Your SlideShare is downloading. ×
0
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
วิกฤติเศรษฐกิจ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

วิกฤติเศรษฐกิจ

16,883

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
16,883
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
128
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย
    • Economic Crisis
  • 2. วิกฤตเศรษฐกิจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ วิกฤตค่าเงิน วิกฤตธนาคาร และวิกฤตหนี้ระหว่างประเทศ วิกฤตเศรษฐกิจของไทย
  • 3. วิกฤตค่าเงิน ( Currency crisis )
    • เป็นวิกฤตการณ์ที่ประเทศถูกโจมตีค่าเงินจากนักเก็งกำไรค่าเงินทำให้ประเทศที่ใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ต้องลดค่าเงินลง เป็นเหตุให้ธนาคารกลางต้องพยายามตรึงค่าเงินและต้องเสียทุนสำรองระหว่างประเทศ และต้องใช้นโยบายปรับอัตราดอกเบี้ยในประเทศให้อยู่ในระดับสูง เพื่อป้องกันเงินทุนไหลออกและป้องกันการถูกโจมตีค่าเงิน เช่น วิกฤติที่เกิดในประเทศไทย ปี 2540
  • 4. วิกฤตธนาคาร ( Banking crisis )
    • เป็นวิกฤตการณ์ที่ธนาคารพาณิชย์ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง หรือไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซง ให้ความช่วยเหลือ หรือเข้าไปยึดกิจการมาดำเนินการเอง
  • 5. วิกฤตหนี้ระหว่างประเทศ ( International debt crisis )
    • เป็นวิกฤตการณ์ที่ประเทศไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ภาครัฐหรือเอกชน
  • 6.
    • สาเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจ
    • เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ คือ ระบบกลไกทางเศรษฐกิจ และการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด
    • เกิดจากปัจจัยที่ไม่ใช่เศรษฐศาสตร์
  • 7. วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์
    • 1. การหดตัวของการส่งออกและดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในระดับสูง ซึ่งในปี 2539 การส่งออกของประเทศขยายตัวไม่ถึง 1 % เมื่อเทียบกับปี 2537 และปี 2538 ซึ่งขยายตัว 23 % และ 21% ตามลำดับ การส่งออกที่ไม่ขยายตัวในปี 2539 ทำให้มีผลกระทบต่ออุปสงค์มวลรวม ส่งผลทางด้านจิตวิทยา และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ในเรื่องปัญหาสภาพคล่องของทุนสำรองระหว่างประเทศและค่าเงิน เพราะประเทศไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมาตลอดตั้งแต่ปี พ . ศ .2530 และมีขนาดของการขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นำไปสู่การโจมตีค่าเงินและเกิดวิกฤติสถาบันการเงินในที่สุด
  • 8. 2. การลงทุนเกินควร
    • ซึ่งเป็นรากฐานของฟองสบู่ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้มีการลงทุนมากเกินไปได้แก่ การเปิดเสรีทางการเงิน ทำให้ธุรกิจและสถาบันการเงิน สามารถกู้ยืมเงินจากต่างประเทศได้ ทำให้มีการขยายการลงทุนมากเกินไป อีกประการหนึ่ง เกิดจากการที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ และตราสารทางการเงินต่างๆมีราคาสูงขึ้น ก่อให้เกิดอุปสงค์เพื่อเก็งกำไร และทำให้มีการลงทุนเพื่อผลิตสินค้าตอบสนองอุปสงค์เพื่อเก็งกำไร
  • 9. 3. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำ
    • ในช่วงปี 2530 – 2539 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาคาร สำนักงาน สนามกอล์ฟ สวนเกษตร เติบโตอย่างมาก ในปี 2540 เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลอนุญาตให้มีธุรกรรมวิเทศธนกิจ ( Bangkok international banking facilities : bibf ) ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกต่ำกว่าในประเทศมาก จึงทำให้ผู้ประกอบการหันไประดมทุนจากต่างประเทศพร้อมกับระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โหมการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ และจากการที่ราคาอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจึงก่อให้เกิดอุปสงค์เพื่อเก็งกำไร และดึงดูดให้ผู้ประกอบการสมัครเล่นหันมาทำธุรกิจประเภทนี้อย่างกว้างขวาง ซึ่งกล่าวได้ว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคที่ก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่
  • 10. 4. ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
    • วิกฤติที่เกิดขึ้นในปี 2540 อีกสาเหตุหนึ่ง คือ การผิดพลาดในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในส่วนที่รับผิดชอบโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ การใช้ระบบอัตราการแลกเปลี่ยนคงที่และปล่อยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเสรี โดยขาดการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ผลดีของระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ คือ ช่วยให้มีการควบคุมเสถียรภาพด้านราคาแต่มีผลเสียต่อดุลบันชีเดินสะดัด กล่าวคือการกำหนดแลกเปลี่ยนคงที่ ในขนะที่ระดับเงินเฟ้อในประเทศปรับตัวสูงขึ้นเท่ากับว่ารับบาลช่วยให้ราคาสินค้านำเข้าได้เปรียบในการแข่งขันกับสินค้าในประเทศทำให้ประสิทธิภาพของนโยบายการเงินในการควบคุมปริมาณการเงินด้อยลง กล่าวคือ ตั้งแต่ประเทศไทยเปิด bibf ในปี 2536 มีเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามดูดซับปริมาณเงินที่มากเกินไป โดยการขายพันธบัตร การดำเนินนโยบายเช่นนี้ทำให้อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศที่สูงอยู่แล้วไม่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยให้มีการนำเงินทุนเข้ามามากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดกระบวนการเศรษฐกิจฟองสบู่ในที่สุด
  • 11. 1. พฤติกรรมของธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน 1.1 การจัดหาแหล่งเงินทุนและการบริหารสินเชื่อที่ไม่มีประสิทธิภาพ
    • นับตั้งแต่รัฐบาลอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนทำธุรกรรม bibf ( วิเทศธนกิจ ) แต่แทนที่สถาบันการเงินจะระดมเงินทุนจากเงินฝากภายในประเทศ กลับนิยมกู้เงินจากต่างประเทศมาปล่อยกู้ในประเทศ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำและต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก รวมทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนพฤติกรรมของสถาบันการเงินดังกล่าวทำให้สัดส่วนหนี้ต่อทุนอยู่ในระดับสูง ทำให้เกิดความเสี่ยงในการบริหารสภาพคล่อง และเกิดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อกระจุกตัวอยู่ในตลาดที่มีสภาพฟองสบู่ในระดับสูง คือ ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤติในตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น จึงมีผลกระทบต่อสภาพคล่องของสถาบันการเงิน รวมทั้งนำไปสู่การสะสมหนี้ที่ไม้ก่อให้เกิดรายไดของสถาบันการเงินในที่สุด
  • 12.
    • 1.2 พฤติกรรมของผู้บริหารสถาบันการเงินที่มีการบริหารงานในลักษณะที่คอร์รัปชั่นโดยการช่วยเหลือญาติพี่น้องหรือนักการเมืองด้วยการให้สินเชื่อในกลุ่ม ผู้บริหาร ญาติ ธุรกิจในเครือมากเกินไป หรือให้สินเชื่อในโครงการที่มีผลตอบแทนต่ำ การตกแต่งบัญชี หรือการสร้างลูกหนี้ปลอม
  • 13. 2. พฤติกรรมการระดมทุนของธุรกิจ
    • เกิดขึ้นเนื่องจากมีความผิดพลาดในการระดมทุน คือ มีการกู้มาก จากทั้งในและนอกประเทศ ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนสูง ทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงสูงนอกจากนี้ธุรกิจยังได้นำเงินกู้มาลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว ธุรกิจบางธุรกิจ เช่นอสังหาริมทรัพย์กู้เงินจากต่างประเทสมาลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนเป็นสกุลภายในประเทศโยไม่มีการรับประกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพราะเชื่อมั่นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะยึดมั่นกับระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทอยู่ในสภาพความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะเมื่อการส่งออกหดตัวความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเจ้าหน้าที่ต่างประเทศลดลง จึงทำให้ธุรกิจล้มละลายนำไปสู่สภาวะฟองสบู่แตกในที่สุด
  • 14. 3. ธนาคารแห่งประเทศไทยบกพร่องในการกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน
    • การเปิดเสรีทางการเงิน โดยให้สถาบันการเงินสามารถกู้เงินจากต่างประเทศได้โดยง่าย ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยต้องมีระบบการตรวจสอบสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • 15.
    • นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
    • การปิดสถาบันการเงินและการล้มละลายของธุรกิจในประเทศ
    • ปัญหาการว่างงาน
    • ค่าเงินบาทไม่มีเสถียรภาพ เงินทุนสำรองหมด
    • การเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาถือครองทรัพย์สิน
    • สถาบันการเงินถูกครอบครองโดยต่างชาติ
    • ประเทศต้องกู้เงินมาเสริมสภาพคล่อง
    ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ พ . ศ . 2540
  • 16. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • สมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
  • 17. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • ประกาศมาตรการสร้างความมั่นคงในสถาบันการเงิน
    • การลอยตัวค่าเงินบาทในวันที่ 2 ก . ค . 2540
    • การขอความช่วยเหลือจาก IMF
    สมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
  • 18. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย
  • 19. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการดอกเบี้ยสูงและปิดสถาบันการเงิน
    • มาตรการ 14 สิงหาคม 2541
    • มาตรการ 10 มีนาคม 2542
    • มาตรการ 10 สิงหาคม 2542
    • มาตรการอื่น ๆ
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 20. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการดอกเบี้ยสูง และปิดสถาบันการเงิน
      • เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงเกินไป
      • ป้องกันเงินไหลออกนอกประเทศ และทำให้เงินไหลเข้าประเทศสูง
      • ถ้าค่าเงินบาทแข็ง จะทำให้หนี้ต่างประเทศลดลง
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 21. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการดอกเบี้ยสูง และปิดสถาบันการเงิน ( ต่อ )
      • ปิดไฟแนนท์ 56 แห่ง เพื่อแก้ไขวิกฤติทางการเงินของสถาบันการเงิน
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 22. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการ 14 สิงหาคม 2541
      • แผนฟื้นฟูสถาบันการเงิน โดยเน้นเพิ่มเงินกองทุนให้ได้ตามมาตรฐาน BIS
      • เพิ่มทุนให้สถาบันการเงินโดยเงินออมจากประชาชนและขายหุ้นให้ต่างชาติ
      • ขายพันธบัตรให้ประชาชนเพื่อเพิ่มทุนให้ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 23. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการ 10 มีนาคม 2542
      • กู้เงินจากญี่ปุ่นตามแผน “มิยาซาว่า” 53,000 ล้านบาท
      • ลดภาษี VAT จาก 10 % เหลือ 7 %
      • ลดภาษีน้ำมัน เป็นเงิน 23,800 ล้านบาท
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 24. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการ 10 สิงหาคม 2542
      • ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตส่งออก
      • รัฐร่วมกับบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ ตั้งกองทุนเพื่อช่วยเอกชนปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลด NPL
      • เพิ่มทุนให้อุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก SME
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 25. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการ 10 สิงหาคม 2542 ( ต่อ )
      • ให้ ธ . อ . ส . ปล่อยกู้ซื้อบ้าน 5,000 ล้านบาท
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 26. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • มาตรการ อื่น ๆ
      • ทำข้อตกลงกับ IMF โดยออกกฎหมาย 11 ฉบับ
      • ปฏิรูประบบสถาบันการเงินและตั้งองค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ( ป . ร . ส .) และบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน ( บ . บ . ส .)
      • แปรรูปรัฐวิสาหกิจ
    สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ( 2540-2544)
  • 27. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร
  • 28. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • ใช้นโยบายเศรษฐกิจ 2 แนวทาง ( Dual Track Policy)
      • กระตุ้นอุปสงค์ ( Demand) เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ โดยผ่านโครงการของรัฐบาล เช่น
        • โครงการพักชำระหนี้ของเกษตรกร
        • โครงการธนาคารประชาชน
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 29. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
      • กระตุ้นอุปสงค์ ( Demand) ( ต่อ )
        • โครงการเอื้ออาทรต่าง ๆ เช่น บ้าน แท็กซี่ คอมพิวเตอร์
        • โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
        • โครงการกองทุนหมู่บ้าน
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 30. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
      • กระตุ้นอุปทาน ( Supply) เพื่อกระตุ้นการลงทุนทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน มีการจ้างงาน เช่น
        • โครงการหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล ( OTOP)
        • โครงการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 31. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • ใช้นโยบายเปิดเขตการค้าเสรี ( Free Trade Area : FTA) กับประเทศต่าง ๆ
    • นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อนำเข้าตลาดหุ้น
    • นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลดรายจ่าย
      • โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค
      • การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 32. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลดรายจ่าย ( ต่อ )
      • การสร้างโรงงานปุ๋ยอินทรีย์ทุกอำเภอ
      • การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและไบโอฟูเอล
      • การส่งเสริมการใช้ก๊าซเอ็นจีวี
      • การเพิ่มกำลังในการผลิตแก่ภาคเอกชน
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 33. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มรายได้
      • การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร
      • โครงการโคล้านครอบครัว
      • การเพิ่มการผลิตพืชน้ำมัน
      • การปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ
      • การส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่และกรุงเทพเมืองแฟชั่น
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 34. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการขยายโอกาส
      • การจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจดูแลยางพารา ปาล์ม โค
      • โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
      • โครงการ 1 จังหวัด 1 อุตสาหกรรม
      • การพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัด
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 35. การแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540
    • นโยบายด้านอื่น ๆ
      • การทำสงครามปราบปรามยากเสพติด
      • โครงการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาซึ่งผูกติดกับรายได้ในอนาคต ( ICL)
      • โครงการ แก้ไขปัญหาสังคมเชิงบูรณาการ
      • โครงการ GFMIS และ One Stop Service
    สมัยรัฐบาล พ . ต . ท . ทักษิณ ชินวัตร ( 2544-2549)
  • 36. เปรียบเทียบการเจริญเติบโตก่อนและสมัยของรัฐบาลทักษิณ 0.4 ลลบ . 1.2 ลลบ 6. NPL 101,305 บ . 79,098 บ . 5. รายได้ต่อหัวประชากร 406 ลบ . 299 ลบ . 4. รายรับท่องเที่ยว 2.4 ลลบ . 1.6 ลลบ . 3. มูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรม 706 ลบ . 444 ลบ . 2. มูลค่าผลผลิตเกษตร 7.1 ลลบ . 4.9 ลลบ .
    • GDP
    ปี 47/48 ปี 43 รายการ
  • 37. เปรียบเทียบการเจริญเติบโตก่อนและสมัยของรัฐบาลทักษิณ ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 160 คดี 420 คดี 12. คดียาเสพติด : แสนคน 96.2 % 78.2 % 11. หลักประกันสุขภาพ 52,066 us$ 32,661us$ 10. เงินสำรองระหว่างประเทศ 1,264,928 ลบ . 748,104 ลบ . 9. การเก็บรายได้ 5.11 ลลบ . 1.28 ลลบ . 8. มูลค่าตลาด 714 จุด 269 จุด 7. ตลาดทุน ปี 47/48 ปี 43 รายการ
  • 38. เราเรียนรู้อะไรบ้างจากวิกฤตเศรษฐกิจ 2540
    • การบริหารที่ขาดประสิทธิภาพ ภาครัฐ ราชการ การเมือง สถาบันการเงิน เอกชน
    • ความไม่โปร่งใส ขาดจริยธรรม ไร้วินัยทางการเงิน
    • การดำเนินนโยบายที่ใช้ตามตะวันตก
    • ลัทธิบริโภคนิยม
    • วิกฤตเชิงโครงสร้าง ระบบอ่อนแอ คนอ่อนแอตาม
    • เศรษฐกิจที่เติบโตด้วยการก่อหนี้ ก็ต้องล่มสลายด้วยภาวะหนี้เช่นกัน
  • 39.
    • ทฤษฎีลูกสูบสามตัวในระบบเศรษฐกิจ
    • การเงินการคลัง
    • ( ดร . ป๋วย อึ้งภากรณ์ )
    แนวทางป้องกัน
  • 40. สูบทางการคลัง สูบการเงินภายในประเทศ สูบการเงินระหว่างประเทศ รายรับ รายจ่าย ขยายเครดิต หดเครดิต ชำระเงินเข้าประเทศ ชำระเงินออก ประเทศ
  • 41.
    • ในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ มหภาค อาจารย์ป๋วยนำเสนอ " ทฤษฎีลูกโป่ง 3 ลูกสูบ " กำหนดหลักการสำคัญว่า การบริหารนโยบาย เศรษฐกิจมหภาคควรเป็นไปในทางป ้องกันปัญหาความไร้เสถียรภาพทาง เศรษฐกิจ มากกว่าที่จะปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วคอยตามแก้ ในการนี้ จำเป็นต้องกำกับให้ปริมาณเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ( Money Supply) อยู่ใน ระดับพอเหมาะพอควรกับปริมาณ ผลผลิตที่ระบบเศรษฐกิจ ผลิตได้ หากปริมาณเงินที่หมุนเวียนมีน้อยเกินไป ย่อมเกิดปัญหาการขาดสภาพ คล่องและอาจตามมาด้วยปัญหาเงินฝืด แต่ถ้าหากปริมาณเงินเพิ่มขึ้นมาก เกินไปย่อมสร้างแรงกดดันให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้
  • 42.
    • อาจารย์ป๋วยอุปมาอุปไมยปริมาณเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เสมือนหนึ่งลูกโป่ง ในยามที่ระบบเศรษฐกิจมีปริมาณเงินเพิ่มขึ้น เปรียบ ประดุจลูกโป่งพองลม ในยามที่ปริมาณเงินลดลงเปรียบประดุจลูกโป่งแฟบลม การกำกับปริมาณเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจก็ดุจเดียวกับการกำกับปริมาณลมในลูกโป่ง
  • 43.
    • ดร . ป๋วย อึ้งภากรณ์ บุคคลสำคัญด้านเศรษฐศาสตร์
  • 44.
    • โดยที่ช่องทาง ที่กระทบต่อปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมีอยู่ 3 ช่องทาง เสมือนหนึ่งว่าลูกโป่งมี 3 ลูกสูบ อันประกอบด้วย
    • ลูกสูบการคลัง ( การเก็บภาษีอากรและการใช้ จ่ายของรัฐบาล )
    • ลูกสูบการเงินภายในประเทศ ( การขยายหรือลดสินเชื่อของระบบสถาบันการเงิน )
    • และลูกสูบการเงินระหว่างประเทศ ( การเคลื่อนย้ายเงิน เข้าและออก ระหว่างประเทศ ) หัวใจของการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอยู่ที่การกำกับลูกสูบทั้งสามนี้
  • 45. ที่มา
    • http://www2.hawaii.edu/~porntawe/thaiarticles/1999_08_12.html
    • มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา
    สวัสดีครับ

×