ส่วนประกอบของดอกไม้
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

ส่วนประกอบของดอกไม้

on

  • 19,936 views

ส่วนประกอบของดอกไม้

ส่วนประกอบของดอกไม้

Statistics

Views

Total Views
19,936
Views on SlideShare
19,936
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
92
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

ส่วนประกอบของดอกไม้ ส่วนประกอบของดอกไม้ Presentation Transcript

  • ก า ร สื บ พั น ธุ์ พื ช
  • การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) การสืบพันธุ์ที่ไม่มีการผสมกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย
  • การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) การสืบพันธุ์ที่ต้องมีการผสมกันระหว่าง เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย
  • ก า ร สื บ พั น ธุ์ ข อ ง พื ช ด อ ก
  • อวัยวะในการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ของพืชคืออะไร
  • อวัยวะหรือส่วนของพืชที่เจริญเปลี่ยนแปลง มาจากใบและกิ่ง เพื่อทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์ ด อ ก ( F l o w e r ) คื อ ?
  • ส่วนประกอบของดอกไม้
  • ส่วนประกอบของดอก กลีบเลี้ยง
  • ส่วนประกอบของดอก กลีบดอก
  • ส่วนประกอบของดอก เกสรตัวผู้
  • ส่วนประกอบของดอก เกสรตัวเมีย
  • กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย รังไข่
  • กลีบเลี้ยง (Sepal) กลีบดอก (Petal) เกสรตัวผู้ (Stamen) เกสรตัวเมีย (Pistil)
  • กลีบเลี้ยง ก้านชูอับเรณู อับเรณู ยอดเกสรตัวเมีย ก้านชูเกสรตัวเมีย ออวุล เกสรตัวเมีย เกสรตัวผู้ กลีบดอก รังไข่
  • เกสรตัวเมีย (Pistil)
  • หน้าที่ของส่วนประกอบของดอกไม้ 1 กลีบเลี้ยง อยู่นอกสุด มักมีสีเขียว หน้าที่ห่อหุ้มและป้องกันอันตรายให้แก่ดอก 2 กลีบดอก มีสีสันสวยงาม ที่โคนกลีบมีต่อมน้ำหวาน มีกลิ่น หน้าที่ ล่อแมลงให้ช่วยผสมเกสร 3 เกสรตัวผู้ มีก้านชูเกสรและอับละอองเรณู หน้าที่ เป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ 4 เกสรตัวเมีย มียอดเกสรเป็นขนเล็กๆ มีน้ำหวานเหนียวๆ มีก้านเกสรต่อมาถึงรังไข่ ภายในรังไข่มีออวุล ในออวุลมีเซลล์ไข่ หน้าที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย
  • ออวุล (Ovule) Synergids Polar nuclei Egg cell Antipodals
  • ประเภทของดอกไม้ 1. การใช้ส่วนประกอบของดอกเป็นเกณฑ์ ดอกครบส่วน ( Complete Flower ) หมายถึง ดอกที่มีส่วนประกอบครบทั้ง 4 ชั้นคือ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย ดอกไม่ครบส่วน ( Incomplete Flower ) หมายถึง ดอกที่มีส่วนประกอบไม่ครบทั้ง 4 ชั้น
  • ดอกครบส่วน ดอกไม่ครบส่วน
  • ดอกครบส่วน ( ชบา )
  • ดอกครบส่วน ( ชบา )
  • ดอกครบส่วน ( ดอกบัว )
  • ดอกครบส่วน ( ดอกบัว )
  • ดอกครบส่วน ( ดอกกุหลาบ )
  • ดอกครบส่วน ( ดอกกุหลาบ )
  • ดอกไม่ครบส่วน ( ดอกจำปี )
  • ดอกไม่ครบส่วน ( ดอกจำปี )
  • ดอกไม่ครบส่วน ( ดอกตำลึง )
  • ดอกไม่ครบส่วน ( ดอกตำลึง )
  • ดอกครบไม่ส่วน ( ดอกกล้วยไม้ )
  • ดอกไม่ครบส่วน ( ดอกกล้วยไม้ )
  • ประเภทของดอกไม้ 2. การใช้เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียเป็นเกณฑ์ ดอกสมบูรณ์เพศ ( Perfect Flower ) หมายถึง ดอกที่มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Imperfect Flower) หมายถึง ดอกที่มีแต่เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ดอกตำลึง ดอกแตงกวา ดอกผักบุ้ง ดอกบัว ดอกสมบูรณ์เพศ ดอกไม่สมบูรณ์เพศ
  • ดอกสมบูรณ์เพศ ( ดอกกล้วยไม้ )
  • ดอกสมบูรณ์เพศ ( ดอกกล้วยไม้ )
  • ดอกตำลึงตัวผู้ ดอกตำลึงตัวเมีย รังไข่
  • ดอกมะละกอตัวผู้ ดอกมะละกอตัวเมีย
  • ตารางแสดงข้อมูลส่วนประกอบของดอกไม้ ส่วนประกอบ ชนิดดอกไม้ ชบา บัว กล้วยไม้ ตำลึง กลีบเลี้ยง / / - / กลีบดอก / / / / เกสรตัวผู้ / / / - เกสรตัวเมีย / / / /
  • ข้อสรุปเกี่ยวกับประเภทของดอก
    • ดอกครบส่วน ต้องเป็นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ
    • ดอกสมบูรณ์เพศ อาจเป็นดอกครบส่วนหรือไม่ครบส่วนก็ได้
    • 3. ดอกไม่สมบูรณ์เพศ ต้องเป็นดอกไม่ครบส่วนเสมอ
    • 4. ดอกไม่ครบส่วน อาจเป็นดอกสมบูรณ์เพศ หรือดอกไม่สมบูรณ์เพศ ก็ได้
  • ถ้าจำแนกชนิดของดอกไม้โดยใช้จำนวนดอกที่อยู่บนก้านดอก เป็นเกณฑ์ จะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
    • ดอกเดี่ยว หมายถึง ดอกที่มีจำนวนดอกเพียงดอกเดียว
    • บนก้านดอก เช่น ดอกชบา ดอกกุหลาบ ฯลฯ
    • ดอกช่อ หมายถึง ดอกไม้ที่ประกอบด้วยดอกหลายดอก
    • อยู่บนก้านเดียวกัน
  • ดอกช่อ ( ดอกเข็ม )
  • ก า ร สื บ พั น ธุ์ ข อ ง พื ช ด อ ก
  • ก า ร สื บ พั น ธุ์ ข อ ง พื ช ด อ ก พืชดอกมีขั้นตอนการผสมพันธุ์ 2 ขั้นตอน คือ
    • การถ่ายละอองเรณู ( Pollination )
    • การปฏิสนธิ ( Fertilization )
  • ก า ร ถ่ า ย ล ะ อ อ ง เ ร ณู (Pollination)
  • การถ่ายละอองเรณู ( Pollination ) การที่ละอองเรณูที่แก่จัดแล้ว ปริแตกออกจากอับเรณูปลิว ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย
  • ภายในดอกเดียวกัน ข้ามดอก
  • ปัจจัยที่ช่วยในการ ถ่ายละอองเรณู
  • อาศัยลมพา
  • อาศัยแมลงพา
  • อาศัยสัตว์อื่นพา
  • อาศัยน้ำพา พบในพืชน้ำ มีค่อนข้างน้อย
  • ก า ร ป ฏิ ส น ธิ ( F e r t i l i z a t i o n )
  • การปฏิสนธิ ( Fertilization ) การปฏิสนธิคือ กระบวนการที่นิวเคลียสของเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ผสมกับนิวเคลียสของเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย
  • การปฏิสนธิของพืชดอก การผสมระหว่างละอองเรณูและเซลล์ไข่ในออวุล
  • เกิดการถ่ายละอองเรณู ลำดับขั้นในขบวนการ ผสมพันธุ์ของพืชดอก
  • ละอองเรณูงอกเป็นหลอด แทงลงไปตามก้านเกสร ตัวเมียเรียก “หลอดละออง เรณู ( Pollen Tube )”
  • หลอดละอองเรณูแทงเข้าไปถึง เอมบริโอที่อยู่ในออวุลโดยผ่าน เข้าทางรูไมโครไพล์ สเปิร์มเซลล์ หนึ่งเข้าปฏิสนธิกับไข่ และสเปิร์ม อีกเซลล์หนึ่งเข้าปฏิสนธิกับ โพลาร์นิวเคลียสเรียกการปฏิสนธิ แบบนี้ว่า “การปฏิสนธิซ้อน”
  • การปฏิสนธิซ้อน
  • การปฏิสนธิซ้อน สเปิร์ม ( เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ ) นิวเคลียสของเซลล์ไข่ ( เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย ) ไซโกต ต้นอ่อน การปฏิสนธิซ้อน หลังการปฏิสนธิ นิวเคลียสอีกอันของเพศผู้จะเข้าผสมกับโพลาร์นิวเคลียสเจริญเป็นเอนโดสเปิร์ม ซึ่งเป็นอาหารของต้นอ่อน เรียกการปฏิสนธิ 2 ครั้งนี้ว่า การปฏิสนธิซ้อน ( double fertilization ) การปฏิสนธิ
  • เกิดอะไรหลังการปฏิสนธิ หลังการปฏิสนธิ กลีบดอก เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย จะเหี่ยวและร่วงหลุดไป เซลล์ไข่ ต้นอ่อน ออวุล เมล็ด ผล รังไข่
  • การ เจริญ ของ พืช ภาย หลัง การ ปฏิสนธิ
  • ผล (fruit)
  • รังไข่ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากการปฏิสนธิ ผล ( fruit )   คือ ?  ผลแท้คือ ผลที่เจริญมาจากรังไข่ เช่น มะม่วง เงาะ ลำไย น้อยหน่า ละมุด พุทรา เป็นต้น ผลเทียมคือ ผลที่เจริญมาจากฐานรองดอก เช่น ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิ้ล เป็นต้น
  • ฐานรองดอก
  • ผลแบ่งออกเป็น 3 ชนิด  ผลที่เกิดจากรังไข่อันเดียวที่อยู่ภายในดอกดอกเดียวหรือดอกเดี่ยว ผลเดี่ยวที่มีเมล็ดเดียว เช่น เงาะ มะม่วง ผลเดี่ยวที่มีหลายเมล็ด เช่น แตงโม ส้ม ผลเดี่ยว   simple fruit  
  • มะม่วง
  • ส้ม
  • ผลแบ่งออกเป็น 3 ชนิด  ผลที่เกิดจากดอกเดี่ยวที่มีหลายรังไข่เบียดกัน เมื่อเจริญเป็นผลจึงเป็นลักษณะกลุ่มหรือกระจุก เช่น น้อยหน่า สตรอเบอร์รี่ ลูกจาก ผลกลุ่ม  aggregate fruit   คือ
  • น้อยหน่า
  • สตรอเบอรี่
  • ผลแบ่งออกเป็น 3 ชนิด  ผลที่เกิดจากดอกช่อที่มีรังไข่หลายอัน ผนังรังไข่เชื่อมเป็นอันเดียวกัน  เช่น ขนุน สาเก สัปปะรด ยอ ฯลฯ         ผลรวม  multiple fruit  คือ
  • ขนุน
  • สับปะรด
  • การสืบพันธุ์แบบ ไม่อาศัยเพศของพืช
  • การขยายพันธุ์พืช แบบไม่อาศัยเพศ ติดตา ปักชำ การตอน ต่อกิ่ง ทาบกิ่ง แตกหน่อ สร้างสปอร์ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
  • การตอนโดยการควั่นรอบกิ่งที่มีอายุพอสมควร นำดินร่วนผสมปุ๋ยมาพอกปิดรอยควั่นเมื่อกิ่งออกรากดีก็ตัดไปชำก่อนปลูกหรือตัดไปปลูกเลย การตอนกิ่ง
  • การตอนกิ่ง
  • การติดตา การติดตาคือการนำแผ่นตาแผ่นเดียวจากกิ่งพันธุ์ดีไปติดกับต้นตอ เพื่อให้ได้พันธุ์ตามต้องการและสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นพืชต้นเดียวกันได้
  • การติดตา
  • การทาบกิ่ง การทาบกิ่ง คือการนำต้นพืช 2 ต้น ซึ่งต่างก็ยังมีรากและยอดด้วยกัน มาทำให้เชื่อมประสานติดกันเป็นเนื้อเดียวกัน
  • การแตกหน่อ เกิดขึ้นโดยส่วนของเซลล์ หรือกลุ่มเซลล์เจริญยื่น ออกมาจากลำตัวหรือลำต้นเดิม แล้วค่อยๆ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง จนคล้ายตัวเดิมหรือต้นเดิม จากนั้นจะเจริญขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด สามารถจะดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง มักพบในกล้วย   อ้อย เป็นต้น    การแตกหน่อ
  • การสร้างสปอร์ เป็นการสร้างสปอร์จากส่วนใดส่วนหนึ่งของเซลล์ โดยเมื่อสปอร์แก่จะปลิวไปตกตามที่ต่างๆ ที่มีสภาพเหมาะสมและงอกเป็นชีวิตใหม่ การสร้างสปอร์
  • การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ( tissue culture )
  • การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นการขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจ ที่สำคัญบางชนิดเช่น กล้วยไม้ โดยการตัดเอาตาอ่อน ยอดอ่อน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชเล็กน้อยไปเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์บนวุ้น ในสภาพปลอดเชื้อ ตาอ่อนหรือส่วนของพืชจะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์ ขึ้นมากมาย
  • อาหารเพาะเลี้ยง คือการนำเอาธาตุอาหาร หลักที่พืชต้องใช้ในการเจริญเติบโต เช่น N P K Ca Mg S เป็นต้น มาผสมกับวุ้นฮอร์โมนพืช วิตามินและ น้ำตาลในอัตราส่วนที่พอเหมาะ แล้วนำไปฆ่าเชื้อใส่ลง ในขวดเพาะเลี้ยง
  • สรุปเปรียบเทียบพืชต้นใหม่ที่ได้จาก การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ พืชที่ได้จากการสืบพันธุ์ แบบไม่อาศัยเพศ พืชที่ได้จากการสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศ
    • ลักษณะต่างๆ เหมือนต้นเดิมทุกประการ
    • ให้ผลเร็ว
    • ต้นที่ได้จากการตอนมักไม่แข็งแรงเพราะไม่มีรากแก้ว
    • ลักษณะต่างๆ ไม่เหมือนต้นเดิม
    • ให้ผลช้า
    • ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะแข็งแรงและอายุยืน