตามเลขหมู่ แต่สำหรับวารสาร ห้องสมุดไม่มีการกำหนดเลขหมู่ให้ รูปเล่ม  (Description) บอกข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนหน้า ภาพประกอบ และขนาด หมายเหตุ  (Note) เป็นการระบุข้อมูลของทรัพยากรเพิ่มเติม เช่น มีข้อมูลบรรณานุกรม สถานที่  (Location) เป็นการบอกว่าทรัพยากรรายการนั้นอยู่ที่ห้องสมุดใด หัวเรื่อง  (Subject) เป็นการระบุคำหรือกลุ่มคำที่ใช้แทนเนื้อหาของทรัพยากร มีประโยชน์ในแง่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหาสารสนเทศได้มากยิ่งขึ้น เลขมาตรฐาน  (ISBN) เป็นเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือแต่ละรายการ
  • 20. วิธีการหาหนังสือในห้องสมุด
    • เมื่อนักศึกษาสืบค้นข้อมูลบรรณานุกรมได้แล้ ต้องจด Call No. เพื่อไปหาหนังสือบนชั้นในห้องสมุดที่จัดเก็บหนังสือเล่นนั้น โดยต้องดูสถานภาพของหนังสือด้วยว่าอยู่บนชั้นพร้อมให้บริการ สามารถยืมออกได้หรือไม่ หนังสือจะเรียงลำดับตามเลขเรียกหนังสือ จากหมวด A ไปหมวด Z และจากเลขน้อยไปหาเลขมาก โดยเรียงบนชั้นจากซ้ายไปขวา และจากชั้นบนลงชั้นล่าง
  • 21.
    • 2. ข้อมูลดรรชนีๆวารสาร ( periodica Index) ของบทความในวารสารภาษาไทย ประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง  (Author) อาจเป็นชื่อบุคคลหรือหน่วยงาน ชื่อเรื่อง  (Title) เป็นชื่อบทความวารสาร ปี ( Year)  ได้แก่ ปีพิมพ์ของวารสาร  ชื่อห้องสมุดที่บอกรับวารสารชื่อนั้น ๆ ( Library that have this journal ) บอกข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุดและปีที่ ฉบับที่ของวารสารที่ห้องสมุดบอกรับ สถานที่  (Location) บอกข้อมูลเกี่ยวกับชื่อวารสาร ปีที่ ฉบับที่ เดือน ปี และเลขหน้าที่ปรากฏบทความ  เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร ( ISSN) หัวเรื่อง  ๆ ( Subject) เพื่อใช้ในการสืบค้น
  • 22. วิธีการหาบทความวารสารภาษาไทย
    • การจัดเก็บวารสารภาษาไทยในห้องสมุด เรียงตามลำดับตัวอักษรของชื่อวารสารจาก อักษร ก – ฮ เมื่อพบว่าบทความ ที่ต้องการอยู่ในวารสารชื่อใด ต้องจดปีที่ ฉบับที่ ที่ปรากฏบทความ เพื่อไปหาวารสารฉบับนั้นบนชั้น
  • 23.
    • 2.2.2 ฐานข้อมูลออนไลน์ ( Online Database) เป็นแหล่งรวบรวมสารสนเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ ให้รายละเอียดทางบรรณานุกรม บทคัดย่อและหรือเนื้อหาเต็ม ( Full-text) เอกสารอ้างอิง ของสิ่งพิมพ์ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ บทความวารสาร งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ฯลฯ เช่น ฐานข้อมูล CINAHL Plus with fulltext , ProQuest, Medline ฯลฯ
  • 24. ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
    • ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง สารสนเทศที่จัดเก็บไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีชุดคำสั่งระบบจัดการฐานข้อมูล ทำหน้าที่ควบคุมการจัดการ และการใช้ฐานข้อมูล
  • 25. ประเภทของฐานข้อมูลแบ่งตามลักษณะการใช้งานแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
    • 1. ฐานข้อมูลออฟไลน์ ( Offline Database) หมายถึง ฐานข้อมูลที่จัดเก็บสารสนเทศไว้ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ซีดีรอม ( CD-ROM) การปรับปรุง และเรียกใช้งานฐานข้อมูลไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา 2. ฐานข้อมูลออนไลน์ ( Online Database) หมายถึง ฐานข้อมูลที่ให้บริการผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ผู้จัดการฐานข้อมูลสามารถปรับปรุงฐานข้อมูลให้ทันสมัย และผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา ซึ่งในปัจจุบันจะให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต
  • 26. ประเภทของฐานข้อมูลแบ่งตาม เนื้อหาสารสนเทศที่ให้บริการแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
    • 1. ฐานข้อมูลบรรณานุกรม หมายถึง ฐานข้อมูลที่ให้สารสนเทศทางบรรณานุกรม เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง แหล่งผลิต และอาจมีสาระสังเขป เพื่อแนะนำผู้ค้นคว้าให้ไปอ่านรายละเอียดจากต้นฉบับจริง ได้แก่ ฐานข้อมูลโอแพค (OPAC) ของห้องสมุด ฐานข้อมูล TIAC ให้ข้อมูลบรรณานุกรม และสาระสังเขปของวิทยานิพนธ์ไทย ฐานข้อมูล DAO ให้ข้อมูลบรรณานุกรม และสาระสังเขปของวิทยานิพนธ์ต่างประเทศ หรือ ฐานข้อมูล ERIC ให้ข้อมูลบรรณานุกรม และสาระสังเขปของหนังสือ และบทความจากวารสารด้านการศึกษา เป็นต้น 2 . ฐานข้อมูลเนื้อหาฉบับเต็ม หมายถึง ฐานข้อมูลที่ให้สารสนเทศครบถ้วนเช่นเดียวเหมือนต้นฉบับ เช่น ฐานข้อมูล IEEE/IEE และ ACM เป็นฐานข้อมูลฉบับเต็มของบทความจากวารสาร นิตยสาร รายงานการประชุมความก้าวหน้าทางสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
  • 27. ตัวอย่างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการสืบค้นข้อมูลออนไลน์ต่างประเทศ
    • 1. Science Direct ฐานข้อมูลบทความวารสารอิเล็กทรอนิกส์ใน 24 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ จำนวน 1,800 ชื่อของสำนักพิมพ์ Elsevier science, Academic Press และสำนักพิมพ์อื่นๆ รวมทั้งวารสารวิจารณ์ ( Reviews) จำนวนกว่า 6.2 ล้านระเบียน สามารถเข้าถึงฉบับเต็มได้เกือบทุกชื่อ ตั้งแต่ปี 1995 – ปัจจุบัน สามารถเข้าใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ http://www.sciencedirect.com/
  • 28.
    • 2. IEEE/IEE Electronic Library (IEL) ฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็มทางด้านสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า วิทยาการคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น Computer Science, Acoustics, Aerospace, Engineering Education, Industrial Engineering, Remote Sensing, Transportation มีเอกสารฉบับเต็มของวารสาร นิตยสาร รายงานความก้าวหน้า เอกสารการประชุม และเอกสารมาตรฐานของ The Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE) และ Institute of Electrical Engineering (IEE) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านรายการ (Documents) ตั้งแต่ปี 1988 – ปัจจุบัน มีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง แสดงผลเอกสารฉบับเต็มในรูป PDF File สามารถเข้าใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ http://www.ieee.org/ieeexplore/
  • 29.
    • 3. ProQuest Dissertations & Theses – A&I ฐานข้อมูลสาระสังเขปวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก และปริญญาโท ของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา รวมถึงสถาบันการศึกษาจากทวีปยุโรป ออสเตรเลีย เอเชีย และแอฟริกา มากกว่า 1,000 แห่ง มีสาระสังเขปวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านรายการ ( Entries) มีแสดงผลการเพิ่มสาระสังเขปวิทยานิพนธ์อย่างน้อย 55,000 รายการ ( Title) ต่อปี สามารถเข้าใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ http://wwwlib.umi.com/dissertations
  • 30.
    • 4. ACM Digital Library ฐานข้อมูลบรรณานุกรม สาระสังเขป และเอกสารฉบับเต็มด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ จากบทความฉบับเต็มของวารสาร นิตยสาร รายงานความก้าวหน้า เอกสารการประชุม และข่าวสารไม่น้อยกว่า 325 ชื่อ ที่ตีพิมพ์โดย Association for Computing Machinery (ACM) ตั้งแต่ปี 1985 – ปัจจุบัน มีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง แสดงผลเอกสารฉบับเต็มในรูป PDF File สามารถเข้าใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ http://www.acm.org/
  • 31.
    • 5. Lixis.com and Nexis.com ฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็มทางด้านกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา ข่าว ธุรกิจของสหรัฐอเมริการ และประเทศอื่นๆ ตั้งแต่ปี 1980 – ปัจจุบัน ประกอบด้วยฐานข้อมูลย่อย 2 ฐานข้อมูล คือ Lexis.com เป็นฐานข้อมูลทางด้านกฎหมายของสหรัฐอเมริกา กฎหมายระหว่างประเทศ และคำพิพากษาสูงสุดของสหรัฐอเมริกา มีเอกสารฉบับเต็มไม่น้อยกว่า 3.5 ล้านรายการ (Documents) และ Nexis.com เป็นฐานข้อมูลทางบริการธุรกิจ และการจัดการ ข่าว แหล่งข้อมูลธุรกิจ ธุรกิจการเงิน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น มีเอกสารฉบับเต็มไม่น้อยกว่า 4.1 ล้านรายการ ( Docuemtns) แสดงผลในรูป Texthtml มีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง สามารถเข้าใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ http://www.lexisnexis.com/th/
  • 32.
    • 6. H.W.Wilson ฐานข้อมูลดัชนีสาระสังเขป และเอกสารฉบับเต็มจากบทความวารสารไม่น้อยกว่า 1,800 ชื่อเรื่องครอบคลุมทุกสาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ และเทคโนโลยี ชีววิทยา และการเกษตร ศิลปะ ธุรกิจ การศึกษา มนุษยศาสตร์ กฎหมาย บรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศ สังคมศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นๆ เช่น เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สัตวศาสตร์ และสารสนเทศ สังคมศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นๆ เช่น เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สัตวศาสตร์ และสันทนาการ ฯลฯ ตั้งแต่ปี ค . ศ . 1995 – ปัจจุบัน แสดงผลในรูป PDF และสารสนเทศ สังคมศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นๆ เช่น เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สัตวศาสตร์ และสันทนาการ ฯลฯ ตั้งแต่ปี ค . ศ . 1995 – ปัจจุบัน แสดงผลในรูป PDF File และ Text Html มีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างน้อยเดือนละครั้งสามารถเข้าใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ http://vnweb.hwwilsonweb.com/hww/jumpstart.jhtml
  • 33.
    • 7. ISI Web of Science ผลิตโดยบริษัท Thomson Corporation เป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรม และสาระสังเขป ครอบคลุมสาขาวิชาหลัก คือ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมานุษยวิทยา ประกอบด้วยฐานข้อมูลย่อยด้านการอ้างอิงผลงานตีพิมพ์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทุกสาขาวิชา ( Science citations, Social Science citation และ Arts & Humanities citation) จากวารสารไม่น้อยกว่า 8,500 ชื่อ มีข้อมูลไม่น้อยกว่า 1.1 ล้านระเบียน ( Records) ตั้งแต่ปี 2001 – ปัจจุบัน มีข้อมูลจำนวนกว่า 1.1 ล้านระเบียน แสดงผลในรูป text html มีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งสามารถเข้าใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ http://isiknowlegde.com 8. eBooks เป็นการให้บริการหนังสือ และวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดสามารถสืบค้น และใช้งานหนังสือเล่มที่ต้องการได้ผ่านเครือข่ายสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการศึกษา UniNet สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ปัจจุบันมีหนังสือที่ให้บริการอยู่จำนวน 14,470 รายการ ประกอบด้วย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ลิขสิทธิ์ของ SpringerLink จำนวน 1,528 รายการ สามารถใช้งานได้ที่ URL: http://ebooks.springerlink.com/ วิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ Dissertation Fulltext จำนวน 3,850 รายการสามารถใช้งานได้ที่ URL: http://ebook.thailis.or.th/ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ลิขสิทธิ์ของ NetLibrary จำนวน 5,962 รายการ และหนังสือ Publicly accessible eBooks จำนวน 3,400 รายการ สามารถใช้งานได้ที่ URL: http://www.netlibrary.com/
  • 34. ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 2
    • 2.2.3 CD-ROM โดยทั่วไปมักใช้ CD-ROM เป็นเครื่องมือที่ใช้สืบค้นฐานข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic database) และหรือข้อมูลเนื้อหาเต็ม ( Fulltext) ส่วนมากจะเป็นบทความวารสารภาษาต่างประเทศ รายงานการประชุมทางวิชาการ รายงานการวิจัย บทวิจารณ์หนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆที่เป็นภาษาต่างประเทศ ส่วนมากซีดี - รอม 1 ชื่อมักรวบรวมข้อมูลเน้นเฉพาะทางใดทางหนึ่ง เช่น Agricola รวบรวมข้อมูลทางด้านการเกษตร COMPENDEX Plus รวบรวมข้อมูลด้านวิศวกรรมศาสตร์ ABI/INFORM รวบรวมข้อมูลในสาขาธุรกิจ การจัดการฯลฯ ERIC รวมรวมข้อมูลในสาขาการศึกษา เป็นต้น ซึ่งแต่เดิมฐานข้อมูลซีดี - รอมให้บริการเฉพาะในรูปของแผ่นซีดี – รอมเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีผู้ผลิตบางรายได้ ให้บริการออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วย ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลอีกทางหนึ่ง
  • 35. 3.2 การสืบค้น CD-ROM และฐานข้อมูลออนไลน์
    • 1) วิเคราะห์เรื่องที่ต้องการสืบค้นและกำหนดคำสำคัญเพื่อใช้ในการค้น การวิเคราะห์เรื่องที่ต้องการสืบค้นคือ ผู้ใช้ต้องรู้ว่าต้องการข้อมูลในเรื่องใด แล้วจึงกำหนดเรื่องที่ต้องการค้นเป็นคำสำคัญในการสืบค้น 2) เลือกค้นจากฐานข้อมูลที่เหมาะสม ผู้ใช้ควรทราบว่าเรื่องที่สืบค้นเป็นเรื่องในสาขาใดเลือกฐานข้อมูลให้ตรงหรือใกล้เคียงกับสาขาวิชาที่สืบค้น เพื่อช่วยให้ได้ผลการสืบค้นที่ตรงกับความต้องการ 3) ลงมือสืบค้น การสืบค้นโดยใช้ฐานข้อมูลซีดี – รอม โดยทั่วไปสามารถสืบค้นได้ 2 วิธี คือ การใช้เมนูในการสืบค้น และการสืบค้นโดยการพิมพ์คำสั่ง การสืบค้นโดยใช้คำสั่ง ผู้ใช้จำเป็นต้องศึกษาคำสั่งต่าง ๆ ในการสืบค้น โดยฐานข้อมูลสำเร็จรูปแต่ละฐานที่จัดทำโดยบริษัทที่ แตกต่างกัน มักมีวิธีการสืบค้นที่แตกต่างกันด้วย
  • 36.
    • 4) แสดงผลการสืบค้น เมื่อผู้ใช้สืบค้นได้ปริมาณรายการที่พอเพียงกับความต้องการแล้วสามารถแสดงผลรายการที่สืบค้นได้ 3 รูปแบบใหญ่ คือ 4.1 ) การแสดงผลแบบเต็มรูปแบบ ( Full-Text) เป็นการแสดงผลทุกเขตข้อมูลที่รายการนั้นมีอยู่ โดยแต่ละรายการอาจมีจำนวนเขตข้อมูลแตกต่างกันไป 4.2 ) การแสดงผลแบบย่อ เป็นการแสดงผลเฉพาะรายการทางบรรณานุกรม และหรือบทคัดย่อ 4.3) การแสดงผลแบบอิสระ เป็นการแสดงผลที่กำหนดเขตข้อมูลในการแสดงผลโดยตัวผู้ใช้เอง 5) เลือกรายการที่ตรงกับความต้องการและบันทึกผลข้อมูล เป็นการเลือกเฉพาะรายการที่ผู้ใช้ต้องการ เรียกว่าเป็นการ Mark Record เพื่อให้ระบบทราบว่าผู้ใช้ต้องการรายการใดบ้างในการบันทึกผลออกทางกระดาษ
  • 37. วิธีการหาบทความในวารสารภาษาอังกฤษ มี 2 ลักษณะ
    • เนื่องจากฐานข้อมูลอ้างอิง ครอบคลุมบทความในวารสารทุกสาขาที่ตีพิมพ์ทั่วโลก วารสารที่มีบทความปรากฎอยู่ จึงมักจะไม่มีในห้องสมุด ดังนั้นวิธีการหาบทความในวารสารภาษาอังกฤษ จึงมี 2 ลักษณะ ดังนี้ 1) วารสารที่มีในห้องสมุด นักศึกษาต้องจดชื่อวารสาร ปีที่ ฉบับที่ปรากฏบทความ เพื่อไปหาบทความอ่าน โดยวารสารภาษาอังกฤษมีการจัดเก็บโดยเรียงลำดับตัวอักษรของชื่อวารสารตั้งแต่ A –Z 2) วารสารที่ไม่มีในห้องสมุด นักศึกษาต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นวารสารที่บอกรับในห้องสมุดใด จากนั้นจดชื่อบทความ ชื่อวารสาร ปีที่ ฉบับที่ เพื่อขอใช้บริการยืมระหว่างห้องสมุด
  • 38.
    • 2.2.4 เครื่องมือสืบค้นบน Internet จะช่วยให้การเข้าถึงสารสนเทศบนอินเตอร์เน็ตเป็นไปได้ตรงต่อความต้องการอย่างง่ายและสะดวก มีอยู่ 3 ประเภทได้แก่ นามานุกรม กลไกการสืบค้น และกลไกการสืบค้นที่ทำงานร่วมกันหลายกลไก ทั้งนี้ ผู้ใช้ต้องทราบ URL (Uniform Resource Locator) หรือที่อยู่ทาง Internet ของ Web ที่ต้องการสืบค้น เพื่อใช้ในในการเข้าถึง Web นั้นๆได้ รวมทั้งให้ข้อมูลสื่อประสม ( Multimedia) ด้วย โดยเฉพาะการสืบค้นข้อมูลพจนานุกรม สารานุกรม และดรรชนีวารสาร
  • 39.
    • ห้องสมุดที่ทันสมัยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มักจัดบริการเครื่องมือสืบค้น สารสนเทศหลักให้แก่ผู้ใช้ คือ OPAC โดยเฉพาะในรูปแบบ WebPac ซึ่งนอกจากผู้ใช้จะสามารถสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศที่มีในห้องสมุดแห่งนั้นๆ แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงและสืบค้นสารสนเทศอื่นๆได้จาก CD-ROM หรือ Search Engines ตลอดจนสามารถสืบค้นรายการทรัพยากรสารสนเทศที่มีในห้องสมุดอื่นๆ โดยผ่านทาง WebPac ได้ด้วย
  • 40.
    • 1) นามานุกรม ( Directories) เป็นเครื่องมือในการสืบค้นที่รวบรวมสารสนเทศบนอินเตอร์เน็ต และคัดแยกสารสนเทศเหล่านั้นออกเป็นกลุ่ม ตามสาขาวิชาหรือตามหลักเกณฑ์ที่จัดทำกำหนดขึ้น การสืบค้นสามารถทำได้โดยการเลือกกลุ่มสาขาวิชาที่ต้องกับความต้องการ และเลือกเรื่องต่าง ๆ ตาม หัวข้อย่อยที่นามานุกรมรวบไว้ เช่น www.google.com , www.yahoo.com , www.sanook.com เป็นต้น 2) กลไกการสืบค้น ( Search engine) เป็นเครื่องมือในการสืบค้นที่อาศัยการทำงานของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น โดยโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นทำหน้าที่รวบรวมสารสนเทศและส่งให้โปรแกรมจัดทำดรรชนีจัดทำดรรชนีตามที่กลไกกำหนด เช่น ทำดรรชนีจากชื่อเรื่อง หรือชื่อเว็บไซด์ เป็นต้น ผู้สืบค้นต้องพิมพ์คำค้นของเรื่องที่ต้องการสืบค้นลงในช่องที่กำหนด จากนั้นกลไกจะทำหน้าที่คัดเลือกสารสนเทศที่ตรงกับคำค้นมาแสดงผล เช่น www.google.com , www.yahoo.com , www.metacrawler.com , www.all4one.ocm เป็นต้น
  • 41.
    • เนื่องจากเครื่องมือสืบค้นสารสนเทศบนอินเตอร์เน็ตมีความหลากหลาย และได้พัฒนาให้มีเทคนิคต่าง ๆ ประกอบในกาสืบค้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สืบค้นได้รับสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการของผู้สืบค้น ซึ่งผู้สืบค้นสามารถใช้เทคนิคการสืบค้นต่าง ๆ มาประกอบในการค้น เช่น เทคนิคตรรกบูลีน เทคนิคการตัดคำ หรือเทคนิคการใช้รหัสกำกับคำค้น เป็นต้น ซึ่งแต่ละเครื่องมือจะมีวิธีการใช้การเทคนิคแตกต่างกัน ซึ่งผู้สืบค้นต้องศึกษาเพิ่มเติมจากคำแนะนำซึ่งในแต่ละเครื่องมือได้มีการอธิบายประกอบไว้ ส่วนข้อมูลที่ได้จาการสืบค้นอินเตอร์เน็ต จะได้ข้อมูลทุกรูปแบบ ทั้งข้อมูลบรรณานุกรม ข้อมูลดรรชนีวารสารและสาระสังเขป ข้อมูลเนื้อหาเต็มฉบับ และข้อมูลสื่อประสม ดังนั้นการสืบค้นอินเตอร์เน็ตจึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
  • 42.
    • http://thaiinfolitaccess.blogspot.com/
  • 43.
    • 1. ข้อใดหมายถึงเครื่องมือสืบค้นสารสนเทศ
    • เครื่องมือสืบค้นที่บันทึกรายละเอียดของรายการสารสนเทศไว้ในรูปแบบที่ผู้ใช้ต้องสืบค้น
    • เครื่องมือสืบค้นที่บันทึกรายละเอียดของรายการสารสนเทศไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
    • เครื่องมือและรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการสืบค้นรายการสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ...
    ก ข ค
  • 44.  
  • 45.  
  • 46.
    • 2. เครื่องมือค้นสารสนเทศจำแนกออกเป็นกี่ประเภท
    • 3 ประเภท
    • 2 ประเภท ..
    • 1 ประเภท
    ก ข ค
  • 47.  
  • 48.  
  • 49.
    • 3. บัตรรายการจัดอยู่ในเครื่องมือสืบค้นประเภทใด
    • เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศด้วยมือ ...
    • เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี
    • เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศด้วยอินเตอร์เน็ต
    ก ข ค
  • 50.  
  • 51.  
  • 52.
    • 4. ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้สืบค้นฐานข้อมูลบรรณานุกรม
    • OPAC
    • CD-ROM ..
    • Online Database
    ก ข ค
  • 53.  
  • 54.  
  • 55.
    • 5. ข้อใดกล่าวถึง “ Search engine ”
    • เครื่องมือในการสืบค้นที่อาศัยการทำงานของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นทำหน้าที่รวบรวมสารสนเทศและส่งให้โปรแกรมจัดทำดรรชนีตามที่กลไกกำหนด ...
    • เครื่องมือในการสืบค้นที่รวบรวมสารสนเทศบนอินเตอร์เน็ต และคัดแยกสารสนเทศเหล่านั้นออกเป็นกลุ่ม
    • เครื่องมือสืบค้นบน Internet จะช่วยให้การเข้าถึงสารสนเทศบนอินเตอร์เน็ตเป็นไปได้ตรงต่อความต้องการอย่างง่ายและสะดวก
    ก ข ค
  • 56.  
  • 57.  
  • 58.  
  • 59.