Your SlideShare is downloading. ×
0
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Why Occupy Wall Street Protesters are Upset
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Why Occupy Wall Street Protesters are Upset

11,989

Published on

ผู้ชุมนุม "ยึดครองวอลล์สตรีท" โกรธเคืองเรื่องอะไร? แปลจาก "Here's What The Wall Street Protesters Are So Angry About" บนเว็บไซต์ BusinessInsider.com โดย สฤณี อาชวานันทกุล, 20 ตุลาคม 2011

ผู้ชุมนุม "ยึดครองวอลล์สตรีท" โกรธเคืองเรื่องอะไร? แปลจาก "Here's What The Wall Street Protesters Are So Angry About" บนเว็บไซต์ BusinessInsider.com โดย สฤณี อาชวานันทกุล, 20 ตุลาคม 2011

Published in: Education
1 Comment
2 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total Views
11,989
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
79
Comments
1
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ผู ้ชุมนุม “ยึดครองวอลล์สตรีท” โกรธเคืองเรืองอะไร? ่ สฤณี อาชวานันทกุล คอลัมน์ Info * Graphic * Fun ตอนที่ 2เผยแพร่ครังแรกบนเว็บไซต์ ไทยพับลิก ้า www.thaipublica.org ้ 20 ตุลาคม 2011 งานนี้เผยแพร่ภายใต้สญญาอนุญาต Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) ั โดยผูสร้างอนุญาตให้ทาซา แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่งของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะใน ้ ้ กรณีทให้เครดิตผูสร้าง ไม่นาไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้สญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี้เท่านัน ่ี ้ ั ้
  • 2. การประท ้วงภาคการเงินอเมริกน ภายใต ้ชอ ั ื่“Occupy WallStreet” เริมวันที่ 17 ่กันยายน 2554 ภายใต ้การนาของกลุม “กวนวัฒนธรรม” ่(culture jamming)สนับสนุนโดยAnonymous ื่กลุมแฮคเกอร์ชอดัง ่ 2
  • 3. จากจุดเริมต ้น การชุมนุมยืดเยือและขยายวง ่ ้กว ้างขึนเรือยๆ ในวันที่ 15 ตุลาคม 2011 “วัน ้ ่เปลียนแปลงแห่งโลก” มีการชุมนุมประท ้วงใน ่เมือง 951 แห่ง 82 ประเทศทั่วโลก… …พวกเขาโกรธ เรืองอะไร? สไลด์ ่ ของ Business Insider สรุปได ้ดี ผู ้เขียนจึงแปลและที่ มา: http://occupywallst.org/ เรียบเรียงมาเล่า – 3
  • 4. ่ ่ ่ ัเริมจากเรืองทีเห็นชด: สามปี หลังวิกฤติการเงินปี2008 อัตราการว่างงานในอเมริกายังอยูในระดับ ่สูงสุดหลังเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในทศวรรษ ่ ั้1930 ไม่นับชวงสนๆ ต ้นทศวรรษ 1980 4
  • 5. ในเมืองานหายาก ผู ้ใหญ่จานวนมากจึงเลิกหา ่ ่ ่สงผลให ้ “อัตราการมีสวนร่วมในระบบแรงงาน”(participation ratio) ลดลงอย่างฮวบฮาบ 5
  • 6. อีกทังลักษณะของการว่างงานทุกวันนีก็ไม่ใชวา ้ ้ ่ ่ ั ่ว่างงานอย่างกะทันหัน: สดสวนผู ้ว่างงานทีไม่ ่ทางานมานานกว่า 6 เดือน สูงเป็ นประวัตการณ์ ิ 6
  • 7. ไม่ได ้มีแต่คนงานก่อสร ้างเท่านันทีหางานไม่ได ้ ้ ่ ัจานวนสปดาห์ทมคนว่างงานมากทีสดก็สงเป็ น ี่ ี ่ ุ ู ัประวัตการณ์ คือสูงกว่า 20 สปดาห์ (5 เดือน) ิ ั้สะท ้อนว่าชนชนกลางก็ลาบากมาก 7
  • 8. อัตราการว่างงาน 9% ทีพดถึงนันเท่ากับคน ่ ู ้อเมริกน 14 ล ้านคน - คนทีอยากทางานแต่หา ั ่งานไม่ได ้ 8
  • 9. ตัวเลขทีกล่าวไปนันรวมเฉพาะคนทีเข ้าข่าย ่ ้ ่นิยามทางการของ “คนว่างงาน” ถ ้าเรารวมคนที่ทางานพาร์ตไทม์แต่อยากทางานประจา และคนทีเลิกหางานมาพักใหญ่ อัตราว่างงานคือ 17% ่ 9
  • 10. พูดอีกอย่างคือ จานวนชาวอเมริกนทีมงานทาอยู่ ั ่ ีในระดับตาสุดนับจากต ้นทศวรรษ 1980 เป็ นต ้น ่มา (และทีบมก่อนหน ้านันมาจากการทีสตรีเข ้าสู่ ่ ู ้ ่ระบบแรงงาน จากทีเคยเป็ นแต่แม่บ ้าน) ่ 10
  • 11. ทังหมดนันคือสถานการณ์แรงงาน ดูไม่จดเลย ้ ้ ื 11
  • 12. ทีนี้ เราลองมาดูอกด ้านหนึงของประเด็นนีบ ้าง ดู ี ่ ้ ั ่ ี ิ ัฝั่ งชาวอเมริกนทีชวตไม่เคยสุขสนต์เท่านีมาก่อน ้นั่นคือ บรรดาเจ้าของทุน 12
  • 13. กาไรบริษัทต่างๆ พุงสูงทาลายสถิตอกครังหนึง ่ ิ ี ้ ่ในปี 2010 13
  • 14. กาไรบริษัท (corporate profits ย่อว่า CP) คิด ั ่เป็ นสดสวนของเศรษฐกิจทังระบบ (GDP) อยูใน ้ ่ระดับสูงสุดตังแต่ทศวรรษ 1950 เป็ นต ้นมา ้ ่ ั้ยกเว ้นชวงสนๆ ปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤติการเงิน 14
  • 15. ี ีประธานเจ ้าหน ้าทีฝ่ายบริหาร (ซอโอ) ได ้ ่ค่าตอบแทนมากกว่าพนักงานทั่วไปถึง 350 เท่าเพิมจาก 50 เท่าระหว่างปี 1960-1985 ่ 15
  • 16. ้ ี ีตังแต่ปี 1990 ค่าตอบแทนซอโอเพิม 300% ่ขณะทีกาไรบริษัทสูงขึนสองเท่า ค่าตอบแทน ่ ้“พนักงานฝ่ ายผลิต” เพิมขึน 4% และค่าแรงขัน ่ ้ ้ตาลดลง (ตัวเลขทังหมดปรับตามเงินเฟ้ อแล ้ว) ่ ้ 16
  • 17. ั่ค่าจ ้างรายชวโมงเฉลียหลังปรับตามเงินเฟ้ อแล ้ว ่ไม่เพิมขึนเลยในรอบ 50 ปี ระหว่าง 1964-2008 ่ ้ 17
  • 18. ั้ ่ ี ีพูดสนๆ คือ... ขณะทีซอโอและผู ้ถือหุ ้นได ้เงิน ั ่เป็ นกอบเป็ นกา ค่าจ ้างคิดเป็ นสดสวนของจีดพีีกลับตกตาเป็ นประวัตการณ์ ่ ิ 18
  • 19. ้พูดอีกอย่างคือ ในการต่อสูระหว่าง “แรงงาน”กับ “ทุน” ทุนเป็ นฝ่ ายชนะขาดลอย (ชายในภาพ ีนียังชพไปวันๆ ในเมืองเลควูด ห่างจากวอลล์ ้สตรีทไปประมาณ 100 ไมล์ เขาคงเป็ น“แรงงาน” ถ ้าไม่ตกงานและหางานใหม่ไม่ได ้) 19
  • 20. ี ิแน่นอน ชวตสุดยอดไปเลยถ ้าคุณอยูในกลุมผู ้มี ่ ่รายได ้สูงสุด 1% ของชาวอเมริกนทังหมด ั ้ ั ่สดสวนรายได ้ก่อนหักภาษี ของคุณต่อรายได ้ทัง ้ประเทศตอนนีสงสุดนับตังแต่ทศวรรษ 1920 ้ ู ้เป็ นต ้นมา สูงเกือบ 2 เท่าของค่าเฉลียระยะยาว! ่ 20
  • 21. และเศรษฐี 0.1% ทีรวยทีสดในอเมริกาเมือ ่ ่ ุ ่เทียบกับคนอืนก็รวยกว่าเศรษฐี 0.1% ใน ่ประเทศพัฒนาแล ้วประเทศอืนๆ ่ 21
  • 22. อันทีจริง ความเหลือม ่ ่ล้าทางรายได ้ของ ีอเมริกาถ่างกว ้างเสยจนตอนนีอยูอนดับที่ 93 ใน ้ ่ ัโลกในมาตรวัด “ความเท่าเทียมทางรายได ้”จีนอยูอนดับสูงกว่า ่ ัอเมริกา อินเดียกับอิหร่านก็สงกว่า ู 22
  • 23. คงมีน ้อยคนทีมปัญหากับความเหลือมล้าทาง ่ ี ่รายได ้ถ ้าหาก “ความฝั นแบบอเมริกน” ยังดีอยู่ ัคือถ ้าคนขวนขวายเข ้าสู่ 1% นันได ้ แต่ความจริง ้คือโอกาสขยับฐานะในอเมริกาก็อยูจดตาสุดด ้วย ่ ุ ่ 23
  • 24. ทังหมดนีแปลว่าอะไรในแง่ของฐานะ? มัน ้ ้แปลว่าชาวอเมริกนทีรวยสุด 1% เป็ นเจ ้าของ ั ่ ิทรัพย์สนทางการเงิน 42% ของทังประเทศ และ ้คนทีรวยสุด 5% เป็ นเจ ้าของถึง 70% ่ 24
  • 25. ิทรัพย์สนทุกประเภทประมาณ 60% ของทัง้ ่ ่ ่ ุ ้ประเทศอยูในมือคนทีรวยทีสด 5% (ภาพซาย) 25
  • 26. จาปั ญหาหนีมหาศาลของอเมริกาได ้ไหม ทีชาว ้ ่อเมริกนนับร ้อยล ้านคนเป็ นหนีทวมหัว? คนทีรวย ั ้ ่ ่สุด 1% ไม่มปัญหานัน พวกเขาเป็ นเจ ้าของหนี้ ี ้แค่ 5% ของหนีทงประเทศ ้ ั้ 26
  • 27. ทีนมาดูภาษี ...นีเป็ นยุคทีคนรวยควรหาเงินให ้ ี้ ่ ่เยอะๆ ในอเมริกา เพราะอัตราภาษี ทพวกเขาต ้อง ี่จ่ายอยูใกล ้จุดตาสุดในประวัตศาสตร์ ่ ่ ิ 27
  • 28. ั ่สดสวนภาษี ทังหมดต่อรายได ้ของคนรวยสุด 1% ้ตากว่าคนทีรวยรองลงมา 9% - และไม่สงไปกว่า ่ ่ ูคนกลุมรายได ้อืนๆ เท่าไรนัก ่ ่ 28
  • 29. ี่ ่ ุ ี้ ่เศรษฐีทรวยทีสดในอเมริกามักชวาพวกเขาจ่าย ึ่ภาษี มากกว่าคนอืนๆ ซงก็จริง – คนรวยสุด 20% ่จ่ายภาษี 64% ของภาษี ทังหมด (กราฟล่าง) แต่ ้นั่นเป็ นเพราะพวกเขามีรายได ้มากกว่าคนอืนด ้วย ่(กราฟบน – 59%) 29
  • 30. ทีนเราก็มาถึงประเภทของบริษัทอเมริกนทีถก ี้ ั ่ ูประณามมากทีสด และก็สมควรถูกประณามด ้วย ่ ุ ื่ ันั่นคือ ธนาคารทังหลาย โจรชอดัง วิลลี ซตตัน ้เคยอธิบายว่าเขาปล ้นธนาคารเพราะ “เงินอยูท ี่ ่นั่น” นายคนนีรู ้ดีวาเขาพูดถึงอะไร ้ ่ 30
  • 31. จาได ้ไหมตอนทีรัฐบาลอเมริกนเข ้าไปอุ ้ม ่ ัธนาคาร? แล ้วจาได ้ไหมว่ารัฐบาลบอกว่าต ้องเอาเงินภาษี ไปอุ ้มเพราะอะไร? พวกเขาบอกว่าเราต ้องอุ ้มธนาคารไม่ให ้ล ้ม ธนาคารจะได ้ปล่อยกู ้ให ้กับธุรกิจอเมริกนต่อไป ถ ้าพวกเขาปล่อยกู ้ ั ัไม่ได ้ สงคมจะล่มสลาย.... 31
  • 32. โอเค พออุ ้มแล ้วธนาคารปล่อยกู ้หรือเปล่า? ิ ื่เปล่าเลย ยอดสนเชอธนาคารตกลงอย่างฮวบ ื ่ฮาบ และจนถึงวันนีก็ยังไม่คนสูระดับก่อนวิกฤติ ้ 32
  • 33. แล ้วธนาคารทาอะไรตังแต่ปี 2007 ถ ้าไม่ปล่อยกู ้ ้ให ้กับธุรกิจอเมริกน? ปล่อยกู ้ให ้กับรัฐบาล ั ิ ื้อเมริกนน่ะส! ด ้วยการซอพันธบัตรรัฐบาลที่ ั ี่ปลอดความเสยง และหลักทรัพย์ทรัฐค้าประกัน ี่ 33
  • 34. ทีน่าทึงคือ ธนาคารมีรายได ้ดอกเบียจากเงินที่ ่ ่ ้พวกเขา ไม่ได ้ปล่อยกู ้ ด ้วย – จาก “ทุนสารอง ่สวนเกิน” ทีฝากไว ้กับธนาคารกลาง ย ้อนไปตอน ่ ิเกิดวิกฤติการเงิน ธนาคารกลางตัดสนใจชวยอุ ้ม ่ธนาคารพาณิชย์ด ้วยการจ่ายดอกเบียให ้กับเงิน ้ ่สวนนีทไม่ได ้ปล่อยกู ้ ธนาคารก็กนดอกเบียนี้ ้ ี่ ิ ้ต่อไปอย่างสุขสบาย (การเป็ นธนาคารนีมัน ่สุดยอดจริงๆ) 34
  • 35. แน่นอน ระหว่างนันธนาคารต่างๆ ก็กู ้เงินได ้ฟรีๆ ้เพราะธนาคารกลางหั่นอัตราดอกเบียนโยบายจน ้เกือบศูนย์ ธนาคารก็หนดอกเบียเงินฝากตามจน ั่ ้เกือบศูนย์ พวกเขาจะได ้โกยเงินทังหมดที่ ้ต ้องการได ้ – โดยแทบไม่มต ้นทุนอะไรเลย! ี 35
  • 36. ีถ ้าคุณกู ้เงินได ้โดยแทบไม่เสยดอกเบีย และเอา ้ ี่เงินนันไปให ้รัฐบาลกู ้ปลอดความเสยงโดยได ้ ้ ็ดอกเบียสองสามเปอร์เซนต์ ก็เท่ากับว่าคุณปั๊ม ้เงินได้เอง และตอนนีธนาคารต่างๆ ก็กาลังทา ้อย่างนัน สถาบัน Institutional Risk Analytics ้ ี้ ่ ่ชวาธนาคารอเมริกนมีกาไร “สวนต่างดอกเบีย ั ้สุทธิ” (net interest margin) ถึง 211,000 ล ้านเหรียญสหรัฐในครึงปี แรก 2011 …สุดยอด! ่ 36
  • 37. ่ ่และเจ ้ากาไรสวนต่างดอกเบียสุทธินันก็ชวยให ้ ้ ้ธนาคารพาณิชย์ทากาไรได ้ 58,000 ล ้านเหรียญสหรัฐในครึงปี แรกของปี 2011 ่ 37
  • 38. ่และชวยทาให ้ภาคการเงินอเมริกนทากาไรสุทธิ ัเกือบสูงสุดเป็ นประวัตการณ์ – ในขณะทีภาค ิ ่ ่สวนอืนๆ ของประเทศดินรนกับอัตราว่างงาน 9% ่ ้ 38
  • 39. และกาไรสุทธิของภาคการเงินก็กาลังไต่ระดับสู่ ิ ่ ั ่สถิตใหม่ เมือคิดเป็ นสดสวนต่อกาไรสุทธิของภาคธุรกิจอเมริกาทังประเทศ ้ 39
  • 40. แน่นอนว่าตัวเลขกาไรเหล่านันคือหลังจากที่ ้ธนาคารจ่ายพนักงานธนาคารของพวกเขาไปแล ้ว และตอนนีงานในภาคการเงินก็ยังเจ๋งอยู่ – ้พนักงานธนาคารในนิวยอร์คมีเงินเดือนเฉลีย่361,330 เหรียญสหรัฐในปี 2010 ไม่เลวเลย! 40
  • 41. เงินเดือนในภาคการเงินทีวานันสูงกว่าเงินเดือน ่ ่ ้เฉลียในภาคธุรกิจทังอเมริกาโดยรวม 6 เท่า ่ ้ ึ่(ซงตัวเลขหลังนีทจริงก็ตากว่าเงินเดือนเฉลียใน ้ ี่ ่ ่ภาครัฐ แต่นั่นเป็ นอีกประเด็นหนึง)่ 41
  • 42. ดังนันนายธนาคารจึงไม่เดือดร ้อนอะไรเลยจริงๆ ้ 42
  • 43. สุดท ้าย เราจะย ้อนมาดูภาพ “นาทีทอง” อีกที –เหตุผลใหญ่ทผู ้ชุมนุมประท ้วงภาคการเงินโกรธ ี่ ้ ั ่มาก นั่นคือเรืองของค่าจ ้าง ตอนนีสดสวนค่าจ ้าง ่ต่อจีดพตาสุดเป็ นประวัตการณ์ ี ี ่ ิ 43
  • 44. ทีนคณก็รู ้แล ้วว่าผู ้ชุมนุมประท ้วงโกรธเรืองอะไร! ี้ ุ ่ 44
  • 45. ุ ้ ่ สไลด์ชดนีเป็ นสวนหนึงของคอลัมน์ ่ Info * Graphic * Fun บนเว็บไซต์ไทยพับลิก ้าแปลจากต ้นฉบับภาษาอังกฤษ “CHARTS: HeresWhat The Wall Street Protesters Are So Angry About...” เว็บไซต์ Business Insider http://www.businessinsider.com/what-wall-street-protesters-are-so-angry-about-2011-10 45

×