สัปดาห์ที่ 1 การเรียนทฤษฎีสังคมวิทยา
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

สัปดาห์ที่ 1 การเรียนทฤษฎีสังคมวิทยา

on

  • 3,042 views

 

Statistics

Views

Total Views
3,042
Views on SlideShare
3,042
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
15
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment
  • Learning ใน 7 ขั้นตอนเป็นการเรียนรู้ว่าความรู้ที่กำหนดนั้นเป็นความรู้ที่ต้องการหรือไม่

สัปดาห์ที่ 1 การเรียนทฤษฎีสังคมวิทยา Presentation Transcript

  • 1. สัปดาห์ที่ 1 เอกสารประกอบการสอน วิชา 427-303 Sociological Theories ภาคเรียนที่ 1/2553 เรื่อง การเรียนทฤษฎีสังคมวิทยา
  • 2. วิชา 427-303 ทฤษฎีทางสังคมวิทยา (Sociological Theory) จำนวน 3 หน่วยกิต ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2553
  • 3. คำอธิบายรายวิชา หลักเบื้องต้นในการวิเคราะห์และทดสอบทฤษฎีเชิงวิทยาศาสตร์ เลือกศึกษาแนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาบางสำนักทั้งยุคคลาสสิกและปัจจุบัน เช่น ทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่ ทฤษฎีความขัดแย้งและทฤษฎีสัมพันธ์สัญลักษณ์
  • 4. วัตถุประสงค์รายวิชา (Objectives) 1. เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจหลักการสร้างสมมติฐานเชิงทฤษฎีและแนวทางในการทดสอบทฤษฎีสังคมวิทยา 2. เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจทฤษฎีทางสังคมวิทยาระดับพื้นฐาน
  • 5. 1 . 1. ธรรมชาติขององค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์เน้นสังคมวิทยา 2. ปัญหาว่าด้วยองค์ความรู้ 3. ภูมิหลังแห่งภูมิปัญญาของมนุษยชาติ 4. พัฒนาการองค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์เน้นสังคมวิทยา 5. ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับสังคมศาสตร์
  • 6. 2-3. 1. กระบวนทัศน์ทางสังคมวิทยา : กระบวนทัศน์แบบพหุลักษณ์ ประกอบด้วย กระบวนทัศน์ 1) แบบหน้าที่นิยม 2) แบบวิวาทลักษณ์ และ 3) แบบพฤติกรรมจิตวิทยาสังคม 2. ความรู้เบื้องต้นโดยสังเขปเกี่ยวกับทฤษฎีความขัดแย้ง , หน้าที่นิยมและสัมพันธ์สัญลักษณ์นิยม 3. ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีและการวิจัยทางสังคมวิทยา
  • 7. 4-5. 1. นิยามทฤษฎีสังคมวิทยา 2. หน้าที่หรือวัตถุประสงค์ของทฤษฎีสังคมวิทยา 3. โครงสร้างทฤษฎีสังคมวิทยาซึ่งประกอบด้วย 3.1 กระบวนทัศน์ 3.2 แนวคิดหรือจินตภาพ 3.3 ตัวแปร 3.4 ประพจน์หรือข้อความเสนอ 3.5 ทฤษฎี : การตั้งทฤษฎีด้วยหลักการแห่งความสัมพันธ์เชิงเหตุหรือซิลโลจิสม์
  • 8. 6. 1. รูปแบบทฤษฎีสังคมศาสตร์เน้นสังคมวิทยา 1.1 รูปแบบประมวลกฎหรือสัจพจน์ 1.2 ทฤษฎีแบบกระบวนการเชิงสาเหตุ 1.3 ทฤษฎีแบบจัดหมวดหมู่หรือ แทกโซโนมี 2. การตรวจสอบทฤษฎีสังคมวิทยา (verification) 3. การแก้ไขและปรับปรุงทฤษฎี (modification)
  • 9. 7. ทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของ ออกุส กองต์ 1. ภูมิหลังทางสังคมและภูมิปัญญาที่มีอิทธิพลต่อ กองต์ 2. กระบวนทัศน์ทางสังคมวิทยา : กระบวนทัศน์แบบองค์รวม (holism) 3. วิธีวิทยาการศึกษาทางสังคมวิทยา : ปฏิฐานนิยม 4. สังคมสถิตและการบูรณาการทางสังคม 5. สังคมพลวัตและขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม
  • 10. 8-9. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของเดอร์ไคม์ 1. ภูมิหลังทางสังคมและภูมิปัญญาของเดอร์ไคม์ 2. กระบวนทัศน์ทางสังคมวิทยา : หน้าที่นิยม 3. วิธีวิทยาทางสังคมวิทยา เน้นระเบียบวิธีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 4. โครงสร้างและหน้าที่ทางสังคม 5. บูรณาการทางสังคมภาวะไร้ปทัสถาน 6. การเปลี่ยนแปลงทางสังคม 7. อัตวินิบาตตกรรม สอบกลางภาค
  • 11. 10-11. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของ คาร์ล มาร์กซ์
  • 12. 12-13. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของเวเบอร์ภูมิหลังทางสังคมและทางปัญญาของเวเบอร์ 1. ภูมิหลังทางสังคมและทางปัญญาของเวเบอร์ 2. กระบวนทัศน์แบบแย้งปฏิฐานนิยม (antipositivism) 3. วิธีวิทยาการศึกษาทางสังคมศาสตร์ : (Verstehen) 4. พฤติกรรมทางสังคม (Social action) และการจัดระเบียบทางสังคม ( รูปนัยและอรูปนัย ) เน้นระบบราชการ 5. สังคมกับศาสนา 6. สังคมกับรัฐ
  • 13. 14. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาในยุคปัจจุบัน 1. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของ พาร์สันส์ หน้าที่นิยม ( บูรณาการหรือสมานลักษณ์นิยม ) 2. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาตามทัศนะของ ดาห์เรนดอร์ฟ : ทฤษฎีความขัดแย้ง ( วิวาทลักษณ์เนื่องเพราะอำนาจ )
  • 14. 15. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยา กลุ่ม Exchange Theory กลุ่ม Symbolic Interaction 16. แนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยา กลุ่ม Phenomenology and Ethnomethodology
  • 15. 17. Grand Theories ทั้ง 5 : เปรียบเทียบ แนวคิด พัฒนาการ จากยุค classics ถึง ปัจจุบันและความสัมพันธ์กับแนวคิดหลังสมัยใหม่
  • 16. [email_address] http://gotoknow.org/blog/jmanop ชื่อ ทฤษฎีสังคมวิทยา
  • 17.
    • Term papers มี 2 ชิ้น ผู้เรียนต้องจัดการเรียนรู้
    • งานกลุ่ม
    • งานเดี่ยว
  • 18. topic
    • functional
    • conflict
    • symbolic
    • exchange
    • phenomenology
    ส่งเป็นผลงาน กระบวนการเรียนรู้ กลุ่มนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ Knowledge management ค้นคว้า ทบทวน จากที่เรียนมา คำแนะนำจากผู้สอน Review จากผลการศึกษา วิจัย ทฤษฎีระดับกลาง (Middle Range Theories) Empirical generalization
  • 19. แบ่งทฤษฎี เป็น 3 ช่วงเวลา ยุคคลาสสิค ยุคร่วมสมัย ยุคหลังสมัยใหม่
  • 20. ความรู้มี 2 ประเภท 1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) 2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
  • 21. 1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือ สัญชาตญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือ การคิดเชิงวิเคราะห์ บางคนจึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม
  • 22. 2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่างๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม
  • 23. กระบวนการของความรู้
    • Tacit Knowledge ปัญญา
    • การตัดสินใจ คุณค่า
    • ประสบการณ์ที่ผ่านมา ความรู้
    • ความตระหนัก ความตระหนัก
    • Explicit Knowledge สารสนเทศ
    • เหตุการณ์ ข้อมูล สัญลักษณ์
  • 24. Externalization Internalization Combination การ จัดการ ความรู้ คือการ สร้าง “ เกลียวความรู้ ” ให้เกิดขึ้นเพื่อนำมาใช้ แก้ปัญหา / พัฒนางาน ความรู้ หมุนเวียนเคลื่อนที่ ได้ ตามกระบวนการ SECI หรือ Knowledge Spiral ของ Nonaka Tacit Tacit Socialization Explicit Explicit
  • 25. ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล สารสนเทศ ความรู้และปัญญา ปัญญา Knowledge Information Data Wisdom
  • 26. กระบวนการจัดการความรู้ ( Knowledge Management Process) 1. การบ่งชี้ความรู้ ( Knowledge Identification) 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ ( Knowledge Creation and Acquisition) 3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ ( Knowledge Codification and Refinement) 5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) 6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) 7. การเรียนรู้ (Learning) เราต้องมีความรู้เรื่องอะไร เรามีความรู้เรื่องนั้นหรือยัง ความรู้นั้นทำให้เกิดประโยชน์กับองค์กรหรือไม่ ทำให้องค์กรดีขึ้นหรือไม่ มีการแบ่งปันความรู้ให้กันหรือไม่ เรานำความรู้มาใช้งานได้ง่ายหรือไม่ ความรู้อยู่ที่ใคร อยู่ในรูปแบบอะไร จะเอามาเก็บรวมกันได้อย่างไร จะแบ่งประเภท หัวข้ออย่างไร จะทำให้เข้าใจง่ายและสมบูรณ์อย่างไร
  • 27. กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process) เป็นกระบวนการแบบหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงขั้นตอนที่ทำให้เกิดกระบวนการจัดการความรู้ หรือพัฒนาการของความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน
  • 28. 1. การบ่งชี้ความรู้ ( Knowledge Identification) เช่นพิจารณาว่า วิสัยทัศน์ / พันธกิจ / เป้าหมาย คืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราจำเป็นต้องรู้อะไร , ขณะนี้เรามีความรู้อะไรบ้าง , อยู่ในรูปแบบใด , อยู่ที่ใคร
  • 29. 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ ( Knowledge Creation and Acquisition) เช่น การสร้างความรู้ใหม่ , แสวงหาความรู้จากภายนอก , รักษาความรู้เก่า , กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว
  • 30. 3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) เป็นการวางโครงสร้างความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้ อย่างเป็นระบบในอนาคต
  • 31. 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ ( Knowledge Codification and Refinement) เช่นปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐาน , ใช้ภาษาเดียวกัน , ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์
  • 32. 5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้นั้นเข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), Web board , บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
  • 33. 6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) ทำได้หลายวิธีการ โดยกรณีเป็น Explicit Knowledge อาจจัดทำเป็น เอกสาร , ฐานความรู้ , เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือกรณีเป็น Tacit Knowledge อาจจัดทำเป็นระบบ ทีมข้ามสายงาน , กิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม , ชุมชนแห่งการเรียนรู้ , ระบบพี่เลี้ยง , การสับเปลี่ยนงาน , การยืมตัว , เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น
  • 34. 7. การเรียนรู้ (Learning) ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่นเกิดระบบการเรียนรู้จาก สร้างองค์ความรู้ > นำความรู้ไปใช้ > เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนื่อง
  • 35. แนวคิดเรื่อง KM เรียนรู้ / ยกระดับ รวบรวม / จัดเก็บ นำไปปรับใช้ เข้าถึง / ตีความ ความรู้เด่นชัด Explicit Knowledge ความรู้ซ่อนเร้น Tacit Knowledge สร้าง / ยกระดับ มีใจ / แบ่งปัน เรียนรู้ร่วมกัน เน้น “ 2T” Tool & Technology เน้น “ 2P” Process & People create/leverage care & share access/validate capture & learn store apply/utilize
  • 36. KM ส่วนใหญ่ ไป “ ผิดทาง” ให้ความสำคัญกับ “ 2P” People & Processes ให้ความสำคัญกับ “ 2T” Tool & Technology อย่าลืมว่า ต้อง “สมดุล”
  • 37.
    • KM Model “ ปลาทู ”
    • Knowledge Vision (KV)
    • Knowledge Sharing (KS)
    • Knowledge Assets (KA)
    KV KS KA แนวทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้ “ไม่ไปผิดทาง” ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision Knowledge Sharing ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) Knowledge Assets ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง” สร้างพลังจาก CoPs
  • 38. ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ ทำ KM ไปเพื่ออะไร ” ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “ หัวใจ ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง ” สร้างพลังจาก CoPs TUNA Model Knowledge Sharing (KS) Knowledge Vision (KV) Knowledge Assets (KA)
  • 39.
    • TUNA Model ( T hai – UNA ids Model ) เป็นการมองประเด็นของการจัดการความรู้อย่างง่าย ๆ โดยแบ่งได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
    • 1) Knowledge Vision (KV) เป็นส่วนที่ต้องตอบให้ได้ว่าทำการจัดการความรู้ไปเพื่ออะไร
    • 2) Knowledge Sharing ( KS) เป็นส่วนที่สำคัญมากเพราะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเวทีจริง และเวทีเสมือนเช่นผ่านเครือข่าย Internet
    • 3) Knowledge Assets (KA) เป็นส่วนขุมความรู้ที่ทำให้มีการนำความรู้ไปใช้งานและมีการต่อยอดยกระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ
    ดร . ประพนธ์ ผาสุขยืด
  • 40. ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) จาก KV สู่ KS ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS)
  • 41. ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง” สร้างพลังจาก CoPs จาก KS สู่ KA ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) Knowledge Assets (KA)
  • 42. ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “ สะบัดหาง” สร้างพลังจาก CoPs จาก KS สู่ KA ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) Knowledge Assets (KA)
  • 43. สิบเรื่องสำคัญที่สุดที่จะต้องรู้ หารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากที่ไหน เอามาปรับใช้ได้อย่างไร ควรปรึกษาใคร ขุมความรู ้ (Knowledge Asset) เรื่อง …… .. เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม สรุป เพิ่ม สรุป บทเรียน
  • 44. ..... เป็น ขุมความรู้ (Knowledge Assets) ที่มีบริบท และรายละเอียด ตามกาละ และเทศะที่ต้องการความรู้นั้น ประเด็น / หลักการ แหล่งข้อมูล / บุคคล โทร . ... “ “ “ “ เรื่องเล่า & คำพูด “ เราทดลองวิธีการใหม่ …”
  • 45. ขุมทรัพย์ความรู้ เรื่อง .......................... แหล่งข้อมูล / สอบถาม ตัวอย่างประสบการณ์ / เรื่องเล่า คำแนะนำ / ประเด็นความรู้ที่ได้
  • 46. Knowledge Practitioners CKO Knowledge F acilitators “ คุณกิจ” “ คุณอำนวย” “ คุณเอื้อ” Chief Knowledge Officer Knowledge Assets (KA) Knowledge Vision (KV) ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ ทำ KM ไปเพื่ออะไร ” Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “ หัวใจ ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT สร้าง CoPs ที่มีพลัง ดุจดั่งปลา “สะบัดหาง”