สิทธิและมาตรฐานแรงงาน

                กธ. 301 ธุรกิจกับสังคมและชุมชน
                            สฤณี อาชวานันทกุล
มาตรฐานแรงงาน
   มาตรฐานแรงงาน คือ กฎเกณฑ์ ข้อปฏิบตเกียวกับสภาพการจ้าง
                                        ั ิ ่
    ...
ประเภทของมาตรฐานแรงงาน
มาตรฐานแรงงานแบ่งเป็ น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้
 มาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ คือ อนุ สญญาและข้อแนะ รวมท...
ระดับของมาตรฐานแรงงาน
   มาตรฐานแรงงานในระดับสากล
   มาตรฐานแรงงานในภูมภาค เช่น มาตรฐานแรงงานของสหภาพยุโรป
             ...
มาตรฐานที่สานักพัฒนามาตรฐานแรงงานแนะนา
   มาตรฐานแรงงานไทย ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย
    มรท. 8001-2546 (Thai Lab...
มาตรฐานที่สานักพัฒนามาตรฐานแรงงานแนะนา (ต่อ)
   มาตรฐานแรงงานว่าด้วยหลักจรรยาบรรณของบริษท ไนกี้ (Nike
                   ...
มาตรฐานแรงงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ
   องค์กรแรงงานระหว่างประเทศหรือ International Labour
    Organization (ILO) เป...
มาตรฐานแรงงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ต่อ)
   เสรีภาพในการสมาคมและการยอมรับสิทธิการเจรจาต่อรองร่วม
    (อนุสญญาฉบับท...
มาตรฐานแรงงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ต่อ)
   การยกเลิกการใช้แรงงานภาคบังคับทุกรูปแบบ (อนุสญญาฉบับที่ 29
           ...
มาตรฐานสากลขององค์กรสหประชาชาติ
   UN Global Compact หลักปฏิบตสากล 10 ประการ ประกาศปี 1999
                              ...
มาตรฐานแรงงานใน SA8000
   No child labor: No workers under the age of 15
   No forced labor
   Health and Safety: Provi...
มาตรฐานแรงงานใน SA8000 (ต่อ)
   Discipline: No corporal punishment, mental/physical coercion or verbal abuse
   Working ...
กฎหมายแรงงานของไทย
   กฎหมายความปลอดภัยในการทางาน
   กฎหมายแรงงานสัมพันธ์
   กฎหมายว่าด้วยความร่วมมือกับองค์การไตรภาคี
...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
เวลาทางาน:
 ไม่เกิน 8 ชัวโมงต่อวัน และ 48 ชัวโมงต่อสัปดาห์
                ่          ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
เวลาพัก:
 ในวันทีมการทางาน ให้นายจ้างจัดให้ลกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันไม่
            ่ ี...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
วันหยุดประจาสัปดาห์
 ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน
 ลู...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
วันหยุดพักผ่อนประจาปี
 ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสทธิหยุดพักผ่อนประจาปี
   ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
การลา:
       ่
การลาปวย
             ิ      ่
 ลูกจ้างมีสทธิลาปวยโดยได้รบค่าจ้างตามปก...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
การลาเพือทาหมัน
         ่
 ลูกจ้างมีสทธิลาเพือทาหมันได้ และมีสทธิลาเนื่องจากการทาหมัน...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
การลาเพือรับราชการทหาร
        ่
 ลูกจ้างมีสทธิลาเพือรับราชการทหาร ในการเรียกพลเพือตรว...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
ค่าจ้างและค่าล่วงเวลา:
ค่าจ้าง
 เป็ นเงินทีนายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็ นค่าตอบแทนใ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
การทางานล่วงเวลาและการทางานในวันหยุด
 ในกรณีทงานมีลกษณะต้องทาติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสีย...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
 ถ้าทางานเกินเวลาทางานปกติของวันท...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
   ถ้าทางานในวันหยุดเกินเวลาทางานปกติของวันทางาน นายจ้างต้องจ่ายค่า
    ล่วงเวลาในวันห...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
สวัสดิการ:
 สถานประกอบกิจการทีมลูกจ้างตังแต่ 50 คนขึนไป ให้นายจ้างจัดให้
             ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
ค่าชดเชย:
 ลูกจ้างมีสทธิได้รบค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ม ี
             ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
   ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี มีสทธิให้รบ
             ่          ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
ค่าชดเชยพิเศษกรณีปรับปรุงหน่วยงาน:
 ในกรณีทนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุปรับปรุงหน...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
   แจ้งวันทีจะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้าง และรายชื่อลูกจ้างทีจะถูก
             ่   ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
   นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิมขึนจากค่าชดเชยปกติดงต่อไปนี้
                      ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
   ในกรณีทนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตัง ณ สถานทีอ่นอันมี
             ่ี           ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
ลูกจ้างไม่มสทธิได้รบค่าชดเชยในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
           ีิ      ั
 ลูกจ้างลาออ...
กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541
        ้
     ่
    ฝาฝืนข้อบังคับเกียวกับการทางาน หรือระเบียบ หรือคาสังของ
                   ...
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518
ขอบเขตการบังคับใช้ มิให้ใช้บงคับแก่ (มาตรา 4)
                               ั
 1.1 ราชการส่วนก...
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518
   ข้อตกลงเกียวกับสภาพการจ้าง คือ ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับ
               ่
    ลูกจ้าง หรือระห...
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518
ข้อตกลงเกียวกับสภาพการจ้าง
               ่
 สถานประกอบการทีมลกจ้างตังแต่ 20 คนขึนไปต้องจัดให้ม...
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518
   การปิดงาน (lockout) คือการทีนายจ้างปฎิเสธไม่ยอมให้ลกจ้างเข้า
                               ...
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518
   สมาคมนายจ้าง คือ องค์กรของนายจ้างทีจดตังขึนตาม พรบ.นี้ เช่น
                                ...
แรงงานสัมพันธ์
    ในอดีต                     ั ั
                             ปจจุบน
   เป็ นเรืองของสิทธิ
            ่...
แรงงานสัมพันธ์
   การขูดรีด
   ใช้วธการรุนแรง
        ิี
   เผชิญหน้า
   เจรจาเพือผลแพ้ชนะ
            ่
   ขาดการมีส...
แรงงานสัมพันธ์
   ลูกจ้างได้มสวนร่วมในการบริหาร เช่น กิจกรรมข้อเสนอแนะ
                ี่
    คณะกรรมการต่างๆ 5ส QCC เป็ ...
แรงงานสัมพันธ์
   การฝึกอบรมในเรืองต่างๆ เช่น ทักษะการรับเรืองราวร้องทุกข์ให้มี
                      ่                  ...
บทบาทของนายจ้างในการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์
   มีนโยบายแรงงานสัมพันธ์ทชดเจน
                              ่ี ั
   ใช้ระ...
บทบาทของลูกจ้างในการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์
   พนักงานต้องมีวนย และจริยธรรมในการทางาน
                   ิ ั
   ต้องตระ...
การเจรจาต่อรอง (Collective Bargaining)
   เสนอหรือรับเงือนไขไปพิจารณา
                 ่
   มาตรการกดดันทีกฎหมายรองรับ
 ...
สรุปความหมายของการเจรจาต่อรองของแรงงานสัมพันธ์
                                        ่
    เป็ นการเจรจาต่อรองกันระหว่า...
ขันตอนการเจรจาต่อรองตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
  ้
1. ยืนข้อเรียกร้อง พนักงานต้องใช้ 15 % ของพนักงานทังหมด,
     ่           ...
ขันตอนการเจรจาต่อรองตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
  ้
6. ระหว่างทีมขอพิพาททีตกลงกันไม่ได้ สหภาพอาจนัดหยุดงาน หรือ
              ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Labor Rights and Standards

2,404 views

Published on

มาตรฐานแรงงาน

Published in: Business
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,404
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
8
Actions
Shares
0
Downloads
35
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Labor Rights and Standards

  1. 1. สิทธิและมาตรฐานแรงงาน กธ. 301 ธุรกิจกับสังคมและชุมชน สฤณี อาชวานันทกุล
  2. 2. มาตรฐานแรงงาน  มาตรฐานแรงงาน คือ กฎเกณฑ์ ข้อปฏิบตเกียวกับสภาพการจ้าง ั ิ ่ และสภาพการทางาน เช่น ค่าจ้าง ชัวโมงทางาน วันหยุด และความ ่ ปลอดภัยในการทางาน  เป้าหมายของการมีมาตรฐานแรงงาน คือเพือให้แรงงานได้รบการ ่ ั คุมครองอย่างทัดเทียมเสมอภาค ก่อให้เกิดคุณภาพชีวต มีความ ้ ิ ปลอดภัย มีแรงงานสัมพันธ์ทดี และมีขวัญกาลังใจในการทางาน ่ี 2
  3. 3. ประเภทของมาตรฐานแรงงาน มาตรฐานแรงงานแบ่งเป็ น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้  มาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ คือ อนุ สญญาและข้อแนะ รวมทัง ั ้ ประกาศอื่นๆ ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)  มาตรฐานแรงงานตามกฎหมาย คือ ข้อบังคับตามกฎหมาย ได้แก่ พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กฎหมายความปลอดภัยในการ ้ ทางาน และ พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518  มาตรฐานแรงงานเอกชน คือ ข้อกาหนดทีประกาศใช้โดยองค์กร ่ พัฒนาเอกชน กลุ่มธุรกิจ และผูผลิตสินค้า เช่น SA8000 WRAP ETI ้ ฯลฯ รวมทังหลักปฏิบตของผูผลิต เช่น อดีดาส-ซาโลมอน ไนกี้ ้ ั ิ ้ และ วอลท์ ดิสนีย์ ฯลฯ 3
  4. 4. ระดับของมาตรฐานแรงงาน  มาตรฐานแรงงานในระดับสากล  มาตรฐานแรงงานในภูมภาค เช่น มาตรฐานแรงงานของสหภาพยุโรป ิ มาตรฐานแรงงานของกลุ่มประเทศนอร์ดก ิ  มาตรฐานแรงงานในระดับกลุ่มการค้าและสถาบันในความร่วมมือ  มาตรฐานแรงงานในระดับชาติ (กฎหมายของประเทศและข้อตกลงร่วมระหว่าง ประเทศ และมาตรฐานแรงงานไทย)  มาตรฐานแรงงานในระดับอุตสาหกรรม  มาตรฐานแรงงานในระดับสาขาอาชีพ  มาตรฐานแรงงานในระดับสถานประกอบการและกลุมบริษท (จรรยาบรรณ ่ ั ธุรกิจด้านแรงงาน หรือสภาพการจ้างในสถานประกอบการ)  มาตรฐานแรงงานในระดับย่อย เช่น ระดับพืนที่ และกลุมกิจกรรมต่างๆ ้ ่ 4
  5. 5. มาตรฐานที่สานักพัฒนามาตรฐานแรงงานแนะนา  มาตรฐานแรงงานไทย ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย มรท. 8001-2546 (Thai Labor-Standard : TLS 8001-2546) เป็ น มาตรฐานทีจดทาโดยภาครัฐร่วมกับเอกชนมาตรฐานแรงงานว่าด้วย ่ั ความรับผิดชอบทางสังคม (Social Accountability 8000-SA 8000) เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการส่งออก  มาตรฐานแรงงานว่าด้วยข้อปฏิบตในสถานทีทางาน (Workplace ั ิ ่ Code of Conduct)  มาตรฐานแรงงานว่าด้วยสมาคมสิทธิคนงาน (Worker Rights Consortium Code of Conduct) 5
  6. 6. มาตรฐานที่สานักพัฒนามาตรฐานแรงงานแนะนา (ต่อ)  มาตรฐานแรงงานว่าด้วยหลักจรรยาบรรณของบริษท ไนกี้ (Nike ั Code of Ethics) กาหนดขึนโดยบริษทในเครือไนกี้ เหมาะสมกับ ้ ั สถานประกอบกิจการผลิตเครืองกีฬา ่  มาตรฐานแรงงานว่าด้วยหลักการผลิตทีเป็ นสากลทัวโลก (Mattel ่ ่ Global Manufacturing Principles)  มาตรฐานจริยธรรมพืนฐานทางการค้า (Ethical Trading Initiative ้ (ETI) Standard) (International Council of Toy Industries Code of Business Practice) (ICTI) เหมาะสมกับอุตสาหกรรมผูผลิตของ ้ เล่นเด็ก 6
  7. 7. มาตรฐานแรงงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ  องค์กรแรงงานระหว่างประเทศหรือ International Labour Organization (ILO) เป็ นองค์กรสากลภายใต้สหประชาชาติ มี บทบาทในการกาหนดมาตรฐานแรงงานสากลในรูปแบบทีรจกกันใน ่ ู้ ั นาม “อนุสญญา ILO” เพือเป็ นแหล่งอ้างอิงด้านสิทธิแรงงานสาหรับ ั ่ สหภาพแรงงานเพือใช้ในการส่งเสริมสิทธิของลูกจ้างในการเจรจา ่ ต่อรองกับนายจ้างและรัฐบาล โดย ILO มีนโยบายว่าอนุสญญาหลักมี ั ผลบังคับใช้สาหรับทุกประเทศและทุกบริษท รวมถึงประเทศทียง ั ่ ั ไม่ได้ให้สตยาบันอนุสญญาหลักของ ILO ด้วย ั ั  อนุสญญาหลักมี 4 เรือง (8 อนุสญญา) ั ่ ั 7
  8. 8. มาตรฐานแรงงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ต่อ)  เสรีภาพในการสมาคมและการยอมรับสิทธิการเจรจาต่อรองร่วม (อนุสญญาฉบับที่ 87 และ 98)  ประเทศไทยยังไม่ให้สตยาบัน ั ั  การตังองค์กรและการเข้าเป็ นสมาชิก เป็ นสิทธิการตัดสินใจของคนงาน ้ โดยไม่ตองขออนุญาตใคร ้  การร่างข้อบังคับและกฎขององค์กร เป็ นสิทธิการตัดสินใจของคนงาน  การเลือกผูแทนขององค์กร เป็ นสิทธิการตัดสินใจของคนงาน ้  การดาเนินกิจการขององค์กร เป็ นสิทธิการตัดสินใจของคนงาน  ภาครัฐจะต้องไม่แทรกแซงใดๆ อันส่งผลต่อการจากัดสิทธิ  ภาครัฐไม่มสทธิยบหรือพักการดาเนินกิจการขององค์กร ีิ ุ  การรวมองค์กรเข้าด้วยกัน เป็ นสิทธิการตัดสินใจของคนงานและองค์กร 8
  9. 9. มาตรฐานแรงงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ต่อ)  การยกเลิกการใช้แรงงานภาคบังคับทุกรูปแบบ (อนุสญญาฉบับที่ 29 ั และ 105) โดย “แรงงานภาคบังคับ” ไม่นบกรณีต่อไปนี้ ั  งานเกียวกับการทหารทีตองทาภายใต้กฏหมายเกณฑ์ทหาร ่ ่ ้  งานหรือบริการใดๆ ทีทาในฐานะพลเมืองหรือสมาชิกชุมชน (เช่น ลูกขุน) ่  งานหรือบริการใดๆ ทีเป็ นผลจากคาพิพากษาในชันศาล แต่ทงนี้บุคคลนัน ่ ้ ั้ ้ ต้องทางานดังกล่าวภายใต้การสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าทีรฐ ่ั  งานหรือบริการใดๆ ทีกระทาในภาวะฉุกเฉิน เช่น ภัยธรรมชาติ ่  การยกเลิกการใช้แรงงานเด็ก = 15 ปี (ฉบับที่ 138 และ 182)  การขจัดการเลือกปฏิบตในอาชีพและการจ้างงาน (อนุสญญาฉบับที่ ั ิ ั 100 และ 111) 9
  10. 10. มาตรฐานสากลขององค์กรสหประชาชาติ  UN Global Compact หลักปฏิบตสากล 10 ประการ ประกาศปี 1999 ั ิ  สนับสนุ นและเคารพการคุมครองสิทธิมนุษยชน ้  การกระทาอันเป็ นการละเมิดสิทธิมนุ ษยชน  เสรีภาพในการสมาคมและการยอมรับสิทธิการเจรจาต่อรองร่วม  ขจัดการใช้แรงงานบังคับทุกรูปแบบ  ยกเลิกการใช้แรงงานเด็ก  ขจัดการเลือกปฏิบตในอาชีพและการจ้างงาน ั ิ  สนับสนุ นมาตรการ/วิธการทีป้องกันความเสียหายต่อสิงแวดล้อม ี ่ ่  ส่งเสริมแนวทาง/มาตรการทีสงเสริมความรับผิดชอบต่อสิงแวดล้อม ่่ ่  ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีทเี่ ป็ นมิตรต่อสิงแวดล้อม ่  ขจัดการคอรัปชันทุกรูปแบบ รวมถึงการติดสินบนและการใช้อานาจบังคับ ่ 10
  11. 11. มาตรฐานแรงงานใน SA8000  No child labor: No workers under the age of 15  No forced labor  Health and Safety: Provide a safe and healthy work environment; take steps to prevent injuries; regular health and safety worker training; system to detect threats to health and safety; access to bathrooms and potable water  Freedom of Association and Right to Collective Bargaining: Respect the right to form and join trade unions and bargain collectively; where law prohibits these freedoms, facilitate parallel means of association and bargaining  Discrimination: No discrimination based on race, caste, origin, religion, disability, gender, sexual orientation, union or political affiliation, or age; no sexual harassment 11
  12. 12. มาตรฐานแรงงานใน SA8000 (ต่อ)  Discipline: No corporal punishment, mental/physical coercion or verbal abuse  Working Hours: Comply with the applicable law but, in any event, no more than 48 hours per week with at least one day off for every seven day period; voluntary overtime paid at a premium rate and not to exceed 12 hours per week on a regular basis; overtime may be mandatory if part of a collective bargaining agreement  Compensation: Wages paid for a standard work week must meet the legal and industry standards and be sufficient to meet the basic need of workers and their families; no disciplinary deductions  Management Systems: Facilities seeking to gain and maintain certification must go beyond simple compliance to integrate the standard into their management systems and practices. 12
  13. 13. กฎหมายแรงงานของไทย  กฎหมายความปลอดภัยในการทางาน  กฎหมายแรงงานสัมพันธ์  กฎหมายว่าด้วยความร่วมมือกับองค์การไตรภาคี  กฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจ  กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม  กฎหมายว่าด้วยการฝึกอาชีพ  กฎหมายว่าด้วยศาลแรงงาน
  14. 14. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ เวลาทางาน:  ไม่เกิน 8 ชัวโมงต่อวัน และ 48 ชัวโมงต่อสัปดาห์ ่ ่  งานอันตรายตามทีกาหนดในกฎกระทรวงไม่เกิน 7 ชัวโมงต่อวัน ่ ่ และ 42 ชัวโมงต่อสัปดาห์ เช่น งานทีตองอยูกบความร้อน หรือมี ่ ่ ้ ่ ั อุณหภูมสงๆ ิู
  15. 15. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ เวลาพัก:  ในวันทีมการทางาน ให้นายจ้างจัดให้ลกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันไม่ ่ ี ู น้อยกว่า 1 ชัวโมงภายใน 5 ชัวโมงแรกของการทางาน ่ ่  นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าให้มเวลาพักน้อยกว่าครังละ ี ้ 1 ชัวโมงก็ได้ แต่ตองไม่น้อยกว่าครังละ 20 นาที และเมือรวมกัน ่ ้ ้ ่ แล้วต้องไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชัวโมง ่  กรณีงานในหน้าทีมลกษณะต้องทาติดต่อกันไป หรือเป็ นงานฉุ กเฉิน ่ ีั โดยหยุดเสียมิได้ นายจ้างจะไม่จดเวลาพักให้ลกจ้างก็ได้ แต่ตอง ั ู ้ ได้รบความยินยอมจากลูกจ้าง ั
  16. 16. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ วันหยุดประจาสัปดาห์  ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน  ลูกจ้างมีสทธิได้รบค่าจ้างในวันหยุดประจาสัปดาห์ (ยกเว้น: ลูกจ้างรายวัน รายชัวโมง หรือ ิ ั ่ ตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย)  นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าโดยกาหนดให้มวนหยุดประจาสัปดาห์วนใดก็ได้ ีั ั ่  งานโรงแรม งานขนส่ง งานในปา งานในทีทุรกันดาร งานประมง งานดับเพลิง และงานอื่นๆ ่ ตามทีกฎกระทรวงกาหนด นายจ้างและลูกจ้างจะต้องตกลงกันล่วงหน้าว่าสามารถสะสมหรือ ่ เลื่อนวันหยุดประจาสัปดาห์ไปเมือใดก็ได้ แต่ตองอยูในระยะเวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์ตดต่อกัน ่ ้ ่ ิ  กรณีทวนหยุดประจาสัปดาห์ไม่แน่ นอน ให้นายจ้างประกาศวันหยุดให้ลกจ้างทราบล่วงหน้า ่ี ั ู ไม่น้อยกว่า 3 วัน และแจ้งเป็ นหนังสือให้พนักงานตรวจแรงงานทราบภายใน 7 วัน วันหยุดตามประเพณี  ต้องไม่น้อยกว่าปี ละ 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติดวย ถ้าวันหยุดตามประเพณีตรง ้ กับวันหยุดประจาสัปดาห์ ให้หยุดชดเชยในวันทางานถัดไป  ลูกจ้างมีสทธิได้รบค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี ิ ั
  17. 17. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ วันหยุดพักผ่อนประจาปี  ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสทธิหยุดพักผ่อนประจาปี ่ ิ ไม่น้อยกว่าปี ละ 6 วันทางาน  ลูกจ้างมีสทธิได้รบค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจาปี ิ ั  ถ้าลูกจ้างทางานยังไม่ครบ 1 ปี จะให้หยุดตามส่วนก็ได้  นายจ้างเป็ นผูกาหนดวันหยุดพักผ่อนประจาปี ให้ลกจ้างทราบ ้ ู ล่วงหน้า หรือกาหนดตามทีตกลงกัน ่  นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าว่า จะสะสมหรือเลื่อนวันหยุด พักผ่อนประจาปีไปรวมหยุดในปีอ่นก็ได้ ื
  18. 18. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ การลา: ่ การลาปวย ิ ่  ลูกจ้างมีสทธิลาปวยโดยได้รบค่าจ้างตามปกติปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน ั ทางาน การลาคลอด  ลูกจ้างซึงเป็ นหญิงมีครรภ์ มีสทธิลาคลอดก่อนและหลังการคลอด ่ ิ ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วันโดยให้นบรวมวันหยุดทีมระหว่างวันลาด้วย ั ่ ี และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลกจ้างทีลาคลอดเท่ากับค่าจ้างในวัน ู ่ ทางานตลอดระยะเวลาทีลา แต่ไม่เกิน 45 วัน ่
  19. 19. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ การลาเพือทาหมัน ่  ลูกจ้างมีสทธิลาเพือทาหมันได้ และมีสทธิลาเนื่องจากการทาหมัน ิ ่ ิ ั ั ้ ตามระยะเวลาทีแพทย์แผนปจจุบนชันหนึ่งกาหนด และออก ่ ใบรับรองแพทย์ให้ โดยลูกจ้างมีสทธิได้รบค่าจ้างในวันลานันด้วย ิ ั ้ การลากิจ  ลูกจ้างมีสทธิลาเพือกิจธุระอันจาเป็ นได้ตามข้อบังคับเกียวกับการ ิ ่ ่ ทางาน โดยไม่ได้รบค่าจ้างในวันลา ั
  20. 20. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ การลาเพือรับราชการทหาร ่  ลูกจ้างมีสทธิลาเพือรับราชการทหาร ในการเรียกพลเพือตรวจสอบ ิ ่ ่ เพือฝึกวิชาทหาร หรือเพือทดสอบความพร้อม โดยลาได้เท่ากับวันที่ ่ ่ ทางทหารเรียก และได้รบค่าจ้างตลอดเวลาทีลาแต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี ั ่ การลาเพือฝึกอบรม ่  ลูกจ้างมีสทธิลาเพือการฝึ กอบรม หรือพัฒนาความรูความสามารถตาม ิ ่ ้ หลักเกณฑ์และวิธการทีกาหนดในกฎกระทรวง โดยไม่ได้รบค่าจ้างใน ี ่ ั วันลานัน ้
  21. 21. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ ค่าจ้างและค่าล่วงเวลา: ค่าจ้าง  เป็ นเงินทีนายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็ นค่าตอบแทนในการ ่ ทางานตามสัญญาจ้าง สาหรับระยะเวลาการทางานปกติ เป็ นราย ชัวโมง รายวัน รายสัปดาห์ หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดย ่ คานวณตามผลงานทีลกจ้างทาได้ในเวลาทางานปกติของวันทางาน ู่ และรวมถึงเงินทีนายจ้างจ่ายให้แก่ลกจ้างในวันหยุด และวันลาที่ ่ ู ลูกจ้างมิได้ทางาน แต่มสทธิได้รบตามกฎหมายคุมครองแรงงาน ี ิ ั ้  ลูกจ้างมีสทธิได้รบค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขันต่ า ิ ั ้
  22. 22. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ การทางานล่วงเวลาและการทางานในวันหยุด  ในกรณีทงานมีลกษณะต้องทาติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็ น ่ี ั งานฉุกเฉิน นายจ้างอาจให้ลกจ้างทางานล่วงเวลา หรือทางานในวันหยุดเท่าที่ ู จาเป็ นก็ได้  กิจการโรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง ร้านขายอาหารและเครืองดื่ม สโมสร ่ สมาคม สถานพยาบาล และกิจการอื่นๆ ตามทีกระทรวงกาหนด นายจ้างจะให้ ่ ลูกจ้างทางานในวันหยุดเท่าทีจาเป็ นก็ได้ โดยได้รบความยินยอมจากลูกจ้าง ่ ั เป็ นคราวๆ ไป  ในกรณีทมการทางานล่วงเวลาต่อจากเวลาทางานปกติไม่น้อยกว่า 2 ชัวโมง ่ี ี ่ นายจ้างต้องจัดให้ลกจ้างมีเวลาพัก ไม่น้อยกว่า 20 นาที ก่อนทีลกจ้างเริม ู ู่ ่ ทางานล่วงเวลา (ยกเว้นงานทีมลกษณะหรือสภาพของงานทีตองทาติดต่อกัน ่ ีั ่ ้ ไปโดยได้รบความยินยอมจากลูกจ้าง หรือเป็ นงานฉุกเฉิน ั
  23. 23. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด  ถ้าทางานเกินเวลาทางานปกติของวันทางาน นายจ้างต้องจ่ายค่า ล่วงเวลาไม่น้อยกว่า หนึ่ งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชัวโมงในวัน ่ ทางานตามจานวนชัวโมงทีทา หรือไม่น้อย หนึ่ งเท่าครึ่ง ของอัตรา ่ ่ ค่าจ้างต่อหน่ วย ในวันทางานตามจานวนผลงานทีทาได้ สาหรับ ่ ลูกจ้างทีได้รบค่าจ้างตามผลงาน ่ ั
  24. 24. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้  ถ้าทางานในวันหยุดเกินเวลาทางานปกติของวันทางาน นายจ้างต้องจ่ายค่า ล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลกจ้างในอัตรา สามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชัวโมง ู ่ ในวันทางาน ตามจานวนชัวโมงทีทา หรือตามจานวนผลงานทีทาได้ สาหรับ ่ ่ ่ ลูกจ้างทีได้รบค่าจ้างตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย ่ ั  ถ้าทางานในวันหยุด ในเวลาทางานปกติ นายจ้างต้องจ่ายค่าทางานในวันหยุด ให้แก่ลกจ้าง ทีมสทธิได้รบค่าจ้างในวันหยุดเพิมขึนอีก หนึ่ งเท่า ของค่าจ้างใน ู ่ ีิ ั ่ ้ วันทางาน ตามชัวโมงทีทางานในวันหยุด หรือตามจานวนผลงานทีทาได้ ่ ่ ่ สาหรับลูกจ้างทีได้รบค่าจ้างตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย ่ ั  สาหรับลูกจ้างทีไม่มสทธิได้รบค่าจ้างในวันหยุดต้องจ่ายไม่น้อยกว่า สองเท่า ่ ีิ ั ของค่าจ้างในวันทางานตามชัวโมงทีทางานในวันหยุด หรือตามจานวนผลงาน ่ ่ ทีทาได้สาหรับลูกจ้างทีได้รบค่าจ้างตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย ่ ่ ั
  25. 25. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ สวัสดิการ:  สถานประกอบกิจการทีมลูกจ้างตังแต่ 50 คนขึนไป ให้นายจ้างจัดให้ ่ ี ้ ้ มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ประกอบด้วย ้ ่ ผูแทนฝายลูกจ้างอย่างน้อย 5 คน เพือร่วมหารือ และเสนอแนะ ่ ความเห็นแก่นายจ้าง ในการจัดสวัสดิการสาหรับลูกจ้าง และตรวจ ตรา ควบคุม ดูแลการจัดสวัสดิการทีนายจ้างจัดให้แก่ลกจ้าง ่ ู  สถานประกอบกิจการใดทีมคณะกรรมการลูกจ้าง ตามกฎหมายว่า ่ ี ด้วยแรงงานสัมพันธ์แล้วให้คณะกรรมการลูกจ้างทาหน้าทีเป็ น ่ คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ
  26. 26. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ ค่าชดเชย:  ลูกจ้างมีสทธิได้รบค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ม ี ิ ั ความผิด ดังนี้  ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี มีสทธิให้รบ ่ ิ ั ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน  ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี มีสทธิให้รบ ่ ิ ั ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
  27. 27. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้  ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี มีสทธิให้รบ ่ ิ ั ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน  ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี มีสทธิให้รบ ่ ิ ั ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน  ลูกจ้างซึงทางานติดต่อกันครบ 10 ปีขนไป มีสทธิให้รบค่าชดเชย ่ ้ึ ิ ั เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
  28. 28. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ ค่าชดเชยพิเศษกรณีปรับปรุงหน่วยงาน:  ในกรณีทนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุปรับปรุงหน่ วยงาน ่ี กระบวนการผลิต การจาหน่าย หรือการบริการอันเนื่องมาจากการ นาเครืองจักรมาใช้ หรือเปลียนแปลงเครืองจักร หรือเทคโนโลยีจง ่ ่ ่ ึ เป็ นเหตุให้ตองลดจานวนลูกจ้างลง นายจ้างจะต้องปฏิบตดงนี้ ้ ั ิ ั
  29. 29. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้  แจ้งวันทีจะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้าง และรายชื่อลูกจ้างทีจะถูก ่ ่ เลิกจ้าง ให้ลกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าไม่น้อย ู กว่า 60 วันก่อนวันทีจะเลิกจ้าง ่  ถ้าไม่แจ้งแก่ลกจ้างทีจะเลิกจ้างทราบล่วงหน้า หรือแจ้งล่วงหน้าน้อย ู ่ กว่าระยะเวลา 60 วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอก กล่าวล่วงหน้าแก่ลกจ้าง เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน หรือ ู เท่ากับค่าจ้างของการทางาน 60 วันสุดท้าย สาหรับลูกจ้างซึงได้รบ ่ ั ค่าจ้างตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย ค่าชดเชยแทนการบอก กล่าวล่วงหน้านี้ ให้ถอว่านายจ้างได้จ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าว ื ล่วงหน้าตามกฎหมายด้วย
  30. 30. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้  นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิมขึนจากค่าชดเชยปกติดงต่อไปนี้ ่ ้ ั  ลูกจ้างทางานติดต่อกันครบ 6 ปีขนไป นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษ ้ึ เพิมขึนจากค่าชดเชยปกติ ซึงลูกจ้างนันมีสทธิได้รบอยูแล้ว ไม่น้อยกว่าค่าจ้าง ่ ้ ่ ้ ิ ั ่ อัตราสุดท้าย 15 วันต่อการทางานครบ 1 ปี หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการ ทางาน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทางาน 15 วันสุดท้ายต่อการทางาน ครบ 1 ปี สาหรับลูกจ้างซึงได้รบค่าจ้างตามผลงานโดยคานวณเป็ นหน่วย ่ ั  ค่าชดเชยพิเศษนี้รวมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้าย 360 วัน หรือไม่เกิน ค่าจ้างของการทางาน 360 วันสุดท้ายสาหรับลูกจ้างซึงได้รบค่าจ้างตามผลงาน ่ ั โดยคานวณเป็ นหน่วยแต่รวมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้าย 360 วัน  เพือประโยชน์ในการคานวณค่าชดเชย เศษของระยะเวลาทางานทีมากกว่า ่ ่ 180 วันให้นบเป็ นการทางานครบ 1 ปี ั
  31. 31. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้  ในกรณีทนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตัง ณ สถานทีอ่นอันมี ่ี ้ ่ ื ผลกระทบสาคัญต่อการดารงชีวตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว ิ  นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าให้แก่ลกจ้างทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 ู วันก่อนย้าย ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทางานด้วยลูกจ้างมีสทธิบอก ิ เลิกสัญญาจ้างได้ โดยได้รบค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ั ของอัตราค่าชดเชยปกติ ทีลกจ้างพึงมีสทธิได้รบ ู่ ิ ั  ถ้านายจ้างไม่แจ้งให้ลกจ้างทราบการย้ายสถานประกอบกิจการ ู ล่วงหน้า นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
  32. 32. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้ ลูกจ้างไม่มสทธิได้รบค่าชดเชยในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้ ีิ ั  ลูกจ้างลาออกเอง  ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทาความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง  จงใจทาให้นายจ้างได้รบความเสียหาย ั  ประมาทเลินเล่อเป็ นเหตุให้นายจ้างได้รบความเสียหายอย่างร้ายแรง ั
  33. 33. กฎหมายคุมครองแรงงาน 2541 ้  ่ ฝาฝืนข้อบังคับเกียวกับการทางาน หรือระเบียบ หรือคาสังของ ่ ่ นายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็ นธรรม และนายจ้างได้ ตักเตือนเป็ นหนังสือแล้ว ซึงหนังสือเตือนนันต้องมีผลบังคับไม่เกิน ่ ้ 1 ปี นับตังแต่วนทีลกจ้างได้รบทราบหนังสือเตือน เว้นแต่กรณีท่ี ้ ั ู่ ั ร้ายแรง นายจ้างไม่จาเป็ นต้องตักเตือน  ละทิงหน้าทีเป็ นเวลา 3 วันทางานติดต่อกัน ไม่วาจะมีวนหยุดคัน ้ ่ ่ ั ่ หรือไม่กตามโดยไม่มเี หตุอนสมควร ็ ั  ได้รบโทษจาคุกตามคาพิพากษาถึงทีสดให้จาคุก ั ุ่
  34. 34. กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518 ขอบเขตการบังคับใช้ มิให้ใช้บงคับแก่ (มาตรา 4) ั  1.1 ราชการส่วนกลาง  1.2 ราชการส่วนภูมภาค ิ  1.3 ราชการส่วนท้องถิน ่  1.4 ราชการกรุงเทพมหานค  1.5 กิจการรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์  1.6 กิจการอื่นตามกาหนดในพระราชกฤษฎีกา ั ั  (ปจจุบนธนาคารแห่งประเทศไทยเป็ นกิจการทีอยูนอกข่ายบังคับของกฎหมาย ่ ่ แรงงานสัมพันธ์ โดยได้มการตราพระราชกฤษฎีกากาหนดกิจการที่ ี พระราชบัญญัตแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ไม่ใช้บงคับ พ.ศ. 2523 ขึน) ิ ั ้ 34
  35. 35. กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518  ข้อตกลงเกียวกับสภาพการจ้าง คือ ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับ ่ ลูกจ้าง หรือระหว่างสมาคมนายจ้างกับสหภาพแรงงานทีเกียวกับ ่ ่ สภาพการจ้าง เช่น เงือนไขการจ้างงาน การทางาน กาหนดวันและ ่ เวลาทางาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อ่นของ ื นายจ้างหรือลูกจ้างอันเกียวกับการจ้างหรือการทางาน ่  ข้อพิพาทแรงงาน คือ ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เกียวกับ ่ สภาพการจ้าง  ่ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ประกอบด้วยตัวแทนฝายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ทาหน้าทีวนิจฉัย และชีขาดพิพาทแรงงาน ่ิ ้ พิจารณาวินิจฉัยชีขาดการกระทาอันไม่เป็ นธรรม มีอานาจสังให้ ้ ่ นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทางาน
  36. 36. กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518 ข้อตกลงเกียวกับสภาพการจ้าง ่  สถานประกอบการทีมลกจ้างตังแต่ 20 คนขึนไปต้องจัดให้มขอตกลงเกียวกับ ่ ีู ้ ้ ี ้ ่ สภาพการจ้างไว้เป็ นหนังสือ หากไม่มขอตกลงเกียวกับสภาพการจ้างอยูแต่เดิม ี ้ ่ ่ ให้ถอว่าข้อบังคับเกียวกับการทางานตามกฎหมายคุมครองแรงงานเป็ นข้อตกลง ื ่ ้ เกียวกับสภาพการจ้าง (มาตรา 10) ่ ั ่ ั้ ่  อายุของข้อตกลงมีผลใช้บงคับภายในระยะเวลาทีทงสองฝายตกลงกัน แต่ไม่เกิน 3 ปี ถ้าไม่กาหนดเวลาไว้ ให้ถอว่ามีผลบังคับใช้ 1 ปีนบแต่วนทีได้ตกลงกัน หรือ ื ั ั ่ ให้นบจากวันทีลกจ้างเข้าทางานแล้วแต่กรณี ั ู่  เมือข้อตกลงฯ สินสุดลง และมิได้มการเจรจาตกลงกันใหม่ ให้มผลใช้บงคับต่อไป ่ ้ ี ี ั อีกคราวละ 1 ปี (มาตรา 12) 36
  37. 37. กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518  การปิดงาน (lockout) คือการทีนายจ้างปฎิเสธไม่ยอมให้ลกจ้างเข้า ่ ู ทางานชัวคราว เนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน ่  การนัดหยุดงาน (strike) คือ การทีลกจ้างร่วมกันไม่ทางานชัวคราว ู่ ่ เนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน  คณะกรรมการลูกจ้าง ทาหน้าทีประชุมหารือกับนายจ้างอย่างน้อย ่ สามเดือนครัง ในเรืองจัดสวัสดิการแก่ลกจ้าง พิจารณาคาร้องทุกข์ ้ ่ ู ของลูกจ้าง หาทางปรองดองระงับข้อขัดแย้ง กาหนดข้อบังคับทีเป็ น ่ ประโยชน์ต่อนายจ้างและลูกจ้าง
  38. 38. กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ 2518  สมาคมนายจ้าง คือ องค์กรของนายจ้างทีจดตังขึนตาม พรบ.นี้ เช่น ่ั ้ ้ สมาคมนายจ้างอิเล็กโทรนิคส์ สมาคมเครืองนุ่งห่ม ่  สหภาพแรงงาน คือ องค์กรลูกจ้างทีจดตังขึนตาม พรบ. นี้ ่ั ้ ้  องค์การของสมาคมนายจ้าง หรือลูกจ้างตังแต่สองสมาคมขึนไป ที่ ้ ้ จัดตังขึนตาม พรบ. นี้ – ้ ้ 15 คนจัดตังสหภาพแรงงาน ้ 2 สมาคมนายจ้าง หรือ 2 สหภาพแรงงาน จัดตังสหพันธ์ ้ 5 สหพันธ์นายจ้าง หรือ 5 สหพันธ์ลกจ้าง จัดตัง สภาฯ ู ้
  39. 39. แรงงานสัมพันธ์ ในอดีต ั ั ปจจุบน  เป็ นเรืองของสิทธิ ่  เน้นการให้ขอมูลสือสาร ้ ่  ท้าทายอานาจบริหาร  ใช้ระบบการปรึกษาหารือ  ใช้วธการรุนแรง ิี  มีความไว้วางใจกันมากขึน ้  เผชิญหน้า  ยุตธรรมขึน ิ ้  เจรจาเพือผลแพ้ชนะ ่  โปร่งใสขึน ้  ขาดการมีสวนร่วม ่  เจรจาต่อรองด้วยเหตุผล
  40. 40. แรงงานสัมพันธ์  การขูดรีด  ใช้วธการรุนแรง ิี  เผชิญหน้า  เจรจาเพือผลแพ้ชนะ ่  ขาดการมีสวนร่วม ่  ่ ขาดการสนับสนุนจากฝายจัดการ
  41. 41. แรงงานสัมพันธ์  ลูกจ้างได้มสวนร่วมในการบริหาร เช่น กิจกรรมข้อเสนอแนะ ี่ คณะกรรมการต่างๆ 5ส QCC เป็ นต้น  และรับรูขาวสารมากขึน เช่น การเงินบริษท ผลประกอบการ การ ้่ ้ ั ขยายกิจการ เป็ นต้น  การบริหารงานแบบมีสวนร่วม เช่น คณะกรรมการลูกจ้าง ่ คณะกรรมการสหภาพ  เน้นการสือสารสองทาง ่
  42. 42. แรงงานสัมพันธ์  การฝึกอบรมในเรืองต่างๆ เช่น ทักษะการรับเรืองราวร้องทุกข์ให้มี ่ ่ ั ประสิทธิภาพ ทักษะการสื่อสาร การแก้ไขปญหาอย่างมี ประสิทธิภาพ  ส่งเสริมนักแรงงานสัมพันธ์มออาชีพ ื  ่ ั ให้พนักงานมีสวนร่วมทางการเงิน แบ่งปนผลกาไร profit sharing / Incentive / หุน เป็ นต้น ้  ผูบริหารระดับสูงต้องแถลงนโยบาย แรงงานสัมพันธ์ ้  สวัสดิการของพนักงาน เช่น การรักษาพยาบาล เงินสงเคราะห์ สหกรณ์
  43. 43. บทบาทของนายจ้างในการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์  มีนโยบายแรงงานสัมพันธ์ทชดเจน ่ี ั  ใช้ระบบการปรึกษาหารือ  ่ ฝายจัดการควรกาหนดกรอบและทิศทางทีจะร่วมมือกับลูกจ้าง ่  ่ ฝายจัดการควรตังงบประมาณ ้  หัวหน้างาน ระดับบริหารทุกระดับจะต้องได้รบการถ่ายทอดนโยบาย ั  ฝึกอบรมหัวหน้างานให้มทกษะด้านแรงงานสัมพันธ์ ี ั  ให้โอกาสพนักงานได้แสดงความคิดเห็น
  44. 44. บทบาทของลูกจ้างในการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์  พนักงานต้องมีวนย และจริยธรรมในการทางาน ิ ั  ต้องตระหนักว่าลูกจ้าง นายจ้างมีผลประโยชน์รวมกัน ่  ศึกษาความรูดานสภาวะตลาด การลงทุน และเศรษฐกิจ ้ ้
  45. 45. การเจรจาต่อรอง (Collective Bargaining)  เสนอหรือรับเงือนไขไปพิจารณา ่  มาตรการกดดันทีกฎหมายรองรับ ่  สิทธิการนัดหยุดงาน  สิทธิการปิดงาน  ความเสียหายหากไม่ยอมรับข้อเสนอ  ชื่อเสียง  การผลิต  ้ ่ รายได้ (ทังสองฝาย)
  46. 46. สรุปความหมายของการเจรจาต่อรองของแรงงานสัมพันธ์  ่ เป็ นการเจรจาต่อรองกันระหว่างสองฝาย คือนายจ้างและลูกจ้าง  เนื้อหาการเจรจาต้องเป็ นเรืองทีเกียวกับเงือนไขการจ้าง การางาน ่ ่ ่ ่ หรือสภาพการจ้างเท่านัน ้  ต้องมีอานาจในการต่อรองเป็ นองค์ประกอบพืนฐาน ้  การเจรจามีวตถุประสงค์เพือให้ได้มาซึงข้อยุติ และพอใจทังสองฝาย ั ่ ่ ้ ่
  47. 47. ขันตอนการเจรจาต่อรองตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ้ 1. ยืนข้อเรียกร้อง พนักงานต้องใช้ 15 % ของพนักงานทังหมด, ่ ้ สหภาพต้องมีสมาชิก 20 %, ยืนก่อนข้อตกลงเดิมหมดอายุ 30 วัน ่ 2. เจรจาภายใน 3 วัน 3. ถ้าตกลงได้ นาไปจดทะเบียนภายใน 15 วัน 4. ถ้าตกลงไม่ได้ ถือเป็ นข้อพิพาทแรงงาน พนักงานประนอมต้องมา ไกล่เกลียภายใน 5 วัน ่ 5. ถ้าตกลงได้ นาไปจดทะเบียนภายใน 15 วัน 6. หากยังตกลงกันไม่ได้อก ถือเป็ นข้อพิพาททีตกลงกันไม่ได้ ี ่
  48. 48. ขันตอนการเจรจาต่อรองตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ้ 6. ระหว่างทีมขอพิพาททีตกลงกันไม่ได้ สหภาพอาจนัดหยุดงาน หรือ ่ ี ้ ่ นายจ้างอาจปิ ดงาน ระหว่างปิดงานหรือหยุดงานรัฐมนตรีมอานาจ ี สังให้กลับเข้าทางานได้ ่ ่ ้ 7. ทังสองฝายตังอนุญาโตตุลาการ ้ 8. ให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.) ชีขาด ้ 9. หากไม่พอใจคาตัดสิน ครส ให้อุทธรณ์กบรัฐมนตรีภายใน 7 วัน ั 10. หากยังไม่พอใจก็ฟ้องศาลได้

×