Carbon Credit: นวตกรรมทางการเงนเพอโลกสะอาด                                      ั            ิ ่ื                         ...
คํานํา               เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เปนรายงานผลการศึกษาคารบอนเครดิต : นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด มีมีวัตถุปร...
บทคัดยอ            การเปลยนแปลงของสภาพภมอากาศทเปนผลจากภาวะโลกรอนเกิดขึ้นอยางตอเนื่องและทวี                   ่ี        ...
ปริมาณกาซเรือนกระจกที่คาดวาจะลดได 864,069 ตน ซึ่งถือวานอยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขาย                            ...
บทที่ 1                                                                 บทนา                                              ...
ความรนแรงของผลกระทบจากสภาวะดังกลาว ทาใหประเทศตางๆ ไดมีความพยายามรวมกันที่                          ุ                 ...
สําหรับกลุมประเทศ Non-Annex 1 นั้น ภายใตพิธีสารเกียวโตไมมีการ กาหนดปรมาณการปลอย                                        ...
1.3 สถานการณการปลอยกาซเรอนกระจกของโลก                  ื                 จากขอมลขององคการสหประชาชาติ ประเทศในกลม Annex ...
ขยายตวทางเศรษฐกจ โดยสาธารณรฐประชาชนจีนมีการปลอยคารบอนไดออกไซดมากที่สุด คิดเปนรอยละ      ั         ิ             ั24 ข...
นกวเคราะหตางชาตคาดวา ภายใตกรอบการดาเนนการใหม กลมประเทศ G-8 9 จะตั้งเปาหมาย               ั ิ            ิ           ...
บทที่ 2                                               ตลาดคารบอนเครดิต                                                    ...
2.2 โครงสรางตลาดคารบอนเครดิต                              การซ้ือขายคารบอนเครดตมี 2 ลักษณะ คือ 1) การซื้อขายโดยตรงระหวา...
รูปที่ 2-1 โครงสรางตลาดคารบอน                                                 กฎหมายและกฎระเบยบทเกยวของ                 ...
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Carbon credit  - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Carbon credit - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552

854 views
799 views

Published on

เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เป็นรายงานผลการศึกษาคาร์บอนเครดิต : นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด มีมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การค้าคาร์บอนเครดิตของโลก อันเป็นผลสืบเนื่องจากพิธีสาร เกียวโต (Kyoto Protocol) ที่เปิดโอกาสให้ประเทศพัฒนาแล้วสามารถซื้อคาร์บอนเครดิต จากประเทศกำลังพัฒนา เพื่อลดปริมาณการปล่อยก็าซเรือนกระจกในประเทศของตนเองตามข้อผูกพันตามพิธีสารเกียวโต และจากที่ปัจจุบันประเทศพัฒนาแล้วดังกล่าวมีดีมานด์ในการซื้อคาร์บอนเครดิต อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะขาย

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
854
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
15
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Carbon credit - นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด 2552

  1. 1. Carbon Credit: นวตกรรมทางการเงนเพอโลกสะอาด ั ิ ่ื สารบญ ัคานา ํ ํ 2บทคัดยอ 31. บทนา ํ 52. ตลาดคารบอนเครดิต  113. CERs: สินคาทางการเงนที่ไมควรมองขาม ิ 224. องคกรการเงนระหวางประเทศกบการคาคารบอนเครดต  ิ  ั   ิ 325. การซอขายคารบอนเครดิตในตางประเทศ ้ื   386. ประเทศไทยกบการซอขายคารบอนเครดต ั ้ื  ิ 497. บทสงทาย 59ภาคผนวก 63บรรณานกรม ุ 64
  2. 2. คํานํา เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เปนรายงานผลการศึกษาคารบอนเครดิต : นวัตกรรมทางการเงินเพื่อโลกสะอาด มีมีวัตถุประสงคเพื่อเผยแพรความรูเกี่ยวกับสถานการณการคาคารบอนเครดิตของโลก อันเปนผลสืบเนื่องจากพิธีสาร เกียวโต (Kyoto Protocol) ที่เปดโอกาสใหประเทศพัฒนาแลวสามารถซื้อคารบอนเครดิต จากประเทศกําลังพัฒนาเพื่อลดปริมาณการปลอยก็าซเรือนกระจกในประเทศของตนเองตามขอผูกพันตามพิธีสารเกียวโต และจากที่ปจจุบันประเทศพัฒนาแลวดังกลาวมีดีมานดในการซื้อคารบอนเครดิต อีกเปนจํานวนมาก ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะขาย สํานักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจเเละการคลัง ประจํากรุงโตเกียว ในฐานะผูจัดทํา หวังเปนอยางยิ่งวา รายงานฉบับนี้จะสามารถสรางความตระหนักแกหนวยงานที่เกี่ยวของในประเทศไทย ทั้งภาครัฐและเอกชนในภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคสิ่งแวดลอม นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ใหเห็นความสําคัญของการเตรียมระบบตางๆ เพื่อรองรับการคาคารบอนเครดิต เนื่องจากประเทศไทยสามารถไดรับประโยชนในฐานะเปนผูรับการลงทุนจากตางประเทศ เเละเปนผูมีศักยภาพที่จะไดรับประโยชนจากการขายคารบอนเครดิต ทั้งการสรางรายไดที่เพิ่มขึ้น ชวยลดภาวะโลกรอนและกอใหเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยการสนับสนุนการลงทุนโครงการสะอาดเพื่อขายคารบอนเครดิต แกตางประเทศ โดยเฉพาะในมิติของบริการการเงินและการพัฒนาระบบการเงินใหมท่ีจะสนับสนุนการคาดังกลาว ซึ่งในยุโรปมีการตั้งตลาดซื้อขายคารบอนเครดิต (Carbon Exchange Market) ในขณะที่ในญี่ปุนยังเปนการซื้อขายผานนายหนา (Broker) หรือตัวกลาง (Intermediary) ระหวางผูซื้อและผูขายที่เปนเจาของโครงการ ในฐานะผูจัดทําจึงหวังเปนอยางยิ่งวา รายงานฉบับนี้จะชวยจุดประกายใหหนวยงานที่เกี่ยวของชวยกันพัฒนาระบบการคาคารบอนเครดิตที่เหมาะสมเพื่อใหประเทศไทยไดรับประโยชนสูงสุดจากการขายคารบอนเครดิต ทายนี้ ขอขอบคุณผูมีเกียรติ ผูทรงคุณวุฒิและหนวยงานตางๆ ที่มีสวนรวมในการจัดทํารายงานฉบับนี้ ไดแก ฯพณฯ นายสุวิทย สิมะสกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ในฐานะผูผลักดันโครงการคนสําคัญและใหความอนุเคราะห จัดสรรงบประมาณจากโครงการสนับสนุนภารกิจตางประเทศแบบบูรณาการเพื่อจัดทํารายงานฉบับนี้ นายจุลพงษ ทวีศรี อัครราชทูตที่ปรึกษาฝายอุตสาหกรรม ประจํากรุงโตเกียว ในฐานะที่ปรึกษาเเละใหขอมูลทางดานเทคนิค องคการบริหารจัดการกาซเรือนกระจก สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารเเหงประเทศไทย คณะกรรมการกํากับ หลักทรัพยเเละตลาดหลักทรัพย ในฐานะใหคําปรึกษาเเละใหขอมูลทางดานการเงิน สถาบันการเงินตางๆ มูลนิธิ สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะผประสานการจัดสัมมนา เรื่อง “Recent Development in Carbon ู Trading Market: Implications for Thailand’s Financial Market” ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งไดใชเปนขอมูลสําคัญในการจัดรายงานฉบับนี้ เเละหนวยงานเกี่ยวของอื่นๆ ที่มิไดกลาวถึง ณ ที่นี้ เเละที่สําคัญ ทีสดตองขอขอบคุณ นางสาวอาภรณ ชัยกุลเสรีวัฒน จากธนาคารเเหงประเทศไทย อดีตนักศึกษาปริญญาโท ่ ุ ทุนรัฐบาลญี่ปุน หลักสูตรนโยบายสาธารณะ ณ National Graduate Institute for Policy Studies ในฐานะผูรวบรวม ขอมูลเเละเรียบเรียงรายงานฉบับนี้ นางสาวเกตสุดา สุประดิษฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝายเศรษฐกิจเเละการคลัง) ประจํากรุงโตเกียว 30 มกราคม 2552 ผูจัดทํา 2
  3. 3. บทคัดยอ การเปลยนแปลงของสภาพภมอากาศทเปนผลจากภาวะโลกรอนเกิดขึ้นอยางตอเนื่องและทวี ่ี ู ิ ่ี  ความรนแรงขน จนกลายเปนปญหาที่ทั่วโลกตระหนกถึงความสําคัญ ประเทศตางๆ ทั่วโลกจึงไดมีการทํา ุ ้ึ ัอนุสัญญาวาดวยการเปลยนแปลงสภาพภมอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate ่ี ู ิChange: UNFCCC) รวมกันเพื่อแกปญหาภาวะโลกรอน และในภายหลังไดมีการทําขอตกลงเพิ่มเติมไดแกพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เพื่อใหความรวมมอในการลดปรมาณกาซเรอนกระจกมีผลบังคับทาง  ื ิ  ืกฎหมาย โดยกําหนดใหภายในป พ.ศ. 2555 ทั่วโลกลดการปลอยกาซลงจากป 2533 รอยละ 5.2 และผลักดัน ใหกลมประเทศที่พัฒนาแลวและเปนผูปลอยกาซเรือนกระจกรายใหญเปนผู นาในการลดการปลอยกาซเรอน ุ ํ   ืกระจก ในพิธีสารเกียวโตไดกําหนดกลไกเพื่อชวยลดภาระที่จะเกิดจากการลดการปลอยกาซเรอนกระจก   ืและสนับสนุนใหเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนไว 3 กลไก ไดแก 1) การอนญาตใหประเทศในกลมทถกกาหนด ุ  ุ ่ี ู ํปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจก (Annex 1) สามารถซอขายสิทธิ์ในการปลอยกาซดังกลาวได 2) การ ิ   ื ้ือนญาตใหประเทศในกลม Annex 1 รวมกนดาเนนโครงการลดการปลอยกาซเรอนกระจก และนาปรมาณกาซ ุ  ุ  ั ํ ิ   ื ํ ิ ที่ลดไดจากโครงการดังกลาวมารวมกับบัญชีลดการปลอยกาซได และ 3) การอนญาตใหประเทศในกลม ุ  ุAnnex 1 รวมลงทุนกับประเทศท่ีเหลือดาเนนโครงการลดการปลอยกาซ และนําปริมาณกาซที่ลดไดมารวมกับ ํ ิ  บัญชีลดการปลอยกาซไดเชนเดียวกับกลไกที่ 2 กลไกดังกลาวไดทําใหเกิดการซื้อขายกรรมสิทธิ์ในความเปนเจาของกาซเรอนกระจกที่ลดได ซึ่ง ืเรียกเปนการทั่วไปวา คารบอนเครดิต และทําใหเกิดตลาดใหมที่เรียกวา ตลาดคารบอน ทั้งนี้ ในชวงที่ผานมา ตลาดคารบอนมการขยายตวอยางรวดเรว อยางตอเนื่องตามความตองการของประเทศที่พัฒนาแลว เนื่องจาก  ี ั  ็การขยายตัวทางเศรษฐกิจทําใหประเทศเหลานี้มีการปลอยกาซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็มีพันธะที่จะตองลดการปลอยกาซใหไดตามที่กําหนดภายในป 2555 ทั้งนี้ ในป 2550 มมลคาการซอขายในตลาด ี ู  ้ืคารบอนทั่วโลกสูงถึง 64,035 ลานดอลลารสหรฐฯ และมการคาดการณวาจะกลายเปนตลาดสนคาโภคภณฑท่ี  ั ี   ิ  ั ใหญที่สุดในโลกในป 2020 ประเทศไทยเปนประเทศหนึ่งที่ไดรวมใหสัตยาบันพิธีสารเกียวโตที่จะลดการปลอยกาซเรือนกระจก แตไมอยูในกลุมที่ถูกกําหนดปริมาณการปลอยกาซเรือนกระจก หากประเทศไทยดําเนินการลดการปลอยกาซโดยจัดทําในรูปแบบของโครงการภายใตกลไกที่ 3 กจะสามารถขายคารบอนเครดิตที่ไดรบการจด   ็ ัทะเบยนจาก UNFCCC ใหกับประเทศอื่นหรือในตลาดคารบอนได แตเนื่องจากยังมีปจจัยที่เปนอุปสรรคใน ี การผลตทั้งในสวนของผูผลิตคารบอนเครดตเอง การขาดประสบการณของสถาบันการเงินที่เปนแหลงทุนใน ิ  ิ การดาเนนโครงการ และความไมพรอมของโครงสรางพนฐานทางการเงน หลายประการ ทาใหในปจจุบัน ํ ิ    ้ื ิ ํประเทศไทยมีโครงการที่ไดรับการจดทะเบียนคารบอนเครดตจาก UNFCCC แลวเพียง 2 โครงการ คิดเปน  ิ 3
  4. 4. ปริมาณกาซเรือนกระจกที่คาดวาจะลดได 864,069 ตน ซึ่งถือวานอยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขาย ัคารบอนเครดิตประเภทนี้ในตลาดโลกซึ่งสูงถึง 551 ลานตน ในป 2550  ั จากการศึกษาของหนวยงานที่เกี่ยวของพบวา อุตสาหกรรมของไทยหลายอตสาหกรรมมี ุศกยภาพทจะจดทาโครงการลดการปลอยกาซเรอนกระจกภายใตกลไกท่ี 3 ได ซึ่งหากภาครฐมการผลักดัน ั ่ี ั ํ   ื  ั ีและกําหนดนโยบายในดานนี้อยางชัดเจนและตอเนื่อง ก็จะชวยใหภาคเอกชนไทยมีการผลิตคารบอนเครดิตขายในตลาดโลกเพมขน ซงนอกจากจะเปนการรกษาสภาพแวดลอม ทําใหโลกสะอาดและทําใหเกิดการพัฒนา ่ิ ้ึ ่ึ  ั ทางเศรษฐกจที่ยั่งยืนแลว ยังเพิ่มรายไดใหแกประเทศไดอีกทางหนึ่ง ิ ทั้งนี้ นโยบายหรือมาตรการที่รัฐจะจัดทําดังกลาว ควรจัดทําอยางบูรณาการเพราะเกี่ยวของกับ หลายหนวยงาน มความตอเนื่องและมีแผนระยะยาวที่จะรองรับ เนองจากการผลตและการคาคารบอนเครดต  ี ่ื ิ   ิยังเปนเรื่องใหมสําหรับประเทศไทย ผูที่เกี่ยวของยังขาดความรู ความเขาใจ และไมมีประสบการณตรงในดาน  น้ี โดยมาตรการดังกลาว อาจเริ่มจากมาตรการระยะสั้นที่มีจุดมุงหมายเพื่อใหมีการขยายการผลิตคารบอนเครดิตใหมีปริมาณมากพอที่จะดึงดูดผูซื้อจากตางประเทศ โดยมีภาครัฐเปนผูนําหลักในการผลักดันภาคอตสาหกรรมทมศกยภาพในการจั ดทาโครงการ CDM และการเปนที่ปรึกษาและใหความรูแกผูที่เกี่ยวของ ุ ่ี ี ั ํภายในประเทศ รวมถงการตดตอประสานงานกบสถาบนการเงนภายในประเทศและตางประเทศ เพอ ึ ิ  ั ั ิ  ่ืประชาสัมพันธและเปนคนกลางใหกับผูผลิตในประเทศและผูซื้อในตางประเทศ ในสวนของมาตรการระยะปานกลาง อาจมีจุดมุงหมายเพอพฒนาตลาดรองสาหรบคารบอนเครดต  ่ื ั ํ ั  ิใหเกิดขึ้นในประเทศภายหลังจากที่มีการผลิตคารบอนเครดิตในปริมาณที่มากพอ ซึ่งจะชวยอานวยความ ํสะดวก ลดตนทนในการทาธรกรรมซอขาย และทําใหเกิดราคาตลาดที่ผูที่เกี่ยวของใชในการอางอิงและใชเปน  ุ ํ ุ ้ืขอมลประกอบการดาเนนธุรกจได โดยอาจนาสญญาซอขายคารบอนเครดตลวงหนาเขาซอขายในตลาด  ู ํ ิ ิ ํ ั ้ื  ิ    ้ือนุพันธ เชนเดียวกับการซื้อขายทองคําลวงหนาที่บริษัทตลาดอนุพันธ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) จะเปด ใหมีการซื้อขายในชวงตนป 2552 และสาหรบมาตรการระยะยาว อาจมการพฒนาใหมการซอขายอนพนธ ท่ี ํ ั ี ั  ี ้ื ุ ัเกี่ยวของกับคารบอนเครดิตใหมีความซับซอนขึ้น เชน การซื้อขายสัญญาที่ผูถือมีสิทธิ์ซื้อหรือมีสิทธิ์ขาย(Option) หรือสัญญา Swap และอาจรวมถงการเชอมโยงกบตลาดคารบอนในตางประเทศ ึ ่ื ั   อยางไรก็ดี เพื่อใหนโยบาย/มาตรการท่ีทางการกําหนดมีความเหมาะสมและสัมฤทธิ์ผ ล ทางการควรมีการจัดตั้งคณะทํางานเพื่อศึกษาแนวทางการพฒนาตลาดคารบอนเครดตในประเทศไทย ท่และควรรบ ั  ิ ี ีดําเนินการอยางเรงดวน เพื่อใหผูประกอบการสามารถผลิตคารบอนเครดิตเพื่อนําออกขายได อยางมีประสทธภาพ ไดราคาทเหมาะสม ิ ิ  ่ี 4
  5. 5. บทที่ 1 บทนา ํ1.1 ความเปนมา  ปจจุบันโลกกําลังประ สบปญหาการเปลยนแปลงทางสภาพภมอากาศ (Climate Change)  ่ี ู ิเนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษยเปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหกาซเรอนกระจกในบรรยากาศ เพิ่มขึ้น และ   ืนาไปสปรากฏกา รณ ทเรยกวาสภาวะ เรอนกร ะจก (Greenhouse Effect) หรอ ภาวะโลกรอน (Global ํ ู ่ี ี  ื ื Warming) ภาวะดง กลาวไดทําใหอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นอยางตอเนื่อง จง มผลกระทบตอ การดารง ั  ึ ี  ํชีพของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดรวมทั้งมนุษย และมีผลตอความหลากหลายทางชววทยาตามธรรมชาติ พื้นที่บางแหง ี ิอาจกลายเปนทะเลทราย ในขณะเดียวกัน อุณหภูมิที่สูงขึ้นไดทําใหเกิดการละลายของน้ําแข็ งขั้วโลก สงผลให ปริมาณน้ําในทะเลสูงขึ้น และทาใหพื้นที่บางแหงอาจประสบปญหานาทวมจนกระทงจมหายไปในทะเล ํ   ํ้  ่ั คณะกรรมการระหวางรฐบาลวาดวยการเปลยนแปลงสภาพภมอากาศ  ั   ่ี ู ิ (IntergovernmentalPanel on Climate Change) 1 คาดวาในศตวรรษที่ 21 น้ี โลกจะมี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.4 – 5.8 องศาเซลเซียส ระดับน้ําทะเลจะเพิ่มขึ้น 0.09 -0.88 เมตร ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและ ตารางที่ 1-1 ผลกระทบทคาดวาจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ี่ระดับน้ําทะเลนี้ สามารถทําใหเกิดน้ําทวม ความเปลี่ยนแปลงชวงศตวรรษที่ 21 ตัวอยางของผลกระทบเกาะตางๆ ทาลายแนวปะการง และมีผล  ํ ั - ปญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น วันอากาศรอนเพิ่มมากขึ้น กระแสคลื่นใหเกิดการละลายของภูเขาน้ําแข็งในแถบ ความรอนรุนแรงขึ้น - สัตวเกิดความเครียดจากอากาศรอน - พืชผลเสียหายขั้วโลกเหนือและใตได อีกทั้งอาจทําใหเศษ - น้ําทวม ดินถลมหน่ึ งสวนสี่ ของสายพันธุ สัตวและพืชเกือบ เกิดเหตุการณรุนแรงดานภูมิอากาศ - การกัดเซาะหนาดิน มากขึ้นสูญพันธุไดกอนป 2050 นกเศรษฐศาสตร ั - พืชผลเสียหาย 2 - เพิ่มความเสี่ยงตอคุณภาพชีวิตดานสิ่งแวดลอมชั้นนําของโลก ได พายุเขตรอนทวีความรุนแรงขึ้น 1 - เกิดโรคระบาดประมาณการวา หากไม มีการแกไขปญหา  - พืชผลเสียหายที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางสภาพ ภัยแลงและน้ําทวมรุนแรงขึ้น - ผลิตผลการเกษตรลดลง - ศักยภาพดานการผลิตไฟฟาและพลังงานลดลงภมอากาศจะสรางความเสยหายถง 1 ใน 5 ู ิ  ี ึ ภูมิอากาศในฤดูมรสุมหนารอนเขตเอเชีย - เกิดอุทกภัยและภัยแลงที่รุนแรงขึ้นในเขตเอเชียของผลิตภัณฑมวลรวมประชาชาติของ ทั้ง แปรปรวนมากขึ้น และเขตอบอุน โลก มากกว าความเสยหายจากวกฤตทาง ที่มา: สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ี ิ (http://www.onep.go.th/CDM/cmc_today.html)การเงนมาก ิ1 สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (http://www.onep.go.th/CDM/cmc_today.html)2 Top economist talks up risks of climate inaction(http://news.yahoo.com/s/afp/20081027/sc_afp/financebankingenvironmenthongkongstern) 5
  6. 6. ความรนแรงของผลกระทบจากสภาวะดังกลาว ทาใหประเทศตางๆ ไดมีความพยายามรวมกันที่ ุ ํจะแกไขปญหา โดยในป พ.ศ. 2535 ประเทศตางๆ ไดจัดทําขอตกลงที่เรียกวา อนุสัญญาวาดวยการเปลยนแปลงสภาพภมอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: ่ี ู ิUNFCCC) โดยมีวัตถุประสงคเพื่อลดและรกษาระดบกาซเรอนกระจก (Greenhouse Gas) ใหอยูในระดับที่ไม ั ั  ืเปนอนตรายตอสภาวะอากาศของโลก ภายใตอนุสัญญาฉบับนี้ไดมีการแบงกลุมประเทศภาคี ออกเปน 2 กลุม  ั ใหญ ไดแก 1) Annex 1 คือ กลมประเทศพฒนาแลวในกลม OECD (Organization for Economic Co- ุ ั  ุOperation and Development) และประเทศที่อยูในชวงเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ (Economic inTransition: EIT) ในยโรปตะวนออก ยโรปกลาง และรสเซย 3 และ 2) Non-Annex 1 คือ กลมประเทศ ุ ั ุ ั ี2 ุภาคที่เหลือ โดยเกือบทั้งหมดเปนประเทศทกาลงพฒนา ทั้งนี้ เพื่อเปนการผลักดันใหประเทศพฒนาแลว ี  ่ี ํ ั ั  ั ซึ่งมีสัดสวนการปลอยกาซเรือนกระจกสูงกวาประเทศกําลังพัฒนาเปนผนาในการลดการปลอยกาซเรอน  ู ํ   ื กาซเรือนกระจกภายใตพิธีสารเกียวโต กระจก ปจจุบันมีประเทศสมาชิกภาคีทั้งสิ้น 191 กาซเรือนกระจกภายใตพธสารเกียวโต จะ  ิี ประเทศ อยูในกลุม Annex 1 จานวน 41 ประเทศ ํ ครอบคลุมเฉพาะกาซทีเกิดจากกิจกรรมของมนุษย ่ และกลุม Non-Annex 1 จานวน 150 ประเทศ  ํ (anthropogenic greenhouse gas emission) เทานัน ซึ่ง ้ อยางไรก็ตาม อนุสัญญาฯ ฉบบนี้ไมมีผล ั มีอยู 6 ชนิด ไดแก บังคับใชทางกฎหมาย การลดกาซเรอนกระจกจง  ื ึ 1) กาซคารบอนไดออกไซด (CO2) ขึ้นอยูกับความสมัครใจของประเทศภาคี ในป พ.ศ. 2) กาซมีเทน (CH4) 2540 จึงไดมีการทําขอตกลงเพิ่มเติมไดแก พิธีสาร 3) กาซไนตรัสออกไซด (N20) 4) กาซไฮโดรฟลูออโรคารบอน (HFC) เกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งมีผลบังคับทาง 5) กาซเพอรฟลูออโรคารบอน (PFC) และ กฎหมายโดยกําหนดใหภายในป พ.ศ. 2555 กลุม 6) กาซซัลเฟอรเฮกซะฟลูออไรด (SF6) ประเทศ Annex 1 4 จะตองลดปริมาณการปลอยกาซ เรือนกระจกใหไดอยางนอยรอยละ 5.2 ของปรมาณ ิกาซเรอนกระจกทปลอยในป พ.ศ. 2533 โดยแตละประเทศในกลมนจะถกกาหนดเปาหมายในการลดปรมาณ  ื ่ี   ุ ้ี ู ํ  ิการปลอยกาซเรอนกระจกในอตราทตางกน ข้ึนอยกบปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจกของแตละประเทศ 5   ื ั ่ี  ั ู ั ิ   ื  4เชน ประเทศญี่ปุนและประชาคมยุโรป จะตองลดปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจกจากปฐาน 2533 รอยละ 6 ิ   ื และ 8 ตามลําดับ นอกจากน้ี ประเทศเหลานี้จะตองสงรายงานแหงชาติ (National Inventories) และใหความสนบสนนทางดานการเงนและเทคโนโลยีแกประเทศอื่นๆ ดวย ทั้งนี้ พิธีสารดังกลาวไมมการกาหนด ั ุ  ิ  ี ํบทลงโทษ หากประเทศภาคีไมสามารถดาเนนการตามเปาหมายทกาหนดไวได  ํ ิ  ่ี ํ 3 ไดแก ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลารส, เบลเยียม, บัลแกเรีย, แคนาดา, โครเอเชย, สาธารณรฐเชก, เดนมารก, เอสโตรเนย, ฟนแลนด, ฝรั่งเศส, ุ ี ั ็  ีเยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซแลนด, ไอรแลนด, อิตาลี, ญี่ปุน, เกาหลใต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิรก, โมนาโก, เนเธอรแลนด, ีนิวซีแลนด, นอรเวย, โปแลนด, โปรตุเกส, โรมาเนย, สหพันธรัฐรัสเซีย, สโลวาเกย, สโลวีเนีย, สเปน, สวเดน, สวิตเซอรแลนด, ตุรกี, ยเครน, ี ี ี ูสหราชอาณาจักรบริเตนใหญและไอรแลนดเหนือ และสหรัฐอเมริกา ในกลุมนี้จํานวน 23 ประเทศ (ที่ขีดเสนใต) หรือที่เรียกวา กลุม Annex 2 มีหนาที่ในการชวยเหลือประเทศกําลังพัฒนาทั้งดานเทคโนโลยีและการเงิน4 ยกเวนสหรัฐอเมริกาที่ไมไดใหสัตยาบันตอพิธีสารโตเกียว5 ภาคผนวก 1 6
  7. 7. สําหรับกลุมประเทศ Non-Annex 1 นั้น ภายใตพิธีสารเกียวโตไมมีการ กาหนดปรมาณการปลอย ํ ิ กาซเรอนกระจก แตตองจดทาและสงรายงานบญชีแหงชาติ (National Inventories) แสดงปรมาณการปลอย  ื ั ํ ั ิ กาซในแตละป ตลอดจนมาตรการและนโยบายตาง ๆ ที่แตละประเทศจัดทําขึ้นเพื่อชวยแกปญหาหรือแกไข   ผลกระทบทเกดจากภาวะโลกรอน อันเปนขอตกลงตามอนุสัญญาฯ ที่ทุกประเทศภาคีตองปฏิบัติตาม ่ี ิ 1.2 กลไกการลดกาซเรอนกระจกภายใตพธสารเกยวโต ื  ิ ี ี ในพิธีสารเกียวโตนั้นไดมีการกําหนดกลไกที่จะชวยใหประเทศในกลุม Annex 1 เลือกใช เพื่อให สามารถลดกาซเรอนกระจกไดอยางเปนรป ธรรม และชวยลดภาระที่เกิดขึ้นจากการลดการปรมาณการปลอย  ื    ู  ิ กาซเรอนกระจก อีกทั้งในบางกลไกยังชวยสนับสนนการลดกาซเรอนกระจกในประเทศทกาลงพฒนาอกดวย  ื ุ  ื ่ี ํ ั ั ี ซึ่งกลไกดังกลาวมีดังนี้ o กลไกการซอขายสทธการปลอยกาซเรอนกระจก (Emission Trading: ET) กลไกนี้ ใช ้ื ิ ์ิ   ื เฉพาะประเทศในกลุม Annex 1 โดยอนุญาตให ประเทศในกลุม น้ีสามารถซื้อหรอขายสทธ์ิ ใน ื ิ การปลอย กาซเรอนกระจก ซึ่งมีปริมาณเปนหนวยที่เรียกวา Assigned Amount Units   ื หรือ AAUs ภายในกลุม Annex 1 ดวยกันเองได o กลไกการดาเนนการรวมกน (Joint Implementation หรือ JI) กลไกนี้กําหนดใหประเทศ ํ ิ  ั ในกลุม Annex 1 สามารถรวมกัน ดาเนนโครงการเพื่อลดปรมาณกาซเรอนกระจก สวนให ญ ํ ิ ิ  ื  จะเปนดําเนิน โครงการในประเทศกลม EIT ท่ีมีตนทุนต่ํากวาการลงทุนในลักษณะเดียวกันใน  ุ ประเทศที่พัฒนาแลว ทั้งนี้ จะคิดปริมาณกาซที่ลดลงไดใหกับผดาเนนการเปนหนวยที่เรียกวา ู ํ ิ   Emission Reduction Units หรอ ERUs และโครงการดงกลาวจะตองผานการรบรองจาก ื ั    ั UNFCCC o กลไกการพฒนาทสะอาด (Clean Development Mechanism หรือ CDM) กลไกนี้ ั ่ี กําหนดใหประเทศในกลุม Annex 1 สามารถดาเนนโครงการลดปรมาณกาซเรอนกระจก ํ ิ ิ  ื รวมกับประเทศในกลุม Non – Annex 1 ได เพื่อชวยใหประเทศทพฒนาแลวบรรลเปาหมาย   ่ี ั  ุ  ในการลดปรมาณกาซเรอนกระจกควบคู ไปกับการถายทอดเทคโนโลยีและชวยใหประเทศใน ิ  ื กลุม Non – Annex 1 มีการพฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ทั้งนี้ หนวยของปรมาณกาซเรอนกระจก ั  ิ  ื ที่ลดไดที่ผานการรบรองจาก UNFCCC แลว จะถูกเรียกวา Certified Emission ั Reductions หรอ CERs โดยสามารถนาไปรวมกบปรมาณกาซเรอนกระจกที่ลดของประเทศ ื ํ ั ิ  ื ที่ดําเนินการได 7
  8. 8. 1.3 สถานการณการปลอยกาซเรอนกระจกของโลก    ื จากขอมลขององคการสหประชาชาติ ประเทศในกลม Annex 1 ซงมพนธะในการลดการปลอย  ู  ุ ่ึ ี ั  ภาพที่ 1-1 ปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจกของกลมประเทศ Annex 1 ิ   ื ุ กาซเรอนกระจก มการปลอยกาซเรอน  ื ี   ื 6 กระจก ในป 2548 ลดลงจากป 2533 5 รอยละ 2.8 เหลือ 18.2 พนลานตน  ั  ั เนื่องจากประเทศกลุม EIT ลดการปลอย  กาซเรอนกระจกไดถึงรอยละ 35.2  ื ขณะทประเทศอตสาหกรรมปลอยกาซ ่ี ุ   เรอนกระจกเพิ่มขึ้นรอยละ 11.0 อยางไร ื ก็ดี เมอเทยบกบปรมาณกาซเรอนกระจก ่ื ี ั ิ  ื ที่ตองลดภายใตพิธีสารเกียวโต พบวา ประเทศในกลุมนี้ยังตองลดปริมาณการ ปลอยกาซเรอนกระจกอีกถึงรอยละ 2.4   ื  และเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เหลือจะเห็น ไดวา ประเทศเหลานยงมภาระอกมากใน  ้ี ั ี ี หมายเหตุ: 1 Tg หรือ Teragram มีคาเทากับ 1 ลานตัน การลดการปลอยกาซเรอนกระจก   ื ที่มา: National greenhouse gas inventory data for the period 1990–2005, UNFCCC นอกจากน้ี จากขอมลของ  ูองคการสหประชาชาติ ในป 2547 ทั่วโลกมการปลอยคารบอนไดออกไซดซึ่งเปนกาซที่มีสัดสวนมากที่สุดใน  ีกลุมของกาซเรือนกระจกสูงถึง 27.8 พนลานตน ประเทศทมการปลอยคารบอนไดออกไซดสูงสุดคือ ั  ั ่ี ี สหรัฐอเมริกา คิดเปนรอยละ 22 ของปรมาณการปลอยคารบอนไดออกไซด ทั่วโลก รองลงมาคือ สาธารณรฐ ิ   ัประชาชนจน และรัสเซีย คิดเปนรอยละ 18 และ 6 ตามลําดับ ทั้งนี้ องคการสหประชาชาติ คาดวา การปลอย ี  กาซคารบอนไดออกไซดจะขยายตัวอยางตอเนื่องตามการเจรญเตบโตทางเศรษฐกจ โดยประเทศที่พัฒนาแลว ิ ิ ิมีสัดสวนในการปลอยลดลง ขณะที่ประเทศกําลังพัฒนาจะมีการปลอยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสาธารณรฐประชาชน ัจนและอินเดีย ประเทศที่พัฒนาแลวจึงไดพยายามผลักดันใหประเทศกําลังพัฒนาควบคุมการปลอยคารบอนใน ีอนาคต ในสวนของขอมลขององคกรอื่นๆ ที่ใหความสนใจในเรื่องสิ่งแวดลอมโลก ไดชี้ใหเห็นแนวโนมการ   ูขยายตวของปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจกโดยเฉพาะในประเทศกาลงพฒนา เชนเดียวกับองคการ ั ิ   ื ํ ั ัสหประชาชาติ เชน จากการประมาณการของ Netherlands Environmental Assessment Agency (PBL) 7 ในป 2550 ท่ัวโลกมีการปลอยคารบอนไดออกไซดเพิ่มขึ้นรอยละ 3 ตามการเพมขนของประชากรโลกและการ ่ิ ้ึ6 ไมรวมสวนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการใชที่ดินและปาไม7 http://www.mnp.nl/en/service/pressreleases/2008/20080613ChinacontributingtwothirdstoincreaseinCO2emissions.html 8
  9. 9. ขยายตวทางเศรษฐกจ โดยสาธารณรฐประชาชนจีนมีการปลอยคารบอนไดออกไซดมากที่สุด คิดเปนรอยละ ั ิ ั24 ของปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดทั่วโลก รองลงมาคือ สหรัฐ อเมริการอยละ 21 กลุม ประชาคมยโรป 15 ประเทศ รอยละ 12 อินเดียรอยละ 8 และรสเซยรอยละ 6 เปนตน ุ  ั ี    อยางไรก็ดี มีการตั้งขอสังเกตวา การที่ประเทศกําลังพัฒนามีการปลอยกาซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นมากนน สวนหน่ึงเปนผลจากการทประเทศอตสาหกรรมหรอประเทศพฒนาแลว เขาไปลงทนและยายฐานการ ้ั   ่ี ุ ื ั  ุ ผลิตอุตสาหกรรมที่ทําใหเกิดกาซเรือนกระจกไปยังประเทศกําลังพัฒนาที่ไมไดถูกําหนดใหลดปริมาณกาชเรือนกระจก รวมทั้งเปนประเทศที่มีกฎหมายทางดานสิ่งแวดลอมไมเขมงวด จึงไดมีการเรียกรองใหประเทศอตสาหกรรมหรอพฒนาแลวเขาไปมสวนชวยในการลดการปลอยกาซเรอนกระจกในประเทศกาลงพฒนา ุ ื ั  ี    ื ํ ั ัเพิ่มขึ้น1.4 แนวโนมการดาเนนงานภายหลง พิธีสารเกียวโต  ํ ิ ั กรอบการดาเนนการวาดวยการเปลยนแปลงสภาพภมอากาศฉบับใหมที่จะนํามาบังคับใชภาย ํ ิ   ่ี ู ิหลังจากพิธีสารเกียวโตสิ้นสุดลงในป 2555 นน ยงอยในระหวางการพจารณาของประเทศภาคี โดยในระหวาง ้ั ั ู  ิ วันที่ 1 – 12 ธนวาคม 2551 มการพจารณา กรอบการดาเนนการฯ ฉบบใหมทจะใชภายหลงจากป 2555 ใน ั ี ิ ํ ิ ั  ่ี ัการประชม COP14 (The 14th Session of the Conference of the Parties to the Climate Change ุConvention) ณ เมือง Poznan ประเทศโปแลนด โดยจะมีการลงนามในขอตกลงรวมกันอย างเปนทางการใน การประชม COP15 ในป 2552 ทประเทศเดนมารก ุ ่ี  ภายใตกรอบการดาเนนการใหมน้ี มประเดนหลกใหพจารณา 2 ประเด็น คือ  ํ ิ  ี ็ ั  ิ 1) การกาหนดเปาหมายปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจกของแตละประเทศ และ ํ  ิ   ื  2) การสรางกลไกที่จะทําใหประเทศตลาดเกิดใหม (Emerging Market Nations) เชน สาธารณรฐ  ัประชาชนจีน และอินเดีย ยนยอมลดกาซเรอนกระจกตามเปาหมาย ิ  ื  ทั้งนี้ เนื่องจากพิธีสารเกียวโตไมสามารถทําใหทุกประเทศใหสัตยาบันได ทาใหปรมาณการปลอย ํ ิ กาซเรอนกระจกของโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสวนของประเทศกาลงพฒนา ซงจากการประมาณการของ  ื  ํ ั ั ่ึ 8กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ พบวา ปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจกทวโลกในป 2553 จะเพิ่มขึ้นจากป 2533 7  ิ   ื ่ัซึ่งเปนปฐานของพิธีสารเกียวโต ถึงรอยละ 40.6 โดยประเทศในกลุม Annex 1 จะปลอยกาซเรอนกระจกลดลง   ืเล็กนอย ขณะที่ประเทศอื่นปลอยกาซเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุมประเทศกํา ลังพัฒนา มีผลใหสัดสวนการปลอยกาซเรือนกระจกของกลุมประเทศนี้ เพิ่มขึ้นจากเดิมรอยละ 30 เปนรอยละ 45 ของปรมาณกาซเรอน    ิ  ืกระจกที่ปลอยทั่วโลก8 All eyes on emerging nations / CO2 emission cuts hinge on countries classification, cooperation , Nov. 12, 08http://www.yomiuri.co.jp/dy/national/20081112TDY04302.htm 9
  10. 10. นกวเคราะหตางชาตคาดวา ภายใตกรอบการดาเนนการใหม กลมประเทศ G-8 9 จะตั้งเปาหมาย ั ิ   ิ   ํ ิ ุตามทตกลงกนไวในการประชมที่ฮอกไกโด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ที่ผานมา โดยจะลดปริมาณการปลอย ่ี ั  ุกาซเรอนกระจกใหไดรอยละ 50 ภายในป 2593 และจะมการตงเปาหมายในระยะปานกลางในระหวางป 2563  ื   ี ้ั  ถึง 2573 สวนกลุมประชาคมยุโรปมีแนวโนมที่จะตั้งเปาหมายลดการปลอยกาซเรือนกระจกลงรอยละ 20ภายในป 2563 สําหรับเปาหมายของประเทศอื่นๆ นั้น มีการคาดการณวา จะมีการแบงกลุมประเทศเพิ่มขึ้นใหสอดคลองกับระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ ซงมผลตอปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจก โดยอาจพจารณาจาก ่ึ ี  ิ   ื ิผลิตภัณฑมวลรวมประชาชาติตอหัว (GDP per Capita) ปรมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดตอหัว ิ   และอตราสวนประสทธภาพพลงงาน (Energy Efficiency Ratios) เปนตน ประเทศทมการพฒนาเศรษฐกจ ั  ิ ิ ั ่ี ี ั ิรวดเร็วมาก เชน สิงคโปร และเกาหลีใต ก็อาจถูกจัดอยูในกลุมเดียวกันกับประเทศกาวหนาทางอตสาหกรรม   ุ(Industrially Advanced Nations) สําหรับกลไกที่จะทําใหประเทศตลาดเกิดใหมและประเทศกําลังพัฒนามีสวนรวมในการลดกาซ  เรอนกระจก โดยไมสรางภาระใหแกประเทศเหลานจนมากเกนไป นกวเคราะหคาดวา อาจมการนาวธการ ื      ้ี ิ ั ิ   ี ํ ิีกาหนดเปาหมายรายกลมอตสาหกรรมมาใช โดยจะมการกาหนดมาตรฐานในการปลอยกาซเรอนกระจก ํ  ุ ุ ี ํ   ืสําหรับกลุมอุตสาหกรรมทมการปลอยมลภาวะมาก เชน อตสาหรรมการผลตเหลก และอตสาหกรรมการผลต ่ี ี   ุ ิ ็ ุ ิอลูมิเนียม ซึ่งความสําเร็จของวิธีนี้จะขึ้นอยูกับความชวยเหลือทั้งดานเทคโนโลยีและเงินทุนจากประเทศอตสาหกรรม อยางไรก็ดี ยงไมมการเสนอใหกําหนดบทลงโทษสาหรบประเทศทไมสามารถลดการปล อยกาซ ุ ั  ี ํ ั ่ี  เรอนกระจกไดตามทกาหนด ื  ่ี ํ อนึ่ง มการคาดการณวา จะมการเจรจากบรฐบาลสหรฐฯ และสาธารณรฐประชาชนจน ซึ่งเปน ี  ี ั ั ั ั ีประเทศที่ปลอยกาซคารบอนไดออกไซดมากที่สุดในโลก เพื่อใหทั้งสองประเทศยอมเขารวมในการลดการปลอยกาซเรอนกระจก ภายหลงจากนายโอบามาเขารบตาแหน งประธานาธบดเรยบรอยแลวในเดอนมกราคม   ื ั  ั ํ ิ ี ี   ื2552 ทั้งนี้ การเขารวมในกรอบการดําเนินการฯ ฉบับใหมของสหรัฐฯ เปนที่สนใจของผูที่เกี่ยวของ เนื่องจากนายโอบามาไดกลาวไวในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีวา ภายในป 2593 สหรัฐฯ จะลดการปลอยกาซ  เรอนกระจกลงจากป 2533 ถึงรอยละ 80 ในขณะที่ปจจุบัน สหรัฐฯ ไมไดรวมใหสัตยาบัน โดยใหเหตุผลวา ื การกาหนดปรมาณการปลอยกาซเรอนกระจกจะมผลกระทบตอความสามารถในการแขงขนของภาคธรกจ ํ ิ   ื ี   ั ุ ิสหรัฐฯ อยางไรก็ดี จากผลการประชม COP14 อยางเปนทางการ พบวายังไมมีขอสรุปที่ ชดเจนใน 2 ุ    ัประเด็นดังกลาว แตไดมีมติที่จะผลักดันใหมีการใช Adaptation Fund ซึ่งเปนกองทุนที่มีอยูแลวภายใต พิธีสารเกียวโตเพอชวยเหลอประเทศกาลงพฒนาในการลดการปลอยกาซเรอนกระจกที่เกิดจากการลดลงของพื้นที่ปา ่ื  ื ํ ั ั   ืและคุณภาพของปา และการจดการผลกระทบจากภยธรรมชาตท่ีเกิดขึ้น โดยกองทุนดังกลาวจะระดมทุนโดย ั ั ิการเกบเงนคาธรรมเนยมจากโครงการ CDM เมื่อไดรับการขึ้นทะเบียนจาก UNFCCC ็ ิ  ี9 ประเทศในกลุม G-8 (Group of Eight) ประกอบดวยสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี แคนาดา อิตาลี ญี่ปุน และรัสเซีย 10
  11. 11. บทที่ 2 ตลาดคารบอนเครดิต 2.1 คารบอนเครดิตคืออะไร คารบอนเครดต คือ กรรม สิทธิ์ ใน ปรมาณกาซเรอนกระจกทลดได  ิ ิ  ื ่ี ภายใตพธสาร  ิีเกียวโต ทั้งที่เกิด จากกลไกการซอขายสทธการปลอยกาซเรอนกระจก (ET) กลไกการดาเนนการ ้ื ิ ์ิ   ื ํ ิรวมกน (JI) และกลไกการพฒนาทสะอาด (CDM) การซอขายคารบอนเครดต จะทา ในลักษณะท่ีเรยกวา  ั ั ่ี ้ื  ิ ํ ี Cap and Trade นั่นคือ ประเทศหรือผูผลิตรายใดมี ปลอยกาซเรอนกระจกมากหรอนอยกวาโควตาการปลอย   ื ื  กาซเรอนกระจกสุทธิที่ไดรับ ประเทศหรือผูผลิตรายดังกลาวก็จะสามารถทาการซื้อหรือขายคารบอนเครดต กับ  ื ํ  ิประเทศหรือผูผลิตอื่นๆ ได การซอขายคารบอนเครดิตนั้น ทาในตลาดที่เรียกวาตลาดคารบอน (Carbon Market) คารบอน ้ื  ํ  เครดิตท่มการซอขายกนน้ีจะถกนาไปหักจากบญชการปลอยกาซเรอนกระจกของประเทศ ี ี ้ื ั ู ํ ั ี   ื ผูซื้อ และหกจากบญชปรมาณการลดกาซเรอน ั ั ี ิ  ื ตารางท่ี 2-1 คาศกยภาพในการทาใหโลกรอนของกาซเรอนกระจก  ั ํ    ื กระจกของประเทศผขาย ทั้งนี้ การซอขาย ู ้ื คาศกยภาพในการทาใหโลกรอน  ั ํ   คารบอนเครดตจะคานวณในหนวยของ  ิ ํ  กาซเรอนกระจก  ื Carbon Dioxide Equivalent (CO2e) ซึ่งเปน (เทาของคารบอนไดออกไซด)   1. คารบอนไดออกไซด (CO2)  1 การแปลงคากาซเรอนกระจกแตละชนิดจาก ื 2. มีเทน (CH4) 21 ศกยภาพในการทาใหโลกรอน (Global ั ํ   3. ไนตรัสออกไซด (N2O) 310 Warming Potential: GWP) โดยเทยบกบกาซ ี ั  4. ไฮโดรฟลูออโรคารบอน (HFCs) 140 - 11,700 คารบอนไดออกไซด กาซเรอนกระจกแตละ   ื  5. เปอรฟลูออโรคารบอน (PFCs) 6,500 - 9,200 ชนดจะมีสัดสวนในการแปลงคาไมเทากัน ดัง ิ 6. ซัลเฟอรเฮกซาฟลูโอไรด (SF6) 23,900 แสดงในตารางท่ี 2-1 เชน กาซมีเทนมีคา  ที่มา: องคการบริหารจัดการกาซเรือนกระจก GWP เทากบ 21 CO2e แสดงวา การลดการ  ัปลอยกาซมเทน 1 ตัน จะเทยบเทาการลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด 21 ตน โดยในเอกสารน้ีจะใช   ี ี     ัหนวย “1 ตนคารบอน” แทน “1 ตน CO2e”  ั  ั อนึ่ง หนึ่งหนวยของคารบอนเครดิตจากเกิดจากกลไก ET JI และ CDM มีคาเทากับ หนึ่งตันคารบอน  11
  12. 12. 2.2 โครงสรางตลาดคารบอนเครดิต   การซ้ือขายคารบอนเครดตมี 2 ลักษณะ คือ 1) การซื้อขายโดยตรงระหวางผูผลิตคารบอนเครดิต  ิและผูตองการซื้อคารบอนเครดิตโดยไมผานตลาดคารบอน มีทั้งในระดับรัฐบาลและเอกชน และ 2) การซอขาย ้ืคารบอนเครดตผานตลาดคารบอน (Carbon Exchange Market) เชนเดียวกับตลาดหลักทรัพย หรือตลาด  ิ  สินคาโภคภัณฑ ปจจุบันตลาดคารบอนถือไดวาเปนตลาดสนคาโภคภณฑประเภทหนง โดยธนาคารโลกได   ิ  ั ่ึแบงชนดของคารบอนเครดตในตลาดคารบอนเครดตออกเปน 2 กลุมใหญ คือ คารบอนเครดิตที่เกิดจากการ  ิ  ิ  ิปลอยกาซเรอนกระจกนอยกวาโควตาท่ีพิธีสารเกียวโตกําหนด (Allowances) หรอ AAUs และคารบอนเครดต   ื ื  ิที่เกิดจากโครงการที่ชวยลดการปลอยกาซเรือนกระจก (Project – Based) เชน จากโครงการ JI (ERUs) และ โครงการ CDM (CERs) ในป 2550 AAUs มีสวนแบงตลาดเกือบรอยละ 80 หรอสูงถึง 50.4 พันลานดอลลารสหรัฐฯ จาก ืมูลคาการซื้อขายทั้งสิ้น 64.0 พันลานดอลลารสหรัฐฯ เนื่องจากปรมาณ AAUs จากประเทศในแถบยโรป ิ ุตะวันออกและกลุมประเทศอดีตสหภาพโซเวียตมเปนจานวนมาก อีกทั้ง AAUs เปนคารบอนเครดิตที่มีความ ี  ํเสี่ยงนอยกวาคารบอนเครดตประเภทโครงการ เนื่องจากไมมีความเสี่ยงที่เกิดจากโครงการไมเปนไปตาม  ิ  เปาหมายที่คาดไว ทั้งแงของปริมาณกาซที่ลดไดจริง ซึ่งอาจไมเปนไปตามทคาดการณไว โครงการฯ ไมผาน   ่ีการรบรองของ UNFCCC หรออายของโครงการสนกวาทประมาณการ ั ื ุ ้ั  ่ี ตลาดคารบอนโดยทั่วไปมีองคประกอบหลัก ตามรปที่ 2-1 ซึ่งแสดงใหเห็นถึงวัฏจักรของคารบอน ู เครดิตตั้งแตผูผลิตคารบอนเครดิต (Supplier or Project-Owners) นายหนา (Broker) หรอคนกลาง  ื(Intermediary) ในการซอขายซึ่งทําหนาที่ในการชวยอํานวยความสะดวกในการซื้อขาย ชวยจับคูผูซื้อและ ้ืผูขาย รวมถึงการชวยจัดการความเสี่ ยงในการซอขาย ไปจนถึงผูซื้อ/ผูใช (End User) และผูเกี่ยวของอื่นๆ ที่ ้ืชวยอํานวยความสะดวกใหการคาคารบอนเครดิตเติบโตไดอยางรวดเร็ว ตอเนื่อง และมประสทธภาพ ี ิ ิ 12
  13. 13. รูปที่ 2-1 โครงสรางตลาดคารบอน กฎหมายและกฎระเบยบทเกยวของ ี ่ี ่ี  กรอบกฎหมาย: UNFCCC, EU Commission, Voluntary Standard Sponsors (CCX or Gold Standard…) กฎระเบยบ: UNFCCC Secretariat, CDM EB, JISC, Compliance Committee, National Agencies (DNAs…), (NGOs) ี ดานผูผลิต ดานคนกลาง  ดานผูซื้อ/ผูใชo ผพฒนาโครงการ ทั้งที่ลงทุนเอง ู ั o นายหนาซอขาย  ้ื o ผูซื้อที่ถูกกําหนดโควตาและรวมลงทุนกับผูอื่น o ผคาในตลาด ู  ERs เชน เอกชนและรัฐบาลของ ERso ผูที่ถูกกําหนดโควตา (Mandated o ผูใหบริการระบบที่ใชใน ตลาดรอง (มี ประเทศในกลุม Annex 1 ตลาดแรกinstallations) ที่ตองการขายสิทธิ์ใน การซอขาย ้ื การประกัน) o ผซอโดยความสมครใจ เชน ู ้ื ั การปลอยกาซเรือนกระจก o บริษททางการเงิน ั บริษัทเอกชน หนวยงานภาครัฐ ,o ผูสนับสนุนทางการเงิน เชน  ภาคเอกชน (เชน ธนาคาร  NGOs และเอกชนทั่วไป ผลิตภัณฑ ผลิตภัณฑกองทุนคารบอน, ธนาคารรายใหญ บริษัทบริหารสินทรัพย และ ทางการเงน ิ ทางการเงน ิo บริษัทที่ปรึกษา เชน บริษัทที่ปรึกษา  บริษัทประกันภัย) มบทบาทใน ี และการ ที่มีการในการพัฒนาโครงการ วิศวกร และ การใหสภาพคลอง คากําไร จัดหาแหลง จดการความ ัNGOs จากสวนตาง จัดรูปแบบ เงินทุน เสี่ยงo ผูสนับสนุนการถายทอดการ  ผลิตภัณฑเพื่อการขอเงินพัฒนาดานเทคโนโลยี เชน บริษัท  ลงทุนและลดความเสี่ยง การใหบริการเทคโนโลยีสะอาด จัดหาเงินทุน และการสรางo นโยบายทีเกียวของของทางการ ่ ่ ความหลากหลายทางการเงน ิ o ผูซื้อรายใหญที่ถูกกําหนด โควตา  ERs ตลาดแรก บรการอนๆ ที่เกี่ยวของ เชน การควบคุมคุณภาพ, การใหคําปรึกษาทางกฎหมาย, การวิเคราะหขอมูล เปนตน ิ ่ื  ที่มา: State and Trends of the Carbon Market 2008; World Bank 13

×