Your SlideShare is downloading. ×
Seang Dhamma Vol. 37 No. 440 December 2011
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

Seang Dhamma Vol. 37 No. 440 December 2011

822
views

Published on

วารสารแสงธรรม ปีที่ 37 ฉบับที่ 440 ประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554 …

วารสารแสงธรรม ปีที่ 37 ฉบับที่ 440 ประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554
วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.

Published in: Education

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
822
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ทุกชีวิตมีปัญหา พระพุทธศาสนามีทางแก้ ฉบับ แสงธรรม วารสารธรรมะรายเดือนที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา Saeng Dhamma ๕ ธันวามหาราชปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๔๔๐ ประจำาเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ Vol.37 No.440 December 2011 ๒๕๕๔
  • 2. สื่อส่องทาง สว่างอ�าไพ แสงธรรม ทุกชีวิตมีปัญหา พระพุทธศาสนามีทางแก้ วารสารธรรมะรายเดือนที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ปีที่ 37 ฉบับที่ 440 ประจ�าเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554 Vol.37 No.440 December, 2011Objectives :�To promote Buddhist activities. สารบัญ�To foster Thai culture and tradition.�To inform the public of the temple’s activities. Contents�To promide a public relations center for The Buddha’s Words............................................. 1 Buddhists living in the United States. ธ ทรงเป็นพ่อแห่งแผ่นดิน....................................... 2เจ้าของ : วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. Forest Wat, Wild Monks by Ven. Buddhadasa......... 3ที่ปรึกษา : พระวิเทศธรรมรังษี The Peace Beyond By Ven. Ajanh Chah........... 5กองบรรณาธิการ : The Lady who loves Dhamma By Ven. Laung Ta Chi.... 9ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี อาลัยรักด้วยศรัทธา พระเทพกิตติโสภณ ........................... 14พระสมุห์ณัฐิวุฒิ ปภากโร บทความพิเศษ : กตัญญูกตเวทีคอความดีทคนดีทาตอบแทน 16 ื ี่ �พระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณพระสุริยา เตชวโร ครังหนึงของลูกผูชาย..... โดย ธมฺมธโรภิกขุ ............................ 20 ้ ่ ้ ฺพระมหาสราวุธ สราวุโธ ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือนธันวาคม.............................. 22พระมหาประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม เสียงธรรม...จากวัดไทย........................หลวงตาชี 23พระมหาศรีสุพรณ์ อตฺตทีโป ประมวลภาพกิจกรรมเดือนพฤศจิกายน.................. 30พระมหาค�าตัล พุทฺธงฺกุโร เสียงธรรม...จากหลวงตาชี ...................................... 32พระอนันต์ภิวัฒน์ พุทฺธรกฺขิโต ท่องแดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ดร.พระมหาถนัด 39และอุบาสก-อุบาสิกาวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. สารธรรมจาก...พระไตรปิฎก ..................................... 42SAENG DHAMMA Magazine อนุโมทนาพิเศษ / Special Thanks............................ 43is published monthly by Thai Temple’s News...............โดย ดร.แฮนดี้ 44Wat Thai Washington, D.C. Temple รายนามผูบริจาคเดือนพฤศจิกายน Ven.Pradoochai 47 ้At 13440 Layhill Rd.,Silver Spring, MD 20906 รายนามผู้บริจาคออมบุญประจ�าปีและเจ้าภาพภัตตาหารเช้า...53Tel. (301) 871-8660, 871-8661 รายนามเจ้าภาพถวายเพล / Lunch.............................54Fax : 301-871-5007 ก�าหนดการจัดงานพิธีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติฯ ๕ ธันวา 62E-mail : watthaidc@hotmail.comHomepage : www.watthaidc.org Photos taken byRadio Network : www.watthai.iirt.net Ven. Khumtan, Ven. Ananphiwat, Mr. Kevin & Mr. Sam2,500 Copies Bank & Ms. Golf
  • 3. ถ้อยแถลง แสงธรรม ฉบับนี้ เป็นฉบับส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ วันคืนล่วงไป ๆ บัดนีเ้ ราก�าลังท�าอะไรอยู่ ท่านผูรจงกล่าวไว้วา “วันไม่คอยท่า เวลาไม่คอย ้ ู้ ึ ่ คน บุญกุศลก็ไม่รอคอยใคร” เพื่อเตือนใจเราท่านทั้งหลายว่า ทาน ศีล ภาวนา เป็นเครืองพัฒนาชีวตให้บรรลุความสุขสันต์นรนดรได้อย่างแท้จริง ่ ิ ิั ดังนั้นจึงควรตั้งสติและด�าเนินชีวิตด้วยปัญญา เพื่อท�าวันและเวลาให้มี คุณค่าด้วยความไม่ประมาทอย่างสม�่าเสมอ ส�าหรับในปีนี้ นับเป็นปีมหามงคลสมัยเนืองในวโรกาสทีพระบาทสมเด็จ ่ ่ พระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ร่วมกับวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ก�าหนดจัดงาน “พิธีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติฯ ๘๔ พรรษา พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ในวันศุกร์-เสาร์ที่ ๙-๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ได้ แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีโดยการบ�าเพ็ญกุศลน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ทาน ผูเป็นทีเคารพรักยิงของปวงชนชาวไทย กรุณาติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ทวดไทยกรุง ่ ้ ่ ่ ี่ ัวอชิงตัน, ดี.ซี. โทร. 301-871-8660-1 เดือนธันวาคม เป็นวันส�าคัญของวันพ่อ จึงขอน�าบทกลอนสอนธรรม “เลี้ยงดูบิดา” ที่พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ได้ประพันธ์ไว้ มาฝากท่านทั้งหลายเพื่อขวนขวายตอบแทนเลี้ยงดูพ่อว่า คนเลี้ยงดูบิดาพระตรัสว่า มีคุณค่าควรนิยมชมสรรเสริญ เพราะเป็นทางสร้างสรรค์ความเจริญ เป็นการเดินตามครรลองของคนดี คนเลี้ยงดูบิดาน่าชูเชิด เป็นการเปิดเส้นทางสร้างศักดิ์ศรี เป็นคนรู้กตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายคนดีในสังคม สังคมใดมีคนกตัญญู ก็พึงรู้กันเถิดเลิศอุดม ทั้งมนุษย์เทวดาพระอินทร์พรหม ต่างก็ชมเป็นคนดีมีกตัญญู ลูกที่มั่นกตัญญูรับรู้คุณ ย่อมเป็นบุญมหาศาลการสืบต่อ สนองตอบบุญคุณได้เพียงพอ ให้สืบต่ออย่าขาดปราชญ์ชมเชย ขออ�านวยพรให้ผลบุญหนุนท่านและครอบครัวทุกวารวัน อีกทั้งกุศลนั้นช่วยเสริมสุขทุกคนเทอญ คณะผู้จัดท�า
  • 4. แสงธรรม 1 Saeng Dhamma The Buddha’s Words พุทธสุภาษิต เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ จิตฺตํ ราชรถูปมํ ยตฺถ พาลา วิสีทนฺติ นตฺถิ สงฺโค วิชานตํ. (๑๗๑) สูเจ้าทั้งหลาย จงมาเถิด มาดูโลกนี้ อันวิจิตรพิสดาร เหมือนกับราชรถทรง ณ ที่นี่แหละ เหล่าคนโง่พากันหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ Come you all and behold this world like an ornamented royal chariot, wherein the fools are deeply sunk. But for those who know there is no bond.
  • 5. แสงธรรม 2 Saeng Dhamma ธ ทรงเป็น พ่อแห่งแผ่นดิน ทีฆายุโก โหตุ ลุแปดสิบสี่ ชาววัดไทยฯ ดี.ซี. พร้อม น้อมสุขศานต์ ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน ตลอดกาล คู่ไทย ไปนิรันดร์ ธ คือยอดกษัตริย์รัตนะ คือ ผู้มีธรรมะสร้างสุขสันต์ ผู้ ครองราชย์ด้วยทศพิธค่าอนันต์ ครอง ชีวันครองดวงใจไทยทั่วแดน แผ่น ดินทองแผ่นดินธรรมนำาชีวิต ดิน ทุกทิศชุ่มฉ่ำานำาถึงแก่น โดย สืบสานโครงการเกื้อเอื้อทดแทน ธรรม แนบแน่นล้นเกล้าผองเผ่าไทย เพื่อ เพิ่มสินบนพื้นดินให้สิ้นทุกข์ ประโยชน์ สุขเกื้อกูลบุญยิ่งใหญ่ สุข ทั่วหล้าด้วยบารมีภูวไนย แห่ง จอมชัยจอมปราชญ์ชาติร่มเย็น มหาชน น้อมถวายพระพรชัย ชาวสยาม ร่วมเทิดไท้ ให้ได้เห็น พระนาม เกริกเกียรติความดีที่บำาเพ็ญ “ภูมิพล” ธ ทรงเป็น พ่อแห่งแผ่นดิน นางสาวยุพา มาตยะขันธ์ ครูอาสาฯ ปี ๒๕๕๓ ประพันธ์ในนามวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.
  • 6. แสงธรรม 3 Saeng Dhamma by Buddhadasa Bhikkhu http://www.liberationpark.org/arts/lpsm/wildmonk.htm plicitly and in truth. To say “wild monks” is a bit hard on the ears, because the word “wild” can have bad connotations. Here, however, “wild” means the opposite of cities. Town wats and T oday, I’ll speak about “Forest Wat Wild Monks.” A topic like this is easyto remember and understand. It’s straight-for- city monks are the opposite of “forest wats and wild monks.” Take the meaning of “wild monk” merely to be the opposite of “city monk.”ward and clear. Since you only have a month Consider Suan Mokkh a bit. We’ve in-left as monks, I think you ought to live as “forest tended for it to be a forest wat from the verywat wild monks,” correctly and completely, for start. Things I had studied led me to know moreat least a little while. Later, it will probably be about how the Buddha lived. Understandingbeneficial, that is, it might make you fit and ad- how he lived, I wanted to have a lifestyle likeequate after you have disrobed. Even ordinary his. So I thought of supporting the forest stylehouseholders should know something about of living. Then, we went even further using the“forest wat wild monks.” words “to promote vipassana-dhura.” We used These words may sound ugly, but the Bud- the phrase that was common then. They calleddha and the Arahants (Worthy Ones, Perfected the practice in solitary and quiet places, such asOnes) lived in this way. Please realize that origi- in forests, “vipassana-dhura.” We intended tonally all of the wats, monasteries, and ashrams promote vipassana-dhura, or the meditation-du-were outside the cities and villages. None were ty, to revive it, so we thought of having a placewithin the city walls. They were forest wats im- in the forest.
  • 7. แสงธรรม 4 Saeng Dhamma Now, although the village is encroaching, monks” like this.we can probably maintain the condition of a for- Please take only the essential meaning ofest wat. To do so, the monks must have a disci- these words. If we take the essence of “forestpline or system of living which is most intimate wat,” it means “the most simply way of living”with nature. This means being comrades with and “wild monks” means “to live most simply.”nature, to sit and talk, to sit and watch, to sit You can blend the two together, they mean theand listen, together with nature. The meaning of same thing.“wild monk” is to live naturally. So, would all of you please live in the In the past, the elders and old teachers most simple way. So far, you’re not yet livingcalled the monks who live in the forest “na- most simply, although you may be close. Try toture monks,” while the monks in the towns and readjust things yourself, through the end of thecities, especially Bangkok, were called “science Rains. From now on, make your living even moremonks.” This is a rural way of speaking, we need easy. The more simple, the more natural it is.not judge whether it is right or wrong: “science The more natural it is, the less opportunity formonks” and “nature monks.” Here, we are na- “I” and “mine” to be born. Thus, it automati-ture monks, living in harmony with nature, close cally becomes correct and beautiful accordingto nature, studying nature, until realizing Nib- to our monks’ way.bana, which is the pinnacle of nature. Please To be continuedunderstand the words “forest wat” and “wildVen. Prodoochai during a Dhamma talk and meditation session to Sherwood High School in the Great Buddha Hall at the Wat Thai Washington, D.C. on November 18th, 2011.
  • 8. แสงธรรม 5 Saeng Dhamma A Taste of Freedom The Peace Beyond A Dhammatalk By Ajahn Chah http://www.accesstoinsight.org/lib/thai/chah/atasteof.html ...Continued from last issue... body in the body.” Having seen the outer body S o the Buddha taught that the way leading to the end of suffering is tomake the Dhamma arise as a reality within our is not enough, we must know the body within the body. Then, having investigated the mind, we should know the mind within the mind.own minds. We become one who witnesses the Why should we investigate the body?Dhamma for himself. If someone says we are What is this “body in the body”? When we saygood we don’t get lost in it; they say we are to know the mind, what is this “mind”? If weno good we don’t get lost in it; they say we don’t know the mind then we don’t know theare no good and we don’t forget ourselves. This things within the mind. This is to be someoneway we can be free. “Good” and “evil” are just who doesn’t know suffering, doesn’t know theworldly dhammas, they are just states of mind. cause, doesn’t know the end and doesn’t knowIf we follow them our mind becomes the world, the way. The things which should help to ex-we just grope in the darkness and don’t know tinguish suffering don’t help, because we getthe way out. If it’s like this then we have not distracted by the things which aggravate it. It’syet mastered ourselves. We try to defeat others, just as if we have an itch on our head and webut in doing so we only defeat ourselves; but if scratch our leg! If it’s our head that’s itchy thenwe have mastery over ourselves then we have we’re obviously not going to get much relief. Inmastery over all — over all mental formations, the same way, when suffering arises we don’tsights, sounds, smells, tastes and bodily feelings. know how to handle it, we don’t know the prac-Now I’m talking about externals, they’re like tice leading to the end of suffering.that, but the outside is reflected inside also. For instance, take this body, this body thatSome people only know the outside, they don’t each of us has brought along to this meeting. Ifknow the inside. Like when we say to “see the we just see the form of the body there’s no way
  • 9. แสงธรรม 6 Saeng Dhammawe can escape suffering. Why not? Because we It’s as if we visit some relatives at theirstill don’t see the inside of the body, we only house and they give us a present. We take it andsee the outside. We only see it as something put it in our bag and then leave without openingbeautiful, something substantial. The Buddha it to see what is inside. When at last we open itsaid that only this is not enough. We see the — full of poisonous snakes! Our body is like this.outside with our eyes; a child can see it, animals If we just see the shell of it we say it’s fine andcan see it, it’s not difficult. The outside of the beautiful. We forget ourselves. We forget imper-body is easily seen, but having seen it we stick manence, unsatisfactoriness and not-self. If weto it, we don’t know the truth of it. Having seen look within this body it’s really repulsive. If weit we grab onto it and it bites us! look according to reality, without trying to sugar So we should investigate the body within things over, we’ll see that it’s really pitiful andthe body. Whatever’s in the body, go ahead wearisome. Dispassion will arise. This feeling ofand look at it. If we just see the outside it’s not “disinterest” is not that we feel aversion for theclear. We see hair, nails and so on and they are world or anything; it’s simply our mind clear-just pretty things which entice us, so the Bud- ing up, our mind letting go. We see things aredha taught to see the inside of the body, to see naturally established just as they are. Howeverthe body within the body. What is in the body? we want them to be, they just go their own wayLook closely within! We will see many things in- regardless. Whether we laugh or cry, they simplyside to surprise us, because even though they are the way they are. Things which are unstableare within us, we’ve never seen them. Wherever are unstable; things which are not beautiful arewe walk we carry them with us, sitting in a car not beautiful.we carry them with us, but we still don’t know So the Buddha said that when we experi-them at all! ence sights, sounds, tastes, smells, bodily feel- คุณสาธิยา ศิลาเกษ และครอบครัว ท�าบุญอุทิศ 100 วันให้คุณแม่เพ็ญพรรณ โนแวค วันที่ 13 พ.ย. 54
  • 10. แสงธรรม 7 Saeng Dhammaings or mental states, we should release them. in these things we say that it clings to or takesWhen the ear hears sounds, let them go. When that happiness and unhappiness to be worthy ofthe nose smells an odor, let it go... just leave it holding. That clinging is an action of mind, thatat the nose! When the bodily feelings arise, let happiness or unhappiness is feeling.go of the like or dislike that follow, let them go When we say the Buddha told us to sepa-back to their birth-place. The same for mental rate the mind from the feeling, he didn’t liter-states. All these things, just let them go their ally mean to throw them to different places. Heway. This is knowing. Whether it’s happiness meant that the mind must know happiness andor unhappiness, it’s all the same. This is called know unhappiness. When sitting in samadhi, formeditation. example, and peace fills the mind, then happi- Meditation means to make the mind ness comes but it doesn’t reach us, unhappinesspeaceful in order to let wisdom arise. This re- comes but doesn’t reach us. This is to separatequires that we practice with body and mind in the feeling from the mind. We can compare it toorder to see and know the sense impressions oil and water in a bottle. They don’t combine.of form, sound, taste, smell, touch and men- Even if you try to mix them, the oil remains oiltal formations. To put it shortly, it’s just a mat- and the water remains water. Why is this so?ter of happiness and unhappiness. Happiness Because they are of different density.is pleasant feeling in the mind, unhappiness is The natural state of the mind is neitherjust unpleasant feeling. The Buddha taught to happiness nor unhappiness. When feeling entersseparate this happiness and unhappiness from the mind then happiness or unhappiness is born.the mind. The mind is that which knows. Feeling If we have mindfulness then we know pleas-[10] is the characteristic of happiness or unhap- ant feeling as pleasant feeling. The mind whichpiness, like or dislike. When the mind indulges knows will not pick it up. Happiness is there but ครอบครัวหาญศุภิชน จัดพิธีสวดพระอภิธรรมให้คุณพ่อธ�ารง หาญศุภิชน และท�าบุญเลี้ยงพระ วันที่ 12 พ.ย. 54
  • 11. แสงธรรม 8 Saeng Dhammait’s “outside” the mind, not buried within the own minds as a poison, so they swept themmind. The mind simply knows it clearly. out. They swept out the things which caused If we separate unhappiness from the mind, them to suffer, they didn’t kill them. One whodoes that mean there is no suffering, that we doesn’t know this will see some things, such asdon’t experience it? Yes, we experience it, but happiness, as good, and then grab them, butwe know mind as mind, feeling as feeling. We the Buddha just knew them and simply brusheddon’t cling to that feeling or carry it around. The them away.Buddha separated these things through knowl- But when feeling arises for us we indulgeedge. Did he have suffering? He knew the state in it, that is, the mind carries that happiness andof suffering but he didn’t cling to it, so we say unhappiness around. In fact they are two dif-that he cut suffering off. And there was happi- ferent things. The activities of mind, pleasantness too, but he knew that happiness, if it’s not feeling, unpleasant feeling and so on, are men-known, is like a poison. He didn’t hold it to be tal impressions, they are the world. If the mindhimself. Happiness was there through knowl- knows this it can equally do work involving hap-edge, but it didn’t exist in his mind. Thus we say piness or unhappiness. Why? Because it knowsthat he separated happiness and unhappiness the truth of these things. Someone who doesn’tfrom his mind. know them sees them as equal. If you cling to When we say that the Buddha and the En- happiness it will be the birth-place of unhap-lightened Ones killed defilements, [11] it’s not piness later on, because happiness is unstable,that they really killed them. If they had killed all it changes all the time. When happiness disap-defilements then we probably wouldn’t have pears, unhappiness arises.any! They didn’t kill defilements; when theyknew them for what they are, they let them go. To be continuedSomeone who’s stupid will grab them, but theEnlightened Ones knew the defilements in their คุณถวิล อ�าพันทอง ท�าบุญเลี้ยงพระ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด วันที่ 13 พ.ย. 54 ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดกาล
  • 12. แสงธรรม 9 Saeng Dhamma The LADY WHO LOVES DHAMMA Essays On The Dhamma By Luang Ta Chi Edited by Du Wayne Engelhart ...Continued from last issue... Dhamma and thereby lived in peace and har- mony. After a month of rest at the million- A s for her grandfather, after seeing that Visakha had returned from welcom-ing the Master, Mendaka went to receive the aire’s home in Bhaddiya, the Lord decided it was time for him to journey on to other parts of the kingdom to spread the words of com-Buddha and listen to the sermon himself. passion to end suffering.Afterwards, with a heart filled with devotion, In the Scriptures the Buddha teaches thathe dedicated himself forever to the Buddha, everything is impermanent (anicca), nothingthe Dhamma, and the Sangha. He invited stands still, and everything keeps flowing. Ourthe Lord and his disciples to eat with him, his human lives thereby remain in this condition offamily, and the members of his household. change as well. Visakha’s story is also one ofAll welcomed the Buddha with the greatest change according to this cycle of anicca. Sherespect and served him the best food they was born in the city of Bhaddiya, which washad available. Everybody was happy to have under the rule of the Magadha state. King Bim-the opportunity to offer their food to the bisara was the supreme ruler of the Sindhu re-Lord. Most of all they were happy to listen gion (present-day India), whose land extendedto his sermons and to observe the precepts. far and wide. Governments thereby had toAll the people, including the children, were be subdivided into states with their individu-happy to have received the teaching. They al rulers in charge according to administrativecontinued to keep an attitude of loving the policies at the time. Many small towns were
  • 13. แสงธรรม 10 Saeng Dhammasubject to the rule of larger states. King Bim-Doing the right things in terms of the Buddhistbisara was the ruler of the Magadha state. KingScriptures does not require a big investment,Pasenadi was the ruler of the Kosala state. and doing good deeds is enough to maintainKing Bimbisara married the younger sister of the practice of the good. So keep on do-King Pasenadi, and the latter married the sister ing good things. People who do good thingsof King Bimbisara, so the kings were brothers-in- will not likely be harmed by anything danger-law. Since the brothers were so related, their ous. This is like having an umbrella in yourstates, ruled in a brotherly way, brought them hand that protects you from the sun or rain.peace of mind. If any problems arose, the People who do good, no matter where theykings could consult one another . . . . are and no matter what they do, will be free from danger. It is, therefore, correct to say Dhammo Havay Rakkati Dhammacari that the good is like a great amulet, a power Shuttang Mahantang Viyay Vassakalay. that can make things happen . . . . Only the Dhamma will protect thosewho do good, like a protective shelter dur- Pharya Parama Sakhaing a monsoon rain. Phatta Panyana Mitthiya. The Dhamma is the good, the right, and A wife is a best friend.the true. For those who show these three A husband is a woman’s pride.qualities in their actions, they are likely to The life of married people can behave a shield, a protective and safe refuge. filled with problems because spouses canSo people should be interested in learning come upon many obstacles after the wed-the Dhamma and should practice the Dham- ding. The husband becomes the head ofma and not reject it. Since we are human be- the household. The wife becomes the oneings, we should seek to do good, to do right, responsible for maintaining the householdand to speak what is true, for this is the way and is involved with many members of theto leave an invaluable inheritance for our family. The husband has to love and re-children. By doing good things for the sake spect his wife. The wife, likewise, must showof our children and doing right things for the respect to the husband and to his family.sake our grandchildren, we leave what young- Neither can carry on any more as before.er generations will look up to and carry on. Whatever actions are taken, they must be
  • 14. แสงธรรม 11 Saeng Dhammadone with care and consideration. In the Dhamma in Buddhist Discoursesdays of old people who loved their children All sensuous desires, whether sweet orwould train and advise them to hold firmly bitter, will likely harm the heart in differentto their responsibilities. Once the children ways. Those who see the results of sensualset up households of their own, they would desires and then let them go are travelingunderstand that a strong family founda- alone like a rhinoceros.tion is as important as a strong foundation Those who detach themselves fromfor a house. The family’s well-being and anger and give up pride are those who stepprosperity depend upon the heads of the away from all attachment. All determininghousehold (husband and wife). Those who conditions and resulting suffering will not fol-are strong in their beliefs, have a good un- low those who are free from these attach-derstanding of what is moral, and live by ments and worries.the Dhamma will be rewarded with a life of Those who do not worry about thingspeace and happiness. It is therefore impor- that have not yet happened will not be sadtant that the heads of a household maintain about things that have already passed. Thosethe greatest discipline in carrying out their who see peace whenever they deal with peo-tasks. They must always remember that, as ple will not judge others in terms of their ownheads of a household and parents of chil- opinions.dren, they should do their very best to per- Strength of mind and heart in facing dif-form their duties....... ficulties is the quality of scholars, the perse-คุณลองรัก-คุณไก่ วราลี ภูศรี และญาติพนอง ร่วมกันท�าบุญเนืองในวันคล้ายวันเกิด เพือเสริมสิรมงคลให้ชวต 27 พ.ย. 54 ี่ ้ ่ ่ ิ ีิ
  • 15. แสงธรรม 12 Saeng Dhammaverance of truth seekers, and the strength of peace by letting go of all earthly attachments.those who are holy. Strength of mind and Those who are calm, avoid bad deeds,heart in facing difficulties will bring happiness. and focus their thoughts on what is right can Those who do not give up and do not be rid of all evils, just as the wind rids thedespair but continue to practice the Dhamma branches of a tree of all leaves.through ascetic peacefulness will reach En- People who practice generosity, wholightenment, thereby ending all worldly at- behave justly, who remain humble, and whotachments. lead their lives as examples to others will live Those who do not feel sad about things in happiness, for they will reap the benefits ofthat have passed and do not long for things their good deeds.that have not yet arrived but focus on things Those who have inner peace, intelli-in the present are those with the right point gence as a protection, a good understandingof view. of what is moral, insight, and unattachment Life is short, as old age gradually ap- to desires will rightfully see the Dhamma.proaches. When any living being reaches this The Endstate, nothing can prevent life from coming toan end. Those who see this truth will seek to find Students from River High School มาศึกษาพระพุทธศาสนาที่วัดไทยฯ ดี.ซี. 18 พ.ย. 54 ธรรมบรรยาย โดย...พระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณ
  • 16. แสงธรรม 13 Saeng Dhammaประธานกฐินสามัคคี ประจ�าปี 2554 ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมทอดกฐินในปีนี้ ขอให้มีความสุขทุกท่านนพ.อรุณ-คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ รับเป็นประธานทอดผ้ากฐินพระราชทาน ปี 2555 ขอเชิญทุกท่านมาร่วมบุญด้วยกัน
  • 17. แสงธรรม 14 Saeng Dhammaรัตติกาล “เจ็ดกันยา” ฟ้ามืดมิด ดวงดาวปิดเงียบเหงาเศร้าโศกศัลย์ อาลักรักพระดีสุดจาบัลย์ “พระเทพกิตติโสภณ” ท่านนั้นจากไปสินเสาหลักพระผูนาพระธรรมทูต ท่านพิสจน์ดวยผลงานอันยิงใหญ่ องค์ประธานสมัชชาพระสงฆ์ไทย อยูแดนไกลอเมริกาคุณค่างาม ้ ้ ำ ู ้ ่ ่ท่านดั่งแสง “วชิรธรรมปทีป” ส่อง ตามครรลองใช้ปัญญาพาก้าวข้าม นิวยอร์กคือแหล่งเรียนรู้อยู่ติดตาม ศิษย์ล้นหลามด้วยศรัทธาพระสงฆ์ดี
  • 18. แสงธรรม 15 Saeng Dhammaท่ า นทำ า งานด้ ว ยใจไม่ เ คยท้ อ สื บ สานต่ อ พุ ท ธศาสน์ ส มศั ก ดิ์ ศ รี เป็ น ผู้ นำา ทำ า ให้ เ ห็ น เป็ น วิ ธี ยี่ สิ บ สี่ ปี บ ริ ห ารงานสมั ช ชากลิ่นความดีที่หอมหล่อหลอมรัก แจ้งประจักษ์ฝากไว้ให้ศึกษา ด้วยผลงานเจ็ดสิบเก้าปีที่ผ่านมา อนัตตาคำาสอนก่อนสิ้นใจอาลัยรักด้วยศรัทธาพระสินแล้ว ร่มไทรแก้วของปวงศิษย์เคยชิดใกล้ จิตสะอาดสว่างสงบจบโรคภัย ดวงวิญญาณสูสวรรคาลัยนิรนดร์เทอญ ้ ่ ั
  • 19. แสงธรรม 16 Saeng Dhamma บทความพิเศษ ... เพื่อทดแทนพระคุณพ่อ กตัญญูกตเวที คือ ความดีที่คนดีทำาตอบแทน จ ากอดีตจนมาสู่ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติภาระกิจเพื่อราษฎร ทรงสละ ดังนั้น เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพ่อแห่งแผ่น ดินหรือผู้มีพระคุณต่อชาวไทยทุกท่าน จึงได้น�าวิธีการ แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีที่จะพึงกระท�าตอบแทนสุขส่วนพระองค์เสด็จทรงเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภาค จึงได้น�าเอาลักษณะแห่งการกระท�าที่ถูกต้อง เหมาะสมทุกจังหวัด แม้ในถิ่นทุรกันดาร บ�าบัดทุกข์บ�ารุงสุขแก่ ตามหลักธรรมแห่งกตัญญูกตเวทีในพระพุทธศาสนามาราษฎรของพระองค์ แสดงให้ท่านทั้งหลายได้ทราบดังนี้ แม้วันนี้พระราชกิจเสด็จฯ ทรงเยี่ยมเยียนราษฎรจะไม่มีมากเหมือนก่อน ด้วยพระชนมายุและด้วยพระ ลั ก ษณะของความกตั ญ ญู ก ตเวที ที่ ป รากฏในคั ม ภี ร์พลานามัย ด้วยพระราชกิจต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นแต่ พระพุทธศาสนาหากดูว่าการเสด็จฯ ทุกจังหวัดเมื่อครั้น ๔๐-๕๐ กว่าปี ตั ว อย่ า งเรื่ อ งราวเกี่ ย วกั บ ความกตั ญ ญู ก ตเวที ที่ก่อน ทรงพบความยากล�าบากในการเดินทางมากกว่า ยกมาศึกษาจะเน้นเฉพาะที่ส�าคัญๆ ได้แก่ ความกตัญญูสมัยนี้ กระนั้นมิทรงย่อท้อ แม้เป็นการเดินทางไปในถิ่น กตเวทีระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับเทวดา มนุษย์ทุรกันดารก็ตามแต่ ทรงบากบั่นเสด็จฯ ให้พสกนิกรไทย กับอมนุษย์ มนุษย์กับสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานกับได้ชื่นชมพระบารมีโดยทั่วกัน สร้างขวัญและก�าลังใจแก่ สัตว์เดรัจฉาน การแสดงความกตัญญูกตเวทีของมนุษย์ปวงชน ที่ส�าคัญทรงวางพื้นฐานอาชีพแก่ราษฎรผู้ยากไร้ ต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจะศึกษาวิเคราะห์ในท้องถิ่นห่างไกลความเจริญ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอ ว่าการแสดงความกตัญญูกตเวที ว่ามีลักษณะอย่างไร ในเพียงที่พระองค์ท่านทรงด�าริ ที่นี้จะได้เฉพาะประเด็นความกตัญญูต่อมนุษย์ ดังนี้ “น้ำ � พระทั ย อั น ดี ข องพระองค์ ท� า ให้ พ สกนิ ก รไทยทั่วทุกหนทุกแห่งถวายความจงรักพักดีแด่พระองค์ ความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ท่าน อย่างหมดใจ” ในหัวข้อว่าด้วยความกตัญญูกตเวทีระหว่างมนุษย์
  • 20. แสงธรรม 17 Saeng Dhammaกับมนุษย์นี้ จะได้กล่าวถึงลักษณะของความกตัญญู พระองค์ ค�าสอนที่พระโพธิสัตว์แสดงแก่ยักษ์ความว่ากตเวทีระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ลักษณะของความกตัญญู บุ ค คลใดยอมตายเพื่ อ ปลดเปลื้ อ งบิ ด าของตนระหว่ า งมนุ ษ ย์ กั บ มนุ ษ ย์ ที่ ป รากฏในคั ม ภี ร์ พ ระพุ ท ธ หรือเพราะเหตุแห่งมารดาบุคคลนั้นไปสู่ปรโลกแล้วศาสนาพอประมวลกล่าวเป็นตัวอย่าง ดังนี้ เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุขและอารมณ์อันเลิศ ชาดกนี้แสดงให้เห็นว่า บุตรธิดาผู้ตั้งอยู่ในคุณธรรมความกตัญญูกตเวทีที่บุตรมีต่อมารดาบิดา คือความกตัญญูกตเวที ด้วยการยอมสละชีวิตของตน ในตักกลชาดก ซึ่งกล่าวถึงพระโพธิสัตว์เสวย เพื่อปกป้องคุ้มครองมารดาบิดาของตนไว้ ย่อมประสบพระชาติเป็นบัณฑิตกุมาร ได้ยินเรื่องที่มารดาบอกให้ แต่ ค วามสุ ข ความเจริ ญ ทั้ ง ในขณะที่ มี ชี วิ ต อยู่ แ ละหลั งบิดาฆ่าปู่ จึงช่วยปู่ให้รอดตายและออกอุบายให้บิดาขับ จากล่ ว งลั บ จากโลกนี้ ไ ปแล้ ว ลั ก ษณะการแสดงความไล่มารดาออกจากบ้านเพื่อให้ได้ส�านึก และพระโพธิสัตว์ กตัญญูกตเวทีของพระโพธิสัตว์ต่อบุพการีในชาดกเรื่องนี้ได้ปรารภธรรมว่า ผูใดมีความชัวช้า เบียดเบียนพ่อแม่ ก็คือการยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องชีวิตบิดาให้ ้ ่ผูไม่ประทุษร้ายตน เมือตายไปชาติหน้า ผูนนจะตกนรก รอดพ้นจากการถูกยักษ์กิน ้ ่ ้ ้ัอย่างไม่ตองสงสัย ส่วนผูใดบ�ารุงพ่อแม่ดวยข้าวและน้� ้ ้ ้ ำ ในสุตนชาดก ซึ่งกล่าวถึงพระโพธิสัตว์สมัยเสวยพเมือตายไปชาติหน้า ผูนนจะขึนสวรรค์อย่างไม่ตองสงสัย ระชาติเป็นคนยากจน เลี้ยงดูมารดา รับอาสาพระเจ้ากรุง ่ ้ ้ั ้ ้ จากการศึกษาชาดกเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า พระ พาราณสีน�าอาหารไปให้ยักษ์กินได้ทรมานยักษ์ให้เลิกโพธิสัตว์ได้แสดงความกตัญญูกตเวทีทั้งต่อปู่ มารดาและ พยศร้ายและให้ตั้งอยู่ในศีลตลอดไป เนื้อความแห่งชาดกบิดา กล่าวคือ การแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อปู่โดยใช้ สรุปได้ว่าปัญญาออกกุสโลบายช่วยให้ปู่ไม่ถูกบิดาฆ่าตาย และได้ ในอดีตกาล พระเจ้าพาราณสีได้เสด็จไปล่าเนื้อในแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อมารดาบิดาด้วยการป้องกัน ป่ากับพวกทหาร ขณะที่ก�าลังล้อมจับเนื้ออยู่นั้น เนื้อได้ไม่ให้มารดาบิดาท�าปิตุฆาต ซึ่งเป็นอนันตริยกรรมโดย วิ่งหนีไปทางพระเจ้าพาราณสี พระองค์จึงทรงวิ่งไล่ตามการแสดงธรรมเตือนสติท่านทั้งสองว่า การเบียดเบียน เนื้อไปและฟันจนขาดเป็นสองท่อนแล้วเอาเนื้อนั้นกลับมารดาบิดาเป็นความอกตัญญูมีผลเป็นความชั่วร้าย ต้อง มา ระหว่างทางพระองค์ได้ทรงแวะพักและเผลอหลับไปเดือดร้อนประสบแต่ความทุกข์ แต่การประพฤติเป็นคน ที่ใต้ต้นไทรแห่งหนึ่ง เมื่อตื่นบรรทมแล้วจะเสด็จกลับได้กตัญญูกตเวทีคือบ�ารุงเลี้ยงดูมารดาบิดาด้วยวัตถุสิ่งของ มียักษ์ที่อาศัยอยู่ที่ต้นไทรนั้นลงมาจับข้อพระหัตถ์ของแม้เป็นเพียงข้าวและน้ำ� มีผลเป็นความดีงามกตัญญู พระองค์ไว้พร้อมกับขู่ว่า ผู้ที่มาอยู่ใต้ต้นไทรนี้ จะต้องกตเวทีชนจะพบแต่ความสุขความเจริญทั้งในโลกนี้และ ถูกกินเป็นอาหาร พระเจ้าพาราณสี ได้ขอให้ยักษ์กินเนื้อโลกหน้า แทนพระองค์พร้อมกับสัญญาว่า ถ้าปล่อยกลับไป จะส่ง ในชยัททิสชาดก ซึ่งกล่าวถึงพระโพธิสัตว์สมัย คนพร้อมกับอาหารมาให้กินทุกวัน เมื่อพระเจ้าพาราณสีเมื่อเสวยพระชาติเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศทรง เสด็จกลับไปถึงพระนคร ก็ทรงให้เบิกนักโทษจากเรือนจ�าพระนามว่า อลีนสัตตุกุมาร ทรงแสดงความกตัญญูยอม ให้แบกภาชนะอาหารไปให้ยักษ์กินวันละคน ต่อมาเมื่อสละพระชนม์ชีพของพระองค์ให้ยักษ์กินแทนบิดา แต่ นักโทษในเรือนจ�าหมด พระเจ้าพาราณสี จึงได้ให้คนน�ายักษ์เกิดเลื่อมใสจึงยอมปล่อยไปและตั้งอยู่ในโอวาทของ ถุงทรัพย์พันต�าลึงขึ้นวางบนหลังช้าง ให้ตีกลองประกาศ
  • 21. แสงธรรม 18 Saeng Dhammaว่า ถ้าคนใดสามารถน�าภาชนะอาหารไปให้ยักษ์ได้พระ สมัยเสวยพระชาติเป็นโสณบัณฑิต เมื่อเจริญวัยและเรียนราชาจะพระราชทานทรัพย์ให้หนึ่งพันต�าลึง ขณะนั้น จบพระเวทแล้วได้ออกบวชเป็นดาบสพร้อมด้วยมารดาสุตมาณพได้ยินการประกาศ จึงคิดว่า เรายากจนเลี้ยงดู บิดาและน้องชายอยู่ที่ป่าหิมพานต์ ต่อมา โสณบัณฑิตได้มารดาต้องล�าบากเป็นอย่างมาก เราจะไปรับเอาถุงทอง ห้ามนันทบัณฑิตผู้เป็นน้องชายมิให้ปรนนิบัติมารดาบิดานั้นมาให้มารดาและจะอาสาน�าอาหารไปให้ยักษ์แม้จะ เพราะมักจะแสวงหาผลไม้ดิบมาให้มารดาบิดาบริโภคอยู่ตายก็ยอม จากนั้นจึงได้ไปบอกให้ราชบุรุษทราบ รับเอา เสมอ ๆ แต่นันทบัณฑิตไม่เชื่อฟัง จึงถูกขับไล่กลับไปอยูท่ี ่ถุงทรัพย์ไปให้มารดาเข้าไปรับอาสาจากพระเจ้าพาราณสี บรรณศาลาของตน และได้เจริญกสิณจนได้อภิญญาห้า และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ได้ทูลขอฉลองพระบาท เศวตฉัตร สมาบัตแปด จากนัน จึงเหาะไปเฝ้าพระเจ้ามโนชะแห่งกรุง ิ ้และพระขรรค์รวมถึงภาชนะทองค�าไปด้วย เมื่อเดินทาง พรหมวัฒนะ พร้อมทั้งรับอาสาน�ากองทัพไปยึดหัวเมืองไปถึงใกล้ที่อยู่ของยักษ์ สุตมาณพได้สวมฉลองพระบาท ทั่วชมพูทวีปมาเป็นเมืองขึ้นได้เป็นผลส�าเร็จแล้วพาพระทองค�า กั้นเศวตฉัตร ถือพระขรรค์ด้วยมือข้างขวา แบก ราชาเหล่านั้นมาขอขมาโทษโสณบัณฑิตผู้เป็นพี่ชาย โสณภาชนะอาหารด้ ว ยมื อ ข้ า งซ้ า ยเดิ น เข้ า ไปใกล้ ต้ น ไทร บั ณ ฑิ ต ได้ แ สดงกตั ญ ญู ก ตเวทิ ต าธรรมแก่ นั น ทบั ณ ฑิ ตจากนั้ น ยื่ น ภาชนะอาหารให้ ยั ก ษ์ ด้ ว ยปลายพระขรรค์ และพระราชาเหล่านั้น และอนุญาตให้นันทบัณฑิตผู้เป็นและเรียกให้ยักษ์ลงมากิน ฝ่ายยักษ์คิดว่า บุรุษคนนี้น�า น้องชายได้ปรนนิบัติมารดาบิดาต่อไป ในเรื่องนี้มีเนื้อหาอาหารมาให้ด้วยอาการแปลก ๆ จึงเชื้อเชิญมาณพกิน แสดงความกตัญญูกตเวทีไว้ความว่าอาหารด้วยกัน สุตมาณพตอบปฏิเสธ ยักษ์จึงกล่าวว่า ผู้ บัณฑิต พึงนอบน้อมและพึงสักการะมารดาและที่น�าอาหารมาให้จะต้องถูกจับกินเป็นอาหาร สุตมาณพ บิดาทั้งสองนั้นด้วยข้าวและน้�าด้วยผ้านุ่งผ้าห่มและไม่แสดงอาการกลัวแต่อย่างใด และกล่าวกับยักษ์ว่า เวลา ที่นอนด้วยการอบตัวและอาบน้ำ�ให้และด้วยการล้างนี้เราไม่ได้เหยียบพื้นดินของท่าน เราเหยียบรองเท้าของ เท้าทั้งสองให้ท่านเพราะการบ�ารุงมารดาและบิดาทั้งเรา เราไม่ได้อยู่ใต้ร่มไม้ของท่าน เราอยู่ใต้ร่มเศวตฉัตร สองนั้นบัณฑิตทั้งหลายจึงสรรเสริญเขาในโลกนี้ทีเดียวของเรา เรามีพระขรรค์อยู่ในมืออาจฟันท่านได้ทันทีดัง เขาตายไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์นั้นท่านจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะจับเรากินเป็นอาหาร เมื่อยักษ์ได้ ชาดกนี้ชี้ให้เห็นว่า บุคคลที่ยึดมั่นและประพฤติฟังดังนั้นแล้วก็มีความเห็นด้วย จึงยอมนับถือ สุตมาณพ คุณธรรมคือความกตัญญูกตเวทีต่อมารดาบิดาด้วยการกจึงสอนยักษ์ให้รับศีลห้าและให้ตามกลับไปที่กรุงพาราณสี ระท�าที่เป็นกุศลกรรม ตอบแทนบุญคุณด้วยมุ่งหมายให้เมือพระเจ้าพาราณสี ทรงทราบก็ทรงโปรดปรานตังให้สต ่ ้ ุ เกิดความสุขสบายด้วยปัจจัยสี่ คือด้านอาหาร บ�ารุงด้วยมาณพเป็นเสนาบดี ข้าวและน้ำ� ด้านเครื่องนุ่งห่มบ�ารุงด้วยผ้านุ่งห่มเครื่อง ชาดกเรืองนี้ เป็นอีกเรืองหนึงทีแสดงถึงลักษณะการ ่ ่ ่ ่ ใช้สอยต่าง ๆ ด้านที่อยู่อาศัย บ�ารุงด้วยผ้าห่ม ที่นอนแสดงความกตัญญูกตเวทีของพระโพธิสัตว์ท่ีมีต่อมารดา วัตถุสิ่งของอื่น ๆ และด้านสุขภาพอนามัย บ�ารุงด้วยการอย่างแรงกล้า ด้วยการสละชีวตตนเองเพือให้มารดาได้อยู่ ิ ่ ปรนนิบัติ พัดวีล้างเท้าให้ท่านทั้งสอง เป็นการกตัญญูอย่างสุขสบาย ด้วยผลแห่งความตังมันในกตัญญูกตเวทิตา ้ ่ ในด้านมุ่งหมายให้เกิดความสุขทางกายภาพ การกระธรรมจึงส่งผลให้เกิดสิงทีดแก่ชวตในทีสด ่ ่ี ีิ ุ่ ท�าดังที่กล่าวข้างต้นจัดเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ บุตรธิดา ในโสณนันทชาดก ซึ่งกล่าวถึงพระโพธิสัตว์เมื่อ ที่ประพฤติเช่นนี้ย่อมประสบแต่สิ่งที่ดีงามทั้งในปัจจุบัน
  • 22. แสงธรรม 19 Saeng Dhammaและในโลกหน้า นิบตเิ ลียงดูดวยปัจจัยสี่ ดังตัวอย่างเรือง โสณันทชาดก ั ้ ้ ่ ในสุวัณณสามชาดก ซึ่งกล่าวถึงพระโพธิสัตว์ ๒. การแสดงความกตัญญูกตเวทีด้วยการยอมเสวยพระชาติเป็นสุวรรณสามดาบสเลี้ยงดูมารดาบิดา สละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องชีวิตมารดาบิดา ดังตัวอย่างผู้เป็นดาบสตาบอดอยู่ในป่า ต่อมาวันหนึ่งสุวรรณสาม เรื่อง ชยัททิสชาดก และสุตนชาดกดาบสไปตักน้�าและถูกพระเจ้าปิลยักษ์ยิงด้วยลูกศร ด้วย ๓. การแสดงความกตัญญูกตเวทีด้วยการให้ตั้งความเข้าใจผิดคิดว่าสุวรรณสามเป็นคนไล่เนื้อให้หนีไป มั่นในธรรม ดังตัวอย่างเรื่องตักกลชาดก และสุวรรณก่อนจะสลบล้มลงไป สุวรรณสามได้ทูลขอร้องว่า ให้พระ สามชาดกเจ้ากปิลยักษ์ช่วยเลี้ยงดูมารดาบิดาแทนท่าน พระเจ้าปิล อนึ่ง พระบรมศาสดาได้แสดงหลักการตอบแทนยักษ์เข้าพระทัยว่าสุวรรณสามดาบสตายแล้วจึงเสด็จไป คุณของมารดาบิดาที่แท้จริงกับการที่ท่านให้ก�าเนิดเราน�ามารดาบิดาของสุวรรณสามดาบสมาดูศพ เมื่อดาบส มาและอุปการะเลี้ยงดูเราให้เติบใหญ่ดังนี้ทั้งสองสัมผัสร่างของบุตรจึงพากันร้องไห้คร่�าครวญอย่าง “...พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถึงแม้ว่าลูกจะรักพ่อแม่น่าเวทนา จากนั้นจึงได้ท�าสัจกิริยาขอให้พิษร้ายออก มาก ตั้งใจทะนุถนอมเลี้ยงท่านด้วยทรัพย์สินเงินทองวัตถุจากร่างกายของสุวรรณสาม นอกจากนี้ เทพธิดาซึ่งเคย บ�ารุงบ�าเรอให้พรั่งพร้อมสะดวกสบายอย่างบริบูรณ์ที่สุดเป็นมารดาของสุวรรณสามก็มาช่วยท�าสัจกิริยาด้วย เมื่อ ไม่ให้ท่านต้องล�าบากเหน็ดเหนื่อยกระทบกระเทือนเลยสุวรรณสามฟื้นขึ้นจึงแสดงธรรมแก่พระเจ้าปิลยักษ์และ แม้แต่นิดเดียว ก็ยังไม่ชื่อว่าตอบแทนคุณพ่อแม่ได้จริงให้ตั้งอยู่ในศีลห้า และแสดงหลักความกตัญญูกตเวที แต่เมื่อใดลูกหาทางท�าให้พ่อแม่ที่ไม่มีศรัทธา ให้มีศรัทธาความว่า ท�าให้พ่อแม่ที่ไม่มีศีล ให้มีศีล ท�าให้พ่อแม่ที่ไม่มีจาคะ ให้ บุคคลใดเลี้ยงดูมารดาและบิดาโดยธรรม แม้ มีจาคะ ท�าให้พ่อแม่ที่ไม่มีปัญญา ให้มีปัญญาได้ เมื่อนั้นเทวดาก็เยียวยารักษาบุคคลผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา แหละ ลูกจึงจะชื่อว่าตอบแทนคุณพ่อแม่ได้แท้จริงนั้น บุคคลใดเลี้ยงดูมารดาและบิดาโดยธรรม แม้นัก เพราะฉะนัน ้ ลูกจึงควรหาทางช่วยให้พอแม่ได้ ่ปราชญ์ ทั้ ง หลายย่ อ มสรรเสริ ญ บุ ค คลนั้ น ในโลกนี้ เจริญพัฒนาชีวตจิตใจของท่านมาก ๆ ขึน ช่วยจัดแจง ิ ้บุคคลนั้นละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์ ขวนขวายเพือให้ทานเจริญด้วยศรัทธา ด้วยศีล ด้วยสุตะ ่ ่ เนื้อความแห่งชาดกนี้ชี้ให้เห็นว่าบุคคลที่ประพฤติ คือความรู้ ด้วยจาคะคือความเสียสละท�าประโยชน์ และคุณธรรมคือความกตัญญูกตเวที ดูแลเลี้ยงดูมารดาบิดา ด้วยปัญญา พูดง่าย ๆ ว่าเจริญด้วยบุญกุศล ช่วยท�าโดยธรรม ด้วยวิธีการต่าง ๆ ย่อมแสดงให้เห็นว่าลูกที่ ทางข้างหน้าของท่านให้เป็นทางแห่งสวรรค์ และอมฤตปรนนิบัติมารดาบิดา ย่อมพ้นจากความทุกข์ได้รับความ นิพพาน ให้ท่านมีจิตใจดีงาม ไม่ขุ่นมัว เศร้าหมอง มีแต่สุข แม้แต่เทวดาทั้งหลายก็ยังให้การนิยมยกย่องและ ความสดชื่น ร่าเริง เบิกบาน ผ่องใส ถ้าลูกท�าได้ถึงขั้นนี้สรรเสริญทั้งในขณะที่มีชีวิตอยู่และหลังจากที่ละโลกนี้ไป ก็เรียกว่าเป็นบุตรธิดาที่ประเสริฐเลิศล้ำ� เพราะได้ช่วยให้ จากการศึกษาวิจัยพบว่า การแสดงความกตัญญู พ่อแม่ได้สิ่งที่มีคุณค่าแท้จริงแก่ชีวิตของท่าน…”กตเวที ที่ ลู ก กระท� า ต่ อ มารดาบิ ด าที่ ป รากฏในคั ม ภี ร์พระพุทธศาสนา สรุปแล้วจะมีอยู่ ๓ ลักษณะ คือ ๑.การแสดงความกตั ญ ญู ก ตเวที ด้ว ยการปรน
  • 23. แสงธรรม 20 Saeng Dhamma โดย ธมฺมธโรภิกฺขุ (วิชัย หานศุภิชน) ก ารที่ผมคิดจะบวชนั้นเพราะอยากพักจากงานซัก ระยะ และเป็นการตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อและคุณแม่ ผมเคยได้ยินคนเขาบอกว่า คนที่จะบวช ย่อมจะมี ศีลให้มั่น เราจะมี สมาธิ และ สติ จึงท�าให้ใจเราสงบ ซึ่ง จะน�าไปสู่ข้อที่ ๓ ๓. อธิปัญญาสิกขา คือการศึกษาทางปัญญา คือการมารมาผจญ เหมือนดั่งคืนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะออกบวช รอบรู้ในกองสังขาร ซึ่งจะท�าให้เราไม่เครียดต่อเรื่องที่เกิดการบวชของผมก็มีอุปสรรคเช่นเดียวกัน นั่นคือการที่คุณ ในชีวิตพ่อธ�ารง หานศุภชน ซึงเป็นพ่อผม ได้เสียชีวตลงก่อนวันงาน ิ ่ ิ ค. อริยสัจ ๔ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ เป็นเพียงแค่ ๑๑ วัน ผมเสียใจและเสียดายมากทีทานไม่มโอกาส ่ ่ ี หลักค�าสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีดังนี้ได้อยูรวมงานในครังนี แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็หวังว่าผลบุญ ่่ ้ ้ ๑. ทุกข์ คือ ค�าที่ทุกคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี หลายในการบวชครังนีจะส่งไปถึงท่านเพือให้ทานได้ไปสูสคติ ้ ้ ่ ่ ่ ุ อย่างในชีวิตประจ�าวันท�าให้เราทุกข์ได้ ถึงแม้ผมจะมีโอกาสบวชเป็นระยะเวลาแค่ ๗ วัน แต่ ๒. ทุกขสมุทัย คือ สาเหตุที่ท�าให้เกิดทุกข์ก็ได้ศึกษาและเรียนรู้ในหลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับพระธรรมค�า ๓. ทุกขนิโรธ คือ การดับทุกข์สอนของพระพุทธเจ้า ทีสามารถเอามาปฏิบตในชีวตประจ�า ่ ั ิ ิ ๔. ทุกขนิโรธคามินปฏิปทา คือ แนวปฎิบตทนาไปถึง ี ั ิ ี่ �วันได้หลังจากลาสิกขาแล้ว ดังนั้นผมจะขอน�าเอาธรรมะที่ ความดับทุกข์ ได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ คือ ๑. สัมมาทิฎฐิ-ความได้เรียนมาพอเป็นตัวอย่าง ๔ เรื่อง ที่จะสามารถเอาไปใช้ เห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ-ความด�าริชอบ ๓. สัมมาวาจา-ให้เกิดประโยชน์ในการด�ารงชีวิตได้ เจรจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ-ท�าการงานชอบ ๕. สัมมา ก. ฆราวาสธรรม ที่หมายความว่า คุณสมบัติของผู้ อาชีวะ-เลียงชีพชอบ ๖. สัมมาวายามะ-พยายามชอบ ๗. สัมมา ้ครองเรือน หรือของชาวบ้านทั่วไป มีอยู่ทั้งหมด ๔ ข้อ สติ-ระลึกชอบ ๘. สัมมาสมาธิ-ตังใจชอบ ซึงเรียกอีกชือหนึง ้ ่ ่ ่ ๑. สัจจะ แปลว่า ซือตรง สุจริต มีความจริงใจต่อกัน ่ ว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” หรือ ทางสายกลาง นันเอง ่ ๒. ทมะ แปลว่า ข่มจิต รักษาใจ พัฒนาคุณธรรม อริยสัจ ๔ สามารถใช้ได้โดยง่ายในทุกสถานการณ์ เมือ ่ให้เข้าหากันได้ เรามีทุกข์เราควรจะหาสาเหตุที่ท�าให้เกิดความทุกข์นั้น จึง ๓. ขันติ แปลว่า อดทน อดกลั้น ต่อความล�าบาก จะสามารถหาทางปฏิบัติในสิ่งที่จะน�ามาซึ่งการดับความความเจ็บทั้งกายและใจ ทุกข์ได้ ๔. จาคะ แปลว่า เสียสละ แบ่งปัน ให้กบคนรอบกาย ั ง. การท�าบุญ – ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้ว่า บุญ ข. ไตรสิกขา ที่ความหมายว่า สิ่งที่ต้องศึกษา ๓ นั้นคืออะไร แล้วท�ากันยังไง ส่วนใหญ่คงตอบง่าย ๆ คือประการ การให้ทาน ให้สงของ บริจาคเงิน แล้วมีทางอืนทีจะท�าแล้ว ิ่ ่ ่ ๑. อธิสีลสิกขา คือการศึกษาเรื่องศีล ให้ใช้ในการ ได้บุญหรือเปล่าถ้าเราไม่มีก�าลังทรัพย์? จริง ๆ แล้วบุญนั้นรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย แต่การรักษาใจนั้น ต้องใช้ ท�าได้หลายทาง ท�าได้บอย และท�าได้ทกทีทกเวลา แค่ปฏิบติ ่ ุ ่ ุ ัข้อที่ ๒ เป็นหลัก อยู่ในศีลธรรมนั้นก็ได้บุญแล้ว หรือถ้าท่านใดที่อ่านเรียง ๒. อธิจตตสิกขา คือการศึกษาเรืองสมาธิ ถ้าเรารักษา ิ ่ ความนี้ ท่านและผมก็ได้บุญเช่นเดียวกัน เป็นเพราะว่าบุญ
  • 24. แสงธรรม 21 Saeng Dhammaนี เกิดมาจากทีผมแสดงความรูในธรรม และท่านได้บญจาก ้ ่ ้ ุ ในวัดหรือต่อหน้าเพือนฝูง สมาคม เท่านันเลย ท่านไม่ตอง ่ ้ ้ที่ท่านได้อ่านความรู้นี้เอง บางท่านอาจจะคิดว่ารอให้ถึง รอถึงชาติหน้าหรอกทีจะได้เสวยสุขในผลบุญทีทาไว้ ผลบุญ ่ ่ �วันพระหรือวันส�าคัญถึงจะท�าบุญ บางท่านอาจจะคิดว่าต้อง นั้นสามารถเห็นผลเร็ว อาทิ ถ้าท่านมีใจท�าบุญเต็มที่ไม่ว่าท�าแบบใหญ่ ๆ เท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วเราควรที่จะสะสม จะเป็นสิ่งของหรือให้ธรรม ผลบุญจะท�าให้ท่านมีความสุข บุญทุกโอกาส ถึงแม้จะน้อยนิดก็ตาม เปรียบเสมือนการสะ มีจิตใจงาม ท่านก็จะปฏิบัติดีงามกับคนรอบข้าง และจะสมเงินใว้ใช้ในอนาคต ถึงแม้เราจะเก็บได้นอยแต่ถาท�าบ่อย ๆ ้ ้ ท�าให้พวกเขาท�าดีต่อท่านกลับ ผลบุญนั้นก็จะส่งต่อ ๆ กันเข้า ผลที่จะได้รับก็คือเงินสะสมจะงอกงามมาได้เหมือนกัน ไป หรือถ้าเราท�าบุญด้วยการออกแรง ผลบุญทีได้รบก็คอการ ่ ั ืตามหลักธรรมแล้วเราสามารถสร้างบุญได้ ๑๐ ทาง ทีรางกายของเราได้ออกก�าลังกายและจะมีสขภาพทีแข็งแรง ่่ ุ ่ ๑. ทานมัย คือ การให้ บริจาค ทรัพย์ สิงของ อาหาร ่ หัวข้อที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนั้น เป็นแค่บางส่วนที่ผมได้ให้แก่ผู้ควรให้ เรียนมาและทียงไม่ได้เรียนอีกมากมาย ในความเห็นของผม ่ ั ๒. ศีลมัย คือ การอยู่ในศีล และ ไม่สร้างความเดือด นัน ทุกชีวตทีเกิดมาบนโลกอันแสนจะวุนวายนี้ ย่อมมีความ ้ ิ ่ ่ร้อนให้กับผู้อื่น ทุกข์มากกกว่าสุขทีตดตามตัวมาอยูตลอดเวลา บางคนอาจ ่ ิ ่ ๓. ภาวนามัย คือ การท�าสมาธิ สวดมนต์ ฟังธรรม จะเกิดมาในความร�่ารวยและมีพร้อม แต่ถ้าไม่มีความรู้ในอ่านหนังสือธรรมะ การดับทุกข์ หรือความรู้ที่จะท�าให้เราปล่อยให้ความทุกข์ที่ ๔. อปจายนมั ย คื อ การเคารพอ่ อ นน้ อ มต่ อ ผู ้ มี เข้ามานั้นออกไป จิตใจเราก็จะมีแต่ความทุกข์ เศร้าหมอง คุณธรรม และเครียด ผลที่ได้รับก็จะขยายไปถึงคนใกล้ชิดและสภาพ ๕. เวยยาวัจจมัย คือ การช่วยเหลือในกิจที่ชอบ เช่น แวดล้อมของเราเองด้วยท�าความสะอาดวัด ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก สุดท้ายนี ผมหวังว่าข้อความในเรียงความของผมนี้ อาจ ้ ๖. ปัตติทานมัย คือ การให้ส่วนบุญ จะเพิมความรูเปลียนความคิดของท่านให้ปรับพฤติกรรมใน ่ ้ ่ ๗. ปัตตานุโมทนามัย คือ การอนุโมทนาในบุญที่ผู้ กาย วาจา และ ใจ ให้ดียิ่งขึ้น บางท่านอาจจะรู้อยู่แล้วก็อื่นท�า สามารถเอาข้อความในเรียงความนี้ไปบอกต่อกับคนรอบ ๘. ธัมมัสสวนมัย คือ การฟังธรรม ข้าง เพื่อที่จะท�าให้สังคมเรานี้มีความน่าอยู่มากขึ้น ท่าน ๙. ธัมมเทสนามัย คือ การแสดงธรรม เองก็ได้บุญด้วยเช่นกัน ขอให้ท่านอยู่ในศีล ๕ ข้อ ชีวิตท่าน ๑๐. ทิฏฐุชกมม์ คือ การปรับปรุงชีวตของตนเองให้ถกต้อง ุ ั ิ ู ก็จะไม่รู้สึกล�าบาก อย่างทีผมกล่าวมาข้างต้นแล้ว บุญนันสามารถท�าได้ทก ่ ้ ุ ผมขอขอบคุณพระทุกรูปในวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่เมื่อทุกเวลา ถึงแม้ท่านจะไม่มีเงิน ปัจจัย หรือ สิ่งของ แต่ ให้โอกาส ความรู้ และประสบการณ์ใหม่ในชีวิตของผม ผมถ้าท่านออกแรงช่วยแบบอืน ผมคิดว่าท่านจะได้บญมากกว่า ่ ุ จะใช้ความรูนให้เกิดประโยชแก่ตวผมและคนทีเข้ามาในชีวต ้ ี้ ั ่ ิที่มาถวายแต่ทรัพย์เสียอีก อย่าจ้องแต่จะท�าบุญเมื่ออยู่แต่ ของผมทั้งปัจจุบันและในอนาคต พระวิชัย ธมฺมธโร และครอบครัวท�าบุญวัดไทยฯ ดี.ซี. $499 พระอดิศร และคณะ Pittsburgh ท�าบุญบูชาผ้าไตร วัดไทยฯ ดี.ซ.ี $1,339
  • 25. แสงธรรม 22 Saeng Dhamma ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี. ิ Those who are interested in Thai Theravada Buddhism and members of the general public are cordially invited to Wat Thai, D.C., Temple to pay their respect to or simply view the Buddha relics on display in the chanting hall.ปฏิบัติธรรมประจำาเดือนธันวาคมณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. 24 ธันวาคม 2554ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวพระไตรปิฎก � สาธยายพระไตรปิฎก ภาษาบาลี � ฟังบรรยายธรรม - ธรรมสากัจฉา � เจริญจิตภาวนา - แผ่เมตตา พร้อมกันบนอุโบสถศาลา เวลา 9.00 A.M.
  • 26. แสงธรรม 23 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวัดไทย พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) อธนสฺสุ รสํ ขาทา อพลสฺสุ หตา นรา อปญฺญสฺสุ วากฺยา กถา อุมฺมตฺตกสมา อิเม. คนจนกินของดี คนไม่มีแรงเล่นมวยปลํ้า คนโง่ ชอบคุยอวด เหล่านี้เท่ากับคนบ้า อนวทายํ คมยนฺโต อปุจฺฉา พหุภาสโก อตฺตคุณํ ปกาเสนฺโต ติวิธํ ถีนลกฺขณํ. เขาไม่เรียกขึ้นเรือนท่าน เขาไม่ถามพูดมาก ยกย่องตัวเอง สามอย่างนี้เป็นลักษณะของคนเลว “คนบ้า” ตามธรรมภาษิตนี้ ที่ท่านกล่าวไว้ข้างบนนี้ มันมีไว้ส�าหรับพวกคนที่มีเงินมีทอง ที่เราเรียกกันว่ามีลักษณะ ๓ อย่าง คือ คนรวยเขากินกัน คนจน ๆ จะไปกินของดีกันได้อย่างไร ๑. คนจนกินของดี เพราะไม่มีปัจจัยที่จะไปจ่ายเป็นค่าแลกเปลี่ยน ไม่ใช่กิน ๒. คนไม่มีเรี่ยวแรงเล่นมวยปล�้า กันฟรี ๆ ยิ่งของดีมากราคามันก็ยิ่งมาก หากเป็นคนจน ๓. คนโง่เขลาเบาปัญญา ชอบคุยอวด แล้วจะเอาปัจจัยทีไหนไปซือกิน มันเป็นไปไม่ได้ นอกจาก ่ ้ บุคคลทั้ง ๓ ประเภทนี้ เท่ากับคนบ้า เป็นคนบ้า ดัง จะลักกินขโมยกินเท่านั้น ด้วยเหตุผลย่อ ๆ ที่กล่าวมานี้ นั้น ถ้าบุคคลใดก็ตามมีลักษณะทั้ง ๓ นี้ ก็จงรู้กันเถิดว่า คนจนกินของดี จึงมีภาษีเท่ากับ “คนบ้า”คนเหล่านันละเท่ากับคนบ้า ก็คอคนบ้าดี ๆ นันเอง คนจน ้ ื ้ คนไม่มีเรี่ยวแรงเล่นมวยปล�้า ประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่แต่ชอบกินของดี ในประเด็นนี้ ถ้าพูดตามความจริงกัน น่าข�าขันที่สุด มนุษย์ไม่มีเรี่ยวแรงแสดงอาการออกมาจะแล้ว มันก็คงเป็นไปไม่ได้ส�าหรับคนจน เพราะของดี ๆ นัน ้ เล่นมวยปล�้า มันจะเป็นไปได้อย่างไร มันก็ไม่ผิดอะไรกับ
  • 27. แสงธรรม 24 Saeng Dhammaเอาวัวไปชนกับช้าง มันก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้นแหละ ลักษณะของ “คนบ้า” ทั้งสามตามที่กล่าวข้างบนนี้ แพะตัวไหนจะไปสู้กับเสือ นอกจากจะเป็นเหยื่อของเสือ เป็นทฤษฎีส�าหรับพิสูจน์คนในสังคมว่า มีคนบ้าประเภทเท่านั้นเอง คนไม่มีก�าลังไม่มีเรี่ยวแรงเล่นมวยปล�้าจะเอา ไหนบ้างที่ปะปนระคนอยู่ในสังคม และคนบ้าทั้งสามแรงเอาก�าลังที่ไหนไปปล�้าเล่า เพราะพวกเล่นมวยปล�้า ประเภทนั้น มีคนบ้าประเภทไหนมากที่สุด การพิจารณาล้วนแล้วแต่มีร่างกายก�าย�าล�่าสันมีก�าลังวังชาเหมือนกะ ให้รวา ใครเป็นคนบ้าประเภทไหน ก็ตองอาศัยพฤติกรรม ู้ ่ ้ยักษ์กะมาร แล้วคนที่ไม่มีเรี่ยวแรงเล่นมวยปล�้ากับเขาได้ ของบุคคลนันทีแสดงออกมาจนกลายเป็นนิสยในเรืองนัน ๆ ้ ่ ั ่ ้ อย่างไร นี่ก็เป็นลักษณะของ “คนบ้า” อีกอย่างหนึ่งพึง เช่น คนไหนนิสยแสดงออกมาในลักษณะชอบกินของดีจน ัจ�ากันไว้ให้ดี ไม่มีเรี่ยวแรงอย่าไปเล่นมวยปล�้าเข้า... เป็นนิสัย ก็คนนี้แหละเป็นคนบ้าประเภท “คนจนกินดี” คนโง่เขลาเบาปัญญาชอบคุยอวด มันก็เข้าหลักค�า คนไหนมีพฤติกรรมแสดงออกมาในลักษณะไม่มีเรี่ยวแรงพังเพยที่กล่าวกันว่า :- เล่นมวยปล�้าจนกลายเป็นนิสัยประจ�าตัว คนนี้ก็เป็นคน อวดดี เป็นสมบัติของคนบ้า บ้าประเภท “ไม่มีเรี่ยวแรงเล่นมวยปล�้า” คนไหนมี อวดกล้า เป็นสมบัติของคนขี้ขลาด พฤติกรรมแสดงออกมาในลักษณะชอบคุยอวด หลอกลวง อวดฉลาด เป็นสมบัติของคนโง่ เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ เชิดตัว อวดดี อวดฉลาด ก็คนนี้ อวดโก้ เป็นสมบัติของคนจน แหละเป็นคนบ้าประเภท “คนโง่ชอบคุยอวด” คนโง่ชอบคุยอวด คนประเภทนี้มีอยู่ในสังคมของ ในคนบ้าทั้ง ๓ ประเภทนี้ พิจารณากันให้ดีแล้ว คงไม่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัย ไม่มีก็อวดว่ามี ไม่เป็นก็อวดว่าเป็น แคล้วจากคนบ้าประเภท “คนโง่ชอบคุยอวด” มากที่สุดไม่เก่งก็อวดว่าเก่ง โง่จะตายเหมือนควายไถนา ก็อวดว่า ในสังคม ทุกยุค ทุกสมัย และคนประเภทนี้ก็มีอยู่ในหมู่ฉลาดเหมือนนักปราชญ์เมธี นี่แหละนิสัยของคนโง่ แต่ คนทุกระดับชัน ตังแต่คนชันต�่า ชันกลาง ชันสูง ตามทีโลก ้ ้ ้ ้ ้ ่ชอบคุยอวดละ พระท่านกล่าวว่า :- นิยมสมมติเป็นชั้นวรรณะ พวกคนบ้าประเภทโง่ชอบคุย คนอวดดี เพราะไม่มีดีจะอวด อวด ถ้าเป็นคนชั้นต�่าธรรมดาก็ไม่ค่อยจะมีปัญหากระทบ เขาบอกชวด ว่าฉลูดูน่าขัน ต่อสังคมแห่งการอยูรวมกันมากนัก เพราะเขาจะขีโม้ขคย ่่ ้ ี้ ุ เขาว่าไก่ ไพล่ว่าเป็ดเท็จช่างมัน อวดดีอวดเด่นอย่างไร มันจ�ากัดอยู่ในวงของพวกเขา ไม่ รู้ตะบัน ทั้งที่กู ไม่รู้เอย.. อาจจะกระจายออกไปในวงกว้างได้ เพราะความทีพวกเขา ่ เป็นคนชั้นต�่า อวดอย่างไรก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะตัวเอง ก็ดอยศักดิศรีอยูแล้ว จะไปอวดให้คนอืนเขาเชือได้อย่างไร ้ ์ ่ ่ ่ โง่กโง่ ต�าก็ตา มันก็เลยเป็นเรืองน่าข�า น่าตลก เหมือนยาจก ็ ่ �่ ่ อวดร�่ารวย มันก็เลยซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง เจ้าคนโง่เอ๋ย... ประเด็นทีนาคิดก็คอ คนทีอยูในฐานะภาวะสูงแต่เป็น ่ ่ ื ่ ่ คนโง่ชอบคุยอวดนีซ มันมีผลกระทบต่อสังคมแห่งการอยู่ ่ิ ร่วมกันที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะคนที่อยู่ในฐานะภาวะที่ สมมติกันว่าเป็นคนชั้นสูงนั้น พูดอะไรสอนอะไร แนะน�า คณะท�ำบุญวัน Thanksgiving 24 พ.ย. ของทุกปี เรื่องอะไร คนส่วนใหญ่ในสังคมก็มักจะพากันยอมรับว่า
  • 28. แสงธรรม 25 Saeng Dhammaเป็นความจริงทุกอย่างแล้วก็ยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติ ของคนโง่” นั้นเองตาม ขอยกเอาพวก “ทุมเมโธ” โง่เหมือนไอ้ทุย มาเป็น เพือเป็นการพิสจน์วา เจ้าลัทธิศาสดา คณาจารย์ทง ๖ ่ ู ่ ั้ตัวอย่างในประเด็นนี้ คือก่อนที่พระพุทธเจ้าจะได้อุบัติ คือ ปุรณะ กัสสปะ, มักขลิ โคศาล, อชิตะ เกสกัมพล, ปกุธะ ตรัสรู้และทรงประกาศพระพุทธศาสนานั้น ก็มีเจ้าลัทธิ กัจจายนะ, สัญชัย เวลัฏฐบุตร, และนิครนถ์ นาฏบุตร เป็นศาสนาและคณาจารย์พากันประกาศลัทธิค�าสอนกันอยู่ คนบ้าประเภท “คนโง่ชอบคุยอวด” อย่างไรก็โปรดก่อนแล้ว แต่ละลัทธิศาสดา – คณาจารย์ก็ล้วนแล้วแต่มี ติดตามกันต่อไปกิตติศัพท์เลื่องลือชื่อโด่งดัง ขนาดเป็นเซียนหรืออรหันต์ด้วยกันทั้งนั้น และต่างก็มีลูกศิษย์ลูกหาสาวกสาวิกากันจ�านวนมากมายกระจายกันอยู่ทั่วไปในนครใหญ่ ๆ และบรรดาสาวกสาวิ ก าที่ มี ศ รั ท ธาความเชื่ อ ปสาทะความเลื่อมใส ก็มีทุกเพศทุกวัยและทุกระดับชั้นทั้งกษัตริย์ เศรษฐี เสนาบดี อ�ามาตย์ พ่อค้า ประชาชน ศาสดา คณาจารย์เหล่านันทีตงตนเป็นศาสดาประกาศลัทธิคาสอน ้ ่ ั้ �มีอยูถง ๖ ส�านักใหญ่ ๆ ด้วยกันซึงในยุคนันเรียกกันว่าเรียก ่ึ ่ ้กันว่าครูทั้ง ๖ คือ ๑. ปุรณะ กัสสปะ ในสมัยที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกประกาศพระพุทธ ๒. มักขลิ โคศาล ศาสนาอยู่นั้น ครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์ได้เสด็จไปประทับ ๓. อชิตะ เกสกัมพล พักแรมอยู่ที่สวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ พร้อม ๔. ปกุธะ กัจจายนะ ด้วยภิกษุสงฆ์หมูใหญ่ ใกล้พระนครราชคฤห์ วันนันเป็นคืน ่ ้ ๕. สัญชัย เวลัฏฐบุตร วันพระอุโบสถพระจันทร์เต็มดวง พระเจ้าแผ่นดินมคธ ๖. นิครนถ์ นาฏบุตร พระนามว่า “อชาตศัตรู” แวดล้อมด้วยหมูเสนาอ�ามาตย์่ นอกจากครูทง ๖ นีแล้ว ก็ยงมีลทธิความเชือถือแปลก ั้ ้ ั ั ่ ข้าราชบริพาร ประทับนั่ง ณ ปราสาทชั้นบน (ดาดฟ้า) ย่อยอีกมากมายลัทธิ นักบวชในแต่ละลัทธิก็มีชื่อเรียกกัน พระองค์เสด็จประทับอาบแสงจันทร์อยู่บนดาดฟ้านั้น ไปต่าง ๆ เช่น อเจลก, ปริพาชก, ฤาษี, มุนี, โยคี, ชฎิล ด้วยความเบิกบานส�าราญพระทัยเป็นยิงนัก โดยเฉพาะใน ่เป็นต้น คืนเดือนหงายพระจันทร์เต็มด้วยแล้ว ก็ก่อให้เกิดความ บรรดาเจ้าลัทธิศาสดา คณาจารย์ ดังที่กล่าวมาแล้ว ชืนบานส�าราญใจแก่คนทัวไปไม่เลือกหน้า แม้แต่กระต่ายก็ ่ ่ข้างนี่แหละเป็นคนบ้าประเภท “คนโง่ชอบคุยอวด” คือ พากันหลงใหลใฝ่ชมจันทร์ในคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงอวดว่าพวกตนเป็นผูวเิ ศษหมดกิเลสตัณหาเป็นอรหันต์ แต่ ้ ขณะที่พระราชาประทับชมแสงจันทร์อยู่บนดาดฟ้า แล้ ว ก็ พ บกั บ ทางตั น พู ด อะไรไม่ อ อก เพราะหลอก ท่ามกลางหมู่เสนาอ�ามาตย์ราชมนตรีทุกหมู่เหล่านั้นเอง ประชาชนทัวบ้านทัวเมืองให้เลือมใสศรัทธาในลัทธิค�าสอน ่ ่ ่ พระราชาทรงอุทานออกมาด้วยความหรรษาเบิกบานของตน แต่ในที่สุดก็ต้องจ�านนจนปัญญาตอบปัญหาของ พระทั ย ว่ า ดู ก ่ อ นอ� า มาตย์ ทั้ ง หลายคื น เดื อ นหงายพระเจ้าอชาตศัตรูไม่ได้ เข้าหลัก “อวดฉลาดเป็นสมบัติ พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงแจ่มกระจ่างช่างน่ารืนรมย์จริง ่
  • 29. แสงธรรม 26 Saeng Dhammaหนอ ราตรีมีพระจันทร์แจ่มกระจ่างช่างงามจริงนะราตรี มีประชาชนหลั่งไหลไปหาท่านมิได้ขาด ท่านเป็นปราชญ์มี พ ระจั น ทร์ แจ่ ม กระจ่ า ง ช่ า งน่ า ชมเช่ น นี้ ราตรี มี ฉลาดในการอบรมสังสอน ทุกคนทีไปหาท่านมาแล้ว ต่าง ่ ่พระจันทร์แจ่มกระจ่าง ช่างเข้าลักษณะนี่กระไรในคืนวัน ก็พดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านเยียมจริง ๆ ในเรืองคุณธรรม ู ่ ่ เพ็ญพระจันทร์เต็มดวงส่องแสงเจิดจ้ามาสู่พิภพ เราควร จิตใจของท่านชืนฉ�าด้วยเมตตา กรุณา ท่านเป็นเจ้าหมู เจ้า ่ ่ ่จะไปหาสมณะพระสงฆ์องค์ไหนดีหนอ ซึ่งเมื่อเราเข้าไป คณะ มีเกียรติยศปรากฏไปทัวสารทิศ เชิญมหาบพิตรเสด็จ ่หาท่านแล้ว จิตใจของเราจะได้โสมนัสหรรษาเกิดศรัทธา ไปหาท่านอชิตะ เกสกัมพลเถิด จะเกิดสิริมงคล ส่งผลให้และเลื่อมใสในพระคุณเจ้าองค์นั้นได้ ครั้นท้าวเธอทรง พระทัยดื่มด�่าในรสแห่งพระธรรม อ�ามาตย์กราบทูลจบปรารภและด�ารัสตรัสออกมาเช่นนั้นแล้ว อ�ามาตย์ผู้หนึ่ง แล้ว จอมคนแห่งนครราชคฤห์ ก็ทรงนิ่งไม่ไหวติงแม้แต่ซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ได้กราบทูลขึ้นว่า ขอเดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลี พระวรกาย พระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ได้ทราบว่า ศาสดาปุรณะ อ�ามาตย์อีกคนหนึ่ง กราบทูลว่า ข้าแต่พระบารมีกัสสปะ เป็นปราชญ์ฉลาดในอรรถในธรรม เป็นเจ้าหมู่เจ้า ปกเกล้า ข้าพระพุทธเจ้าเห็นว่า ท่านสัญชัย เวลัฏฐบุตร คณะเป็นคณาจารย์เอกชื่อเสียงโด่งดัง ประชาชนทุก เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ มีปฏิปทาน่าเลื่อมใสยิ่งกว่าวงการทุกระดับชั้นพากันยกย่องสรรเสริญ บวชมานาน ใคร ๆ ในพืนปฐพี เทศนาก็ด อธิบายความก็แจ่มแจ้ง แสดง ้ ีอายุสังขารก็มาก ขอเชิญพระองค์เสด็จไปหาศาสดา ว่าเป็นผู้แตกฉานแตกชาญในพระคัมภีร์มีสาวกดี ๆ ล้วนปุรณะเถิด พระเจ้าข้า เห็นด้วยเกล้าว่า เมือพระองค์เสด็จ ่ แล้วแต่เป็นผู้มีปัญญา ใครไปหาท่านสัญชัยย่อมได้รับไปหาสนทนากับท่านปุรณะกัสสปะแล้ว พระองค์จะทรง ความเลื่อมใสไม่ผิดหวัง กิตติศัพท์ของท่านโด่งดังจนหาพอพระทัยเลื่อมใสในปฏิปทาของท่านอย่างไม่ต้องสงสัย ใครเปรียบมิได้ ท่านบวชมานานเชี่ยวชาญในลัทธิศาสนา เมืออ�ามาตย์ผนนทูลจบแล้วพระราชาก็ทรงนิงไม่ตรัสอะไร ่ ู้ ั้ ่ ขอเชิญพระราชาเสด็จไปหาท่านสัญชัยเถิด จะเกิดความออกมา เชื่อความเลื่อมใส พระหฤทัยสดชื่นตลอดเวลา พอ อ�ามาตย์อีกคนหนึ่ง จึงกราบทูลว่า พระเจ้าข้า ท่าน อ�ามาตย์คนนันกราบทูลจบ ก็พบแต่ความเงียบ พระราชา ้มักขลิโคศาล ก็เป็นปราชญ์ฉลาดเหลือที่จะพรรณนา ทรงนิ่งเหมือนพระประธานกล่าววาจานิ่มนวลชวนให้ยินดี มีปฏิปทาน่าเคารพ สุภาพ อ� า มาตย์ อี ก คนหนึ่ ง จึ ง กราบทู ล ขึ้ น ว่ า ขอเดชะ เรียบร้อยมีเกียรติยศปรากฏแก่คนทั้งหลาย เป็นเจ้าลัทธิ ท่ า นนิ ค รนถ์ นาฏบุ ต ร ก็ เ ป็ น ผู ้ บ ริ สุ ท ธิ์ น ่ า เลื่ อ มใส คณาจารย์บวชมานาน สาวกบริวารก็มาก มีคนยกย่อง ตั้งแต่บวชมาก็อยู่ป่าเป็นวัตร มีข้อปฏิบัติเคร่งครัดจนสรรเสริญเกินกว่าใคร ๆ ในนครราชคฤห์ ขอเชิญพระองค์ หาใครเปรียบได้ยาก มีสาวกก็มากล้วนแล้วแต่คนดี ๆ เสด็จเข้าไปหาท่านมักขลิโคศาลนันเถิด จะเกิดพระทัยเบิก ้ เศรษฐีก็เลื่อมใส มหาชนทั่วไปก็ศรัทธา ท่านท�าลายบานหรรษาหาที่เปรียบมิได้ เมื่ออ�ามาตย์กราบทูลจบ ก็ กิเลสตัณหาโดยสิ้นเชิง บวชมานานผ่านกาล ผ่านสมัย พบแต่ความนิ่งเฉยของพระราชาอชาตศัตรู อายุวัยก็มาก เพียบพร้อมไปด้วยเกียรติยศ อิสริยยศ อ�ามาตย์คนต่อไป จึงกราบทูลว่า ขอเดชะ พระอาชญา และบริวารยศ ปรากฏทั่วไปในแผ่นดิน ขอเชิญพระไม่พ้นเกล้า ข้าพระพุทธเจ้าเห็นว่า ท่านอชิตะเกสกัมพล จอมนรินทร์เสด็จไปหาท่านนิครนถ์เถิด จะเกิดมงคลเป็นหนึ่งไม่มีสองที่ครองความเป็นผู้วิเศษ ในเขตนคร ปีติปราโมทย์ พระหฤทัยผ่องใส เมื่ออ�ามาตย์กราบทูลราชคฤห์นี้ ท่านองค์นี้เหนือกว่าใคร ๆ จริง ๆ วันหนึ่ง ๆ จบ พระราชาก็ทรงนิ่งเหมือนที่แล้ว ๆ มา
  • 30. แสงธรรม 27 Saeng Dhamma เป็นทีนาสังเกตว่า บรรดาอ�ามาตย์ทกราบทูลพระราชา ่่ ี่ บ้าประเภท “คนโง่ชอบคุยอวด” เอาละ ! เรืองของคนบ้า ่อชาตศัตรูให้เสด็จไปหาสมณะหรือพระตามส�านักต่าง ๆ ได้อธิบายมาโดยย่อพอสมควรแล้ว จึงขอยุตไว้เพียงเท่านี้ ินั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสาวกของนักบวชนอกพระพุทธ ต่อไป ก็เข้าสูประเด็น “คนเลว” คนเลวคือคนประเภท ่ศาสนาทั้งนั้น และนักบวชเหล่านั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ได้ ไหน ท�าไมจึงเรียกว่า “คนเลว” คนเลวตามธรรมภาษิตที่แก่บรรดาครูทั้ง ๖ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นเอง เรื่องนี้ก็ ยกมาเป็นอุเทศ (หัวข้อ) ข้างต้นนั้นมีลักษณะ ๓ ประเภท แสดงให้เห็นว่า ครูทั้ง ๖ หรือศาสดาทั้ง ๖ นั้น มีอิทธิพล คือเหนือจิตใจของประชาชนในยุคนั้นเพียงไร จะเห็นได้จาก ๑. เขาไม่เรียก ขึ้นเรือนท่านอ�ามาตย์ของพระเจ้าแผ่นดินมคธแต่ละคน ก็ยอมตนเป็น ๒. เขาไม่ถาม พูดมากสาวกของครูทั้ง ๖ เหล่านั้นเกือบทุกคน ๓. ยกย่องตัวเอง พอพระราชาอชาตศัตรูตรัสว่า ควรจะไปหาพระหรือ ทั้ง ๓ ประเภทนี้ เป็นลักษณะของคนเลว คนบางคนสมณะองค์ไหน อ�ามาตย์เหล่านันต่างก็ชงกันเสนออาจารย์ ้ ิ เขาไม่เรียก เขาไม่เชือเชิญ ก็เดินขึนบ้านเรือนของเขาหน้า ้ ้ของตนเพือให้พระราชาเสด็จไปหา พร้อมกับพรรณนาถึง ่ เฉยตาเฉย เหมือนคนป่าคนดอยไม่ค่อยมีมารยาทขาดคุณวิเศษต่าง ๆ นานา เพื่อโน้มน้าวพระทัยพระราชาให้ สมบัติผู้ดี ตามปกติธรรมดาทั่ว ๆ ไปแล้ว คนเราจะขึ้นคล้อยตาม และเกิดศรัทธา แต่พออ�ามาตย์แต่ละคน บ้านใครเรือนใครนั้น ข้อส�าคัญเจ้าของบ้านเจ้าของเรือนกราบทูลแล้ว พระราชาก็ทรงนิ่ง ไม่ทรงรับและก็ไม่ทรง เขาจะต้องเชื้อเชิญเสียก่อนแล้วจึงค่อยขึ้น อย่าผลีผลามปฏิเสธ เป็นเหตุให้อ�ามาตย์เหล่านั้น ไม่แน่ใจในท่าทีของ ท�าตามความพอใจของตน จึงจะเป็นมงคลทั้งสองฝ่าย พระเจ้าแผ่นดิน อีกอย่างหนึ่ง พระราชาอาจจะเคยเสด็จ บุคคลใดก็ตามถ้าเจ้าของบ้านไม่เรียกไม่เชิญ แต่บังเอิญไปสนทนากับท่านเหล่านั้นมาก่อนแล้วก็พอจะทราบว่า บังอาจขึ้นเรือนท่าน เขาเรียกขานกันว่าเป็น “คนเลว” อะไรเป็นอะไร เกี่ยวกับค�าสอนของท่านเหล่านั้น ซึ่งล้วน เพราะเสียมารยาทขาดสมบัติของคนดีแล้วเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น ดังนั้นเมื่ออ�ามาตย์แต่ละ บุคคลใดก็ตามที่ไม่มีใครเขาไต่ถาม แต่พูดพล่ามคนกราบทูลให้เสด็จไปหา พระราชาจึงทรงนิงไม่ตรัสอะไร ่ เหมือนไฟลามทุงมุงให้คนเขาฟัง พูดเรืองนันเล่าเรืองนีไม่มี ่ ่ ่ ่ ่ ้เรื่องของศาสดาหรือครูทั้ง๖ ที่กล่าวมานี้ เป็นเรื่องของคน เวลาหยุด ปล่อยออกมาเป็นชุด ๆ หยุดไม่เป็น แต่ก็หา Mrs.Eunice Gray, Ms.Megan Wolf, Mr.Keith McDaniel donated rice and other food products to Wat Thai D.C., November 19, 2011
  • 31. แสงธรรม 28 Saeng Dhammaสาระประโยชน์อะไรไม่คอยจะได้ เป็นการพูดแบบน�้าท่วม ่ บุคคลที่ยกย่องตนเอง ดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น ย่อมไม่เจริญทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง บรรเลงอยู่คนเดียวเหมือนกับพวกบ้า ในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วหอบฟาง บุคคลที่ไม่มีใครถาม แต่พูดพล่ามปากไม่อยู่นิ่ง กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี อุนฺนฬา จาสมาหิตาก็เป็นคนเลวอีกประเภทหนึ่ง พึงระวังกันให้ดี เมื่อไม่มี น เต ธมฺเม วิรูหนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต.ใครเขาถามอะไร ก็อย่าได้พดมาก ปากไม่อยูเป็นสุข อย่า ู ่ คนหลอกลวงเย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่สนุกในการเจรจาไม่รจกเวลาเดียวเทวดาบนฟ้าบนสวรรค์ ู้ ั ๋ ตังมัน ย่อมไม่เจริญในธรรมทีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง ้ ่ ่จะพากันอุทานว่าเป็น “คนเลว” แสดงแล้ว คนเลวประเภทที่ “ยกย่องตัวเอง” นั้น เป็นบุคคล ได้อธิบายเรื่องคนเลว ๓ ประเภทคือ เขาไม่เรียกขึ้นประเภททียกย่องตนเอง แล้วก็ดหมินดูแคลนเหยียดหยาม ่ ู ่ เรือนท่าน, เขาไม่ถามพูดมาก, และยกย่องตนเอง มาพอคนอื่น เป็นคนเลวเพราะการถือตัวเอง ก็พึงรู้เถิดว่า เขา สมควรแล้วก็ขอสรุปเรือง “คนเลว” ตามหลักทีพระพุทธ ่ ่เป็นคนพาล ประเด็นนี้ มีพุทธภาษิตรับรองไว้ว่า องค์ทรงแสดงไว้ว่า โย จตฺตาน� สมุกฺก�เส ปเร จ อวชานติ น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ นิหีโน เสน มาเนน ต� ชญฺญา วสโล อิติ. ผูใดยกย่องตนเองและดูหมินผูอน เป็นคนเลวเพราะ ้ ่ ้ ื่ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ.การถือตัวเอง พึงรู้ผู้นั้นว่า เป็นคนเลว ดังนี้ คนเราจะเป็นคนเลว เพราะชาติก็หาไม่ จะเป็นคน บุคคลประเภทยกย่องตนเอง และดูหมิ่นคนอื่นนี้ ก็ ประเสริฐ เพราะชาติก็หาไม่ แต่คนเราจะเป็นคนเลว มีกันทุกยุค ทุกสมัย ไฉนจึงเป็นเช่นนั้น ที่เป็นเช่นนั้นก็ ก็เพราะการกระท�า(กรรม) จะเป็นคนประเสริฐ ก็เพราะเพราะคนส่วนใหญ่ยังมีจิตใจเต็มไปด้วยกิเลส เป็นเหตุให้ การกระท�าคนชอบยกย่องตนเองอวดดี อวดเก่ง อวดรู้ อวดเห็น อวด ตามพุทธภาษิตนี้ชี้ให้เห็นว่า คนเราจะเกิดในชาติสูง ว่าตนเป็นคนดี เป็นคนวิเศษ ทั้งในด้านภูมิปัญญา และ ในตระกูลสูง จะถือว่าเป็นคนดีเป็นคนประเสริฐก็หาไม่ ภูมธรรมในด้านภูมปญญาก็อวดรูสารพัดศาสตร์เหมือนกับ ิ ิ ั ้ และคนที่เกิดในชาติต�่า ในวรรณะต�่า จะจัดว่าเป็นคนเลวเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต เพราะความคิดเลว ๆ มันน�า ก็หาไม่ แต่คนเราจะเป็นคนเลว จะเป็นคนประเสริฐ ก็ไป ก็เลยส�าคัญผิดยกย่องตนเองว่า เป็นผู้มีภูมิปัญญา เพราะกรรมคือการกระท�าของตนเอง คนเกิดในชาติสูง รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ดูถูกดูหมิ่นคนอื่นว่า เป็นคนโง่ ในตระกูลสูง ถ้าท�ากรรมชั่วด้วยกาย พูดชั่วด้วยวาจา คิดเขลาเบาปัญญา เป็นคนป่าหาความเจริญก้าวหน้าใน ชัวด้วยใจ ก็เป็นคนเลวคนชัว คนเกิดในชาติตา ในวรรณะ ่ ่ �่ชีวิตไม่ได้ บุคคลประเภททียกย่องตนเองสรรเสริญตนเองนี้ คน ่ ต�่า ถ้าท�าความชั่วด้วยกาย พูดชั่วด้วยวาจา คิดชั่วด้วยใจ โบราณท่านเปรียบเหมือนกับกลองว่า “กลองดีไม่ตไม่ดง” ี ั ก็เป็นคนชั่วคนเลว ในทางตรงกันข้าม คนเกิดในชาติสูง คือกลองดี มีคา มีคณ ถ้าไม่ตจะไม่ดง ถ้ากลองใบใด กลอง ่ ุ ี ั ในตระกูลสูง ท�าดีด้วยกาย พูดดีด้วยวาจา คิดดีด้วยใจ ก็ลูกใด ไม่มีใครตี อยู่ ๆ ก็ดังขึ้นเอง กลองลูกนั้น กลองใบ เป็นคนประเสริฐ คนเกิดในชาติต�่า ในวรรณะต�่า ท�ากรรมนัน ก็เป็น “กลองจัญไร” เป็นเสนียดจัญไรเป็นภัยอันตราย ้ ดีด้วยกาย พูดดีด้วยวาจา คิดดีด้วยใจ ก็เป็นคนดีคนคนทียกย่องตนเองนัน มันก็แปลกอะไรกับ “กลองจัญไร” ่ ้ ประเสริฐได้เช่นเดียวกัน
  • 32. แสงธรรม 29 Saeng Dhamma พวกคนเลว คนบ้า นั่นน่าคิด เขาไม่เรียก ขึ้นเรือนท่าน นั่นผิดหลัก ควรพินิจ ค�าโบราณ ท่านขานไข เขาไม่ทัก ไม่ถาม พล่ามพูดมาก เป็นคนจน กินของดี ผิดวิสัย คนพวกนี้ ถูกผี มันเจาะปาก เป็นไปได้ อย่างไร เพราะยากจน เลยพูดมาก ไม่รู้ กาลเวลา คนไม่มี เรี่ยวแรง เล่นมวยปล�้า คนบางคน ชอบยกตน ว่าดีเด่น มันน่าข�า คนอะไร ไม่รู้ตน มองไม่เห็น ความดี ของประชา คนที่เล่น มวยปล�้า เขาเป็นคน ยกตนเอง ยอตนเอง ดังกับหมา มีน�้าอด น�้าทน และแข็งแรง ในเวลา หมาถ่าย ยกหางมัน พวกคนโง่ โชว์ตัว อวดฉลาด ลักษณะ ต่าง – ต่าง ดังที่กล่าว เหมือนนักปราชญ์ เมธี ที่ฉายแสง ถึงเรื่องราว ของคนเลว และคนบ้า ให้ปรากฏ ออกมา ดังกับแสง เป็นความคิด ความเห็น ของหลวงตา ดวงอาทิตย์ ส่องแสง สู่โลกา ฝากประชา ทุกคน จงตรองดู.. Students from River High School and students from Sherwood High School came to study Buddhism at Wat Thai of Washington, D.C. คุณเจมส์ ลาว วิทยากรอบรมสือมัลติมเิ ดียเพือการเผยแผ่ธรรมะ คุณวิชย-คุณพวงทอง-คุณแหม่ม มะลิกล จัดดอกไม้วนกฐินสามัคคี ่ ่ ั ุ ั
  • 33. แสงธรรม 30 Saeng Dhammaพระเถรานุเถระจากทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา มากราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงตาชี 15 พ.ย. 54งานอุปสมบท พระวิชัย ธมฺมธโร และพระอดิศร วชิรญาโณ ณ วัดไทยฯ ดี.ซี. 20 พ.ย. 54
  • 34. แสงธรรม 31 Saeng Dhamma ประมวลภาพการทอดกฐินสามัคคี วัดไทยฯ ดี.ซี. ประจำาปี 2554 ประธานทอดกฐินโดย.. คุณกัญญา-คุณกุลชาติ สว่างโรจน์ และคุณแม่จรัสศรี-คุณวิรตน์ สุขสมอรรถ พร้อมครอบครัว ัพ.อ. ศรัณยู วิรยเวชกุล ผช.ทูตฝ่ายทหารบก พร้อมภริยา และพุทธศาสนิกชน มาร่วมงานอย่างคับคัง ิ ่
  • 35. แสงธรรม 32 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากหลวงตาชี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ครูสี-หลวงตาสอน วรุณชาดก : ความดีต้องรีบทำา ค รูสี: หลวงตา ขอรับ “กุททาลชาดก” ว่าด้วย ความชนะดี ทีหลวงตาได้น�าเสนอเมือคราวที่ ่แล้วนั้น มันมีคติธรรมเตือนใจได้ดีมาก ในเรื่องความ ่ หาความรู้กันต่อไป ชาดกเรื่องนี้มีความว่า พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภ พระติสสเถระ บุตรกุฎุมพี ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีค�าโลภเป็นสิ่งที่ละได้ยาก และเรื่องจิตเป็นสิ่งที่ฝึกได้ยาก เริ่มต้นว่า “โย ปุพฺเพ กรณียานิ” ดังนี้เช่นเดียวกัน เรื่อง “ยาก-ยาก” ทั้งสองเรื่องนี้จะละ ได้ยนมาว่า ในวันหนึง กุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีเป็น ิ ่ความโลภได้กตองอาศัยความเสียสละ ละความเห็นแก่ ็้ สหายกันประมาณ ๓๐ คน ถือดอกไม้ของหอมและผ้าตัวออกไป ตามหลัก “ชนะความตระหนี่ด้วยการให้” เป็นต้น คิดกันว่า พวกเราจักฟังพระธรรมเทศนาของส่วนการฝึกจิตนั้น ก็ต้องใช้สติควบคุมจิตทุกขณะลม พระศาสดา อันมหาชนห้อมล้อม พากันไปสูวหารเชตวัน ่ิหายใจเข้า-ออก ท�าบ่อย ๆ ท�าสม�่าเสมอ ท�าติดต่อกัน นั่งพักในโรงชื่อนาคมาฬกะ และวิสาลมาฬกะเป็นต้น อย่าให้ขาดสาย ถ้าท�าเช่นนี้ได้ ก็สามารถฝึกจิตที่ฝึกได้ พอเวลาเย็น เมื่อพระศาสดาเสด็จออกมาจากพระยากนั้น ให้ส�าเร็จได้ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะสติเป็น คันธกุฎี อันอบแล้วด้วยกลิ่นหอม เสด็จไปสู่ธรรมสภา เครื่องกั้น เป็นเครื่องป้องกันกิเลสน้อย-ใหญ่ทั้งหลาย ประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์อันตกแต่งแล้ว จึงพากันไปทั้งปวง ไม่ให้ไหลเข้าไปสู่จิตใจ เมื่อกิเลสไม่มีโอกาสที่ สู่ธรรมสภา พร้อมด้วยบริวาร บูชาพระศาสดาด้วยจะไหลเข้ า ไปสู ่ จิ ต ใจ จิ ต ที่ ว ่ า ฝึ ก ได้ ย ากนั้ น ก็ ฝ ึ ก ได้ ดอกไม้ของหอม ถวายบังคมแทบพระบาทยุคล อัน..แน่นอน..เอาละ ขอรับ หลวงตา ชาดกเรื่องนี้ผ่านไป ประดับด้วยจักรทรงพระสิรเสมอด้วยดอกบัวบาน แล้ว ิได้ นิมนต์หลวงตาน�าเสนอชาดกเรื่องอื่นต่อไป ขอรับ นั่งฟังธรรมอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง พวกเขาพากันปริวิตก หลวงตา : อันดับต่อไป หลวงตาจะน�าเอา “วรุณ ว่า เราทั้งหลายต้องบวช ถึงจะรู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีชาดก” ว่าด้วยท�าไม่ถกต้องขันตอน มาเสนอเพือศึกษา ู ้ ่ พระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วได้กว้างขวาง
  • 36. แสงธรรม 33 Saeng Dhamma ในเวลาทีพระตถาคตเสด็จออกจากธรรมสภา พวก ่ ศาสดาแล้ว ถวายบังคมพระบรมศาสดา กระท�าประกุ ล บุ ต รเหล่ า นั้ น ก็ พ ากั น เข้ า ไปเฝ้ า ถวายบั ง คมขอ ทักษิณไปสูบริเวณ อ�าลาพระอาจารย์และพระอุปชฌาย์ ่ ับรรพชา พระศาสดาทรงประทานบรรพชาแก่พวกเขา ถือเอาบาตรและจีวรออกจากวิหารไปด้วยตังใจว่า พวก ้พวกเขากระท�าให้อาจารย์และอุปชฌาย์โปรดปรานแล้ว ั เราจักบ�าเพ็ญสมณธรรมได้อุปสมบทอยู่ในส�านักของอาจารย์และอุปัชฌาย์ ๕ ครังนัน ในระหว่างภิกษุเหล่านัน มีภกษุรปหนึงโดย ้ ้ ้ ิ ู ่พรรษา ท่องมาติกาทัง ๒ คล่องแคล่ว รูสงทีเ่ ป็นกัปปิยะ ้ ้ ิ่ ชื่อเรียกกันว่า กุฎุมพิกปุตตติสสเถระ เป็นผู้เกียจคร้าน และอกัปปิยะ เรียนอนุโมทนา เย็บย้อมจีวรแล้ว กราบ มีความเพียรทราม ติดรสอาหาร เธอคิดอย่างนี้ว่า เราลาอาจารย์และอุปัชฌาย์ว่า พวกกระผมจักบ�าเพ็ญ จักไม่สามารถเพื่ออยู่ในป่า ไม่อาจจะยังอัตภาพให้เป็นสมณธรรม แล้วพากันเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ถวายบังคม ไปด้วยการเที่ยวภิกษาจาร การไปป่าไม่เกิดประโยชน์แล้ว นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง กราบทูลวิงวอนว่า ข้าแต่ แก่เราเลย เราจักกลับ เธอทอดทิ้งความเพียรเสียแล้ว พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์เอือมระอาในภพทั้ง เดินตามภิกษุเหล่านันไปได้หน่อยหนึงแล้วกลับเสีย ฝ่าย ้ ่หลาย กลัวต่อความเกิด ความแก่ ความเจ็บ และความ ภิกษุเหล่านั้นพากันจาริกไปในแคว้นโกศล ถึงหมู่บ้านตาย ขอพระองค์ จ งตรั ส บอกพระกรรมฐาน เพื่ อ ชายแดนต�าบลหนึง ก็เข้าอาศัยหมูบานนันจ�าพรรษาอยู่ ่ ่ ้ ้ปลดเปลื้องตนจากสังสารทุกข์แก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง เป็นผู้ไม่ประมาทเพียรพยายามอยู่เหล่านี้เถิด พระพุทธเจ้าข้า ตลอดระยะกาล ภายในไตรมาสถือเอาห้องวิปสสนายัง ั พระศาสดาทรงทราบสัปปายะ จึงตรัสบอกพระ ปฐพีให้บันลือลั่น บรรลุพระอรหันต์แล้วกรรมฐานข้อหนึ่งในกรรมฐาน ๓๘ ประการ แก่ภิกษุ พอออกพรรษาปวารณาแล้ ว ปรึ ก ษากั น ว่ า จั กเหล่านัน ภิกษุเหล่านันเรียนพระกรรมฐานในส�านักพระ ้ ้ กราบทูลคุณทีตนได้บรรลุแล้วแด่พระศาสดา จึงพากัน ่ ม.จ.หญิง วุฒเิ ฉลิม วุฒชย เสด็จเป็นองค์ประธาน พร้อมพสกนิกรชาววัดไทยฯ ดี.ซี. เพือร่วมบันทึกวิดโอพิธถวายพระพรชัยมงคล ิั ่ ี ี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว เนืองในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ณ วัดไทยฯ ดี.ซี. วันที่ 19 พ.ย. 2554 ่ั ่
  • 37. แสงธรรม 34 Saeng Dhammaออกจากปัจจันตคาม ถึงพระเชตวันมหาวิหารโดยล�าดับ กาล เพราะความที่ตนเป็นผู้มีความเพียรย่อหย่อน จึงเก็บบาตรและจีวรเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าพบอาจารย์และ กระท�าอันตรายการเดินทางของพวกเธอ แม้ในกาลพระอุปัชฌาย์ ปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระตถาคตเจ้า พา ก่อน ภิกษุนกได้ทาอันตรายการเดินทางของพวกเธอมา ี้ ็ �กันไปยังส�านักของพระศาสดา ถวายบังคมแล้วนั่งเฝ้า แล้วเหมือนกัน ภิกษุเหล่านันกราบทูลอาราธนา จึงทรง ้อยู่ พระศาสดาได้ทรงกระท�าปฏิสันถารด้วยพระด�ารัส น�าเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-อั น ไพเราะกั บ ภิ ก ษุ เ หล่ า นั้ น ภิ ก ษุ เ หล่ า นั้ น ได้ รั บ ในอดีตกาล พระโพธิสตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ ัปฏิสนถารแล้ว จึงได้กราบทูลคุณทีตนได้บรรลุแล้ว แด่ ั ่ ทิศาปาโมกข์ ให้มาณพ ๕๐๐ คน เล่าเรียนศิลปะอยู่ในพระตถาคต พระศาสดาทรงสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น เมืองตักสิลา แคว้นคันธาระ ครั้นวันหนึ่งมาณพเหล่าพระกุ ฎ ุ ม พิ ก ปุ ต ตติ ส สเถระเห็ น พระศาสดาตรั ส นันพากันเข้าไปป่าเพือหาฟืน รวบรวมฟืนไว้ ในระหว่าง ้ ่สรรเสริญคุณของภิกษุเหล่านัน แม้ตนเองก็ประสงค์จะ ้ มาณพเหล่านั้น มีมาณพผู้เกียจคร้านอยู่คนหนึ่ง เห็นบ�าเพ็ญสมณธรรมบ้าง ฝ่ายภิกษุทั้งหลายแม้เหล่านั้น ต้นกุ่มใหญ่ส�าคัญว่าต้นไม้นี้เป็นต้นไม้แห้ง คิดว่า นอนกราบทูลพระศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้า เสียชั่วครู่หนึ่งก่อนก็ได้ ทีหลังค่อยขึ้นต้นหักฟืนทิ้งลงพระองค์จักไปอยู่ที่ชายป่านั้น พระศาสดาทรงอนุญาต หอบเอาไป จึงปูลาดผ้าห่มลงนอนกรนหลับสนิท ส่วนแล้ว พวกภิกษุเหล่านัน ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ได้ ้ มาณพนอกนี้ พากันผูกฟืนเป็นมัด ๆ แล้วแบกไป เอาพากันไปสู่บริเวณ ครั้งนั้น พระกุฎุมพิกปุตตติสสเถระ เท้ากระทืบมาณพนั้นที่หลับปลุกให้ตื่น แล้วพากันไป นั้น บ�าเพ็ญเพียรจัดในระหว่างเวลารัตติกาล บ�าเพ็ญ มาณพผูเ้ กียจคร้านลุกขึนขยีตาจนหายง่วงแล้วก็ปนขึน ้ ้ ี ้สมณธรรมโดยรีบเร่งเกินไป พอถึงเวลามัชฌิมยาม ทัง ๆ ้ ต้นกุม จับกิงเหนียวมาตรงหน้าตน พอหักแล้วปลายไม้ ่ ่ ่ที่ยืนพิงแผ่นกระดานส�าหรับพัก หลับไป กลิ้งตกลงมา ที่ลัดขึ้นก็ดีดเอานัยน์ตาของตนแตกไป เอามือข้างหนึ่งกระดูกขาของท่านแตก เกิดเวทนามากมาย เมื่อภิกษุ ปิดตาไว้ ส่วนข้างหนึ่งหักฟืนสด ๆ ลงจากต้น มัดเป็นเหล่านั้นต้องช่วยปฏิบัติเธอ การเดินทางก็ชะงัก ครั้ง มัดแบกไปโดยเร็ว เอาไปทิ้งทับบนฟืนที่พวกมาณพนั้น พระศาสดาถามภิกษุเหล่านั้น ผู้พากันมาในเวลา เหล่านั้นกองกันไว้แล้วอีกด้วยเป็นที่บ�ารุงว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอบอกลา ในวันนั้น ตระกูลหนึ่งจากบ้านในชนบท นิมนต์เมือวานว่า จะพากันไปในวันพรุงนี มิใช่หรือ? ภิกษุเหล่า ่ ่ ้ อาจารย์ไว้วา พรุงนี พวกกระผมจักกระท�าการสวดมนต์ ่ ่ ้นั้นกราบทูลว่า เช่นนั้นพระเจ้าข้า ก็แต่ท่านพระติสส พราหมณ์ อาจารย์จึงกล่าวกับพวกมาณพว่า พ่อทั้งเถระบุตรกุฎมพี สหายของข้าพระองค์ทงหลาย เธอท�า ุ ั้ หลาย พรุ่งนี้ ต้องไปถึงหมู่บ้านต�าบลหนึ่ง แต่พวกเธอสมณธรรมอย่างรีบเร่งในเวลามิใช่กาล ถูกความง่วง ไม่ได้กินอาหารก่อน จักไม่อาจไปได้ ต้องให้เขาต้มข้าวครอบง�า กลิ้งตกลงไป กระดูกขาแตก เพราะเธอเป็น แต่เช้าตรูไปทีนน ถือเอาส่วนทีตนจะต้องได้รบ และส่วน ่ ่ ั่ ่ ัเหตุ พวกข้าพระองค์จึงจ�าต้องงดการเดินทาง พระ ที่ถึงแก่เรา แล้วรีบพากันกลับมาเถิด พวกมาณพเหล่าศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้ นั้น ปลุกนางทาสีให้ลุกขึ้นต้มข้าวต้มแต่เช้าตรู่ สั่งว่า เท่านั้น ที่ภิกษุนี้รีบเร่งกระท�าความเพียรในเวลามิใช่ เจ้าจงรีบต้มข้าวต้มให้แก่พวกเราโดยเร็ว นางทาสีนั้น
  • 38. แสงธรรม 35 Saeng Dhammaไปหอบฟืน ก็หอบเอาฟืนไม้กุ่มสดไป แม้จะใช้ปากเป่า ในบัดนีเ้ ท่านัน ทีภกษุนกระท�าอันตรายต่อการเดินทาง ้ ่ ิ ี้ลมบ่อย ๆ ก็ไม่อาจให้ไฟลุกได้ จนดวงอาทิตย์ขึ้นพวก ของพวกเธอ แม้ในครั้งก่อนก็ได้กระท�าแล้วเหมือนกัน มาณพเห็นว่าสายนักแล้ว ดังนี้ ทรงน�าพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงสืบอนุสนธิ บัดนี้ พวกเราไม่อาจจะไปได้ จึงพากันไปส�านัก ประชุมชาดกว่า มาณพผู้ถึงแก่นัยน์ตาแตกในครั้งนั้น อาจารย์ ท่านอาจารย์ถามว่า พ่อเอ๋ย! พวกเจ้าไม่ได้ไป ได้มาเป็นภิกษุผู้กระดูกขาแตกในบัดนี้ มาณพที่เหลือกันดอกหรือ? พวกมาณพตอบว่า ขอรับ ท่านอาจารย์ มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพราหมณ์ผู้อาจารย์ได้มาเป็นพวกกระผมไม่ได้ไป อาจารย์ถามว่า เพราะเหตุไร? จึง เราตถาคต ฉะนี้แลตอบว่า มาณพเกียจคร้านคนโน่น ไปหาฟืนกับพวกผม ไปนอนหลับเสียที่โคนกุ่ม พอตื่นมาทีหลังจึงรีบขึ้นไป ไม้ลดเอาตาแตก หอบเอาไม้สด ๆ มาโยนไว้ขางบนฟืน ั ้ที่พวกผมหามา คนต้มข้าวขนเอาฟืนสด ๆ นั้นไปด้วยส�าคัญว่าเป็นฟืนแห้ง จนดวงอาทิตย์ขึ้นสูงก็ไม่อาจก่อไฟให้ลุกได้ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ท่านอาจารย์ฟังสิ่งที่มาณพกระท�าผิดพลาดแล้ว กล่าวว่า ความเสื่อมเสียเห็นปานนี้ย่อมมีได้ เพราะอาศัยกรรมของพวกอันธพาล แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :- กิจที่จะต้องรีบท�าก่อนผู้ใดใคร่จะท�าภายหลัง ผู้นันย่อมเดือดร้อนในภายหลัง เหมือนมาณพหักไม้กม ้ ุ่ ข้อความตามเนื้อเรื่องของ “วรุณชาดก” ว่าด้วยเดือดร้อนอยู่ ฉะนี้ ท�าไม่ถกขันตอน ก็จบลงเพียงเท่านี ในชาดกเรืองนี ครู ู ้ ้ ่ ้ อธิบายความว่า บุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง ไม่พิจารณาให้ สีฟังแล้วมีประเด็นที่ส�าคัญที่พระพุทธองค์ทรงเน้นให้ถ่องแท้ว่า กิจนี้ต้องท�าก่อน กิจนี้ต้องท�าทีหลัง เอากิจ น�าไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในชีวิตทีตองท�าก่อน คือกรรมทีตองท�าทีแรกนันแหละ มากระ ่้ ่้ ้ ประจ�าวัน ได้แก่ประเด็นไหน ครูสพอจะสรุปมาให้หลวง ีท�าในภายหลัง บุคคลนันเป็นพาลบุคคล (คนพาล) ย่อม ้ ตาฟังได้ไหม ครูสีเดือดร้อน คือโศกเศร้าร�่าไห้ในภายหลัง เหมือนมาณพ ครูสี : กราบเท้าหลวงตาด้วยความเคารพอย่างสูง ของพวกเราผู้หักไม้กุ่มผู้นี้ ขอรับ ในชาดกเรื่องนี้ผมฟังโดยตลอดแล้ว ส่วนใหญ่ก็ พระโพธิสัตว์กล่าวเหตุนี้แก่เหล่าอันเตวาสิก ด้วย พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าจะให้ผมสรุปออกมาว่า ประเด็นประการฉะนี้ แล้วกระท�าบุญมีให้ทาน เป็นต้น ในกาล ทีสาคัญทีพระพุทธองค์ทรงเน้นให้นาไปประพฤติปฏิบติ ่� ่ � ัสุดท้ายแห่งชีวิตก็ไปตามครรลองของกรรมที่ท�าไว้แล้ว ในชีวิตประจ�าวันนั้น ผมก็จนด้วยเกล้า ไม่ทราบจะยกนั้นแล เอาประเด็นไหนมาถวายให้หลวงตาฟัง จึงหวังว่าหลวง พระบรมศาสดาตรัสว่าดูกอนภิกษุทงหลาย มิใช่แต่ ่ ั้ ตาคงเมตตาและขอถวายปัญหาประเด็นนี้คืนหลวงตา
  • 39. แสงธรรม 36 Saeng Dhammaเพื่ออรรถาธิบายต่อไป ขอรับ ท�ากิจที่ควรช้า แต่บางคนกิจที่ควรช้ากลับรีบท�า กิจที่ หลวงตา : เอาล่ะ! ครูสี ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจอะไร รีบท�ากลับท�าช้า อย่างนี้ก็เรียกว่า ท�าไม่ถูกต้องตามขั้นดอกนะ หลวงตาจะเมตตาครูสีตามที่เคยท�ามาแล้วทุก ตอนเช่นเดียวกัน เพื่อให้กจการทีต้องท�าด�าเนินไปด้วย ิ ่ๆ ครั้ง หวังให้ครูสีได้ท�าประโยชน์แก่คนในสังคมต่อไป ความเรียบร้อย ไม่เกิดปัญหาอะไร ก็ต้องท�าตามนัยยะในชาดกเรื่องนี้ ประเด็นที่พระพุทธเจ้าทรงเน้นเป็น ของธรรมภาษิตว่า :-พิเศษนั้น ก็ได้แก่ประเด็นเรื่อง “กาลเวลา” ในการ โย ทนฺธกาเล ตรติ ตรณีเย จ ทนฺธเยประกอบหน้าที่กิจการงานของแต่ละคน คือคนเรา อโยนิโส ส�วิธาเนน พาโล ทุกข� นิคจฺฉติ.แต่ละคนนี้ ต่างก็มีหน้าที่มีกิจการงาน ที่จะต้องท�าใน ผู้ใดรีบในกาลที่ควรช้า และช้าในกาลที่ควรรีบชีวตประจ�าวันกันอยูแล้ว เราก็ตองท�าหน้าทีกจการงาน ิ ่ ้ ่ิ คนนั้นเป็นคนโง่ ย่อมถึงซึ่งความทุกข์ เพราะการจัดนั้น ๆ ให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกิจการนั้น กิจอะไร ท�าโดยไม่แยบคายกิจอะไร เรื่องอะไร จะต้องท�าก่อน ก็ต้องท�าก่อน กิจ โย ทนฺธกาเล ทนฺเธติ ตรณีเย จ ตารเยอะไร เรื่องอะไร หน้าที่อะไรควรท�าทีหลัง ก็ควรท�า โยนิโส ส�วิธาเนน สุข� ปปฺโปติ ปณฺฑิโต.ทีหลังในประเด็นนี้ต้องเอาใจใส่ให้ดี อย่าผลีผลามท�า ผูใดช้าในกาลทีควรช้า และรีบในกาลทีควรรีบ ผู้ ้ ่ ่อะไร ตามความชอบใจ เช่นกิจทีควรท�าก่อน กลับไปท�า ่ นั้นเป็นผู้ฉลาด ย่อมถึงสุข เพราะการจัดท�าโดยทีหลัง กิจที่ควรท�าทีหลัง กลับไปท�าก่อน อย่างนี้เรียก แยบคายว่า เป็นการท�ากิจที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอน อีกประการ ตามธรรมภาษิตทีกล่าวข้างบนทังสองนี ชีให้เห็นถึง ่ ้ ้ ้หนึ่ง กิจที่ควรรีบท�า ก็ต้องรีบท�า กิจที่ควรช้าก็ควรท�า การท�ากิจในกาลเวลาต่าง ๆ ของคนเรา จะเป็นกิจหรือช้าค่อยเป็นค่อยไปไม่ตองรีบ แล้วก็ระวังอย่าให้กลับกัน ้ เรื่องอะไรก็ตาม ต้องท�าให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกิจกิจไหนควรรีบ ก็ตองรีบ กิจไหนควรช้าก็ตองช้า อย่าให้ ้ ้ นั้น ๆ จึงจะให้เกิดประโยชน์นาความสุขมาให้ แต่ใน �กลับตาลปัตรกัน บางคนกิจที่ควรรีบท�าไม่ท�า กลับไป ทางตรงกันข้าม ถ้าท�าไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ก็ไม่เกิด
  • 40. แสงธรรม 37 Saeng Dhammaประโยชน์อะไร แถมยังน�าความทุกข์มาให้แก่ผู้ท�าอีก ดีอะไร ส่วนกาลเวลาในการท�าความชั่วนั้น อย่ารีบท�า ด้วย ตัวอย่างตามธรรมภาษิตข้างบนทั้งสองนั้น มีคน เพราะมันจะน�าความทุกข์มาให้ในภายหลัง เหมือนดังสองคน คนหนึ่งท�าอะไรก็ไม่ถูกต้องตามขั้นตอน คือรีบ มาณพคนหนึ่งในชาดกนี้ ที่อาจารย์สั่งให้ไปหาฟืนมาท� า ในกิ จ ที่ ค วรช้ า แล้ ว ก็ ท� า ช้ า ในกิ จ ที่ ค วรรี บ คน ท�าการหุงต้ม มาณพเกียจคร้านคนนี้ก็ไปกับเพื่อน ๆ ประเภทนี้เป็นคนโง่ คนพาล เป็นคนเขลาเบาปัญญา ด้วย แต่พอไปถึงที่หาฟืน บรรดาเพื่อน ๆ คนอื่นเขาก็ท�าอะไรโดยไม่แยบคาย ก็เลยกลายเป็นการน�าความ รีบท�าหน้าทีเ่ ก็บฟืนกัน เพราะเป็นกาลเวลาทีตองรีบหา ่้ทุกข์มาให้ตนเอง แต่อีกคนหนึ่ง ท�ากิจอะไรก็ถูกต้อง ฟืน แต่มาณพเกียจคร้านคนนี้กลับชะล่าใจ เห็นต้นกุ่มตามขั้นตอน คือท�าช้าในกิจที่ควรช้า และรีบท�าในกิจที่ ต้นหนึ่งร่มเงาดี ก็เลยคิดว่า เรานอนพักเสียก่อนแล้วควรรีบ คนประเภทนีเ้ ป็นคนฉลาด มีปญญา ท�ากิจอะไร ั ค่อยหาฟืนทีหลัง ก็เลยนอนหลับไปใต้ตนกุมนัน บรรดา ้ ่ ้โดยแยบคาย ย่อมน�าความสุขมาให้แก่ตนเอง เพื่อน ๆ เขาเก็บฟืนได้ก็พากันกลับ เห็นมาณพขี้เกียจ เรื่องรีบในกิจที่ควรรีบนี้ มีพระด�ารัสของพระพุทธ นอนหลับอยู่ จึงใช้เท้ากระทืบปลุกให้ตื่นขึ้น เขางัวเงียองค์ตรัสไว้ว่า “จงรีบลุกขึ้นท�าความยินดีในกัลยาณ ตื่นขึ้นมาเอามือขยี้นัยน์ตาให้หายง่วง แล้วก็ปีนต้นกุ่มธรรม คือธรรมที่ดีงามทั้งหลาย” เรื่องของความดีนี้ ใช้มือเหนี่ยวกิ่งกุ่มกิ่งหนึ่งกระทบนัยน์ตาตนเอง แล้วก็ต้องรีบท�าทันที รอช้าอยู่ไม่ได้ การท�าความดีอย่าผลัด หักได้กงกุมสดได้ตามต้องการ ตาลีตาลานกลับไปส�านัก ิ่ ่วันประกันเวลา ต้องรีบท�าในขณะนี้เดี๋ยวนี้ อย่าช้าเป็น วางฟืนสดไว้บนกองฟืนแห้งพวกมาณพที่กองไว้ก่อนอันขาด อย่าประมาทว่ารอไว้กอนแล้วค่อยท�าทีหลัง ถ้า ่ วันนั้น อาจารย์ท่านได้รับเชิญให้ไปท�าพิธีสวดมนต์คิดอย่างนีกอย่าหวังจะมีความเจริญก้าวหน้าในชีวต คิด ้็ ิ ทีหมูบานห่างไกล จึงสังบรรดามาณพลูกศิษย์ไปรับแทน ่ ่ ้ ่กันเสียใหม่ กาลเวลาในการท�าความดีนั้นแหละเป็น ให้ตนกันแต่เช้า ต้มข้าวต้มให้ทนก่อนอาทิตย์ขน มาณพ ื่ ั ึ้เรืองส�าคัญต้องรีบท�า ในขณะนีและเดียวนี้ อย่าให้กาล ่ ้ ๋ ลูกศิษย์ของอาจารย์สั่งแม่ครัวให้ลุกขึ้นต้มข้าวต้มแต่เวลาในการท�าดีล่วงไปเปล่า ๆ โดยที่เราไม่ได้ท�าความ เช้าเพื่อให้ทันไปรับทานที่ชาวบ้านเขาเชิญไว้ แม่ครัวก็ คุณตี-๋ คุณน้อย-น้องวุยหมิง ท�ำบุญ 100 วัน ถวำยภัตตำหำรเพลและบังสุกลอุทศส่วนบุญส่วนกุศลให้คณย่ำตังฮวง โง้ว 19 พ.ย. 2554 ่ ุ ิ ุ
  • 41. แสงธรรม 38 Saeng Dhammaตืนแต่เช้ารีบน�าฟืนมาก่อไฟเพือต้มข้าวต้ม แต่แม่ครัวก็ ่ ่ การท�ากิจ ตามขั้นตอน แน่นอนละไปคว้าเอาฟืนสดที่มาณพเกียจคร้านคนนั้นวางไว้ข้าง เป็นค�าเตือน ของพระ ที่ท่านสอนบนมาก่อไฟ ก่ออย่างไรไฟก็ไม่ติด เพราะฟืนมันสด ก็ ให้ทุกคน ท�ากิจ ตามขั้นตอนเลยอดที่จะไปรับทาน อาจารย์จึงกล่าวต�าหนิมาณพที่ เป็นค�าสอน มีค่า น่าเชิดชู ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์เมธี จึงเตือนตักเกียจคร้านคนนั้นว่า เป็นคนท�ากิจไม่ถูกต้องตามขั้น ให้ทุกคน ตระหนัก ในค�าสอนตอน คือท�าช้าในกิจที่ควรรีบท�า ก็เลยน�าความทุกข์มา ของสมเด็จ พระศาสดา ชินวรให้ในภายหลัง ดังมาณพเกียจคร้านคนนี้แล พระองค์สอน เพื่อความสุข ของทุกคน กิจอะไร ควรรีบ ให้ท�าก่อน ถ้าทุกคน ท�าตาม ดังกล่าวนี้อย่าผัดผ่อน รอไว้ ในภายหลัง ก็เป็นศรี เสริมสร้าง ทางกุศลให้รีบท�า นั่นแหละดี มีพลัง น�าความสุข ความเจริญ มาสู่ตนจะสมหวัง น�าความสุข มาสู่ตน เพราะเหตุผล ท�าถูกต้อง ตามครองธรรม ขอเชิญชวน มวลประชา พากันคิด คนท�ากิจ ที่ควรท�า ท�าทันที ประกอบกิจ ที่ควรรีบ ก็รีบท�าเป็นผลดี แน่นอน สะท้อนผล อย่าท�าผิด ขั้นตอน จะบาปกรรมจะน�าสุข มาให้ แก่ตัวตน แล้วจะน�า ความทุกข์ มาสู่ตนเพราะเหตุผล ที่ท�า ตามขั้นตอน ขอขอบพระคุณ ผู้ร่วมท�ำบุญทอดกฐินสำมัคคี ปี ๒๕๕๔ พระสงฆ์และคณะกรรมการจัดงาน กฐินวัดไทยฯ ดี.ซี. ประจ�าปี ๒๕๕๔ ขอเรียนให้ท่านผู้มีอุปการ คุณทั้งหลายทราบว่าการจัดงานครั้งนี้ ประสบความส�าเร็จเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะว่าได้รับความร่วมมือร่วม แรงเป็นอย่างดีจากคณะกรรมกำรฯ ผูปกครอง-นักเรียน ครูดนตรีและนำฏศิลป์ พีนองพุทธศำสนิกชน สมำคม ้ ่้ และร้ำนอำหำรไทยต่ำง ๆ ที่มาร่วมงาน และให้ความอุปถัมภ์ในการจัดงานดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณกุลชำติ-คุณกัญญำ สว่ำงโรจน์, คุณแม่จรัสศรี-คุณวิรัตน์ สุขสมอรรถ คุณเรณู เบนเนท (BENNETT) คุณวทัญญู สกุลสม ที่เป็นประธำนทอดกฐินสำมัคคีในปีนี้ ได้ยอดปัจจัยทั้งสิ้น $141,904.99 เพื่อสมทบทุนสร้ำง “อำคำร ๘๐ ปี หลวงตำชี” พระสงฆ์และคณะกรรมการจัดงานฯ ขอเจริญพรขอบคุณ ขอบใจ ครู-นักเรียนดนตรี-นำฏศิลป์ ร้ำน อำหำร ผู้มีอุปกำรคุณทั้งหลำย และทุก ๆ คณะ ที่มำตั้งโรงทำน ทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมือ เสียสละทั้งแรง กาย แรงใจ และก�าลังทรัพย์ เพือให้งานส�าเร็จลุลวงไปด้วยดี หากมีสงใดขาดตกบกพร่อง ต้องขออภัยมา ณ โอกาส ่ ่ ิ่ นี้ด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับแรงศรัทธาสนับสนุนจากทุกท่านอีกเช่นเคยในบุญกฐินปีต่อ ๆ ไป ขออ�านาจคุณพระศรีรัตนตรัย บารมีหลวงพ่อพุทธมงคลวิมลดีซี หลวงพ่อด�า จงปกปักรักษาให้ทุกท่านมี พลานามัยสมบูรณ์ มีความสุขกายสบายใจ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ค้าขายร�่ารวยยิ่ง ๆ ขื้นไปเทอญ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.
  • 42. แสงธรรม 39 Saeng Dhamma ท่ อ งแดนพระพุ ท ธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ณ ประเทศศรีลังกา ตอน : วิหารราชคีรี แห่งภูเขาดัมบุลลา เรื่องและภาพ โดย.. ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี t_inthisan@hotmail.com ต่อจากฉบับที่แล้ว� วิหารราชคีรี แห่งภูเขาดัมบุลลา แสดงว่ามีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาริกแสวง (Dambulla or Golden Temple) บุญ ปีหนึง ๆ คงหลายหมืนคน และท�ารายได้เป็นกอบเป็น ่ ่ ก�าแก่วัด เหมือนอย่างวัดในเมืองไทย ที่มีพระพุทธรูป วัดดัมบุลลา เป็นชื่อของวัดถ�้าพระ หรือ โกลเด้น ศักดิสทธิ์ หรือ สถานทีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ทีเราเห็น ์ิ ่ ่เทมเปิล (Dambulla or Golden Temple) เป็นชือทีรจก อยู่ทุก ๆ ภาคในประเทศไทย ่ ่ ู้ ักันในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งเป็นจุดส�าคัญส�าหรับนักจาริกแสวงบุญเมื่อมาถึงศรีลังกา เหมือนกับการเดินทาง � เปิดต�านานวิหารถ�้าพระไปอินเดีย ถ้าไปไม่ถึงถ�้าอชันต้า เอลโลร่า ก็เรียกว่าเที่ยว ความมหัศจรรย์ทสรรสร้างด้วยน�้ามือของมนุษย์ และความ ี่ยังไม่ครบสถานที่ส�าคัญทางพระพุทธศาสนา ศรัทธาเปี่ยมล้นในพระพุทธศาสนา ถ�้าดัมบุลลา ได้เตือน คณะของพวกเราออกเดิ น ทางจากพระราชวั ง ความทรงจ�าในอดีตนับเป็นเวลาเนิ่นนานหลายศตวรรษลอยฟ้าบนยอดภูเขาสิครยา ซึงอยูหางกันแค่ ๑๙ กิโลเมตร พืนทีสเี ขียวด้วยป่าไม้เมืองร้อนทีอดมสมบูรณ์มากกว่า ๕๐ ิิ ่ ่ ่ ้ ่ ุ่หลังจากฉันภัตตาหารเพลและให้ญาติโยมรับประทาน เอเคอร์รอบ ๆ ภูเขาถ�้าพระนี้ เคยเป็นสถานที่จ�าพรรษาอาหารกลางวันแล้ว พวกเราเดินทางมาถึงวัดดัมบุลลา ซึ่ง และศึกษาพระธรรมวินัยของพระภิกษุสงฆ์ และภิกษุณีมองเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปิดทองเหลืองอร่าม ปาง สงฆ์ ซึ่งมีการติดต่อกับโลกภายนอกน้อยมาก เพราะท่านแสดงธรรมเทศนาอยู่ที่เชิงเขาพอเข้าไปในบริเวณวัดแล้ว เหล่านั้นมุ่งปฏิบัติจิตภาวนาเป็นหลักจึงได้สงเกตเห็นว่าทีใต้ฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่นเี้ ป็นห้อง ั ่ ตามหลักฐานทางโบราณคดีได้ยนยันว่าถ�้าดัมบุลลา ือเนกประสงค์ถึง ๒ ชั้นสามารถจุคนได้เป็นพัน และ เป็นสถานทีทเคารพศรัทธาของมหาชนมาหลายยุค หลาย ่ ี่สามารถท�ากิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสบาย ก็นับว่าวัดนี้มี สมัย และมีชื่อเสียงทางด้านประดิษฐานพระพุทธรูปสุดศักยภาพในการสร้างถาวรวัตถุใหญ่ ๆ โต ๆ ได้อย่างดี คณนา ตั้งแต่สมัยที่เมืองอนุราธปุระ เป็นเมืองหลวงแห่ง
  • 43. แสงธรรม 40 Saeng Dhammaแรกของศรีลังกา ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ถ�้า มัลละแห่งนครโปโลนนารุวะ ทีทรงบัญชาให้สร้างพระพุทธ ่พระพุทธรูปเหล่านี้ พระราชา มหากษัตริย์ และเหล่าเสนา รูปภายในถ�้า และพระองค์ได้เสด็จมาประกอบพิธีกรรมอ�ามาตย์ รวมถึงพระสงฆ์ได้สร้างอุทิศถวายไว้ในพระพุทธ ทางพระพุทธศาสนาเป็นประจ�า ต่อมาได้มกษัตริยอกหลาย ี ์ีศาสนา พระองค์ได้ให้การอุปถัมภ์ จนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ในปัจจุบนการมาเยียมชมถ�้าพระพุทธรูปแห่งนีตอง ั ่ ้้ ปัจจุบันที่เห็นระเบียงมุขหน้าถ�้านั้นสร้างขึ้นในปี ค.ศ.ปีนภูเขาหินจากพื้นราบ ความสูงประมาณ ๑๐๐ ฟุต และ ๑๙๓๘ ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนัง และเพดานถ�้านั้นเป็นถ้าวัดจากระดับน�้าทะเล ภูเขาลูกนี้มีความสูงประมาณ ฝีมือของศิลปินหลายร้อยคน ต่างยุค ต่างสมัยกัน ได้๖๐๐ ฟุต พวกเราเดินขึ้นบันไดด้านหน้าวัดตรงใกล้ฐาน ถ่ายทอดงานศิลปะลงบนผนังถ�้าเล่าเรื่องราวในอดีตทั้งพระพุทธรูปใหญ่ ขณะทีเ่ ดินขึนไปมีเด็กนักเรียนชาวสิงหล ้ ภาพพุทธประวัติ และเหตุการณ์สาคัญ ๆ ทางพระพุทธ �กลุ่มใหญ่เดินทางมาทัศนศึกษาเช่นกัน ทุกคนทั้งผู้หญิง ศาสนาในศรีลังกาผูชายเดินถอดรองเท้าเข้าวัด ทัง ๆ ทีพนหินและพืนซีเมนต์ ้ ้ ่ ื้ ้บางแห่งร้อนมากจนเท้าแทบพอง แต่เด็ก ๆ ก็เดินหิ้วรองเท้าด้วยความเคารพประเพณีของศรีลังกา พวกเราเห็นแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ในประเพณีที่เคร่งครัด พวกเราเดินขึนไปเป็นกลุมทังพระสงฆ์ และฆราวาส ้ ่ ้เหนื่อยนักก็พักก่อน ตามรายทางขึ้นเขา ก็มีพ่อค้าน�าของทีระลึกมาขายต้อนรับนักท่องเทียวด้วย ส่วนใหญ่กจะเป็น ่ ่ ็หินสีต่าง ๆ และพระพุทธรูปทรงลังกา พระพักตร์อิ่มเอิบน่าเลื่อมใส แกะด้วยหินทรายสีขาวฝีมือละเอียดประณีตบางคนบอกว่าเป็นการแกะบล๊อกหินทรายอัดจากแม่พมพ์ ิท�าในโรงงาน แต่อย่างไรข้าพเจ้าก็จบแล้ววางไม่ลง ซึงก็ไม่ ั ่ ส่ ว นรู ป ปั ้ น ซึ่ ง มี ข นาด และท่ า ทางต่ า ง ๆ มี ทั้ งแพงนัก คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ ๓๐๐ บาท ก็เลย พระพุทธรูป รูปปั้นพระโพธิสัตว์ รูปปั้นเทพบุตร และอุดหนุนพ่อค้าชาวสิงหล ที่เดินตื้อจนข้าพเจ้าใจอ่อน เทพธิดา ตลอดถึงพระสงฆ์สาวก และรูปกษัตริย์ผู้สร้าง แต่ พ อขึ้ น มาบนรถ มี ก ารยกขึ้ น มาโชว์ แ ละอ้ า ง พระพุทธรูปเหล่านี้ พื้นที่ของภาพจิตรกรรมฝาผนังในสรรพคุณของฝีมอ และเนือหิน ท�าให้หลาย ๆ คนสนใจขอ ื ้ ถ�้าเหล่านี้กินเนื้อที่ถึง ๒๕,๐๐๐ ตารางฟุต ซึ่งนับว่าเป็นซื้อต่อ แต่ก็เสียใจด้วยเพราะว่าซื้อมาองค์เดียว และตั้งใจ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย และเก่าแก่จะเชิญท่านมาอเมริกาด้วย ญาติโยมทีตองการก็เลยอด ไม่ ่้ ที่สุดในโลกเป็นไรเอาไว้คราวหน้าคงจะมีมาขายอีก ข้าพเจ้าปลอบ วิหารถ�้าราชคีรี นี้มีทั้งหมด ๕ ถ�้าด้วยกัน ถ�้าแรกมี ถ�้ า พระพุ ท ธรู ป แห่ ง ดั ม บุ ล ลานี้ มี ชื่ อ เรี ย กเป็ น พระพุทธรูป ปางปรินพพานองค์ใหญ่ และรูปพระอานนท์ ิทางการว่า “ราชคีรีวิหาร” หรือ วัดถ�้าเขาหลวง เพราะ พุทธอุปัฏฐากยืนประนมมืออยู่ใกล้พระบาท และมีรูปความยิ่ ง ใหญ่ แ ห่ ง ถ�้ า พระนี้ และเป็ น ที่ จ ารึ ก ทาง พระพุทธรูปองค์เล็กอีก ๔ องค์ นอกจากนั้นยังมีรูปพระประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ มี วิษณุ ซึงเป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดู แต่ชาวพุทธสิงหลก็ให้ ่บันทึกเป็นหลักฐานปรากฏพระนาม พระเจ้านิสสังคะ ความเคารพนับถือเช่นกันกับคนไทยไหว้พระพรหมในบ้าน
  • 44. แสงธรรม 41 Saeng Dhammaเมืองเรา รวมแล้วมีรูปปั้นทั้งหมด ๗ องค์ ที่อยู่ภายในถ�้านี้ ถ�้าที่สาม ด�าเนินการสร้างโดยกษัตริย์แห่งนครแคนถ�าทีสอง มีรปปันทังหมด ๖๐ องค์ ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธ ้ ่ ู ้ ้ ดี้ โดยได้รับค�าแนะน�าจากพระภิกษุรูปหนึ่ง ถ�้านี้มีเพดานรูปขนาดต่าง ๆ ทั้งยืน และนั่งขัดสมาธิ นอกนั้นก็เป็นรูป สูงถึง ๓๐ ฟุต และ มีพระพุทธรูปทั้งยืน และนั่งขัดสมาธิปั้นพระโพธิสัตว์ นัฏฐา, พระศรีอริยเมตไตยโพธิสัตว์ เทพ จ�านวนถึง ๕๐ องค์ รวมทั้งรูปปั้นของกษัตริย์ผู้สร้างเท่าอุปลวัน เทพสมัน (เทวดาผูปกปักรักษาของชาวสิงหล) รวม ั ้ องค์จริงด้วยทั้งรูปปั้นพระเจ้าวัลลากัมปะ และพระเจ้านิสสังคะ มัลละ ถ�้ า ที่ สี่ เป็ น ถ�้ า ขนาดเล็ ก แต่ มี เ อกลั ก ษณ์ เ ฉพาะด้วย ถ�้านี้มีความส�าคัญเป็นพิเศษเพราะมีภาพจิตรกรรม ภายในมีทั้งพระพุทธรูปยืน และนั่งขนาดต่าง ๆ ที่ส�าคัญฝาผนังที่น่าสนใจหลายภาพ และหลาย ๆ เหตุการณ์ เช่น คือ มีรปปันองค์เจดียขนาดเล็กอยูภายในถ�าด้วย มีเรืองเล่า ู ้ ์ ่ ้ ่ภาพพุทธประวัติ ตอนทีพระองค์ตรัสรู้ ภาพเหตุการณ์ตอน ่ ว่า วันหนึงพระเจ้าวัลลากัมปะ เสด็จมาไหว้พระในยุคแรก ่พระเจ้าวิชัย เสด็จขึ้นเกาะลังกา และการยอมรับนับถือ มี แ ต่ พ ระพุ ท ธรู ป นั่ ง และพระพุ ท ธรู ป ยื น แต่ ยั ง ไม่ มีพระพุ ท ธศาสนาอย่ า งเป็ น ทางการ การปลู ก ต้ น พระ พระพุทธรูปนอน พระองค์รบสังให้ชางขุดเจาะถ�้าและแกะ ั ่ ่ศรีมหาโพธิ์ และภาพการสู้รบต่อต้านผู้รุกรานประเทศ พระนอนให้เสร็จภายในคืนเดียว วันรุ่งขึ้นพระราชาเสด็จเป็นต้น มาไหว้ พ ระอี ก เปิ ด ประตู ถ�้ า เข้ า ไปทอดพระเนตรเห็ น พระพุ ท ธรู ป นอน(ปริ นิ พ พาน) ได้ สั ก การะกราบไหว้ สมปรารถนา และมีบัญชาให้น�าเอาเศษหินที่แกะพุทธรูป นั้นมาก่อเป็นเจดีย์ไว้ในถ�้าที่สี่นี้ ส่วนถ�้าที่ห้า เป็นถ�้าที่ขุดเจาะขึ้นใหม่ ภายในถ�้ามี พระพุทธรูปนอน และห้อมล้อมด้วยพระพุทธนังและรูปปัน ่ ้ เทพเทวาทังหลาย อันประกอบด้วย เทพกาตรคาม และเทพ ้ ภัณฑาระ รวมถึงรูปปันพระวิษณุ ซึงเป็นเทพเจ้าผูบรรเทา ้ ่ ้ ทุกข์เข็ญแก่ประชาชนทีนบถือทังพุทธและพราหมณ์ ่ ั ้ พวกเราเดินชมถ�้าทั้งหมดและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก จนเป็นที่ประทับใจแล้ว ได้เวลาท�าวัตรเย็นพอดี หลวงพ่อ จุดทีนาสนใจทางธรรมชาติอกอย่างหนึงของถ�านีคอ ่ ่ ี ่ ้ ้ื ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้นาสวดมนต์ทาวัตรเย็นทีหน้า � � ่รอยแยกของหินเพดานถ�้าอันเกิดจากการเคลื่อนตัวของ ถ�้าด้านนอก ด้วยบรรยากาศที่ร่มเย็นเป็นธรรมชาตินั่งบนเปลือกโลก ท�าให้มีน�้าขังและไหลหยดลงสู่พื้นถ�้าภายในมี พืนหินทีมรมไม้บดบังแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเย็น บางครัง ้ ่ี่ ้โอ่งใบใหญ่ตั้งรองรับน�้าที่หยดลงมาไม่ขาดสาย ท�าให้เต็ม มีลมโชยพัดมาเย็นสบายหายร้อน เรียกว่า “เย็นร่างกายเปี่ยมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่าเป็นน�้า เมื่อได้อาศัยร่ม เย็นอารมณ์เมื่อได้ฟังธรรมน�าวิถี เย็นศักดิสทธิได้นาไปใช้ในการประกอบพิธสาคัญ ๆ ทางศาสนา ์ิ ์ � ี� ดวงจิ ต เมื่ อ ได้ ป ฏิ บั ติ ดี เพราะเรามี ห ลวงพ่ อ ดี ช ่ ว ยตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ และจิตรกรได้วาดภาพปลา น�าทาง”ขนาดใหญ่เล็ก ว่ายวนอยู่รอบ ๆ รอยแยกที่มีน�้าหยดบน อ่านต่อฉบับหน้าเพดานถ�้าด้วยอารมณ์แห่งสุนทรียศาสตร์ที่สมจริง
  • 45. แสงธรรม 42 Saeng Dhamma สารธรรมจาก...พระไตรปิฎก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๗๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ย่อมได้บุญเป็นอันมาก พระผูมพระภาคเจ้าผูพระสุคตศาสดา ครันตรัส ้ี ้ ้ ไวยากรณ์ภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ ต่อไปอีกว่า มาตุโปสกสูตร : “บุ ค คลใดเลี้ ย งมารดาและบิ ด าโดยธรรม เพราะการบ�ารุงมารดาและบิดานั่นแล บัณฑิตย่อม การเลี้ยงดูมารดาบิดา สรรเสริญบุคคลนั้นในโลกนี้ทีเดียว บุคคลนั้นละไป จากโลกนี้แล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์” เมือพระผูมพระภาคเจ้าตรัสเช่นนีแล้ว มาตุโปสก ่ ้ี ้ พราหมณ์ ได้กราบทูลพระผูมพระภาคเจ้าว่า ท่านพระโคดม ้ี ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระโคดม ภาษิตของ พระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดย อเนกปริยาย ดุจหงายภาชนะที่คว�่า เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในทีมด ด้วยหวัง ่ ื ว่า คนมีจกษุจะมองเห็นรูปได้ ข้าแต่ทานพระโคดม ข้า ั ่ พระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้ากับพระธรรมและ พระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระองค์ทรงจ�าข้าพระองค์ ครั้งนั้น มาตุโปสกพราหมณ์ผู้เลี้ยงมารดา ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะจนตลอดเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ สนทนา ชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปปราศรัยกับพระผูมพระภาคเจ้า ครันผ่านการปราศรัยกัน ้ี ้ตามธรรมเนียมแล้ว นัง ณ ทีควรส่วนข้างหนึง มาตุโปสก ่ ่ ่ กลุ่มพลังศรัทธาพราหมณ์นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูล ขอขอบพระคุณผู้บริจาคร่วมท�าโรงทานพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านพระโคดมผู้เจริญ ข้าพเจ้า งานกฐินสามัคคี วัดไทยฯ ดี.ซี. ปี ๒๕๕๔แสวงหาภิกษาโดยธรรม แล้วเลี้ยงมารดาและบิดา คุณติซึ่งมีเจ้าภาพต้นศรัทธาประกอบด้วย ๋ว เกาฏีระ $100 คุณตุ่น $100ข้าพเจ้าท�าเช่นนี้ ชื่อว่าท�ากิจที่ควรท�าหรือไม่ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม $50 คุณอิ๋ว $50 พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ชอบยิ่ง พราหมณ์ คุณป้าน้อย $20 คุณปลา $20ท่านท�าดังนี้ ชื่อว่า ได้ท�ากิจที่ควรท�าแล้ว ด้วยว่า ผู้ใด และขออนุโมทนาบุญกับผูรวมบริจาคท�าบุญ ้่แสวงหาภิกษาโดยธรรมแล้ว เลียงมารดาและบิดาผูนน ต้นผ้าป่า ได้จ�านวนเงินทั้งหมด $95 ้ ้ ั้
  • 46. แสงธรรม 43 Saeng Dhamma อนุโมทนาพิเศษ / Special Thanks คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ขออนุโมทนาแด่สาธุชนทุก ๆ ท่าน ทีมจตศรัทธาถวาย ่ีิ ภัตตาหารเช้า-เพล บริจาคสิงของ เสียสละแรงกาย แรงใจ ก�าลังสติปญญา และความสามารถเท่าทีโอกาสจะอ�านวย ่ ั ่ ช่วยเหลือกิจกรรมของวัดด้วยดีเสมอมา ท�าให้วดของเรามีความเจริญรุงเรืองก้าวหน้ามาโดยล�าดับ โดยเฉพาะทุก ั ่ ท่านทีมสวนร่วมในงานวันส�าคัญต่าง ๆ ของทางวัด จึงประกาศอนุโมทนากับทุก ๆ ท่านมา ณ โอกาสนี้ ่ี่� ณศรวัลย์ -รรินทิพย์ ฐิติณัฐชนน และครอบครัว ถวายข้าวสาร, น้ำาดื่ม 1 เคส, เปเป้อทาวน์ 1 แพ็ค, ทิซซู่ 1 แพ็ค คุ� ณพรรณสุดา ดวงศิริ และครอบครัว ถวายน้ำาดื่ม 1 เคส, ทิซซู่, กระดาษเช็ดมือ/ปาก, ซ้อน, ส้อมพาลาสติก คุ� คุณภัสสิริ วภวชธนกุล และครอบครัว ถวายข้าวสาร 1 ถุง, เทียน 1 ชุด, จานพลาสติก 1 ชุด, ส้อมพลาสติก 1 ชุด, กระดาษเช็ดปาก� Jatamat - Jastin Womack ทำาบุญถวายยา, จานโฟม, ช้อน, แน็ปกิ้น, น้ำาตาล, สแน็ค� คุณ John - คุณสุดารัตน์ ทำาบุญถวายสังฆทาน-จีวร� คุณ Andy Ruenarom ทำาบุญถวายสังฆทาน-จีวร� คุณปีเตอร์-คุณน้อย-น้องวุ่ยหมิง เลียน ทำาบุญอุทิศ 100 วันให้คุณแม่ตังฮวง โง้ว ถวายแน็ปกิ้น 2 แพ็ค, ทิซซู่ 12 กล่อง, น้ำาดื่ม 3 เคส, ข้าวสาร 2 ถุง, น้ำายาซักผ้า 2 แกลลอน, จานโฟม 400 ใบ, ช้อนส้อม 500, Clorox wipes 8 pack, น้ำายาล้างจาน 1 แกลลอน, ถุงขยะ 1 แพ็ค, ยา, ผ้าเช็ดมือ, ถุงเท้า, ถ่านไฟฉาย, กาแฟสำาเร็จรูป, Air wick 2 เคส, Lyson 1 ขวด, Scotch brite, Coolmint, Natural Herb, Listerine 2 ขวด และอื่น ๆ� ครอบครัว หาญศุภิชน ทำาบุญอุทิศ 7 วันให้คุณพ่อธำารง หานศุภิชน ถวายน้ำา 4 เคส, ช้อน-ส้อม อย่างละ 500, เปเป้อร์ทาวน์, แน็ปกิ้น, ทิซซู่, หลอดไฟ, จานโฟมเล็ก-ใหญ่, ชาม และน้ำายาล้างจาน� คุณดลวรรณ-น้องแอนตั้น-น้องทีน่า ทำาบุญถวายสังฆทานอุทิศให้บรรพบุรุษ มีแก้วโฟม, น้ำาดื่ม 2 เคส, ถุงซิปล็อก 1 ชุด, น้ำาตาล, น้ำายา ปรับอากาศ, น้ำายาเช็ดกระจก, Sponges, จานโฟม, ข้าวสาร, แน็ปกิ้น, ทิซซู่, ชาเขียว, ซองจดหมาย, ดินสอ, ปากกา, โลชั่น, น้ำายาล้าง จาน, น้ำามันพืช, เทียนธูป และกระดาษ letter� Roger - Thongwan Morris ทำาบุญถวายสังฆทาน จีวร และน้ำาดื่ม 2 เคส� คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ ถวายยา Fish Oil 2 ขวดใหญ่� นพ.อรุณ - คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ ทำาบุญถวายสัปทน เพื่อใช้ในกิจกรรมของวัดไทยฯ ดี.ซี. เจ้าภาพน้ำาดื่มถังใหญ่ ถวายประจำาทุกเดือน คุณแม่สงวน เกิดมี คุณจารุณี พิทโยทัย คุณประยูรศรี วรเลิศ คุณชัยยุทธ-คุณยุพา สมเขาใหญ่ คุณทัฬห์ อัตวุฒิ คุณบุณณ์ภัสสร คุณศรสวรรค์ พงศ์วรินทร์ คุณสุพรรณี สัตตวัตรกุล คุณละม้าย คุณประมวล ทวีโชติ คุณทองพูน คุณสุนันทา เฮนเซ้น น.พ. อรุณ คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ์ คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ คุณบุญเลิง วิสีปัตย์ คุณยายรำาไพ ราชพงษ์
  • 47. แสงธรรม 44 Saeng Dhamma THAI TEMPLE’S NEWS �� ๕-๖ พ.ย. ๒๕๕๔ : ท�าบุญทอดกฐินสามัคคี ประจ�าปี ๒๕๕๔ ๑ รูป, วัดอัสสัม ฯ ๑ รูป, วัดศรีลังกา ๑ รูป, วัดป่าสันติธรรม คุณกัญญา-คุณกุลชาติ สว่างโรจน์ และคุณแม่จรัสศรี - เวอร์จิเนีย ๖ รูป, วัดธัมมาราม รัฐอิลลินอยส์ ๖ รูป และวัดไทยคุณวิรัตน์ สุขสมอรรถ พร้อมครอบครัว เป็นประธานทอดกฐิน ดี.ซี. ๑๑ รูป โดยมีคณะเจ้าภาพโรงทานน�าอาหารมาร่วมท�าบุญสามัคคี ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. โดยใน วันที่ ๕ พ.ย. เวลา เป็นจ�านวนมากทีเดียว๐๙.๐๐ น. มีคณะอุบาสกอุบาสิกาผู้มีศรัทธา เดินทางมาปฏิบัติ ภาคบ่าย เวลา ๑๒.๔๕ น. แห่องค์กฐินรอบอุโบสถ ๓ รอบธรรมประจ�าเดือน เจริญจิตตภาวนา ท�าวัตรสวดมนต์เย็นร่วมกับ โดยมีคณะประธานร่วม รองประธานร่วม และกรรมการอุปถัมภ์คณะสงฆ์ หลังจากนั้น มีการฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พร้อมด้วยท่านสาธุชนผูมจตศรัทธาจากรัฐเวอร์จเนีย, แมรีแลนด์, ้ีิ ิ ่สมโภชองค์กฐิน จบแล้ว รับฟังและชมดนตรีไทยจากน้องๆ วอชิงตัน. ดี.ซี. ตลอดถึงรัฐต่าง ๆ เดินทางมาร่วมบุญในครั้งนี้เป็นนักเรียนศิษย์วดไทย โดยการฝึกฝนของคุณครูกญญภัทร์ (ครูแต๊ก) ั ั จ�านวนมาก จากนั้น พร้อมกันบนอุโบสถศาลา ก่อนจะเริ่มกลึงโพธิ์ ประกอบพิธถวายผ้ากฐิน คุณกัญญา-คุณกุลชาติ สว่างโรจน์ เป็น ี ๖ พ.ย. ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. พุทธศาสนิกชนพร้อมกัน ประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และคุณวิรตน์ สุขสมอรรถ ับนอุโบสถศาลา จากนัน พร้อมกันไหว้พระสวดมนต์ สมาทานศีล ้ พร้อมครอบครัว จุดเทียนบูชาธรรม หลังจากนั้น พระเดช๕ ฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี พระคุณพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ได้แสดงพระธรรมพระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) เป็นประธาน เทศนา ๑ กัณฑ์ เพือแสดงอานิสงส์ในการทอดกฐินและเฉลิมฉลอง ่จบแล้ว สาธุชนร่วมท�าบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์ ๙ รูป และถวาย ศรัทธาปสาทะแด่คณะท่านเจ้าภาพอย่างซาบซึ้งใจ และก็ถึงช่วงภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์ที่มาร่วมงานทั้งหมด ๒๘ รูป คือ วัด เวลาส�าคัญ โดยคุณวิรตน์ สุขสมอรรถ เป็นผูแทนน�ากล่าวค�าถวาย ั ้ธรรมประทีป ๑ รูป, วัดญาณรังษี ๑ รูป, วัดพุทธรังษี เมืองไมอามี ผ้ากฐิน จบแล้ว ดร. พระมหาถนัด อตฺถจารี และพระสมุห์ณัฐิวุฒิ
  • 48. แสงธรรม 45 Saeng Dhammaปภากโร เป็นผูอปโลกน์ผากฐิน อันเป็นการขอมติจากคณะสงฆ์ทง ้ ้ ั้ เกียรติอย่างสูงสุด โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณไฟหลวงพระราชปวง เพื่อมอบถวายแด่พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี เจ้า ทานฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในพิธีพระราชทานอาวาสวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ต่อจากนั้น คณะท่านเจ้าภาพ เพลิงศพ ณ เมรุชั่วคราววัดวชิรธรรมปทีป เมืองลองไอส์แลนด์ประธานร่วม และท่านสาธุชนน�าผ้าไตรจีวร และบริวารกฐินน้อม นิวยอร์ก โดยมีพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ พระธรรมทูตจากถวายแด่พระสงฆ์ ๆ ทั้งปวงอนุโมทนากถา เป็นอันเสร็จพิธี และ ประเทศไทย ยูโรป โอเชียร์เนีย และสหรัฐอเมริกา จ�านวน ๒๔๗ปิดท้ายด้วยการรับชม “ลิเกสมโภชองค์กฐิน ๒๕๕๔” โดยคณะ รูป ตลอดถึงคณะศิษยานุศษย์จากทัวสารทิศต่างพร้อมใจเดินทาง ิ ่ลูกศิษย์วัดไทยฯ ดี.ซี. ควบคุมการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นโดยคุณ มาร่วมงานอย่างล้นหลามมากกว่า ๑,๕๐๐ คนครูแต๊ก เหมือนเช่นเคย เรียกเสียงหัวเราะและปรบมือจากมิตรรัก ๑๒ พ.ย. เวลา ๐๙.๓๐ น. พระวิเทศธรรมรังษี(หลวงตาชี)แฟนลิเกซึ่งเข้าชมอย่างล้นหลามแน่นอุโบสถชั้นล่างทีเดียว เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น พระสงฆ์ทรง ในนามเจ้าภาพต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่าน ที่เสีย สมณศักดิ์ ๑๐ รูป สวดพระพุทธมนต์ธรรมนิยามสูตร โดยมีพระสละก�าลังทรัพย์ ก�าลังศรัทธา มาร่วมท�าบุญทอดกฐินสามัคคีใน ธรรมโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน จบแล้ว สาธุชนครั้งนี้ ได้ยอดปัจจัยทั้งสิ้น $141,904.99 ถวายวัดไทย ฯ ดี.ซี. ร่วมกันท�าบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เวลาเพื่อสมทบทุนสร้างอาคาร ๘๐ ปี หลวงตาชี และขออนุโมทนา ๑๘.๐๐ น. มีการบ�าเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมโดยคณะสงฆ์ ๓ขอบคุณเจ้าภาพโรงทานทุก ๆ คณะที่น�าอาหารมาร่วมท�าบุญใน ชุด จบแล้ว ฟังธรรมบรรยายโดยพระเทพคุณาธาร ทีปรึกษาเจ้า ่ครั้งนี้ ขอบารมีธรรมหลวงพ่อพระพุทธมงคลวิมลดีซีประทานพร คณะจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นสหายธรรมของพระเทพกิตติโสภณให้ทานและครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญรุงเรืองอยูภายใต้ ่ ่ ่ ๑๓ พ.ย. เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีเชิญสรีระสังขารพระเทพร่มโพธิ์ทองของพระพุทธศาสนาโดยทั่วหน้ากันเทอญ กิตติโสภณจากอุโบสถประดิษฐาน ณ เมรุชั่วคราว ซึ่งสร้างอย่าง สวยงามเพื่อบูชาคุณ โดยนายช่างสมาน โสธนะเมธีกุล หลังจาก นันบันทึกภาพเป็นทีระลึก เสร็จแล้ว ฟังพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ ้ ่ โดย พระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทราราม ประ เทศสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นท่านสาธุชนร่วมท�าบุญตักบาตรแด่ พระสงฆ์ จ�านวน ๑๐๙ รูป และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ทั้งปวง เวลา ๑๓.๐๐ น. พระวิเทศธรรมรังษี(หลวงตาชี) แสดง สังเวคกถา พรรณนาเรื่องประวัติชีวิตและผลงานอย่างซาบซึ้งใจ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่พระเทพกิตติโสภณเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ ด้วยอ�านาจกุศลบุญเจ้าคุณสร้าง จงเปิดทางสู่แดนแสนสุขา อย่าเวียนว่ายตายเกิดก�าเนิดมา ในโลกาอีกต่อไปเป็นนิจเทอญ”� ๑๒-๑๓ พ.ย. ๒๕๕๔ : พิธีพระราชทานเพลิงศพพระเทพ จบแล้ว อาจารย์ครุฑ สมบัติใหม่ ถวายกัณฑ์เทศน์แด่พระเดชกิตติโสภณ อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พระคุณหลวงพ่อ ต่อจากนั้น พระมหาถนัด อตฺถจารี Ph.D. ผ่านพ้นไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ ส�าหรับพิธี เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นพิธกรด�าเนินงาน ีพระราชทานเพลิงศพพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺณ พระราชทานเพลิงศพ ฯ โดยมีพิธีทอดผ้าบังสุกุล อ่านหมายรับสั่งมหาเถร ป.ธ.๗) อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา, จากส�านักพระราชวัง ส�านึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประวัติและอดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก และอดีตผู้ช่วยเจ้า ผลงานของพระเทพกิตติโสภณ จบแล้ว ยืนสงบนิงเพือไว้อาลัยเป็น ่ ่อาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ ซึ่งได้สร้าง เวลา ๑ นาที จากนั้นเป็นพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุลและพระราชทานประโยชน์อันเป็นคุณูปการต่อวงการพระพุทธศาสนาและพระ เพลิงศพ โดยมี ฯพณฯ พิรยะ เข็มพล กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ิธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลา ๒๔ ปี แห่งการ ประธานฝ่ายฆราวาส และ พระสุนทรพุทธิวเิ ทศ ประธานสมัชชาด�ารงต�าแหน่งประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา จึงได้รับ สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ประธานฝ่ายสงฆ์ ปิดท้ายด้วยพิธีวาง
  • 49. แสงธรรม 46 Saeng Dhammaดอกไม้จันทน์ รับของที่ระลึก เป็นเสร็จพิธี อนึ่ง สมัชชาสงฆ์ไทย � ๒๐ พ.ย. ๒๕๕๔ : บวชทดแทนคุณบิดา และศึกษาพระในสหรัฐอเมริกา ก�าหนดพิธทาบุญอุทศส่วนกุศลสตมวาร(๑๐๐ ธรรมวินัย ี � ิวัน) ถวายแก่พระเทพกิตติโสภณ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๑ ธันวาคม คณะญาติธรรมได้มาร่วมอนุโมทนาบุญงานอุปสมบทนาค๒๕๕๔ ณ วัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ วิชัย หานศุภิชน ซึ่งอุปสมบทอุทิศส่วนกุศลให้แด่คุณพ่อธ�ารง หานศุภิชน ผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ และนาคอดิศร น�้าใส ซึ่ง อุปสมบทเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย โดยมีพระเดชพระคุณพระ วิเทศธรรมรังษี(หลวงตาชี) เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยพระวิชัย ได้ นามฉายาว่า “ธมฺมธโร” แปลว่า “ผู้ทรงธรรม” ส่วน พระอดิศร ได้นามฉายาว่า “วชิรญาโณ” แปลว่า “ผูมความรูดจเพชร” หลัง ้ ี ุ้ จากบวชแล้วก็ได้ท�ากิจวัตรสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และศึกษา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยจัดตารางอบรมระยะสั้นเป็น เวลา ๗ วัน เช่น วิชาพุทธประวัติ, มงคลชีวิต, ไตรสิกขา, วินัย ที่ภิกษุใหม่ควรทราบ และสมาธิในชีวิตประจ�าวัน เป็นต้น � ๒๖ พ.ย. ๒๕๕๔ : Meditation Workshop พระมหาถนัด อตฺถจารี Ph.D. ได้กล่าวต้อนรับผู้ปฏิบัติธรรม ชาวต่างชาติ จ�านวน ๒๐ คน ซึงได้เดินทางมาศึกษาเรียนรูพระพุทธ ่ ้� ๑๕-๑๘ พ.ย. ๒๕๕๔ : หลวงพ่อเดินทางไปปฏิบัติศาสน ศาสนา ที่วัดไทยฯ ดี.ซี. ทุกวันเสาร์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน นับได้กิจที่วัดพระศรีรัตนาราม รัฐมิสซูรี่ ว่าวัดไทย ดี.ซี. เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้หลักธรรมทางพุทธศาสนา พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ได้รับ ซึ่งสถาบันต่าง ๆ และชาวต่างชาติได้สนใจและเดินทางมาปฏิบัตินิมนต์ไปเป็นพระอุปชฌาย์งานอุปสมบทของ นพ.ทวีศกดิ์ ตังชีวน ธรรมเพื่อพัฒนาจิตใจอย่างสม�่าเสมอ ั ั ้ ิศิริกุล โดยมี พระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณ เป็นพระอนุจรติดตาม นพ.ทวีศกดิ์ มีศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพระพุทธศาสนา ักราบลาญาติมตรเข้าสูรมผ้ากาสาวพัตร์ เมือวันที่ ๑๖ พ.ย. ๒๕๕๔ ิ ่่ ่ณ วัดพระศรีรตนาราม รัฐมิสซูรี ซึงมีพระอาจารย์นคม สีลานนฺโท ั ่ ิเป็นเจ้าอาวาส ได้นามฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า “สุทธจิตโต” ฺ ฺแปลว่า “ผู้มีจิตบริสุทธิ์” มีคณะญาติธรรมมาร่วมอนุโมทนาบุญเป็นจ�านวนมาก� ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๔ : นักเรียน River High School &Sherwood High School เยี่ยมวัดไทยฯ ดี.ซี. พระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณ ได้กล่าวต้อนรับครูและนักเรียนอเมริกันจ�านวน ๕๐ คน จาก River High School ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมกิจกรรมของวัดไทยฯ ดี.ซี. โดยได้บรรยายหลัก � ปฏิทินข่าวเดือนธันวาคมธรรมและคัมภีรทางพระพุทธศาสนา พร้อมทังตอบปัญหาข้อสงสัย 3, 24 Dec. : Meditatation Workshop ์ ้ต่าง ๆ ซึ่งสร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก ๙-๑๐ ธ.ค. : พิธีมงคลเฉลิมพระเกียรติ ฯ ๘๔ พรรษา พระมหาประดูชย ภทฺทธมฺโม และ คุณดาลัด ศรีเกตุสข ได้ธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน. ดี.ซี. ่ั ุปฏิ สั น ถารต้ อ นรั บ นั ก เรี ย นอเมริ กั น จาก Sherwood Hihg ๑๑ ธ.ค. : พิธีทาบุญอุทิศส่วนกุศลสตมวารถวาย �School จ�านวน ๓๐ คน ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนและศึกษา พระเทพกิตติโสภณ ณ วัดวชิรธรรมปทีป มหานครนิวยอร์กพระพุทธศาสนาที่วัดไทยฯ ดี.ซี. โดยท่านได้บรรยายเรื่อง “The ๒๔ ธ.ค. : ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือนSecret of Happiness” ได้แก่ A. Avoid ละชั่ว B. Be Good ๒๕ ธ.ค. : ประชุมคณะกรรมการอ�านวยการท�าดี และ C. Clear-Mind ท�าใจให้บริสุทธิ์ ๓๑ ธ.ค. : ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
  • 50. แสงธรรม 47 Saeng Dhamma รายนามผูบริจาคประจ�าเดือนพฤศจิกายน (November 2011) ้ รายนามผู ้ บ ริ จ าคท� า บุ ญ กฐิ น สามั ค คี Kularp-Surapol Parchit 500.00 Baugorn-Kittipong Ngamsnga 500.00 ครอบครัวกาญจนวตี ครอบครัวชัยชาญชีพ ครอบครัวนันทสันติ 500.00พระวิเทศธรรมรังษี หลวงตาชี 1,000.00 คุณนุสรา-นาคินทร์ น้องนุ่น พึ่งพร คุณวิไล ฉวีอินทร์ 500.00คุณกุลชาติ-คุณกัญญา สว่างโรจน์ 20,020.00 Villailaksana Agkrasa 500.00คุณแม่จรัสศรี-คุณวิรัตน์ สุขสมอรรถ, คุณเรณู เบนเนท, Sukanda-Chairat Jetabut 500.00คุณวทัญญู สกุลสม และครอบครัว 20,000.00 Henry-Vimolporn Wong 500.00บูชาผ้าไตร - กัณฑ์เทศน์ - อาหารใส่บาตร วันกฐิน 4,097.00 คุณประมวล-ละม้าย-อังคณา ทวีโชติ 500.00Kamal-Pinthong Ghaffarian คุณแม่กาญจนา เกาฏีระ 3,000.00 คุณแม่ฉวีวรรณ ปานานนท์ 500.00Duangmarl Malayaman, M.D. 2,000.00 คุณสัมฤทธิ์-คุณสมพร ภิรมย์รื่น 500.00D&S Silpasuvan, M.D. P.A. 2,000.00 Laddawan Miko 500.00Dr.Aroon-Sumana Suansilppongse 1,500.00 Punnee-Krit-Paul-Simon Kasemphantai 500.00คุณมาลินี-น้องฮันเล่ วังศเมธีกูร 1,180.00 Puangtip-Choochai Itharat 500.00Pornpan-Sithisakdi Prangkam 1,045.00 Pricha Kwunyeun 500.00คุณเกลี้ยง Chauteh & Family 1,035.00 Moethan-Narin Ploychin 500.00Phabhassara Ruamsiri Agkrasa 1,030.00 Sahaschai-Anchalee Musikabhumma 500.00Central Car Repair LLC คุณแมน-คุณตาล วิริยะ 1,000.00 คุณไพโรจน์-สวรรค์-พนิดา คงเพชร คุณกบ-เก๋-จ๋าจ๊ะ พิชัยกุล 500.00Meykin Sriboonruang 1,000.00 คุณประยูร ฮักก์ คุณจิตรา จันทร์แดง 500.00คุณสุนันทา คุณมิรินทร์ สว่างโรจน์ 1,000.00 คุณยงยุทธ-ศิริพรรณ-ชาคริส เนตรทองค�า 500.00Tun Atthavut - Sornsawan Boonpassorn Phongwarinr 1,000.00 Peter M.-Montha K. Falk 500.00Lamai Bowden 1,000.00 คุณป้าเสริม งามสอาด และครอบครัว 500.00Banchong Poangyai 1,000.00 Bangkok Starlite Travel, INC โดยคุณธงชัย เกตุทัต 500.00Lom Mai In 1,000.00 Edward-Siriporn-William Gresser 500.00คุณพยุง-จินตนา งามสอาด Talay Thai Restaurant in D.C. 1,000.00 Naree Sookkoon 500.00Somboon-Somsri-Soraya Chanyasubkit 1,000.00 Wilaiwan Muensittiphrae 500.00คุณแม่สุจิตร McCormick 1,000.00 คุณหนูทอง สุธาวา 500.00คุณประสาร-คุณพวงทิพย์ มานะกุล 1,000.00 Jeerapa Hans 500.00คุณแสงชัย-จริยา ภาณุพันธ์-สุดที่รัก, ภาณุวัฒน์-Amy - Silapachai Saengnak 500.00ภาณุพงษ์-Mailen ศรีอุทารวงศ์ 1,000.00 Viroon Eiamchim 500.00นพ.บุญยง-คุณเบญจรัตน์ Thada, M.D. 1,000.00 Anon -Tui - น้องโม - น้องเมย์ Boonyarak 500.00Vichai-Phuangthong Malikul 1,000.00 Kosa-Sunina Kaotira 500.00Nirutisai K. (หมอแนนซี่) Graff, M.D. 1,000.00 Ratana-Nirun Vongpukkeaw 500.00Banjawan Jones 1,000.00 Bunluesak Mekastainskul 500.00Weerasak-Saleewun Lima, M.D. 1,000.00 Malai Hodges 500.00คุณปรีชา-วิภา เมฆญารัชชนานนท์ 1,000.00 Pakorn Phansuwana John Howe 500.00Anongnat S. Ayers Pranom Puanthong 1,000.00 นพ.กรีฑา อภิบุณโยภาส 500.00Mirintra Zubres 1,000.00 พนักงานร้าน Thai Tanic Restaurant 426.00Sivilai Samung 1,000.00 Praphot-Siriporn Kunwong 400.00Thai Aroma Restaurant 1,000.00 คุณอรพรรณ Devoy & Family 315.00Bangkok Garden Restaurant คุณยุพิน พร้อมลูกหลาน 1,000.00 คุณอุเทน สุจิตรา เศวตะโศภน 300.00คุณสุกานดา บุพพานนท์ Basil Thai Rest และลูกหลาน 1,000.00 คุณทองพูน Hansen Family-คุณแม่เสริมศรี เชื้อวงศ์พร้อมครอบครัว 300.00คณะผู้ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือน 1,000.00 Laiad Holoviak 300.00Narong-Ratana Wechkul 1,000.00 Yuthy-Surosavadee Iem 300.00วัดป่าสันติธรรม VA 1,000.00 คุณธนิดา-ชัยกร พงษ์กิจการุณ 300.00Vanthanee - Sermsak Ruchirek NSC 1,000.00 William C. Keeley Prayoonsir Varalerd 300.00Douglas-Noknai-Atom Zerfas 1000.00 คุณเฉลิมศรี เขียวชะอุ่ม 300.00คุณเสถียร จันทวร คุณสหภาพ-ภูมิภัทร เสร็จแตง 700.00 คุณรัตนา-สุริยา-ซันนี่ สกอร์เซท Thai Tanic Restaurant 300.00Sirivat Raungtriphop 600.00 คุณทวี-ยุทธชัย กังสูงเนิน คุณวนิดา งามสอาด 300.00Ruan Thai Restaurant ป้านิดและลูกหลาน 510.00 Kim-Ann Puntudit 300.00Wilai Tonakarn 500.00 Yupha-Chaiyut Somkhaoyai 300.00คณะแม่บ้านยุคใหม่ ศิษย์วัดไทยฯ ดี.ซี. 500.00 Kamonvan Chompranouvong 300.00
  • 51. แสงธรรม 48 Saeng DhammaSamorn-Tippasorn Namsawat 300.00 คุณกลวิทย์-รัชนี รพีพันธุ์ 100.00Ming-Rung Phlersphlao 300.00 Bumroong Wongbundhit 100.00Supannee Sattawatrakul 300.00 Southern Thai Association INC 100.00ดร.พระครูปริยัติธรรมาภิราม 300.00 คุณรัฐศักดิ์ อินทรสว่าง 100.00Kesinee Sriboonruang 300.00 Prapha-James Dempsey 100.00Yupha S. 300.00 คุณจิรา - Troy Navintranonth 100.00Suwapee D. Dejtisakdi 300.00 คุณเป็ด Supa Barnwanijakul 100.00คุณสุวรินทร์-ถนัด-อานนท์ สิทธิอ่วม 300.00 คุณกัมปนาท-ปิยดา-กุลจิตรา พนาเศรษฐเนตร 100.00คณะลิเกวัดไทยฯ ฉลองกฐิน 291.00 John R. - Thanom Villinger 100.00Siwsin Chuatrakul 250.00 Pamela - William Chinda 100.00พระสงฆ์วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. 231.00 Jindarat Rattanakun 100.00Pachara Tungsethavut 200.00 Patchale Visavakitchalean 100.00คุณอี๊ด อรวรรณ คุณโอ๊ก ศรีดาวเดือน 200.00 คุณนิตยา พุทธิรักษ์กุล 100.00Tippavan-Don Hodges 200.00 Peerarat Amornkitwanit 100.00คุณรังสันต์ - Sunisa Sesawaeng 200.00 Dollawan Nguyen 100.00Naree Iamlek 200.00 Laiad Bowden 100.00Sutera Homgasorn 200.00 คุณหลงมาและครอบครัว 100.00William-Atcha Wong 200.00 คุณพจน์-ปราณี วีระจิตรเทวินร์ 100.00Thongbarn & Warren McGeiver 200.00 Kunlap Parchit 100.00Somsong Phoolsombat 200.00 คุณราวดี รัตนพจน์ 100.00แม่จ๋า-น�้าอ้อย-ลุงยุง-ป้าแต่ คุณเจี๊ยบ-พี่ฟ้า-ยุพิน แซ่ตั้ง 200.00 คุณน�้าหวาน-แอนจีล่า มูลทา 100.00คุณกรรณิกา ดาษหิรัญ 200.00 Prakai Allen 100.00Am P. Supsiri 200.00 คุณนงนุช-ประกิจ ชัญญาดี 100.00Arunee Promtana 170.00 Jumpee Stafford 100.00ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 153.00 คุณสุธิดา วิโรจน์ - มติ สยามวรวุธพุฒิพงศ์ 100.00Chusri Gore 150.00 คุณวิไลวรรณ-แพงจันทร์-จักรพงษ์ นันทีรัตน์-เอมีลี่ สุนดารา 100.00Apa Limpakan 150.00 Somsak Tangtrongwanit 100.00Anutarapon-Paul Patchem 150.00 คุณอุบลวรรณ สมจิตร 100.00Ladda Lapp 150.00 Shrawood-Panwadee Punksanoka 100.00Vorachai-Kanyapat Kluengpho 146.00 Navong Buatarach 100.00S. Sisakun 125.00 Aranya Suthiphaet 100.00Phragna Phui-Nang Phragna Thengdy Bilavarn Kingalasit, - Robert-Mala Belli 100.00Magnonsit Namit and Family 120.00 Thao Kramta Somvang 100.00Southree Karukot 120.00 คุณธัญญลักษณ์ ศิริขันธ์ ฉวีวรรณ นวลศรี 100.00คุณจารุณี พิทโยทัย 120.00 คุณธัญญนันท์ (ทองหีบ) โพธิ์ทอง 100.00คุณปิยะวรรณ แสนบุญ 110.00 คุณวิเชียร พรหมมี 100.00คุณเฉลิมชัย-ดารณี หมอยาดี 110.00 ครอบครัวเจนวาทิน 100.00Subin - Narunat Phonpaiboon 100.00 WPN Recucling Company, LLC. 100.00นพ.ธระ คุณสุวิมล พงษ์ศิริ 100.00 Amphan 100.00ครอบครัวฤทธิ์ถาวร 100.00 Pailin Restaurant 100.00Tussnee Lerdboon 100.00 Sunt Mongkol 100.00Satitiya Silakes Thomas Chaiyakul 100.00 Vanee Komolprasert 100.00คุณกบ ร้านไทยมาร์เก็ต 100.00 Chanphen-Udomsak Tiengtum 100.00Kanjana Leelawatanakul 100.00 Narongchai-Pranee Roongsettee 100.00Mee Hill 100.00 คุณเสริม เตียเจริญ 100.00Carson-Udomluck-อริสา Burket คุณสกุลรัตน์ โทนชัย 100.00 คุณอภิรดี มิตรภักดี 100.00Panida Tong-On 100.00 Pranee Arayavilaiphong 88.00Soraya-Sam Sar 100.00 Mr.Phornsak Laohapant 80.00Mananya Vaillancourt 100.00 คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ 80.00Morris Topf, ESQ 100.00 Thai Market 72.00คุณนุกุล, พรรนิภา ไข่มุก คุณคณิน-คณา ไข่มุก 100.00 Dusit Restaurant 71.00Pensiri Kruapradit 100.00 Teew Mims 69.00Suporn Ringo 100.00 Kulprasertrat’s Family 60.00Annop Tan, M.D. 100.00 Supa Patitanawan 59.00
  • 52. แสงธรรม 49 Saeng Dhammaต้นกฐินวันลอยกระทง 54.00 Siripen Bradshan 30.00Hansa Palaprokarn 50.00 Saraj-Chantana Jantachotivongs 30.00คุณจิตตานนท์ บุญญาภินิเวศ 50.00 Werawat-Wasima Jiratanakoon 30.00Somsong Pasangkaman 50.00 Reka-Punja Punotai 30.00Prakit-Wanthanee Laohaphan 50.00 Kanthaka-Khaunchai Narangajavana 30.00David-Adele Schwartz 50.00 Jittima-James Cole 30.00Pranee M. Okuhara 50.00 Albert-Bunkong Wong 30.00Bruce-Tusanee Kidd 50.00 Dun-Tuanjoi Panua 30.00Sasima-Songsri Nirapathama 50.00 คุณวงศ์เดือน อึ้ง 30.00Kasima Prungthunyapluek 50.00 Sitthiwat P. 30.00Anna - Tong Chantsri 50.00 Nutapon Promloy 29.00Suchitra Snamtong 50.00 K. Williamson 25.00Seniex Corporation DBA Siam 50.00 Debabarata-Jantipa Patnaik 25.00Rasami-Mary Labar 50.00 Tipa Mahen 25.00คุณสฤษฏ์-นุชรี-วิภู กุลยคาหกิจ 50.00 David Iadonisi 25.00คุณถนัตกิจ วิชัยนาราพงศ์ และครอบครัว 50.00 Msgt. William - Moai Summerlin 25.00คุณจรรยารักษ์ O’Brian 50.00 Bensiri V. Chanachote 25.00คุณปัทมา กรแก้ว 50.00 Ratree B. Morrison DBA 25.00Lily 50.00 Pad-Thai Restaurant 25.00Phon-K.A. Mounivong 50.00 Charlau T. Stitzell 25.00Adisak-Duangnid Siripornsawan 50.00 Dungruethai Yomdit 25.00Arporn Chongolnee 50.00 Vachara Kachatarn 25.00Angkana Uthikamporn 50.00 Suntharee R. R. 25.00คุณมยุรี นิรัตธราดร 50.00 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 20.00คุณริชาร์ด (วิชิต) หิรัญกิจ 50.00 คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ 20.00Danny Auto Body 50.00 คุณมะกรูด 20.00Napa Olafson 50.00 คุณวิไล โทนะกานต์ 20.00Somluck-Manop Petchger 50.00 คุณนิพรรณ พริ้งประยูร 20.00Vatsana Brundage 50.00 Sean Currie 20.00Ralph Rabinson 50.00 David K. - Lamai Bowden 20.00Jumpee Staffort 50.00 Thavorn-Monithakarn Natrakul 20.00คุณไพศาล-พัชรี-ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย์ 50.00 Joseph Niyom Patricia A. Panpruksanont 20.00คุณจ�าปี เจริญผล 50.00 Lamai S. Williams 20.00Vises-Piengphen Suanpan 49.00 Sutsinee Romalarajun 20.00Dr. Padipongse Vithespongse 45.00 Miss Sarinrat Meeyen 20.00คุณเล็ก หว่อง 40.00 Kesorn Adams 20.00คุณยุวรรณา 40.00 Mary A. Robins 20.00คุณจุฬารัตน์ บัวอินทร์ 40.00 Pranorm Boonmast 20.00Pailin Restaurant 40.00 Krit - Pornsawan Narong 20.00ครอบครัว วีระเผ่า 40.00 Sukanya Eiamaroonsiri 20.00Ben Boonlek 40.00 Robert D. - Kamnuan Barry 20.00Janpen Sipakhoon 39.00 Vichien Jitpaisarnsook 20.00คุณมนชยา เจตบุตร 30.00 Phillip - Sangchun Herr 20.00Supannee Sattawatrakul 30.00 คุณวารุณี กุลธรรมไพบูลย์ 20.00คุณเมธินี แย้มเพกา 30.00 คุณปัทมา อ�าเถือน-บุญส่ง-สมทรง แก้วสาลี คุณอ�านาจ-ประภาวี แจ่มเมฆ ่ ่ 20.00Stephen E. - Mattana Breving 30.00 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 20.00Varapat-Natinee Chensavasdijai 30.00 Dawn 20.00Akrpong-Uraiwan Chandee 30.00 Dr.Harry-Ormsin Gardiner 20.00Davan J. - Noppon P. Setji 30.00 คุณสุรางค์ ไชยเดช 20.00Carlton L. Clark 30.00 Noela-Miriana Kelley 20.00Vimonmart Tedpanit 30.00 คุณสุวัฒนา ลีลาวันทนกุล 20.00Sangar Brown 30.00 คุณเจริญชัย จันทเลิง และครอบครัว 20.00Prabhasri Durasavin 30.00 Kit 20.00Gary L. - Pramool P. Sweet 30.00 Nongcran Lacey 20.00
  • 53. แสงธรรม 50 Saeng Dhammaคุณกัวย์ธีรา ชื่นกลิ่น 20.00 Wichai Subtaweewasin 10.00คุณอนัญญา สิงหบุตร 20.00 Nucharee Dulyokohokit 10.00Boonyarut-Daniel Lynch 20.00 Wandee Kucey 10.00Suporn Patitanawan 20.00 Sudjit Shirley 9.99คุณศุภมาศ Adnenson 20.00 Gahn Mungarndee 5.00Maliwan B. 20.00 คุณจารุวรรณ สีเมือง 5.00คุณนันทนิกร พลอยยก 20.00 คุณชุติรัตน์ ยอดเจียม 5.00คุณสุภี ปุณกรณ์ 20.00 คุณละเอียด รพีพันธุ์ 3.00คุณจินนา จีระตานนท์ 20.00 ผู้ไม่ออกนาม 2.00Nee Hill 20.00 Sam CA 2.00Jassica Thanitbutra 20.00 หากรายชื่อตกหล่นต้องขออภัย และโปรดแจ้งได้ที่คณะสงฆ์วัดไทยฯ ดีซ๊Will 20.00 เจ้ า ภาพต้ น ผ้ า ป่ า บริ ว ารกฐิ น สามั ค คีBen-Nipaporn Stombler 20.00คุณพิมพันธ์ สรวิสูตร 20.00 Thai Erawan Restaurant VA 1,009.00Sangthong Nontasut 20.00 สมาคมไทยอีสาน กรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. 717.00Paul Fay 20.00Linda L. 20.00 ครอบครัวอ�านวยศิรกล คุณยุพน-น้องโฟร์ ิุ ิ 712.00คุณดวงเดือน 20.00 คุณบุญเลิง วิสปตย์ และเพือน ๆ ีั ่ 645.00คุณดวงพร รุจิเรข 20.00 คุณสานิต-พนมรัตน์ และครอบครัวมุขกัง 594.00Sunee H. Thongkhaw 20.00 ต้นบริวารกฐิน คุณกัญญาและคณะ 507.00คุณอภิญญา ไชยกุล 20.00 Crytal Thai Restaurant 420.00คุณธีรพจน์ สมบัติเปี่ยม 20.00 สถานทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน 400.00คุณศุภศรี แก้วจินดา 20.00 Wat Pasantidhamma, VA 393.00คุณสมชัย จรรยาทรัพย์กิจ 20.00 คุณลัดดา แลปป์ 372.00คุณปรินดา 20.00 คุณแม่บวไหล-คุณอ้อย-น�าหวาน ดิวเรก สมประสิทธิ์ ั ้ 369.00Steven-Dutchabong Spencer 20.00 Edy Chicken Restaurant 362.00คุณน้อย 20.00 Bangkok Gardend Restaurant 349.00คุณขวัญชัย-วันทนี เนตระกุล 20.00 คณะผูปกครอง 09 ้ 320.00Arunee Promtana 20.00 V-Nai, INC 313.00Michael-Keo Jeans 15.00John-Pong Levenson 15.00 ต้นกฐินสามัคคีวดไทยฯ ดีซี ั 308.00คุณสุมาลี-สมดี 15.00 Nava Thai Restaurant 243.00R. Wong 15.00 คุณยายจันทร์ตา ชุมใจ ่ คุณไพร-คราด และเพือนๆ ่ 185.00คุณพรศิษฐ์ ทองอ่อน 11.00 Thai Square Restaurant 161.00คุณแม่บัวไหล สมประสิทธิ์ 10.00 คุณภาวิณี น�าทองไทย ้ คุณสรินทิพย์ โค้ว 154.00คุณดวงพร เทียบทอง 10.00 คุณแม่สจตร-คุณแม่นล สุธาวาคุณแม่บญเหลือ โศกค้อ และครอบครัว 126.00 ุิ ิ ุNaruemol Wendlinger 10.00 คุณสมาน-หนูเพียร อุตสาห์ แม่แซง-พนิดา ชาประดิษฐ์ 125.00Rattanawalee Surasorn 10.00 Akkarach Family 122.00Sawatvimol Charusathien 10.00 คุณแม่จมศรี ู จันทร์รกษ์ ั 119.00Yongyoot Sae-Tang 10.00 คุณวันทะนา Wallace 116.00Kittisak Kunvatanagarn 10.00 Neisha Thai Restaurant 116.00Ratana Ratanawongsa 10.00 ต้นกฐินไม่มชอี ื่ 113.00Virach Ngeonjuklin 10.00 Ervin Kiri 112.00John-Phannee Williman 10.00Raynold - Bungon King 10.00 คุณสมพอดี-Than Dao & Family 109.00Darika Chanachote 10.00 ไม่ออกนาม 100.00Chavivan Tucker 10.00 กลุมพลังศรัทธา ่ 95.00Nancy Arora 10.00 Dusit Thai Restaurant 71.00Alan N. Boyle 10.00 Rooster Thai Chicken Restaurant 70 .00Chitima Bonner 10.00 Thai Asian Tape 61.00
  • 54. แสงธรรม 51 Saeng Dhamma เพิ ่ ม เติ ม ผู ้ บ ริ จ าคท� า บุ ญ วั น ลอยกระทง คุณกัญญา และเพื่อน ๆ ขายอาหารใส่บาตรวันอาทิตย์ 300.00 คณะศิษยานุศิษย์วัดศรีนครินทราราม Switzerland 290.00Silapachai Saengnak 200.00 Naree Sookkooon 200.00คุณกัญญภัทร-วรชัย กลึงโพธิ์ 196.00 Thai Gourmet, INC 200.00ผูปกครองยุคใหม่ ้ 135.00 Benjawan-Vanny Jones 170.00Col. Saranyu Viriyavejakul, Ph.D. 100.00 Jarunee Pitayothai และคณะถวายน�้าดื่มประจ�าเดือน 150.00Tycoon, INC 100.00 กลุ่มพลังบุญ 120.00Rosewood Regency Company, INC 100.00 Wantana Wallace 100.00The Old Siam, LLC 100.00 Keith McDaniel 100.00Thai Erawan Restaurant 100.00 พระครูปลัดชัชวาล ปญฺญาธโร วัดพุทธบูชา ฝรั่งเศส 100.00Thipasorn-Samorn-Shorn Phuttawong 100.00 Don-Tippavan D. Hodges 100.00Ruan Thai Restaurant 100.00 Supilal Gosakwattana 100.00Weerasak-Saleewun Limawararut 100.00Surasak Toongtong 100.00 Gary-Tu Wade, Panee Ruankaew Tuw Puankaew 100.00Bangkok Starlite Travel, INC. 100.00 Piyapong Vongkovit 100.00คณะพยาบาลบัลติมอร์ 100.00 Vilavan - Phoc 100.00Ming-Rung Phersphao 50.00 คุณวิเชียร น�้าใส 100.00John Howe 50.00 Yam - Sam 80.00Ruangchai Sihakhoon 50.00 อุทิศแด่คุณอรัญ ชัยแสนสุข 70.00Orchid Travel Service 50.00 Vatcharaporn Namsai 60.00Anchalee Musikabhumma 50.00 คุณโม 54.00Angkana-Paiboon Uthikamporn 35.00 Raju-Sreedevi Datla 50.00ผูไม่ประสงค์ออกนาม ้ 25.00 คุณสืบสกุล โกสิยะสถิต นิยดา วิบูลย์ธรรม 50.00คุณสัมพันธ์-นารี-ป๊อกกี้ เอียมเหล็ก ่ 20.00 Annonymous Donator 50.00 Paul Fay 50.00 รายนามผู้ร่วมบริจาคสร้างอาคาร 80 ปี หลวงตาชี คุณตุ๊ก Smiling Banana 50.00Phra Ajahn Nikhom Phanyang 1,000.00 คุณจีราภรณ์ ชัยศรี 50.00คุณประครอง-ปราณี และเพื่อน ๆ U.S.A. 719.00 คุณทองหยิบ (แอน) เงินลา 50.00Parichart-Tid Vichai Hansupichon 499.00 คุณมมัส แซนด์ 50.00ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี คณะใส่บาตรฟังเทศน์วันอาทิตย์ 267.00 คุณจิตรลดา ภมางกูร 50.00Supa Patitanawan 59.00 Phra Chanthavong Chittasangwaro 50.00 ตู้บริจาคบนโบสถ์ 49.00 รายนามผู้บริจาคบ�ารุงแสงธรรม คุณศิริพร-ประพจน์ คุณวงศ์ 40.00 คุณจีราภรณ์ ชัยศรี 40.00Jariya Sriautharawong 100.00 คุณวาสนา สินธุยา 40.00Caroah Khan, NY 50.00 Supachak Chotikajan 35.00Eomporn Yahirun 50.00 คุณนารีรัตน์ อายะนันทน์ เฟรนช์ 30.00คุณสุรเดช พานเงิน 50.00 Roberto M. Da Silva 30.00Kanyapak-John Ruangrit 25.00 Wongdaun Mckkhuntod 30.00 รายนามผู้บริจาคท�าบุญทั่วไป คุณนิน่า โกลด์ 30.00 คุณบุษดี 30.00สถานเอกอัครราชทูตไทยประจ�ากรุงวอชิงตัน 3,000.00 คุณต้อย Curry LA 30.00ตู้บริจาคห้องหลวงพ่อด�า 997.00 Anaua Perez 30.00ตู้บริจาคบนโบสถ์ 567.00 Mai Nguyen 25.00Nirutisai K. Graff, M.D. คุณหมอแนนซี่ 500.00 คุณอรุณี พรหมธนะ 25.00คณะท�าบุญ 9 วัด From NY 446.00 Sunil D. Weerakkody 25.00Pattarapong Sebamonpimol Birthday 400.00 Oraphan Witayaprechia-Anan 25.00
  • 55. แสงธรรม 52 Saeng Dhammaแม่ชีเมย์ 20.00 Rattanaporn Namsai 20.00Jarunee Pitayothai 20.00 Rungnapa Khunchalee 20.00Somsong - ปสังคมาน Phoolsombat 20.00 คุณจ�าเนียร แจ๊คสัน 20.00คุณวิมลพร เล็ก หว่อง Wong 20.00 คุณสมศักดิ์ น�้าใส 20.00คุณกัญญา สว่างโรจน์ 20.00 คุณจ�าลอง แม๊คคาซี่ 20.00คุณสิรินทร์ สุทธิรัตน์ 20.00 Susan Namsai 20.00คุณอรพรรณ ดีวอย 20.00 Sirirat Benjaphun 20.00Phanomrat Mookkung 20.00 คุณส�ารวย-ซินศรา ดีมั่น 20.00Smrussawadee Von Niederhausern 20.00 Lee Kulprasertrat 11.11คุณสุภาพ อุดานนท์ 20.00 คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ 10.00Ian-Khwanruethai Griffiths 20.00 Pramuan Dhaveechot 10.00คุณแม่เสริมศรี เชื้อวงศ์ 20.00 คุณร�าไพ ราชพงศ์ 10.00คุณไพศาล-พัชรี-ซาลีน่า ศรีรัตนภิรมย์ 20.00 คุณขวัญฤทัย-Ian Gripaths 10.00Somnuk Namsai 20.00 คุณยายบัวไหล สมประสิทธิ์ 5.00Preet Singh 20.00 เจ้าภาพอาหารใส่บาตรและต้นดอกไม้ประดับหน้าเสาธงวันทอดกฐินสามัคคี ๒๕๕๔ พระมหาประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม คุณจิรภา ยมาภัย Vanida Soontornpitugs คุณวัชรี Sterner คุณยุพิน สงวนทรัพย์ คุณดวงพร เทียบทอง คุณชิดชู คงเจริญรส คุณนุกูล ยังมีสุข คุณประยูรศรี วรเลิศ คุณวงศ์ เปรมวัต คุณเมธินี แย้มเพกา คุณจิรา นาวินทรานนท์ คุณกัญญภัทร์ จันทร์แก้ว คุณจารุณี พิทโยทัย คุณปภัสรา อักขราสา ป้านิด-ป้าน้อย ร้านเรือนไทย คุณศิวิไล สามัง คุณบรรจง พวงใหญ่ คุณนิรภัฏ-คุณปวีณา หอมหวล คุณวณี ฤทธิ์ถาวร คุณวราลี (ไก่) ภูศรี คุณกฤษณา สุโชตินันท์ Mr. Mark Wichaphan ขออนุโมทนาบุญพิเศษแด่ เจ้าภาพเครื่องทำาน้ำาร้อน-ต้มกาแฟ ********************* คุณบรรจง พวงใหญ่ และคณะ โดย คุณชินซิว ฉั่วตระกูล ๒๙ พ.ย. ๕๔ ผู้ขวนขวายช่วยงานวัด ท�าความสะอาดห้องครัว ขออนุโมทนาบุญพิเศษแด่ ********************* เจ้าภาพถวายน�้าดื่มแด่หลวงตาชี โดย.. คุณนก - คุณหลี - คุณทรวง - คุณหน่อย - คุณจี๊ด - คุณตาล-แมน
  • 56. แสงธรรม 53 Saeng Dhamma รายนามผู้บริจาคออมบุญประจ�าปี 2554Vunchai-Nipan Pringphayune 609.00 Pramuan Dhaveechot 120.00Chaweewan Pananon 550.00 William-Kingkeaw May DL 120.00Supannee Sattawatrakul 421.00 Peter Gosak , Thai Market 120.00Anya Kanon 310.00 Vipa Sankanung 120.00คุณแม่ประจวบ ภังคสังข์ 300.00 คุณอัญชลี มีประเสริฐ คุณทอง เตียเจริญ 120.00Jindarat Rattanakul 240.00 Willie-Ngamta Chong 120.00Saranya-Smit Kulwatno 220.00 คุณชูนนทร์-DuWayne Engelhart ิ 120.00ครอบครัวเกษมพันธัย 150.00 Peerarat Amornkitwanit 100.00Angkhana Thaweechot 140.00 Prabhasri Durasavin 80.00คุณชัยรัตน์ จารุพนธุ์ ชัชวาลย์ ทรัพย์เกษม ั 140.00 Alyssa Pouvarunumkoah 40.00Rachanee-Kolavit Rapeepun 120.00 Worachart Punksungka 30.00Boondee Marnadee 120.00 Patchara Thoviboon 10.00Sasima-Songsri Nirapathama 120.00 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมท�าบุญ ออมบุญประจ�าปี ปีละ 120 เหรียญ หรือตามแต่ศรัทธา ขออนุโมทนาบุญแด่ทุก ๆ ท่าน มา ณ โอกาสนี้ด้วย รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้าประจ�าวันจันทร์ คุณจิรา นาวินทรานนท์, คุณวณี ฤทธิ์ถาวร, คุณเมธินี แย้มเพกา, คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ คุณดวงพร เทียบทอง, คุณวัชรี, คุณวราลี-คุณลองรัก ภูศรีวันอังคาร วันอังคารที่ ๑ ของเดือน คุณนุสรา คุณนาคินทร์ พึ่งพร/คุณจิตรา จันทร์แดง/คุณชินซิว วันอังคารที่ ๒ ของเดือน ครอบครัว รุสตานนท์ โดยคุณยายซูเฮียง, ครอบครัว อมรกิจวานิช ิ ่ โดยคุณจินดา,คุณน้อย-อิว-พีท-กอล์ฟ-พงษ์,คุณป้อม-คุณประพจน์ คุณวงศ์ ๋ วันอังคารที่ ๓ ของเดือน คุณกุลชลี คุณป้านันท์ โตตามวัย วันอังคารที่ ๔ ของเดือน คุณกุลชาติ คุณกัญญา สว่างโรจน์ / คุณจิตรา จันทร์แดง / ครอบครัวเอี่ยมเหล็กวันพุธ คุณเพชร, คุณพัชรา, คุณเมย์, David, คุณบุญเลิง, คุณวนิดา, คุณยุพิน,คุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด, คุณป้าเสริม งามสอาด, คุณอัน-คุณขวัญ ร้าน Thai Market พร้อมคณะวันพฤหัสบดี คุณยุพิน เลาหพันธ์ุ ร้าน BANGKOK GARDEN : 301-951-0670วันศุกร์ คุณป้านิด มาแตง ป้าน้อย Ruan Thai Rest. 301-942-0075 คุณป้าบุญเสริม, คุณยุพิน สงวนทรัพย์วันเสาร์ คุณมาลิน(เต้น) คุณลิลลี,่ คุณธิตวฒน์, คุณเชอรี,่ คุณสุกานดา บุพพานนท์ คุณบรรจง พวงใหญ่ ี ิัวันอาทิตย์ คุณนก, คุณกุหลาบ, คุณชูนนทร์-Duwayne Engelhart, ครอบครัววิรยะ, ครอบครัวตังตรงวานิช ิ ิ ้ ครอบครัวสิทธิอ่วม, คุณนุกูล คุณบรรจง, คุณวาสนา น้อยวัน, คุณกษิมา, คุณหลีหมายเหตุ: ขออนุโมทนาพิเศษแด่ คุณผกา คุณวณี, คุณเมธิน,ี คุณจิรา, คุณวนิดา, คุณเล็ก, คุณแต๋ว ป้านิด ป้าน้อย คุณไก่ คุณพนมรัตน์ มุขกัง คุณวิทย์-คุณณัฐ และท่านอื่นๆ ที่มาทำาอาหารถวายพระ ภิกษุสงฆ์ ในวันที่เจ้าภาพหลักมาถวายไม่ได้ หากชื่อ - สกุล ไม่ถูกต้อง กรุณาแจ้งได้ที่พระสงฆ์วัดไทยฯ ดี.ซี. ทุกเวลา
  • 57. แสงธรรม 54 Saeng Dhamma รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล / Lunch ประจำาเดือนธันวาคม (December, 2011)1 (Thu) คุณยายสุจิตร - คุณยายฉวีวรรณ - คุณศิ วิไล - คุณสมร-คุณทิ พย์ และคณะ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั2 (Fri) TONO SUSHI โดยคุณเอก และพนักงาน ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้3 (Sat) ว่าง4 (Sun) คุณแมน-คุณตาล-น้ องแบ๊งค์ วิ ริยะ ท�าบุญฉลองวันเกิ ดให้น้องธนศักดิ์ (บูม) ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั5 (Mon) ชมรม “รวมน�าใจ” โดย มล. เพียงทอง -คุณพัฒนา-คุณพันทิพา-คุณพิมลมาศ-คุณสนัน-คุณบัวทอง ถวำยเพลทีวด ้ ่ ่ั6 (Tue) BANGKOK DELIGHT RESTAURANT นิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้7 (Wed) คุณแม่ราไพ คุณแม่แปง คุณแม่จมศรี คุณสุภา คุณชูศรี คุณแสงทอง คุณศรสมใจ ถวำยเพลทีวด � ู ่ั8 (Thu) ว่าง9 (Fri) คุณนาตยา-Richard - คุณประพิ ณ - คุณจ�าเนี ยร - คุณมาลา - คุณระพิ น -Garry และคณะ ถวำยเพลทีวด ่ั10 (Sat) ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมท�าบุญวันพ่อแห่งชาติ โดยพร้อมเพรียงกัน11 (Sun) ว่าง12 (Mon) ร้าน THAI DERM RESTAURANT ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้13 (Tue) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายพาณิ ชย์ สนง. ฝ่ ายวิ ทยาศาสตร์ฯ สนง.ฝ่ ายการเมือง ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั14 (Wed) ว่าง15 (Thu) BANGKOK GARDEN RESTAURANT โดยคุณยุพิน เลาหพันธุ์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้16 (Fri) สนง. ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารเรือ / ทหารอากาศ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั17 (Sat) ่ กลุมพลังบุญ ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด / อุปสมบทคุณ Kevin ผ่องอักษร เวลำ 9:30 am. เรียนเชิญทุกท่ำนร่วมงำน ่ั18 (Sun) คณะผูปกครอง “09” โดยคุณเกียว-คุณแหม่ม-คุณหมู-คุณปลา-คุณติ๊ -คุณหนึ่ ง และเพื่อน ๆ ถวำยเพลทีวด ้ ่ั19 (Mon) สนง.เศรษฐกิ จการคลัง, สนง. ก.พ., สนง. เกษตร ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีสำนักงำน ก.พ. ่�20 (Tue) คณะผูปกครองนักเรียน 2552 โดยคุณแขก-กระแต-ดาว-ภา-น้อย-ถา-จูมศรี-แสงทอง-อุย และคณะ ถวำยเพลทีวด ้ ้ ่ั21 (Wed) ว่าง22 (Thu) คุณเสริมศักดิ์ - คุณวันทนี ย์ รุจิเรข NSC CAFETERIA ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้23 (Fri) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารบก ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั24 (Sat) กลุ่มพลังศรัทธา ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั25 (Sun) คุณสมศักดิ์ - คุณภาวนา จรรยาทรัพย์กิจ นิ มนต์พระสงฆ์ทกรูป ท�าบุญฉลองร้านประจ�าปี ทีรำน ุ ่้26 (Mon) คุณแต๋ว-Don - คุณติ๋ ว ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด่ั27 (Tue) ว่าง28 (Wed) คุณบังอร - คุณสมพร พร้อมด้วยคณะพยาบาลบัลติ มอร์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั29 (Thu) ว่าง30 (Fri) ว่าง31 (Sat) คณะแม่บานยุคใหม่ โดยคุณกระแต - คุณเอ้ - คุณกอล์ฟ และเพื่อนๆ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั ท่านที่ต้องการเป็นเจ้าภาพ หรือถ้ามีปัญหาขัดข้อง กรุณาแจ้งให้ทางวัดทราบด้วย โทร. 301-871-8660-1 อันนะโท พะละโท โหติ วัตถะโท โหติ วัณณะโท ยานะโท สุขะโท โหติ ทีปะโท โหติ จักขุโท ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้ก�าลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปชื่อว่าให้จักษุ
  • 58. แสงธรรม 62 Saeng Dhamma Members and Friends are invited to celebrate New Year 2012 13440 AtLayhill Road, Silver Spring, D.C.20906 Wat Thai Washington, MD Tel. 301-871-8660, 301-871-8661 Fax. 301-871-5007 Visit us at : www.watthaidc.org Wat Thai Washington, D.C. would like to invite all Members and Friends come tocelebrate International New Year 2012 in Buddhist tradition. Thais often perform many aus-picious ceremonies on this day. The day also presents an opportunity to pay respect to parents,relatives, teachers and others. Parking: Free parking at Wat Thai and Barrie School. ProgramSaturday December 31, 201106:00 p.m. Evening Chanting in the Chanting Hall10:30 p.m. Walking - Sitting meditation in the Chanting Hall12:00 p.m. New Year Celebration, blessed by Venerable Monks Receive holy water by the Venerable abbot “Luang Ta Chi” for good luckSunday January 1, 201209:30 a.m. Monks and lay people at the chanting Hall10:00 a.m. Religious ceremony10:30 a.m. Food offering ceremony11:00 a.m. Lunch served to the Venerable monks Thai Music Performance11:30 a.m. Lunch served to the congregation12:30 a.m. Dhamma Talk by Venerable monk and receive holy water by Venerable abbot “Luang Ta Chi” for your good luck All members and Friends are invited. Admission is free.