• Like

Loading…

Flash Player 9 (or above) is needed to view presentations.
We have detected that you do not have it on your computer. To install it, go here.

Saengdhamma Vol.36 No. 427 November 2010

  • 1,310 views
Uploaded on

Saengdhamma Vol.36 No. 427 November 2010 Wat Thai Washington, D.C.

Saengdhamma Vol.36 No. 427 November 2010 Wat Thai Washington, D.C.

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
1,310
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
6
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ทุกชีวิตมีปัญหา พระพุทธศาสนามีทางแก้ แสงธรรม วารสารธรรมะรายเดือนที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา Saeng Dhamma ฉบับกฐินสามัคคี ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๔๒๗ ประจำาเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ Vol.36 No.427 November 2010 ปี ๒๕๕๓
  • 2. สื่อส่องทาง สว่างอ�าไพ แสงธรรม ทุกชีวิตมีปัญหำ พระพุทธศำสนำมีทำงแก้ วำรสำรธรรมะรำยเดือนที่เก่ำแก่ที่สุดในอเมริกำ ปีที่ 36 ฉบับที่ 427 ประจ�ำเดือนพฤศจิกำยน พ.ศ. 2553 Vol.36 No.427 November, 2010 Objectives : �To promote Buddhist activities. สำรบัญ �To foster Thai culture and tradition. �To inform the public of the temple’s activities. Contents �To promide a public relations center for Buddhists living in the United States. The Buddha’s Words............................................... 1 INSIGHT, BY ORGANIZED TRAINING............................. 2 เจ้าของ : วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. Knowing The World Ven. Ajanh Chah.................... 7 ที่ปรึกษา : พระวิเทศธรรมรังษี MY (VERY BRIEF) LIFE AS A BUDDHIST MONK...By Matthew 13 กองบรรณาธิการ : The Hot News Of World Buddhism ...........................15 ดร.พระมหำถนัด อตฺถจำรี ปฏิบัติธรรมประจ�ำเดือนพฤศจิกำยน............................ 22 พระสมุห์ณัฐิวุฒิ ปภำกโร พระจรินทร์ อำภสฺสโร เสียงธรรม...จากวัดไทย...........................หลวงตาชี 23 พระมหำเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญำโณ ประมวลภาพกิจกรรมต่างๆ เดือนตุลาคม ................ 30 พระสุริยำ เตชวโร เสียงธรรม...จากหลวงตาชี ........................................ 32 พระมหำสรำวุธ สรำวุโธ ท่องแดนพระพุทธศำสนำ ๒,๓๐๐ ปี ดร.พระมหำถนัด 39 พระมหำประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม สำระธรรมจำก...พระไตรปิฎก ..................................... 41 พระมหำศรีสุพรณ์ อตฺตทีโป อนุโมทนำพิเศษ / Special Thanks............................ 42 พระมหำค�ำตัล พุทฺธงฺกุโร Thai Temple’s News....................โดย Handy 43 พระอนันต์ภิวัฒน์ พุทฺธรกฺขิโต รำยนำมผู้บริจำคเดือนตุลำคม .....Ven. Pradoochai 46 และอุบำสก-อุบำสิกำวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. รำยนำมผู้บริจำคออมบุญประจ�ำปีและเจ้ำภำพภัตตำหำรเช้ำ... 53 รำยนำมเจ้ำภำพถวำยเพล / Lunch............................ 54 SAENG DHAMMA Magazine ก�ำหนดกำรท�ำบุญวันทอดกฐินสำมัคคี ปี 2553 ............ 62 is published monthly by Wat Thai Washington, D.C. Temple At 13440 Layhill Rd., Photos taken by Silver Spring, MD 20906 Ven. Pradoochai, Tel. (301) 871-8660, 871-8661 Ven. Ananphiwat, Ven.Srisuporn Fax : 301-871-5007 Mr. Yuttachat,Mr. Kevin, E-mail : watthaidc@hotmail.com Mr. Sam & Bank, Ms. Golf Homepage : www.watthaidc.org Radio Network : www.watthai.iirt.net 2,500 Copies
  • 3. ถ้อยแถลง “ใบไม้เอย ใบไม้ร่วง เจ้าจะร่วงกันไปถึงไหน ท�าไมไม่เหลือสักใบแล้วต่อไปจะเหลืออะไรเชยชม เมื่อก่อนนี้เจ้าชูช่อไสว ทังดอกทังใบเจ้าก็สลวย มาวันนีเ้ จ้าระทดระทวยแล้วเจ้าก็มวยลงกับดิน...” อนิจจตำแห่งกำลเวลำ ฤดูกำลหมุนเวียนเปลียนแปลง ้ ้ ้ ่ แสดงให้เห็นควำมต่ำง ใบไม้ที่เคยเขียวขจีมีเต็มต้นในช่วงฤดูร้อนเปลี่ยนสี เด็ดขั้ว ร่วงหล่น นั้นก็หมำยควำมว่ำ ลมหนำว หิมะ ฯ ก�ำลังจะมำแทนควำมร้อนอันแสนอุ่นที่ก�ำลังจะจำกลำ ในธรรมชำติย่อมเป็นกฎกำรหมุนเวียน เพรำะเมื่อฤดูหนำวที่แล้วใบไม้ก็ ไม่มีเช่นเดียวกัน เมื่อมีได้ ก็ไม่มีได้ เมื่อไม่มีได้ ก็มีได้เช่นกัน “เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี” นั่นเอง บ้ำนเมืองไทยเรำกลับมีน�้ำท่วมใหญ่ หลำยจังหวัดทังภำคอีสำน ภำคกลำง ซึงนับว่ำเป็นกำรท่วมทีลำช้ำกว่ำปีอนๆ สร้ำงควำมเสียหำยทีจะต้องระดมช่วยกันอีกมำกมำย ้ ่ ่้ ื่ ่ เรื่องน�้ำท่วม ภัยแล้ง เป็นมหำกำพย์คู่สังคมไทยที่แก้กันไม่สิ้นสุด เขื่อนเล็ก เขื่อนใหญ่ก็แล้ว เรื่องรำวจะเป็นอย่ำงไร ติดตำม กันต่อไป “แสงธรรม” ในมือท่ำนฉบับพฤศจิกำยนนี้มำในกฐินทำน ที่ชื่อว่ำเป็นทำนที่จ�ำกัดเวลำคือช่วงแรม ๑ ค�่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค�่ำ เดือน ๑๒ เท่ำนั้น นอกจำกนี้ยังบ่งบอกถึงข้อจ�ำกัดอื่นๆ อีก จึงถือกันว่ำกฐินเป็นบุญพิเศษจริงๆ หลำยคนจึงพยำยำมขอ เป็นประธำนทอดกฐินในวัดใดวัดหนึ่งให้ได้ ไม่ได้ประธำนแบบเดียว ก็ขอเป็นประธำนร่วม ฉบับก่อนได้บอกข่ำวไปแล้วว่ำ ปีนี้กฐิน วัดไทย ดี.ซี. จัดทอดถวำยในวันอำทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกำยน ศกนี้ โดยมีคณะพยำบำลบัลติมอร์ และพุทธศำสนิกชนร่วมกันเป็น เจ้ำภำพ ปัจจัยที่ได้จะได้น�ำไปสมทบก่อสร้ำงอำคำรหลวงตำชี ที่ขณะนี้อยู่ระหว่ำงกำรขอใบอนุญำต ดังที่ปรำรภไปในฉบับที่แล้วในวำระครบรอบ ๓ ปีแห่งกำรมรณภำพของพระพรหมมังคลำจำรย์ หรือหลวงพ่อปัญญำนันท ภิกขุ และในปีหน้ำ (๒๕๕๔) ท่ำนจะมีอำยุครบ ๑๐๐ ปี จึงใคร่ขอน�ำเสนอ “๑๐๐ ปี ๑๐๐ เรื่องหลวงพ่อเล่า” ซึ่งเป็นเรื่องรำว ที่หลวงพ่อเคยเล่ำไว้ในปำฐกถำธรรม ส�ำหรับฉบับนี้ ขอเสนอเรื่อง “แปลงร้ายกลายเป็นดี” เพรำะสมัยนี้ใครเขำก็พูดว่ำให้มอง ด้ำนบวก ซึ่งหลวงพ่อมองมำนำน เรื่องรำวจะเป็นอย่ำงไรขอเชิญ ติดตำมได้ ณ บัดนี้ “ครำวหนึ่งนั่งรถไฟมำจำกปักษ์ใต้ แล้วมำ เสียตรงที่บำงสะพำนน้อย คนในรถบ่นกันอุบอิบๆ “แหม แย่ ไม่ทันโทรเลขให้เขำมำรับ จะมำคอยเก้อ” อย่ำงนั้นอย่ำงนี้พูดกัน ใหญ่เลย อำตมำนั่งๆ ฟัง เห็นว่ำโยมจะไปกันใหญ่แล้ว ก็เลยต้องเทศน์เสียหน่อย ปำฐกถำเสียหน่อยในรถไฟก็ไม่เป็นไร เลยบอก ว่ำ “โยมอย่ำมีควำมทุกข์เลย โยมทุกข์ร้อนรถมันก็ไม่เดินหรอก โยมบ่นมันก็ไม่เดิน เครื่องมันเสีย คนนั้นเขำไม่มีเจตนำให้มันเสีย มันเสียตำมธรรมชำติ เพรำะสิ่งทั้งหลำยมันไม่เที่ยงแท้แน่นอน มันก็ต้องอย่ำงนี้แหละ โยมเคยมำเที่ยวแถวบำงสะพำนน้อยหรือ เปล่ำ” “ยังเลย ไม่เคยมำเที่ยว” “อย่ำงนั้นก็ดีแล้ว เดินไปเที่ยวตลำดไป ซื้อกล้วยตำกมำกิน ฝำกลูกฝำกหลำนก็ยังได้ ปลำเค็มแถวนี้ก็ไม่แพงใกล้ทะเล ไปเดิน ชมตลำดกันดีกว่ำ” ลงจำกรถเป็นแถวไปเลย อำตมำน�ำขบวนเลย พอโยมไปเทียวตลำด ชวนพูดชวนคุยให้สบำยใจ ไปกินน�ำมะพร้ำว ่ ้ อ่อนบ้ำง ซื้อกล้วยตำกบ้ำง คนหนึ่งก็ซื้อปลำเค็มบ้ำงไปฝำกลูกหลำน แล้วที่เป็นทุกข์ก็หำยกลุ้มไปเท่ำนั้นเอง เรำไม่ได้มองในแง่ดี ไว้ ไปมองในแง่เสีย “แหม รถมำเสียที่ตรงนี้ เสียที่ตรงนี้ก็ดีแล้ว เรำได้ลงไปเที่ยวบำงสะพำนน้อยเพรำะยังไม่เคยมำเที่ยว ไปดูซิ คลองบำงสะพำนยังมีของขำยหรือเปล่ำ” ว่ำไปตำมเรืองให้โยมแกสบำยใจ เลยทุกคนยิมออกมำได้ แล้วก็เดินไปชมนกชมไม้ไปตำม ่ ้ เรื่องต่อไป กลับมำไม่เท่ำใดเขำเอำหัวรถมำเปลี่ยน ก็ลำกรถไปได้ต่อไป ใจมันก็หมดทุกข์หมดร้อนไป นีเป็นตัวอย่ำงให้เห็นง่ำยๆ ว่ำ ควรแปลเหตุกำรณ์ทรำยให้กลำยเป็นดี เหตุกำรณ์ทจะเป็นทุกข์ให้เป็นสุขสดชืน เรำต้องหัดแปร ่ ี่ ้ ี่ ่ ญัตติ พูดตำมภำษำในสภำ เรียกว่ำแปรญัตติเสียบ้ำง อย่ำยืนยันมติของตัวเรื่อยไป ถ้ำยืนยันเรื่อยไป ประธำนก็ขับออกจำกสภำ เท่ำนันเอง บอกว่ำคุณออกไป เข้ำป่ำไป เกเร ผูแทนนีใช้ไม่ได้ ถูกออกนอกสภำเลยไม่ได้อภิปรำยต่อไป เรำต้องหัดแปรเสียมัง อะไร ้ ้ ้ ่ มันไม่สวยสดงดงำม ให้สดชื่นรื่นเริงขึ้นมำ อันนี้ก็จะท�ำให้จิตใจสบำย (ควำมพอใจเป็นทรัพย์อย่ำงยิ่ง วันอำทิตย์ที่ ๕ กันยำยน ๒๕๑๙) ท้ำยสุด ขออ�ำนวยพรญำตมิตรจงพิชิตทุกข์ เสริมสร้ำงสุข เพิ่มบุญกุศล น�ำตนรอดปลอดภัยด้วยแสงแห่งพระธรรม ทุกท่ำน เทอญ คณะผู้จัดท�า
  • 4. แสงธรรม 1 Saeng Dhamma The Buddha’s Words พุทธสุภาษิต อตฺตานเมว ปฐมํ ปฏิรูเป นิเวสเย อถญฺญมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต ฯ (๑๕๘) ควรปฏิบตตนให้ดกอน แล้วค่อยสอนคนอืน บัณฑิตเมือทําได้อย่างนี้ ั ิ ี ่ ่ ่ จึงจะไม่สร้างมลทินแก่ตว ั One should first establish oneself in what is proper, and then instruct others. A wise man who acts in this way shall never get defiled.
  • 5. แสงธรรม 2 Saeng Dhamma INSIGHT, BY ORGANIZED TRAINING by Buddhadasa Bhikkhu http://www.buddhanet.net/budasa10.htm INSIGHT, BY ORGANIZED TRAINING do who lacks transcendent virtues and the ap- N ow we shall deal with the organized systems of insight training, which were not taught by the Buddha but were developed propriate disposition? For such people, teachers laid down ordered systems of practice, concise courses which start from scratch and have to be by later teachers. This kind of practice is suit- followed through thoroughly and systematically. able for people at a fairly undeveloped stage, These systems of practice for developing in- who still cannot perceive the unsatisfactori- sight are now known by the technical term “Vi- ness of worldly existence with their own eyes, passana - dhura.” Vipassana - dhura is contrasted naturally. This doesn’t mean, however, that the with Study (Gantha - dhura), the two being con- results obtained by these systems have any sidered nowadays complementary aspects of special qualities not obtainable by the nature training. Vipassana- dhura is study done within; method, because when we examine the Tipi- it is strictly mental training, having nothing to do taka closely, we find the nature method is the with textbooks. Neither the term Study (Gantha only one mentioned. Some people consider, - dhura) nor Vipassana - dhura is mentioned in however, that natural insight can be developed the Tipitaka, both appearing only in later books; only by someone who has become so remark- but Vipassana - dhura is nevertheless a genuine ably virtuous, or has such a suitable disposition, Buddhist practice, designed for people intent on that for him to come to a full understanding of eliminating suffering. It is based directly on sus- things is just child’s play. What is a person to tained, concentrated introspection. In order to
  • 6. แสงธรรม 3 Saeng Dhamma explain Vipassana to people, teachers in former dassana - visuddhi). This knowledge of the path ages considered it in terms of the following to be followed leads to the purity by knowledge questions: What is the basis, the foundation of and vision of the progress along the path Patipa- Vipassana? What are the characteristics by which da - Nanadassana visuddhi). This finally leads to we may know that this is Vipassana? Just what the last stage of full intuitive insight or purity of is the activity called Vipassana? What should be knowledge and vision (Nanadassana - visuddhi), the ultimate result of Vipassana? which is the perfection of the very Noble Path. Asked what is the basis, the foundation of Because the Fruit of the Path arises automati- Vipassana, we answer: morality and concentra- cally once the Path is established, the attain- tion. “Vipassana” means “clear insight,” and ment of the Path is regarded as the culmination refers to the unobscured vision that may arise of the practice. when a person’s mind is full of joy and devoid Moral purity is faultless behavior by way of of any defilement. Joy develops when there is body and speech. As long as any imperfection Moral Purity (Sila visuddhi); morality is a prereq- in body or speech remains, morality in the true uisite. This is stated in the texts (Rathavinitas- sense is lacking. When it has been perfected, utta, Majjhima - nikaya, 24), where the practice that is, when tranquillity of bodily activities and is described as proceeding in a series of stages speech has been achieved, the result is bound called the Seven Purifications, and culminating to be mental tranquillity, conducive in its turn in the Path and the Fruit. Teachers regard the at- to the further stages of purification: freedom tainment of Moral Purity as the first of the Seven from misunderstanding, freedom from doubt, Purifications. It consists of faultless behavior and knowledge as to what is the Path to be followed is prerequisite to purification of the mind (Citta and what is not, knowledge and vision of the - visuddhi). Purification of the mind, achieved progress along the Path and finally full intuitive when the mind has been rendered free of any insight. These last five stages constitute vipas- contamination, is conducive to Purification of sana proper. Purification of conduct and mind Views (Ditthi- visuddhi) or freedom from mis- are merely the entrance into the path of vipas- understanding. Freedom from misunderstand- sana. ing leads to purity by freedom from doubt THE SEVEN PURIFICATIONS, THE FIVE STAGES (Kankhavitarana- visuddhi), and this conduces in IN VIPASSANA, AND THE NINE STEPS IN THE PER- its turn to the arising of purity by knowledge and FECTION OF KNOWLEDGE I Moral purity II Men- vision of what is the true path to be followed tal purity III(1) Freedom from false views IV (2) and what is not the path (Magga - magga - Nana- Freedom from doubt V (3) Knowledge and vision
  • 7. แสงธรรม 4 Saeng Dhamma of what is the true Path VI (4) Knowledge and objects, and so give rise to fear. Rites and rituals vision of the progress along the Path (a) Knowl- are then performed to neutralize the fear, and edge of arising and passing away (b) Knowledge the end result is firm attachment to rites and rit- of passing away (c) Awareness of fearsomeness uals-all on account of false views. Such a situa- (d) Awareness of danger (e) Disenchantment (f) tion indicates views that are not as yet faultless. Desire for freedom (g) Struggle to escape (h) Im- To have given up false views is to have attained perturbability (i) Readiness to perceive the Four what was originally called the third Purification, Noble Truths VII (5) Full Intuitive Insight and what later teachers classed the first stage in The Purification consisting of freedom from vipassana. misunderstanding implies the elimination of all The Purification consisting of freedom from false views, both inborn and acquired. It cov- doubt is brought about by introspection into ers the whole range causes. With free- from irrational belief in dom from false views, magic to false ideas as one sees oneself as to the true nature of just body plus mind. things-for instance, re- Freedom from doubt garding this body and consists in perceiv- mind as something ing the nature of the enduring, something causes responsible for worthwhile, a self; the coming into ex- seeing it as animal, hu- istence of the body- man being, celestial being, or god, or as some- mind complex. One sees penetratingly and in thing magical or sacred; failing to perceive that fine detail the coming into existence and the it consists of just the four elements, or of just interaction of ignorance, desire, grasping and body plus mind, and regarding it instead as a clinging karma, “nutriment,” and so on, to form self, as possessing a soul or spirit, which enters body and mind. Freedom from doubt results and leaves it; failing to see it as consisting of simply from this clear knowledge of the causes the five aggregates: body, feeling, perception, and effects of all things. In the vipassana sys- active thinking and consciousness; failing to see tem, teachers recognize twenty or thirty kinds it as just a mass of perceptions received by way of doubt, but summed up they all amount to of the eye, ear, nose, tongue, body and mind. doubt as to whether or not “one’s self” exists, False views lead to belief in magic and sacred whether or not “one’s self” existed previously,
  • 8. แสงธรรม 5 Saeng Dhamma whether or not “one’s self” will continue to ex- come overawed, such as wonderful impressive ist in the future and, if so, in what form. The only auras seen in the mind’s eye (the physical eyes way doubt can be completely dispelled is to being shut). If these effects are purposely en- realize that there is no “I,” but only elements, couraged, they can become highly developed; aggregates, a nervous system together with such and if the meditator jumps to the conclusion causes as ignorance, craving and attachment, that “this is the Fruit of vipassana practice,” or karma, “nutriment,” and so on. Because no real congratulates himself saying, “This is something “I” is involved at all, one starts giving up the supernatural; this will do me!” and the like, the foolish idea: “I am, I have been, I shall be.” With arising of these phenomena is liable to bar the the complete eradication of doubt, the second way to the true Path and Fruit. Consequently, stage in vipassana has been achieved. This does teachers consider it a side track, a blind alley. An- not mean that the “I”- other example is the conceit has been giv- arising of feelings of en up for good and joy and contentment all; fine vestiges are which continually still present. Adequate overflow the mind to understanding of the such an extent that it mode of interaction of becomes incapable of causes has resulted in any further introspec- the dispelling of doubt tion, or jumps to the and has made it pos- conclusion that “this sible to give up the idea of “I” in its grossest is Nirvana, right here and now,” so that the way forms. becomes blocked and further progress is im- When doubt has been transcended, it be- possible. This is another obstruction to insight. comes possible to bring about the Purification Teachers say, furthermore, that even insight into consisting of perfect knowledge as to what is the nature of body and mind may sometimes the right path to follow and what is not. There lead to self satisfaction and the delusion that exist several obstacles to this further progress, the meditator has a remarkable degree of spir- which usually arise in the course of vipassana itual insight, so that he becomes overconfident. practice. While the mind is in a concentrated This too is an obstacle to progress in vipassana. state, there are likely to arise various strange Occasionally the meditator may make use of phenomena with which the meditator may be- the mental power he has developed to make
  • 9. แสงธรรม 6 Saeng Dhamma his body go rigid, with the result that he loses no longer when recalled to mind. Things the the awareness necessary for further introspec- meditator had formerly feared and dreaded or tion. This is a stubborn obstacle in the path to worried and fretted over no longer induce those further progress, yet meditators usually approve reactions, so that he gets the false idea that he of it, regarding it as a supernatural faculty, or has already attained liberation, freedom from even as the Fruit of the Path. Anyone who be- all defilements; because for as long as he is in comes so pleased with and infatuated by the at- that condition he has all the characteristics of a tainment of deep concentration, this sitting with genuinely perfected individual. Should satisfac- body rigid and devoid of all sensation, that he tion arise with respect to this condition, it acts is unable to progress further in vipassana, is in a as an obstacle to further progress in vipassana. most pitiable position. And in time the condition will fade away so that Another condition that may very easily come things formerly liked or disliked will be liked or about is a blissful rapture the like of which the disliked again just as before, or even more so. meditator has never encountered before. Once To be continued arisen it induces wonder and amazement and unjustified self satisfaction. While the rapture lasts, he body and the mind experience extreme bliss and all problems vanish. Things that for- merly were liked or disliked are liked or disliked คุณประสาร มานะกุล และครอบครัว พร้อมญาติมิตร ทำาบุญอุทิศส่่วนกุศล แด่คุณพ่อ และบรรพบุรุษ วันอาทิตย์ ที่ 10 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2553
  • 10. T W แสงธรรม 7 Saeng Dhamma KNO ING HE ORLD By Ajahn Chah http://www.ajahnchah.org/book/It_Can_Be_Done.php A ll things just as they are display the truth. But we have biases and preferenc- es about how we want them to be. Lokavidū We need to develop a mind that has tranquility as well as wisdom in control of things together. We talk about sīla, samādhi, paññā, and about means knowing the world clearly. The world is samatha meditation and vipassanā medita- these phenomena (sabhāva) abiding as they tion. But they are really all the same matter. are. To sum it up simply, the world is arom. They are the same, but we divide them into That’s an easy way to put it. The world is arom. different categories and get confused. I’ve If we say ‘’world,’’ that’s pretty vast. ‘’Arom often made a simple analogy about it - there are the world’’ is a lot simpler. The world is are things to compare it to - which can make it arom. Being deluded by the world is being de- easier to contemplate and understand. luded by arom; being deluded by arom is being A little mango later becomes a large, ripe deluded by the world. Lokavidū, knowing the mango. Is the little mango the same piece of world clearly: however the world is, that’s what fruit as the large one? From the time it’s just we should know. It exists according to its con- a bud flowering on the tree, it’s the same one ditions. So we should have full, present aware- mango. As it grows into a small mango and then ness of it. gets bigger and bigger, almost ripe, then finally Such as the teaching that we should know ripe, it’s only undergoing change. sankhāras for what they are, develop wisdom The aspects of practice we talk about are that knows sankhāras. Whatever the truth of the same. Sīla simply means giving up wrongdo- sankhāras is, however they really are, that’s ing. A person without Sīla is in a hot condition. the truth we should know. That’s called wis- When someone gives up wrongdoing and evil dom that accepts and knows without obstacles. ways, that brings coolness. Cool, without harm
  • 11. แสงธรรม 8 Saeng Dhamma or ill effects. The blessing that comes from this ing someone else’s knife to cut something. We freedom from harmful effects is a tranquil mind never come to have our own knife. That’s the - that is samādhi. When the mind is in samādhi, way I felt. So I didn’t ask many questions of oth- clean and pure, it will see many things. It’s like ers. If I stayed with a teacher for a year or two, water that is still and undisturbed. You can see I’d listen to his discourses and try to work things your face in it. You can see things further away out for myself. I would seek my own answers. reflected as well. You can see the roof of the I was different from other disciples, but I was building over there. If a bird alights on the roof able to develop wisdom; this way made me re- you can see it. sourceful and clever. I didn’t become heedless, These factors are really all one, just like rather I contemplated things until I could see for the one mango. The tiny fruit is that same one myself, increasing my understanding and remov- mango. The growing fruit is the same mango. ing my doubts. The ripe fruit is the same mango. From green My advice is to not let yourself get wrapped to yellow, it’s the same mango; it’s undergoing up in doubts and questions. Let them go and change, and that’s why we see difference. directly contemplate whatever you are experi- Having this kind of simple understanding can encing. Any physical pleasure or pain you ex- put us at ease. Doubts will diminish. If instead perience, don’t make a big deal out of it. When we are relying on texts and seeking detailed you sit in meditation and start to feel tired or explanations, we are likely to end up in con- uncomfortable, adjust your position. Endure as fusion. So we have to watch our own minds. much as you can, and then move. Don’t over- ‘’Bhikkhus! You should be watching over your do it. Develop a lot of mindfulness - that’s the minds. Those who watch over their minds shall point. Doing your walking and sitting meditation escape the snares of Māra.’’ Both Māra and his as much as you can, the aim is to be developing snares. And it depends on our own investigation. mindfulness as much as you can, knowing things My way of practice was a little strange. fully. That’s enough. After I ordained and started to practise, I had a Please take my words to contemplate. What- lot of doubts and questions. But I didn’t like to ever form of practice you’re doing, when objects ask anyone about them very much. Even when of mind arise, whether internally or externally, I met Ajahn Mun, I didn’t ask him many ques- those are called arom. The one who is aware of tions. I wanted to ask, but I didn’t. I sat and the arom is called... well, whatever you want to listened to his teaching. I had questions, but I call it is OK; you can call it ‘’mind.’’ The arom is didn’t ask. Asking someone else is like borrow- one thing, and the one who knows the arom is
  • 12. แสงธรรม 9 Saeng Dhamma another. It’s like the eye and the objects it sees. knowing all manner of things, experiencing dif- The eye isn’t the objects, and the objects aren’t ferent states. Don’t be keeping track of them3, the eye. The ear hears sounds, but the ear isn’t and don’t get wrapped up in them. You only the sound and the sound isn’t the ear. When need to remind yourself that they’re uncertain. there is contact between the two, then things That’s enough. That’s easy to do. It’s simple. happen. Then you can stop. Knowledge will come, but All states of mind, happy or unhappy, are then don’t make too much out of that or get called arom. Whatever they may be, never mind attached to it. - we should constantly be reminding ourselves Real investigation, investigation in the cor- that ‘’this is uncertain.’’ rect way, doesn’t involve thinking. As soon as This is something people don’t consider very something contacts the eye, ear, nose, tongue, much, that ‘’this is uncertain.’’ Just this is the or body, it immediately takes place of its own. vital factor that will bring about wisdom. It’s re- You don’t have to pick up anything to look at ally important. In order to cease our coming and - things just present themselves and investiga- going and come to rest, we only need to say, tion happens of its own. We talk about vitakka, ‘’This is uncertain.’’ Sometimes we may be dis- ‘’initial thought.’’ It means raising something up. traught over something to the point that tears What is vicāra, ‘’discursive thought’’? It’s inves- are flowing; this is something not certain. When tigation, seeing the planes of existence (bhūmi) moods of desire or aversion come to us, we that appear. should just remind ourselves of this one thing. In the final analysis, the way of the Buddha Whether standing, walking, sitting, or lying down, flourishes through impermanence. It is always whatever appears is uncertain. Can’t you do timely and relevant, whether in the time of the this? Keep it up no matter what happens. Give it Buddha, in other times past, in the present age, a try. You don’t need a lot - just this will work. or in the future. At all times, it is impermanence This is something that brings wisdom. that rules. This is something you should medi- The way I practise meditation is not very tate on. complicated - just this. This is what it all comes The true and correct words of the sages will down to: ‘’it’s uncertain.’’ Everything meets at not lack mention of impermanence. This is the this point. truth. If there is no mention of impermanence, it Don’t keep track of the various instances of is not the speech of the wise. It is not the speech mental experience. When you sit there may be of the Buddha or the ariyas; it’s called speech various conditions of mind appearing, seeing and that does not accept the truth of existence.
  • 13. แสงธรรม 10 Saeng Dhamma All things have need of a way of release. it becomes aware. Too much forcing will make Contemplation is not a matter of holding on and you crazy. What’s vital is to keep on increas- sticking to things. It’s a matter of releasing. A ing awareness and sensitivity. Our path is like mind that can’t release phenomena is in a state this. There are many points for comparison. We of intoxication. In practice, it’s important not to could talk about construction work and bring it be intoxicated. When practice really seems to back to the way of training the mind. be good, don’t be intoxicated by that good. If There is a lot of benefit to be had from prac- you’re intoxicated by it, it becomes something ticing meditation, from watching over your mind. harmful, and your practice is no longer correct. This is the first and foremost thing. The teach- We do our best, but it’s important not to become ings you can study in the scriptures and com- drunk on our efforts, otherwise we are out of har- mentaries are true and valuable, but they are mony with Dhamma. This is the Buddha’s advice. secondary. They are people’s explanations of Even the good is not something to get intoxicated the truth. But there is actual truth that surpasses by. Be aware of this when it happens. the words. Sometimes the expositions that are A dam needs a sluiceway so that the water derived seem uneven or are not so accessible, can run off. It’s the same for us in practice. Us- and with the passing of time they can become ing will power to push ourselves and control confusing. But the actual truth they are based the mind is something we can do at times, but on remains the same and isn’t affected by what don’t get drunk on it. We want to be teach- anyone says or does. It is the original, natural ing the mind, not merely controlling it, so that state of things that does not change or deterio- ประพจน์-ศิริพร คุณวงค์ และครอบครัว เจ้าภาพ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานทำาบุญ 100 วันคุณแม่มาก คุณวงค์ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2553 รวมทั้งร่วมบริจาคเงินและนำาอาหารมาถวายเพล ผมได้นำาเงินถวายวัดเพื่อร่วม สมทบทุนสร้างอาคาร 80 ปีหลวงตาชี จำานวน $1,879 เหรียญ ขออำานาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงอำานวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
  • 14. แสงธรรม 11 Saeng Dhamma rate. The explanations people compose are sec- explanations lose their potency, but the source ondary or tertiary, one or two steps removed, remains the same. and though they can be good and beneficial So the Buddha taught to focus your atten- and flourish for some time, they are subject to tion and investigate. Practitioners in search of deterioration. the truth, do not be attached to your views and It’s like the way the population keeps in- knowledge. Don’t be attached to the knowl- creasing and troubles increase along with it. edge of others. Don’t be attached to anyone’s That’s quite natural. The more people there are, knowledge. Rather, develop special knowledge; the more issues there will be to deal with. Then allow the saccadhamma to be revealed in full leaders and teachers will try to show us the right measure. way to live, to do good and solve problems. In training the mind, investigating the sac- That can be valid and necessary, but it’s still cadhamma, our own minds are where it can be not the same as the reality those good ideas are seen. When there is doubt about anything, we based on. The true Dhamma that is the essence should be paying attention to our thoughts and of all good has no way to decline or deteriorate, feelings, our mental processes. This is what we because it is immutable. It is the source, the should know. The rest is all superficial. saccadhamma, existing as it is. All the followers In practising Dhamma, we will meet with of the Buddha’s way who practise the Dhamma many sorts of experiences, such as fear. What must strive to realize this. Then they may find will we rely on then? When the mind is wrapped different means to illustrate it. Over time, the up in fear, it can’t find anything to rely on. This is คุณแทน ดาว พร้อมครอบครัว ทำาบุญทักษิณานุประทาน อุทิศส่วนกุศลให้ลูกชาย คุณต่วน ดาว ครบ 1 ปี ที่เสียชีวิต 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553
  • 15. แสงธรรม 12 Saeng Dhamma something I’ve gone through, the deluded mind to our own or others’ views and opinions. But stuck in fear, unable to find a safe place any- when we have our ideas or interact with others, where. So where can this be settled? It gets set- watching them contact the mind can be illu- tled right at that place where it appears. Wher- minating. It’s in those things that we have and ever it arises, that is where it ceases. Wherever experience that knowledge can be born. the mind has fear, it can end fear right there. In watching the mind and cultivating medi- Putting it simply, when the mind is completely tation, there can be many points of wrong un- full of fear, it has nowhere else to go, and it can derstanding or deviation. Some people focus on stop right there. The place of no fear is there conditions of mind and want to analyze them in the place of fear. Whatever states the mind excessively, so their minds are always active. Or undergoes, if it experiences nimitta, visions, or maybe we examine the five khandhas, or we knowledge in meditation, for example, it doesn’t go into further detail with the thirty-two parts matter - we are taught to focus awareness on of the body - there are many such classifica- this mind in the present. That is the standard. tions that are taught for contemplation. So we Don’t chase after external phenomena. All the ponder and we analyze. Looking at the five things we contemplate come to conclusion at doesn’t seem to get us to any conclusion, so the source, the place where they arise. This is we might go into the thirty-two parts, always where the causes are. This is important. analyzing and investigating. But the way I see it, When we feel fear - this is a good exam- our attitude towards these five khandhas, these ple, since it’s easy to see - if we let ourselves heaps that we see right here, should be one experience it until it has nowhere to go, then of weariness and disenchantment, because they we will have no more fear, because it will be don’t follow our wishes. I think that’s probably exhausted. It loses its power, so we don’t feel enough. If they survive, we shouldn’t be overly fear anymore. Not feeling fear means it has be- joyful to the point of forgetting ourselves. If they come empty. We accept whatever comes our break up, we shouldn’t be overly dejected by way, and it loses its power over us. that. Recognizing this much should be enough. This is what the Buddha wanted us to place We don’t have to tear apart the skin, the flesh, our trust in, not being attached to our own and the bones. views, not being attached to others’ views. This is really important. We are aiming at the knowl- To be continued edge that comes from realization of the truth, so we don’t want to get stuck in attachment
  • 16. แสงธรรม 13 Saeng Dhamma MY (VERY BRIEF) LIFE AS A BUDDHIST MONK Part II: Robes By Matthew R.G. Regan A lthough my decision to undertake a tem- porary ordination as a Buddhist monk was a very long process—years in the making, and families on their way back home, did I truly realize exactly what I had gotten myself into. Although I had certainly worked hard in prepar- in fact—the actual ceremony itself passed by ing for my ordination, my life as a monk would much more quickly than I could have ever im- require even more learning—and fast. agined. Even after months of memorizing and The first step, and perhaps the most difficult practicing the Pali verses of the ordination cer- for me, was learning how to wear the robe. It had emony (upasampada kammavacana) and count- never occurred to me how many different styles less rehearsals with Venerable Pradoochai and one could wear something as simple as three piec- the other monks of the temple, I was still a little es of cloth, nor how difficult it could be to master nervous as I entered the Buddha Hall that morn- the art of wearing one, especially without someone ing. But as the ceremony progressed, I could see else helping you to put it on. Sadly, over my ten the smiles on the faces of my friends and fam- days, I never really mastered the art of putting on ily, and my confidence grew. Before I even knew my own robe without assistance—especially in the it, the ceremony was over, and I emerged as rolled, over-the-shoulder style preferred by Thai Venerable Aggacitto, a Buddhist monk. monks—but thankfully, I had the constant help of As I would quickly discover, however, the ac- my brother monks to assist me. tual ordination ceremony turned out to be only And yet, with all my difficulties wearing the a tiny first step in the great journey that was robe, I was able to find in it a simple lesson about my 10-day ordination. And no sooner was my Buddhism. Unlike my regular clothes, which I had first meal as a monk completed and my friends worn my entire life and had really become more
  • 17. แสงธรรม 14 Saeng Dhamma of a second skin, the robes presented an opportu- feel the effect it was having over me. By taking nity for awareness. Because I was so unfamiliar and myself out of my normal day-to-day existence, I uncomfortable with them, I had to pay special at- was able to more deeply appreciate and reflect tention to my posture, the way they changed after on the things that I so often took for granted. hours of being worn, and of course, whether or not As I folded my outer robe (sanghati) and put it they were falling down. If I wasn’t constantly mind- away for the evening, next to the small stupa ful about my robes, I would—at the very least— that was given to me by the abbot of the Sri look sloppy and disheveled, not the sort of image Lankan temple, Bhante Uparatana, I composed a good monk should convey. a little verse to sum up my feelings. The next morning, as I did each morning of my temporary monkhood, I recited it silently just before I got out of bed and got ready for the day: Today I am a monk Tomorrow I might not be Today I should work As hard as I can To remove the kilesa (defilements) And plant the parami (virtues) But beyond being a reminder to be mindful, So that I may become they also served as a visual reminder of my com- Peaceful and pure mitment—whenever I looked down or passed by a mirror, I couldn’t help but notice the bright But even though I had already learned a yellow robes I was wearing. From my first wak- lot, I knew my journey was just beginning. In ing moment to my last before I went to bed, my a few short days, I was going on retreat with robes served as a constant remind of what I was Ajahn Thanat and Ajahn Ampol, and I would undertaking, and what my priorities had to be. experience life as a monk outside the familiar At the end of my first day in robes, strug- confines of Wat Thai DC. It was only then that I gling through working and chanting and eating in truly began to understand the meaning of being them, I was exhausted. But I was also happy and a “bhikkhu”—a homeless wanderer. relieved. I knew that my temporary ordination would not be an easy thing, but I could already To be Continued next month.
  • 18. แสงธรรม 15 Saeng Dhamma The Hot News of World Buddhism ►Ukraine’s Buddhist school tackles drug ture around us without drugs.” Opened in the addictionRT.com, October 5, 2010 mid-1990s, the Dragon-Tiger School became the K iev, Ukraine -- Nature and cold water - this is pretty much all the students of the Dragon-Tiger School in Ukraine’s Crimea need to first of its kind in Ukraine. Over the past decade, it has helped several hundred young people to escape from drug addiction. Its director Valery fight drug addiction. And the results are impres- Marzhin says they use only natural methods to sive. Aleksey enjoys his new life. And gathering bring youth back to a normal life. “The main honey is one of his favorite hobbies. This man mission of this school is to bring man back to now finds it hard to believe that less than a year nature,” he explained. “Humanity departed ago he was barely alive. Aleksey was a drug ad- from nature and started stagnating. We integrate dict, until friends told him of a special school youths with basic elements like earth, wind, wa- tucked away deep in the Crimean mountains. ter and fire. We want them to live just like our “At first I feared for my health if I stopped taking ancestors lived – respecting the goods of nature drugs. People at this school told me they’d give and completely self-sufficient.” At first glance, me some pills,” Aleksey shared his experience. the school looks like a Buddhist monastery. “I came here and I saw these ‘pills’ – sauna, Watching the physical exercises which students cold spring water and a natural environment. We do, they look more like martial arts. And one bathe in cold water every day and this is better corner of the school’s grounds leaves almost than any medication. We enjoy this life with na- no doubt about its essence. The spiritual heart
  • 19. แสงธรรม 16 Saeng Dhamma of the school is a piece of meteorite sitting on serves as abbot at Tam Bao Temple in Baton a Buddhist pedestal. This is where students re- Rouge, bestows a blessing on Keith Horcasitas, charge their energy, as well as mark the birth of left, a licensed social worker with Catholic Chari- each day with the ring of a bell. ties at the Catholic Diocese of Baton Rouge, after But Marzhin says that his school has no religious extending an offer to Horcasitas to come to visit element whatsoever. He says in a fight against inner and pray at the temple. Horcasitas, a practicing chaos, all faiths can offer good solutions. The school Catholic who utilizes Zen prayer techniques to provides diverse means of self-reconstruction, regard- deepen his Christian spirituality, said he was hon- less of a person’s religious conviction. “We’ve got ored by the blessing. both physical practice and spiritual exercises,” he In monk Thich Dao Quang, the federation found said. “We develop both body and soul. We want our a Buddhist who can both quote the New Testament students to understand that their fate is in their own and deliver a punch line. hands, so we also educate them. We have an exten- Quang, abbot at Baton Rouge’s Tam Bao Tem- sive library and we do translations of historic books.” ple, spoke on “cultivating the seed of love” at the From just several followers in the mid-1990s, the Greater New Guide Baptist Church education center. Dragon-Tiger School now has more than 200 per- He is a native of Vietnam who came to the United manent students. It is not financed by the state, but States in 1994. its director says there are enough benefactors to aid His self-effacing humor appeared to overcome their cause – which he describes as a natural, non- any religious or cultural differences he had with the violent healing of society. audience of 200, which enjoyed his story about mov- ing to Baton Rouge in 2003. ► Buddhist: Tolerance an outgrowth of love By “All of my American friends, they whisper to my GEORGE MORRIS, 2theAdvocate.com, Oct 21, ears, ‘Thay (spiritual teacher), please do not move to 2010 Louisiana,’ ” Quang said. “I’d say, ‘Why?’ And they’d B aton Rouge, LA (USA) -- Having previously chosen Christians, Jews and a Muslim for its speakers, the Interfaith Federation of Greater Baton say, ‘Louisiana is one of the most conservative states in the country. Don’t you know that?’ “I said, ‘Yes, I have heard about that, but I be- Rouge went outside the bounds of monotheism lieve in my karma. If I have a good karma, I may end for its 24th annual Community Prayer Breakfast on up with the most liberal people and open-minded Wednesday. people in the most conservative state.’ And it hap- TRAVIS SPRADLING/The Advocate pened.” Thich Dao Quang, a Zen Buddhist monk who Quang was 8 years old when the Vietnam War
  • 20. แสงธรรม 17 Saeng Dhamma ended in 1975, and his father, who had been a police “If you practice maintaining the seed of love and officer in South Vietnam, was imprisoned for six years compassion into your life and you generate this posi- for having served with the losing side’s government. tive energy, the love and compassion into your com- Quang entered a Buddhist seminary in 1991, and munity, your family, I strongly believe we’ll make three years later his family immigrated to the United Baton Rouge become a greater, greater community States under a program to assist those who had been in the country. I’m very happy to be here, because imprisoned for their assistance to American forces in I feel this is the right place, this is the right time. We the war. work together. We live together.” “So, I have to say thank you to the communist society that arrested my father. That is the reason I’m ►Buddhist monks demand renewable here,” he said. “That is a way I can practice tolerance energy in Bodhgaya ANI, Oct 20, 2010 and forgiveness for the communist society.” Tolerance is one outgrowth of love, which Quang said is the basis for all religion. He quoted I John 3:18, B odh Gaya, India -- Buddhist monks re- leased sky lanterns before Buddha’s 80-feet-tall statue to demand renewable en- “Little children, let us not love in word or tongue but ergy as a solution to the power crisis in the reli- in deed and in the truth.” He emphasized that ac- gious town of Bodhgaya in Bihar’s Gaya District. tions are more significant than beliefs. “Many children have been called here from “I see the similarity and difference also between various monasteries because Bodhgaya is a very the Buddhist belief and Buddhist practitioner and pure place. Today’s event has been organised the Christian belief and Christian practitioner,” Quang to create awareness about renewable energy,” said. “I love to interact, I love to work together with said Bodhgaya Temple Manager Bhanke Dinan- the Christian practitioner rather than the Buddhist be- and, while addressing the media persons at Bod- liever, also. We have to practice, not believe.” hgaya on Tuesday. “It is considered auspicious Quang said reacting on emotion gets in the to start this noble activity from this area and way of showing love. A key to overcoming this is people have come from different areas to be a concentrating on understanding why someone part of this great event,” he added. is behaving in bothersome ways. He offered a Buddhist monks from Thailand, Japan, Chi- humorous hypothetical. na, Tibet and other countries came together to “I give a wonderful speech but you sleep right spread awareness about renewable energy in now,” Quang said, prompting laughter. “I have to un- several districts of Bihar, and demanded an en- derstand. I can’t jump to conclusions. … Probably he ergy revolution in the state. “The message is or she did not sleep well last night.” that we must create electricity and safe energy
  • 21. แสงธรรม 18 Saeng Dhamma to avoid climate change,” added Dinanand. The plan is to document the site thoroughly and attempt monks are campaigning for renewable energy as to remove as many of the smaller stupas and stat- a means to deliver electricity to people without ues as possible for conservation in the National Mu- adversely affecting the climate. seum or possibly a future local museum. Because the buildings are mudbrick and schist, a wholesale relocation isn’t possible. Visiting the main 262-by- 131-foot Buddhist temple, which once boasted a stupa 32 to 50 feet high, it was hard not to gasp. The head of DAFA, Philippe Marquis, pulled back plastic protective sheets to reveal statue after statue of Bud- dhas and donors. In many niches, large hands and feet peeked out, the rest of the bodies still obscured under mudbrick. Some statues were intact except for their heads, removed by looters. There are wall paintings in still-vibrant reds and black, and even the ►Rescuing Afghanistan’s Buddhist History stump of a wooden pillar. Mes Aynak is impressively By ANN MARLOWE, Wall Stree Journal, large. Scattered in the hills around the ruined tem- Sept 17, 2010 ple are dozens of areas where the archaeologists will K abul, Afghanistan -- Even as once-secure parts of Afghanistan succumb to criminality and the insurgency, and the Afghan financial system do test digs. “Every mound is an archaeological site,” says Mr. Marquis. There was a civic and commercial area—I saw two places where Afghan workers were hovers on the brink of failure, there are small signs of confidently clearing the dirt away from finely worked hope here. A spectacular Buddhist archaeological terra-cotta storage jars—and ancient mining remains. site is now being excavated by the Afghan govern- “The question is whether the mining drew the mon- ment’s National Institute of Archaeology, near where astery, because of its wealth, or whether the monas- Al Qaeda ran a training camp in the 1990s. tery worked the mine,” Mr. Marquis explained. Areas Work on Mes Aynak (“Little copper well”) has where the ground is blackened are sites of ancient proceeded at a rapid pace since it began in May, copper smelting and will be investigated thoroughly. because the archaeologists—16 Afghans and two (The mine was abandoned some time in the early Frenchmen from DAFA (Délégation Archéologique Islamic period when deforestation made it impossi- Française en Afghanistan)—are racing against time. ble to continue smelting.) At just over one square Within three years, the site is slated to be destroyed mile, Mes Aynak is one of the country’s largest Bud- by Afghanistan’s largest single foreign investment, a dhist sites, equal in importance to the famous ruins Chinese-run copper mine not 900 yards away. The in Bamiyan and the looted site of Hadda. Mr. Marquis
  • 22. แสงธรรม 19 Saeng Dhamma แสงธรรม Saeng Dhamma says that it’s likely Mes Aynak was begun in the first of Nadir Rasouli, with Afghans doing all of the excava- century, but most of the ruins he showed me date tion. Mr. Marquis is doing the documentation only. from the fourth and fifth centuries. During that pe- The Afghans I met, who are working under Mir Zakir, riod, and for the next century or two, he says, it’s deputy director of the National Institute of Archaeol- possible that Afghanistan was ruled by a theocratic ogy, were enthusiastic about their labor and eager to Buddhist kingdom, “like Tibet.” show me their finds. “They are very proud of their Must the site be destroyed? Mr. Marquis says the work,” Mr. Marquis says. “They are not working only site survey now taking place is aimed at providing the for money. “ Afghan government with the means to make an in- Ms. Marlowe is a visiting fellow at the Hudson formed decision about Mes Aynak’s fate. “Our job Institute who blogs for World Affairs. She reports fre- is to help Afghans set up this operation. Our budget quently from Afghanistan. of $10 million will be spread over three years. The Chinese have an obligation for excavating, but not ►Singapore Buddhist Lodge gives S$475,600 for restoration of the clay statues. We are asking the worth of bursaries to students Channel U.S., Italy, China and the U.N. for money—we are try- News Asia, 16 October 2010 ing to create an international coalition like the one fighting in Afghanistan.” Mr. Marquis is convinced of the significance of the site for our knowledge of S INGAPORE -- S$475,600 worth of bursaries from the Singapore Buddhist Lodge Education Foundation were given to 367 students from tertiary the Buddhist world and argues that Mes Aynak, if institutes on Saturday. properly excavated and preserved, could offer “a re- Education Minister Ng Eng Hen (R) giving out the ward a hundred times bigger than the copper mine. bursaries. These students came from junior colleges, The copper mine is for 20 or 30 years. But this will arts institutes, polytechnics and universities. Among be around for much, much longer.” The mine is them, two outstanding students were given the “En- supposed to bring about $880 million to the govern- deavour Award” for their excellent academic results ment before production, but the payments depend despite their financial and economic difficulties. The on contractual benchmarks that have not been met. awards are distributed under the organising efforts of The Afghan government didn’t accept the Chinese the Singapore Buddhist Lodge, Jamiyah Singapore, plans for waste storage—which is a good thing—but Hindu Endowments Board and Taoist Federation. this will delay the series of payments. The $880 mil- Education Minister Ng Eng Hen says he’s pleased lion is equal to the annual customs and tax revenue that their collaboration in the past few years have of Afghanistan, but given the realities of corruption, it allowed students from different races and faiths to is questionable what impact it will actually have on benefit from the combined resources. “This com- Afghans’ lives. By contrast, the ruins, Mr. Marquis says, ing together of leaders and organisations of different “are for everybody. This is for the future of Afghani- races and faiths with the sole purpose of promoting stan.” The unequivocal good news is that the work the welfare and interests of the needy and disadvan- is proceeding under the efficient Afghan supervision taged demonstrates a uniquely Singapore spirit and
  • 23. แสงธรรม 20 Saeng Dhamma cooperation. It is through such collaborations that we His birth certificate, claimed to have been issued two strengthen our social fabric and enhance social cohe- years after he was born, reads September 17, 1896. sion.” Since 1978, more than S$10 million worth of This would make him either four days – or two-years bursaries have been awarded to some 20,000 needy and four-days – older than American Walter Bruen- students. ing, currently recognized as the World’s Oldest Living Man by Guinness. All his official identification docu- ments, including his current house registration and ID card, show that he is four days older than the Ameri- can, unofficially making him the World’s Oldest Living Man. One of Luang Pu Supha’s closest aides and temple committee members, Kriangsak “Ko Keng” Suksoomboon said, “If Guinness World Records would like to come to prove his age, then this would be a good thing, but we will not pay for that.” To verify such a record, a Guinness verification expert would need to come to Phuket. Before Luang Pu Supha left for his trip to Indonesia, the Gazette was ►Revered Phuket monk to turn 114 Phuket granted a private audience with the revered monk Daily News, Aug 18, 2010 and Ko Keng in his quarters. Luang Pu Supha was in P HUKET, Thailand -- Hundreds of well-wishers are expected to help revered Phuket monk Luang Pu Supha celebrate his 114th birthday next good spirits about his trip and upcoming birthday cel- ebrations, but had a little difficulty with hearing. He spoke to the Gazette with the help of Ko Keng. “His month. Revered Phuket monk Luang Pu Supha at body is strong but inside he is getting old now,” said his temple in Chalong. Photo by Atchaa Khamlo. Ko Keng. Luang Pu Supha avoids spices and salts The secret to the aged monk’s longevity is to “eat in his diet, but is said to have a sweet tooth, his fa- less, speak less and always speak the truth”. Last vorite dessert being khao neaw kaew (sticky rice with year the Gazette broke the story about Luang Pu sugar). Recently Luang Pu Supha was admitted to Supha’s reputed age on September 4. For previous Siriraj Hospital in Bangkok to receive treatment for an reports click here. Having just returned from a five- “enlarged heart”, but has been recovering well, he day pilgrimage to Medan, Indonesia with his aides, added, The supercentenarian birthday celebrations the aged monk is “tired”, but looking forward to will begin on September 16 and continue the next his landmark birthday celebrations, which will take day. Luang Pu Supha plans to release 119 birds as place at his temple, named after him, in Chalong on well as award 139 scholarships before members of September 16 and 17. Although Luang Pu Supha the public will be invited to pay their respects at 1pm is not recognized by Guinness World Records as the on his birthday. World’s Oldest Living Man, for many of those closest to him, he is actually celebrating his 116th birthday.
  • 24. แสงธรรม 21 Saeng Dhamma WAT THAI WASHINGTON D.C. SUMMARIZED STATEMENT OF ACTIVITES & NET CASHFLOWS FOR THE PERIOD OF JANUARY 1 - SEPTEMBER 30, 2010 Income: Sub-total Total Donations Donations-General Support 276,693 Donations-80th LT’s Building Funds 34,384 Donations-Luang Ta Chee’s Birthday* 18,181 Donations-Tipitaka** 21,723 Total Donations 350,981 Investment Dividends 313 Interest 2,404 2,717 Total Income $353,698 Expenses: Utilities Electricity 29,977 Oil & Propane Gas 2,442 Solid Waste & Refuse Collection 6,310 Water 4,534 Total Utilities 43,263 Printing & Distribution Equipment Leasing and Repair 2,858 Postage 8,463 Printing Services 29,809 Supplies 527 Total Printing & Distribution 41,657 Insurance Health-Monks 29,346 Property and Liability 4,306 Total Insurance 33,652 Equipment Expenses Equipment Purchases 4,229 Equipment Rental 2,076 Maintenance Contracts & Repairment 9,833 Total Equipment Expenses 16,138 Automobile 2,522 Building and Ground 1,153 Donation 4,163 Food & Grocery 2,336 Fund raising 10,830 Bank Charges 173 Medical-Monks 3,418 Office Expenses 7,296 Security Services 819 Summer School 7,085 Telephone and Internet 3,158 Travel 1,742 Total Expenses 179,405 Net Income-Expenses: $174,293 Less: Assets- New Building & Music Instruments (29,612) Net Cash Flows: $144,681 Nisakorn Praisaengpetch Phramaha Thanat Inthisan Assistant Treasurer President * Reported in Net Income and Expenses. **The expenses related to Tipitaka will be shown in October report.
  • 25. แสงธรรม 22 Saeng Dhamma ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี. ิ Those who are interested in Thai Theravada Buddhism and mem- bers of the general public are cordially invited to Wat Thai, D.C., Temple to pay their respect to or simply view the Buddha relics on display in the chanting hall. ปฏิบัติธรรมประจ�ำเดือนพฤศจิกำยน 20 พฤศจิกายน 2553 ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวพระไตรปิฎก � สาธยายพระไตรปิฎก ภาษาบาลี � ฟังบรรยายธรรม - ธรรมสากัจฉา � เจริญจิตตภาวนา - แผ่เมตตา ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมดับร้อนผ่อนคลายทุกข์ด้วยธรรมโอสถ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยพร้อมกัน เวลา 9.00 น.
  • 26. แสงธรรม 23 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวัดไทย พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ผู ้ น� ำ คอยเพ่ ง โทษ ปรวชฺชานุปสฺสสส ิ ฺ นิจจ ํ อุชฌานสญฺญโน ฺ ฺ ิ อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺต ิ อารา โส อาสวกฺขยา. อาสวะทังหลาย ย่อมเจริญแก่บคคลนัน ผูคอยเพ่งโทษของคนอืน ผูมความ ้ ุ ้ ้ ่ ้ ี มุงหมายในอันยกโทษเป็นนิตย์ บุคคลนันเป็นผูหางไกลจากความสินไปแห่งอาสวะ ่ ้ ้ ่ ้ มี เรื่องเล่าว่า มีพระรูปหนึ่งชื่อ “อุชฌาน สัญญี” พระรูปนี้ชอบเที่ยวหาโทษของพระ ทั้งหลาย (จับผิด) อย่างเดียวเท่านั้นว่า พระรูปนี้ไม่ ในการเที่ยวจับผิดเพ่งโทษพระรูปอื่นๆ กล่าวโทษ พระรูปนั้น จับผิดพระรูปนี้ พระรูปนั้นไม่ดี พระรูป นี้ไม่เรียบร้อย คอยจับผิด คอยเพ่งโทษพระรูปอื่น ไม่ ดี พระรูปนั้นไม่เรียบร้อย คอยจับผิดมองหาข้อ เว้นแต่ละวัน จนพระทั้งหลายพากันเข้าเฝ้ากราบทูล บกพร่อง ของพระรูปอื่นเป็นนิสัย พระทั้งหลาย เรื่องนี้แด่พระศาสดา พระองค์ทรงแสดงพระธรรม กราบทูลพระศาสดา ว่า “ข้าแต่พระองค์ผเจริญ พระู้ เทศนาแก่พระทังหลายว่า “ดูกอนภิกษุทงหลาย ภิกษุ ้ ่ ั้ เถระชือโน้นชอบท�ากรรมไม่ดอย่างนี พระพุทธเจ้าข้า” ่ ี ้ ผู้ตั้งอยู่ในข้อวัตรปฏิบัติ ประพฤติตนอยู่ในหลักธรรม พระศาสดาตรัสว่า “ภิกษุทงหลาย ภิกษุตงอยูใน ั้ ั้ ่ พระศาสนา อาศัยความเมตตาว่ากล่าวตักเตือน สอน ข้อวัตร กล่าวสอนอยู่ เป็นผูทใคร ๆ ไม่ควรติเตียน ้ ี่ เพื่อนสหธรรมให้ปฏิบัติตามธรรมวินัย เป็นผู้อันใคร ๆ ส่วนภิกษุใดแสวงหาโทษ (แส่หาโทษ) ของชนเหล่า ไม่ควรต�าหนิตเิ ตียน ส่วนพระรูปใดคอยแต่จบผิด มอง ั อืน เพราะความมุงหมายในการยกโทษ กล่าวอย่าง ่ ่ หาแต่ในแง่รายส่ายหาความบกพร่อง จ้องเพ่งโทษของ ้ นี้แล้ว เที่ยวไปอยู่ บรรดาคุณธรรมวิเศษมีฌาน ชนเหล่าอื่น เพราะเจตนามุ่งร้ายจะท�าลายคนอื่นให้ เป็นต้น คุณธรรมวิเศษแม้อย่างหนึง ย่อมไม่เกิดขึน ่ ้ เสียหายต่าง ๆ นานา พระศาสดาตรัสว่า บรรดา แก่ภกษุนน อาสวะความเศร้าหมองทังหลายเท่านัน ิ ั้ ้ ้ คุณธรรมวิเศษประเภทต่าง ๆ เช่น ฌานสมาบัต สมาธิ ิ ย่อมเจริญอย่างเดียว” สมาบัต ผลสมาบัต เป็นต้น คุณธรรมวิเศษแม้แต่อย่าง ิ ิ นี่คือเรื่องพระรูปหนึ่งในยุคพุทธกาล มีจิตสันดาน หนึง ย่อมไม่เกิดขึนแก่พระรูปนันเลย อาสวะกิเลสความ ่ ้ ้
  • 27. แสงธรรม 24 Saeng Dhamma เศร้าหมองหมักดองอยู่ในจิตสันดานทั้งหลายเท่านั้น ผลของเศรษฐี พร้อมทังนางจันทปทุมผูภริยา และธนัญ ้ ้ ย่อมเจริญขึนอย่างเดียว พระทีมพฤติกรรมเช่นนี้ ย่อม ้ ่ี ชัยเศรษฐีผู้บุตร และนางสุมนาเทวีผู้เป็นสะใภ้ และ ห่างไกลจากความสิ้นไปแห่งอาสวะ” วิสาขาผู้เป็นหลานสาว และนายปุณณทาส จึงเสด็จ ที่กล่าวมานี้ เป็นเรื่องของพระในยุคพุทธกาล ไปสู่ภัททิยนคร เมื่อท่านเมณฑกะเศรษฐีทราบข่าว ประพฤติตนเป็นคนพาลสันดานคอยจับผิดพระอืนเป็น ่ เสด็จ จึงพร้อมกันออกมาคอยรับเสด็จกลางทาง พวก นิสัย บุคคลประเภทนี้มีกันมาทุกยุคทุกสมัย มีทุกเพศ เดียรถียนอกศาสนาได้เห็นจึงห้ามเศรษฐีไว้ และยกโทษ ์ ทุกวัย ทุกระดับชั้น มีกันทุกวงการ ทุกสังคม ไม่ว่า กล่าวโทษพระศาสดาต่าง ๆ นานา เศรษฐีก็ไม่ฟัง ครั้น จะเป็นสังคมชาวบ้าน สังคมชาวเมือง สังคมชาววัดวา มาเฝ้าได้ฟังพระธรรมเทศนา ส�าเร็จโสดาปัตติผลแล้ว ศาสนา ก็มีบุคคลประเภทคอยเพ่งโทษ คอยจับผิด จึงกราบทูลเรืองนันให้ทรงทราบ พระองค์จงตรัสคาถา ่ ้ ึ คอยแสวงหาช่องมองหาทางใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นปะปน ข้างต้นนั้นว่า ระคนกันอยูโดยทัวไป ตราบใดทีจตใจของคนยังไม่พน ่ ่ ่ิ ้ จากกิเลสตัณหา ก็น�าพาให้มีบุคคลประเภทนี้อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจะสังเกตเห็นในสังคมทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่สังคมส่วนย่อย จนถึงสังคมส่วนรวม สังคม ประเทศชาติ ก็เกลือนกราดไปด้วยบุคคลประเภทคอย ่ เพ่งโทษคนอื่นด้วยกันทั้งนั้น มากบ้าง น้อยบ้าง ตาม ส่วนแห่งเหตุปัจจัย คณะใด หมู่ใด สังคมใด คนใน สังคมเป็นคนมีกิเลสตัณหาในจิตใจมาก หมู่นั้น คณะ นัน สังคมนัน ก็มคนประเภทคอยเพ่งโทษ คอยจับผิด ้ ้ ี มาก ถ้าหากคนในสังคมมีกเิ ลสตัณหาในจิตใจน้อย คน พวกทีคอยเพ่งโทษคอยจับผิดคนอืนนี้ ก็มนอย คนพวก ่ ่ ี ้ ที่คอยเพ่งโทษ คอยจับผิดคนอื่นนี พวกเขาจะมองไม่ ้ โทษคนอื่นเห็นได้ง่าย ฝ่ายโทษของตนเห็นได้ยาก เห็น มองไม่เห็นความผิดของตนเอง แม้จะมีมาก แต่ เพราะว่าบุคคลนัน ย่อมโปรยโทษคนเหล่าอืน เหมือน ้ ่ หากพวกเขาจะมองเห็นโทษ มองเห็นความผิดคนอื่น คนโปรยแกลบ แต่ว่าย่อมปกปิดโทษตนเอง เหมือน แม้มีน้อย ก็คอยโพนทะนากล่าวหาเป็นการใหญ่ ไม่ พรานนกปกปิดร่างกายตนด้วยเครื่องปกปิด ฉะนั้น แปลกอะไรกับคนโปรยแกลบลงในพื้นที่ต่างๆ ฉะนั้น โทษคนอื่น แลเห็น เช่นภูเขา ดังประพันธ์ภาษิตว่า โทษของเรา แลไม่เห็น เท่าเส้นขน สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ อุจจาระคนอื่น เหม็นเบื่อ เราเหลือทน ปเรสํ หิ โส วชฺชานิ โอปุนาติ ยถา ภุสํ. อุจจาระของตน ถึงเหม็น ไม่เป็นไร โทษคนอื่นเห็นได้ง่าย ฝ่ายโทษของตนเห็นได้ มนุษย์ปถชนคนทียงมีจตใจหนาไปด้วยกิเลส ก็เป็น ุุ ่ั ิ ยาก เพราะว่าบุคคลนั้น ย่อมปล่อยโทษคนเหล่านั้น เหตุเป็นปัจจัยให้มองเห็นแต่โทษของคนอื่น ชอบน�า เหมือนคนโปรยแกลบ แต่ว่าปกปิดโทษของตน เอาโทษของคนเหล่าอื่นไปโพนทะนากระจายขยายให้ เหมือนพรานนกปกปิดร่างกายตน ด้วยเครืองปกปิด ่ แพร่หลายไปในกลุ่มชนต่าง ๆ เหมือนคนโปรยแกลบ ฉะนั้น ให้ปลิวไปทั่วสารทิศ แต่ว่าชอบปกปิดโทษตนเอง ไม่ พระศาสดาทรงปรารภเมณฑกะเศรษฐี ผูมบญญาธิ ้ี ุ ให้ใครรู้ใครเห็น เป็นเหมือนพฤติกรรมของพรานนก การมาก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นอุปนิสยโสดาปัตติ ั ชอบปกปิดร่างกายของตนด้วยเครื่องปกปิดชนิดไม่ให้
  • 28. แสงธรรม 25 Saeng Dhamma ใครมองเห็น พวกโจร พวกคนพาลสันดานชั่ว ชอบ เห็นคุณเห็นประโยชน์ของคนอืนได้อย่างไร นีแหล่ะคือ ่ ่ ปกปิดความชั่วความเลวของตน พวกเขามองไม่เห็น เหตุคอปัจจัย ทีทาให้คนเรามองเห็นแต่โทษของคนอืน ื ่ � ่ ความชั่วความเลวของตน คนประเภทนี้มีกันมากใน คอยเพ่ ง โทษ คอยจั บ ผิ ด คนอื่ น เพราะกิ เ ลสคื อ สังคมทุกยุคทุกสมัย เพราะจิตใจของพวกเขาเหินห่าง “โมหะ” ความหลงผิด ความเข้าใจผิด ความส�าคัญ จากพระธรรม จิ ต ใจตกต�่ า ถู ก ครอบง� า ด้ ว ยโมหะ ผิด ห่อหุมปกคลุมจิตใจจนมืดมิดนีเ้ อง มนุษย์สวนใหญ่ ้ ่ อวิชชา จึงเป็นคนมีจิตใจมืดบอด ไม่รู้อรรถ ไม่เห็น ในสังคมจึงมีคานิยมในด้านเพ่งโทษซึงกันและกันตลอด ่ ่ ธรรมคือความดี พระมหามุนี ตรัสว่า เวลา ในสังคมปัจจุบน ซึงเป็นสังคมขาดธรรม คือคนใน ั ่ สังคมพากันมองข้ามหลักธรรมทางศาสนา เห็นว่าหลัก ธรรมทางศาสนาไม่มีความส�าคัญ และไม่จ�าเป็นที่จะ น�ามาใช้ในชีวิตประจ�าวัน เมื่อคนในสังคมพากันมอง ข้ามหลักธรรมเช่นนี้ ก็เป็นเหตุให้จิตใจของคนขาด ธรรมะ เมื่อจิตใจขาดธรรมะ ก็เหมือนสระขาดนํ้า สระขาดนํ้าก็ไม่มีประโยชน์อะไร จิตใจที่ขาดธรรมะ ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อคนในสังคมเป็น คนมีจิตใจขาดธรรมะ แน่นอนละ พวกเขาก็เป็นคน ประเภทมองไม่เห็นประโยชน์และมองไม่เห็นความดี ของคนอื่น พวกเขามองเห็นแต่โทษ เห็นแต่ความผิด มุฬโห อตฺถํ น ชานาติ มุฬโห ธมฺมํ น ปสฺสติ ฺ ฺ เห็นแต่ความบกพร่องของคนอื่นตลอดเวลา อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โมโห สหเต นรํ. เมื่อโมหะ อวิชชา ครอบงําจิต คนหลงย่อมไม่รอรรถ คนหลงย่อมไม่เห็นธรรม ู้ ทําให้คน เห็นผิด คิดเหลวไหล ความหลง ย่อมครอบงํานรชนเมือไร ความมืดตือย่อม ่ ้ มองเห็นโทษ คนอื่น ดาษดื่นไป มีเมือนัน ่ ้ โทษของตน นั้นไซร้ กลับไม่มอง พวกที่ชอบเพ่งโทษคนอื่น จับผิดคนอื่น มอง คนพวกนี้ มีสันดาน ชอบจับผิด หาความบกพร่องของคนอื่นนั้น เพราะพวกเขาถูก โทษคนอื่น น้อยนิด คิดเป็นกอง โมหะ ความหลงผิด ความเข้าใจผิด ความส�าคัญผิด โทษของตน มากมาย ไม่เคยมอง เข้าครอบง�าจิตใจ ท�าให้พวกเขามองไม่เห็นความดีของ เขาเป็นคน จองหอง ไม่มองตน คนอืน แม้คนอืนจะมีความดีมากมายหลายอย่างก็มอง ่ ่ ได้พูดถึงคนเพ่งโทษ คนจับผิด คนคิดหาความ ไม่เห็น เป็นเพราะจิตใจของพวกเขามันมีแต่ความ บกพร่องของคนอื่นมาพอสมควรแล้ว ต่อไปก็ขอเข้าสู่ สกปรกเศร้าหมอง จึงมองคนอืนเห็นเป็นคนสกปรกไป ่ ประเด็น “ผู้นําคอยเพ่งโทษ” เพื่อท่านทั้งหลายจะได้ ด้วย เช่น คนใส่แว่นสี ถ้าใส่แว่นสีอะไร ก็มองเห็น ศึกษาหาความรู้ในรายละเอียดกันต่อไป เป็นสีนั้น ใส่แว่นสีด�า ก็มองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสีด�าไป ค�าว่า “ผู้นํา” ทุกท่านก็คงจะเข้าใจกันดีแล้วว่า หมด ใส่แว่นสีอะไร ก็มองเห็นเป็นสีนั้น ดังนั้น คน หมายถึงคนประเภทไหน ผู้น�า หรือหัวหน้า ก็หมาย ทีมจตใจเศร้าหมอง จึงมองเห็นแต่โทษของคนอืน ส่วน ่ีิ ่ ถึงบุคคลทีได้รบการยอมรับของคนในสังคมให้เป็นผูน�า ่ ั ้ ความดีของเขากลับมองไม่เห็น ทังนีและทังนัน เพราะ ้ ้ ้ ้ หมู่ ผู้น�าคณะ ผู้น�าสังคม ผู้น�าประเทศชาติ จนถึง จิตใจของตนเองมีแต่ความผิด มีแต่โทษ แล้วจะมอง ผู้น�าระดับโลก ผู้น�าแต่ละระดับชั้น ต้องเป็นผู้มีความ
  • 29. แสงธรรม 26 Saeng Dhamma รู้ความเข้าใจ มีภาวะความเป็นผู้น�า และต้องเป็นผู้มี สวรรค์” ท�ากันไปเป็นเวลานานงานก็ก้าวหน้าไปโดย วิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล เพื่อจะได้น�าหมู่ น�าคณะ ล�าดับ นับเป็นคราวเคราะห์ร้าย นายบ้าน (ผู้ใหญ่ น�าสังคม น�าประเทศชาติ ไปสู่ความเจริญก้าวหน้าใน บ้าน) ซึ่งเป็นผู้นา เป็นหัวหน้าในหมู่บ้านนั้น เกิด � ทุก ๆ ด้าน ประการส�าคัญก็ต้องมีหลักธรรมประจ�าใจ ความส�าคัญผิดคิดเพ่งโทษ เลยจับผิดสหาย ๓๓ คน ด้วย จึงจะช่วยให้ความเป็นผู้น�าที่สมบูรณ์ ตามความ ว่า พากันซ่องสุมสะสมก�าลังพล ซึ่งเป็นภัยอันตราย หมายในทางพระพุทธศาสนา แก่สังคมหมู่บ้าน นานไปถ้าปล่อยไว้อาจจะเป็นภัยต่อ แต่เท่าที่สังเกตเห็น ผู้น�าส่วนใหญ่ในทุกระดับชั้น ประเทศชาติบ้านเมือง เรื่องก็บานปลายไปกันใหญ่ มักจะเป็นผู้น�าที่มีความบกพร่องในทางจิตใจ คือมี จึงน�าความไปกราบทูลพระราชาให้ทรงทราบ จิตใจเต็มไปด้วย “อคติ” และ “อิจฉาริษยา” ผู้น�า พระราชาทรงสดับเสียงนันแล้ว ก็ทรงหวันพระทัย ้ ่ ประเภทนีมกนมากในทุกยุค ทุกสมัย โดยเฉพาะอย่าง ้ีั กลัวภัยจะเกิดขึนแก่บานเมือง จึงรับสังให้ผน�าหมูบาน ้ ้ ่ ู้ ่ ้ ยิงในยุคปัจจุบนทุกวันนี้ ซึงเป็นยุคทีคนในสังคมพากัน ่ ั ่ ่ (ผูใหญ่บาน) จัดการจับพวกเหล่านันมาลงโทษตามกฏ ้ ้ ้ ขาดธรรม “คนขาดธรรม” ผู้น�าแต่ละระดับพากัน หมายบ้านเมือง ผู้น�าหมู่บ้านก็รีบจัดการตามรับสั่ง ขาดธรรมไปด้วย ก็พาให้คนในสังคมซวยกันไปด้วย ทันที เพราะเป็นไปตามแผนของตนอยู่แล้ว จึงให้ เพราะมีผู้น�าขาดธรรม ผู้น�าที่ขาดธรรมทุกระดับชั้น พนักงานจับพวกเหล่านั้น โดยวิธีมัดมือมัดเท้าแล้วให้ ตั้งแต่สังคมหมู่บ้าน ต�าบล อ�าเภอ จังหวัด จนถึง นอนเรียงกัน ให้ขับช้างสงครามเหยียบให้แหลกเป็น สังคมประเทศชาติ ถ้าได้ผู้น�าขาดธรรม ก็เป็นกรรม ชิ้นเล็กชิ้นน้อยตายไปตาม ๆ กัน ของคนในสังคมนั้น เพราะผู้น�าประเภทนี้ แทนที่จะ ท�าหน้าที่ของผู้น�าที่ดี น�าคนในสังคมไปสู่ความเจริญ ก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน กลับเป็นผู้น�าคอยแต่เพ่งโทษ คอยจับผิด คอยสอดส่องมองหาแต่ความบกพร่องของ คนในสังคม มีค่านิยมในการกล่าวโทษ ยกโทษ โยน ความผิดให้คนในสังคมไม่เว้นแต่ละวัน กล่าวกันว่า วัน ๆ ไม่ตองท�าอะไรทีเป็นประโยชน์เกือกูลแก่หมู่ แก่ ้ ่ ้ คณะ แก่สังคม แก่ประเทศชาติ ฉลาดแต่ในทางคอย เพ่งโทษ คอยจับผิด คอยสอดส่องมองหาความ บกพร่องของคนอื่นตลอดเวลา แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหา ขึ้นในสังคมแห่งการอยู่ร่วมกัน มีโทษมหันต์เหลือที่จะ คฤหั ส ถ์ ผู ้ ค รองเรื อ นเป็ น คนเกี ย จคร้ า นไม่ ดี พรรณนา บรรพชิตคือนักบวชไม่สํารวมกายวาจาใจไม่ดี พระ ตัวอย่างผู้น�าระดับหมู่บ้าน ที่ก่อความร้าวฉานให้ ราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทําลงไปไม่ดี บัณฑิต เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งมีค่านิยมในการคอยเพ่งโทษ คอย เป็นคนมักโกรธ ก็ไม่ดี จับผิดของคนในหมู่บ้านของตน มีเรื่องเล่าว่า มฆะมาณพผู้เป็นหัวหน้าถูกตัดสินประหารชีวิต ก็ ในอดีตกาล มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อ “อจลคาม” หาได้มีจิตใจหวั่นไหวต่อมรณภัยคือความตายไม่ เขามี มีสหาย ๓๓ คน มีมฆะมาณพเป็นหัวหน้า ร่วมมือ จิตใจตั้งมั่นเป็นปกติสุขทุกประการ ไม่สะทกสะท้าน ร่วมใจกันสร้างถนนหนทาง จากหมู่บ้านหนึ่งไปสู่ หวาดหวั่นพรั่นพรึงแต่อย่างใด มีจิตใจตั้งมั่นอยู่ใน หมู่บ้านหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการคมนาคมไปมา คุณธรรมคือเมตตา และได้ให้โอวาทแก่สหายร่วมงาน หาสู่กัน ด้วยธุรกิจต่าง ๆ เรียกกันว่าสร้าง “ทางไป ทุกคนว่า “ท่านทั้งหลาย ความตายจักมาถึงพวก
  • 30. แสงธรรม 27 Saeng Dhamma เราแล้ว ที่พึ่งอื่นของพวกเราไม่มี พระพุทธ พระ เรื่องอะไรหรือ พระเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ไม่ ธรรม พระอริยสงฆ์เท่านั้น เป็นที่พึ่งอันประเสริฐ ทราบต้นสายปลายเหตุอะไรเลย พระเจ้าข้า พวก ของพวกเรา ขอให้ทกคนอยูในอาการแห่งความสงบ ุ ่ สหาย ๓๓ คน กราบทูล มี จิ ต ใจตั้ ง มั่ น อยู ่ ใ นเมตตาธรรม อย่ า ได้ มี ค วาม พระราชาทรงฉงนพระทัย ตรัสออกไปด้วยลังเล เคียดแค้นพยาบาทจองเวรในพระราชา แผ่เมตตา ว่า ได้ทราบรายงานจากสายลับหมู่บ้านว่า พวกสูเจ้า ให้ผู้นําหมู่บ้าน อย่าได้มีความอาฆาตพยาบาทต่อ มีพฤติกรรมอันเป็นภัย ซ่องสุมก�าลังรวมกันเป็นสมัคร เขา แผ่เมตตาให้ช้างสาร อย่าได้พยาบาทต่อสัตว์ พรรคพวก เที่ยวไปในป่าส่อเจตนาว่า เป็นโจร เป็น เดรัจฉาน ซึ่งถูกบังคับให้ทําฆาตกรรมในครั้งนี้เลย” ผู้ร้าย ก่อความวุ่นวายท�าลายความสงบสุขของบ้าน เมื่อมฆะมาณพให้โอวาทแก่สหายร่วมงานจบแล้ว เมืองมิใช่หรือ? ก็ใครเล่าเป็นผูถวายรายงานพฤติกรรม ้ ทุกคนมีจตใจตังมันอยูในเมตตาธรรม พนักงานขับช้าง ิ ้ ่ ่ เช่นนั้นแก่พระองค์ พระเจ้าข้า ๓๓ สหาย กราบทูล ได้ไสช้างเข้าไปให้เหยียบชนเหล่านั้น ซึ่งนอนเรียงกัน ขึ้นพร้อม ๆ กัน อยูเ่ หมือนท่อนไม้ ด้วยอ�านาจเมตตาธรรมของชนเหล่า นั้น ช้างไม่อาจย่างเท้าเข้าไปใกล้ชนเหล่านั้นเลย แม้ จะถูกควาญช้างบังคับอย่างไร แทนทีจะก้าวไปข้างหน้า ่ กลับถอยหลัง พวกเจ้าพนักงานเห็นเหตุการณ์เช่นนันแล้ว ้ ต่างก็สงสัยไปตาม ๆ กัน จึงกราบทูลพระราชาให้ทรง ทราบ พระราชาทรงสดับแล้ว ตรัสว่า ช้างอาจจะ กลัวคนมากก็ได้ จึงไม่กล้าเข้าเหยียบ จงเปลียนวิธใหม่ ่ ี ให้เอาเสื่อล�าแพนคลุมชนเหล่านั้น อย่าให้ช้างเห็น เท่านั้นแหล่ะ คราวนี้ คอยดูซิว่า อะไรจะเกิดขึ้น คง ตายเรียบไม่มีเหลือ เจ้าหน้าทีปฏิบตตามรับสัง น�าเสือล�าแพนคลุมชน ่ ัิ ่ ่ เหล่านั้นให้มิดชนิดมองไม่เห็นตัวตน แล้วให้ไสช้าง ก็ผู้น�าหมู่บ้านของพวกสูเจ้าอย่างไรเล่า เป็นผู้ เข้าไป แต่ชางก็ถอยหลังอย่างเดียว จะก้าวไปข้างหน้า ้ รายงานให้เราทราบเป็นระยะๆ พระราชาตรัสตาม แม้แต่กาวเดียวก็กาวไม่ออก เหมือนถูกมนต์ขลังสะกด ้ ้ รายงานของผู้น�าหมู่บ้านนั้น แสดงว่าพฤติกรรมของ ให้ มั น ถอยหลั ง อย่างนั้นแหล่ะ เจ้าหน้าที่ ป ระสบ พวกสู เจ้ า ร้ า ยกาจนั ก เข้ า ขั้ น ความผิ ด อุ ก ฉกรรจ์ เหตุการณ์เช่นนั้นอีก ก็ได้กราบทูลถวายรายงานพระ มหันตโทษทีเดียว ด้วยเหตุนี้ เราจึงรับสั่งให้ลงโทษ ราชาเป็นค�ารบสอง พระราชาทรงตรองในพระทัยว่า พวกสูเจ้าขั้นประหารชีวิตเป็นกรณีพิเศษ เพราะเหตุ “น่าอัศจรรย์จริง ๆ เหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เคยปรากฏ เชื่ อ ตามค� า รายงานของผู ้ น� า หมู ่ บ ้ า นนั้ น แต่ เ มื่ อ มาก่อนเลย เป็นเพราะเหตุไรหนอ? เรืองนีตองมีอะไร่ ้้ เหตุการณ์มนกลับตาลปัตร ช้างไม่กล้าเหยียบพวกสูเจ้า ั แน่นอน ต้องสอบสวนให้รู้ความจริงให้ได้” แล้ว ให้ถึงแก่ความตาย เราก็ประหลาดใจในเหตุการณ์เช่น รับสั่งให้เรียกสหาย ๓๓ คนนั้นมาแล้ว จึงตรัส นี้ จึงให้เรียกพวกสูเจ้าเข้ามาพบ เพื่อถามหาข้อเท็จ ถามชนเหล่านั้นว่า “พ่อมหาจ�าเริญ! พวกสูเจ้าอยู่ใน จริง มีอะไรบอกมาเลย พ่อมหาจ�าเริญ ไม่ต้องหวั่น ปกครองของเรา พวกสูเจ้าไม่ได้รบความเป็นธรรมจาก ั กลัวอิทธิพลของใครทังนัน เราจะให้ความเป็นธรรมแก่ ้ ้ เราบ้างหรือ? จึงพากันเทียวท�ากรรมอันเป็นภัยต่อบ้าน ่ พวกสูเจ้าทุกอย่าง ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก เมืองเช่นนี้” ไม่ยกเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น
  • 31. แสงธรรม 28 Saeng Dhamma พวกสหาย ๓๓ คน กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ เช่นนั้น จึงทรงพระราชทานอภัยโทษปล่อยให้สหาย ผู ้ เจริ ญ พวกข้ า พระองค์ ก็ ไ ม่ เ คยมี เจตนาพากั น ๓๓ คนนั้นเป็นอิสระ และทรงยกย่องให้เป็นบุคคล ประพฤติตนเป็นโจรเป็นผูราย ตามค�ารายงานของผูนา ้้ ้ � ตัวอย่างในทางสร้างความเจริญให้แก่สังคม ขณะ นั้นเลย พระเจ้าข้า ตรงกันข้าม พวกข้าพระองค์ เดียวกัน ก็ทรงลงโทษผูนาหมูบานฐานรายงานความเท็จ ้ � ่้ พร้อมใจกันท�าแต่กรรมดี สร้างแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ (ทุกวันนี น่าจะมีอย่างนีบาง) ้ ้ ้ เกื้อกูลต่อสังคมส่วนรวม ร่วมมือร่วมใจกันท�าถนน หนทาง เพือความสะดวกในการคมนาคมไปมาหาสูกน ่ ่ั เป็นการพัฒนาชนบทหมู่บ้านให้เกิดความคล่องตัวใน การท�าธุระกิจสะดวกสบาย ให้หมู่บ้านกลายเป็น สวรรค์ในเมืองคน พวกข้าพระองค์พากันท�าเช่นนี แต่ ้ ผูนาหมูบานกลับกล่าวโทษจับผิดว่า พากันท�ากรรมไม่ ้ � ่ ้ ดี แล้วแนะน�าให้ท�าบาปท�ากรรมอันเป็นอกุศล เมื่อ พวกข้าพระองค์ไม่ท�าตามค�าแนะน�า ผู้น�าหมู่บ้านก็ โกรธ กล่าวโทษ จับผิดพวกข้าพระองค์ว่า เป็นโจร เป็นผู้ร้าย หาอุบายท�าลายพวกข้าพระองค์ให้พินาศ ฉิบหาย จึงรายงานเท็จดังที่พระองค์ทรงทราบนั้น แหละ พระเจ้าข้า นีคอตัวอย่างหนึงของผูนาระดับหมูบาน ซึงมีนสย ่ื ่ ้ � ่ ้ ่ ิั สันดานคอยกล่าวโทษ คอยจับผิด คอยมองหาความ บกพร่องของคนอืนตลอดเวลา แทนทีจะน�าพาสังคม ่ ่ หมูบานของตนให้มความสุข ความเจริญ ความก้าวหน้า ่้ ี และความปลอดภัยในชีวต กลับคอยจับผิด คอยกล่าว ิ โทษคนของตัวเองดังตัวอย่างข้างต้นนัน พฤติกรรมของ ้ ผูนาในลักษณะเช่นนี มีอยูทวไปแทบทุกวงการ ได้กล่าว ้ � ้ ่ ั่ ถึงผูนาระดับหมูบานมาพอสมควรแล้ว หวังว่าทุกท่าน ้ � ่ ้ คงจะเข้าใจในประเด็นนีเ้ ป็นอย่างดี ส่วนผู้น�าระดับต�าบล ระดับอ�าเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศชาติ ที่คอยเพ่งโทษ คอยจับผิด แสวงหาช่อง มองหาความบกพร่องของคนอื่นนั้น ก็ พระราชาทรงสดับถ้อยค�าของพวกชนเหล่านันแล้ว ้ มีลักษณะเช่นเดียวกันกับผู้นาหมู่บ้าน คือแทนที่จะ � ก็ทรงหายข้อกังขา ตรัสว่า พ่อทั้งหลาย แม้แต่ช้างซึ่ง ยกย่องคนท�าดี ท�าความเจริญก้าวหน้าให้แก่สังคม เป็นสัตว์เดรัจฉาน มันยังรู้จักคุณของพวกสูเจ้า เรา กลับมีค่านิยมในการคอยกล่าวโทษ คอยจับผิดอันผิด เป็นมนุษย์และเป็นมนุษย์ระดับพระราชา แต่หารู้จัก วิสัยของผู้น�าที่ดี มีคุณธรรม มีจริยธรรม ผู้น�าที่คอย คุณของพวกสูเจ้าไม่ ขอพวกสูเจ้าจงยกโทษให้แก่เรา เพ่งโทษ คอยจับผิด คอยคิดหาแต่ความบกพร่องของ ด้วยเถิด เพราะเราหลงเข้าใจผิด คิดว่าพวกสูเจ้าเป็น คนในสังคมนั้น ถ้ามันเป็นสังคมหมู่บ้าน สังคมต�าบล โจร เป็นผูราย ตามค�ารายงานของผูนาหมูบาน ผูคอย ้้ ้ � ่ ้ ้ ผลกระทบในทางลบ ในทางเสียหาย มันก็อยู่ในวง เพ่งโทษ คอยจับผิดนั้น พระราชาได้ทราบความจริง แคบ ในวงจ�ากัด คือท�าให้คนในสังคมหมู่บ้าน สังคม
  • 32. แสงธรรม 29 Saeng Dhamma ต�าบล ได้รับผลคือความทุกข์ความเดือดร้อน อันเป็น อันผู้น�า คอยจับผิด จิตใจชั่ว ผลสะท้อนมาจากผู้น�าไม่ดี มีแต่หาเรื่อง กล่าวโทษ เขาไม่กลัว บาปกรรม ท�าบัดสี จับผิด ท�าดีกกล่าวหาว่าท�าชัว ท�าถูกก็กล่าวหาว่าท�าผิด ็ ่ เขาคอยสอด ส่องหา ความไม่ดี ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ นีคอฤทธิของผูนาคอยเพ่งโทษ ่ื ์ ้ � ของคนที่ ตัวเอง ไม่พอใจ คอยจับผิด มันก็ออกฤทธิสร้างปัญหาให้แก่คนในหมูบาน ์ ่้ สังคมใด มีผู้น�า ประเภทนี้ นัน ในต�าบลนัน ไม่หยุดหย่อนตลอดเวลา ้ ้ ก็เป็นกรรม ของคนที่ อยู่อาศัย ถ้าผู้น�าระดับอ�าเภอ ระดับจังหวัด เป็นผู้น�าคอย ถูกจับผิด ถูกเพ่งโทษ อยู่ร�่าไป กล่าวโทษ คอยจับผิด ผลกระทบในทางลบ ในทาง มีความทุกข์ ความร้อนใจ ไม่เสื่อมคลาย เสียหาย มันก็ขยายวงกว้างออกไป ยิ่งถ้าเป็นผู้น�า ประเทศใด ได้ผู้น�า อ�ามหิต ประเทศชาติ ที่มีความฉลาดน้อย คอยแต่แส่หาเรื่อง คอยจับผิด คนในชาติ ไม่ขาดสาย คอยจับผิด คิดแต่การหาทางท�าลายของคนในสังคม หาโอกาส หาช่องทาง เข้าท�าลาย บ้านเมือง เรื่องปัญหาความทุกข์ความเดือดร้อนของ ผลสุดท้าย สังคม ก็ล่มจม คนในสังคม ย่อมเกิดขึนในทุกหนทุกแห่ง ดังทีเ่ ราท่าน ้ ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์ – เมธี จึงเตือนตัก ทั้งหลายเห็นกันอยู่ในบ้านเมืองของเราทุกวันนี้ มีผู้น�า ให้รู้จัก ใช้หลักธรรม น�าสังคม ไม่ดี ความอัปรีย์จัญไรก็ย่อมให้ผลทันตาเห็น อันเป็น เป็นผู้น�า ก็ต้องสร้าง ค่านิยม ผลพวงมาจากผู้น�าคอยจับผิด คอยคิดท�าลายคนใน ให้อุดม ไปด้วย คุณธรรม สังคม เพื่อเป็นหลักประกันปลอดภัยในชีวิต จึงควร ถ้าผู้น�า ทุกระดับ ท�าเช่นนี้ พากันคิดเลือกผู้น�ามีคุณธรรม มีจริยธรรม มีเมตตา ก็เป็นที่ ชูใจ ไม่ตกต�่า มีกรุณา มีมุทิตา มีอุเบกขา มาเป็นผู้น�าในสังคมทุก คอยยกย่อง เชิดชู ผู้มีธรรม ระดับชั้น จะเป็นหลักประกันความปลอดภัยในชีวิต ให้ชื่นฉ�่า ด้วยความสุข ทุกเวลา ฯ ปิดประตูตายในค่ายผู้น�าอันตราย เอวัง!! พวกผู้น�า เพ่งโทษ ใจโหดเหี้ยม จิตใจเทียม ดังมาร คอยล้างผลาญ โทษคนนั้น ติคนนี้ ผีซาตาน อันธพาล ยอดชั่ว ตัวกาลี
  • 33. แสงธรรม 30 Saeng Dhamma
  • 34. แสงธรรม 31 Saeng Dhamma
  • 35. แสงธรรม 32 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากหลวงตาชี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ครูสี-หลวงตาสอน ค รูสี: หลวงตา ขอรับ! “สสปณฺฑิตชาดก” ผู้ เสี ย สละชี วิ ต เป็ น ทานนั้ น เป็ น เรื่ อ งที่ ค น ธรรมดาสามัญทัวไป เช่นเราๆ ท่านๆ คงบ�าเพ็ญล�าบาก ่ ความเกรงกลัว ในที่จะท�าร้ายชีวิตของคนอื่นและสัตว์ อื่น ให้ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อน ถ้ามองกันใน ลักษณะเช่นนีสม�าเสมอไม่ขาดสาย ผลสุดท้ายก็อาจจะ ้ ่ ยากที่จะท�าให้ส�าเร็จได้ ยกเว้นพระโพธิสัตว์เท่านั้น จึง เป็นอุบายให้บาเพ็ญ “ชีวตทาน” ได้ ขอฝากไว้เป็นการ � ิ จะบ�าเพ็ญชีวิตทานได้ แต่อย่างไรก็ตาม คนธรรมดา บ้านของบรรดาท่านทั้งหลายก็แล้วกัน เอาละ ! ขอรับ สามัญทั่วไป ก็ควรจะพากันสนใจเอาใจใส่เรียนรู้กันไว้ หลวงตา ! ชาดกเรื่องนี้ผมเข้าใจได้พอสมควรแล้ว ไม่มี เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ เตือนใจตนเองให้มองเห็น ประเด็นไหนที่สงสัย จึงนิมนต์หลวงตาน�าเสนอชาดก คุณค่าของชีวิตว่า เป็นสิ่งที่รักที่หวงแหนของสัตว์ที่มี เรื่องอื่นต่อไป ขอรับ ชีวิตทั้งหลาย ถ้าทุกคนมองเห็นคุณค่าของชีวิตเช่นนี้ ก็ หลวงตา: เอาละ ครูสี ต่อไปนี้ หลวงตาจะน�าเสนอ จะเกิด “หิริ” ความละอายแก่ใจ และ “โอตตัปปะ” “สุจจชชาดก” ว่าด้วยภรรยาที่ดี เพื่อครูสีจะได้ศึกษา
  • 36. แสงธรรม 33 Saeng Dhamma หาความรู้ประเทืองสติปัญญาให้แก่กล้ายิ่งขึ้น ชาดก สินในหมู่บ้านของข้าพระองค์ พระเจ้าข้า พระศาสดา เรืองนีมเี นือความว่า พระศาสดา เมือประทับอยู ณ พระ ่ ้ ้ ่ ่ ตรัสถามภรรยาของเขาว่า อุบาสิกา ! สามีของเธอหวัง เชตวันวิหาร ทรงปรารภกฎุมพีคนหนึ่ง จึงตรัสพระ ประโยชน์เกื้อกูลแห่งเธอ ท�าอุปการะแก่เธออยู่หรือ? ธรรมเทศนานี้ มีค�าเริ่มต้นว่า “สุจชํ วต น จชิ” ดังนี้ ภรรยากฎุมพีกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้า ได้ยินมาว่า กฎุมพีนั้นคิดว่า จักสะสางหนี้สินใน พระองค์มีความสิเน่หาในสามีนี้ แต่สามีนี้ไม่มีความ หมูบาน จึงไปในหมูบานนันพร้อมกับภรรยา ครันช�าระ ่ ้ ่ ้ ้ ้ สิเน่หาในข้าพระองค์ วันนี้ เมื่อข้าพระองค์เห็นภูเขา สะสางหนี้สินแล้วคิดว่า เราจักน�าเกวียนมาขนไปภาย แล้วพูดว่า ถ้าภูเขาลูกนี้จะเป็นทอง ท่านจะให้อะไรแก่ หลัง จึงฝากไว้ในตระกูลหนึง กลับไปยังเมืองสาวัตถีอก ่ ี ฉันบ้าง เขากลับพูดว่า เธอเป็นใคร ฉันจักไม่ให้อะไร ได้เห็นภูเขาลูกหนึงในระหว่างทาง ครังนัน ภรรยากล่าว ่ ้ ้ สามีผู้นี้เป็นคนมีหัวใจกระด้างอย่างนี้ พระเจ้าข้า พระ กะกฎุมพีนั้นว่า นาย ! ถ้าภูเขานั้นจะพึงกลายเป็นทอง ศาสดาตรัสว่า อุบาสิกา กฎุมพีนี้ย่อมกล่าวอย่างนี้เอง ไซร้ ท่านจะให้อะไรฉันบ้าง กฎุมพีกล่าวว่า เธอเป็นใคร แต่เมื่อใด เขานึกถึงคุณความดีนั้นของเธอ เมื่อนั้น เขา ฉันจักไม่ให้อะไรเลย จะให้ความเป็นใหญ่ทั้งหมด อันภรรยาของกฎุมพีนั้น ฝ่ายภรรยานั้นได้น้อยใจว่า สามีของเรานี้มีหัวใจ ทูลอาราธนาว่า ขอพระองค์จงตรัสบอกเถิด พระเจ้าเข้า กระด้างนัก นัยว่า เมื่อภูเขาแม้เกิดเป็นทองไปทั้งลูก ก็ จึงทรงน�าเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :- จักไม่ให้อะไรแก่เราเลย สามีภรรยาทั้งสองนั้นเดินไป ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติ ใกล้วดพระเชตวัน คิดว่าจักดืมน�า จึงเข้าไปยังพระวิหาร ั ่ ้ ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นอ�ามาตย์ผู้ส�าเร็จ ดื่มน�้า ในเวลาปัจจุสมัยใกล้รุ่งนั้นแล แม้พระศาสดาก็ ราชกิจทั้งหมดของพระเจ้าพรหมทัตนั้น อยู่มาวันหนึ่ง ทรงได้เห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติผลของคนทั้งสองนั้น พระราชาทรงเห็นพระราชโอรสมายังที่เฝ้า ทรงด�าริว่า เมื่อจะทรงรอคอยการมา จึงประทับนั่งในบริเวณพระ ลูกของเราคนนี้คงจะทรยศประทุษร้าย ในฝ่ายในของ คันธกุฎี ทรงเปล่งพระรัศมีมีวรรณ ๖ ประการ คือ :- เรา จึงรับสังให้เรียกพระราชโอรสนันมาแล้วตรัสว่า ลูก ่ ้ ๑.นิล เขียวเหมือนดอกอัญชัน รัก ! ตราบเท่าที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ เจ้าอย่าอยู่ในพระนคร ๒.ปีต เหลืองเหมือนหรดาลทอง เลย จงไปอยูในทีอน เมือพ่อล่วงลับไปแล้วจึงค่อยครอง ่ ่ ื่ ่ ๓.โลหิต แดงเหมือนแสงตะวันอ่อน ราชสมบัต พระราชโอรสรับพระบัญชาแล้ว ถวายบังคม ิ ๔.โอทาต ขาวเหมือนแผ่นเงินยวง พระราชบิ ด าพร้ อ มกั บ พระเชษฐชายา ออกจาก ๕.มัณเชฐ สีหงสบาท เหมือนดอกเซ่ง หรือหงอนไก่ พระนครไปยังชายแดน สร้างบรรณศาลาอยู่ในป่า ยัง ๖.ประภัสสร เลื่อมพราย เหมือนแก้วผลึก พระชนม์ชีพให้เป็นอยู่ด้วยมูลผลาผลในป่านั้น ฝ่ายสามีภรรยาทั้งสองนั้น ดื่มน�้าแล้วก็ถวายบังคม จ�าเนียรกาลนานมา พระราชาเสด็จสวรรคต อุปราช พระศาสดาแล้วนังอยู พระศาสดาทรงกระท�าปฏิสนถาร ่ ่ ั ราชโอรสทรงตรวจดูนักขัตฤกษ์ รู้ว่าพระราชาผู้เป็น กับสามีภรรยาทั้งสองนั้น แล้วตรัสถามว่า ท่านทั้งสอง พระราชบิดานันสวรรคตแล้ว จึงมายังพระนครพาราณสี ้ ไปไหนมา? สามีภรรยาทังสองกราบทูลว่า ไปสะสางหนี้ ้ ในระหว่างทางได้เห็นภูเขาลูกหนึง ล�าดับนัน พระชายา ่ ้
  • 37. แสงธรรม 34 Saeng Dhamma ตรัสกะพระราชโอรสนั้นว่า ข้าแต่เทวะ ถ้าภูเขานี้จะ ให้ทานบ้าง แต่เราเมือไม่ได้จกให้ได้อย่างไร จนบัดนี แม้ ่ ่ ั ้ เป็นทองค�า พระองค์จะประทานอะไรแก่หม่อมฉันบ้าง พระราชาก็มิได้ประทานอะไรเลยแก่เรา ดูก่อนพ่อ ใน พระราชโอรสตรัสว่า เธอเป็นใคร ฉันจักไม่ให้อะไรเธอ ระหว่างทาง เมื่อเรากล่าวว่า เมื่อภูเขาลูกนี้เกิดเป็น เลย พระชายานั้นได้น้อยพระทัยว่า เราไม่อาจละทิ้ง ทองค�า พระองค์จักประทานอะไรหม่อมฉันบ้าง พระ เพราะความสิเน่หาในพระสวามีนี้ จึงเข้าไปสูปาด้วย แต่ ่ ่ ราชานั้นยังตรัสว่า เธอเป็นใคร ฉันจักไม่ให้อะไรแก่เธอ พระสวามีนี้ตรัสอย่างนี้ เป็นผู้มีพระทัยกระด้างยิ่งนัก เลย แม้ของที่บริจาคได้ง่ายๆ พระองค์ก็ไม่ทรงบริจาค พระสวามีนี้ได้เป็นราชาแล้ว จักไม่กระท�าความดีงาม เลย พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า ก็พระองค์จักอาจตรัส แก่เรา เรื่องนี้ ในส�านักของพระราชาหรือไม่ ? พระเทวีตรัสว่า ท�าไมฉันจะไม่อาจท�าเล่า พ่อ พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า ถ้าอย่างนั้น ข้า พระองค์อยู่ในส�านักของพระราชา จักทูลถาม พระองค์พึงตรัสขึ้นเถิด พระเทวีรับว่า ได้ซิ พ่อคุณ ในเวลาที่พระเทวีเสด็จไปยังที่เฝ้าพระ ราชา แล้วประทับยืนอยู่ พระโพธิสตว์กราบทูล ั ว่า ข้าแต่พระแม่เจ้า ข้าพระองค์ไม่ได้แม้อะไรๆ จากส�านักของพระองค์เลยมิใช่หรือ? พระเทวี ตรัสว่า พ่อมหาอ�ามาตย์ เราเมือได้จงจะให้ทาน ่ ึ ่ เราเองก็ไม่ได้อะไรเลย บัดนี้ แม้พระราชาก็จัก พระราชโอรสนัน เสด็จมาแล้วด�ารงอยูในราชสมบัติ ้ ่ ประทานอะไรแก่เราบ้าง เพราะว่าในระหว่างเวลามา จึงทรงตั้งพระชายานั้นไว้ในต� าแหน่งอัครมเหสี ได้ จากป่า พระราชานั้นทรงเห็นภูเขาลูกหนึ่ง เมื่อเราทูล ประทานเพียงยศนี้เท่านั้น ส่วนการนับถือยกย่องที่ยิ่ง ว่า ถ้าภูเขาลูกนี้จักเป็นทองค�า พระองค์จะประทาน ขึ้นไปไม่มีเลย แม้ความดีที่พระนางมีอยู่ ก็ไม่ทรงสน อะไรแก่หม่อมฉันบ้าง พระองค์ตรัสว่า เธอเป็นใคร ฉัน พระทัยเลย พระโพธิสตว์คดว่า พระเทวีนมอปการะ แต่ ั ิ ี้ ี ุ จักไม่ให้อะไรแก่เธอเลย แม้ของทีจะสละได้งายพระองค์ ่ ่ พระราชานี้มิได้ค�านึงถึงพระเทวีนี้เลย เที่ยวอภิรมย์อยู่ ก็ไม่ทรงเสียสละ เมื่อจะทรงแสดงเนื้อความนี จึงตรัส้ กับนางสนมอื่นๆ เราจักกระท�าโดยประการที่พระเทวี คาถาที ๑ ว่า :- ่ นี้ได้อิสริยยศทั้งปวง วันหนึ่ง จึงเข้าไปเฝ้าพระเทวีนั้น พระราชา เมือไม่พระราชทานภูเขาด้วยพระวาจา ่ แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่มหาเทวี ข้าพระองค์ไม่ได้แม้แต่ ชื่อว่าไม่ทรงสละสิ่งที่ควรสละได้ง่าย เมื่อพระราชา ก้อนข้าวจากส�านักของพระองค์ เพราะเหตุไร? พระองค์ นั้นพระราชทานอะไรบ้าง ก็ชื่อว่าได้พระราชทาน จึงทรงละเลยข้าพระองค์ มีน�้าพระทัยกระด้างยิ่งนัก ภูเขาด้วยพระวาจา พระเทวีนั้นตรัสว่า ดูก่อนพ่อ ! ถ้าตัวเราเองได้ เราก็จัก ชื่อว่าไม่ทรงสละแม้สิ่งที่อาจสละได้โดยง่าย คือไม่
  • 38. แสงธรรม 35 Saeng Dhamma พระราชทานภูเขาแม้ด้วยสักว่าพระด�ารัส อธิบายว่า แม้จะไม่ได้ให้ด้วยกาย เป็นแต่ให้ด้วยสักว่าค� าพูด เมื่อพระราชานั้นผู้อันเราทูลขอแล้ว ได้ทรงสละภูเขา เท่านัน สิงนันชือว่าจักเป็นอันได้กอนทีเดียว บัณฑิตทัง ้ ่ ้ ่ ่ ้ นัน ชือว่าได้ทรงสละอะไรบ้าง ถ้าพระราชานีอนเราทูล ้ ่ ้ั หลายย่อมรู้ว่า บุคคลนั้นเป็นผู้กล่าวเท็จด้วยประการ ขอแล้วได้พระราชทานภูเขานั้น ซึ่งแม้เป็นทองตามค�า ดังกล่าวนี้ แต่คนเขลาทั้งหลายย่อมยินดีชอบใจโดยสัก พูดของเรา ด้วยพระวาจา คือได้พระราชทานด้วยเพียง แต่ค�าพูดเท่านั้น พระเทวีได้สดับดังนั้น จึงประคอง สักว่าพระด�ารัส พระราชาได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัส อัญชลีแล้วตรัสคาถาที่ ๓ ว่า :- คาถาที่ ๒ ว่า :- ข้าแต่พระราชบุตร ขอความนอบน้อมจงมีแด่ บัณฑิตกระทําสิ่งใด พึงพูดสิ่งนั้น ไม่กระทําสิ่งใด พระองค์ พระองค์ทรงประสบความพินาศ แต่พระทัย ไม่พึงพูดสิ่งนั้น บัณฑิตทั้งหลายย่อมกําหนดรู้ คนที่ ยังทรงยินดีอยู่ในสัจจะ พระองค์ชื่อว่าดํารงมั่นอยู่ใน ไม่ทํา ดีแต่พูด วจีสัจ และสภาวธรรม หมายความว่ า พระทั ย ของ พระองค์ แม้จะถึงความพินาศ กล่าวคือถูกขับไล่จากแว่นแคว้น ก็ยังทรงยินดีอยู่ เฉพาะในสัจจ ธรรม พระโพธิสตว์ได้ฟงพระเสาวณี ั ั ของพระเทวี ผู้ตรัสคุณความดี ของพระราชาอยูอย่างนัน เมือจะ ่ ้ ่ ประกาศคุณความดีของพระเทวี นัน จึงกล่าวคาถาที ๔ ว่า :- ้ ่ หญิ ง ใด เมื่ อ สามี ขั ด สน ก็ ขัดสนด้วย เมื่อสามีมั่งคั่ง ก็ ค�าในคาถานั้นมีความว่า ก็คนที่เป็นบัณฑิตกระท�า พลอยมั่งคั่งมีชื่อเสียงด้วย หญิงนั้นแหละ นับว่าเป็น สิ่งใดด้วยกาย พึงพูดถึงสิ่งนั้นด้วยวาจา แม้สิ่งใดไม่ได้ ยอดภรรยาของเขา เมื่อสามีมีเงิน หญิงภรรยาก็ย่อม กระท�า ก็ย่อมไม่พูดสิ่งนั้น อธิบายว่า ประสงค์จะให้ก็ มีเงินเหมือนกัน หญิงใดในเวลาสามีเป็นคนยากจน แม้ ควรพูดว่าจะให้ เมือไม่ประสงค์จะให้ ก็ไม่ควรพูดว่าจะ ่ ตนเองก็เป็นคนยากจนก็ไม่ละทิ้งสามีนั้น ในเวลาสามี ให้ เพราะเหตุไร ? เพราะบุคคลใด แม้พูดว่าจักให้ ภาย มั่งคั่ง ก็เป็นคนมั่งคั่ง อนุวรรตตามสามี เป็นผู้ร่วมสุข หลังกลับไม่ให้ บัณฑิตทั้งหลายย่อมก�าหนดรู้บุคคลนั้น ร่วมทุกข์ด้วย หญิงนั้นแหละ ชื่อว่าเป็นภรรยาชั้นยอด ว่าไม่ท�า ดีแต่พูดท่าเดียว อธิบายความว่า บุคคลกล่าว เยี่ยมของเขา ก็เมื่อสามีมีเงินตั้งอยู่ในความเป็นใหญ่ แต่เพียงค�าพูดว่าเราจักให้ แต่ไม่ได้ให้ ก็แต่ว่า สิ่งใดถึง หญิงภรรยาทังหลายก็ยอมมีเงินด้วย ไม่นาอัศจรรย์เลย ้ ่ ่
  • 39. แสงธรรม 36 Saeng Dhamma ก็แหละ พระโพธิสตว์ครันกล่าวอย่างนีแล้ว จึงกล่าว ั ้ ้ กันว่า ภรรยาทีดผมเองก็มความเข้าใจเหมือนกับชาวบ้าน ่ี ี คุณความดีของพระเทวีว่า ข้าแต่มหาราช! พระเทวีนี้ ทัวไปเข้าใจนันแหละ ขอรับ หลวงตา ดังนัน เพือให้ได้รบ ่ ้ ้ ่ ั เวลาเมื่อพระองค์มีความทุกข์ ก็ทรงเป็นผู้ร่วมทุกข์อยู่ ความรูความเข้าใจในรายละเอียดลึกซึง จึงขอนิมนต์หลวงตา ้ ้ ในป่า ควรจะทรงกระท�าความยกย่องพระเทวีนี้ พระ ได้เมตตาชีแจงแถลงไขต่อไป ขอรับ หลวงตา ้ ราชาทรงระลึกถึงคุณความดีของพระเทวี เพราะค�าพูด หลวงตา: ครูสี! เรื่อง “ภรรยาดี” นั้น มันมีราย ของพระโพธิสัตว์นั้น จึงตรัสว่า ดูก่อนบัณฑิต เราระลึก ละเอียดทีจะพูดถึงในแง่มมต่างๆ ดังทีหลวงตาจะน�ามา ่ ุ ่ ถึ ง คุ ณ ของพระเทวี ไ ด้ เพราะถ้ อ ยค� า ของท่ า น จึ ง ชี้แจงแสดงแก่ครูสีต่อไป เรื่อง “สามี-ภรรยา” ที่อยู่ พระราชทานอิสริยยศทั้งปวงแก่พระเทวีนั้น แล้วตรัส ครองเรือนร่วมกันเพือให้เกิดความราบรืนในการด�าเนิน ่ ่ ว่า เธอท�าให้ฉันระลึกถึงคุณความดีของพระเทวี จึงได้ ชีวิตปราศจากปัญหา พระศาสดาตรัสว่า สามี-ภรรยา พระราชทานสักการะนับถืออย่างใหญ่หลวงแก่พระ นั้น ต้องมีธรรมของผู้ครองเรือน ๔ ประการ คือ :- โพธิสัตว์ ๑. ความซื่อสัตย์ต่อกัน (สัจจะ) พระศาสดา ครั้นทรงน�าพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ๒. รู้จักข่มใจตนเอง (ทะมะ) จึงทรงประกาศสัจจะ แล้วประชุมชาดก ในกาลจบ ๓. มีความอดทน-อดกลั้น (ขันติ) สัจจะ ผัวและเมียทั้งสองได้ด�ารงอยู่ในโสดาปัตติผล ๔. รู้จักเสียสละ (จาคะ) พระเจ้าพาราณสีในครั้งนั้น ได้เป็นกฎุมพีในบัดนี้ พระ นีคอธรรมะ ทีเ่ ป็นฐานรากของ “สามี-ภรรยา” ทีดี ่ื ่ เทวีในครั้งนั้น ได้เป็นอุบาสิกานี้ ส่วนอ�ามาตย์ผู้เป็น สัจจะ ความจริงใจ มีความซื่อสัตย์ต่อกัน จริงต่อ บัณฑิตในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล ตัวเอง จริงต่อหน้าที่การงาน จริงต่อกาลเวลา จริงต่อ ได้พรรณนาเรื่อง “สุจจชชาดก” ว่าด้วยภรรยาที่ วาจาค�าพูด จริงต่อบุคคล จริงต่อความดี จะเป็นสามี- ดี ก็มีเนื้อหาสาระจบลงเพียงเท่านี้ ครูสีฟังชาดกเรื่องนี้ ภรรยาที่ดี ต้องมีสัจจะ ความซื่อสัตย์ต่อกัน มาโดยตลอดแล้ว ก็คงจะได้ความรูความเข้าใจ ในชาดก ้ ทะมะ ความข่มใจ ได้แก่บังคับใจตนเอง ข่มใจ เรื่องนี้พอสมควร แม้จะยังจ�าไม่ได้ทั้งหมด หลวงตา ตนเอง ควบคุมใจตนเองให้อยูในความถูกต้องชอบธรรม ่ อยากจะทดสอบความเข้าใจของครูสวา ประเด็นไหนที่ ี่ จิตใจของคนเรานี้ เป็นธรรมชาติดิ้นรนกลับกลอก กวัด ครูสีเข้าใจแล้วก็ผ่านไป แต่ประเด็นไหนที่ครูสีสงสัยก็ แกว่ง ฝึกยาก บังคับยาก ควบคุมยาก ห้ามยาก รักษา ให้บอกมา หลวงตาจะได้ให้แสงสว่างทางปัญญาแก่ครู ยาก แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เราก็จะต้องฝึก ต้องควบคุม สีต่อไป ให้ได้ ต้องพยายามเอาชนะมันให้ได้ อย่ายอมแพ้ และ ครูสี: กราบขอบพระคุณหลวงตาเป็นอย่างสูงตาม อย่าตกอยูในอ�านาจของมัน คนเราถ้าหากมีความฉลาด ่ เคย ขอรับ หลวงตา ประเด็นที่ผมยังสงสัยไม่เข้าใจใน ก็สามารถฝึกจิตใจของตนได้ไม่ยากนัก ดังนั้น การฝึก รายละเอี ย ดชองภรรยาที่ ดี ส่ ว นที่ ผ มเข้ า ใจนั้ น คื อ จิตใจ-ข่มใจ ต้องอาศัยความฉลาด ผูมปญญาย่อมฝึกใจ ้ี ั ภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อสามี ไม่ประพฤติอะไรที่เป็นไปใน ที่ดิ้นรนกลับกลอก กวัดแกว่งให้สงบได้ การฝึกใจ การ ลักษณะนอกใจสามี ภรรยาเช่นนี ้ คนส่วนใหญ่ทวไปก็เข้าใจ ั่ ข่มใจนั้น ควรฝึก ควรข่ม ในเวลาจิตใจมีความโลภ มี
  • 40. แสงธรรม 37 Saeng Dhamma ความโกรธ ความหลง เข้าครอบง�า เราต้องฝึก ต้องข่ม อย่าให้จิตใจจมอยู่ในอ�านาจความโลภ ความโกรธ ความหลงต่อไป สามี-ภรรยาทีดี ต้อง ่ ฝึก ต้องข่ม จิตใจของตนเองไว้ อย่าให้คด อย่าให้ ิ พูด อย่าให้ท�าตามอ�านาจกิเลสตัณหา ถ้าท�าได้ เช่นนี้ ก็ได้ชื่อว่า สามีเป็นเทพบุตร ภรรยาเป็น เทพธิดา ขันติ อดทน อดกลั้น อดได้ทนได้ สามี- ภรรยาอยู่ครองเรือน มีเรื่องมาก จึงจ�าเป็นต้องมี น�าอดน�้าทน ภายในครอบครัววันหนึงๆ มีปญหา ้ ่ ั ประดังเข้ามาแทบหายใจไม่ทัน เดี๋ยวเรื่องนั้น เป็นภัยท�าลายจิตใจ สรุปแล้ว สิ่งที่สละ ออกจากจิตใจ เดี๋ยวเรื่องนี้ สารพัดอย่าง เราจะต้องมีจิตใจหนักแน่น นั้น ก็ได้แก่ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทิฏฐิมานะ อดทน จึงจะสู้กับความโกลาหลวุ่นวายได้ ต้องอดทน อิจฉาริษยา นินทาว่าร้าย ต้องระบายออกไปอย่าให้ ล�าบาก อดทนตรากตร�า อดทนเจ็บใจ ใครจะว่าอะไร เหลือ อย่าให้เป็นเชื้ออยู่ในจิตใจอีกต่อไป เจ็บๆ แสบๆ ก็อดได้ ทนได้ ข้อสุดท้าย ก็อดทนต่อความ สัจจะ ทะมะ ขันติ จาคะ คือธรรมะ สําหรับสามี- บีบคั้นของกิเลสตัณหา สรุปง่ายๆ อดทน อย่าท�า อย่า ภรรยาผู้อยู่ครองเรือน เสมือนเสา ๔ ต้น ส�าหรับปลูก พูด อย่าคิด ตามฤทธิ์ของกิเลสตัณหา ดังนั้น สามี- บ้าน จะท�าให้อาคารบ้านเรือนแข็งแรงมันคงไม่หวันไหว ่ ่ ภรรยาที่ดี ต้องมีขันติ ความอดทน อดกลั้น เป็นหลัก ขอมอบให้สามี-ภรรยาที่ดีทั้งหลาย น�าไปใช้ในชีวิต ประกันในการครองชีวิตร่วมกัน ประจ�าวัน จะได้ครองชีวตร่วมกันด้วยความสงบสุข ทุก ิ จาคะ ธรรมะข้อสุดท้าย สามี-ภรรยาทีด ี ต้องมีจาคะ ่ ประการ ท่านสอนให้เสียสละ ทั้งภายนอก และภายใน สละ ข้อสังเกตในชาดกเรื่องนี้ พระราชโอรสและพระ ภายนอกได้แก่สละสิ่งของ แก่กันและกันตามกําลังที่ ชายาทั้งสองครองชีวิตอยู่ร่วมกันในป่า ตอนที่พระราช จะสละกันได้ เพือประโยชน์เกือกูลแก่คนอืนอย่าดูดาย ่ ้ ่ บิดาขอร้องให้ปลีกตัวออกไปก่อน ตอนหลังเมื่อพระ ในเมื่อเห็นคนอื่นตกทุกข์ได้ยาก ก็บากหน้าเข้าช่วย ราชบิดาล่วงลับไปแล้ว จึงเสด็จกลับมาเพื่อครองราช เหลือเขาบ้าง อย่าอ้างว่าธุระไม่ใช่ อันเป็นลักษณะของ สมบัติ ระหว่างทางเห็นภูเขาลูกหนึ่ง จึงกราบทูลพระ คนใจจืดใจด�า คนแล้งน�้าใจ นี่คือการเสียสละภายนอก ราชโอรสผู ้ พ ระสวามี ว ่ า ถ้ า ภู เขาลู ก นี้ เ ป็ น ทองค� า ส่วนการเสียสละภายในนั้น ได้แก่การสละ การละ พระองค์จะประทานอะไรแก่หม่อมฉัน พระราชโอรส ความชัว ความไม่ดออกจากจิตใจ อารมณ์ราย อารมณ์ ่ ี ้ ตรัสว่า เธอเป็นใคร ฉันจักไม่ให้อะไรแก่เธอ ประเด็นนี้ เสีย ทีมนเผาไหม้จตใจนัน ต้องสละออกไปให้หมด อย่า ่ั ิ ้ แหละ ทีชให้เห็นว่า พระราชโอรสขาดธรรมะข้อ “จาคะ” ่ ี้ ให้มีเศษ มีเชื้อเหลืออยู่แม้แต่น้อยนิด เพราะเป็นพิษ การเสียสละวัตถุสิ่งของ แต่ต่อมา เมื่อพระโพธิสัตว์
  • 41. แสงธรรม 38 Saeng Dhamma แสดงธรรมแก่พระราชโอรส พระองค์ทรงสดับแล้ว ก็ ภรรยาคนใด ขาดธรรม เป็นกรรมหนัก ทรงมีนาพระทัยในการยกย่องพระชายา ตามหลักธรรม �้ เห็นประจักษ์ ท�าให้ ไร้คุณค่า ทางศาสนา มีกตัญญูยอมรับในคุณความดีของพระ เพราะขาดธรรม ขาดศีล สิ้นจรรยา ชายา แล้วมีกตเวทิตา ตอบสนอง โดยมอบความเป็น พระเตือนว่า อย่าขาดธรรม น�าวิญญาณ ใหญ่ทั้งปวงแก่พระชายา ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์-เมธี จึงเตือนตัก ภรรยาดี มีค่า น่าชูเชิด ให้รู้จัก ใช้ธรรม น�าประสาน เป็นบ่อเกิด คุณธรรม อันล�้าค่า เพื่อช�าระ จิตใจ ให้เบิกบาน อยู่ที่ไหน ใครก็รัก และบูชา เป็นแม่บ้าน ภรรยา อย่าลืมธรรม เป็นภรรยา ยอดผู้ดี มีจรรยา ภรรยา ที่ดี มีธรรมะ ยึดคุณพระ เป็นแนวทาง สร้างราคา คณะสงฆ์วัดไทยฯ ดี.ซี. ท�าอะไร ก็ต้องใช้ ซึ่งปัญญา ซื้อเครื่องปริ้นท์เตอร์ ถวายวัดไทยฯ ดี.ซี. แก้ปัญหา ในหน้าที่ ศรีภรรยา $ 450 ภรรยา ทุกคน ควรสนจิต ใช้ชีวิต ตามหลัก ศาสนา ขออนุโมทนาพิเศษแด่... บริษัทอีสต์แลนด์ จํากัด คิดอะไร ท�าอะไร ด้วยปัญญา ทีชวยขนส่งตูพระไตรปิฎกจาก Custom ่ ่ ้ จะได้รับ สมญา เป็นคนดี นํามาส่งยังวัดไทยฯ ดี.ซี. ภรรยาดี มีธรรม ประจ�าจิต คุณสันต์ มงคล $140 ใช้ชีวิต ตามหลักธรรม ท�ากรรมดี ครอบครัวคาดหมาย $20 ท�าทุกอย่าง ในทาง สร้างศักดิ์ศรี คุณพิมพ์อุมา ตู้จินดา $5 คุณธรรมนูญ ธาดาพงษ์ $5 ให้เกิดมี คุณค่า ของภรรยา นักแสดงงานลอยกระทง วัดไทยฯ ดี.ซี.
  • 42. แสงธรรม 39 Saeng Dhamma ท่องแดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ณ ประเทศศรีลังกา ตอนที่ ๒ มหานครโปโลนนารุวะ เรื่องและภาพ โดย.. ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี t_inthisan@hotmail.com ต่อจากฉบับที่แล้ว � เป็นสุขแล้วเกิดศึก นอกศาสนา มีงานหลักนอกจากจะต้องการครองแผ่นดิน เหตุการณ์บ้านเมืองเลื่อนขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งช่วงของ แล้ว ยังย�่ายีหัวใจคนอื่นเล่นเป็นของสนุก คือเบียดเบียน กษัตริย์องค์ ที่ ๑๐๕ ของเมืองโปโลนนารุวะ คือสมัยของ พุทธศาสนาเรื่อยมา (จนกระทั่งปัจจุบัน) พระเสนะที่ ๑ (๑๓๗๖ - ๑๓๗๙) เมืองโปโลนนารุวะจึง ชาวไทยเรารู้จักกันมักคุ้นกับทมิฬนี้มานาน นามของ เป็นเมืองหลวงสมบูรณ์แบบ มีโครงสร้างเยี่ยงมหานครใน ทุจริตชนผูดราย ถึงกับตังสมญานามบัญญัตศพท์ขนว่า ถ้า ุ้้ ้ ิ ั ึ้ อดีต คือทรงสร้างปราสาทราชวังพระมหาเจดีย์ พระวิหาร ใครพฤติกรรมหยาบช้าโหดร้าย และมีการกระท�าที่เข้า สวน ไร่นา และอ่างเก็บน�าไว้หลายแห่ง ท�าให้เมืองนีมความ ้ ้ี ลักษณะป่าเถื่อน เราเรียกว่า พวกทมิฬหินชาติ รุงเรืองมาก ปานประหนึงว่าเย้ยให้มหานครอนุราธปุระให้ ่ ่ เมื่ อ ถู ก ทมิ ฬ ซึ่ ง มี พ วกมาก ก�า ลั ง อาวุ ธ ที่ เ หนื อ กว่ า อายทีเดียว รุกรานเช่นนั้น โปโลนนารุวะก็ตกอยู่ในภาวะอันตรายไม่ บ้านเมืองสุขอยู่พอสมควร ก็เกิดศึกขึ้นโดยชนชาว น้อย นอนฝันร้าย สะดุ้งผวาในภัยสงครามอยู่ตลอด สิงหลกับเผ่าทมิฬ ที่มีเรื่องบาดหมางถึงกับฆ่าฟันกันอยู่ ในสมัยใดกษัตริย์มีความสามารถเก่งกล้า ประเทศก็ เสมอ ขอตัดภาพเหตุการณ์ชวงนีนดหนึง เพือให้เห็นคูตอสู้ ่ ้ ิ ่ ่ ่่ สงบเป็นสุข ยามใดผู้น�าสายทหารปกครองอ่อนแอ พวก ชั ด เจน เหมื อ นจะเที ย บฟอร์ ม ให้ เ ห็ น ว่ า ใครเป็ น ใคร ทมิฬซึ่งเป็นกองโจร คอยจ้องจังหวะโอกาสอยู่ ก็โหม ระหว่างสิงหลกับทมิฬ กระหน�่าท�าสงคราม บ้านเมืองที่เป็นสุขก็ศึกสงครามชิง พวกสิงหลเป็นชาวพื้นเมืองเดิม ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของ บ้านเมืองกัน เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ตลอดดั่งในยุคพระเจ้า ประเทศ นับถือพระพุทธศาสนาเรือยมา ตังแต่ครังพระเจ้า ่ ้ ้ มหินทร์ที่ ๕ ครองราชย์ (พ.ศ. ๑๕๔๔) เกิดศึกกลางเมือง วิชัย ส่วนพวกทมิฬคือพวกที่อพยพเข้ามาจากอินเดียตอน ครั้งใหญ่ เพราะกษัตริย์ไม่ทรงมีพระปรีชาสามารถในการ ใต้รกรานชาวสิงหลหวังยึดครองเกาะลังกา กลุมนีเ้ ป็นพวก ุ ่ รบนั่นเอง ประชาชนจึงต้องเป็นผู้รับกรรม
  • 43. แสงธรรม 40 Saeng Dhamma หลังจากทีเ่ จ้าชายวิชยพาหุสวรรคตแล้ว แผ่นดินลังกา ั ทีเ่ คยร่มเย็นเป็นสุข ก็กลับยุงยากเดือดร้อน ทอดช่วงระยะ ่ หลายสิบปีที่พระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นผู้น�าบ้านเมืองขาด คุณธรรม อ่อนแอในการปกครอง ก่อความเดือดร้อนแก่ ประชาชนเสมอมา พระราชนัดดาของพระเจ้าวิชัยพาหุ ทรงทนดูผู้น�าที่ ขาดความรู้ไม่มีความรับผิดชอบและหาความรับผิดชอบ ต่อความสงบสุขร่มเย็นของแผ่นดินไม่ได้ จึงทรงหลบหนี ออกจากพระราชวังไปอยู่ที่โรหณชนบท และพยายาม รวบรวมก�าลังพลจนเป็นที่เพียงพอ จึงเคลื่อนก�าลังเข้ายึด ในปี พ.ศ. ๒๑๐๓ (ค.ศ. ๑๕๖๐) พวกโจฬะอันเป็น อ�านาจ และก�าจัดพระราชาผู้ทรราชนั้นเสีย พระองค์ทรง ชนชาติทมิฬ ยกทัพมาโจมตีและยึดครองโปโลนนารุวะไว้ ทราบถึงจุดอ่อนของชาวลังกาดี จึงทรงเริมและเร่งนโยบาย ่ โดยสิ้นเชิง และเนรเทศกษัตริย์ออกนอกประเทศไปอาศัย ชาตินิยม ปลุกให้ชาวสิงหลรักชาติโดยส่งจารบุรุษคอย อยู่ในอินเดีย พร้อมด้วยพระโอรสซึ่งประสูติได้ไม่นาน ต่อ สอดแนมในรูปของหมอดูบาง พ่อค้าบ้าง นักเดินธุดงค์บาง ้ ้ มาพระโอรสของพระเจ้ามหินทร์ที่ ๕ เจริญวัยขึน ก็ซองสุม ้ ่ ไปตามหมู่บ้าน เป็นโครงการชาตินิยมสัญจร เพื่อปลุก ก�าลังพลยกก�าลังทหารเข้าซุ่มโจมตี เพื่อต่อต้านพวกทมิฬ กล่อมให้ประชาชนร่วมมือ การพัฒนาชาติตามนโยบาย ใน ตลอดเวลา ๔๐ ปี มีทงแพ้และชนะ จนกระทัง พ.ศ. ั้ ่ ที่สุดก็สามารถยึดครองตัวเมืองและประชาชนได้ส� าเร็จ ๒๑๔๒ (ค.ศ. ๑๕๙๙) เจ้าชายผูเ้ ป็นหัวหน้าทรงเปิดฉากรบ ด้วยนโยบายศาสนาน�าหน้า กองทัพตามหลัง และทรง กับพวกทมิฬ สามารถขับไล่กองทัพทมิฬออกไปจากเมือง ชนะสงครามกับพระเจ้าพาหุซึ่งเป็นพระเจ้าลุง อนุราธปุระ และเมืองโปโลนนารุวะได้ส�าเร็จ และเสด็จขึน ้ มหาราชนักพัฒนา ครองราชสมบัตสอมา พระนามว่าพระเจ้าวิชยพาหุที่ ๑ ิื ั พระเจ้าปรักกรมพาหุ เสด็จขึนครองราชย์เมือพระเจ้า ้ ่ ในช่วงนี้ พ.ศ. ๒๑๔๒ - ๒๑๙๖ (ค.ศ. ๑๕๙๙ – ค.ศ. คชพาหุสวรรคตแล้ว ด้วยนโยบายศาสนาเดินหน้าการเมือง ๑๖๕๓) พระพุทธศาสนาได้เสื่อมทรุดอย่างหนัก ถึงที่สุด พัฒนาชาติให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ ภายหลังทรงได้รับ ศาสนสถานถูกพวกทมิฬท�าลาย พร้อมด้วยศาสนาวัตถุ มี การยกย่องเป็นมหาราชองค์ส�าคัญ ที่ชาวศรีลังกาภาคภูมิ พระพุทธรูปเป็นต้น แตกหักไม่มีชิ้นดี ไม่แตกต่างอะไรนัก จนกระทั่งปัจจุบัน กับคราวที่นาลันทาถูกเผาพระสงฆ์องค์เจ้าซึ่งเป็นหลักใน ฝ่ายศาสนาบุคคล ก็ขาดพระทีเข้าใจพระธรรมอันลึกซึงได้ ่ ้ พากันหนีภัยสงคราม บ้านเมืองเดือดร้อน ศาสนาหรือจะ สุขอยูได้ กล่าวกันว่าทังเกาะลังกาจะหาพระสุปฏิปนโน มา ่ ้ ั ชักลากธรรมจักร ให้เคลื่อนที่ไปสัก ๑๐ องค์ ก็ทั้งยากถึง กับพระมหากัตริย์ทรงส่งทูตไปขอพระสงฆ์จากพม่าไปสืบ พระศาสนาเลยทีเดียว
  • 44. แสงธรรม 41 Saeng Dhamma สาระธรรมจาก...พระไตรปิฎก พระไตรปิฎก สำาหรับผู้เริ่มศึกษา เล่มที่ ๑๔ หน้า ๑๖๘ พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปัตตกัมมสูตร แล้ว ก็จะต้องมีการบริหารจัดการโภคทรัพย์ที่ได้มาให้ หลักการบริหารจัดการโภคทรัพย์ที่หามาได้ เหมาะสม ดังนี้ (๖๑) ปัตตกัมมสูตร ตรัสสอนอนาถบิณฑิกเศรษฐี - ใช้เลี้ยงตน เลี้ยงมารดาบิดา บุตร ภรรยา บ่าว ในวันหนึ่งว่า สิ่งที่บุคคลปรารถนาแล้วได้มาโดยยากมี ไพร่ คนอาศัยและเพื่อนฝูง ให้มีความสุขความสบาย ๔ อย่าง คือ (๑) ขอให้มีโภคทรัพย์ในทางที่ชอบ (๒) - ใช้บรรเทาภัยอันตรายที่เกิดจากไฟ จากน�้า จาก เมื่อมีโภคทรัพย์ในทางที่ชอบแล้ว ขอให้ตนพร้อม พระราชา จากโจร จากทายาทที่ขัดแย้งกัน ญาติมิตรมียศ (หมายถึงบริวารสมบัติ) (๓) เมื่อมี ๒ - ใช้เป็นญาติพลี (สงเคราะห์ญาติ) เป็นอติถิพลี อย่างนั้นแล้ว ขอให้อายุยืน (๔) เมื่อสมปรารถนาใน ๓ (ต้อนรับแขก) เป็นปุพพ อย่างนั้นแล้ว ขอให้ได้ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เปตพลี (ท�าบุญอุทิศให้ผู้ตาย) เป็นราชพลี (เช่น เสีย การที่จะสมปรารถนาใน ๔ อย่างนั้น ต้องมีความ ภาษีให้แก่รัฐ) เป็นเทวตาพลี (เช่น เซ่นไหว้เทวดา) พร้อม (สัมปทา) ๔ อย่าง (ธรรมหมวดนี้ มีชื่อเรียกอีก - ท�าบุญให้ทานแก่สมณพราหมณ์ผปฏิบตดปฏิบตชอบ ู้ ั ิ ี ั ิ อย่างหนึ่งว่า สัมปรายิกัตถะ ประโยชน์เบื้องหน้า ทั้งหลาย เพื่อได้รับผลอันเลิศ มีความสุข และเป็นทาง ประโยชน์ชั้นสูงขึ้นไป) คือ สู่สวรรค์ ๑. สัทธาสัมปทา เชื่อในความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โภคทรัพย์ที่หมดเปลืองไปโดยไม่มีการบริหารจัดการ (ตามนัยแห่งบทสรรเสริญ ตามแนวทางดังกล่าว เรียกว่าหมดเปลืองไปโดยมิชอบแก่ พุทธคุณ) เหตุ ๒. สีลสัมปทา มีศีล ๕ บริบูรณ์ ในคาถาท้ายพระสูตร กล่าวเพิ่มเติมว่า บัณฑิต (อริย ๓. จาคสัมปทา มีใจที่ปราศจากความตระหนี่ ยินดี สาวก) ผู้อยู่ครองเรือน เมื่อประสบความส�าเร็จในด้าน ในการสละแบ่งปัน โภคทรัพย์ ก็จะระลึกถึงความดีของตน ด�ารงตนอยู่ใน ๔. ปัญญาสัมปทา เมื่อทราบว่า อภิชฌาวิสมโลภะ อริยธรรมได้ในปัจจุบนนีเอง เมือตายไปย่อมมีความสุขใน ั ้ ่ (ความละโมบเห็นแก่ได้) ครอบง�าจิต ก็ละเสียได้ เมื่อ สวรรค์ ทราบว่า นิวรณ์ ๕ ครอบง�าจิต ก็ละเสียได้ ตรัสต่อไปว่า อริยสาวกเมือได้สงทีได้โดยยากดังกล่าว ่ ิ่ ่
  • 45. แสงธรรม 42 Saeng Dhamma อนุโมทนาพิเศษ / Special Thanks คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ขออนุโมทนาแด่สาธุชนทุกๆ ท่าน ทีมจตศรัทธาถวาย ่ีิ ภัตตาหารเช้า-เพล บริจาคสิงของ เสียสละแรงกาย แรงใจ ก�าลังสติปญญา และความสามารถเท่าทีโอกาสจะอ�านวย ่ ั ่ ช่วยเหลือกิจกรรมของวัดด้วยดีเสมอมา ท�าให้วดของเรามีความเจริญรุงเรืองก้าวหน้ามาโดยล�าดับ โดยเฉพาะทุก ั ่ ท่านทีมสวนร่วมในงานวันส�าคัญต่างๆ ของทางวัด จึงประกาศอนุโมทนากับทุกๆ ท่านมา ณ โอกาสนี้ ่ี่ � คุณสมศักดิ์ - คุณสุดารัตน์ - คุณเมธินี - คุณมารุต ตั้งตรงวานิช ถวาย DVD ๓๐๐ แผ่น, น�้ายาซักผ้า, ช้อนส้อม และเปเป้อร์เทาน์ � คุณสมหมาย มีประเสริฐ ท�าบุญอุทิศแด่คุณพ่อ-แม่ ถวายข้าวสาร น�้าดื่ม น�้ายาล้างจาน แน๊ปกิ้น � คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ์ ถวายน�้ายาล้างมือ ๕ ขวด � ครอบครัวเจตบุตร ถวายกระเป๋าใส่ของอเนกประสงค์ ผ้าประเคน ถุงมือ กระดาษเช็ดแว่น กระดาษเช็ดปาก ถุงขยะ ที่ฉีดเป่าฝุ่น ถุงเท้า Clorox wipes, Bounce และอังสะ � คุณติ๊ ดลวรรณ - น้องแอนตั้น - น้องแอนทีน่า เหวียน ถวายน�้า ๓ ลัง, กระดาษเปเป้อร์ ๑ ห่อ, จานโฟม, ถ้วยโฟม, น�้ามันหุงต้ม, แผ่น CD, คอฟฟี่เมท, กาแฟ, น�้าตาล และอื่นๆ � Mr. DUWAYNE ถวายคอฟฟี่ ๔ กล่อง � Dr. Aroon-Sumana Suansilppongse ถวายซองน�้าตาล 2 กล่อง � คุณวรายุส (แบงค์) วิริยะอมรพันธุ์ ถวายสังฆทานอุทิศให้คุณทรงคุณ เทียนทอง ถวายกระดาษ Letter ๑๐ ริม, แผ่น CD ๑๐๐ แผ่น, แผ่น DVD ๑๐๐ แผ่น � คุณติ๋ว เกาฏีระ ถวายพรมเช็ดเท้า หน้าห้องหลวงพ่อด�า,คุณอภิรัตน์ ผ่องอักษร ถวายเสื้อ ๑๐ ตัว � คุณสุภาพ ดูบัวร์ เติมน�้ามันรถ $60, คุณสุภาถวายถุงเท้า สิ่งของจำาเป็นที่ทางวัดไทยฯ ดี.ซี. ต้องการใช้ � แผ่น CD-R, CD-RW, DVD, VCD เพื่อใช้ก๊อบปี้ธรรมะเผยแผ่ และงานข้อมูลเอกสารต่างๆ � กระดาษเปเป้อร์ทาวน์, น�้ายาซักผ้า � กระดาษ Letter เพื่อใช้ปริ้นท์งานเอกสารต่างๆ � ถุงขยะใหญ่ขนาด ๑๓, ๓๒, ๔๒ Gallon และน�้าดื่ม เจ้าภาพน้ำาดื่มถังใหญ่ ถวายประจำาทุกเดือน คุณแม่สงวน เกิดมี คุณจารุณี พิทโยทัย คุณณัฐกานต์ จารุกาญจน์ คุณทัฬห์ อัตวุฒิ คุณบุณณ์ภัสสร คุณศรสวรรค์ พงศ์วรินทร์ คุณละม้าย คุณประมวล ทวีโชติ คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ น.พ. อรุณ คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ คุณนงเยาว์ เดชา คุณประมวล สังเวียนวงค์ คุณบุญเลิง วิสีปัตย์ คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ์ คุณทองพูน คุณสุนันทา เฮนเซ้น
  • 46. แสงธรรม 43 Saeng Dhamma � สรุปข่าวเดือนตุลาคม วัดไทยฯ ดี.ซี. โดย.. ดร. แฮนดี้ ►กิจกรรมวัดไทยฯ ดี.ซี. อัญเชิญร่วมในขบวนแห่ขนสูอโบสถพระพุทธมงคลวิมลดีซี ้ึ ่ ุ � ๙ ต.ค. ๕๓ วันลอยกระทง ปีนี้..ไม่หลงทาง เริมประกอบพิธสมโภชพระไตรปิฎก เวลา ๑๐.๐๐ น. ่ ี ต่างฝ่ายต่างชื่นมื่นทั้งผู้จัดงานและผู้มาร่วมงาน แม้จะ ม.จ.(หญิง) วุฒิเฉลิม วุฒิชัย จุดธูปเทียนบูชาพระ เหน็ดเหนื่อยกันบ้าง แต่เมื่อได้ชมการแสดงแสงสีเสีียง รัตนตรัยพิธีกรน�าไหว้พระสวดมนต์ สมาทานศีล พระ แล้วก็หายเหนื่อย บางท่านเป็นทั้งผู้สร้างเวที จัดเก้าอี้ สงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระไตรปิฎก จบแล้ว และนักแสดงด้วย สนุกสนานสมกับการรอคอย ก็ถือว่า นายเสข วรรณเมธี อุปทูต ได้อ่านประกาศค�าเฉลิมพระ ทุกท่านทุกฝ่ายได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า ปีหน้าฟ้าใหม่ก็อย่า ราชศรัทธาในการสร้างพระไตรปิฎก จบแล้วพิธีกร คุณ ลืมมาร่วมลอยกระทงกันอีกนะโยม!! ประพจน์ คุณวงศ์ น�ากล่าวค�า ถวายพระไตรปิฎกปาฬิ �พิธสมโภชและถวายพระไตรปิฎกปาฬิ ฉบับ จปร. ี จุลจอมเกล้าบรมธัมมิกมหาราช อักษรสยาม แด่คณะ ๒๑-๒๒ ต.ค. ได้จัดปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา สงฆ์วัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. จากนั้นพระวิเทศธรรมรังษี ตลอดทั้งวัน และตอนเย็นหลังท�าวัตร ได้มีการสังวัธยาย กล่าวสัมโมทนียกถาอนุโมทนาในกุศลเจตนาของ หม่อม พระไตรปิฎกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้น�ามาจาก เจ้า(หญิง) วุฒิเฉลิม วุฒิชัย ที่ทรงมีพระศรัทธาในบวร พระไตรปิฎกภาษาปาฬิ อักษรสยาม สมัยรัชกาลที่ ๕ พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะกับวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. พร้อมสรุปค�าแปลของพระวินัยปิฎก และพระสุตันตปิฎก จบแล้วถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา มีพุทธศาสนิกชนผู้สนใจเข้าร่วมสมโภชเป็นจ�านวนมาก หลั ง จากที่ ไ ด้ ถ วายภั ต ตาหารแด่ พ ระสงฆ์ ทั้ ง หมด ๒๓ ต.ค. ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ม.จ.(หญิง) วุฒเิ ฉลิม ๑๓ รูป จากนั้นเวลา ๑๓.๐๐ น. พิธีถวายพวงมาลา วัน วุฒชย ประธานฝ่ายคฤหัสถ์เดินทางมาถึงมณฑลพิธี แล้ว ิั ปิยมหาราช (พิธีถวายพวงมาลาสักการะหน้าพระบรม มอบพระไตรปิฎกแก่ผู้แทนเจ้าภาพจ�านวน ๔๐ ท่านเพื่อ สาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
  • 47. แสงธรรม 44 Saeng Dhamma พระปิยมหาราช โดย ม.จ.(หญิง) วุฒิเฉลิม วุฒิชัย ทรง พร้อมกันกับคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นจ�านวนมาก เปิดกรวยถวายสักการะแล้ว นายเสข วรรณเมธี อุปทูต น�าโดย พระครูปริยตธรรมาภิราม (ดร.พระมหาทวีพงษ์ ัิ ไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน อ่านค�า ทฺววโส) และบรรยายธรรมสรุปเนื้อหาทั้งหมด ๓ ปิฎก ิ� อาศิรวาทราชสดุดี พระปิยมหาราช และถวายพวงมาลา โดย ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี จนถึง เวลา ๒๑.๐๐ น. ในนามข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตไทย ตามด้วย เจริญจิตภาวนา แผ่เมตตาอุทิศพระราชกุศลแด่พระปิย นายกสมาคม ชมรม ผู้แทนพ่อค้า ประชาชน องค์กร มหาราช ดับเทียนบูชาพระไตรปิฎก เป็นอันเสร็จพิธี ต่างๆ เข้าถวายพวงมาลาตามล�าดับ การจัดงานครั้งนี้ ได้เริ่มต้นพระไตรปิฎกศึกษา ณ พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) มอบพระพุทธรูป วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จะได้จัดให้มีการสาธยายต่อ และหนังสือที่ระลึกแก่ ม.จ.(หญิง) วุฒิเฉลิม วุฒิชัย เนื่อง พร้อมศึกษาค�าแปล ในภาคบ่าย ทุกวันเสาร์ ขอ ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์ คุณหญิงวิจันทรา บุนนาค เชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมศึกษาโดยทั่วกัน ผู้อัญเชิญพระไตรปิฎกภาษาบาฬิ ฉบับ จปร. จาก �ท�าบุญวันออกพรรษา ตักบาตรเทโวโรหณะ ประเทศไทย น.พ.สุวัฒน์ ศิลปสุวรรณ ประธานจัดงาน ๒๔ ต.ค. ท�าวัตรสวดมนต์เช้าแปล เริมพิธในเวลา ่ ี น.พ. ประพันธ์ อภิสารธนารักษ์ รองประธาน และคุณ ๑๐.๐๐ น. ประธานในพิธจดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ีุ ณรงค์ศักดิ์-คุณรัตนา โชติกเวชกุล เจ้าภาพถวายตู้พระ สมาทานศีล - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ - พระสงฆ์ ไตรปิฎก นายชัยวัฒน์ ก๋งอุบล ผู้ประสานงานกับมูลนิธิ ออกรับบิณฑบาตบริเวณวงเวียนหน้าเสาธงทีหน้าวัด ่ มี สนทนาธัมม์น�าสุข สาธุชนเข้าร่วมงานเป็นจ�านวนมาก จากนันร่วมกัน ถวาย ้ เวลา ๑๔.๐๐ น. พิธีสาธยายพระไตรปิฎก เพื่อน้อม ภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เสร็จแล้วสาธุชนร่วมรับประธาน ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า อาหารโดยมีโรงทานจากศรัทธาสาธุชนเป็นจ�านวนมาก เสร็จ เจ้าอยูหว พระปิยมหาราช โดยเริมพิธโดย ม.จ.(หญิง) วุฒิ ่ั ่ ี แล้วพุทธศาสนิกชนพร้อมกันบนอุโบสถฟังพระธรรมเทศนา เฉลิม วุฒชย จุดเทียนบูชาพระไตรปิฎก พิธีกรอาราธนา ิั โดย พระวิเทศธรรมรังษี ซึงหลวงตาได้นาเรือง ธรรมโลกบาล ่ � ่ ธรรม ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี กล่าวชุมนุมเทวดา ๒ คือ หิริ ความละอายแก่ใจ และ โอตตัปปะ ความเกรงกลัว พระครู ป ริ ยั ติ ธ รรมาภิ ร าม(ดร.พระมหาทวี พ งษ์ ) ต่อบาป มามอบเป็นธรรมทาน ให้สาธุชนได้นาไปประพฤติ� น�าคณะสงฆ์ทั้งนั้นสาธยายพระไตรปิฎก เป็นการ ปฏิบติ เพือความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชวตของตนและสังคม ั ่ ีิ สาธิ ต จากหนั ง สื อพระไตรปิฎกภาษาปาฬิอักษรสยาม ► เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ไปร่วมประชุมที่วัดพุทธ สมัยรัชกาลที่ ๕ โดยเริ่มจากพระวินัยปิฎก เรื่องเวรัญช- ธรรม และวัดธัมมาราม พราหมณ์ จบแล้วสรุปค�าบรรยายภาคภาษาไทย โดย ๒๖-๒๘ ตุลาคม ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี จบแล้วเจริญจิตภาวนา และ เลขาธิการ ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจประชุมร่วม แผ่เมตตาอุทิศพระราชกุศล เวลา ๑๕.๐๐ น. พักการ กับ พระสุนทรพุทธิวิเทศ รองประธานฯ รูปที่ ๑ และ สาธยายพระไตรปิฎก (ภาคบ่าย) พระครูศรีวิเทศธรรมคุณ รองเลขาธิการ ๑ กับคณะสงฆ์ เวลา ๑๘.๐๐ น. พระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และคณะกรรมการวัด ในกรณีวัดพุทธธรรม ซึ่งมีปัญหา ท�าวัตรสวดมนต์เย็น(แปล) เวลา ๑๙.๐๐ น. สาธยาย หลายเรื่องที่ต้องแก้ไขปรับความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความ พระไตรปิฎก ได้น�าเอาพระอภิธรรมปิฎกขึ้นสาธยาย เรียบร้อยดีงามในหมู่สงฆ์และฆราวาสที่เข้ามาบริหารวัด
  • 48. แสงธรรม 45 Saeng Dhamma พุทธธรรม บริษัททั้งหลาย ให้ส่งทุนช่วยเหลือในนามแต่ละวัด ไป หลั ง จากนั้ น ได้ ร่ ว มประชุ ม ปรึ ก ษาหารื อ กั บ คณะ ที่ พระสุนทรพุทธิวิเทศ รองประธานฯ รูปที่ ๑ วัด สงฆ์ และคณะกรรมการวัดธัมมาราม ในกรณีวัดธัมมา พุทธาวาส ฮิวส์ตัน รามที่ จ ะถู ก ฟ้ อ งร้ อ งกรณี ที่ พ ระธรรมทู ต ประพฤติ เ สี ย ► โครงการธรรมสัญจรวัดไทยมินิโซต้า หายเมื่อสิบปีที่แล้ว โดยได้รับทราบข้อมูลที่เกิดขึ้นเพื่อหา ๒๙ - ๓๑ ตุลาคม ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี แนวทางแก้ไขและป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นกับวัดและกับ เลขาธิการ สมัชชาสงฆ์ไทยฯ พร้อมด้วยพระมหาเอนก พระธรรมทูตที่มาปฏิบัติศาสนกิจประจ�า อเนกาสี พระธรรมทูตวัดวชิรธรรมปทีป ได้เดินทางไป ► สมัชชาสงฆ์ไทยฯ ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ร่วมจัดปฏิบตธรรมในโครงการธรรมสัญจรและร่วมงานทอด ัิ น้�าท่วม กฐิน ณ วัดไทยมินโซต้า เมืองเอลริเวอร์ รัฐมินเนโซตา โดยรับ ิ ๒๘ ต.ค. พระสุนทรพุทธิวิเทศ รองประธานสมัชชา นิมนต์ในโอกาสที่ญาติโยมชาวมินิโซต้าได้มาร่วมปฏิบัติ สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานฯ ธรรมเป็นธรรมสมโภชที่วัดวชิรธรรมปทีป เมื่อเดือน ได้ออกหนังสือเวียนไปยังวัดต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือ มิถุนายนที่ผ่านมา ท�าให้งานเผยแผ่ธรรมะในแนวปฏิบัติ รับบริจาคทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้�าท่วมใหญ่ที่ สมาธิภาวนาแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติได้กว้างขวาง ประเทศไทย มีผู้ประสบภัยทั่วประเทศจ�านวนมาก หวัง ออกไปยังวัดอื่นๆ ในเครือสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ว่ า จั ก ได้ รั บ น้� า ใจช่ ว ยเหลื อ จากพระธรรมทู ต และพุ ท ธ อนุโมทนาพิเศษแด่.. คณะกรรมการวัดไทยฯ ดี.ซี. พุทธศาสนิกชนทุกท่านทุกฝ่ายที่เสียสละแรง กายแรงใจ และร่วมบริจาคปัจจัยอุปถัมภ์งาน “Loy Krathong Festival 2010” “งานถวายพระไตรปิฎกปาฬิ ฉบับ จปร.” และ “งานทำาบุญวันออกพรรษา ตักบาตรเทโวโรหณะ” และขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการ จัดงานในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง ทำาให้งานสำาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และหวังเป็น อย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในครั้งต่อไปจากทุกๆ ท่านดังเช่นครั้งนี้ตลอดไป ด้วยอำานาจพุทธรัตน์กำาจัดทุกข์ ให้มีสุขสมหวังดั่งมโนหมาย ให้แคล้วคลาด จากภัยอันตราย ทั้งหญิงชายทั่วหน้าทุกเวลาเทอญ..
  • 49. แสงธรรม 46 Saeng Dhamma รายนามผู้บริจาคประจ�าเดือนตุลาคม (October 10) รายนามผู้บริจาคทั่วไป Monchaya Jetabut 50.00 กลุ่มคณะโยคี Miami 2,200.00 Nukool Kennedy 50.00 ตู้บริจาคห้องหลวงพ่อด�า 933.00 Rattana-Nirun Vongpukkeaw 50.00 คณะนวด 874.00 Tussanee Lypek 50.00 กันฑ์เทศน์พระปลัดอ�าพล กลุ่มพลังบุญ 786.00 Rajanee Sirivanakarn 50.00 ขายอาหารวันอาทิตย์ คุณกัญญาและเพื่อนๆ 621.00 ขายอาหารวันอาทิตย์ 50.00 กัณฑ์เทศน์ พ.ม. ค�าตัล 569.00 Supawadee Sullivan 50.00 ตู้บริจาคบนอุโบสถ 555.00 Robert-Panom Meussner 50.00 ขายอาหารวันอาทิตย์ คุณกัญญาและเพื่อนๆ 550.00 Rasami-Mary T. Labar 50.00 Keriang Chauteh 500.00 Angpun-Yuvanna Chaphiv 50.00 คณะผู้ปฏิบัติธรรม 21-23 October 10 485.00 คุณหญิงวิจันทรา บุญนาค 50.00 Thai Institute of Healing Arts 357.00 คุณพัชรา ตวงเศรษฐวุฒิ 50.00 กัณฑ์เทศน์ พระมหาศรีสุพรณ์ 462.00 คุณยุพา ชัยยุทธ สมเขาใหญ่ 50.00 คุณสยุมพร คุณแม่ ชมชื่น สีวรา Carlson 300.00 คุณประสาร คุณพวงทิพย์ มานะกุล 50.00 Pat Poon 300.00 คุณถนัด คุณสุวรินทนร์ สิทธิอ่วม 50.00 ขายอาหารวันอาทิตย์ กัญญาและเพื่อนๆ 200.00 คุณมาลี กาญจนวตี 50.00 Kim Suparut 200.00 Viroj Malee Barlee 50.00 สมาคมไทยอีสาน 200.00 Sanit Julila Morkol 50.00 คณะผู้ปฏิบัติธรรม 21-23 ต.ค. 483.00 Malee & Chaweewan Manakul 50.00 คณะถวายน�้าดื่มประจ�าเดือน 155.00 Edward คุณเนาวรัตน์ Branagan 50.00 Ruan Thai Restaurant 125.00 Dr. Palom Kanchandralee 50.00 Kasima Prunatheenyapluek 100.00 RobersonFamily 50.00 Donald B.-Boonyawee Johnson 100.00 Pridiponse-Saichol Vithesponsse 42.00 Nirutisai K. Graff 100.00 คุณอภันตรี ธนิตไขสง 40.00 Chitra Songvitchuti 100.00 คุณไพศาล-พัชรี-ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย์ 40.00 David C. Brown 100.00 Jutaluck Dulsaeng 40.00 Sommai Meeprasert 100.00 คุณลอร่าแคทรียา โอคอนเนอร์ 40.00 Sukanda-Chairat Jetabut 100.00 Khammmon Varany 40.00 จ.ส.อ. สมพร ปลิดทุกข์ภัย 100.00 Peerarat Amornkitwanit 32.00 Ubol-Nalinee Darmrong 100.00 Carlton L. Clark 30.00 Pavina B. Sparrow 100.00 Mananya Vailarcourt 30.00 Benjawan Jones 100.00 John - Sukanya O’Connor 30.00 Sukanda-Chairat Jetabut 100.00 Supannee Sattawatrakul 30.00 Boonpassorn Phongvarin 100.00 Vornuim - Natrakal Fan 30.00 คุณประภา จันทร 75.00 Rabbassara Algkrala 30.00 คุณแนน-โอ๋-กันยา คุณชุลี Harrison วิงประวัติ 70.00 Monchaya Jetabut 30.00 Supa Tong-Arlee 64.00 Vina D. Chang 25.00 Sunee Khaosaard Vinson 62.00 Thushara Diyabalanage 25.00 คุณดุลพร ช่วยทอง 50.00 Nitai-Utaivan Poonsapaya 25.00 Noknoi Zerfas 50.00 Nid Craighton 25.00 ผู้ปฏิบัติธรรม 220.00 John J. Levenson 25.00
  • 50. แสงธรรม 47 Saeng Dhamma Women of St. Lukes Episcapal Church 25.00 John Justin Duchirult 20.00 Laiad Holoviaak 25.00 คุณสมศรี เขียวชะอุ่ม 20.00 Pichaya Promploy 25.00 คุณนงเยาว์ เดชา, ประมวล สังเวียนวงค์ 20.00 คุณเกษศิณี ศรีบุญเรือง 25.00 A. Manekul 31.00 Sitthisakde Pornpan Rak 25.00 Chittima Bonner 10.00 David & Adele Schwartz 25.00 Daranee Thongphoon 10.00 Sithisakdi P. Prangkham 25.00 Ernest L.-Aksorn Logemann 10.00 Vilai Lynd Chobcham 25.00 Suparb Lertcharoenkijkanka 10.00 PreedeePhrathana Sudlak 25.00 คุณบังอร คิง 10.00 คุณจันทร์ดาว ชุ่มใจ 20.00 Orasa M. Garland 10.00 คุณทิพย์ ร้านโทโนซูชิ 20.00 คุณประจิตรา มัชปาโต 10.00 คุณไพศาล-พัชรี-ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย์ 20.00 S. McDermott 10.00 Phasinephon Bauthongsook 20.00 Yongyoot-Pornpilai Sae-Tang 10.00 David - Tassane Indonisi 20.00 Anusaya-Sang Paipongna 10.00 Reka-Punja Punotai 20.00 Kitisak Kunvatanagarn 10.00 David-Janthana Webb 20.00 Stephen-Nuanchan Carpenter 10.00 Prabhassara R. Agkrasa 20.00 Angsuma Foss 10.00 Surachanee B. Murray 20.00 คุณบุญดี มานะดี 10.00 Thai Style Restaurant 20.00 คุณแปล่ง คุณเนื่อง เกตวงศ์ 10.00 Aric G. - Mingkwan Letzring 20.00 คุณจ�าเนียร เทพประสิทธิ์ 10.00 Keeratiphen Mekousadeerom 20.00 คุณประนอม เรือนทอง 10.00 Saraj-Chantana Jantachotivongs 20.00 คุณพอตา Fitts 10.00 Neetinate Rattananet 20.00 Sean Currie 20.00 Michael Fitts 10.00 John L.-Mancharee Junk 20.00 Vipa Thanakitrantran 10.00 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 20.00 Novomol Mike Wendlinyer 10.00 Pensiri Kruapradit 20.00 คุณกาญจนา อัชฌาเจริญสถิทธ์ 10.00 Anreerat A. Prench 20.00 คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ์ 10.00 Atcharaporn-Nopmark Maharajh 20.00 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 10.00 Tongsai Gaskill 20.00 Robert E. Zeigler 9.00 Atcharaporn P. Widder 20.00 A Taste of Thai Cuisine LLC 9.00 ครอบครัวศรีดาวเดือน 20.00 Wilaisinee-Wikky Akkagraisee 5.00 คุณภาวิณี น�้าทองไทย 20.00 N. McFadden 5.00 คุณศิริพรรษา เพชรหาญ 20.00 Stomkowitz 20.00 คุณธฎากร คุณสายพงษ์ ครอบครัว 5.00 Baungorn Ngamsaga 20.00 Anongrant S. Ayers 5.00 Chalery Gith 20.00 Aric Letzging 20.00 Nattapat Buaboon 20.00 Amy Tkranjiyndarij 20.00 รายนามเจ้าภาพผู้สร้างตู้พระไตรปิฎกปาฬิ จปร. Somchai Chamgaoubrit 20.00 Ukorn Nakorn 20.00 Noi Powe 20.00 คุณณรงค์ศักดิ์ - คุณรัตนา โชติกเวชกุล Angkana Uthikamporn 20.00 สร้างตู้พระไตรปิฎกจ�านวน 100,000 บาท
  • 51. แสงธรรม 48 Saeng Dhamma รายนามเจ้าภาพสร้างพระไตรปิฎกปาฬิ จปร. ทั้ง ๔๐ เล่ม นพ.เหรียญทอง - พญ.พิมลวรรณ $500.00 ป้าบุญเสริม งามสอาด $50.00 เล่ม ชื่อ - นามสกุล จ�านวนเงิน Chamnian Rollefson $75.00 1 ครอบครัว ม.จ.หญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย 500,000บาท คุณสุภาพ ดูบัวร์ $25.00 2 ครอบครัว ม.จ.หญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย คุณหีบ $20.00 3 ครอบครัว ม.จ.หญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย Pathumrat Kitphaiboonthawee $50.00 4 ครอบครัว ม.จ.หญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย 16 สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 5 น.พ.อรุณ - คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ $1,000.00 นพ.กรีฑา อภิบุณโยภาส $72.00 6 คุณสุวภี-ธรรมนูญ เดชติศักดิ์ $100.00 Arry - Johanny Klema $20.00 คุณสุพรรณี สัตตวัตรกุล $50.00 Vilai-Prasert Chivavibul $73.00 คุณศรินยา รพีพันธุ์ $100.00 SPA,INC $50.00 คุณฐปนสรณ์ วิจิตรพิเชียรกุล $40.00 Thai Aroma,INC. $62.00 คุณวรมน ฤกษ์ใหญ่ $20.00 17 ส�านักงานผูชวยทูตทหารบก (พ.อ.ณตฐพล บุญงาม) ้่ $200.00 คุณปิติ (พีท) Linda เดชติศักดิ์ $50.00 18 Mr. Matthew Regan & Family (พระแมทธิว อคฺคจิตโฺ ต) $300.00 7 คุณพยุง - คุณจินตนา งามสอาด $350.00 19 คุณละม้าย-ประมวล ทวีโชติ $200.00 8 คุณมนชยา-สราวัลย์ คุณชัยรัตน์- คุณสุกานดา เจตบุตร $200.00 20 คุณนุกูล ยังมีสุข $200.00 9 สมาคมไทยชาวปักษ์ใต้ (คุณรัชนี-กลวิทย์ รพีพันธุ์) $175.00 21 Tun Atthavuth,Boonpasson - Sornsawanh Phongwarinr $200.00 คุณกลวิทย์ - คุณรัชนี รพีพันธุ์ $30.00 22 คุณสงวน เกิดมี,คุณจารุณี พิทโยทัย $200.00 คุณด�าเกิง เสพย์ธรรม $25.00 23 คุณณรงศักดิ์-รัตนา โชติกเวชกุล $600.00 คุณรัตนาพร ปลัดสงคราม $20.00 24 นพ.วีรศักดิ์ - พญ.สาลีวรรณ ลิมะวรารัตน์ $350.00 คุณวันชาติ มิตรธรรมพิทักษ์ $20.00 Saleewun Limawararut $1,000.00 คุณไพโรจน์ - คุณสวรรค์ คงเพชร $20.00 25 คุณปรีชา - คุณศศิณี - คุณปิยบุตร อ่อนจิตต์ $200.00 คุณอุทิศ เภกะนันท์ $20.00 26 คณะผู้เกิดเดือนกันยายน คุณชูชัย - คุณพวงทิพย์ อิถรัชด์ $20.00 คุณสมศักดิ์ และครอบครัว พยัพเดชา $40.00 คุณพร้อมจิต - คุณสุเทพ ข�าสกุล $20.00 คุณอภิญญา ไชยกุล $20.00 สมาคมไทยอีสาน $100.00 คุณดวงพร เทียบทอง $50.00 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม $100.00 คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ $50.00 10 คุณแม่เสริมศรี - คุณสมยศ - คุณสมศักดิ์ เชือวงศ์ ้ $339.00 คุณยุพิน สงวนทรัพย์ $30.00 คุณทองพูน - คุณสุนันท์ และครอบครัวเฮ็นเซ็น คุณชูชิด คงรส $30.00 11 Don - คุณประภรณ์ Rankin $100.00 คุณประจวบ-วณี ฤทธิ์ถาวร $60.00 Aurrapan Devoy $329.00 คุณประยูรศรี $30.00 12 คุณยายซู่เฮียง ครอบครัวรุสิตานนท์, คุณวัชรี $20.00 เรืองไตรภพ,คุณวงศ์,อมรกิจวานิช $800.00 คุณสุภา $20.00 คุณนวลภา,คุณเอนก,คุณอัครเดช ก๋งเอี่ยว $15.00 คุณสมศรี มาร์แตง $20.00 13 คณะผู้ปกครอง’ ๐๙ คุณเมธินี แย้มเพกา $30.00 คุณพรรณี เกษมพันธัย $200.00 27 คุณบุณยวีร์ สาธิตภานุวฒน์ คณะผูปกครองนักเรียน’๕๓ $301.00 ั ้ Suphab La $20.00 28 คุณลองรัก - คุณวราลี - เนติธร ภูศรี และ คุณโกษา - คุณสุนภา - คุณปวริศา - คุณปวริศ เกาฎีระ ิ $100.00 ครอบครัวเปรมะวัต $220.00 Yunyong - Jutaluck Dulsaeang $29.99 29 คุณพิทักษ์-อัมพร จิรพัฒนกุล และครอบครัว $55.00 Supaporn Wariti $29.99 30 คุณชูนินทร์-Mr.Duwayne Engleheart $100.00 Paiboon Uthikamporn $20.00 31 คุณทวน-ดลวรรณ-แอนตั้น-แอนทีน่า เหวียน $50.00 14 Mr.Edward-William-ศิริพร Gresser $150.00 คุณพยุง จิราพงษ์, คุณบุญมา อุตสาหะ และครอบครัว $20.00 15 คุณต๋อย - แซม $80.00 Dang Dorohesng $15.00
  • 52. แสงธรรม 49 Saeng Dhamma ครอบครัวยุวพาณิชย์สัมพันธ์ $40.00 Supa Okolkij $300.00 Khun Atckaraporn Wisder $50.00 Jittikkom Jantarasami $300.00 Pasin Lerdtanitbut $30.00 Duangmanee Vongpradhip $300.00 Kanjana Pankhun และเพื่อน ๆ $300.00 คุณลัดดาวรรณ Miko $30.00 คุณไพลิน ชนะค้า $300.00 Thongwan Setsuwan $10.00 Sea & ไหมไทย $300.00 32 คุณธีรวรรณ จันทร์ดร, คุณสุรศักดิ์ พงษ์วรินทร์ $200.00 Manus - Jaruwan Praserthdam $250.00 33 คุณแสงจันทร์ โรบินสัน $200.00 Pranee Teptarakun $200.00 Suvimon - Dhara Pongsiri $200.00 34 คุณสุกรี - คุณวิไลลักษณ์ อักขราสา $200.00 Sompandh - Wanida Wanant $200.00 35 น.พ.สหัสชัย - พญ.อัญชลี มุสิกะภุมมะ $300.00 คุณวันทนา ด�ารง ใคร่ครวญ $200.00 36 คุณพิณทอง เกาฏีระ+๓๙ (อุทิศคุณพ่อสมจิตต์) $290.00 คุณมลรัฐ - คุณอังสนา ศรีภิญโญ $200.00 37 คณะผู้ปฏิบัติธรรม (๑๗ ก.ค.), $555.00 Villailaksana - Sukree Agkrasa $200.00 สุธีรภิกขุ, สมทรง ปสังคมาน, สมศรี มาแตง Tuenchit Khamapirad, M.D. $200.00 Tasnee - Somkiat L. Pong $200.00 38 คุณวิชัย-พวงทอง มะลิกุล $200.00 Laor Nails & Skin Care Inc. $200.00 39 คุณสุกานดา-คุณมาลินี- สุภาพ คุณชัยวัฒน์ ก๋งอุบลและครอบครัว $200.00 คุณสุภาพ ดูบัวร์ $70.00 Ladawan Kongkarat,Natjaree - Kant Chutikul $150.00 Pachara Tuangsethavut $50.00 คุณจิตรา อิศรางกูร ณ อยุธยา $100.50 ครอบครัวหิรัญกิจ $120.00 Thipasorn Phuttawong $100.00 Pichet Tanaset $100.00 คุณสุกานดา บุพพานนท์ $100.00 Surasak Toongtong $100.00 Thitiwat Wangsameteegoon $50.00 Mayuree Apakupakul $100.00 คุณมาลินี วังศเมธีกูร $239.00 Wanna Limpawuchara $100.00 Kerinang Chauteh $100.00 Wittaya - Mandhara Payackapan $100.00 Prakongsri Sakdisri $100.00 40 Mala Belli $200.00 Peyapong Patanaphan $100.00 รายนามผู้ร่วมสร้างพระไตรปิฎกปาฬิ ฉบับ จปร. ทุกเล่ม Kraiyuth Vongxaiburana $100.00 Veerachai Vongxaiburana $100.00 ชื่อ นามสกุล จ�านวนเงิน Chantra Ongkasuwan $100.00 Prapand Apisarnthanaraz, M.D. $2,000.00 Chantra Tang $100.00 Chusilp Charnsangavej $2,000.00 พ.ม. ประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม -พ่อฤทธิ์-แม่ประทุมมา เพราะนาไร่ $100.00 พญ.พรพิไล บุญน�าศิริกิจ $1,650.00 คุณสมศรี,คุณเฉลิมศรี,คุณอัญชัญ,คุณทวีป,คุณสุพรรณี, นพ.สุวัฒน์ - พญ.ดวงเดือน ศิลปสุวรรณ $1,000.00 แพง,ไฟ เขียวชะอุ่ม $100.00 Sarawadee Sittisuntorn $1,000.00 แม่พัว ทรัพย์พันแสน,คุณเพลินจันทร์-คุณสิทธิวัฒน์- Hainan Associatino of Washington,D.C. $1,000.00 คุณพุชรัชต์-คุณชัย เลิศจิต $100.00 William - Atcha Wong $700.00 Supamas Kananurak $100.00 Orasa Vongthieres $700.00 Thanainun Deekhunthod $100.00 คุณวิไล ทรงกรช $505.00 Asian Bistro $100.00 นพ.โอภาส-พญ.มณีรัตน์ วงศ์ไชยบูรณ์ $500.00 Chindarat Rattanakun $100.00 Col.Monroe J. Taranto $500.00 Dr.Prasit - Bunleng Thanaporn $100.00 Orachun Sitti,M.D. $500.00 Oravan Sirisambhand $100.00 Somprasong Songcharoen $500.00 คุณกุหลาบ ปารจิต $100.00 Suchart - Jerrold Milsted $350.00 Niliawan S. Yongsmith $100.00 Art, คุณพชร จิตตลีลา $333.00 Somporn Puangsuyan $100.00 นพ.ธวัชชัย - คุณบุปผา อ่อนสนิท $300.00 Rumporn Forrest $100.00
  • 53. แสงธรรม 50 Saeng Dhamma Soraya Sar $100.00 คุณวิไล ทรงกรช $40.00 Chamriang Boonyapisit $100.00 คุณวิรุณ - คุณนารีรัตน์ เอี่ยมฉิม $40.00 คุณวิภา เมฆญารัชชนานนท์ $100.00 คุณเสข วรรณเมธี $40.00 Samritti Leroisit $100.00 Nutthakan Charukan $40.00 Narin Playchin $100.00 คุณต้อย $40.00 คุณสมศักดิ์ - คุณจุฑามาศ อรรถเศรษฐ $100.00 คุณบุญศิริ กองลี $31.00 Jullapham Clarlk $100.00 Nittaya Sakulkoo $30.00 คุณบังอร - คุณกิตติพงษ์ งามสง่า $100.00 Prabhasri Durasavin $30.00 Tyyavan Hodge $100.00 Boondee Marnadee $30.00 Sutcnta Thumprasert $100.00 คุณสนั่น - คุณศรีทอง เพ็งนาเรนทร์ $30.00 ครอบครัวมุขกัง $99.99 คุณคณิต,คุณเปรมปรีดี,คุณเกียรติสุดา สุวรรณสุทธิ $30.00 คุณวรรณี และคณะ $85.00 คุณสุชาติ สุขส�าราญ $30.00 Sonng - Mint Shah,Tariya Suchotinun, คุณกิตติสานต์ อภิบุณโยภาส และครอบครัว $30.00 Somsak Prewatsrichai $80.00 คุณเอกชัย พรหมศิริ $30.00 คุณมาร์ค - คุณลี วงค์นาราช $70.00 Ratana Viriya $25.00 Anupong Chotimongkol $50.00 คุณจอห์น,คุณสุกัญญา,คุณพีระพัฒน์,คุณลอเรนซ์จอห์น, Niphon Sudhi $50.00 คุณลอร่าแคทรียา โอคอนเนอร์ $25.00 คุณจิตตรา,คุณกัญญา,คุณประภารัตน์ $50.00 คุณก้อย $25.00 Ampai Redding $50.00 คุณประสิทธิ ชินวัฒนา $22.00 Sujin - Sirivech - Albert Oler $50.00 น.พ.ชนินทร์ - พญ.ปภาพิต ตู้จินดา $20.00 Lita - Ryan Lockhart $50.00 Sawang - Satayu Bhosai $20.00 Kanuengsook - Kukiat Jenkusol $50.00 คุณวันทนา ใคร่ครวญ $20.00 ครอบครัวบาลี $50.00 Thongsan Nanthajan $20.00 James Dempsey $50.00 Nisakorn Chandorn $20.00 Dennis - Laiad Holoviak $50.00 คุณปราณี - คุณณรงค์ชัย รุ่งเศรษฐี $20.00 Thitikorn Ciam $50.00 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม $20.00 คุณเพียงฉัตร $50.00 แม่แสงเดือน $20.00 Southern Thai Association INC $50.00 คุณแก้ว วันนิวงค์ $20.00 Tuenchai Liangsiri $50.00 คุณเบ็ญ วันนิวงค์ $20.00 ครอบครัวไชยะกุล $50.00 คุณจัน - คุณนารี เวดวงค์ $20.00 Riam Binkasem $50.00 นายวิศนุ ปานพรม $20.00 คุณเล็ก ไพรสันต์ $50.00 Natjira Embras $20.00 Saranya Haraoey $50.00 คุณปริม นิวสัน $20.00 ครอบครัวผาค�า $50.00 คุณประยูร ฮักก์ $20.00 ครอบครัวสถิรพรพงศ์ $50.00 Carri Sahumann $20.00 The Northern Thai Association $50.00 Thanasak Ruankaew $20.00 Kunrat Suangthep $50.00 คุณวัลลภา สิทธิกุล $20.00 Vimolporn - Henry Wong $50.00 คุณอรวรรณ Fisher $20.00 Chusri Gore $49.00 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม $20.00 Apa Limpakan $42.00 Pranee Okuhara $20.00 คุณปิยวรรณ แสงบุญ $42.00 ครอบครัวคาดหมาย $20.00 Pipakdee Suwunachairob $40.00 Janpen Schakhoon $20.00 คุณสาคร - คุณเสริมศักดิ์ - เปิ้ล - ภานีย์ $40.00 คุณเชิดชัย อภิสุทธิเกษม $20.00 คุณป้อม สุวรรณเตมีย์ คุณประมวล สังเวียนวงศ์ สุวรรณเตมีย์ $40.00 คุณวรวิทย์ - คุณณัฏฐินี - ด.ญ.หยาดทิพย์ $20.00 V. Denney $40.00 Thongban - Wasren Mcgeiven $20.00 Kasima Prungthunyapluek $40.00 คุณจันทนา Hasayachinda $20.00
  • 54. แสงธรรม 51 Saeng Dhamma คุณชัยกร - คุณธนิดา พงษ์กิจการุณ $20.00 รายนามผู้ร่วมบริจาคสร้างอาคาร 80 ปี หลวงตาชี คุณเสริมศรี เชื้อวงศ์ และลูกหลาน $20.00 คุณประกาย Allen $20.00 คุณศิรพร คุณประพจน์ Rusitanonta - คุณวงศ์ ิ 1,879.00 คุณบุญโสม อภิบุณโยภาส $20.00 Adele C. Schwartz 500.00 คุณไพศาล - คุณพัชรี - ด.ญ.ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย์ $20.00 Pachara Tuangsethavut 500.00 Sayan Thaneebuth $20.00 Pearl Pakdi, MD 125.00 คุณสมหมาย พัวตระกุล $20.00 Usa Komalahiranya, MD 125.00 Top & Family $20.00 Sudarat Tangtrongwanit 100.00 คุณพิรุณ ประสิทธิเมธ $20.00 Chumnongchit B. Donahue 100.00 คุณนวล $20.00 คุณเฉลิมชัย-Narada-Datquan H.Lee & หมอยาดี 100.00 คุณเมย์ $20.00 คุณวิชชา-สุนิสา สุพัฒศร 30.00 คุณณัฏฐา พิกุลทอง $20.00 ยายสมวรรณ - แม่วิลัย - แม่กิ่ว $18.00 รายนามผู้บริจาคท�าบุญวันลอยกระทง คุณหนุ่ม $16.00 แม่บัวไหล สมประสิทธิ์ $10.00 ขายบัตรกระทง 5,605.00 แม่ล�าไพ ราชพงษ์ $10.00 Eastland Corporation 675.00 คุณเครือวรรณ เอกโชติ $10.00 Arun Mermaid hotel 500.00 Boon Thanh Chanthalag $10.00 คุณธ�ารงค์ คุณบรรจงลักษณ์ ดวงรัตน์ 500.00 คุณพรภัทร - คุณฐานันดร เดชาธรพีงแสง $10.00 คุณณรงค์ศกดิ์ คุณรัตนา ั โชติกเวชกุล 300.00 คุณสมลักษณ์ $10.00 MBM Desigh & Consulting Engineer 250.00 คุณลักษขณา (แขก) $10.00 Dr. Sutat Saoman 200.00 คุณมัณทนา หงษ์พงษ์ $10.00 Wantana Wallace 200.00 คุณโสภิต รวยภิรมย์ $10.00 Ophas & Marneerat P. Vongxaiburana, MD. 300.00 คุณเกษม รักษาราษฏร์ $10.00 นพ.วีรศักดิ์ พญ. สาลีวรรณ ลิมะวรารัตน์ 300.00 คุณนิมล ภิญญาเกษม $10.00 นพ. อรุณ คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ 300.00 คุณพรรณทร $10.00 นพ. สุวฒน์ พญ. ดวงเดือน ั ศิลปสุวรรณ 200.00 คุณเอก $10.00 พญ. Niruttisai K. Graff 200.00 Ole $10.00 Siriporn Rusitananta 175.00 คุณพจนีย์ Ritael $10.00 Annop Tan M.D. 150.00 คุณโอ๊ะ $10.00 Worawan Phlaphon 150.00 คุณตาล $10.00 Thavil Amphanthong 150.00 คุณชนัตฐา เกริก $9.00 Thavorn-Dusdi Lorungrochana 150.00 คุณดีม $8.00 The Thai Alliance in America 150.00 คุณประเสริฐ ชินวัฒนา และครอบครัว $5.00 Thidarat Sihakhoon 145.00 คุณพิมพ์อุมา ตู้จินดา $5.00 Satitiya-Skakes- Chiyakul 105.00 คุณธรรมนูญ ธาดาพงษ์ $5.00 Loiry Nan-Udon 100.00 คุณอู๊ด $5.00 Hataya Sathira 100.00 Act $5.00 Dr. Aroon-Sumana Suansilppongse 100.00 คุณกุนวรรณ $5.00 Phuangthong Malikul 100.00 คุณเชวง $5.00 Anchalee-Sahaschai Musikabhumma MD 100.00 Zeenat Koreishi 100.00 คุณส้ม $5.00 Ruttana Scorsat 100.00 คุณเอ $5.00 Tycoon, INC 100.00 คุณนิภาพร อุ่นเรือง $3.00 Rosewood Regency Company 100.00 คุณต้น $3.00 Bangkok 54 100.00 คุณมาติน $2.00 Sermsak-Wantani Ruchirek 100.00
  • 55. แสงธรรม 52 Saeng Dhamma คุณกวี คุณขนิษฐา กวีวงโส ั 100.00 คุณแม่จาปี � เจริญผล 100.00 รายนามผู้บริจาคบ�ารุงวารสารแสงธรรม Basil Thai Restaurant Corp. 100.00 Reangthong-Pimolvarn Limpuangthip, MD 100.00 คณะถักเสื้อ Knitting Group 670.00 The Old Siam, LLC 100.00 Sinad-Kulnadda Nedtranon 300.00 Ophas Vongxaiburana, MD. 100.00 Sangchai-Jariya Sriauthairawong 50.00 Pimolvarn Limpuangthip 100.00 Niti Crupiti 50.00 The Old Siam, LLC 100.00 Ophas-Marneerat P. Vongxaiburana 100.00 Seth L. Stoppelmoor 80.00 รายนามผู้บริจาคท�าบุญถวายสังฆทาน Peerarat Amornkitwanit 75.00 Parichart Kanchanavatee 75.00 สังฆทานเดือนกันยายน 330.00 Karen Levy Brown 70.00 Thushara Diyabalanage 200.00 Thai Cuisine 70.00 V. Vudhijaya Gilbert 200.00 Phasinephon Bauthongsook 60.00 คุณผกา ผาทอง Lingle 60.00 Siriporn-Praphot Khunwong 50.00 Supa-Sumnee-Payam-Chris-Vicharn-Suraporn-Chatree 40.00 Lailee-Vohn Nguyen 50.00 Alex Beau 50.00 สถานทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน 30.00 Paiboon Uthikamporn 50.00 คุณพัชรวีร์ ฉิมพาลี 5.00 Rungruedee Phlersphlao 50.00 Penny Pilligua 50.00 เจ้าภาพโรงทานวันออกพรรษา Pimporn Srisawande 50.00 Somluck Petcher 50.00 สมาคมไทยอีสาน สมาคมไทยชาวใต้ Phuangthong-วิชย ั Malikul 50.00 แม่ครัววัดไทยฯ ดี.ซี. Ungkana Kelly 50.00 ครอบครัวมุขกัง ครอบครัวเพลิดพราว ครอบครัวนามสวัส Thipasorn Phuttawong 50.00 ครอบครัวแก้วดวงดี คุณนาวงค์ คุณย่าฉวีวรรณ Thais for Thai Association INC 50.00 คุณป้าพวงทอง คุณป้านิดร้านเรือนไทย คุณติ๋ม สุภาพ Michael-Intawan A. Malorana 50.00 คุณยายเสริมศรี เชือวงศ์ คุณยายร�าไพ ราชวงศ์ คุณแม่นองภูมิ ้ ้ Linda R. Loth 50.00 เจ้าภาพก๋วยเตี๋ยว $250 Nails by Ginger 50.00 คุณทัฬห์ อัตวุฒิ คุณบุณณภัสสร - คุณศรสวรรค์ พงศ์วรินทร์ Asian Bistro 50.00 คุณละม้าย คุณประมวล คุณอังคณา ทวีโชติ Khanan-Pranee Arayavilaiphong 80.00 คุณแม่สงวน เกิดมี คุณจารุณี พิทโยทัย Eric D. Guy 25.00 Mananya Vaillancourt 25.00 คณะจัดดอกไม้งานบุญต่างๆ วัดไทยฯ ดี.ซี. Pensiri Kruapradit 25.00 Claudia M. Silva Ruschel 25.00 Thidarat Sihakhoon 25.00 คุณพวงทอง - คุณวิชัย มะลิกุล Kanya Amornpimonkul 25.00 คุณดุษฎี หล่อรุ่งโรจน์ Annop Tan MD 25.00 คุณโสรยา ซาร์ คุณณัฐฐา พงษ์รูป Donald B. Johnson 20.00 คุณแหม่ม -แจ๊สมิน มะลิกุล คุณอุย คุณต๋อย ้ 20.00 คุณธิดารัตน์ ศรีหาคุณ พญ. อัญชลี มุสิกะภุมมะ
  • 56. แสงธรรม 53 Saeng Dhamma รายนามผู้บริจาคออมบุญประจำาปี 2553 Richard-Narttaya-Thomas-Sudthed Tinker 1,000 ครอบครัว “เทพขวัญ” - ยังสังข์ 120 คุณสุพรรณี สัตตวัตรกุล 360 คุณสงวน - คุณจ�าปี โสภารัตน์ 120 Anya Kanon 306 พระวีระ - คุณอังคณา ทวีโชติ 120 Vipa Sankanung 300 คุณชัยรัตน์-คุณจารุพันธ์-คุณชัชวาล ทรัพย์เกษม 120 คุณวัันชัย - คุณนิพรรณ พริ้งประยูร 300 คุณจินดารัตน์ รัตนกุล 120 Chaweewan Pananon 250 คุณโกษา-คุณสุนิภา-คุณปวริศา-คุณปวริศ เกาฏีระ 120 Worachart Punksungka 240 Sasima - Songsri Nirapathama 120 คุณสมิต-ศรัณยา กุลวัฒโน 200 Kingkeaw C. May 120 ครอบครัวเกษมพันธัย 150 Russamee Suwannachairob 120 ครอบครัวอมรกิจวานิช 150 คุณทองสุข เตียเจริญ, คุณอัญชลี มีประเสริฐ 120 คุณประภาศรี ดุราศวิน 130 Pathana Thananart 120 คุณละม้าย - คุณประมวล ทวีโชติ 120 คุณปีเตอร์ ก่อศักดิ์ 120 ครอบครัวรพีพันธ์ุ 120 DUWAYNE - ชูนินทร์ ENGELHART 50 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมท�าบุญ ออมบุญประจ�าปี ปีละ 120 เหรียญ หรือตามแต่ศรัทธา ขออนุโมทนาบุญแด่ทุกๆ ท่าน มา ณ โอกาสนี้ด้วย รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้าประจำา วันจันทร์ คุณจิรา นาวินทรานนท์, คุณวณี ฤทธิ์ถาวร, คุณเมธินี แย้มเพกา, คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ คุณดวงพร เทียบทอง, คุณวัชรี, คุณวราลี-คุณลองรัก ภูศรี วันอังคาร วันอังคารที่ ๑ ของเดือน คุณนุสรา คุณนาคินทร์ พึ่งพร/คุณจิตรา จันทร์แดง/คุณชินซิว วันอังคารที่ ๒ ของเดือน ครอบครัว รุสตานนท์ โดยคุณยายซูเฮียง, ครอบครัว อมรกิจวานิช ิ ่ โดยคุณจินดา,คุณน้อย-อิว-พีท-กอล์ฟ-พงษ์,คุณป้อม-คุณประพจน์ คุณวงศ์ ๋ วันอังคารที่ ๓ ของเดือน คุณกุลชลี คุณป้านันท์ โตตามวัย วันอังคารที่ ๔ ของเดือน คุณกุลชาติ คุณกัญญา สว่างโรจน์ / คุณจิตรา จันทร์แดง / ครอบครัวเอี่ยมเหล็ก วันพุธ คุณเพชร, คุณพัชรา, คุณเมย์, David, คุณบุญเลิง, คุณวนิดา, คุณยุพิน,คุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด, คุณป้าเสริม งามสอาด, คุณอัน ร้าน Thai Market พร้อมคณะ วันพฤหัสบดี คุณยุพิน เลาหพันธ์ุ ร้าน BANGKOK GARDEN : 301-951-0670 วันศุกร์ คุณป้านิด มาแตง ป้าน้อย Ruan Thai Rest. 301-942-0075 ป้าบุญเสริม วันเสาร์ คุณมาลิน(เต้น) คุณลิลลี,่ คุณธิตวฒน์, คุณเชอรี,่ คุณสุกานดา บุพพานนท์ คุณบรรจง พวงใหญ่ ี ิั วันอาทิตย์ คุณนก, คุณกุหลาบ, คุณชูนนทร์-Mr.Duwayne Engelhart, ครอบครัววิรยะ, ครอบครัวตังตรงวานิช ิ ิ ้ ครอบครัวสิทธิอ่วม, คุณนุกูล คุณบรรจง, คุณวาสนา น้อยวัน, คุณกษิมา, คุณหลี หมายเหตุ: ขออนุโมทนาพิเศษแด่ คุณผกา คุณวณี, คุณเมธิน,ี คุณจิรา, คุณวนิดา, คุณเล็ก, คุณแต๋ว ป้านิด ป้าน้อย คุณไก่ คุณพนมรัตน์ มุขกัง คุณวิทย์-คุณณัฐ และท่านอื่นๆ ที่มาทำาอาหารถวายพระ ภิกษุสงฆ์ ในวันที่เจ้าภาพหลักมาถวายไม่ได้ หากชื่อ - สกุล ไม่ถูกต้อง กรุณาแจ้งได้ที่พระสงฆ์วัดไทยฯ ดี.ซี. ทุกเวลา
  • 57. แสงธรรม 54 Saeng Dhamma รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล / Lunch ประจ�าเดือนพฤศจิกายน (November, 2010) 1 (Mon) คุณแม่สจิตร แมคคอร์มิค คุณสมร คุณทิ พย์ พร้อมคณะ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั 2 (Tue) ว่าง 3 (Wed) ร้านนาวาไทย ท�าบุญร้าน ถวำยภัตตำหำรเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป ทีรำน ่้ 4 (Thu) คุณเล็ก - คุณแก้ว ท�าบุญบ้าน-งานแต่งงานลูกสาว ถวำยภัตตำหำรเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป ทีบำน ่ ้ 5 (Fri) ร้าน SUSHI TONO โดย คุณเอก และเพื่อนร่วมงาน ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้ 6 (Sat) กลุ่มพลังศรัทธา ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั 7 (Sun) ขอเชิญร่วมท�าบุญทอดกฐินสามัคคี โดยพร้อมเพรียงกัน เจ้าภาพโดยคณะพยาบาลบัลติมอร์ 8 (Mon) ร้าน Thai Derm Restaurant ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้ 9 (Tue) BANGKOK DELIGHT RESTAURANT ถวำยภัตตำหำรเพลพระสงฆ์ 5 รูป ทีรำน / อยูวด 5 รูป ่้ ่ั 10 (Wed) แม่อ้ย บัวไหล คุณน�้าอ้อย คุณน�้าหวาน และน้ อง Derek ท�าบุญวันเกิ ดให้คณน�้าอ้อย ถวำยเพลทีวด ุ ุ ่ั 11 (Thu) คุณพัชรำ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ทวด ่ี ั 12 (Fri) คุณนาตยา - Mr. Richard คุณประพิ ณ คุณจ�าเนี ยร -คุณมาลา พร้อมคณะ ท�ำบุญถวำยเพลทีวด ่ั 13 (Sat) ว่าง 14 (Sun) ว่าง 15 (Mon) คุณแต๋ว-ดอน คุณอุไร คุณติ๋ ว ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั 16 (Tue) คุณแม่ราไพ คุณแม่แปง คุณจูมศรี คุณสุภา คุณชูศรี คุณแสงทอง คุณศรสมใจ คุณแม่ประทุมมา ถวำยเพลทีวด � ่ั 17 (Wed) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายพาณิ ชย์ สนง. ฝ่ ายวิ ทยาศาสตร์ฯ สนง.ฝ่ ายการเมือง ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั 18 (Thu) ร้าน BANGKOK GARDEN RESTAURANT โดยคุณยุพิน เลาหพันธุ์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้ 19 (Fri) สนง. ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารเรือ / ทหารอากาศ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั 20 (Sat) กลุ่มพลังบุญ ท�าบุญประจ�าเดือน ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั 21 (Sun) คุณวราลี ภูศรี นิ มนต์พระสงฆ์ 3 รูป ถวายเพลที่บาน / ้ คุณจีระภา หาญวัฒนานุกล ท�าบุญ 50 วัน อุทิศให้คณแม่พร้อมจิ ตต์ แผ้วใจดี ถวายภัตตาหารเพลที่วด ู ุ ั 22 (Mon) สนง.เศรษฐกิ จการคลัง, สนง. ก.พ., สนง. เกษตร ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั 23 (Tue) คณะผูปกครองนักเรียน 2552 โดยคุณแขก-กระแต-ดาว-ภา-น้ อย-ถา-จูมศรี-แสงทอง-อุ้ย และคณะ ถวำยเพลทีวด ้ ่ั 24 (Wed) คุณเสริมศักดิ์-คุณวันทนี ย์ รุจิเรข NSC CAFETERIA ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้ 25 (Thu) คุณชัยรัตน์ -คุณสุกานดา เจตบุตร -คุณแขก ครอบครัวศรีภิญโญ -คุณแอ๊ด ครอบครัวปานานนท์ - ครอบครัวยาหิ รญ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด 7 ั ่ั 26 (Fri) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารบก ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั 27 (Sat) คุณป้ าบุญไหล UTZ ท�าบุญงานแต่งงานหลานสาว ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั 28 (Sun) คุณศิ รินทิ พย์ โคว้ ท�าบุญ 100 วัน อุทิศให้คณแม่ทิพย์เรียน บุปผาพันธ์ุ ุ 29 (Mon) ว่าง 30 (Tue) คุณอุไร และคุณจุฑามาศ พร้อมคณะพยาบาลบัลติ มอร์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั ท่านที่ต้องการเป็นเจ้าภาพ หรือถ้ามีปัญหาขัดข้อง กรุณาแจ้งให้ทางวัดทราบด้วย โทร. 301-871-8660-1 อันนะโท พะละโท โหติ วัตถะโท โหติ วัณณะโท ยานะโท สุขะโท โหติ ทีปะโท โหติ จักขุโท ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้ก�าลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปชื่อว่าให้จักษุ
  • 58. แสงธรรม 62 Saeng Dhamma ขอเชิญร่วมท�าบุญ ทอดกฐินสามัคคี ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ๖ - ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ****************************** การทอดกฐิน ถือว่าเป็นกาลทานที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า มีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุแสวงหาผ้าจีวร หลัง ออกพรรษาแล้ว ๑ เดือน ในกาลต่อมา เพื่อความสะดวกสาธุชนได้จัดผ้าไตรจีวรน�าไปทอดที่วัด ที่มีพระสงฆ์จ�าพรรษาถ้วน ไตรมาส สาธุชนทอดได้ปีละหนึ่งครั้ง จึงถือว่าการทอดกฐินมีผลานิสงส์มาก ในปีนี้ คณะพยาบาลรัฐแมรี่แลนด์และรัฐใกล้เคียงร่วมกับสาธุชนผู้ใจบุญทั้งหลาย เป็นเจ้าภาพร่วมกันจัดกฐินคณะ พยาบาลสามัคคี ทอด ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. เพื่อรวบรวมปัจจัยร่วมสมทบทุนสร้าง “อาคาร ๘๐ ปีหลวงตาชี” ซึ่งนับ ว่าเป็นโอกาสอันดีงามที่ท่านจะมาร่วมกันสร้างบุญกุศลเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ ดังนั้น จึงขอเชิญชวนท่านสาธุชนผู้ใจบุญทั้งหลาย ได้ร่วมบ�าเพ็ญมหากุศลในงานทอดผ้ากฐินในครั้งนี้ และขอเชิญร่วมเป็น เจ้าภาพบ�าเพ็ญบารมี สร้างบุญกุศลในโอกาสนี้ ตามก�าลังทรัพย์และศรัทธาของท่าน ด้วยบุญบารมีที่ท่านบ�าเพ็ญนี้ขอให้ทุก ท่านประสบแต่ความสุข ปราศจากโรคภัย และมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเจริญในพระธรรมขององค์พระสัมมาสัม พุทธเจ้ายิ่งๆ ขึ้นไปด้วยเทอญ วันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกับวันแรม ๑๔ ค�่า เดือน ๑๒ ๑๖.๐๐ น. ตั้งองค์ผ้ากฐิน เครื่องบริวารผ้ากฐิน ที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ๑๗.๐๐ น. พิธีสมาทานศีล ๘ บวชเนกขัมมะจารี-เนกขัมมะจาริณี ๑๘.๐๐ น. สวดมนต์ท�าวัตรเย็นพร้อมกัน ๑๙.๐๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์ผ้ากฐิน ๒๐.๐๐ น. ฟังธรรมบรรยาย – เจริญสมาธิภาวนา วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกับวันขึ้น ๑ ค�่า เดือน ๑๒ ๑๐.๐๐ น. แห่ผ้ากฐินรอบอุโบสถ - ศาลาฯ เสร็จแล้ว ตั้งผ้ากฐินบนอุโบสถวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ๑๐.๓๐ น. ไหว้พระสวดมนต์, สมาทานศีล, พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ๑๑.๓๐ น. เปิดโรงทานสาธุชนร่วมกันรับประทานอาหาร ๑๓.๐๐ น. มีพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเทศธรรมรังษี ๑๓.๓๐ น. ท�าพิธีทอดผ้ากฐิน, ถวายผ้าป่าบริวารกฐิน เชิญผู้ที่จองเป็นประธานร่วม เข้าถวายผ้าไตรบริวารกฐิน เสร็จแล้วพระสงฆ์อนุโมทนา เป็นอันเสร็จพิธี จึงขอเจริญพรบอกบุญมายังสาธุชนทุกท่าน ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพบ�าเพ็ญทานบารมีในโอกาสนี้ตามก�าลังทรัพย์และ ศรัทธาของท่าน ขออ�านาจคุณพระศรีรตนตรัยและหลวงพ่อพุทธมงคลวิมล ดี.ซี. จงอ�านวยอวยชัยให้ทานและครอบครัว ั ่ จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย อันตรายทังปวง เจริญด้วยจตุรพิธพรชัยทังสี่ คือ อายุ วรรณะ ้ ้ สุขะ พละ และปฏิภาณธรรมสารสมบัติ มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานทุกท่านเทอญฯ
  • 59. All are cordially invited to participate in the meditation programs and Buddhist activities at Wat Thai Washington, D.C. Temple Objectives 1. To promote Buddhist activities. 2. To foster Thai culture and traditions. 3. To inform the public of the monastery’s activities. 4. To maintain and promote brotherhood/sisterhood. 5. To provide a public relations center for Buddhists living in the United States. 6. To promote spiritual development and positive thinking. 7. to help acquire and inner peace. 8. Wat Thai Washington, D.C. temple is non political. Activity Day Time 1. Chanting Daily Morning and 6:00 - 6:45 A.M. Evening 6:00 - 6:45 P.M. 2. Dhamma Talk and Every Saturday 2:30 - 4:30 P.M. Meditation (in Thai) 3. Meditation and Dhamma Discussion (in Thai) Every Sunday 7:00 - 9:00 A.M. 4. Meditation and Dhamma Discussion (in English) Every Sunday 6:00 - 8:00 P.M. 5. Thai Language Classes Every Tuesday or Thursday 7:30 - 9:00 P.M. 6. Yoga - Meditation Every Friday 7:30 - 9:00 P.M. 7. Thai Music Class Every Saturday 10:00 - 4:00 P.M. 8. Thai Dance Class Every Saturday 2:00 - 4:00 P.M. 9. Buddhist Sunday School Every Sunday 12:45 - 3:30 P.M. All activities will be held at the upper or lower level of the main temple. For further information please contact Wat Thai Washington, D.C. Temple. Tel. (301)871-8660, (301)871-8661 Fax. (301)871-5007 E-mail: watthaidc@hotmail.com, URL. www.watthaidc.org
  • 60. WAT THAI WASHINGTON, D.C. NON PROFIT ORG. 13440 Layhill Rd US POSTAGE Silver Spring MD 20906-3201 PAID SILVER SPRING, MD PERMIT NO.1388 Change Service Requested ขอเชิญร่วมงาน... ๕ ธันวามหาราช Attention: Subscriber if you are moving, please forward your new address to Wat Thai Washington,D.C. 13440 Layhill Rd. Silver Spring, MD 20906 -3201 ๕ • ท�ำบุญตักบำตรพระสงฆ์ ๙ รูป ธ.ค. • ถวำยภัตตำหำรเพล ๕๓ • ร่วมถวำยพระพร ขอเชิญร่วมทำ�บุญ ส่งท้ำยปีเก่ำ - ต้อนรับปีใหม่ ๑ ม.ค. • ท�ำวัตรสวดมนต์เย็น • เริ่มงำนตั้งแต่เวลำ ๑๐.๐๐ น. ๕๔ • ฟังบรรยำยธรรม • ไหว้พระสวดมนต์ รับศีล • เวลำเที่ยงคืนพระสงฆ์ • ท�ำบุญตักบำตร เจริญชัยมงคลท�ำจิตภำวนำ • ฟังพระธรรมเทศนำ ส่งท้ำยปีเก่ำ - ต้อนรับปีใหม่ • รับพรปีใหม่จำกพระสงฆ์