Finish giตัด
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Finish giตัด

on

  • 1,989 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,989
Views on SlideShare
1,988
Embed Views
1

Actions

Likes
0
Downloads
26
Comments
0

1 Embed 1

http://ideaneverdie.blogspot.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Finish giตัด Finish giตัด Presentation Transcript

  • ยาออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดิน อาหาร
  • scope 1.Anti-emetics drugs; ยารักษา อาการคลื่นไส้ อาเจียน 2.Agents for treatment of peptic ulcer : ยารักษาโรคแผลใน ทางเดินอาหาร 3.Antidiarrheal drugs :ยารักษา อาการท้องร่วง 4.Anticonstipation ; ยาแก้อาการ
  • 1.Anti-emetics drugs; ยา รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน กลไกของร่างกายที่พยายามขับเอาสิ่ง แปลกปลอมหรือสิ่ง ที่ไม่ต้องการออกไป โดยเกี่ยวข้อง กับระบบในร่างกาย 2 ส่วนเป็นหลัก ระบบประสาท : ศูนย์(หน่วย) /สารสื่อประสาท/ตัวรับ
  • กลไกอาการคลื่นไส้ อาเจียน Cerebral cortex(higher center) NK1,GABA Pain,smell,sight,taste→ ←Memory ,fear,hear ing,stress , thinking Vomit center H1,5- HT3,D2,M1 CTZ ที่ area postrema D2,NK1, 5- HT3,M1,H1,o pioid Cytotoxic,opioid→ Cardiac glycoside Stomach Small intestine 5- HT3,D2,N K1, opioid Gastric irritation Infect at Nucleus tractus solitarius (NTS) 5- HT3,D2,M1,H1, NK1Glossopharyn geal nerve Trigerminal nerve บริเวณ Vestibular system H1,M1 เมารถ เมารถ (motion sickness) Vomiting reflex Neuronal
  • กลไกการเกิดคลื่นไส้ อาเจียน ะตุ้น/emetogenic drug/toxinกระตุ้น receptors ที่มีอยู่ที่ศูนย์ที่เกี่ยวกับกา มีการหลั่ง neurotransmitter ต่าง ๆ ออกม (+)vomiting center (medulla oblongata) vomiting center ส่งกระแส ประสาทออกมา เกิดการกระตุ้นหน้าท้อง กะบังลม กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร N/V
  • ศูนย์(หน่วย)ที่เกี่ยวข้องกับ อาการ N/V Vomitting center (ศูนย์อาเจียน) ถูกกระตุ้นโดยสัญญาณ จากศูนย์(หน่วย)ต่าง ๆ 1.Cerebral cortex (higher center) บริเวณก้านสมอง Stimulants N/V: ความคิด การ มองเห็น การได้ยิน ความเครียด การรับรสหรือกลิ่น
  • ศูนย์(หน่วย)ที่เกี่ยวข้องกับ อาการ N/V 2.Chemoreceptor trigger zone (CTZ) บริเวณ area postrema ในสมอง ส่วน Medulla (ซึ่งไม่มี Blood Brain Barrier) จึงไวต่อสาร เคมีแปลกปลอมในเลือด ที่มาสัมผัส CTZ
  • ศูนย์(หน่วย)ที่เกี่ยวข้องกับ อาการคลื่นไส้ อาเจียน 3.Vestibular system (ควบคุม การทรงตัว อยู่ในส่วนหู) โดยระบบ vestibular จะส่ง เส้นใยประสาทที่มีการหลั่ง acetylcholine และ histamine ไป สู่ vomitting center ทำาให้ เกิดอาเจียน
  • 4.Stomach,small intestine ผ่าน มาทาง vagus nerve สู่ nucleus tractus solitarius (NTS) และจาก nucleus นี้ ให้ fibers สู่ vomitting center e.g.Cytotoxic เพิ่มการหลั่ง serotonin จาก Enterochromaffin like cell ใน ลำาไส้เล็ก (+) 5-HT3 ศูนย์(หน่วย)ที่เกี่ยวข้องกับ อาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • 5.Glossopharyngeal nerve และ Trigerminal nerve บริเวณใบหน้า ซึ่งจะส่งสัญญาณไป ยัง nucleus tractus solitarius (NTS) แล้วจึงเข้าสู่ vomitting center ศูนย์(หน่วย)ที่เกี่ยวข้องกับ อาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • สารสื่อประสาทและตัวรับที่ เกี่ยวข้องกับ N/V สารสื่อ ประสาท(ne urotransm itters) ตัวรับ (receptor) 1.Acetylch oline 2.Dopamin e 3.Histamin 1.Muscarinic M1 receptor 2.Dopaminergic receptor (dopamine D2 receptor)
  • นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง คำานี้ แปลว่า อะไรนะ...
  • Dystonia : กล้ามเนื้อเกร็งตัว ทำาให้ส่วน ที่มีอาการเกร็งนั้น เคลื่อนไหวซำ้า ๆ บิดงอหรืออยู่ใน ท่าทางที่ทำาให้ผู้ป่วย เจ็บปวด 1.http://www.youtube.com/wa tch?v=VHGzUxnuvwQ Extrapyramidal side effect (EPS)
  • Extrapyramidal side effect (EPS) Parkinsonism: อาการสั่น กล้ามเนื้อเกร็ง การ เคลื่อนไหวน้อย/ช้าและ ลักษณะท่าทาง(posture)ผิดปกติ http://www.youtube.com/wa
  • Tardive dyskinesia :  การเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่ สามารถควบคุมได้   ผู้ป่วยจะมีการเคลื่อนไหวแบบ กระตุกไม่เป็นจังหวะ ค่อนข้างเร็ว และคาดคะเนไม่ได้ เกิดขณะ พัก/ขณะที่ตั้งใจจะเคลื่อนไหว Extrapyramidal side effect (EPS)
  • Extrapyramidal side effect (EPS) Tardive dyskinesia :  กระพริบตา เปลือกตากระตุก เคี้ยว สูดปาก เลียและดูดริมฝีปาก แลบลิ้นออกมาคล้ายการจับแมลง มี การขยับขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง http://www.youtube.com/wat
  • Anticipatory CINV (Anticipatory chemo therapy- induced nausea and vomiting)  เป็นอาการที่พบก่อนการได้รับยา เคมีบำาบัด  มักเกิดจากผลการรักษา N/V ใน การรับยาเคมีบำาบัด ครั้งก่อนที่ไม่ดีพอ  Stimulants : การได้รับกลิ่น รส หรือการนึกถึงหรือ
  • Nausea and vomiting จาก ยาเคมีบำาบัด Acute nausea and vomiting: เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับ ยาเคมีบำาบัด ความรุนแรงของการเกิด N/V มักมากที่สุดในช่วงเวลา 5-6 ชั่วโมงหลังได้รับยา อาการมักดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง
  • Nausea and vomiting จาก ยาเคมีบำาบัด Delayed nausea and vomiting : เกิดขึ้นหลังได้รับยาเคมีบำาบัดแล้ว นานกว่า 24 hr อาจคงอยู่ได้นานถึง5-7วันหลังได้ รับยาเคมีบำาบัด
  • Anti-emetics drugs 1. Muscarinic M1 antagonist 2. Dopamine D2 antagonist 3. Histamine H1 antagonists 4. 5-HT3 antagonist พัฒนายาที่ปิดกั้นตัว รับ(receptor) ที่ กล่าวมาข้างต้น
  • 1)Anti-emetics drugs ;Muscarinic M1 antagonist e.g.Scopolamine (hyoscine) กลไก : ปิดกั้น muscarinic M1 receptor ที่สมอง Common ADR: ADR ที่เป็นผลจาก ฤทธิ์ antimuscarinic effect เช่น ปากแห้ง ง่วงซึม ตาพร่า  ท้องผูก
  • 2)Anti-emetics drugs;Dopamine D2 antagonist e.g. Domperidone(Motilium® ),Meto clopramide(Plasil® ), (Chlorpromazine,Perphenazine, Haloperidol,Droperidol) กลไก : 1.ปิดกั้น dopamine D2 receptor ใน CTZ และ NTS (ยกเว้น domperidone ซึ่งไม่ผ่าน
  • 2)Anti-emetics drugs;Dopamine D2 antagonist 2.ปิดกั้น 5 –HT3 receptors ที่ GI , สมอง e.g.Metoclopramide (high dose) 3.มีฤทธิ์ทางประสาทส่วนปลาย ที่ทำาให้การเคลื่อนไหว ของกระเพาะอาหาร/ลำาไส้เพิ่ม
  • 2)Anti-emetics drugs;Dopamine D2 antagonist ADR:ง่วงซึม กดสมองส่วนกลาง กระวนกระวาย ท้องเสีย  Domperidone/metoclopramid e การผลิต prolactin hyperprolactinemia-related side effects เช่น gynecomastia และ
  • 2)Anti-emetics drugs;Dopamine D2 antagonist Domperidone /metoclopramide ; Take the tablets 30 minutes before each meal and bedtime
  • 3)Anti-emetics drugs;Histamine H1 antagonists e.g.Dimenhydrinate(Dramamine ® )(+antimuscarinics) ,Diphenhydramine(Benadryl® ), promethazine,meclizine กลไก: ปิดกั้น histamine H1 receptor ใน ส่วน vestibular system
  • 4)Anti-emetics drugs;5-HT3 antagonist : e.g.Ondansetron(Onsia® ),Granisetr on,Dolasetron,Tropisetron กลไก: ปิดกั้น 5-HT3 receptor ที่สมองส่วน กลาง (CTZ, NTS) ประสาท visceral afferent vagus nerve ในทางเดินอาหาร
  • 4)Anti-emetics drugs;5-HT3 antagonist : เช่น ondansetron first dose :30 minutes before the start of chemotherapy 1 to 2 hours before the start of radiation therapy 1 hour before surgery. Additional doses are sometimes taken one to three times a
  • 5)Anti-emetics drugs;Substance P antagonist ; NK1 receptor antagonist: e.g.aprepitant กลไก :  ปิดกั้นไม่ให้ substance P กระตุ้น NK1 receptorใน NTS  ยับยั้งสัญญาณจาก cerebral cortex ที่มากระตุ้น vomitting center
  • 6)Anti-emetics drugs;Others; Pyridoxine (Vit B6) กลไก: B6 เป็น coenzyme ของเอนไซม์ Glutamic decarboxylase ในปฏิกิริยาการเปลี่ยน Glutamic acid ไปเป็น GABA Glutamic acid((+)N/V) Glutamic decarboxylase/B6
  • 7)Anti-emetics drugs ;Others;Benzodiazepines e.g. lorazepam (Ativan® ) กลไก: จับกับ benzodiazepine GABAA- receptor ionorphore complex ทำาให้เพิ่มฤทธิ์ของ GABA ต่อ GABAA receptor  กรณีใช้ป้องกัน Anticipatory
  • 8)Anti-emetics drugs;Others;Steroids e.g.Dexamethasone, Methylprednisolone กลไก : ยับยั้งการสร้าง 5-HT ในสมองส่วน กลาง Common ADR: GI irritate,นอนไม่หลับ,วิตกกังวล
  • 8)Anti-emetics drugs;Others;Steroids เช่น dexamethasone Acute nausea and vomiting รับประทาน/หลอดเลือดดำา ก่อนให้เคมีบำาบัด Delayed nausea and vomiting รับประทาน : วันละ 2 ครั้ง นาน
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน 1.เลือกใช้ยาที่ปิดกั้นตัวรับให้เหมาะสม กับสารสื่อประสาท ที่เป็นสาเหตุ 2.การใช้ยาต้านอาเจียนร่วมกัน : ใช้กรณีอาเจียนรุนแรงโดยเฉพาะจาก ยารักษามะเร็ง
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน อากา ร สาเหตุ ยาที่ควรเลือกใช้ 1.Mo tion sick ness เมารถ เมาเรือ มีปัญหา การทรงตัว (หูมี receptor M1,H1) Histamine H1 antagonists: e.g.dimenhydrinate,m eclizine Effective if take before ½ hr travel Muscarinic M1
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน อาการ สาเหตุ ยาที่ควรเลือก ใช้ 2.Morni ng sicknes s N/V in pregnancy Select safety to fetus Vitamin B6 +doxylamine (first line) or vit B6 only H1 antagonists e.g.dimenhydr
  • อาการ สาเหตุ ยาที่ควรเลือกใช้ 3.Posto perative N/V (PONV) N/V after surgery opioid:rel ief pain opioid: (+)CTZ 5-HT3 antagonists (all.gold standard) D2 antagonists e.g.metoclopram ide,droperidol M1 antagonists e.g.scopolamine H antagonist การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน อาการ สาเหตุ ยาที่ควร เลือกใช้ 4.Radioth erapy- induced N/V (RINV) Mechanism ~ cytotoxic D2 antagonists e.g.metoclo pramide 5-HT3 antagonists( all.)
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน อาการ สาเห ตุ ยาที่ควรเลือกใช้ 5.Che mo therap y- induce d N/V(CI NV) cytot oxic 1.CTZ 2.ลำาไ ส้เล็ก 5-HT3 antagonist(all.acute /delayed) gold standard D2 antagonists (acute type) e.g.metoclopramide
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน อาการ สาเห ตุ ยาที่ควรเลือกใช้ 5.Chemo therapy- induced N/V(CINV ) *NK1 receptor antagonist(acute /delayed) e.g.Aprepitant
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน อาการ สาเห ตุ ยาที่ควรเลือกใช้ 6.Combi ne tx for Acute CINV - 5- HT3antagonist+steroi d(best treatment) effective than single drug and lower S/E than metoclopramide+ster
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน อาการ สาเ หตุ ยาที่ควรเลือกใช้ 7.Gastroente ritis (ลำาไส้อักเสบ) - D2 antagonists e.g. metoclopramide 8.Gastropare sis (กล้ามเนื้อ กระเพาะอ่อน แรง)   - D2 antagonists e.g. metoclopramide ,domperidone
  • ยารักษาโรคแผลในทางเดิน อาหาร Agents for treatment of peptic ulcer Antacid Anti-secretory drug Mucosal resistance(Cytoprotective) Misc. -Rebamipide -ยากำาจัดเชื้อ(Eradication)
  • Parietal cells ที่ชั้น mucosa ของกระเพาะอาหาร  Receptor (ตัวรับ) ที่เกี่ยวข้อง กับการหลั่งกรด  สารภายในร่างกาย ที่จะกระตุ้น การหลั่งกรดโดยผ่าน receptor ที่เฉพาะเจาะจง ดังตาราง การหลั่งกรดของทางเดิน อาหาร
  • ตัวรับและสารที่กระตุ้นให้เกิด การหลั่งกรด Receptor สารที่จะกระตุ้น การหลั่งกรด ผ่านตัวรับ (Receptor) Histamine-2 receptor (H2 receptor) Histamine Muscarinic -3 Acetylcholine
  • นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง 1.Second messenger  สาร ที่ถูกสร้างขึ้นในเซลล์ จากการกระตุ้นตัวรับ  Second messenger จะก่อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือตอบสนอง ของเซลล์ ดังนั้น Second messenger จึงทำา
  • นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง 2.Phosphate Binders สารที่ใช้จับกับ phosphate ที่มี ในอาหาร ในทางเดิน อาหาร มีผลให้ phosphate และ form ตัวเป็น insoluble compound และถูกขับออก
  • กลไกการหลั่งกรดของทาง เดินอาหาร 1.สารจับ receptor 2.มีผลให้เกิด secondary messengers คือ  Cyclic AMP (cAMP)  Calcium
  • กลไกการหลั่งกรดของทาง เดินอาหาร Gastrin ,acetylcholine: การหลั่ง calcium จากแหล่งสะสม ภายใน cell ↑calcium ใน cell โดย Histamine: (+)เอนไซม์ adenylate cyclase (ATPcAMP) ↑cAMP
  • กลไกการหลั่งกรดของทาง เดินอาหาร 3.cAMP ↑, calcium ↑ (+) H+ /K+ ATPase at parietal cell membrane 4.จะเร่งปฏิกิริยาการแลกเปลี่ยนของ hydrogen ion คือ  เกิดการคัดหลั่งโปรตอน (H+ ) จาก ด้านในของ parietal cell ออกสู่ canaliculi
  • กลไกการหลั่งกรด จาก parietal cell หมายเหตุ :เอนไซม์ hydrogen/potassium adenosine triphosphate (H+ /K+ ATPase หรือ gastric proton pump )
  • Gastric pH <3 (เป็นกรดมาก) จะมี กลไก เช่น 1.ยับยั้งการหลั่ง gastrin 2.Prostaglandin (PGE2 ) จะยับยั้ง histamine ในการ กระตุ้น adenylate cyclase กลไกการยับยั้งการหลั่งกรด ของทางเดินอาหาร
  • แผลในทางเดินอาหาร (peptic ulcer) Peptic ulcer มีรอยแตก/แยกของกระเพาะอาหาร/ ลำาไส้เล็กส่วนต้น+มี ขบวนการอักเสบเกิดขึ้นตามมา เป็นผลจาก aggressive factor -defensive factor imbalance
  • ปัจจัยที่ผลต่อการเกิด peptic ulcer Aggressive factor Defensive factor การเพิ่มขึ้นของ parietal cell mass การหลั่งเมือก /bicarbonate การเปลี่ยนแปลง ของเยื่อเมือก ปริมาณเลือดที่มา หล่อเลี้ยง mucosa ที่เพียงพอ
  • ปัจจัยที่ผลต่อการเกิด peptic ulcer Aggressive factor Defensive factor การได้รับ prostaglandin inhibitor (e.g.NSAIDs จะลด ระดับของ protective การเจริญเติบโต ของ epithelial cell (cell ชนิดหนึ่ง ในกระเพาะอาหาร) เมื่อมีการบาดเจ็บ ของทางเดินอาหาร
  • อาการแสดง Peptic ulcer การแยก ประเภท DU/GU ส่องกล้องดู ปวดบริเวณใต้ลิ้นปี่ ปวดแสบ ๆ ร้อน ๆ ปวดเป็นพัก ๆ  Duration : day/wk  อาการอาจหายไปเองและกลับเป็น ซำ้าได้อีก
  • อาการแสดง Peptic ulcer แผลในลำาไส้เล็ก (Duodenal ulcer;DU) มักปวดตอนกระเพาะอาหารว่าง เช่น ระหว่างมื้อ อาหาร ก่อนนอนหรือตอนดึก Relief :รับประทานอาหาร/ได้รับ ยาลดกรด
  • จุดประสงค์ในการรักษา บรรเทาอาการปวด ทำาให้แผลหายเร็วขึ้น ลดการกลับเป็นซำ้า ลดอาการแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น ตามมาหลังเป็นแผล e.g.haemorrhage ,obstruction (ผลจาก scar),perforation
  • ยารักษาโรคแผลในทางเดิน อาหาร Agents for treatment of peptic ulcer Antacid Anti-secretory drug Mucosal resistance Misc. -Rebamipide -ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) 
  • 1.Antacids (ยาลดกรด) e.g. aluminium salt , magnesium salt, sodium bicarbonate กลไก: 1.การสะเทินกรด (acid – neutralizing effects) 2.กลไกไม่ขึ้นกับกรด 2.1 ยับยั้ง  pepsinogen 
  • 1.Antacids (ยาลดกรด) ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ไม่ สบายท้อง  rapid onset : within 5-15 min  duration : 15 min-1 hr ข้อจำากัด ไม่ช่วยทำาให้แผลหายเร็วขึ้น 
  • 1.Antacids (ยาลดกรด) ADR : Aluminium salt (ท้องผูก), Magnesium salt (ท้องเสีย) Drug interaction (DI) :  ↓ absorption ยาที่ใช้ร่วม (absorption & dissolution depend on acid)
  • 1.Antacids (ยาลดกรด)  antacid (aluminium salt) จับกับ phosphate ลดการดูดซึม phosphate ใช้เป็น phosphate binder ในผู้ป่วยไตวาย  ลดการจับของ sucralfate กับ gastric mucosa rug interaction (DI) :
  • 2.1 H2 receptor antagonist (H2RA) 2.2 Proton pump inhibitor (PPI) 2.Anti-secretory drugs ;ยับยั้งการหลั่งกรด
  • 2.1 H2 receptor antagonist (H2RA) e.g.ranitidine, famotidine, nizatidine, cimetidine กลไก ยาไปแย่งที่ histamine ในการจับ กับ H2receptor แบบ competitive/reversible ลดการ
  • ชื่อยา cimeti dine ranitid ine nizatid ine famotid ine ความ แรง 1 4-10 4-10 20-50 Dose of treatme nt (mg) 400 bid 800 hs 150 bid 300 hs 150 bid 300 hs 40 hs Dose of 400 150 150 hs 20 hs 2.1 H2 receptor antagonist (H2RA)
  • 2.1 H2 receptor antagonist (H2RA)  food : not affect to absorption  Treatment DU : 6-8 wk if not cure ให้ต่ออีก 2-4 wk GU : 8 wk if large ulcer ใช้ เวลา 12 wk
  • ADR:  ท้องร่วง/ท้องผูก ปวดหัว มึนงง ง่วงนอน สับสน หัวใจเต้นช้า ความดันโลหิตตำ่า หัวใจ เต้นผิดจังหวะ  cimetidine (antiandrogen effect) in men/high dose 2.1 H2 receptor antagonist (H2RA)
  • 2.1 H2 receptor antagonist (H2RA) Drug interaction (DI) antacid , sucralfate : ↓ absorption of H2RA ดังนั้น ให้ antacid/sucralfate ห่าง จาก H2RA อย่างน้อย 2 hr
  • 2.2 Proton pump inhibitor (PPI) e.g.omeprazole(Losec® ),lansopr azole(Prevacid® ), pantoprazole(Controloc® ),rabep razole(Pariet® ), esomeprazole (Nexium® ) กลไก parent compound(not active)-------->active metabolites ACID CONDITION
  •  อัตราการหายของแผลดี/หายเร็ว กว่า H2RA  Food delays absorption ADR : ไม่ค่อยพบและผู้ป่วยทนได้ เช่น คลื่นไส้ ท้องร่วง ท้องผูก ปวดท้อง ปวดหัว มึนงง 2.2 Proton pump inhibitor (PPI)
  • 2.2 Proton pump inhibitor (PPI) Drug interaction (DI)  PPIs ถูก metabolize ที่ตับโดย จับกับ Cytochrome P450 enzyme (CYP450)  รบกวนการ metabolize ยาอื่น ที่ต้องอาศัย CYP450 เช่นกัน เช่น warfarin,phenytoin level
  • การให้ยา PPI (enteric coated tablet)ในผู้ป่วยใส่ NG tube NG tube (Nasogastric tube ) คือ การใส่ของสายเข้าไป ในกระเพาะอาหารผ่าน รูจมูก วัตถุประสงค์ เพื่อให้อาหาร/ยาแก่ผู้ ป่วยที่ไม่สามารถรับ ประทานได้ทางปาก
  • Enteric coated tablet/granules  ต้องการให้ออกฤทธิ์ในลำาไส้เล็ก  คุณสมบัติ เปลือกนอก (capsule) ละลาย โดยกรดในกระเพาะ Enteric coating  ทน กรด แต่ไม่ทนด่าง ตัวยา ไม่ทน
  • omeprazole (miracid® ) delayed-release capsule/multiple unit granules system enteric-coated granules Capsule :dissolves in gastric acid การให้ยา PPI (enteric coated tablet)ในผู้ป่วยใส่ NG tube
  • rabeprazole (pariet®) delayed-release tablet or enteric-coated tablet drug is absorbed in the intestine **ห้ามบด/ละลาย rabeprazole เพื่อ การให้ยา PPI (enteric coated tablet)ในผู้ป่วยใส่ NG tube
  • Omeprazole 1.แกะ capsule 2.ละลาย granules ในสารละลาย โดยปลายสาย NG อยู่ Gastric :สารละลายฤทธิ์เป็นกรด (protect the base-labile granules) e.g.นำ้าสับปะรด นำ้าส้ม นำ้าองุ่นและ flush อีกครั้งหลังให้ยา การให้ยา PPI (enteric coated tablet)ในผู้ป่วยใส่ NG tube
  • Mucosal resistance ;Cytoprotective เพิ่มการปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร ไม่ให้ถูกทำาลาย โดยกรดหรือนำ้าย่อย Cytoprotective agents : Sucralfate Bismuth preparation Prostaglandin analogues
  • Sucralfate กลไก: 1.sucralfate ถูกกรด สารเหนียว (viscous substance)  จับกับโมเลกุลโปรตีนที่แผลในทาง เดินอาหาร  เกราะป้องกันฤทธิ์ของกรด เปบซิน และเกลือของนำ้าดี
  • Sucralfate 2.กระตุ้น endogenous prostaglandin ที่กระเพาะอาหาร PGE2 มีหน้าที่ -ช่วยปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร -เพิ่ม gastric mucus secretion ทำาให้ทนกรดได้ดี 3.แต่ไม่มีผลต่อการหลั่งกรด
  • Sucralfate ADR: sucralfate ถูกดูดซึมจากลำาไส้น้อย มาก อาการข้างเคียง ทาง systemic น้อยมาก ที่พบได้ ได้แก่ ท้องผูก คลื่นไส้ ปวดหัว อาหารไม่ย่อย ปากแห้ง จึง เป็นยาที่ควรเลือกใช้
  • Sucralfate Drug interaction: จับกับโปรตีนหรือฟอสเฟตในอาหาร ดังนั้น ควรให้ยาsucralfate ตอน ท้องว่าง (ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง)
  • Bismuth preparation e.g.bismuth subsalicylate (GASTRO-BISMOL® ), ranitidine bismuth citrate กลไก 1.เกลือของ bismuth รวมกับโปรตีน ของกระเพาะ สารประกอบไม่ละลายนำ้า ในสิ่ง
  • Bismuth preparation 2.กระตุ้นการสร้าง prostaglandin, bicarb,มูก 3.กดการเจริญเติบโตของ H.pylori 4.ไม่มีผลยับยั้งหรือ neutralize กรด ADR ; -ลิ้น ฟัน อุจจาระดำา
  • Prostaglandin analogues e.g.Prostaglandin E analogues (misoprostol;cytotec® ) กลไก: ยาจับกับ prostaglandin receptor ที่ parietal cell มีผล -ยับยั้งการหลั่งกรด -เพิ่มความแข็งแรงของเยื่อบุทางเดิน
  • Prostaglandin analogues ADR; ท้องร่วง (4-38%) ปวดท้อง ตะคริวที่ท้อง N/V มดลูกบีบตัวแท้ง ดังนั้น ห้ามใช้ ในหญิงตั้งครรภ์ (FDA pregnancy category X )
  • Prostaglandin analogues;misoprostol;cytote c® มีการในไปใช้แบบ off-label ทางสูติ นรีเวช เพื่อ ทำาให้แท้ง เหนี่ยวนำาให้มีการคลอด รักษาภาวะตกเลือดหลังค ลอด(postpartum hemorrhage) หมายเหตุใช้แบบ off-label ใช้ยาในลักษณะที่นอกเหนือ  จากที่ระบุในข้อบ่งชี้ในฉลากยา
  • Misc. ;Rebamipide (mucosta® ): กลไก (ในหนู/คน):  ปริมาณ PGE2 จากภายในเซลล์เยื่อบุกระ เพาะอาหาร  ปริมาณชั้นเยื่อบุเมือก/เมือกของผิวใน กระเพาะ  การไหลเวียนของเลือดในเยื่อบุเมือกของ กระเพาะ  เร่งการหลั่งด่างในกระเพาะ  เร่งการแบ่งตัวเซลล์เยื่อบุเมือก/เพิ่มจำานวน
  • Misc.; Rebamipide (mucosta® ): ADR; leukopenia (ภาวะที่เม็ดเลือด ขาวตำ่ากว่าปกติ) , thrombocytopenia (ภาวะเกล็ด เลือดตำ่า) hepatic dysfunction and jaundice (↑AST,ALT) 
  • Combination treatment Single (2-3 wk)+eradicate risk factors  not cure  combine
  • ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) Helicobacter pylori :  เชื้อบาซิลลัสรูปเกลียว แกรมลบ  อาศัยอยู่ในส่วนลึกของ”มูก”เหนือ เยื่อบุกระเพาะ  เชื้อ(urease enz.) ซึ่งย่อย ureaammonia+CO2  ammonia :เยื่อบุกระเพาะอาหาร
  • ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) สูตรกำาจัด H. pylori ระยะ เวลา (วัน) PPI-based triple therapy PPI bid + amoxicillin 1 g bid + clarithromycin 500 mg bid PPI bid + metronidazole 400 mg bid + clarithromycin 7-14
  • ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) สูตรกำาจัด H. pylori ระยะ เวลา (วัน) Bismuth-based quadruple therapy PPI bid + bismuth 240-525 mg bid + metronidazole 400 mg bid or tid + tetracycline 500 mg qid PPI bid + bismuth 240-525 14
  • ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) สูตรกำาจัด H. pylori ระยะ เวลา (วัน) Sequential therapy PPI bid + amoxicillin 1 g bid เป็นเวลา 5 วันต่อด้วย PPI bid + metronidazole 400-500 mg bid + clarithromycin 1000 mg od หรือ 500 mg bid เป็น เวลา 5 วัน รวม 10
  • ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) สูตรกำาจัด H. pylori ระยะ เวลา (วัน) Levofloxacin-based triple therapy PPI bid + levofloxacin 250 mg (or 500 mg) bid + amoxicillin 1 g bid 10
  • ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) สูตรกำาจัด H. pylori ระยะ เวลา (วัน) Concomitant therapy PPI bid + amoxicillin 1 g bid + clarithromycin 500 mg bid + metronidazole 400 mg tid 10 *ควรตรวจเพื่อยืนยันผลการกำาจัดเชื้อ หลังสิ้นสุดการ รักษา* *หากผู้ป่วยยังคงมีการติดเชื้อ จะมีโอกาสเกิดแผลกลับ
  • ยากำาจัดเชื้อ(Eradication) H.pylori (HP) PPI-based triple therapy หรือ sequential therapyBismuth-based quadruple therapyLevofloxacin-based triple therapy Rifabutin-based triple therapy Concomitant therapy หากไม่ได้ผล or or or
  • NSAIDs-induced peptic ulcer
  • กลไกการเกิด NSAIDs- induced peptic ulcer ฤทธิ์โดยตรง ยับยั้งการสร้าง prostaglandin -ให้ mucosal blood flow ลด ลง -mucus secretion ลดลง, HCO3 secretion ลดลงกรด/pepsin/NSAIDs : อักเสบ เกิดแผล
  • NSAIDs-induced peptic ulcer แนวทางในการป้องกัน (prophylaxis) ไม่มีความจำาเป็นที่จะต้องให้การ ป้องกันในผู้ป่วยที่ได้รับยา NSAIDs ทุกราย
  • NSAIDs-induced peptic ulcer
  • ปัจจัยเสี่ยงสูง (High risk) อายุ > 60 ปี มีประวัติแผลในกระเพาะอาหาร และแผลในลำาไส้เล็ก/ประวัติเลือด ออกในกระเพาะอาหาร/มีแผลทะลุ ใช้ยา NSAIDs ร่วมกับ corticosteroids ใช้ยา NSAIDs ในขนาดที่สูงกว่า
  • NSAIDs induced peptic ulcer แนวทางในการรักษา (Treatment) 1.หยุดยา NSAIDs : ประสิทธิภาพ H2RA ∼ PPIs 2.ให้ยา NSAIDs ต่อ : Drugs of choice :PPIsDrugs of choice ;ยาที่จะเลือกใช้เป็นตัวแรกใน การรักษาอาการนั้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ผล ข้างเคียงน้อย เหมาะสมสุด
  • ยารักษาอาการท้องร่วง (antidiarrheal drugs)
  • อาการท้องร่วง (diarrhea) ภาวะที่ถ่ายอุจจาระร่วง เป็นนำ้ามากกว่า 3 ครั้ง/วัน หรือ ถ่ายมีมูกหรือปนเลือด อย่างน้อย 1 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง
  • สาเหตุท้องร่วง (diarrhea) 1.ติดเชื้อ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว 2.ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น  antibiotic (eg.clindamycin,tetracycline),  การฉายรังสี  การแพ้อาหาร  มีความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร  ความวิตกกังวล ความเครียด
  • การรักษาอาการท้องร่วง 1.ทดแทนการสูญเสียนำ้าและอิเลค โตรไลท์ และแก้ไข ภาวะสมดุลกรดด่าง (ลดอัตรา ป่วย/ตาย) ให้สารนำ้าทาง IV : ขาดนำ้ารุนแรง  ORS (oral rehydration salt) : (Electrolyte=Na,K,Cl,HCO3) +
  • การรักษาอาการท้องร่วง ไม่ต้องงดอาหารหรือนม  แต่ควรรับประทาน อาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย  ในทารกให้ดื่มนมแม่ หรือเจือจางนม ลงครึ่งหนึ่ง
  • การรักษาอาการท้องร่วง 2.การรักษาอาการท้องร่วงจากการติด เชื้อ 2.1 ท้องร่วงจากสารพิษของเชื้อ (toxigenic diarrhea) เชื้อเกาะติด epithelial cell ของ ลำาไส้ แล้วมีการปล่อย enterotoxin ออกมาEnterotoxin :toxin ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหารและลำาไส้ ทำาให้เกิด  อาการท้องเสีย *
  • การรักษาอาการท้องร่วง 2.2 ท้องร่วงจากการรุกลำ้าของเชื้อ เข้าไปในเยื่อบุลำาไส้ (invasive diarrhea) บริเวณที่เชื้อรุกลำ้าจะมีการอักเสบ ของเยื่อบุลำาไส้ เชื้อสาเหตุหลัก e.g.shigella, salmonella, E.coli
  • การรักษาอาการท้องร่วง ให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับชนิดของเชื้อที่ เป็นสาเหตุ Shigella (บิดไม่มีตัว) e.g.TMP/SMX (bactrim® ),norfloxacin,ciproflo xacin Salmonella typhi (ไข้รากสาดน้อย
  • การรักษาอาการท้องร่วง 3. การรักษาหรือระงับอาการท้องร่วง เพื่อลดความถี่ของ การถ่ายอุจจาระ/ระงับอาการของ ท้องร่วงให้ลดลง 3.1 ยาลดการเคลื่อนไหวของลำาไส้ 3.2 สารที่ใช้ในการดูดซับเชื้อหรือ สารพิษจากเชื้อ
  • 3.1 ยาลดการเคลื่อนไหวของ ลำาไส้ Opioid derivatives -Loperamide; Imodium® -Diphenoxylate+atropine;Lomoti l® กลไก :กระตุ้น opioid receptors ที่ ลำาไส้ ยับยั้งการหลั่งของเหลว
  • 3.1 ยาลดการเคลื่อนไหวของ ลำาไส้ Diphenoxylate ผสมกับ atropine เพื่อป้องกันการนำาไป ใช้ในทางที่ผิด Atropine :อาการ atropinism e.g.ไข้ ความดันโลหิตสูง หน้าแดง ม่านตาขยาย
  • 3.1 ยาลดการเคลื่อนไหว ของลำาไส้ ADR:  opioid ใช้ยาระยะเวลานาน/ใช้  บ่อย ๆ  เสพติด  ง่วง เซื่องซึม  แต่ loperamide กดประสาท สมองส่วนกลางน้อยกว่า Diphenoxylate
  • 3.1 ยาลดการเคลื่อนไหวของ ลำาไส้ หากรับประทานยาแล้ว มีไข้ ปวดท้อง รุนแรงหรือ อุจจาระมีเลือดปนหรืออาการท้องเสีย ไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ให้รีบปรึกษาแพทย์ ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ invasive diarrhea
  • 3.2 สารที่ใช้ในการดูดซับเชื้อ หรือสารพิษจากเชื้อ Activated charcoal Kaolin-pectin (Kaolin and pectin® )
  • 3.2 สารที่ใช้ในการดูดซับเชื้อ หรือสารพิษจากเชื้อ กลไก :ยาจะไม่ถูกดูดซึม แต่จะทำา หน้าที่จับกับนำ้า สารอาหาร สารพิษ ยาและนำ้าย่อย ต่าง ๆ ทำาให้อุจจาระ แข็งขึ้น เป็นเนื้อมากขึ้น แต่จะไม่ ทำาให้จำานวนครั้งของ การถ่ายลดลง
  • 3.3 Intraluminal agents e.g.Bismuth subsalicylates (GASTRO-BISMOL® ) กลไก : ยับยั้งการหลั่งสารจากลำาไส้ ADR salicylism (มีเสียงในหู) N/V ลิ้น/อุจจาระมีสีดำา
  • 3.4 Bulk forming agents e.g.Psylium(AGIOLAX® ,METAMU CIL® ,FYBOGEL® ) ส่วนของไฟเบอร์/เยื่อเมือกที่สกัดจาก เยื่อหุ้มเมล็ดของ ต้นเทียนเกล็ดหอย กลไก :ดูดนำ้าทำาให้อุจจาระเป็นก้อน ไม่เหลว อุจจาระ
  • 3.5 Bile acid binder e.g.Cholestyramine (Questran® ) กลไก : ยาจับกับนำ้าดีและจับกับ toxin (clostridium difficile toxin) ใช้รักษา antibiotic associated diarrhea หรือท้องร่วงที่
  • Cholestyramine จับกับ bile acid สารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่ถูกดูดซึมสู่ร่างกาย เพิ่มการขับ bile acid ออกทางอุจจาระ เกิดการกระตุ้นการสังเคราะห์ bile acid (cholesterol ในตับเป็นวัตถุดิบ) ↓cholesterol ที่สะสมในตับ ตับจึงมีการตอบสนองโดย LDL receptor อัตราการ catabolism LDL ระดับ LDL ในกระแสเลือด 3.5 Bile acid binder
  • นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง Catabolism : ปฏิกิริยาเคมีทั้งหมดที่เกิดในเซลล์ ของสิ่งมีชีวิต  ปฏิกิริยาสลายสารชีวโมเลกุล เป็น สารโมเลกุลเล็ก เป็นผลให้มีการสร้าง/ปล่อยพลังงาน ที่เซลล์นำาไปใช้
  • Antibiotic associated diarrhea ทำาให้เกิด diarrhea ได้หลายกลไก e.g. 1. Osmotic diarrhea 2. Bile salt diarrhea 3. ↑Small intestine motility 4. Microorganism infection
  • 1.Osmotic diarrhea แบคทีเรีย (non absorbable carbohydrate) ในลำาไส้ใหญ่ ลำาไส้ไม่สามารถดูดซึม non absorbable carbohydrate ได้ osmotic diarrhea
  • 2. Bile salt diarrhea แบคทีเรียในลำาไส้ใหญ่(ผลของยา ปฏิชีวนะ) ย่อยสลาย bile salt ไม่ได้ ↑ bile salt ไปกระตุ้นการหลั่ง colonic fluid ออกมา ท้องเสีย
  • 3. ↑Small intestine motility ยาปฏิชีวนะบางอย่าง e.g. erythromycin กระตุ้น motilin receptor ของ ลำาไส้เล็ก ลำาไส้เคลื่อนไหวมากขึ้น
  • 4. Microorganism infection e.g. Clostridium perfrigen type A Clostridium difficile
  • Antibiotic associated diarrhea Cause Drug : ampicilln,amoxycilln,cefixime , fluoroquinolone(1-2%) bactrim (<1%) Organism : Clostridium difficle
  • การรักษา Clostridium difficile diarrhea อาการไม่รุนแรง:หยุดยา ปฏิชีวนะ+supportive tx ดีขึ้น อาการรุนแรง :metronidazole (oral) 10-14 วัน *If not relieve ,no tolerance to drug ,pregnancy, <10 years old , severe colitis*
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ ท้องร่วง เด็ก ไม่แนะนำา opioid derivative (eg.+atropine) :serious S/E ไม่แนะนำา ยาที่ใช้ในการดูดซับ เชื้อ/สารพิษจากเชื้อ :ไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพที่เพียง พอ+ลดการดูดซึม
  • การเลือกใช้ยารักษาอาการ ท้องร่วง หญิงตั้งครรภ์ แนะนำา : ยาที่มีฤทธิ์ดูดซับ ไม่แนะนำา  loperamide (limited safety information)  diphenoxylate (ทารกวิรูป)
  • Anticonstipation ;ยาแก้อาการ ท้องผูก->laxatives/cathartics
  • อาการท้องผูก (constipation)  อาการที่ผู้ป่วยมีอุจจาระแข็ง  ถ่ายอุจจาระไม่บ่อย (น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์)  มีความจำาเป็นต้องเบ่งอุจจาระ  มีความรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่เสร็จ  ใช้เวลาในการถ่ายอุจจาระนาน มาก
  • การรักษา 1. หาสาเหตุและรักษา/เลี่ยง สาเหตุ เช่น  กินอาหารกากใยน้อย  ขาดการออกกำาลังกาย  ยาบางชนิด เช่น ยาลดกรด (aluminium hydroxide) ธาตุเหล็ก อนุพันธุ์ฝิ่น
  • การรักษา 2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  รับประทานอาหารที่มีกากไย : ผล ไม้ ผัก ธัญพืช  ดื่มนำ้ามาก ๆ  การออกกำาลังกาย เช่น เดิน วิ่ง
  • การรักษา 3.การใช้ยา  Bulk–forming laxatives  Lubricant  Stool softeners /emollient laxatives  Stimulant laxatives  Osmotic laxatives
  • Bulk -forming laxatives ยาที่ทำาให้อุจจาระเป็นก้อนหรือเพิ่ม กาก e.g.  สารสกัดจากเมล็ดแมงลัก  วุ้น  เมล็ดจำาพวกเทียนเกล็ดหอย (Ispaghula seed ,Plantago, Psyllium)
  • กลไก  ยาไม่ถูกย่อย/ไม่ถูกดูดซึมทาง GI จึงมีความสามารถ ในการดูดนำ้าเข้าไว้ในตัวเอง เป็นการ เพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำาให้อุจจาระเป็นก้อนอ่อนนุ่มขึ้น  กระตุ้นการบีบตัวของลำาไส้ ทำาให้ Bulk -forming laxatives
  •  ต้องใช้เวลาประมาณ 1 wk จึงจะ เห็นผล  ใช้กับอาการท้องผูกแบบรุนแรงไม่ ค่อยได้ผล Bulk -forming laxatives
  • ADR;  fiberย่อยสลายโดยแบคทีเรีย (ลำาไส้)gas ท้องอืด ปวดท้อง มีลมในท้อง  fiber + ดื่มนำ้าไม่เพียงพอ ลำาไส้ อุดตัน Drug interaction ; รบกวนการ Bulk -forming laxatives
  • Lubricant laxatives ยาหล่อลื่น เป็นพวกนำ้ามัน e.g.  Mineral oil (synonym)  นำ้ามันแร่ (synonym)  liquid paraffin (synonym)  ELP(Emulsion of liquid paraffin) (synonym)
  • กลไก ;  เคลือบอุจจาระ ทำาให้หล่อลื่นและ ถ่ายอุจจาระออก ได้ง่ายขึ้น  ยับยั้งการดูดซึมนำ้ากลับเข้าสู่ ร่างกาย เป็นการเพิ่ม นำ้าหนักอุจจาระ เป็นการลดเวลาที่ Lubricant laxatives
  • ADR;  lipoid pneumonia (ปอด อักเสบ) เมื่อมีการสำาลักยา เข้าปอด ดังนั้น - ไม่แนะนำาให้ยาก่อนนอน - ไม่แนะนำาให้ยาแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในท่า นอน Lubricant laxatives
  •  รั่วออกทางทวารหนัก ทำาให้คัน และเปรอะเปื้อน เสื้อผ้าได้  ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ (เหตุผล;drug interaction) Drug interaction; ยาจะลดการดูดซึมวิตามินที่ละลาย Lubricant laxatives
  • Stool softeners /emollient laxatives e.g. Docusate กลไก  ลดแรงตึงผิวทำาให้นำ้าและนำ้ามัน สามารถซึมผ่านเข้าสู่ ก้อนอุจจาระทำาให้อุจจาระอ่อนนุ่มลง  เพิ่มการหลั่งนำ้าและอิเล็กโทรไลต์ **ยาไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ;เหมาะ
  • ADR ; น้อย ระคายเคืองบริเวณลำา คอ ปวดเกร็งท้อง ไม่สบายท้อง ผื่นแพ้ Drug interaction; เพิ่มการดูดซึมของยาอื่น ๆ เช่น mineral,phenolpthalein Stool softeners /emollient laxatives
  • e.g. มะขามแขก(senna) , bisacodyl (dulcolax® ),phenolpthalein, นำ้ามันละหุ่ง(castor oil), dehydrocholic acid(Decholin® ) กลไก;  กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำาไส้  ทำาให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อเมือกบุลำาไส้  เพิ่มการหลั่งนำ้า/ของเหลวในลูเมนของ Stimulant laxatives
  • ADR; Bisacodyl e.g.ปวดท้อง คลื่นไส้ Phenolpthalein e.g.ปัสสาวะ เปลี่ยนสีเป็นชมพูหรือแดง Castor oil (นำ้ามันละหุ่ง) e.g.มดลูก หดตัว **ห้ามใช้ใน Stimulant laxatives
  • Drug interaction; e.g. bisacodyl (enteric coated tablet ให้แตกตัวที่ลำาไส้ใหญ่) “ภาวะด่าง”จะทำาลายสารเคลือบบนผิว ยา ยาแตกตัวใน กระเพาะอาหาร  ระคาย เคือง/ปวดมวนท้อง Stimulant laxatives
  • ข้อควรระวัง  ไม่ควรใช้ยาติดต่อกัน > 1 wk  หากใช้เวลานานเป็นปี จะทำาให้ ระบบการขับถ่ายตาม ธรรมชาติเปลี่ยนไป/หยุดการ ทำางานcathartic colon (การติดยาถ่าย) ทำาให้ต้องใช้ยา Stimulant laxatives
  • ข้อควรระวัง  enteric coated tablet ไม่ควร บด/เคี้ยว ป้องกันการแตก ตัวที่กระเพาะ (แทนที่จะออกฤทธิ์ที่ ลำาไส้ใหญ่) และอาจ ทำาให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ Stimulant laxatives
  • Osmotic laxatives ยามีคุณสมบัติเป็นสารออสโมติก e.g.  กลุ่มเกลือ -Magnesium sulfate, citrate, hydroxide (M.O.M/milk of magnesia) -Sodium phosphate (xubil® ;Monobasic Na
  • Osmotic laxatives  Glycerine  Sorbitol  Lactulose  Lactitol
  • Osmotic laxatives กลไก; (ถูกดูดซึมได้น้อยหรือไม่ถูก ดูดซึมใน GI)  ดึงนำ้าให้อยู่ในท่อทางเดินอาหาร ด้วยแรงออสโมติก (osmotic action) ลำาไส้มีนำ้ามาก ขึ้น เกิดการเคลื่อนไหว ของลำาไส้
  • Osmotic laxatives Drug interation ; กลุ่มเกลือ เมื่อใช้ร่วมกับยาขับ ปัสสาวะอาจทำาให้เกิด ภาวะขาดนำ้ารุนแรงได้
  • Osmotic laxatives ข้อควรระวัง  เลี่ยงการใช้เกลือโซเดียม :ในผู้ ป่วยที่จำากัดเกลือ - ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง -โรคหัวใจ - มีภาวะบวม -ไตบกพร่อง
  • Osmotic laxatives  เลี่ยงใช้ยากลุ่มเกลือในหญิงให้นม บุตร หญิงตั้งครรภ์ เพราะยาถูกขับออกทางนำ้านม และ ทำาให้เกิด electrolyte imbalance ยกเว้น M.O.M สามารถใช้ได้  ระวังการใช้ lactulose ในผู้ป่วย
  • Hepatic encephalopathy ภาวะปกติ กรดอะมิโนหรือโปรตีน ↓ แอมโมเนีย ↓ ถูกจับด้วยเซลล์ตับ ↓ ยูเรีย ถูกขับออกทางปัสสาวะ สลา ย เข้า ตับ ถูก metabolize เปลี่ยนเป็น
  • Hepatic encephalopathy ภาวะตับเสื่อม eg. cirrhosis แอมโมเนีย ↓ ยูเรีย ↓ แอมโมเนีย ↓ ถูก metabolize เปลี่ยนเป็น Hepatic
  • อาการของ hepatic encephalopathy สับสน กระสับกระส่าย หลงลืม พูดเพ้อเจ้อ เฉยเมย ง่วง กล้ามเนื้อสั่น ชักเกร็ง หายใจเร็ว หมดสติ
  • การใช้ lactulose รักษา hepatic encephalopathy
  • Others ;ยาสวนทวารหนัก (enemas) e.g. นำ้า (tap water) นำ้าเกลือ =NaCl = eg.unison enema  sorbitol นำ้าสบู่ (soap solution)กลไก; ฉีดสวนทางทวารหนัก เกิดแรงดันที่ผนังไส้ตรง กระตุ้น การหดตัวของไส้ตรง ขับ
  • การเลือกใช้ยาระบาย คนทั่วไป : bulk forming agents + life modification (กากใย ดื่มนำ้า ออกกำาลังกาย ฝึกการขับถ่ายเป็นเวลา)ไม่ได้ผล   laxatives ท้องผูกเฉียบพลัน : ยาเหน็บ/ยาสวนทวารหนัก ไม่ได้
  • การเลือกใช้ยาระบาย ผู้ป่วยที่กินอาหารที่มีกากใยน้อย bulk forming agents อุจจาระลักษณะแข็งมากหรือต้อง หลีกเลี่ยงการเบ่ง lubricant/stool softener ได้ผลดี กว่า bulk forming agents ต้องการความเร็วในการระบาย
  • การเลือกใช้ยาระบาย ผู้ป่วยนอนเตียง/ผู้สูงอายุ bulk forming agentsไม่ได้ ผลbisacodyl /senna/M.O.M/(lactulose;low dose) แต่ไม่ได้ให้บ่อย หญิงตั้งครรภ์ (ยาระบายที่ไม่ดูด ซึมเข้าสู่ร่างกาย)
  • การเลือกใช้ยาระบาย เด็กทารกหรือเด็กเล็ก : ปรับเปลี่ยนอาหารที่เพิ่มกากใย  ยา เหน็บ e.g.glycerin suppo/ยาสวนทวารหนัก ถ้าไม่ได้ผลหรือไม่มียาข้างต้น ; M.O.M./senna ผู้ป่วยที่ต้องการขับสารพิษ :
  • ยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ (antiflatulants)
  • อาการท้องอืดเฟ้อ (flatulence) เกิดความรู้สึกตึงแน่น อึดอัด ไม่ สบายท้อง อาจเพราะมีก๊าซในทาง เดินอาหาร สาเหตุ e.g. ระบบย่อยอาหารบกพร่อง อาหารบางประเภท โรค/สภาวะของร่างกายบางอย่าง
  • ยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ (antiflatulants) กลุ่มนำ้ามันหอมระเหย (volatile oils) กลุ่มต้านการเกิดฟอง (defoaming agent)
  • กลุ่มนำ้ามันหอมระเหย (volatile oils) e.g. pepermint oil , fennel oil ,cinnamon oil, Cardamom, ยาธาตุนำ้าแดง (stomachica mixture), ทิงเจอร์ คาร์มิเนทีฟ (carminative ยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ (antiflatulants)
  • กลุ่มนำ้ามันหอมระเหย (volatile oils) กลไก ทำาให้รู้สึกอุ่นที่ทางเดินอาหาร ช่วยในการขับก๊าซออกมา นำ้ามันหอมระเหย:กระตุ้นระบบ ประสาท ยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ (antiflatulants) รู้สึกสบายข
  • ยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ (antiflatulants) ไม่ควรใช้ Mixture Carminative ขององค์การ เภสัชกรรมในหญิงมีครรภ์ เนื่องจาก มี Alcohol ประกอบอยู่ ประมาณร้อยละ 8.8 ซึ่งสตรีมี ครรภ์ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ แม้  ในปริมาณน้อยก็ตาม
  • กลุ่มต้านการเกิดฟอง (defoaming agent) e.g.Simeticone tab,susp. Trade name :AIR-X , Belcid compound กลไก :ลดแรงตึงผิวของฟองก๊าซใน ทางเดินอาหาร ช่วย ยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ (antiflatulants)
  • ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกัน อาการท้องอืดเฟ้อ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ ทำาให้เกิดก๊าซ e.g. ถั่วต่าง ๆ นำ้าอัดลม รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เคี้ยวอาหารให้ละเอียด