Week 5 scale_and_measurement

  • 599 views
Uploaded on

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
599
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
3
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. เอกสารประกอบการสอน วิชา 427-302 Methods of Social Sciences Research เรื่อง ตัวชี้วัดและมาตราการผันแปรของตัวแปร
  • 2. 1. ความหมายของ สถิติ 1.1 ข้อมูลสถิติ หมายถึง ตัวเลขแทนข้อเท็จจริง 1.2 สถิติศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์เกี่ยวกับวิธีการที่ใช้ในการศึกษาข้อมูล / ระเบียบวิธีทางสถิติ ประกอบด้วย - วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล - การนำเสนอข้อมูล - การวิเคราะห์ข้อมูล - การตีความหมายข้อมูล
  • 3. 1.3 ค่าสถิติ หมายถึง ค่าตัวเลขที่คำนวณได้จากกลุ่มตัวอย่าง (Sample Data) 1.4 วิชาสถิติ หมายถึง วิชาวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีเนื้อหาและรากฐานมาจากวิชาคณิตศาสตร์ และตรรกวิทยา
  • 4. 2. นิยามศัพท์ 2.1 ประชากร (Population or Universe) หมายถึง ส่วนทั้งหมดของทุกหน่วยที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่เราต้องการศึกษา 2.2 กลุ่มตัวอย่าง (Sample) หมายถึง ส่วนหนึ่งของประชากรที่ถูกสุ่มหรือเลือกขึ้นมาใช้ในการศึกษาแทนประชากร
  • 5. 2.3 ค่าพารามิเตอร์ (Parameters) เป็นค่าที่คำนวณได้จากข้อมูลประชากร (Population Data) เช่น  , ,  เป็นต้น 2.4 ค่าสถิติ (Statistic) เป็นค่าที่คำนวณได้จาก ข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง (Sample Data) เช่น X, S.D., r เป็นต้น
  • 6. 3.1 สถิติเชิงบรรยาย (Descriptive Statistics) 3. ประเภทของสถิติ 3.2 สถิติเชิงสรุปอ้างอิง (Inferential or Inductive Statistics)
  • 7. มุ่งศึกษาหาคำตอบเชิงตัวเลขเพื่อบรรยายลักษณะ ข้อมูลหรือการแจกแจงข้อมูลเฉพาะของประชากร หรือกลุ่มตัวอย่างตามข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้ โดย ไม่นำไปใช้อธิบายหรือสรุปอ้างอิง ไปยังประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ 3.1 สถิติเชิงบรรยาย (Descriptive Statistics)
  • 8. ประกอบด้วย 3.1.1 การแจกแจงความถี่ 3.1.2 การจัดตำแหน่งเปรียบเทียบ เช่น แสดงความถี่ ร้อยละ สัดส่วน อัตราส่วน เปอร์เซนต์ไทล์ 3.1.3 การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง 3.1.4 การวัดการกระจาย 3.1.5 การวัดการแจกแจง เช่น ความโด่ง ความเบ้ 3.1.6 การวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร
  • 9. ข้อควรคำนึงในการเลือกใช้สถิติบรรยาย ต้องคำนึงถึงสเกลการวัดของข้อมูล (Scale of measurements) หรือคุณลักษณะพื้นฐานของค่าตัวเลขที่ได้จากการวัด เพื่อเลือกใช้สูตรให้ตรงตามข้อตกลง และการแปลความหมายให้ถูกต้อง
  • 10. มุ่งศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง (Sample Data) เพื่อประมาณ (estimate) คาดคะเน (prediction) สรุปอ้างอิง (generalization) หรือนำสู่การตัดสินใจ (reaching decision) ไปยังประชากรเป้าหมาย 3.2 สถิติเชิงสรุปอ้างอิง (Inferential or Inductive Statistics)
  • 11. ประกอบด้วย 3.2.1 ทฤษฎีความน่าจะเป็นและการสุ่มตัวอย่าง (Probability Sampling Techniques) 3.2.2 การประมาณค่าของประชากร (Estimation) 3.2.3 การทดสอบสมมติฐาน (Testing of Hypotheses)
  • 12.
    • ข้อควรคำนึงในการเลือกใช้สูตรสถิติอ้างอิง
      • คุณสมบัติเบื้องต้นของข้อมูล
      • ขนาดกลุ่มตัวอย่าง
      • วิธีการสุ่มตัวอย่าง
      • จำนวนของกลุ่มตัวอย่าง เช่น 1, 2, 3 กลุ่ม หรือมากกว่า
      • ลักษณะการเป็นอิสระต่อกันของข้อมูล
      • จำนวนตัวแปรในแต่ละการแจกแจง ลักษณะการแจกแจงของประชากร
  • 13. 4.1 วางแผนการวิจัย 4. ขั้นตอนการวิจัย 4.3 เสนอผลการวิจัย 4.2 ดำเนินการวิจัย
  • 14. 1) สังเกตสภาพปัญหาและกำหนดแนวทางหัวข้อวิจัย 2) ค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเขียนโครงร่าง - กำหนดประเด็นปัญหาการวิจัย - กำหนดกรอบแนวคิดของการวิจัย 3 ) ตั้งสมมติฐานเพื่อการวิจัย 4) ออกแบบการวิจัย (Research Design) - ออกแบบการสุ่มตัวอย่าง - ออกแบบเครื่องมือวัดตัวแปร - ออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ 4.1 วางแผนการวิจัย
  • 15. 1) สร้างเครื่องมือและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ 2 ) เก็บรวบรวมข้อมูล 3) วิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมาย 4.2 ดำเนินการวิจัย 1) สรุปผลการวิจัย 2) รายงานผลการวิจัย - เขียนรายงานการวิจัย - เสนอผลการวิจัย 4.3 เสนอผลการวิจัย
  • 16. 5.1 ช่วยในการวางแผนการสำรวจและการทดลอง 5.2 ช่วยการออกแบบการวิเคราะห์และทำการวิเคราะห์ข้อมูล 5.3 ช่วยการสรุปผลที่น่าเชื่อถือ 5.4 ช่วยในการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน 5. ประโยชน์ของสถิติ
  • 17. 6.1 ความหมาย ตัวคงที่ (Constant) หมายถึง สิ่งที่มีค่าคงตัวแน่นอนตลอดเวลา ตัวแปร (Variable) หมายถึง คุณลักษณะร่วมกันของหน่วยที่ได้จากการสังเกต โดยคุณลักษณะ ดังกล่าวมีความผันแปรไปตามหน่วย (unit) และเวลา (time) 6. ตัวแปร
  • 18. 6.2.1 แบ่งตามความเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน 1) ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) หมายถึง ตัวแปรที่เกิดขึ้นก่อนและเป็นเหตุของตัวแปรอื่น 2) ตัวแปรตาม (Dependent Variable) หมายถึง ตัวแปรที่เกิดขึ้นตามมาและถือว่าเป็นผลจากตัวแปรอื่น 6.2 ประเภทของตัวแปร
  • 19. 6.2.2 แบ่งตามการจัดกระทำ 1) ตัวแปรที่สามารถจัดกระทำได้ (Active Variable) หมายถึง ตัวแปรที่ผู้วิจัยสามารถดำเนินการให้มีการแปรค่าตามที่ต้องการได้ 2) ตัวแปรที่ไม่สามารถจัดกระทำได้ (Attribute Variable) หมายถึง ตัวแปรที่ผู้วิจัยไม่สามารถสร้างลักษณะนั้นขึ้นมาได้ เป็นคุณลักษณะภายในของตัวแปรนั้นอยู่แล้ว เช่น เพศ เชื้อชาติ สีผิว เป็นต้น 6.2 ประเภทของตัวแปร ( ต่อ )
  • 20. 6.2.3 แบ่งตามภาวะแทรกซ้อน ตัวแปรแทรกซ้อน (Extraneous Variables) เป็นตัวแปรอิสระที่ไม่อยู่ในข่ายของการศึกษาแต่มีผลต่อตัวแปรตามที่มุ่งศึกษา แบ่งเป็น 6.2 ประเภทของตัวแปร ( ต่อ )
  • 21. 1) ตัวแปรปรับ (Moderator Variable) 6.2 ประเภทของตัวแปร ( ต่อ ) ตัวแปรที่มีปฏิสัมพันธ์กับตัวแปรอิสระ โดยที่ตัวแปรอิสระจะส่งผลต่อตัวแปรตามแตกต่างกันไปตามระดับของตัวแปรปรับ X Y Z
  • 22. 2) ตัวแปรสอดแทรก (Intervening Variable) 6.2 ประเภทของตัวแปร ( ต่อ ) ตัวแปรแทรกเข้ามาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ถ้าตัวแปรสอดแทรกไม่ปรากฏขึ้น ตัวแปรอิสระอาจไม่ส่งผลต่อตัวแปรตามเลย X Z Y
  • 23. 3) ตัวแปรกดดัน (Suppressor Variable) 6.2 ประเภทของตัวแปร ( ต่อ ) ตัวแปรที่กดดันให้ตัวแปรอิสระมีผลต่อตัวแปรตาม หากไม่นำตัวแปรกดดันมาศึกษาด้วย จะไม่พบอิทธิพลของตัวแปรอิสระที่มีต่อตัวแปรตาม Z X Y
  • 24.
      • มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale) จัดประเภท ไม่มีความหมายเกี่ยวกับลำดับด้านปริมาณ
      • มาตราจัดอันดับ (Ordinal Scale) แสดงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันของสิ่งต่างๆ โดยคำนึงถึงการจัดลำดับหรือตำแหน่ง
      • มาตราช่วงหรืออันตรภาค (Interval Scale) มีระยะห่างระหว่างหน่วยของสเกลที่ใช้วัดเท่ากัน ไม่มีศูนย์แท้ แต่สามารถนำค่าที่ได้มาบวก ลบ คูณ หาร กันได้
      • มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale) มีคุณสมบัติพื้นฐานเหมือนมาตราอัตราภาคและมีจุดเริ่มต้นจากศูนย์ที่แท้จริง
    6.3 มาตราการวัด (Measurement Scale)
  • 25. 7. ข้อมูล 7. 1 ความหมาย 7. 2 ประเภท 7. 3 แหล่งที่มาของข้อมูล 7. 4 การประมวลผลข้อมูล 7. 5 คุณสมบัติของข้อมูลที่ดี
  • 26. 7. 1 ความหมายของข้อมูล ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริง (fact) เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจ แบ่งเป็น 1) ข้อเท็จจริงที่เป็นตัวเลข ได้แก่ ค่า จำนวนหรือปริมาณของสิ่งที่เราสนใจ 2) ข้อเท็จจริงที่ไม่ใช่ตัวเลข ได้แก่ ลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งที่เราสนใจ
  • 27. 7. 2 ประเภทของข้อมูล
      • แบ่งตามลักษณะการจัดกระทำต่อข้อมูล 1.1 ข้อมูลดิบ (Raw Data) ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวม ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการจัดกระทำหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น 1.2 ข้อมูลจัดกลุ่ม (Groupped Data) ข้อมูลที่ผ่านระบบการจัดกระทำเกี่ยวกับข้อมูล เพื่อทำให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นหมวดหมู่
  • 28. 7. 2 ประเภทของข้อมูล ( ต่อ ) 2. แบ่งตามคุณลักษณะของข้อมูล 2.1 ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) ข้อมูลที่อยู่ในลักษณะของตัวเลข 2.2 ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) ข้อมูลที่บรรยายลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งที่เราสนใจ ไม่อยู่ในลักษณะของตัวเลข
  • 29. 7. 2 ประเภทของข้อมูล ( ต่อ ) 3. แบ่งตามความเป็นตัวแทนของข้อมูล 3.1 ข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง (Sample Data) ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จากกลุ่มตัวอย่าง 3.2 ข้อมูลประชากร (Population Data) ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จากทุกหน่วยของประชากร ผลที่ได้จึงเป็นค่าที่ถูกต้องแท้จริง
  • 30. 7. 3 แหล่งที่มาของข้อมูล
      • แหล่งข้อมูล 1.1 แหล่งปฐมภูมิ (Primary Source) เป็นแหล่งต้นกำเนิดของข้อมูลโดยตรง 1. 2 แหล่งทุติยภูมิ (Secondary Source) เป็นแหล่งที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอาไว้แล้ว แบ่งเป็น - แหล่งที่มีการพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ - แหล่งที่ไม่ได้จัดพิมพ์เผยแพร่ แต่บันทึกไว้ใน รูปแบบต่างๆ
  • 31. 7. 3 แหล่งที่มาของข้อมูล ( ต่อ ) 2. การตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทุติยภูมิ 2.1 ความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ 2 .2 ความเพียงพอและความครอบคลุม 2.3 ความเชื่อถือได้
  • 32. 7. 4 การประมวลผลข้อมูล ความหมาย กระบวนการจัดกระทำต่อข้อมูลดิบให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมาย กระชับ อันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้หรือเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ รับทราบ
  • 33. กระบวนการประมวลผลข้อมูล ข้อมูลดิบ สารสนเทศ กระบวนการประมวลผล - จัดประเภท - เรียงลำดับ - คำนวณ - บันทึกผล - สรุปผล
  • 34. กระบวนการประมวลผลข้อมูล 5 ขั้นตอน 1. ศึกษาข้อมูลดิบ (Data Origination) 2. เตรียมข้อมูล (Data Input) 3. จัดกระทำข้อมูล (Data Manipulation) - จัดประเภท - เรียงลำดับ - คำนวณ - บันทึกผล - สรุปผล 4. ได้ผลผลิต (Data Output) 5. เก็บรักษาระบบข้อมูล (Data Storage)
  • 35. 7.5 คุณสมบัติของข้อมูลที่ดี 1) ถูกต้องแม่นยำ (accuracy) 2) สมบูรณ์ครบถ้วน (completeness) 3) กระทัดรัด (conciseness) 4) ทันเวลา (timeliness) 5) ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ (relevancy)
  • 36. 8. ระเบียบวิธีทางสถิติ 8. 1 การเก็บรวบรวมข้อมูล (Collection of data) 8.2 การจัดระบบนำเสนอข้อมูล (Organization of data) 8.3 การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis of data) 8.4 การตีความหมายข้อมูล (Interpretation of data)
  • 37. 8 .1 การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการเก็บรวบรวมผลที่ได้จากการวัดหรือการนับ โดยอาจจะแจงนับเองหรือเก็บรวบรวมจากที่ผู้อื่นบันทึกไว้แล้ว ดังนั้นการเก็บข้อมูลจึงมาจาก 2 แหล่ง ได้แก่ - แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ - แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ
  • 38. 8.2 การจัดระบบและนำเสนอข้อมูล เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมมาจัดระเบียบเป็นกลุ่มหรือเป็นพวก เพื่อสะดวกแก่การนำเสนอข้อมูลหรือการวิเคราะห์ข้อมูล วิธีนำเสนอข้อมูลทำได้ดังนี้ - นำเสนอแบบข้อความ - นำเสนอแบบตาราง - นำเสนอแบบกราฟแท่ง (Bar chart) - นำเสนอแบบกราฟเส้น (Broken-line graph) - นำเสนอแบบกราฟวงกลม (Pie chart)
  • 39. 8 .3 การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ตอบจุดประสงค์หรือสมมติฐานในการศึกษา 8.4 การตีความหมายข้อมูล เป็นการนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลมาแปลผลหรือ ตีความหมาย เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด