๑. ชื่อผลงานวิจัย             ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้                              คว...
๘. หลักการ ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมุ่งการพัฒนาประเทศในลักษณะทุนนิยม กล่าวค...
สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และสามารถใช้เหตุผลในการตัดสินใจได้แล้วคือเด็กในระดับประถมศึกษานั่นเอง           นักเรียนวัยเ...
ได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีความสุข เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลายในการพัฒนาผู้เรีย...
ระยะที่ ๕ ระยะทบทวน (Review) เพื่อให้ผู้เรียนสะท้อนออกมาให้ทราบว่า ความคิด หรือความรู้ของเขาเปรียบเทียบกับแนวคิดเดิมที่เด็...
๑๒.๒ แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนระดับชั...
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา หมายถึง นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผั...
ขั้นที่ ๑ เรียนสนุกปลุกใจ (ระยะที่ ๑ คือการเตรียมนักเรียนให้สนใจในเรื่องที่จะศึกษา)                        ขั้นที่ ๒ ไขควา...
ตัวอย่างแบบประเมินความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดกิจกรรมแนะแนว      คาชีแจง        โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านต่อข้อค...
ตารางที่ ๑ ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์           หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีว...
ตารางที่ ๒ ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์           หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีว...
จากตารางที่ ๓ การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวสต์ หน่วยการ                                         ...
๑๖.๒.๖ นากระดาษคาตอบที่ได้มาตรวจให้คะแนนโดยให้ข้อถูกได้ ๑ คะแนน ข้อผิดหรือไม่ตอบหรือตอบเกิน ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน หลังจากตรวจก...
๑๖.๓.๖ นากระดาษคาตอบที่ได้มาตรวจให้คะแนนโดยให้ข้อถูกได้ ๑ คะแนน ข้อผิดหรือไม่ตอบหรือตอบเกิน ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน หลังจากตรวจก...
ตัวอย่างแบบสอบถามวัดความสุขในการเรียน                              แบบสอบถามวัดความสุขในการเรียนคาชีแจง        ๑. แบบสอบถา...
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว

2,465 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,465
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
33
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนว

  1. 1. ๑. ชื่อผลงานวิจัย ผลการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อความรู้ ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา๒. ชื่อ-ชื่อสกุลผู้วิจัย นางพจนี ศิริวรรณ๓. ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ สพป.อด.๒๔. วุฒิการศึกษา ปริญญาโท (ศษ.ม) สาขาวิชาการแนะแนวและให้คาปรึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น๕. สถานที่ติดต่อ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ ๑๖๘ หมู่ ๕ ตาบลโพธิ์ศรีสาราญ อาเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี ๔๑๒๔๐ โทร. ๐๘-๑๐๖๐-๕๗๖๓ potjanee2918@yahoo.com๖. ปีที่ทาการวิจัยเสร็จ ๒๕๕๔๗. บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาก่อนและหลังการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ เพื่อหาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และเพื่อศึกษาความสุขในการเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา ที่เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ตาบลโพธิ์ศรีสาราญ อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๒๔ คนที่ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มขั้นเดียว (Single-stage cluster sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย คือ แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๑๐ แผน แบบทดสอบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จานวน ๔๐ ข้อ และแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จานวนแผนละ ๕ ข้อ และแบบสอบถามวัดความสุขในการเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา ที่เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ เป็นมาตราส่วนประมาณค่า(Rating scale) ๓ ระดับ จานวน ๑๕ ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบสมมติฐาน โดยใช้ t–test (Dependent Samples) ผลการศึกษาพบว่า ๑. หลังเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษามีความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ ๒. แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E๑/E๒ ) เท่ากับ ๘๘.๖๖/๘๖.๗๖ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ ๘๐/๘๐ ๓. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์มีความสุขในการเรียนอยู่ในระดับมาก
  2. 2. ๘. หลักการ ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมุ่งการพัฒนาประเทศในลักษณะทุนนิยม กล่าวคือ เน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเป็นสาคัญ โดยเชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆให้เจริญตามไปด้วย แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น จะเห็นได้จากเกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงปีพ.ศ. ๒๕๔๐ สาเหตุมาจากการพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยกลายเป็นเสือตัวที่ ๕ โดยไม่คานึงถึงความพร้อมของคนในชาติ ตลอดจนไม่คานึงถึงความเหมาะสมของสภาพภูมิศาสตร์และทรัพยากรของประเทศ นาไปสู่ภาวะวิกฤติในที่สุด และส่งผลต่อสังคมไทยในหลาย ๆ ด้าน เช่น เกิดความอ่อนแอของระบบเศรษฐกิจ และความอ่อนแอของสังคม จนทาให้ประเทศไทยต้องประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย อาทิปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด และปัญหาการว่างงาน นอกจากนี้สภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ยังส่งผลให้คนในทุกระดับต้องประสบกับปัญหาในการปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง จึงส่งผลให้เกิดปัญหานานัปการ กลุ่มคนที่ประสบปัญหาเหล่านี้เกิดจากการดาเนินชีวิตที่ไม่รู้จักความพอเพียง ขาดการนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ไม่รอบคอบในการคิดพิจารณา ไม่มีความเข้าใจในการแก้ปัญหาขาดคุณธรรมและจิตสานึกที่ดี (ธัญญา อ้นคง, ๒๕๕๑: ๑) ด้วยภาวะวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน หนทางที่จะผ่อนคลายคนไทยทุกคนก็ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทาร่วมแก้ปัญหา ทุกฝ่ายยอมลดเป้าหมายเพื่อพบกันครึ่งทาง เพื่อความอยู่รอดปลอดภัย ความเจริญของประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จะด้วยวิธีใดก็ตามสิ่งสาคัญต้องอยู่บนรากฐานของคุณธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามควรแก่การประพฤติปฏิบัติ การพัฒนาบุคคลให้มีคุณธรรมนั้นเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาคนในชาติให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยกาย วาจา ใจ การศึกษาก็มีความสาคัญต่อการพัฒนาประเทศ การแข่งขันทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัฒน์ก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา การพัฒนาการเมืองก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา สังคมกาลังเสื่อมโทรม ก็ต้องหันไปพึ่งการศึกษา การพัฒนาการศึกษาจึงเป็นเงื่อนไขสาคัญของการพัฒนาประเทศวิชัย ตันศิริ (๒๕๔๙: ๑) ซึงในปัจจุบันมีการตื่นตัวกันมากในการน้อมนาเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ่มาบูรณาการกับการเรียนการสอน ที่เห็นได้ชัดเจนคือ การกาหนดจุดมุ่งหมายและหลักการของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ในหมวด ๑ มาตรา ๖ ว่าด้วยการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรมมีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (คณะทางานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนการสอน, ๒๕๕๐: ๔) ดังนั้น การปลูกฝังคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นสิ่งสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่งเพื่อช่วยป้องกันและลดปัญหาในสังคม โดยการช่วยให้บุคคลมีความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ดีที่สุด จนสามารถนาเอาคุณธรรมอันดีงามและมีคุณค่านี้ ไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการใช้ความรู้ความสามารถทางปัญญาที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมเป็นที่ยอมรับของสังคมโดยอาศัยเครื่องมือที่ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพคือการศึกษา สอดคล้องกับที่คณะทางานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนการสอน (๒๕๕๐: ๔) ที่กล่าวว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดของการพัฒนาคน เน้นการพัฒนาความเป็นมนุษย์และความยั่งยืนของการพัฒนาให้ความสาคัญต่อเรื่องความอยู่ดีมีสุขมากกว่าความมั่งคั่ง เห็นคุณค่าของการเรียนรู้ และโดยเฉพาะการใช้คุณธรรมนาความรู้ ซึ่งการปลูกฝังคุณธรรมที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มต้นตั้งแต่รากฐานของชีวิตมนุษย์คือวัยเด็กที่
  3. 3. สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และสามารถใช้เหตุผลในการตัดสินใจได้แล้วคือเด็กในระดับประถมศึกษานั่นเอง นักเรียนวัยเรียนระดับชั้นประถมศึกษาหรือวัยเด็กตอนกลาง (Middle Childhood) อยู่ในช่วงอายุประมาณ ๖-๑๒ หรือ ๑๓ ปี เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่จะสอนให้เด็กเรียนรู้ว่าพฤติกรรมใดถูกผิด-ดีชั่ว ซึ่งการสอนเด็กในวัยนี้สามารถใช้เหตุผลแล้ว เพราะเด็กมีความคิดเข้าใจเหตุผล และนาเหตุผลมาเป็นแนวทางในการตัดสินใจ และเคารพกฎต่างๆ อย่างไม่ตั้งคาถาม ระยะนี้จึงเป็นระยะที่เหมาะสมสาหรับสอนให้เด็กเข้าใจสิ่งต่างๆ เพราะหากเราสามารถสอนเด็กให้เข้าใจดีแล้วก็จะฝังใจ ติดเป็นนิสัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ และอาจแก้ปัญหาในสังคมไทยได้ (ศรีเรือน แก้วกังวาน, ๒๕๔๐: ๒๖๗-๒๖๘) ดังนั้นเด็กในระดับประถมศึกษาจึงเป็นวัยที่เหมาะสมในการสอนให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างยิ่ง โดยการจัดกิจกรรมให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยเด็กได้ใช้ความคิดและใช้เหตุผล เกิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ภายใต้การปฏิสัมพันธ์หรือทากิจกรรมกับเพื่อนร่วมวัย เพราะเป็นช่วงวัยที่เด็กจับกลุ่ม “กลุ่มเพื่อนร่วมวัย” มีบทบาทมากในการดาเนินชีวิต เป็นวัยที่มีความพร้อมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กจะพัฒนาได้เจริญมาก เด็กเริ่มเรียนรู้อย่างเป็นระบบและสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลักษณะพัฒนาการที่ควรบังเกิดขึ้นในช่วงนี้คือการเตรียมตัวเพื่อเป็นวัยรุ่นและเป็นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบตนเองในด้านต่างๆ ได้ จะเห็นได้ว่าการที่จะพัฒนาความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับประถมศึกษาที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่งควรเริ่มต้นที่การสร้างแรงจูงใจที่ดี และให้นักเรียนนาความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมแบบเดิมที่มีอยู่แล้วมาเป็นฐานให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น ผ่านสถานการณ์ สภาพแวดล้อม หรือสื่อต่างๆ ที่ครูจัดให้ตลอดจนการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเพื่อสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์ด้วยตนเอง เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ที่คงทนติดตัวเป็นบุคลิกภาพที่สังคมยอมรับ สอดคล้องกับการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์(Constructivist Theory) เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการสร้างความรู้ ได้มีการเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นการศึกษาปัจจัยภายนอกมาเป็น สิ่งเร้าภายใน ซึ่งได้แก่ ความรู้ความเข้าใจ หรือกระบวนการรู้คิด กระบวนการคิด(Cognitive processes) ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยภายในมีส่วนช่วยทาให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และความรู้เดิมมีส่วนเกี่ยวข้องและเสริมสร้างความเข้าใจของผู้เรียนการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีสตรัคติวิสต์เกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้เป็นกระบวนการปฏิบัติ (Activeprocess) ที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล ความรู้ต่างๆจะถูกสร้างขึ้นด้วยตัวของผู้เรียนเอง โดยใช้ข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ร่วมกับข้อมูลหรือความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งประสบการณ์เดิม มาสร้างความหมายในการเรียนรู้ของตนเอง (วัฒนาพร ระงับทุกข์, ๒๕๔๑: ๓๑) ซึงหัวใจสาคัญของแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่ทาให้ผู้เรียน ่เรียนรู้ได้ดีที่สุดคือผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นเจ้าของการเรียนและลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่การเรียนรู้ด้วยการบอกเล่า แต่ต้องเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ ซึ่งมีแหล่งเรียนรู้มาจากการที่ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติและความรู้ที่ได้จากการจัดกิจกรรม (จิราภรณ์ ศิริทวี, ๒๕๔๑: ๒๔ ) จากความสาคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนความสาคัญของการจัดการศึกษาที่จาเป็นต้องให้ผู้เรียนมีการสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ดีที่สุดตั้งแต่เยาว์วัย ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการคิด ตัดสินใจ และแก้ปัญหาด้วยกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ในเรื่องคุณธรรมที่มีความหมายสาหรับผู้เรียน ผู้วิจัยจึงเห็นว่า การจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เนื่องจากกิจกรรมแนะแนวถือว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนสาคัญที่สุดเป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ สามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคม
  4. 4. ได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีความสุข เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลายในการพัฒนาผู้เรียน ทั้งด้านร่างกายจิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ปรับตัวและดารงชีวิตได้อย่างมีความสุข ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๕๑: ๑๑๔)ซึงการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์นี้ จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้สร้างองค์ ่ความรู้ด้วยตนเอง จนเกิดความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างคงทนอันจะนาไปสู่การดาเนินชีวิตให้สอดคล้องกับแนวพระราชดาริ เกิดความยั่งยืนกับนักเรียนระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่เป็นกาลังสาคัญของประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป๙. แนวคิด/ทฤษฎี ๙.๑ กรมวิชาการ (๒๕๔๗: ๖) ได้กล่าวถึงกระบวนการจัดกิจกรรมคาบแนะแนวไว้ว่า เป็นการรวมกลุ่มของนักเรียน เพื่อทากิจกรรมอันจะช่วยให้นักเรียนเกิดการพัฒนาการในด้านต่าง ๆ และสามารถแก้ปัญหาได้ ลักษณะกิจกรรมคาบแนะแนวควรเป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม และจริยธรรม เพื่อปลูกฝังค่านิยมทีเป็นพื้นฐาน เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนสาคัญที่สุดที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของ ่ตนเองตามศักยภาพ สามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีความสุข เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลายในการพัฒนาผู้เรียน ทั้งด้านร่างกายจิตใจสติปัญญา อารมณ์ สังคม ปรับตัวและดารงชีวิตได้อย่างมีความสุข ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติ (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๕๑: ๑๑๔) ๙.๒ ทฤษฎีการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการสร้างความรู้ เงื่อนไขการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เป็นกระบวนการลงมือกระทาที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล ความรู้ต่างๆจะถูกสร้างขึ้นด้วยตัวของผู้เรียนเอง โดยใช้ข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ร่วมกับข้อมูลหรือความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วรวมทั้งประสบการณ์เดิมมาสร้างความหมายในการเรียนรู้ของตนเอง (วัฒนาพร ระงับทุกข์, ๒๕๔๑: ๒๕)กลุ่มคอนสตรัคติวิสต์เชื่อว่า การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในตัวผู้เรียน โดยผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้จากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่พบเห็นกับความรู้ความเข้าใจเดิมที่มีมาก่อน เป้าหมายของการสอนจะสนับสนุนการสร้างมากกว่าการพยายามในการถ่ายทอดความรู้ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนลงมือกระทาในการสร้างความรู้ ไดรเวอร์ (Driver อ้างถึงใน พจนี ศิริวรรณ, ๒๕๔๗: ๑๘) ได้เสนอลาดับขั้นการสอนแบบคอนสตรัคติวิสต์ ไว้เป็น ๕ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ คือการเตรียมนักเรียนให้สนใจในเรื่องที่จะศึกษากันในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง หรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง (Orientation) อาจเรียกว่าเป็นระยะวางแผนการสอนก็ได้ ระยะที่ ๒ เป็นระยะที่ดึงความรู้เดิมของเด็กออกมา (Elicitation) ระยะนี้ครูจะต้องช่วยให้นักเรียนรู้ตัวว่าในเรื่องนั้นๆ มีความรู้เดิมอะไรอยู่ เพื่อครูจะได้รู้ว่าเด็กรู้อะไรบ้าง ถูกหรือผิดอย่างไร ระยะที่ ๓ เป็นการทาให้เด็กเริ่มรู้ว่าในความคิดของเขานั้นๆ ยังมีความรู้อย่างอื่นหรือมีความหมายอย่างอื่นที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เขายึดถืออยู่ เด็กจะเริ่มสารวจตรวจตราแนวคิดหรือความหมายของตนด้วยจิตวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ แล้วจึงปรับเปลี่ยน หรือขยายความคิดเดิมออกไปครอบคลุมความรู้ใหม่และในที่สุด คือเอาความรู้/แนวคิด/ความหมายใหม่แทนของเดิม หรือสร้างใหม่(Restructuring) ระยะนี้เป็นหัวใจของการเรียนการสอน ระยะที่ ๔ เป็นการประยุกต์ใช้ (Application) แนวคิดหรือความรู้ที่สร้างใหม่ไปเชื่อมโยงกับสถานการณ์อื่นหรือความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  5. 5. ระยะที่ ๕ ระยะทบทวน (Review) เพื่อให้ผู้เรียนสะท้อนออกมาให้ทราบว่า ความคิด หรือความรู้ของเขาเปรียบเทียบกับแนวคิดเดิมที่เด็กมีมานั้น มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร๑๐. กรอบแนวคิดการวิจัย นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษา การจัดกิจกรรมแนะแนว ความรู้ความเข้าใจในคุณธรรม ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นที่ ๑ เรียนสนุกปลุกใจ กตัญญูยอดเด็กดี ขั้นที่ ๒ ไขความรู้เดิม สามัคคีเป็นศรีชาติ ขั้นที่ ๓ เพิ่มเติมประสบการณ์ เด็กฉลาดรู้พอประมาณ ขั้นที่ ๔ สานองค์ความรู้ ชีวิตเบ่งบานใฝ่เรียนรู้ ขั้นที่ ๕ สู่ปรัชญาล้าค่าในคุณธรรม กินอยู่รอบคอบระมัดระวัง พลังแห่งความซื่อสัตย์สุจริต พิชิตความขยัน มุ่งมั่นอดทน คนดีมีนาใจ เด็กยุคใหม่พึ่งตนเอง๑๑. วัตถุประสงค์การวิจัย ๑๑.๑ เพื่อเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาก่อนและหลังการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ๑๑.๒ เพื่อหาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ๑๑.๓ เพื่อศึกษาความสุขในการเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา ที่เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง๑๒. สมมติฐานการวิจัย ๑๒.๑ หลังเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษามีความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑
  6. 6. ๑๒.๒ แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐๑๓. ตัวแปรและนิยามตัวแปร ๑๓.๑ ตัวแปร ตัวแปรต้น คือ แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ตัวแปรตาม คือ ความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย กตัญญู สามัคคี พอประมาณ ใฝ่เรียนรู้ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีน้าใจ และพึ่งตนเอง ๑๓.๓ นิยามตัวแปร กิจกรรมแนะแนว หมายถึง กิจกรรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อใช้สอนในชั่วโมงกิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นให้นักเรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อสร้างความรู้ด้วยตนเอง ชุดกิจกรรรมแนะแนวตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ หมายถึง ชุดกิจกรรมแนะแนวที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยตนเอง ได้คิด ได้ปฏิบัติ ได้ร่วมมือกัน จานวน ๑๐ กิจกรรม ผ่านขั้นตอนสร้างความรู้ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยปรับจาก ไดรเวอร์ (Driver อ้างถึงใน พจนี ศิริวรรณ,๒๕๔๗: ๑๘) คุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความดีงาม ความถูกต้องที่สอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ควรยึดถือเป็นหลักประจาใจในการประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม อันประกอบด้วย กตัญญู สามัคคี พอประมาณ ใฝ่เรียนรู้ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีน้าใจ และพึ่งตนเอง ความรู้ความเข้าใจ หมายถึง การที่นักเรียนมีความสามารถในการรับรู้ข้อมูลความรู้ในเนื้อเรื่อง จากรายละเอียดด้านเนื้อหาข้อเท็จจริงต่างๆ จนสามารถวิเคราะห์และนาไปใช้ได้ ความรู้ความเข้าใจในคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การที่นักเรียนมีความสามารถในการรับรู้ข้อมูลความรู้ในเนื้อเรื่อง รายละเอียดด้านเนื้อหา และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันประกอบด้วย กตัญญู สามัคคี พอประมาณ ใฝ่เรียนรู้ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีน้าใจ และพึ่งตนเองจนสามารถวิเคราะห์และนาไปใช้ได้ ซึ่งวัดได้จากการทดสอบก่อนและหลังเรียน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสุข หมายถึง ความรู้สึกสบายกายสบายใจ รู้สึกชอบหรือพึงพอใจในชีวิต ซึ่งเป็นการประเมินส่วนบุคคลว่าชื่นชอบ ความสุขในการเรียน หมายถึง ความรู้สึกสบายกายสบายใจ รู้สึกชอบหรือพึงพอใจในชีวิตขณะร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ สามารถวัดได้จากแบบสอบถามวัดความสุขในการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบบสอบถามวัดความสุขในการเรียน หมายถึง เครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เพื่อวัดความรู้สึกสบายกาย สบายใจ รู้สึกชอบหรือพึงพอใจในการร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Ratting Scale) ๓ ระดับ คือ มาก ปานกลาง น้อย
  7. 7. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา หมายถึง นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ ตาบลโพธิ์ศรีสาราญ อาเภอโนนสะอาดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๒๔ คน๑๔. ประชากร ประชากรเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ ตาบลโพธิ์ศรีสาราญ อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ รวม ๑๒ ห้องเรียน จานวน ๓๓๙ คน๑๕. กลุมตัวอย่าง ่ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ ตาบลโพธิ์ศรีสาราญ อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๒๔ คน ที่ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มขั้นเดียว (Single-stage clustersampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม๑๖. เครื่องมือวิจัย ๑๖.๑ แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๑๐ แผน ๑๖.๑.๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ผู้วิจัยได้ทาการศึกษาโครงสร้างหลักสูตรของโรงเรียน วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และจุดเน้นของโรงเรียน จากหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ ศึกษาจุดมุ่งหมาย ผังมโนทัศน์ ขอบข่าย กรอบแนวคิด และมาตรฐานกิจกรรมแนะแนว ศึกษาทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ศึกษาเอกสาร งานวิจัยสื่อต่างๆ เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อกาหนดหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์ เนื้อหา ได้หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ซึ่งในชุดกิจกรรมดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบ่งออกเป็น ๑๐ เรื่องย่อยตามลาดับดังนี้ (๑) กตัญญูยอดเด็กดี (๒) สามัคคีเป็นศรีชาติ (๓) เด็กฉลาดรู้พอประมาณ (๔) ชีวิตเบ่งบานใฝ่เรียนรู้ (๕) กินอยู่รอบคอบระมัดระวัง (๖) พลังแห่งความซื่อสัตย์สุจริต (๗) พิชิตความขยัน (๘) มุ่งมั่นอดทน (๙) คนดีมีน้าใจ (๑๐) เด็กยุคใหม่พึ่งตนเอง ๑๖.๑.๒ ดาเนินการสร้างชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ โดยปรับจากลาดับขั้นการสอนแบบคอนสตรัคติวิสต์ ๕ ระยะ ไดรเวอร์ (Driver อ้างถึงใน พจนี ศิริวรรณ, ๒๕๔๗: ๑๘)ดังนี้
  8. 8. ขั้นที่ ๑ เรียนสนุกปลุกใจ (ระยะที่ ๑ คือการเตรียมนักเรียนให้สนใจในเรื่องที่จะศึกษา) ขั้นที่ ๒ ไขความรู้เดิม (ระยะที่ ๒ เป็นระยะที่ดึงความรู้เดิมของเด็กออกมา) ขั้นที่ ๓ เพิ่มเติมประสบการณ์ (ระยะที่ ๓ เป็นการทาให้เด็กเริ่มรู้ว่าในความคิดของเขานั้นๆ ยังมีความรู้อย่างอื่นหรือมีความหมายอย่างอื่นที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เขายึดถืออยู่) ขั้นที่ ๔ สานองค์ความรู้ (ระยะที่ ๔ เป็นการประยุกต์ใช้) ขั้นที่ ๕ สู่ปรัชญาล้าค่าในคุณธรรม (ระยะที่ ๕ ระยะทบทวน เพื่อให้ผู้เรียนสะท้อนออกมาให้ทราบว่า ความคิด หรือความรู้ของเขาเปรียบเทียบกับแนวคิดเดิมที่เด็กมีมานั้น มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ๑๖.๑.๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ผู้วิจัยได้นาชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่สร้างขึ้น พร้อมแบบประเมินชุดกิจกรรมแนะแนว เสนอผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วย (๑) รองศาสตราจารย์ มานิต ปวริญญานนท์ ตาแหน่ง อาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี (๒) นางศรีแก้ว ศรีหริ่ง ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ (๓) นางลัดดา ดีสิน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านผือสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ (๔) นางวัชรียา แจ่มใส ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒ (๕) นายไพรินทร์ หมีมี ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม และปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ โดยการสร้างแบบประเมินความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดกิจกรรมแนะแนวเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ๕ ระดับ ตามวิธีการของลิเคอร์ท (Likert) โดยกาหนดเกณฑ์การวัดและเกณฑ์การประเมินดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๔๔: ๖๙-๗๑) เกณฑ์การวัด เหมาะสมมากที่สุด ให้ ๕ คะแนน เหมาะสมมาก ให้ ๔ คะแนน เหมาะสมปานกลาง ให้ ๓ คะแนน เหมาะสมน้อย ให้ ๒ คะแนน เหมาะสมน้อยที่สุด ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การประเมิน ๔.๕๑ – ๕.๐๐ เหมาะสมมากที่สุด ๓.๕๑ – ๔.๕๐ เหมาะสมมาก ๒.๕๑ – ๓.๕๐ เหมาะสมปานกลาง ๑.๕๑ – ๒.๕๐ เหมาะสมน้อย ๑.๐๐ – ๑.๕๐ เหมาะสมน้อยที่สุด
  9. 9. ตัวอย่างแบบประเมินความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดกิจกรรมแนะแนว คาชีแจง โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านต่อข้อความในแต่ละรายการ ว่ามีความเหมาะสม เพียงใด โดยกาเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับความคิดเห็นของท่าน ซึ่งมีระดับความคิดเห็น ดังนี้ ๕ = เหมาะสมมากที่สุด ๔ = เหมาะสมมาก ๓ = เหมาะสมปานกลาง ๒ = เหมาะสมน้อย ๑ = เหมาะสมน้อยที่สุด ตัวอย่างการตอบแบบประเมิน ระดับความคิดเห็นข้อที่ ข้อคาถามความคิดเห็น ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ 0 กิจกรรมมีความเหมาะสมกับระดับชั้น  00 ขั้นตอนการจัดกิจกรรมเน้นให้นักเรียนสร้างความรู้  ด้วยตนเอง 0 หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญตอบแบบประเมินว่า การจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมกับระดับชั้น อยู่ในระดับเหมาะสมมาก 00 หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญตอบแบบประเมินว่า ขั้นตอนการจัดกิจกรรมเน้นให้นักเรียนสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเองอยู่ในระดับเหมาะสมปานกลาง ๑๖.๓.๔ นาผลการประเมินชุดกิจกรรมแนะแนวจากผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าเฉลี่ย ได้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ ๔.๓๗ หมายถึง มีความเหมาะสมมาก และได้ปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมให้เหมาะสมกับเวลาตาม ข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ ๑๖.๓.๕ นาชุดกิจกรรมแนะแนวที่ผ่านการแก้ไขและปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ไปทดลองใช้ ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เพื่อหาประสิทธิภาพ ของชุดกิจกรรม ดังนี้ การทดลองครั้งที่ ๑ แบบรายเดี่ยว ผู้วิจัยได้ทดลองใช้ชุดกิจกรรมแนะแนวกับ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๓ คน โดยเลือก นักเรียนเก่ง ปานกลาง อ่อน อย่างละ ๑ คน พบว่า นักเรียนทากิจกรรมเสร็จไม่ทันตามกาหนดเวลา ซึ่งการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพด้านกระบวนการของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งเกณฑ์ไว้ คือ ๘๐/๘๐ การทดลองครั้งที่ ๑ แบบรายเดี่ยว จานวน ๓ คน ปรากฏผลดังตารางที่ ๑
  10. 10. ตารางที่ ๑ ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๓ คน คะแนน คะแนนการทดสอบ จานวนนักเรียน การทาแบบทดสอบหลังเรียน วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน) (คะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน) ๓ ๑๐๖ ๗๙ คะแนนรวมที่ได้ ๑๐๖ ๗๙ คะแนนเฉลี่ย (  ) ๓๕.๓๓ ๒๖.๓๓ คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๖๖ ๖๕.๘๓ จากตารางที่ ๑ การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๓ คน ิครั้งที่ ๑ กับนักเรียนที่มีผลการเรียนในระดับเก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ ๑ คน ปรากฏว่า คะแนนการทาแบบทดสอบหลังเรียนและคะแนนการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ร้อยละ ๗๐.๖๖/๖๕.๘๓ ดังนั้น ชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวต ิเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จึงมีประสิทธิภาพไม่ถึงเกณฑ์ที่กาหนดไว้ผู้รายงานจึงได้นาไปปรับปรุงแก้ไขใหม่ เพื่อนาไปหาประสิทธิภาพในการทดลองต่อไป การทดลองครั้งที่ ๒ แบบกลุ่มย่อย ผู้วิจัยได้ทาการทดลองใช้ชุดกิจกรรมแนะแนวที่ได้ปรับปรุงหลังจากการทดลองครั้งที่ ๑ กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๙ คน โดยเลือกคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ ๓ คนและไม่ซ้ากับนักเรียนที่ทดลองครั้งที่ ๑ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมกับเนื้อหา เวลา ผลการทดลองปรากฎว่ากิจกรรมยังไม่เหมาะสมกับเวลา นักเรียนต้องเร่งทากิจกรรมเพื่อให้ทันเวลา ซึ่งการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนว หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ตั้งเกณฑ์ไว้คือ ๘๐/๘๐ ซึ่งเป็นการทดลองครั้งที่ ๒ แบบ กลุ่มย่อย จานวน๙ คน ปรากฏผลดังตารางที่ ๒
  11. 11. ตารางที่ ๒ ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๙ คน คะแนน คะแนนการทดสอบ จานวนนักเรียน การทาแบบทดสอบหลังเรียน วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน) (คะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน) ๙ ๓๖๘ ๒๙๑ คะแนนรวมที่ได้ ๓๖๘ ๒๙๑ คะแนนเฉลี่ย (  ) ๔๐.๘๙ ๓๒.๓๓ คิดเป็นร้อยละ ๘๑.๗๘ ๘๐.๘๑ จากตารางที่ ๒ การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวสต์ หน่วยการ ิเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๙ คนครั้งที่ ๒ กับนักเรียนที่มีผลการเรียนในระดับเก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ ๓ คน ปรากฏว่า คะแนนการทาแบบทดสอบหลังเรียนและคะแนนการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ร้อยละ ๘๑.๗๘/๘๐.๘๑ ดังนั้น ชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 คุณธรรมนาชีวต ิเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จึงมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กาหนด คือ ๘๐/๘๐ การทดลองภาคสนามหรือกลุ่มใหญ่ เป็นการทดลองครั้งสุดท้ายของกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนว โดยนาชุดกิจกรรมแนะแนวที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว ในครั้งที่ ๒ไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ โรงเรียนห้วยแสงอรุณวิทยา อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๓๐ คนโดยเลือกคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ ๑๐ คน ผลการทดลองพบว่านักเรียนทากิจกรรมเสร็จตามกาหนดเวลา ส่วนการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนว ตั้งเกณฑ์ไว้คือ ๘๐/๘๐ครั้งที่ ๓ ซึ่งเป็นการทดลองภาคสนามหรือกลุ่มใหญ่ จานวน ๓๐ คน ปรากฏผลดังตารางที่ ๓ตารางที่ ๓ ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๓๐ คน คะแนน คะแนนการทดสอบ จานวนนักเรียน การทาแบบทดสอบหลังเรียน วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน) (คะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน) ๓๐ ๑๒๔๒ ๙๗๒ คะแนนรวมที่ได้ ๑๒๔๒ ๙๗๒ คะแนนเฉลี่ย (  ) ๔๑.๔๐ ๓๒.๔๐ คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๘๐ ๘๑.๐๐
  12. 12. จากตารางที่ ๓ การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวสต์ หน่วยการ ิเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จานวน ๓๐ คน ครั้งที่๓ กับนักเรียนที่มีผลการเรียนในระดับเก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ ๑๐ คน ปรากฏว่า คะแนนการทาแบบทดสอบหลังเรียนและคะแนนการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ร้อยละ ๘๒.๘๐/๘๑.๐๐ดังนั้น ชุดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จึงมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กาหนด คือ ๘๐/๘๐ ๑๖.๑.๖ ปรับปรุงแก้ไขชุดกิจกรรมแนะแนวตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ในการทดลองในแต่ละครั้งและตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ แล้วจัดทาชุดกิจกรรมแนะแนวฉบับสมบูรณ์เพื่อนาไปใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่างในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ เพื่อยืนยันประสิทธิภาพต่อไป ๑๖.๒ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือกจานวน ๔๐ ข้อ ๑๖.๒.๑ ศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประเวศ วะสี (๒๕๔๒)นิคม มูสิกะคามะ (๒๕๔๒) สุรเกียรติ เสถียรไทย (๒๕๔๒) ธงชัย ไพโรจน์ (๒๕๕๑) ปรียานุช พิบูลสราวุธ(๒๕๔๙) ตลอดจนศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบ วิธีการหาค่าความเชื่อมั่น ความเที่ยงตรงของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากหนังสือเทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, ๒๕๓๖: ๑๔๖-๑๕๒) และหนังสือการวิจัยเบื้องต้น (บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๓๕: ๗๘-๙๘) ๑๖.๒.๒ สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา อย่างครอบคลุ่มเนื้อหาด้านคุณธรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐ เรื่อง เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จานวน ๕๐ ข้อ ๑๖.๒.๓ นาแบบทดสอบที่พัฒนาขึ้นพร้อมแบบประเมินเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญชุดเดิมเพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลการเรียนรู้ ตามเกณฑ์ดังนี้ ให้กา  ในช่อง +๑ เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นวัดผลการเรียนรู้ตามพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง ให้กา  ในช่อง ๐ เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นวัดผลการเรียนรู้ตามพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง ให้กา  ในช่อง -๑ เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นไม่ได้วัดผลการเรียนรู้ตามพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง ๑๖.๒.๔ นาผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อสอบแต่ละข้อมาวิเคราะห์ความสอดคล้อง โดยใช้สูตร IOC (Index of Item Objiective Congruence) ของ สมนึก ภัททิยธนี(๒๕๓๗: ๑๖๗) พบว่า แบบทดสอบมีค่า IOC ตั้งแต่ ๐.๘๐ ถึง ๑.๐๐ ได้แบบทดสอบ ๕๐ ข้อ ๑๖.๒.๕ นาแบบทดสอบไปทดสอบ (Try-out) กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓โรงเรียนห้วยแสงอรุณวิทยา กลุ่มเครือข่ายโนนสะอาดหนองโพธิ์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๓๐ คน
  13. 13. ๑๖.๒.๖ นากระดาษคาตอบที่ได้มาตรวจให้คะแนนโดยให้ข้อถูกได้ ๑ คะแนน ข้อผิดหรือไม่ตอบหรือตอบเกิน ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน หลังจากตรวจกระดาษคาตอบและรวบรวมคะแนนแล้วมาวิเคราะห์หาคุณภาพของแบบทดสอบดังนี้ ๑๖.๒.๖.๑ วิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนก (B) เป็นรายข้อ โดยใช้วิธีของ Brennan(บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๓๕: ๘๗) แล้วคัดเลือกข้อสอบที่มีค่าความยากตั้งแต่ ๐.๒๐ ขึนไป และมีค่า ้อานาจจาแนกตั้งแต่ ๐.๒๑ ถึง ๐.๗๙ คัดเลือกไว้ ๔๐ ข้อ ๑๖.๒.๖.๒ นาแบบทดสอบที่คัดเลือกไว้จานวน ๔๐ ข้อ ไปวิเคราะห์หาความเชื่อมั่นทั้งฉบับ โดยใช้สูตรของ Lovett (บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๓๕: ๙๓) ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๘๙ ๑๖.๒.๗ จัดพิมพ์แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง สาหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว จานวน๔๐ ข้อ เพื่อนาไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ๑๖.๓ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก แผนละ ๕ ข้อ ๑๖.๓.๑ ศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประเวศ วะสี (๒๕๔๒)นิคม มูสิกะคามะ (๒๕๔๒) สุรเกียรติ เสถียรไทย (๒๕๔๒) ธงชัย ไพโรจน์ (๒๕๕๑) ปรียานุช พิบูลสราวุธ(๒๕๔๙) ตลอดจนศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบ วิธีการหาค่าความเชื่อมั่น ความเที่ยงตรงของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากหนังสือเทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, ๒๕๓๖: ๑๔๖-๑๕๒) และหนังสือการวิจัยเบื้องต้น (บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๓๕: ๗๘-๙๘) ๑๖.๓.๒ สร้างแบบทดสอบตามจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมแนะแนวในแต่ละเรื่องของชุดกิจกรรม จานวน ๑๐ เรื่อง เป็นแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก เรื่องละ ๑๐ ข้อ ๑๖.๓.๓ นาแบบทดสอบที่พัฒนาพร้อมแบบประเมินเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญชุดเดิมเพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลการเรียนรู้ ตามเกณฑ์ดังนี้ ให้กา  ในช่อง +๑ เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นวัดผลการเรียนรู้ตามพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง ให้กา  ในช่อง ๐ เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นวัดผลการเรียนรู้ตามพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง ให้กา  ในช่อง -๑ เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นไม่ได้วัดผลการเรียนรู้ตามพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง ๑๖.๓.๔ นาผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อสอบแต่ละข้อมาวิเคราะห์ความสอดคล้อง โดยใช้สูตร IOC (Index of Item Objiective Congruence) ของสมนึก ภัททิยธนี(๒๕๓๗: ๑๖๗) พบว่า แบบทดสอบมีค่า IOC ตั้งแต่ ๐.๘๐ ถึง ๑.๐๐ ได้แบบทดสอบทั้ง ๑๐ เรื่องจานวนเรื่องละ ๑๐ ข้อ ๑๖.๓.๕ นาแบบทดสอบไปทดสอบ (Try-out) กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ โรงเรียนห้วยแสงอรุณวิทยา กลุ่มเครือข่ายโนนสะอาดหนองโพธิ์อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จานวน ๓๐ คน
  14. 14. ๑๖.๓.๖ นากระดาษคาตอบที่ได้มาตรวจให้คะแนนโดยให้ข้อถูกได้ ๑ คะแนน ข้อผิดหรือไม่ตอบหรือตอบเกิน ๑ ข้อ ได้ ๐ คะแนน หลังจากตรวจกระดาษคาตอบและรวบรวมคะแนนแล้วมาวิเคราะห์หาคุณภาพของแบบทดสอบ ๑๖.๓.๗ วิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนก (B) เป็นรายข้อ โดยใช้วิธีของ Brennan(บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๓๕: ๘๗) โดยคัดเลือกข้อสอบ ที่มีค่าความยากตั้งแต่ ๐.๒๐ ขึ้นไป คัดเลือกไว้แผนละ ๕ ข้อ ได้แบบทดสอบที่มีค่าอานาจจาแนกตั้งแต่ ๐.๓๓ ถึง ๐.๘๖ ๑๖.๓.๘ นาแบบทดสอบที่คัดเลือกไว้ทั้ง ๑๐ เรื่อง จานวนเรื่องละ ๕ ข้อ ไปวิเคราะห์หาความเชื่อมั่นทั้งฉบับ โดยใช้สูตรของ Lovett (บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๕๓: ๙๓) ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับของแต่ละฉบับ ๐.๕๗, ๐.๗๙, ๐.๖๙, ๐.๘๑, ๐.๗๖, ๐.๖๙, ๐.๗๑, ๐.๖๘, ๐.๗๔, และ ๐.๗๓ตามลาดับ ๑๖.๓.๙ จัดพิมพ์แบบทดสอบของแต่ละเรื่องในชุดกิจกรรมที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว ทั้ง ๑๐ เรื่อง จานวนเรื่องละ ๕ ข้อ เพื่อนาไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ๑๖.๔ แบบสอบถามวัดความสุขในการเรียน แบบสอบถามวัดความสุขในการเรียน เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale)๓ ระดับ ผู้วิจัยประยุกต์ตามแบบ Likert Scale (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, ๒๕๓๖) กรณีที่ ๑ ข้อความที่มีความหมายในทางบวก ให้คะแนนดังนี้ มาก ให้ ๓ คะแนน ปานกลาง ให้ ๒ คะแนน น้อย ให้ ๑ คะแนน กรณีที่ ๒ ข้อความที่มีความหมายในทางลบ ให้คะแนนดังนี้ น้อย ให้ ๓ คะแนน ปานกลาง ให้ ๒ คะแนน มาก ให้ ๑ คะแนน ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามวัดความสุขในการเรียน ชุดกิจกรรมแนะแนว หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คุณธรรมนาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๓๐ ข้อ และกาหนดเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ค่าเฉลี่ยกลาง(mid point) เป็นเกณฑ์ในการแปลความหมาย (บุญชม ศรีสะอาด, ๒๕๓๕) ดังนี้ เกณฑ์การประเมิน ๒.๓๔ – ๓.๐๐ หมายความว่า มีความสุขในการเรียนในระดับมาก ๑.๖๗ – ๒.๓๓ หมายความว่า มีความสุขในการเรียนในระดับปานกลาง ๑.๐๐ – ๑.๖๖ หมายความว่า มีความสุขในการเรียนในระดับน้อย
  15. 15. ตัวอย่างแบบสอบถามวัดความสุขในการเรียน แบบสอบถามวัดความสุขในการเรียนคาชีแจง ๑. แบบสอบถามนี้ต้องการสอบถามวัดความสุขในการเรียน ว่านักเรียนมีความสุขในการร่วมกิจกรรมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์มากน้อยเพียงใด ดังนั้น การตอบจึงไม่มีข้อถูกหรือผิด เพราะความรู้สึกของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ขอให้นักเรียนตอบแบบสอบถามจากความรู้สึกที่แท้จริงของนักเรียนทุกข้อ ๒. การตอบแบบสอบถามแต่ละข้อไม่มีผลต่อการเรียนของนักเรียนแต่ละคนประการใด นักเรียนมีอิสระในการตอบอย่างเต็มที่ ๓. วิธีตอบแบบสอบถามวัดความสุขในการเรียน แต่ละข้อมีช่องว่างให้นักเรียนเลือกตอบ ๓ ช่องคือ มาก ปานกลาง น้อย นักเรียนอ่านแต่ละข้อความให้เข้าใจแล้วทาเครื่องหมาย  ในช่องว่างที่นักเรียนเห็นว่าตรงกับความรู้สึกของนักเรียนมากที่สุด ระดับความรู้สึก ข้อความ มาก ปานกลาง น้อย ๑. ฉันอยากให้ถึงเวลาเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวเร็ว ๆ  ๒. ฉันวิตกกังวลและหวาดกลัวว่าจะทาไม่ได้  ๓. ฉันอาสาทากิจกรรมโดยที่ครูและเพื่อนไม่ต้องบอก  ๔. ฉันอยากให้หมดเวลาเร็ว ๆ เมื่อร่วมกิจกรรมแนะแนว  ๕. ฉันยิ้มแย้มแจ่มใสขณะทากิจกรรม  ๑๖.๔.๑ นาแบบสอบถามวัดความสุขในการเรียนพร้อมแบบประเมินเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญชุดเดิม เพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับจุดประสงค์ที่ต้องการวัด ตามเกณฑ์ดังนี้ ให้กา  ในช่อง +๑ เมื่อแน่ใจว่าข้อคาถามนั้นวัดความสุขในการเรียนของนักเรียนที่ร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ได้จริง ให้กา  ในช่อง ๐ เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อคาถามนั้นวัดความสุขในการเรียนของนักเรียนที่ร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ได้จริง ให้กา  ในช่อง -๑ เมื่อแน่ใจว่าข้อคาถามนั้นไม่สามารถวัดความสุขในการเรียนของนักเรียนที่ร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ได้จริง ๑๖.๔.๒ นาผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามข้อสอบแต่ละข้อมาวิเคราะห์ความสอดคล้อง โดยใช้สูตร IOC (Index of Item Objiective Congruence) ของ สมนึกภัททิยธนี (๒๕๓๗: ๑๖๗) แล้วคัดเลือกข้อคาถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ ๐.๘๐ ถึง ๑.๐๐ ได้แบบสอบถามจานวน ๑๕ ข้อ ๑๖.๔.๓ นาแบบสอบถามมาหาค่าความเชื่อมั่นกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓โรงเรียนห้วยแสงอรุณวิทยา อาเภอโนนสะอาด สานักงานเขตพืà

×