• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Seangdhamma Vol. 37 No. 438 October, 2011
 

Seangdhamma Vol. 37 No. 438 October, 2011

on

  • 1,062 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,062
Views on SlideShare
1,062
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
2
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Seangdhamma Vol. 37 No. 438 October, 2011 Seangdhamma Vol. 37 No. 438 October, 2011 Document Transcript

    • สื่อส่องทาง สว่างอ�าไพ แสงธรรม ทุกชีวิตมีปัญหำ พระพุทธศำสนำมีทำงแก้ วำรสำรธรรมะรำยเดือนที่เก่ำแก่ที่สุดในอเมริกำ ปีที่ 37 ฉบับที่ 438 ประจ�ำเดือนตุลำคม พ.ศ. 2554 Vol.37 No.438 October, 2011Objectives :�To promote Buddhist activities. สำรบัญ�To foster Thai culture and tradition.�To inform the public of the temple’s activities. Contents�To promide a public relations center for The Buddha’s Words............................................. 1 Buddhists living in the United States. Emptiness By Ven. Buddhadasa................................... 2เจ้าของ : วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. A taste of Freedom By Ven. Ajanh Chah........... 7ที่ปรึกษา : พระวิเทศธรรมรังษี The Voice Of Dhamma By Ven. Laung Ta Chi................... 11กองบรรณาธิการ : บทความพิเศษ : วันมหาปวารณา - ตักบาตรเทโว............. 16ดร.พระมหำถนัด อตฺถจำรี อาลัยรักพระเทพกิตติโสภณ .................................................. 19พระสมุห์ณัฐิวุฒิ ปภำกโร ปฏิบัติธรรมประจ�ำเดือนตุลำคม................................ 22พระจรินทร์ อำภสฺสโรพระมหำเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญำโณ เสียงธรรม...จากวัดไทย........................หลวงตาชี 23พระสุริยำ เตชวโร ประมวลภาพกิจกรรมเดือนกันยายน....................... 30พระมหำสรำวุธ สรำวุโธ เสียงธรรม...จากหลวงตาชี ...................................... 32พระมหำประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม ท่องแดนพระพุทธศำสนำ ๒,๓๐๐ ปี ดร.พระมหำถนัด 39พระมหำศรีสุพรณ์ อตฺตทีโป สำรธรรมจำก...พระไตรปิฎก ..................................... 42พระมหำค�ำตัล พุทฺธงฺกุโรพระอนันต์ภิวัฒน์ พุทฺธรกฺขิโต อนุโมทนำพิเศษ / Special Thanks............................ 44และอุบำสก-อุบำสิกำวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. Thai Temple’s News...............โดย ดร.แฮนดี้ 45 รำยนำมผู้บริจำคเดือนกันยำยน....Ven.Pradoochai 48SAENG DHAMMA Magazine รำยนำมผู้บริจำคออมบุญประจ�ำปีและเจ้ำภำพภัตตำหำรเช้ำ...53is published monthly by รำยนำมเจ้ำภำพถวำยเพล / Lunch.............................54Wat Thai Washington, D.C. TempleAt 13440 Layhill Rd., ก�ำหนดกำรวันออกพรรษำ - ตักบำตรเทโวโรหณะ........62Silver Spring, MD 20906Tel. (301) 871-8660, 871-8661Fax : 301-871-5007 Photos taken byE-mail : watthaidc@hotmail.com Ven. Pradoochai, Ven. KhumtanHomepage : www.watthaidc.org Ven. Ananphiwat, Ven.SrisupornRadio Network : www.watthai.iirt.net Mr. Kevin & Mr. Sam2,500 Copies Bank & Ms. Golf
    • ถ้อยแถลง นับเป็นควำมสูญเสียอันยิงใหญ่ของวงกำรคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพำะสมัชชำ ่ สงฆ์ไทยฯ พระธรรมทูตและศิษยำนุศิษย์ในสหรัฐอเมริกำ ที่ได้ทรำบข่ำวว่ำ พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปณณมหาเถร) อดีตประธาน ุ ฺ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ นครนิ ว ยอร์ ก และอดี ต ผู ้ ช ่ ว ยเจ้ า อาวาสวั ด เบญจมบพิ ต รดุ สิ ต วนาราม กรุงเทพมหานคร ได้ถงแก่มรณภำพด้วยอำกำรอันสงบ ทิงสรีรสังขำรไปคงเหลือ ึ ้ ไว้แต่คุณงำมควำมดีเป็นอนุสรณ์ เมือวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๒๒.๒๐ น. ่ (ตำมเวลำท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก) สิริอายุ ๗๙ ปี ๙ เดือน ๕๙ พรรษา โดย ตลอดระยะเวลำ ๒๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๓๑ – ๒๕๕๔) แห่งกำรด�ำรงต�ำแหน่งประธำน สมัชชำสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกำ พระเดชพระคุณได้ทุ่มเทชีวิตน�ำคณะสงฆ์พระ ธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกำ ฟันฝ่ำอุปสรรคนำนำประกำร และเปิดโอกำสให้ พระภิกษุสงฆ์จำกประเทศไทย ได้เดินทำงมำปฏิบตศำสนกิจและเผยแผ่พระพุทธ ัิ ศำสนำอย่ำงต่อเนือง จนประสบควำมส�ำเร็จอย่ำงทีปรำกฏชัดแล้ว ปัจจุบนมีวดไทย ่ ่ ั ั ในสังกัดสมัชชำสงฆ์ไทยถึง ๙๖ วัด และมีพระธรรมทูตปฏิบตศำสนกิจทัวสหรัฐอเมริกำ ัิ ่ กว่ำ ๕๐๐ รูป จึงขอน�ำบทกลอน “แม้ฟ้ายังอาดูร” ที่ “ปรียา เสวิกุล”ได้ประพันธ์ไว้ในนำมของคณะศิษยำนุศิษย์ เพื่อร่วมไว้อำลัยเป็นครั้งสุดท้ำยแก่พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ ว่ำ เสียงฟ้าลั่น ครั่นครืน ค่อนคืนค�่า เสียงคนร�่า ร้องไห้ แข่งสายฝน น�้าตาฟ้า หลั่งลา “พระเทพกิตติโสภณ” น�้าตาคน ท่วมฟ้า เพราะอาลัย ด้วยสิ้นแล้ว ร่มโพธิ์แก้ว ของปวงศิษย์ ผู้เป็นยอด บรรพชิต จิตสดใส ผู้เมตตา การุณ อุ่นฤทัย พระธรรมทูต ทั่วไทย – อเมริกา ขอปวงเทพ ชั้นฟ้า สุดาสวรรค์ จงรับขวัญ ดวงวิญญาณ อันสูงค่า สู่ปรภพ อันสงบ ทุกมรรคา สู่ยัง ดุสิตา สวรรคาลัย ด้วยบารมี ความดี ของหลวงพ่อ ไม่เคยท้อ ต่อการ งานทั้งหลาย โบสถ์สร้างเสร็จ ส�าเร็จ งามมากมาย เมื่อท่านสลาย “แม้ฟ้า ยังอาดูร” และมติสมัชชำสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกำ ได้ก�าหนดจัดงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพกิตติโสภณ ในวันที่ ๑๒-๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ เมรุลอยชั่วคราววัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ มหานครนิวยอร์ก จึงขอนิมนต์พระเถรำนุเถระ/พระธรรมทูต และเชิญสำนุศิษย์ทั้งหลำยร่วมงำนและไว้อำลัยพระเดชพระคุณครั้งสุดท้ำยโดยพร้อมเพรียงกัน แสงธรรมฉบับนี้ เป็นฉบับ “วันออกพรรษา” ซึงมีควำมส�ำคัญเกียวกับกำรปวำรณำยกโทษขออภัยและปรับปรุงแก้ไข ่ ่ในสิ่งที่ท�ำผิดพลำด “ถ้าไม่มีการให้อภัยผิด และไม่คิดที่จะลืมซึ่งความหลัง จะหาสามัคคียากล�าบากจัง ความพลาดพลั้งมีอยู่ทั่วทุกตัวคน” โดยวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ก�ำหนดจัดงำน “ท�าบุญวันออกพรรษา-ตักบาตรเทโว” ในวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ เริ่มเวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป และขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างอาคาร ๘๐ ปี หลวงตาชี ในวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยพร้อมเพรียงกัน ขอควำมเจริญรุ่งเรืองในธรรมและควำมผำสุกสวัสดีจงมีแก่ท่ำนตลอดกำลเป็นนิจเทอญ คณะผู้จัดท�า
    • แสงธรรม 1 Saeng Dhamma The Buddha’s Words พุทธสุภาษิต ธมฺมญฺจเร สุจริตํ น ตํ ทุจฺจริตํ จเร ธมฺมจารี สุขํ เสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ. (๑๖๙) จงประพฤติสุจริตธรรม อย่าประพฤติทุจริต ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า By Dharma should one lead one’s life and not embrace corrupted means. For one who lives the Dharma life dwells in peace here and hereafter.
    • แสงธรรม 2 Saeng Dhamma by Buddhadasa Bhikkhu http://www.what-buddha-taught.net/Books/BhikkhuBuddhadasa ...Continued from last issue... ถามท่านก่อน T he very first level is arannasanna, which means the perception of forest. If where we live it is noisy and confusing we im- “นับสิบก่อน” ตอนเกิด อารมณ์แรง agine it to be a forest, as if it truly is one and we นั้นย่อมแปลง อารมณ์ร้าย ให้ดีได้ really have entered it. We may imagine the for- “ถามท่านก่อน” ตอนจะทำา สิ่งใดใด est to be empty and tranquil, free from disturb- นี่ความหมาย ตรงกัน ฉันรับรอง ing noises. Merely imagining a forest is already one sort of emptiness, but an emptiness that is ถามท่านก่อน นั่นถามใคร รู้ไหมเล่า? child’s play. คือทูลถาม พระพุทธเจ้า ในหม่อมขมอง Higher than arannasanna is pathavisanna, จะตรัสตอบ ถ้วนถูก ทุกทำานอง whereby we create the perception of earth. We ไม่ต้องหมอง หม่นใจ ไปจนตาย become conscious of all phenomena as being merely the earth element. Pathavisanna can ตอนจะโกรธ จะละโมบ จะโง่เง่า eradicate craving for the sense pleasures of vis- ตอนถูกเย้า ให้หมุนจี๋ เป็นผีร้าย ible forms, sounds, odors, tastes and tactile ob- จะตีลูก หย่าคู่ ฯลฯ อย่าดูดาย jects. It is something the young should try. ยั้งใจกาย “ถามท่านก่อน” ห่อนผิดเอย ฯ Here if we wish to ascend further we must create the perception of akasanancayatana, i.e. โดย... พุทธทาสภิกฺขุ create the feeling that there is nothing but infinite
    • แสงธรรม 3 Saeng Dhammaspace. Space is indeed one kind of emptiness the time of the Buddha. Once having discoveredbut it is not true sunnata. Sunnata is of a higher them they would get stuck in them, unable toorder than vacant. empty space. You don’t have get beyond them. It was like that until the Bud-to be interested in that sort of emptiness. Pay dha found the true sunnata which is the abodeattention to the subtler level of sunnata such of the Great Man. the supreme unsurpassableas that whereby we create the perception that emptiness that I have been speaking of.there is nothing but infinite consciousness. The The commentaries call the experiences ofperception that there is nothing but the infinite sunnata, ‘sunnataphassa’. We know only of theconsciousness - element is called vinnancayat- contact (phassa) of the eyes, ears, nose, tongue,ana. If we ascend even higher we reach the kind body and mind with visible forms, sounds, odors,of sunnata called akincannayatana whereby we tastes, tangible and mental objects. We have nev-mentally create utter nothingness. We don’t al- er had sunnataphassa, the contact with sunnatalow the mind to focus on anything, we fix it on because we know only of rupadhatu and arupad-nothingness. However there still remains the hatu, we know nothing of nirodhadhatu.feeling that there is nothingness. When we come to know nirodhadhatu One step further on lies nevasannanasan- we will experience a new sensation, that whichnayatana, non¬ perceiving perception. It’s said the commentators call sunnataphassa. It is thethat it is neither like being alive nor being dead. name of the Noble Path on the level that trulyTo say that there is perception would be false. destroys mental defilements. When we haveTo say that there is no perception would also developed our practice to the point that it isbe false. There is no labeling or interpretation destroying defilement, there is sunnataphassa.of experience. There is awareness without per- It is like touching sunnata with our hand, ourception. It is so subtle that to call a person in minds come into contact with emptiness.this state alive would be false to call him dead Emptiness as contact relates to the Noblewould be false. This too is a kind of emptiness. Path of one for whom anattanupassana (the in- These six levels of emptiness are not the sight that there is no self nor anything belong-same as paramanuttara¬sunnata. The Buddha ing to self. that there are merely dhammas andspoke of them merely to demonstrate the vari- natural processes) is growing continually. If theous gradations of emptiness. None of them are Noble Path is of this nature it is called sunnatathe emptiness that is the abode of the Great and any contact which takes place on that PathMan. They are the sorts of emptiness that rishis is called sunnataphassa. Anattanupassana theand munis had been groping after since, before cause of that state is a consequence of Dukkhan-
    • แสงธรรม 4 Saeng Dhammaupassana, the insight into Dukkha. Dukkhanu- mind is not released.passana is like having once tried to take hold If the mind is released then it is empty. If itof fire knowing that it’s not at all something to is not released then it is not empty. Let us lookput your hand in, or knowing that no dhammas at our mind that is either released i.e. empty ofwhatsoever should be grasped at or clung to be- all things or caught i.e. grasping at and clingingcause once taken hold of, they become a fire. If to something. Even at the initial level of practicespiritually we are well conversant with the way the teaching is to look at the mind that is emptythat fire burns and consumes, how it constricts, or vimutti. It is something that is there to beenvelops, pierces and entangles then that is seen within, it is not something to be figured outDukkhanupassana. according to books that we’ve read. Here we must consider that some people Nibbana or sunnata is there for us to see,object that if you haven’t reached Nibbana you even while we are still unenlightened. There iscan’t know anything about it, just as if you’ve the emptiness called tadangavimutti that justnever been to Europe you can’t ever have seen happens to arise, as it is now, when the externalit. But Nibbana is not a material object it is a conditions are right. If we concentrate the mindmatter of the mind and heart. As I have said, in the correct way so that it’s completely undis-right now most of your minds are empty. This is turbed and at ease (more so, one may say, thanalready a taste. Be diligent in seeing that. when experiencing any kind of worldly pleas- Consequently in the scriptural exposition ure) then this is vikkambhanavimutti, release byof the Practice of mindfulness of breathing, in suppression. So even without the samucche-the section dealing with cittanupassana where it davimutti or final release of the arahant, we stilldiscusses the method of looking intently at the have a sample of emptiness to examine, a sam-mind it says that if the mind has lust one knows ple of the wares of the Buddha. If you are inter-that the mind has lust; if the mind has aver- ested you can find such a sample in yourself.sion one knows the mind has aversion; if the Therefore, we should practice mindfulnessmind has, delusion then one knows the mind of, breathing stage by stage, developing kayanu-has delusion; if the mind is depressed then one passana, vedananupassana, cittanupassana, andknows that the mind is depressed; if the mind is dhammanupassana [23]. It is a constant tastingnot depressed then one knows that the mind is of emptiness from start to finish. Finally, we willnot depressed; if the mind is released then one understand emptiness through seeing the pain-knows that the mind is released, (vimutti); if the ful consequences of grasping and clinging.mind is not released then one knows that the Then the mind will immediately turn to
    • แสงธรรม 5 Saeng Dhammafind contentment with the ayatana of Nibbana. its dictates.So in this way we are able to see emptiness It’s due to this very point that someonecontinually, before actually reaching its su- like Angulimala could become an arahant. Don’tpreme level. There is a progress that follows its explain wrongly, as is often done, the Buddha’sown law or the law of nature itself. When having reply to Angulimala, “I have already stopped.firmly comprehended something by oneself the It is you that have not stopped.” Don’t explainresulting knowledge is firm. It does not sway un- that ‘not stopped’ means that he was still kill-stably like false knowledge or knowledge gained ing people and that Angulimala became an ara-by listening to others. We don’t have to do any- hant because he stopped murdering. Anyonething very much to make ourselves happy, we who explains like that is badly misrepresentingdon’t’ have to go to any great trouble. All we the Buddha because when the Buddha usedhave to do is to empty our minds of greed. aver- the word ‘stop’ here, He was referring to thesion and delusion, or in other words to make stopping of ‘I’ and” ‘mine’,’ to the stopping ofit empty of grasping at and clinging to ‘I’ and grasping and clinging, or in other’ words to emp-‘mine.’ When the mind is empty of greed, aver- tiness. So it is emptiness that is stopping andsion and delusion then it’s truly empty and all it is the only kind of stopping that could haveDukkha comes to an end. Even kamma will of made Angulimala an arahant. If it was stoppingitself come to an end. murdering why aren’t all people who don’t kill In the Anguttara Nikaya, the Buddha states arahants? It is because cessation, the true stop-that when the mind is empty of greed, aver- ping, is the emptiness where there is no self tosion and delusion, empty of ‘I’ and ‘mine’ then dwell anywhere, to come or go anywhere or tokamma ends by itself. This means that kamma, do anything. That is true stopping. If there is stillvipaka (its result), and the mental defilements a self then you can’t stop.which are the cause for the creation of kamma, So, we should understand that the wordspontaneously and simultaneously come to an ‘empty’ is the same word as ‘stop’, the singleend. So we don’t have to be afraid of kamma, word by which the Buddha was able to enlightento fear that we must be ruled by our kamma. Angulimala, even though the killer’s hands wereWe don’t have to be too interested in kamma. still red with blood and around his neck hungRather, we should take an interest in emptiness. the 999 finger bones of his victims. For kammaIf we have created emptiness with regards to ‘I’ to end by itself, to reach the stopping, we mustand ‘mine’, kamma will utterly disintegrate and rely on this single term: empty of ‘I’ and ‘mine’,there will be no way that we will have to follow not grasping at or clinging to dhammas.
    • แสงธรรม 6 Saeng Dhamma This action of making the mind empty may tiness. To be empty of defilements is to be emp-be called Buddhist yoga, for ensuring that there ty of the feeling of ‘I’ and ‘mine’ and then theis emptiness in our action is raja yoga, the high- emptiness that is the freedom from Dukkha isest level or summit of yoga (spiritual endeavor). ensured, for to be empty of defilements is to beBut although we borrow the word raja yoga from empty of Dukkha. To be empty of ‘I’ and ‘mine’Vedanta [24], in that tradition it is concerned alone is to be empty of all things. That state ofwith the realization of an ultimate self. However emptiness is not the element of earth, water,the Buddha taught that yoga means ariyasacca- fire or air or akincantayatana, akasanancayatanadassana, which means that there is a yoga in or any of those things. The Buddha denied thatthe Buddhist teachings but it is the clarification it was any of those things. It is only nirodhad-of emptiness, making it manifest. So any action hatu, voidness of ‘I’ and ‘mine’, the extinctionthat is conducive to the manifestation of empti- of kamma, the defilements and Dukkha.ness may be called yoga. If anyone wishes to The last point that we must consider isuse the word yoga or is interested in it in any that, as was said at the beginning, emptiness ex-way it should be understood in this manner for ists in relation to all things. Don’t forget that ‘allit to be Buddhist yoga i.e. causing the manifes- things’ are nothing other than dhammas and thattation of ultimate truth. It should be taken and dhammas are nothing but nature or suchness.used in our every mental action, so as to stop They are already empty of self or the belong-the grasping at and clinging to ‘I’ and ‘mine’. ings of self. The dhammas of foolishness, delu-Thus we take the word yoga from another tra- sion and ignorance emerge continually, becausedition and adapt its meaning appropri¬ately. our culture and the way that we live encour-Take for example the word kammayoga - be- age the dhammas of ego and unknowing. Theying unselfish, acting unreservedly for the benefit don’t encourage the dhammas of knowledge.of others, we too have this yoga. If there is no Consequently we undergo the punishment forego - consciousness then whatever we do will our original sin, our original misguided action,be kammayoga. Even with this very basic yoga continually and automatically from the time of- making merit, doing good, sacrificing for oth- its ‘occurrence without ever learning our lesson.ers and helping mankind, these actions must be The young aren’t conscious of it, the middle-performed with a mind empty of ‘I’ and ‘mine’. aged aren’t conscious of it and even many ofSo we don’t have to seek after other kinds of the old are unconscious of it. We should at leastyoga for they all come down to this one yoga, be able to realize it in middle age or old age sothe spiritual endeavor of putting an end to self as to escape the punishment, emerge from theand the belongings of self, or in other words cage of vattasamsara and reach that boundlessmaking emptiness manifest. place of clarity and space. All of this rather lengthy explanation hasbeen aimed at elucidating the single word emp- To be continued
    • แสงธรรม 7 Saeng Dhamma A Taste of Freedom The Middle Way Within A Dhammatalk By Ajahn Chah http://www.accesstoinsight.org/lib/thai/chah/atasteof.html ...Continued from last issue... the tail belong to the one snake. T hese words, “the Middle Way,” do not refer to our body and speech,they refer to the mind. When a mental impres- In the same way, both happiness and un- happiness, or pleasure and sadness, arise from the same parent — wanting. So when you’resion which we don’t like arises, it affects the happy the mind isn’t peaceful. It really isn’t!mind and there is confusion. When the mind For instance, when we get the things we like,is confused, when it’s “shaken up,” this is not such as wealth, prestige, praise or happiness, wethe right way. When a mental impression arises become pleased as a result. But the mind stillwhich we like, the mind goes to indulgence in harbors some uneasiness because we’re afraidpleasure — that’s not the way either. of losing it. That very fear isn’t a peaceful state. We people don’t want suffering, we want Later on we may actually lose that thing andhappiness. But in fact happiness is just a refined then we really suffer. Thus, if you aren’t aware,form of suffering. Suffering itself is the coarse even if you’re happy, suffering is imminent. It’sform. You can compare them to a snake. The just the same as grabbing the snake’s tail — ifhead of the snake is unhappiness, the tail of you don’t let go it will bite. So whether it’s thethe snake is happiness. The head of the snake snake’s tail or its head, that is, wholesome oris really dangerous, it has the poisonous fangs. unwholesome conditions, they’re all just char-If you touch it, the snake will bite straight away. acteristics of the Wheel of Existence, of endlessBut never mind the head, even if you go and change.hold onto the tail, it will turn around and bite The Buddha established morality, con-you just the same, because both the head and centration and wisdom as the path to peace,
    • แสงธรรม 8 Saeng Dhammathe way to enlightenment. But in truth these path of practice fully, but we have not yet prac-things are not the essence of Buddhism. They ticed, or if we have, we’ve practiced only inare merely the path. The Buddha called them speech. Our minds and our speech are not yet“Magga,” which means “path.” The essence of in harmony, we just indulge in empty talk. ButBuddhism is peace, and that peace arises from the basis of Buddhism is not something that cantruly knowing the nature of all things. If we inves- be talked about or guessed at. The real basistigate closely, we can see that peace is neither of Buddhism is full knowledge of the truth ofhappiness nor unhappiness. Neither of these is reality. If one knows this truth then no teachingthe truth. is necessary. If one doesn’t know, even if he lis- The human mind, the mind which the tens to the teaching, he doesn’t really hear. ThisBuddha exhorted us to know and investigate, is why the Buddha said, “The Enlightened Oneis something we can only know by its activity. only points the way.” He can’t do the practiceThe true “original mind” has nothing to meas- for you, because the truth is something you can-ure it by, there’s nothing you can know it by. not put into words or give away.In its natural state it is unshaken, unmoving. All the teachings are merely similes andWhen happiness arises all that happens is that comparisons, means to help the mind see thethis mind is getting lost in a mental impression, truth. If we haven’t seen the truth we must suf-there is movement. When the mind moves like fer. For example, we commonly say “sankharas”this, clinging and attachment to those things [8] when referring to the body. Anybody can saycome into being. it, but in fact we have problems simply because The Buddha has already laid down the we don’t know the truth of these sankharas, ร้าน TALAY THAI โดยคุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด และญาติมิตร ท�าบุญร้านประจ�าปี ๔ ก.ย. ๒๕๕๔
    • แสงธรรม 9 Saeng Dhammaand thus cling to them. Because we don’t know of the matter now. Before, you didn’t know, youthe truth of the body, we suffer. thought that man was normal, so you were an- Here is an example. Suppose one morning gry at him. Understanding like that caused youyou’re walking to work and a man yells abuse to suffer. As soon as you find out the truth, eve-and insults at you from across the street. As soon rything changes: “Oh, he’s mad! That explainsas you hear this abuse your mind changes from everything!” When you understand this youits usual state. You don’t feel so good, you feel feel fine, because you know for yourself. Hav-angry and hurt. That man walks around abusing ing known, then you can let go. If you don’tyou night and day. When you hear the abuse, know the truth you cling right there. When youyou get angry, and even when you return home thought that man who abused you was normalyou’re still angry because you feel vindictive, you could have killed him. But when you findyou want to get even. out the truth, that he’s mad, you feel much bet- A few days later another man comes to ter. This is knowledge of the truth.your house and calls out, “Hey! That man who Someone who sees the Dhamma has a sim-abused you the other day, he’s mad, he’s crazy! ilar experience. When attachment, aversion andHas been for years! He abuses everybody like delusion disappear, they disappear in the samethat. Nobody takes any notice of anything he way. As long as we don’t know these things wesays.” As soon as you hear this you are sud- think, “What can I do? I have so much greeddenly relieved. That anger and hurt that you’ve and aversion.” This is not clear knowledge. It’spent up within you all these days melts away just the same as when we thought the madmancompletely. Why? Because you know the truth was sane. When we finally see that he was madEastland Food Corporation ท�าบุญฉลองบริษทเลียงพระสงฆ์ ๗ รูป และบริจาคปัจจัยเข้าวัด $ 3,000 ๒๑ ก.ย. ๕๔ ั ้
    • แสงธรรม 10 Saeng Dhammaall along we’re relieved of worry. No-one could ness, ignorance is there. Suffering arises straightshow you this. Only when the mind sees for it- away. But the mind passes through these chang-self can it uproot and relinquish attachment. es so rapidly that we can’t keep up with them. It’s the same with this body which we call It’s the same as when you fall from a tree. Be-sankharas. Although the Buddha has already ex- fore you know it — “Thud!” — you’ve hit theplained that it’s not substantial or a real be- ground. Actually you’ve passed many branchesing as such, we still don’t agree, we stubbornly and twigs on the way but you couldn’t countcling to it. If the body could talk, it would be them, you couldn’t remember them as youtelling us all day long, “You’re not my owner, passed them. You just fall, and then “Thud!”you know.” Actually it’s telling us all the time, The Paticcasamuppada is the same as this.but it’s Dhamma language, so we’re unable to If we divide it up as it is in the scriptures, we sayunderstand it. For instance, the sense organs of ignorance gives rise to volitional activities, voli-eye, ear, nose, tongue and body are continually tional activities give rise to consciousness, con-changing, but I’ve never seen them ask permis- sciousness gives rise to mind and matter, mindsion from us even once! Like when we have a and matter give rise to the six sense bases, theheadache or a stomachache — the body never sense bases give rise to sense contact, contactasks permission first, it just goes right ahead, fol- gives rise to feeling, feeling gives rise to want-lowing its natural course. This shows that the ing, wanting gives rise to clinging, clinging givesbody doesn’t allow anyone to be its owner, it rise to becoming, becoming gives rise to birth,doesn’t have an owner. The Buddha described birth gives rise to old age, sickness, death, andit as an empty thing. all forms of sorrow. But in truth, when you come We don’t understand the Dhamma and into contact with something you don’t like,so we don’t understand these sankharas; we there’s immediate suffering! That feeling of suf-take them to be ourselves, as belonging to us fering is actually the result of the whole chain ofor belonging to others. This gives rise to clinging. the Paticcasamuppada. This is why the BuddhaWhen clinging arises, “becoming” follows on. exhorted his disciples to investigate and knowOnce becoming arises, then there is birth. Once fully their own minds.there is birth, then old age, sickness, death... the To be continuedwhole mass of suffering arises. This is the Patic-casamuppada. We say ignorance gives rise to vo- ขออนุโมทนาบุญพิเศษแด่litional activities, they give rise to consciousness ดร. ลัดดาวัลย์ Mikoand so on. All these things are simply events in ถวายปัจจัยเข้าวัด $ 700mind. When we come into contact with some- เพื่ออุทิศบุญกุศลให้คุณพ่อจวน แซ่ติ้งthing we don’t like, if we don’t have mindful-
    • แสงธรรม 11 Saeng Dhamma The Voice Of Dhamma Essays On The Dhamma By Luang Ta Chi Edited by Du Wayne Engelhart ...Continued from last issue... called the voice of Dhamma:IX. The Voice of Dhamma Give advice and guidance to others to help G ive advice and guidance to others to help them be mindful. People oftenfall into danger when they act negligently In dan- them be mindful. People often fall into dan- ger when they act negligently. They find them- selves in danger because they choose actionsgerous situations a true friend gives advice on about which they do not think carefully. Re-how to reduce as much as possible unwholesome member that possible bodily actions are shownactions—whether by body, by word, or by thought. by what people say and think. In dangerous situations, a true friend gives advice on how to1. Social Responsibilities reduce as much as possible unwholesome ac- Human beings are social animals. They are tions—whether by body, by word, or by thought.born into society, and live within a structure of Developing this idea further, the Buddha givesfamily, social groups, and political nations. Be- this advice:cause of this condition, they are dependent Someone living alone becomes moody.upon the cooperation of family, neighbors, and That person should get a close friend. Whenco-workers to reach peaceful co-existence. It one friend acts improperly, the other can giveis, therefore, natural for humans to wish oth- advice and guidance to keep up spiritual well-ers well. They have an inborn concern about being. People with friends and associates per-the well-being of those in danger. One of the form better as human beings.first Buddhist social principles is that Buddhists As social animals, people have a strong desireshould always be willing and eager to volun- to be accepted and respected by others. They canteer their time and skills to help those in danger. obtain this acceptance and respect by always know-They should always follow the Buddha’s lesson, ing and carrying out their social responsibilities.
    • แสงธรรม 12 Saeng Dhamma2. The Responsibility to Share Advice come to love him. The voice of Dhamma calls on us to help The Buddha’s voice of Dhamma calls usothers by advising, guiding, and warning them to help our neighbors with our advice, guid-throughout our lifelong journey in search of ance, and warnings. This guidance deserves re-peace and happiness. To speak in the simplest spect since it comes from the Buddha’s manyway, we help those who misbehave by wish- lifetimes of teaching. Following this advice, weing them well and sharing our loving kindness. obtain happy and peaceful lives. We do notWhen we feel true concern for the well-being suffer from revenge or very unfortunate resultsof others and treat them with kindness and re- because the voice of Dhamma guides us intospect, we are carrying out our social responsibili- the Buddhist ethical way of life as we follow theties, and can say that we have Dhamma in our Dhamma model and voluntarily dedicate ourheart and Buddhism as our religion. As mem- lives to serving the Buddha. When the voice ofbers of society and as Buddhists, we are asked Dhamma tells us to act, to speak, to advise, orto practice the Buddhist principle of sharing lov- to think wholesome thoughts, we act accord-ing kindness and advice. ingly. Leading our lives in accordance with the The Buddha’s own use of advice, guidance, voice of Dhamma, we look forward to peace,and warning was best shown when the follow- happiness, and progress, as well as safety fromers of his two chief disciples—Moggallāna and danger. These are the benefits obtained bySāriputta—were bothering the other bhikkhus those who believe in the Buddha and followwho were seriously studying the Dhamma. The the Dhamma.Buddha knew the whole story and met with Although many practicing Buddhists stayMoggallāna and Sāriputta to enable them to attached to the voice of Dhamma and service toanswer the accusations against their followers. the Buddha, others do not. In fact, many leaveThe result of the meeting was that the Buddha themselves open to the voice of the Devil (Māratold Moggallāna and Sāriputta to place the trou- or Satan). They allow the voice of Māra to echoblesome monks on probation, while also inten- in their ears all the time—carried through thesifying their training. Any monk who broke the voices of famous people on radio and televi-rules while on probation would be removed sion. Many become addicted to these peoplefrom the Sangha. Obedient monks would learn and are led into temptation. Instead of listeninggood conduct through living with others in har- to the voice of Dhamma, they follow Māra alongmony and could remain in the Sangha. From the path of evil.this event it can be concluded that those who Sadly, most people do not understandcontinue to misbehave will dislike the advi- that a simple advertisement for liquor or sen-sor, while those who correct their behavior will sual pleasure can plant seeds that ruin lives.
    • แสงธรรม 13 Saeng DhammaThroughout history, advertising has helped liq- ing the Dhamma in our daily lives, not only inuor, pornography, and legalized gambling exist. times of personal crisis. Unfortunately, theseThe result has been a group of people in society caring efforts are often met with opposition.addicted to alcohol, sex, and gambling. Adver- Sometimes those involved in misconducttisements have a harmful influence on those refuse help because they say they are too busy.who want to be accepted into the crowd. Many They do not have time for such things. Theypeople are tempted to often go to nightclubs, must work from sunrise to sunset to earn theirand become lost in worldly delusion. They living. They appear to have no free time at all.do not understand that the voices they hear My dear friends, this is always the language ofon radio and television are communicating the those who turn away from the voice of Dhamma.temptations of the Devil. This ignorance allows If someone invites those who turn awaythem to be pulled into places of wickedness from what is right to a Dhamma talk, they arelike lambs to the slaughter. Sooner or later they too busy. On the other hand, if the topic of abecome addicted to these environments. In- talk is superstition, health, love, how to becomedeed, it is easy to understand how such people popular, or magic to guarantee long life, bothcan ruin their entire lives just from the influence men and women eagerly crowd into the placeof radio and television advertisements. of the presentation. All seem to have time to Fortunately, caring people in our commu- participate, no matter how far they must travelnity are always willing to reach out and help. or how much it costs.They help by wishing healing and wellness to Sadly, this is the attitude of most people inthose experiencing misconduct. They advise society today. They turn away from the voicethem to go to the temple to learn the Dhamma. of Dhamma towards the voice of Māra or Satan.They also emphasize the importance of practic- This action starts them off on the wrong path.คุ ณ ประสาร มานะกุ ล และครอบครั ว ท� า บุ ญ อุ ทิ ศ ส่ ว นกุ ศ ลให้ บ รรพบุ รุ ษ ๒๕ ก.ย. ๒๕๕๔
    • แสงธรรม 14 Saeng DhammaBecause of human weaknesses and openness to advice. Appreciating the advice helps them totemptation, people tend to listen to the voice make merit that will support progress in redi-of the Devil, and often lose their way on their recting their lives towards success.lifelong journey. With firm conviction and con- Following the voice of Dhamma and sharingtinued effort, however, we can still guide these with care our advice, guidance, and warning allowlost sheep away from the Devil, even in our us to live our lives safely, happily, and prosper-present society. ously in any environment at all times. So please I raise these topics to encourage awareness. accept and follow the voice of Dhamma.We must be aware when advising, guiding, andwarning others. We should give advice when 3. The Responsibility to Wisely Select Associatesour family, friends, or neighbors are in danger, The Buddha also warns us to carefullytaking the proper action to let them know that choose friends and associates. We should avoidwhat they are doing is wrong. We do this in fools and choose wise friends and associates.ways that will help guide them out of danger. There are four types of fools the Buddha warns One way is to warn our friends when us to avoid: the robber, the hypocrite, the flat-they are misbehaving—by body, by word, or terer, and the tempter.by thought. As we advise them, we can show The robber is an insincere friend. Clingingthem how to guard against future traps. We can to you for personal gain, he will steal from you.also explain the ways in which their improper The robber is a taker, not a giver. He does notactions could lead to further dangers. Then we take care of either his friends or his business. Heguide them to become fully aware of the conse- never gives help, unless he has a hidden reasonquences of those dangers. Thus, the persons in or is forced into it. Thus, the Buddha warns usdanger may learn to become less selfish and to to beware of the robber.understand that their actions may ruin not only The hypocrite gives service to everything bytheir lives but also the lives of their loved ones, words only. Many are hurt by his sweet words.associates, and neighbors. He enjoys talking about the past and the future, When we warn our friends about their mis- but his conversation never amounts to anything.conduct, our plan is to try to protect them from His talk sounds good, and he intends to do well,their unwholesome actions, which must ulti- but his words are not sincere. The Buddha warnsmately lead to defilement. What is more, we us not to take the hypocrite’s words seriously,will also show them how to live righteous and because he is not who is says he is.moral lives. The flatterer will praise you whether you Those who are warned should think about take right actions or wrong actions, in order totheir improper behavior and be thankful for the become your friend and supporter. The Buddha
    • แสงธรรม 15 Saeng Dhammawarns us to stay firm and remain unaffected by friends, those who are as precious as gems.his flattery. The flatterer only appears to be According to the Buddha, valuable friendsyour friend when he is in your presence. When are of four kinds: the sympathizer, the coun-you are not around, he will gossip about you selor, the helper, and the true friend.behind your back. Like a poisonous snake, the The sympathizer is the caring friend, charac-flatter is full of danger. terized by compassion and loving-kindness. He The tempter always tries to lead us away is a true friend in both body and mind—not thefrom the Dhamma. The approach is direct: he kind to offer lip service. The sympathizer alwaysmakes fools of us by pulling us away to drinking stands by his friends and offers a helping handat nightclubs or gambling at casinos. He may in good times or bad. Whether his friend lives inalso persuade us to get involved in sensual ac- a hut or in a palace, he is at his side. The sym-tivities that leave us sexually satisfied but emo- pathizer loves his friends as much as himself. Iftionally empty. The tempter starts us on the someone speaks with contempt about them, heroad toward addiction to alcohol, gambling, or is ready to fight for them. He will continue tosex. He is the most dangerous of fools, who can fight to the best of his ability until the opponentlead us deeply into evil. surrenders. However, if the opponent changes These are the four kinds of fools that the his stand to honor the friend, the sympathiz-Buddha tells us to avoid. He advises us to keep er will also honor the former opponent. Theaway from them as friends. The voice of Dham- Buddha encourages us to develop close rela-ma warns us to stay away from all harmful mis- tionships with such sympathetic friends. Theseconduct—by body, by word, and by thought. friendships create happiness for all.We should limit our association to sensible To be continuedครอบครัวไชยะกุล ท�าบุญครบรอบ ๕๐ วัน อุทิศส่วนกุศลให้คุณแม่เพ็ญพรรณ Nowak ๒๕ ก.ย. ๒๕๕๔
    • แสงธรรม 16 Saeng Dhamma บทความพิเศษ วันมหาปวารณา - ตักบาตรเทโวความส�าคัญของวันออกพรรษา ก่อนได้) วั นออกพรรษา คือ วันทีสนสุดระยะกำรจ�ำพรรษำ ่ ้ิ เป็นเวลำ ๓ เดือน เรียกอีกอย่ำงหนึงว่ำ “วันมหาปวารณา” ค�ำว่ำ “ปวารณา” แปลว่ำ “อนุญาต” หรือ ่ ๒. เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรครบส�ารับ ๓ ผืน ๓. ฉันคณะโภชน์ได้ (ล้อมวงฉันได้) ๔. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา“ยอมให้” ในวันออกพรรษำนี้พระสงฆ์จะประกอบพิธี ๕. จีวรลาภอันเกิดในที่นั้นภิกษุย่อมมีสิทธิ์ได้รับท�ำสังฆกรรมใหญ่ เรียกว่ำ มหาปวารณา เป็นการเปิด (เมื่อมีผู้มาถวายจีวรเกินกว่าไตรครองสามารถเก็บไว้โอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพรำะในระหว่ำง ได้โดยไม่ต้องสละเข้ากองกลาง)เข้ำพรรษำ พระสงฆ์บำงรูปอำจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข และยังมีโอกำสได้อนุโมทนำกฐินและได้รับอำนิสงส์กำรให้ผู้อื่นว่ำกล่ำวตักเตือนได้ ท�ำให้ได้รู้ข้อบกพร่อง คือกำรขยำยเวลำของอำนิสงส์ ๕ ประกำรนั้นออกไปอีกของตน และยังเปิดโอกำสให้ซักถำมข้อสงสัยซึ่งกันและ ๔ เดือนกันด้วย เมือออกพรรษำพระภิกษุสงฆ์กมสทธิทจะจำริก ่ ็ ี ิ ์ ่ีไปพักค้ำงคืนทีอนได้ ไม่ผดพระพุทธบัญญัตและยังได้รบ ่ ่ื ิ ิ ั พิธีสังฆกรรมวันออกพรรษาอานิสงส์ ๕ ประการ ตลอด ๑ เดือนหลังออกพรรษา คือ วั น ออกพรรษำมี พิ ธี สั ง ฆกรรมพิ เ ศษที่ เ ป็ น พุ ท ธ ๑. เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา (ออกจากวัดไป บัญญัติโดยเฉพำะ เรียกว่ำ ปวารณากรรม คือ การโดยไม่จ�าเป็นต้องแจ้งเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์รูปอื่น ท�าปวารณาของสงฆ์ผู้อยู่จ�าพรรษาร่วมกันมาตลอด
    • แสงธรรม 17 Saeng Dhamma๓ เดือน โดยยินยอมให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ทุกกรณี บุพกิจเหมือนกำรท�ำสังฆอุโบสถเว้นแต่ในส่วนบุพกิจไม่ไม่ต้องเกรงใจกันว่าเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นผู้น้อย เมื่อใคร น�ำปำริสทธิ เปลียนเป็นน�ำปวำรณำของภิกษุไข้มำ เมือถึง ุ ่ ่มีข้อข้องใจสงสัยในเรื่องความประพฤติทางพระวินัย ก�ำหนดเวลำทีพระสงฆ์เคยลงท�ำอุโบสถกรรมสวดพระปำฏิ ่ของพระรูปใดแล้ว ไม่พึงนิ่งไว้ พึงเปิดเผยชี้แจงกันได้โมกข์ตำมปกติ ตีระฆังสัญญำณให้ภกษุสำมเณรทังวัดลง ิ ้และในการว่ากล่าวตักเตือนกันตามที่ปวารณานี้ จะถือ ประชุมพร้อมกันในโรงอุโบสถ ภิกษุครองผ้ำพำดสังฆำฏิมาเป็นโทษขุ่นแค้นกันไม่ได้ด้วย กำรท�ำปวำรณำกรรม สำมเณรครองผ้ำตำมแบบแผนของวัดนัน ๆ ให้เรียบร้อย ้นี้ ท�ำในวันสุดท้ำยที่ครบ ๓ เดือน นับแต่วันเข้ำพรรษำภิกษุนงบนอำสน์สงฆ์ตำมล�ำดับพรรษำแก่ออนจำกขวำมำ ่ั ่มำ วันนี้พระสงฆ์ไม่ต้องท�ำอุโบสถกรรม คือ ไม่ต้องสวด ซ้ำยเรียงเป็นแถว ๆ ไป หันหน้ำเข้ำหำพระพุทธรูปประธำนพระปำฏิโมกข์เหมือนอย่ำงที่สวดทุก ๆ ๑๕ วัน แต่ สุดแถวพระสงฆ์แล้วเว้นระยะพอสมควรไม่นอยกว่ำ ๒ ศอก ้ ให้สำมเณรนังตังแถวของตนใหม่ตำงหำกจำกแถวพระสงฆ์มี พ ระวิ นั ย บั ญ ญั ติ ใ ห้ ท� ำ ปวำรณำกรรมแทนสวดพระ ่ ้ ่ปำฏิโมกข์ ปีหนึ่ง ๆ ในวัดหนึ่งจะมีปวำรณำกรรมได้ จัดนังเช่นพิธเี ข้ำพรรษำ ่เพียงครั้งเดียว ฉะนั้น ปวำรณำกรรมจึงนับเป็นสังฆกรรม ๒. เริ่มต้นท�ำวัตรเย็นตำมธรรมเนียมของวัด เมื่อพิเศษมำกส�ำหรับพระสงฆ์ เป็นกฎหน้ำที่บังคับให้พระ จบท�ำวัตรแล้วให้สำมเณรกลับ เพรำะพิธีต่อไปเป็นพิธี สงฆ์โดยเฉพำะภิกษุสงฆ์ทุกรูปต้องท�ำ เพรำะเหตุที่พระภิกษุสงฆ์ผู้ท�ำปวำรณำกรรมแล้วพ้นข้อผูกพันที่ต้องอยู่ประจ�ำ อำจไป ๓. เจ้ำอำวำสหรือพระสังฆเถระผูฉลำดในสังฆกรรม ้ไหนมำไหนได้ทั่วไป ฉะนั้น จึงนิยมเรียกปวำรณำกรรม ขึ้นนั่งธรรมำสน์ปำฏิโมกข์ประกำศชี้แจงเรื่องท�ำปวำรณำนี้อย่ำงเข้ำใจง่ำย ๆ ว่ำ “ออกพรรษา” และอีกทั้งวัน กรรมให้เข้ำใจทัวกันก่อน แล้วเริมบอกบุพกรณ์บพกิจของ ่ ่ ุออกพรรษำก็จึงมีชื่อเรียกอีกอย่ำงหนึ่งว่ำ “วันปวารณา ปวำรณำกรรม เสร็จแล้วตังญัตติปวำรณำกรรม ต่อจำก ้หรือ วันมหาปวารณา” ซึ่งมีค�ำกล่ำวปวำรณำทีพระสงฆ์ ่ นันพระสงฆ์พงปวำรณำกันโดยล�ำดับอำวุโส ถ้ำเป็นวัดใหญ่ ้ ึใช้ปวำรณำต่อกันเป็นภำษำลีวำ “สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ่ มีภกษุจำพรรษำมำกเป็นร้อย ๆ รูป จะปวำรณำเรียงตัวรูป ิ �ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง ละ ๓ จบตำมแบบไม่สะดวก เพรำะต้องใช้เวลำมำก จะอายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปะฏิก- ประกำศให้สงฆ์ปวำรณำเพียงว่ำจบเดียว และให้ผมพรรษำ ู้ ีกะริสสามิ” แปลว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมขอ เท่ำกันปวำรณำพร้อมกันก็ได้ ทังนีตองบอกแจ้งในญัตติวำ ้ ้้ ่ปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็น ได้ฟง หรือระแวงสงสัย ั จะใช้เอกวำจิกำสมำนวัสสิกำปวำรณำก่อนก็ตาม ขอท่านทังหลายโปรดเอ็นดูอนุเคราะห์วากล่าว ้ ่ ๔. ระเบียบกำรปวำรณำที่นิยมกัน ให้พระสงฆ์ทั้งตักเตือนกระผมด้วย เมือกระผมมองเห็นความผิดพลาด ่ นั้นนั่งพับเพียบเรียงแถวไม่ละหัตถบำส (หัตถบำส แปลแล้ว จักปรับปรุงแก้ไขตัวเสียใหม่ให้ดี ว่ำ บ่วงมือ คือมีก�ำหนดระยะห่ำง ๒ ศอก คืบ มีวิธีวัด ดังนี้ เมื่อภิกษุนั่งพับเพียบอยู่ ให้วัดจำกด้ำนหลังของเธอระเบียบพิธีปวารณากรรม มำถึงหน้ำตักของเธอจะได้ระยะ ๑ ศอก แล้ววัดจำกหน้ำ ปวารณากรรม หรือการออกพรรษา มีพิธีที่จะ ตักของเธอออกไปข้ำงหน้ำอีก ๑ ศอก ๑ คืบ) ตำมล�ำดับต้องปฏิบัติเป็นธรรมเนียม ควรถือเป็นระเบียบได้ดังนี้ อำวุโส ทุกรูปหันเข้ำหำพระพุทธรูปประธำน ผู้แก่อำวุโส ๑. ในวันเพ็ญเดือน ๑๑ นั้น ต้องท�ำบุพกรณ์และ ปวำรณำก่อน ถึงล�ำดับตนแล้วพึงคุกเข่ำว่ำค�ำปวำรณำ
    • แสงธรรม 18 Saeng Dhammaจบแล้วนั่งรำบพับเพียบตำมเดิม โดยนัยนี้จนได้ปวำรณำ เทศน์โปรดพระพุทธมำรดำ ทีได้กำเนิดเป็นเทพบุตรอยูในชัน ่ � ่ ้ทั่วกันครบทุกรูป ดุสต จนบรรลุโสดำปัตติผล ครันออกพรรษำในวันขึน ๑๕ ิ ้ ้ ๕.เมื่อปวำรณำเสร็จแล้วส่วนใหญ่จะมีสวดมนต์ต่อ ค่� เดือน ๑๑ แล้ว จึงเสด็จลงจำกเทวโลกทีเ่ มืองสังกัสสนคร ำท้ำยด้วย ในกำลทีเ่ สด็จลงจำกเทวโลก ได้มเี นินเป็นอันเดียวกันจนถึง ๖.ภิ ก ษุ ทุ ก รู ป เมื่ อ ปวำรณำแล้ ว ในวั น ปวำรณำ พรหมโลก เมือทรงแลดูขำงล่ำง สถำนทีนนก็มเี นินอันเดียวกัน ่ ้ ่ ้ันั้นจ�ำต้องรักษำรำตรีอยู่ประจ�ำที่อีก ๑ คืน พ้นคืนวัน จนถึงอเวจีมหำนรก ทรงแลดูทศใหญ่และทิศเฉียง จักรวำล ิปวำรณำไปแล้วจึงจะจำริกไปแรมคืนแห่งอื่นได้ หลำยแสนก็มเี นินเป็นอันเดียวกัน เทวดำก็เห็นพวกมนุษย์ แม้ พวกมนุษย์กเ็ ห็นเทวดำ สัตว์นรกก็เห็นมนุษย์และเทวดำ ต่ำงประโยชน์ของการปวารณา ก็เห็นกันเฉพำะหน้ำทีเดียว ล�ำดับนัน พระผูมพระภำคเจ้ำจึง ้ ้ี จะเห็นได้ว่ำกำรปวำรณำ มีควำมมุ่งหมำยชัดเจน ทรงเปล่งฉัพพรรณรังสี ขณะทีพระองค์เสด็จลงมำจำกสวรรค์ ่ปรำกฏอยู่ในค�ำที่สงฆ์ใช้ปวำรณำซึ่งกันและกัน กล่ำวคือ ชันดำวดึงส์ ้ ๑. เป็นกรรมวิธีลดหย่อนผ่อนคลำย ควำมขุ่นข้อง รุงขึนวันแรม ๑ ค่� เดือน ๑๑ ชำวเมืองจึงพำกัน ่ ้ ำคลำงแคลงที่เกิดจำกควำมระแวงสงสัย ให้หมดไปในที่สุด ท�ำบุญตักบำตรเป็นกำรใหญ่ เพรำะไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้ำ ๒. เป็นทำงประสำนรอยร้ำว ที่เกิดจำกผลกระทบ มำถึง ๓ เดือน กำรท�ำบุญตักบำตรในวันนันจึงได้ชอว่ำ ้ ่ืกระทั่งในกำรอยู่ร่วมกัน ให้มีโอกำสกลับคืนดีด้วยกำรให้ ตักบำตรเทโวโรหณะ ต่อมำมีกำรเรียกกร่อนไปเหลือเพียงโอกำสได้ปรับควำมเข้ำใจซึ่งกันและกัน ตักบำตรเทโว ๓.เป็นทำงสร้ ำงเสริมควำมสำมัคคีในหมู่ให้กลม เพื่อระลึกถึงเหตุกำรณ์ในวันนั้น จึงนิยม ตักบำตรเกลียวอยู่ร่วมกันอย่ำงสนิทใจ เทโว กันจนเป็นประเพณีสืบมำตรำบเท่ำทุกวันนี้ ๔. เป็นแนวปฏิบัติให้เกิดควำมเสมอภำคกันในกำรแสดงควำมคิดว่ำกล่ำวตักเตือนได้โดยไม่จ�ำ กัดด้วยยศชั้น พรรษำ วัย ๕. ก่อให้เกิด “ภราดรภาพ” รู้สึกเป็นมิตรอย่ำงสนิทชิดเชื้อ เอื้อเฟื้ออำทร ปรำรถนำดี และเป็นพื้นฐำนน�ำไปสู่พฤติกรรมอันพึงประสงค์ที่ดีงำมตักบาตรเทโวโรหณะ ตักบาตรเทโว หมำยถึงกำรท�ำบุญตักบำตรในวันแรม๑ ค่� เดือน ๑๑ เนืองในโอกำสทีพระพุทธเจ้ำเสด็จลงจำก ำ ่ ่เทวโลก ค�ำว่ำ เทโว เรียกกร่อนมำจำกค�ำว่ำ เทโวโรหณะ(เทว+โอโรหณ) ซึงแปลว่ำ การเสด็จลงจากเทวโลก ่ พุทธประวัตได้จำรึกไว้วำ ในพรรษำที่ ๗ นับแต่วนตรัสรู้ ิ ่ ัพระพุทธเจ้ำเสด็จไปจ�ำพรรษำอยูบนสวรรค์ชนดำวดึงส์เพือ ่ ้ั ่
    • แสงธรรม 19 Saeng Dhammaประโยชน์ของการตักบาตรเทโว ภูมิใจ สร้ำงควำมสมำนฉันท์กัน จำกพฤติกำรณ์เหล่ำนี้ ๑. พุทธศำสนิกชนมีศรัทธำบ�ำเพ็ญกุศลอย่ำงครบ ท�ำให้ประชำชนในท้องถินเกิดควำมเป็นน้�หนึงใจเดียวกัน ่ ำ ่ไตรสิกขำคือ ทำน ศีล ภำวนำ มีกำรประกอบทำนพิธี สำมำรถหลอมรวมใจช่วยกันระดมพลังสติปญญำคิดค้นหำ ัด้วยกำรตักบำตร ประกอบบุญพิธีโดยกำรสมำทำนรักษำ ค�ำตอบแก้ปญหำต่ำง ๆ ได้ อย่ำงกลมเกลียว เป็นปึกแผ่น ัศีล และบ�ำเพ็ญกุศลพิธี โดยกำรฟังธรรม และสำมำรถ และแน่นแฟ้นยิงขึน่ ้บ� ำ เพ็ ญ เพี ย รภำวนำอบรมจิ ต ใจตนเองให้ มี คุ ณ ธรรม ๕. เมือวันออกพรรษำผ่ำนไป ก็เป็นกำรเตือนใจคน ่ประจ�ำใจที่สูงขึ้น เรำว่ำ เวลำได้ผำนไปอีกปีหนึงแล้ว (พรรษำหนึงผ่ำนไป ่ ่ ่ ๒. เกิดควำมปีติภำคภูมิใจ อิ่มบุญ อำรมณ์ดี ช่วย เท่ำกับฤดูฝนหมุนเวียนผ่ำนไปอีกปีหนึง) เวลำทีผำนไปได้ ่ ่่ให้คลำยเครียดได้ ช่วยรักษำโรคเครียดได้ด้วย คร่ำชีวตมนุษย์ให้ลดทอนลงไปด้วย นันก็คอมนุษย์เรำย่อม ิ ่ ื ๓. เป็นกิจกรรมที่สืบทอดพระพุทธศำสนำโดยตรง ระลึกรูได้วำชีวตนีจะใกล้ควำมตำยเข้ำไปทุกขณะแล้ว ช่วย ้ ่ ิ ้โดยกำรอุปัฎฐำกพระภิกษุสำมเณรด้วยปัจจัยสี่ตำมก�ำลัง ให้ไม่ประมำทและต้องใช้อทธิบำท ๔ เร่งท�ำควำมดีบำเพ็ญ ิ �ศรัทธำ ช่วยให้ท่ำนมีก�ำลังกำย ก�ำลังใจ ในกำรบ�ำเพ็ญ กิจอันเป็นกุศลให้ถงพร้อมครบไตรสิกขำ (ทำน ศีล ภำวนำ) ึสมณธรรมให้ก้ำวหน้ำยิ่ง ๆ ขึ้น โดยเฉพำะต้องเร่งพัฒนำด้ำนจิตใจบ�ำเพ็ญเพียรภำวนำ ๔. ท�ำให้เกิดควำมกลมเกลียวระหว่ำงประชำชนใน อบรมจิ ต ใจตนเองให้ เ กิ ด ควำมเข้ ำ ใจที่ ชั ด เจนต่ อ ชี วิ ตท้องถินเนืองจำกวัดเป็นศูนย์รวมประชำชนในท้องถิน เมือ ่ ่ ่ ่ เพรำะกำรฝึกฝนทำงปัญญำจะช่วยให้ให้บุคคลเกิดควำมถึงวันส�ำคัญ ๆ ทำงศำสนำ เช่น วันออกพรรษำและกำร รู้แจ้ง มีควำมประพฤติที่ดีงำม เห็นถึงสำระที่แท้จริงของตักบำตรเทโวนี้เป็นเทศกำลที่ยิ่งใหญ่ ชำวพุทธแทบทุก ชีวิต แยกแยะได้ว่ำอะไรคือประโยชน์ อะไรคือโทษ อะไรครอบครัวจะไปท�ำบุญที่วัดอย่ำงเนืองแน่น และกำรได้ คือคุณค่ำแท้อะไรคือคุณค่ำเทียม ซึ่งนับว่ำเป็นผลที่ล้ำ�ค่ำพบปะสังสรรค์ พูดคุยกันฉันเพื่อนบ้ำน มีปัญหำเรื่องทุกข์ อย่ำงแท้จริงแก่จิตวิญญำณ อันจะน�ำไปสู่ควำมเป็นอิสระอะไรก็ร่วมกันคิดหำทำงแก้ไข เรื่องสุขประกำรใดก็น�ำมำ เหนือโลกได้ในที่สุดเล่ำสู่กันฟังเพื่อเป็นแนวทำงปฏิบัติต่อผู้อื่น หรือร่วมภำค พญ. พิ ม ลวรรณ ลิ้ ม ปวงทิ พ ย์ ท� า บุ ญ อุ ทิ ศ ส่ ว นกุ ศ ลให้ บุ พ การี ช นผู ้ ล ่ ว งลั บ ไปแล้ ว ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๔
    • แสงธรรม 20 Saeng Dhammaการพัทธสีมาฝังลูกนิมต วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก ๒๕๕๓/งานธรรมสมโภชอายุวฒนมงคล ๘๔ ปี หลวงตาชี ๒๕๕๒ ิ ั อาลัยรักพระเทพกิตติโสภณ ด้วยอ�านาจ กุศลบุญ เจ้าคุณสร้าง จงเปิดทาง สู่แดน แสนสุขา อย่าเวียนว่าย ตาย-เกิด ก�าเนิดมา ในโลกา อีกต่อไป เป็นนิจ-เทอญ “หลวงตาชี” วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ๗ กันยายน ๒๕๕๔จาริกบุญ จาริกธรรม ณ พระคันธกุฏี วัดเชตวัน อินเดีย ๒๕๔๓ธรรมยาตรา ตามรอยบาทพระศาสดา ประเทศศรีลังกา ๒๕๕๐ เดินทางไปร่วมประชุมสภาศาสนาโลก ประเทศสเปน ๒๕๔๗
    • แสงธรรม 21 Saeng Dhammaพิธบ�เพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม “พระเทพกิตติโสภณ” อดีตประธ�นสมัชช�สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริก� วันที่ ๘-๑๔ ก.ย. ๕๔ ีำขอกุศลผลกรรมโปรดนำ�หนุน อีกผลบุญจงส่งเสริมทุกทิศ� ให้พระเทพกิตติโสภณสถิตอยูใ่ นสวรรค์อนโสภ� ในชันฟ้�ทิพย์สถ�นวิม�นเทอญ ั ้
    • แสงธรรม 22 Saeng Dhamma ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี. ิ Those who are interested in Thai Theravada Buddhism and members of the general public are cordially invited to Wat Thai, D.C., Temple to pay their respect to or simply view the Buddha relics on display in the chanting hall.ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือน ตุลาคมณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. 15 ตุลาคม 2554ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวพระไตรปิฎก � สาธยายพระไตรปิฎก ภาษาบาลี � ฟังบรรยายธรรม - ธรรมสากัจฉา � เจริญจิตตภาวนา - แผ่เมตตา พร้อมกันบนอุโบสถศาลา เวลา 9.00 A.M.
    • แสงธรรม 23 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวัดไทย พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตณฺโห สทา สโต สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ สฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา. ต ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ สจฺจานํ จตุโร ปทา วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมานํ ทิปทานญฺจ จกฺขุมา. บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐสุด บรรดาสัจจะทั้งหลาย บท ๔ ประเสริฐสุด บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรมประเสริฐสุด และ บรรดาสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐสุด ใ นสังคมเมืองไทยของเรา ระยะ ๓ – ๔ ปีมานี้ เรา ได้ยนได้ฟงส�านวนหรือค�าพูดประโยคว่า “ตาสว่าง” ิ ัประโยคนี พูดกันมากและได้ฟงกันมากจนชินหูในสังคมไทย ้ ั คือตาเนื้อนั้นมันก็ใสมองอะไรก็เห็นได้ตามปกติ แต่ว่า “ตา ใน” คือตาปัญญาความรูความเข้าใจในเหตุการณ์ตาง ๆ นัน ้ ่ ้ มันยังไม่สว่าง ยังไม่รู้อะไรตามความเป็นจริง คือโลกมนุษย์ จึงท�าให้เกิดความสงสัยขึนมาว่า ค�าว่า “ตาสว่าง” นัน มัน ้ ้ สังคมมนุษย์ที่เราอาศัยกันอยู่นี้ มันเป็นโลกแห่ง “มายา”หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า ก่อนหน้านี ตามันมืด ้ มันหลอกตาลองใจของคนที่ไม่รู้เท่าทันตลอดเวลาตามันบอด มองไม่เห็นอะไร เข้าหลักทีวา “ตโม ตมปรายโน” ่่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกที่มีอ�านาจเงิน มีอ�านาจรัฐ ได้มืดแล้วมืดตลอดไปอย่างนั้นหรือ? ความจริงเรื่องนี้ ไม่ได้ เป็นใหญ่ในสังคม ก็ใช้คารมคมคายหาอุบายหลอกพวกที่หมายความว่า ตามันมืดตามันบอดอะไรกันหรอก “ตานอก” ด้อยโอกาสมาเป็นทาสรับใช้สารพัดอย่าง ไม่ตางอะไรกับทาส ่
    • แสงธรรม 24 Saeng Dhammaในเรือนเบีย เอารัดเอาเปรียบเหยียบย�าท�าลาย ดูถกเหยียด ้ ่ ู “โชติ โชติปรายโน” สว่างแล้ว สว่างตลอดไปหยาม ตามอ�านาจที่ตนมีอยู่ ขู่เข็ญคุกคามให้ท�าอะไรตามที่ ในสังคมไทยของเรา ประชาชนส่วนใหญ่ก็ถูกอ�านาจพวกตนต้องการ ในด้านการศึกษาหาความรูกปดประตูตาย ้็ ิ พิเศษ อ�านาจมืด อ�านาจนอกระบบ ปกปิดความจริง และใช้อุบายหลอกลวงไปวัน ๆ ถ้าพวกมันได้รับการศึกษามี ใช้ ก ลมายาหลอกลวงให้ เข้ า ใจผิ ด ให้ ห ลงผิ ด มาหลายปัญญาวิชาความรู้ พวกมันก็จะรู้ความชั่วของพวกตน ซึ่ง ทศวรรษเหมือนกัน ทั้งในด้านประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ได้ใช้เล่ห์กลมายา หลอกลวงมาเป็นเวลานาน แต่เมื่อ ทหาร การเมือง และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย บรรยายให้เหตุการณ์ผานมาหลายทศวรรษ เรืองมหัศจรรย์กเ็ กิดขึนใน ่ ่ ้ ประชาชนเข้าใจผิดว่า เมืองไทยเราเป็นประชาธิปไตย สังคมยุคใหม่ เทคโนโลยีทันสมัย มีคอมพิวเตอร์ระบบ เศรษฐกิจก็ดขนเรือย ๆ ให้ทกคนอดทนกันหน่อย ค่อยเป็น ี ึ้ ่ ุอินเตอร์เน็ต เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมโลก ก็ปรากฏออก ค่อยไป อย่าใจร้อน ใจเย็นๆ เศรษฐกิจของเราก้าวหน้าแน่ ๆ มาแก่สายตาของคนในสังคมทุกหนทุกแห่งทั่วไป ไม่ว่าจะ ในด้านทหารก็อยู่ในระเบียบวินัย เอาใจใส่ในการป้องกันอยู่ที่ไหน ตามท้องไร่ท้องนาพากันได้รับฟังข่าวสารต่าง ๆ ชาติ บ ้ า นเมื อ งให้ ป ลอดภั ย ไร้ อ ริ ร าชศั ต รู ที่ ม ารุ ก ราน ทางอินเตอร์เน็ตจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เรื่องที่ไม่เคยได้ฟังก็ได้ การเมืองก็ไม่มีปัญหาอะไร นักการเมืองก็ช่วยกันบริหารฟัง เรื่องที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ เรื่องที่เคยเคลือบแคลงสงสัยมาแต่ ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน ในด้านอื่น ๆ ก่อน ตอนนี้ก็ได้ปรากฏออกมาแก่สายตาของประชาชนจน ก็ไม่มอะไรทีนาเป็นห่วง หลอกลวงประชาชนให้เข้าใจผิดใน ี ่ ่หมดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีทางที่พวกที่มีอ�านาจเงิน มี เรื่องต่างๆ เหล่านี้มาตลอดเวลา แต่ประชาชนในทุกวันนี้ อ�านาจรัฐ เป็นใหญ่ในแผ่นดินจะปกปิดเป็นความลับ หลอก ไม่มีความคิดเหมือนประชาชนในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ลวงต่อไปได้แล้ว “ความลับไม่มีในโลก” โชคเป็นของ ใครจะแหกตาลวงใจอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ แต่มาในประชาชน เพราะทุกคนตาสว่างกันหมดแล้ว นี่แหละคือ ปัจจุบันนี้ประชาชนเขาใฝ่รู้ใฝ่เห็น ใฝ่แสวงหาความจริง ที่มาของค�าว่า “ตาสว่าง” ต่อจากนี้ไป ไม่มีอะไร ไม่มี แสวงหาข้อมูลตามแหล่งต่าง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งพวกอ�านาจอิทธิพลของใครจะมาเล่นกลมายาหลอกประชาชน อ�านาจมืด อ�านาจพิเศษ อ�านาจนอกระบบ ปกปิดกันไว้ได้อกต่อไปแล้ว เพราะประชาชนทุกหมูเหล่าเข้าสูหลักทีวา ี ่ ่ ่่ เพื่อหลอกลวงคนในสังคมให้หลงผิดเข้าใจผิด ก็ปิดไม่อยู่
    • แสงธรรม 25 Saeng Dhammaพรั่งพรูออกมาสู่สายตาประชาชน ความมืดมนทั้งหลายก็ กระโดดลงมาให้ตาย พระองค์ทรงทราบจึงทรงเปล่งพระอันตรธานปราสนาการไป ความสว่างไสวก็เข้ามาแทนที่ นี่ รัศมีแสดงพระองค์ให้ปรากฏให้พระวักกลิเห็น ตรัสเตือนแหละคือทีมาแห่งวลีทวา “ตาสว่าง” ของมวลชนชาวไทย ่ ี่ ่ พระวักกลิให้เกิดสติ แล้วเจริญสมณธรรม ท�าให้จิตสงบซึ่งถูกครอบง�าด้วยอ�านาจมืด อ�านาจพิเศษ อ�านาจนอก สะอาดสว่าง เป็นทางให้เกิดปัญญาได้ดวงตาเห็นธรรม ระบบ มาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ได้ถูกก�าจัดออกไป ซึ่งเป็นการเห็นพระองค์ตลอดเวลา นี้ก็เป็นที่มาแห่งค�าว่า ด้วยเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ตน�าสมัย ชัยชนะ “ตาเห็นธรรม” อีกเรื่องหนึ่ง ของประชาชนใกล้เข้ามาทุกลมหายใจเข้าออก เมฆหมอกคง ประเด็นทีจะต้องท�าความเข้าใจต่อไป ก็คอเรืองตาเห็น ่ ื ่ผ่านพ้นสังคมไทยไม่กลับมาอีกแล้ว นีคอเรือง “ตาสว่าง” น�า ่ื ่ ธรรมนั้นหมายความว่าอย่างไร ท�าไมจึงเรียกว่า “ตาเห็นมาเสนอท่านทั้งหลายโดยย่อพอเป็นตัวอย่าง ต่อไปก็ขอพา ธรรม” ในประเด็นนี้ ก็ต้องเข้าใจกันให้ดี ค�าว่า “ตาเห็นท่านทังหลายไปศึกษาหาความรูในประเด็น “ตาเห็นธรรม” ้ ้ ธรรม” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงตาเนื้อ “มังสะจักษุ” ตาเป็นล�าดับต่อไป เนื้อก็ใช้ดูได้เฉพาะสิ่งภายนอกเท่านั้น ดังนั้นดวงตาเห็น ประเด็นแรก เราก็มาท�าความเข้าใจในเรือง “ตาเห็นธรรม” ่ ธรรมนั้น ท่านหมายถึงตาปัญญา “ปัญญาจักษุ” ตากันก่อน ตาเห็นธรรมมีความเป็นมาอย่างไร ท�าไมจึงเรียก ปัญญาที่ว่าได้ดวงตาเห็นธรรมนั้น ก็หมายเอาปัญญาจักษุว่าตาเห็นธรรม นี่คือประเด็นที่เราจะต้องท�าความเข้าใจกัน นีเ้ อง และ ดวงตาเห็นธรรมนัน ก็ได้แก่การรูการเห็นสรรพ ้ ้ก่อน เรื่องของ “ตาเห็นธรรม” นี้ เป็นส�านวนที่ใช้พูดกัน สิ่งทั้งหลายที่มีในโลกตามความเป็นจริง เห็นอนิจจังไม่ในทางพระพุทธศาสนา เรียกผู้ที่ฟังธรรมแล้วได้บรรลุพระ เทียงเปลียนแปลงตลอดเวลา เห็นทุกขังทนอยูไม่ได้ สลาย ่ ่ ่อริยบุคคลชั้นโสดาบันว่า ได้ดวงตาเห็นธรรม เริ่มแต่ ไปตลอดเวลา เห็นอนัตตาบังคับบัญชาไม่ได้ ไม่อยู่ในปัญจวัคคีย์ ๕ ฟังธรรมเรื่องพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร อ�านาจของใคร นี่แหละคือความหมายของค�าว่า “ตาเห็นพระพุทธเจ้าทรงแสดงโดยล�าดับถึงตรงประโยคว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา” อัญญาโกณฑัญญะได้ฟังมาถึงตรงนี้ ก็มีความรู้ความเข้าใจตามความเป็นจริง ก็ได้ดวงตาเห็นธรรมส�าเร็จเป็นพระโสดาบัน ตกกระแสแห่งพระธรรมไม่ตกต�าเป็นธรรมดาจนกว่าจะได้ส�าเร็จพระอรหันต์ในทีสด ่ ุ่ พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระวักกลิ พระวักกลิที่เป็นคฤหัสถ์ได้เห็นรูปกายสมบัตของพระองค์งามนักดูไม่เบือ จึง ิ ่ได้ออกบวชด้วยคิดว่า จะได้ดูพระองค์เป็นนิตย์กาล เมื่อบวชแล้วก็ไม่เป็นอันท่องบนสาธยายธรรมไม่เจริญสมณธรรม ธรรม” ในภาษาธรรม ประชาชนคนธรรมดาชาวบ้านทัวไป ่ เอาแต่คอยเฝ้าตามดูพระศาสดาโดยถ่ายเดียว พระองค์จึง อาจจะฟังไม่คอยจะออก จึงขอบอกเป็นภาษาคน คือภาษา ่ตรัสเตือนว่า วักกลิเธอจะมาเฝ้าดูร่างกายอันเปื่อยเน่าของ ชาวบ้านทัวไปให้เข้าใจกันง่าย ๆ ค�าว่า “ดวงตาเห็นธรรม” ่เราท�าไมเล่า “ผูใดเห็นธรรม ผูนนชือว่าเห็นเรา” ดังนี แต่ ้ ้ ั้ ่ ้ นั้น พูดให้เข้าใจกันง่าย ๆ แบบชาวบ้านทั่วไป ก็คือว่าพระวักกลิก็ไม่ฟัง ยังขืนตามเฝ้าดูอยู่ร�่าไป พระองค์จึงทรง ดวงตาเห็นธรรมนั้น ก็ได้แก่เห็นชั่วเป็นชั่ว เห็นดีเป็นดีขับไล่ให้หลีกไป พระวักกลิเสียใจขึ้นไปบนเขาคิชฌกูฏ จะ เห็นผิดเป็นผิด เห็นถูกเป็นถูก เห็นบาปเป็นบาป เห็นบุญ
    • แสงธรรม 26 Saeng Dhammaเป็นบุญ เห็นคุณเป็นคุณ เห็นโทษเป็นโทษ เป็นต้น นี้คือ นั้นพระท่านก็เทศน์เรื่องอาชีพโจรกรรม ทรัพย์สมบัติของเห็นตามความเป็นจริง ตามภาษาคน ไม่ให้ผดไปจากความ ิ ใครเขาก็รักก็หวงแหน ไม่ต้องการให้ใครมาล่วงละเมิดเป็นจริงของสิ่งนั้น ๆ ดังส�านวนที่ว่า “เห็นกงจักรเป็น กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของตน คนใดท�าโจรกรรมลักเล็กดอกบัว เห็นชั่วเป็นดี” อย่างนี้มันเห็นผิดจากความเป็น ขโมยน้อย จนถึงขันปล้นสดมภ์ เป็นการท�าบาปกรรม ก็จาน�า ้ �จริง การเห็นผิดจากความเป็นจริงนี้แหละ ท�าให้คนเราคิด ผลมาให้คนท�าทุกภพทุกชาติ เมือเกิดมามีทรัพย์สมบัตอะไร ่ ิผิด พูดผิด และท�าผิด แล้วก็ประกอบกรรมท�าความชัวต่าง ๆ ่ ก็ไม่มีความปลอดภัย ถูกลักถูกขโมย เพราะตนเคยลักเคยนานาทังในทีลบทังในทีแจ้งต่อหน้าและลับหลังขณะทีก�าลัง ้ ่ั ้ ่ ่ ขโมยของคนอืนมาก่อน ผลสะท้อนย้อนมาหาตัวเอง เข้าหลัก ่ท�าความชั่วอยู่นั้นก็ไม่รู้สึกตัว “กรรมสนองกรรม” ท�ากรรมเช่นไรก็ได้รับผลเช่นนั้น สัตว์ มีตัวอย่างให้เห็นเช่น สหายสองคน มีอาชีพในการท�า ทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรมของตน โจรกรรม ท�ากันมาจนค่อนชีวิต วันหนึ่ง เห็นประชาชนชาว ขณะทีตงใจฟังธรรมอยูนนสหายคนนันก็มองเห็นความ ่ ั้ ่ ั้ ้บ้านพากันถือดอกไม้ของหอมบ่ายหน้าไปวัดเพื่อฟังธรรม ชั่วที่ตัวเคยท�ามา ก็เกิดความละอายต่อความชั่ว ไม่กล้าสองสหายก็ถือโอกาสตามไปด้วย แต่ ท�าความชัวอีกต่อไป ไม่วาในรูปแบบ ่ ่ความคิดไม่เหมือนชาวบ้านทั้งหลายที่ ใด ๆ ทั้งนั้น บาปคือความชั่วไม่ท�าบ่ายหน้าไปวัดเพื่อฟังธรรม แล้วน�ามา เสียเลยนันแหละดี ตังแต่วนนันมาเขา ้ ้ ั ้ช� า ระล้ า งความเศร้ า หมองออกจาก ก็ เ ลิ ก อาชี พ โจรกรรมทั น ที มี ค วามจิตใจ แต่สองสหายไปเพื่อถือโอกาส ละอายต่อความชั่วกลัวต่อบาปกรรม ลักขโมยสิ่งของเงินทองของชาวบ้าน ท�าแต่ความดีตลอดชีวต ส่วนเพือนของ ิ ่เมือเผลอตัว นีคอจิตใจทีไม่รตามความ ่ ่ื ่ ู้ เขายังมองไม่เห็นความจริง ก็ก้มหน้าเป็นจริง คือการท�าโจรกรรมนั้น มัน ก้มตาท�าความชัวยึดอาชีพโจรกรรมต่อ ่เป็นความชั่ว แต่ตัวเองส�าคัญผิดคิดว่า ไป จนกว่าเขาจะได้ดวงตาเห็นธรรมนัน ้เป็นความดี เมือส�าคัญผิดก็คดท�าชัวท�า ่ ิ ่ แหละ เขาจึงจะเลิกอาชีพโจรกรรมได้โจรกรรมต่อไป ตราบใดที่ยังมองไม่ ทั น ที นี้ คื อ ความจริ ง ตามหลั ก ของเห็ น ความชั่ ว ว่ า มั น เป็ น ความชั่ ว ก็ พระพุ ท ธศาสนา พอได้ ด วงตาเห็ นท�าความชั่วได้ในที่ทุกสถาน แม้วัดซึ่ง ธรรมรูอะไรตามความเป็นจริง สิงทีเ่ คย ้ ่เป็นเขตบุญสถาน คนพาลคนชั่วก็ท�าชั่วได้ ไม่อายผีสาง คิดชั่ว เคยพูดชั่ว เคยท�าชั่วมาก่อน ตอนนี้ก็ถูกลงกลอนปิดเทวดา แต่พอดวงตาเห็นธรรมเมื่อไหร่ จิตใจก็กลัวบาปกลัว ประตูตาย ฝันร้ายก็กลายเป็นดี ดังพุทธานุสาสนีว่า “อสาธุ�ความชั่วขึ้นมาทันทีไม่มีทางที่จะท�าความชั่วอีกต่อไปแล้ว สาธุนา ชิเน” ชนะความชั่วด้วยความดี เรื่องนี้มีตัวอย่าง พฤติกรรมของสองสหายเป็นตัวอย่างอีกเหมือนกัน ใน ให้เรียนรู้มากมายในยุคพุทธกาล เช่น สหายสองคนนี้ สหายคนหนึ่งฉุกคิดขึ้นมาว่า เราก็ท�าอาชีพ ขอยกตัวอย่างเรื่องชฎิลสามพี่น้อง คืออุรุเวลกัสสปะโจรกรรมมานานแล้ว ชีวตความเป็นอยูกไม่เห็นว่าจะมีอะไร ิ ่็ นทีกสสปะ คยากัสสปะ ออกบวชเป็นชฎิลบ�าเพ็ญพรตบูชา ัดีขึ้นเลย ก็คิดขึ้นมาได้ในขณะนั้นว่า น่าจะตั้งใจฟังธรรมดัง เพลิง สร้างอาศรมอยู่ใกล้ฝั่งแม่น�้าเนรัญชรา เป็นสามสถานที่ชาวบ้านทั้งหลายเขาฟังกันบ้าง แล้วก็ตั้งใจฟังธรรมด้วย ตามล�าดับกัน ครั้นพระศาสดาเสด็จถึงอุรุเวลาประเทศแล้ว ความเอาใจใส่ และจดจ่อต่อเสียงเทศน์เสียงธรรม เผอิญวัน ทรงทรมานอุรุเวลกัสสปะด้วยวิธีเครื่องทรมานต่าง ๆ แสดง
    • แสงธรรม 27 Saeng Dhammaให้เห็นว่าลัทธิบูชาเพลิงของอุรุเวลกัสสปะนั้นไม่มีแก่นสาร ทีกล่าวมานี ้ เป็นเรืองของชฎิลสามพีนอง คือ อุรเุ วลกัสสปะ ่ ่ ่้อุรุเวลกัสสปะถือตัวว่าตนเป็นผู้วิเศษฉันใด ๆ ตนก็หาเป็น นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ ซึ่งพากันยึดมั่นในลัทธิบูชาฉันนั้น ๆ ไม่ จนอุรุเวลกัสสปะมีความสลดใจพร้อมทั้งศิษย์ เพลิงและพากันส�าคัญผิดคิดว่า เป็นพระอรหันต์มีฤทธิ์มีบริวารลอยผมที่เกล้าเป็นชฎา และบริขารเครื่องพรตเครื่อง อ�านาจ และมีปาฏิหาริย์ สามารถบันดาลอะไรได้ต่าง ๆ บูชาไฟของชฎิลในแม่นาแล้ว ทูลขอบรรพชาอุปสมบท พระ �้ นานา พอได้ฟงธรรมเทศนาของพระศาสดา ก็ได้ดวงตาเห็น ัศาสดาก็ประทานบรรพชาอุปสมบทอนุญาตให้เป็นภิกษุทงสิน ั้ ้ ธรรม เห็นว่าลัทธิบชาเพลิงทีพวกตนเคยยึดมันถือมันมาก่อน ู ่ ่ ่ ฝ่ายนทีกัสสปะตั้งอาศรมอยู่ภายใต้ได้เห็นชฎาและ นั้น มันไม่มีสาระแก่นสารอะไร ประพฤติปฏิบัติไปก็ไม่เกิดบริขารเครื่องพรตเครื่องบูชาเพลิง ลอยไปตามกระแสน�้า ประโยชน์อะไรทังในปัจจุบน ในอนาคต และประโยชน์อย่าง ้ ัส�าคัญว่าเกิดอันตรายแก่พชายตน พร้อมทังบริวารมาถึง เห็น ี่ ้ ยิ่งคือพระนิพพานความดับทุกข์ จึงพากันลอยชฎาเครื่องอุรุเวลกัสสปะผู้พี่ชายถือเพศเป็นภิกษุแล้ว ถามทราบความ พรตเครื่องบูชาเพลิงบริขาร แล้วพากันบวชเป็นพระภิกษุว่า พรหมจรรย์นประเสริฐแล้ว ก็ลอยชฎาและบริขารเครือง ี้ ่ ในพระพุทธศาสนา เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าการที่จะละทิ้งสิ่งพรตเครื่องบูชาเพลิงของตนเสียในแม่น�้าแล้ว พร้อมด้วย ที่เคยปฏิบัติมา แต่ว่าเป็นสิ่งที่ผิด เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ก่อบริวารเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ ให้เกิดโทษโดยถ่ายเดียวได้นั้น จะต้องได้ดวงตาเห็นธรรม ทรงประทานอุปสมบทแก่เธอเหล่านั้น คือเห็นตามความเป็นจริง พอเห็นตามความจริง สิ่งที่เหลว ฝ่ายคยากัสสปะได้เห็นชฎาและบริขารเครืองพรตเครือง ่ ่ ไหลไร้สาระก็ละได้ทันทีทันควัน เหมือนดวงจันทร์ ดวงบูชาเพลิงลอยมาตามกระแสน�้า ส�าคัญว่าเกิดอันตรายแก่พี่ อาทิตย์พ้นจากเมฆหมอก ส่องแสงสว่างลงมาสู่โลกให้เกิดชายทั้งสอง พร้อมทั้งบริวารรีบมาถึง เห็นพี่ชายทั้งสองถือ ความสว่างไสวฉะนั้นเพศเป็นภิกษุแล้ว ถามทราบว่าพรหมจรรย์นประเสริฐ ลอย ี่ อีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่อได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว ก็เลิกชฎาและบริวารเครื่องพรตเครื่องบูชาเพลิงของตนเสียใน ท�าความชั่วได้ทันที มีเรื่องของนางขุชชุตตราสาวใช้ของแม่น�้าแล้ว พร้อมด้วยบริวารเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลขอ พระนางสามาวดีมเหสีของพระเจ้าอุเทนเป็นอุทาหรณ์ ตามอุปสมบท พระพุทธองค์ทรงประทานอุปสมบทให้เป็นภิกษุ ปกติในทุก ๆ วัน พระเจ้าอุเทนทรงพระราชทานทรัพย์เพื่อโดยนัยหนหลัง เป็นค่าดอกไม้แก่พระนางสามาวดี วันละแปดกหาปณะ นาง คุณสุภา (เป็ด) บรรณวณิชกุล ท�าบุญเลี้ยงพระ และถวายสังฆทานเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันเกิด ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๔
    • แสงธรรม 28 Saeng Dhammaขุชชุตตราสาวใช้ของพระนางสามาวดีมีหน้าที่ในการซื้อ ยักยอกเอาค่าดอกไม้ของพระนางสามาวดีครึ่งหนึ่งมาเป็นดอกไม้มาถวายพระนางสามาวดีเป็นประจ�าทุกวันมิได้ขาด ของตน สมเด็จพระทศพลจึงทรงแสดงธรรมเจาะจงแก่นางแต่ในการซือดอกไม้นนนางขุชชุตตราก็เบียดบังเอาค่าดอกไม้ ้ ั้ โดยเฉพาะ ในขณะที่นั่งฟังธรรมโดยสงบอยู่นั้น นางก็มองนัน วันละสีกหาปณะซือดอกไม้มาถวายพระนางสามาวดีสี่ ้ ่ ้ เห็ น กรรมชั่ ว ที่ ตั ว ท� า มาเป็ น ประจ� า เป็ น บาปกรรมที่ น ่ ากหาปณะ เรียกว่าให้เจ้านายครึงหนึง สาวใช้ครึงหนึง ซึ่งท�า ่ ่ ่ ่ ขยะแขยงเหลือที่จะพรรณนา ไม่น่าท�าเลย กรรมชั่วไม่ท�าอย่างนีประจ�าทุกวันไม่เคยขาดไม่มใครสามารถรูวานางค่อม ้ ี ้่ เสียเลยนั่นแหละดี นางได้บอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ เราจะประพฤติตัวชั่วช้าเลวทรามอย่างนี้ แม้แต่พระนางสามาวดี ไม่ทากรรมชัวเช่นนีอกแล้ว กรรมชัวแม้แต่นอยนิดก็เป็นพิษ � ่ ้ี ่ ้ก็หาทราบไม่ นางค่อมก็เลยเหลิงใจท�าได้ไม่อายผีสางเทวดา เป็นภัย ท�าลายจิตใจตลอดเวลา พอพระศาสดาแสดงธรรมแต่นางค่อมรูไหมว่า แม้จะไม่มใครเห็นก็จริง แต่กตวนางค่อม ้ ี ็ั จบ นางก็พบกับแสงสว่างได้ “ดวงตาเห็นธรรม” ไม่ตกต�่านันแหละเห็นเพราะความลับส�าหรับคนท�าบาปไม่มในโลก ่ ี ลงสู่ความเลวทรามอีกต่อไป ถวายบังคมพระบรมศาสดา อาจจะถึงคราวโชคดีของนางค่อมหรือจะถึงคราวหมด กราบทูลลา ซื้อดอกไม้จากนายสุมน คราวนี้นางซื้อดอกไม้เคราะห์กรรมของนางก็ได้ เช้าวันหนึ่งนางค่อมได้ไปซื้อ ทัง ๘ กหาปณะ และกล่าวขอบคุณนายสุมนทีให้โอกาสนาง ้ ่ดอกไม้ที่ร้านของนายสุมนะมาลาการผู้ช�านาญในการจัด ได้เฝ้าพระศาสดาและได้ฟงธรรมเทศนาจากพระองค์ ตกลง ัดอกไม้ขาย พอไปถึงร้าน นายสุมนมาลาการได้เอ่ยปากชวน นางน�าดอกไม้กลับไปถวายพระนางสามาวดีตามทีเ่ คยปฏิบติ ันางค่อมว่า นางผู้เจริญ วันนี้ข้าพเจ้าได้ทูลอัญเชิญพระบรม มาเป็นประจ�าศาสดาพร้อมด้วยพระสงฆ์มาเสวยภัตตาหารที่บ้าน ขอให้นางช่วยจัดการต่าง ๆ เพื่อถวายการรับเสด็จพระศาสดา ก็จะเป็นมหามงคลแก่ชวตเป็นอย่างยิง เมือพระศาสดาพร้อม ีิ ่ ่ด้วยพระสงฆ์เสร็จภัตตกิจแล้ว พระองค์ก็จะทรงแสดงธรรมกถาอนุโมทนา เธอฟังธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว จึงค่อยรับดอกไม้กลับไป นางค่อมก็รับปากนายสุมนโดยง่าย อาจจะเคยได้ท�าบุญร่วมกันมาแต่ในชาติปางก่อนก็เป็นได้ ใครจะรู้ พอได้ เวลา บรรดาพระสงฆ์ มี อ งค์ พ ระศาสดาเป็ นประธานก็เสด็จมาบ้านของนายสุมนคนขายดอกไม้ ทุกคนมีนายสุมนเป็นประธานเจ้าภาพต่างก็ช่วยกันอังคาสพระ วั น นี้ พระนางสามาวดี ท อดพระเนตรเห็ น ดอกไม้ศาสดา และพระสงฆ์ด้วยขาทนียะโภชนียาหารอันประณีต มากกว่าทุกวันทีผานมา จึงทรงสงสัยตรัสถามนางค่อมว่า วัน ่่สมควรแก่ ส มณะ เมื่ อ พระสงฆ์ มี อ งค์ พ ระศาสดาเป็ น นี้ พระราชาทรงประทานค่าดอกไม้เพิ่มขึ้นหรือ? นางค่อมประธาน ทรงท�าภัตตกิจเสร็จแล้ว พระพุทธองค์ทรงแสดง ทูลว่า หามิได้ พระแม่เจ้า อ้าว แล้วท�าไมดอกไม้จึงมากกว่าพระธรรมเทศนาอนุโมทนาเพื่อให้เจ้าภาพมีความหรรษา ทุกวันเล่า เจ้าออกเงินซื้อเองหรือ แม่คุณ นางค่อมจึงทูลร่าเริงในทานที่ตนบริจาคแล้ว ส่วนนางค่อมเธอก็ตั้งใจฟัง สารภาพความจริงว่า ทุกวันหม่อมฉันซือดอกไม้ ๔ กหาปณะ ้ควบคุมใจให้จดจ่อต่อเสียงเทศน์เสียงธรรมของพระศาสดา อีก ๔ กหาปณะหม่อมฉันถือเอาเป็นของตัวเอง เจ้าข้า อ้าว เสมือนหนึ่งว่าพระศาสดาทรงทราบพฤติกรรมของนางที่ แล้วท�าไมวันนี้เจ้าจึงไม่ท�าเหมือนวันก่อน ๆ เล่า แม่คุณ วัน
    • แสงธรรม 29 Saeng Dhammaนี้ หม่อมฉันโชคดีได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระมหามุนีที่บ้านนาย เย็นเป็นนิจนิรันดรสุมนมาลาการ พระศาสดาทรงแสดงธรรมเทศนา หม่อมฉัน ตาสว่าง เปิดทาง ให้รู้ทั่วตั้งใจฟังธรรมเทศนาของพระองค์จบลงแล้ว ได้ดวงตาเห็น รู้ความชั่ว รู้ทันกล คนตอแหลธรรมคือรู้เห็นตามความเป็นจริง รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ธรรมะ ใครจะหลอก ใครจะลวง ฉันไม่แคร์เข้ า ไปเปลี่ ย นแปลงพั ฒ นาจิ ต ใจที่ ร ้ า ยให้ ก ลายเป็ น ดี ฉันรู้แท้ รู้จริง ทุกสิ่งไปปราศจากธุลีคือความเศร้าหมอง กลายเป็นจิตใจผ่องใส ต่อไปนี้ พวกที่ มีอ�านาจสะอาด ไม่อาจท�าความชั่วทุกอย่าง สร้างแต่ความดีทุก ไม่สามารถ หลอกเขาได้ ให้หลงใหล เพราะพวกเขา ตาสว่าง ทุกอย่างไปชนิด ช�าระจิตให้สะอาด ไม่มีใคร หลอกเขาได้ อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ หม่อมฉันจึงไม่กล้าโกงเงินค่าดอกไม้ ๔ ตาเห็นธรรม น�าคน ให้พ้นทุกข์กหาปณะ ดังที่เคยท�ามาแล้วในวันก่อน ๆ เพราะมีความ มีความสุข ในธรรม ตามค�าสอนละอายต่อความชัวกลัวต่อผลของบาปกรรม ขึนชือว่าความ ่ ้ ่ ของสมเด็จ พระศาสดา ชินวรชั่วแม้แต่น้อยนิดก็เป็นพิษเป็นภัย ท�าลายจิตใจให้เสื่อม สุขแน่นอน พระธรรม น�าวิญญาณคุณภาพขาดคุณธรรม กรรมชั่วไม่ท�าเสียเลยนั่นแหละดี นี่ ตาเห็นธรรม น�าคน พ้นกิเลสอีกตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เมื่อรู้ว่าความชั่วเป็นความ อันเป็นเหตุ ให้ทนทุกข์ ทรมานชั่วแล้ว ก็เลิกท�าความชั่วได้ทันที ไม่มีทางจะท�าความชั่วอีก พอเห็นธรรม กิเลส ก็อันตรธานต่อไปตลอดชีวต เรือง “ตาสว่าง ตาเห็นธรรม” น�ามาเสนอ ิ ่ อันเป็นการ ท�าลายทุกข์ ทุกอย่างไปท่านทั้งหลายเพื่อศึกษาหาความรู้ ก็จบลงเพียงเท่านี้ ขอ ตาเห็นธรรม น�ามา ซึ่งความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัยคนดีทั้งหลายจงประพฤติตนเป็นคนประเภท “ตาสว่าง ตา เพราะกิเลส น้อยใหญ่ มันดับไปเห็นธรรม” กันเถิด จะเกิดสิริมงคลส่งผลให้มีความสุขสงบ ท�าให้ใจ สงบเย็น เป็นนิรันดร์ ตาเห็นธรรม ท�าให้ ไร้ปัญหา เพราะปัญญา มีมาได้ ให้ฉับพลัน ดับกิเลส ตัณหาได้ ในทันควัน มีปัญญา รู้ทัน ทุกอย่างไป ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์เมธี จึงเตือนตัก ให้รู้จัก รักษาตน ให้พ้นภัย อย่าประมาท ตั้งสติ ให้มั่นไว้ เราจะได้ มีความสุข ทุกเวลา ขอเชิญชวน มวลประชา รักษาจิต เพื่อพิชิต กิเลส เศษตัณหา ครองชีวิต ด้วยสติ และปัญญา จิตโสภา ผ่องใส ใจร่มเย็น
    • แสงธรรม 30 Saeng Dhamma“ทำ�บุญวันส�รทไทย อุทศบุญให้บพก�รี สร้�งส�มัคคีในหมูญ�ติ อนุรกษ์ประเพณีของช�ติให้คงมัน” ิ ุ ่ ั ่
    • แสงธรรม 31 Saeng Dhamma“SART THAI FESTIVAL 2011” ชมการแสดงดนตรีไทย-นาฏศิลป์ไทย งดงามตระการตาด้วยลีลาของเยาวชนไทย
    • แสงธรรม 32 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากหลวงตาชี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ครูสี-หลวงตาสอน ความลับไม่มีในโลก ค รูสี: กราบเท้าหลวงตา ที่เคารพสักการะอย่างสูง คราวที่ ผ ่ า นมา หลวงตาน� า เสนอ “พรหาฉั ต ตชาดก” ว่าด้วยเอาของน้อย แลกของมาก ชาดกเรืองนีมสาระ่ ้ี หลวงตา: ครูสี ! ต่อไปนี้หลวงตาน�าเสนอ “ถุสชาดก” ว่าด้วยรูจกแกลบ หรือข้าวสารในทีมด เรืองนีมความว่า พระ ้ั ่ ื ่ ้ี ศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร ทรงปรารภส�าคัญพอสมควร ส�าหรับเตือนสติคนทีมความอิมไม่เป็น มีมาก ่ี ่ พระเจ้าอชาตศัตรู จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีค�าเริ่มต้นว่า เท่าไหร่กไม่พอ ขอให้ได้มากยิงๆ ขึนไปใช้กาลังทีเ่ หนือกว่าเอา ็ ่ ้ � “วิทิต� ถุส�” ดังนี้ของคนอื่นมาเป็นของตน ผลที่สุดก็ถูกคนที่ถูกเอาเปรียบใช้ ได้ฟงมาว่า เมือพระเจ้าอชาตศัตรูนนอยูในพระครรภ์ของ ั ่ ั้ ่อุบายเอาของเขากลับคืนไป แล้วก็เอาของที่มีค่าน้อยกว่ามา พระมารดานั้น พระมารดาของเธอผู้เป็นพระราชธิดาของแทน เพือเป็นการแก้แค้นให้เข็ดหลาบ ทีหลังจะไม่ได้ทาเช่นนี้ ่ � พระเจ้าโกศล เกิดแพ้พระครรภ์ อยากดืมพระโลหิตในพระชานุ ่อีก ... เอาละ ! หลวงตา ชาดกเรื่องนี้ผมเข้าใจดีแล้ว นิมนต์ ข้างขวาของพระเจ้าพิมพิสาร เป็นอาการแรงกล้า พระนางถูกหลวงตาน�าเสนอชาดกเรื่องอื่นต่อไป ขอรับ นางสนมผูรบใช้ทลถามจึงบอกความนันแก่นางสนมผูนน ฝ่าย ้ั ู ้ ้ ั้
    • แสงธรรม 33 Saeng Dhammaพระราชาได้ทรงสดับแล้ว รับสั่งให้เรียกโหรผู้ท�านายนิมิตมา เรียนไตรเพทและศิลปะทุกอย่าง เป็นผู้มีศิลปะครบบริบูรณ์แล้วตรัสถามว่า เขาว่าพระเทวีทรงเกิดการแพ้พระครรภ์เห็น แล้ว จึงตรัสลาอาจารย์ อาจารย์จึงตรวจดูพระราชกุมารนั้นปานนี้ ความส�าเร็จของพระนางจะเป็นอย่างไร? ด้วยวิชาดูลักษณะ แล้วคิดว่า อันตรายเพราะอาศัยพระโอรส พวกโหรผูทานายนิมตกราบทูลว่า สัตว์ผอบตในพระครรภ์ ้ � ิ ู้ ุ ั ิ จะปรากฏมีแก่พระราชกุมารนี้ เราจะปัดเป่าอันตรายนั้นไปของพระเทวี จักปลงพระชนม์พระองค์แล้วยึดราชสมบัติ พระ เสียด้วยอานุภาพของตน จึงได้ผูกคาถาขึ้น ๔ คาถาถวายพระราชาตรัสว่า บุตรของเราจักฆ่าเราแล้วยึดราชสมบัต ในข้อนัน ิ ้ ราชกุมาร ก็แหละเมื่อให้คาถาอย่างนี้แล้ว จึงก�าชับพระราชจะมีโทษอะไร แล้วทรงเฉือนพระชานุขางขวาด้วยพระแสงมีด ้ กุมารนั้นว่า ดูก่อนพ่อ ! เจ้าด�ารงอยู่ในราชสมบัติแล้ว ในเวลาเอาจานทองรองรับพระโลหิตแล้วประทานให้พระเทวีดม พระ ื่ โอรสของเจ้ามีชนมายุ ๑๖ พรรษา เมือจะเสวยพระกระยาหาร ่เทวี นั้ น ทรงด� า ริ ว ่ า ถ้ า โอรสเกิ ด ในครรภ์ ข องเราจั ก ปลง พึงกล่าวคาถาที่หนึ่ง, ในเวลามีการเข้าเฝ้าเป็นการใหญ่ พึงพระชนม์พระบิดาไซร้ เราจะมีประโยชน์อะไรด้วยพระโอรส กล่าวคาถาที่สอง, เมื่อเสด็จขึ้นปราสาทประทับยืนที่หัวบันได นั้น พระนางจึงให้รีดพระครรภ์ เพื่อให้ครรภ์ตกไป พระราชา พึงกล่าวคาถาที่สาม, เมื่อเสด็จเข้าห้องบรรทมประทับยืนที่ทรงทราบจึงรับสั่งให้เรียกพระเทวีนั้นมา แล้วตรัสว่า นางผู้ ธรณีประตู พึงกล่าวคาถาที่สี่เจริญ! นัยว่าบุตรของเราจักฆ่าเราแล้วยึดราชสมบัต ก็เราจะ ิ พระราชกุมารนันรับค�า จึงไหว้อาจารย์แล้วไป ได้ดารงอยู่ ้ �ไม่แก่ตายก็หามิได้ เธอจงให้เราเห็นหน้าลูกเถิด จ�าเดิมแต่นไป ี้ ในต�าแหน่งอุปราช เมือพระบิดาล่วงไปจึงด�ารงอยูในราชสมบัติ ่ ่เธออย่าได้กระท�ากรรมเห็นปานนี จ�าเดิมนันมา พระเทวีเสด็จ ้ ้ พระโอรสของท้าวเธอ ในเวลามีพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ได้ไปพระราชอุทยานแล้วให้รีดครรภ์ พระราชาได้ทรงทราบ จึง เห็นสิริสมบัติของพระราชาผู้เสด็จออกเพื่อประโยชน์แก่กิจมีทรงห้ามเสด็จไปพระราชอุทยาน จ�าเดิมแต่กาลนั้น พระเทวี กี ฬ าในพระราชอุ ท ยานเป็ น ต้ น มี ค วามประสงค์ จ ะปลงทรงพระครรภ์ครบบริบรณ์แล้วประสูตพระโอรส ก็ในวันขนาน ู ิ พระชนม์พระบิดาแล้ว ยึดครองราชสมบัติ จึงตรัสแก่พวกผู้นามพระโอรส เขาขนานพระนามว่า “อชาตศัตรู” เพราะเป็น ปฏิบัติบ�ารุงของพระองค์ พวกปฏิบัติบ�ารุงเหล่านั้นพากันทูลศัตรูต่อพระบิดา ตั้งแต่ยังไม่ประสูติ เมื่ออชาตศัตรูกุมารนั้น ว่า ดีแล้ว ขอเดชะ ประโยชน์อะไรด้วยความเป็นใหญ่ที่ได้ในทรงเจริญวัยเติบโตด้วยกุมารบริหาร ตอนแก่ ควรจะปลงพระชนม์พระราชาเสียด้วยอุบายอย่างใด วันหนึ่ง พระศาสดาแวดล้อมด้วยภิกษุ ๕๐๐ เสด็จไป อย่างหนึ่ง แล้วก็ยึดราชสมบัติ พระกุมารคิดว่า เราจะให้พระนิเวศน์ของพระราชาแล้วประทับนั่งอยู่ พระราชาทรงอังคาส ราชบิดาเสวยยาพิษสวรรคต เมื่อจะเสวยพระกระยาหารเย็นภิกษุสงฆ์มองค์พระพุทธเจ้าเป็นประธาน พระราชาทรงรับพระ ี กับพระราชบิดา จึงถือยาพิษประทับนังอยู เมือพระกระยาหาร ่ ่ ่โอรสด้ ว ยพระสิ เ นหาเป็นก�าลัง ให้นั่งบนพระเพลา ทรง ในภาชนะกระยาหารยังไม่มีใครถูกต้องเลย พระราชาได้ตรัสปลาบปลื้มอยู่เฉพาะพระโอรส ด้วยความรักในพระโอรส มิได้ คาถาที่ ๑ ว่า :-ทรงสดับพระธรรม พระศาสดาทรงทราบความประมาทของ แกลบปรากฏโดยความเป็ น แกลบแก่ ห นู ทั้ ง หลายพระราชา จึงตรัสว่า มหาบพิตร! พระราชาทังหลายในครังก่อน ้ ้ ข้าวสารก็ปรากฏโดยความเป็นข้าวสารแก่พวกมัน แม้ในที่ทรงระแวงพระโอรสทังหลาย ถึงกับให้กระท�าไว้ในทีอนมิดชิด ้ ่ั มืด พวกมันก็เว้นแกลบเสียกินแต่ข้าวสารให้ขัง แล้วตรัสสั่งไว้ว่า เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว ท่านทั้งหลายจง ในที่มืดแม้มีฝนด�า แกลบก็แจ่มแจ้งปรากฏโดยความเป็นน�าออกมาให้ด�ารงอยู่ในราชสมบัติ อันพระราชาทูลอาราธนา แกลบ ข้าวสารก็แจ่มแจ้งปรากฏโดยความเป็นข้าวสารแก่หนูแล้ว จึงทรงน�าเอาเรืองในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี :- ่ ้ ทั้งหลาย แต่ในที่นี้ท่านกล่าวโดยเป็นลิงควิปลาส (ลิงค์เคลื่อน ในอดีตกาล เมือพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัตในนคร ่ ิ คลาดตามหลักไวยากรณ์) ว่า หนูทั้งหลายเว้นแกลบกินแต่พาราณสี พระโพธิสตว์เป็นอาจารย์ทศาปาโมกข์ในเมืองตักกสิลา ั ิ ข้าวสารเท่านัน ท่านกล่าวอธิบายต่อไปว่า ล�าดับนัน พระกุมาร ้ ้สอนศิลปะ พวกราชกุมารและพราหมณกุมารเป็นจ�านวนมาก คิดว่า แม้ในทีมด แกลบก็ปรากฏโดยความเป็นแกลบ ข้าวสาร ่ืพระโอรสของพระราชาในนครพาราณสี เสด็จไปยังส�านักของ ปรากฏโดยความเป็นข้าวสารแก่หนูทั้งหลาย พวกมันเว้นพระโพธิสัตว์นั้น ในเวลาพระองค์มีพระชนมายุ ๑๖ พรรษา แกลบกินแต่ข้าวสาร ฉันใด ความที่เรานั่งกุมยาพิษร้ายก็
    • แสงธรรม 34 Saeng Dhammaปรากฏ ฉันนั้นเหมือนกัน ตรัสโดยการคิดคาดคะเนเอา พระองค์จงปลงพระชนม์พระ พระกุมารด�าริว่า พระบิดารู้เราแล้ว จึงทรงกลัว ไม่อาจ ราชานั้นเสียเถิด วันหนึ่ง พระกุมารนั้นถือพระขรรค์เสด็จใส่ยาพิษในภาชนะพระกระยาหาร ลุกขึนถวายบังคมพระราชา ้ เข้าไปยังพระสิริไสยาสน์ในปราสาทชั้นบน แล้วนอนอยู่ใต้แล้วเสด็จไป พระกุมารจึงไปบอกเรืองนันแก่พวกผูปฏิบตบารุง ่ ้ ้ ัิ � บังลังก์ดวยหวังใจว่า จักประหารพระราชบิดา เสด็จมาถึงทันที ้ของพระองค์ แล้วตรัสถามว่า วันนี้ พระราชบิดารู้เราเสียก่อน พระราชาเสวยพระกระยาหารเย็นแล้วส่งชนบริวารกลับไป บัดนี พวกเราจักปลงพระชนม์อย่างไร? ตังแต่นน พวกผูปฏิบติ ้ ้ ั้ ้ ั ทรงด�าริวา จักบรรทมจึงเสด็จเข้าห้องบรรทมอันประกอบด้วย ่บ�ารุงเหล่านันจึงหลบซ่อนในพระราชอุทยานกระซิบหารือกัน ้ สิริ ประทับยืนที่ธรณีประตู แล้วตรัสคาถาที่ ๔ ว่า :-ตกลงว่า มีอบายอย่างหนึง จึงก�าหนดลงไปว่า ในเวลาเสด็จไป ุ ่ การที่เจ้าดิ้นรนอยู่เหมือนแพะตาบอด ในไร่ผักกาดก็ดีสู่ที่เฝ้าครั้งใหญ่ ๆ ผูกสอดพระแสงขรรค์ประสงค์ประทับยืน นอนอยู่ภายใต้นี้ก็ดี เรารู้หมดสิ้นแล้วในระหว่างพวกอ�ามาตย์ พอรูวาพระราชาเผลอ จึงเอาพระแสง ้่ ได้แก่ ได้อยู่ทางโน้นทางนี้ เพราะความกลัว อยู่ในไร่ผักขรรค์ประหารให้สนพระชนม์ ย่อมควร พระกุมารรับว่าได้ แล้วผูก ิ้ กาด ท่านอธิบายว่า เจ้าดิ้นรนไปทางโน้นทางนี้ เพราะความสอดพระแสงขรรค์แล้วเสด็จไป คอยมองหาโอกาสทีจะประหาร ่ กลัว เหมือนแพะตาบอดทีเ่ ข้าไปยังดงผักกาด คือ ครังที ๑ เจ้า ้ ่พระราชาอยูรอบด้าน ขณะนัน พระราชาได้ตรัสคาถาที ่ ๒ ว่า :- ่ ้ ถือเอายาพิษมา, ครั้งที่ ๒ ประสงค์จะประหารด้วยพระขรรค์ การปรึกษากันในป่าก็ดี การพูดกระซิบกันในบ้านก็ดี จึงมา, ครังที ๓ ได้ถอพระขรรค์มายืนทีหวบันได และบัดนี เจ้า ้ ่ ื ่ ั ้และการคิดหาโอกาสฆ่าเราในบัดนี้ก็ดี เรารู้หมดแล้ว คิดว่าจักประหารพระราชานัน จึงมานอนอยูใต้ทนอนทังหมด ้ ่ ี่ ้ ได้แก่ การแสวงหาโอกาสฆ่าเราในบัดนี้นั้นก็ดี ดูก่อนพ่อ นี้ เรารู้อยู่ บัดนี้ จะไม่ละเจ้าไว้ จักจับเจ้าลงอาชญา พระราชากุมาร การที่ท่านกระซิบกระซาบปรึกษากันทั้งในอุทยานและ นัน ถึงจะไม่ทรงทราบอย่างนัน แต่คาถานัน ๆ ก็สองความนัน ๆ ้ ้ ้ ่ ้ในบ้าน และเหตุแห่งความคิดว่า เพือต้องการฆ่าเราในบัดนีนน ่ ้ ั้ พระกุมารคิดว่า พระราชบิดาทรงทราบเราแล้ว บัดนี้ จักก็ดี เรารู้หมดแล้ว ทรงท�าเราให้พนาศ จึงตกพระทัยกลัว จึงออกมาจากใต้พระที่ ิ พระกุมารคิดว่า พระบิดารู้ว่าเราเป็นศัตรู จึงหนีไปบอก บรรทมทิงพระขรรค์ ณ ทีใกล้พระบาทพระราชานันเอง หมอบ ้ ่ ้แก่พวกปฏิบัติบ�ารุง ท�าเวลาให้ผ่านพ้น ๗-๘ วัน จึงทูลว่า ข้า ลงที่ใกล้บาทมูลกราบทูลขอโทษว่า ขอเดชะ ๆ พระราชบิดาแต่กุมาร! พระบิดาย่อมไม่รู้ว่าพระองค์เป็นศัตรู พระองค์ได้ โปรดงดโทษแก่หม่อมฉันเถิด พระราชาทรงขู่พระกุมารนั้นว่า ส�าคัญไปอย่างนัน เพราะการคิดคาดคะเนเอา พระองค์จงปลง ้ เจ้าคิดว่า ใคร ๆ จะไม่รการกระท�าของเรา แล้วรับสังให้จองจ�า ู้ ่พระชนม์พระบิดานั้นเถิด วันหนึ่ง พระกุมารนั้นถือพระแสง ด้วยเครื่องจองจ�า คือโซ่ตรวน แล้วให้ส่งเข้าเรือนจ�าตั้งการขรรค์แล้วได้ยนอยูทประตูหอง ใกล้หวบันได ครังนัน พระราชา ื ่ ี่ ้ ั ้ ้ อารักขาไว้ ในกาลนั้น พระราชาทรงร�าลึกได้ถึงคุณงามความประทับยืนอยู่ที่หัวบันได ตรัสคาถาที่ ๓ :- ดีของพระโพธิสัตว์ ต่อมา พระราชานั้นเสด็จสวรรคต พวก ได้ยนว่า ลิงตัวทีเป็นพ่อเอาฟันกัดผล คือภาวะแห่งบุรษ ิ ่ ุ อ�ามาตย์ราชเสวกกระท�าการถวายพระเพลิงพระศพของท้าวของลูกที่เกิดตามสภาวะ เสียแต่ยังเยาว์ทีเดียว เธอแล้ว จึงน�าพระกุมารออกจากเรือนจ�า ให้ด�ารงอยู่ในราช ลิงตัวที่เป็นพ่อของลูก ท่านอธิบายนี้ไว้ว่า ลิงที่เกิดในป่า สมบัติรังเกียจการบริหารฝูงของตน เอาฟันกัดผลของลูกลิงเฉพาะ พระศาสดา ครันทรงน�าพระธรรมเทศนานีมาแล้ว จึงทรง ้ ้ตัวที่เป็นหนุ่ม ท�าปุริสภาวะให้พินาศไป ฉันใด เราเพิกถอนผล ตรัสเหตุวา ดูกอนมหาบพิตร พระราชาในครังก่อนทรงรังเกียจ ่ ่ ้เป็นต้นแม้ของท่าน ผู้ประสงค์ราชสมบัติเกินไป จักท�าปุริส เหตุที่ควรรังเกียจอย่างนี้ แม้พระองค์จะทรงตรัสอย่างนี้ พระสภาวะให้พินาศไปฉันนั้น ราชาก็มได้ทรงก�าหนด ไม่รสกพระองค์ พระศาสดาทรงประชุม ิ ู้ ึ พระกุมารคิดว่า พระบิดาประสงค์จะให้จับเรา จึงตก ชาดกว่า อาจารย์ทิศาปาโมกข์ในเมืองตักสิลาในครั้งนั้น ได้พระทัยกลัว เสด็จหนีไปบอกแก่พวกผูปฏิบตบารุงว่า พระบิดา ้ ัิ � เป็นเราตถาคต ฉะนี้แลทรงคุกคามเรา คนเหล่านั้น เมื่อล่วงเวลาไปประมาณกึ่งเดือน เนื้อความใน “ถุสชาดก” ว่าด้วยรู้จักแกลบหรือข้าวสารจึงทูลว่า ข้าแต่พระกุมาร ถ้าพระราชาพึงทรงทราบเหตุการณ์ ในที่มืด ก็จบลงเพียงเท่านี้ ชาดกเรื่องนี้ ครูสีฟังแล้วพอจะนั้น จะไม่พึงอดกลั้นอยู่ตลอดกาลมีประมาณเท่านี พระองค์ ้ เข้าใจบ้างไหมว่า ท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องอะไร และในชาดก
    • แสงธรรม 35 Saeng Dhammaเรื่องนี้มีประเด็นไหนที่น่าสนใจ และน่าประทับใจได้บ้าง และ ข้าวสาร จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ส่วนหนูก็เป็นหนูโพธิสัตว์ที่ค�าว่า “แกลบ-ข้าวสาร-หนู” ครูสีมีความเห็นว่าอย่างไร ไหน ฉลาดสามารถเว้นแกลบเสีย กินแต่ข้าวสารเท่านั้น ... เอาล่ะ! ลองแถลงไขมาให้หลวงตาฟังหน่อยซิ ครูสี ในทีนเี้ ราก็นาเอาประเด็นนีมาเป็นเรืองของสังคมมนุษย์ มนุษย์ ่ � ้ ่ ครูส:ี จนด้วยเกล้า ... ขอรับ หลวงตา ชาดกเรืองนีผมตังใจ ่ ้ ้ ที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ ก็มีอยู่สองประเภท คือ คนชั่ว และคนดี ฟังโดยตลอด แต่ก็ถอดเอาใจความไม่ได้ คล้าย ๆ มันมีอะไร หรือคนพาลและบัณฑิต และสิ่งที่ปรากฏอยู่ในโลกนี้ ก็มีสองท�าให้ผมสับสนจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก พระกุมารวางแผน ประเภทเช่นเดียวกัน คือความชัวและความดี นีคอหลักใหญ่ๆ ่ ่ืจะปลงพระชนม์พระราชบิดา แต่ว่า พระราชบิดาก็ทรงทราบ ส่วนพฤติกรรมของคนเรานั้น ก็มีอยู่สาม คือพฤติกรรมทางตลอด ไม่ว่าจะวางแผนอย่างไร ปรึกษาหารือกันในป่าในบ้าน ใจ, พฤติกรรมทางวาจา, พฤติกรรมทางกาย ย่อเป็นคิด, พูด, ในไร่ ในสวน กระซิบกระซาบ พระราชาก็ทรงทราบเหมือนกับ ท�า พฤติกรรมทางใจ ได้แก่การคิด พฤติกรรมทางวาจา ได้แก่มีหูทิพย์ ตาทิพย์ ผมก็เลยหยิบเอาประเด็นไหนมากราบเรียน การพูด พฤติกรรมทางกาย ได้แก่ การท�า ถ้าคิดชั่ว พูดชั่ว ท�าหลวงตาไม่ได้ จึงขอถวายคืนหลวงตา ขอได้โปรดเมตตา ชั่ว ก็จัดเป็นความชั่ว แต่ถ้าคิดดี, พูดดี, และท�าดี ก็จัดเป็นแถลงไข ดังทีเ่ คยเมตตาต่อผมมาแล้วในครังก่อน ๆ ขอรับ หลวงตา ้ ความดี ... แกลบและข้าวสารในคาถานี้ ในภาษาธรรม หมาย หลวงตา : ก็น่าเห็นใจน่ะ ครูสี ชาดกเรื่องนี้ มีอะไรซับ ถึงความชัว และความดี (แกลบ คือความชัว ข้าวสาร คือความดี) ่ ่ซ้อนซ่อนเงื่อน เหมือนผูกเงื่อนปมให้คนไม่รู้แก้ว่า เงื่อนไหน ส่วนหนูตัวฉลาด นักปราชญ์ท่านอุปมา ดังคนดี คนดีจึงเว้นเริ่มต้นกันที่ตรงไหน จะแก้อย่างไร ยิ่งแก้มันก็ยิ่งยุ่ง ต้องใช้ ความชั่วทุกอย่าง สร้างความดีทุกชนิด ช�าระจิตของตนให้ดุลยพินจพิจารณาด้วยสติปญญา โดยอุบายอันแยบคายจึงจะ ิ ั สะอาด ปราศจากความโลภ ความโกรธ และความหลง ตกลง คลี่คลายเงื่อนปมออกมาได้ ดังนั้น ในชาดกเรื่องนี้ ต้องแยก ความชั่วไม่ท�าเสียเลย นั่นแหละดีออกเป็ น สองประเด็น คือประเด็นที่พูดถึงเรื่อง “แกลบ, เรื่องของความชั่ว และความดี มีพระด�ารัสตรัสไว้ว่า : -ข้าวสาร และหนู” ทีพดว่า แกลบก็ปรากฏโดยความเป็นแกลบ, ่ ู สุกร� สาธุนา สาธุ สาธุ ปาเปน ทุกฺกร�ข้าวสารก็ปรากฏโดยความเป็นข้าวสาร หมายความว่า แกลบ ปาปํ ปาเปน สุกร� ปาปมริเยหิ ทุกฺกร�.ก็คอแกลบ, ข้าวสารก็คอข้าวสาร ไม่วาจะอยูในทีมดก็ตาม หนู ื ื ่ ่ ่ื คนดีท�าดีได้ง่าย คนชั่วท�าดีได้ยาก คนชั่วท�าชั่วได้ง่ายรู้ความจริงเช่นนี้ ก็เว้นแกลบเสีย กินแต่ข้าวสารเท่านั้น ส่วนพระอริยเจ้าทั้งหลายไม่ท�าชั่วเลย ในประเด็นนี้ ในภาษาธรรมคือผู้รู้ธรรม ท่านหมายถึง เป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ที่มนุษย์ดี ๆ ท�าดีได้ง่าย ไม่ว่าคนความชั่วและความดี แกลบ หมายถึงความชั่ว ส่วนข้าวสาร ดีจะอยูในฐานะภาวะอย่างไร และอยูทไหน ก็ทาดีได้ทกสถาน ่ ่ ี่ � ุหมายถึงความดี ไม่ว่าแกลบ และข้าวสารจะอยู่ในที่มืด อยู่ ที่ ทุกโอกาส ทุกเวลานาที ไม่มีสถานที่แห่งไหนในโลกที่คนดีในที่ไหน ๆ ก็ตาม แกลบก็ต้องเป็นแกลบ ข้าวสารก็ต้องเป็น ท�าดีไม่ได้ ดูแต่พระเจ้าพิมพิสารเป็นตัวอย่าง แม้จะถูกพระเจ้า
    • แสงธรรม 36 Saeng Dhammaอชาตศัตรู ซึงเป็นพระราชโอรสรับสังให้จบขังไว้ในคุก แต่พระ ่ ่ ั ส่วนพระอริยเจ้าทังหลาย คือพระโสดาบัน พระสกิทาคามี ้เจ้ า พิ ม พิ ส ารก็ ท รงท� า ความดี ใ นคุ ก ได้ คื อ เจริ ญ วิ ป ั ส สนา พระอนาคามี และพระอรหันต์ พระอริยเจ้าทั้งหลายเหล่านี้ กรรมฐาน ท�าการเจริญมรณัสสติ ระลึกถึงความตายเป็น ไม่ท�าความชั่วเลยตลอดชีวิต ปิดประตูแห่งการท�าความชั่วได้อารมณ์ของจิต คิดว่าทุกคนเกิดมาแล้วต้องตาย ไม่มีใครล่วง อย่างเด็ดขาด นักปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น จึงกล่าวว่า พ้นความตายไปได้ แล้วก็ทรงร�าลึกถึงพระคุณของพระศาสดา “ความชัวอันพระอริยเจ้าทังหลาย ไม่ท�ากันเลย” ทีกล่าวมา ่ ้ ่พระราชาพิมพิสารก็ทรงส�าราญพระหฤทัยในที่คุมขัง เสมือน ทั้งหมดนี้ เป็นประเด็นที่ว่าด้วย “แกลบ ได้แก่ความชั่ว และดังประทับอยูบนปราสาท แม้ในคุกในตะรางก็หาทางท�าความ ่ ข้าวสาร ได้แก่ความดี” ในภาษาธรรมดีได้ ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปเปล่า ๆ โดยไม่ได้ท�าความดีอะไร อีกประประเด็นหนึง ทีพระกุมารวางแผนจะปลงพระชนม์ ่ ่การผลัดวันประกันเวลาในการท�าความดี ไม่มีส�าหรับคนดีทั้ง พระราชานั้น แม้จะวางแผนอย่างไร ด้วยวิธีไหน ทั้งในที่ลับ หลาย ตรงกันข้ามคนท�าชั่วท�าความดีได้ยาก ยากยิ่งกว่ากลิ้ง ทั้งในที่มืด แต่พระราชาก็ทรงทราบทุกอย่าง จนในที่สุด พระครกขึนภูเขา ดูพระเทวทัตเป็นตัวอย่าง แม้จะบวชเป็นพระเจ้า ้ กุมารต้องยอมจ�านนจนด้วยปัญญา ต้องสารภาพผิด ที่คิดแต่จิตใจของเขาก็ไม่เข้าถึงพระธรรม แทนที่พระเทวทัตจะ วางแผนปลงพระชนม์พระราชา ปัญหาในประเด็นนี เป็นเรือง ้ ่บ�าเพ็ญศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นหน้าที่ของพระ เป็นทางแห่ง ของ “ความลับไม่มีในโลก” ดังบทโศลกธรรมภาษิตว่า : -ความเจริญก้าวหน้า น�าพาให้พ้นจากความทุกข์ พระเทวทัต นตฺถิ โลเก รโห นาม ปาปกมฺม� ปกุพฺพโต.กลับไม่ท�า ท�าไม่ได้ ท�ายากล�าบากเหลือก�าลัง เหมือนดังดึงขา ขึ้นชื่อว่าที่ลับของคนท�าบาปกรรม ไม่มีในโลกเต่าออกจากกระดอง นี่แหละคนชั่วท�าความดีได้ยากอย่างนี้ จะซ่อนกาย ในกลีบเมฆ กลางเวหา เป็นเรืองธรรมดาสามัญอีกเหมือนกัน ทีคนชัวท�าชัวได้งาย ่ ่ ่ ่ ่ ซ่อนกายา กลางสมุทร สุดวิสัยไม่ว่าคนชั่วจะอยู่ในฐานะและภาวะอย่างไร คนชั่วจะท�าชั่วได้ จะซ่อนตัว ในหุบเขา ล�าเนาไพรทั้งนั้น ไม่มีอะไรกีดกั้นกันคนชั่วไม่ให้ท�าความชั่วได้ เป็นพระ ณ ที่ใด พ้นบาปกรรม นั้นไม่มีเป็นสงฆ์ลงได้เป็นคนชั่วแล้ว ก็ท�าความชั่วได้วันยังค�า ดูพระ ่ ทีลบส�าหรับคนท�าชัว ท�าบาปกรรมไม่มในโลก ประโยคนี้ ่ั ่ ีเทวทัต และพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน คนชั่ว ต้องท�าความเข้าใจให้ดี อย่าผลีผลามท�าอะไรตามความพอใจ ท�าความชั่วได้ทุกโอกาสเวลา และทุกสถานที่ ไม่อายผีสาง ตามความชอบใจ และความคิดผิด ๆ ของตนมาเป็นเครื่องเทวดา เพราะอวิชชาห่อหุ้มปกคลุมจิตใจของเขาให้มืดมิด ไม่ ตัดสิน การท�าความชั่ว ท�าบาปกรรม ไม่ว่าในที่ไหน ในที่ลับ คิดว่ามันเป็นบาปเป็นกรรม ท�าความชั่วเรื่อยไป จนกว่ากรรม ในที่แจ้ง ในที่มืด ในที่สว่าง ต่อหน้า ลับหลัง ลงได้ท�าความชั่วชั่วจะให้ผลนั้นแหละจึงจะรู้สึกตัว แต่มันก็สายเสียแล้ว แล้ว มันก็ตองเป็นความชัวแล้ว มันก็ตองเป็นความชัววันยังค�่า ้ ่ ้ ่
    • แสงธรรม 37 Saeng Dhammaกรรมคือการกระท�าของเรานั่นแหละ เป็นเครื่องตัดสิน ไม่มี วันหนึงพระกุมารถือพระแสงขรรค์เสด็จเข้าไปยังทีพระสิรไสยาสน์ ่ ่ ิอ�านาจอิทธิพลอะไรเหนือกรรม กรรมชั่วไม่ว่าจะท�าอยู่ที่ไหน นอนอยูใต้บลลังก์ แผนทังสีขนตอนทีพระกุมารวางไว้ เพือปลง ่ ั ้ ่ ั้ ่ ่เวลาไหน ในป่า ในที่มืด ก็เป็นกรรมชั่วทั้งนั้น อุปมาอุปไมย พระชนม์พระราชา ถือว่าเป็นความลับสุดยอด แต่พระราชาก็เหมือนกับ “แกลบ” มันก็เป็น “แกลบ” มันจะเป็นอย่างอื่น ทรงทราบหมดทุกอย่าง นี่แหละเป็นตัวอย่างชี้ให้เห็นว่า ขึ้นไปไม่ได้ ข้าวสารก็ต้องเป็น “ข้าวสาร” ไม่ว่าจะอยู่ในที่มืด ใน ชื่อว่า ความลับของคนท�าความชั่ว ท�าบาปกรรมย่อมไม่มีในที่ก�าบัง มันก็ยังเป็น “ข้าวสาร” อยู่นั่นแหละ ดังนั้น หนูตัว โลก เพราะฉะนัน ผูรกความดีทงหลายจึงควรหาอุบายเว้นจาก ้ ้ั ั้ฉลาดจึงเว้นเสีย กินแต่ข้าวสารเท่านั้น การท�าความชั่วเสีย แล้วก็พากันท�าแต่ความดี จะได้เป็นสิริ ส่วนกรรมชัว และกรรมดี ก็มนยเช่นเดียวกัน ดังนัน บุคคล ่ ี ั ้ มงคลส่งผลให้ได้รับแต่ความสุขสงบเย็น เป็นนิรันดร์ผูฉลาดมีปญญาจึงพากันงดเว้นกรรมชัวเสีย แล้วก็ทาแต่กรรม ้ ั ่ � แกลบนั้นไซร้ ท่านหมาย ถึงความชั่วดี มีแต่คนชั่ว คนเลว คนพาลสันดานเต็มไปด้วยความโลภ อย่าเกลือกกลั้ว ควรเว้น ให้ห่างไกลความโกรธ และความหลงเท่านั้น ที่พากันก้มหน้าก้มตา อย่าท�าชั่ว ไม่ว่า ที่แห่งใดท�ากรรมชั่ว ทั้งในที่ลับ ทั้งในที่แจ้ง ต่อหน้าและลับหลัง ในที่ หลีกให้ไกล นั่นแหละดี มีมงคลทุกสถานและในกาลทุกเมื่อ เพราะคนที่ถูกความโลภ ความ ส่วนข้าวสาร ท่านหมาย ถึงความดีโกรธ ความหลง ครอบง�าจิตใจ ท�าให้เขาไม่รู้จักอรรถ ไม่เห็น คิด-พูดดี ท�าดี มีเหตุผลธรรม เขาจึงท�าความชัวได้ทกอย่าง ส่วนคนดีมปญญาย่อมรูจก ่ ุ ี ั ้ั กรรมคือการ- กระท�าดี ของทุกคนอรรถ คือประโยชน์ตน ประโยชน์คนอื่น และประโยชน์อย่าง จะส่งผล ให้ก้าวหน้า พาสุขียิ่ง คือพระนิพพาน และคนดีย่อมเห็นธรรม คือความดี ความ อันความลับ ส�าหรับ คนท�าชั่วถูกต้อง และความจริง เมื่อคนดีมีดวงตาเห็นธรรมเช่นนี้ คนดี อย่าคิดมั่ว หาไม่พบ จบโลกีย์จึงเว้นจากความชั่วทุกอย่าง สร้างแต่ความดีทุกชนิด ช�าระจิต คนท�าชั่ว หลบที่ไหน ในโลกนี้ของตนให้สะอาด นักปราชญ์จึงกล่าวว่า “กรรมชั่วไม่ท�าเสีย ก็เป็นที่ ประจักษ์ ทุกแห่งไปเลย นั่นแหละดี” เพราะที่ลับของคนท�าบาปไม่มีในโลก ด้วยเหตุนี้ ขอคนดี จงหมายมั่น ตัวอย่างเช่นพระกุมาร วางแผนจะปลงพระชนม์พระราชา ให้พากัน เว้นความชั่ว ตัวจัญไรเริมตังแต่จะใส่ยาพิษในพระกระยาหาร เป็นวาระทีหนึง วาระ ่ ้ ่ ่ แล้วพากัน ท�าความดี ให้มากไว้ที่สองสอดพระแสงขรรค์ยืนอยู่ในระหว่างอ�ามาตย์พอพระ เราจะได้ สงบเย็น เป็นนิรันดร์ราชาเผลอ จะใช้พระแสงขรรค์ประหารทันที วาระที่สามพระกุมาร ถือพระแสงขรรค์ยืนที่ประตูห้องใกล้หัวบันได วาระที่สี่ นพ.กรีฑา - พญ.จารุรพ อภิบณโยภาส พร้อมครอบครัว และเพือนฝูง ท�าบุญเลียงพระฉลองวันเกิดครบ ๗๒ ปี ๒๔ ก.ย. ๕๔ ุ ่ ้
    • แสงธรรม 38 Saeng Dhamma ขอแสดงความยินดีกับ คุณพวงทอง มะลิกุล ที่ได้รับรางวัล “เพชรสยาม ๒๕๕๔” เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา คุณพวงทอง มะลิกุล เป็น ๑ ใน ๒๘ คน สาขาประเพณีและวัฒนธรรม ด้านอนุรักษ์ เผยแพร่ศิลปหัตถกรรมไทย ได้เข้าร่วมพิธี รับรางวัล “เพชรสยาม ๒๕๕๔” เป็นคนไทยคนที่ ๓ จากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับรางวัลนี้ โดย ฯพณฯ พลเอก พิจตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล ครังที ๑๗ ณ มหาวิทยาลัย ิ ้ ่ราชภัฏจันทรเกษม กรุงเทพมหานคร คุณนิด หรือพวงทอง มะลิกุล มีผลงานมากมายเป็นเวลายาวนาน เป็นผู้น�าการเผยแพร่สลักผักและผลไม้ไทย เป็นที่รู้จักกว้างขวางตลอดเวลา ๒๕ ปี จัดงาน ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ สถาบันสมิธโซเนี่ยน ประธานศิลปวัฒนธรรม สมาคมไทยอาสา(Thais For Thai Association) และสอนศิลปหัตถกรรมนี้ ณ สถาบันสมิธโซเนียน, ช่วยงานแกะสลักผลไม้ ในโอกาสต่าง ๆ ณ สถานทูตไทย กรุงวอชิงตัน, สอน ณ วัดธรรมประทีป, วัดมงคลเทพมุนี ่รัฐเพ็นซิลวาเนีย, โรงเรียน Culinary School of Washington, D.C, Niagara Botanical Gardens, Ontario, Canada และได้รบเชิญเป็นอาจารย์พเิ ศษ สอนการแกะสลัก ผลไม้ถวายพระองค์เจ้า สิรภาจุฑาภรณ์และพระสหาย ณ โรงเรียน ั ิประถม The Houghton Arms, Maryland และจัดดอกไม้แทบทุกเทศกาลบูชาพระประธานบนอุโบสถ และถวายคณะสงฆ์ ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ได้รับรางวัลมากมาย อาทิ ค.ศ. ๑๙๙๔ รับพระราชทานเหรียญจากสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในงานสาธิตชีวิตไทย ณ สถาบันสมิธโซเนี่ยน, ค.ศ. ๑๙๙๘ รางวัลยอดเยี่ยมแกะสลักผักและผลไม้ Blue Ribbon, Montgomery, MD, ค.ศ. ๒๐๐๑-๒๐๑๑ รางวัล Smithsonian’s Asian Arts & Crafts Demonstration Day, ค.ศ. ๒๐๐๓ Smith-sonian’s Peer Recognition Award, ค.ศ. ๒๐๐๘ รางวัลแม่อาวุโส งานวันแม่แห่งชาติ วัดไทยฯ ดี.ซี. ทั้งยังให้การสนับสนุนโรงเรียนวัดไทยฯ ดี.ซี. ด้วยดีเสมอมา คณะสงฆ์ คณะกรรมการอ�านวยการ คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน โรงเรียนวัดไทยฯ ดี.ซี. ขอแสดงความยินดีกับ คุณพวงทอง มะลิกุล และครอบครัว ในความดีที่ท�าชื่อเสียงให้ชุมชนไทยและประเทศไทยมา ณ โอกาสนี้
    • แสงธรรม 39 Saeng Dhamma ท่ อ งแดนพระพุ ท ธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ณ ประเทศศรีลังกา ตอน : กำเนิด รร. พุทธศาสนาวันอาทิตย์ เรื่องและภาพ โดย.. ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี t_inthisan@hotmail.com ต่อจากฉบับที่แล้ว�ตัดหัวถวายเพราะศรัทธา พูดถึงการท�าบุญ ชาวลังกาก็นิยมแบบไทย ๆ เรา เคยถามข้อเท็จจริงกับพระธรรมสิริภิกษุชาวสิงหล เช่ น นิ ม นต์ พ ระสงฆ์ ไ ปสวดมนต์ แล้ ว ก็ ถ วายอาหารท่าน บอกว่าเป็นการอ้างเอาเอง เหมือนกับคริสเตียนทีอาง ่้ บิณฑบาตทีบาน มีการถวายสิงของไทยธรรมทีพระจะต้อง ่ ้ ่ ่ว่า อาดัมเคยมาประทับรอยไว้ทน จนถึงกับตังชือใหม่ เมือ ี่ ี่ ้ ่ ่ ใช้เท่านั้น พระสงฆ์ลังกาจึงค่อนข้างอัตคัดในปัจจัย ๔ ไม่คริสต์ครองกรุงลังกาว่า “อาดัมส์ฟิค” ก็ท�าให้คิดว่ามา สะดวกสบายเหมือนพระคุณเจ้าในประเทศเรา แต่เกียวกับ ่ตะเภาเดียวกัน คือต่างก็อ้างกันเองตามก�าลังปัญญาของ ศรั ท ธาต่ อ พระพุ ท ธศาสนานั้ น แรงกล้ า มาก ในตนทั้งสิ้น ประวัติศาสตร์ถึงกับมีผู้ตัดหัวตนเองให้เป็นทานมาแล้ว เส้นทางก�าลังมุงหน้าไปแคนดีจะต้องเลียบเลาะตาม ่ ้ เรืองของเรืองมีอยูวาประมาณ พ.ศ. ๗๘๙-๘๙๐ พระ ่ ่ ่่ไหล่เขาขึ้นลง โค้งซ้ายขวา สองข้างทางที่เต็มไปด้วยผล มหากษัตริย์พระองค์หนึ่งของราชวงศ์ ลัมพกัณณะ ของหมากรากไม้มากมาย เช่น สวนโกโก้ สวนสมุนไพร เครื่อง ลังกา พระมหากษัตริย์ครองราชย์อยู่ที่อนุราธปุระ ทรงเทศ และอื่น ๆ สองข้างทางเขียวขจี จะเห็นวัด วิหาร ต้น พระนามว่า วิชัยกุมารโพธิ์ ไปตลอดทาง ในระหว่างนันมีเจ้าชายสามองค์ในราชวงศ์เดียวกัน ้ ดังทีเ่ คยเล่ามาแล้วว่า ในประเทศศรีลงกา ประชาชน ั เสด็จมาจากมหิยังคณะ และเข้ามารับราชการใกล้ชิดกับส่วนมากนับถือพุทธศาสนา ที่ผู้น�าท�าเป็นตัวอย่างในการ พระเจ้าแผ่นดิน ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าเจ้าชายทั้งสามองค์นี้ปฏิบัติธรรม ใจบุญสุนทร์ทานเหมือนกับพุทธบริษัทชาว เป็นพระญาติชั้นไหนไทยเรา แม้ดกนแล้วค่อนข้างจะยากจนกว่าอย่างเห็นได้ชด ูั ั ต่อมาไม่นานนัก เจ้าชายวิชัยถูกลอบปลงพระชนม์แต่ก็เป็นการใช้ชีวิตที่สมถะ สงบร่มเย็น เรียบง่าย พอพึ่ง และจับคนร้ายไม่ได้ เจ้าชายองค์ใหญ่ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตนเองได้ ทหารก็ขึ้นครองราชย์ ได้พระนามว่า “สังฆติสสะ” ครอง
    • แสงธรรม 40 Saeng Dhammaราชย์อยู่ ๔ ปี ก็สิ้นพระชนม์ เจ้าชายองค์กลางพระนามว่า ไม่ใช่ คนนั้นก็กลับถูกฆ่าบ้าง คราวนั้นผู้คนฆ่าฟันกันล้ม“สิริสังฆโพธิ” ขึ้นครองราชย์แทน โดยการสนับสนุนของ ตาย เพราะการนี้เป็นอันมากเจ้าชายองค์เล็ก ต่อมามีชาวนาคนหนึ่งเห็นฤาษีจ�าศีลอยู่ในถ�้า ก็ พระเจ้าสิริสังฆโพธิเป็นพุทธมามกะที่เคร่งครัดมาก เข้าใจว่าเป็นพระเจ้าสิริสังฆโพธิ จึงหาข้าวปลามาถวาย ทรงถือศีล ๕ อยู่ตลอดเวลา แม้ขึ้นครองราชย์แล้วก็ ท่านบอกว่าอาหารของท่านมีอยู่แล้วให้ชาวนาเอากลับไปประพฤติเช่นนั้น โปรดให้งดโทษประหารทั้งหมด ทรง กินเองเถิด ชาวนาก็บอกว่าอาหารนี้เขาจัดมาด้วยความปกครองบ้านเมืองโดยเมตตาธรรม ยามฝนแล้งข้าวกล้า ศรัทธาอยากท�าบุญกับท่าน เผือผลบุญครังนี้จะได้บนดาล ่ ้ ัเสียหาย ก็สวดมนต์ขนฝนให้ตกลงมาได้ เมือบ้านเมืองทุกข์ ่ ให้เขารอดพ้นจากความยากจนได้บ้างเข็ญมีปีศาจก�าเริบ ก็สละเนื้อในพระกายพลีให้แก่ปีศาจ ด้วยศรัทธาและเหตุผลของชาวนา พระองค์จึงรับเพือให้ราษฎรเป็นสุข จึงเป็นทีรกใคร่บชาของพสกนิกรโดยทัว ่ ่ั ู ่ พร้อมกับเสวยอาหาร มีข้าวและปลานั้น พอเหลือติด เจ้าชายองค์เล็กทรงด�าริว่า พระเจ้าสิริสังฆโพธิ ภาชนะอยูนดหน่อย จึงทรงเทลงสระน�้าตรงหน้า แล้วปลา ่ ิอ่อนแอมาก จะปกครองบ้านเมืองไปไม่รอดแน่ ในที่สุดสมบัติก็จะตกแก่พระองค์ ครั้งนานเข้ากับตรงกันข้าม อานิสงส์ที่ปฏิบัติธรรมท�าให้ราษฎรมีสุข บ้านเมืองร่มเย็น ก็ทรงเกิดความอิจฉาและทรงด�าริคิดว่า ถ้าเป็นเช่นนี้พระองค์กคงจะแก่ตายเปล่า ไม่มหวังได้ครองราชย์สมบัติ ็ ีเป็นแน่ ทีสดก็ประกาศ แข็งข้อ เหมือนปฏิวตเงียบ ให้สละ ุ่ ัิราชสมบัติเสีย พระเจ้าสังฆโพธิ เห็นว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงราชสมบัติกัน รังแต่จะมีผู้คนล้มตายกันทั้งสองฝ่าย ประสงค์จะพลีเลือดเนือเพือราชบัลลังก์เพียงคนเดียว จึงถวายราช ้ ่สมบัติแก่พระเจดีย์ แล้วเสด็จออกจากเมืองไปเงียบ ๆ ก็กลับฟืนคืนชีพว่ายน�าได้ ข้าวก็ เกิดเป็นต้นมีรวงงอกออก ้ ้บ�าเพ็ญพรตเป็นฤๅษีในทีสงัดแห่งหนึง คือถ�าอัตตะนะกัลป์ ่ ่ ้ มาให้เห็นเป็นอัศจรรย์ ชาวนาเห็นอิทธิฤทธิ์ก็ทูลถามว่าละ ซึ่งเป็นป่าดงหนาทึบ ท่านคือใคร พระองค์กทรงย้อนถามถึงเหตุการณ์บานเมือง ็ ้ ฝ่ายเจ้าชายองค์เล็กเห็นบัลลังก์ว่างจากกษัตริย์ ก็ ชาวนาก็ทูลว่าบ้านเมืองก�าลังวุ่นวาย ผู้คนเข่นฆ่ากันด้วย ขึ้นครองราชย์แทน ทรงพระนามว่า โคฐาภัย หรือ เมฆ การเข้าใจว่าเป็นพระสิริสังฆโพธิ เพราะอยากได้รางวัล มีวัณณะอภัย แต่ก็ไม่ทรงพระทัยนัก เพราะทรงระแวงว่า คนล้มตายเป็นอันมาก พระองค์ตรัสถามชาวนาว่าอยากพระเจ้าสิริสังฆโพธิ จะหลบไปส่องสุมผู้คน แล้วเสด็จกลับ ร�่ารวยใช่ไหม ชาวนาก็รับค�า แก้แค้นพระองค์เป็นแน่ จึงทรงประกาศให้รางวัลแก่ผู้ พระองค์ จึ ง ทรงแนะว่ า ถ้ า เช่ น นั้ น พระองค์ จ ะสามารถตามฆ่าและเอาพระเศียรมาถวายได้ พระราชทานพระเศียรให้ เพือไปรับรางวัลให้หมดเรืองกัน ่ ่ ราษฎรที่อยากได้รางวัล ก็พากันออกติดตามค้นหา ไป ราษฎรก็จะได้ไม่เข่นฆ่ากันอีก แล้วก็ทรงขอยืมมีดของเป็นการใหญ่ เห็นใครที่สงสัยว่าจะเป็นพระราชาสิริสังฆ ชาวนามาตัดพระเศียรประทานให้ชาวนา เป็นอัศจรรย์ที่โพธิ ก็ฆ่าน�าเอาหัวเข้าไปถวายพระราชา ครั้นปรากฏว่า คนคอขาดแล้วยังสามารถยื่นศีรษะของตนส่งให้คนอื่นได้
    • แสงธรรม 41 Saeng Dhammaทั้งนี้เพราะพระองค์ทรงบ�าเพ็ญบารมีมานานนั่นเอง จึงขอยุติเรื่องเล่าเช้านี้เพียงเท่านี้ก่อน ขอเชิญลงไปชม เมื่อชาวนาได้พระเศียรแล้วก็น�าไปให้หัวหน้าทหาร สถานที่ต่อไป เจริญพรที่ออก มาติดตามหาพระเจ้าสิริสังฆโพธิ หัวหน้าไม่เชื่อว่า �จุดก�าเนิดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เป็นพระเศียรของพระองค์ท่านจริงๆ จะไม่ยอมจ่ายเงิน ประชากรของศรีลังกามีกันหลายเชื้อชาติปะปนกันรางวั ล เพราะถู ก หลอกกั น อยู ่ บ ่ อ ยๆ พระเศี ย รก็ ท� า อยู แต่ละกลุมก็มความเชือถือ และปฏิบตตนนับถือศาสนา ่ ่ ี ่ ัิปาฏิหาริยลอยขึนบนอากาศ แล้วรับสังว่า “เรานีแหล่ะคือ ์ ้ ่ ่ ต่างกัน ในประเทศนี้ประชาชนชายหญิงรวมทั้งพระด้วย สิรสงฆโพธิ” ชาวนาผูนนจึงได้รบรางวัล เงิน ทอง และหาบ ิั ้ ั้ ั นับได้ ๑๘ ล้านคน มีการนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน ดังมีกลับบ้าน สถิติ ดังนี้ ฝ่ายมเหสีของพระเจ้าสิริสังฆโพธิ ซึ่งซัดเซออกจาก ๑. ศาสนาพุทธ ๖๗.๔ %พระราชวังติดตาม พระสวามีไปตามภูเขาล�าเนาป่า มีคน ๒. ศาสนาฮินดู ๑๗.๖ %แจ้ ง ข่ า วว่ า เห็ น ฤๅษี ค อขาดนอนอยู ่ ที่ ห น้ า ถ�้ า แห่ ง หนึ่ ง ๓. ศาสนาคริสต์ ๗.๗ %พระนางจึงรีบเสด็จไป พบต�าหนิ ก็จ�าได้ ทรงผวาเข้ากอด ๔. ศาสนาอิสลาม ๗.๑ % พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจ� าชาติ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ท�าให้เห็นว่าศาสนาพุทธที่รัก สันติ กลับถูกศาสนาอืนรังแกมาโดยตลอด กระทังพระสงฆ์ ่ ่ ผู้น�าทางศาสนา เพิ่มบทบาทการพิทักษ์รักษาส่งเสริม พระพุทธศาสนา โดยกระจายรูปแบบออกไป ด้วยการ ประยุกต์พุทธธรรมให้เหมาะสมกับบุคคล สถานที่ วัย หน้าทีการงาน โดยเฉพาะการเล็งนโยบายลงสูสวนล่างของ ่ ่่ ประชากร นั่นคือเยาวชนคนรุ่นหลัง นอกจากส่งพระสงฆ์ เข้าไปประจ�าตามโรงเรียน เพื่อชี้น� าเยาวชน อันเป็น ทรัพยากรที่ส�าคัญ ให้เข้าใจถึงหลักการด�าเนินชีวิตแนวและกันแสงร�่าไห้ ฝ่ายพระเจ้าโคฐาภัย เมื่อทอดพระเนตร พุทธแล้ว ในวันอาทิตย์ยงได้มการเปิดสอนพุทธศาสนาแก่ ั ีเห็นพระเศียรแ ละทราบว่าพระเชฏฐาเสด็จไปบ�าเพ็ญพรต เยาวชนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะว่าใน ศรีลังกา ระหว่าง พ.ศ. ภาวนา หาได้คิดต่อต้านพระองค์ไม่ ก็เสียพระทัยรีบทรง ๑๔๒๘-๑๘๘๕ เป็นยุคทีชะตากรรมของพุทธศาสนาตกต�า ่ ่ช้างเสด็จ ไปที่นั่น รับสั่งท�าพระเศียรทองค�าต่อให้ แล้ว อยูในฐานะไม่มนคง เนืองจากอิทธิพลของชาวต่างประเทศ ่ ั่ ่ประกอบพิธีถวายพระเพลิงพร้อมทั้งก่อเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ พ.อ. เฮนรี สติลออลค็อต (Col. Henri Steel Olcort) จึง นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่พระราชาผู้เป็นพุทธมามกะ ตังโรงเรียนสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขน โดยให้อยูในการ ้ ึ้ ่เข้าถึงอุดมธรรม ทรงเสียสละสรรพสิ่งเพื่อความสันติสุข จัดการของสมาคมยุวพุทธิกะ Y.M.C.A. (Young Men ของประชาชน ทีสละราชบัลลังก์และพระเศียรก็เพือสลาย ่ ่ Buddhist Association) แห่งประเทศลังกาปัญหา พร้อมทั้งทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม รถเข้าจอดเทียบท่าที่เราจะลงไปชมสถานที่ขึ้นไป อ่านต่อฉบับหน้านมัสการพระพุทธโฆษาจารย์ในถ�าวัด “อาโลกิวหาร” พอดี ้ ิ
    • แสงธรรม 42 Saeng Dhamma สารธรรมจาก...พระไตรปิฎก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ ข้อที่ ๒๘๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรคพระพุทธเจ้าทรงปวารณาพระองค์ ผู้มีปัญญามาก เป็นผู้มีปัญญาหนาแน่น เป็นผู้มีปัญญา สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ ปราสาท เป็นเหตุให้ร่าเริง เป็นผู้มีปัญญาไว เป็นผู้มีปัญญาเฉียบของนางวิสาขา มิคารมารดา ในบุพพาราม พร้อมด้วย แหลม เป็นผู้มีปัญญาช�าแรกกิเลส ดูก่อนสารีบุตร ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ซึ่งล้วนเป็นพระ เปรียบเหมือนเชษฐโอรส (บุตรคนใหญ่) ของพระเจ้าอรหันต์ สมัยนั้นพระผู้มีพระภาค อันภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ จักรพรรดิ์ ย่อมท�าให้จักร (กงล้อ) ที่พระบิดาหมุนแล้ว แวดล้อม ประทับนั่ง ณ ที่กลางแจ้ง เพื่อการปวารณา ให้หมุนตามไปได้โดยชอบฉันใด เธอก็ฉันนั้น ย่อมยังในวันอุโบสถ วันนั้นขึ้น ๑๕ ค�่า ขณะนั้นทรงเห็นภิกษุ ธรรมจักร (กงล้อคือธรรม) อันยอดเยียม ทีเราหมุนแล้ว ่ ่สงฆ์นิ่งอยู่ จึงตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เรา ให้หมุนตามไปได้โดยชอบ” ปวารณาแก่ท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะไม่ต�าหนิ พระสารีบุตรกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้การกระท�าใด ๆ ทางกายหรือทางวาจาของเราบ้าง เจริญ ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคไม่ทรงต�าหนิการกระหรือ?” ท�าใด ๆ ทางกายหรือทางวาจาของข้าพระองค์ ก็ภิกษุ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสว่าอย่างนั้น ท่านพระ ทั้งหลาย ๕๐๐ รูปเหล่านี้เล่า พระผู้มีพระภาคจะไม่สารีบุตรจึงลุกขึ้นจากอาสนะ ท�าผ้าห่มเฉวียงบ่าข้าง ทรงต�าหนิการกระท�าทางกายหรือทางวาจาบ้างหรือ? หนึ่ง น้อมอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาค กราบทูลว่า พระเจ้าข้า” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งหลายย่อมไม่ติ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดูก่อนสารีบุตร แม้เตียนการกระท�าใด ๆ ทางกายหรือวาจาของพระผู้มี ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ ภิกษุ ๖๐ รูปได้วิชชา ๓, ภิกษุ พระภาค เพราะพระผูมพระภาคเป็นผูทาให้เกิดมรรคา ้ี ้ � ๖๐ รูปได้อภิญญา ๖, ภิกษุ ๖๐ รูป เป็นอุภโตภาควิมุต เป็นผู้ฉลาดในมรรคา ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สาวกทั้ง (ผูพนจากกิเลสโดย ๒ ส่วน คือพ้นเพราะสมาธิ และพ้น ้ ้หลายในขณะนี้เป็นผู้ด�าเนินตามมรรคา เป็นผู้มารวม เพราะปัญญา), ภิกษุทเหลือ เป็นปัญญาวิมต (ผูพนจาก ี่ ุ ้ ้กันในภายหลัง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอ กิเลสเพราะปัญญา) ปวารณากะพระผูมพระภาค พระผูมพระภาคจะไม่ทรง ้ี ้ี ล�าดับนัน ท่านพระวังคีสะลุกขึนจากอาสนะ ท�า ้ ้ต�าหนิการกระท�าใด ๆ ทางกายหรือทางวาจาของข้า ผ้าห่มเฉวียงบ่าข้างหนึง น้อมอัญชลีไปทางพระผูมพระ ่ ้ีพระองค์บ้างหรือ?” ภาค แล้วกราบทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้อนั้น “ดูกอนสารีบตร เราไม่ตเิ ตียนการกระท�าใด ๆ ่ ุ ย่อมท�าให้ข้าพระองค์แจ่มแจ้ง ข้าแต่พระสุคต ข้อนั้นทางกายหรือทางวาจาของเธอ ดูก่อนสารีบุตร เธอเป็น ย่อมท�าให้ข้าพระองค์แจ่มแจ้ง”
    • แสงธรรม 43 Saeng Dhamma “ดูก่อนวังคีสะ ข้อนั้นจงแจ่มแจ้งเถิด” พระผู้มีพระภาค มลทินย่อมไม่มีในที่นี้ ข้าพเจ้าขอไหว้ ล�าดับนั้น ท่านพระวังคีสะได้กล่าวชมเชยพระ พระผู้อาทิตยวงศ์ ผู้ฆ่าเสียซึ่งลูกศรคือตัณหาพระองค์ผูมพระภาคในทีเ่ ฉพาะพระพักตร์ ด้วยคาถาหลายคาถา ้ี นั้น” โดยย่อว่า (หมายเหตุ : พระสูตรนี้แสดงตัวอย่างอันดีที่ “ในวันนีซงเป็นวัน (ขึน) ๑๕ ค�า ภิกษุ ๕๐๐ รูป ้ ึ่ ้ ่ พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ว่า กล่าวชี้ข้อผู้ตัดเครื่องผูกคือกิเลสอันร้อยรัดได้ ผู้ไม่มีทุกข์ ผู้สิ้น ที่ผิดพลาดของพระองค์ได้ อันเป็นวิธีการที่ไม่เปิดความเกิดอีกแล้ว ผูแสวงคุณอันประเสริฐ ได้มาประชุม ้ โอกาสให้ปกปิดความเสียหายใด ๆ ไว้ ทั้ง ๆ ที่พระองค์กันแล้ว โดยความบริสทธิ ๕ เปรียบเหมือนพระเจ้าจักร ุ ์ เป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ก็ทรงท�าพระองค์เป็นแบบอย่าง ค�าพรรดิ์ มีอ�ามาตย์แวดล้อม เสด็จไปโดยรอบแผ่นดินนี้ กล่าวของท่านพระวังคีสะ ในตอนหลังเป็นการกล่าวอันมีมหาสมุทรเป็นที่สุดฉันใด พระสาวกทั้งหลายผู้มี ด้วยส�านวนกวี ซึ่งท่านพระวังคีสะเป็นผู้เชี่ยวชาญ) วิชชา ๓ ผู้ท�ามฤตยูให้เสื่อม ย่อมนั่งล้อมพระบรมศาสดาผู้ชนะสงคราม ผู้เปรียบเหมือนนายกองเกวียนผู้ยอดเยี่ยมฉะนั้น สาวกเหล่านั้นทั้งหมด เป็นบุตรของ ครอบครัวเพริศพราว ขอขอบคุณพระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี คณะสงฆ์วัดไทยฯ ดี.ซี. ญาติสนิทมิตรสหาย แขกผู้มีเกียรติ ทุกท่าน ที่ได้มาร่วมงานฟังสวดมาติกาบังสุกุล ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๔ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล และร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่... คุณแม่สา เพริศพราว อายุ ๙๖ ปี ขอดวงวิญญาณของคุณแม่จงไปสู่สุคติสัมปรายภพตามกุศลเจตนาเทอญ ด้วยรักและอาลัยคุณแม่ มิ่ง - รุ้งฤดี - น้องเฟย์ - น้องมุนี เพริศพราว
    • แสงธรรม 44 Saeng Dhamma อนุโมทนาพิเศษ / Special Thanks คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ขออนุโมทนาแด่สาธุชนทุก ๆ ท่าน ทีมจตศรัทธาถวาย ่ีิ ภัตตาหารเช้า-เพล บริจาคสิงของ เสียสละแรงกาย แรงใจ ก�าลังสติปญญา และความสามารถเท่าทีโอกาสจะอ�านวย ่ ั ่ ช่วยเหลือกิจกรรมของวัดด้วยดีเสมอมา ท�าให้วดของเรามีความเจริญรุงเรืองก้าวหน้ามาโดยล�าดับ โดยเฉพาะทุก ั ่ ท่านทีมสวนร่วมในงานวันส�าคัญต่าง ๆ ของทางวัด จึงประกาศอนุโมทนากับทุก ๆ ท่านมา ณ โอกาสนี้ ่ี่� พลสรณ์ ไชยพันธุ์ ทำาบุญวันเกิด ข้าวสาร 2 กระสอบ, น้ามันพืช 1 ขวด พร้อมธูปเทียน คุณ ำ� ณณรงค์ศักดิ์ - คุณรัตนา โชติกเวชกุล ถวายน้ำาดื่ม PERRIER 5 เคส คุ� คุณทัศนีย์ เลิศบุญ ทำาบุญอุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อเนรมิต-คุณแม่บุญชู เพชรไกร ถวายถ้วยโฟม 230 ใบ, น้ำายาซักผ้า 4 แกลลอน, ซอสมะเขือเทศ, นมข้น, น้ำาโซดา 4 ลัง และอื่น ๆ� ณหรรษา ผโลปการ ถวายกระดาษ Letter 3 รีม คุ From RUENAROM Family (Mai Thai DC) Febric softener, cleaning gloves, paper� plates, clorox bleach, hand soap and so on� ณสุทัศน์ เสาว์มั่น - คุณสุภาพ อุดานนท์ (ติ๋ม) ถวายพานเงิน 10 ใบ, ผ้ารองพาน 9 ผืน, พวงดอกไม้มะลิพลาสติก 8 พวง คุ� ณพิชัย (บู๊)-คุณหลี กุลประเสริฐรัตน์ - คุณแมน-ตาล วิริยะ ทำาบุญวันคล้ายวันเกิด ถวายจานโฟม 250, น้ำา 1 เคส, เปเป้อร์ คุ ทาวน์ 1 โหล, น้ำายาคลีนพื้น น้ำามันพืช� ณแมน-ตาล และเพื่อน ๆ ทำาบุญวันคล้ายวันเกิด ถวายน้ำา 10 เคส, เปเป้อร์ทาวน์ 2 โหล, กาแฟ 2 ขวด, คอฟฟี่เมท 2 ขวด, คุ น้ำามันพืช 1 ถัง, จานโฟม 500, ถ่านไฟฉาย� ณยายเสริมศรี เชื้อวงศ์ ถวายโค้ก 5 กระป๋อง คุ� ณสมศักดิ์ - คุณสุดารัตน์ ตั้งตรงวานิช และลูก ๆ ถวายขันน้ำามนต์ 4 ลูก คุ ครอบครัวมุขกัง ถวายน้ำาโซดา 8 โหล� EASTLAND ทำาบุญบริษท ถวายสังฆทาน ข้าวเหนียว 1 ลัง, ข้าวหอมมะลิ 5 กระสอบ, ผักกาดดอง 1 ลัง, ซีอว 2 โหล, และอืนๆ� ั ๊ิ ่� ณมาลินี วังศเมธีกร ถวายน้ำาดื่ม 1 เคส คุ ู� ณสุภา บรรณวณิชกุล ทำาบุญถวายสังฆทานวันเกิด ถวายซอยมิลค์ 2 แพ็ค, น้ำาดื่ม, ข้าวสาร, โอวัลติน, น้ำามันพืช, น้ำาส้ม คุ� ้เกิดเดือนกันยายน ทำาบุญถวายสังฆทานเนื่องในวันเกิด 11 ก.ย. 54 ถวายน้ำา, น้ำามัน, โค้ก, แก้วน้ำา, ข้าวสาร, น้ำาตาล, คณะผู กาแฟ, ช้อน-ส้อม, น้ำาปลาขวดเล็ก, Soy sauce และเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ในเช้าวันอาทิตย์ ได้ปัจจัยทั้งสิ้น $840 เจ้าภาพน้ำาดื่มถังใหญ่ ถวายประจำาทุกเดือน คุณแม่สงวน เกิดมี คุณจารุณี พิทโยทัย คุณประยูรศรี วรเลิศ คุณชัยยุทธ-คุณยุพา สมเขาใหญ่ คุณทัฬห์ อัตวุฒิ คุณบุณณ์ภัสสร คุณศรสวรรค์ พงศ์วรินทร์ คุณสุพรรณี สัตตวัตรกุล คุณละม้าย คุณประมวล ทวีโชติ คุณทองพูน คุณสุนันทา เฮนเซ้น น.พ. อรุณ คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ์ คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ คุณบุญเลิง วิสีปัตย์ คุณมนัสตา รังสาคร
    • แสงธรรม 45 Saeng Dhamma THAI TEMPLE’S NEWS � � ๓-๔ ก.ย. : ร่วมงานสมโภชหลวงพ่อองค์แสน พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ วัดอัมพวันอเมริกา รัฐเทนเนสซี สมปุณณมหาเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป อดีต ฺ ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการสมัชชาฯ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และอดีตผูชวย ้่และพระมหาค�าตัล พุทฺธงฺกุโร ได้เดินทางไปร่วมงาน เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ได้ถึงแก่สมโภชหลวงพ่อองค์แสน ณ วัดอัมพวันอเมริกา เมืองเมอร์ มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมือวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๔ ่ฟรีสโบโร่ รัฐเทนเนสซี ซึงมีพระครูสมุหปรีดา สุมงฺคลคุโณ ์ ่ ์ เวลา ๒๒.๒๐ น. ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก เป็นเจ้าอาวาส โดยได้รบความเมตตาจากพระสุนทรพุทธิ ั สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา น�าโดยพระสุนทรพุทธิวเิ ทศวิเทศ รักษาการแทนประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ เป็น รักษาการแทนประธานสมัชชาสงฆ์ไทย ฯ ท่านกงสุลประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ ได้จัดให้มีพิธีพุทธาภิเษก ท�าบุญ ใหญ่พรยะ เข็มพล พร้อมด้วยพระธรรมทูต ญาติโยมคณะ ิิตักบาตรแด่พระสงฆ์จ�านวน ๒๕ รูป ทอดผ้าป่าสามัคคี ศิษยานุศษย์ชาวนิวยอร์กและต่างรัฐ ได้พร้อมใจกันจัดพิธี ิและแสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง “ประวัติและความ บ� า เพ็ ญ กุ ศ ลสวดพระอภิ ธ รรม ระหว่ า งวั น ที่ ๘–๑๔ ศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อองค์แสน” โดย ดร.พระมหาถนัด กันยายน ๒๕๕๔ และมีกาหนดพิธพระราชทานเพลิงศพ � ีอตฺถจารี มีสาธุชนมาร่วมงานประมาณ ๓๐๐ คน ในวันที่ ๑๒-๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ เมรุลอยชัวคราว ่� ๘-๑๔ ก.ย. : พิธีบ�าเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม วัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ มหานครนิวยอร์ก พระเทพกิตติโสภณ อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ คณะสงฆ์และอุบาสกบาสิกาวัดไทยฯ ดี.ซี. น�าโดย
    • แสงธรรม 46 Saeng Dhammaพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพสวด น้อมน�าไปพัฒนาจิตใจตามหลักไตรสิกขา คือศีล สมาธิ พระอภิธรรมเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๔ ได้ปัจจัย และปัญญา เพื่อความผาสุขแก่ชีวิต มีผู้สนใจเข้าปฏิบัติทังสิน $1,310 และขออนุโมทนาเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์คณะ ้ ้ ธรรมทั้งสิ้น ๒๐ คนผู้เกิดเดือนกันยายน ได้ปัจจัยสุทธิ $840 ถวายวัด วันที ่ ๑๘ ก.ย. เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธเี ปิดงานวันสารทไทย วชิ ร ธรรมปที ป เพื่ อ ร่ ว มบ� า เพ็ ญ กุ ศ ลในครั้ ง นี้ จึ ง ขอ โดยมี ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี เป็นประธาน หลังจากอนุโมทนาบุญทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ นั้นเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายบ�าเพ็ญกุศลปิด ทองหลวงพ่อองค์ดา และตักบาตรพระประจ�าวันเกิด แล้ว ��วันเสาร์ที่ ๑๐ และ ๒๔ ก.ย. : Meditation พร้อมกันบนอุโบสถศาลาไหว้พระสวดมนต์ สมาทานศีล Workshop ฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ร่วมกันท�าบุญ วัดไทยฯ ดี.ซี .ได้จดให้มการปฏิบตธรรมภาคภาษา ั ี ัิ ตักบาตรพระสงฆ์ ๙ รูป ถวายภัตตาหารเพล และชมการอังกฤษแก่ชาวต่างชาติ โดย พระมหาประดูชย ภทฺทธมฺโม ่ ั แสดงนาฏศิลป์ดนตรีไทยของน้อง ๆ นักเรียนวัดไทย เวลา และอาจารย์อารีย์ เบนเนเก้น เป็นผู้บรรยายและน�า ๑๓.๐๐ น. ฟังพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ โดย ดร.พระมหาปฏิบัติเพื่อขัดเกลาจิตใจ ประสบผลส�าเร็จเป็นที่น่าพอใจ ถนัด อตฺถจารี และพิธีบังสุกุลอุทิศแด่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ อย่างยิ่ง มีผู้สนใจเข้าปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น ๒๕ คน สาธุชนถวายเครืองไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นเสร็จพิธี ่�๑๑ ก.ย. : ประชุมคณะกรรมการอ�านวยการประจ�าเดือน �๒๓ ก.ย. : Students from J.H. Blade High คณะสงฆ์และคณะกรรมการอ�านวยการวัดไทยฯ School learned Buddhism at Wat Thai D.C.ดี.ซี. ได้ประชุมประจ�าเดือน เพือปรึกษาหารือและเตรียม ่ พระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณ ธรรมปฏิสันถารความพร้อมงานวันสารทไทย, วันลอยกระทง และวันออก ต้อนรับนักเรียนจ�านวน ๕๐ คน ที่เดินทางมาศึกษาพรรษา โดยได้แบ่งหน้าทีแผนกต่าง ๆ เพือรับผิดชอบและ ่ ่ พระพุทธศาสนา ณ วัดไทยฯ ดี.ซี.ปฏิบัติงานให้ส�าเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ต่อไป �๒๓-๒๕ ก.ย. : เปิดแล้ววัดไทยแห่งใหม่ในเมืองพิตส์�๑๗-๑๘ ก.ย.: ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือน และท�าบุญ เบิร์ก รัฐเพลซิลวาเนียวันสารทไทย พระมหาถนัด อตฺถจารี Ph.D. เลขาธิการสมัชชาฯ, วันที่ ๑๗ ก.ย. มีการปฏิบัติธรรมประจ�าเดือน เพื่อ พระอาจารย์สุริยา เตชวโร วัดไทยฯ ดี.ซี. พร้อมด้วยเปิดโอกาสให้ศึกษาเรียนรู้ตัวเอง โดยใช้หลักพุทธธรรม พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ Ph.D. วัดป่าสันติธรรม รัฐ
    • แสงธรรม 47 Saeng Dhammaเวอร์จิเนีย ได้เดินทางไปร่วมงานเปิดวัดไทยแห่งใหม่ใน กิจการพระศาสนาทีวดไทยฯ ดี.ซี. มาตังแต่วดแห่งแรก ่ั ้ ัเมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพลซิลวาเนีย โดยท�าพิธีเปิดป้ายวัด และปัจจุบนก็ยงมาช่วยอยู” จึงขออนุโมทนาในน�าใจและ ั ั ่ ้อย่างเป็นทางการแล้วในชื่อว่า WAT PADHAMMARA- ขออวยพรให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานตลอดไป และTANA (The Buddhist Meditation Center of พร้อมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ มีคณะญาติPittsburgh) ตั้งอยู่ที่ 5411 Glenwood Ave. Pitts- ธรรมมาร่วมงานประมาณ ๑๕๐ คน burgh, PA 15207 ซึ่งคณะญาติโยมชาวพิตส์เบิร์กได้มี �๒๔ ก.ย. : สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่กุศลศรัทธาปสาทะอย่างแรงกล้าสามัคคีด�าเนินการสร้าง คุณมิ่ง-คุณรุ้งฤดี เพริศพราวและครอบครัว ได้ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมทางจิตใจที่ทุกคนสามารถเข้าไป ท�าบุญที่วัดไทย ฯ ดี.ซี. โดยนิมนต์พระสงฆ์สวดมาติกาประกอบศาสนกิจ ศึกษาและปฏิบัติธรรมได้ อีกประการ บังสุกุลเพื่ออุทิศให้ คุณแม่สา เพริศพราว มารดาผู้จากหนึงเพือต้องการสร้างสิงทีเ่ ป็นอนุสรณ์นอมถวายแก่พระ ่ ่ ่ ้ ไปด้วยอาการอันสงบ สิรอายุได้ ๙๖ ปี “จากกันยามเป็น ิเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี(หลวงตาชี) โดยมีคณะ ได้เห็นน�้าใจ จากกันยามตายได้เห็นน�้าตา ยามพ่อแม่ญาติธรรมมาร่วมสร้างบุญบารมีในครั้งนี้ ๑๕๐ คน “อยู่ เป็นอยู่ได้เลี้ยงกาย ยามพ่อแม่ตายได้เลี้ยงวิญญาณ” ก็ดีไปก็ดีมีประโยชน์ ได้สร้างโบสถ์สร้างวัดด้วยหัตถา จึงขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งมา ณ โอกาสนี้ สร้างกุฏวหารลานศาลา ได้ฉายาวีรชนคนดีเอย” จึงขอ ิิ �ปฏิทินข่าวเดือนตุลาคมอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ! 8, 22 Oct : Meditation Workshop�๒๔ ก.ย. : ท�าบุญวันคล้ายวันเกิดครบ ๖ รอบ 8 Oct : Loy Krathong Festival พญ.จารุรพ อภิบุณโยภาส และคณะ ได้ปรารภ ๑๕ ตุลาคม : ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือนท�าบุญวันคล้ายวันเกิดครบ ๖ รอบ เพือความเป็นสิรมงคล ่ ิ ๑๖ ตุลาคม : ท�าบุญวันออกพรรษา ตักบาตรเทโวแก่ นพ.กรีฑา อภิบณโยภาส ทีวดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ุ ่ั ๓๐ ตุลาคม : ประชุมคณะกรรมการอ�านวยการโดยนิ ม นต์ พ ระสงฆ์ เจริ ญ พระพุ ท ธมนต์ ถวายเครื่ อ งไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา โดยพระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) กล่าวสัมโทนียกถาตอนหนึง ่ว่า “นพ.กรีฑา เป็นผู้เสียสละบ�าเพ็ญประโยชน์ช่วย
    • แสงธรรม 48 Saeng Dhamma รายนามผูบริจาคประจ�าเดือนกันยายน (September 2011) ้ Phon-K.A. Mounivong 50.00 รายนามผู ้ ท � า บุ ญ วั น สารทไทย Pusadee’s Garden INC 50.00 Somsri-John E. Pierce 50.00 Nirutisai K. Graff, M.D. 300.00 Kiat-Robin Ukrit 48.00 Ann-Kim Suparut 200.00 Pri Pramudita 45.00Chopsticks House 200.00 Voranuch-Robert J. Price 40.00คณะผู้เกิดเดือนกันยายน 150.00 Panoo-Benjamas Pimchaipong 40.00 Ravithat Putvatana 100.00 Ratana Ratanawongsa, M.D. 40.00 Pontipa-John Joines 100.00 Patchale Visavakitchalern 40.00 Keith McDaniel 100.00 Chuntira Mommesri 40.00 Jiraporn-Supat Sirivicha 100.00 คุณนงเยาว์ หินธระนันท์ 40.00 Sarawoot-Panwadee Punksungka 100.00 คุณนีติเนตร รัตนเนตร 40.00 Bhaitoon Wongnetra 100.00 Chalaok Kanchanavatee Family 40.00 Weerasak-Saleewun Lima 100.00 คุณบรรจง พวงใหญ่ 40.00 Boonpassorn-Tun Phongwarinr 100.00 คุณจินตนา-พยุง งามสอาด 40.00 Vanee Komolprasert 100.00 Thongban-Warren McGeiver 40.00 Tanad- สุวรินทร์-อานนท์ Sithioum 100.00 คุณนันทนา-มาร์ค 40.00 คุณชณิฎา ศิริประภารัตน์ 100.00 Udom Budsriphoom 39.00Loi-Jenny-Fon Jaitrongsat 100.00 Lindasay-V.V. Siriko 39.00 Wikrom Karnsakul 100.00 Janpen Sihakhoon 39.00 Thanawat Khamphong 100.00 Dheerawongsa 36.00 Laiad-Robert Laney 100.00 Keriang Chauteh 35.00William-Atcha Wong 100.00 Saichol-Pridipongse Vithespongse 35.00 S.Sisakun 100.00 Sasima-Songsri Nirapathama 33.00Upol-Nalinee Darmrong 100.00 Surisa T. Hirrel 30.00 Piyapong Vongkovit 100.00 คุณนิตยา-หมิง-ตี๋ เลียน 30.00Sukanda-Chairat Jetabut 99.99 Edward-Siriporn-William Gresser 30.00Sunee Khaosaard Vinson 63.00 Pornchai-Pranorm Boonmast 30.00 คุณวชิรา ตีรกรวิเศษภักดี 60.00 Youvapa K. Maida 30.00 Yoke Peng Loh 50.00 Kotkham Khamvongsa Pod 30.00 Reka-Punja Punotai 50.00 Alan N. Boyle 30.00 Elaine R. Kunz 50.00 Vina Davi Chang 30.00 Jittima-Pravat Bhusiri 50.00 Sangob Somkhunphot 30.00 Bruce-Tasanee Kidd 50.00 Nisachol Hanphanich 30.00 Lamai S. Williams 50.00 คุณสุมิตา Rodman 30.00 Roger-Nittaya S. Kautz 50.00 S. Raungtriphop 30.00 Corneal-Nid Craighton 50.00 Chamnian Rollefson 30.00 Pranee Teptarakun 50.00 คุณแปลงทอง แสนศิริสุข 30.00 N. Praisaengpetch 50.00 George-Penchan Klopfenstein 30.00 Atcharaporn Widder 50.00 คุณปราณี-ณรงค์ชัย รุ่งเศรษฐี 30.00 Sithisakdi-Pornphan Phrngham 50.00 Anusaya-Sang Paipongna 25.00 Pachara Tuangsethavut 50.00 Sunil-Indira Weerakkody 25.00Manop Petchaer 50.00 Krisana Schroedl 25.00Malinee Vangsameteekul 50.00 N. Praisaengpetch 25.00Suwapee Dejtisakdi 50.00 Pranee Teptarakun 25.00คุณแหลมทอง จิตต์คาม 50.00 Bensiri-Udom Chanachote 25.00 คุณประสาร-คุณพวงทิพย์ มานะกุล 50.00 คุณแม่กลีบขจร พรายแสงเพ็ชร 25.00 Monchaya Jetabut 50.00 คุณบังอร-กิตติพงษ์ งามสง่าและครอบครัว 25.00 คุณประจวบ Yannacci 50.00 Suntharee Rodbhajon 25.00 Kosa-Sunipa Kaotira 50.00 P. Amornkitwanit 25.00 Mala Belli 50.00 Kesinee Sriboonruang 25.00 Supannee Settawatrakul 50.00 Ben S. Stombler 25.00 คุณเพ็ญศรี ปลูกสวัสดิ์ 50.00 Decha-Ratna Viriya 25.00 Sirikunya Thumprasert 50.00 คุณวิไล ชอบชื่น 25.00 คุณสันติ์ มงคล 50.00 คุณมิ่ง-รุ้งฤดี เพริศพราว 25.00 Chusri Gore 50.00 Sudarat Palung 25.00 Ladda M. 50.00 Somwung Isaacson 25.00 Atkavi Sawadisavi M.D. 50.00 Boonlai Utz 25.00
    • แสงธรรม 49 Saeng DhammaDavid-Lamai Bowden 20.00 Monthakarn Natrakul 20.00 Hirunya Niyomphol 20.00 คุณจันตา ชมใจ 20.00 Miss Sarinrat Meeyen 20.00 คุณมานะ-มาลีวัลย์ ชินะประยูร 20.00 David-Tassane Iadonisi 20.00 C. Sukkasem 20.00 ด.ช.ศิริชัย (โอม) แสงนาค 20.00 Thitikarn Toparlak 20.00 Naraporn-Pairoj Rangsikul 20.00 คุณฉลวย ไลท์ทิคเกอร์ 20.00 Paphasi D. Manickam 20.00Patchara Thoviboon 20.00 Steven-Putchabong Shaw 20.00 Jongkol-Kongkon Tongvibulaya 20.00 คุณกัมปนาท-ปิยะดา-กุลจิตรา ธนาเศรษฐเนตร 20.00 Umporn W. - Mauricio D. Hernondez 20.00 Riam Binkasem 20.00 คุณสุดที่รัก นาคนวล 20.00 คุณสุภามาศ วัฒน์เดชากุล 20.00 คุณปอรวัลย์ ขันธวิชัย 20.00 Angkab Elliott 20.00 Phakkajira Hickey 20.00 คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ 20.00 Busra Carley 20.00 Michael-Tian Mullinix 20.00 James-Rujira Perry 20.00 Chu-Chanti Hill 20.00 Somluck Petchger 20.00 Swart-W.L. Rosia II 20.00 Jantana-James Cornell 20.00 Prabhasri Durasavin 20.00 Vachara Ngeonjuklin 20.00 สมเงิน-Dow Licence 20.00 Jiraporn Tanam 20.00 Pranee M. Okuhara 20.00 Kesom-Nith Changkachith 20.00 Ramphai-Vasna Nontanovan 20.00 A.Manekul - S. McDonald 19.00คุณเฉลิม สมนาศรี 20.00 John J. - Sudarat Forberger 15.00คุณยุทธ นาคอ่อน 20.00 Savalee Parnwichian 15.00 คุณสุพี ปุณภรณ์ 20.00 John-Pong Levenson 15.00 Surasavadee-Vude Iem 20.00 Bunmak Kumtamrong 10.77 Montri Leelawatnakul 20.00 Suschada Saichur 10.00 คุณเกศมัย เลขะจิระกุล 20.00 Wattaya Sakulkoo 20.00 Nuanchan Carpenter 10.00Aurrapan Devoy 20.00 Pattra Pyle 10.00 Veena Preissler 20.00 Darika Chanachote 10.00 Chaleo Reed 20.00 Perry-Chanowan McSherry 10.00 คุณวิโรจน์ สุธีระวงศา 20.00 Vichien-Kanya Jitpaisarnsook 10.00 Klinsukhol Chanthanurako 20.00 Naruemul Wandlinger 10.00 Somchai Chanyasubkit 20.00 Kamolrat Arayanimitsakul 10.00 Mee Hill 20.00 Thipapan Kulsawatpakdee 10.00 Kanyarat Weathers 20.00 Kanya Sastura 20.00 Boonlei Harnadee 10.00 V.Chai Parichart 20.00 คุณเสริมศรี เขียวชะอุ่ม 10.00 Veena-Alex Nunest 20.00 คุณเครือวรรณ เอกโชติ 10.00 คุณวรยล ตีรกรวิเศษภักดี 20.00 คุณธนิดา จันทน์ทอง 10.00 Nitporn Atchacharoensuthit 20.00 คุณจูมศรี จันทรักษา 10.00 คุณลินจง-วิทยา เจริญผล 20.00 Chanida Chaiya 10.00 Jutaluck Dulsaeng 20.00 คุณนิ่มนวล มาแตง 10.00 คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ 20.00 คุณณัฐชนก โชติชัชวาล 10.00 คุณภาวิณี น�้าทองไทย 20.00 คุณเบญจวรรณ แหยมมงคล 10.00 คุณเบนจามิน+ครอบครัวฤทธิ์โสภา 20.00 Sripen-Pima Kornsatayapongphi 20.00 Bungon King 10.00 คุณไพบูลย์ อู่ทิฆัมพร 20.00 Yongyoot-Pornpilai Sae-Tang 10.00 คุณซาลิสา เสแสวง 20.00 Chittima Bonner 10.00 คุณภาวิณี ฟาร์ลีย์ 20.00 Kittisak Kunvatanagarn 10.00 Rapin Ponlick 20.00 Sudjit Shirley 9.99 Dhanarat-Wanpen Yanguanichjit 20.00 Rober-Sureeaha Zeigler 9.00 คุณเปลื้อง ไพรินทร์ 20.00 Komsan Thongchua 5.00คุณสมนึก ป้องภาษิต 20.00 คุณวัชรี Sterner 5.00 คุณนกน้อย-ดักส์ Zerfas 20.00 คุณลดาวรรณ ยมาภัย 5.00 Suchart Suksamran 20.00 คุณธวัช วีระเผ่า 20.00 คุณพัชรวีร์ ฉิมพลี 5.00 คุณพรรณี เกษมพันธัย 20.00 คุณพิชญา บทบูรณ์อภิญญา 5.00 ครอบครัวศรีดาวเดือน 20.00 คุณสุพจน์ จ�าปาโพธิ์ 5.00 คุณจิระภา ยมาภัย 20.00 คุณธนิตยาพร ทองศิริ 3.00 Apichaya-Steve 20.00 Sam (CA) 2.00 คุณจารุรัตน์-อเล็กส์ สุธีระวงศา 20.00 คุณมยุรินทร์ นิธิรุจโรจน์ 2.00
    • แสงธรรม 50 Saeng Dhamma รายนามผู ้ ร ่ ว มบริ จ าคท� า บุ ญ ทอดกฐิ น สามั ค คี คุณประภัสรา อักขราสา 30.00 คุณมนชยา เจตบุตร 30.00 นพ.สุวฒน์-พญ.ดวงเดือน ั ศิลปสุวรรณ 2,000.00 คุณวนิดา สุนทรพิทกษ์ ั 30.00 Supannee Sattawatrakul 30.00 นพ.อรุณ-คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ 1,500.00 คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย ์ 20.00 Central Car Repair LLC คุณศักดิเ์ กษม-คุณธินภรณ์ วิรยะ ี ิ 1,000.00 คุณมะกรูด 20.00 Phabhassara Ruamsiri Agkrasa 1,000.00 คุณจารุณ ี พิทโยทัย 20.00 คุณบรรจง พวงใหญ่ 1,000.00 คุณวิไล โทนะกานต์ 20.00 คุณล้อม ใหม่อนทร์ ิ 1,000.00 คุณนิพรรณ พริงประยูร ้ 20.00 คุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด 1,000.00 คุณอรพรรณ ดีวอย 15.00 Somboon-Somsri-Soraya Chanyasubkit 1,000.00 คุณแม่บวไหล ั สมประสิทธิ ์ 10.00 คุณแม่สจต ุิ McCormick 1,000.00 คุณดวงพร เทียบทอง 10.00 Pornpan-Sithisakdi Prangkam 1,000.00 คุณป้านิด มาแตง 10.00 คุณประสาร-คุณพวงทิพย์ มานะกุล 1,000.00 ผูไม่ออกนาม ้ 2.00 คณะผูปฏิบตธรรมเดือนกันยายน ้ ัิ 1,000.00 Villailaksana Agkrasa 500.00 รายนามผู้ร่วมบริจาคสร้างอาคาร 80 ปี หลวงตาชีคุณชัยรัตน์-คุณสุกานดา เจตบุตร 500.00 Suphisara Khuruthiti 1,500.00 Henry-Vimolporn Wong 500.00 พระมหาประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม 500.00 คุณประมวล-ละม้าย-อังคณา ทวีโชติ 500.00 พระมหาค�าตัล พุทฺธงฺกุโร 338.00 คุณแม่ฉวีวรรณ ปานานนท์ 500.00 คณะสงฆ์วัดไทยฯ ดีซี 300.00 คุณสัมฤทธิ-์ คุณสมพร ภิรมย์รน ื่ 500.00 Chaicharoen Treelertkul 100.00 คุณทองพูน and Hansen Family คุณแม่เสริมศรี เชือวงศ์พร้อมครอบครัว 300.00 ้Laiad Holoviak 300.00 รายนามผู้ร่วมบริจาคท�าบุญวันออกพรรษาPachara Tungsethavut 200.00 คุณอีด อรวรรณ ๊ คุณโอ๊ก ศรีดาวเดือน 200.00 Chuangchan Phongsavan 50.00 Tippavan-Don Hodges 200.00 Thao-Khamta Somvong 50.00 Arunee Promtana 170.00 Carton L. Clark 30.00 Phragna Phui-Nang Phragna Thengdy Bilavarn Kingalasit, Thomas-Opasa Garland 25.00Magnonsit Namit and Family 120.00 Vorawit Wattanasinpanich 20.00คุณประจวบ-วณี พร้อมครอบครัวฤทธิถาวร 100.00 ์ Jongkol-Mongkon Tongvibulaya 20.00 Tussnee Lerdboon 100.00 David-Lamai Bowden 20.00 Satitiya Silakes Thomas Chaiyakul 100.00 Sam 1.00คุณกบ ร้านไทยมาร์คเก็ต 100.00Kanjana Leelawatanakul 100.00 รายนามผู้บริจาคบ�ารุงแสงธรรมNee Hill 100.00 Niti Crupiti 100.00 Carson-Udomluck-อริสา Burket คุณสกุลรัตน์ โทนชัย 100.00 Siriporn Khunwong 100.00 รายนามผู้บริจาคท�าบุญทั่วไปPranee Arayavilaiphong 88.00 Sukanda-Chairat Jetabut 50.00 Eastland Food Corporation ท�าบุญฉลอง 30 ปีบริษท ั 3,000.00 Hansa Palaprokarn 50.00 ตู้บริจาคห้องหลวงพ่อด�า เดือนกันยายน 1181.00คุณจิตตานนท์ บุญญาภินเิ วศ 50.00 ตู้บริจาคห้องหลวงพ่อด�า เดือนสิงหาคม 1,089.00 คุณพรพรรณ ปรางข�า 45.00 Dr. Laddawan Miko ท�าบุญอุทิศให้คุณพ่อจวน แซ่ติ้ง 700.00คุณเล็ก หว่อง 40.00 คุณกัญญา สว่างโรจน์ และเพื่อน ๆ คุณยุวรรณา 40.00 ขายอาหารใส่บาตรวันอาทิตย์ทั้งเดือน 680.00
    • แสงธรรม 51 Saeng DhammaBasil Thai Restaurant, DC ท�าบุญอุทิศให้บุพการี 680.00 รายนามร้านอาหารวันสารทไทยคุณวิลาวรรณ อนันต์วอง ร้าน Thai Gourmet, PA 600.00 ตู้บริจาคบนโบสถ์ 567.00 คุณนก และเพื่อนๆ อาหาร-น�้า-ส้มต�า-ไก่ย่าง 2,000.00Vantanee - Thirasak Sukontasup 500.00 คุณกัญญา และเพื่อนๆ ก๋วยเตี๋ยว 1,865.00ร้าน Talay Thai in D.C. คุณพยุง-จินตนา งามสอาด ญาติมตร ิ คุณบุบผา ชาววัง ก๋วยเตี๋ยว 300.00พนักงานและเพื่อน ๆ ท�าบุญร้านประจ�าปี 459.00 คุณสุรพล-กุหลาบ ปาระจิต หอยทอด 300.00คุณอุไร ตะสิทธิ์ (ติ๋ว) PA 400.00 คุณแสงจันทร์ ไก่ย่าง 200.00คุณบุญมณี PA 345.00 ศรีแก่นคูณ คุณสมพงษ์ อาหารไทยอีสาน 200.00คณะสามเณรภาคฤดูร้อน 2011 324.00 น�้าวัดไทย คุณแหม่ม และเพื่อน ๆ 174.00 คุณเบญจวรรณ Jones พริก-ผักสด 150.00Krita Apibunyopas, M.D. 250.00 คุณอมรา ข้าวเหนียวมะม่วง 130.00คณะถักไหมพรม 230.00 น�้าวัดไทย คุณกระแต และเพื่อน ๆ 126.00Petty Cash Summer School 2011 205.00 คุณกุญชลี กุ๊ยฉ่าย 100.00Yoke Peng Loh กองทุนพระสงฆ์อาพาธ 200.00 Ms. Ieng ต้นไม้ 100.00ครอบครัวยังมีสุข 200.00 คุณวัน ไม้ประดับ 100.00Suphong-Suwadee Sopharatna กองทุนพระสงฆ์อาพาธ 200.00 คุณประยูร ฮักก์ ขนมต่าง ๆ 60.00Mananya Mallikamas 200.00 คุณบุญ ข้าวซอย 60.00 คุณวิไล เครื่องประดับ 55.00สามเณรมีมี่ ถวายผ้าไตร 200.00 คุณเพ็ญ เสื้อผ้า, เครื่งประดับ 50.00กลุ่มพลังบุญ 180.00 คุณสุดารัตน์ ตั้งตรงวานิช ของเด็กเล่น, ของช�าร่วย 50.00คณะถวายน�้าดื่มถังใหญ่ ประจ�าเดือน 160.00 คุณศิริพรรณ กล้วยทอด 50.00คุณจารุณี และเพื่อน ๆ ถวายน�้าดื่มถังใหญ่ในห้องครัว 150.00 คุณเปลื้อง-อ้อย เสื้อผ้า 40.00Wattanapong Wattanarungsikajorn 150.00 คุณอ้อย-แม่อุ้ย บัวไหล ผักสด-ต้นไม้ 40.00กองทุนพระสงฆ์อาพาธ In the office Wat Thai 148.00 คุณอุ้ย ขนมหวาน 40.00Randy-Lawan Williams 105.00 คุณอ�านวย ผัก 30.00Pitpatu Itharat 100.00 คุณสุภา จิตรประไพ เทป 30.00 คุณแก้ว อินวงศ์ น�้าพริกแจ่วบอง 30.00Ankhana Thaweechot ปฏิทิน ปี 55 100.00 Benjawan Jones 100.00 นพ.เหรียญทอง-พญ.พิมลวรรณ ลิ้มปวงทิพย์ 100.00 Pensri Plooksawasdi 68.00 ขออนุโมทนาบุญพิเศษคุณวณี-คุณประจวบ ฤทธิ์ถาวร 50.00 เจ้าภาพถวายน้ำาดื่มวันสารทไทยคุณดวงแก้ว เทียนทอง 50.00 พนักงานการไฟฟ้าภูมิภาค-ฝ่ายผลิต ประเทศไทย 50.00 โดย...Southern Thai Association INC พานพุ่มวันแม่ 50.00 คุณไพศาล-พัชรี-ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย์ 40.00 คุณสมศักดิ์ - คุณภาวนา จรรยาทรัพย์กิจผู้ไม่ประสงค์ออกนาม MD กองทุนพระสงฆ์อาพาธ 30.00 Michael-Intawon Maiorana 26.00 คุณหลี กุลประเสริฐรัตน์ 25.00 ขออนุโมทนาบุญพิเศษด.ช.ศิริชัย แสงนาค 25.00 เจ้าภาพถวายขนมทุกเช้าวันจันทร์/ศุกร์คุณพวงทิพย์ อิตถรัชด์ 20.00คุณกัมปนาท-ปิยดา-กุลจิตรา พนาเศรษฐเนตร 20.00 โดย...คุณสุรพล - คุณกุหลาบ คลังทอง 10.00 คุณประพจน์ - คุณศิริพร คุณวงศ์คุณมงคล พรหมจรรย์ 10.00
    • แสงธรรม 52 Saeng Dhamma เจ้าภาพอาหารใส่บาตรวันสารทไทย Vanida Soontornpitugs คุณกฤษณา สุโชตินันท์ คุณยุพิน สงวนทรัพย์ คุณจิรภา ยมาภัย คุณชิดชู คงเจริญรส คุณวัชรี Sterner คุณประยูรศรี วรเลิศ คุณดวงพร เทียบทอง คุณเมธินี แย้มเพกา คุณนุกูล ยังมีสุข คุณกัญญภัทร์ จันทร์แก้ว คุณวงศ์ เปรมวัต คุณปภัสรา อักขรสา คุณจิรา นาวินทรานนท์ คุณศิวิไล สามัง คุณจารุณี พิทโยทัย คุณวณี ฤทธิ์ถาวร ป้านิด-ป้าน้อย ร้านเรือนไทยขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดกฐินสามัคคีณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ประธานทอดกฐิน โดย... * คุณกัญญา - คุณกุลชาติ สว่างโรจน์ * คุณวิรัตน์ สุขสมอรรถ สอบถามรายละเอียดได้ที่...301-871-8660, 301-871-8661
    • แสงธรรม 53 Saeng Dhamma รายนามผู้บริจาคออมบุญประจำาปี 2554Vunchai-Nipan Pringphayune 500.00 Sasima-Songsri Nirapathama 120.00Chaweewan Pananon 450.00 Pramuan Dhaveechot 120.00Anya Kanon 310.00 William-Kingkeaw May DL 120.00คุณแม่ประจวบ ภังคสังข์ 300.00 Peter Gosak , Thai Market 120.00Jindarat Rattanakul 240.00 Vipa Sankanung 120.00Supannee Sattawatrakul 211.00 Peerarat Amornkitwanit 100.00Saranya-Smit Kulwatno 180.00 Prabhasri Durasavin 60.00ครอบครัวเกษมพันธัย 150.00 Alyssa Pouvarunumkoah 40.00Angkhana Thaweechot 140.00 Worachart Punksungka 30.00คุณชัยรัตน์ จารุพนธุ์ ชัชวาลย์ ทรัพย์เกษม ั 140.00 Patchara Thoviboon 10.00Rachanee-Kolavit Rapeepun 120.00Boondee Marnadee 120.00 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมท�าบุญ ออมบุญประจ�าปี ปีละ 120 เหรียญ หรือตามแต่ศรัทธา ขออนุโมทนาบุญแด่ทุก ๆ ท่าน มา ณ โอกาสนี้ด้วย รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้าประจำาวันจันทร์ คุณจิรา นาวินทรานนท์, คุณวณี ฤทธิ์ถาวร, คุณเมธินี แย้มเพกา, คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ คุณดวงพร เทียบทอง, คุณวัชรี, คุณวราลี-คุณลองรัก ภูศรีวันอังคาร วันอังคารที่ ๑ ของเดือน คุณนุสรา คุณนาคินทร์ พึ่งพร/คุณจิตรา จันทร์แดง/คุณชินซิว วันอังคารที่ ๒ ของเดือน ครอบครัว รุสตานนท์ โดยคุณยายซูเฮียง, ครอบครัว อมรกิจวานิช ิ ่ โดยคุณจินดา,คุณน้อย-อิว-พีท-กอล์ฟ-พงษ์,คุณป้อม-คุณประพจน์ คุณวงศ์ ๋ วันอังคารที่ ๓ ของเดือน คุณกุลชลี คุณป้านันท์ โตตามวัย วันอังคารที่ ๔ ของเดือน คุณกุลชาติ คุณกัญญา สว่างโรจน์ / คุณจิตรา จันทร์แดง / ครอบครัวเอี่ยมเหล็กวันพุธ คุณเพชร, คุณพัชรา, คุณเมย์, David, คุณบุญเลิง, คุณวนิดา, คุณยุพิน,คุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด, คุณป้าเสริม งามสอาด, คุณอัน-คุณขวัญ ร้าน Thai Market พร้อมคณะวันพฤหัสบดี คุณยุพิน เลาหพันธ์ุ ร้าน BANGKOK GARDEN : 301-951-0670วันศุกร์ คุณป้านิด มาแตง ป้าน้อย Ruan Thai Rest. 301-942-0075 คุณป้าบุญเสริม, คุณยุพิน สงวนทรัพย์วันเสาร์ คุณมาลิน(เต้น) คุณลิลลี,่ คุณธิตวฒน์, คุณเชอรี,่ คุณสุกานดา บุพพานนท์ คุณบรรจง พวงใหญ่ ี ิัวันอาทิตย์ คุณนก, คุณกุหลาบ, คุณชูนนทร์-Mr.Duwayne Engelhart, ครอบครัววิรยะ, ครอบครัวตังตรงวานิช ิ ิ ้ ครอบครัวสิทธิอ่วม, คุณนุกูล คุณบรรจง, คุณวาสนา น้อยวัน, คุณกษิมา, คุณหลีหมายเหตุ: ขออนุโมทนาพิเศษแด่ คุณผกา คุณวณี, คุณเมธิน,ี คุณจิรา, คุณวนิดา, คุณเล็ก, คุณแต๋ว ป้านิด ป้าน้อย คุณไก่ คุณพนมรัตน์ มุขกัง คุณวิทย์-คุณณัฐ และท่านอื่นๆ ที่มาทำาอาหารถวายพระ ภิกษุสงฆ์ ในวันที่เจ้าภาพหลักมาถวายไม่ได้ หากชื่อ - สกุล ไม่ถูกต้อง กรุณาแจ้งได้ที่พระสงฆ์วัดไทยฯ ดี.ซี. ทุกเวลา
    • แสงธรรม 54 Saeng Dhamma รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล / Lunch ประจำาเดือนตุลาคม (October, 2011)1 (Sat) กลุ่มพลังศรัทธา ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั2 (Sun) ร้าน THAI TAVERN RESTAURANT นิ มนต์พระสงฆ์ 5 รูป ท�าบุญฉลองร้าน ถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้3 (Mon) ร้าน THAI DERM RESTAURANT ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้4 (Tue) คุณแม่สจิตร แมคคอร์มิค คุณสมร-คุณทิ พย์ พุทธวงศ์ พร้อมคณะ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั5 (Wed) ชมรม “รวมน�าใจ” โดย มล. เพียงทอง - คุณพัฒนา - คุณพันทิพา - คุณพิมลมาศ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั6 (Thu) คุณแม่อ้ย บัวไหล - คุณน�้าอ้อย - คุณน�้าหวาน - Derek - คุณประยูรศรี - คุณป้ าเสริ ม ท�ำบุญถวำยเพลทีวด ุ ่ั7 (Fri) TONO SUSHI โดยคุณเอก และพนักงาน ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน / ่้ คุณนาตยา - Mr. Richard - คุณประพิ ณ - คุณจ�าเนี ยร - คุณมาลา - คุณระพิ น -Garry และคณะ ถวำยเพลทีวด ่ั8 (Sat) ร้าน THAI AT CORNER โดยคุณพลสรณ์ ไชยพันธุ์ นิ มนต์พระสงฆ์ 5 รูป ท�าบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้9 (Sun) ว่ำง10 (Mon) คุณแต๋ว-ดอน - คุณติ๋ ว ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั11 (Tue) ว่ำง12 (Wed) คุณแม่ราไพ คุณแม่แปง คุณแม่จมศรี คุณสุภา คุณชูศรี คุณแสงทอง คุณศรสมใจ ถวำยเพลทีวด � ู ่ั13 (Thu) BANGKOK GARDEN RESTAURANT โดยคุณยุพิน เลาหพันธุ์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้14 (Fri) สนง.เศรษฐกิ จการคลัง, สนง. ก.พ., สนง. เกษตร ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั15 (Sat) กลุ่มพลังบุญ โดยคุณธนิ ดา-ชัยกร พงษ์กิจการุณ และคณะ ท�าบุญอุทิศให้คณแม่ ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั16 (Sun) ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมท�าบุญตักบาตรเทโววันออกพรรษา โดยพร้อมเพรียงกัน17 (Mon) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายพาณิ ชย์ สนง. ฝ่ ายวิ ทยาศาสตร์ฯ สนง.ฝ่ ายการเมือง ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั18 (Tue) คณะผูปกครองนักเรียน 2552 โดยคุณแขก-กระแต-ดาว-ภา-น้อย-ถา-จูมศรี-แสงทอง-อุย และคณะ ถวำยเพลทีวด ้ ้ ่ั19 (Wed) ว่าง20 (Thu) ว่าง21 (Fri) สนง. ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารเรือ / ทหารอากาศ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั22 (Sat) ว่าง23 (Sun) คุณลัดดาวัลย์ ไมโค ท�าบุญ 100 วัน อุทิศให้คณพ่อจวน แซ่ติ้ง ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั24 (Mon) ว่าง25 (Tue) คุณเสริมศักดิ์ - คุณวันทนี ย์ รุจิเรข NSC CAFETERIA ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้26 (Wed) คุณบุญล้อม คุณมัณฑนา และคุณเติ มศรี พร้อมด้วยคณะพยาบาลบัลติ มอร์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั27 (Thu) BANGKOK DELIGHT RESTAURANT นิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้28 (Fri) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารบก ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั29 (Sat) คณะผูปกครอง “09” โดยคุณเกียว - คุณแหม่ม - คุณหมู - คุณปลา - คุณติ๊ และเพื่อน ๆ ถวำยเพลทีวด ้ ่ั30 (Sun) คณะผูปกครองนักเรียนยุคใหม่ โดยคุณเอ้ - คุณกระแต - คุณกอล์ฟ และเพื่อน ๆ ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั31 (Mon) ว่าง ท่านที่ต้องการเป็นเจ้าภาพ หรือถ้ามีปัญหาขัดข้อง กรุณาแจ้งให้ทางวัดทราบด้วย โทร. 301-871-8660-1 อันนะโท พะละโท โหติ วัตถะโท โหติ วัณณะโท ยานะโท สุขะโท โหติ ทีปะโท โหติ จักขุโท ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้ก�าลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปชื่อว่าให้จักษุ
    • แสงธรรม 62 Saeng Dhamma ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำาบุญ วันออกพรรษา - ตักบาตรเทโวโรหณะ ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา ๑๕-๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ � ���� � ����� ���� หลั ง จากวั น ออกพรรษา ทางพระพุ ท ธศาสนาถื อ ว่ า เป็ น วั น ที่ พ ระพุ ท ธเจ้ า เสด็ จ ลงจากสวรรค์ ชั้ น ดาวดึ ง ส์หลังจากทีพระพุทธองค์เสด็จขึนไปเทศน์โปรดพระพุทธมารดาเป็นเวลา ๓ เดือน พอถึงวันออกพรรษาก็เสด็จกลับลงมายังโลก ่ ้มนุษย์ ณ เมืองสังกัสสะ ประเทศอินเดีย ซึ่งชาวพุทธเรียกวันนี้ว่า “วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก” หรือ “เทโวโรหณะ” เพราะว่าผูเกิดในภพทัง ๓ คือ นรก มนุษย์ และเทวดา สามารถมองเห็นกันและกันได้ ในขณะทีพระพุทธองค์เสด็จลงมานัน ประชาชน ้ ้ ่ ้เฝ้าต้อนรับโดยการตักบาตรแด่พระพุทธองค์ จึงได้ชื่อว่า “ตักบาตรเทโว” ตามประเพณีนิยมของคนไทยถือกันว่า วันรุ่งขึ้น หลังจากวันออกพรรษา ชาวพุทธจะท�าบุญด้วยการตักบาตรเทโว เพือให้เป็นไปตามประเพณีดงกล่าว วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ่ ัจึงได้จัดงานท�าบุญออกพรรษา - ตักบาตรเทโว ตามก�าหนดการ ดังนี้ ก�าหนดการวันเสาร์ที่™๑๕™ตุลาคม™พ.ศ.™๒๕๕๔™ตรงกับวันแรม™๓™คำ่า™เดือน™๑๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. ผู้ปฏิบัติธรรม ไหว้พระ สวดมนต์ สมาทานศีล เจริญจิตตภาวนา เวลา ๑๘.๐๐ น. ท�าวัตรเย็น เวลา ๑๙.๐๐ น. ฟังธรรม สนทนาธรรม และนั่งสมาธิวันอาทิตย์ที่™๑๖™ตุลาคม™พ.ศ.™๒๕๕๔™ตรงกับวันแรม™๔™คำ่า™เดือน™๑๑ เวลา ๐๖.๐๐ น. ท�าวัตรเช้า เวลา ๑๐.๐๐ น. สาธุชนพร้อมกันไหว้พระ สวดมนต์ สมาทานศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๑๐.๓๐ น. ตักบาตรเทโว™(อาหารสด™-™ข้าวสารอาหารแห้ง™-™ดอกไม้™-™ธูปเทียน) เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เวลา ๑๓.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนา™๑™กัณฑ์™โดย™พระวิเทศธรรมรังษี™(หลวงตาชี) - ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นเสร็จพิธี Tel.™(301)™871-8660™/™(301)™871-8661 www.watthaidc.org E-mail™:™Watthaidc@hotmail.com