Your SlideShare is downloading. ×
  • Like
Special dentistry
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Now you can save presentations on your phone or tablet

Available for both IPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

Special dentistry

  • 1,588 views
Published

รศ.ทพญ.มาลี อรุณากูร

รศ.ทพญ.มาลี อรุณากูร

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
  • ขออนุญาตนำบางส่วนไปให้ความรู้กับผู้ดูแลเด็กพิการนะคะ พอดีจะรวมกลุ่มกับเพื่อนไปที่บ้านเฟื่องฟ้าค่ะ ข้อมูลนี้น่าจะเป็นประโยชน์มากกับผู้ดูแลเด็ก ขอบคุณมากๆค่ะ
    Are you sure you want to
    Your message goes here
  • ขออนุญาตินำบางส่วนไปประกอบการสอนนักศึกษาทันตสาธารณสุข วสส.พล. หัวข้อ มาตรการส่งเสริมทันตสุขภาพตามกลุ่มบุคคล นะคะ
    ขอบพระคุณมากค่ะ :)
    Are you sure you want to
    Your message goes here
No Downloads

Views

Total Views
1,588
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
114
Comments
2
Likes
2

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. เคล็ด (ไม่ลบ) ในการดูแลสุขภาพช่องปาก ั ใน คนพิการและเด็กพิเศษ รศ.มาลี อรุณากูร ภาควิชา ทันตกรรมเด็ก
  • 2. การดูแลสุขภาพช่องปากของคนพิการ คุณลักษณะของทันตแพทย์ผู้รักษา กลุมคนพิการ ่  รูผู้ปวย ้ ่  รูงาน ้  รูหน้าที่ ้  ใส่ใจด้วยความรัก และเอื้ออาทร  สร้างสรรงานคุณภาพ ด้วยความ ปลอดภัย
  • 3. รู้ผู้ป่วย ข้อมูลของผู้ป่วยทีสำาคัญทีควรทราบ ่ ่ ประวัติความพิการหรือโรคประจำา ตัวของผู้ป่วย ประวัติการเลี้ยงดู ประวัติพัฒนาการ ประวัติการรักษาในอดีต
  • 4. สมองพิการ Cerebral palsy(C.P.) เกิดจากสมองส่วนทีใช้ควบคุม ่กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึงบกพร่อง ่หรือสูญเสีย ทำาให้มีปัญหาในการทรงตัว เคลือนไหว แต่ละคนมีลักษณะ ่แตกต่างกัน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกร็ง งุมง่าม เคลือนไหวช้า ทรงตัวได้ ่ ่ไม่ดี บางคนอาจมีความบกพร่องอื่นร่วม เช่น บกพร่องทางการได้ยิน การมองเห็น การเรียนรู้ แต่ละคนเป็นมาก
  • 5. สมองพิการ
  • 6. สมองพิการ
  • 7. พัฒนาการของผูป่วยสมองพิการ ้ ลำาดับขั้นของพัฒนาการเหมือน เด็กปกติ แต่ช้ากว่าเด็กปกติมาก ต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพความ พิการเพื่อป้องกันการติดยึดหรือ เกร็งมากขึ้น มีพัฒนาการในช่องปากที่ผิดปกติ เกี่ยวกับ การดูด การเคียว ลิ้นจุก ้ ปาก นำ้าลายไหล
  • 8. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. ความผิดปกติของการทำางานของ มี กล้ามเนือใบหน้า ้ นำ้าลายไหล มีความผิดปกติในการกิน ดื่ม และพูด มีความผิดปกติของการทำางานของลิ้น แก้ม ริมฝีปาก ส่งผลต่อการเรียงตัว ของฟัน และเกิดโรคปริทนต์ ั อุบติเหตุต่อฟันและใบหน้าเกิดได้บ่อย ั กว่า
  • 9. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Bruxism: การกัดฟัน เป็นการขบเคี้ยวฟันที่ ไม่ใช่การทำางานตามหน้าที่ที่ถูกต้อง การ ใช้ฟันขบเขี้ยวเคี้ยวกันในเวลาที่ไม่ได้กิน อาหาร เนื่องจาก กล้ามเนื้อทำางานมากกว่า ปกติ มีผลเสียต่างๆ เช่น ฟันสึก ทำาให้ปวด ที่ข้อต่อขากรรไกร มีอาการเสียวฟัน และ อาจจะทำาให้ฟันแตกได้ อาจจะทำาให้ ใบหน้าสั้นกว่าปกติ วิธีการรักษาโดยการทำา mouth guard
  • 10. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Rumination: การสำารอกอาหารที่เคียวและ ้ กลืนเข้าไปในกระเพาะขึ้นมาอยู่ใน ช่องปากใหม่ ทำาให้สภาพช่องปาก และฟันแช่อยู่ในนำ้าย่อยอาหารซึง ่ เป็นกรด เป็นเหตุให้ฟันกร่อน( de mineralization)
  • 11. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Pouching: อาการอมข้าว อาหาร หรือ เม็ดยาไว้ในปาก ระหว่างแก้มและ ฟัน โดยไม่กลืน เป็นระยะเวลานาน ทำาให้เกิดฟันผุ
  • 12. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. Pica: การกินของที่กินไม่ได้ กินของ ที่ไม่ใช่อาหาร พบได้ในผู้ป่วยสมอง พิการที่มีภาวะปัญญาอ่อนร่วมด้วย ถ้า กลืน หรือกินอย่างต่อเนื่อง เกินกว่า 1 เดือน นั้นคืออาการของโรคกินของที่ กินไม่ได้(Pica Diseases) เช่น ดิน สี ปูน ชอล์ค ผงซักฟอก บุหรี่ ก้นบุหรี่ ขี้ เถ้า กาว ผม ทราย รากไม้ โลหะ อุจจาระ เป็นต้น ผลทำาให้ฟันสึก หรือเป็นอันตรายต่อ
  • 13. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยC.P. ผู้ป่วยสมองพิการมักมี • gastroesophageal reflux บ่อย อาเจียนบ่อย เป็นเหตุให้ฟันกร่อน สูญเสียเนื้อฟัน • ผู้ป่วยสมองพิการที่มอาการเป็น ี โรคลมชักร่วมด้วย มี เหงือกโต Gingival overgrowth จากการกิน ยาป้องกันอาการชัก • ลิ้นโต จุกปาก • ใบหน้าเบี้ยว กล้ามเนื้อใบหน้า ทำางานไม่ประสานกัน
  • 14. การจัดการทางทันต กรรมสำาหรับ ผู้ป่วยสมองพิการ
  • 15. ปัญหาโรคในช่องปากของผู้ป่วย C.P. พบ enamel hypoplasia มีโรคปริทันต์ ฟันสึก เนืองจาก Bruxism and ่ tooth clenching (ปัญหาระบบ ประสาทกล้ามเนื้อ) Fracture and avulsion of the anterior teeth (fall) อัตราการเกิดฟันผุใกล้เคียงคน
  • 16. ปัญหาโรคในช่องปากของผู้ป่วยC.P. Many clinicians :  Higher DMF rate than normal  Higher score of decay  Higher score of missing  Fewer score of filling
  • 17. ปัญหาโรคในช่องปากของผู้ป่วยC.P. Malocclusion : Weyman 1971  Spastic C.P. more prone to Class II division2 and unilateral crossbite  Athetosis C.P. more Class II division1 with high narrow palate, tongue thrust, and anterior open bite  Ataxic C.P. exhibits Class II
  • 18. ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยพิผู้ปกครองมักสนใจกับปัญหาสมองพิการ การถูกละเลย เป็นปัญหาหลัก ผู้ปกครองขาดความรู้ความเข้าใจในความ สำาคัญของการดูแลรักษาทันตสุขภาพ ทันตแพทย์ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่อง โรคหรือความพิการของผู้ปวย อีกทัง ่ ้ ขาดประสบการณ์ ขาดแคลนทันตแพทย์ที่มีความเสียสละ และตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือผู้ปวยพิการ ่
  • 19. การรักษาทางทันตกรรมในผู้ป่วยสมองพิการ :มีหน้าที่และความรับผิด ทันตแพทย์ ชอบ  ให้ความรู้ และดูแลรักษาทันต สุขภาพแก่ผู้ป่วยพิการ  เผยแพร่ความรูทางทันตสุขศึกษา ้ และบริการผูป่วยพิการให้มากขึ้น ้  มีความเมตตากรุณาต่อผูป่วยพิการ ้ พยายามดูแลรักษาผูป่วยพิการโดย ้ ไม่รู้สึกรังเกียจ
  • 20. การรักษาทางทันตกรรมในผู้ป่วยสมองพิการ ทันตแพทย์และทีมงานพึง ตระหนัก: กำาลังรักษาผู้ป่วยตลอดทั้ง ร่างกายและจิตใจ ไม่เพียงแต่ผู้ ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีพ่อแม่ ผู้ ปกครองของผู้ป่วยที่เกี่ยวข้อง ด้วย
  • 21. การจัดการพฤติกรรม ปัญหา : ความกลัวหรือความวิตก กังวลของผู้ป่วยทีทำาให้เกิด ่ ความเครียด จะทำาให้ผู้ป่วยมี การชักกระตุกของแขนและขา หรือมีการเคลื่อนไหวของ ร่างกายโดยไม่ตงใจมากขึ้น ั้ * ต้องระวังไม่ให้เกิด
  • 22. การจัดการพฤติกรรม ความรัก เอื้ออาทร และใส่ใจ (Tender, love and care) การจัดการโดยวิธีการทางจิตวิทยา : เทคนิกปรับพฤติกรรม Behavior shaping management technique การบอก-แสดง-กระทำา (Tell - show – do) การส่งเสริมกำาลังในแง่บวก
  • 23. การรักษาทางทันตกรรม เน้นทันตกรรมป้องกัน: ป้องกันการเกิดโรคใน ช่องปาก ลดความทุกข์ทรมานจาก โรค ลดภาระของผู้ปกครอง
  • 24. ทันตกรรมป้องกัน: การกำาจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์ Diet counseling Fluoride เสริม การป้องกันการเกิดฟันผุ; routine oral exam., topical fluoride application, sealant
  • 25. การกำาจัดแผ่นคราบจุลนทรีย์: ิ ผู้ปกครองต้องตระหนักถึงความ จำาเป็นในการแปรงฟันให้เด็กอย่าง มีประสิทธิภาพ จัดท่าทาง ตำาแหน่งให้เหมาะ สมในการมองเห็นภายในช่องปาก และความสะดวกในการแปรง ใช้เครืองมือช่วยให้ผู้ป่วยอ้าปาก ่ ในการแปรงฟัน
  • 26. จัดท่าทาง ตำาแหน่งให้เหมาะสมในการมองเห็นภายใน ช่องปาก และความสะดวกในการแปรง
  • 27. เครื่องมือช่วยให้ผป่วยอ้าปากใน ู้ การแปรงฟัน
  • 28. แปรงลักษณะพิเศษสำาหรับผู้ป่วยสมองพิการ
  • 29. แปรงลักษณะพิเศษสำาหรับผู้ป่วยสมองพิการ
  • 30. สายรัดอุงมือจับแปรง แบบ ้ปรับขนาดได้
  • 31. การรักษาทางทันตกรรม สามารถทำาได้เช่นเดียวกับเด็กปกติ ทันตแพทย์ตองอธิบายถึงวิธีการ ้ จัดการ วิธีการรักษาให้ผู้ปกครอง เข้าใจและร่วมมือก่อนจะทำาการรักษา ให้ผู้ป่วยนังเก้าอี้ในท่าทางและ ่ ตำาแหน่งทีเขาชอบและถนัด ตามความ ่ พิการ และทันตแพทย์สามารถทำาการ รักษาได้
  • 32. สมองพิการ
  • 33. การรักษาทางทันตกรรม การใช้อปกรณ์ช่วยอ้าปากเด็ก เช่น ุ mouth prop คำ้าปากผู้ป่วยไว้ ให้พอที่ ทันตแพทย์สามารถทำาการรักษาได้ ควรโอบศีรษะเด็กไว้ตลอดเวลาทีทำางาน ่ เพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยที่มการเคลื่อนไหวของร่างกายโดย ี ไม่ตั้งใจมากเกินไป ควรใช้อุปกรณ์ช่วยจับ ยึด เช่น Papoose board โดยไม่รัดแน่น จนเกินไป และไม่ยืดแขนขาของผู้ป่วยซึ่ง ไม่สามารถทำาได้เนื่องจากข้อติด
  • 34. การรักษาทางทันตกรรม ควรใช้แผ่นยางกันนำ้าลายเพื่อป้องกัน อันตราย และสะดวกในการรักษา ผู้ป่วย ไม่สำาลักนำ้าเข้าคอ และช่วยกันลิ้น ควรใส่ clamps กับแผ่นยางให้ เรียบร้อยก่อนใส่บนตัวฟัน การถอนฟัน ควรใช้ผ้ากอซรองในขณะ ทำาการถอน ป้องกันเศษฟันตกเข้าคอ ผู้ ช่วยฯคอยดูดเมือ ทพ. ต้องการ ่
  • 35. การรักษาทางทันตกรรม ทีมงานต้องทำางานประสานกันอย่างมี ประสิทธิภาพ ในระยะเวลาสั้น เพื่อลดความ อ่อนล้าของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ผู้ป่วยที่มโรคลมชักร่วมด้วย ให้ผู้ป่วยรับ ี ประทานยาป้องกันโรคลมชักตามปกติ ต้องระวังไม่ให้ร่างกายได้รับอันตรายหรือ บาดเจ็บขณะชัก และหันศีรษะของผู้ป่วย ตะแคงไปด้านข้าง พยายามพูดกับผู้ป่วย
  • 36. การรักษาทางทันตกรรม ผู้ป่วยที่มโรคพิการซำ้าซ้อน เช่น มี ี ปัญญาอ่อนรุนแรง หากมีปัญหาโรค ในช่องปากมาก * การดมยาสลบอาจเป็นวิธที่ ี เหมาะสมกว่า * การรักษาทางทันตกรรมสำาหรับเด็ก โดยวิธีดมยาสลบควรเป็นทางเลือก สุดท้าย หากการปรับพฤติกรรมวิธี
  • 37. การรักษาทางทันตกรรม
  • 38. การจัดการรักษาทางทันตกรรม
  • 39. การจัดการรักษาทางทันตกรรม
  • 40. การรักษาทางทันตกรรม
  • 41. บทบาทของผู้ชวยทันตแพทย์ ่ สอบถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ปวยเด็ก ่ พิเศษ รายงานข้อมูลสำาคัญ/ปัญหาของผู้ป่วย- ผู้ปกครองแก่ทพ. ช่วยในการจัดการพฤติกรรมและการ รักษา ระมัดระวังปัญหาแทรกซ้อนและเตรียม พร้อมแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉิน (emergency)
  • 42. ภาวะปัญญาอ่อน เป็นความพิการประเภทหนึ่งที่สมองหยุดพัฒนาหรือพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ ทำาให้เกิดการสูญเสีย หรือขาดความสามารถ มีความบกพร่องของทักษะในพัฒนาการด้านต่างๆการเรียนรู้ มีความลำาบากในพฤติกรรม การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมในสังคมและชีวิตประจำาวัน
  • 43. การจัดการพฤติกรรมของผู้ปวย ่ภาวะปัญญาอ่อน ทันตแพทย์และทีมงานควรมีทัศนคติที่ ดีตอบุคคลภาวะปัญญาอ่อน ไม่ปฏิเสธ ่ การรักษา ให้ความรักและเอื้ออาทรและใส่ใจ (Tender love and care) ซักถามประวัตผู้ป่วย สภาพครอบครัว ิ ความสามารถของ ผป.ในการเรียนรู้ การสือภาษา การช่วยเหลือตนเอง เพื่อ ่ เลือกวิธีการจัดการทีเหมาะสม ่
  • 44. การจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยภาวะปัญญาอ่อน ข้อพิจารณาในการเลือกวิธีการจัดการที่ เหมาะสม ระดับความรุนแรงของภาวะปัญญาอ่อน ปัญหาสุขภาพช่องปาก ปริมาณงานการรักษาและความรีบด่วน ทัศนคติ เศรษฐกิจและความร่วมมือของ ผู้ปกครอง ทักษะความชำานาญและประสบการณ์ ของทันตแพทย์
  • 45. การจัดการพฤติกรรมของผูป่วยภาวะ ้ปัญญาอ่อน สามารถใช้วิธีการจัดการโดยวิธีการ ทางจิตวิทยาในเด็กที่มีระดับปัญญาอ่อน น้อย Tell- show-do การเบี่ยงเบนความสนใจ (Distraction) การให้กำาลังใจ (Reinforcement) การควบคุมให้อยู่นิ่งในกรณีทผู้ป่วยไม่ ี่ สามารถอยู่นิ่ง(Immobilization in cases with hyperactive)
  • 46. การจัดการพฤติกรรมของผูป่วยภาวะ ้ปัญญาอ่อน Mild sedative + immobilization ช่วยลดความไม่ อยู่นิ่งและลดความวิตกกังวล ใช้เวลาสั้นๆ ในการรักษา ใช้ Mouth prop ช่วยอ้าปากให้ อ้าปากได้นิ่ง ๆ ในขณะทำาการ รักษา
  • 47. การจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยภาวะปัญญาอ่อน ใช้ยาชา Ultra short acting anesthetics ผูป่วยปัญญาอ่อนรุนแรงและมีปริมาณ ้ การรักษามาก การดมยาสลบเป็นทาง เลือกที่ดกว่า ี ทันตกรรมป้องกันเป็นสิงทีมีคณค่าและ ่ ่ ุ ควรจัดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อ ป้องกันโรคในช่องปากในผู้ป่วย
  • 48. ลักษณะของผูป่วยกลุมอาการดาวน์ ้ ่
  • 49. ภาวะแทรกซ้อนในผูป่วยกลุ่มอาการ ้ดาวน์  จะเป็นโรคหัวใจ 30-40%  มีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจได้ ง่าย การขับเสมหะทำาได้ไม่ดี มีภาวะการ อุดตันของทางเดินหายใจชนิดเฉียบพลัน และเรื้อรัง มี sleep apnea  มีอัตราเสี่ยงสูงของการเกิดมะเร็งเม็ด เลือดขาว  ระบบกล้ามเนื้อแข็งแรงลดลง  มีการชัก 5-10%
  • 50. ลักษณะของผูป่วยกลุมอาการ ้ ่ดาวน์ มีระดับสติปญญาตำ่ากว่า 70 mild- ั moderate M.R. พัฒนาการช้า ปรับตัวช้า พัฒนาด้านภาษาและการสื่อสารช้า อย่างชัดเจน ด้านโภชนาการ แนวโน้มนำ้าหนักเกิน จากการชอบรับประทาน พวกแป้ง
  • 51. การจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยกลุ่มอาการดาวน์ ส่วนใหญ่ IQ ไม่ตำ่าเกินไป อารมณ์ดี ยิ้มง่าย ดูสดชื่น มีความสามารถในการให้ความร่วมมือสั้น ๆ สามารถใช้จิตวิทยาในการจัดการ tell-show-do การเบี่ยงเบนความสนใจ การให้กำาลังใจ การชมเชย
  • 52. การรักษาทางทันตกรรม ในผู้ป่วยออทิสติก (เทคนิคการจัดการ)
  • 53. โรคออทิสติก หรือ ออทิสซึม เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูป แบบหนึง่ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ ไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคม ไม่สามารถพัฒนาทักษะทางภาษา และการสื่อความหมาย มีความผิดปกติหรือบกพร่องใน พฤติกรรม การทำากิจกรรมและความ
  • 54. ความผิดปกติในการใช้ภาษาและการสื่อความหมาย ไม่พูด ไม่ตองการสื่อสารโดยการ ้ พูด พูดคำาซำ้าๆ หรือพูดแบบนกแก้ว พูด เลียนแบบ พูดไม่รเรื่อง พูดภาษาต่างดาว ู้ โต้ตอบไม่เป็น ใช้สรรพนามและไวยากรณ์ไม่ถูก
  • 55. เรียกไม่หน ไม่สบตา ั
  • 56. ความผิดปกติของพฤติกรรม และการทำากิจกรรม ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ต้องการคงสภาพ เดิม ทำากิจกรรมซำ้าๆ เป็นแบบแผน หมกมุนในวัตถุ ่ ไม่มีความยืดหยุ่นในการเล่น ไม่เล่นกับผู้อื่น มีการเคลื่อนไหวแปลกๆ การกระทำาซำ้าๆ อย่างไร้จุดหมาย มีความผิดปกติในการกิน
  • 57. พฤติกรรมของเด็กออทิสติก เด็กออทิสติกมีความกลัวต่อบางอย่าง เป็นพิเศษ แต่กลับไม่กลัวในสิ่งทีเป็น ่ อันตราย
  • 58. ระดับสติปัญญาของเด็กออทิสติกn Ornitz & Ritvo (1976) 2/3 ถึง 3/4 จะเป็นปัญญาอ่อนn Young และคณะ (1989) 75-80 % ของเด็กออทิสติกเป็นปัญญาอ่อนn 2/3 มีภาวะต้องพึ่งพิงผู้อื่นตลอดชีวิตn 1/3 พึ่งพาตนเองได้พอสมควรn 1-2 % พึ่งพาตนเองได้เต็มที่ เหมือน คนปกติ
  • 59. อาการสำาคัญที่พบร่วมในเด็ภาวะปัญญาอ่อน• กออทิสติก 70-80%• สมาธิสน ไม่อยู่นิ่ง ั้ 40-60%• ซึมเศร้า/อารมณ์แปรปรวน 44%• โรคลมชัก 25-40 %• ทำาร้ายตนเอง 25-40%• ปัญหาในการนอน 10-30
  • 60. เด็กออทิสติกที่สามารถพูดได้ก่อนอายุ 5 ป จะมีการพัฒนาการบุคลิกภาพ อย่างต่อเนือง ่
  • 61. ปัญหาทางทันตกรรมในเด็กออทิสติก อุบัติการณ์ของการเกิดโรคในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ ในเด็กออทิสติกไม่แตกต่างจากเด็กปกติ ปัญหาหลักอยู่ที่พฤติกรรมของเด็กที่ไม่ สามารถสื่อสาร เด็กออทิสติกมีความวิตกกังวลและ ความกลัวการทำาฟันมากกว่าเด็กปกติ
  • 62. วิธีการจัดการรักษาทางทันตกรรมในเด็กออทิสติกทันตแพทย์และทีมงาน มีความรู้ ความเข้าใจในพฤติกรรมของ เด็กออทิสติก ให้การรักษาบนพื้นฐานของความรัก เอื้ออาทรต่อผู้ป่วย มีความอดทน พยายาม การรักษาอาจ
  • 63. การซักประวัติ :ทันตแพทย์และผู้ช่วย ทันตแพทย์ : เป็นผู้ฟังที่ดี สุภาพ การกระตุนให้กำาลังใจ ้ มีทักษะในการสนทนา ผู้ ปกครองไว้วางใจ
  • 64. การให้ข้อมูลประวัติของเด็กออทิสติกอย่ งครบถ้ววไป า ประวัตทั่ น ิ  ประวัตทางการแพทย์ ยาที่ได้รบเพื่อ ิ ั การรักษาอาการ  ประวัตการรักษาทางทันตกรรม ิ  เด็กมีพฤติกรรมทำาร้ายร่างกายตัวเอง คนอื่น หรือไม่  มีอารมณ์แปรปรวนบ่อยหรือไม่ อย่างไร
  • 65. การเตรียมเด็กออทิสติกก่อนที่จะมารักษาทางทันตกรรม เด็กที่สามารถสื่อสารได้ ควรบอก เด็กล่วงหน้า ว่า จะมาให้หมอตรวจฟัน อธิบายวิธีการคร่าวๆ เช่น นั่งบนเก้าอี้ หมอปรับเก้าอี้เป็นเตียง นอน ลูกนอนนิ่งๆ อ้าปากกว้างๆ ให้หมอ ตรวจฟัน
  • 66. การเตรียมเด็กออทิสติกก่อนทีจะมารักษาทา ่ทันตกรรม แนะนำาให้เด็กออทิสติกสร้างความคุ้นเคย กับคลินิกทันตกรรมโดยการติดตามสมาชิก ของครอบครัวมายังคลินิกทันตกรรม ดีกว่า ให้เด็กออทิสติกมาพบทันตแพทย์ตาม ลำาพัง
  • 67. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกที่สามารถสือสารได้ ่ เริ่มทำาการรักษาจากงานง่ายๆ ไป หายาก ใช้คำาง่ายๆ สั้นๆ ซำ้าๆ บอกเด็ก ใช้เวลามากกว่าเด็กปกติ เด็กสามารถเรียนรู้ และปฏิบัตตน ิ ตามคำาแนะนำา ทพ. ให้คำาชม/รางวัลแก่เด็กเมือ ่
  • 68. การจัดการพฤติกรรมการรักษาทางทันตกรรมเป็นการ รบกวนเด็กออทิสติก Tell-show-do (ยากในการบอก และแสดง) สามารถชักชวนให้ขดฟันได้ ั ใช้เวลามากในการปรับพฤติกรรม กระบวนการเรียนรู้ช้า แสดงขั้น ตอนช้า ๆ พร้อมกับการให้รางวัล
  • 69. การตรวจช่องปาก ออกคำาสั่งสั้น ๆ พูดซำ้าๆ สุภาพ และนุ่มนวล ทพ.ใช้กระจกส่องปาก ไม่ใช้ explorer สอนเด็กให้อ้าปากเพื่อขัดฟัน ได้ ใช้เวลาสั้นๆ
  • 70. Hyperactive child หลีกเลี่ยง : การรอคอยเป็นเวลานาน เครื่องมือทีมีเสียงดังมาก ่ แสงจ้า แสงสะท้อนของผิวโลหะ สิ่งเร้าต่างๆ ทีกระตุ้นเด็ก ่
  • 71. Hyperactive child ควร : บรรยากาศเงียบ สงบ การเคลือนไหวน้อยสุด สิงเร้าน้อ ่ ่ ใช้เวลาสัน ๆ ในการรักษา ้
  • 72. การให้การรักษาทางทันตกรรม เด็กสามารถเรียนรู้และ ยอมรับการฉีดยาชา สามารถ ทำาการรักษาด้วยวิธีการทาง จิตวิทยาแม้กระทั่งการถอน ฟัน ไม่ควรให้เด็กรอคอยนาน
  • 73. Bäckman B, Pilebro C (1999)การเรียนการสอนโดยใช้รปภาพ ู สอนเด็กออทิสติกให้รู้จักวิธีการแปรง ฟัน และการรักษาทันตกรรมโดยใช้ รูปภาพเป็นสื่อการสอน ซึ่งเขาพบว่า เด็ก ออทิสติกจะติดต่อสื่อสารผ่านทางรูปภาพ ได้ดีกว่าผ่านทางคำาพูด ผลที่ได้คือ เด็กมี สุขภาพช่องปากทีดีขึ้น และเด็กให้ความ ่ ร่วมมือในการทำาฟันมากกว่าเด็กที่ไม่ได้ รับการสอนด้วยรูปภาพ
  • 74. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism ขึ้นกับความสามารถในการเรียนรู้ เหมาะสำาหรับเด็กออทิสติกที่สามารถสื่อสาร ได้โดยการดูภาพ Visual pedagogy เป็นสื่อการสอนเด็กออทิ สติกในการประกอบกิจวัตรประจำาวัน ใช้ปรับ พฤติกรรมของเด็กในการดำาเนินชีวิตไปตาม ตารางกิจกรรมต่างๆ Backman B,Pilebro C. Visual pedagogy in dentistry for children with autism. ASDC J Dent Child.1999.
  • 75. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism The front door The waiting room
  • 76. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism The dentist The operating room The lamp
  • 77. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism “Mouth wide open” Instrume nt and objects to be used.
  • 78. Visual pedagogy in dentistry forchildren with autism “Visual pedagogy is a way of introducing dentistry to children with autism.”
  • 79. Visual pedagogyแนะนำาการรักษาทางทันตกรรม
  • 80. Visual pedagogy
  • 81. Visual pedagogy
  • 82. Visual pedagogy
  • 83. Visual pedagogy
  • 84. Visual pedagogy แนะนำาการแปรงฟัน
  • 85. Visual pedagogy
  • 86. Visual pedagogy
  • 87. Visual pedagogy
  • 88. Visual pedagogy
  • 89. Visual pedagogy
  • 90. Visual pedagogy
  • 91. Visual pedagogy
  • 92. Visual pedagogy
  • 93. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกทีไม่สามารถสือสาร /ไม่ให้ ่ ่ความร่วมมือ พิจารณาปัจจัยต่างๆร่วมกับการตัดสิน ใจของผู้ปกครอง ความรุนแรงของพฤติกรรมของเด็ก ออทิสติก ความรุนแรงและความจำาเป็นรีบด่วน ของการรักษา ประมาณงานรักษามากหรือน้อย
  • 94. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกทีไม่สามารถสือสาร /ไม่ให้ ่ ่ความร่วมมือ การควบคุมทางร่างกาย
  • 95. วิธีการจัดการเด็กออทิสติกทีไม่สามารถสือสาร /ไม่ให้ ่ ่ความร่วมมือ การรักษาทางทันตกรรมภายใต้การดม ยาสลบ
  • 96. การรักษาทางทันตกรรมเด็กที่มีพฤติกรรมรุนแรง
  • 97. การรักษาทางทันตกรรมเด็กที่มีพฤติกรรมรุนแรง
  • 98. การให้ทันตสุขศึกษา เน้นการทำาความสะอาดช่องปาก ด้วยการแปรงฟัน ให้คำาแนะนำาเรื่องการรับประทาน อาหาร การให้ฟลูออไรด์เสริม
  • 99. Preventivemanagement  High caries risks  Oral hygiene instruction แก่ผู้ ปกครอง o เน้นให้พ่อแม่ตระหนักถึงความสำาคัญในการ ดูแลสุขภาพช่องปาก o สอนการแปรงฟันโดยใช้ Scrub technique แก่ผู้ปกครอง o เลือกแปรงสีฟันที่มขนาดและสีที่เด็กชอบ ี o มีการให้รางวัลและให้กำาลังใจร่วมด้วยใน ขณะแปรงฟัน o สอนการใช้ไหมขัดฟัน o หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะหันเหความสนใจของเด็ก
  • 100. Preventivemanagement Diet counseling • แนะนำาอาหารที่มประโยชน์และไม่ก่อให้เกิด ี ฟันผุ • ไม่ใช้ขนมหวานเป็นรางวัลให้เด็ก หรือให้ เพื่อให้เด็กอารมณ์ดี • งดการทานจุบจิบระหว่างมื้อ • จำากัดอาหารประเภทแป้งและนำ้าตาล • วิเคราะห์การบริโภคอาหารของผู้ป่วย และ ให้คำาแนะนำาที่เหมาะสม • ติดตามผลการเปลี่ยนแปลงทุก 6 เดือน
  • 101. Preventivemanagement [Fluoride • Fluoride Professional topical fluoride varnish] • Fluoride supplement • Fluoride toothpaste Pit & fissure sealant Injuries prevention counseling Regular professional
  • 102. ฝึกรับประทานอาหารให้ เป็นเวลา ไม่รบประทานจุบจิบ ัแปรงฟันหลังอาหารทุก มื้อ
  • 103. Mouth protector เด็กออทิสติก : ไม่รู้จักสิงที่มีอันตราย ่ ไม่มีความรู้สกเจ็บปวด ึ มีพฤติกรรมทำาร้ายตัวเอง
  • 104. การจัดการทางทันตกรรม แก่ ผูป่วยตาบอด ้
  • 105. ตาบอด
  • 106. ตาบอด
  • 107. ตาบอด
  • 108. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด ไม่ยุ่งยากมากในการจัดการ พฤติกรรม สามารถสื่อสารด้วยการพูด สามารถรับรู้ดวยประสาทสัมผัสอื่น ้ ทียงคงมีอยู่ เช่น การสัมผัสทาง ่ ั กาย การดมกลิ่น การรับรสทางลิ้น
  • 109. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด แนะนำาเด็กตาบอดรู้จักกับ ทพ.และผู้ช่วยฯ โดยการ อนุญาตให้เด็กตาบอดคลำา หน้า การทำาความรู้จักด้วย มิตรภาพจะทำาให้เด็กไว้ใจ
  • 110. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอดเด็กพิการทางสายตาจำาเป็นต้องได้รับคำาแนะนำาขั้นตอนการรักษาใหม่ๆ ทีไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ่เสมอ โดยการอธิบายอย่างช้าๆควรให้ผู้ปกครองเข้ามาอยูด้วยใน ่ครั้งแรกๆ เพื่อให้เด็กไม่กลัว และมีความสบายใจ
  • 111. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด ควรมีการพูดคุยกับเด็กตลอดการ รักษา ไม่ปล่อยเด็กให้อยู่บนเก้าอี้ทำาฟัน ตามลำาพัง ต้องอธิบายขันตอนใหม่ของการ ้ รักษาทุกครั้ง
  • 112. การจัดการพฤติกรรมเด็กตาบอด เพิ่มการใช้โสตประสาท:  การเล่านิทาน  การร้องเพลง เพิ่มการใช้ประสาทสัมผัส เพิ่มการใช้ประสาทการดมกลิน ่ และการรับรส
  • 113. การรักษาทางทันตกรรม ในผู้ป่วยบกพร่องทางการได้ยิน
  • 114. การบกพร่องทางการได้ยิน หูตึง 26-90 dB ได้ยินเสียงบ้าง แต่เสียงต้องดัง ใช้เครืองขยายเสียงช่วยได้ ่ หูหนวก > 90 dB ไม่สามารถได้ยินเสียงสนทนา ไม่สามารถใช้เครื่องขยายเสียง
  • 115. การสื่อสารกับคนบกพร่องทางการได้ยน ิ Oral method of communication Manual method of communication Total communication
  • 116. Manualmethod • การสะกดคำาด้วยนิ้วมือ • ภาษามือ
  • 117. Finger spelling of Thai alphabets
  • 118. ภาษามือ ปวดฟัน ไม่
  • 119. การสือสารกับผู้ปวยบกพร่องทางการ ่ ่ได้ยินในการรักษาทางทันตกรรม ให้ผู้ปกครองอยู่ช่วยในการสื่อสาร โดยเฉพาะเด็กเล็ก ใช้ภาษากายแทนภาษาพูด การยิ้ม แสดงความเป็นมิตร การปฏิบัตต่อเด็ก ิ ด้วยความนุ่มนวล ใช้ภาพช่วยในการสื่อสาร/อธิบาย เตรียมกระดาษ ดินสอ สำาหรับเด็กที่ อ่านออกเขียนได้
  • 120. Lip readingหันหน้าเข้าหากัน ระยะห่าง 2-3 ฟุตตาสบตาไม่ตะโกนพูดในลักษณะปกติไม่เน้นคำามากเกินไป (Not emphaticwords)เสียงฟังชัดเจนปกติภายใต้แสงสว่างพอเพียง
  • 121. Body language & feelingการแสดงออกของสีหน้า (Facialexpression)ท่าทาง (Posture)การเคลื่อนไหว (Movement)สังเกตสีหน้าของผูป่วย แสดง ้อารมณ์ความรู้สึก กลัว วิตกกังวลเครียด โกรธ พอใจ สงสัย เป็นต้น
  • 122. Thank you for your attention มาลี อรุณากูร Malee.aru@mahidol.ac.th