Your SlideShare is downloading. ×
0
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Special dentistry
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Special dentistry

1,836

Published on

รศ.ทพญ.มาลี อรุณากูร

รศ.ทพญ.มาลี อรุณากูร

2 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • ขออนุญาตนำบางส่วนไปให้ความรู้กับผู้ดูแลเด็กพิการนะคะ พอดีจะรวมกลุ่มกับเพื่อนไปที่บ้านเฟื่องฟ้าค่ะ ข้อมูลนี้น่าจะเป็นประโยชน์มากกับผู้ดูแลเด็ก ขอบคุณมากๆค่ะ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • ขออนุญาตินำบางส่วนไปประกอบการสอนนักศึกษาทันตสาธารณสุข วสส.พล. หัวข้อ มาตรการส่งเสริมทันตสุขภาพตามกลุ่มบุคคล นะคะ
    ขอบพระคุณมากค่ะ :)
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total Views
1,836
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
126
Comments
2
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. เคล็ด (ไม่ลบ) ในการดูแลสุขภาพช่องปาก ั ใน คนพิการและเด็กพิเศษ รศ.มาลี อรุณากูร ภาควิชา ทันตกรรมเด็ก
  • 2. การดูแลสุขภาพช่องปากของคนพิการ คุณลักษณะของทันตแพทย์ผู้รักษา กลุมคนพิการ ่  รูผู้ปวย ้ ่  รูงาน ้  รูหน้าที่ ้  ใส่ใจด้วยความรัก และเอื้ออาทร  สร้างสรรงานคุณภาพ ด้วยความ ปลอดภัย
  • 3. รู้ผู้ป่วย ข้อมูลของผู้ป่วยทีสำาคัญทีควรทราบ ่ ่ ประวัติความพิการหรือโรคประจำา ตัวของผู้ป่วย ประวัติการเลี้ยงดู ประวัติพัฒนาการ ประวัติการรักษาในอดีต
  • 4. สมองพิการ Cerebral palsy(C.P.) เกิดจากสมองส่วนทีใช้ควบคุม ่กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึงบกพร่อง ่หรือสูญเสีย ทำาให้มีปัญหาในการทรงตัว เคลือนไหว แต่ละคนมีลักษณะ ่แตกต่างกัน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกร็ง งุมง่าม เคลือนไหวช้า ทรงตัวได้ ่ ่ไม่ดี บางคนอาจมีความบกพร่องอื่นร่วม เช่น บกพร่องทางการได้ยิน การมองเห็น การเรียนรู้ แต่ละคนเป็นมาก
  • 5. สมองพิการ
  • 6. สมองพิการ
  • 7. พัฒนาการของผูป่วยสมองพิการ ้ ลำาดับขั้นของพัฒนาการเหมือน เด็กปกติ แต่ช้ากว่าเด็กปกติมาก ต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพความ พิการเพื่อป้องกันการติดยึดหรือ เกร็งมากขึ้น มีพัฒนาการในช่องปากที่ผิดปกติ เกี่ยวกับ การดูด การเคียว ลิ้นจุก ้ ปาก นำ้าลายไหล
  • 8. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. ความผิดปกติของการทำางานของ มี กล้ามเนือใบหน้า ้ นำ้าลายไหล มีความผิดปกติในการกิน ดื่ม และพูด มีความผิดปกติของการทำางานของลิ้น แก้ม ริมฝีปาก ส่งผลต่อการเรียงตัว ของฟัน และเกิดโรคปริทนต์ ั อุบติเหตุต่อฟันและใบหน้าเกิดได้บ่อย ั กว่า
  • 9. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Bruxism: การกัดฟัน เป็นการขบเคี้ยวฟันที่ ไม่ใช่การทำางานตามหน้าที่ที่ถูกต้อง การ ใช้ฟันขบเขี้ยวเคี้ยวกันในเวลาที่ไม่ได้กิน อาหาร เนื่องจาก กล้ามเนื้อทำางานมากกว่า ปกติ มีผลเสียต่างๆ เช่น ฟันสึก ทำาให้ปวด ที่ข้อต่อขากรรไกร มีอาการเสียวฟัน และ อาจจะทำาให้ฟันแตกได้ อาจจะทำาให้ ใบหน้าสั้นกว่าปกติ วิธีการรักษาโดยการทำา mouth guard
  • 10. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Rumination: การสำารอกอาหารที่เคียวและ ้ กลืนเข้าไปในกระเพาะขึ้นมาอยู่ใน ช่องปากใหม่ ทำาให้สภาพช่องปาก และฟันแช่อยู่ในนำ้าย่อยอาหารซึง ่ เป็นกรด เป็นเหตุให้ฟันกร่อน( de mineralization)
  • 11. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Pouching: อาการอมข้าว อาหาร หรือ เม็ดยาไว้ในปาก ระหว่างแก้มและ ฟัน โดยไม่กลืน เป็นระยะเวลานาน ทำาให้เกิดฟันผุ
  • 12. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Pica: การกินของที่กินไม่ได้ กินของ ที่ไม่ใช่อาหาร พบได้ในผู้ป่วยสมอง พิการที่มีภาวะปัญญาอ่อนร่วมด้วย ถ้า กลืน หรือกินอย่างต่อเนื่อง เกินกว่า 1 เดือน นั้นคืออาการของโรคกินของที่ กินไม่ได้(Pica Diseases) เช่น ดิน สี ปูน ชอล์ค ผงซักฟอก บุหรี่ ก้นบุหรี่ ขี้ เถ้า กาว ผม ทราย รากไม้ โลหะ อุจจาระ เป็นต้น ผลทำาให้ฟันสึก หรือเป็นอันตรายต่อ
  • 13. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. ผู้ป่วยสมองพิการมักมี • gastroesophageal reflux บ่อย อาเจียนบ่อย เป็นเหตุให้ฟันกร่อน สูญเสียเนื้อฟัน • ผู้ป่วยสมองพิการที่มอาการเป็น ี โรคลมชักร่วมด้วย มี เหงือกโต Gingival overgrowth จากการกิน ยาป้องกันอาการชัก • ลิ้นโต จุกปาก • ใบหน้าเบี้ยว กล้ามเนื้อใบหน้า ทำางานไม่ประสานกัน
  • 14. การจัดการทางทันต กรรมสำาหรับ ผู้ป่วยสมองพิการ
  • 15. ปัญหาโรคในช่องปากของผู้ป่วย C.P. พบ enamel hypoplasia มีโรคปริทันต์ ฟันสึก เนืองจาก Bruxism and ่ tooth clenching (ปัญหาระบบ ประสาทกล้ามเนื้อ) Fracture and avulsion of the anterior teeth (fall) อัตราการเกิดฟันผุใกล้เคียงคน
  • 16. ปัญหาโรคในช่องปากของผู้ป่วยC.P. Many clinicians :  Higher DMF rate than normal  Higher score of decay  Higher score of missing  Fewer score of filling
  • 17. ปัญหาโรคในช่องปากของผู้ป่วยC.P. Malocclusion : Weyman 1971  Spastic C.P. more prone to Class II division2 and unilateral crossbite  Athetosis C.P. more Class II division1 with high narrow palate, tongue thrust, and anterior open bite  Ataxic C.P. exhibits Class II
  • 18. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยพิผู้ปกครองมักสนใจกับปัญหาสมองพิการ การถูกละเลย เป็นปัญหาหลัก ผู้ปกครองขาดความรู้ความเข้าใจในความ สำาคัญของการดูแลรักษาทันตสุขภาพ ทันตแพทย์ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่อง โรคหรือความพิการของผู้ปวย อีกทัง ่ ้ ขาดประสบการณ์ ขาดแคลนทันตแพทย์ที่มีความเสียสละ และตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือผู้ปวยพิการ ่
  • 19. การรักษาทางทันตกรรมในผู้ป่วยสมองพิการ :มีหน้าที่และความรับผิด ทันตแพทย์ ชอบ  ให้ความรู้ และดูแลรักษาทันต สุขภาพแก่ผู้ป่วยพิการ  เผยแพร่ความรูทางทันตสุขศึกษา ้ และบริการผูป่วยพิการให้มากขึ้น ้  มีความเมตตากรุณาต่อผูป่วยพิการ ้ พยายามดูแลรักษาผูป่วยพิการโดย ้ ไม่รู้สึกรังเกียจ
  • 20. การรักษาทางทันตกรรมในผู้ป่วยสมองพิการ ทันตแพทย์และทีมงานพึง ตระหนัก: กำาลังรักษาผู้ป่วยตลอดทั้ง ร่างกายและจิตใจ ไม่เพียงแต่ผู้ ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีพ่อแม่ ผู้ ปกครองของผู้ป่วยที่เกี่ยวข้อง ด้วย
  • 21. การจัดการพฤติกรรม ปัญหา : ความกลัวหรือความวิตก กังวลของผู้ป่วยทีทำาให้เกิด ่ ความเครียด จะทำาให้ผู้ป่วยมี การชักกระตุกของแขนและขา หรือมีการเคลื่อนไหวของ ร่างกายโดยไม่ตงใจมากขึ้น ั้ * ต้องระวังไม่ให้เกิด
  • 22. การจัดการพฤติกรรม ความรัก เอื้ออาทร และใส่ใจ (Tender, love and care) การจัดการโดยวิธีการทางจิตวิทยา : เทคนิกปรับพฤติกรรม Behavior shaping management technique การบอก-แสดง-กระทำา (Tell - show – do) การส่งเสริมกำาลังในแง่บวก
  • 23. การรักษาทางทันตกรรม เน้นทันตกรรมป้องกัน: ป้องกันการเกิดโรคใน ช่องปาก ลดความทุกข์ทรมานจาก โรค ลดภาระของผู้ปกครอง
  • 24. ทันตกรรมป้องกัน: การกำาจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์ Diet counseling Fluoride เสริม การป้องกันการเกิดฟันผุ; routine oral exam., topical fluoride application, sealant
  • 25. การกำาจัดแผ่นคราบจุลนทรีย์: ิ ผู้ปกครองต้องตระหนักถึงความ จำาเป็นในการแปรงฟันให้เด็กอย่าง มีประสิทธิภาพ จัดท่าทาง ตำาแหน่งให้เหมาะ สมในการมองเห็นภายในช่องปาก และความสะดวกในการแปรง ใช้เครืองมือช่วยให้ผู้ป่วยอ้าปาก ่ ในการแปรงฟัน
  • 26. จัดท่าทาง ตำาแหน่งให้เหมาะสมในการมองเห็นภายใน ช่องปาก และความสะดวกในการแปรง
  • 27. เครื่องมือช่วยให้ผป่วยอ้าปากใน ู้ การแปรงฟัน
  • 28. แปรงลักษณะพิเศษสำาหรับผู้ป่วยสมองพิการ
  • 29. แปรงลักษณะพิเศษสำาหรับผู้ป่วยสมองพิการ
  • 30. สายรัดอุงมือจับแปรง แบบ ้ปรับขนาดได้
  • 31. การรักษาทางทันตกรรม สามารถทำาได้เช่นเดียวกับเด็กปกติ ทันตแพทย์ตองอธิบายถึงวิธีการ ้ จัดการ วิธีการรักษาให้ผู้ปกครอง เข้าใจและร่วมมือก่อนจะทำาการรักษา ให้ผู้ป่วยนังเก้าอี้ในท่าทางและ ่ ตำาแหน่งทีเขาชอบและถนัด ตามความ ่ พิการ และทันตแพทย์สามารถทำาการ รักษาได้
  • 32. สมองพิการ
  • 33. การรักษาทางทันตกรรม การใช้อปกรณ์ช่วยอ้าปากเด็ก เช่น ุ mouth prop คำ้าปากผู้ป่วยไว้ ให้พอที่ ทันตแพทย์สามารถทำาการรักษาได้ ควรโอบศีรษะเด็กไว้ตลอดเวลาทีทำางาน ่ เพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยที่มการเคลื่อนไหวของร่างกายโดย ี ไม่ตั้งใจมากเกินไป ควรใช้อุปกรณ์ช่วยจับ ยึด เช่น Papoose board โดยไม่รัดแน่น จนเกินไป และไม่ยืดแขนขาของผู้ป่วยซึ่ง ไม่สามารถทำาได้เนื่องจากข้อติด
  • 34. การรักษาทางทันตกรรม ควรใช้แผ่นยางกันนำ้าลายเพื่อป้องกัน อันตราย และสะดวกในการรักษา ผู้ป่วย ไม่สำาลักนำ้าเข้าคอ และช่วยกันลิ้น ควรใส่ clamps กับแผ่นยางให้ เรียบร้อยก่อนใส่บนตัวฟัน การถอนฟัน ควรใช้ผ้ากอซรองในขณะ ทำาการถอน ป้องกันเศษฟันตกเข้าคอ ผู้ ช่วยฯคอยดูดเมือ ทพ. ต้องการ ่
  • 35. การรักษาทางทันตกรรม ทีมงานต้องทำางานประสานกันอย่างมี ประสิทธิภาพ ในระยะเวลาสั้น เพื่อลดความ อ่อนล้าของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ผู้ป่วยที่มโรคลมชักร่วมด้วย ให้ผู้ป่วยรับ ี ประทานยาป้องกันโรคลมชักตามปกติ ต้องระวังไม่ให้ร่างกายได้รับอันตรายหรือ บาดเจ็บขณะชัก และหันศีรษะของผู้ป่วย ตะแคงไปด้านข้าง พยายามพูดกับผู้ป่วย
  • 36. การรักษาทางทันตกรรม ผู้ป่วยที่มโรคพิการซำ้าซ้อน เช่น มี ี ปัญญาอ่อนรุนแรง หากมีปัญหาโรค ในช่องปากมาก * การดมยาสลบอาจเป็นวิธที่ ี เหมาะสมกว่า * การรักษาทางทันตกรรมสำาหรับเด็ก โดยวิธีดมยาสลบควรเป็นทางเลือก สุดท้าย หากการปรับพฤติกรรมวิธี
  • 37. การรักษาทางทันตกรรม
  • 38. การจัดการรักษาทางทันตกรรม
  • 39. การจัดการรักษาทางทันตกรรม
  • 40. การรักษาทางทันตกรรม
  • 41. บทบาทของผู้ชวยทันตแพทย์ ่ สอบถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ปวยเด็ก ่ พิเศษ รายงานข้อมูลสำาคัญ/ปัญหาของผู้ป่วย- ผู้ปกครองแก่ทพ. ช่วยในการจัดการพฤติกรรมและการ รักษา ระมัดระวังปัญหาแทรกซ้อนและเตรียม พร้อมแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉิน (emergency)
  • 42. ภาวะปัญญาอ่อน เป็นความพิการประเภทหนึ่งที่สมองหยุดพัฒนาหรือพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ ทำาให้เกิดการสูญเสีย หรือขาดความสามารถ มีความบกพร่องของทักษะในพัฒนาการด้านต่างๆการเรียนรู้ มีความลำาบากในพฤติกรรม การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมในสังคมและชีวิตประจำาวัน
  • 43. การจัดการพฤติกรรมของผู้ปวย ่ภาวะปัญญาอ่อน ทันตแพทย์และทีมงานควรมีทัศนคติที่ ดีตอบุคคลภาวะปัญญาอ่อน ไม่ปฏิเสธ ่ การรักษา ให้ความรักและเอื้ออาทรและใส่ใจ (Tender love and care) ซักถามประวัตผู้ป่วย สภาพครอบครัว ิ ความสามารถของ ผป.ในการเรียนรู้ การสือภาษา การช่วยเหลือตนเอง เพื่อ ่ เลือกวิธีการจัดการทีเหมาะสม ่
  • 44. การจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยภาวะปัญญาอ่อน ข้อพิจารณาในการเลือกวิธีการจัดการที่ เหมาะสม ระดับความรุนแรงของภาวะปัญญาอ่อน ปัญหาสุขภาพช่องปาก ปริมาณงานการรักษาและความรีบด่วน ทัศนคติ เศรษฐกิจและความร่วมมือของ ผู้ปกครอง ทักษะความชำานาญและประสบการณ์ ของทันตแพทย์
  • 45. การจัดการพฤติกรรมของผูป่วยภาวะ ้ปัญญาอ่อน สามารถใช้วิธีการจัดการโดยวิธีการ ทางจิตวิทยาในเด็กที่มีระดับปัญญาอ่อน น้อย Tell- show-do การเบี่ยงเบนความสนใจ (Distraction) การให้กำาลังใจ (Reinforcement) การควบคุมให้อยู่นิ่งในกรณีทผู้ป่วยไม่ ี่ สามารถอยู่นิ่ง(Immobilization in cases with hyperactive)
  • 46. การจัดการพฤติกรรมของผูป่วยภาวะ ้ปัญญาอ่อน Mild sedative + immobilization ช่วยลดความไม่ อยู่นิ่งและลดความวิตกกังวล ใช้เวลาสั้นๆ ในการรักษา ใช้ Mouth prop ช่วยอ้าปากให้ อ้าปากได้นิ่ง ๆ ในขณะทำาการ รักษา
  • 47. การจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยภาวะปัญญาอ่อน ใช้ยาชา Ultra short acting anesthetics ผูป่วยปัญญาอ่อนรุนแรงและมีปริมาณ ้ การรักษามาก การดมยาสลบเป็นทาง เลือกที่ดกว่า ี ทันตกรรมป้องกันเป็นสิงทีมีคณค่าและ ่ ่ ุ ควรจัดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อ ป้องกันโรคในช่องปากในผู้ป่วย
  • 48. ลักษณะของผูป่วยกลุมอาการดาวน์ ้ ่
  • 49. ภาวะแทรกซ้อนในผูป่วยกลุ่มอาการ ้ดาวน์  จะเป็นโรคหัวใจ 30-40%  มีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจได้ ง่าย การขับเสมหะทำาได้ไม่ดี มีภาวะการ อุดตันของทางเดินหายใจชนิดเฉียบพลัน และเรื้อรัง มี sleep apnea  มีอัตราเสี่ยงสูงของการเกิดมะเร็งเม็ด เลือดขาว  ระบบกล้ามเนื้อแข็งแรงลดลง  มีการชัก 5-10%
  • 50. ลักษณะของผูป่วยกลุมอาการ ้ ่ดาวน์ มีระดับสติปญญาตำ่ากว่า 70 mild- ั moderate M.R. พัฒนาการช้า ปรับตัวช้า พัฒนาด้านภาษาและการสื่อสารช้า อย่างชัดเจน ด้านโภชนาการ แนวโน้มนำ้าหนักเกิน จากการชอบรับประทาน พวกแป้ง
  • 51. การจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยกลุ่มอาการดาวน์ ส่วนใหญ่ IQ ไม่ตำ่าเกินไป อารมณ์ดี ยิ้มง่าย ดูสดชื่น มีความสามารถในการให้ความร่วมมือสั้น ๆ สามารถใช้จิตวิทยาในการจัดการ tell-show-do การเบี่ยงเบนความสนใจ การให้กำาลังใจ การชมเชย
  • 52. การรักษาทางทันตกรรม ในผู้ป่วยออทิสติก (เทคนิคการจัดการ)
  • 53. โรคออทิสติก หรือ ออทิสซึม เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูป แบบหนึง่ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ ไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคม ไม่สามารถพัฒนาทักษะทางภาษา และการสื่อความหมาย มีความผิดปกติหรือบกพร่องใน พฤติกรรม การทำากิจกรรมและความ
  • 54. ความผิดปกติในการใช้ภาษาและการสื่อความหมาย ไม่พูด ไม่ตองการสื่อสารโดยการ ้ พูด พูดคำาซำ้าๆ หรือพูดแบบนกแก้ว พูด เลียนแบบ พูดไม่รเรื่อง พูดภาษาต่างดาว ู้ โต้ตอบไม่เป็น ใช้สรรพนามและไวยากรณ์ไม่ถูก
  • 55. เรียกไม่หน ไม่สบตา ั
  • 56. ความผิดปกติของพฤติกรรม และการทำากิจกรรม ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ต้องการคงสภาพ เดิม ทำากิจกรรมซำ้าๆ เป็นแบบแผน หมกมุนในวัตถุ ่ ไม่มีความยืดหยุ่นในการเล่น ไม่เล่นกับผู้อื่น มีการเคลื่อนไหวแปลกๆ การกระทำาซำ้าๆ อย่างไร้จุดหมาย มีความผิดปกติในการกิน
  • 57. พฤติกรรมของเด็กออทิสติก เด็กออทิสติกมีความกลัวต่อบางอย่าง เป็นพิเศษ แต่กลับไม่กลัวในสิ่งทีเป็น ่ อันตราย
  • 58. ระดับสติปัญญาของเด็กออทิสติกn Ornitz & Ritvo (1976) 2/3 ถึง 3/4 จะเป็นปัญญาอ่อนn Young และคณะ (1989) 75-80 % ของเด็กออทิสติกเป็นปัญญาอ่อนn 2/3 มีภาวะต้องพึ่งพิงผู้อื่นตลอดชีวิตn 1/3 พึ่งพาตนเองได้พอสมควรn 1-2 % พึ่งพาตนเองได้เต็มที่ เหมือน คนปกติ
  • 59. อาการสำาคัญที่พบร่วมในเด็ภาวะปัญญาอ่อน• กออทิสติก 70-80%• สมาธิสน ไม่อยู่นิ่ง ั้ 40-60%• ซึมเศร้า/อารมณ์แปรปรวน 44%• โรคลมชัก 25-40 %• ทำาร้ายตนเอง 25-40%• ปัญหาในการนอน 10-30
  • 60. เด็กออทิสติกที่สามารถพูดได้ก่อนอายุ 5 ป จะมีการพัฒนาการบุคลิกภาพ อย่างต่อเนือง ่
  • 61. ปัญหาทางทันตกรรมในเด็กออทิสติก อุบัติการณ์ของการเกิดโรคในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ ในเด็กออทิสติกไม่แตกต่างจากเด็กปกติ ปัญหาหลักอยู่ที่พฤติกรรมของเด็กที่ไม่ สามารถสื่อสาร เด็กออทิสติกมีความวิตกกังวลและ ความกลัวการทำาฟันมากกว่าเด็กปกติ
  • 62. วิธีการจัดการรักษาทางทันตกรรมในเด็กออทิสติกทันตแพทย์และทีมงาน มีความรู้ ความเข้าใจในพฤติกรรมของ เด็กออทิสติก ให้การรักษาบนพื้นฐานของความรัก เอื้ออาทรต่อผู้ป่วย มีความอดทน พยายาม การรักษาอาจ
  • 63. การซักประวัติ :ทันตแพทย์และผู้ช่วย ทันตแพทย์ : เป็นผู้ฟังที่ดี สุภาพ การกระตุนให้กำาลังใจ ้ มีทักษะในการสนทนา ผู้ ปกครองไว้วางใจ
  • 64. การให้ข้อมูลประวัติของเด็กออทิสติกอย่ งครบถ้ววไป า ประวัตทั่ น ิ  ประวัตทางการแพทย์ ยาที่ได้รบเพื่อ ิ ั การรักษาอาการ  ประวัตการรักษาทางทันตกรรม ิ  เด็กมีพฤติกรรมทำาร้ายร่างกายตัวเอง คนอื่น หรือไม่  มีอารมณ์แปรปรวนบ่อยหรือไม่ อย่างไร
  • 65. การเตรียมเด็กออทิสติกก่อนที่จะมารักษาทางทันตกรรม เด็กที่สามารถสื่อสารได้ ควรบอก เด็กล่วงหน้า ว่า จะมาให้หมอตรวจฟัน อธิบายวิธีการคร่าวๆ เช่น นั่งบนเก้าอี้ หมอปรับเก้าอี้เป็นเตียง นอน ลูกนอนนิ่งๆ อ้าปากกว้างๆ ให้หมอ ตรวจฟัน
  • 66. การเตรียมเด็กออทิสติกก่อนทีจะมารักษาทา ่ทันตกรรม แนะนำาให้เด็กออทิสติกสร้างความคุ้นเคย กับคลินิกทันตกรรมโดยการติดตามสมาชิก ของครอบครัวมายังคลินิกทันตกรรม ดีกว่า ให้เด็กออทิสติกมาพบทันตแพทย์ตาม ลำาพัง
  • 67. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกที่สามารถสือสารได้ ่ เริ่มทำาการรักษาจากงานง่ายๆ ไป หายาก ใช้คำาง่ายๆ สั้นๆ ซำ้าๆ บอกเด็ก ใช้เวลามากกว่าเด็กปกติ เด็กสามารถเรียนรู้ และปฏิบัตตน ิ ตามคำาแนะนำา ทพ. ให้คำาชม/รางวัลแก่เด็กเมือ ่
  • 68. การจัดการพฤติกรรมการรักษาทางทันตกรรมเป็นการ รบกวนเด็กออทิสติก Tell-show-do (ยากในการบอก และแสดง) สามารถชักชวนให้ขดฟันได้ ั ใช้เวลามากในการปรับพฤติกรรม กระบวนการเรียนรู้ช้า แสดงขั้น ตอนช้า ๆ พร้อมกับการให้รางวัล
  • 69. การตรวจช่องปาก ออกคำาสั่งสั้น ๆ พูดซำ้าๆ สุภาพ และนุ่มนวล ทพ.ใช้กระจกส่องปาก ไม่ใช้ explorer สอนเด็กให้อ้าปากเพื่อขัดฟัน ได้ ใช้เวลาสั้นๆ
  • 70. Hyperactive child หลีกเลี่ยง : การรอคอยเป็นเวลานาน เครื่องมือทีมีเสียงดังมาก ่ แสงจ้า แสงสะท้อนของผิวโลหะ สิ่งเร้าต่างๆ ทีกระตุ้นเด็ก ่
  • 71. Hyperactive child ควร : บรรยากาศเงียบ สงบ การเคลือนไหวน้อยสุด สิงเร้าน้อ ่ ่ ใช้เวลาสัน ๆ ในการรักษา ้
  • 72. การให้การรักษาทางทันตกรรม เด็กสามารถเรียนรู้และ ยอมรับการฉีดยาชา สามารถ ทำาการรักษาด้วยวิธีการทาง จิตวิทยาแม้กระทั่งการถอน ฟัน ไม่ควรให้เด็กรอคอยนาน
  • 73. Bäckman B, Pilebro C (1999)การเรียนการสอนโดยใช้รปภาพ ู สอนเด็กออทิสติกให้รู้จักวิธีการแปรง ฟัน และการรักษาทันตกรรมโดยใช้ รูปภาพเป็นสื่อการสอน ซึ่งเขาพบว่า เด็ก ออทิสติกจะติดต่อสื่อสารผ่านทางรูปภาพ ได้ดีกว่าผ่านทางคำาพูด ผลที่ได้คือ เด็กมี สุขภาพช่องปากทีดีขึ้น และเด็กให้ความ ่ ร่วมมือในการทำาฟันมากกว่าเด็กที่ไม่ได้ รับการสอนด้วยรูปภาพ
  • 74. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism ขึ้นกับความสามารถในการเรียนรู้ เหมาะสำาหรับเด็กออทิสติกที่สามารถสื่อสาร ได้โดยการดูภาพ Visual pedagogy เป็นสื่อการสอนเด็กออทิ สติกในการประกอบกิจวัตรประจำาวัน ใช้ปรับ พฤติกรรมของเด็กในการดำาเนินชีวิตไปตาม ตารางกิจกรรมต่างๆ Backman B,Pilebro C. Visual pedagogy in dentistry for children with autism. ASDC J Dent Child.1999.
  • 75. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism The front door The waiting room
  • 76. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism The dentist The operating room The lamp
  • 77. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism “Mouth wide open” Instrume nt and objects to be used.
  • 78. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism “Visual pedagogy is a way of introducing dentistry to children with autism.”
  • 79. Visual pedagogyแนะนำาการรักษาทางทันตกรรม
  • 80. Visual pedagogy
  • 81. Visual pedagogy
  • 82. Visual pedagogy
  • 83. Visual pedagogy
  • 84. Visual pedagogy แนะนำาการแปรงฟัน
  • 85. Visual pedagogy
  • 86. Visual pedagogy
  • 87. Visual pedagogy
  • 88. Visual pedagogy
  • 89. Visual pedagogy
  • 90. Visual pedagogy
  • 91. Visual pedagogy
  • 92. Visual pedagogy
  • 93. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกทีไม่สามารถสือสาร /ไม่ให้ ่ ่ความร่วมมือ พิจารณาปัจจัยต่างๆร่วมกับการตัดสิน ใจของผู้ปกครอง ความรุนแรงของพฤติกรรมของเด็ก ออทิสติก ความรุนแรงและความจำาเป็นรีบด่วน ของการรักษา ประมาณงานรักษามากหรือน้อย
  • 94. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกทีไม่สามารถสือสาร /ไม่ให้ ่ ่ความร่วมมือ การควบคุมทางร่างกาย
  • 95. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกทีไม่สามารถสือสาร /ไม่ให้ ่ ่ความร่วมมือ การรักษาทางทันตกรรมภายใต้การดม ยาสลบ
  • 96. การรักษาทางทันตกรรมเด็กที่มีพฤติกรรมรุนแรง
  • 97. การรักษาทางทันตกรรมเด็กที่มีพฤติกรรมรุนแรง
  • 98. การให้ทันตสุขศึกษา เน้นการทำาความสะอาดช่องปาก ด้วยการแปรงฟัน ให้คำาแนะนำาเรื่องการรับประทาน อาหาร การให้ฟลูออไรด์เสริม
  • 99. Preventivemanagement  High caries risks  Oral hygiene instruction แก่ผู้ ปกครอง o เน้นให้พ่อแม่ตระหนักถึงความสำาคัญในการ ดูแลสุขภาพช่องปาก o สอนการแปรงฟันโดยใช้ Scrub technique แก่ผู้ปกครอง o เลือกแปรงสีฟันที่มขนาดและสีที่เด็กชอบ ี o มีการให้รางวัลและให้กำาลังใจร่วมด้วยใน ขณะแปรงฟัน o สอนการใช้ไหมขัดฟัน o หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะหันเหความสนใจของเด็ก
  • 100. Preventivemanagement Diet counseling • แนะนำาอาหารที่มประโยชน์และไม่ก่อให้เกิด ี ฟันผุ • ไม่ใช้ขนมหวานเป็นรางวัลให้เด็ก หรือให้ เพื่อให้เด็กอารมณ์ดี • งดการทานจุบจิบระหว่างมื้อ • จำากัดอาหารประเภทแป้งและนำ้าตาล • วิเคราะห์การบริโภคอาหารของผู้ป่วย และ ให้คำาแนะนำาที่เหมาะสม • ติดตามผลการเปลี่ยนแปลงทุก 6 เดือน
  • 101. Preventivemanagement [Fluoride • Fluoride Professional topical fluoride varnish] • Fluoride supplement • Fluoride toothpaste Pit & fissure sealant Injuries prevention counseling Regular professional
  • 102. ฝึกรับประทานอาหารให้ เป็นเวลา ไม่รบประทานจุบจิบ ัแปรงฟันหลังอาหารทุก มื้อ
  • 103. Mouth protector เด็กออทิสติก : ไม่รู้จักสิงที่มีอันตราย ่ ไม่มีความรู้สกเจ็บปวด ึ มีพฤติกรรมทำาร้ายตัวเอง
  • 104. การจัดการทางทันตกรรม แก่ ผูป่วยตาบอด ้
  • 105. ตาบอด
  • 106. ตาบอด
  • 107. ตาบอด
  • 108. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด ไม่ยุ่งยากมากในการจัดการ พฤติกรรม สามารถสื่อสารด้วยการพูด สามารถรับรู้ดวยประสาทสัมผัสอื่น ้ ทียงคงมีอยู่ เช่น การสัมผัสทาง ่ ั กาย การดมกลิ่น การรับรสทางลิ้น
  • 109. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด แนะนำาเด็กตาบอดรู้จักกับ ทพ.และผู้ช่วยฯ โดยการ อนุญาตให้เด็กตาบอดคลำา หน้า การทำาความรู้จักด้วย มิตรภาพจะทำาให้เด็กไว้ใจ
  • 110. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอดเด็กพิการทางสายตาจำาเป็นต้องได้รับคำาแนะนำาขั้นตอนการรักษาใหม่ๆ ทีไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ่เสมอ โดยการอธิบายอย่างช้าๆควรให้ผู้ปกครองเข้ามาอยูด้วยใน ่ครั้งแรกๆ เพื่อให้เด็กไม่กลัว และมีความสบายใจ
  • 111. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด ควรมีการพูดคุยกับเด็กตลอดการ รักษา ไม่ปล่อยเด็กให้อยู่บนเก้าอี้ทำาฟัน ตามลำาพัง ต้องอธิบายขันตอนใหม่ของการ ้ รักษาทุกครั้ง
  • 112. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด เพิ่มการใช้โสตประสาท:  การเล่านิทาน  การร้องเพลง เพิ่มการใช้ประสาทสัมผัส เพิ่มการใช้ประสาทการดมกลิน ่ และการรับรส
  • 113. การรักษาทางทันตกรรม ในผู้ป่วยบกพร่องทางการได้ยิน
  • 114. การบกพร่องทางการได้ยิน หูตึง 26-90 dB ได้ยินเสียงบ้าง แต่เสียงต้องดัง ใช้เครืองขยายเสียงช่วยได้ ่ หูหนวก > 90 dB ไม่สามารถได้ยินเสียงสนทนา ไม่สามารถใช้เครื่องขยายเสียง
  • 115. การสื่อสารกับคนบกพร่องทางการได้ยน ิ Oral method of communication Manual method of communication Total communication
  • 116. Manualmethod • การสะกดคำาด้วยนิ้วมือ • ภาษามือ
  • 117. Finger spelling of Thai alphabets
  • 118. ภาษามือ ปวดฟัน ไม่
  • 119. การสือสารกับผู้ปวยบกพร่องทางการ ่ ่ได้ยินในการรักษาทางทันตกรรม ให้ผู้ปกครองอยู่ช่วยในการสื่อสาร โดยเฉพาะเด็กเล็ก ใช้ภาษากายแทนภาษาพูด การยิ้ม แสดงความเป็นมิตร การปฏิบัตต่อเด็ก ิ ด้วยความนุ่มนวล ใช้ภาพช่วยในการสื่อสาร/อธิบาย เตรียมกระดาษ ดินสอ สำาหรับเด็กที่ อ่านออกเขียนได้
  • 120. Lip readingหันหน้าเข้าหากัน ระยะห่าง 2-3 ฟุตตาสบตาไม่ตะโกนพูดในลักษณะปกติไม่เน้นคำามากเกินไป (Not emphaticwords)เสียงฟังชัดเจนปกติภายใต้แสงสว่างพอเพียง
  • 121. Body language & feelingการแสดงออกของสีหน้า (Facialexpression)ท่าทาง (Posture)การเคลื่อนไหว (Movement)สังเกตสีหน้าของผูป่วย แสดง ้อารมณ์ความรู้สึก กลัว วิตกกังวลเครียด โกรธ พอใจ สงสัย เป็นต้น
  • 122. Thank you for your attention มาลี อรุณากูร Malee.aru@mahidol.ac.th

×