• Like
Music Business and Creative Commons
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

Music Business and Creative Commons

  • 1,384 views
Published

เอกสารประกอบการเสวนา งาน ccSalon ครั้งแรกในประเทศไทย หัวข้อ “ดนตรีกับครีเอทีฟคอมมอนส์” 12 กันยายน 2552

เอกสารประกอบการเสวนา งาน ccSalon ครั้งแรกในประเทศไทย หัวข้อ “ดนตรีกับครีเอทีฟคอมมอนส์” 12 กันยายน 2552

Published in Entertainment & Humor
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
1,384
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
24
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ถึงแจกฟรีก็กําไรดีได ้: ตัวอย่างโมเดล ธุรกิจดนตรีทใชครีเอทีฟคอมมอนส ์ ี ้ สฤณี อาชวานันทกุล http://www.fringer.org/ 12 กันยายน 2552 ิ งานนีเผยแพร่ภายใต ้ลิขสทธิ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผู ้สร ้างอนุญาตให ้ทําซํา แจกจ่าย แสดง และสร ้างงาน ่ ่ ดัดแปลงจากสวนใดสวนหนึงของงานนีได ้โดยเสรี แต่เฉพาะในกรณีทให ้เครดิตผู ้สร ้าง ไม่ ี นํ าไปใช ้ในทางการค ้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต ้ลิขสทธิเดียวกันนีเท่านั น ิ
  • 2. อัลบัม Ghost I-IV ของ Nine Inch Nails
  • 3. อัลบัม Ghost I-IV ของ Nine Inch Nails
  • 4. ผลลัพธ์ “I think the way [Radiohead] parlayed it into a marketing gimmick has certainly been shrewd… But if you look at what they did, though, it was very much a bait and switch to get you to pay for a MySpace-quality stream as a way to promote a very traditional record sale.” - Trent Reznor, Nine Inch Nails ั • ทํารายได ้ $1.6 ล ้านในสปดาห์แรก • #1 อัลบัม MP3 ทีขายดีทสุดในปี 2008 บน Amazon.com ี • #1 บน electronic chart ของ Billboard • #4 อัลบัมทีคนฟั งมากทีสุดในปี 2008 บน Last.fm
  • 5. Magnatune.com (เกิดปี 2003)
  • 6. “ทุนสามานย์” ในวงการเพลงอเมริกน ั ตัวอย่าง “สมมุต” โดย Courtney Love ิ http://archive.salon.com/tech/feature/2000/06/14/love/ ิ ็ ั • วงดนตรีดงวงหนึง สมาชก 4 คนเซนสญญากับค่าย ได ้เงินค่าทํา ั ั ่ อัลบัมล่วงหน ้า $1 ล ้านเหรียญ + สญญา 20% สวนแบ่ง ิ ค่าลิขสทธิ (royalty) • จาก $1 ล ้าน: – เข ้าห ้องอัดทําอัลบัม $500,000 – ค่าจ ้างผู ้จัดการวง $100,000 – ค่าจ ้างทนายกับผู ้จัดการธุรกิจ $50,000 – ภาษี $170,000 • เหลือ $180,000/4 = $45,000 ต่อคน สําหรับ 1 ปี ก่อนอัลบัมออก
  • 7. “ทุนสามานย์” ในวงการเพลงอเมริกน (ต่อ) ั ิ • ผ่านไป 1 ปี อัลบัมเสร็จ ขายได ้ 1 ล ้านแผ่น วงปล่อยซงเกิล 2 ิ ้ เพลง ทํามิวสควีดโอสองเรือง ใชเงิน $1 ล ้าน วงต ้องออก 50% ี • ค่ายจ่ายเงิน $200,000 สนับสนุนค่าทัวร์ จ่ายอีก $300,000 เพือ โปรโมทเพลงในวิทยุ สองรายการนีหักจากเงินล่วงหน ้าได ้ • แปลว่าวงเป็ นหนีค่าย $1 ล ้าน (เงินล่วงหน ้า) + $500,000 (ค่าทํา ิ มิวสควีดโอ) + $200,000 (สนับสนุนค่าทัวร์) + $300,000 (ค่า ี โปรโมทในวิทยุ) = $2 ล ้าน ิ • ถ ้าอัลบัมทุกแผ่นขายได ้ทีราคาเต็ม คือ $10 วงจะได ้ค่าลิขสทธิ $2 ต่อแผ่น (20%) ขายได ้ 1 ล ้านแผ่นก็ได ้ $2 ล ้าน • รายได ้หักหนีแล ้ว $2 - $2 = ศูนย์ วงไม่ได ้เงิน แถมยังไม่ได ้เป็ น ิ เจ ้าของลิขสทธิเพลงของตัวเอง ในขณะทีค่ายได ้กําไร $6.6 ล ้าน
  • 8. “Big Ideas” ของ Magnatune • ดนตรีทกประเภทควรเป็ น “แชร์แวร์” (shareware) เหมือนกับซอฟต์แวร์ทให ้ ุ ี ื คนฟั งก่อนซอและมีเสรีภาพในการแบ่งปั นดนตรีดๆ ให ้คนอืนฟั ง ี ่ • เราต ้องหาวิธนําดนตรีจากนักดนตรีไปสูคนฟั งในทางทีมีต ้นทุนตําและทําให ้นัก ี ดนตรีอยูได ้ มิฉะนันความหลากหลายของดนตรีจะหดหายไปอีกเรือยๆ อย่าง ่ ิ รวดเร็ว ภายใต ้ระบบปั จจุบนทีมีแต่เพลงฮตเท่านันทีขายได ้ ั • นักดนตรีจําเป็ นจะต ้องมีอํานาจการควบคุมการสร ้างงานของตนเอง และชอบ ี ิ กระบวนการปล่อยดนตรี การทําลายชวตของนักดนตรีอย่างเป็ นระบบของ ่ ิ “วงการดนตรี” ทีเป็ นอยูเป็ นสงทีเราไม่ยอมรับ นักดนตรีกําลังจะปฏิวตระบบ ั ิ (และหลายคนก็ปฏิวตทําไปแล ้ว) ั ิ ิ • เราจะต ้องกระตุ ้นความคิดสร ้างสรรค์ ระบบลิขสทธิปั จจุบนทีคุ ้มครองแบบ ั ิ “สงวนสทธิ 100%” นันเคร่งครัดเข ้มงวดเกินไป Magnatune สนับสนุนระบบ “สงวนสทธิบางประการ” ของครีเอทีฟคอมมอนส ์ ซงอนุญาตให ้คนดัดแปลง ิ ึ ้ งาน ทํา sampling และใชแบบไม่แสวงหากําไรได ้โดยเสรี โดยไม่ต ้องขอ อนุญาตผู ้สร ้างงานก่อน
  • 9. โมเดลธุรกิจของ Magnatune • ของทีแจกฟรี: ิ – สถานีวทยุออนไลน์ฟังฟรี นํ าเสนอดนตรีของศลปิ นทีผ่านการ ิ คัดเลือกจาก Magnatune แล ้ว ่ – ผู ้ฟั งสามารถเลือกเนือหาทีตรงกับรสนิยมสวนตัว มีฟีเจอร์ “temp track” สําหรับคนทีอยากลอง sample, mix & match ดนตรี สําหรับเอาไปใชในงานของตัวเอง ้ ้ – ให ้ดาวน์โหลด MP3 ฟรีเพือดัดแปลงไปใชงาน ภายใต ้ ั ้ สญญาอนุญาต CC แบบแสดงทีมา-ไม่ใชเพือการค ้า- ้ อนุญาตแบบเดียวกัน ตราบใดทีไม่ใชเพือการค ้า
  • 10. โมเดลธุรกิจของ Magnatune (ต่อ) • ของทีขาย: – อัลบัมเพลง MP3 ให ้ผู ้ฟั งตังราคาเองตามทีคิดว่าสมควร ใน กรอบราคาขันตํา $5 สูงสุด $18 ื ้ ิ ่ – คนทีอยากซอไปใชในเชงพาณิชย์ (เชน เปิ ดในงานขายของ ิ งานโฆษณา, เว็บไซต์) ต ้องจ่ายค่าลิขสทธิ (sub-license) ระหว่าง $150 - $5,000 ขึนอยูกบความยาวและประเภทของ ่ ั การใช ้ นีเป็ นแหล่งรายได ้ทีทํากําไร (profit margin) ดีทสุด ี ของ Magnatune และโตเร็วทีสุด ิ ิ ่ – ในอนาคต: สนค ้าทีเกียวโยงกับศลปิ น (merchandise) เชน ื โปสเตอร์ เสอผ ้า ถ ้วยกาแฟ ฯลฯ
  • 11. โมเดลธุรกิจของ Magnatune (ต่อ) • นักดนตรีได ้อะไร: – 50% ของยอดขายอัลบัม – 50% ของรายได ้จากการ sub-license ิ – 50% ของรายได ้จากการสนค ้า (ในอนาคต) – งานทีสร ้างเข ้าถึงผู ้ฟั งในวงกว ้าง แพร่หลายได ้อย่างรวดเร็ว ื ี สร ้างชอเสยง สร ้างฐานแฟนเพลง & งานแสดงสด
  • 12. ความสําเร็จของ Magnatune ิ • ศลปิ น 293 คน อัลบัม 646 อัลบัม เพลง 8,872 เพลง • ยอดขาย แบ่งตามประเภทเพลง:
  • 13. ประเด็นสําคัญ “การละเมิดลิขสทธิไม่ใชปัญหาของผม ปั ญหาของผมคือการไม่มี ิ ่ ใครรู ้จักต่างหาก” - Cary Doctorow, นักเขียน, ผู ้ก่อตังเว็บ Boingboing.net ื • แจกฟรีเพือสร ้าง loyalty + แรงจูงใจให ้คนซอ – Premium / collector’s edition – ิ ่ ิ์ ิ สนค ้าอืนๆ เชน บัตรคอนเสรต ทีเชต ดีวด ี ฯลฯ ี • จะแจกโดยไม่ต ้องใช ้ CC ก็ได ้ แต่ CC เป็ นชุด ั “มาตรฐาน” สญญาอนุญาตทีเข ้าใจง่าย หาง่าย กระจายเร็ว และมี “มูลค่าทางการตลาด” ในตัวเองแล ้ว