Saeng Dhamma Vol. 36 No. 434 June 2011
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Saeng Dhamma Vol. 36 No. 434 June 2011

on

  • 2,324 views

วารสารแสงธรรม ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๔๓๔ ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔, ...

วารสารแสงธรรม ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๔๓๔ ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔, วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.

Statistics

Views

Total Views
2,324
Views on SlideShare
2,302
Embed Views
22

Actions

Likes
0
Downloads
3
Comments
0

1 Embed 22

http://www.watthaidc.org 22

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Saeng Dhamma Vol. 36 No. 434 June 2011 Document Transcript

  • 1. ทุกชีวิตมีปัญหา พระพุทธศาสนามีทางแก้ วารสารธรรมะรายเดือนที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา แสงธรรม ฉบับ มุทิตาสักการะปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๔๓๔ ประจำาเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ Saeng Dhamma Vol.36 No.434 June 2011 ๘๖ ปี หลวงตาชี
  • 2. สื่อส่องทาง สว่างอ�าไพ แสงธรรม ทุกชีวิตมีปัญหำ พระพุทธศำสนำมีทำงแก้ วำรสำรธรรมะรำยเดือนที่เก่ำแก่ที่สุดในอเมริกำ ปีที่ 36 ฉบับที่ 434 ประจ�ำเดือนมิถุนำยน พ.ศ. 2554 Vol.36 No.434 June, 2011 Objectives : �To promote Buddhist activities. สำรบัญ �To foster Thai culture and tradition. �To inform the public of the temple’s activities. Contents �To promide a public relations center for Buddhists living in the United States. The Buddha’s Words.............................................. 1 ศิษยานุศิษย์น้อมจิตคารวะ........................................ 2 เจ้าของ : วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ใครคือคนใกล้พระ คนใกล้พระคือใคร? .................... 3 ที่ปรึกษา : พระวิเทศธรรมรังษี ภาวะผู้น�า... กับธรรมะ ............................................ 6 กองบรรณาธิการ : ก�าหนดการ “ธรรมสมโภช ๘๖ ปี ชีวานันทะ” ......... 7 ดร.พระมหำถนัด อตฺถจำรี Emptiness By Ven. Buddhadasa..................................... 11 พระสมุห์ณัฐิวุฒิ ปภำกโร About Being Careful By Ven. Ajanh Chah.............. 15 พระจรินทร์ อำภสฺสโร TOMORROW MAN By Ven. Laung Ta Chi................................. 18 พระมหำเรืองฤทธิ์ สมิทฺธิญำโณ พระสุริยำ เตชวโร ปฏิบัติธรรมประจ�ำเดือนมิถุนำยน............................... 22 พระมหำสรำวุธ สรำวุโธ เสียงธรรม...จากวัดไทย........................หลวงตาชี 23 พระมหำประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม ประมวลภาพกิจกรรมเดือนพฤษภาคม.................... 30 พระมหำศรีสุพรณ์ อตฺตทีโป เสียงธรรม...จากหลวงตาชี ...................................... 32 พระมหำค�ำตัล พุทฺธงฺกุโร ท่องแดนพระพุทธศำสนำ ๒,๓๐๐ ปี ดร.พระมหำถนัด 39 พระอนันต์ภิวัฒน์ พุทฺธรกฺขิโต สำระธรรมจำก...พระไตรปิฎก ................................... 42 และอุบำสก-อุบำสิกำวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. อนุโมทนำพิเศษ / Special Thanks............................ 43 Thai Temple’s News...............โดย ดร.แฮนดี้ 45 SAENG DHAMMA Magazine รำยนำมผู้บริจำคเดือนพฤษภำคม Ven.Pradoochai 48 is published monthly by รำยนำมผู้บริจำคออมบุญประจ�ำปีและเจ้ำภำพภัตตำหำรเช้ำ..53 Wat Thai Washington, D.C. Temple รำยนำมเจ้ำภำพถวำยเพล / Lunch............................54 At 13440 Layhill Rd., Silver Spring, MD 20906 ก�ำหนดกำรท�ำบุญวันอำสำฬหบูชำ-วันเข้ำพรรษำ .......62 Tel. (301) 871-8660, 871-8661 Fax : 301-871-5007 Photos taken by E-mail : watthaidc@hotmail.com Ven. Pradoochai, Ven. Khumtan Homepage : www.watthaidc.org Ven. Ananphiwat, Ven.Srisuporn Radio Network : www.watthai.iirt.net Mr. Kevin & Mr. Sam 2,500 Copies Bank & Ms. Golf
  • 3. ถ้อยแถลง เย็นร่างกายเมื่อได้อาศัยร่ม เย็นอารมณ์เมื่อฟังธรรมน�าวิถี เย็นจิตใจเมื่อได้ปฏิบัติดี เพราะเรามี “ หลวงตาชี ” คอยชี้ทาง นีคอถ้อยธรรมค�ำประพันธ์ท “ไม้ออน” ได้กล่ำวถึงบทบำทของควำมเป็นนักเทศน์ นักปรำชญ์ นักเขียน นักประพันธ์ ่ื ี่ ่ทีพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตำชี) ได้มอดมกำรณ์เพือปฏิบตศำสนกิจ ณ ดินแดนแห่งนีดวยควำมทุมเทชีวตจิตใจ เผยแผ่ ่ ีุ ่ ัิ ้้ ่ ิพระพุทธศำสนำโดยกำรเทศน์สอน เขียนบทควำมธรรมะให้อ่ำนให้คิด โดยยึดหลักที่ว่ำ “เมื่อศีลธรรมกลับมาพาใจสุข ไล่ความทุกข์เศร้าโศกวิโยคหนี ให้ลูกหลานหมั่นท�าแต่ความดี ชีวิตนี้มีแต่สุขทุกวันเอย” อีกทั้งยังได้ปฏิบัติตนเพือเป็นแบบอย่ำงให้พระธรรมทูต ตลอดถึงชำวพุทธทังหลำยได้ชวยกันสืบสำนงำนพระพุทธศำสนำให้เจริญรุงเรือง ่ ้ ่ ่ยิ่ง ๆ ขึ้นไป “แสงธรรม” ฉบับเดือนมิถนำยนนี เป็นฉบับวำระพิเศษ เนืองในโอกำสวันคล้ำยวันเกิดของพระเดชพระคุณพระวิเทศ ุ ้ ่ธรรมรังษี (หลวงตำชี) ซึงได้เวียนมำบรรจบอีกครังในวันที ๙ มิถนำยน โดยในปีนคณะศิษยำนุศษย์ “กลุมรวมน�าใจ ่ ้ ่ ุ ี้ ิ ่ ้ใฝ่ธรรม” เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริดา น�ำโดยคุณยงยุทธ – คุณศิรพรรณ เนตรทองค�า ได้รบเป็นประธานจัดงาน “ท�าบุญ ิ ัธรรมสมโภชอายุวฒนมงคลครบ ๘๖ ปี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี)” ในวันที่ ๑๑ – ๑๒ มิถนายน ๒๕๕๔ ั ุโดยมีกำรประพฤติวตรปฏิบตธรรม บรรยำยธรรม สนทนำธรรม เพือน้อมถวำยเป็นอำจริยบูชำในส่วนกตัญญูกตเวทิตำ ั ัิ ่ธรรม นอกจำกนัน ยังมีกำรนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิเ์ จริญพระพุทธมนต์ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร สวดทักษิณำนุประทำน ้และแสดงพระธรรมเทศนำ จึงขอเชิญชวนท่ำนสำธุชนทั้งหลำยร่วมเป็นเจ้ำภำพโรงทำน ถวำยภัตตำหำรเช้ำ – เพล น�้ำปำนะ และเครืองไทยธรรมแด่พระสงฆ์ โดยพร้อมเพรียงกัน ติดต่อได้ทคณะสงฆ์วดไทยฯ ดี.ซี. ่ ี่ ั ส�ำหรับท่ำนที่มีควำมประสงค์จะส่งบุตรหลำนมำเรียนภำษำไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย มำรยำทไทย และดนตรีไทย ปีนี้โครงกำรโรงเรียนวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ภำคฤดูร้อน ร่วมกับคณะครุศำสตร์ฯ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ปฐมนิเทศเปิดเรียนในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ อย่ำลืม! ติดต่อขอใบสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สุดท้ำย ขอฝำกมรดกธรรม “ใหม่ตลอดกาล” จำกหนังสือ “๗ รอบ ๑๒ ราศี หลวงตาชีแจกธรรม” เพื่อเชิญทุกท่ำนได้ร่วมประพฤติปฏิบัติธรรมและร่วมงำนธรรมสมโภช ๘๖ ปี หลวงตำชี ในวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ตั้งแต่เวลำ ๐๘.๓๐ น. เป็นต้นไป ธรรมะทันสมัย เป็นของใหม่ตลอดกาล คงทนอยู่ได้นาน ตลอดกาลนิรันดร ขอเชิญทุกทุกท่าน สมาทานประพฤติธรรม ชีวิตจะชื่นฉ�่า ในพระธรรมทุกวันคืน จะหลับหรือจะตื่น ทุกวันคืนจิตผ่องใส จะพบแต่ของใหม่ ตลอดไปชั่วชีวันฯ ขออ�ำนวยพรให้ทุกท่ำนจงจริญรุ่งเรืองอยู่ภำยใต้ร่มโพธิ์ทองของพระพุทธศำสนำโดยทั่วหน้ำกัน เทอญ คณะผู้จัดท�า
  • 4. แสงธรรม 1 Saeng Dhamma The Buddha’s Words พุทธสุภาษิต อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย. (๑๖๕)ตนทําบาปเอง ตนก็เศร้าหมองเอง ตนไม่ทาบาป ตนก็บริสทธิเ์ อง ความบริสทธิ์ ํ ุ ุหรือไม่บริสทธิเ์ ป็นของเฉพาะตน คนอืนจะให้คนอืนบริสทธิแทนไม่ได้ ุ ่ ่ ุ ์By oneself is evil done, by oneself does one get defiled, by oneself is evilleft undone. Purity or impurity depends on oneself, no one can purifyanother.
  • 5. แสงธรรม 2 Saeng Dhamma ศิษยานุศิษย์น้อมจิตคารวะ บรรดาสานุศิษย์ จิตเกษม ลูกโยคีไมอามี่ เปรมปรีดิ์ศรี พุทธศาสนิกชน ร่วมยินดี อัญชลีหลวงตาชี บุราจารย์ ในวาระที่พ่อพระ เจริญพรรษา ๙ มิถุนา ๘๖ ปี ศรีพิศาล ศิษย์ทุกคนแซ่ซ้อง สาธุการ ด้วยดวงมานชื่นชม สมฤดี ข้าพเจ้าผู้แทน สานุศิษย์ อัญชลิตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกราศี ขออัญเชิญพระตรัยรัตน์ นฤบดี องค์นารายณ์เรืองฤทธี ทั้งภพตรัย โปรดประทานสรรพสิ่ง พรวิเศษ พระวิเทศธรรมรังษี สุขสดใส พรรษายืนกว่าร้อย เป็นร่มไทร คุ้มโพยภัยสานุศิษย์ นิจนิรันดร์ สุรเชฐษ์ เฟื่องฟู ประพันธ์บทในนาม คุณยงยุทธ-คุณศิริพรรณ เนตรทองค�า และสานุศิษย์ไมอามี่
  • 6. แสงธรรม 3 Saeng Dhamma ใครคือคนใกล้พระ คนใกล้พระคือใคร? มุทิตำสักกำระ ข้ำพเจ้ำขอน้อมรับโอกำสอันทรงเกียรติอีกครั้ง ที่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มรวมน�้ำใจใฝ่ธรรม เมืองไมอำมี่ ในกำรแสดงควำมกตัญญูกตเวทิตำต่อท่ำนเจ้ำคุณอำจำรย์ พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี (ท่ำนเจ้ำคุณหลวงตำชี) ที่พวกเรำสำธุชนเคำรพรักอย่ำงสูง ข้ำพเจ้ำได้เคยเขียนถึงปฏิปทำของท่ำนเจ้ำคุณหลวงตำชีเอำไว้มำกมำยในหนังสือ ที่ได้เคยพิมพ์แจกเป็นธรรมทำนมำแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๖-๒๕๕๓ จนมำถึง ๒๕๕๔ คือเล่มที่ท่ำนถืออยู่ในมือขณะนี้ ข้ำพเจ้ำขออนุญำตกรำบเรียนท่ำนผู้อ่ำนตำมตรง เนื่องด้วยข้ำพเจ้ำทรำบถึงตัวเองดีว่ำ ยังเป็นผู้มีควำมรู้น้อยด้อยปัญญำนัก ยังไม่สำมำรถเขียนพรรณนำออกมำเป็นตัวอักษรให้ท่ำนผู้อ่ำนเข้ำใจได้อย่ำงลึกซึ้งในปฏิปทำอันตั้งมั่นของท่ำนเจ้ำคุณหลวงตำชี ที่มีต่อสังคมไทยและพระพุทธศำสนำ ท่ำนเป็นพระแท้ ท่ำนเลือกที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกำสให้ได้มีโอกำส มองเห็นแต่ผลประโยชน์ส่วนรวมก่อนเสมอ ท่ำนสร้ำงโรงเรียนให้เด็กนักเรียนยำกจนให้มทเี่ รียนในหลำยสิบปีทผำนมำ นักเรียนยำกจนเหล่ำนันได้เติบโต ี ี่ ่ ้เป็นผู้ใหญ่เรียนจบปริญญำโทหลำยรุ่นและก็ได้กลับไปช่วยรุ่นหลังต่อไป ท่ำนให้ทุนพระภิกษุสำมเณรเพื่อศึกษำวิชำควำมรู้ ท่ำนบอกกับข้ำพเจ้ำว่ำกำรศึกษำคือสิ่งที่ส�ำคัญที่สุดมำกกว่ำสิ่งอื่นใด ท่ำนจะสอนเสมอว่ำ
  • 7. แสงธรรม 4 Saeng Dhamma หากจะพัฒนาชาติ ก็ให้เริ่มที่บุคคล ถ้าจะพัฒนาคน ก็ให้เริ่มที่ใจ อยากจะพัฒนาอะไร ก็ให้เริ่มที่ตัวเรา เงินทุกบำททุกสตำงค์ทสำธุชนถวำยท่ำนนันก็จะไปเป็นสำธำรณประโยชน์ทงสิน กล่ำวคือสร้ำงอำคำรเรียน ี่ ้ ั้ ้ไฟฟ้ำ น�ำประปำ ให้ผคนจ�ำนวนมำกในถินทีขำดแคลนได้มโอกำสทัดเทียมเหมือนดังถินทีเจริญแล้ว และสร้ำงคน ้ ู้ ่ ่ ี ่ ่ให้เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ ท่ำนพักผ่อนน้อยมำกเพียงวันละสองสำมชั่วโมงเท่ำนั้น เวลำทั้งหมดที่เหลือก็คือทุ่มเทรับใช้พระศำสนำ เมตตำธรรมที่เปี่ยมล้นของท่ำนมำกเกินกว่ำที่ข้ำพเจ้ำจะอธิบำยได้ เพรำะท่ำนคือธรรมทำยำทในพระพุทธศำสนำ ด�ำเนินตำมค�ำตรัสสังสอนขององค์พระสัมมำสัมพุทธเจ้ำทีมตอสำวกของพระองค์ ท่ำนยึดหลัก ่ ่ี่พุทธวิธอย่ำงแน่วแน่ ส�ำหรับข้ำพเจ้ำท่ำนคือพระโพธิสตว์เมืองคน ส่วนพวกเรำเหล่ำสำนุศษย์กคอเวไนยสัตว์ทรอ ี ั ิ ็ื ี่ให้ทำนโปรด รอให้ทำนสอน และค�ำสอนของท่ำนก็เป็นสิงทีทำได้ไม่ยำก ไม่เกินควำมสำมำรถของคนธรรมดำอย่ำง ่ ่ ่ ่ �เรำจะกระท�ำได้ วิธีกำรสอนของท่ำนมีครบทั้ง ๓ โวหำร คือ ๑. ชี้แจงแสดงให้เข้าใจ (เทศนา) ๒. ขยายความเพิ่มให้เข้าใจ (พรรณนา) ๓. ยกตัวอย่างให้เข้าใจ (สาธก) ผูใดก็ตำมทีได้ปฏิบตตำมค�ำสอนของท่ำนใน“เจ็ดรักและเจ็ดทรัพย์” ข้ำพเจ้ำขอรับรองว่ำผูนนจะมีเทวดำ ้ ่ ัิ ้ ั้รักษำ เป็นที่รักของบุคคลทั่วไป ทั้งยังเป็นผู้ที่อุดมสมบูรณ์ในโภคทรัพย์และอริยทรัพย์อีกด้วย พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ว่ำ หากต้องการจะดูบุคคลใด เป็นบุคคลที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร ก็ให้ดูที่ภายนอกและภายในของบุคคลนั้นภายนอกคือการกระท�า ภายในคือค�าสอน ทั้งสองประการนี้จะต้องตรงกัน พุทธวิธีในข้อนี้ตรงกับท่ำนเจ้ำคุณหลวงตำชีเป็นอย่ำงยิ่ง เพรำะท่ำนสอนพวกเรำอย่ำงไร ท่ำนก็รักษำคุณธรรมเป็นปกติของท่ำนอย่ำงนันหรือยิงกว่ำนันกล่ำวคือ ท่ำนสอนให้พวกเรำขยันเป็นผ้ไม่สนโดษในกำรปฏิบติ ้ ่ ้ ู ั ัดีและไม่ทอถอยในกำรปฏิบตควำมเพียร ซึงสิงทีทำนท�ำให้พวกเรำดูนนแสนยำกยิงกว่ำ หำกจะเปรียบกับค�ำกล่ำว ้ ัิ ่ ่ ่ ่ ั้ ่ที่ว่ำ ยอมสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตนั้น คงไม่อาจใช้กับท่านได้เพราะส�าหรับท่านคือการยอมสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม ท่ำนได้เสียสละทั้งชีวิตของท่ำนมำยำวนำนตั้งแต่ข้ำพเจ้ำและท่ำนผู้อ่ำนยังไม่ได้เกิดมำเป็นมนุษย์ชำติ จนมำบัดนี้แม้พรรษำท่ำนจะ ๘๖ ปี แล้วก็ตำม ท่ำนก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะลำก จะจูง พวกเรำเหล่ำสำธุชนและ คนเป็นศิษยำนุศษย์ทงหลำย ให้เป็นผูรทนโลกธรรมทังแปดและให้เป็นผูตนจำกกิเลสอันก่อให้เกิดทุกข์ควำม ิ ั้ ้ ู้ ั ้ ้ ื่
  • 8. แสงธรรม 5 Saeng Dhamma เศร้ำหมอง ท่ำนสอนศิษย์ให้รู้เท่ำทันกับตัณหำและอวิชชำ เป็นเพรำะเรำรู้ไม่เท่ำทันเรำจึงทุกข์ ท่ำนได้ให้เครื่องมือส�ำหรับก�ำจัดทุกข์แก่พวกเรำก็คือกำรฝึกสติให้เกิดปัญญำ ท่ำนสอนข้ำพเจ้ำว่ำ สติปัญญำ ไม่มีเพศ ไม่มีชนชั้น ไม่มีรวย ไม่มีจน และปัญญำคือแก้วสำรพัดนึก ปัญญาสว่างทั้งกลางวันกลางคืน ปัญญาปกครองคนได้แสงสว่างเสมอด้วยปัญญานั้นไม่มี หำกจะให้ข้ำพเจ้ำเขียนถึงท่ำนเจ้ำคุณอำจำรย์หลวงตำชีรูปนี้ ข้ำพเจ้ำคงไม่สำมำรถเขียนเป็นที่สุดได้ เพรำะคงจะเขียนเล่ำเรื่องรำวของท่ำนไปไม่รู้จบ คุณธรรมอันยิ่งใหญ่และเมตตำธรรมอันไพศำลทีทำนได้ทำให้แล้วแด่ปวงชน มีมำกมำยเกินกว่ำศิษย์นอยๆ อย่ำงข้ำพเจ้ำจะเขียนออกมำเป็นตัวอักษร ่ ่ � ้อันวิจิตรได้ดั่งใจ ฉะนั้น ก่อนจะถึงบทสุดท้ำย ข้ำพเจ้ำขออนุญำตท่ำนผู้อ่ำนอีกครั้งเพื่อเฉลยค�ำตอบ ใครคือคนใกล้พระ คนใกล้พระก็คือคนที่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ในใจตลอดเวลา ทั้งยามหลับและยามตื่นไม่ใช่คนที่มีบ้ำนใกล้วัด ไม่ใช่คนที่สำมำรถได้นั่งใกล้และจับชำยจีวรท่ำนอยู่ เรื่องคนใกล้พระนี้ท่ำนเจ้ำคุณหลวงตำชี ท่ำนได้เขียนไว้ตั้งแต่เดือนมีนำคม พ.ศ. ๒๕๓๙ (๑๙๙๗) และท่ำนได้เขียนเป็นโคลงกลอนที่ไพเรำะดังนี้ คนใกล้พระ ใกล้ธรรม นั้นล�้าเลิศ ใจประเสริฐ เพราะมีธรรม พระพร�่าสอน อยู่ใกล้พระ ได้ช�าระ ละนิวรณ์ พระท่านสอน ให้เจริญ เดินตามธรรม ข้ำพเจ้ำขอเชิญชวนท่ำนผู้อ่ำนและสำธุชนทั้งหลำยจงมำเป็นคนใกล้พระกันเถอะ สุดท้ำยนี้เนื่องในศุภวำระอำยุครบ ๘๖ ปี ของท่ำนเจ้ำคุณหลวงตำชี ข้ำพเจ้ำในฐำนะตัวแทนของศิษย์กลุ่มรวมน�้ำใจใฝ่ธรรม ไมอำมี่ รัฐฟลอริดำ ขอตั้งจิตอธิษฐำนถวำยชัยมงคล กรำบอำรำธนำคุณพระศรีรัตนตรัยและหลวงพ่อพระพุทธมงคลวิมล, ดี.ซี. และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสำกลโลกโปรดคุ้มครองให้ท่ำนเจ้ำคุณหลวงตำชี มีสุขภำพที่แข็งแรง อำยุยืน อยู่เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของศิษย์และปวงชน ตรำบนำนเท่ำนำนด้วยเทอญ กรำบนมัสกำรด้วยควำมเคำรพอย่ำงสูง ศิริพรรณ เนตรทองค�า ในนำมของศิษย์ลูกโยคี กลุ่มรวมน�้าใจใฝ่ธรรม ไมอามี่ ประธานจัดงานท�าบุญฉลองอายุวัฒนมงคลครบ ๘๖ ปี
  • 9. แสงธรรม 6 Saeng Dhamma ภาวะผู้น�า...กับธรรมะ ถิ่นขวานทอง ของไทย ในอีสาน ปณิธาน “หลวงตาชี” ที่แน่วแน่มุกดาหาร ค�าชะอี ที่อาศัย คือเผยแผ่ หลักธรรม น�าถึงแก่นบ้านโพนงาม ถิ่นก�าเนิด น่าภูมิใจ เสียสละ อุทิศตน เพื่อตอบแทนจารึกไว้ “สุรศักดิ์ ธรรมรัตน์” ชื่อชัดเจน เป็นแบบแผน ชาวพุทธ สุดบูชา เกิดผู้น�า ตามรอย พระพุทธศาสนา ท่านสอนให้ ใช้แสงธรรม น�าชีวิตอันล�้าค่า ด้วยค�าสอน ที่โดดเด่น สติคิด รู้แก้ไข ในปัญหาได้มาบวช ด้วยศรัทธา เป็นสามเณร ประเพณี วัฒนธรรม สืบทอดมาท่านมุ่งเน้น ปฏิบัติธรรม น�าจิตใจ น้อมวันทา จากมวลศิษย์ นิจนิรันดร์ อุปสมบท บ�าเพ็ญพรต งดงามนัก มี “ภาวะ ผู้น�า...กับธรรมะ”“พระสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท” ร่มโพธิ์ใหญ่ ไม่ลดละ สร้างสังคม ให้สุขสันต์ครูผู้สอน ปริยัติ ธรรมวินัย สามัคคี ปรองดอง พี่น้องกันวิปัสสนาจารย์ ครูผู้ให้ ใฝ่ท�าดี รักผูกพัน สายเลือดไทย ให้ยาวนาน ปีหนึ่งแปด จากเมืองไทย ไกลลัดฟ้า คือหลวงพ่อ “พระวิเทศธรรมรังษี”สู่อเมริกา เผยแผ่ธรรม น�าวิถี “แปดสิบหกปี” อายุวัฒน เกษมศานต์สาธุชน คุ้นนามว่า “หลวงตาชี” ขออ�านาจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดอภิบาลณ วัดไทยฯ ดี.ซี. ชี้ทางธรรม คุ้มครองท่าน “หลวงตาชี” นี้ด้วยเทอญ สามสิบหกปี ที่สืบสาน งานพุทธศาสน์ให้ต่างชาติ พร้อมชาวไทย ใจชุ่มฉ�่า นางสาวยุพา มาตยะขันธ์ (ครูยุ)ท�าให้ดู อยู่ให้เห็น เป็นประจ�า ครูใหญ่โรงเรียนวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.ทุกถ้อยค�า สั่งสอนศิษย์ จิตเมตตา ภาคฤดูร้อน ปี ๒๕๕๓ เป็นแบบอย่าง พระสงฆ์ไทย ในต่างถิ่นทุกศาสตร์ศิลป์ เชี่ยวชาญ การศึกษาพระธรรมทูต ผู้น�า มีธรรมาพัฒนา วัดไทย ในต่างแดน
  • 10. แสงธรรม 7 Saeng Dhamma ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำาบุญ ธรรมสมโภชอายุวัฒนมงคล ๘๖ ปี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. มลรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ่ ๑๑ - ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ กำ�หนดก�รวันเสาร์ที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ จัดปฏิบัติธรรม “ธรรมสมโภช ๘๖ ปีชีวานันทะ” ท�ำวัตรสวดมนต์ สมำทำนศีล ปฏิบตธรรม ฟังกำรบรรยำยธรรม สนทนำธรรม ถำมตอบปัญหำธรรมะ ัิวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ พิธีท�าบุญอายุวัฒนมงคล ครบ ๘๖ ปี พระวิเทศธรรมรังษี เวลำ ๐๗.๐๐ น. ถวำยภัตตำหำรเช้ำ เวลำ ๐๘.๓๐ น. พระสงฆ์และพุทธศำสนิกชนพร้อมกัน ณ อุโบสถ เวลำ ๐๙.๐๐ น. พระวิเทศธรรมรังษี จุดธูปเทียนบูชำพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย พิธีทักษิณำนุปทำน เวลำ ๑๐.๓๐ น. ประธำนกรรมกำรจัดงำนฝ่ำยฆรำวำส จุดธูปเทียนบูชำพระรัตนตรัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ถวำยเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนำ กรวดน�้ำ-รับพร เวลำ ๑๑.๐๐ น. ถวำยภัตตำหำรเพลแด่พระสงฆ์ เปิดโรงทำนผู้ร่วมงำนรับประทำนอำหำร เวลำ ๑๒.๓๐ น. พระสงฆ์และพุทธศำสนิกชนพร้อมกันภำยในอุโบสถ เวลำ ๑๒.๔๐ น. พิธีน้อมถวำยคำรวะ ๘๖ ปี หลวงตำชี โดย กลุ่มรวมน�้ำใจใฝ่ธรรม ไมอำมี และคณะศิษยำนุศิษย์ เวลำ ๑๓.๐๐ น. ฯพณฯ เอกอัครรำชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน จุดธูปเทียนบูชำพระรัตนตรัย เจ้ำภำพกัณฑ์เทศน์ จุดเทียนบูชำพระธรรม ฟังพระธรรมเทศนำ ๑ กัณฑ์ เวลำ ๑๔.๐๐ น. พิธีถวำยมุทิตำสักกำระแด่พระวิเทศธรรมรังษี -พระวิเทศธรรมรังษี กล่ำวสัมโมทนียกถำ -พิธีถวำยน�้ำสรง –ถวำยผ้ำไตรจีวร -มอบของที่ระลึก เป็นอันเสร็จพิธี ������������ หมายเหตุ ก�ำหนดกำรอำจมีกำรเปลี่ยนแปลงตำมควำมเหมำะสม
  • 11. แสงธรรม 8 Saeng Dhamma ขออนุโมทนาพิเศษงานทำาบุญอายุวัฒนมงคลธรรมสมโภช ๘๖ ปี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) เจ้าภาพถวายพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์ ๑๐ รูป โดย กลุ่มรวมน�้าใจใฝ่ธรรม ไมอามี่ ฟลอริดา -------------------------- เจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ คุณณรงศักดิ์-คุณรัตนา โชติกเวชกุล ------------------------- รายนามผู้ร่วมบริจาคทั่วไป อาจารย์เกลี้ยง ชูเต ๓,๐๐๐ เหรียญ ------------------------------- เจ้าภาพถวายพระสงฆ์สวดทักษิณานุปทาน ๕๐ รูปๆ ละ ๒๐๐ เหรียญ ***********************๑. คุณกัญญา-คุณกุลชาติ สว่างโรจน์ ๕ รูป ๑,๐๐๐ เหรียญ๒. คุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด ๕ รูป ๑,๐๐๐ เหรียญ๓. คุณพิณทอง เกาฏีระ ๕ รูป ๑,๐๐๐ เหรียญ๔. นพ.อรุณ-คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ ๕ รูป ๑,๐๐๐ เหรียญ๕. คณะพยาบาลบัลติมอร์ ๓ รูป ๖๐๐ เหรียญ๖. สมาคมไทยอีสาน ๒ รูป ๔๐๐ เหรียญ๗. ครอบครัว มานะกุล ๒ รูป ๔๐๐ เหรียญ๘. คุณชัยรัตน์-คุณสุกานดา เจตบุตร และครอบครัว ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๙. คุณวิโรจน์-คุณมาลี บาลี และครอบครัว ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๐. คุณศักดิเกษม (แมน) วิรยะ-คุณธินภรณ์ (ตาล) งามสอาด ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ ์ ิ ี๑๑. คุณธนศักดิ์ (บูม) วิริยะ-น้องธนกร (แบ็งค์) วิริยะ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๒. คุณพิชัย (บู๊)-คุณธัญญาภรณ์ (หลี) กุลประเสริฐรัตน์ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ
  • 12. แสงธรรม 9 Saeng Dhamma๑๓. คุณประภา (นก) จันทร-คุณอานนท์ (ฝุ่น) แสนวิเศษ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๔. คุณกษิมา (จี๊ด) ปรุงธัญญะพฤกษ์ และครอบครัว ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๕. คุณพรพรรณ-คุณสิทธิศักดิ์ ปรางข�า ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๖. คุณกรองกาญจน์-คุณรัตนา ธารพิพิธชัย ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๗. คุณสุภาพ ดูบัวร์ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๘. คุณป้าบุญเสริม งามสอาด ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๑๙. คุณยายซู่เฮียง รุสิตานนท์ และลูกหลาน ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๐. คุณสมศักดิ์-คุณสุดารัตน์ ตั้งตรงวานิช และครอบครัว ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๑. คุณวาสนา-คุณมงคล-น้องเพียงอัมพร น้อยวัน ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๒. คุณมาลินี วังศเมธีกูร ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๓. ดร.สุทัศน์ เสาว์มั่น-คุณสุภาพ อุดดานนท์ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๔. คุณดารัตน์ แสงอรุณ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๕. คุณชัยยุทธ-คุณยุพา สมเขาใหญ่ และครอบครัว ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๖. Mr.Edward – Mr.William-Ms.Siriporn Gresser ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๗. คุณกฤช-คุณพรรณี-คุณพอล-คุณไซม่อน เกษมพันธัย ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๘. คุณพัชรา ตวงเศรษฐวุฒิ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๒๙. คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๓๐. คุณสุพรรณี สัตตวัตรกุล-คุณสุวภี เดชติศักดิ์ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๓๑. คุณจงดี Right และครอบครัว ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๓๒. คุณวรชัย-คุณกัญญภัทร กลึงโพธิ์ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๓๓. ครอบครัว มุขกัง ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ๓๔. คุณสุกานดา บุบพานนท์ ๑ รูป ๒๐๐ เหรียญ
  • 13. แสงธรรม 10 Saeng Dhammaภาพกิจกรรมงานทำาบุญธรรมสมโภชอายุวฒนมงคล ๘๕ ปี ชีวานันโท (พระวิเทศธรรมรังษี) ประจำาปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ั
  • 14. แสงธรรม 11 Saeng Dhamma EMPTINESS by Buddhadasa Bhikkhu http://www.what-buddha-taught.net/Books/BhikkhuBuddhadasa_Heart_Wood_from_the_Bo_Tree.htm ...Continued from last issue... ‘T his practice is every practice’. Try to think if there’s anything that remains to be practised, At any moment that any entrance and is an external matter; it doesn’t penetrate to the Buddha, Dhamma, and Sangha in the heart. If at any moment any person at all person, whether it’s Mr. Smith or Mrs. Jones or has a mind empty of grasping at and clinging to anyone at all, has a mind that is free of grasping ‘I’ and ‘mine’, even if it’s only for an instant, and clinging, what will there be present in their it means that the mind has realized emptiness. minds? It is pure, radiant and at peace. It is one and Please think it over. We can take it step by the same thing as the heart of the Buddha, the step from the Triple Refuge to virtuous conduct, Dhamma, and the Sangha. Thus at any moment samadhi and the discernment of truth, on to the that one has a mind empty in this way one has Path Realizations, their Fruits and Nibbana. At taken refuge, one has reached the Triple Gem. that moment they have reached the Buddha, To move onto giving dana (alms) and mak-the Dhamma and the Sangha for to have a heart ing donations. The meaning of giving dana and free of the mental defilements and Dukkha is to donations is to relinquish, to end all grasping be one with the heart of the Triple Gem. They at and clinging to things as being ‘I’ or ‘mine’. have reached them without having to shout As for giving in order to receive a much greater out Buddham saranam gacchami [16] or any of reward, such as giving a tiny amount and asking the rest of it. Crying out Buddham saranam gac- for a mansion up in heaven, that’s not giving, chami and so on is just a ritual, a ceremony of it’s just a business deal. Giving must be without
  • 15. แสงธรรม 12 Saeng Dhammastrings attached a casting off of things that we As for samadhi, an empty mind is the supreme grasp at and cling to as being ‘I’ and ‘mine’, samadhi, the supremely focused firmness of At the moment that one has a mind empty mind. The straining and striving sort of samadhi of ego - consciousness then one has made the isn’t the real thing and the samadhi which aims supreme offering, for when even the self has at anything other than non-clinging to the five been given up, what can there be left? When khandas is micchasamadhi (wrong or perverted the ‘I - feeling’ has come to an end then the samadhi). You should be aware that there is ‘mine - feeling’ will vanish by itself. Thus at any both micchasamadhi and sammasamadhi (right moment that a person has a mind truly empty or correct samadhi). Only the mind that is emp-of self, when even the self has been completely ty of grasping at and clinging to ‘I’ and ‘mine’ relinquished, he or she has developed giving to can have the true and perfect stability of sam-its perfection. masamadhi. One who has an empty mind has To move onto Sila (Virtuous Conduct), one correct samadhi. who has an empty mind, free of grasping at and Here we reach panna (the discernment of clinging to a (non-existent) self or to things as truth). It is clearly indicated’ that knowing or being possessions of a self, is one whose bodily realizing emptiness, or being emptiness itself and verbal actions are truly and perfectly vir- is the supreme panna because at the moment tuous. Any other sort of sila is just an up-and- that the mind, is empty it is supremely keen down affair. We make resolutions to refrain from and discerning. In contrast, when delusion and this and abstained from that and then we can’t ignorance enter and envelop the mind, causing keep them. It’s up - and - down because we grasping at and clinging to things as self or pos-don’t know how to let go of self and the posses- sessions of self then there is supreme foolish-sions of self right from the start. There being no ness. If you think it over you will easily see for freedom from self there can be no real sila, or if yourself quite clearly that when these things there is, it’s inconsistent. It is not ariyakantasila, have left the mind there can be no foolishness. the virtuous conduct that is of contentment to When the mind is empty of foolishness, emp-the Noble Ones, it is worldly sila, continually up ty of ‘I’ and ‘mine’, there is perfect knowing and down. It can never become transcendental or panna. So the wise say that emptiness and sila. Whenever the mind is empty, if it’s only for panna, the discernment of truth (or satipanna-a moment, or if it’s for a day or a night or how- truth-discerning awareness) are one. It’s not that ever long, for that length of time one has true they are two similar things they are one and the sila. same thing. True or perfect panna is emptiness,
  • 16. แสงธรรม 13 Saeng Dhammaabsence of the foolish clinging of delusion. Once teachings, to have put it into practice is to have the mind is rid of delusion it discovers its primal done all the practices and to have reaped the state, the true original mind which is panna or fruits of that practice is to have reaped all fruits. truth - discerning awareness. The meaning of the word ‘emptiness’ is an es- The word mind (citta) is being used here in sential point that you must try to keep in mind. a specific way. Don’t confuse it with the 89 Now let us consider that all things are includ-cittas or 121 cittas of the Abhidhamma. They are ed in the term ‘dhamma’. ‘Dhamma’ means a different matter. That which we call the true ‘thing’, sabbe dhamma means ‘all things’. original mind, the mind that is one with panna You must be clear when you use the term ‘all refers to the mind that is empty of grasping at things’ as to what it signifies. ‘All things’ must and clinging to self. Actually this state shouldn’t refer to absolutely everything without excep-be called mind at all, it should be called empti- tion, whether worldly or spiritual, material or ness but since it has the property of knowing we mental. Even if there was something outside of call it mind. The various schools call it by vari- these categories it would still be included in the ous names but strictly speaking it’s enough to term all things and would still be a dhamma. So I say that the true fundamental nature of mind is would like you all to observe that:satipanna, truth-discerning awareness, absence The worlds of material objects i.e. all realms of grasping and clinging. Thus in emptiness lie of material objects are dhammas. The mind that perfect panna. is aware of all worlds is a dhamma. If the mind Now going on to the Path Realizations, their and the world come into contact, that contact is Fruits and Nibbana. Here the progressively higher a dhamma. Any result of that contact, be it feel- ings of love, hate, dislike or fear, or satipanna, levels of emptiness reach their culmination in the clear seeing of things as they truly are, these Nibbana, which is called paramasunnata or para- are all dhammas. Right or wrong, good or bad, mam sunnam - supreme emptiness. So now you they are all dhammas. If satipanna, gives rise to may see that right from taking refuge onto giving various interior know ledges, those know ledges dana, sila, samadhi and panna there is nothing are dhammas. If those know ledges lead to the other than emptiness, non-clinging to self. Even practice of sila, samadhi, and panna or any other the Path Realizations, their Fruits and Nibbana type of practice, that practice is a dhamma. The itself do not exceed emptiness but are its high- results of practice, abbreviated as the Path Re-est, supreme level. alizations, their Fruits and Nibbana, even these Consequently, the Buddha declared that are dhammas.” To sum up, all these things are dhammas. having heard this teaching is to have heard all ‘Dhamma’ encompasses everything from the
  • 17. แสงธรรม 14 Saeng Dhammatruly peripheral, the world of material objects, to than the dhammas of form because they are up to the results of Dhamma practice, the Path illusions, born of an illusion arising in the realm Realizations, their Fruits and Nibbana. Seeing of defilements. Grasping at or clinging to them is each of these things clearly is called seeing extremely dangerous. ‘all things’ and regarding all things the Buddha The Buddha taught that even truth - discern-taught that ‘none whatsoever should be grasped ing awareness should not be grasped at or clung at or clung to. This body cannot be grasped at or to because it is merely a part of Nature. Attach-clung to. Even more so the mind; it is an even ing to it will give rise to fresh delusion; there will greater illusion. Thus the Buddha said that if one be a person who has truth - discerning aware-is determined to cling to something as self it ness, there will be MY truth - discerning aware-would be better to cling to the body because ness. Due to this attachment the mind will be it changes more slowly. It is not as deceptive as weighed down with grasping and clinging, and the mind, that which we call namadhamma. lurch about in accordance with the changes that ‘Mind’ here does not refer to the mind previous- those things undergo; then there will be Dukkha. ly spoken of as being one and the same thing as Knowledge should be looked on as being simply emptiness, but to mentality, the mind known by knowledge. If one deludedly grasps at or clings ordinary people. The contact between the mind to it, it will give rise to the various kinds of ‘At-and the world results in the various feelings of tachments to Rites and Rituals’ [17] and one will love, hate, anger and so on. These are dhammas experience Dukkha without realizing why. which are even less to be grasped at or clung To be continued WELCOME TO JOIN THE MEDITATION 2nd and 4th Sat. of every month. �Based on 2,500-year-old tradition �FREE! We never charge for lessons. �Taught by Thai monk with decades of experience �All levels welcome 09.00 a.m. - 11.00 a.m. Wat Thai Buddhist Temple 13440 Layhill Rd. Silver Spring, MD 20906 Tel: 301-871-8661 www.watthaidc.org E-mail: handy@t-dhamma.org Contact Alistair Bell 202 527 1050 / aa_bell@hotmail.com
  • 18. แสงธรรม 15 Saeng Dhamma About Being CAREFUL A Dhammatalk By Ajahn Chah http://www.ajahnchah.org/book/About_Being_Careful.php ...Continued from last issue... done for the purpose of developing wisdom. About being careful Developing wisdom is for the purpose of lib- Like these bodies of ours: earth, water, fire eration, freedom from all these conditions and and wind - where is the person? There isn’t any phenomena. When we are free then no matter person. These few different things are put to- what our situation, we don’t have to suffer. If gether and it’s called a person. That’s a false- we have children, we don’t have to suffer. If hood. It’s not real; it’s only real in the way we work, we don’t have to suffer. If we have a of convention. When the time comes the el- house, we don’t have to suffer. It’s like a lotus ements return to their old state. We’ve only in the water. ‘’I grow in the water, but I don’t come to stay with them for a while so we have suffer because of the water. I can’t be drowned to let them return. The part that is earth, send or burned, because I live in the water.’’ When back to be earth. The part that is water, send the water ebbs and flows it doesn’t affect the back to be water. The part that is fire, send back lotus. The water and the lotus can exist together to be fire. The part that is wind, send back to without conflict. They are together yet separate. be wind. Or will you try to go with them and Whatever is in the water nourishes the lotus and keep something? We come to rely on them for helps it grow into something beautiful. a while; when it’s time for them to go, let them Here it’s the same for us. Wealth, home, go. When they come, let them come. All these family, and all defilements of mind, they no phenomena (sabhāva) appear and then disap- longer defile us but rather they help us develop pear. That’s all. We understand that all these pāramı, the spiritual perfections. In a grove of things are flowing, constantly appearing and dis- bamboo the old leaves pile up around the trees appearing. and when the rain falls they decompose and Making offerings, listening to teachings, prac- become fertilizer. Shoots grow and the trees de-ticing meditation, whatever we do should be velop because of the fertilizer, and we have a
  • 19. แสงธรรม 16 Saeng Dhammasource of food and income. But it didn’t look Things degenerate and reach their limit. But we like anything good at all. So be careful - in the remain constant. It’s like when there was a fire dry season, if you set fires in the forest they’ll in Ubon city. People bemoaned the destruction burn up all the future fertilizer and the fertilizer and shed a lot of tears over it. But things were will turn into fire that burns the bamboo. Then rebuilt after the fire and the new buildings are you won’t have any bamboo shoots to eat. So if actually bigger and a lot better than what we you burn the forest you burn the bamboo ferti- had before, and people enjoy the city more lizer. If you burn the fertilizer you burn the trees now. and the grove dies. This is how it is with the cycles of loss and Do you understand? You and your families development. Everything has its limits. So the can live in happiness and harmony with your Buddha wanted us to always be contemplat-homes and possessions, free of danger from ing. While we still live we should think about floods or fire. If a family is flooded or burned it death. Don’t consider it something far away. If is only because of the people in that family. It’s you’re poor, don’t try to harm or exploit oth-just like the bamboo’s fertilizer. The grove can ers. Face the situation and work hard to help be burned because of it, or the grove can grow yourself. If you’re well off, don’t become for-beautifully because of it. getful in your wealth and comfort. It’s not very Things will grow beautifully and then not difficult for everything to be lost. A rich person beautifully and then become beautiful again. can become a pauper in a couple of days. A Growing and degenerating, then growing again pauper can become a rich person. It’s all ow-and degenerating again - this is the way of world- ing to the fact that these conditions are imper-ly phenomena. If we know growth and degen- manent and unstable. Thus, the Buddha said, eration for what they are we can find a conclu- ‘’Pamādo maccuno padam: Heedlessness is the sion to them. Things grow and reach their limit. way to death.’’ The heedless are like the dead. คุณอรพรรณ ดีวอย พร้อมคณะญาติมิตร ร่วมกันท�าบุญอุทิศส่วนกุศลให้แด่คุณพ่อคุณแม่และสามี ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔
  • 20. แสงธรรม 17 Saeng DhammaDon’t be heedless! All beings and all sankhārā the world. All the things they do are worldly and are unstable and impermanent. Don’t form any have their limits, like the beetle scratching away attachment to them! Happy or sad, progressing at the earth. The hole may go deep, but it’s in or falling apart, in the end it all comes to the the earth. The pile may get high, but it’s just a same place. Please understand this. pile of dirt. Doing well, getting a lot, we’re just Living in the world and having this perspec- doing well and getting a lot in the world. tive we can be free of danger. Whatever we may Please understand this and try to develop gain or accomplish in the world because of our detachment. If you don’t gain much, be con-good kamma, it is still of the world and subject tented, understanding that it’s only the worldly. to decay and loss, so don’t get too carried away If you gain a lot, understand that it’s only the by it. It’s like a beetle scratching at the earth. worldly. Contemplate these truths and don’t It can scratch up a pile that’s a lot bigger than be heedless. See both sides of things, not get-itself, but it’s still only a pile of dirt. If it works ting stuck on one side. When something delights hard it makes a deep hole in the ground, but it’s you, hold part of yourself back in reserve, be-still only a hole in dirt. If a buffalo drops a load cause that delight won’t last. When you are of dung there, it will be bigger than the bee- happy, don’t go completely over to its side be-tle’s pile of earth, but it still isn’t anything that cause soon enough you’ll be back on the other reaches to the sky. It’s all dirt. Worldly accom- side with unhappiness. plishments are like this. No matter how hard the beetles work, they’re just involved in dirt, mak- The Ending holes and piles. People who have good worldly kamma have the intelligence to do well in the world. But no matter how well they do they’re still living in “คณะกลุมเพือนรัก” โดยคุณพวงทิพย์ และเพือน ๆ ท�าบุญบังสุกลรวมญาติ ปัจจัยสมทบทุนสร้างอาคาร ๘๐ ปี $ 700 ่ ่ ่ ุ
  • 21. แสงธรรม 18 Saeng Dhamma Tomorrow Man Essays On The Dhamma By Luang Ta Chi Edited by Du Wayne Engelhart ...Continued from last issue... and not race against time in performing good deeds? Do not let time pass without making V. Tomorrow Man good use of it. As minute by minute passes, life F rom the time we are born, time con- tinuously from the beginning to the end shortens our lives. Depending upon various is getting shorter. We therefore must hurriedly carry out some worthy work now, this minute, today, this month, this year. Do not put off conditions and causes added up through time, working on something good. Remind yourself of some of us have a short life and some of us what the Buddha asked: “As day and night are have a long one. Life is usually short for those passing by, what have you been doing?”who have not kept themselves healthy, and There are three steps for worthy actions:long for those who have done the right thing. First, one must have knowledge.The Buddha once said, Secondly, one must seek riches. Yatha dandana gopala gavo pajeti gocaram Thirdly, one must seek what is moral Evam jara ca najju ja ayum pajenti pani- and what is righteous.nam In present-day society most people can per- Just as a person taking care of cows leads form the first two steps for worthy actions very them to land where they can eat, so do aging well. There are, of course, some exceptions. A and death the lives of all beings. few people, who prefer “folding their arms” to Those of you who desire happiness and trying to do something, can be viewed as ones progress in life should not feel so overconfident who are careless and neglect their own living. that you fail to do the good things your duty Since knowledge and riches are basic to happi-and professions require. As time never stops ness and a life free from harm, lacking the two running, how can one feel satisfied with oneself will cause a difficult life, suffering from living be-
  • 22. แสงธรรม 19 Saeng Dhammalow the usual level, and missing the commonly Fighting for possession of a husband orexpected enjoyment of life. Therefore, one wife.should not wait until tomorrow but act now, Fighting for possession of power.today, to undertake these worthy actions. Those who keep away from spiritual develop- The third worthy action, however, does not ment lack one important foundation of life. No attract most of us. We are not as much inter- matter how high their knowledge and degrees ested in it as we should be. We often put it off are—whether they are the B.A., the M.A., or the until tomorrow and tomorrow. Some people Ph.D.—together with the riches of a millionaire, keep delaying, and until the time they reach the they are only to be haunted by the riches of cemetery, they never suitably live a moral and a millionaire, they are only to be haunted by righteous life. This type of person always—as it mental disorder and have mental hospitals as is said in Thai—“closes his ears whenever some- the places where they stay. It seems proper, one asks him to hear the Dhamma.” This is es- therefore, to present the story of the “Tomor-pecially true for those who are so attached to row Man” to you as something to think about. material things, they hardly want to hear about Our Buddha is the one who has been en-spiritual things. Anything spiritual, to them, is lightened, who has been awakened and who has out of date, prehistoric, and suitable only for helped awaken others to become like himself. a mind not able to think very much. To them, He was not guilty of neglect—letting time, days, problems can be solved only by what is mate- months, and years pass by uselessly. Without rial; material things can provide happiness in all him, our lives would not be producing anything, parts of life in modern societies. To them, look- like fallen logs in the jungle; even those logs are ing for spiritual knowledge is wasting valuable more useful than those who lack what is moral time and useful only to a way of thinking that and righteous. is out of date. Spiritual development is not for Many of us, when encouraged to perform those who were born in more modern scientific good deeds according to religious principles, of-and technological times. These are in general ten say it is not quite the right time yet. Spiritual the ways people concerned about what is ma- things can wait. This is the time to make a liv-terial look at things. This, in turn, leads them to ing. No need to be concerned yet about moral take advantage of one another, to race against and righteous things. Making a living takes a lot one another in greed. Finally, undesirable ten- of time; I have no time left for the Dhamma, dencies are developed: for spiritual development. There are 365 days or 12 months in a year. Couldn’t one set aside Fighting for possession of food. about 50 days or one and a half months for the Fighting for possession of land. Dhamma?
  • 23. แสงธรรม 20 Saeng Dhamma The Dhamma is none other than what is Abhittharetha kalayanegood, what is righteous, and what is true. Those Papa cittam nivaravewho are interested in the Dhamma are inter- Dantham hi karato punnamested in these things. Whatever our race, lan- Papasmim ramati manoguage, or religion, we all desire what is good, Lose no time to do good and protectrighteous, and true. Goodness is so universal one’s mind from bad thoughts, becausethat everyone should be interested in it. Those when one delays doing good, one’swho ignore goodness and constantly delay mak- mind will turn to enjoyment of bad ideas.ing good efforts are the ones who deserve the As water, by its nature, always flows to a name of “Tomorrow Man.” Not a bad name. lower level, the mind will flow to bad thoughts. A nice name, one might say. That is why there To protect one’s mind from looking for a lower are unbelievably large numbers of “Tomorrow level, the Buddha encourages us to not delay Men” and “Tomorrow Women” in our society in doing good deeds. It is the good deed that today. The tomorrow men and women delay protects the mind from turning to what is bad. doing good and delay spiritual development. If one is talking about what is bad, everybody is They think they should enjoy as much as pos- afraid of it. Nobody wants it. Even the word bad sible their “youth” (however they define it) and nobody wants to hear. No one should, there-save the spiritual for “old” age. fore, act like the “Tomorrow Man.” Instead eve- ryone should become the “Today Person,” doing The Buddha teaches us good activities today, good deeds now. right now at this minute. As for tomorrow, no- The Buddha says,body knows what is going to happen. Besides, nobody can ever catch up with tomorrow, be- Accenti kala tarayanti rattiyocause tomorrow always keeps moving one day Vayo guna anupubbam jahantiahead of us, just like a Western saying, “Tomor- Atam bhayam marane pekkhamanorow never comes.” Tomorrow does not really Punnank kayiratha sukhavahaniexist; there is only today. Therefore, my dear friends, do perform good deeds today. As was Time passes by, day, night, month, andsaid earlier, we may not live to see tomorrow. year slowly disappear. Old age comesWhen the time to die comes, nobody can argue, closer, and lifetime gets shorter.delay, or come to an agreement with death. Considering such danger, all of youThe right thing to do is to follow the Buddha’s should do only good things that willteaching that says, bring happiness.
  • 24. แสงธรรม 21 Saeng Dhamma Think about this, all you tomorrow men! Punnance puriso kayira Time is taking the life of all living beings, one by Kayirathenam punapunamone; the old and the young, the poor and the Tamhi chandam kayiratharich, the foolish and the wise, the bad and the Sukho punnassa uccaayogood, all are taken by time. No one has an ad-vantage over another. Everyone’s life is treated When one makes an effort to do good,equally by time. The Buddha reminds us, one should do it again and again and be happy for having done so. The As days and nights pass by, life will adding up of good deeds will bring pass away. All living things will come to happiness. an end, like water in a dried-up river. Happiness is the top desire of all of us. Hap- The voice of the Dhamma speaks to all of you, py lives need food from good deeds. Life with-friends of Buddhism, the wish that you will not out good deeds will dry up and endlessly burn be careless, not lack mindfulness (sati), and will with the heat of a desire for things one does not keep delaying good deeds until tomorrow, not have. Therefore, look for good deeds by next month, or next year. We wish you to stop strengthening, developing, and gaining moral-deceiving yourselves and putting yourselves in ity (sila), concentration (samādhi), and wisdom an inescapable trap of bad thoughts and ac- (paññā); for such will bring peacefulness, clean-tions. Make a good effort now, this minute, to- liness, and Enlightenment of the mind leading day, this month and this year. When you make you to eternal happiness. The voice of the a good effort once, do it again and again, with Dhamma wishes each and every person peace-the satisfaction that you have done well—as in fulness and happiness under the golden canopy one of the Buddha’s sayings: of the Buddha’s teaching. คุณจินตนา งามสอาด พร้อมลูกหลาน ท�าบุญวันเกิดให้คณพยุง ุ คุณแซม-คุณทรวง-น้องแมทธิว ท�าบุญวันเกิดให้นองเมย์ ้
  • 25. แสงธรรม 22 Saeng Dhamma ขอเชิญทุกท่านร่วมนมัสการพระสารีรกธาตุ ณ อุโบสถ วัดไทยฯ ดี.ซี. ิ Those who are interested in Thai Theravada Buddhism and mem- bers of the general public are cordially invited to Wat Thai, D.C., Temple to pay their respect to or simply view the Buddha relics on display in the chanting hall.ปฏิบัติธรรมประจ�าเดือน มิถุนายนณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. 11 มิถุนายน 2554ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวพระไตรปิฎก � สาธยายพระไตรปิฎก ภาษาบาลี � ฟังบรรยายธรรม - ธรรมสากัจฉา � เจริญจิตตภาวนา - แผ่เมตตา พร้อมกันบนอุโบสถศาลา เวลา 9.00 A.M.
  • 26. แสงธรรม 23 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากวัดไทย พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ความทุกข์ ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ. ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่และดับไป นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ ท่ านสาธุชนผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย ท่านอ่าน ธรรมบรรยายข้างบนนั้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ท่านมีความรูสกนึกคิดอะไรบ้างหรือเปล่าหรือเฉย ๆ เอาละ ้ึ ลักษณะพินิจพิเคราะห์ถึงข้อธรรมที่เคยศึกษาเล่าเรียนมา แล้วในอดีต ทันใดนั้น สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็ปรากฏ ขึ้นในมโนภาพ ท�าให้เห็นปรากฏการณ์สารพัดอย่างใน! ข้าพเจ้าจะไม่เดาใจหรือทายใจอะไรของท่านทั้งนั้น สังคมมนุษย์ ยิงพินจจิตก็ยงเห็นสภาพเหล่านันแจ่มชัดขึน ่ ิ ิ่ ้ ้ปล่อยให้ท่านตัดสินใจ แล้วก็ตอบตัวเองก็แล้วกัน แต่ ทุกที สภาพอะไรหรือท่าน? อ๋อ ก็สภาพความทุกข์ของส�าหรับตัวของข้าพเจ้าเอง พอโสตประสาทกระทบกับ มนุษย์ไงเล่า! เกิดมาเป็นมนุษย์ หรือที่เราเรียกกันเป็นเสียงธรรมข้างบนนั้นเข้า ก็ดูเหมือนมีอะไรมาสะกิดใจ ภาษาสามัญว่า “คน” นี่ มันช่างเต็มไปด้วยความทุกข์ท�าให้ระบบการท�างานของประสาททุกส่วนสงบเงียบอยู่ นานาประการ สารพัดทุกข์ยากที่จะบอกได้ ถ้าจะเรียกครู่หนึ่ง แล้วก็ร�าพึงออกมากับตัวเองอย่างแผ่วเบาว่า ว่ามนุษย์แต่ละคนนี้คือ “ก้อนแห่งความทุกข์” ก็คงไม่ความทุกข์ หลังจากนั้น เมื่อจิตกลับเข้าสู่สภาพปกติมี ผิด ท่านทั้งหลายจะเห็นด้วยกับข้าพเจ้าหรือเปล่าก็ไม่สติ สั ม ปชั ญ ญะดี แ ล้ ว ความคิ ด ชนิ ด หนึ่ ง ก็ เ กิ ด ขึ้ น ใน ทราบ แต่ข้าพเจ้ามีความเห็นอย่างนี้จริง ๆ
  • 27. แสงธรรม 24 Saeng Dhamma จริง ๆ นะท่าน คนเรานีคอก้อนแห่งความทุกข์ ทุกข์ ้ื เปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งซึ่งมันอยูทไหน ? ทุกข์มนอยูทคน คนเป็นทุกข์ หรือเรียกให้ ่ ี่ ั ่ ี่ สร้างความทุกข์ให้แก่มวลมนุษย์บนผิวโลก เมื่อเกิดความเข้าหลักเข้าเกณฑ์หน่อย ก็คอทุกข์มนอยูทกายทีใจของคน ื ั ่ ี่ ่ ทุกข์ชนิดนี้ขึ้นมา ก็ต้องจัดหาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่กายและใจของคนเป็นทุกข์ ตัวอย่างทุกข์ของคนเราจะเห็น อาศัย ตลอดจนฟืนไฟ เครื่องท�าความร้อน เพื่อบรรเทาได้งาย ๆ พอตืนขึนมาจากทีนอนตอนเช้า ก็ปวดหนักปวด ่ ่ ้ ่ ความหนาว แสวงหาที่หลบแดด เครื่องท�าความเย็น และเบาเข้าให้แล้ว เห็นไหมละ ทุกข์มนก�าลังแสดงตัวให้ปรากฏ ั น�้าเพื่อบรรเทาความร้อน ถ้าแก้ได้ก็ท�าให้เกิดความสบายถ้าจัดการแก้ไขกับมันได้ให้ทนที มันก็บรรเทาไป ถ้าเผอิญ ั ไป ถ้าแก้ไม่ได้กอาจทุกข์ถงตายก็ได้ ดังทีเ่ ป็นข่าวอยูเ่ สมอ ็ ึปวดขึนมาแล้วส้วมมันไม่วาง หรือไปปวดเอาในทีชมนุมชน ้ ่ ุ่ ว่าคนหนาวตายหรือร้อนตาย ความหนาวความร้อนเป็นท่านลองนึกดูซวามันจะทุกข์ขนาดไหน คนโบราณท่านกล่าว ิ่ ความไม่สบาย จัดเป็นทุกข์อีกประเภทหนึ่ง เราจะสังเกตไว้อย่างน่าคิดว่า “จวนจะเป็นพระยา ขีจะออก” เลยชวด ้ เห็นคนบ่นกันเสมอว่า ร้อนเหลือเกิน หนาวเหลือเกิน ต�าแหน่งพระยา น่าคิด ! พอแก้ความทุกข์ชนิดนีให้บรรเทา ้ ร่างกายของคนเราเมื่อสัมผัสกับดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไปไป ความทุกข์อย่างใหม่กเ็ ข้ามาแทนที่ ตามฤดูกาล ก็ท�าให้เกิดความทุกข์อย่างนี้ คราวนี้ เ ป็ น ความทุ ก ข์ ซึ่ ง เกิ ด จากความว่ า งของ บางครังบางคราวบางโอกาส ก็เกิดความไม่สบายขึนตาม ้ ้กระเพาะ ท้องของคนเรานี้ก็แปลกมีอะไรอยู่มากเกินไปก็ ร่างกาย เพราะโรคภัยไข้เจ็บมันเบียดเบียน บ้างก็เป็นโรคขึน ้เป็นทุกข์ ต้องถ่ายออกพอออกไปมาก ๆ เกิดว่างขึ้นมาก็ ทีตา ทีห ู ทีจมูก ทีลน ทีปาก ทีคอ ทีศรษะ ตามผิวหนัง เป็น ่ ่ ่ ่ ิ้ ่ ่ ่ีเป็นทุกข์อีก ต้องเติมเข้าไปใหม่ เวลาท้องมันว่างเกิดหิว โรคกระเพาะล�าไส้ และอะไรอืน ๆ อีกมากมาย ดูคล้าย ๆ ่ขึ้นมา ถ้าไม่จัดการแก้ไขให้ทันเวลา มันก็เกิดทุกข์ขึ้น กับว่าอวัยวะทุกส่วนล้วนเป็นบ่อเกิดของโรคไปหมด หาทันที ถ้าจัดการแก้ไขให้ได้บริโภคอิ่มหน� าส�าราญเสีย อวัยวะส่วนไหนทีปราศจากโรคไม่คอยจะมี จริงดังทีพระพุทธ ่ ่ ่ความทุกข์มนก็คอยบรรเทาไปชัวคราว ความทุกข์อนเกิด ั ่ ่ ั องค์ตรัสว่า “ร่างกายนีเ้ ป็นทีอยูของโรค เป็นรังของโรค และ ่ ่จากความหิวนี้ ถ้าจัดเป็นโรคก็เป็นยอดแห่งโรค คือเป็น เป็นบ่อเกิดของโรค” โรคแต่ละชนิดเวลาเกิดขึนแล้ว ก็เป็น ้โรคยิ่งกว่าโรคทั้งหลายนั้นเอง ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน พิษเป็นภัย น�าความทุกข์มาให้ผเู้ ป็นโรคต่าง ๆ นานา ต้องวิง ่ไว้ว่า “ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา” ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง ทายา ต้องพาไปหาหมอ เพือรักษาพยาบาล โรคภัยไข้เจ็บ ่โรคคือความหิวนี้ ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ เพียงแต่ เป็นทุกข์อนใหญ่หลวงของมนุษย์ในโลก ับรรเทาให้เบาลงด้วยการบริโภคอาหารอันเป็นการแก้ไข ร่างกายของคนเรานี้มันแปลกแท้ ๆ อยู่ดี ๆ ไม่มีโรคชั่วคราวเท่านั้น และทุกข์คือความหิวนี้เอง ที่ฆ่าชีวิตของ ไม่มภยอะไรเบียดเบียน บางครังบางคราวมันก็ปวดก็เมือย ี ั ้ ่มนุษย์มานักต่อนักแล้ว พวกทีมอยูมกนอย่างอุดมสมบูรณ์ ่ี ่ีิ ขึ้นมาเฉย ๆ อย่างนั้นแหละ นั่งนานนักก็ไม่ได้ ท�าให้ปวดอาจจะไม่รถงพิษสงของความหิวก็ได้วา มันเป็นทุกข์ขนาด ู้ ึ ่ ขา ปวดเอว ปวดหลัง เป็นเหน็บเป็นชาเป็นตะคริว ต้องไหน แต่พวกตาด�า ๆ หาเช้ากินค�่าอีกพวกหนึ่ง ย่อม เปลี่ยนต้องกลับ ต้องลุกขึ้นเดินเพื่อแก้ปวดแก้เมื่อย เดินทราบซึ้งถึงทุกข์อันเกิดจากความหิวได้เป็นอย่างดี มากเข้าก็เหนื่อยเมื่อยล้าตามขาตามแข้ง ต้องเปลี่ยน เนือหนังมังสังของคนเรานี้ ไม่ใช้วาถูกสร้างขึนมาด้วย ้ ่ ้ อิริยาบถใหม่เพื่อให้สบาย คราวนี้ลงนอนเสียบ้าง นอนอิฐด้วยปูน เวลามันกระทบกับความหนาวความร้อนก็เกิด นานเข้าก็ให้เมื่อยตามเนื้อตามตัวมึนหัวมัวตา ต้องลุกขึ้นทุกข์ขึ้นมาอีก ความหนาวความร้อนอันเกิดจากการ มาเปลียนท่าใหม่อก นึก ๆ ดูรางกายของคนเรานี ช่างเต็ม ่ ี ่ ้
  • 28. แสงธรรม 25 Saeng Dhammaไปด้วยความเจ็บปวดเมือยล้าเสียจริง ๆ ทัง ๆ ทีบางครังก็ ่ ้ ่ ้ น่าหนักใจอะไร อารมณ์เศร้าใจของพวกหนุ่ม ๆ สาว ๆ ไม่มโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ต้องแก้ไขให้การบ�ารุงรักษา ี มักเกิดมาจากสาเหตุแห่งความผิดหวัง หรือไม่สมหวังในกันไม่หยุดหย่อน แล้วความเจ็บปวดเหล่านันก็อะไรเสียอีก ้ เรื่องของความรัก มักจะเก็บเอามาครุ่นคิดจนท�าให้จิตละ ก็คอความทุกข์ด ๆ นีเ่ อง ื ี เศร้าหมองหน้าด�าคร�่าเครียด เป็นทุกข์ตรอมใจ นี้แหละ ทีกล่าวมาพอเป็นอุทาหรณ์นี้ มันเป็นเรืองทางร่างกาย ่ ่ พระท่านจึงว่า “ความเศร้าใจให้เกิดทุกข์อย่างเห็นได้ชด ัยังมีเรื่องเกี่ยวกับจิตใจอีก จิตใจของคนเรานี้ มันก็มีเรื่อง ทีเดียว” และเป็นทุกข์ทแก้ได้ยากเสียด้วย ถ้าคิดถึงแฟน ี่มากมิใช่น้อยเหมือนกัน อาจจะมากกว่าทางร่างกายเสีย ก็ต้องได้เห็นหน้าแฟน ได้คุยกับแฟน หรืออย่างน้อยก็ได้อีก จิตใจมันก็มีโรค มีเจ็บมีปวดเหมือนกัน ซึ่งคนเรามัก รับจดหมายจากแฟน ความเศร้าใจจึงจะหายไป แต่มันก็จะพูดกันเสมอเวลาเกิดความไม่พอใจอะไรขึ้นมาว่า แหม หายไปชั่วคราวเท่านั้น ถ้าจะว่าถึงสาเหตุให้เกิดความมันท�าให้เจ็บใจนัก เจ็บใจจริง ๆ นีแสดงว่าใจมันก็มอาการ ้ ี เศร้าใจแล้ว มันมีมากนับเป็นร้อย ๆ พัน ๆ อย่างทีเดียว เจ็บเหมือนกัน ดังนั้นจงระวังอย่าไปท�าอะไรให้ใครเจ็บใจ บางทีกเ็ กิดจากคนอืนดูถกเหยียดหยาม หมินน�าใจ ค้าขาย ่ ู ่ ้เข้า จะเป็นบาปเป็นกรรมเปล่า ๆ ความทุกข์ทางใจนั้น ขาดทุน เพื่อนหักหลัง แฟนตีตนออกห่าง สอบไล่ตก บางที อ ยู ่ ดี ๆ มั น ก็ ใ ห้ รู ้ สึ ก เศร้ า ใจขึ้ น มา คื อ จิ ต ใจมั น พ่ายแพ้ในการแข่งขัน ตกงาน รายได้ไม่พอจ่าย ไฟไหม้หงอยเหงา ไม่ราเริง หมดสนุก เบือคน เบือโลก เบืออาหาร ่ ่ ่ ่ บ้าน ของหาย พ่ายการพนัน และอะไรอีกมากมายนับการงานไม่อยากท�า นั่งคิดนอนซึมอยู่คนเดียว บางคนก็ ไม่ถ้วนล้วนแต่ท�าให้จิตใจเศร้าทั้งนั้น อันความโศกเศร้าคิดมากจนกลายเป็นโรคประสาทไปก็มี ความทุกข์ เสียใจนี้ ถ้าขนาดเบา ๆ ก็พอท�าเนาท�าให้หงอยเหงาไปใจความเศร้าใจของคนเรานั้น เกิดมาจากสาเหตุและเรื่อง บ้าง ถ้าขนาดปานกลางก็ท�าให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ และราวต่าง ๆ กัน ความเศร้าใจเสียใจของเด็ก ๆ ส่วนมาก แอบไปร้องไห้ขมกโป่งอยูคนเดียวเป็นครังเป็นคราเหมือน ี้ ู ่ ้ก็เกิดมาจากไปท�าอะไรผิดพลาด พ่อแม่ผู้ปกครองบอก คนบ้าไม่มผด ถ้าขนาดหนักก็ทาให้เบือโลกเบือชีวต เห็น ีิ � ่ ่ ิกล่าวตักเตือนหรือดุด่าเอาบ้าง ก็ท�าให้เศร้าใจและเสียใจ ชีวิตเป็นของไร้ค่าไปทีเดียว สุดท้ายก็มักจะหาทางออกแต่เรื่องของเด็กนั้น เป็นอะไรขึ้นมาก็มักจะหายเร็ว ไม่ โดยวิธีฆ่าตัวตาย ดังนั้น ความเศร้าใจความเสียใจจึงนับ ประชุมเตรียมงานทําบุญธรรมสมโภชอายุวฒนมงคล ๘๖ ปี หลวงตาชี พระวิเทศธรรมรังษี วันอาทิตย์ท ๒๙ พ.ค. ๒๕๕๔ ั ี่
  • 29. แสงธรรม 26 Saeng Dhammaเป็นความทุกข์อันส�าคัญยิ่งประการหนึ่ง ทาสของกิเลสตัณหาก็พอท�าเนา ถ้าไปนุ่งไปห่มด้วย นอกจากความโศกเศร้าแล้วก็ยังมีอีก นั่นคือความ อ�านาจของกิเลสตัณหา มันก็พาให้เกิดทุกข์ โดยเฉพาะอยาก อยากอะไร ? อยากได้ อยากมี และอยากเป็น อย่างยิ่งคนเราสมัยนี้ นุ่งห่มใช้สอยกันด้วยอ�านาจของอยากได้อะไร ? อยากมีอะไร ? และอยากเป็นอะไร ? กิเลสตัณหา เครืองแต่งตัวนับชุดไม่ถวนล้วนแต่ทาไปด้วย ่ ้ �โอย ! จาระไนไม่หวาดไม่ไหว เช่น อยากได้เงิน อยากได้ อ�านาจแห่งความอยากทั้งนั้น แต่งแล้วแต่งอีก เสริมแล้วทอง อยากได้ข้าวของ เสื้อผ้า อยากได้อาหาร อยากได้ เสริมอีก ร้านแต่งหน้า ร้านเสริมสวย เปิดแข่งกันเป็นว่าบ้าน อยากได้เมือง อยากได้ประเทศ อยากได้ต�าแหน่ง เล่น บางทีแต่งกันเสียจนจ�าไม่ได้ว่า เป็นคนหรือเป็นอะไรหน้าที่สูง ๆ อยากมีชื่อเสียง แล้วก็อยาก “ดัง” สุดท้าย กันแน่ ความอยากสวยอยากงาม มันก็ก่อให้เกิดความความอยากนี้เอง ท�าให้คนเราพังมานักต่อนักแล้ว ความ ทุกข์มิใช่น้อยเหมือนกัน รวมความแล้ว ความอยากที่อยากไม่ใช่อะไรอืนไกล ก็คอความทุกข์นนเอง พระพุทธเจ้า ่ ื ั้ เป็นไปด้วยอ�านาจของกิเลสตัณหา เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ตรัสว่า “ความอยากละได้ยากในโลก” ความอยากก็คอ ื ทุกข์ทางใจอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ความโกรธ ความความขาด ความบกพร่องของใจนั้นเอง เพราะใจมันยัง เกลียด ความโกรธนี้ตามปกติมันนอนนิ่งอยู่ในจิตใจของไม่เต็มจึงเกิดความอยาก พอใจมันอยากขึนมาก็ตองดินรน ้ ้ ้ คนเรา ถ้าไม่มีอะไรมากระทบมันก็ไม่แสดงฤทธิ์ แต่พอมีหาให้มนจนได้ ดังนัน พระบรมครูจงตรัสว่า “ความอยาก ั ้ ึ อะไรสะกิดเข้าเท่านั้น มันก็จะก่อตัวขึ้นมาทีละน้อย แล้วเป็นเหตุให้เกิดทุกข์” อยากเมือไร เป็นทุกข์เมือนัน อยาก ่ ่ ้ ก็ลุกเป็นไฟทีเดียว มีใครมาพูดไม่ถูกใจ ท�าอะไรในเชิงที่ไหน เป็นทุกข์ที่นั้น อยากทุกครั้ง เป็นทุกข์ทุกครั้ง ดูถูกเหยียดหยาม หรือมาด่าว่าเสียดสี เอารัดเอาเปรียบ อยากมากทุกข์มาก อยากน้อยทุกข์นอย หมดอยากก็หมด ้ ล่วงเกินสิทธิ ขโมยสิ่งของ เหล่านี้เป็นต้น ความโกรธก็ทุกข์ ท�าอย่างไรจึงจะหมดอยาก นีเ่ ป็นปัญหาทีเ่ ราจะต้อง เริมแสดงตัวออกมาทันที ท�าให้จตใจเร่าร้อนวุนวาย หน้า ่ ิ ่ศึกษากันให้เข้าใจ มืดตาลายมองไม่เห็นเหตุผล ท�าให้ตัวร้อนผ่าว ๆ โลหิต ความอยากนั้น ถ้าหากมันเป็นไปตามธรรมดาสามัญ ฉีดแรง หน้าแดงตาลุก กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็ง มือเท้าสั่น ไม่เกินขอบเขต ไม่ลุล่วงเข้าไปในอ�านาจของกิเลสตัณหา ตอนนี้แหละระวังให้ดี ใครอยู่ใกล้หรืออะไรอยู่ใกล้รีบเอาก็ไม่กอให้เกิดความทุกข์อะไรมากนัก เช่น การกิน การดืม ่ ่ หนี มิฉะนั้นแล้วจะถูกไฟคือความโกรธเผาเอา ไฟคือการนุ่งห่ม และเครื่องใช้สอย ถ้ากินกัน ดื่มกันธรรมดา ไม่ ความโกรธนี้มันเผาได้ทุกอย่าง ไม่เลือกเชื้อเหมือนไฟติดในรสอาหารจนเกินไป กินเพือให้รางกายด�ารงอยู เพือ ่ ่ ่ ่ ธรรมดาเสียด้วย เผาได้กระทั่งถ้วยชาม หม้อไห พ่อแม่ ประกอบการงานเช่นนี้ มันก็ไม่ก่อให้เกิดทุกข์อะไรมาก พี่น้อง ลูกเมีย พระเถรเณรชี ไม่เลือกหน้า พอเผาเชื้อถ้าหากเกิดไปติดในรสชาติของอาหารเข้า มันก็เป็นเรื่อง หมดแล้วก็เริ่มอ่อนก�าลังลง แล้วก็ยุบหายตัวเข้าไปประจุใหญ่ อาหารอะไรไม่ถูกใจก็ไม่ยอมกิน แถมยังแขวะแม่ อยู่ที่ใจอีก คนโกรธมากก็ร้อนมาก โกรธน้อยก็ร้อนน้อย ครัวเข้าให้ ท�าอาหารไม่เป็นสับปะรด ว่าเข้านั้นเห็นไหม ตัวร้อนนั่นแหละคือความทุกข์ ความทุกข์ทางใจนั้นมีละ ความทุกข์มันก�าลังก่อตัวขึ้นแล้ว นี้แหละกินด้วย มากมายหลายเรื่อง ถ้าจะจาระไนไปให้หมดทุกข์อย่างอ�านาจของกิเลสตัณหามันพาให้เกิดทุกข์อย่างนี้ การนุ่ง เห็นจะยาก หากจะสรุปลงโดยย่อก็พอจะได้ดังนี้ห่ม เครื่องใช้สอย และสิ่งอื่น ๆ อีกก็เหมือนกัน การ ความโศกเศร้าเหงาหงอย เป็นทุกข์นุ่งห่ม เครื่องใช่สอย ถ้าอยู่ในขอบข่ายธรรมดา ไม่เป็น ความพิไรร�าพันร้องไห้ เป็นทุกข์
  • 30. แสงธรรม 27 Saeng Dhamma ความน้อยใจเสียใจ เป็นทุกข์ ลดลงเท่านั้น และเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราว เป็น ความคับแค้นแน่นใจ เป็นทุกข์ ความสุขที่เจือปนด้วยความทุกข์ คือสุก ๆ ดิบ ๆ ไม่ใช่ ประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ เป็นทุกข์ ความสุขที่มั่นคงถาวรอะไร พลัดพรากจากสิ่งที่ชอบใจ เป็นทุกข์ รวมความว่า การเกิดมาเป็นคนนีมแต่เรืองทุกข์นานา ้ี ่ ต้องการสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น เป็นทุกข์ ประการ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “มีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น โลกเต็มไปด้วยความทุกข์ คนเกิดมาในทะเลแห่งความ มีแต่ทกข์เท่านันตังอยู่ มีแต่ทกข์เท่านันดับไป นอกจาก ุ ้ ้ ุ ้ทุกข์ ตัวของคนแต่ละคนคือก้อนทุกข์ ทุกข์ทางกาย ทุกข์ ทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ” ความทางใจ หากจะมีปัญหาถามว่า ก็เมื่อมนุษย์เต็มไปด้วย ทุกข์ของคนเรานั้น เมื่อกล่าวรวบยอดแล้วมีอยู่ด้วยกัน ความทุ ก ข์ เช่ น นี้ ท� า ไมบางครั้ ง บางโอกาส คนจึ ง ๑๐ ประการ คือสนุกสนานเพลิดเพลินเจริญใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสกันอยู่เล่า? ๑. นิพัทธทุกข์ ทุกข์เนืองนิตย์ ได้แก่ความไม่สบายปัญหานี้ต้องคิดให้รอบคอบ ตอบให้แยบคาย การที่คน กาย ไม่สบายใจอันเกิดขึ้นแก่มนุษย์ทุกคน ทุกชาติ ชั้น เรายังมีความสบายสนุกสนานเพลิดเพลินเจริญใจกันอยูนน ่ ั้ วรรณะ ตลอดเวลา คือความไม่สบายอันเกิดจากความมันเป็นเพราะอ�านาจความเคยชิน ชินกับความทุกข์เสีย เปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ เช่น หนาวเกินไป ร้อนจนไม่รู้สึกตัว เหมือนกับพวกสัปเหร่อชินกับศพคนตาย เกินไป ความทุกข์อันเกิดจากความต้องการของร่างกาย ไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนกับศพที่เน่าจัดการเผาได้เป็นของ เช่น ความหิว ความกระหาย ปวดอุจจาระ ปัสสาวะ ความธรรมดา คนเราที่ยังมีโอกาสได้รับความสุขกันบ้าง จะ เมื่อยตามเนื้อตัวเป็นต้น ความทุกข์เหล่านี้เกิดขึ้นแก่คนถือว่าความทุกข์หมดไปก็หาไม่ ความจริงแล้ว ความทุกข์ ทุกคน คนรวยก็หิว คนจนก็หิว เพราะคนรวยคนจนต่างมันก็คงมีตามเดิม แต่อาศัยความเคยชินจึงท�าให้คนเราทน ก็มีกระเพาะเหมือนกัน เมื่อกระเพาะมันว่างลง คนเราอยู่กันได้ อีกประการหนึ่ง อาศัยที่ว่าความทุกข์เหล่านั้น จะรู้สึกหิวทันที ความหิวนี้ ถ้าเรามีอาหารรับประทานก็ตามสภาพของมันแล้ว มันก็เป็นของไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้ว บรรเทาให้มนหายไปได้ แต่ถาหิวขึนมาแล้วไม่มอาหารรับ ั ้ ้ ีก็เปลี่ยนแปลงไป ไม่มีอะไรคงที่อยู่ได้ ความสุขที่คนเรา ประทาน เราก็จะเห็นได้ชัดทีเดียวว่าความหิวเป็นทุกข์ได้รับกันอยู่นั้น มันเป็นความสุขในขณะที่ความทุกข์มัน อย่างไร ความยุ่งยากทั้งหลายในโลกนี้ เกิดจากความหิว คณะผูปกครองทําบุญวันเกิดให้นอง ๆ นักเรียนวัดไทยฯ มีนองแทมมี น้องแบงค์ น้องเจนนี และน้องกานต์ ๒๒ พ.ค. ๕๔ ้ ้ ้ ่ ่
  • 31. แสงธรรม 28 Saeng Dhammaเป็นส่วนใหญ่ ความหิวเป็นโรคที่แก้ไม่หาย มีแต่บรรเทา ๔. ปกิณณกะทุกข์ ทุกข์เบ็ดเตล็ด หมายถึงความได้บ้างด้วยการกินอาหาร คนเราต้องกินอาหารแก้โรคหิว ทุกข์อันเกิดจากความโศกเศร้าเสียใจ ความพิไรร�าพัน กันวันละ ๓ มือ และต้องกินกันตลอดชีวต ความหิว ความ ้ ิ ความคั บ แค้ น ใจ ความระทมตรมใจ เนื่ อ งจากการกระหาย การปวดอุจจาระและปัสสาวะ ความปวดเมื่อย พลัดพรากจากคนรักและของรัก เพราะประสบกับสิงทีไม่ ่ ่ตามอวัยวะร่างกาย ก็บรรเทาให้หายได้เป็นครังเป็นคราว ้ ชอบใจ และเพราะปรารถนาสิ่ ง ใดแล้ ว ไม่ ไ ด้ สิ่ ง นั้ นเช่นเดียวกัน เป็นความทุกข์ที่มีแก่คนทุกท่านตลอดเวลา สมปรารถนา คนทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน มีที่มีชีวิตอยู่ในโลก โอกาสที่จะได้รับความทุกข์ชนิดนี้เท่าเทียมกัน เพราะ ๒. พยาธิทกข์ ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ความ ุ คนรวยคนจน ก็มโอกาสทีจะต้องพลัดพรากจากคนรักและ ี ่เจ็บปวดทรมานอันเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ เกิดจากความ ของรักเหมือนกัน ไม่มีใครที่ไม่เคยพลัดพรากจากคนรักผิดปกติในร่างกาย เกิดจากโรคต่าง ๆ นานา ร่างกายของ และของรัก นอกจากคนที่ไม่มี “รัก” ไม่มีใครที่ไม่เคยมนุษย์เป็นที่อ่อนแอและเปราะที่สุด โรคภัยต่าง ๆ ชอบ ประสบกับคนเกลียดและของเกลียด นอกจากคนที่ไม่ เข้าอยู่อาศัย และมีความทนทานต่อศาตราวุธ และการ “เกลียด” ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดหวัง นอกจากคนที่ไม่มีเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศน้อย คนทุกคนจะต้องมี ความ “หวัง” เท่านั้น แต่คนธรรมดาสามัญในโลกยังมีความทุกข์เพราะโรคภัยไข้เจ็บอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ ความ “รัก” ยังมีความ “เกลียด” และยังมีความ “หวัง”หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ไม่มากก็น้อย แม้แต่นาย กันอยู ฉะนัน จึงมีโอกาสได้รบความทุกข์ชนิดนีเ้ หมือนกัน ่ ้ ัแพทย์เองก็ต้องจบชีวิตลงด้วยโรคบางอย่าง มีน้อยคนนัก ไม่มีใครได้รับการยกเว้นที่ไม่เป็นโรคอะไรเลยตลอดชีวิต นี้แหละคือพยาธิทุกข์ ๕. สันตาปทุกข์ หมายถึงทุกข์อนเกิดจากความเดือด ัทุกข์เกิดจากโรคภัย ร้อนกระวนกระวายใจ เพราะถูกไฟคือกิเลสชนิดต่าง ๆ ๓. สภาวะทุกข์ ความไม่สบายกายไม่สบายใจอัน แผดเผา เช่น ไฟ คือความรัก ไฟคือความโลภ ไฟคือความเกิดจากสภาพของสังขารร่างกายทรุดโทรมแก่เฒ่าชรา โกรธ ไฟคือความลุมหลงมัวเมา ไฟคือความอิจฉาริษยา ไฟ ่และเกิดจากมรณะความตาย ความแก่ก่อให้เกิดความ คือความอาฆาตพยาบาท ไฟคือความเกลียดชัง เป็นต้น ทุกข์ทรมานอย่างไร บรรดาคนแก่ทงหลายย่อมรูกนดี แม้ ั้ ้ั ปุถชนทุกคนทียงมีกเิ ลสอยู ่ มีโอกาสทีจะได้ประสบกับความ ุ ่ั ่คนหนุมคนสาวก็รด เพราะไม่มใครอยากจะแก่ ส่วนความ ่ ู้ ี ี ทุกข์ประเภทนีดวยกันทุกคน พระอรหันต์ททานสินกิเลส ้้ ี่ ่ ้ตายนั้นเป็นทุกข์อย่างแน่นอน ดังนั้น คนทั้งหลายจึงพา แล้วเท่านัน จึงจะพ้นจากทุกข์ชนิดนีโดยเด็ดขาด ้ ้กันหวาดกลัวต่อความตายกันยิ่งนัก และพยายามที่จะ ๖. วิปากทุกข์ ความทุกข์ทรมาน ความเดือดร้อนหลบหลีกจากความตายกันอย่างสุดความสามารถ เพราะ ใจ ความหวาดสะดุ้ง ซึ่งเป็นผลของความชั่วอันตัวเคยความตายหมายถึงการสูญเสียชีวิตอันมีค่าสูงสุดส�าหรับ ท�าไว้แล้ว คนทีทาความชัวไว้ดวยกาย วาจา ใจ ย่อมเดือด ่ � ่ ้มนุษย์ทกรูปทุกนาม เป็นการพลัดพรากจากกันอย่างไม่มี ุ ร้อนใจในภายหลัง คิดถึงกรรมชั่วที่ตัวท�าแล้วในขณะใด วันจะกลับมาเห็นหน้ากันอีก ความแก่และความตายนีไม่มี้ จิตใจย่อมสะดุ้งหวาดเสียว แต่ว่าทุกข์ชนิดนี้ ถ้าใครไม่ใครสามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่มีอ�านาจใด ๆ จะเอาชนะได้ เคยท�าความชั่วเลย ก็ย่อมหลีกเลี่ยงได้ คือถ้าไม่ท�าความไม่มยาใด ๆ จะรักษาให้หายได้ มีวธเี ดียวทีจะป้องกันความ ี ิ ่ ชั่วก็ไม่ต้องรับทุกข์ชนิดนี้ แต่มีใครสักกี่คนในโลกนี้ที่ไม่ทุกข์ชนิดนี้ได้ ก็คือ “ไม่เกิด” เท่านั้นเอง เคยท�าความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจเลยตลอด
  • 32. แสงธรรม 29 Saeng Dhammaชีวิต ยกเว้นพระอริยบุคคลเท่านั้น บาดหมางกัน บางทีก็ถึงกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตท�าลายล้าง ๗. อาหารปริเยฏฐิทุกข์ ทุกข์เกิดจากการแสวงหา ผลาญกัน การทะเลาะวิวาท ผิดเถียงกัน ย่อมก่อให้เกิดอาหารเครืองเลียงชีวต หมายถึงความระก�าล�าบาก ความ ่ ้ ิ ความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาตพยาบาท และความเหน็ดเหนือย ความเดือดร้อน ความวิตกกังวล อันเกิดจาก ่ เร่าร้อนใจ ซึ่งเป็นความทุกข์อย่างแท้จริงการท�ามาหาเลี้ยงชีพ การแสวงหาอาหารเพื่อเลี้ยงชีวิต ๑๐. ทุกขักขันธ์ คือทุกข์รวบยอด ได้แก่ความทุกข์ของตนเองและคนที่เกี่ยวข้อง การท�ามาหาเลี้ยงชีพทุก ทรมาน ความระก�าล�าบากในการบริหารรักษาขันธ์ ๕ อันชนิดต้องออกแรงกาย ใช้วาจา และก�าลังความคิดทั้งสิ้น ประกอบขึ้นเป็นตัวเป็นตนของมนุษย์ทุกคน การที่คนเราต้องต่อสูดนรนแข่งขันและชิงดีชงเด่นกัน มีคนเป็นจ�านวน ้ ิ้ ิ พากันยึดมั่นในขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นเรา เป็นเขา มากที่ต้องสูญเสียชีวิต เพราะเหตุแห่งการหาเลี้ยงชีพ เป็นของเรา เป็นของเขา นั่นเอง เป็นตัวแห่งทุกข์ บรรดา ๘. สหคตทุกข์ ความทุกข์อันเกิดมาพร้อมกับการมี ความทุกข์ทงหลายทีบรรยายมาแล้วนัน มีขนธ์ ๕ เป็นบ่อ ั้ ่ ้ ัลาภ มียศ มีสรรเสริญ และมีความสุข หมายความว่า เกิด ถ้าไม่มขนธ์ ๕ เสียอย่างเดียว ทุกข์ทงหลายอืนก็ไม่มี ีั ั้ ่ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข นั้นแหละเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เพราะฉะนั้น การปล่อยวางจากขันธ์ ๕ โดยไม่ยึดมั่นถือเพราะเมื่อมีลาภความเสื่อมลาภก็มี มียศ ความเสื่อมยศ มั่น ความทุกข์ทั้งหลายก็ดับไปไม่มีเหลือก็มี มีสรรเสริญ ก็มีนินทา มีสุข ก็มีทุกข์ เป็นของคู่กัน เมือเราพิจารณาดูความทุกข์ทง ๑๐ ประการนีแล้ว เรา ่ ั้ ้ตัวอย่างที่เห็นกันได้ง่าย ๆ เช่น คนที่เคยร�่ารวยมั่งมีศรีสุข ก็จะเห็นได้ทนทีวา ชีวตของมนุษย์ทกคนเป็นกระบวนการ ั ่ ิ ุมาแล้ว พอเกิดล้มละลายจะเป็นเพราะการค้าขายขาดทุน แห่งทุกข์ เป็นกระบวนการทีเ่ ต็มไปด้วยความล�าบาก ความหรือเพราะสาเหตุอะไรอย่างอืนก็ตาม ก็เกิดความทุกข์อน ่ ั เจ็บปวด ความเหน็ดเหนือย ในการต่อสูดนรน เพือความ ่ ้ ิ้ ่ใหญ่หลวง กินไม่ได้นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย กลาย คงอยูของชีวต ความทุกข์ทง ๑๐ ประการนันเข้าโจมตีชวต ่ ิ ั้ ้ ีิเป็นคนเสียจริตไปก็มี บางคนเคยมียศมีต�าแหน่ง พอถูก ของแต่ละคนไม่มเี วลาว่างเว้น ชีวตเป็นกระบวนการแก้ทกข์ ิ ุถอดยศลดต�าแหน่ง ก็เป็นทุกข์ตรอมใจตายไปก็ม นีแสดง ี ้ ไม่รจกจบสิน ทุกสิงทุกอย่างทีคนเรามีอยูกด ทีกาลังสร้าง ู้ ั ้ ่ ่ ่็ี ่�ให้เห็นว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มันมีทุกข์อยู่ในตัวของ ขึนมาใหม่กด จุดประสงค์กเ็ พือแก้ความทุกข์ เมือความ ้ ็ี ่ ่มันด้วย หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าจึง ทุกข์มนลดน้อยลงไป คนเราก็เข้าใจหรือส�าคัญว่าตนมีความ ัสอนไม่ให้หลงไหลใน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ให้พิจารณา สุข ทีแท้กคอความทุกข์มนทุเลาลงเท่านันเอง ่ ็ื ั ้เสมอว่า มันเป็นของไม่เที่ยง มีแล้วก็เปลี่ยนแปลงไปไม่มี มีปัญหาเกิดขึ้นว่า ความทุกข์ทั้งหลายแหล่เหล่านี้ มีอะไรแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เป็นทุกข์นั้นเอง แต่ปุถุชน ทางที่จะแก้ให้หายท�าลายให้หมดสิ้นไปได้หรือไม่ ก็ขอคนธรรมดาก็พากันหนีจากทุกข์ประเภทนี้ไม่ค่อยจะพ้น ยืนยันตามหลักของพระพุทธศาสนาว่า ความทุกข์ทั้ง ๙. วิวาทมูลกะทุกข์ ความทุกข์ ความเดือดร้อน หลายเหล่านี้มีทางแก้ให้หายได้ ถ้าปฏิบัติตามอริยมรรคและภัยพิบตทเกิดจากการทะเลาะวิวาทกับคนอืน ๆ คน ั ิ ี่ ่ อันเป็นหลักด�าเนินตามให้ถึงความดับทุกข์ “สิ่งหนึ่งสิ่งเราเป็นสัตว์สังคมนิยมอยู่รวมกันเป็นหมู่เป็นคณะ และมี ใดมีความเกิดขึนเป็นธรรมดา สิงนันทังมวลล้วนมีความ ้ ่ ้ ้การติดต่อสังสรรค์ไปมาหาสู่กันเป็นธรรมดา คนแต่ละคน ดับไปเป็นธรรมดา” ย่อมมีอุปนิสัยจิตใจและรสนิยมต่างกัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุให้เกิดการขัดแย้งในปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ทะเลาะวิวาท
  • 33. แสงธรรม 30 Saeng Dhammaกิจกรรมวันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนสรงน้าพระ เวียนเทียน ปฏิบตธรรม ตังโรงทาน ำ ั ิ ้
  • 34. แสงธรรม 31 Saeng Dhammaพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) เป็นประธานนำาคณะสงฆ์พร้อมชาวพุทธทำาบุญวันวิสาขบูชา ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๔
  • 35. แสงธรรม 32 Saeng Dhamma เสียงธรรม.. จากหลวงตาชี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) ครูสี-หลวงตาสอน สังกัปปราคชาดก ค รูส:ี เมือคราวทีแล้วหลวงตาได้นาเสนอเรือง ่ ่ � “กักการุชาดก” ว่าด้วยผู้สมควรประดับดอกไม้ทิพย์ ชาดกเรื่องนี้ ผมได้ฟังโดยตลอดแล้ว เห็น ่ วิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้กระสัน จึงตรัสเรื่องนี้ มี ค�าเริ่มต้นว่า สงฺกปฺปราคโธเตน ดังนี้ ได้สดับมาว่า มีกลบุตรชาวเมืองสาวัตถีคนหนึง บวช ุ ่ว่ามีประโยชน์มากในการเตือนสติให้คนเราทุกคนรู้จัก ถวายชี วิ ต ในศาสนาของพระศาสดา วั น หนึ่ ง เที่ ย วฐานะและภาวะของตน คือตนเองอยูในฐานะและภาวะ ่ บิณฑบาตไปในเมืองสาวัตถี ได้เห็นหญิงคนหนึงตกแต่ง ่อะไร ก็ควรวางตนให้เหมาะสมกับฐานะและภาวะอย่าง ประดั บ ประดาด้ ว ยอาภรณ์ อั น สวยงาม เกิ ด ความนั้น อย่าให้เกินฐานะและภาวะของตน จึงจะเป็นสิริ ก�าหนัดรักใคร่ ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ อาจารย์มงคลส่งผลให้มความเจริญก้าวหน้า อย่าเอาอย่าง หรือ ี และอุปัชฌาย์เป็นต้น ได้เห็นอาการดังนั้น จึงถามถึงเลียนแบบของพราหมณ์ปุโรหิตในชาดกเรื่องนี้เป็นอัน เหตุที่ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ครั้นทราบว่า เธอมีขาด เพราะในที่สุด ก็ถูกต�าหนิติเตียนจากเทวบุตรทั้ง ความกระสั น จะสึ ก จึ ง พากั น กล่ า วว่ า นี่ แ น่ ะ คุ ณ ๔ องค์ เอาละ! ขอรับ หลวงตา เรื่องนี้ผ่านไป นิมนต์ ธรรมดาว่าพระบรมศาสดาทรงสังหารกิเลสมีราคะหลวงตาน�าเสนอชาดกเรื่องอื่นต่อไป ขอรับ! เป็นต้น ทรงทรมานแล้ว ประกาศอริยสัจ ประทานโสดา หลวงตา: ชาดกที่จะน�าเสนอครูสีในคราวนี้ มีชื่อ ปัตติมรรคเป็นต้น มาเถิดคุณ พวกเราจะพาไปเฝ้าพระว่า “สังกัปปราคชาดก” ว่าด้วยลูกศรคือกิเลส ชาดก ศาสดา แล้วได้พาไป และเมื่อพระศาสดาตรัสถามว่า ดูเรื่องนี้มีความว่า พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระ ก่อนภิกษุทงหลาย พวกเธอพาภิกษุผไม่มแก่ใจมาท�าไม ั้ ู้ ี
  • 36. แสงธรรม 33 Saeng Dhammaหรือ จึงพากันกราบทูลเรื่องนั้นให้ทรงทราบ พระบรม ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติศาสดาตรัสถามว่า ได้ยินว่าเธอกระสันจะสึกจริงหรือ อยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้บังเกิดในภิกษุ? เมื่อเธอกราบทูลว่า จริง พระเจ้าข้า จึงตรัสถาม ตระกูลพราหมณ์มหาศาล มีทรัพย์สมบัต ๘๐ โกฏิ ครัน ิ ้ว่า เพราะเหตุไร? ภิกษุนั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นให้ทรง เจริญวัยแล้ว ไปเล่าเรียนศิลปะทังปวงในเมืองตักกสิลา ้ทราบ เมือเรียนส�าเร็จแล้ว ก็กลับมายังเมืองพาราณสี อยูครอง ่ ่ ล�าดับนั้น พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เรือนมีภรรยาบุตร ครั้นมารดาบิดาล่วงไป ก็ได้กระท�าธรรมดาว่า สตรีทั้งหลายนี้ ได้เคยท�าความเศร้าหมอง กิจเกี่ยวกับการตายของมารดาบิดา เมื่อกระท�าการให้เกิดแม้แก่สัตว์ผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย ผู้ที่ข่มกิเลสได้ด้วย ตรวจตราในข้อที่ลี้ลับ จึงร�าพึงว่า ทรัพย์ที่มารดาบิดาก�าลังฌาน เหตุไฉนจักไม่ทาบุคคลผูไร้คณสมบัตเิ ช่นเธอ � ้ ุ รวบรวมไว้ยังปรากฏอยู่ แต่มารดาบิดาไม่ปรากฏ จึงมีให้เศร้าหมองเล่า ท่านผูบริสทธิยงเศร้าหมองได้ ทังท่าน ้ ุ ์ั ้ ความสลดใจ เหงื่อไหลออกจากร่างกาย เขาอยู่ครองผูพรังพร้อมด้วยอุดมยศก็ยงถึงความเสือมยศได้ จะป่วย ้ ่ ั ่ เรือนเป็นเวลานาน ได้ให้ทานมากมาย ละกามทังหลาย ้กล่าวไปไยถึงผูไม่บริสทธิเ์ ล่า ลมทีพดภูเขาสิเนรุให้หวัน ้ ุ ่ ั ่ ละหมูญาติผมหน้านองด้วยน�าตา เข้าป่าหิมพานต์ สร้าง ่ ู้ ี ้ไหว ไฉนจักไม่พัดขยะใบไม้เก่าให้กระจัดกระจายเล่า บรรณศาลาอยู่ในที่อันน่ารื่นรมย์ เที่ยวแสวงหารากไม้กิเลสนี้ยังก่อกวนสัตว์ผู้นั่งอยู่ที่โคนต้นโพธิ์ ก�าลังจะ และผลไม้ในป่าเลียงชีพ ไม่นานเท่าไร ก็ทาอภิญญาและ ้ �ตรัสรูได้ ไฉนจักไม่กอกวนคนเช่นเธอเล่า ครันตรัสดังนี้ ้ ่ ้ สมาบัตให้เกิดขึน เล่นฌานอยูมาช้านาน จึงคิดขึนได้วา ิ ้ ่ ้ ่แล้ว ภิกษุทงหลายกราบทูลอาราธนา จึงทรงน�าเอาเรือง ั้ ่ เราไปยังถิ่นมนุษย์จักได้เสพรสเค็มและรสเปรี้ยว เมื่อในอดีตมาสาธกดังนี้:- เป็นเช่นนั้น ร่างกายของเราจักแข็งแรง และจักได้
  • 37. แสงธรรม 34 Saeng Dhammaเป็นการพักผ่อนของเราไปด้วย ทั้งชนเหล่าใดจักให้ ช่องพระแกล ตรัสว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอนิมนต์มาภิกษาหรือจักกระท�าการอภิวาทเป็นต้นแก่ผู้มีศีลเช่น ทางพระราชนิเวศน์นี้เถิด พระโพธิสัตว์จึงมอบภาชนะกับเรา ชนเหล่านั้นจักได้ไปเกิดบนสวรรค์ ส�าหรับภิกขาจารให้อ�ามาตย์ถือไป แล้วก็เดินขึ้นสู่ท้อง ครันคิดแล้ว จึงออกจากป่าหิมพานต์ เทียวจาริกไป ้ ่ พระโรงโดยล�าดับจนถึงเมืองพาราณสี ในเวลาใกล้ค�่า จึงเที่ยว ล�าดับนั้น พระราชาทรงไหว้พระโพธิสัตว์นั้นแล้ว เลือกหาที่พักอาศัย แลเห็นพระราชอุทยานจึงคิดว่า ที่ นิมนต์ให้นั่งบนราชบัลลังก์ แล้วอังคาสเลี้ยงดูด้วยข้าวนี้สมควรแก่การหลีกเร้น เราจักพักอยู่ในที่นี้ ครั้นคิด ยาคูของขบเคี้ยวและภัตตาหารที่เจ้าพนักงานจัดไว้แล้วจึงเข้าไปยังพระราชอุทยาน นั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ต้น ส�าหรับพระองค์ พระโพธิสัตว์ฉันเสร็จแล้ว จึงตรัสถามหนึ่ง ท�าเวลาราตรีให้หมดไปด้วยความสุขในฌาน ปัญหา ทรงพอพระราชหฤทัยการพยากรณ์ปัญหาของ วันรุ่งขึ้นเวลาเช้า ช�าระสรีระกายแล้ว จัดแจงผูก พระโพธิสตว์ยงนัก จึงนมัสการแล้วตรัสถามว่า พระคุณ ั ิ่ชฎาห่มหนังเสือ และนุ่งผ้าเปลือกไม้ ถือเอาภาชนะ เจ้าผูเ้ จริญ พระคุณเจ้าอยูทไหน และมาจากไหน พระ ่ ี่ส�าหรับภิกขาจาร ส�ารวมอินทรียสงบระงับ สมบูรณ์ดวย ์ ้ โพธิสตว์จงทูลว่า มหาบพิตร อาตมภาพอยูปาหิมพานต์ ั ึ ่ ่อิริยาบถ ทอดจักษุดูไปชั่วแอก มีรูปสิริของตนสมบูรณ์ และมาจากป่าหิมพานต์ จึงตรัสถามอีกว่า มาเพราะเหตุด้วยอาการทังปวง อาจดึงเอาสายตาของชาวโลกให้แล ้ ไร? จึงทูลว่า มหาบพิตร ในฤดูกาลฝนควรจะได้การอยู่ดู เดินเข้าพระนคร เที่ยวภิกขาจารไปจนถึงประตูพระ ประจ�าที ทรงตรัสว่า ถ้าอย่างนัน ขอนิมนต์พระคุณเจ้า ่ ้ราชนิเวศน์ พระราชาก�าลังเสด็จด�าเนินอยู่ที่ท้องพระ พักอยูในพระราชอุทยาน พระคุณเจ้าจักไม่ลาบากด้วย ่ �โรง ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ทางช่องพระแกล ปัจจัย ๔ และโยมก็จกได้บญอันจะน�าตนไปเกิดในสวรรค์ ั ุทรงเลือมใสในอิรยาบถของเธอ ทรงด�าริวา ถ้าธรรมอัน ่ ิ ่ ครั้นทรงท�าความตกลงแล้ว และเสวยพระกระยาสงบระงับมีอยู่ ก็คงจะมีในภายในจิตของท่านผู้นี้ จึง หาหารแล้ว ได้เสด็จไปพระราชอุทยานพร้อมกับพระด�ารัสสังอ�ามาตย์ผหนึงว่า เจ้าจงไปน�าพระดาบสนันมา ่ ู้ ่ ้ โพธิสัตว์ รับสั่งให้สร้างบรรณศาลา สร้างที่จงกรม จัดอ� า มาตย์ นั้ น ไปไหว้ แ ล้ ว ขอรั บ เอาภาชนะส� า หรั บ เสนาสนะที่พักกลางคืนและที่พักกลางวันเป็นต้น ให้ภิกขาจารแล้วกล่าวว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า พระราชา พร้อมเสร็จแล้ว มอบถวายบริขารส�าหรับบรรพชิต แล้วรับสั่งนิมนต์ท่าน พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ท่านผู้มีบุญ ตรัสว่า ขอพระคุณเจ้าจงอยู่โดยความสุขส�าราญเถิด หนักศักดิใหญ่ พระราชาไม่ทรงรูจกกับอาตมา อ�ามาตย์ ์ ้ั แล้วมอบนายอุทยานบาลให้ดูแล จึงเรียนว่า ถ้ากระนั้น ขอนิมนต์พระคุณเจ้ายับยั้งอยู่ที่ ตั้งแต่นั้นมา พระโพธิสัตว์ได้อยู่ในพระราชอุทยานนี้จนกว่ากระผมจะกลับมา แล้วกลับไปกราบทูลพระ นั้นเป็นเวลา ๑๒ ปี ต่อมาภายหลัง ประเทศชายแดนราชาให้ทรงทราบ ของพระราชาเกิดการก�าเริบ พระราชามีพระประสงค์ พระราชารับสั่งว่า พระดาบสรูปอื่นผู้ที่จะเข้าไปยัง จะเสด็จไประงับเหตุการณ์นั้น จึงตรัสเรียกพระเทวีมาราชตระกูลของเรายังไม่มี เจ้าจงไปนิมนต์พระดาบสนัน ้ แล้ ว ตรั ส ว่ า น้ อ งนางผู ้ เจริ ญ เจ้ า ควรยั บ ยั้ ง อยู ่ ยั งมา ฝ่ายพระองค์เองก็ทรงเหยียดพระหัตถ์ออกไหว้ทาง พระนครก่อน พระเทวีทูลถามว่า ข้าแต่สมมติเทพ
  • 38. แสงธรรม 35 Saeng Dhammaเพราะอาศัยเหตุอะไร พระองค์จงตรัสอย่างนี พระราชา ึ ้ ล�าดับนัน พระเทวีจงทรงใส่ขาทนียโภชนียาหารทุก ้ ึตรัสว่า เพราะอาศัยพระดาบสผู้มีศีลซิ น้องนางผู้เจริญ อย่างลงในภิกขาภาชนะของพระโพธิสัตว์ ก็วันนั้น ไม่พระเทวีทลว่า ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันจักไม่ประมาท ู อาจไปเหมือนวันก่อน ๆ ซึ่งกระท�าภัตตกิจแล้วก็เหาะในพระดาบสนั้ น การปรนนิ บั ติ พ ระผู ้ เ ป็ น เจ้ า ของ ออกไปทางสีหบัญชร ได้แต่รับภัตตาหารแล้ว เดินลงพระองค์เป็นภาระของหม่อมฉัน ขอพระองค์อย่าทรง ทางบันไดใหญ่ไปยังพระราชอุทยาน แม้พระเทวีก็ทรงกังวล จงเสด็จเถิด พระราชาจึงเสด็จออกไป ฝ่ายพระ ทราบว่ า พระดาบสมี จิ ต ปฏิ พั ท ธ์ ใ นพระองค์ พ ระเทวีก็ตั้งใจอุปัฏฐากพระโพธิสัตว์เหมือนอย่างเดิม โพธิ สั ต ว์ นั้ น ไปถึ ง พระราชอุ ท ยานแล้ ว ไม่ บ ริ โ ภค ฝ่ายพระโพธิสัตว์หลังจากพระราชาเสด็จไปแล้ว ก็ ภัตตาหารเลย เอาวางไว้ใต้เตียง นอนร�าพันว่า พระหัตถ์มิได้ไปตามเวลาทีเ่ คยมา ได้ไปยังพระราชนิเวศน์กระท�า เห็นปานนีของพระเทวีงาม พระบาทก็งาม ดังนีเป็นต้น ้ ้ภัตตกิจตามเวลาที่ตนชอบใจ อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพระ นอนบ่นเพ้ออยู่ถึง ๗ วัน ภัตตาหารบูด มีหมู่แมลงวันโพธิสัตว์ชักช้าอยู่ยังไม่มา พระราชเทวีจัดแจงขาทนีย หัวเขียวตอมกันสะพรั่ง โภชนียาหารทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงโสรจสรงพระองค์ประดับพระวรกาย แล้วให้นางพนักงานแต่งเตียงน้อย บรรทมคอยดูการมาของพระโพธิสตว์ โดยนุงพระภูษา ั ่เนื้อเกลี้ยงอย่างหย่อน ๆ ฝ่ายพระโพธิสัตว์ก�าหนดว่าได้เวลาแล้ว ก็ถือภิกขาภาชนะเหาะมาจนถึงช่องพระแกลใหญ่ พระเทวีได้ทรงสดับเสียงผ้าเปลือกไม้กรองของพระโพธิสัตว์ก็เสด็จลุกขึ้นโดยพลัน พระภูษาเนื้อเกลี้ยงที่ทรงนุ่งนั้นก็หลุดลุ่ยลงทันที พระโพธิสัตว์ได้เห็นวิสภาคารมณ์ มิได้ส�ารวมอินทรีย์ ตะลึงแลดูด้วยสามารถแห่งความสวยงาม ฝ่ายพระราชาทรงระงับปัจจันตชนบทได้แล้ว ก็ ล�าดับนั้น กิเลสของพระโพธิสัตว์ซึ่งสงบนิ่งด้วย เสด็จกลับมา ทรงกระท�าประทักษิณพระนคร ซึ่งชาวก�าลังฌานก็กาเริบขึน เหมือนอสรพิษทีถกขังอยูในข้อง � ้ ู่ ่ เมืองตกแต่งประดับประดาไว้รบเสด็จ แต่หาได้เสด็จไป ัพอออกจากข้องได้ก็แผ่พังพานขึ้นฉะนั้น พระโพธิสัตว์ ยังพระราชนิเวศน์ไม่ ได้เสด็จไปยังพระราชอุทยาน ด้วยได้เป็นผู้มีอาการเหมือนเวลาที่ต้นยางถูกกรีดด้วยมีด หวังพระทัยว่าจักเยี่ยมพระโพธิสัตว์ ได้ทอดพระเนตรฉะนัน องค์ฌานทังหลายเสือมไปพร้อมกับระยะทีกเิ ลส ้ ้ ่ ่ เห็นอาศรมบทรกรุงรังด้วยหยากเยือ ทรงส�าคัญว่า พระ ่เกิดขึ้น อินทรีย์ทั้งหลายก็มิได้บริบูรณ์ ตนเองได้มี ดาบสจักหนีไปแล้ว จึงทรงเปิดประตูบรรณศาลา เสด็จสภาพเหมือนกาปีกขาดฉะนั้น พระโพธิสัตว์นั้นมิอาจ เข้าไปข้างใน ทอดพระเนตรเห็นดาบสนั้นนอนอยู จึง ่ทีจะนังกระท�าภัตตกิจเหมือนแต่กอนได้ แม้พระเทวีจะ ่ ่ ่ ทรงด�าริว่า ชะรอยจะไม่มีความผาสุกบางประการ จึงตรัสบอกให้นั่งก็ไม่นั่ง รับสั่งให้ทิ้งภัตตาหารบูด ช�าระปัดกวาดบรรณศาลา
  • 39. แสงธรรม 36 Saeng Dhammaแล้วตรัสถามว่า พระคุณเจ้า ท่านไม่สบายไปหรือ? พระ ไม่แยบคายได้อย่างมันเหมาะเหลือเกิน อาตมาน�าทุกข์ ่ดาบสทูลตอบว่า มหาบพิตร อาตมภาพถูกลูกศรเสียบแทง มาให้แก่ตนด้วยตนเองทีเดียว พระราชาเข้าพระทัยว่า ชะรอยพวกปัจจามิตรของ พระโพธิสัตว์ครั้นแสดงแก่พระราชาด้วยคาถานี้ เราไม่ได้โอกาสในตัวเรา จึงมายิงพระดาบสนี โดยคิดว่า ้ อย่ า งนี้ แ ล้ ว จึ ง ทู ล ให้ พ ระราชาเสด็ จ ออกประทั บจักท�าฐานะอันเป็นทีรกของพระราชานัน ให้ทพพลภาพ ่ั ้ ุ ภายนอกบรรณศาลา แล้วกระท�ากสิณบริกรรมท�าฌานจึงทรงพลิกร่างกายตรวจดูรอยที่ถูกยิง ก็ไม่เห็นรอยที่ ที่เสื่อมให้เกิดขึ้นแล้ว ออกจากบรรณศาลา เหาะขึ้นไปยิง จึงตรัสถามว่า ท่านถูกยิงที่ไหนหรือ พระคุณเจ้า นั่งอยู่กลางอากาศ โอวาทพระราชาเสร็จแล้วทูลว่า พระโพธิสัตว์ตรัสว่า มหาบพิตร อาตมภาพมิได้ถูกคน มหาบพิตร อาตมภาพจักไปอยูปาหิมพานต์ตามเดิม แม้ ่ ่อืนยิง แต่อาตมภาพยิงตัวของตัวเองแหละทีหวใจ ครัน ่ ่ ั ้ พระราชาจะตรัสว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ อย่าไปเลย ก็ทูลแล้ว จึงลุกขึ้นนั่งกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า:- ทูลชี้แจงว่า มหาบพิตร เพราะอาตมภาพอยู่ในที่นี้ จึง อาตมภาพถูกยิงทีหวใจ ด้วยลูกศรนัน อันก�าซาบ ่ ั ้ ได้รับอาการอันผิดแผกเห็นปานนี้ บัดนี้ ไม่อาจอยู่ในที่ด้วยราคะเกิดจากความด�าริ อันลับด้วยวิตกคือความ นี้ได้ต่อไป ทั้ง ๆ ที่พระราชาทรงอ้อนวอนอยู่อย่างด�าริ อันนายช่างมิได้ตกแต่งให้เรียบร้อย อันนายช่าง นันเอง ก็เหาะไปป่าหิมพานต์ด�ารงอยูจนตลอดอายุ ใน ่ ่ศรมิได้ท�า ยังไม่พ้นหมวกหู ทั้งยังไม่ติดขนนกยูง เวลาสิ้นสุดอายุก็ได้ไปเกิดในพรหมโลกแต่ท�าความเร่าร้อนให้ทั่วสรรพางค์กาย อาตมภาพไม่เห็นรูแผลที่เลือดไหลออก ลูกศรนั้นแทงจิตที่ไม่แยบคายได้มั่นเหมาะ ความทุกข์นี้อาตมภาพน�ามาด้วยตนเอง ก�าซาบด้วยราคะอันประกอบด้วยความด�าริตริตรึกในกาม อันลับด้วยหินคือความด�าริ ด้วยน�าคือราคะนัน้ ้นันแหละ อันนายช่างมิได้ทาให้เกลียงเกลา แม้ชางศรทัง ่ � ้ ่ ้หลายก็ยงมิได้ดด ยังไม่ดงสายมาให้พนหมวกหูขวาเป็น ั ั ึ ้ก�าหนด ยังมิได้ทาการติดขนปีกนกยูง และขนปีกนกแร้ง �เป็นต้น ถูกลูกศรคือกิเลสนั้นเสียบแทงที่หัวใจนี้ ท่านแสดงว่า ดูกอนมหาบพิตร อาตมภาพถูกแทงทีหวใจด้วย ่ ่ ั พระศาสดา ครันทรงน�าพระธรรมเทศนานีมาแสดง ้ ้ลูกศรคือกิเลสนัน อันสามารถท�าให้อวัยวะทังปวงเร่าร้อน ้ ้ แล้ว ทรงประกาศสัจจะแล้ว ทรงประชุมชาดก ในเวลาตังแต่เวลาทีอาตมาถูกลูกศรนันแทงแล้ว อวัยวะทุกส่วน ้ ่ ้ จบสัจจกถา ภิกษุผู้กระสันจะสึก ได้ด�ารงอยู่ในพระของอาตมาเร่าร้อนเหมือนไฟติดไปทัวฉะนัน อาตมภาพ ่ ้ อรหัต บางพวกได้เป็นพระโสดาบัน บางพวกได้เป็นพระไม่เห็นทีทลกศรแทงเลือดของอาตมภาพไหลออกมาจาก ่ ี่ ู สกทาคามี บางพวกได้เป็นพระอนาคามี พระราชาในรูแผลใด อาตมภาพไม่เห็นแผลนัน ลูกศรแทงจิตทีคดโดย ้ ่ิ กาลนั้น ได้เป็นพระอานนท์ ส่วนดาบสในครั้งนั้น ได้
  • 40. แสงธรรม 37 Saeng Dhammaเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล กับชาวยุโรปที่อพยพเข้ามารุกราน พวกอินเดียนแดงก็ “สังกัปปราคชาดก” ว่าด้วยลูกศรคือกิเลสก็จบ ใช้ลูกศรล้างผลาญชีวิตของผู้รุกรานนับไม่ถ้วน ในที่สุด ลงเพียงเท่านี้ ครูสีฟังชาดกเรื่องนี้จบแล้ว คงไม่มี กลุ่มชนชาวพื้นเมืองอเมริกันอินเดียนแดงซึ่งใช้ลูกศรประเด็นไหนที่สงสัยนะ หรือยังมีประเด็นไหนที่ครูสีไม่ ต่อสูกบกองทัพผูรกรานไม่ได้ เพราะใช้อาวุธปืนทีมพลัง ้ั ุ้ ่ีค่อยจะเข้าใจแจ่มแจ้ง หลวงตาก็จะแถลงไขให้เข้าใจ เหนือกว่า นีคอเรืองลูกศรทีใช้เป็นอาวุธในยุคก่อน ตอน ่ื ่ ่แจ่มแจ้งต่อไป ที่ยังไม่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ครูส:ี กราบเท้าหลวงตาด้วยส�านึกในพระคุณอย่าง ส่วน “ลูกศรคือกิเลส” นั้น ท่านหมายถึงกิเลสยิง ชาดกเรืองนีผมตังใจฟังโดยตลอด เข้าใจบ้างในบาง ่ ่ ้ ้ ประเภทต่าง ๆ นั้น มีพิษร้ายคล้าย ๆ ลูกศร หรือยิ่งประเด็น แต่ประเด็นทีละเอียดลึกซึงเกินสติปญญาของ ่ ้ ั กว่าลูกศรธรรมดาเสียอีก ลูกศรธรรมดาทั่วไปนั้น มันผมจะหยั่งถึงได้ ก็จนใจวินิจฉัยด้วยตนเองไม่ได้ ก็เห็น เสียบแทงที่ร่างกายภายนอก แต่ลูกศรคือกิเลสนั้น มันอยู่ทางเดียวคือถวายคืนหลวงตา เพื่อให้แสงสว่างทาง เสียบแทงจิตใจ โดยเฉพาะกิเลสประเภท “ราคะ” กิเลสปัญญาแก่ผม ดังที่หลวงตาเคยเมตตามาแล้วต่อไป ประเภทนี้ล่ะ ส�าคัญยิ่งนัก ถ้าปักที่หัวใจ (จิตใจ) ของขอรับ บุ ค คลใดแล้ ว ก็ ท� า ให้ บุ ค คลนั้ น มี จิ ต ใจเร่ า ร้ อ น หลวงตา: ความจริง ครูสีก็เคยผ่านร้อนผ่านหนาว กระวนกระวายกระสับกระส่าย กินไม่ได้นอนไม่หลับ ในเรื่องเช่นนี้มาพอสมควร น่าจะเข้าใจลูกศรคือกิเลส คล้ายกับคนที่ถูกยิงด้วยลูกศรไม่มีผิด นี่แหละคือพิษได้ดีกว่าหลวงตานะ แต่ครูสีกลับให้หลวงตาแถลงไข แห่งลูกศรคือกิเลส อันเป็นเหตุทาให้พระดาบสทีถกลูก � ู่เอาละ! ไม่เป็นไร หลวงตาจะท�าหน้าที่ต่อไป ลูกศร ศรคือ “ราคะ” ความก�าหนัดย้อมใจเสียบแทงลงทีจตใจ ่ิเป็นอาวุธประเภทหนึ่ง ซึ่งคนยุคก่อนถือกันว่า เป็น ของท่ า น ท� า ให้ พ ระดาบสกระสั บ กระส่ า ยอาวุ ธ ส� า คั ญ ในการสู ้ ร บกั บ ข้ า ศึ ก ศั ต รู เช่ น ใน กระวนกระวาย ท�าลายอภิญญาสมาบัติของท่านให้สหรัฐอเมริกา พวกอเมริกนซึงเป็นชนพืนเมืองเดิม ต่อสู้ ั ่ ้ เสือมไป หลังจากเห็นพระเทวีเผลอสติปล่อยเครืองทรง ่ ่
  • 41. แสงธรรม 38 Saeng Dhammaหลุดออกจากพระวรกาย ฉายวิสภาคารมณ์ให้ปรากฏ เช่นตัวอย่าง พระดาบส โพธิสัตว์แก่สายตาของพระดาบส พระดาบสขาดสติก�าหนด ถูกราคะ ความก�าหนัด สัมผัสใจไม่ทน พลันกิเลสคือราคะความก�าหนัดย้อมใจก็ครอบง�า ั ท�าให้ฌาน สมาบัติ วิบัติไปจิตใจ ท�าลายอภิญญาสมาบัตของพระดาบสให้เสือมไป ิ ่ เหาะไม่ได้ ดังแต่ก่อน ตอนได้ฌานในทันที พระฤาษีต้องเดินกลับพระราชอุทยาน เพราะ มาวันนี้ พระฤาษี ต้องหมดฤทธิ์อภิญญาสมาบัติเสื่อมเหาะไม่ได้ดังแต่ก่อน นอนบน เพราะนิมิต ครอบง�า จิตสันดานเตียงร�าพึงร�าพันถึงพระเทวี ฉันไม่ได้นอนไม่หลับกระ ที่เห็นภาพ พระเทวี อันสคราญสับกระส่าย ภายหลังพระราชาเสด็จกลับมาจากการ ท�าให้ฌาน เสื่อมไป ในทันทีปราบข้าศึกชายแดน รีบเสด็จไปหาพระดาบส ตรัสถาม ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์เมธี จึงเตือนตักได้ความว่า ถูกลูกศรคือกิเลสเป็นเหตุให้ได้รบความทุกข์ ั ให้รู้จัก ฝึกใจ ไว้ให้ดีปางตาย พระราชาถวายให้ก�าลังใจ พระดาบสใช้สติ อย่าปล่อยให้ จิตใจ มีราคีก�าหนดจิตฤทธิ์แห่งอภิญญาสมาบัติของพระดาบสก็ จะได้มี ความสุข ทุกเวลาเจริญขึ้นเหมือนแต่ก่อน จึงเจริญพรทูลลาพระราชา ขอเชิญชวน มวลประชา อย่าประมาทกลับไปป่าหิมวันตประเทศ อันปลอดจากวิสภาคารมณ์ ให้ฉลาด ใช้สติ และปัญญาอุดมไปด้วยความสงบสุขทุกประการ ท�าลายล้าง กิเลส เศษตัณหา อย่าให้มา ครอบง�าจิต อีกต่อไป อันลูกศร คือกิเลส พระเทศน์ไว้ ถ้าท�าได้ เช่นนี้ จะดีมากมีพิษภัย ยิ่งนัก ถ้าปักลง จึงขอฝาก ให้ทุกคน ฝึกฝนใจในจิตใจ คนใด ให้งวยงง ให้สะอาด สว่าง และสดใสท�าให้หลง มัวเมา เร่าร้อนใจ เราจะได้ สงบเย็น เป็นนิรันดร์คุณวรชัย-คุณกัญญภัทร กลึงโพธิ์ ทําบุญอุทิศ ๑๐๐ วัน ให้คุณแม่ทองพูน กลึงโพธิ์ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔
  • 42. แสงธรรม 39 Saeng Dhamma ท่องแดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ณ ประเทศศรีลังกา ตอน : สวรรค์ของคนบาป เรื่องและภาพ โดย.. ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี t_inthisan@hotmail.com ต่อจากฉบับที่แล้ว� จิตรกรรมเอก หน้าผาชันประมาณ ๗๐ – ๘๐ องศา มีบันไดซึ่งท�าด้วย แต่ก่อนจะผ่านประตูนี้ ก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อ การสกัดหินเป็นขั้น ๆ และรั้วเหล็ก พร้อมด้วยราวส�าหรับเหลือบไปเห็นเท้าสิงห์ทสลักจากหินใหญ่โตมาก เล็บแต่ละ ี่ จับ กว่าจะขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นบนสุดก็ต้องไต่บันไดขึ้นไปเล็บยาวถึง ๗ – ๘ ฟุต หลายท่านคงจะนึกออกถ้ากล่าวถึง อีกกว่า ๑๐๐ ขั้นรูปสฟิงซ์ทหน้าปีรามิดในอียปต์ คือรูปแกะสลักสิงโตขนาด ี่ ิ มีหลายท่านเมื่อเดินทางขึ้นมาถึงลานสิงหบาทแล้วใหญ่ที่มีหน้าเป็นคน แต่สิงโตที่ลานสิงหบาทนี้คงเหลือให้ ขอพักเหนื่อยก่อน และให้พวก ๆ เดินทางไต่หน้าผาขึ้นเห็นแต่เท้ากับกรงเล็บทีแหลมคมน่าเกรงขาม คติความเชือ ่ ่ ไปก่อน เพราะว่ามันเป็นการเสียงอันตรายมากเกินไป ในทีสร้างรูปนีขนมาไม่ทราบว่าใครเลียนแบบใคร แต่ถาว่าตาม ่ ้ ึ้ ้ ช่ ว งไต่ บั น ไดเหล็ ก จากประตู เ ท้ า สิ ง ห์ ขึ้ น ไปถึ ง ลานประวัติศาสตร์แล้วอียิปต์ย่อมมาก่อนแน่ แต่ไอเดียนี้พระ พระราชวังนี้จะต้องใจกล้าเต็มร้อย คือจะต้องเป็นโรคไม่เจ้ากัสยปะคงไม่มโอกาสได้ไปเทียวเมืองอียปต์แล้วเก็บเอา ี ่ ิ กลัวความสูง และมีก�าลังแข้งขาดีพอสมควรในการพาสร้างทีนแน่ แต่บงเอิญว่าแนวความคิดมันมาตรงกันเท่านัน ่ ี่ ั ้ สังขารขึ้นสู่ที่สูงจากแรงโน้มถ่วงของโลกเพราะยุคสมัยห่างกันมาก และอีกอย่างสื่อเทคโนโลยีไม่ ลานสิงหบาทนี้จึงเป็นฉากถ่ายรูปของบรรดานักท่องเหมือนสมัยปัจจุบันที่เราติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลกโดยไม่ เที่ยวที่เดินทางมาถึง และเป็นข้ออ้างที่จะไม่ปีนหน้าผาต้องเดินทางไปด้วยตนเอง ต่อ โดยจะขอถ่ายรูปหน้าเท้าสิงห์ที่ผงาดอยู่ในท่าหมอบ แต่ที่มาของรูปปั้นสิงโตนี้ได้มาจากชื่อของภูเขาลูกนี้ ครึ่ ง ตั ว แต่ ไ ม่ มี หั ว มี แ ต่ เ ท้ า และกรงเล็ บ ยื่ น ออกมา ซึ่งมีชื่อว่า “สิงหบรรพต” ก็คือภูเขารูปสิงห์ มองจากจุด ประหนึ่งว่าพญาราชสีห์ปรากฏตัวออกจากเหลี่ยมเขา อ้านี้ จะเห็นภูเขาทั้งลูกเป็นรูปสิงห์หมอบ ระหว่างเท้าสิงห์ ปากกว้างเป็นทางเสด็จผ่านทุก ๆ วันของพระราชาผู้เป็นมีบันไดที่แกะลึกลงไปในหิน เพื่อปีนขึ้นไปถึงยอด ซึ่ง เจ้าแห่งสวรรค์บนพื้นพิภพนี้
  • 43. แสงธรรม 40 Saeng Dhamma เมื่อก่อนนั้น ลานสิงหบาทแห่งนี้สร้างไว้เป็นลานที่พัก เนื้อชีวิตของประชาชนไปเท่าไร และเมื่อเสร็จสิ้นสมบูรณ์ของบรรดาข้าหลวง หรือ ข้ารับใช้ใกล้ชดของพระเจ้ากัสยปะ ิ แล้วจะสวยงามขนาดไหน แต่คิดว่าคงจะสวยเหมือนและมเหสี ยามค�่าคืนจะเสด็จขึ้นไปประทับบนปราสาท สวรรค์จริง ๆ เพราะผู้สร้างต้องการให้เป็นอย่างนั้น ตามล�าพัง ไม่อนุญาตให้ใครขึ้นไปด้วย จะต้องรอรับใช้ บริเวณโดยรอบเป็นอุทยาน ทางตะวันออกเฉียงใต้มีสระ อยู่ลานสิงหบาทนี้ เท่านั้น น�้าที่ขุดเจาะจากแผ่นหินเป็นที่เก็บน�้าไว้อุปโภคบริโภค ของพระราชาและข้าราชบริพาร แต่มีผู้สงสัยว่าน�าน�้า� สวรรค์ของคนบาป ขึ้นมาได้อย่างไร แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังค้นไม่ คณะของพวกเราพอมาถึงลานเท้าสิงห์กถายรูปหมูเ่ ป็น ็่ พบกรรมวิธีที่แท้จริง เพียงแต่สันนิษฐานว่าน�าน�้าขึ้นมาทีระลึก ส่วนหนึงก็นงรออยูขางล่าง ส่วนอีกกลุมหนึงทีเชือ ่ ่ ั่ ่้ ่ ่ ่ ่ โดยใช้รอกชักด้วยกังหันโดยใช้แรงจากธรรมชาติ อย่างไรในพละก�าลังของตนเอง ก็ทยอยกันขึ้นไป ซึ่งจะต้องปีน ก็ตามยังเป็นปริศนาถึงการใช้เทคโนโลยีสมัย ๑,๕๐๐ ปีบันไดแคบ ๆ ขึ้นหน้าผาสูงท�ามุมถึง ๙๐ องศา แม้นั่งอยู่ มาแล้วว่าเขาท�ากันอย่างไรข้างล่างก็หวาดเสียวอยู่ไม่น้อย ขณะที่ขึ้นบันไดเหล็กนี้ได้สั ง เกตเห็ น ชาวสิ ง หลน� า เอาถุ ง ทรายที่ เจ้ า หน้ า ที่ ก องโบราณคดีกาลังบูรณะสิงก่อสร้างขึนบนยอดสุด ให้นกท่อง � ่ ้ ัเทียวได้ชวยกันถือขึนไปคนละถุง สองถุงเป็นการสร้างกุศล ่ ่ ้ผลบุญด้วย และเป็นการแสดงน�้าใจในเชิงอนุรักษ์ด้วย ญาติโยมในคณะเราก็เอาบ้าง โดยถือกันขึ้นมาคนละถุง แล้วก็ปนขึนสูยอดสูงสุดได้สาเร็จคือ ตรงอาคารทีเ่ หลือแต่ ี ้ ่ �ฐานรากโดยไกด์เราบอกว่านี่แหละคือพระราชมณเฑียรของพระเจ้ากัสยปะ และชีมอไปทีบนได ๒ ขันสุดท้าย บอก ้ื ่ ั ้ว่านันแหละคือบันไดขันสูพระราชอาสน์ และเป็นบันไดขัน ้ ้ ่ ้ สระธาริณีแห่งนี้ ตามต�านานกล่าวว่าไม่มีวันแห้ง ที่ ๑,๒๐๐ พอดี หลายคนต่างวิ่งกรูไปที่ก้อนหินก้อนนั้น หน้าฝนก็เก็บน�้าฝน หน้าร้อนก็ชักรอกขึ้นมา ด้านที่ก่อไว้ยึดไว้เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก รวมทั้งพระคุณเจ้าในคณะ อิฐมีสระบัวหลากสี มีพระแท่นศิลาอาสน์ที่ประทับของด้วย ก็เลยได้รูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึกอีกรูป พระราชา และพระราชินี เวลาที่ทรงทอดพระเนตรพระ บนลานกว้างมองเห็นมนุษย์เดินดินเหมือนมด บนนั้น อุทยาน และการร่ายร�าของนางสวรรค์ก�านันในแห่งราชมี ซ ากปรั ก หั ก พั ง เสาอิ ฐ พั ง ๆ ว่ า กั น ว่ า นั่ น แหละคื อ ส�านักสวรรค์แห่งนี้ ส่วนทางด้านทิศตะวันตก มีรูปพระมณเฑียร มีห้องกว้างใหญ่ส�าหรับพระราชินีกับพระเจ้า เจ้ากัสยปะต่อเมื่อพระเจ้าโมคคัลลานะครองราชย์ ก็สั่งแผ่นดินบนนี้คงสร้างปราสาท ๙ ชั้นไม่ได้แน่ แค่ชั้นเดียว ให้ท�าลายรูปปั้นนั้นเป็นเสี่ยง ๆ แล้วโยนลงหน้าผาไป ก็ท้าทายต่อสายฟ้าที่จะผ่าเปรี้ยงเมื่อใดก็ไม่รู้ เพราะความแค้นที่พระองค์ปลงพระชนม์พระราชบิดา เมื่อขึ้นมายืนบนจุดสูงสุดแล้วลองหลับตาจินตนาการ แล้วชิงเอาราชบัลลังก์ไปครองถึงการก่อสร้างพระราชวังลอยฟ้านี้ครั้งแรกคงจะยาก ศิ ล าเก่ า ของสิ คิ ริ ย าบั น ทึ ก ไว้ ว ่ า ตรงก้ อ นหิ น เป็ นล�าบากน่าดู ไม่ทราบว่าจะสิ้นทรัพย์สินเงินทอง และเลือด บัลลังก์ที่ประทับของพระเจ้ากัสสปะกับพระมเหสี เพื่อ
  • 44. แสงธรรม 41 Saeng Dhammaมองลงไปเบื้องล่างให้ประชาชนผู้จงรักภักดีได้เข้าเฝ้า สวรรค์ ข องคนบาป จนเจ้ า ชายกั ส ยปะต้ อ งสิ้ น ใจ ช่างเป็นความพยายามของมนุษย์เสียจริง ๆ ที่ใฝ่ฝัน ท่ามกลางหอกดาบอย่างอนาถจะชลอสวรรค์ลงมาไว้บนพื้นพิภพ ทั้ง ๆ ที่กว่าจะขึ้นมา หนีหนี้ หนีสิน หนีข้าศึกศัตรู ใครเก่งมีความฉลาดถึงก็แสนจะยากเย็น ที่ยังมิได้พูดถึงมนุษย์อีกประเภท สามารถหนีได้ แต่การที่จะหนีความตาย หนีกฎแห่งกรรม หนึ่งที่จะก่อสร้างอะไร ๆ ตามบัญชา กว่าจะครบ ๗ ปีที่ ใครเล่าจะหนีพ้น โบราณท่านว่าไว้ กฎแห่งกรรมยุติธรรมเนรมิตขุนเขาแห่งนี้เป็นแดนสวรรค์ จะต้องสูญเสียชีวิต ที่สุด “ทุกฺขโต ทุกฺขฐานํ ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” ไปสักเท่าใด เช่นนี้พอจะขานนามว่า สวรรค์ของคนบาป จะพอเหมาะกับความเป็นจริงเหมือนกัน เรียกว่าการ �ประตูงูจงอางครองราชย์ของพระเจ้ากัสยปะ ๑๘ ปี สร้างปราสาท ๗ ได้เวลาพอสมควร จึงชวนกันลงจากยอดเขาสมบทปี ก็เหลือเวลาเสวยสุขในสวรรค์บนพื้นพิภพนี่เพียงสิบปี กับผู้ที่รออยู่ลานสิงหบาท เมื่อเวลาขึ้นมาเราไปผ่านก่อนขึ้นสวรรค์จริง ถ้าตามต�านานเห็นจะตกสวรรค์หล่น ประตูช้าง(มีหินเป็นรูปเหมือนช้าง) ตรงประตูกลาง แต่ ตอนข้ า ง ไกด์ น� า ทางเราบอกว่ า ไปลงอี ก ด้ า นหนึ่ ง คื อ Gobra Gate คือประตูที่มีรูปสลักหินเหมือนงูจงอาง ขนาดยักษ์ก�าลังแผ่แม่เบี้ยอยู่ เป็นการปกปักษ์รักษา สถานที่แห่งนี้ “เดินลงบันไดนี่เร็วนะ และไม่เหนื่อยด้วย” อุบาสิกา ท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น “ท่านลองเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง หน่อยสิ ว่าหลังจากที่พระเจ้ากัสยปะสิ้นพระชนม์แล้ว เมืองสวรรค์นี้กลายเป็นอะไรไป” “เมืองที่สวยงามดุจเมืองสวรรค์บนดินนี้ ได้กลายเป็นลงสู ่ อ เวจี ม ากกว่ า เพราะท� า กรรมหนั ก โดยการปลง เมืองร้างต่อมาอีกหลายร้อยปี โดยไม่มีใครมาสืบสันตติพระชนม์พระราชบิดา ซึ่งถือว่าเป็นอนันตริยกรรมใน วงศ์ต่อ เพราะเจ้าโมคคัลลาน์ก็ย้ายเมืองหลวงกลับไปที่พระพุทธศาสนา อนุราธปุระ และสร้างพระบารมีของพระองค์เองโดย ถ้าจะกล่าวถึงสาระซึงไม่เกียวกับศิลปะอืนใด สิครยาก็เป็น ่ ่ ่ ิิ อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาเหมือนพระราชบิดา และได้ยกอนุสรณ์ของคนบาปทีลกฆ่าพ่อเพือชิงราชบัลลังก์ ทังทีพระเจ้า ู่ ่ ้ ่ ภูเขาสิงหบรรพตนี้เป็นสังฆาราม ในยุคหลังต่อมาธาตุเสนใจบุญสุนทาน ยกเลิกกฎเก่าประหารชีวต แต่พระ ิ เมื่อศาสนาในศรีลังกาเสื่อมลง สิคิริยามหาวิหารก็ถูกราชโอรสของพระองค์เองกลับทรยศ เมือได้ราชสมบัตแล้ว ก็ ่ ิ ทอดทิ้ง จนปล่อยให้ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นคลุมไปหมด เป็นที่ทรงย้ายเมืองหลวงมาสร้างบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า สร้างให้ อาศัยของสิงห์สาราสัตว์นานาชนิด” เอาหละเดินทางถึงที่เหมือนวิมานแห่งพรหมเทพ เสพสุขจนหน�าใจ ๑๘ ปี จอดรถพอดี และนี่ก็ใกล้เวลาเพลเต็มทีแล้วต้องรีบไปที่ แม้ว่าโอรสอกตัญญูจะอยู่เคียงคู่เสมอหมู่เมฆ มีแท่ง ร้านอาหารก่อนที่จะเลยเวลาพระคุณเจ้าครับศิลารองรับ ก็มิอาจจะหนีกฎแห่งกรรมที่ท�าไว้ เจ้าชายโมคคัลลาน์ น้องชายต่างมารดายกทัพมาจากอินเดียล้อม อ่านต่อฉบับหน้า
  • 45. แสงธรรม 42 Saeng Dhamma สาระธรรมจาก...พระไตรปิฎก พระไตรปิฎก สำาหรับผูเ้ ริมศึกษา เล่มที่ ๑๐ หน้า ๑๑๒ พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก์ สุญญตวรรค ่ ัลักษณะของบัณฑิตที่เห็นได้ แก้ว ๗ ประการนั้นคือ ๑.จักรแก้ว ๒.ช้างแก้ว ๓.ม้า ลักษณะของบัณฑิตที่ท�าให้รู้ว่าเป็นบัณฑิต มีนัยตรงกัน แก้ว ๔.มณีแก้ว ๕.นางแก้ว ๖.คฤหบดีแก้ว ๗.ปริณายกข้ามกับลักษณะของคนพาล คือ บัณฑิตมักคิดดี มักพูดดี และ แก้ว ผลบุญ(ฤทธิ์) ๔ ประการนั้น คือ ๑.พระสิริโฉมมักท�าดี ทรงแนะน�าภิกษุทั้งหลายว่า ถ้าบัณฑิตไม่เป็นคนมัก งดงามเกินมนุษย์ ๒.พระชนมายุยืน ๓.พระโรคาพาธน้อยคิดดี มักพูดดี และมักท�าดีแล้ว ก็รู้ไม่ได้ว่าเขาเป็นบัณฑิตเป็น ๔.เป็ น ที่ รั ก ใคร่ ข องปวงชน ตรั ส ถามว่ า เมื่ อ พระเจ้ าสัตบุรุษ และตรัสว่า บัณฑิตย่อมประสบสุขโสมนัส ๓ อย่าง จักรพรรดิมีพร้อมทั้งแก้ว ๗ ประการและผลบุญ ๔ ประการในชีวิตปัจจุบัน คือ ดังกล่าวแล้ว จะทรงเสวยสุขโสมนัสหรือไม่? ภิกษุทั้งหลาย ๑. ไม่ว่าจะอยู่ในชุมชนใดหรือในที่ไหน ๆ คนก็จะพูดถึง กราบทูลว่า แม้พระเจ้าจักรพรรดิจะทรงมีแก้วอย่างนั้นเพียงเขาในทางทีด ถ้าเขาเป็นคนไม่ฆาสัตว์ ไม่ลกทรัพย์ ไม่ประพฤติ ่ี ่ ั อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ย่อมจะเสวยสุขโสมนัสเพียงพอแล้ว ไม่ผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่เสพสิ่งมึนเมา คนก็จะพูดถึงเขาว่า ต้องกล่าวถึงว่าจะทรงมีแก้วครบทั้ง ๗ ประการและผลบุญเป็นคนมีความดีนน ๆ และเขาก็จะรูสกว่าตัวเองเป็นอย่างนัน ั้ ้ึ ้ ทั้ง ๔ ประการนั้นเลยจริง ครันแล้ว ทรงหยิบแผ่นหินขนาดเท่าฝ่ามือขึนมาถามภิกษุ ้ ้ ๒. เมื่อบัณฑิตเห็นโจรถูกพระราชาสั่งลงอาญา ( ๒๖ เหล่านันว่า แผ่นหินทีทรงถืออยูนนกับภูผาหิมพานต์อย่างไหน ้ ่ ่ ั้อย่าง) ก็จะรู้สึกได้ว่า ความผิดที่โจรท�าลงไปและได้รับโทษ ใหญ่กว่ากัน เมือภิกษุทงหลายกราบทูลว่าแผ่นหินในพระหัตถ์ ่ ั้อย่างนั้น ไม่มีแน่ส�าหรับตน นั้นเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของภูผาหิมพานต์ จึงตรัสว่า ๓. กรรมดีทบณฑิตท�าไว้กอนแล้ว ไม่วาจะเป็นกายสุจริต ี่ ั ่ ่ สุขโสมนัสของพระเจ้าจักรพรรดิทกล่าวถึงนันก็ไม่ถงเศษเสียว ี่ ้ ึ ้วจีสุจริต หรือมโนสุจริต ย่อมปกแผ่ (ความสุขกายสุขใจ) โอบ ของทิพยสุขในสวรรค์เช่นกันอุมบัณฑิตไปทุกที่ เขาจะรูสกว่าตัวเองไม่ได้ท�าความชัวความ ้ ้ึ ่ และตรัสต่อไปว่า เมื่อบัณฑิตจุติจากสวรรค์มาเกิดเป็นเลว ท�าแต่คุณงามความดี ท�าแต่สิ่งที่ปลอดภัย เมื่อตายไปก็หวังได้ว่าจะไปสู่สุคติ เขาจะไม่มีความทุกข์โศกร�่าไห้ และ มนุษย์อีก เขาก็ย่อมเกิดในสกุลสูง (อุจฺจากุลานิ) คือสกุลไม่มีสติที่ฟั่นเฟือน กษัตริย์มหาศาล สกุลพราหมณ์มหาศาล หรือสกุลคฤหบดี มหาศาลในที่สุด ซึ่งเป็นสกุลมั่งคั่ง มากด้วยโภคทรัพย์ ทองสุขในสวรรค์ของบัณฑิตยากที่จะอธิบาย เงินและธัญญาหาร ทังเกิดมาเป็นคนรูปงามน่าดูชม... เขาจะ ้ ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายต่อไปว่า บัณฑิตผู้ซึ่งประพฤติกาย เป็นคนประพฤติดีทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ เมื่อตายสุจริต วจีสจริต และมโนสุจริตนัน เมือตายไปย่อมเกิดในสุคติ ุ ้ ่ ไปก็ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์(อีกต่อไป)โลกสวรรค์ แต่สคติทหมายถึงสวรรค์นนก็บรรยายได้แต่เพียง ุ ี่ ั้ ทรงเปรียบเทียบอีกว่า นักการพนันเมื่อได้ชัยชนะจึงได้ว่า เป็นดินแดนอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ สถานเดียว โภคสมบัตมากมายก่ายกองในเบืองต้น แต่กถอว่าเล็กน้อยนัก ิ ้ ็ืไม่ง่ายเลยที่จะกล่าวเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ว่าสวรรค์เป็นสุข ไม่เหมือนการได้ชยชนะของบัณฑิตทีเ่ กิดจากการประพฤติกาย ันั้นเป็นอย่างไร สุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต แล้วไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ มีภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลขอให้ทรงแสดงด้วยการอุปมา ภิกษุทั้งหลายฟังค�าสอนเรื่องนี้ด้วยความซาบซึ้งยิ่งพระพุทธองค์ตรัสว่า พอจะเทียบได้บ้างกับความสุขโสมนัสของพระเจ้าจักรพรรดิผู้พรั่งพร้อมด้วยแก้ว ๗ ประการ และผลบุญ (อิทฺธิ-ฤทธิ์) ๔ ประการ
  • 46. แสงธรรม 43 Saeng Dhamma อนุโมทนาพิเศษ / Special Thanks คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ขออนุโมทนาแด่สาธุชนทุก ๆ ท่าน ที่มีจิตศรัทธาถวาย ภัตตาหารเช้า-เพล บริจาคสิงของ เสียสละแรงกาย แรงใจ ก�าลังสติปญญา และความสามารถเท่าทีโ่ อกาสจะอ�านวย ่ ั ช่วยเหลือกิจกรรมของวัดด้วยดีเสมอมา ท�าให้วัดของเรามีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ามาโดยล�าดับ โดยเฉพาะทุก ท่านที่มีส่วนร่วมในงานวันส�าคัญต่าง ๆ ของทางวัด จึงประกาศอนุโมทนากับทุก ๆ ท่านมา ณ โอกาสนี้ � คุณศิริพร สีฮุย และครอบครัว ถวายถุงขยะ ปากกาเขียน CD และปากกาอื่น ๆ� คุณเติมศรี คิมสุขศรี และคณะพยาบาลบัลติมอร์ ทำาบุญอุทศให้คณสุวฒน์ คิมสุขศรี ถวายสังฆทานมีเปเป้อทาวน์, แนปกิน ฯลฯ ้ ิ ุ ั ้ ้� คุณวนิดา สรรพมงค์ ทำาบุญวันเกิด ถวายแก้วน้ำา 1 โหล, PYREX 1 ชุด� คุณพัชรา ตวงเศรษฐวุฒิ ทำาบุญวันเกิด ถวายสังฆทานมีนมข้น, น้ำายาซักผ้า, Tower, Coffee Mate, Coffee,� Noon’s Birthday ทำาบุญถวายสังฆทาน มีข้าวสาร, เกลือ, แก้วโฟม, น้ำาตาล, จานโฟม, ช้อนส้อม� คุณนวลทิพย์ อุดมเกษมสกุล-คุณกิ่งกาญจน์ เลิศธนิตบุตร ทำาบุญถวายสังฆทาน มีข้าวสาร, ถุงขยะ, กาแฟ น้ำาตาล คอฟฟี่เมต, น้ำาดื่ม, กระดาษทิซซู่, เปเป้อทาวน์� คุณกสิมะ ธารพิพิธชัย ทำาบุญถวาย Paper Towel, Tissue, Drinking Water, Jasmine Rice� คุณกาญจนา - คุณนิตย์พร อัชฌาเจริญสถิต ทำาบุญวันเกิด ถวายข้าวสาร, น้ำาดื่ม, น้ำาตาล, กาแฟ, คอฟฟี่เมต� Pattarapong-Sirinee-Janissa Sebamonpimol ถวายอุปกรณ์เครื่องใช้ในออฟฟิศ� คุณวรชัย-คุณกัญญภัทร ทำาบุญอุทิศให้แม่ทองพูน กลึงโพธิ์ ถวายข้าวสาร 2 ถุง,น้ำาดื่ม 2 เคส, เปเป้อร์ทาวน์ 1 ห่อ, กระดาษแน๊ปกิ้น 1 ห่อ, จานโฟม, แก้วโฟม, น้ำายาล้างจาน� คณะถวายภัตตาหารเช้าวันจันทร์ ถวาย COKE 10 CASES� คุณสุชาติ นันทสันติ บริจาค CD-R 1 กล่อง, DVD+R 1 กล่อง ขออนุโมทนาบุญกับคณะเจ้าภาพ ผู้มาร่วมทำาบุญบังสุกุล ขออนุโมทนาบุญกับคณะเจ้าภาพ ผู้มาร่วมทำาบุญบังสุกุล รวมญาติประจำาปี ถวายภัตตาหารเพลและเครื่องสังฆทาน 100 วัน อุทิศกุศลให้คุณแม่ทองพูน กลึงโพธิ์ แด่พระสงฆ์ ที่วัดไทยฯ ดี.ซี. / 14 พฤษภาคม 2554 ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ที่วัดไทยฯ ดี.ซี. ได้ปัจจัยสมทบทุนสร้างหน้าต่าง 29 พฤษภาคม 2554 “อาคาร 80 ปี หลวงตาชี” ได้บริจาคปัจจัยถวายวัด ทั้งหมด $700 ทั้งหมด $1,125 เจ้าภาพน้ำาดื่มถังใหญ่ ถวายประจำาทุกเดือน คุณแม่สงวน เกิดมี คุณจารุณี พิทโยทัย คุณประยูรศรี วรเลิศ คุณชัยยุทธ-คุณยุพา สมเขาใหญ่ คุณทัฬห์ อัตวุฒิ คุณบุณณ์ภัสสร คุณศรสวรรค์ พงศ์วรินทร์ คุณสุพรรณี สัตตวัตรกุล คุณละม้าย คุณประมวล ทวีโชติ คุณทองพูน คุณสุนันทา เฮนเซ้น น.พ. อรุณ คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ คุณยายเสริมศรี เชื้อวงศ์ คุณยายป้อม สุวรรณเตมีย์ คุณบุญเลิง วิสีปัตย์
  • 47. โรงเรียนวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ภาคฤดูร้อน โดย...วัดไทยฯ ดี.ซี. ร่วมกับโครงการฯ ครุศาสตร์ จุฬาฯ เปิดสอนวิชา... • ภาษาไทย • วัฒนธรรมไทย • พุทธศาสนา • ดนตรี - นาฏศิลป์ไทย เปิดเรียน ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ เปิดรับสมัคร...เด็กอายุ ๕ ปีขึ้นไปติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่.... วัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. 13440 Layhill Road, Silver Spring, MD 20906 Tel. 301-871-8660-1 www.watthaidc.org
  • 48. แสงธรรม 45 Saeng Dhamma � สรุปข่าวเดือนพฤษภาคม วัดไทยฯ ดี.ซี. โดย.. ดร. แฮนดี้ “ จิตฺตำ คุตฺตำ สุขาวหำ. จิตที่คุ้มครองแล้ว นำาสุขมาให้ “� ๙ – ๑๔ พ.ค. : สวดมนต์ประจําวันเกิดสมโภช มาก “สวดมนต์ภาวนาเป็นนิจ ทําบุญอธิษฐานจิตเป็นเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจํา อโหสิกรรมแผ่เมตตา นํามาซึงความสุข” สาธุ. ่ คณะสงฆ์วัดไทยฯ ดี.ซี. ได้จัดให้มีการสาธยายพระพุทธมนต์ จากพระไตรปิฎก ส�าหรับผูเ้ กิดวันต่าง ๆ เพือ ่ �๑๔ พ.ค. : จัดปฏิบตธรรมประจําเดือน : ัิเป็นการเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวให้อยู่เย็น MEDITATION WORKSHOP วัดไทยฯ ดี.ซี. ได้จัดให้มีการปฏิบัติธรรมประจ�าเป็นสุข ในเทศกาลส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันวิสาขบูชา เดือน เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันประสูติ โดยเวลา ๑๘.๐๐ น. ท�าวัตรสวดมนต์เย็น จากนันเวลา ้ ตรัสรู และปรินพพานของพระพุทธเจ้า “ประสูตพระพุทธ ้ ิ ิ๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น. เป็นการสาธยายสวดมนต์ประจ�าวัน ศาสนานํามาสู่ ตรัสรู้นําทางสว่างหล้า นิพพานผลพ้นเกิด จบแล้ว เป็นการอธิบายสรุปความส�าคัญของพระสูตร ทุกข์พบสุขพา วิสาขบูชาศรัทธาธรรม” นอกจากนั้นโดย ดร. พระมหาถนัด อตฺถจารี และน�าเจริญจิตตภาวนา ได้จัดปฏิบัติธรรมแก่ชาวต่างชาติ MEDITATION WORK-แผ่เมตตา โดยพระครูสังฆรักษ์ ดร. อําพล สุธีโร มี SHOP อีกด้วย ได้มผสนใจทังชาวไทยและชาวต่างชาติเข้า ี ู้ ้พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์และปฏิบัติธรรมเป็นจ�านวน ปฏิบตธรรมทังสิน ๕๐ คน ัิ ้ ้
  • 49. แสงธรรม 46 Saeng Dhamma�๑๔ พ.ค. : ทําบุญบังสุกุลรวมญาติประจําปี ๓ รอบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา “วิสาขบูชา ชาวพุทธ คุณพวงทิพย์ – คุณชูชย อิถรัชดิ์ คุณรัชนี – คุณกล ั ถ้วนหน้า ใฝ่หาความดี หลีกหนีความชั่ว ทําตัวให้วิทย์ รพีพันธุ์ และเพื่อน ๆ ได้ปรารภท�าบุญบังสุกุลรวม บริสุทธิ์ บูชาพระพุทธองค์”ญาติประจ�าปี เพืออุทศส่วนกุศลแก่บรรพบุรษผูมพระคุณ ่ ิ ุ ้ี โดยมีคณะญาติธรรมรวม ๑๕ คณะ ได้มาร่วมอนุโมทนา �๑๖ – ๑๗ พ.ค. : พระธรรมทูตวัดไทยฯ ดี.ซี. ร่วมบุญฟังพระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล และถวายภัตตาหาร งานวิสาขบูชาโลกที่ UN นิวยอร์ก และปฏิบัติศาสนเพล ได้ปัจจัยทั้งสิ้น $700 ถวายวัดไทยฯ ดี.ซี. เพื่อร่วม กิจที่รัฐจอร์เจียเป็นเจ้าภาพสร้างหน้าต่างอาคาร ๘๐ ปี หลวงตาชี ขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้�๑๕ พ.ค. : ทําบุญวันวิสาขบูชา วัดไทยฯ ดี.ซี. ได้จดงานท�าบุญเนืองในวันวิสาขบูชา ั ่ประจ�าปี ๒๕๕๔ โดยเริ่มพิธีเวลา ๐๙.๐๐ น. พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี(หลวงตาชี) เป็นประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย น�าไหว้พระสวดมนต์ และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานให้สาธุชนได้ สักการบูชาเพือความเป็นสิรมงคลแก่ชวต เวลา ๑๐.๐๐ น. ่ ิ ีิ พุทธศาสนิกชนพร้อมกันบนอุโบสถศาลา ไหว้พระสวดมนต์ พระธรรมทูตวัดไทยฯ ดี.ซี. ๓ รูป คือ ดร. พระสมาทานศีล จากนัน พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ้ มหาถนัด อตฺถจารี พระครูสังฆรักษ์ ดร.อําพล สุธีโรสาธุชนร่วมกันท�าบุญตักบาตรพระสงฆ์จานวน ๙ รูป ถวาย � และพระอาจารย์สุริยา เตชวโร ได้เดินทางไปร่วมงานภัตตาหารเพล และรับชมการแสดงดนตรีไทยของเด็ก วิ ส าขบู ช านานาชาติ ที่ ตึ ก ส� า นั ก งานใหญ่ อ งค์ ก ารนักเรียนวัดไทยเกียวกับประวัตความเป็นมาและความส�าคัญ ่ ิ สหประชาชาติ มหานครนิวยอร์ก ในการจัดงานครังนี้ ได้ ้ของวันวิสาขบูชา โดยการฝึกของคุณครูกญญภัทร์ (ครูแต๊ก) ั จัดให้การท�าบุญตักบาตรพระสงฆ์นานาชาติมทงพระภิกษุี ั้ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ท่านผู้ชมเป็นอย่างมาก และมี และภิกษุณี จ�านวน ๑๕๐ มีพระสงฆ์ไทย ๑๘ รูปเข้าร่วมโรงทานหลากหลายเมนูอาหาร คอยบริการและให้ความ ทั้งหมด ๕ วัด, นอกจากนั้นมีพระสงฆ์จากประเทศ พม่า, อิ่มหน�าส�าราญอย่างถ้วนหน้า เขมร, ลาว, เวียดนาม, ศรีลังกา, บังคลาเทศ ญี่ปุ่น จีน เวลา ๑๒.๔๕ น. พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี เกาหลี ไต้หวัน ทิเบต มองโกเลีย อินโดนีเซีย, อินเดีย, น�าพุทธศาสนิกชนสวดมนต์ไหว้พระแปลโดยย่อ และเจริญ ปากีสถาน, ภูฎาน ฯลฯ โดยมีท่านเอกอัครราชทูตผู้จิตตภาวนา จากนั้น ดร. พระมหาถนัด อตฺถจารี ได้ แทนถาวรไทยประจ�าสหประชาชาติ ท่านนรชิต สิงหเสนี แสดงพระธรรมเทศนา “วิสาขบูชากถา” จบแล้ว ถวาย พร้ อ มด้ ว ยข้ า ราชการสถานกงสุ ล ใหญแห่ ง มหานครจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ๆ ให้พรเป็นภาษา นิวยอร์ก ถวายภัตตาหารเพล และน�าเข้าร่วมพิธเี ปิดทีหอง ่ ้บาลี เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถ ประชุมใหญ่ตึกสหประชาชาติ มีการกล่าวสุนทรพจน์จาก
  • 50. แสงธรรม 47 Saeng Dhammaทูตนานาประเทศชาวพุทธ ๑๘ ประเทศ เริ่มด้วยท่าน พระสงฆ์วดไทยฯ ดี.ซี. สวดมาติกาบังสุกลและถวายสังฆทาน ั ุเลขาธิการสหประชาชาติ นาย บัน คี มูน ได้กล่าวถึงวัน ภัตตาหารเพล โดยมีพระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมรังษี วิสาขบูชาเป็นวันส�าคัญของโลก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ คณะเจ้าภาพได้นาปัจจัยทีคณะญาติ � ่ วันที ๑๗ พ.ค. คณะท่านเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ่ ธรรมมาร่วมอนุโมทนาบุญครั้งนี $3,202 ถวายวัดไทยฯ ้ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี ได้เดินทางไปเปิดโครงการ ดี.ซี. เพื่อสมทบสร้าง “อาคาร ๘๐ ปี หลวงตาชี” จึงขออบรมเสริมความรู้พระธรรมทูตด้านการปฏิบัติวิปัสสนา อนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้กรรมฐาน และเข้าปริวาสกรรม ของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ณ วัดพระมหาชนก เมือง กริฟฟิน มลรัฐจอร์เจีย โดย �ปฏิทินข่าวประจําเดือนมิถุนายนมีพระมหาปสัณห์ ปิยธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๘ พ.ค. ๒๕๕๔ โดยมีพระธรรมทูตระดับ June 11, 2011 : Meditation Workshopเจ้าอาวาส และผูแทนจากวัดในสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ใน ้ ปฏิบัติธรรมประจําเดือน๑๐ รัฐเข้าปริวาสกรรม และร่วมปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น ๑๙ ๑๒ มิถุนายน : ทําบุญอายุวฒนมงคลครบ ๘๖ ปี ัรูป มีญาติโยมร่วมปฎิบัติธรรมด้วย ๑๕ คน พระวิปัสสนา พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี)จารย์ ๔ รูปน�าโดย ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการ ๑๗-๑๙ มิถนายน : ประชุมสมัชชาฯ / ฝังลูกนิมิต ุควบคุมการประพฤติวฎฐานวิธอย่างเคร่งครัด และจะเดิน ุ ี วัดพุทธออเรกอน รัฐออเรกอนทางกลับวัดไทยฯ ดี.ซี. ในวันที่ ๓๐ พ.ค. นี้ ต่อไป ๑๙ มิถุนายน : เปิดเรียน Summer School ๒๖ มิถุนายน : ประชุมคณะกรรมการอํานวยการ�๑๘ พ.ค. : ทําบุญ ๕๐ วัน คุณพ่อตังชังเยียน แซ่ตง ้ ั้ นพ. อรุณ–คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ ปรารภท�าบุญครบรอบ ๕๐ วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แด่คุณพ่อตั้งชังเยียน แซ่ตั้ง และบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว โดยนิมนต์
  • 51. แสงธรรม 48 Saeng Dhamma รายนามผู้บริจาคประจําเดือนพฤษภาคม (May 2011) รายนามผูบริจาคทําบุญวันสงกรานต์ ้ คุณสมหมาย มีประเสริฐ 20.00 คุณเสถียร จันถวร 20.00 คุณสังวร ต่อทรัพย์ 20.00 คุณไพศาล-พัชรี - ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย์ 20.00 คุณสุกัณยา 20.00 คุณกนกกาญจน์ 20.00 คุณสุนทรี คฤโฆษ 20.00 คุณกรรนิกา 20.00 คุณสุนนี มาแตง 20.00 คุณกฤษฎา-อัจจณา กัมปนาทแสนยากร 20.00 คุณสุนันท์ แฮมิลตัน 20.00 ครอบครัวศรีดาวเดือน 20.00 คุณสุวรินทร์ - ถนัด สิทธิอ่วม 20.00 คุณเกียรติศักดิ์ วงษ์โสมนากุล 20.00 คุณหนูจันทร์ Reed 20.00 คุณติ๋ม 20.00 คุณอนงค์ สวนศิลป์พงศ์ 20.00 คุณระเบียบค�า 20.00 คุณอสต วงศกร นางกชพร 20.00 คุณจงกลณี Hathaway 20.00 คุณอารยา มาโฮน 20.00 คุณจิรวัฒน์ คุ้มบุ่งคล้า 20.00 Veune Vannavong 20.00 คุณจีรพร โภคทรัพย์ทอง 20.00 A. Manekul 19.00 ดาบต�ารวจ ช�านาญ พิทักษ์ 20.00 คุณเสริมศรี เชื้อวงศ์ และลูกหลาน 19.00 ดาบต�ารวจ นพดล นาตกล�่า 20.00 Chai + Rosalynn 18.00 คุณธัญญา ธัญญจิตต์โรจน์ 20.00 CHANTIMA NEE 15.00 คุณธิดาวรรณ ลีท 20.00 Tawai Thomas 15.00 คุณธิติกร ซังแอ้ม 20.00 คุณเฉลิมศรี เขียวชอุ่ม 15.00 คุณนวลสิริ คชศิริ 20.00 คุณธันยมัย ใจมูล มานะดี 15.00 นางชอง แซ่ลิ้ม 20.00 Amy จิวะวิบูลย์ 13.00 คุณบานเย็น Billbrery 20.00 AUBERT FAMILY 13.00 คุณบุญไหล Utz 20.00 AMAMARIE ZOLLINGHOFER 10.00 คุณปราณี โภคทรัพย์ทอง 20.00 Amporn Cuff 10.00 คุณปรียาภรณ์ 20.00 Angsuma-Gerard Foss 10.00 คุณปัทมาวดี อรรถธรรมสุนทร 20.00 Anna Marie Zollinhoffer 10.00 คุณป้าป้อม สุวรรณเตมีย์ 20.00 Bungon King 10.00 คุณปิยดา สันติกุล 20.00 Bunmak Kumtamrong 10.00 คุณพลจันทร์ 20.00 Chittima Bonner 10.00 คุณพัชรี วิศวะกิจเจริญ 20.00 Daranee Thongphoon 10.00 คุณภาวินี น�้าทองไทย 20.00 DAVID BARBEROT 10.00 คุณมงคล - คุณประนอม พลอยรัตน์ 20.00 ELLEN-TIM 10.00 คุณมิ่ง - คุณรุ้งฤดี เพริศพราว 20.00 Mai Zollinhoffer 10.00 คุณยุพดี ธาดาพงษ์ 20.00 MAT ZOLLINGHOFER 10.00 คุณระพีพร มินทระ 20.00 N. McFadden 10.00 คุณฤทธิ์ กันตาพร 20.00 Natchanov 10.00 คุณละเอียด Mason 20.00 Nuanchan Carpenter 10.00 คุณวัชรา อนวัชวรกานต์ 20.00 Phakkajira Hickey 10.00 คุณวันทนา Woznek 20.00 Ramphai Ratsaphong 10.00 คุณวิมลรัตน์ เวสเตอร์ 20.00 Savalee Parnwichian 10.00 คุณวิราวรรณ Bosely 20.00 SIRAPORN MANORAKED 10.00 ครอบครัววีระเผ่า 20.00 Soontree Volarath 10.00 คุณศิริ พรามณ์นาค 20.00 Sudarat Forberger 10.00 คุณสมชัย จรรยาทรัพย์กิจ 20.00 Sumalee Patitanawan 10.00
  • 52. แสงธรรม 49 Saeng DhammaSupanne Shrestha 10.00 Prabhassara Agkrasa 100.00 Surayath Singlinytan 10.00 Pranee Teptarakun 100.00 Tanyarat Conley 10.00 Bunluesak Mekastainskul 100.00 Tongpuy Punnapop 10.00 Vanee Komolprasert 100.00 TUK-CARL SAVURD 10.00 K. Williamson 100.00Vichien Jitpaisarnsook 10.00 Piyapong Vongkovit 100.00WANDEE KUEY 10.00 James-Jitima Cole 100.00คุณเมฆ คลังคง 10.00 ครอบครัววัฒนรังษีขจร 10.00 คุณนุ่น อ่อนไสว 60.00 คุณแม่ซู่เฮียง รุสิตานนท์ 10.00 Richard Hirankit 60.00คุณจูมศรี จันทรเกษา 10.00 Luong T. Lowaan 50.00คุณชาญยุทธรูณ 10.00 Bruce-Tasanee Kidd 50.00 คุณบุญดี มานะดี 10.00 คุณสกุลรัตน์ โทนชัย 50.00คุณวิชชุดา แสนทัด 10.00 Carson-Udomluck-Alisa L. Burket 50.00คุณวิชชาและสุนิสา 10.00 Aree Chaisanit 50.00คุณสรียันณ์ จันทร์กระจ่าง 10.00 Charles H. Lim 50.00คุณสิทธิพร ภัทรดิลกรัตน์ 10.00 คุณล้อม ใหม่อิน 50.00คุณสุดารัตน์ พาลัว 10.00 Krongkan Buppapong 50.00คุณอ้อ 10.00 Chamriang Boonyapisit 50.00Alan N. Boyle 10.00 Wilai Pitayatonakarn 50.00 Sudjit Shirley 9.99 Malinee Vangsameteekul 50.00 Aaralin 9.00 Nipan-Vunchai Prinphayune 50.00 Robert E. Zeigler 9.00 Wilasinee Akkagraisee 7.00 Sunt Mongkol 50.00 Sam CA. 5.00 Viroj Barlee 50.00 Tanida Chanthong 5.00 คุณสุนิสา โสภารัตน์ 50.00 คุณเพ็ญศรี โชติกุล 5.00 คุณพัชรี วิศวกิจเจริญ 50.00 คุณบุญทิพย์ 5.00 M.C. Limawararut 50.00 คุณรวีวรรณ 5.00 Matthew-Vanessa Seybold 50.00 คุณศศิศิลป์ ธรรมพิทักษ์ 5.00 ครอบครัวมานะกุล 50.00 คุณล้อม ใหม่อิน 5.00 Nisakorn Praisaengpetch 50.00 Auther-Luan P. Bowles 50.00 รายนามผูบริจาคทําบุญวันวิสาขบูชา ้ Supawadee Sullivan 50.00 Thienchai Chantabunlerd 50.00คณะผู้ปฏิบัติธรรมวันวิสาขะ เฉพาะที่เป็นปัจจัยไม่รวมเช็ค 90.00 2 Laddawan Ruamsuwan 50.00Kim Suparut 2 00.00 Voramon Denney 40.00Nirutisai K. Graff 1 50.00 Kim Lim 40.00 Sukanda-Chairat Jetabut 150.00 Khamoune-Varanya Chanthaboon 40.00 Pamela & William Chinda 120.00 คุณกุลชลี อนันต์สุขศรี 40.00 Bangkok Wok Cuisine 1 00.00 คุณบรรจง พวงใหญ่ 40.00 Kanya Sastura 100.00 Chunjira N. 40.00 Wattana L. Toornburg 100.00 Jiraporn Tanam 40.00Siriporn-Praphot Rusitanonta 100.00 Keriang Chauteh 35.00Pornpan-SithisakdiPrangham 100.00 คุณโฉมยง 31.50 Boonpassorn Phongwarinr 100.00 Supaporn Wariti 30.00
  • 53. แสงธรรม 50 Saeng DhammaR.D. & S. Wood 30.00 คุณรัชนี ตูตีจีน 20.00 Reka Punothai 30.00 Lamai S. William 20.00 Davan Setji 30.00 Boonlai Utz 20.00 Penchan Klopfenstein 30.00 Van Su 20.00 Matthew N. Bromiley 30.00 Jeff Sopharatana 20.00 William - Kingkeaw May 30.00 Nucharee Duinyakahakit 20.00 Gesorn Sangsawang 30.00 Dri 20.00 Prabhassara Puamsiri Agkrasa 30.00 Thongban-Warren McGeiver 20.00 Supannee Sattawatrakul 30.00 Sharisa Sesawaeng 20.00 Supachak Chotikajan 30.00 คุณธนิดา คุณชัยกร พงษ์กิจการุณ 20.00 Chusri-Jimmy Gore 29.00 คุณปราณี คุณณรงค์ชัย รุ่งเศรษฐี 20.00 Prakit-Wanthanee Laohaphan 25.00 Sripen - Komsataya Pongvudhi 20.00 John - Pong Levenson 25.00 Nee Hill 20.00 คุณไพศาล คุณพัชรี ซาลีนา ศรีรัตนาภิรมย์ 20.00 Corneal Y. - Nid Craighton 25.00 Kruavana Jegajothy 20.00 Tipa - Wayne Emery 25.00 คุณดวงตา บุญชวลิต 20.00 Umnaoy Reardon 25.00 คุณศิริวรรณ สันทัด 20.00 Preedee Sudrak 25.00 Lamai S. William 20.00Sivilai Samung 25.00 Boonlat Utz 20.00Nicole Jotana 25.00 Boonyarut K. Lynch 20.00 Ben-Nepaporn Stomlor 25.00 Vorawit-Montha Chanmala 20.00คุณไพ คลาส 25.00 William-Moai Summerlin 20.00David-Adele Schwartz 25.00 A.Manekul S.McDonald 19.00 คุณวิไล ชอบชื่น 25.00 คุณกาญจนา อัชฌาเจริญสถิต 13.00 คุณวนิดา สรรพมงค์ 21.00 Ratana Ratanawongsa, M.D. 10.00Neetinate Rattananet 20.00 Chavivan Tucker 10.00Pikakdee Suwannachairob 20.00 Chittima Bonner 10.00Sawatvimol Charusathien 20.00 Angsuma Foss 10.00Nonglak Suebsaila 20.00 คุณดารณี ทองพูล 10.00John-Phannee Williman 20.00 Nuanchan Carpenter 10.00Jattana Jackson 20.00 คุณกุญณี มุ่งวัฒนา 10.00 Chu - Chanti Hill 20.00 คุณอภิวัฒน์ กาวีจันทร์ 10.00 Casimir-Sriwan Stankovitz 20.00 Bungon King 10.00 Jantana-James Cornell 20.00 Yongyoot-Pornpilai Sae-Tang 10.00 Dr.Harry&Ormsin Gardiner 20.00 คุณจูมศรี จันทร์รักษา 10.00 คุณดวงจ�าปี เจริญผล 10.00 Sangchun T. Herr 20.00 Parp Dubois 10.00 Gwen Skrabak 20.00 Dallawan Ngugen 10.00 Pornchai Boonmast 20.00 คุณวิภา ธนากิจก�าธร 10.00 คุณอุดมทรัพย์ จิตตรีกวีผล 20.00 คุณอมร กังวานพงษ์พันธ์ 10.00 Bountem Chinyavong 20.00 Yongyoot-PornpilaiSae-Tang 10.00Chanmaly - Bounnhon Khamhoung 20.00 Sudjit Shirley 9.99Mr. & Mrs. Currie 20.00 Robert-Sureeaha Zeigler 9.00Naiyana-Boonerm Phinphirom Family 20.00 John J. Forberger 5.00คุณเจริญชัย จันทเลิง และครอบครัว 20.00 N.McFadden 5.00
  • 54. แสงธรรม 51 Saeng Dhamma ทําบุญธรรมสมโภช 86 ปี ชีวานันโท Ven.PhrakrusangarakAmpol Ph.D.กัณฑ์เทศน์วันอาทิตย์ 342.00 คุณกัญญาและคณะ อาหารวันอาทิตย์ 330.00 Neramitra Thai Cuisine ท�าบุญร้าน 300.00คุณเกลียง ้ ชูเต 3,000.00 Weerasak-Saleewun Limawararut 300.00 คุณพิณทอง-Kamal S. Ghaffarian 1,000.00 พระมหาประดู่ชัย ภทฺทธมฺโม กัณฑ์เทศน์วันอาทิตย์ 290.00นพ.อรุณ-คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ 1,000.00 พระมหาสราวุธ สราวุโธ กัณฑ์เทศน์วันอาทิตย์ 250.00คุณชัยรัตน์ คุณสุกานดา เจตบุตร 200.00 Chintana Kertgate 223.00 คุณวาสนา-มงคล-เพียงอัมพร น้อยวัน 200.00 คณะท�าบุญ 9 วัดจาก NY 190.00Somsak-Sudarat Tangtrongwanit 200.00 คณะถวายน�้าประจ�าเดือน รายชื่อในแสงธรรมหน้า 20 170.00Darat Sangaroon 200.00 คุณกัญญาและคณะ อาหารวันอาทิตย์ 150.00คุณประภา จันทร คุณอานนท์ แสนวิเศษ 200.00 Aroon-Sumana Suansinppongse 150.00 Prayoonsri Varalerd 100.00 Nirutisai Graff M.D. 100.00 รายนามผู้ร่วมทําบุญกฐินสามัคคี ปี 2554 Keith McDaniel 100.00 Mala Belli 100.00 Baugorn-Kittipong Ngamsnga 500.00 Sukanda-Chairat Jetabut 100.00 Douglas-Noknai Zerfas 500.00 Linh Quang Temple PA 90.00ครอบครัวกาญจนวตี ครอบครัวชัยชาญชีพ ครอบครัวนันทสันติ 500.00 กลุ่มนักเรียนพักวัด 65.00นพ.ธระ คุณสุวมล ิ พงษ์ศร ิ ิ 100.00 กลุ่มพลังบุญ ค่าน�้า-ไฟ เงินสดไม่รวมเช็ค 61.00ผูไม่ประสงค์ออกนาม ้ 20.00 Kularp-Sulapol Parchit 60.00 Kevin Jefferson 60.00 รายนามผู้ร่วมบริจาคสร้างอาคาร 80 ปี หลวงตาชี Supannee Sattawatrakul 60.00 Anna Yap 50.00นพ.อรุณ-คุณสุมนา สวนศิลป์พงศ์ 3,202.00 Tamie Wildesen 50.00กลุมเพือนรัก ่ ่ 700.00 David Strout 50.00คณะสงฆ์วดไทยฯ ดีซ ี ั 275.00 Henry Stone 50.00Kularp Parchit 211.00 Hal B. Shear 50.00Pattarapong-Sirinee-Janissa Sebamonpimol 136.00 คุณสิรินาถ เตชา 50.00James-Jittima Cole 100.00 Kasima Prungthunyapluek 50.00Vinita-Peyapong Patanaphan 100.00 Jean - Loup Traane 40.00คุณอุย-น้องศิรชย ้ ิั แสงนาค 60.00 Tammy-Kasima Prungthunyapluek 40.00 คุณกัมปนาท คุณปิยดา ดญ.กุลจิตรา พนาเศรษฐเนตร 40.00 Vorapaktra Yongpradit 25.00 รายนามผู้บริจาคบํารุงวารสารแสงธรรม Chapman Dee 25.00 Pranee Teptarakun 25.00Sutera Homgasorn 50.00 N.Praisaengpetch 25.00Arry-Johanna M. Klema 40.00 Sunil-Indira Weerakkody 25.00Sasima-Songsri Nirapathama 25.00 Vorapaktra Yongpradit 25.00 Mananya Vaillancourt 20.00 รายนามผู้บริจาคทําบุญทั่วไป ครอบครัวรุ่งเศรษฐี 20.00 View Limawararut 20.00 กลุ่มพลังศรัทธา (ขายอาหารทุกวันเสาร์ เดือนพฤษภาคม) 2,550.00 น้องศิริชัย-คุณอุ้ย แสงนาค 20.00ตู้รับบริจาคห้องหลวงพ่อด�า 959.00 นางหงเผิง แซ่หลิ่ม นางช่อเช้ง แซ่ภู่ 20.00 ตู้รับบริจาคบนอุโบสถศาลา 567.00 คุณย่าหงษ์ แซ่แต้ 20.00 คุณกัญญาและคณะ อาหารวันอาทิตย์ 402.00 นายสาธิต - นางศุภวรรณ วิศาชัยรัตน์ 20.00 Thipasorn Phuttawong 350.00 Yupha-Chaiyut Somkhaoyai 20.00
  • 55. แสงธรรม 52 Saeng Dhamma เจ้าภาพจิตศรัทธาถวายต้นดอกไม้ $356 คุณชิดชู คงเจริญรส 20.00 คุณนิโคล โจการา 20.00พระมหาสราวุธ ค�าวัน 20.00 คุณเมธิน ี แย้มเพกา 10.00คุณวนิดา สุนทรพิทกษ์ ั 96.00คุณ ประยูรศรี วรเลิศ 50.00 คุณพยุง - คุณจินตนา งามสอาด 30.00 เจ้าภาพดอกไม้วนวิสาขบูชา ัคุณกาญจนา 20.00คุณวงศ์ 20.00 คุณวุฒิ ร้านไหมไทย $393คุณยุพน ิ สงวนทรัพย์ 20.00คุณวณี ฤทธิถาวร ์ 20.00 ผู้ช่วยจัดดอกไม้ประดับวันวิสาขบูชาคุณดวงพร เทียบทอง 20.00 คุณพวงทอง - คุณวิชัย มะลิกุลคุณสุภา บรรณวนิชกุล 20.00คุณจิรา นาวินทรานนท์ 10.00 คุณณัฐฐา พงษ์รูป - คุณตุ้มครูแต๊ก กัญญภัทร จันทร์แก้ว 20.00 คุณแหม่ม - แจ๊สมิน มะลิกุลคุณกัญญา สว่างโรจน์ 20.00 ในนามเจ้าภาพ ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่ได้มาร่วมท�าบุญครบ ๕๐ วัน “คุณพ่อตั้งซังเยียน แซ่ตั้ง” และทุกท่านที่ได้น�าอาหารคาวหวาน ผลไม้ น�้าชาไทย และร่วมบริจาคปัจจัย รายได้ทั้งหมดเจ้าภาพถวายเข้าวัดไทยฯ ดี.ซี. ร่วมสมทบทุนสร้าง “อาคาร ๘๐ ปี หลวงตาชี” รายได้ทั้งหมด $3,202 และขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้ช่วยล้างชาม ดูดฝุ่น ท�าความสะอาดวัด ในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ มา ณ โอกาสนี้ด้วย กราบขอบพระคุณอย่างสูง นพ. อรุณ - สุมนา สวนศิลป์พงศ์
  • 56. แสงธรรม 53 Saeng Dhamma รายนามผู้บริจาคออมบุญประจำาปี 2554Vunchai-Nipan Pringphayune 400.00 Rachanee-Kolavit Rapeepun 120.00Anya Kanon 310.00 Boondee Marnadee 120.00คุณแม่ประจวบ ภังคสังข์ 300.00 Sasima-Songsri Nirapathama 120.00Chaweewan Pananon 250.00 Pramuan Dhaveechot 120.00Jindarat Rattanakul 240.00 William-Kingkeaw May DL 120.00ครอบครัวเกษมพันธัย 150.00 Peter Gosak , Thai Market 120.00Supannee Sattawatrakul 150.00 Prabhasri Durasavin 60.00Angkhana Thaweechot 140.00 Alyssa Pouvarunumkoah 40.00คุณชัยรัตน์ จารุพนธุ์ ชัชวาลย์ ทรัพย์เกษม ั 140.00 Patchara Thoviboon 10.00Saranya-Smit Kulwatno 140.00 ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมท�าบุญ ออมบุญประจ�าปี ปีละ 120 เหรียญ หรือตามแต่ศรัทธา ขออนุโมทนาบุญแด่ทุกๆ ท่าน มา ณ โอกาสนี้ด้วย รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้าประจำาวันจันทร์ คุณจิรา นาวินทรานนท์, คุณวณี ฤทธิ์ถาวร, คุณเมธินี แย้มเพกา, คุณวนิดา สุนทรพิทักษ์ คุณดวงพร เทียบทอง, คุณวัชรี, คุณวราลี-คุณลองรัก ภูศรีวันอังคาร วันอังคารที่ ๑ ของเดือน คุณนุสรา คุณนาคินทร์ พึ่งพร/คุณจิตรา จันทร์แดง/คุณชินซิว วันอังคารที่ ๒ ของเดือน ครอบครัว รุสตานนท์ โดยคุณยายซูเฮียง, ครอบครัว อมรกิจวานิช ิ ่ โดยคุณจินดา,คุณน้อย-อิว-พีท-กอล์ฟ-พงษ์,คุณป้อม-คุณประพจน์ คุณวงศ์ ๋ วันอังคารที่ ๓ ของเดือน คุณกุลชลี คุณป้านันท์ โตตามวัย วันอังคารที่ ๔ ของเดือน คุณกุลชาติ คุณกัญญา สว่างโรจน์ / คุณจิตรา จันทร์แดง / ครอบครัวเอี่ยมเหล็กวันพุธ คุณเพชร, คุณพัชรา, คุณเมย์, David, คุณบุญเลิง, คุณวนิดา, คุณยุพิน,คุณพยุง-คุณจินตนา งามสอาด, คุณป้าเสริม งามสอาด, คุณอัน ร้าน Thai Market พร้อมคณะวันพฤหัสบดี คุณยุพิน เลาหพันธ์ุ ร้าน BANGKOK GARDEN : 301-951-0670วันศุกร์ คุณป้านิด มาแตง ป้าน้อย Ruan Thai Rest. 301-942-0075 ป้าบุญเสริมวันเสาร์ คุณมาลิน(เต้น) คุณลิลลี,่ คุณธิตวฒน์, คุณเชอรี,่ คุณสุกานดา บุพพานนท์ คุณบรรจง พวงใหญ่ ี ิัวันอาทิตย์ คุณนก, คุณกุหลาบ, คุณชูนนทร์-Mr.Duwayne Engelhart, ครอบครัววิรยะ, ครอบครัวตังตรงวานิช ิ ิ ้ ครอบครัวสิทธิอ่วม, คุณนุกูล คุณบรรจง, คุณวาสนา น้อยวัน, คุณกษิมา, คุณหลีหมายเหตุ: ขออนุโมทนาพิเศษแด่ คุณผกา คุณวณี, คุณเมธิน,ี คุณจิรา, คุณวนิดา, คุณเล็ก, คุณแต๋ว ป้านิด ป้าน้อย คุณไก่ คุณพนมรัตน์ มุขกัง คุณวิทย์-คุณณัฐ และท่านอื่นๆ ที่มาทำาอาหารถวายพระ ภิกษุสงฆ์ ในวันที่เจ้าภาพหลักมาถวายไม่ได้ หากชื่อ - สกุล ไม่ถูกต้อง กรุณาแจ้งได้ที่พระสงฆ์วัดไทยฯ ดี.ซี. ทุกเวลา
  • 57. แสงธรรม 54 Saeng Dhamma รายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล / Lunch ประจำาเดือนมิถุนายน (June, 2011)1 (Wed) คุณแม่สจิตร แมคคอร์มิค คุณสมร-คุณทิพย์ พุทธวงศ์ พร้อมคณะ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั2 (Thu) ว่าง3 (Fri) TONO SUSHI โดยคุณเอก และพนักงาน ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้4 (Sat) RUAN THAI RESTAURANT ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้5 (Sun) Mr.Du Wayne - คุณชูนินทร์ Engelhart ท�าบุญวันเกิดที่วด / คุณระพิน พอลลิค นิมนต์พระ 5 รูป ท�าบุญบ้าน ั6 (Mon) ว่าง7 (Tue) BANGKOK DELIGHT RESTAURANT ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้8 (Wed) ชมรม “รวมน�้าใจ” โดย มล. เพียงทอง ท. เมฆมงคล ท�ำบุญทีวด / BANGKOK GARDEN REST. ท�ำบุญทีรำน ่ั ่้9 (Thu) คุณแม่ราไพ คุณแม่แปง คุณแม่จมศรี คุณสุภา คุณชูศรี คุณแสงทอง คุณศรสมใจ ถวำยเพลทีวด � ู ่ั10 (Fri) คุณนาตยา - Mr. Richard คุณประพิณ คุณจ�าเนี ยร พร้อมคณะ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั11 (Sat) คุณโคร่ง ท�าบุญร้านสกุลตรา พระสงฆ์ 9 รูป / กลุ่มพลังบุญ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั12 (Sun) ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทกท่าน ร่วมงานธรรมสมโภชอายุวฒนมงคล 86 ปี หลวงตาชี โดยพร้อมกัน ุ ั13 (Mon) คุณแต๋ว-ดอน คุณอุไร คุณติ๋ว ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั14 (Tue) คุณแม่อ้ย บัวไหล - คุณน�้าอ้อย - คุณน�้าหวาน สมประสิทธ์ ิ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ุ ่ั15 (Wed) ร้าน THAI DERM RESTAURANT ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้16 (Thu) คุณเพ็ญศรี ปทะวานิช (โยมเล็ก) ท�าบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ นอกวัด17 (Fri) สนง. ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารเรือ / ทหารอากาศ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั18 (Sat) คุณดารา ทรอมบลี และเพื่อนๆ ท�าบุญวันเกิดให้น้องเจนี่ ถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั19 (Sun) คุณไก่ วราลี ภูศรี นิมนต์พระ 3 รูป ท�ำบุญบ้ำน / คุณวิรตน์ แมรี่แอน นิมนต์พระ 3 รูป ท�ำบุญถวำยเพลทีบำน ั ่้20 (Mon) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายพาณิชย์ สนง. ฝ่ ายวิทยาศาสตร์ฯ สนง.ฝ่ ายการเมือง ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั21 (Tue) คณะผูปกครองนักเรียน 2552 โดยคุณแขก-กระแต-ดาว-ภา-น้อย-ถา-จูมศรี-แสงทอง-อุย และคณะ ถวำยเพลทีวด ้ ้ ่ั22 (Wed) คุณวนิดา หิรญกิจ นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป ท�าบุญถวายภัตตาหารเพลที่บาน ั ้23 (Thu) คุณเสริมศักด์ ิ - คุณวันทนี ย์ รุจิเรข NSC CAFETERIA ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีรำน ่้24 (Fri) สนง.ผูช่วยทูตฝ่ ายทหารบก ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ้ ่ั25 (Sat) GRADUATION 2011 ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั26 (Sun) คณะผูปกครอง “09” โดยคุณเกียว-คุณแหม่ม-คุณหมู-คุณปลา-คุณติ๊-คุณติ๋ว-คุณจินดา-คุณหนึ่ ง ถวำยเพลทีวด ้ ่ั27 (Mon) สนง.เศรษฐกิจการคลัง, สนง. ก.พ., สนง. เกษตร ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั28 (Tue) ว่าง29 (Wed) คุณบุญล้อม คุณมัทนา และคุณเติมศรี พร้อมด้วยคณะพยาบาลบัลติมอร์ ท�ำบุญถวำยภัตตำหำรเพลทีวด ่ั30 (Thu) ว่าง ท่านที่ต้องการเป็นเจ้าภาพ หรือถ้ามีปัญหาขัดข้อง กรุณาแจ้งให้ทางวัดทราบด้วย โทร. 301-871-8660-1 อันนะโท พะละโท โหติ วัตถะโท โหติ วัณณะโท ยานะโท สุขะโท โหติ ทีปะโท โหติ จักขุโท ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้ก�าลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปชื่อว่าให้จักษุ
  • 58. แสงธรรม 62 Saeng Dhamma ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำาบุญ™ วันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษา ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. ๑๖ - ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ***************************** วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเป็นครั้งแรกกับกลุ่มปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ชือว่า “ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร” จนมีพระสงฆ์รปแรกในทางพระพุทธศาสนา คือ พระโกณฑัญญะ ในวันขึน ๑๕ ค�า เดือน ๘ ่ ู ้ ่(๔๕ ปีก่อนพุทธศักราช) ซึ่งถือว่าพระองค์ได้เริ่มประกาศศาสนาเพื่อความสุขแก่มหาชนด้วยพระมหากรุณาคุณ เมื่อถึงฤดูกาลฝน พระสงฆ์ยังหาได้หยุดการจาริกไม่ จนเหยียบย�่าข้าวกล้าเสียหาย พระพุทธองค์จึงประกาศให้พระสงฆ์หยุดจาริกจ�าพรรษาในที่ใดที่หนึ่งตามแบบปฏิบัติเช่นนักบวชทั่วไป โดยถือเอาวันแรม ๑ ค�่า เดือน ๘ เป็นวันเริ่มต้น ในแต่ละปี เมื่อวันส�าคัญเช่นนี้เวียนมาถึง ชาวไทยทั้งหลายนิยมเข้าวัดท�าบุญเป็นกรณีพิเศษถวายทาน แห่เทียนพรรษา ผ้าอาบน�้าฝน ร่วมจ�าศีล ภาวนา เจริญปัญญา วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. จึงได้จัดงานท�าบุญ “วันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษา” โดยมีก�าหนดการดังนี้ กำ�หนดก�รวันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ตรงกับวันแรม ๑ คํ่า เดือน ๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. สวดมนต์ท�าวัตรเช้า, สมาทานศีล, ปฏิบัติธรรมเจริญจิตตภาวนาตลอดวัน เวลา ๑๘.๐๐ น. สวดมนต์ท�าวัตรเย็น, ฟังธรรม, สนทนาธรรม, ลาศีลวันอาทิตย์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ตรงกับวันแรม ๒ คํ่า เดือน ๘ เวลา ๐๖.๐๐ น. ท�าวัตรสวดมนต์เช้า เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีแห่เทียนพรรษา ผ้าอาบนํ้าฝน เวลา ๑๐.๐๐ น. ไหว้พระ สมาทานศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๑๐.๓๐ น. พุทธศาสนิกชนร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ ๙ รูป เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เวลา ๑๑.๓๐ น. พุทธศาสนิกชนรับประทานอาหารร่วมกัน เวลา ๑๒.๓๐ น. ประกอบพิธีบูชาพระรัตนตรัย, ฟังพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์, พระสงฆ์อนุโมทนา, กล่าวคําถวายดอกไม้ธูปเทียน เวียนเทียน เป็นเสร็จพิธี จึงขอเชิญชวนท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ไปร่วมทําบุญตักบาตร ถือศีล ฟังธรรม เวียนเทียน เพื่อเป็นพุทธบูชา ตามวัน เวลา ดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน ขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ วัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. โทร. 301-871-8660-1