Creative Commons: Toward Free Culture

1,180 views
1,126 views

Published on

เอกสารประกอบการนำเสนอบทความเรื่อง "ครีเอทีฟคอมมอนส์: สู่วัฒนธรรมเสรีที่เคารพสิทธิผู้สร้าง และสนองความต้องการของผู้เสพ" ในการประชุมวิชาการทางมานุษยวิทยาครั้งที่​ 8 “​ผู้​คน​-​ดนตรี​-​ชีวิต​” วันที่ 26 มีนาคม 2552 ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,180
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
469
Actions
Shares
0
Downloads
9
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Creative Commons: Toward Free Culture

  1. 1. ครีเอทีฟคอมมอนส: สูวัฒนธรรมเสรีที่เคารพสิทธิผูสราง และสนองความตองการของผูเสพ สฤณี อาชวานันทกุล Fringer | คนชายขอบ http://www.fringer.org/ นําเสนอในการประชุมวิชาการทางมานุษยวิทยาครั้งที่ 8 เรื่อง “ผูคน ดนตรี ชีวิต” วันที่ 26 มีนาคม 2552 ณ ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร งานนี้เผยแพรภายใตลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by- nc-sa) โดยผูสรางอนุญาตใหทาซ้ํา แจกจาย แสดง และสรางงานดัดแปลงจากสวนใดสวนหนึ่งของงานนี้ ํ ไดโดยเสรี แตเฉพาะในกรณีที่ใหเครดิตผูสราง ไมนาไปใชในทางการคา และเผยแพรงานดัดแปลงภายใต ํ ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เทานั้น
  2. 2. หัวขอนําเสนอ กฎหมายลิขสิทธิ์ กับ “วัฒนธรรมเสรี” ยุคดิจิตอล สภาพอุตสาหกรรมเพลงไทยปจจุบัน และการปรับตัว ของอุตสาหกรรมตอการละเมิดลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟคอมมอนส: “ทางสายกลาง” ระหวางผูเสพและ ผูสราง 2
  3. 3. กฎหมายลิขสิทธิ์ กับ “วัฒนธรรมเสรี” ยุคดิจิตอล
  4. 4. มุมมองของ Lawrence Lessig 1. ความคิดสรางสรรคและนวัตกรรมใหมๆ ตังอยูบน ้ รากฐานของความคิดและนวัตกรรมในอดีตเสมอ 2. อดีตพยายามควบคุมความคิดสรางสรรคตลอดมา 3. “สังคมเสรี” พัฒนาอนาคตดวยการจํากัดขอบเขต อํานาจของอดีต 4. สังคมของเราเปนสังคมที่มีเสรีภาพนอยลงเรือยๆ ่ 4
  5. 5. กฎหมายลิขสิทธิ์ปจจุบันลาสมัย ทําใหเทคโนโลยีดิจิตอลและ อินเทอรเน็ตสามารถเปน “อุปสรรค” หรือ “กีดกัน” การสรางสรรค อดีต ปจจุบัน ในอดีต งานสรางสรรคสวนใหญไมอยูภายใตกฎหมาย แตในปจจุบัน งานสวนใหญอยูภายใต กฎหมายลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะหลังเกิดอินเทอรเน็ต (ซึ่งทํา ‘ก็อปป’ ของงานทุกชนิดโดยธรรมชาติ) อายุของกฎหมายลิขสิทธิ์ยืดยาวขึ้นเรื่อยๆ เกินระยะเวลาเหมาะสมที่ผสรางจะไดกําไรจากงานนั้น ู ไปแลว ทําใหเปนอุปสรรคตอการสรางสรรคงานใหมๆ : ปจจุบันกฎหมายอเมริกาและยุโรป คุมครอง 70 ปหลังวันตายของเจาของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาทีสั้นกวาระหวางวันตีพิมพ+95 ป ่ กับวันสรางงาน+120 ป ขอบเขตการคุมครองของกฎหมายไทยยังอยูที่ ตาย+50 ป  5
  6. 6. สิทธิของผูสราง vs. สิทธิของผูเสพ – “สมดุล” อยูตรงไหน? ถาผูบริโภคจายเงินซื้อซีดีเพลงมา แตไมสามารถแปลงไฟลเปน MP3 เพื่อฟงในคอมพิวเตอรและ เครื่องเลน MP3 แบบพกพาไดเพราะคายเพลง “ล็อก” ไว โดยอางวาเพื่อปองกันการละเมิด ลิขสิทธิ์ – แบบนี้ถือเปนการละเมิดสิทธิผูบริโภคหรือไม? 6
  7. 7. สภาพอุตสาหกรรมเพลงไทยปจจุบัน และการปรับตัวของ อุตสาหกรรมตอการละเมิดลิขสิทธิ์
  8. 8. สวนแบงอุตสาหกรรมเพลงและสภาพการแขงขัน อุตสาหกรรมเพลงไทยมีผูครองตลาด 2 ราย มีสวนแบงรวมกันประมาณ 66% การแขงขันที่รนแรง Life cycle ของเพลงสั้นมาก ผูเลนตางพยายามทํา ุ ธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจร ขยายอิทธิพลไปครอบงําสื่อหรือซื้อสื่อ และขายเพลง ผานชองทางใหมๆ (จัดอีเวนต, ริงโทน ฯลฯ) ผูเลนรายเล็กและศิลปนอิสระมีโอกาสนอยลงทีจะเผยแพรงานผานสื่อดังเดิม ่ ้ กฎหมายลิขสิทธิ์ที่ลาหลัง เปดโอกาสใหผูครองตลาด “อาง” ลิขสิทธิ์ในทางทีอาจ ่ กีดกันผูเลนรายเล็ก และสวนทางกับความตองการและวิถีชวตทีเปลียนไป  ีิ ่ ่ 8
  9. 9. เทคโนโลยีที่ “คุกคาม” อุตสาหกรรม แต “ปลดปลอย” ผูบริโภค MP3 (+ ฟอรแมทอื่นๆ เชน OGG) ซอฟทแวรที่แปลงเนื้อหาในแผนเสียงหรือซีดีเปน MP3 เทคโนโลยี peer-to-peer เชน Limewire, Bittorrent ซอฟทแวรที่ชวยสรางงานเพลงระดับ “มืออาชีพ” ในราคาต่ําหรือฟรี (หลาย ชิ้นเปน open source) จาก “ผูบริโภค” (consumer) เปน “ผูผลิต-บริโภค” (prosumers) เพลงกลายเปน “สินคาโภคภัณฑ” (commodities) คนสามารถ “แบงปน” งานตางๆ ในรูปดิจตอลระหวางกันไดอยางแพรหลาย ิ สะดวก และรวดเร็ว เมื่อการ “ละเมิดลิขสิทธิ์” เปนวิถีชีวิต แสดงวากฎหมายลาหลังแลวหรือไม? 9
  10. 10. กลยุทธทคายเพลงเลือกใชในการแก “ปญหา” ละเมิดลิขสิทธิ์ ี่ 1. ลดราคาสินคา (cost leadership) 2. เพิ่มความถี่และปริมาณในการออกสินคาใหมๆ ใหมากขึ้น เพื่อเพิ่ม ประโยชนจากการประหยัดจากขนาด 3. ขายรีมิกซ และแตกสาขาธุรกิจเพื่อหาแหลงรายไดใหมๆ 4. ใหลูกคาเปนศูนยกลาง (customer centric) เชน วิจัยความตองการ 5. เพิ่มคุณภาพของสินคา เพื่อยกระดับเปนสินคามีมูลคาเพิ่ม (premium goods) เชน เพิ่มการลงทุนในการออกแบบปกซีดี, คุณภาพของการแสดงสด ผูครองตลาดยังเนนกลยุทธ 1, 2 และ 3 อยู แตกลยุทธ 4 และ 5 เปนกลยุทธที่ฃ ยั่งยืนกวา เพราะสอดคลองกับความตองการของผูเสพและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป 10
  11. 11. ผูเลนตางๆ ในตลาด นักแตงเพลง ศิลปน คายเพลง บริษัทจัดการสิทธิ ผูบริโภคยุคดิจตอล ิ เจาของเว็บไซต รานขายซีดี รานคาราโอเกะ ฯลฯ หนาที่ของรัฐ/ผูเขียนกฎหมาย คืออะไร – ปกปองผูครอง ตลาด หรือกระตุนการแขงขัน และสงเสริมวัฒนธรรมเสรี? ที่มา: blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html 11
  12. 12. ครีเอทีฟคอมมอนส (CC): “ทางสายกลาง” ระหวาง ผูเสพและผูสราง
  13. 13. 13
  14. 14. 14
  15. 15. 15
  16. 16. 16
  17. 17. 17
  18. 18. 18
  19. 19. “แบงปน” ทําไม? “เจตนาดี” – ใช CC เพราะ: ใจดีอยากแบงปน อยากสงเสริมการตอยอดองคความรูและศิลปะ แตกอยากใหคนเคารพสิทธิในฐานะผูสรางดวย ็  เจตนาเชิงพาณิชย – สราง “รายได” ดวยการใช CC: เผยแพรผลงานใหคนรูจักอยางรวดเร็ว ตอบสนองตอความตองการของแฟนๆ สราง “ภาพลักษณ” ที่ดี 19
  20. 20. “แบงปน” ทําไม? 20
  21. 21. ประโยชนของครีเอทีฟคอมมอนส 1. เปน “ชุดเครื่องมือ” ที่ชวยสราง “สมดุล” ระหวางความตองการของ ผูผลิต ความตองการของผูเสพและผูผลิต-บริโภค และความตองการ   ของสังคม 2. เปน “ทางเลือก” ที่อยูในกรอบของระบบลิขสิทธิ์ปจจุบัน 3. ตอบสนองเจตจํานงเชิงพาณิชยของผูสรางงาน โดยเฉพาะศิลปนราย เล็กๆ ที่ตองการ “สรางตัว” ใหเปนที่รูจัก และเกรงวาคายเพลงที่ “ขาย” ลิขสิทธิ์ใหจะทําตัวในทางที่ไมเปนมิตรตอแฟนเฟลง 4. ตอบสนอง “เจตนาดี” ของคนธรรมดาที่อยากแบงปนงาน 5. สงเสริมวัฒนธรรมเสรี 21

×