Saeng Dhamma Vol. 37 No. 437 September 2011
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Saeng Dhamma Vol. 37 No. 437 September 2011

on

  • 866 views

วารสารแสงธรรม ออน์ไลน์ ปีที่ 37 ฉบับที่ 436 ประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554

วารสารแสงธรรม ออน์ไลน์ ปีที่ 37 ฉบับที่ 436 ประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554

Statistics

Views

Total Views
866
Views on SlideShare
866
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
2
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Saeng Dhamma Vol. 37 No. 437 September 2011 Document Transcript

  • 1. สื่อสองทาง สวางอ�าไพ แสงธรรม ทุกชีวิตมีปญหา พระพุทธศาสนามีทางแก วารสารธรรมะรายเดือนที่เกาแกที่สุดในอเมริกา ปที่ 37 ฉบับที่ 437 ประจ�าเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 Vol.37 No.437 September, 2011Objectives :To promote Buddhist activities. สารบัญTo foster Thai culture and tradition.To inform the public of the temple’s activities. ContentsTo promide a public relations center for The Buddha’s Words............................................. 1 Buddhists living in the United States. Emptiness By Ven. Buddhadasa................................... 2 A taste of Freedom By Ven. Ajanh Chah........... 7เจาของ : วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. The Buddha’s Warning By Ven. Laung Ta Chi.................... 11ที่ปรึกษา : พระวิเทศธรรมรังษี Novice Summer 2011 ...................................................... 16กองบรรณาธิการ : ภาพกิจกรรมสามเณรภาคฤดูรอน 2011................................. 19 ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี ภาพกิจกรรมพระนวกะ ป 2011................................ 20พระสมุหณัฐิวุฒิ ปภากโร กิจกรรมโรงเรียนวัดไทยฯ ดี.ซี. พิธมอบสัมฤทธิบตร.............. 21 ี ัพระจรินทร อาภสฺสโรพระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณ ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือนกันยายน................................ 22พระสุริยา เตชวโร เสียงธรรม...จากวัดไทย........................หลวงตาชี 23พระมหาสราวุธ สราวุโธ ประมวลภาพกิจกรรมเดือนสิงหาคม........................ 30พระมหาประดูชัย ภทฺทธมฺโม เสียงธรรม...จากหลวงตาชี ...................................... 32พระมหาศรีสุพรณ อตฺตทีโป ทองแดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ป ดร.พระมหาถนัด 39พระมหาค�าตัล พุทฺธงฺกุโร สาระธรรมจาก...พระไตรปฎก ................................... 43พระอนันตภิวัฒน พุทฺธรกฺขิโต อนุโมทนาพิเศษ / Special Thanks............................ 45และอุบาสก-อุบาสิกาวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. Thai Temple’s News...............โดย ดร.แฮนดี้ 46 รายนามผูบริจาคเดือนสิงหาคม.....Ven.Pradoochai 49SAENG DHAMMA Magazine รายนามผูบริจาคออมบุญประจ�าปและเจาภาพภัตตาหารเชา...53is published monthly by รายนามเจาภาพถวายเพล / Lunch.............................54Wat Thai Washington, D.C. TempleAt 13440 Layhill Rd., ก�าหนดการวันสารทไทย... ...........................................62Silver Spring, MD 20906Tel. (301) 871-8660, 871-8661Fax : 301-871-5007 Photos taken byE-mail : watthaidc@hotmail.com Ven. Pradoochai, Ven. KhumtanHomepage : www.watthaidc.org Ven. Ananphiwat, Ven.SrisupornRadio Network : www.watthai.iirt.net Mr. Kevin & Mr. Sam2,500 Copies Bank & Ms. Golf
  • 2. ถ้อยแถลง เทศกาลเขาพรรษาก็ไดผานมาแลว ๑ เดือนกวา ๆ องคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาทรงตรัสอภิณหปจจเวกขณะ คือบทพิจารณาเนือง ๆ เพื่อทรงเตือนใหเราทานทั้งหลาย ไดใชชีวิตดวยความเปนผูไมประมาทและขาดสติวา “วันคืนลวงไป ๆบัดนี้เราก�าลังท�าอะไรอยู” ดังนั้น ทุกชีวิตมีเวลาอันจ�ากัด จงอยาชารีบเรงท�าความดี อยางมากไมเกินรอยปก็จะตองละโลกนี้ไป อยาผลัดวันประกันพรุงที่จะท�าความดี เพราะถาสายเกินไปเมื่อไร ก็ตนเองนั่นแหละจะตองไดเสวยผลของการไมกระท�ากรรมดี ไมมีผูใดอื่นจะรับผลของความดีความชั่วที่ตนเองท�าไว เพราะความดีก็ตาม ความชั่วก็ตาม เปนสิ่งที่ท�าไดทุกเวลา แตจะท�าสองอยางพรอมกันไมได ตองท�าทีละอยาง จึงตองตัดสินใจเลือกวาจะท�าอยางไหน จะท�าความดีหรือจะท�าความชั่ว เดือนกันยายนของทุกป เปนเทศกาลงานท�าบุญวันสารทไทย โดยวันสารทเปนวันท�าบุญกลางเดือนสิบ คือวันแรม ๑๕ค�าเดือน ๑๐ ทีถอคติสบตอกันมาวา ญาติทลวงลับไปแลว จะมีโอกาสไดกลับมารับสวนบุญ จากญาติพนองทีมชวตอยู ดังนันจึงมี ่ ่ื ื ี่  ี่  ่ ี ี ิ ้การท�าบุญอุทศสวนกุศลไปใหญาติทลวงลับไปแลวในวันนี้ ขนมในวันสารทจะขาดเสียมิไดอยางหนึงคือ กระยาสารท เปนขนมที่ ิ ี่  ่ตองท�าดวยขาวตอกกวนกับน�าตาล ใสถวลิสง และงาลงไปดวย เปนตามประเพณี นอกจากนีบางแหงก็มี ขนมกง ขนมเจาะหู ้ ั่ ้ขาวตมลูกโยนก็มี ถึงแมวาในแตละทองทีจะมีชอเรียกทีแตกตางกัน เชน ภาคกลาง เรียกวา “สารทไทย”, ภาคเหนือ เรียก “งาน  ่ ื่ ่ทานสลากภัต” หรือ “ตานก๋วยสลาก”, ภาคอีสาน เรียก “ท�าบุญขาวสาก”, ภาคใต เรียก “งานบุญเดือนสิบ” หรือ “ประเพณีชิงเปรต” แตกมจดประสงคเดียวกัน คือ การท�าบุญกลางป เพือใหเกิดความเปนสิรมงคลแกตนเองทีมชวตผานพนเวลามาไดถง ็ีุ ่ ิ ่ีีิ ึกึงป และเปนการแสดงความกตัญูกตเวที ดวยการท�าบุญอุทศสวนกุศลใหแกบรรพบุรษผูทลวงลับไปแลว “ยามเปนอยูได ่ ิ ุ  ี่  พึงบุญกุศลของตน แมยามเมือเราวายชนม์ไดพงบุญกุศลของบุคคลเปนทีรก” ดังทีทานผูรไดกลาวไววา ่ ่ ึ่ ่ั ่   ู  “ อิทัง โน ญาตีนัง ทั้งหมูญาติ ขอประกาศยังกุศลมหาศาล ใหไดรับไดกุศลผลของทาน ใหเบิกบานทั่วหนาสถาพร ตนเดือนสิบชวงสารทประกาศบอก ลูกหลานออกท�าบุญเพื่อถายถอน ตอบแทนคุณบรรพชนไมตัดรอน ไดถายถอนตอบแทนทานเลี้ยงมา ” ในปนี้ วัดไทย ฯ ดี.ซี. ไดก�าหนดจัดงาน “วันสารทไทย” ขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๔ ตั้งแตเวลา๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. มีกิจกรรมท�าบุญตักบาตรพระสงฆ ตักบาตรพระประจ�าวันเกิด ปดทององคหลวงพอด�า ฟงพระธรรมเทศนา บังสุกุลอุทิศสวนกุศลแกบรรพบุรุษที่ลวงลับ และออกรานจ�าหนายอาหารไทย สินคาไทย พรอมทั้งชมนาฏศิลปไทย-ดนตรีไทยของนอง ๆ นักเรียนวัดไทยฯ ดี.ซี. เหมือนเชนเคย อยาลืม ! ทายสุดนี้ ขอฝากบทกลอนสอนธรรม “แกซวยดวยธรรม”ที่พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ประพันธไววา “คนใดมี พระธรรม ประจ�าจิต เปนนิมิต เครื่องหมาย คลายทุกขัง มีลาภผล สมบูรณ์ พูนพลัง แมมุงหวัง สิ่งใด ก็ไหลมา ขอเชิญชวน มวลประชา ทั่วหลาโลก ที่เศราโศก เพราะเคราะห์กรรม น�าวิถี จงช�าระ ชะลาง ลางไมดี ดวยความดี คือพระธรรม จ�าไวเอย” ขออ�านวยพรใหทุกทานเจริญรุงเรืองงอกงามไพบูลยในพระพุทธศาสนาโดยทั่วหนากันเทอญ คณะผูจัดท�า
  • 3. แสงธรรม 1 Saeng Dhamma The Buddha’s Words พุทธสุภาษิต อุตฺติฏเฐ นปฺปมชฺเชยฺย ธมฺมํ สุจริตํ จเร ธมฺมจารี สุขํ เสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ. (๑๖๘)ลุกขึ้นเถิด อย่ามัวประมาทอยู่เลย จงประพฤติสุจริตธรรมเพราะผูประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข ทั้งในโลกนี้และโลกหนาArise! Be not negligent! Lead a righteous life. For onewho lives a righteous life dwells in peace here and hereafter.
  • 4. แสงธรรม 2 Saeng Dhamma by Buddhadasa Bhikkhu http://www.what-buddha-taught.net/Books/BhikkhuBuddhadasa ...Continued from last issue...หน้าที่ของคน S o we may lay down the principle that in the grasping at and clinging to ‘I’, and ‘mine’ there is rupadhatu and arupadhatuหน้าที่ หนึ่ง ในฐานะ เป็นมนุษย์ and in their absence there is nirodhadhatu. Toต้องได้สิ่ง สูงสุด ก่อนเป็นผี reverse it one may say that if nirodhadhatu en-ตามที่คน ควรจะได้ อย่างไรดีไม่เสียที ที่เกิดมา ประสาคน ฯ ters the mind one sees only emptiness the state free of ‘ I’ and ‘mine’ manifests itself clearly. Ifหน้าที่ สอง ในฐานะ เพื่อนมนุษย์ another element enters one will see it as form,ต้องช่วยกัน สูงสุด หยุดฉ้อฉลไม่ช่วงชิง ประโยชน์ใคร มาใส่ตน smile, visible object, sound, smell, taste, tactileมุ่งเอาผล มีเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ฯ object, feeling, memory, thought, consciousness and so on, the whole confusing crowd, each oneหน้าที่ สาม ตามฐานะ พล (ละ) โลกต้องช่วยกัน ดับโศก แห่งโลกหาย having a part to play in the arising of clinging, ifทำาโลกนี้ ให้น่าอยู่ ดูสบาย not as love then as hate.มีความหมาย โลกมนุษย์ สุดงามงด ฯ Thus we all have just two dominant moodsหน้าที่คน คนหนึ่ง มีถึงสาม - satisfaction and dissatisfaction. We are accus-พยายาม ทำาให้เข้ม เต็มกำาหนด tomed to only these two. We have only beenให้เสร็จสิ้น ก่อนตาย ให้เรืองยศ interested (in gaining that which is felt to be de-ให้ปรากฏ เป็นมนุษย์ ยอดสุดเอย... sirable and to ee from or destroy that which โดย... พุทธทาสภิกฺขุ is felt to be disagreeable. It is unceasing distur-
  • 5. แสงธรรม 3 Saeng Dhammabance, the mind is never empty. For the mind to in sensuality they are attached to material formbe empty we must go beyond, overcome all the and unable to give it up.disturbing elements and come and dwell with So what else will one get attached to ifthe element of emptiness. one can free oneself from the attachment to Another way that the Buddha talked about materiality? One will attach to, the causally con-elements in order to show their properties was ditioned things that lie beyond it, i.e. all the ben-to make a threefold division. He spoke rst of e cial dhammas. We don’t have to talk of thenekkhamadhatu (the element of renunciation) harmful dhammas here, nobody wants them,as the cause for the withdrawal from sensual- but of the virtues and virtuous actions that oneity; secondly of arupadhatu as the cause for projects will earn one rebirth as a wonderful be-the withdrawal from materiality and thirdly of ing up in heaven. People dream about this end-nirodhadhatu as the cause for the withdrawal lessly. But being born in heaven is sankhata (afrom the conditioned. Seeing nekkhamadhatu, conditioned state). We are all so caught up inthe element of renunciation, is the cause for the being this and that kind of self and having thiswithdraw from sensuality because it is its antith- and that kind of possession of self. Being theesis. Seeing the element that is the antithesis self of an animal is no good so we want a hu-of sensuality is called seeing nekkhamadhatu. man self. Seeing that being a human is no goodBeing unconsumed by the re of sensuality is we want to become a celestial being. That’snekkhamadhatu. The mind that withdraws from no good so we want to become a brahma-god.sensuality is a mind that contains nekkhamadhatu. Seeing that being a brahma-god is no good we Beings that are able to free themselves from want to become a mahabrahma-god. There’s asensuality attach to the beautiful and pleasur- self there all the time, it’s all sankhata. Only onable things that are unconnected with gross sen- the discovery of nirodhadhatu can we withdrawsuality but are still in the realm of form, albeit from the conditioned. Thus nirodhadhatu is theon a re ned revel, as for example rishis, munis nal element it is the element of extinguishing.and yogis who get attached to the pleasures It is the utter extinguishing of ‘I’ and ‘mine’.of rupajhana (absorptions. of the Fine-Material If there is an absolute and nal extinction (an-Sphere). Or on a more mundane level perhaps upadisesanibbanadhatu) then one becomeswe see old people attached to antiques or ex- an arahant. If the extinction is incomplete (sa-quisite potted plants. Although these things are upadisesanibbinadhatu) then one becomes oneunconnected with the crudest sensuality, such of the lesser Noble Ones, for there is still a rem-people may be even more lost than those lost nant of ego, it is not the true ultimate emptiness
  • 6. แสงธรรม 4 Saeng Dhammaof paramamsunnam. ta dwelt and passed His life in sunnatavihara. To summarize: we must know the dhatus, When He was teaching Dhamma His mind wasthe true constituents of all things. Please un- empty of “self” and “belonging to self”. Whenderstand them according to the main principle He was on alms - round or doing His daily taskswhereby there is rupadhatu: elements with form; His mind was empty. When He was resting orarupadhatu: elements without form; nirodhad- enjoying Himself in His free time [20]. He washatu: the element which is the extinguishing of dwelling empty of ‘self” and “belonging toboth the form and formless elements. We can self.” Thus He af rmed to Sariputta that, thecon dently assert that there is nothing outside Tathagata passed His life in sunnatavihara.the scope of these three words. Here we are not talking about the ordinary We are learning something about the Bud- unenlightened person but of the Great Man, ofdha’s science, the science, that encompasses the Buddha - how He lived and in what abode Hethe physical, mental and spiritual spheres. It en- dwelt. If you want to see the Buddha’s dwellingables us to have an utterly thorough knowledge place, don’t go thinking that it’s a building madeof all things that precludes any further grasping of bricks and mortar or something in India. Youat them. And it is this that must be the meaning should think of the abode called sunnatavihara orof emptiness for us. mahapurisavihara. It must be supremely empty. Now I’ll expand on a few points in order The supreme emptiness is not the mo-to round off our understanding of emptiness. In mentary ash that we may experience sittingthe Uppannasaka Sutta of the Majjhima Nikaya here, which has disappeared by the time we getthe Buddha calls sunnata ‘mahipurisavihara.’ home. Sunnatavihara refers to the ultimate emp-This translates as meaning that emptiness is the tiness and so another word is used, a rather longabode of the Great Man. The Great Man does one, paramanuttara-¬sunnata. It is composed ofnot have a wandering, restless mind that spins three words: parama + anuttara + sunnata, andthis way and that as does the mind of an ordi- means “supreme unsurpassable emptiness”. Innary man. The Great Man bas a mind that dwells the technical literature of Dhamma, this pointin emptiness, with emptiness, is itself emptiness. relates to the cetosama¬dhi devoid of nimittas,That being so, sunnata is the abode or temple [21] where the mind lacking any nimitta is ra-of the Great Man i.e. of the Buddha and the diantly pure to the extent of being free of thearahants. To say that emptiness is their abode asavas. This condition may be of a kind that canmeans that they live it and breathe it. be regressed from or it may be permanent. If at The Buddha stated that He, the Tathaga- any moment that there is the kind of cetosama-
  • 7. แสงธรรม 5 Saeng Dhammadhi where there are no nimittas to be clung to the mind empty.as self or as belonging to self, then that radiant The term paramanuttarasunnata as usedmind, free of the asavas, is called paramanut- by the Buddha means the utter destruction oftarasunnata and is the natural, unforced state of greed, aversion and delusion, the grasping atthe arahants. and clinging to things as self or as belonging to self, and thus has the same meaning as sa- mucchedapahana or ‘ nal abandonment.’ Consequently when speaking of the highest level of sunnata the Buddha used this term supreme unsurpassable emptiness. If we gradually lower our eyes from this summit of emptiness we will be able to un- derstand its lesser levels. Directly below the peak of paramanuttarasunnata are the fol- lowing : nevasannanasannayatana If we unenlightened people are ever going akincannayatanato be true adepts we must be able to attain this vinnancayatanacetosamadhi. Even if we don’t end the asavas akasanancayatanaonce and for all it will be an occasional freedom pathavisannafrom them. It will be borrowing something of arannasanna.the Buddha and the arahants to have a look at Looking downwards from the summit it is hardso that we don’t lose heart. For that which is to understand so we will start from the bottomcalled emptiness or enlightenment or Nibbana and gradually raise our eyes to the peak.is both of the sort that is obtained absolutely To be continuedand nally and of the temporary, uncertain sortthat we ordinary folk may know. There is even athird sort, which occurs by coincidence. At timeswhen our surroundings are particularly condu-cive the mind may be empty for an hour or two.But the important thing is that we set our mindson practising to the best of our abilities to make
  • 8. แสงธรรม 6 Saeng Dhamma I grew up knowing that I would one day become a monk, but I only knew that it was a rite of passage for becoming an adult. I didn’t realize how much I would learn. I was a novice monk before, and I thought it would be similar to that, but I was wrong. As monks, Eve, Bing, and I expected to learn chants, but we learned so much more. Even though I’ve been to Thailand a dozen times and have taken many culture classes, I learned a lot about Buddhism and Thai heritage. I reviewed the story of the Buddha, learned about “buhn” and “bahp” (merits and demerits), and was taught which actions were “mongkohn.” PHRA ATOM ZERFAS I have always known that Buddhism was about doing what was rightand giving up what you don’t need in life. I never realized it stressed impermanence so much.Ajahn Chah discusses how we should see certain aspects of life as a banana peel because ithas no affect on us. We don’t care for it. I’m generally a happy person, but there will alwaysbe things in life that can make us sad. Ajahn Chah talks about how poor situations are a partof life. “It is as it is.” Being introduced to his writings has really helped me keep a positiveattitude in life. The most important value that I feel that I’ve improved upon this week was respect.I’m constantly looking for ways to show respect for everyone, especially my parents. As much aseveryone respected me, as a monk, I want to show that same respect to them, no matter whothey are or what title I have. I really want to thank everyone for all their support. I’ll be working and hopefullytutoring math in the area, I’ll be sure to come around more often. :)คุณสุมนา - คุณณรงคศักดิ์ - คุณรัตนา และหลาน ร่วมท�าบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ ๒๑ ส.ค. ๒๕๕๔
  • 9. แสงธรรม 7 Saeng Dhamma A Taste of Freedom On The Dangers Of Samadhi A Dhammatalk By Ajahn Chah http://www.accesstoinsight.org/lib/thai/chah/atasteof.html ...Continued from last issue... W ned, which in turn gives morality the strength hen the mind is rmly uni ed, hav- to increase in purity. As our morality becomes ing no sense impressions to disturb it, purer, this will help in the development of con-one can remain in that state for any length of centration. When concentration is rmly estab-time. There will be no painful feelings to disturb lished it helps in the arising of wisdom. Moral-us. When samadhi has reached this level, we can ity, concentration and wisdom help each other,leave it when we choose, but if we come out of they are inter-related like this. In the end thethis samadhi we do so comfortably, not because Path becomes one and functions at all times.we’ve become bored with it or tired. We come We should look after the strength which arisesout because we’ve had enough for now, we feel from the path, because it is the strength whichat ease, we have no problems at all. leads to Insight and Wisdom. If we can develop this type of samadhi,then if we sit, say, thirty minutes or an hour, On The Dangers Of Samadhithe mind will be cool and calm for many days.When the mind is cool and calm like this, it is Samadhi is capable of bringing much harmclean. Whatever we experience, the mind will or much bene t to the meditator, you can’t saytake up and investigate. This is a fruit of samadhi. it brings only one or the other. For one who has Morality has one function, concentration no wisdom it is harmful, but for one who hashas another function and Wisdom another. wisdom it can bring real bene t, it can lead himThese factors are like a cycle. We can see them to Insight.all within the peaceful mind. When the mind is That which can be most harmful to thecalm it has collectedness and restraint because meditator is Absorption Samadhi (Jhana), the sa-of wisdom and the energy of concentration. As madhi with deep, sustained calm. This samadhiit becomes more collected it becomes more re- brings great peace. Where there is peace, there is
  • 10. แสงธรรม 8 Saeng Dhammahappiness. When there is happiness, attachment gate it, it’s not that we are aimlessly thinking orand clinging to that happiness arise. The medita- guessing away; it’s something that arises from ator doesn’t want to contemplate anything else, peaceful mind. This is called “awareness withinhe just wants to indulge in that pleasant feeling. calm and calm within awareness.” If it’s simplyWhen we have been practicing for a long time ordinary thinking and imagining, the mind won’twe may become adept at entering this samadhi be peaceful, it will be disturbed. But I am notvery quickly. As soon as we start to note our talking about ordinary thinking, this is a feelingmeditation object, the mind enters calm, and that arises from the peaceful mind. It’s calledwe don’t want to come out to investigate any- “contemplation.” Wisdom is born right here.thing. We just get stuck on that happiness. This So, there can be right samadhi and wrongis a danger to one who is practicing meditation. samadhi. Wrong samadhi is where the mind en- We must use Upacara Samadhi. Here, we ters calm and there’s no awareness at all. Oneenter calm and then, when the mind is suf - could sit for two hours or even all day but theciently calm, we come out and look at outer ac- mind doesn’t know where it’s been or what’stivity. [5] Looking at the outside with a calm mind happened. It doesn’t know anything. There isgives rise to wisdom. This is hard to understand, calm, but that’s all. It’s like a well-sharpenedbecause it’s almost like ordinary thinking and knife which we don’t bother to put to any use.imagining. When thinking is there, we may think This is a deluded type of calm, because therethe mind isn’t peaceful, but actually that think- is not much self-awareness. The meditator maying is taking place within the calm. There is con- think he has reached the ultimate already, sotemplation but it doesn’t disturb the calm. We he doesn’t bother to look for anything else. Sa-may bring thinking up in order to contemplate madhi can be an enemy at this level. Wisdomit. Here we take up the thinking to investigate it, cannot arise because there is no awareness ofit’s not that we are aimlessly thinking to investi- right and wrong.คุณยายยุพิน เลาหพันธุ เจาของราน Bangkok Garden ท�าบุญเลี้ยงพระฉลองวันเกิด ๒๑ ส.ค. ๒๕๕๔
  • 11. แสงธรรม 9 Saeng DhammaWith right samadhi, no matter what level of refer to the mind, which has mindfulness andcalm is reached, there is awareness. There is full clear comprehension of the truth at all times.mindfulness and clear comprehension. This is When samadhi has been rightly developed,the samadhi which can give rise to wisdom, one wisdom arises like this. This is called “insight,”cannot get lost in it. Practitioners should under- knowledge of the truth.stand this well. You can’t do without this aware- There are two kinds of peace — the coarseness, it must be present from beginning to end. and the re ned. The peace which comes fromThis kind of samadhi has no danger. samadhi is the coarse type. When the mind is You may wonder where does the bene t peaceful there is happiness. The mind thenarise, how does the wisdom arise, from sama- takes this happiness to be peace. But happinessdhi? When right samadhi has been developed, and unhappiness are becoming and birth. Therewisdom has the chance to arise at all times. is no escape from samsara [6] here because weWhen the eye sees form, the ear hears sound, still cling to them. So happiness is not peace,the nose smells odor, the tongue experiences peace is not happiness.taste, the body experiences touch or the mind The other type of peace is that whichexperiences mental impressions — in all pos- comes from wisdom. Here we don’t confusetures — the mind stays with full knowledge of peace with happiness; we know the mind whichthe true nature of those sense impressions, it contemplates and knows happiness and unhap-doesn’t “pick and choose.” In any posture we piness as peace. The peace which arises fromare fully aware of the birth of happiness and un- wisdom is not happiness, but is that which seeshappiness. We let go of both of these things, we the truth of both happiness and unhappiness.don’t cling. This is called Right Practice, which Clinging to those states does not arise, the mindis present in all postures. These words “all pos- rises above them. This is the true goal of alltures” do not refer only to bodily postures, they Buddhist practice.ครอบครัว LIANE ท�าบุญถวายเพลอุทิศส่วนกุศลใหแด่คุณแม่ตัง ฮวง โงว ๑๕ ส.ค. ๒๕๕๔
  • 12. แสงธรรม 10 Saeng Dhamma“...The Buddha laid down Morality, Concentra- ing the Middle Way of Dhamma, so he pointedtion and Wisdom as the Path to peace, the way them out in order to show the penalty involvedto enlightenment. But in truth these things are in both. Because we are still stuck, because wenot the essence of Buddhism. They are merely are still wanting, we live repeatedly under theirthe Path... The essence of Buddhism is peace, way. The Buddha declared that these two waysand that peace arises from truly knowing the are the ways of intoxication, they are not the waynature of all things...” of a meditator, nor the ways to peace. These ways are indulgence in pleasure and indulgenceThe Middle Way Within in pain, or, to put it simply, the way of slack- ness and the way of tension. If you investigate The teaching of Buddhism is about giving within, moment by moment, you will see thatup evil and practicing good. Then, when evil is the tense way is anger, the way of sorrow. Goinggiven up and goodness is established, we must this way there is only dif culty and distress. In-let go of both good and evil. We have already dulgence in Pleasure — if you’ve escaped fromheard enough about wholesome and unwhole- this, it means you’ve escaped from happiness.some conditions to understand something about These ways, both happiness and unhappiness,them, so I would like to talk about the Middle are not peaceful states. The Buddha taught toWay, that is, the path to escape from both of let go of both of them. This is right practice. Thisthose things. is the Middle Way. All the Dhamma talks and teachings of theBuddha have one aim — to show the way out To be continuedof suffering to those who have not yet escaped.The teachings are for the purpose of giving usthe right understanding. If we don’t understandrightly, then we can’t arrive at peace. When the various Buddhas became en-lightened and gave their rst teachings, theyall declared these two extremes — indulgencein pleasure and indulgence in pain. [7] Thesetwo ways are the ways of infatuation, they arethe ways between which those who indulge insense pleasures must uctuate, never arriving atpeace. They are the paths which spin around insamsara. The Enlightened One observed that all be-ings are stuck in these two extremes, never see- สุขสันตวนเกิดคุณยายเสริมศรี เชือวงศ ครบ ๘๔ ป ั ้
  • 13. แสงธรรม 11 Saeng Dhamma The Buddha’s Warning Essays On The Dhamma By Luang Ta Chi Edited by Du Wayne Engelhart ...Continued from last issue... special meaning for all Buddhists as a holy andThe Meaning of Magha Puja miraculous day. This is why Buddhist commu- nities from all over the world join together to These are the primary subjects of discussion celebrate this very important day.that the Buddha presented during his discourseto the 1,250 arahants on the rst Magha Puja VIII. Be Aware of Your Thoughts;Day. He understood clearly that these monks The Buddha’s Warningwould travel far and wide spreading the Dham-ma and that they needed to be well prepared World peace would surely be achievedto be successful. To help them carry out their if all people in the world had a peacefulduties, the Lord Buddha laid the foundation mind . . ., that is, if their minds were freefor the proper actions for the monks to follow. from evil thoughts, evil speech, and evilThese important ideas describe the standard of action.conduct that all missionary monks should fol-low. These characteristics are so important to Rejoice when the mind is not negligent.help them carry out their duties of teaching the Guard the pure mind. Pull yourself out of situ-Dhamma that some people like to call Magha ations that can lead to de lement. Be contentPuja the “Dhamma Day.” with mindfulness. It was also on Magha Puja Day, forty- ve In present-day society many people turnyears after the rst such day, that the Buddha away from friendly warnings. Caught in individu-announced that three months later he would alism, they are not open to advice for whichgive up his body and enter the state of nal they did not ask. If we try to force our ideasnirvāna. One can see that Magha Puja has a upon them, they respond by closing both their
  • 14. แสงธรรม 12 Saeng Dhammaears and their minds. their friends. Attracted by what is characteristic People often refuse advice because their of popular culture, teenagers falsely feel thatminds are eaten up by ill will, greed, hatred, and their youth excuses them from studying religiondelusion. This condition leads to malevolent or practicing meditation. They live only for thethoughts, speech, and actions, which, in turn, can moment, enjoying sensual pleasures such asproduce criminal behavior and social dif culties. drinking, dancing, and playing computer games.This chain of negative causality is not easy to Our young people are focused on establish-break because human beings tend to corruption. ing a career and making a name for themselvesOur human weaknesses and lack of awareness of- within an extremely competitive and individu-ten lead us down paths of wickedness where we alistic society. For most, however, spend-are sunk in ill will, greed, hatred, or delusion. ing time studying religion is not thought to be Of these four negative tendencies, greed is worthwhile. Sadly, this careless way of lookingeverywhere. It runs through our society, affect- spreads through the thinking of our youth.ing personal relationships and threatening spirit- Once in a while, however, some youth ex-ual growth. We must with continued determina- perience a breakthrough and change their at-tion listen to the Buddha’s warning to be always titudes toward religion. This usually happensmindful of every thought, guarding against the when they come face to face with their ownevil in uence of greed, and trying hard to root mortality as the result of an accident or a seri-out all greedy thoughts. ous illness. Having to deal with a crisis, these youth come to understand the importance of1. Always Being Mindful religion and commit to changing their ways. It is, of course, good that these few become aware One of the most important teachings of the of their thoughts and pay attention to religion,Dhamma is to stay mindful of your thoughts, but this is not enough. As a people, we needspeech, and actions. Following this principle to be open to spiritual growth on all levels, inleads to happiness and safety in any situation. good times and in bad, and in sickness and inHowever, people usually tend to be careless health. As youth, we form our personalities andabout their thoughts. develop the morality and guiding principles nec- Careless thinking and action are especial- essary to help us get through the storms of adultly common among today’s youth. Our youth life. Therefore, we must not put religious teach-seem satis ed with everything as long as they ings and practices on hold until later life. In hishave good health. They are not motivated to teachings on mindfulness, the Buddha warns usincrease their merit or to improve themselves that we cannot put our lives on hold because,in any way not determined by the latest fads of in the long run, we cannot avoid death:
  • 15. แสงธรรม 13 Saeng Dhamma - Death gives no prior warning to anyone. ephant. Concerned about the dif culty of the - No one knows the place, the date, and job, the trainer called the king’s soldiers to helpthe time of his death. him. He ordered the soldiers to act as if they - Only a few people can reach the age of were going to attack. Frightened by the soundsone hundred. of battle, Pavaraka could not stand still. In an at- - All of us have to die some day, regard- tempt to protect himself, the elephant used allless of age, sex, or social status. his strength and courage to run away from the - Those who live lives of sensual grati - oncoming army. Empowered by his increasedcation and remain unaware of their own mor- inner strength caused by fear, Pavaraka was abletality are careless people. to pull himself free from the mud-hole trap. Their interest attracted by the story, the Because our time on earth is limited, the bhikkhus asked the Buddha what lesson theyBuddha reminds us to use this time wisely and should draw for their own lives. The Buddha an-not to procrastinate. He also calls on us to be swered that the elephant fell into the mud holecontinuously mindful. His warning not to be because he was not mindful of what he was do-negligent means we should be attentive and ing. Similarly, bhikkhus can be captured by de-careful in everything we do—in our actions, lements if they are not constantly careful andspeech, and thoughts. The Buddha calls us to attentive. Bhikkhus must follow the elephant’srejoice and to not want anything more than our example and work hard to free themselves frommindfulness. the chains of the de lements. When bhikkhus become free from the de lements, they are no2. The Parable of Pavaraka longer open to temptation by thoughts of ill will, greed, hatred, and delusion. The parable that best shows the Buddha’s The Buddha’s warning is directed in par-teaching on mindfulness is the story of Pavara- ticular at bhikkhus, especially those who live inka, a powerful elephant belonging to King Ko- monasteries, because if they are negligent, theysol. King Kosol was famous as the conqueror risk damaging relationships with their associatesof a small Indian country during the Buddha’s and their followers. Like the elephant, bhikkhuslifetime. Pavaraka had helped the king to win must use all their strength and courage to bemany wars, but now he was getting old, and his good disciples and good spiritual leaders forstrength was getting less and less. One day, as their communities.Pavaraka was looking for food in the jungle, he Although the Buddha is especially con-fell into a mud hole and could not get out. The cerned about the well-being of his disciples,king ordered Pavaraka’s trainer to rescue the el- he is also concerned about the well-being of
  • 16. แสงธรรม 14 Saeng Dhammahis followers. Since the Buddha believes that ing bait on the hook. If they were fully awaremost people are under the in uence of ill will, of the deadly hook hidden inside, they wouldhe warns us to be always on guard against evil carefully avoid these traps. Meditation raisesthoughts that can hurt the purity of our minds. our consciousness to recognize and stay awayTo make our own well-being certain and to free from such fatal traps. The unguarded mind isourselves from unwholesome thoughts, we like jewelry without a box, open to attack frommust be ever mindful of where our thoughts are all sides. We must guard our minds carefullyleading us. because life in this world is full of delusion and Our thoughts often wander back to the easily moved one way or the other by eventspast or ahead to the future. When we are at that happen, by status in society, by praise,home, our minds can wander out to a movie or by happiness. If we are caught by what istheater or gambling casino, or they may get in- characteristic of modern society and fail to stayvolved in useless conversation. Sometimes our continuously mindful, we become partners withthoughts concentrate on a particular individu- greed and become captured by our delusions.al and follow that person everywhere. Some So keep careful guard and watch out for thepeople let their minds wander all day long and thief who comes hidden as greed to endangernever get anything done. These thoughts going to the pure mind.back and forth can lead us to confusion and un-necessary worry. Thus, we must get control of 3. Greedour thoughts. We need to follow our thoughtswhenever they wander and bring them back What is greed, and how do we show itshome. We need to concentrate our thoughts true character? According to the Oxford Englishand train our minds by staying constantly aware, Dictionary, greed is the excessive desire for foodattentive, and mindful. or wealth. Because it furthers immoderation, Staying constantly aware is not easy. The greed endangers everything in our lives. Like anmind wanders all the time. It is very, very hard addiction, greed makes us ugly and a danger-to stop thinking. If we do not want the mind ous to others. Greedy persons will do anythingto wander, we must be mindful as regards fol- to get what they want. Their reasons for ac-lowing our thoughts without ever stopping. The tion are always without love, and they neverminute our minds start wandering, we must pull think about how their actions will affect others.them back in. We are like shermen out to They will lie, cheat, steal, and even kill to getcatch the mind and bring it back to where is can more wealth. When greed enters the mind, thebe useful. Those who are addicted to sensual person’s mental health is greatly harmed. Sopleasure are like the sh attracted to tempt- be ever mindful of your thoughts. Do not let
  • 17. แสงธรรม 15 Saeng Dhammayourself get involved with greed. Greed is the gence in guarding against allowing greed to settleenemy of good because it destroys our sense of into our hearts and minds. We defend ourselveswell-being. against the unwelcome advances of greed by Refraining from greed in a world that is becoming more charitable as regards our time,more and more directed toward the consumer skills, and possessions. By sharing our efforts,is not an easy job. Many people believe that skills, and belongings with others, we lessen thethe only way to get wealth is to submit to greed. likelihood of being tempted by greed. FollowBut I am here to tell you, my friends, that you these instructions wisely and keep the voice ofcan become wealthy without becoming greedy. Dhamma within you, and you can become aHow do you do this? That is the sixty-four mil- truly wealthy person.lion dollar question. The rst step is to understand that greed is 4. Conclusion.not the key to wealth. Greed is, in fact, the op-posite: it is the enemy of wealth. So it you truly The previous discussion helps show thewant to be wealthy, you must not be greedy. The Buddha’s warning to be diligently aware of ourpath to wealth requires hard work. There are no thoughts. If we fail to listen or if we hardenshortcuts. You work hard by taking care of your our hearts and minds, we set ourselves up forjob and being a good employee. You take care failure. As the Buddha advised the bhikkhus inof your job by becoming a diligent person who the parable of Pavaraka, we must actively tryknows how to earn a living within a moral value to pull ourselves out of the trap of the de le-system. Diligent people know how to plan the ments. We must diligently control negativespending of their income to cover their expenses thoughts, which lead to greed, hatred, criticismwhile also saving for a rainy day. Be diligent in of others, prejudice, abuse, and gossip. Theseyour work and diligent in your mindfulness. To are the most common traps that catch peoplepreserve freedom from greed, the Buddha calls of all races, ages, and genders. If we stay mind-on us to stay continually aware of our thoughts ful and spread loving-kindness to all people inand to follow these principles: all situations, we will automatically stop any - Keep saving with diligence and not with tripping that interrupts spiritual growth. If wegreed, and associate with the wise. have already stumbled or have, in fact, fallen - Limit expenses to what is necessary in down because of our addictions, we can freeorder to open the possibility of future wealth. ourselves immediately by promising never again - Do not enslave yourselves to greed. to be enslaved by the de lements. As we become more aware of our thoughts To be continuedand better understand the causes and effectsassociated with greed, we develop more dili-
  • 18. แสงธรรม 16 Saeng Dhamma Novice Summer 2011 with their experience on Meditation Jason Wattanarungsikajora Becoming a novice was on my own free will, most of it at least. Meditation provided a path to haring inner peace. Although my entire legs hurt from spending what seemed like a Hellish 20 minutes sitting on a cold temple oor; it opened my mind to the thing that brings joy to my life. I focused entirely on them and why they are important to me, what makes them spe- cial and why I miss them. In my thoughts, when I became a novice, it was a mental and physical relieffor my family. It’s not because I’m a bad child, it’s because even they should take a break fromthe demands of a teenager like myself. But it also creates problems for me. I miss both them,and my friends that I always spend time with. However, in return to this choice I am able tobless those that have supported me throughout my life, both those back at home and others thatbring delicious food everyday. Bhumipat Chandarasrivongs 1) My experience on meditation was very hard but then when you get use to it you feel peaceful. There are 4 types of meditation; rst type, is sitting meditation, second, is walking meditation, third, is sleeping meditation and forth, standing meditation. Meditation makes you feel very peaceful. The hardest is walking because it hurts your feet. My favorite is sitting meditation because it helps to challenge you to sit still in place.
  • 19. แสงธรรม 17 Saeng Dhamma 2) I think that when you become a novice your parents get a lot of Boon and success.You also make your parents happy and when your parents happy you also get Boon. When yourparents get Boon they have a lot of good things in life are more success. Sky Kantawat Malasai 1) My experience on meditation is a part of me becoming a novice. There are four types of meditation that I know of. Sitting meditation – the kind of meditation that we are all familiar with. Just sit down, relax and concentrate on spiritual enlightenment. My thought: sleepy. Walking meditation – walking around and enjoying the beauty of nature. It’s tiring sometimes but I deal with it. Standing meditation – I have no experience with this. Lying medita- tion – commonly called sleeping. Lying down and focusing on the movementof the abdomen. 2) I think that becoming a novice made my parents and family proud and happy. My wholefamily will get blessings from my deeds. Tango Khoohatong 1) How are my experiences on meditation? There are four types of meditation: sitting, walking, standing, and lying (sleeping). While I am doing sitting meditation, I sit with my legs crossed “criss- cross apple-sauce” style. Then, I lay my hands on my lap, right over left, and close my eyes. I focus on my breath while I am doing this for, usually, 15 minutes, for walking meditation, I walk slowly with my hands holding one another and only looking one to three meters ahead. For this, Ifocus on the movement of my feet and legs. Standing meditation uses the same posture as walkingmeditation except your eyes are closed and your concentration is on breathing. Lying meditation,commonly called sleeping meditation, involves lying on your back with your hands over your abdo-men. You focus on the movement of your diaphragm. Meditation is a good way to bring peace tomind. 2) What does becoming a novice do for my parents? Me becoming a novice lets me share blessings and merits with my family.
  • 20. แสงธรรม 18 Saeng Dhamma Louis Prungthunyapluek 1) There are 3 types of meditation: sitting, sleeping, and walking. My fa- vorite is the sleeping meditation where you lay at on the oor with both hands over your abdomen. Then you concentrate on the motion of your inhale and exhale. The sitting meditation is where you sit on the oor and put your hands (right over left) across your lap. Then you close your eyes and all you will see is the back of your eyelids. The goal is to focus on your breathing and the movement of your abdomens. The nal type of meditationis walking meditation. You have to slowly walk at a constant pace while focusing on the movementfrom your head to your toe. 2) When I became a novice monk, I had to earn a lot of merits and give them to myparents. Every morning my Mom would come to the temple and give me food, then after I ateI would pray for her and all the people that helped with the meal. Also, when I rst became anovice monk, I wasn’t so calm and I was a little stressed. Now I am more calm and know howto deal with stress unlike before. This is what I had to do for my parents. Bank Viriya 1) The experience on meditation is that when you meditate you have to concentrate on breathing. Walking meditation, you have to concentrate on walking. When you’re lying down you have to concentrate on just lying there. Those are the new experiences on meditation. It makes you feel peaceful. Those are also the 3 types of meditation. 2) I learn a lot about the Buddha. For example, the Buddha wanted to nd his problems for 6 years but didn’t nd the answer. Then he did the thingshe saw other people do and nally found his answer. Then he became the Buddha from doing that. 3) I gave my mother Boon so that when she pass away she can go to heaven. I alsogave my parent money and made them happy for being a novice. My mom told me that the foodshe gives to the monk she eats the same thing in heaven. When I was a novice the 1st and 2ndtime she came to give us food for breakfast and lunch.
  • 21. แสงธรรม 19 Saeng Dhamma บรรพชาสามเณรภาคฤดูรอน ประจำาป ๒๕๕๔ ้กิจกรรมการฝึกอบรมกาย วาจา ใจ “เรียนรู้พระธรรมวินัย ใฝ่ใจท�าสมาธิภาวนา แผเมตตาเป็นนิจ”
  • 22. แสงธรรม 20 Saeng Dhamma พิธีอุปสมบท ณ วัดไทยฯ ดี.ซี. / ๑๔ ส.ค. ๒๕๕๔พระสคุณ ปภสฺสโร - พระณัฐพงษ์ ปฺญาวโร - พระ ATOM ญาณพโล
  • 23. แสงธรรม 21 Saeng Dhamma วันกีฬาครอบครัวสัมพันธ์ ๑๔ ส.ค. ๒๕๕๔พิธมอบสัมฤทธิบตร ร.ร. วัดไทยฯ ดี.ซี. ๒๑ ส.ค. ๕๔ ี ั
  • 24. แสงธรรม 22 Saeng Dhamma ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี. ิ Those who are interested in Thai Theravada Buddhism and members of the general public are cordially invited to Wat Thai, D.C., Temple to pay their respect to or simply view the Buddha relics on display in the chanting hall. ปฏิบัติธรรมประจ�ำเดือน กันยำยนณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. 17 กันยายน 2554 ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวพระไตรปฎก � สาธยายพระไตรปฎก ภาษาบาลี � ฟงบรรยายธรรม - ธรรมสากัจฉา � เจริญจิตตภาวนา - แผ่เมตตา พรอมกันบนอุโบสถศาลา เวลา 9.00 A.M.
  • 25. แสงธรรม 23 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวัดไทย พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ยํ ยํ ชนปทํ ยาติ นิคเม ราชธานิโย สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ. ผูไมประทุษรายตอมิตร ไปสูแวนแควน ตําบล หรือ เมืองหลวงใด ๆ ก็ตาม ยอมมีผูบูชาในที่ทั้งปวง ก อนจะเขาสูประเด็น “นกมีขน คนมีเพื่อน” เรา ก็จะตองท�าความเขาใจในเรืองตรงกันขามเสียกอน ่คือ “นกไมมีขน คนไมมีเพื่อน” ตามธรรมชาติธรรมดา จะมาผอนแรง แสดงวาคนไมมีเพื่อน ก็เสมือนนกกระเรียน ปกหักตกลงในปลักขึ้นไมได ก็รอแตวันตายจะมาถึงเทานั้น เอง คนไมมีเพื่อนจึงเปนภัยแกตัวเอง ดังนั้น เกิดมาเปนคนนกทุกประเภททุกชนิด ทุกขนาด ตามธรรมชาติของนกแลว แลวจะตองมีเพื่อน มีมิตร ชีวิตจึงจะมีความเจริญกาวหนาจะตองมีขนดวยกันทั้งนั้น ถานกตัวไหนไมมีขน ก็แสดงวา เกิดเปนคน อยูคนเดียว ก็เปลี่ยวจิตนกตัวนั้นเปนนกผิดปกติ เปนนกผิดธรรมชาติก็ไมอาจจะ จ�าตองคิด มีสหาย ไวเปนเพื่อนด�ารงชีวตอยูไดตามปกติ เพราะขาดปจจัยส�าคัญไปนันก็คอ ิ  ่ ื เมื่อเราผิด จะไดมิตร ไวคอยเตือนขน นกไมมขนสงผลใหเกิดภัยอันตรายแกตวของนกเอง จะ ี ั ควรมีเพื่อน มีสหาย ไวชวยงานบินไปไหนก็ไมได ผลสุดทายก็รอวันตายจะมาถึง สวนคน ตอไป ก็เขาสูประเด็น “นกมีขน คนมีเพือน” เพือศึกษา  ่ ่ไมมีเพื่อนก็เหมือนตาลยอดดวน ลวนไมมีความเจริญ หาความรูกันตอไป แนนอนนกตองมีขน ไมวาจะเปนนกกาวหนาในชีวิตเพราะไมมีมิตร ไมมีเพื่อนคอยเตือน คอย ประเภทไหน เล็กหรือใหญขนาดไหนก็ตองมีขนดวยกันทั้งชวยเหลือ เมื่อมีกิจอะไรที่ตัวคนเดียวท�าไมได ก็ไรเพื่อนที่ นั้น เพื่อเปนหลักประกันแหงการด�ารงชีวิตอยูดวยความ
  • 26. แสงธรรม 24 Saeng Dhammaปลอดภัยของบรรดานกทังหลาย นกจะด�ารงชีวตอยูไดดวย ้ ิ   เปนเพือนมนุษยดวยกัน เปนตน สวนคนทีรวมสุขรวมทุกขกน ่  ่ ัความปลอดภัย ก็ตองอาศัยขนเปนปจจัยส�าคัญในอันจะบิน  จริง ๆ เรียกวา “สหาย” นีคอความหมายตามอักษร สุขก็สข ่ื ุไปไหนดวยความสะดวกสบาย เปนอุบายใหด�ารงชีวิตอยู ดวยกัน ทุกขกตองทุกขดวยกัน มันจึงจะเปนสหายกันได ถา ็ ดวยความเปนสุขปราศจากทุกขโดยประการทังปวง ลวงพน ้ ตรงกันขามมันก็ไมใชสหาย กลายเปนเกลอ พวกเกลอนีเ้ ผลอจากปญหานานาประการเพราะการมีขนเปนเครืองเชิดชูเพือ ่ ่ ไมได เผลอเมือไร ไดเรืองทุกที่ เคยไดยนไดฟงคนโกงกันไหม ่ ่ ิ การด�ารงชีวตอยูของนกทังหลาย เอาละ ! เรือง “นกมีขน” ิ  ้ ่ ละ นันแหละฤทธิของเจาเกลอมันละ พากันจ�าเอาไว “เพือน ่ ์ ่ขอกลาวโดยยอพอเปนตัวอยางแตเพียงเทานี้ เรื่องที่จะ กินเพือนกัน เพือนรูไมทน เพือนกันมันก็โกงกิน” ่ ่  ั ่กลาวโดยพิศดารก็คือเรื่องของ “คนมีเพื่อน” มนุษยเปนสังคมนิยมอยูกันแบบมีเพื่อน มีมิตร มีสหาย อีกนัยหนึ่ง ค�าวา “สหาย” นี้ ทานกลาวไววา สหายจนกลายเปนพรรคเปนพวกขึนในภายหลัง ความหวังทีตอง ้ ่ เปนมิตรของบุคคลผูมีกิจเกิดขึ้นบอย ๆ หมายความวามีเพื่อน มีมิตร มีสหาย ก็เพื่อเปนอุบายหาทางชวยเหลือ บุคคลผูมีความตองการ มีธุระกิจการงานเกิดขึ้นบอย ๆกิจการของกันและกันในคราวจ�าเปน เพราะงานบางอยาง สม�่าเสมอ เกิดขึ้นไมขาดสาย สหายเปนมิตรรวมท�ากิจกับคนเราอาจจะท�าคนเดียวไดส�าเร็จ แตงานบางอยางอาจ บุคคลประเภทนี้ รวมความแลวสหายกับมิตรมีความใกลชด ิเหลือก�าลังของคน ๆ เดียวจะท�าได ตองอาศัยก�าลังของคน กันจนแยกไมออก บอกไดวาสหายก็คอมิตร มิตรก็คอสหาย  ื ืหลายคน งานนั้นจึงจะส�าเร็จไดดวยดี ดวยเหตุนี้ คนเราจึง ดังธรรมบรรยายวาจ�าเปนตองมีเพื่อน มีมิตร มีสหาย จนกลายเปนคานิยมขึ้น สหาโย อตถชาตสส โหติ มิตต� ปุนปปุน�ในสังคมทั่วไป คนไหนไมมีเพื่อนก็เสมือนเปนคนมีปมดอย สย� กตานิ ปุญานิ ต� มิตต� สมปรายิก�.ในทางสังคม ขาดความนิยมนับถือในระหวางเพื่อนฝูง ค�า สหายเปนมิตรของคนมีธุรกิจความตองการเกิดขึ้นวา “เพื่อน” ไดแกคนที่อยูรวมกัน เชน รวมอยูรวมกิน รวม บ อ ย ๆ บุ ญ กุ ศ ลที่ ต นท� า ไว ดี แ ล ว จะเป น มิ ต รในการรวมงาน รวมคิดรวมท�า เปนเพื่อนรวมคิด เปนมิตรรวม สัมปรายภพภายภาคเบื้องหนา โลกหนาท�า รวมไปถึงคนที่ชอบพอกัน มีสัญชาติ เชื้อชาติเดียวกัน ชีวิตของคนเราจะกาวหนา ถอยหลัง โดงดัง จมดิ่ง สิ่ง
  • 27. แสงธรรม 25 Saeng Dhammaแรกที่สุด ก็คือการคบเพื่อน ผูกมิตร มีสหาย ทางศาสนา ได ขืนคบไปก็มีแตความลมจมฉิบหายเรียกวา “เสวนา” ไดแกการซองเสพสมาคมไปมาหาสู รวม คนปอกลอก มีลักษณะ  คืออยูรวมกิน รวมการรวมงาน และรวมอะไรอีกมากมาย ๑. คิดเอาแตไดายเดียวบรรยายกันเองก็แลวกัน สรุปลงในเพื่อนรวมผิด มิตรรวม ๒. เสียแตนอยคิดเอาใหไดมากพูด สหายรวมท�า กิจกรรมของคนเราโดยสรุปแลวมีเพียง . เมื่อมีภัยแกตัว จึงรับท�ากิจของเพื่อน๓ อยาง คือ คิด พูด ท�า การคบหาสมาคมกันนี้แหละมี ๔. คบเพื่อน เพราะเห็นประโยชน์ของตัวบทบาทส�าคัญมากตอการด�าเนินชีวิตของคนเรา มีเพื่อนดี คนปอกลอก ฟงดูแตชื่อก็นากลัว ทั้งปอกทั้งลอกแลวก็เปนศรีแกตัว มีเพื่อนชั่วก็พาตัวิบหาย อุบายแหงการ อยางนี้จะคบไดอยางไร ขืนคบไปก็เหลือแตกระดูก ถูกแลวคบเพื่อนนี้ สมเด็จพระมหามุนีทรงรับสั่งไววา ที่พระทานสอนไมใหคบคนปอกลอกเปนสหาย ดูราย อเสวนา จ พาลาน� ปิตานจ เสวนา ละเอียดคนปอกลอกกันใหดี ก็เหมือนคนอัปรียไมมผด คิด  ีิ ปูชา จ ปูชนียาน� เอตมมงคลมุตตม�. เอาแตไดฝายเดียว ไมเหลียวแลประโยชนของเพื่อน คน การไมคบคนพาล ๑ การคบบัณิต ๑ การบูชา อะไรเห็นแกตัว ท�าชั่วเพราะความอยาก จะเอาใหมาก แตบุคคลที่ควรบูชา ๑ ทั้งสามนี้เปนมงคลสูงสุด เสียใหนอย ไมคอยจะให มีแตจะเอา เสียใหนอย คิดเอา นี่คือหลักในการคบเพื่อน การมีเพื่อน ที่พระพุทธองค ใหมาก อยากไดจนเกินควร เมื่อจวนตัวจึงรับท�ากิจของทรงเตือนไว ดังนั้น ถาเราจะคบหาสมาคมกับใคร ก็ควร เพื่อน คบเพื่อนเพราะเห็นแกประโยชนของตัว นี่คือความพิจารณาหนาหลังใหดีอยาผลีผลามคบใครตามความพอใจ ชั่วของคนปอกลอก บอกใหพิจารณาเวลาจะคบกับใคร ๆของตน เดียวจะสงผลใหเกิดปญหาในภายหลัง ตองระวัง ใหน�าลักษณะที่กลาวมานี้พิสูจนดู ก็จะรูทันที่วา เปนคนใหมาก “เพื่อนกินหาได แตเพื่อนตายหายาก” ขอฝาก ควรคบ หรือไมควรคบค�าพังเพยของคนโบราณนี้ เพื่อน�าไปใชในการคบเพื่อนจะไดเตือนใหระมัดระวัง หวังวามนุษยในยุควิทยาศาสตรกาวหนา เทคโนโลยี ระบบอินเตอรเน็ตน�าสมัย คงจะไมเยาะเยยไยไพในขอเสนอแนะอันเปนของคนโบราณนี้ เพือ ่เปนการงายในการพิจารณาปญหาเรื่องการคบเพื่อน ก็ขอน�าหลักใหญ ๆ ในเรืองมิตรสหายมาบรรยายใหทานทังหลาย ่  ้ไดรับฟงดังตอไปนี้ เพื่อน สหายในฝายไมดีเรียกวา “มิตตปิรูป” แปลวาคนเทียมมิตร ไมใชมิตรแท เปนมิตรเทียมมี  จ�าพวก คือ ๑. คนปอกลอก คนดีแตพูด มีลักษณะ  คือ ๒. คนดีแตพูด ๑. เก็บเอาของลวงแลวมาปราศัย . คนหัวประจบ ๒. อางเอาของที่ยังไมมีมาปราศัย ๔. คนชักชวนในทางิบหาย . สงเคราะห์ดวยสิ่งที่หาประโยชน์มิได บุคคลทั้ง  จ�าพวกนี้ ไมใชมิตร ไมใชเพื่อน เปนแตคน ๔. ออกปากพึ่งไมไดเทียมมิตร (เปนกาฝาก) จึงไมควรคบ เปนคนประเภทคบไม คนดีแตพูดหรือพวกปากมาก เปนคนอีกประเภทหนึ่ง
  • 28. แสงธรรม 26 Saeng Dhammaที่พึงระวัง คนเราพังเพราะเพื่อนประเภทนี้มากตอมากแลว เราท�าดี เขาคลอยตาม นั้นงามมากดีแตพูดถึงเรื่องในอดีตและอนาคต ก�าหนดอะไรลงไป แตก็อยาก เตือนจิต มิตรสหายแนนอนไมได พูดอยางลม ๆ แลง ๆ แสดงถึงเรื่องที่ผานมา อยางหลงใหล ค�าสอพลอ พอยอดชายวา ถาเพื่อนไดพบกันอดีตที่ผานมา ปานนี้เพื่อนก็สบายไป เดียวจะตาย ตกตนยอ คอกระเด็นแลว เสียใจทีสมัยนัน เพือนกับฉันไมไดพบกัน แตไมเปนไร ่ ้ ่ คนชักชวนในทางิบหาย มีลักษณะ  คือตอไปในอนาคตขางหนา ฉันหวังวาจะมีโอกาสชวยเหลือ ๑. ชักชวนดื่มน�้าเมาเพือนอยางเต็มที่ มีอะไรในอนาคตขางหนาบอกมาเลยเพือน ่ ่ ๒. ชักชวนเที่ยวกลางคืนรัก ฉันจักชวยดวยความจริงใจ เห็นไหมละ ลมปากของ . ชักชวนใหมัวเมาในการเลนคนดีแตพูด มันหวานอยางนี้ ระวังใหดี อยาคบคนดีแตพูด ๔. ชักชวนเลนการพนันเปนเพื่อน เตือนตนเองเสมอ อยาเผลอเปนอันขาด เดียว คนชักชวนในทางิบหาย ไดแกเพื่อนที่ฉุดกระชากจะพลาดทาเสียที คนดีแตพูด...? ลากเราใหตกต�า แทนที่จะชักชวนไปในทางศีล ทางธรรม ่คนหัวประจบ มีลักษณะ  คือ กลับชักน�าใหตกต�า ชวนไปดื่มน�้าดอง ่ ๑. จะท�าชั่วก็คลอยตาม ของเมา เหลาสุรา เที่ยวบารเที่ยวผับ ๒. จะท�าดีก็คลอยตาม บังคับใหมัวเมาลุมหลงในการละเลน . ตอหนาวาสรรเสริญ ตาง ๆ นานา อันเปนยาเสพติด ชนิด ๔. ลับหลังตั้งนินทา เลิกไมได ชักชวนใหเลนการพนันขันตอ คนหัวประจบ หรือพวกประสบ ก อ ให เ กิ ด ความฉิ บ หาย ท� า ลายสอพลอปอปนนี้ ก็ควรระวังกันใหดี ทรัพยสินเงินทองของมีคา เวลาไดก็อย า ผลี ผ ลามเห็ น ตามที่ เขาประจบ ดีใจ เวลาเสียไปก็เกิดทุกข มีแตเรื่อง ทุกข ๆ ทั้งนั้น ที่เพื่อนผลักดันใหเราทุ ก อย า งไป ค� า ก็ ย อ สองค� า ก็ ย อ ฉิบหาย นีแหละทานทังหลายคือเพือน ่ ้ ่ประจบสอพลอ ไมวาเราจะท�าชั่ว ที่กดเราใหต�่าลง ดวยการชักชวนใหหรือท�าดี เพื่อนประเภทนี้เรียกวา ท�าความชั่วตาง ๆ ดังกลาวมา “คนเปนเพื่อนยุใหเราตกตนยอตาย อยา ป อ ก ล อ ก , ค น ดี แ ต  พู ด , ค น หั วไปหลงงมงายเชื่อตามลูกยอที่หมอยกให ตอหนาก็วาค�า ประจบ,คนชักชวนในทางิบหาย” ตามที่บรรยายมาสรรเสริญแตพอลับหลังก็ตั้งค�านินทา ทังหมดนี้ เปนคนไมดี ไมใชมตร ไมใชเพือน เปนแตคนเทียม ้ ิ ่ สรรเสริญ เยินยอ ยอมลอใจ มิตรเทานั้น ดังนั้น จึงไมควรคบหาสมาคมดวย ไมวาจะ ใหหลงใหล ทุจริต ผิดกุศล เปนเพือนรวมคิด เปนมิตรรวมพูด เปนสหายรวมท�า ใหเวน ่ ใครชมยอ ก็ยอมยก กระดกตน โดยเด็ดขาด ถาพลาดทาเสียที ก็จะกลายเปนผีในรางมนุษย ระวังคน ยกยอ จะลอเรา จ�ากันไวใหดี อยาผลีผลามเชื่อตามคนพวกนี้ นี่คือลักษณะของคนหัวประจบ อยาคบเปนเพื่อนพระ ตอไปนี้เปนประเด็น “คนมีเพื่อน” เพื่อนที่จะกลาวถึงทานเตือนใหหลีกเวนเหมือนเห็นอสรพิษ เพราะมันเปนพิษ ตอไปนี้เปนเพื่อนที่ดี เปนเพื่อนแท เพื่อนประเภทนี้ ทานเปนภัยคบไปก็มีแตความฉิบหายถายเดียว จ�าแนกไว มีอยู  จ�าพวก คือ
  • 29. แสงธรรม 27 Saeng Dhamma ๑. เพื่อนมีอุปการะ เพื่อนรวมสุขรวมทุกข์ มีลักษณะ  คือ ๒. เพื่อนรวมสุขรวมทุกข์ ๑. ขยายความลับของตนแกเพื่อน . เพื่อนแนะประโยชน์ ๒. ปดความลับของเพื่อนไมใหแพรงพราย ๔. เพื่อนมีความรักใคร . ไมละทิ้งในยามวิบัติเพื่อนมีอุปการะ มีลักษณะ  คือ ๔. แมชีวิตก็อาจสละแทนกันได ๑. ปองกันเพื่อนผูประมาทแลว เพื่อนรวมสุขรวมทุกข์ เพื่อนประเภทนี้ ตรงกับค�าที่ ๒. ปองกันทรัพย์ของผูประมาทแลว ชาวบานทั่วไปเรียกกันวา “เพื่อนตาย” นั้นเอง เพื่อนกิน . เมื่อมีภัยก็พึ่งพากันได หาไดเพื่อนตายหายาก เพื่อนรวมสุขรวมทุกขนี้ เปนยอด ๔. เมือมีธระชวยออกทรัพย์เกินกวาทีจะออกปาก ่ ุ ่ แหงเพื่อนเปนยอดแหงมิตร ชนิดที่หาไดยากจริง ๆ ถาใคร เพื่อนมีอุปการะ ไดแกเพื่อนที่มีน�้าใจรักใครกันจริง ๆ มีเพื่อนประเภทนี้ ก็เปนศรีแกตนจนวันตาย ขยายความรักเพือนเสมือนรักชีวตของตนไมใชรกกันแตปาก แตหากรัก ่ ิ ั ลับของตนแกเพื่อน เสมือนหนึ่งวา เพื่อนกับตนเปนคน ๆดวยชีวตจิตใจ เมือรักเพือนเสมือนชีวต ก็คดหาทางปองกัน ิ ่ ่ ิ ิ เดียวกัน ตนมีความลับอะไร ก็ใหเพื่อนไดรูความลับนั้นทุกเพื่อนใหมีความปลอดภัย เพื่อนคนไหนประมาทขาดสติ ก็ อยาง ไมตางอะไรกับตน เพื่อนที่ดีไมตองมีลับลมคมใน มีด�าริหาวิธีปองกันเพื่อนคนนั้น ดวยการแนะน�าตักเตือน อะไรบอกเพื่อนใหหมด เพื่อนแทตองคบกันแบบเปดอกเพือนไมใหประมาท เพราะความประมาทเปนทางแหงความ ่ อยาปกปดความลับใหเปนทีแคลงใจสงสัยซึงกันและกัน ขอ ่ ่ตาย สวนคนประมาทแลวก็เหมือนคนตายแลว พรอมกัน ส�าคัญอีกอยางหนึงของเพือนประเภทนี้ ก็คอตองปดความ ่ ่ ืนั้นก็หาอุบายปองกันทรัพยของเพื่อนผูประมาทแลว ไมให ลับของเพื่อนใหดี อยาผลีผลามแพรงพรายขยายความลับเกิดความเสียหาย เมื่อมีภัยเกิดขึ้น ก็พึ่งพาอาศัยกันได ของเพื่อนใหใคร ๆ ลวงรูเปนอันขาด หัวขาดตีนเด็ดอยางไรคราวเจ็บไขไดปวยก็ชวยกันรักษาพยาบาล คราวมีธุระการ ก็อยาใหใคร ๆ ลวงรูความลับของเพือน ความลับของเพือน  ่ ่งานเกิดขึ้น ก็ชวยออกทรัพยเกินกวาที่จะออกปากคือชวย ก็เสมือนความลับของตัว รั่วไมไดรูไดเฉพาะสองคน อยาออกทรัพย ไมใชแตพูดอยางเดียว เพื่อนที่มีอุปการคุณดัง ใหเขาหูคนที่สาม ถึงยามวิบัติฉิบหายก็ยึดอุบายไมทอดทิ้งที่กลาวมานี้ เปนเพื่อนที่ดี ควรคบหาสมาคมดวย กัน ชวยเหลือเกื้อกูลกันในยามวิบัติ ขจัดทุกขบ�ารุงสุขเปน คุณกัญญา สว่างโรจน และคณะ ร่วมท�าบุญถวายภัตตาหารเพล ฉลองวันเกิดใหคณกุลชาติ สุทธิศาสนกุล ๒ ส.ค. ๒๕๕๔ ุ
  • 30. แสงธรรม 28 Saeng Dhammaนิจ แมแตชีวิตถึงความจ�าเปนจริง ๆ ก็สละแทนกันได นี่ อยูปราสาทราชมณเียรก็ตองอยูดวยกัน รักเพือนก็เหมือน    ่คือลักษณะที่แทจริงของเพื่อนรวมสุขรวมทุกข ถาหาก รักตน รักตนก็เหมือนรักเพือน แมจะบิดเบือนพระด�ารัสทีวา ่ ่ลักษณะดังกลาวนี้ มีอยูในบุคคลใด ก็ควรเขาใกลคบหา “ความรักอืนเสมอดวยตนไมม” ก็ตาม ถาหากมีคนกลาว ่ ีสมาคมกับบุคคลนั้น อันจะกอใหเกิดความสิริมงคลสงผล ต�าหนิตเิ ตียนเพือนตาง ๆ นานา ก็อาสาออกมาโตเถียงแทน ่ใหมีความปลอดภัยในชีวิตประจ�าวันตลอดไป เขา ติเตียนเพือนก็เสมือนติเตียนตน ตองหาเหตุผลมาหักลาง ่เพื่อนแนะประโยชน์ มีลักษณะ  คือ ค�าต�าหนิอนไมเปนจริงนัน เพือใหเพือนสบายใจ ถาบังเอิญ ั ้ ่ ่ ๑. หามไมใหท�าความชั่ว ไดยนไดฟงใครเขากลาวค�าสรรเสริญเพือนรักก็รจกรับรองวา ิ  ่ ู ั ๒. แนะน�าใหตั้งอยูในความดี ค�าสรรเสริญนันเปนความจริงทุกประการ ไมเปนการกลาวเกิน ้ . ใหไดงสิ่งที่ไมเคยง ความจริงแตอยางใด ที่กลาวมาทั้งหมดนี้คือลักษณะของ ๔. บอกทางสวรรค์ให เพือนมีความรักใคร ถาลักษณะดังกลาวนี้ มีอยูในบุคคลใด ่  เพื่อนแนะประโยชน์ เปนประเภทผูแนะแนวทาง ชี้ ก็ควรเขาใกลคบคาสมาคมกับบุคคลนันในฐานเปนเพือนกัน ้ ่แนวทาง เพื่อนที่ดีมีลักษณะคอยแนะแตสิ่งที่ดีมีประโยชน ก็จะกอใหเกิดความสุขดวยกันทังสองฝาย ้แกเพื่อนอยูตลอดเวลา เวลาเห็นเพื่อนจะไปท�าอะไรที่ไมดีงามก็หามปรามตักเตือนบอกเพื่อนวา “ความชั่วไมท�าเสียเลยนั้นแหละดี” หามไมใหทาความชั่วทุกอยาง แนะแนว �ทางใหสรางแตความดี หาโอกาสใหเพือนไดรไดเห็นไดยนได ่ ู ิฟง แตสิ่งที่มีคุณคาแกชีวิตจิตใจ แนะน�าใหอานหนังสือธรรมะทางศาสนา ชักจูงแนะน�าใหสนใจในการฟงธรรมฟงเทศน อันเปนเหตุใหเกิดความสงบสุขทางจิตใจ แลวก็แนะน�าใหฝกฝนอบรมจิตใจดวยการปฏิบตธรรม นีคอเพือน  ัิ ่ื ่แนะประโยชน โปรดคบเพื่อนประเภทนี้ วิถีชีวิตของเราจะไดดาเนินไปดวยความปลอดภัยในทีทกสถาน และในกาล � ่ ุทุกเมือ ่ ทานผูอานทังหลาย ธรรมบรรยายเรือง “คนมีเพือน”  ้ ่ ่เพื่อนมีความรักใคร มีลักษณะ  คือ มีเนือหาสาระเต็มไปดวยหลักวิชาการ หวังวาคงไมทาความ ้ � ๑. ทุกข์ ๆ ดวย ร�าคาญและหนักใจแกทานทังหลายมากนัก การน�าหลักวิชา  ้ ๒. สุข ๆ ดวย มาบรรยายไว ก็เพือใหทานทังหลายไดศกษาเรียนรูถงลักษณะ ่  ้ ึ ึ . โตเถียงคนที่พูดติเตียนเพื่อน ธาตุแทของคนชัวและคนดีวา มีลกษณะตางกันอยางไร ทาน ่  ั ๔. รับรองคนที่พูดสรรเสริญเพื่อน ไมจาเปนตองจ�าหลักวิชาเหลานันก็ได เพียงแตใหอานใหฟง � ้   เพือนมีความรักใคร ไดแกเพือนทีมเี มตตา กรุณา ตอ ่ ่ ่ ดวยการพินจพิจารณาโดยความแยบคายเทานันเอง ทานก็ ิ ้กันรักกันฉันทพฉนทนองทีดทงหลาย เปนเพือนกันทังทาง ี่ ั  ่ ี ั้ ่ ้ จะมองเห็นปญหาในเรื่องการคบคนเปนเพื่อนไดอยางทะลุรางกายและทางจิตใจ ไมใชเปนแตปาก ถึงคราวทุกขยาก ปรุโปรง พระพุทธเจาของเราทังหลาย พระองคทรงมองเห็น ้ล�าบากสาระพัดนานาประการ ก็ตองทุกขดวยกัน นอนกลาง   วาชีวตของคนเราจะด�าเนินไปดวยความราบรืน ไดรบแตสง ิ ่ ั ิ่ดินกินกลางทรายดวยกัน ถึงคราวมีความสุขก็ตองสุขดวยกัน 
  • 31. แสงธรรม 29 Saeng Dhammaทีดทสดทีมนุษยควรจะได ก็ขนอยูกบการคบคาสมาคมเปน ดังพระด�ารัสที่พุทธองคทรงตรัสวา ่ ี ี่ ุ ่ ึ้  ัประการส�าคัญ ดังนัน จึงไดนาเอาหลักวิชาวาดวยการคบ ้ � สย� กตานิ ปุญานิ ต� มิตต� สมปรายิก�.เพือน (คนมีเพือน) มาเสนอทานทังหลายคอนขางจะละเอียด ่ ่ ้ บุญกุศลคุณงามความดีทตนไดทาไวแลว จักเปนมิตร ี่ �หวังวาขอเสนอนี้คงจะเอื้อประโยชนแกทานทั้งหลายพอ เปนเพื่อนเปนสหายในภายภาคเบื้องหนา ดังนี้สมควร ธรรมชาติ ของนก ตองมีขน จึงจะทน บินไปมา ไรปญหา เรื่อง “นกมีขน  คนมีเพื่อน” น�าเสนอทานทั้งหลาย ครองชีวิต อยูได ตามธรรมดามาเพือเปนการเตือนจิตสะกิตใจใหทกทานเปนผูไมประมาท ่ ุ  เพราะเหตุวา มีขน ทนบินไปเกิดมาเปนคนกับเขาทังชาติตองเปนคนฉลาดในการมีเพือน ้  ่ นกตัวใด ไรขน ก็จนตรอกเปนคนดี เพื่อเปนศรีสงเสริมชีวิตใหดาเนินไปตามท�านอง � หาทางออก ไมได รอวันตายครองธรรมชีวิตจะไมตกต�่าเพราะมีธรรมเปนเครื่องน�าทาง มีชีวิต ไปวันวัน จนวันตายเพื่อนที่มีความส�าคัญที่สุด ซึ่งมนุษยทุกคนควรจะเขาใจใส เปนเคราะหราย ไมมีขน จนปญญาปลูกฝงไวภายในจิตใจ นั่นก็คือบุญกุศลคุณงามความดี สิ่ง ธรรมดา เปนคน ตองมีเพื่อนเหลานี้จะเปนเพื่อนเปนสหายเปนมิตรติดตามชวยเหลือ เปนเสมือน มีเรือน ที่พึ่งพาเกือกูลเราไปตลอดเวลาทุกภพทุกชาติ ในทีทกสถานและใน ้ ่ ุ ครองชีวิต อยูได ดวยปญญา เพราะเหตุวา มีเพื่อน คอยเตือนใจกาลทุกเมือ และเปนเพือนทีซอสัตยสจริตไมคดคดทรยศหัก ่ ่ ่ ื่ ุ ิ มีเพื่อนดี คอยเตือนใจ ไมเสียหายหลังแตอยางใด ไมวาในที่ลับในที่แจงตอหนาและลับหลัง มีสหาย ชวยงาน งานกาวไป และมีมิตร คอยสะกิด ทุกอยางไป การมีเพื่อน เราจะได รับผลดี การมีเพื่อน พระทานเตือน อยาผลีผลาม อยาคบตาม ความพอใจ นั่นไมดี ตองเลือกคน แตเพื่อน เปนคนดี จะเปนศรี สงผล ใหพนภัย มีเพื่อนดี ก็เปนศรี งามสงา จะน�าพา กาวไป สูเสนชัย เพราะเพื่อนดี เปนคนดี มีน�้าใจ มีอะไร เกิดขึ้น ชวยกันท�า ดวยเหตุนี้ ปราชญเมธี จึงเตือนตัก ใหทุกคน รูจัก ประพฤติธรรม ควรมีเพื่อน มีสหาย คอยแนะน�า เพื่อชักน�า สูความ สงบเย็น กราบเทาแม่พ่อ ลกขอลาบวช จะตั้งใจสวดมนตภาวนา
  • 32. แสงธรรม 30 Saeng Dhamma ..     “”  
  • 33. แสงธรรม 31 Saeng Dhamma       
  • 34. แสงธรรม 32 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวงาี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี)  ออง้อยแลอง ค รูสี: หลวงตาขอรับ! เรื่อง “อนนุโสจิยชาดก” วาดวยทุกคนตองตาย ควรเมตตากัน ทีหลวงตา น�าเสนอคราวที่ผานมานั้น เปนชาดกที่มีเนื้อหาสาระและมี ่ คติธรรมเตือนสติเตือนใจคนเราไดดีมาก หากทุกคนใชปญญา พิจารณาโดยแยบคายแลวจะเห็นไดวาในชาดกเรื่องนี้สอนให ทุกคนมีสติ อยาประมาท และตืนตัวอยูตลอดเวลา ใหพจารณา ่  ิ ทุก ๆ วันวา คนเราทุกคนที่เกิดมาจะตองตายดวยกันทั้งนั้น ดวยความจริงขอนี้ ขณะที่เรายังมีชีวิตอยูนั้น ทุกคนควรมี เมตตาตอกัน รักใครกัน ชวยเหลือเกื้อกูลกัน อยาเบียดเบียน กัน ใหมีความรักใครปรารถนาใหทุกคนซึ่งเปนเพื่อนเกิด แก เจ็บ ตายดวยกัน มีความสุขโดยทั่วกัน นี่คือสาระส�าคัญใน ชาดกเรื่องนี้ ถาทุกคนน�าคติธรรมนี้ไปใชในชีวิตประจ�าวัน ก็ จะกอใหเกิดความสงบสุขรวมกันโดยทั่วหนา เอาละ! ขอรับ หลวงตา ชาดกเรืองนีผานไปได ขอนิมนตหลวงตาน�าเสนอชาดก ่ ้ เรืองอืนตอไป ขอรับ ่ ่ หลวงตา: ครูส!ี ในครังนี้ หลวงตาจะขอน�าเสนอในเรือง ้ ่ “พรหาัตตชาดก” วาดวยเอาของนอย แลกของมาก ชาดกเรือง ่ นีมความวา พระศาสดาเมือประทับอยู ณ พระวิหารเชตวัน ทรง ้ี ่ ปรารภภิกษุโกหก จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคาเริมตนวา “ติณ� � ่ ติณนติ ลปสิ” ดังนี้ ชาดกนี้ มีเรืองในอดีตเลาไวดงตอไปนี้ ่ ั ในอดีตกาล เมือพระเจาพรหมทัตครองราชสมบัตอยู ่ ิ      ในนครพาราณสี พระโพธิสตวไดเปนอ�ามาตยผสอนอรรถและ ั ู
  • 35. แสงธรรม 33 Saeng Dhammaธรรมของพระเจาพาราณสีนน พระเจาพาราณสีทรงยกกองทัพ ั้ แกปญหาทั้งปวงในเวลาเสร็จภัตกิจ ไดกระท�าอนุโมทนาอันใหญไปเฉพาะพระเจาโกศล เสด็จไปนครสาวัตถีเขานครแลว วิจิตรงดงาม พระราชาทรงเลื่อมใสยิ่งขึ้น ทรงรับปฏิญญาใหก็จับพระเจาโกศลไดดวยการรบ ก็พระโกศลมีพระราชโอรส พระฤาษีเหลานั้นแมทั้งหมดอยูในพระราชอุทยานพระนามวา “ัตตกุมาร” ฉัตตกุมารนันไดปลอมเพศหนีออก ้ ฉัตตฤาษีรมนตสาหรับขนขุมทรัพย เธอเมืออยูในพระ ู � ่ ไปยังเมืองตักกศิลา เรียนไตรเพทและศิลปศาสตร ๑ ประการ ราชอุทยานนัน คิดวา พระเจาพาราณสีนทรงฝงทรัพยอนเปน ้ ี้ ัแลวเสด็จออกจากเมืองตักกศิลา เที่ยวศึกษาศิลปะทุกลัทธิ ของพระราชบิดาเราไว ณ ที่ไหนหนอ จึงรายมนตแลวตรวจดูจนถึงปจจันตคามแหงหนึ่ง มีพระดาบส ๕๐๐ รูปอาศัย อยูก็รูวาฝงไวในพระราชอุทยาน จึงคิดวา เราจักถือเอาทรัพยปจจันตคามนั้นอยู ณ บรรณศาลาในปา พระกุมารเขาไปหา ในทีนแลว ไปยึดเอาราชสมบัตของเรา จึงเรียกดาบสทังหลาย ่ ี้ ิ ้ดาบสเหลานั้น แลวคิดวา จักศึกษาอะไร ๆ ในส�านักของพระ มาแลวกลาววา ทานผูนิรทุกขทั้งหลาย ขาพเจาเปนโอรสของดาบสเหลานั้น จึงบวชเรียนเอาสิ่งที่พระดาบสเหลานั้นรู พระเจาโกศล พระเจาพาราณสียึดเอาราชสมบัติของขาพเจาทั้งหมด มา ขาพเจาจึงปลอมเพศออกมา ตามรักษาชีวิตของตนตลอด ครั้นตอมา เธอไดเปนศาสดาในคณะ อยูมาวันหนึ่ง กาลประมาณเทานี้ไดเรียกหมูฤาษีมาแลวถามวา ทานผูนิรทุกขทั้งหลาย เพราะ บั ด นี้ ข า พเจ า ได ท รั พ ย อั น เป น ของตระกู ล แล วเหตุไรพวกทานจึงไมไปยังมัชิมประเทศ หมูฤาษีกลาววา ขาพเจาจักถือเอาแลว ไปยึดเอาราชสมบัติของตน ทานทั้งทานผูนิรทุกข ขึ้นชื่อวามนุษยทั้งหลายในมัชิมประเทศเปน หลายจักกระท�าอยางไร พวกฤาษีทั้งหลายกลาววา พวกบัณิตเขาถามปญหาใหท�าอนุโมทนา ใหกลาวมงคล ยอม ขาพเจาทังหลายก็จกไปกับทานเหมือนกัน ฉัตตฤาษีนนรับค�า ้ ั ั้     ติเตียนผูไมสามารถ เราทั้งหลายจึงไมไป เพราะความกลัวอัน วา ตกลง แลวใหท�ากระสอบหนังใหญ ๆ ในเวลากลางคืน จึงนั้นฉัตตดาบสจึงกลาววา ทานทั้งหลายอยากลัวเลย ขาพเจา ขุดภาคพืนขนตุมทรัพยขนมา ใสทรัพยลงในกระสอบทังหลาย ้  ึ้ ้จักท�ากิจนั้นทั้งหมด หมูดาบสจึงกลาววา ถาอยางนั้นพวกเรา แลวบรรจุหญาไวเต็มตุมแทนทรัพย ใหฤาษี ๕๐๐ และมนุษยก็จะไป ดาบสทั้งปวงถือเอาเครื่องหาบบริขารของตน ๆ ไปถึง อืน ๆ ถือเอาทรัพยแลวพากันหนีไป ถึงนครสาวัตถี ใหจบพวก ่ ัเมืองพาราณสีโดยล�าดับ ขาหลวงแลวยึดเอาราชสมบัตไว จึงใหท�าการซอมแซมก�าแพง ิ ฝายพระเจาพาราณสี ทรงกระท�าราชสมบัติของ และปอมคาย เปนตน กระท�านครนั้นใหเปนนครที่พระราชาพระเจาโกศลใหอยูในเงื้อมพระหัตถของพระองคแลว ทรงตั้ง ผูเ ปนขาศึก จะยึดไมได ดวยการสูรบอีกตอไป แลวครอบครอง ผูควรแกพระราชา (ขาหลวง) ไวในพระนครนั้น สวนพระองค พระนครอยูทรงพาเอาทรัพยทมอยูในพระนครนัน ไปยังพระนครพาราณสี ี่ ี  ้ ฝายพระเจาพาราณสี พวกราชบุรษกราบทูลวา ดาบส ุใหบรรจุเต็มตุมโลหะแลวใหฝงไวในพระราชอุทยาน ในสมัย ทั้งหลายถือเอาทรัพยจากพระราชอุทยานหนีไปแลว ทาวเธอนันประทับอยูเฉพาะในพระนครพาราณสีนนเอง ครังนัน พระ ้  ั้ ้ ้ จึงเสด็จไปยังพระราชอุทยาน รับสั่งใหเปดตุมขุมทรัพย ทรงฤาษีเหลานั้นอยูในพระราชอุทยานตลอดคืน พอวันรุงขึ้น จึง เห็นแตหญาเทานัน ทาวเธอเกิดความเศราโศกอยางใหญหลวง ้พากันเขาไปภิกขาจารยังพระนคร แลวไดไปยังประตูพระราชา เพราะอาศัยเปนเหตุ จึงเสด็จไปยังพระนคร เสด็จเทียวบนเพอ ่นิเวศน พระราชาทรงเลื่อมใสในอิริยาบถของพระฤาษีเหลา อยูวาหญา ๆ ใคร ๆ อื่นไมสามารถท�าความเศราโศกของนั้น จึงใหนิมนตมา แลวใหนั่ง ณ ทองพระโรง ถวายขาวยาคู พระองคราชาใหญหลวงนัก พระองคทรงเที่ยวบนเพออยู ก็และของเคียว แลวตรัสถามปญหานัน ๆ จนถึงเวลาภัตตาหาร ้ ้ เวนเราเสีย ใครๆอื่นไมสามารถจะบรรเทาความเศราโศกของฉัตตดาบสเมื่อจะท�าพระหฤทัยของพระราชาใหทรงยินดี จึง ทาวเธอได เราจักกระท�าทาวเธอใหหมดความเศราโศก วันหนึง ่
  • 36. แสงธรรม 34 Saeng Dhammaพระโพธิสัตวนั่งเปนสุขอยูกับพระราชาในเวลาที่พระองคบน ความเปนพหูสูต จักกระท�าบุคคลเห็นปานนั้นใหเปนอยางไรเพอ จึงกลาวคาถาที่ ๑ วา :- ศีลจักใหเขาถึงพรอมอะไร จักน�าความวิบัติแกเขาเทานั้น พระองค์ตรัสเพออยูวาหญา ๆ ใครหนอน�าเอาหญา  พระเจาพาราณสีนน ครันตรัสติเตียนฉัตตฤาษีนนแลว ั้ ้ ั้มาถวายพระองค์ พระองค์มีกิจดวยหญาหรือหนอ จึงตรัส เปนผูหมดความเศราโศก เพราะคาถาพระโพธิสัตวนั้น ทรงถึงแตหญาเทานั้น ครองราชสมบัติโดยธรรม ความวา กิจทีจะพึงท�าดวยหญามีอยูแกพระองคหรือ ่  พระศาสดาครันน�าพระธรรมเทศนานีมาแลว จึงทรง ้ ้หนอ? เพราะพระองคตรัสถึงแตหญาอยางเดียววา หญา-หญา ประชุมชาดก วา พระฉัตตฤาษีในครั้งนั้น ไดเปนภิกษุโกหกหาไดตรัสวา หญาชื่อโนน หญาชื่อนี้ไม ขอพระองคจงตรัสถึง ในบัดนี้ สวนอ�ามาตยผเู ปนบัณิตในครังนัน ไดเปนเราตถาคต ้ ้ชื่อของหญานั้น ๆ กอนวา หญาชื่อโนน หญาชื่อนี้ ขาพระองค ฉะนี้แลทั้งหลายจักน�ามาถวายพระองค ขอพระองคโปรดอยาตรัส เนือความใน “พรหาัตตชาดก” วาดวยเอาของนอย ้พร�่าเพอเอาหญาเปนเหตุเลย แลกของมากก็จบลงเพียงเทานี้ ในชาดกเรื่องนี้ ครูสีฟงแลวมี พระราชาสดับดังนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๒ วา :- ความเขาใจและไดความรูอะไรบาง และครูสีมีความพอใจ มี ัตตาษีผูมีรางกายสูงใหญ เปนพรหมจารี เปน ความประทับใจในประเด็นใดบางพอที่จะน�ามาเปนคติเตือนพหูสูตมาอยู ณ ที่นี้ เขาลักทรัพย์ของเราจนหมด แลวใส ใจตนเอง และบอกกลาวแกคนอื่นเพื่อชวยกันสงเสริมค�าสอนหญาไวในตุมแทนทรัพย์ แลวหนีไป ที่มีสาระประโยชนแกสังคมแหงการอยูรวมกันตอไป ค�าวา “ัตโต” เปนชื่อฤาษีนั้น ถือเอาทรัพยทั้งหมด ครูสี : หลวงตา ขอรับ! ผมฟงชาดกเรื่องนี้ดวยความพระเจาพาราณสี เมื่อจะแสดงวา ฉัตตฤาษีใสหญาไวในตุมจึง ตังใจโดยตลอด แตกจบเนือความอะไรใหแจมแจงไมได มีความ ้ ็ั ้ตรัสอยางนั้น ลึกลับซับซอนฟงแลวก็ทาใหงงไปหมด จับตนชนปลายอะไร ๆ � พระโพธิสัตวไดฟงดังนั้น จึงกลาวคาถาที่ ๓ วา :- ไมคอยจะถูก เอาของนอยแลกของมาก ก็ยากที่ผมจะเขาใจ การถือเอาทรัพย์ของตนไปหมด และการไมถือเอา งงเปนไกตาแตกมองไมเห็นวาอะไรเปนอะไร แมตวเองก็ยงไมั ัหญา เปนกิจที่ผูปรารถนาเอาของนอยมาแลกของมาก พึง เขาใจ แลวอยางนี้จะบอกกลาวแกคนอื่นไดอยางไร หลวงตา!กระท�าอยางนัน ัตตาษีใสหญาในตุมหนีไปแลว การร�่าไร ้  ดังนั้น ผมตองขอถวายเรื่องนี้คืนหลวงตา โปรด เมตตาอธิบายร�าพันในเรื่องนั้นจะมีประโยชน์อะไร ขยายความใหแจมแจงตอไปดวย ขอรับ หลวงตา ค�าในคาถามีความหมายดังนี้ การถือเอาทรัพยอัน หลวงตา: เออ! จริงดังทีครูสวานะ ชาดกเรืองนีมความ ่ ี ่ ้ีเปนของพระราชบิดาไปทั้งหมด และการไมถือเอาหญาที่ไม หมายทีเ่ ขาใจไดยาก ฟงแลวก็ทาใหคนออนปญญาประเภทครูสี �ควรจะถือเอาไปนั้นเปนกิจที่ผูปรารถนาทรัพยดวยหญาอันมี มีความสงสัยไมเขาใจในความหมายสลับซับซอนนัน ๆ เหมือน้ประโยชนนอย จะพึงกระท�าอยางนั้น ขาแตมหาราชเจา ดัง กับความฝนในขณะนอนหลับ จับความอะไรไมได พอตื่นขึ้นนัน ฉัตตฤาษีผมรางกายสูงใหญนน จึงถือเอาทรัพยอนเปนของ ้ ู ี  ั้ ั มาก็หายหมด! เอาละ ครูสี หลวงตาจะคลี่คลายปญหาเรื่องพระราชบิดาตนซึ่งควรจะถือเอา แลวบรรจุหญาที่ไมควรถือ นี้ใหครูสีฟง ตั้งใจฟงใหดีก็แลวกัน ฟงดวยดียอมไดปญญาเอาไวในตุมหนีไปแลว จะพึงร�่าไรร�าพรรณอะไรกันในเรื่องนั้น ท�าลายปญหาความสงสัยใหหมดไป อุปไมยเหมือนดวงจันทร พระราชาสดับดังนั้น จึงตรัสคาถาที่  วา :- ดวงอาทิตยพนจากเมฆ ก็สองแสงสวางลงมาสูโลก ใหสวางไสว    ผูมศลทังหลาย ยอมไมทาอยางนัน คนพาลยอมท�า  ีี ้ � ้ รูวาอะไรเปนอะไรไดชัดเจนฉะนั้นอนาจารอยางนี้เปนปกติ ความเปนบัณิต จักท�าคนผูทุศีล เรื่องนี้ครูสีตองยอนไปล�าดับความมาตั้งแตพระเจามีศีลไมยั่งยืน ใหเปนคนอยางไร พาราณสี ยกทัพไปตีเมืองสาวัตถีของพระเจาโกศล ขนเอา บุคคลผูสมบูรณดวยศีล ประพฤติพรหมจรรยยอมไม    ทรัพยสมบัติของพระเจาโกศลผูพายแพแลวทรงแตงตั้งเสนากระท�ากรรมเห็นปานนั้น สวนคนพาลยอมท�าเปนปกติ กลาว อ�ามาตยผูใหญที่สมควรเปนราชาใหครองนครสาวัตถีที่ยึดไดคืออนาจารของตนเห็นปานนี้ได ผูประกอบดวยศีลยั่งยืน คือ แตพระเจาโกศลนันมีพระราชโอรสพระองคหนึงนามวา “ฉัตต ้ ่ไมเปนไปตลอดกาลนาน ความเปนบัณิตที่อบรมมาดวย กุมาร” ไดปลอมเพศหนีออกไป ในขณะทีเ่ จาพาราณสียดนคร ึ
  • 37. แสงธรรม 35 Saeng Dhammaสาวัตถีไวไดแลวฉัตตกุมารไปศึกษาศิลปะที่เมืองตักกศิลาจบ ของเรา จากนครสาวัตถีแลวใสตมโลหะใหญมาฝงไวทนี้ ดังนัน ุ ี่ ้วิชาไตรเพทและวิชาการตางๆ ๑ ประการ ลาอาจารยทิศา เราจักตองน�าเอาทรัพยอันเปนสมบัติของเรานี้กลับไปนครปาโมกข ออกไปศึกษาวิชากับพวกดาบสจบทุกอยาง แลวบวช สาวัตถีแลวจะครองราชสมบัติแทนพระราชบิดาตอไป พวกตั้งตัวเปนศาสดาของบรรดาดาบสทั้งหลาย ๕๐๐ เหลานั้น ทานทังหลายจะรวมกับเราหรือไม ดาบสเหลานันตอบรับตกลง ้ ้อยูมาวันหนึ่ง ก็ชวนดาบสเหลานั้นไปสูมัชิมประเทศ แต ทันทีแลวฉัตตดาบสก็สั่งใหน�ากระสอบหนังใหญขนทรัพยในดาบสเหล า นั้ น บอกว า ไม ก ล า ไป เพราะมนุ ษ ย ใ นมั ช ิ ม ตุมโลหะใสในกระสอบหนังใหญจนหมดแลว ใหใสหญาในตุมประเทศเปนบัณิต มีความคิดเฉลียวฉลาด ไมอาจตอบปญหา โลหะนั้นแทน จากนั้นก็พากันขนทรัพยหนีไปยังนครสาวัตถีเมื่อถูกถาม ขับไลพวกเสนาอ�ามาตยทพระเจาพาราณสีทรงแตงตังใหครอง ี่ ้ ฉัตตดาบสจึงบอกกับดาบส ๕๐๐ เหลานันวา ไมตอง ้  นครสาวัตถีออกไปใหหมด แลวสถาปนาตนเองขึ้นครองราชกลัว ขาพเจาจักรับเปนภาระในเรืองนีทงหมด ตกลงดาบสเหลา ่ ้ ั้ สมบัติเปนพระราชาปกครองนครสาวัตถีสมดังปณิธานทุกนันก็บอกวาตกลง แลวจึงพากันเขาไปสูพระนครพาราณสีพก ้  ั ประการอยูในพระราชอุทยานของพระเจาพาราณสีนน พอวันรุงขึนก็  ั้  ้ ฝายราชบุรษไดกราบทูลพระเจาพาราณสีวา ฉัตตดาบส ุ พากันเขาไปเทียวภิกขาจารในนครพาราณสี พระเจาพาราณสี ่ พรอมดวยบริวาร ๕๐๐ ไดขนเอาทรัพยที่ฝงไวหนีกันไปหมดทอดพระเนตรเห็นดาบสฤาษีเหลานั้นก็ทรงเลื่อมใสประทับ แลว พระราชาเสด็จไปพระราชอุทยานรับสังใหเปดตุมดูกทอด ่  ็พระทัยในอิรยาบถของฤาษีเหลานัน จึงนิมนตไปสูทองพระโรง ิ ้   พระเนตรเห็นแตหญาเต็มตุมทุกใบ ก็ทรงเสียพระทัย เศราถวายข า วยาคู เสร็ จ ภั ต กิ จ แล ว ฉั ต ตฤาษี ก็ มี ธ รรมกถา โศก บนเพอตลอดเวลาวา หญาหญา. ใคร ๆ ก็ไมสามารถอนุโมทนา พระราชาสดับแลวยิ่งพอพระทัยมากขึ้น จึงทรง ท�าความโศกเศราบนเพอของพระราชาใหระงับลงได สวนพระนิมนตฤาษีเหลานันมีฉตตฤาษีเปนหัวหนา ใหพากันอยูในพระ ้ ั  โพธิสัตวด�าริวา ยกเวนเราเสียไมมีใครสามารถท�าความโศกราชอุทยานตามอัธยาศัยตอไป เศราบนเพอวา หญาหญา ของพระราชาใหสงบระงับลงได เนืองจากฉัตตฤาษีมมนตตรวจดูขมทรัพย ทีไดศกษา ่ ี ุ ่ ึ ด�าริเชนนั้น พระโพธิสัตวนั้นไปเฝาพระราชา เวลาพระราชามาจากอาจารยทิศาปาโมกข ตกตอนกลางคืนก็รายมนตแลว ทรงบนเพอ จึงกลาววา พระองคทรงบนวา หญาหญา .ใครตรวจดูทรัพยของพระราชบิดา ซึงพระเจาพาราณสี น�ามาจาก ่ หนอเอาหญามาถวายพระองค พระองคมีกิจเกี่ยวกับหญานครสาวัตถี ฝงไวที่ไหนหนอ ก็รูทันทีวาใสตุมโลหะใหญฝงไว ดวยหรือจึงตรัสถึงแตหญาตลอดเวลา พระราชาตรัสวา ฉัตตฤาษีในพระราชอุทยานนี้เอง เมื่อรูที่ฝงทรัพยดวยการรายมนต มาอยูที่นี้ ขนเอาทรัพยของเราไปหมด แลวใสหญาไวในตุมตรวจดูเชนนี้แลว ฉัตตดาบสก็บอกกับดาบสทั้ง ๕๐๐ วา แทน แลวก็หนีไป พระโพธิสตวไดฟงดังนันก็คดวา การถือเอา ั  ้ ิพระเจาพาราณสีไดน�าเอาทรัพยอันเปนสมบัติพระราชบิดา ทรัพยไปหมด แตไมถือเอาหญา เปนกิจที่ผูประสงคเอาของ
  • 38. แสงธรรม 36 Saeng Dhammaนอยมาแลกของมาก จึงทรงกระท�าเชนนั้น ฉัตตฤาษีใสหญา เปนการท�าลาย คุณธรรมของพระองคซึ่งเปนผูสูงสงในดานในตุมหนีไปแลวการร�่าไรร�าพันในเรื่องนี้จะมีประโยชนอะไร คุณธรรมมากกวา ถามองในลักษณะเชนนี้ ก็อาจจะท�าใหเขาใจเลา พระราชาทรงสดับค�ากลาวของพระโพธิสัตวดังนั้นจึง วา น�าเอาของนอยมาแลกมาก เพราะฉัตตฤาษีมคณธรรมนอย ีุตรัสต�าหนิติเตียนฉัตตฤาษีวาคนมีศีลบริสุทธิ์ยอมไมท�าเชนนี้ กวาพระเจาพาราณสี แตกลาขนเอาทรัพยของพระเจาพาราณสีคนพาลเทานั้นยอมท�าสิ่งอนาจารเปนปกติ ความเปนบัณิต ผูมีคุณธรรมมากกวา แลวหนีไปจักท�าคนผูทุศีล มีศีลไมยั่งยืนมั่นคงใหเปนคนมีศลไดอยางไร ี การมองในลั ก ษณะเช น นี้ ก็ อ าจจะไม ถู ก ต อ งนั กนอกจากจะพบความวิบตใหแกเราเทานัน พระเจาพาราณสีตรัส ัิ ้ เพราะหลักความจริงมีอยูวา “เวรยอมไมระงับดวยการจองต�าหนิฉตตฤาษีแลวก็หมดความเศราโศก เพราะค�ากลาวของพระ ั เวร แตเวรยอมระงับไดดวยการไมจองเวร” การที่ฉัตตฤาษีโพธิสตวแลวก็ทรงครองราชสมบัตโดยธรรม ั ิ พรอมดวยบริวาร ๕๐๐ พากันขนเอาทรัพยในตุมทีฝงไวในพระ  ่ นี่แหละครูสี เรื่องเอาของนอยมาแลกของมาก ฝาก ราชอุทยานไปนั้น ก็เพราะทรัพยสมบัติทั้งหลายเหลานั้น มันใหครูสีคิดดวยความพินิจพิจารณาไดเปนสองนัย คือนัยหนึ่ง เปนทรัพยสมบัติของพระเจาโกศลผูครองนครสาวัตถี ซึ่งเปนฉัตตฤาษีเปนพระราชโอรสของพระเจาโกศล ซึ่งถูกพระเจา พระราชบิดาของฉัตตฤาษี เมื่อความจริงเปนเชนนี้ ฉัตตฤาษีพาราณสี ยกทัพไปรบชนะขนเอาทรัพยพระเจาโกศลไป ฉัตต ก็ถือวาเปนความชอบธรรมที่ตนจะตองน�าเอาทรัพยนั้น อันกุมารโอรสของพระเจาโกศลปลอมเพศหนีภัย ไปเรียนศิลปะ เปนสมบัติเดิมของตนคืนไปในเมื่อโอกาสอ�านวย ดวยหลักที่จบแลว บวชเปนฤาษีมีบริวาร ๕๐๐ พากันไปอยูในพระราช นักปราชญกลาววา เมื่อเราเอาของเขามา เขาก็เอาของเขาไปอุทยานของพระเจาพาราณสี เพราะพระองคทรงเลื่อมใส เราปลนเขา เขาก็ปลนเรา เราลักของเขา เขาก็ลักของเรา เปนศรัทธาในดาบสเหลานัน แตฉตตฤาษีไมไดบวชดวยศรัทธา แต ้ ั เรื่องปกติธรรมดา เปนกรรมสนองกรรมวาบวชดวยหนีภัยการเมือง เรื่องก็เปนดังที่กลาวมาแลว เมื่อ เรามีกรรมเปนของ ๆ ตน เราท�ากรรมใดไวก็ตองโอกาสอ�านวยก็ชวยกันขนเอาทรัพยที่พระเจาพาราณสีนามา � รับผลของกรรมนั้นจากนครสาวัตถีฝงไวในพระราชอุทยานไปหมด แลวก็ใสหญา เรามีกรรมเปนทายาท เปนผูรบมรดกของกรรมทีทาไว ั ่ �ไวในตุมแทน ลักษณะเชนนี้ก็เรียกวา เอาของนอย แลกของ เรามีกรรมเปนก�าเนิด เกิดมาเพราะกรรมของเรามาก คือหญาเปนของมีคานอยนิดผิดกับทรัพยมคานับไมถวน  ี  เรามีกรรมเปนเผาพันธุ์ มีกรรมเปนบริวารลวนแตเปนของมีคามาก ยากที่จะเทียบกันได หรือเทียบกัน เรามีกรรมเปนที่พึ่งอาศัย ท�ากรรมใดก็ตองอาศัยไมไดเลย ใครเคยเห็นหญามีคามากวาทรัพยสินทอง ลองคิดดู กรรมนั้นใหดกแลวกัน พลันก็จะเขาใจในประเด็นวา “เอาของนอย แลก ี็ ใครท�ากรรมดีกตามชัวก็ตามก็ตองรับผลของกรรมนัน ็ ่  ้เอาของมาก” นี่คือนัยหนึ่ง สวนอีกนัยหนึ่งนั้น คนเราสวนใหญไมคอยจะไดคิดกันเพราะมันเปนเรื่องละเอียดออน เปนเรื่องพฤติกรรมทางกายทางวาจาและทางใจ จัดเขาในลักษณะธรรมะควบคุมพฤติกรรมทางใจ วินัย-ศีล ควบคุมพฤติกรรมทางกาย ทางวาจา พระเจาพาราณสีตรัสต�าหนิติเตียนฉัตตฤาษีวา เปนคนทุศีล เปนคนมีศีลไมยั่งยืนมั่นคง แลวก็ท�าในสิ่งที่บัณิตคนดีเขาไมท�ากันคือการพาดาบส ๕๐๐ ขนเอาทรัพยที่พระองคใสตุมฝงไวในพระราชอุทยานหนีไป การกระท�าเชนนีของฉัตตฤาษี  ้พรอมดวยบริวารเปนการกระท�าของคนทุศล คนมีศลไมยงยืน ี ี ่ัมั่นคง พระเจาพาราณสีทรงมองฉัตตฤาษีวา เปนคนไมมีศีลเป น คนไม มี ธ รรม แต แ สดงพฤติ ก รรมออกมาในลั ก ษณะ     
  • 39. แสงธรรม 37 Saeng Dhamma นี่คือความจริง เปนสิ่งที่จะหลีกไมได ดังนั้น การที่ ของนอยนั้น มันคือ ของไรคาพระเจาพาราณสียกกองทัพเขาไปนครสาวัตถีจบพระเจาโกศล ั ไดแกหญา ที่ดาบส ก�าหนดใสแลวขนเอาทรัพยทงหลายมาฝงไวในพระราชอุทยาน เปนการ ้ั แทนสมบัติ ของมีคา น�าพาไปยึดเอาทรัพยของคนอื่นมาเปนของตนเพราะมีก�าลังพลเหนือ แลวก็ใส หญาแทนที่ หนีกันไปกวา จัดวาเปนการกระท�าที่ไมถูกตองชอบธรรม เปนกรรมที่ กอนหนานี้ มีทรัพย นับไมถวนตนท�าไว กรรมนั้นก็ตองเปนของ ๆ ตน จะยกผลใหคนอื่นรับ พระราชา ทรงประมาท ใสเต็มไหแทนไมได เพราะมันเปนมรดกของตนโดยชอบธรรม กรรมที่ แตตอมา พวกดาบส มาลักไปพระเจาพาราณสีทรงกระท�าไวนี้แล ตอมาภายหลัง เมือฉัตตฤาษีทเปนพระราชโอรสของ ่ ี่ แลวก็ใส หญาแทน แผนลวงตาพระเจาโกศล ไดโอกาสจึงสามารถขนเอาทรัพยที่พระเจา อยูตอมา พระราชา มาทราบเขาพาราณสีน�ามา กลับไปนครสาวัตถีอันเปนบานเกิดเมืองนอน ทรงโศกเศรา เหงาพระทัย ใหโสกาของตน นีแหละคือผลของ “กรรมสนองกรรม” พระเจาพาราณสี ่ อยูตรงไหน ไปตรงไหน ใหบนวาขนเอาของเขามาเปนของๆตน เขาก็ขนเอาทรัพยของพระเจา ใครเอาหญา ใสไว ในตุมเราพาราณสี หนีกลับไป ไมมีอะไรแนนอน ลวนแลวแตเปนเรื่อง แตกอนมา พระราชา มีความสุขของ “อนิจจัง” ทั้งนั้น “โลกคือหมูสัตว์ไมมีอะไรเปนของ ๆ ไมเคยทุกข โศกเศรา และโสกาตน จ�าตองละสิงทังปวงไป” พระเจาพาราณสีกอยาทรงต�าหนิ ่ ้ ็ พอฉัตตะ ฤาษี และพวกมาติเตียนฉัตตฤาษีวา เปนคนทุศลแตฝายเดียวเลย แมแตพระเจา  ี  เกิดปญหา ตามมา ในทันทีพาราณสีก็มีความบกพรองในเรื่องศีลพอ ๆ กันนั่นแหละ นี่ พระราชา ทรงนินทา พวกฤาษีคือมุมมองของค�าวา “เอาของนอยมาแลกของมาก” ในอีก วาเปนพวก ไมมี จรรยาดีนัยหนึ่ง การมองในลักษณะเชนนี้ เปนการมองในแงของคุณธรรมศีลธรรม ขนเอาทรัพย ของเรา แลวหลบหนี ของนอยนิด คิดแลก เอาของมาก พวกเหลานี้ หนีไมพน ผลของกรรม จึงขอฝาก ใหทุกคน มาสนใจ ของนอยนั้น มันคือ ของอะไร น�าเอาไป แลกของใหญ ไดอยางไร          
  • 40. แสงธรรม 38 Saeng Dhamma ในนามเจ า าพ ขอกราขอพระทั ย ม.จ.หิง วุิเลิม วุิชัย (ท่านหิงนัง) ในวาม เมตตาของพระองท่านทีดทรงกรุาเสดจมาเป็น ประธานในพิธีาปนกิจ ุแม่เพพรร สรวิสูตร A ในวันเสารที  สิงหาม  และขอกราขอพระุแขกผูมีเกียรติทุก ท่านทีมาร่วมวอาลัยและทําุเป็น เจาาพสวด พระอิธรรมใหุแม่  วัดทยกรุงวอชิงตัน ดี.ี. วันที ๑๑๖๑ สิงหาม  ยอดทํ า ุ  ทั้ ง หมด เจ า าพมอถวาย วัดทยกรุงวอชิงตัน ดี.ี. จํานวน   กราขอพระุเป็นอย่างสูง รอรัวชยะกุลม.จ. หญิง วุเฉลิม วุชย เปนประธานในพิธาปนกิจ ิ ิั ี ครอบครัวชยะกุล อาลัยรักคุณแม่อย่างสุดง ้ พิธสวดพระอภิธรรม ณ วัดทยกรุงวอชิงตัน ดี.ี. ี ยามจน ยามเจบ ยามจาก มากดวยน�าใจมตรี ้ ขอคุณแม่เพญพรรณ สสคติเทอญ ุ่
  • 41. แสงธรรม 39 Saeng Dhamma ท่องแดนพระพุทธศาสนา  ปี ณ ประเทศศรีลังกา ตอน : ยอดเขาสุมนกูฏ      ตอจากฉบับที่แลว�พระสง์กับการเมือง สงฆไมเห็นใจ รัฐบาลบาง ในที่สุดก็อะลุมอลวยกันไปได ครั้ ง หนึ่ ง สมั ย ฯพณฯ อู นุ เป น นายกรั ฐ มนตรี เพราะฉะนั้น นักการเมืองพมากับศรีลังกากลัวพระสงฆประกาศเลิ ก สอนพระพุ ท ธศาสนาในโรงเรี ย น เพราะ มาก ซึ่งก็เปนผลดีแกศาสนา แตเปนผลเสียทางดานวินัยประสงคจะใหโรงเรียนเปนสาธารณะ ไมผูกพันกับศาสนา ส�าหรับประเทศไทย เราก็มวถทางทีแตกตางกัน เรา ีิี ่ใดศาสนาหนึง ทังนีเพราะวาในพมามีพวกกะเหรียงนับถือ ่ ้ ้ ่ อยูกนคนละที่ มีปญหากันคนละอยาง มีทางเดินคนละทาง ั ศาสนาคริสตกันมาก พวกลูกพมากับแขกนับถือศาสนา แมวาเราจะมีพระพุทธศาสนาเหมือนกัน แตบทบาทพระอิสลามก็มาก อูนุปรารถนาจะแสดงความยุติธรรม เมื่อ สงฆกับการเมืองนั้นแตกตางกัน ดังทรรศนะของ ทานเจาประกาศแลวคณะสงฆในยางกุง สหายอังวะ มัณเล ได คุณพระธรรมปฎก (ประยุทธ ปยุตโต) ไดแสดงแนวทางนัดเดินขบวนคัดคาน ครังนันมีพระหลายพันรูปมาประชุม ้ ้ และความคิดไวในหนังสือกรณีสนติอโศก ซึงเปนงานรักษา ั ่กันที่หนาพระมหาธาตุชะวาดากอง ในที่สุดรัฐบาลก็ยอม พระธรรมวินัย ในตอนหนึ่ง เรื่อง พระสงฆกับการเมือง วาแพ คงเปนวาโรงเรียนในวัดก็ดี โรงเรียนที่จัดขึ้นโดย การเมืองคืองานของรัฐ หรืองานของแผนดินโดยพระพุทธบริษัทก็ดี ใหสอนวิชาพระพุทธศาสนาตามเดิม เฉพาะ ไดแกการบริหารราชหารแผนดิน เปนงานที่มีและควรให เปนภาควิชาบังคับอีกดวย บางครั้งก็ตองตอสู วั ต ถุ ป ระสงค เ พื่ อ รั ก ษาความสงบเรี ย บร อ ยของสั ง คมกันอยางหนัก เชนครั้งหนึ่งเปนวันบูชาของศาสนาอิสลาม สรางสรรคประโยชนสุขของประชาชน และความเจริญจะมีการฆาแพะฆาโคเปนการใหญ พระสงฆพมาเดินขบวน รุงเรืองมั่นคงของประเทศชาติ โดยเนื้อแท จึงเปนสิ่งที่คัดคาน บังคับใหรัฐบาลออกค�าสั่งหาม รัฐบาลไมสามารถ เกี่ยวของ มีผลกระทบถึงบุคคลในชาติ บานเมืองนั้นๆปฏิบตตาม มีพระพมาหลายรูปประกาศอดขาว เมือเจอลูก ัิ ่ เหตุการณนี้การเมืองจึง เกี่ยวของกับคนทุกคนนีเ้ ขาประธานาธิบดีกประกาศจะอดขาวเหมือนกัน ถาคณะ ็ ในทางกลับกัน บุคคลทุกคนก็เกียวของกับการเมือง ่
  • 42. แสงธรรม 40 Saeng Dhammaโดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตย ทุกคนยอมมีหนาที่ทาง สถาบันสงฆนี้ไมขึ้นตอระบบตาง ๆ ของสังคม และไมการเมือง อยางไรก็ตามหนาที่และบทบาทของบุคคลตอ วุนวายกับสถาบันตาง ๆ ที่ก�าหนดไวในสังคมนั้นโดยตรงการเมืองยอมแตกตางกันไป ตามภาวะและสถานภาพของ ในทางสังคมไทย บทบาทและหนาที่ทางการเมืองตน พระสงฆก็เปนบุคคลประเภทหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทและ ของพระสงฆ ไดดาเนินมาในลักษณะทีเ่ ขารูปเปนมาตรฐาน �หนาที่จ�าเพาะทางการเมือง บทบาท และหนาที่ของพระ พอสมควร พระสงฆสงสอนหลักธรรมทางการปกครองและ ั่สงฆทางการเมือง ก็คือการแนะน�าสั่งสอนธรรมะเกี่ยวกับ สอนนักปกครองใหมีธรรม แตไมเขาไปยุมยามกาวกายในการเมือง โดยเฉพาะการแสดงหลักการปกครองที่ดีงาม กิจการบานเมือง ทางบานเมืองก็ยกชูสถาบันสงฆไวใน ฐานะที่เหนือการเมือง โดยมีประเพณีทางการเมืองที่ ปฏิบตเกียวกับวัดและพระสงฆ เชนวาผูใดผูหนึง เขาไปใน ัิ ่   ่ พัทธสีมาของวัด ก็เปนอันพนภัยทางการเมืองเหมือนลีภย ้ ั ออกไปในตางประเทศ ผูบวชแลวก็เปนผูพนราชภัย และ เปนผูพนภัยจากปรปกษทางการเมือง ดั ง นั้ น ในกรณี ข  า ราชบริ พ ารของสมเด็ จ พระ นารายณมหาราช ที่พระสงฆมาสมมติพระราชวังเปน พัทธสีมาแลวอุปสมบท และใหพาออกจากวังผานกองทัพ ของผูยึดอ�านาจไปสูวัดไดโดยปลอดภัย และในกรณีขุนชอบธรรม สอนใหนักการเมืองหรือผูปกครอง เปนนักการ หลวงหาวัด (พระเจาอุทุมพร) ในรัชกาลพระเจาเอกทัศนเมืองและผูปกครองทีดี มีคณธรรม ด�าเนินกิจการเมืองแบะ  ่ ุ เปนตน แตเมื่อใดมีพระสงฆละเมิดธรรมที่เปนกติกา โดยปกครองโดยธรรม เพื่อประโยชนสุข ของประชาชน เมื่อ เขาไปกาวกายและฝกใฝในวงการเมือง ก็ยอมเปนขออางตองท�าหนาที่นี้ พระสงฆเองก็จ�าเปนจะตองตั้งอยูในธรรม ให นักการเมืองไดโอกาสที่จะเขามารุกรานสถาบันสงฆคือมีความเปนกลาง ทีแสดงธรรมเพือมุงประโยชนสขของ ่ ่  ุ ท�าใหพระสงฆไมอาจท�าหนาทีทางการเมืองตามบทบาทที่ ่ประชาชน มิใชเพือมุงใหเกิดผลประโยชนสวนตัวแกบคคล ่   ุ ถูกตองของตน เปนการท�าลายประโยชนและหลักการของกลุมคน หรือฝายหนึ่งพวกใด และในทางที่กลับกัน ก็มิใช สถาบันระยะยาว อีกประการหนึ่ง เมื่อพระรูปหนึ่งหรือเพื่อไดรับ ผลประโยชนทางการเมืองแกตนเอง กลุมหนึงเขาไปฝกใฝกบนักการเมืองกลุมหนึงพวกหนึงแลว  ่ ั  ่ ่ อีกประการหนึ่งที่ส�าคัญยิ่ง คือ การที่จะตองรักษา ในไมชานักก็จะมีพระรูปอืน กลุมอืนเขาไปฝกใฝสนับสนุน  ่  ่ความเปนอิสระของสถาบันตนไดระยะยืนยาว อันจะเปน การเมืองกลุมอื่นพวกอื่นบาง ตอมาไมเฉพาะวงการเมืองหลักประกันใหพระสงฆในยุคสมัยตาง ๆ ไดแสดงบทบาท เทานั้นที่จะวุนวาย สถาบันสงฆก็จะแตกเปนฝกใฝวุนวายปฏิบัติหนาที่ทางการเมืองของตนสืบตอกันไดตลอดไป ดวย และในยามที่บานเมืองระส�่าระสายกระจัดกระจายอยางราบรื่น เพื่อผลดังกลาวมานี้ จึงมีสิ่งที่เรียกไดวาเปน สถาบั น สงฆ เ องก็ จ ะตกอยู  ใ นสภาพเดี ย วกั น โดยไม มีธรรมของสถาบัน หรือท�านองจรรยาบรรณของพระสงฆ สถาบันใด เหลืออยูเปนหลักยึดเหนี่ยวใหกับประชาชนในดานการเมืองที่จะไมเขาไปเกี่ยวของกับผลประโยชน ดังมีเรืองทีเกิดยุคเมืองนาราเปนราชธานี ราชส�านัก ่ ่ทางการเมือง หรือฝกใฝอยางหนึงอยางใด เขากับหลักทีวา ่ ่ มีศรัทธาในพระศาสนามาก เลื่อมใสในพระสงฆ ถึงกับ
  • 43. แสงธรรม 41 Saeng Dhammaสถาปนาพระภิกษุเปนมุขมนตรี เรียกต�าแหนงวา “ดะโช และมองเห็นยอดเขาสูง จึงท�าใหมีเรื่องเกี่ยวกับความไดจินเชนจิ” เมือกาลเวลาผานมา พระสงฆกเขาไปวุนวาย ่ ็  ส�าคัญของภูเขา และประวัติพระพุทธบาทมาเลาใหฟงตอพัวพัน มีอิทธิพลในกิจการบานเมืองมากขึ้น จนในที่สุด เปนการเพิ่มเสริมความรูแกนักจาริกธรรมอีกเรื่องหนึ่งบานเมืองตองมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงกิจการแผนดินใหม โดยหาทางลิดรอนอ�านาจของวัด ปลดเปลืองราชการ ้จากอิทธิพลของคณะสงฆ และถึงกับตองยายราชธานีใหมจากนาราไปยังเกียวโต ในยุคตอมาวัดถึงกับตองสรางกองก�าลัง เพื่อรักษาตนเอง และมีเหตุการณที่ฝายบานเมืองยกกองทัพมาบุกและเผาวัด ทีนาแนว ความคิดนีมาปรารภ ่ � ้เพราะเห็นวาพอเปนประโยชนแกการพิจารณาในหมูพทธ  ุบริษัท โดยเฉพาะชาวไทยเราจะไดไมสับสนกับบทบาทที่พระสงฆจะพึงปฏิบัติตอการเมือง เพราะในระยะหนึ่ง มีกลุมสงฆไปเกียวของกับการเมืองคอนขางมาก จนเกือบจะ  ่เปนการเขาไปด�าเนินการทางการเมืองเสียเอง ดวยใหการ �ยอดเขาสุมนกูสนับสนุนและตั้งพรรคการเมืองขึ้น ยอดเขาสุมนกูฏ ที่ชาวลังกาเรียกวา ศิริปาทะ เปน ดูประเทศพมากับศรีลังกาเปนตัวอยางแลว เราจะ ที่ยอมรับกันในหมูของชาวพุทธวา พระพุทธองคประดิษฐไดปกปองรักษาสถาบันสงฆใหดาเนินอยูเ หนือความขัดแยง � ฐานรอยพระพุทธบาทไวทนี่ มีหลักฐานทางประวัตศาสตร ี่ ิทางการเมือง หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เราเห็นวาขัดตอหลัก ตั้งแตสมัยโบราณ มีหนังสือแนะน�าการทองเที่ยววาภูเขาธรรม ก็จะไดชวยกันบอกกลาวกันไปตามหนาที่ อันจะ ชื่อ อาดัมสพีค (Adam’s Peak) ซึ่งแปลกันตรงตัวเลยวาเปนการชวยกันรักษาธรรมของสถาบัน อยาไดทาลายเพียง � ยอดเขาของอาดัม ท�าใหเกิดความฉงนสนเทหอยูนานแตเห็นประโยชนสั้น ๆ หรือเพียงมุงจะเชิดชูกลุมคนหรือ เพราะชื่ออาดัมสนี้ เปนชื่อที่ปรากฏอยูในคัมภีรบุคคล จึงไดเสนอแนวความคิดเชิงวิเคราะหเปรียบเทียบ ศาสนายิวของคริสต อันหมายถึงผูชายคนแรกที่พระเจาไวเปนแนวทาง สรางขึ้น เมื่อผูเขียนไปอยูอินเดีย มีโอกาสคุยกับชาวฮินดู ขณะที่เราก�าลังเดินทางอยูในศรีลังกา ทุกนาทีมีคา ที่ไปชมวิษณุบาท เมืองคะยา ถามวาท�าไมพระวิษณุจึงจงสรรหาทางสรางสรรค ใหสติปญญาด�ารงมัน เราทุกทาน  ่ ประทับไวเทาเดียว เขาบอกวาสองเทา คือเทาหนึงประทับ ่จักจ�าเริญ ไวทวษณุบาทเมืองคะยา อีกเทาหนึงกาวไปประทับรอยไว ี่ ิ ่ เสนทางการจาริกบุญในดินแดนพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ป ทีศรปาทะ อันหมายถึงเขาลูกทีพดอยูนี้ ก็ยงมึนหนักเขาไปอีก ่ิิ ่ ู  ิ่ของพวกเรา หลังจากทุกคนขึ้นรถพรอมแลว ก็ยังมีความ หนังสือ “นี่แหละลังกา” ของ กาญจนา นาคนันทประทับใจในการที่ไดเขาไปกราบไหวพระพุทธอวกนะ ซึ่ง เลาไวในของแถมจากพระพุทธบาทวา ไดเดินทางไปรันปุระเปนพระพุทธรูปหินสลักเกาแก อายุเปนพันป ก็ท�าใหยิ่งมี เผอิญเปนเวลากลางคืน มีอยูตอนหนึ่งมองเห็นแสงไฟบนปติและเพิ่มพูนศรัทธายิ่งขึ้น เมื่อขาพเจาเขาประจ�าที่และ ยอดเขาพระพุทธบาทก็ยกมือไหว เพื่อนที่รวมเดินทางที่ท�าหนาที่ชี้ชวนชมบรรยากาศรอบ ๆ ขางถนนที่รถวิ่งผาน เปนมุสลิมก็ยกมือไหวดวย ทีแรกเขาใจวาเพื่อนชาวมุสลิม
  • 44. แสงธรรม 42 Saeng Dhammaคงจะเปลี่ยนศาสนามาเปนพุทธ พอถามดูเธอบอกวาเปน ของตนประทับรอยเทาไวทยอดเขานี้ ดวยเหมือนกัน ี่ทีนะบีอาดัมถูกสงลงมาจากสวรรค คืนนันมืดมากทานนะบี ่ ้ เมื่อภูเขาลูกนี้ มีหลายศาสนาใหความส�าคัญวาเปนก็สวดมนตขอแสงสวางจากพระเจา พระเจาก็ประทานแสง ปูชนียสถาน เกี่ยวกับศาสนาของตน คงจะไมใชนโยบายมาให ชาวมุสลิมจึงตองสวดมนตตอนเชาตรูเพื่อขอแสง ประชาสัมพันธการทองเที่ยว ที่อาศัยมือของศาสนาเปนสวางนี่ก็เปนอีกเหตุผลของศาสนาหนึ่ง ที่แสดงความเปน เครื่องมือชวยเรียกคนมาประชุมใหมากๆหรอกนะ อันนี้เจาของกรรมสิทธิ์บนยอดเขานี้ โดยมีบทบาทของศาสดา ดวยมารยาทแลวไมนาทีจะใหเกิดความไมงามเชนนี้ ซึงเรา  ่ ่ของตนเปนเครื่องการันตี ชาวพุทธเองไมเคยไปอางที่ของใคร เอาละซี...ภูเขาลูกนีชาวมุสลิม ้ เป น ของเรา แต ใ นอิ น เดี ย มี แ ล วก็ขนไปไหว ชาวคริสเตียนก็บอกวา นี่ ึ้ ชั ด เจน เช น มู ล คั น ธกุ ฏิ ข องคือสวนอีเดนทีพระเจาโปรดใหอาดั ่ พระพุทธเจา และที่เวุวันมีศพฝงมอาศัยอยู หลังจากท�าผิดพระเจาจึง อยู เปนเรื่องที่พยายามจะกลืนเอาไดขบไลใหไปอยูทอน พวกคริสตจง ั  ี่ ื่ ึ ไวตามยุคสมัย เรืองเชนนี้ พราหมณ ่นับถือวาศักดิสทธิของเจาดวย สวน ์ิ ์ ดูฉลาดมาก สามารถกลืนศาสนาพวกฮิ น ดู เขาก็ บ อกว า เป น รอย พุทธ ไวทั้งหมด ดวยต�ารา “ภควาพระบาท พระวิษณุของเขา มินาเมือ  ่ นบุราณ” โดยระบุวา พระพุทธเจาคราวทีขนไปบนยอดเขา จึงเห็นมีทงฝรัง ญีปน อินเดีย ตางพา ่ ึ้ ั้ ่ ่ ุ เปนอวตารปางที่ ๙ ของ พระนารายณ เทานีแมทอางวาเขา ้ ี่ กันขึนไปไหวทงตีกลอง ทังถือธง เดินปะปนกันนัวเนียไปหมด ้ ั้ ้ ศิรปาทะ ก็เปนวิษณุบาท ิ จะเห็นไดวายอดเขาแหงนีแมจะเปนของชาวพุทธโดย  ้ชัดเจน ทีพระพุทธองคทรงประทับรอยพระบาทไว เรียกวา ่ อานตอฉบับหน้าประทับรอยแสดงความเปนเจาของกรรมสิทธิ์ ซึงหมายถึง ่กรรมสิทธิ์ครอบครองทั้งเกาะ นั้นหมายถึงยุคชาวพุทธมีอ�านาจ ตอมาบานเมืองเปลียนการปกครอง มุสลิมกับคริสต ่มีอานาจ แมจะตางวาระกัน แตกสามารถปรุงเรืองใหศาสดา � ็ ่ุ ณ สุ  าพ ด บั ว ร ะญาติ มิ ต ร ท า บุ ญ เี ย พระที บ  า น เพ อ อุ ทิ  ส่ ว นกุ   ส ามี  ะน อ สาว  ส.. 
  • 45. แสงธรรม 43 Saeng Dhamma             นวังคอุโบสถ  อุโบสถชนิดมีองค  ล�าดับชั้นแห่งความดี ๒๒๒ สัตตสูตร ตรัสแกภกษุทงหลายวา อุโบสถ ิ ั้ ๒๒๔ เวลามสูตร เชตวัน : วันหนึ่ง พระพุทธอันประกอบดวยองค ๙ เมือบุคคลเขาอยู (ประพฤติ, รักษา) ่ องคตรัสถามทานอนาถบิณิกเศรษฐีวา ทีบานของทานยัง  ่ แลว ยอมมีผลมาก มีอานิสงสมาก อุโบสถอันประกอบดวย ใหทานอยูหรือ? ทานเศรษฐีกราบทูลวา ยังใหทานกันเปนองค ๙ คือ ๑. ไมาสัตว์ ๒. ไมลักทรัพย์ . ไมประพติ ปกติอยู แตวาเปนทานที่เศราหมอง เปนปลายขาวกับน�้าผิดในกาม ๔. ไมพดเท็จ ๕. ไมดมสุราเมรัย . ไมบริโภค ู ื่ ผักดอง พระพุทธองค์ตรัสวา ทานนันจะเศราหมองหรือ ้อาหารในเวลาวิกาล หลังเที่ยงวันถึงรุงอรุณของวัน ประณีตอยางไรก็ตาม ถาใหโดยไมเคารพนอบนอม, ไมใหม . ไมอนร�าขับรองประโคมดนตรี ๘. ไมประดับ  ใหดวยมือตนเอง, ใหของเหลือ, ผูใหไมเชือกรรมและผล   ่ตกแตงหรือลูบไลรางกายดวยของหอม . ไมนั่งนอน ของกรรม ทานเชนนั้นยอมสงผล ถึงภพอื่น ใหเปนคนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ ซึ่งเมื่อถือปฏิบัติตลอดคืนและวัน มีจตทีไมนอมไปเพือบริโภคอาหารอยางดี....เพือบริโภค ิ ่  ่ ่(ในวันอุโบสถ) ไดชื่อวาท�าตามอยางพระอรหันต และใน กามคุณ ๕ อยางดี รวมไปถึงบริวารชน มีบุตรภรรยาการถือปฏิบัติอุโบสถแตละองค ใหเพิ่มการแผเมตตาอัน เปนตน ก็ไมเชื่อง ไมเทใจให ทั้งนี้เปนเพราะผลแหงไมมีปริมาณไมมีขอบเขต ไปยังสัตวทุกหมูเหลาในทุกโลก กรรมที่ตนกระท�าโดยไมเคารพ เพราะะนั้น บุคคลพึงอีกสวนหนึ่ง (การแผเมตตาพรอมกันไป นับเปนอุโบสถ ใหทานโดยเคารพองค์ที่  ทรงเลาถึงอดีตชาติของพระองค เมื่อเกิดเปน ๒๒ เทวตาสูตร ตรัสแกภิกษุทั้งหลายวา มี พราหมณชื่อเวลามะ ครั้งนั้นพราหมณเวลามะไดใหทานเทวดาหลายพวกมาทูลเรื่องที่ตนไปเกิดเปนเทวดาชั้นเลว ครั้ ง ใหญ เ ป น มหาทาน (แจกแจงสิ ง ที่ ใ ห เ ป น ทาน ซึ่ งและเปนเทวดาชันดี ซึงเปนผลมาจากการประพฤติตนเมือ ้ ่ ่ มากมายกายกอง) แตการใหทานครั้งนั้น ผูรับไมมีใครเปนเปนมนุษย สรุปวา ที่เกิดเปนเทวดาชั้นเลว เพราะไมท�าให ทักขิไณยบุคคล (ไมมีพระอริยบุคคล)เลย ไมมีใครท�าใหบริบูรณตอบรรพชิตใน  กรณี คือ ๑. ลุกขึ้น ๒. กราบ ของที่ใหทานหมดจดไหว . ใหอาสนะ เชื้อเชิญใหนั่ง ๔. ใหทาน ๕. นั่ง ตรัสในเรื่องนี้วา ทานที่บุคคลเชื้อเชิญทานผูถึงใกลเพื่องธรรม . เงี่ยโสตสดับธรรม . ทรงจ�าธรรม พรอมดวยทิฐิ (พระโสดาบัน) เพียงผูเดียว บริโภค มีผล๘. พิจารณาเนื้อหาธรรม . รูอรรถรูธรรม แลวปิบัติ มากกวาทานของเวลามพราหมณในครั้งนั้น ทานที่บุคคลถูกหลักธรรม พวกเทวดาชั้นดีไดท�าใหบริบูรณครบถวน ใหแกพระโสดาบันรอยทานมีผลมากกวาทานที่ใหแกพระในธรรม ๙ อยางนี้ ทรงสอนภิกษุทั้งหลายไมใหประมาท โสดาบันทานเดียว ฯลฯ ทานทีใหแกพระอรหันตทานเดียว ่ เพื่อจะไดไมรอนใจภายหลังเหมือนพวกเทวดาชั้นเลว มีผลมากกวาทานที่ใหแกพระอนาคามีรอยทาน ทานที่ให
  • 46. แสงธรรม 44 Saeng Dhammaแกพระอรหันตรอยทาน มีผลมากกวาทานที่ใหแกพระ สรณะ มีผลมากกวาการสรางวิหารแกสงฆจาก  ทิศ, การอรหันตทานเดียว ทานทีใหแกพระปจเจกพุทธเจาองคเดียว  ่ ทีบคคลมีจตเลือมใสสมาทานรักษาศีล ๕ มีผลมากกวาการ ่ ุ ิ ่มีผลมากกวาทานที่ใหแกพระอรหันตรอยทาน ทานที่ให ถึงพระรัตนตรัยเปนสรณะ, การทีบคคลเจริญเมตตาจิต แม ่ ุแกพระปจเจกพุทธเจารอยองค มีผลมากกวาทานที่ใหแก ชัวขณะสูดดมของหอม มีผลมากกวาการรักษาศีล ๕, และ ่พระปจเจกพุทธเจาองคเดียว ทานที่ใหแกพระสัมมาสัม การที่บุคคลเจริญอนิจจสัญญา (พิจารณาเห็นความไมพุทธเจา มีผลมากกวาทานทีใหแกพระปจเจกพุทธเจารอย ่ เทียง) แมชวดีดนิวมือ มีผลมากกวาการเจริญเมตตาจิตชัว ่ ั่ ้ ่องค, ทานที่ใหแกภิกษุสงฆมีพระพุทธเจาเปนประธาน มี ขณะสูดดมของหอมผลมากกวาทานที่ใหแกพระสัมมาสัมพุทธเจา ตรัสตอไปวา บุคคลสรางวิหารแกสงฆจากทิศทั้งสี่มีผลมากกวาทานที่ใหแกภิกษุสงฆมีพระพุทธเจาเปนประธาน, การที่บุคคลมีจิตเลื่อมใส ถึงพระรัตนตรัยเปน ขอขอบพระคุณ “วัดไทยฯ ดี.ซี.” ผมนายณัฐพงษ์ รื่นอารมณ์ (อี๊ฟ) ไดเขามาบวชพระ เพื่อเขามาเรียนธรรมและพุทธศาสนา และถือโอกาสนี้เพื่อ ทดแทนบุญคุณคุณพอ-คุณแม ตลอดเวลาที่อุปสมบทอยูวัดไทยฯ ดี.ซี. (14-23 ส.ค. 2011) ท�าใหผมมีความรูสึกดีและเขาใจศาสนาพุทธมากขึ้น และพระทานสอนการมีสติและสมาธิ การอยูรวมกับสังคมหลังลาสิกขาแลว ผมรูสึกซาบซึ้งกับค�าสอนของพระคุณเจาทุกรูป มาก และพระทุกรูปมีความรูความสามารถแตกตางกัน และรับผิดชอบงานของแตละรูปไดดีมาก ผมจะน�าความรูที่ไดเรียน จากทาน และไดเห็นจากทาน น�าไปใชเมื่อผมไดออกมาใชชีวิตในสังคมของคนนอกวัด ขอขอบพระคุณ “หลวงตาชี” ขอขอบพระคุณ “พระทุกรูปในวัดไทยฯ ดี.ซี.” ที่สอน ที่เปนตัวอยาง ใหผมน�าไปเปน ตัวอยางที่ดีในชีวิตผมตอไป ขอขอบพระคุณเปนอยางสูง ณัฐพงษ รื่นอารมณ (อี๊ฟ)
  • 47. แสงธรรม 45 Saeng Dhamma มทาพิเศษ    ณะสะณะกรรมการวัดไทยกรุวอชิตัน, ดี.ซี. ขออนุโมทนาด่สาธุชนทุก  ท่าน ทีมตรัทธาถวาย ีิ ัตตาารเชาเพ บริาสิขอ เสียสะรกาย ร กาัสติญญา ะวามสามารถเท่าทีโอกาสะอานวย    ช่วยเอกิกรรมขอวัดดวยดีเสมอมา ทาวดขอเรามีวามเริญรุเรอกาวนามาโดยาดับ โดยเพาะทุก ั ่ ท่านทีมสวนร่วมนานวันสาัญต่า  ขอทาวัด ระกาอนุโมทนากับทุก  ท่านมา ณ โอกาสนี ี่ คุณเฉลียว รีด ทำาบุญถวายสังฆทานอุทศใหพอหมุน แมล้ี บุญกิม และญาติผลวงลับไปแลว, แนปกิน 1 กลองใหญ, ิ  ู  ้ จานโฟม-ชอนสอม-มีด 360, ขาวเหนียว 3 ถุง, น้�ายาซักผา, ผาอบ, น้�ายาลางจาน คุณณรงคศักดิ์ - คุณรัตนา โชติกเวชกุล ถวายน้�าดื่ม PERRIER 12 เคส คุณสุภา บรรณวณิชกุล ถวายน้�าผลไม และ SOYMILK คุณพิณทอง เกาฏีระ ถวายน้�าผลไม คุณทีนา-คุณดลวรรณ และแอนตั้น เหวียน ถวายขาวสาร 1 ถุง, น้�าดื่ม 2 เคส, Paper towel, Bathroom Tissue, จานโฟม-ถวย โฟม-ชามโฟม, Napkin, Trash bag และอื่น ๆ รานสบาย สบาย โดยคุณวงตะวัน โชยะกุล และครอบครัว ท�าบุญอุทิศสวนกุศลใหคุณแมเพ็ญพรรณ Novak ถวายชอน 600 คัน, สอม 600 คัน, แนปกิ้น และ ถวยโฟม-จานโฟม Mr. Peter - Mrs. Nittaya - Mr.Wei Ming Liane ทำาบุญถวายสังฆทานอุทิศสวนกุศลใหแดคุณแมตัง ฮวง โงว มีขาวสาร 2 ถุง, น้�าดื่ม 2 เคส, Wrap 2 กลอง, เปเปอร์ทาวน์ 12 มวน, สก็อตไบท์ 6, น้�ายาลางจาน 2, ชอนสอม 3 กลอง, จานโฟม 100 ใบ คุณหมออรุณ -คุณสุมนา สวนศิลปพงศ ถวาย CD-R 100 แผน, ที่รองจานอาหาร 28 อัน คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ ถวายน้�าดื่ม 2 เคส คุณ SUWIMON CLOGSTON and Family ทำาบุญถวายสังฆทานอุทิศใหคุณปาแดง ถวายขาวสาร 1 กระสอบ, เปเปอร์ทาวน์ 12 มวน, กระดาษทิซซู 12 มวน, น้�ายาซักผา 1 ขวด, ผลไม, ซอสศรีราชา 2 ขวด, ขนม และอื่น ๆ คณะเจาภาพน้ำาดื่มถวายแดหลวงตาชี คุณประภา จันทร-คุณธัญญาภรณ กุลประเสริฐรัตน คุณศักดิ์เกษม - คุณธินีภรณ วิริยะ คุณสุดารัตน ตั้งตรงวานิช - คุณศิรินทิพย โคว คุณกษิมา ปรุงธัญญะพฤกษ เจาภาพน้ำาดื่มถังใหญ ถวายประจำาทุกเดือน คุณแม่สงวน เกิดมี คุณจารุณี พิทโยทัย คุณประยูรศรี วรเลิศ คุณชัยยุทธ-คุณยุพา สมเขาใหญ่ คุณทัฬห อัตวุฒิ คุณบุณณภัสสร คุณศรสวรรค พงศวรินทร คุณสุพรรณี สัตตวัตรกุล คุณละมาย คุณประมวล ทวีโชติ คุณทองพูน คุณสุนันทา เฮนเซน น.พ. อรุณ คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ คุณยายปอม สุวรรณเตมีย คุณบุญเลิง วิสีปตย
  • 48. แสงธรรม 46 Saeng Dhamma THAI TEMPLE’S NEWS  -๑๔ ส.ค. : ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผูชาย น�าปานะอันเปนสัปปายะตลอดการอบรมเปนอยางดี ขอทุก ้ วัดไทยฯ ดี.ซี. ไดจดใหมการบรรพชาสามเณรภาคฤดูรอน ั ี  ทานจงเปนผูมสวนแหงบุญโดยทัวหนากันเทอญ ี ่โดยมีเยาวชนผูสนใจเขารวมบรรพชาทังสิน ๖ รูป คือ สามเณร  ้ ้   ส.ค. : กิจกรรมวันแมแหงชาติหลุยส์, สามเณรแบงค์, สามเณรเจสัน, สามเณรแทงโก, สามเณร โรงเรียนวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ภาคฤดูรอนโดยคณะสงฆ สกาย และสามเณรภูมพน์ โดยมีพระเดชพระคุณพระวิเทศ ิ ั ครูอาสาฯจากจุาผูปกครองนักเรียนพรอมดวยขาราชการสถาน ธรรมรังษี หลวงตาชี เปนพระอุปชาย์ โดยหลวงพอไดให  ทูตไทยประจ�ากรุงวอชิงตัน พสกนิกร พอคา ประชาชน และรัฐใกลโอวาทอยางซาบซึงตอนหนึงวา“บวชเลาบวชเรียน บวชเพียร ้ ่ เคียง โดยมีคณนันทนา ศิวเกือ อัครราชทูตประจ�ากรุงวอชิงตัน ุ ้ละชัว บวชหาสุขใสตว ความชัวอยาท�า บวชเลาบวชเรียน ่ ั ่ ไดใหเกียรติเดินทางมาเปนประธานในพิธฯ ไดพรอมกันจัดงานวัน ีบวชเพียรขยัน ไหวพระสวดมนต์ อยาบนเกียงกัน ใหทาทุก ่ � แมแหงชาติขน เพือนอมถวายพระพรชัยมงคลแดสมเด็จพระนางเจา ึ้ ่วัน ไดบญนักแล แทนคุณพอแมปยาตายาย ปดประตูอบาย ุ ู  สิรกติ์ พระบรมราชินนาถ เนืองในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ิิ ี ่ไดตลอดกาล” หลังจากบวชแลว ไดเดินทางไปศึกษาธรรมและ ครบ ๙ พรรษา ขอพระองคทรงพระชนมายุยงยืนนาน นอกจาก ิ่ปฏิบตธรรมรวมกับคณะของสามเณรทีวดปาสันติธรรม มลรัฐ ัิ ่ั นัน ยังมีกจกรรม “แมลกผูกพัน” ร�าลึกพระคุณแม เพือใหนอง ๆ ้ ิ ู ่ เวอรจเิ นีย ระหวางวันที่ ๙-๑๒ สิงหาคม โดยมี ดร.พระมหาถนัด นักเรียนภาคฤดูรอนไดซมซับคุณธรรมคือความกตัญูกตเวทีตอผูมี  ึ  อตฺถจารี และพระอาจารยสรยา เตชวโร เปนผูนาปฏิบติ ตอง ุิ  � ั พระคุณ และไดประกาศเกียรติคณ คุณแมดเี ดนประจ�าป ๒๕๕ ุขออนุโมทนาขอบคุณพระมหาอุดม ปภงฺกโร เจาอาวาส คณะ ไดแกคณแมพรรณี เกษมพันธัย ใหลก ๆ มอบดอกมะลิใหคณแม ุ ู ุสงฆและญาติโยมผูใจบุญชาววัดปาสันติธรรมทุกทาน ทีเ่ มตตา  หลังจากนันรวมรองเพลงคาน�านมดวยความซาบซึง บันทึกภาพเปน ้ ้ ้อ�านวยความสะดวกสถานทีพก และเปนเจาภาพถวายภัตตาหาร ่ ั ทีระลึก พรอมทังชมการแสดงนาฏศิลปของนอง ๆ นักเรียนดวย ่ ้
  • 49. แสงธรรม 47 Saeng Dhammaความประทับใจเชนเคย บรรพชาอุปสมบท เพือทดแทนคุณบิดามารดา และศึกษาพระ ่ วันเสาร์ที่ ๑ และวันเสาร์ที่ ๒ ส.ค. : MEDITATION ธรรมวินัย เพราะ “พระธรรมคุมครองรักษาใจ พระวินัย WORKSHOP และ ปิบัติธรรมประจ�าเดือน คุมครองรักษากายวาจา” ๒). เกิดขึ้นแกพอแมและญาติพี่ วัดไทยฯ ดี.ซี. ไดจัดใหมีการปฏิบัติธรรมแกชาวตาง นองที่ไดมารวมอนุโมทนาบุญ ๓). เปนการสืบทอดอายุชาติ(ภาคภาษาอังกฤษ) ทุกวันเสารที่ ๒ และ  ของเดือน เวลา พระพุทธศาสนาใหถาวรสืบไป พอแมญาติพี่นองปลื้มใจ๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น. และจัดปฏิบตธรรมประจ�าเดือน(ภาคภาษา นักหนา ถึงกับกลันน�าตาไวไมอยูทเี ดียว หลังจากบวชแลวก็ได ัิ ้ ้ ไทย) ทุกวันเสารท่ี ๓ ของเดือน เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ไดมี ท�ากิจวัตรสวดมนตภาวนา และศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธผูสนใจมารวมปฏิบัติธรรม จ�านวน ๒๕ คน น�าปฏิบัติโดย ศาสนา ซึ่งคณะสงฆวัดไทย ฯ ดี.ซี. ไดจัดตารางอบรมระยะดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี และพระอาจารยสุริยา เตชวโร สันเปนเวลา ๑๐ วัน เชน วิชาพุทธประวัต,ิ หนาทีชาวพุทธ, ้ ่นอกจากจะมีการนังสมาธิ เดินจงกรม ตามแนวมหาสติปฏฐาน มิตรแท มิตรเทียม และหลักกรรม เปนตน โดยมี Mr. Du Wayne ่ แลว ก็ไดมการสนทนาธรรมในเรือง “อินทรียสงวร” คือ การมี Engelhart ชวยบรรยายเกียวกับพระพุทธศาสนาดวย จึงขอ ี ่ ์ั ่สติสารวมระวังตา หู จมูก ลิน กาย ใจ ตามหลักทีวาอาตาป สติมา อนุโมทนาบุญทุกทานมา ณ โอกาสนี้ � ้ ่สัมปชาโน สาธุ ๑๔- ๒๘ ส.ค. : บวชแทนคุณพอแม คลืนมหาชนและญาติธรรมไดหลังไหลมาสูวดไทยฯ ดี.ซี. ่ ่ ั  ๒๑ ส.ค. : งานมอบสัมทธิบัตร ร.ร. วัดไทย  ดี.ซี.อยางแนนขนัดอุโบสถศาลา โดยฝาสายฝนซึงตกลงมาอยางหนัก ่ ภาคดูรอนเพือมารวมอนุโมทนาบุญงานอุปสมบทนาคสคุณ ศิรภากรณ, ่ ิ ในที่สุด โครงการโรงเรียนภาคฤดูรอน (Summerนาคณัฐพงษ รืนอารมณ และ นาค ATOM ERFAS โดยมี ่ School) วัดไทยฯ ดี.ซี. ประจ�าปการศึกษา ๒๕๕ ก็ไดดาเนิน �พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี หลวงตาชี เปนพระ มาถึงจุดหมายปลายทาง เปนเวลารวม ๒ เดือนครึง ส�าหรับ ่อุปชาย โดยพระสคุณ ไดนามฉายาวา “ปภสสโร” แปลวา  การเรียนภาคฤดูรอนในปนี้ โดยคณะครูอาสาฯ จากจุาทัง   ้“ผูมรศมีผองใส” พระณัพงษ์ ไดนามฉายาวา “ปญาวโร”  ีั  ทานคือคุณครูเก๋, คุณครูตม, คุณครูปญจ์, คุณครูตก และอาจารย์ ุ  ุแปลวา “ผูมปญญาอันประเสริ” สวนพระ ATOM ไดนาม  ี  นิเทศก์ คือผูชวยศาสตราจารย์ ดร.กมลพร บัณิตยานนท์ ได ฉายาวา “ญาณพโล” แปลวา “ผูมกาลังแหงความรู”  ี�  จัดงานมอบสัมฤทธิบตรแกเด็ก ๆ ผูสาเร็จการศึกษา เมือวัน ั � ่ พระเดชพระคุณหลวงพอไดใหโอวาทเกียวกับอานิสงส ่ อาทิตยที่ ๒๑ สิงหาคม ทีผานมา โดยมีคณนันทนา ศิวเกื้อ ่ ุในการบวชวา มี ๓ ประการ คือ ๑). เกิดขึ้นแกตัวเราผูเขา อัครราชทูตประจ�ากรุงวอชิงตัน ใหเกียรติเดินทางมาเปน
  • 50. แสงธรรม 48 Saeng Dhammaประธานในพิธีฯ และตองขออนุโมทนาขอบคุณศาสตราจารย ๒). การจัดงานท�าบุญอายุวฒนมงคล ถวายแดพระเดช ัประภาศรี สีหอ�าไพ ทีปรึกษาโครงการ ฯ ซึ่งเปนผูริเริ่มและ พระคุณพระเทพกิตติโสภณเจาอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป ประธานบุกเบิกโครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยในตาง สมัชชาสงฆไทยในสหรัฐ อเมริกา วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕ประเทศ ไดเสียสละเวลามารวมงานในครั้งนี้ดวย ๓). การตั้งกองทุนเพื่อชวยเหลือพระไทยผูประสบภัย หลังจากนั้น ประธาน PTA โดยคุณพนมรัตน์ มุขกัง ในสามจังหวัดชายแดนภาคใตเปนผูแทนคณะผูปกครองกลาวขอบคุณคณะครูอาสาฯ และ ). ทีประชุมเห็นชอบใหเปลียนชือ “งานวันมหาร�าลึก ่ ่ ่มอบของที่ระลึก และปดทายดวยพิธีกลาวค�าอ�าลาอาลัยจาก และประชุมสมัชชาสง์ไทยสมัยวิสามัญ” เปน “งานวันมหาใจครูอาสาฯ ผูใจดีเสียสละเวลาบินลัดไกลฟาสูอเมริกามามอบ   ร�าลึกและประชุมเจาอาวาสประจ�าป ของสมัชชาสง์ไทยในความรูใหแกนอง ๆ ลูกหลาน และจะเดินทางกลับเมืองไทย สหรัอเมริกา” ซึงจะเวียนไปจัดตามวัดตาง ๆ ในปตอ ๆ ไป ่ ในวันที่ ๒ กันยายน นี้ ขออนุโมทนาขอบคุณคณะครูอาสาฯ โดยในปนี้ นับวาเปนปแรกทีพระเดชพระคุณพระวิเทศ ่และอวยพรใหมความเจริญรุงเรืองในชีวตสัมฤทธิในหนาทีการ ี  ิ ์ ่ ธรรมรังษี (หลวงตาชี) ไมสามารถเดินทางเขารวมประชุมไดงาน เดินทางกลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพทุกประการ อยาลืม! เนืองจากอาพาธเปนเวลารวม ๑๑ เดือนเศษ แตกสงสาสนถง ่ ็ ึปหนาฟาใหม พาลูกหลานมาเรียนภาษาไทยกันอีกนะจะ สมัชชาสงฆไทยฯ เพือแสดงความขอบคุณทานเจาอาวาสและ ่ ๒-๒๘ ส.ค. : ประชุมสมัชชา สมัยวิสามัญ และ พระธรรมทูตทีมนาใจ และเสียสละเวลามารวมงานดวยความ ่ ี �้ พิธีมหาร�าลึกครบ ๒ ป สามัคคีเสมอมา นอกจากนัน ก็ยงมีพธวางศิลาฤกษสวรรณเจดีย ้ ั ิี ุ ดร. พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการสมัชชาฯ ไดเดิน โดยพระพรหมโมลี มีสาธุชนมารวมงานอยางคับคังทีเดียว ่ทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ประชุมสมัชชาสงฆไทยสมัยวิสามัญครั้งที่ ๒๐/๒๕๕ และพิธีมหาร�าลึกฯ ครบรอบ ๒๐ ป แหง  ปิทินขาวเดือนกันยายนการมรณภาพของพระธรรมทูตไทย ณ วัดพรหมคุณาราม เมือง 10, 24 Sept : Meditation Workshopฟนิกซ รัฐอริโซนา โดยมีพระพรหมโมลี ประธานเปดประชุม ๑ กันยายน : ปิบัติธรรมประจ�าเดือนพระสุนทรพุทธิวิเทศ รองประธานสมัชชาฯ รูปที่ ๑ เปน ๑๘ กันยายน : ท�าบุญวันสารทไทยประธานด�าเนินการประชุม มีพระธรรมทูตระดับเจาอาวาส ๒๕ กันยายน : ประชุมคณะกรรมการอ�านวยการและผูแทนเขารวมประชุม จ�านวน ๑๐๓ รูป มติที่ประชุมมี ทุกวันพุธ .30 p.m.-.00 p.m. ปิบัติโยคะสาระส�าคัญหลายประการ ไดแก ทุกวันเสาร์ 2.30 p.m. ศึกษาสารธรรมจากพระไตรปก ๑).การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหว ั ทุกวันอาทิตย์ .00 a.m. ท�าบุญตักบาตร งเทศน์ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ  รอบ  พรรษา ในวันที่๙-๑๐ ธันวาคม ๒๕๕ ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.
  • 51. แสงธรรม 49 Saeng Dhamma รายนามผูบริจาคประจ�าเดือนสิงหาคม August 2011  รายนามผูทาบุญวันแมแหงชาติ  � รายนามผูรวมบริจาคสรางอาคาร 0 ป หลวงตาชีบูชาอาหารใสบาตร 1,376.00 พระสุริยา เตชวโร เทศนวันอาทิตย 569.00ผูไมประสงคออกนาม 214.00 พระมหาเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญาโณ เทศนวันอาทิตย 568.00Tun P. Atthavuth - Boonpassorn 100.00 พระสมุหณัฐิวุฒิ ปภากโร เทศนวันอาทิตย 345.00 คณะสงฆวัดไทยฯ ดีซี 314.00N. Praisaengpeth 100.00 พระมหาสราวุธ สราวุโธ เทศนวันอาทิตย 303.00Pranee Teptarakun 100.00 พระมหาศรีสุพรณ อตฺตทีโป - พระปองธรรม คุเณสโก 250.00Weerasak Lima 100.00 Thomas-Satitiya Chaiyakul 1,500.00Of ce of Economic&Financial Affairs 50.00 ครอบครัวรื่นอารมณ (If-Off-Wirat) 1,000.00ส.น.ง. ผูดูแลนักเรียนไทยในสหรัฐ 50.00 Samorn Namsawat 810.25Of ce of Commercial Affairs 50.00 Ming Phlersphlao 810.25Of ce of Science & Technologis 50.00 Sanit Mookkung 810.25ส.น.ง. เกษตร 50.00 Michael Schiller 810.25Royal Thai Embassy 50.00 คุณกฤช-ดร.กมลพร-ศรัณจภัทร-วรุตม บัณิตยานนท 800.00สมาคมศิษยเกาจุาลงกรณ 50.00 คุณเสนาะ-ประคอง-ละอองทิพย วงษเสงี่ยม 300.00 Novice Jason Wattanarungsikajorn 270.00East Land Corporation 50.00 V. Vudhijaya Gilbert 200.00อ.ท.ป. การเมือง 50.00 Pattarapong Sebamonpimol 200.00TGB 50.00 Donald Law 150.00The Northern Thai Assn. INC 50.00 Novice Sky Malasai 138.00คุณจินตนา-พยุง งามสอาด 40.00 Troy Navintranonth 100.00คุณประพจน-ศิริพร คุณวงศ 40.00 คุณซิ่วฮวย แซเบ 88.00อุทิศแดคุณวนิดา ขวัญยืน 30.00 ด.ช.ศิริชัย (โอม) แสงนาค 50.00Priraochai & Chaioa Kunuha 20.00 คุณกัมปนาท-ปยดา-กุลจิตรา พนาเศรษฐเนตร 40.00คุณวรรณี วิเศษสรรค 20.00 Kering Chauteh 35.00 Pocha Bromiley 20.00คุณมาลีวัลย ชินะประยูร 20.00Mr. Khambang 20.00 รายนามผูรวมบริจาคท�าบุญทอดกินสามัคคีคุณเสริมศรี เชื้อวงศ พรอมลูกหลาน 19.00 Duangmarl Malayaman M.D. 2,000.00คุณเชาว มาเจริญ 10.00 Tun Atthavut Boonpassorn Phongwarinr 1,000.00คุณอรพิน วุฒิสินธ 10.00 Lamai Bowden 1,000.00คุณนงเยาว เดชา คุณประมวล สังเวียนวงศ 9.00 คุณนุสรา-นาคินทร นองนุน พึงพร คุณวิไล ฉวีอนทร  ่ ิ 500.00
  • 52. แสงธรรม 50 Saeng Dhamma Suradej-Tuenchai Jitchuen 200.00 รายนามเจาภาพโรงทานวันแมแหงชาติ Trin Jitchuen 200.001.กวยเตียวโดยคุณทัห อตวุฒ-ิ คุณบุณณภสสร-คุณศรสวรรค พงศวรินทร,  ั ั คุณพวงทอง-วิชัย มะลิกุล (คาดอกไม) 200.00 Ann-Kim Puntudit 200.00 คุณแมสงวน เกิดมี คุณจารุณี พิทโยทัย คุณเบญจวรรณ Jones (ขายผัก) 200.002. กลุมพลังบุญ โดยคุณปราณี เทพธาราคุณ และคณะ Phiangthong T. Meckmongkol 100.003. รานนาวาไทย Victoria & Bruce 100.004. รานไทยทานิค ผูไมประสงคออกนาม 100.005. พะโล โดยกลุมพลังศรัทธา Ivey L. - Ladawan Murphy 100.00 Jiraporn-Supat Sirivicha 100.006. น�าและเครืองดืม โดยสมาคมไทยชาวปกษใต คุณไพโรจน-สวรรค คงเพชร ้ ่ ่ Syviengxay-Claude Creger 100.007. รานเรือนไทย โดยคุณปานิด มาแตง  แกงปาไก คุณสมหมาย มีประเสริฐ 100.008. หมี่กรอบ โดยคุณกัญญา สวางโรจน Nirutisai K. Graff 100.009. ขาวขาหมู, น�้าพริกกะป โดยคุณวิชัย  คุณพวงทอง มะลิกุล Moe . Aung Avee Monosuthikit 100.00 คุณกุลชาติ-กัญญา สวางโรจน 100.0010. แกงฟกทองออม, ผลไม โดยคุณประสาร มานะกุลและครอบครัว ขายผัก 83.0011. ผัดเผ็ดปลาดุก, ล�าใย โดยคุณยายสุจตร แม็คคอมิค, คุณศิวไล สามัง ิ ิ Tun-Boonpassorn Phongvarinr 80.0012. คัพเคก, ผลไม โดยคุณวุฒิ  คุณสุรัสวดี เอี่ยม N. Praisaengpetch 80.0013. ขนมหวาน โดยคุณสุวภี (แอว) คุณไพศาล พัชรี ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย 80.00 คุณแมสุภาพ ดูบัวร 70.0014. สุกี้ยากี้ โดยคุณนก และเพื่อน ๆ Atom erfas 70.0015. ผลไม โดยคุณวิโรจน  คุณมาลี บาลี Matt Rusling 60.0016. ผลไม โดย นพ.อรุณ  คุณสุมนา สวนศิลปพงศ Gary-Pramool Sweet 60.0017. มะกะโรนีชีท โดยคุณยรรยง-คุณจุาลักษณ-นองแจค ดุลยแสง, Jarunee Pitayothai คุณประยูรศรี วรเลิศ 55.00 Soraya-Satiya Chaiyakul 50.00 คุณสุภาภรณ วาฤทธิ์ Paul F. Fay 50.0018. ผลไม โดยครอบครัวนองมาวิน-เทยา, นองแมทธิว, นองเจเดน-เมเกน Lieu-Hong Ieng 50.0019. แกงปา โดยคุณธัญญนันท โพธิ์ทอง Hong-Lieu Ieng 50.0020. คณะผูปกครองสามเณรภาคฤดูรอน Kristen Fitzgerald 50.00 Sawitree-James R. Wildesen 50.0021. คณะสาธุชนทุกทานที่ไมไดเอยนาม Jean Loup Traore 50.00 Puangtip-Choochai Itharat 50.00 รายนามผูบริจาคท�าบุญทั่วไป Lisa Whittington 50.00 Jefferson Kevin Earl 50.00พระณัฐพงษ และครอบครัวรื่นอารมณ 1,000.00 คุณมนตรักษา-มนตรา กุลประเสริฐรัตน 50.00Thomas-Satitiya Chaiyakul 1,000.00 Pri Pramudita 45.00คุณกัญญา สวางโรจน และเพือน ๆ (ขายอาหารตลอดเดือน) 1,152.00 ่ คุณศิริลักษณ นิ่งเจริญ 40.00Suanovian Fuangarom 700.00 Prakarn Peamoon 40.00ตูบริจาคบนโบสถ 553.00 Supreeya Buabuchachart 40.00Chithat Malasai 500.00 Dr.Pridiponse-Saichol Vithespongse 35.00Wichian Prommee LA 358.00 วัดลาวพุทธวงศ VA 30.00Peter-Nittaya-Weiming Liane 300.00 Supannee Sattawatrakul 30.00กองทุนพระสงฆอาพาธ Of ce Wat Thai 242.00 Suvimol Ramakomud 30.00Khemphet-Francis Scarcello 210.00 Sunil-Indira Weerakkody 25.00
  • 53. แสงธรรม 51 Saeng DhammaMongkol-Kacharin Chantranuphont 25.00 21. คุณกษิมา(คุณแมนองหลุยส) คุณธินีภรณ (คุณแมนองแบงค)Mandel 20.00 22. คุณแดนชัย กัมพลาศิริ (คุณพอนองจูเลี่ยน)Supannee Sattawatrakul 20.00 23. คุณเคที (คุณแมนองดิวลัน)คุณประยูรศรี วรเลิศ 20.00 24. คุณวันทนี สุคนธทรัพย (คุณยายนองอริสาปลูกสวัสดิ์คุณวรรณี วิเศษสรรค 20.00คุณจารุณี พิทโยธัย 20.00 25. คุณมิกกี้ (คุณแมนองสไกด ชั้นอนุบาล)Mark-Surachanee Murray 20.00 26. คุณสุภามาศ วิวัฒน เดชากุล (คุณแมนองอลิสา)David-Tassane Indonisi 20.00 27. คุณยุพา สมเขาใหญ (คุณแมนองนาตาลี)Chaiyut-Yupha Somkhaoyai 20.00 28. คุณสุมนา สวนศิลปพงศSrinuan Deusa 20.00 29. คุณธิดารัตน (คุณแมนองมารวิน นองเทยา)Saranya-Smit Kulwatno 20.00 30. คุณพนมรัตน มุขกัง (คุณแมนองแอนนา)Wanawan Srithongmat 20.00 31. พระมหาศรีสุพรณ อตฺตทีโปHien Thi Le 20.00คุณรัชนี สมเขาใหญ 20.00 32. ครูกัญญาภัชร (ครูแตก)Atom erfas 20.00 33. คุณิภาพรรณ ตรีเลิศกุลMark K.-Surachanee B. Murray 20.00 34. คุณพรรณี เกษมพันธัยครูแหมม ครูบูม วัดธัมมาราม ชิคาโก 15.00 35. คุณพิณทอง เกาฏีระHai T. Nguyen 10.00 36. คุณพาณี ผูปกครองนองเบิรด รายนามเจาภาพอาหารวาง(SNACK) ร.ร.วดไทยฯ ดี.ซ.ี ภาคฤดูรอน ั  รายนามผูพาคณะครูอาสาสมัครไปทัศนศึกษา/รับประทานอาหาร 1. คุณพวงทิพย - คุณประสาร (คุณตา- คุณยายนองบรูซ) 1. คุณพรพิศ และครอบครัวนองเรโช (คุณแมนองจัสมิน วิลเลี่ยม)2. คุณศิริกร (คุณแมนองแพมมี่ เปมิกา) 2. พี่สาวคุณรุงฤดี เพริดพราว3. คุณปาพวงทอง (คุณยายนองแจสมิน) 3. ลุงขาว ปากัลยา(คุณปู-คุณยานองจูเลี่ยน)4. คุณตอย (คุณแมนองจัสมิน นองกานต) 4. คุณปาเขง ปาจุก ลุงดูเวน ปาเปด และพี่ติม5. คุณดาว (คุณแมนองมายานองออนนี่ และนองเจนนี่) 5. คุณวรชัย คุณกัญญาภัทร (ครูแตก)6. คุณถาวร (คุณแมนองเรโช) 6. ครอบครัวนองเมเกน7. คุณรุงฤดี (คุณแมนองเฟย และนองมุนี) 7. คุณสมบูรณ จรรยาทรัพยกิจ8. พระครูสังฆรักษอ�าพล 8. ครูศิวิไล (ครูเพชร)9. คุณปาลม คุณมด (คุณแม-คุณพอนองแทน นองทอดด) 9. กลุมพลังศรัทธา10. คุณโอ คุณเอ (คุณพอ-คุณแมนองอารเจ นองอาย) 10. คุณกร เทพนรรัตน (พอนองเคท)11. คุณธิติรัตน โอเดล (คุณแมนองเจมส) 11. คุณไพบูลย อูทิฆัมพร12. คุณรุงฤดี (คุณแมนองเฟย และนองมุนี) 12. ครอบครัวของนองสเวนาดิลัน ไทเลอร13. คุณกร เทพนรรัตน (คุณพอนองเคท) 13. ครอบครัวนองนูน และครอบครัวนองภีม นองหมวย14. คุณยายโฉมยงค คุณแมนารี (คุณแมนองนาริษา) 14. คุณตู คุณนุช (พีทีเอ)15. คุณนุช (คุณแมนองอลิเวอร และนองอีตั้น) 15. คุณพรรณี เกษมพันธัย16. คุณแมสุภาภาณุทัศน จันทรชนะกุล 16. คุณธิดารัตน (กระแต) คุณเอ (แมนองอาย)17. คุณศุภชัย ถิรสถิตวงษ 17. คุณศิริกร (แมนองแพมมี่)18. คุณมานพ คุณสมลักษณ เพชรเกอร (คุณพอ-คุณแมนองนูน) 18. คุณแดนชัย กัมพลาศิริ19. คุณสุริยัน-รัตนา (คุณพอซันนี่) 19. ครอบครัวนองเจมส20. คุณสมจิต ทานะเวช (คุณแมแมทธิว) 20. คุณแมนองสกายด
  • 54. แสงธรรม 52 Saeng Dhamma ต้รมเงากาสาวพัสตร์ กระผม พระสคุณ ปภสฺสโร (ศิริภากรณ) นับเปนโชค อันยิ่งใหญในชีวิตของผม ที่มีโอกาสหมผากาสาวพัสตร อุปสมบททดแทนพระคุณบิดามารดา และไดศึกษาเรียนรู ธรรมะในพระพุทธศาสนา รูจักนั่งสมาธิภาวนา เดินจงกรม แผเมตตา อันจะเปนประโยชนแกชีวตของผมในวันขางหนา ิ จึงขอกราบขอบพระคุณหลวงตาชี พระสงฆทุกรูป และ ญาติสนิทมิตรสหายทุกทานทีมารวมงานไว ณ โอกาสนีดวย ่ ้พระ ร ละมมารา    พระสคุณ ปภสฺสโร (ศิริภากรณ) เจ้าภาพอาหารใส่บาตรวันแม่แห่งชาติ อเชิญรวมเปนเจ้าภาพ   ทอดกินสามัคคี พิน  วนรัพ ิ  ริร ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ประรศร วรลิศ มธิน  แมพกา กััร ันรแกว ปัรา  ักรา ศิวิไล  ามั ว  ธิาวร กษา  ตินัน  ิรา  มาั    วัร   วพร  บ    นกล  ัม    วศ  ปรมวัต ิรา  นาวินรานน วันอาทิตย์ ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ พา าร  พิั   
  • 55. แสงธรรม 53 Saeng Dhamma  Vunchai-Nipan Pringphayune 400.00 Sasima-Songsri Nirapathama 120.00Chaweewan Pananon 400.00 Pramuan Dhaveechot 120.00Anya Kanon 310.00 William-Kingkeaw May DL 120.00คุณแมประจวบ ภังคสังข์ 300.00 Peter Gosak , Thai Market 120.00indarat Rattanakul 240.00 Vipa Sankanung 120.00Supannee Sattawatrakul 211.00 Peerarat Amornkitwanit 100.00Saranya-Smit Kulwatno 10.00 Prabhasri Durasavin 0.00ครอบครัวเกษมพันธัย 150.00 Alyssa Pouvarunumkoah 40.00Angkhana Thaweechot 140.00 Worachart Punksungka 30.00คุณชัยรัตน์ จารุพนธุ์ ชัชวาลย์ ทรัพย์เกษม ั 140.00 Patchara Thoviboon 10.00Rachanee-Kolavit Rapeepun 120.00Boondee Marnadee 120.00             วันจันทร์ คุณจิรา นาวินทรานนท, คุณวณี ฤทธิ์ถาวร, คุณเมธินี แยมเพกา, คุณวนิดา สุนทรพิทักษ คุณดวงพร เทียบทอง, คุณวัชรี, คุณวราลี-คุณลองรัก ภูศรีวันอังคาร วันอังคารที่ ๑ ของเดือน คุณนุสรา คุณนาคินทร พึ่งพร/คุณจิตรา จันทรแดง/คุณชินซิว วันอังคารที่ ๒ ของเดือน ครอบครัว รุสตานนท โดยคุณยายซูเฮียง, ครอบครัว อมรกิจวานิช ิ  โดยคุณจินดา,คุณนอย-อิว-พีท-กอลฟ-พงษ,คุณปอม-คุณประพจน คุณวงศ ๋ วันอังคารที่ ๓ ของเดือน คุณกุลชลี คุณปานันท โตตามวัย วันอังคารที่ ๔ ของเดือน คุณกุลชาติ คุณกัญญา สวางโรจน / คุณจิตรา จันทรแดง / ครอบครัวเอี่ยมเหล็กวันพุธ คุณเพชร, คุณพัชรา, คุณเมย, David, คุณบุญเลิง, คุณวนิดา, คุณยุพิน,คุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด, คุณปาเสริม งามสอาด, คุณอัน-คุณขวัญ ราน Thai Market พรอมคณะวันพฤหัสบดี คุณยุพิน เลาหพันธุ ราน BANGKOK GARDEN : 301-951-0670วันศุกร คุณปานิด มาแตง ปานอย Ruan Thai Rest. 301-942-0075 คุณปาบุญเสริม, คุณยุพิน สงวนทรัพยวันเสาร์ คุณมาลิน(เตน) คุณลิลลี,่ คุณธิตวฒน, คุณเชอรี,่ คุณสุกานดา บุพพานนท คุณบรรจง พวงใหญ ี ิัวันอาทิตย คุณนก, คุณกุหลาบ, คุณชูนนทร-Mr.Duwayne Engelhart, ครอบครัววิรยะ, ครอบครัวตังตรงวานิช ิ ิ ้ ครอบครัวสิทธิอวม, คุณนุกูล คุณบรรจง, คุณวาสนา นอยวัน, คุณกษิมา, คุณหลีหมายเหตุ: ขออนุโมทนาพิเศษแด คุณผกา คุณวณี, คุณเมธิน,ี คุณจิรา, คุณวนิดา, คุณเล็ก, คุณแตว ปานิด ปานอย คุณไก คุณพนมรัตน มุขกัง คุณวิทย-คุณณัฐ และทานอื่นๆ ที่มาทำาอาหารถวายพระ ภิกษุสงฆ ในวันที่เจาภาพหลักมาถวายไมได หากชื่อ - สกุล ไมถูกตอง กรุณาแจงไดที่พระสง์วัดไทย ดี.ซี. ทุกเวลา
  • 56. แสงธรรม 54 Saeng Dhamma รายนามเจาภาพถวายภัตตาหารเพล / Lunch ประจำาเดือนกันยายน (September, 2011)1 (Thu) คุณแม่สจิตร แมคคอร์มิค คุณสมร-คุณทิ พย์ พุทธวงศ์ พร้อมคณะ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั2 (Fri) TONO SUSHI โดยคุณเอก และพนักงาน ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน / กลุ่มพลังศรัทธา ถวำยเพลทีวด ่้ ่ั3 (Sat) คุณสแมนต้า - คุณพัทระ ท�าบุญงานแต่งงาน ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั4 (Sun) ร้านทะเลไทย Talay Thai Restaurant ท�าบุญร้านประจ�าปี ถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้5 (Mon) คุณธิ ดารัตน์ - เทย่า-มาวิ นน์ ศรีหาคุณ และคณะ ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั6 (Tue) ร้าน CHAM , SILVER SPRING ท�าบุญร้าน นิ มนต์พระสงฆ์ 5 รูป ถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้7 (Wed) คุณทัศนีย์ เลิศบุญ และเพือน ๆ ท�าบุญอุทิศกุศลครบรอบ 1 ปี ให้แด่คณพ่อเนรมิต เพชรไกร ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด  ุ ่ั8 (Thu) คุณแม่ราไพ คุณแม่แปง คุณแม่จมศรี คุณสุภา คุณชูศรี คุณแสงทอง คุณศรสมใจ ถวำยเพลทีวด � ู ่ั9 (Fri) คุณนาตยา-Richard คุณประพิ ณ คุณจ�าเนี ยร คุณมาลา คุณระพิ น-Garry และคณะ ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั10 (Sat) กลุ่มพลังบุญ ถวายเพลทีวด / คุณพวงทิ พย์ อิ ถรัชด์ ท�าบุญบ้าน นิ มนต์พระสงฆ์ 3 รูป ถวำยเพลทีบำน ั ่ ้11 (Sun) คณะผูปกครอง “09” ถวำยเพลทีวด / คุณแต๋ว (สมพร) นิ มนต์พระสงฆ์ 5 รูป ถวำยเพลทีบำน ้ ่ั ่ ้12 (Mon) คุณแต๋ว-Dorn คุณอุไร คุณติ ว ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั13 (Tue) BANGKOK DELIGHT RESTAURANT ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้14 (Wed) คุณแม่บวไหล - คุณน�าอ้อย - คุณน�าหวาน - Derek - คุณประยูรศรี ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ั ่ั15 (Thu) BANGKOK GARDEN RESTAURANT โดยคุณยุพิน เลาหพันธุ์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้16 (Fri) THAI DERM RESTAURANT ท�ำบุญฉลองร้ำนประจ�ำปี โดยคุณสุทนต์-ศิ ริกนย์ ถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ั ่้17 (Sat) กลุ่มพลังศรัทธา ถวายภัตตาหารเพลทีวด ั18 (Sun) ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมท�าบุญตักบาตรวันสารทไทย โดยพร้อมเพรียงกัน19 (Mon) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายพาณิ ชย์ สนง. ฝ่ ายวิ ทยาศาสตร์ฯ สนง.ฝ่ ายการเมือง ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั20 (Tue) ว่าง21 (Wed) คณะผูปกครองนักเรียน 2552 โดยคุณแขก-กระแต-ดาว-ภา-น้อย-ถา-จูมศรี-แสงทอง-อุย และคณะ ถวำยเพลทีวด ้ ้ ่ั22 (Thu) คุณเสริมศักดิ - คุณวันทนี ย์ รุจิเรข NSC CAFETERIA ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้23 (Fri) สนง. ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารเรือ / ทหารอากาศ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั24 (Sat) น.พ. กรีฑา - พ.ญ.จารุรพ อภิ บณโยภาส ท�าบุญเนื องในวันคล้ายวันเกิ ด ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั25 (Sun) คุณประสาร มานะกุล และครอบครัว ท�าบุญให้บรรพบุรษ / ุ คุณสาธิ ยา ศิ ลาเกษ และครอบครัว ท�าบุญอุทิศให้คณแม่เพ็ญพรรณ Nowak ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั26 (Mon) สนง.เศรษฐกิ จการคลัง, สนง. ก.พ., สนง. เกษตร ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั27 (Tue) ว่าง28 (Wed) คุณการุญรัตน์ และคุณอุไรวรรณ พร้อมด้วยคณะพยาบาลบัลติ มอร์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั29 (Thu) ว่าง30 (Fri) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารบก ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั ทานที่ต้องการเป็นเจ้าภาพ หรือถ้ามีปญหาขัดข้อง กรุณาแจ้งให้ทางวัดทราบด้วย โทร. 301-871-8660-1 อันนะโท พะละโท โหติ วัตถะโท โหติ วัณณะโท ยานะโท สุขะโท โหติ ทีปะโท โหติ จักขุโท ผู้ให้ข้าวชื่อวาให้ก�าลัง ผู้ให้ผ้าชื่อวาให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อวาให้ความสุข ผู้ให้ประทีปชื่อวาให้จักษุ
  • 57. แสงธรรม 62 Saeng Dhamma อเชิญรวมทำาบุญ วันสารทไทย ณ วัดไทยกรุวอชิตัน, ดี.ซี.  กันยายน  พิธีสารท เปนประเพณีการท�าบุญเพื่ออุทิศสวนกุศลใหแกบุพการีชน ซึ่งเปนบรรพบุรุษญาติพี่นองผูที่ลวงลับไปแลว ดังนั้น เพื่อใหทานสาธุชนทั้งหลายไดมีโอกาสท�าบุญในวันส�าคัญเชนนี้ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. จึงจัดงานท�าบุญ “วันสารทไทย” ขึ้น โดยมีก�าหนดการ ดังนี้ กำ�หนดก�รวันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๔เวลา ๐๙.๐๐ น. เริ่มรวบรวมชื่อ - ตั้งรูปภาพ (ผูที่ลวงลับไปแลว) เพื่อที่จะท�าพิธีบังสุกุลอุทิศสวนกุศลไปให ณ อุโบสถศาลาพุทธมงคลวิมลดีซีเวลา ๑๐.๐๐ น. จัดตั้งตนผาปามหากุศลวันสารทไทยเวลา ๑๘.๐๐ น. คณะสงฆ์และทานสาธุชน รวมกันท�าวัตร สวดมนต์เย็น สมาทานศีล ๘, นังสมาธิ, สนทนาธรรม ่วันอาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๔เวลา ๐๗.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเชาเวลา ๐๘.๓๐ น. เริ่มออกรานจ�าหนายอาหาร พืช-ผัก-ผลไม และของที่ระลึกตาง ๆเวลา ๑๐.๐๐ น. สาธุชนพรอมกันไหวพระ สวดมนต์ สมาทานศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เวลา ๑๐.๓๐ น. ตักบาตรพระสงฆ์ ๙ รูปเวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแดพระสงฆ์เวลา ๑๓.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนา โดยพระเดชพระคุณหลวงพอพระวิเทศธรรมรังษี - ท�าพิธีบังสุกุลชื่อ - รูปภาพ เพื่ออุทิศสวนกุศลแกผูที่ลวงลับไปแลว - ถวายเครื่องไทยทาน พระสงฆ์อนุโมทนา เปนเสร็จพิธี ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทานสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายไปรวมท�าบุญวันสารทไทยโดยพรอมเพรียงกัน (หากทานมีความประสงค์จะบังสุกุล เพื่ออุทิศสวนกุศลใหคุณพอ คุณแม พี่นอง ญาติมิตร หรือผูมีพระคุณที่ลวงลับไปแลว โปรดสงชือหรือรูปภาพไปทีวดกอนวันงาน เพือพระสงฆ์จะไดบงสุกลพรอมกัน) ขออนุโมทนาขอบคุณในกุศลศรัทธาของทาน ่ ่ั ่ ั ุมา ณ โอกาสนี้ Tel. (301) 871-8660 / (301) 871-8661 www.watthaidc.org E-mail : Watthaidc@hotmail.com