บทสวด

3,034 views
2,855 views

Published on

:)

Published in: Technology, Design
1 Comment
3 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
3,034
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
37
Actions
Shares
0
Downloads
53
Comments
1
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทสวด

  1. 1. สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ คณะผจดทำไดสงตนฉบับหนังสือเลมนี้ ใหกบพระเดชพระคุณหลวงพอจรัญ ฐิตธัมโม ูั  ัเพือขอความเมตตาตรวจสอบความถูกตอง และไดขออนุญาตจัดพิมพ เพือเผยแผเปนธรรมทานแลว ่ ่พระเดชพระคุณหลวงพอจรัญทานไดเมตตาอนุญาตใหจัดพิมพ พรอมทั้งอนุโมทนากับคณะผูจัดทำ นับเปนความเมตตากรุณาจากครูบาอาจารยอยางหาที่สุดมิได ทานสามารถติดตอขอหนังสือเลมนีไดฟรีที่ เว็บไซตพระธรรมสิงหบุราจารย ้ http://www.jarun.org/v6/board/ สามารถดาวนโหลดตนฉบับหนังสือเลมนีไดที่ เว็บไซตพระธรรมสิงหบุราจารย ้ http://www.jarun.org/v6/th/digitallibraly-book.html
  2. 2. ผแตง (ผรวบรวม) ู ู ณัฐวรรธน ภรนรา nattawat@connexpeople.comคณะทำงาน สมศักดิ์ ชูศรีขาว somsak887@hotmail.com ประมวล วิทยบำรุงกุล mv2219@hotmail.com ปติ ลลิตโรจนวงศ และทานอืน ๆ ทีมไดเอยนามไว ณ ทีนี้ ่ ่ ิ ่ออกแบบศิลป สุนสา แกวชม, จักรี จายกระโทก, ณัฐวรรธน ภรนรา ิออกแบบรูปเลม ณัฐวรรธน ภรนราจัดรูปเลม ศรินยา พึงทรัพย ่พิสจนอกษร ู ั วารุณี จิตตรตน ัประสานงานการผลิต เสรีรตน ปนทอง, ณัฐวรรธน ภรนรา ั  ไมสงวนลิขสิทธิ์ ตามคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพอจรัญ ฐิตธัมโม “ของดีของเราไมตองสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากไดก็ใหเขาไป แตของไมดของเราตองสงวนไว ไมใหคนอืนมาใช” ี ่ จากหนังสือกฎแหงกรรม เลม ๑๖ เรือง ความเสือม โดยพระธรรมสิงหบุราจารย ่ ่ http://www.jarun.org/v6/th/lrule16p1301.html ทานสามารถอานเจตนารมณของการจัดทำหนังสือเลมนีไดททายเลม ้ ี่ ISBN ๙๗๘-๙๗๔-๑๓-๓๒๔๔-๑พิมพครังที่ ๑ ้ ธันวาคม ๒๕๕๐จำนวนทีพมพ ่ ิ ๑๐,๐๐๐ เลมราคา จัดพิมพเพือเผยแผเปนธรรมทาน ่สรางสรรคผลงานโดย บริษท คอนเน็ค พีเพิล จำกัด ั ๓๐๕ ซ. รังสิต-นครนายก ๔๔ ซ.๑ ต.ประชาธิปตย อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐  โทรศัพท ๐-๒๙๗๔-๑๐๐๑ แฟกซ ๐-๒๙๗๔-๑๑๒๐ อีเมลล info@connexpeople.com เว็บไซต http://www.connexpeople.comจัดพิมพและดูแลโดย บริษท รงเรืองวิรยะพัฒนาโรงพิมพ จำกัด ั ุ ิ ๑๐๖/๒๐๔ หมู ๔ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐ โทรศัพท ๐-๒๙๑๘-๐๑๙๒ แฟกซ ๐-๒๙๑๗-๙๐๗๒ อีเมลล viriya_999@yahoo.com
  3. 3. สารบัญสวดมนต บทสวดมนต ๑๐ บทแผเมตตา ๑๙ บทอุทศสวนกุศล (บทกรวดน้ำ) ิ ๑๙ วิธการสวดมนต ี ๒๑ ลำดับการสวดมนต ๒๔ เหตุใดตองสวดอิตปโสเทาอายุ + ๑ ิ  ๒๕ การเปลียนจาก “เต” เปน “เม” ในบทสวดมนต ่ ๒๖ วิธการแผเมตตาและอุทศสวนกุศล ี ิ ๒๗ ถามตอบเรืองการสวดมนต โดยพระธรรมสิงหบุราจารย ่ ๓๔ บทสวดมนตแปล ๔๕ทำกรรมฐาน วิปสสนากรรมฐานเบืองตน  ้ ๕๓ คติธรรมคำสอน เรืองการปฏิบตกรรมฐาน ่ ัิ ๖๐ กรรมฐาน โดยพระธรรมสิงหบุราจารย ๗๘ วิปสสนากรรมฐานคืออะไร  ๘๐ ธุระในพระศาสนา ๘๔ การเรียนรวปสสนากรรมฐาน ูิ  ๘๕ สติปฏฐาน ๔  ๘๖ อานิสงสของการปฏิบตธรรม ัิ ๘๙ ประโยชนของการปฏิบตวปสสนากรรมฐาน ัิิ  ๙๑ สติปฏฐาน ๔ ปดอบายภูมได  ิ ๙๓
  4. 4. “อยาลืมนะ ทีลนป ่ ิ้ หายใจยาว ๆสำรวมเวลาสวดมนต นันนะไดบญแลว” ้ ุจากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือง วิธแผเมตตาและอุทศสวนกุศล ่ ี ิ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.html
  5. 5. บทสวดมนต กราบพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สะวากขาโต ภะคะวะตา ธั ม โม ธั ม มั งนะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ) นมัสการ (นะโม) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) ไตรสรณคมน (พุทธัง ธัมมัง สังฆัง) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ๑๐ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  6. 6. ทุตยมป ิั พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุตยมป ิั ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุตยมป ิั สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยมป ั พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยมป ั ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยมป ั สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ พระพุทธคุณ (อิตป โส) ิ อิตป โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ิวิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุรสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง ิพุทโธ ภะคะวาติฯ พระธรรมคุณ สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโกอะกาลิโก เอหิปสสิโก โอปะนะยิโก ปจจัตตังเวทิตพโพ วิญูหตฯ (อานวา วิญูฮต)ิ ั ี ิ ีสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๑๑
  7. 7. พระสังฆคุณ สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ  อุชปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ุ  ญายะปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ  สามีจปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ิ  ยะทิทง จัตตาริ ปุรสะยุคานิ อัฏฐะ ปุรสะปุคคะลา ั ิ ิเอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย* ปาหุเนยโย* ทักขิเณยโย* อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ (อานออกเสียง อาหุไนยโย ปาหุไนยโย ทักขิไณยโยโดยสระเอ กึงสระไอ) ่ พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) พาหุง สะหัสสะมะภินมมิตะสาวุธนตัง ิ ั ครีเมขะลัง อุทตะโฆระสะเสนะมารัง ิ ทานาทิธมมะวิธนา ชิตะวา มุนนโท ั ิ ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ๑๒ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  8. 8. มาราติเรกะมะภิยชฌิตะสัพพะรัตติง ุ โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสทนตะวิธนา ชิตะวา มุนนโท ุ ั ิ ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นาฬาคิรง คะชะวะรัง อะติมตตะภูตง ิ ั ั ทาวัคคิจกกะมะสะนีวะ สุทารุณนตัง ั ั เมตตัมพุเสกะวิธนา ชิตะวา มุนนโท ิ ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ อุกขิตตะขัคคะมะติหตถะสุทารุณนตัง ั ั ธาวันติโยชะนะปะถังคุลมาละวันตัง ิ อิทธีภสงขะตะมะโน ชิตะวา มุนนโท ิ ั ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินยา ี จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธนา ชิตะวา มุนนโท ิ ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๑๓
  9. 9. สัจจัง วิหายะ มะติสจจะกะวาทะเกตุง ั วาทาภิโรปตะมะนัง อะติอนธะภูตง ั ั ปญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนนโท ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพธง มะหิทธิง ุั ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธนา ชิตะวา มุนนโท ิ ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ ทุคคาหะทิฏฐิภชะเคนะ สุทฏฐะหัตถัง ุ ั พรัหมัง* วิสทธิชตมทธิพะกาภิธานัง ุ ุ ิ ิ ญาณาคะเทนะ วิธนา ชิตะวา มุนนโท ิ ิ ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ เอตาป พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะเนกะวิวธานิ จุปททะวานิ ิ  โมกขัง สุขง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปญโญฯ ั* พรัหมัง อานวา พรัมมัง๑๔ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  10. 10. มหาการุณิโก มะหาการุณโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินง ิ ัปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปตโต สัมโพธิมตตะมัง ุเอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวฑฒะโน เอวัง ัตะวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเกสัพพะพุทธานัง อัคคัปปตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณสุมหตโต จะ สุยฏฐัง พรัหมะ** จาริสุ ปะทักขิณง ุ ุ ิ ักายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณังมะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิกัตตะวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ** พรัหมะ อานวา พรัมมะสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๑๕
  11. 11. ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ หลังจากสวดมนตตงแตตนจนจบบทพาหุงมาหากาฯ แลว ั้ ก็ใหสวดเฉพาะบทพระพุทธคุณ หรืออิตปโส ใหไดจำนวนจบ ิ เทากับอายุของตนเอง แลวสวดเพิมไปอีกหนึงจบ ตัวอยางเชน ่ ่ถาอายุ ๓๕ ป ตองสวด ๓๖ จบ จากนันจึงคอยแผเมตตา ้อุทิศสวนกุศล พุทธคุณเทาอายุเกิน ๑ (อิตปโสเทาอายุ+๑) ิ  อิตป โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ิวิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุรสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง ิพุทโธ ภะคะวาติฯ๑๖ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  12. 12. “สวดมนตเปนนิจ อธิษฐานจิตเปนประจำอโหสิกรรมเสียกอน และเราก็แผเมตตา ใหสรรพสัตวทั้งหลาย” จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๓ เรื่อง กรรมฐานแกกรรมไดอยางไร โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule03p0201.html
  13. 13. “หายใจยาว ๆ ตั้งกัลยาณจิตไวที่ลิ้นป ไม ใชพดสงเดช” ู“จำนะทีลนป เปนการแผเมตตา” ่ ิ้ “จะอุทศก็ยกจากลินป ิ ้ สหนาผาก เรียกวา ู อุณาโลมา ปจชายเต....” จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรื่อง วิธีแผเมตตาและอุทิศสวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.html
  14. 14. บทแผเมตตาสัพเพ สัตตา สัตวทงหลาย ทีเ่ ปนเพือนทุกข เกิดแกเจ็บ ั้ ่ตาย ดวยกันทังหมดทังสิน ้ ้ ้อะเวรา โหนตุ จงเปนสุขเปนสุขเถิด อยาไดมีเวรแกกันและกันเลยอั พ ยาป ช ฌา โหนตุ จงเป น สุ ข เป น สุ ข เถิ ด อย า ไดพยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยอะนีฆา โหนตุ จงเปนสุขเปนสุขเถิด อยาไดมความทุกข ีกาย ทุกขใจเลยสุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจรักษาตนใหพนจากทุกขภัยทั้งสิ้นเทอญ บทอุทศสวนกุศล (บทกรวดน้ำ) ิอิทง เม มาตาปตนง โหตุ สุขตา โหนตุ มาตา ั ู ั ิปตะโร ขอสวนบุญนี้จงสำเร็จ แกมารดาบิดาของขาพเจาขอใหมารดาบิดาของขาพเจา จงมีความสุขสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๑๙
  15. 15. อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโยขอสวนบุญนี้จงสำเร็จ แกญาติท้ังหลายของขาพเจา ขอใหญาติทั้งหลายของขาพเจา จงมีความสุขอิทง เม คุรปชฌายาจะริยานังโหตุ สุขตา โหนตุ ั ู  ิคุรปชฌายาจะริยา ขอสวนบุญนีจงสำเร็จ แกครูอปชฌาย ู  ้ ุ อาจารยของขาพเจา ขอใหครูอุปชฌายอาจารยของขาพเจาจงมีความสุขอิทง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขตา โหนตุ สัพเพ ั ิเทวา ขอสวนบุญนีจงสำเร็จแกเทวดาทังหลายทังปวง ขอให ้ ้ ้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุขอิทง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขตา โหนตุ สัพเพ ั ิเปตา ขอสวนบุญนีจงสำเร็จ แกเปรตทังหลายทังปวง ขอให ้ ้ ้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุขอิทง สัพพะ เวรีนง โหตุ สุขตา โหนตุ สัพเพ เวรี ั ั ิขอสวนบุญนี้จงสำเร็จ แกเจากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงขอใหเจากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุขอิทง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขตา โหนตุ สัพเพ ั ิสัตตา ขอสวนบุญนีจงสำเร็จ แกสตวทงหลายทังปวง ขอให ้ ั ั้ ้สัตวทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข๒๐ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  16. 16. วิธีการสวดมนต การสวดมนตเปนนิจนี้ มงใหจตแนบสนิทติดในคุณของพระพุทธเจา ุ ิพระธรรม และพระสงฆ จิตใจจะสงบเยือกเย็นเปนบัณฑิต มีความคิดสูงทิฏฐิมานะทังหลายก็จะคลายหายไปได เราจะไดรบอานิสงสเปนผลของ ้ ัตนเองอยางนี้จากสวดมนตเปนนิจ การอธิษฐานจิตเปนประจำนัน มงหมายเพือแกกรรมของผมกรรม ้ ุ ่ ู ีจากการกระทำครั้งอดีตที่เรารำลึกได และจะแกกรรมในปจจุบันเพื่อสูอนาคต กอนทีจะมีเวรมีกรรม กอนอืนใด เราทราบเราเขาใจแลว โปรด ่ ่อโหสิกรรมแกสัตวท้ังหลาย เราจะไมกอเวรกอกรรมกอภัยพิบัติ ไมมีเสนียดจัญไรติดตัวไปเรียกวา เปลา ปราศจากทุกข ถึงบรมสุข คือนิพพานได เราจะรไดวากรรมติดตามมา และเราจะแกกรรมอยางไร ในเมือกรรม ู  ่ตามมาทันถึงตัวเรา เราจะรตวไดอยางไร เราจะแกอยางไร เพราะมันเปน ูัเรืองทีแลว ๆ มา ่ ่ การอโหสิกรรม หมายความวา เราไมโกรธ ไมเกลียด เรามีเวรกรรมตอกันก็ใหอภัยกัน อโหสิกันเสีย อยางที่ทานมาอโหสิกรรม ณบัดนี้ ใหอภัยซึงกันและกัน พอใหอภัยได ทานก็แผเมตตาได ถาทานมี ่อารมณคางอยูในใจ เสียสัจจะ ผูกใจโกรธ อิจฉาริษยา อาสวะไมสิ้นไหนเลยละทานจะแผเมตตาออกได เราจึงไมพนเวรพนกรรมในขอนี้การอโหสิกรรมไมใชทำงาย จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๔ เรือง แกกรรมดวยการกำหนด โดย พระธรรมสิงหบุราจารย ่ http://www.jarun.org/v6/th/lrule04p0301.html จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือง ทำความดีนแสนยาก โดย พระธรรมสิงหบุราจารย ่ ี้ http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0401.htmlสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๒๑
  17. 17. วิธในการสวดมนตพระเดชพระคุณหลวงพอไดสอนไววา ี  “เอาตำรามาดูกนก็ไมไดผล แตดตำราเพือใหถกวรรคตอน ั ู ่ ูและใหคลองปาก แลวจะไดคลองใจ เปนสมาธิ” ทานสามารถฟงเสียงสวดมนต บทพาหุงมหากาฯ ไดท่ี http://fs1.netdiskbytrue.com/Pub014/44/249321_praypahung.wma การวางจิต เมือสวดมนตไดถกวรรคตอน เปนสมาธิดแลว ก็วางจิตใหถกตอง ่ ู ี ู สวดมนตเปนนิจ อธิษฐานจิตเปนประจำ (ลินป) ้  อโหสิกรรมเสียกอนและเราก็แผเมตตา... (ลินป) ้  มีเมตตาดีแลว ไดกศลแลวเราก็อทศเลย (อุณาโลม) ุ ุ ิ “แผสวนกุศลทำอยางไร อุทศตรงไหน ทำตรงไหน และวาง  ิจิตไวตรงไหน ถึงจะได อยาลืมนะ ทีลนป หายใจยาว ๆ สำรวม ่ ิ้เวลาสวดมนตนนนะ ไดบญแลว ไมตองเอาสตางคไปถวายองคโนน ั้ ุ องคนหรอก แลวสำรวมจิต สงกระแสจิตทีหนาผาก อุทศสวนกุศล..” ี้ ่ ิสวดมนตเปนนิจ (ลินป) ้  “ลินป จะอยครึงทางระหวางจมูกถึงสะดือ” ้ ู ่๒๒ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  18. 18. “........อธิษฐานจิต หมายความวา ตังสติสมปชัญญะ ไวทลนป ้ ั ี่ ิ้สำรวมกาย วาจา จิตใหตงมันแลว จึงขอแผเมตตาไวในใจ สักครหนึง ั้ ่ ู ่แลวก็อทศใหมารดา บิดาของเรา วาเราไดบำเพ็ญกุศล ทานจะไดบญ ุ ิ ุไดกุศลแน ๆ เดี๋ยวนี้ดวย ผมเรียนถวายนะ มิฉะนั้นผมจะอุทิศไปยุโรปไดอยางไร..........”อธิษฐานจิตเปนประจำ (ลินป) ้  แผเมตตากับอุทศ มันตางกัน ทำใจใหเปนเมตตาบริสทธิกอน ิ ุ ์ไมอจฉา ริษยา ไมผกพยาบาทใครไวในใจ ทำใจใหแจมใส ทำให ิ ูใจสบาย คือ เมตตาแลวเราจะอุทศใหใครก็บอกกันไป มันจะมีพลังสูง ิสามารถจะอุทิศให คุณพอคุณแม ของเรากำลังปวยไขใหหายจากโรคภัยไขเจ็บได เชน วีโก บรูน ชาวนอรเวยที่เคยมาบวชที่วัดนี้เปนตน...”อโหสิกรรมกอนแลวคอยแผเมตตา “หายใจยาว ๆ ตังกัลยาณจิตไวทลนป ไมใชพดสงเดช จำนะ ้ ี่ ิ้ ูทีลนป เปนการแผเมตตาจะอุทศก็ยกจากลินป สหนาผาก เรียกวา ่ ิ้ ิ ้ ูอุณาโลมา ปจชายเต....”แผเมตตา (ลินป) อุทศสวนกุศล (อุณาโลม) ้  ิจากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๖ เรื่อง การอุทิศสวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule06p0101.html และหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรื่อง วิธีแผเมตตาและอุทิศสวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.htmlสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๒๓
  19. 19. ลำดับการสวดมนต “พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาวา บางคนเขาไปหาหมอดูเคราะหรายก็ตองสะเดาะเคราะห อาตมาก็มาดูเหตุการณโชคลางไมดกเ็ ปนความจริงของหมอดู อาตมาก็ตงตำราขึนมาดวยสติ บอกวา ี ั้ ้โยมไปสวดพุทธคุณเทาอายุใหเกินกวา ๑ ใหได เพื่อใหสติดีแลวสวด “พาหุงมหากาฯ” หายเลย สติกดขน เทาทีใชไดผล สวด ็ ี ึ้ ่ตังแต นะโม พุทธัง ธัมมัง สังฆัง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ้พาหุงมหากาฯ จบแลวยอนกลับมาขางตน เอาพุทธคุณหองเดียว(อิตปโส ภะคะวา จนถึง พุทโธ ภะคะวาติ) หองละ ๑ จบ ตอ ๑ ิ อายุ อายุ ๔๐ สวด ๔๑ ก็ไดผล” ตังนะโม ๓ จบ ้ สวดพุทธัง ธัมมัง สังฆัง สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ สวดพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) สวดมหาการุณิโก สวดพุทธคุณ อยางเดียวเทากับอายุ บวก ๑ เชน อายุ ๒๘ ป ใหสวด ๒๙ จบ อายุ ๕๔ ป ใหสวด ๕๕ จบ เปนตน แผเมตตา อุทศสวนกุศล ิ จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๓ เรื่อง อานิสงสของการสวดพุทธคุณ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule03r0801.html๒๔ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  20. 20. เหตุใดตองสวดพุทธคุณเทาอายุเกิน ๑ (อิติปโสเทาอายุ+๑) “อาตมาเคยพบคนแกอายุ ๑๐๐ กวาป มีคนเอากับขาวมาใหก็สวด อิตปโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ๑ จบ ใหตวเองกอน ิ  ัสวนอีกจบหนึงใหคนทีนำมาให เสร็จแลวใหถวยคืนไป อาตมาจับ ่ ่ เคล็ดลับได จะใหใครตองเอาทุนไวกอน ถึงไดเรียกวา สวดพุทธคุณ เทาอายุเกินหนึ่งไงเลา” จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือง ทำความดีนแสนยาก ่ ี้ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0401.html ทีวาใหวาสวดเทาอายุนี่ หมายความวาอายุเทาไหร ๒๐ ถาเรา ่ สวดแค ๑๐ เดียว มันก็ไมเทาอายุสวดไปเนียเทาอายุกอนนะมันคุม ่ ใหมีสติ แลวก็เกินหนึ่งเพราะอะไร ที่พูดเกินหนึ่งเนี่ยหมายความคนมักงายมักได คือมันมีเวลานอย ถาสวดแคเกินหนึงทำอะไรใหมน ่ ัเกินไว เหมือนคุณโยมเนี่ยไปคาขาย ยังไมไดขายไดสักกะตังคเลยจะเอาอะไรไปใหทาน ยังไมไดกำไรเลยตองใหตวเองกอนนะ นีตอง ั ่คาขายตองลงทุนนี่ ตองลงทุนก็สวดไป แตสวดมากเทาไรยิงดีมาก ่ไดมสมาธิมาก แตอาตมาทีพดไวคอคนมันไมมเี วลา ก็เอาเกินหนึงได ี ่ ู ื ่ไหม เกินหนึงไดกใชไดนะ แตถาเกินถึง ๑๐๘ ไดไหม ยิงดีใหญ ่ ็  ่ทำใหเกิดสมาธิสูงขึ้น จากบทสัมภาษณในรายการ “ชีวิตไมสิ้นหวัง” ทางชอง ๓สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๒๕
  21. 21. การเปลียนจาก “เต” เปน “เม” ในบทสวดมนต ่ “เม” คือ ขา หมายถึง ผสวดนันแหละ สวน “เต” คือทาน ู ่พระเดชพระคุณหลวงพอ ไดเทศนตอบผใหสมภาษณจากเทปธรรมบรรยาย ู ั“สวดมนตจนหายปวย” และ “มารไมมี บารมีไมเกิด” เราสามารถเลือกสวดไดทง “เม” และ “เต” แตขอฝากย้ำคำสอน ั้ของพระเดชพระคุณหลวงพอเรืองการแผเมตตาและอุทศสวนกุศล มาให ่ ิพิจารณาดังนี้ “ทานไปขุดน้ำกินเสียบานเดียว ทานจะไดอะไรหรือ ขุดบอน้ำสาธารณะกินไดทุกบาน ใครมาก็กิน ใครมาก็ใช ทานไดบุญมากมีถนนสวนบุคคล ทานเดินไดเฉพาะบานเดียว ไมสาธารณะแกคนทั่วไป ทานจะไดบุญนอยมาก มีอานิสงสนอยมาก นี่เปรียบเทียบถวาย เรืองจริงเปนอยางนัน” ่ ้ จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือง วิธแผเมตตาและอุทศสวนกุศล ่ ี ิ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.html๒๖ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  22. 22. วิธีการแผเมตตาและอุทิศสวนกุศล วันนี้จะขอฝากญาติโยมไว การอุทิศสวนกุศล และการแผสวนกุศลไมเหมือนกัน การแผคอการแพรขยาย เปนการเคลียรพนที่ ื ื้แผสวนบุญออกไป เรียกวา สัพเพสัตตา สัตวทงหลายทีเ่ ปนเพือนทุกข  ั้ ่เกิดแกเจ็บตายดวยกันทังหมดทังสิน เรียกวาการแผแพรขยาย แตการ ้ ้ ้อุทศให เปนการใหโดยเจาะจง ถาเราจะใหตวเองไมตองบอก ไมตอง ิ ั  บอกวาขอใหขาพเจารวย ขอใหขาพเจาดี ขอใหขาพเจาหมดหนี้ทำบุญก็รวยเอง เราเปนคนทำ เราก็เปนคนได และการใหบดามารดา ินันก็ไมตองออกชือแตประการใด ลูกทำดีมปญญา ไดถงพอแม เพราะ ้  ่ ี  ึใกลตวเรา พอแมอยในตัวเรา เราสรางความดีมากเทาไรจะถึงพอแม ั ูมากเทานัน เรามีลก ลูกเราดี ลูกมีปญญา พอแมกชนใจโดยอัตโนมัติ ้ ู  ็ ่ืไมตองไปบอก จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๖ เรื่อง การอุทิศสวนกุศล โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule06p0101.htmlสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๒๗
  23. 23. ผปรารถนาจะปลูกเมตตาใหงอกงามอยในจิต พึงปลูกดวยการ ู ูคิดแผ ในเบืองตนแผไปโดยเจาะจงกอน ในบุคคลทีชอบพอ มีมารดา ้ ่บิดา ญาติมตร เปนตน โดยนัยวาผนน ๆ จงเปนผไมมเี วร ไมมี ิ ู ั้ ูความเบียดเบียน ไมมทกข มีสขสวัสดี รักษาตนเถิด เมือจิตไดรบ ี ุ ุ ่ ัการฝกหัดคุนเคยกับเมตตาเขาแลว ก็แผขยายใหกวางออกไปโดยลำดับดังนี้ ในคนทีเ่ ฉย ๆ ไมชอบไมชง ในคนไมชอบนอย ในคนที่ ัไมชอบมาก ในมนุษยและดิรจฉานไมมประมาณ เมตตาจิต เมือคิด ั ี ่แผกวางออกไปเพียงใด มิตรและไมตรีกมความกวางออกไปเพียงนัน ็ ี ้เมตตา ไมตรีจตมิใชอำนวยความสุขใหเฉพาะบุคคล ยอมใหความสุข ิแกชนสวนรวมตั้งแตสองคนขึ้นไป คือ หมูชนที่มีไมตรีจิตตอกันยอมหมดความระแวง ไมตองจายทรัพย จายสุข ในการระวังหรือเตรียมรุกรับ มีโอกาสประกอบการงาน อันเปนประโยชนแกตนเองและหมูเต็มที่ มีความเจริญรุงเรืองและความสงบสุขโดยสวนเดียว จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๑๓ เรื่อง สุจริตธรรมเหตุแหงความสุขที่แทจริง โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule13p0303.html๒๘ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  24. 24. สวดมนตเปนนิจ อธิษฐานจิตเปนประจำ อโหสิกรรมเสียกอนและเราก็แผเมตตาใหสรรพสัตวทั้งหลาย ที่เราไปสรางกรรมมาครังอดีต รบาง ไมรบาง รเู ทาทันหรือไมเทาทันก็ตาม ถารเู ทาไมถง ้ ู  ู  ึการณเชนนี้แลว ขอสรรพสัตวทั้งหลายจงอโหสิกรรมใหแกขาพเจามันก็จะนอยลงไป จากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๓ เรื่อง กรรมฐานแกกรรมไดอยางไร โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule03p0201.html “ตังสติหายใจยาว ๆ ตอนทีกรวดน้ำเสร็จแลวอธิษฐานจิตไวกอน ้ ่ อธิษฐานจิตหมายความวา ตั้งสติสัมปชัญญะไวที่ลิ้นป สำรวมกายวาจา จิต ไดตงมันแลว จึงขอแผเมตตาไวในใจสักครหนึง แลวก็ขอ ั้ ่ ู ่อุทิศใหบิดามารดาของเราวา เราไดบำเพ็ญกุศล ทานจะไดบุญไดผลแน ๆ เดียวนีดวย...” ๋ ้ “หายใจยาว ๆ ตังสติกอน หายใจลึก ๆ ยาว ๆ แลวก็แผเมตตา ้ กอน มีเมตตาดีแลว ไดกศลแลว เราก็อทศเลย อโหสิกรรม ไมโกรธ ุ ุ ิไมเกลียด ไมพยาบาทใครอีกตอไป และเราจะขออุทศใหใคร ญาติ ิบุพเพสันนิวาสจะไดกอน ญาติเมือชาติกอนจะไดมารับ เราก็มทราบ  ่  ิวาใครเปนพอแมในชาติอดีตใครเปนพีนองของเราเราก็ไมทราบ แต ่ แลวเราจะไดทราบตอนอุทิศสวนกุศลนี้ไปให เหมือนโทรศัพทไปเขาจะไดรบหรือไม เราจะรไดทนที” ั ู ัสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๒๙
  25. 25. “นีกเ็ ชนเดียวกัน เราจะปลืมปตทนทีนะ เราจะตืนตันขึนมาเลย ่ ้ ิ ั ้ ้ถาทานมีสมาธิ น้ำตาทานจะรวงนะ ขนพองสยองเกลาเปนปติเบืองตน ถาทานมาสวดมนตกนสงเดช ไมเอาเหนือเอาใต ทานไมอทศ ้ ั ุ ิทานจะไมรเู ลยนะ... ” “วันนี้ทานทำบุญอะไร สรางความดีอะไรบาง ดูหนังสือทองจำบทอะไรไดบาง ก็อทศได เมืองฝรังเขาไมมการทำบุญ เราไป  ุ ิ ่ ีทอดกฐิน ผาปา ถวายสังฆทาน เขาทำไมเปน แตทำไมเขาเปนเศรษฐีทำไมเขามีความเจริญทางดานเทคโนโลยี ทำไมถึงเจริญดวยอารยธรรมของเขา เพราะเขามีบญวาสนา เขาตังใจทำ มีกจกรรมในชีวตของเขา ุ ้ ิ ิจะยกตัวอยาง วันนี้เขาคาขายไดเปนพันเปนหมื่นดวยสุจริตธรรมเขาก็เอาอันนันแหละอุทศไป วันนีเ้ ขาปลูกตนไมไดมากมาย เขาก็เอา ้ ิสิ่งนี้อุทิศไป วาไดสรางความดีในวันนี้ ไมไดอยูวางแตประการใดเขาก็ไดบุญ ไมจำเปนตองเอาสตางคมาถวายพระเหมือนเมืองไทยถวายสังฆทานกันไมพก ถวายโนนถวายนีแตใจเปนบาป อุทศไมออก ั ่ ิบอกไมไดอยางนีเ้ ปนตน จะไมไดอะไรเลยนะ ... ” “...ทีผมแผเมตตาและอุทศสวนกุศล ไปเขาบานลูกสาวญวนที่ ่ ิกรุงปารีส ฝรังเศส ทำอยางนีนะ เวลาสวดมนต อิตปโส... ยาเทวตา... ่ ้ ิ ตังใจสวดดวยภาษาบาลีเชนนี้ ทีหยุดเงียบไปนะ ผมสำรวมจิตตังสติ ้ ่ ้แผเมตตา จิตสงบดีแลวจึงอุทศไป” ิ “… ที่ทองจำโคลงใหไดนะเพื่อใหคลองปาก วาใหคลองปากแลวก็จะคลองใจ คลองใจแลวถึงจะเปนสมาธิ เปนสมาธิแลวถึงจะอุทศได ไมอยางนันไมไดนะ” ิ ้๓๐ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  26. 26. “เอาตำรามาดูกันก็ไมไดผล แตดูตำราเพื่อใหถูกวรรคตอนและใหคลองปาก แลวจะไดคลองใจ เปนสมาธิ ถึงจะมีกำลังสงอุทศ ิไมอยางนั้นไมมีกำลังสงเลยนะ” “การอุทศสวนกุศล นีสำคัญนะ แตตองแผเมตตากอน แผเมตตา ิ ่ ใหมสติกอน แผเมตตาใหมความรวาเราบริสทธิ์ ใจมีเมตตาไหม และ ี  ี ู ุอุทศเลย มันคนละขันตอนกันนะ ิ ้ แผเมตตากับอุทิศมันตางกัน ทำใจใหเปนเมตตาบริสุทธิ์กอนไมอจฉา ไมรษยา ไมผกพยาบาทใครไวในใจ ทำใหแจมใส ทำใจ ิ ิ ูใหสบาย คือเมตตา แลวเราจะอุทศใหใครก็บอกกันไป มันจะมีพลัง ิสูง สามารถจะอุทศใหคณพอคุณแมของเรากำลังปวยไข ใหหายจาก ิ ุโรคภัยไขเจ็บได เชน วีโก บรูน ชาวนอรเวย ทีเ่ คยมาบวชทีวดนี้ ่ัเปนตน” “เรามาสวดมนตไหวพระกันวา โยโสภะคะวา.... ใจเปนบุญไหม สวากขาโต... สุปฏิปนโน... ใจเปนบุญไหม ทานจะฟงซานไป  ุทางไหน สำรวมอินทรีย หนาทีคอยระวัง เอาของจริงไปใช อยาเอา ่ของปลอมมาใชเลย ... ทานทำประโยชนอะไรในวันนี้ เอามาตีความ สำรวมตังสติไว ้กอน วาขาดทุนหรือไดกำไรชีวต และจะไปเรียงสถิตในจิตใจเรียกวา ิ ิเมตตา แปลวาระลึกกอน เมตตาแปลวาปรารถนาดีกบตนเอง สงสาร ัตัวเองที่ไดสรางความดีหรือความชั่วเชนนี้”สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๓๑
  27. 27. “หายใจยาว ๆ ตังกัลยาณจิตไวทลนป ไมใชพดสงเดช จำนะ ้ ี่ ิ้ ูทีลนปเ ปนการแผเมตตา จะอุทศก็ยกจากลินปสหนาผาก เรียกวา อุณา ่ ิ้ ิ ้  ูโลมา ปจชายเต นะอยหว สามตัวอยาละ นะอยทไหน ตามเอามา แลวก็อทศ ู ั ู ่ี ุ ิทันที จึงถึงตามทีปรารถนา ไมวาเปนโยมพอ โยมแม จะใหนองเรียน ่  หนังสือ จะใหพเี่ รียนหนังสือ หรือจะใหบตรธิดาของตน จะไดผลขึน ุ ้มาทันที” “ลู ก ว า นอนสอนยาก ลู ก ติ ด ยาเสพติ ด ถ า ทำถู ก วิ ธี แ ล วมันจะหันเหเรมาทางดีได พอแมกนเหลาเมายา เลนการพนัน ลูกจะ ิไปสอนพอแมไมได มีทางเดียวคือ เจริญพระกรรมฐาน สำรวมจิตแผเมตตา อุทศสวนกุศล ิ นะอยหว สามตัวอยาละ นะอยทไหนตามเอามาใหได หมาย ู ั ู ี่ความวากระไร ถาทานทำกรรมฐาน ทานจะทายออก นะตัวนีสำคัญ ้นะ มีทงเมตตามหานิยม นะ แปลวา การกระทำอกุศลใหเปนกุศล ้ันะ แปลวา ทำศัตรูใหเปนมิตร สรางชีวตในธรรม แลวก็อทศสวน ิ ุ ิกุศลไป” “… อยาทำดวยอารมณ อยาทำดวยความผูกพยาบาท อาฆาตตอกัน ละเวรละกรรมเสียบาง แลวจิตจะโปรงใส ใจก็จะสะอาดแลวก็อุทิศไป๓๒ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  28. 28. จิตมันไมติดไฟแดง จิตไมเลี้ยวซายเลี้ยวขวา จิตมันทะลุฝาผนังได ทานเขาใจคำนี้หรือยัง จิตมันตรงที่หมาย จิตไมมีตัวตนจิตคิดอานอารมณ มีจิตโปรง ทานจะทำอะไรก็โลงใจ สบายอกสบายใจ นะอยหว สามตัวอยาละ เอานะไปอุทศใหได ถาทานมี ู ั ิครอบครัวแลวโปรดตังปฏิญาณในใจวา ใหบตรธิดาของเรารวยสวย ้ ุเกง เรงเปนดอกเตอร อยางนีซถงจะถูกวิธของผม” ้ ิึ ี “ทานไปขุดน้ำกินเสียบานเดียว ทานจะไดอะไรหรือ ขุดบอน้ำสาธารณะกินไดทุกบาน ใครมาก็กิน ใครมาก็ใช ทานไดบุญมากมีถนนสวนบุคคล ทานเดินไดเฉพาะบานเดียว ไมสาธารณะแกคนทั่วไป ทานจะไดบุญนอยมาก มีอานิสงสนอยมาก นี่เปรียบเทียบถวาย เรืองจริงเปนอยางนัน” ่ ้ “…อยาลืมนะ ทีลนป หายใจยาว ๆ สำรวมเวลาสวดมนตนนนะ ่ ้ิ ั้ไดบญแลว … แลวสำรวมจิตสงกระแสจิตทีหนาผาก อุทศสวนกุศล ุ ่ ิเวลาแผเมตตาเอาไวที่ลิ้นป สำรวมอินทรีย หนาที่คอยระวัง นะอุ อุอะมะ อุอะมะ อะอะอุ นะอยตรงไหน เอามาไวตรงไหน จับให ูไดแลวอุทิศไป” “ผมทำมา ๔๐ กวาปแลว ทำไดผล ขอถวายความรเู ปนบุญเปนกุศล ใหทานไดบุญอยางประเสริฐไป จะไดอุทิศใหโยมเขาเขาเปนโรคภัยไขเจ็บ ถาไมเหลือวิสยมันก็หายได” ั คัดยอความจากหนังสือกฎแหงกรรมเลม ๙ เรือง วิธแผเมตตาและอุทศสวนกุศล ่ ี ิ โดย พระธรรมสิงหบุราจารย http://www.jarun.org/v6/th/lrule09p0301.htmlสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๓๓
  29. 29. ถามตอบเรื่องการสวดมนตพิธีกร: กราบนมัสการหลวงพอเจาคะหลวงพอจรัญ: ขอเจริญพรพิธีกร: วันนี้ลูกอยากเรียนถามหลวงพอวาการสวดพุทธคุณหมายความวาอยางไรคะหลวงพอจรัญ: ขอเจริญพรพุทธคุณหมายความวากระไร พุทธคุณมีมานานแลว ไมจำเปนตองกลาวพุทธคุณมันเรียกรวมกันเรียกพุทธคุณถาจะเรียกใหครบถวนก็เรียกวาไตรรัตน รัตนตรัย คือ พระพุทธคุณพระธรรมคุณ พระสังฆคุณ อยูรวมกันเปนพุทธคุณ เปนอำนาจของพุทธคุณ อำนาจของพระพุทธเจา แตทวาสวดพุทธคุณอานิสงสหรืออะไร ี่ ก็ตามมีความหมายยังไง มีความหมายมานานแลวคนไทยชาวพุทธไมไดศึกษา มาทีวดกันเยอะแยะ อาตมาบอกวาโยมไมสบายใจสวดพุทธคุณสิ ่ัธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ สวดพุทธคุณ ยาว.. ยาว... ไมสวดแตเสียใจดวย สรางความดี ยาว... สรางความดีนดเดียว ไปสรางความ ิชัวยาวกวาความดี มันจะไปกันไดหรือ ไปไมได ่ พุทธคุณนีคอคุณพระพุทธเจา เอาคุณพระพุทธเจามาไวในใจ มีมา ่ืนานแลว พระธรรมคุณ ก็หมายความวาเอาธรรมะมาไวในใจ ปฏิบติ ัสังฆคุณ ปฏิบตไดแลว คือสังฆะแปลวาสามัคคี กายสามัคคี จิตสามัคคี ัิมีรูปแบบดีเปนพฤติกรรม แสดงออกประพฤติดีแลว ปฏิบัติชอบแลวก็สอนตัวเองไดสอนคนอื่นตอไปเรียกวาสังฆคุณ พุทธคุณนี่ก็หมายความวาเอาคุณพระพุทธเจา มาไวในใจ คุณพระพุทธเจาคืออะไร มี๓ ประการทุกทาน ๑. พระปญญาคุณ ๒. พระวิสทธิคณ ๓. พระมหากรุณาธิคณ ุ ุ ุ๓๔ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  30. 30. แต ถ า จะตี ค วามให ชั ด เดี๋ ย วจะไม เ ข า ใจ ว า พุ ท ธคุ ณ เนี่ ย คุ ณพระพุทธเจา ปญญาคุณหมายความวาไร คนไทยชาวพุทธไมเขาใจเยอะปญญาเกิด ๓ ทาง ทางที่ ๑ คือ สุตะมยปญญา แปลวาสดับตรับฟง สดับตรับฟงตองมีครรลอง ๕ ประการ ๑. ศรัทธาฟง ๒. สนใจฟง ๓. จดหัวขอไว๔. ทบทวน ๕. ปฏิบตทนทีอยารอรีแตประการใด เกิดปญญาในการฟง ั ิ ัเดียวนีไปฟงเปนนักเรียนก็ตาม ฟงหลับ แลวก็ญาติโยมฟงเทศนกหลับ ๋ ้ ็นี่มันมีศรัทธาฟงไหม ไมสนใจฟงเลย ไมจดหัวขอไว ไมเกิดปญญาในการฟง ๒. ก็ยง ยังไมครรลอง ยังไมเต็มคราบ ยังไมเขาจุด ตองมี ัจินตามยปญญา ตองเอาฟงแลวเนียเอาไปคิดประดิษฐสรางสรรค ริเริม ่ ่ดำเนินงานทันทีอยารอรีแตประการใดถึงจะเกิดปญญา ถาฟงแลวเอาไปทิง ้มันไมเกิดปญญาจะไมไดคดไมไดรเิ ริม จึงเรียกวาความคิด มันเกิดปญญา ิ ่เดียวนีมคนความรมากเปนดอกเตอรกเ็ ยอะ แตไมมความคิดอยู ประการที่ ๋ ้ ี ู ี๓ สประการที่ ๓ ไมได ภาวนามยปญญา สวดมนตไหวพระ สวดมนต ูไหวพระไว แลวก็จะนึกถึงภาวนา เชนเด็กดูหนังสือสามหนเรียกวาภาวนา ดูหนังสือหนเดียวเรียกวาดูหนังสือพิมพทงขวางไป ดูครังทีหนึง ิ้ ้ ่ ่หมายความวา รนเี่ รืองพระเวสสันดร ยกตัวอยาง ดูครังสองซ้ำไปมีกตอน ู ่ ้ ี่มีกี่กัณฑ ดูครั้งที่สามเนื้อหาสาระเปนประการใด นี่เรียกวาภาวนา ภาวนาแปลวาอะไรอีก แปลวา “สวดมนตเปนยาทา วิปสสนาเปน ยากิน” ที่พูดมานานแลว ทำใหมันผุดขึ้นมาเอง และสามารถจะกำจัดความชัวออกจากตัวได จึงเรียกวาบริสทธิ์ ในเมือเกิดบริสทธิแลว บริสทธิ์ ่ ุ ่ ุ ์ ุนีไดมาจากไหน ตีความตอไป คนจะบริสทธิไดกไมเปนคนหละหลวม ่ ุ ์ ็เหลาะแหละเหลวไหลขึนหวยลงเขา คนบริสทธินจะ คนมีจริงจัง จริงใจ ้ ุ ์ ี่ตอตัวเอง จริงใจตอคนอื่นเขา เรียกตีครรลองเปนธรรมะใหเด็กเขาใจสวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๓๕
  31. 31. สัจจะ เมตตา สามัคคี มีวนย ถึงจะบริสทธิได ถาไมมหลักสีประการ ิ ั ุ ์ ี ่เปนการรับรองแลว คนนันไมบริสทธิและคนบริสทธิแลวทีมกจะมีเมตตา ้ ุ ์ ุ ์ ่ ัเรียกวาพระมหากรุณาธิคณของพระพุทธเจา นีเ่ รียกวาพุทธคุณ นีเ่ อามา ุไวในใจ อยางนี้ไง และธรรมคุณก็เชนเดียวกัน พอมีพุทธคุณซะแลวธรรมคุณมาเอง มีธรรมะมาเอง พอธรรมะมีแลวพระสงฆมาเลยเรียกวาพระรัตนตรัย ขอเจริญพร อยางนี้ความหมาย ขอเจริญพรพิธกร: ประเด็นถัดมานะคะ สวดพาหุงฯ นะคะ มีความเกียวเนืองกัน ี ่ ่ยังไงคะ ที่หลวงพอใหอุบาสกอุบาสิกาที่นี่สวดพาหุงฯหลวงพอจรัญ: ขอเจริญพร ดีแลว ถามนีดแลวคนไมเขาใจเยอะ แลวไป ่ีสวดอยางอื่นกันลามปาม พาหุงมหากาฯ มันบทติดตอกัน พาหุงฯเนียมันมีมานานแลว แตเราก็ไมทราบตนเหตุสาเหตุทมนมาจากไหน ก็มี ่ ี่ ัในหนังสือสวดมนตกเ็ ยอะแยะ คนเปดขามหญาปากคอกแท ๆ พาหุงมหากาฯก็แปลวาพระพุทธเจาพิชิตมาร เรียกวาปางมารวิชัย ผจญมารมา ๘ บทอยูในนั้นเลยไปดูเอาหาดูได ผจญมาร พระพุทธเจา ชนะมารแลวเรียกวาพาหุงมหากาฯ มหากาแปลวาอะไร ชยันโตโพธิยาฯ ใชไหมสุนกขัตตัง สุมงคะลัง ทำดีตอนไหนไดตอนนัน “ฤกษ” จึงเอามานิยม ั ั ้สวดมนตดวยการเจิมปาย และก็เปดสำนักงานและก็วางศิลาฤกษ หมาย ความวา (๑.) ฤกษคออากาศดี (๒.) ยามแปลวาเวลาวาง ๓. เครืองพรอม ื ่ที่จะดำเนินงานไดทันทีอยารอรีแตประการใด ถึงไดเริ่มดำเนินงานใด ๆเรียกวามหากาฯ พาหุงฯ บทนี้คือพระพุทธเจาเรากอนจะสำเร็จสัมโพธิญาณพระองคผจญมารมาก มารมาผจญกับพระองคมากมาย ใชวาอธิบายทุกบททุกขอ มันมี ๘ ขอ แตจะเสียเวลามากจะไมสามารถจะจบในที่นี้ไดขอใหทานสาธุชนทั้งหลายไปดูเอาในหนังสือสวดมนตแปลในพาหุงมหากาฯ หรือ เรียกวาฎีกาพาหุงฯ นี่อยางนี้เปนตน๓๖ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ
  32. 32. แสดงวาพระพุทธเจานังหลับตาก็ไปสมาร ไปตอสกบมาร “มาร ่ ู ูัไมมบารมีไมเกิด ประเสริฐไมได” พระองคผจญมารมาครบแลวชนะรวด ีชนะรวดเรียกวาพาหุงฯ นี่ เรามีมานานแลวแตคนนะ ไมสวดกัน ตนสายปลายเหตุมาจากไหนเดียวคอยถามทีหลัง บางคนไมรจริง ๆ พาหุงมหากาฯ ๋ ูไมรเู ลย หญาปากคอกแท ๆ ขามไปหมด เราเนีย..เราเกิดมาเนียขอฝาก ่ ่ทานนุ.. โยมดวยวา มารไมมี บารมีไมเกิด คนเกิดมาเนียสรางความดีตอง่ มีอปสรรค ถาเปนความชัวจะไมมอปสรรค มันจะไหลไปเลยนะ จะไหล ุ ่ ีุไปเลยนะ คนเราเนี่ยไมตีความ ความชั่ว นี่มันก็ไหลไปเลยไมมีใครมาขัดคอ ถาหากวาทานด็อกเตอรสรางความดีปบมีคนขัดคอ มีมารผจญแลว ตองสมารตอไปคือขันติ ขันติความอดทนอดกลัน อดออมประนีประนอม ู ้ยอมความ ตองตรากตรำลำบาก อดทนตอการทำงาน อดทนตอความเจ็บใจในสังคมดวย นีถงจะพนเรียกวาพระพุทธเจาพนมาร แลวก็ทานเขา ่ึ สมาธิเดี๋ยวสาธิตใหดู นั่งสมาธิหลับตามารมารอบดาน มาทุกอยางเลยจิญจมาณวิกาก็หาวาพระพุทธเจาทองกับเขา ทานก็ไมวา เอาแผเมตตาดวย การสวดพาหุงฯ นี่ ทานก็สวดไปสวดมาชนะ ชนะแลวเนี่ย ชนะแลวสะดงมาร เรียกวาชนะเรียกปางมารวิชย เนียปางมารวิชยชนะมารได นี่ ุ ั ่ ับทนีชนะมาร ถาบานสาธุชนไดสวดแลวชนะมาร มารไมมบารมีไมเกิด ้ ีถาคนไหนไมมมาร คนนันไมมบารมีนะ นีขอใหทานทังหลายไปตีความ ี ้ ี ่  ้เอาเอง เพราะเวลามันจำกัด นี่พาหุงมหากาฯ เปนอยางนี้ ขอเจริญพรพิธกร: ทำยังไงคะ ทีจะสวดมนตไมวาจะเปนพุทธคุณก็ดนะคะ พาหุงฯ ี ่  ีก็ดี มหาการุณโกฯ ก็ดี ใหเปนอานิสงสกบตัวของเราคะ ิ ัหลวงพอจรัญ: เพราะงั้นตองมีศรัทธา..ตองมีความเชื่อความเลื่อมใสในการสวด ถึงจะเปนอานิสงสในศรัทธาของเขากอน แตบางคนเนียนะ.. ่ตางชาติตางภาษา เขาไมเขาใจเลย ถาสวดไปนาน ๆ จะรเู องนะ ถาเกิด สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ ๓๗
  33. 33. สมาธิจะรวาเนียแปลวากะไร มีคนทำไดเยอะ แตคนเราสวดจิม ๆ จ้ำ ๆ ู ่ ้ไปมันจะไดอะไร บางคนเนียรวาสวดพุทธคุณ สวดมนตละก็ดี สวดไป ่ ู มันก็ไมดเี พราะอะไร จิตไมถง เขาไมถงธรรมะ ถาจิตมีศรัทธาเลือมใส ึ ึ ่สวดใหมนเขาถึง ๑. เขาถึง ๒. จะซึงใจ ๓. จะใฝดี ๔. จะมีสจจะ ั ้ ัพูดจริงทำจริงเลยเนี่ยนะออกมาชัดเลย นี่อานิสงส มีสัจจะ แลวก็จะมีกตัญูกตเวทิตาธรรม รูหนาที่การงานของตน นี่สวดเขาไมถึงเนี่ยมันจะไปรไดยงไงจะซึงใจไหม ไมมศรัทธาเลยสวดจิม ๆ จ้ำ ๆ เหมือนพอคา ู ั ้ ี ้แมคาไปแลกเปลี่ยนของในตลาดกันไดเปนธุรกิจ การสวดมนตไมใชนักธุรกิจ สวดมนตเนียตองการใหระลึกถึงตัวเอง มีสติสมปชัญญะใหสวด ่ ัเขาไปสวดไป พอถึงจิตถึงใจแลว เหมือนอยางเนียยกตัวอยาง เขายังทอง ้ไมได อานไปยังไมเปนสมาธิ อานไปอานใหดง ๆ คลองปาก พอคลอง ัปากแลวก็คลองใจ พอคลองใจแลวติดใจแลวมันก็เกิดสมาธิ นี.่ . พอเกิดสมาธิจิตก็ถึง พอถึงหนักเขาแลวจะซึ้งใจ พอซึ้งใจแลว.. ซึ้งธรรมซึ้งธรรมะมันจะใฝดีพิธกร: ที่วาจิตเปนสมาธินี่ก็คือวา จิตเปนหนึ่ง ีหลวงพอจรัญ: จิตเปนหนึ่ง นั่นเอกัตคตา ถาหากวาจิตยังวุนวายหรืออะไร สวดมังแลวก็ไปทำงานบางไมไดผล ่พิธีกร: ในลักษณะนี้หลวงพอขา การที่สวดมนตเนี่ยนะคะพอจิตเปนหนึ่งแลวเนี่ยก็มีคุณคาเทากับทำสมาธิเหมือนกันหลวงพอจรัญ: ใชได ใชได นี่คือสมาธิ การสวดมนตเปนยาทาวิปสสนาเปนยากิน ทาไปกอน สวดไปกอน สวดแลวเนี่ยมันซึ้งใจจะเปนตางชาติ ตางภาษา คนจีนหรือคนฝรังเขานิยมเนีย เขาสวดโดยไม ่ ่รเู รือง แตสวดไปสวดไปเกิดสมาธินะสิ เกิดสมาธิเกิดจิตสำนึกเกิดหนาที่ ่ ๓๘ สวดมนต ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพอจรัญ

×