ตัวอย่างการทำslide

7,852
-1

Published on

รับทำงาน presentaion จาก รับทำโปรเจค.net

Published in: Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
7,852
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ตัวอย่างการทำslide

  1. 1. ข้ อเสนอแนะในการทําวิจย ัการเขียนข้ อเสนอแนะมุ่งเสนอใน 3 ประเด็นหลัก คือ
  2. 2. ข้ อเสนอแนะในการทําวิจัย1. เกี่ยวกับผลการวิจยที่นาไปใช้ ั ํเป็ นการเขี ย นให้ ผูอ่ า นทราบว่ า จากผลการวิ จ ัย ที่ ไ ด้ สามารถ ้นํา ไปใช้ ป ระโยชน์ อ ะไรได้บ้า ง โดยนิ สิ ต นั ก ศึ ก ษาจะต้อ งเสนอแนะและให้ความละเอียดอย่างเพียงพอที่จะสามารถนําไปใช้ได้ทนที ั
  3. 3. ข้ อเสนอแนะในการทําวิจัย2. เกี่ยวกับระเบียบวิธีวจย ิัเป็ นการเสนอแนะให้ผอ่านที่จะทําวิจยในทํานองเดียวกันได้ทราบว่า ู้ ัควรทําอย่างไร ทําตามที่ นิสิต นักศึ กษาทําหรื อควรใช้วิธีการอื่ นใช้วิธีการใด ควรเสนอแนะไว้อย่างชัดเจน และต้องเสนอแนะว่าที่นิสิต นักศึกษาทํานั้นมีปัญหาอะไร และแก้ไขอย่างไรจึงจะได้ผลดีตัว อย่ า งเช่ น นิ สิ ต นัก ศึ ก ษาเก็ บ รวบรวมข้อ มู ล พบว่ า มี ปั ญ หาเรื่ องเวลา จํานวนข้อสอบที่มีมากเกินไป นักเรี ยนเกิดความเบื่อหน่ายการเสนอแนะ ต้องเสนอแนะครั้ งต่อไปควรระมัดระวังเรื่ องเวลาจํานวนข้อสอบ
  4. 4. ข้ อเสนอแนะในการทําวิจัย3. เกี่ยวกับการทําวิจยครั้งต่อไป ัเป็ นการเสนอแนะให้ ผูอ่ า นที่ จ ะทํา วิ จ ัย ครั้ งต่ อ ไปในลัก ษณะ ้เดี ย วกัน ให้ ท ราบว่ า ควรจะทํา วิ จ ัย ในประเด็ น ปั ญ หาอะไรอะไรบ้า ง ควรศึ ก ษาตัว แปรอะไรอี ก บ้า ง รวมทั้ง การเปลี่ ย นระเบี ย บวิ ธี วิ จ ัย หรื อ ไม่ จึ ง จะทํา ให้ไ ด้ผ ลการวิ จ ัย หรื อ ข้อ สรุ ปที่สมบูรณ์
  5. 5. หลักการเขียนข้ อเสนอแนะ
  6. 6. หลักการเขียนข้ อเสนอแนะข้อเสนอแนะนั้นจะต้องเป็ นเนื้ อหาสาระที่ได้จากผลการวิจย ัเรื่ องนั้น มิใช่จากความรู ้สึกนึกคิดของตัวผูวจยเอง ้ิัต้อ งเป็ นเรื่ อ งที่ ใ หม่ ไม่ ใ ช่ เ รื่ อ งที่ รู้ ๆ กัน อยู่แ ล้ว กรณี เ ป็ นเรื่ องเดิม ต้องยืนยันให้เห็นความสําคัญข้อเสนอแนะที่ เสนอแนะไปต้องสามารถปฏิ บติได้หรื อทํา ัได้จริ ง ภายในขอบเขตของการวิจย ระยะเวลาในการทํา ัข้อเสนอแนะทุ ก ข้อต้องมี รายละเอี ย ด มากพอที่ ผูอ่ านหรื อ ้ผูที่จะทําวิจยในทํานองเดียวกันสามารถนําไปปฏิบติได้ทนที ้ ั ั ั
  7. 7. ข้ อเสนอแนะในการเขียนสมมติฐาน
  8. 8. ข้ อเสนอแนะในการเขียนสมมติฐาน1. ระบุทิศทางความสัมพันธ์ให้ชดเจนั2. ประโยคสั้นๆ อ่านเข้าใจง่าย3. ต้องเกี่ยวข้องกับปัญหาการวิจย ั4. ไม่ควรเขียนปั ญหาวิจยหลายๆประเด็นในสมมติฐานข้อเดียวกัน ั5. ทดสอบได้6. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
  9. 9. ข้ อเสนอแนะในการดําเนินการวิจย ั
  10. 10. ข้ อเสนอแนะในการดําเนินการวิจย ั·กําหนดปั ญหาที่จะดําเนินการวิจยั·กําหนดวัตถุประสงค์การวิจย ั·ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ( ทฤษฎี เอกสาร งานวิจย ) ั·กําหนดกรอบแนวคิด และตั้ง สมมติฐาน นิยามศัพท์·กําหนดแบบการวิจย ั·กําหนดประชากรและวิธีการสุ่ มตัวอย่าง·สร้างเครื่ องมือและหาประสิ ทธิภาพ ของเครื่ องมือ·การรวมรวมข้อมูล ( แหล่งปฐมภูมิ, แหล่งทุติยภูมิ)·การวิเคราะห์ขอมูล ้·การนําเสนอผล ( การเสนอรายงานการวิจย) ั
  11. 11. กําหนดปัญหาในการดําเนินการวิจย ั
  12. 12. กําหนดปัญหาทีจะดําเนินการวิจัย ่เป็ นการกํ า หนดปั ญ หาของการวิ จ ั ย และเป็ นสิ่ งที่ มีความสํา คัญ มากในการวิ จ ัย และในการเลื อ กปั ญ หาในการวิจยต้องพิจารณาจากความรู ้ ทัศนคติ ความสามารถ ัของผูวิ จ ัย แหล่ ง ความรู ้ ที่ จ ะเป็ นส่ ว นเสริ ม ให้ ง านวิ จ ัย ้สําเร็ จ ประชากรและวิธีการสุ่ มตัวอย่างการรวบรวมข้อมูลรวมทั้งเงินทุน เวลาที่จะทําให้งานวิจยสําเร็ จ ั
  13. 13. กําหนดปัญหาทีจะดําเนินการวิจัย ่ข้อควรพิจารณาในการเลือกปั ญหาคือ 1. ต้องเป็ นปัญหาที่มีความสําคัญ 2. สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่มีเหตุผล 3. มีขอมูลที่เที่ยงตรงและเชื่อถือสนับสนุน ้ 4. เป็ นปั ญหาที่แสดงถึงการริ เริ่ ม
  14. 14. กําหนดวัตถุประสงค์ ในวิจย ั
  15. 15. กําหนดวัตถุประสงค์ ในการวิจย ั(STATEMENT OF RESEARCH OBJECTIVES) เมื่ อผูวิจยตัดสิ นใจเกี่ ยวกับสิ่ งที่ จะทําการวิจยแล้ว ผูวิจย ้ ั ั ้ ั ต้อ งกํา หนดข้อ ความที่ เ ป็ นปั ญ หาและวัต ถุ ป ระสงค์ใ น การวิจยให้ชดเจน การกําหนดวัตถุประสงค์ในการวิจยเป็ น ั ั ั การค้น หาคํา ตอบที่ ต ้องการจากงานวิจ ย วิธีก ารกําหนด ั วัต ถุ ป ระสงค์ ที่ นิ ย มใช้ ที่ สุ ด คื อ การตั้ง สมมติ ฐ านใน การวิจย ั
  16. 16. กําหนดกรอบแนวคิดและตั้งสมมติฐาน นิยามศัพท์
  17. 17. กําหนดกรอบแนวคิดในการวิจย ั (CONCEPTUAL FRAMEWORK )แนวคิดของผูวิจยที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ้ ัตัวแปรต้นและตัวแปรตาม ที่ใช้ศึกษาในการวิจยครั้งนั้น ๆ ัโดยมี ที่ ม าจากการทบทวนเอกสารวรรณกรรม แนวคิ ดทฤษฎี ตลอดจนผลงานวิจยที่เกี่ยวข้อง แล้วนํามาเขียนเป็ น ัแผนภาพเชื่ อ มโยงเพื่ อ แสดงให้ เ ห็ น ถึ ง ความสั ม พัน ธ์ระหว่างตัวแปรที่ ศึกษาในงานวิจย ประโยชน์ของกรอบ ัความคิดในการวิจย ั
  18. 18. กําหนดแบบการวิจย ั
  19. 19. กําหนดแบบการวิจย ัแบบการวิจยหมายถึง แผน โครงสร้ าง และยุทธวิธี ใน ัการศึ ก ษาค้น คว้า เพื่ อ ให้ ไ ด้ม าซึ่ งคํา ตอบต่ อ ปั ญ หาที่ต้องการวิจย ัแผน หมายถึง ขอบข่ายของโปรแกรมการดําเนินงานวิจย ัทั้งหมด ที่ผวจยได้ทาการวางแผนไว้ ู้ ิ ั ํโครงสร้ าง หมายถึ ง เค้าโครงหรื อแบบจําลอง ของตัวแปรในการวิจย ั
  20. 20. กําหนดแบบการวิจย ัยุทธวิธี หมายถึง วิธีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ขอมูล ้เค้าโครงการวิจย หมายถึง รายละเอียดของขั้นตอนต่างๆ ัของการทําการวิจย ซึ่ งเริ่ มตั้งแต่ ปั ญหาการวิจยไปจนถึง ั ัการเก็บรวบรวมข้อมูล และแนวทางในการวิเคราะห์
  21. 21. ลักษณะของแบบการวิจย ั
  22. 22. ลักษณะของแบบการวิจย ั แบบการวิจยที่ มีการทดลอง การออกแบบ ัเป็ นการกํา หนดรายละเอี ย ดต่ า ง ๆ เกี่ ย วกับ การทดลองที่จาเป็ น ดังนี้ ํ · การกําหนดกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม · กําหนดตัวแปรในการทดลอง · เลือกแบบแผนแบบการทดลอง · สร้างเครื่ องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง · ดําเนินการทดลองตามแผนแบบ
  23. 23. แบบการวิจัยเชิงสํ ารวจแบบการวิ จ ัย เชิ ง สํ า รวจ เป็ นการวิ จ ัย ที่ ไ ม่ มี ก ารสร้ า งสถานการณ์ เ ชื่ อ มโยงใด ๆ กั บ ข้ อ มู ล ที่ เ กิ ด ขึ้ นตามธรรมชาติเป็ นการค้นหาความจริ งตามสภาพการณ์ปัจจุบน ัที่ปรากฏอยูหรื อให้เห็นว่ามีขอเท็จจริ ง อย่างไรที่ปรากฏอยู่ ่ ้มี ค วามสั ม พัน ธ์ กัน อย่า งไร โดยไม่ มี ก ารจัด กระทํา เพื่ อควบคุมตัวแปรใด ๆ รู ปแบบการวิจยแบบสํารวจจําแนกได้ ัดังนี้ การสํารวจเชิ งบรรยาย การสํารวจเชิ งเปรี ยบเที ย บการสํารวจเชิงสหสัมพันธ์ การสํารวจเชิงสาเหตุ
  24. 24. แบบการวิจัยเชิงสํ ารวจการออกแบบการวิจยในการวิจยเชิงสํารวจที่สาคัญคือ ั ั ํ ออกแบบการเลือกตัวอย่าง ออกแบบการวัดค่าตัวแปร ออกแบบการวิเคราะห์ขอมูล ้
  25. 25. แบบการวิจัยเชิงพัฒนาแบบการวิจยเชิงพัฒนา ัเป็ นการวิจยที่ มุ่งเน้นที่ จะนําผลการวิจยมาเพื่อปรั บปรุ ง ั ัเปลี่ยนแปลง เพิ่มคุณภาพ ประสิ ทธิ ภาพ การทํางานปกติในองค์ก รหรื อ หน่ ว ยงานต่ า ง ๆ โดยอาศัย ยุท ธศาสตร์ ่ ัวิธีการหรื อเทคนิ คต่าง ๆ ทั้งนี้ ข้ ึนอยูกบลักษณะธรรมชาติของงานหรื อหน่วยงานนั้น ๆ
  26. 26. แบบการวิจัยเชิงประเมิน( EVALUATION RESEARCH ) การวิจยเชิงประเมินผล ( Evaluation Research ) ั เป็ นรู ปแบบการวิจยชนิ ดหนึ่ ง เหมื อนการวิจยเชิ งสํารวจ ั ั แต่ ก ารวิ จ ั ย เชิ ง ประเมิ น ผล เป็ นวิ ธี การวิ จ ั ย ที่ มุ่ ง หา ความรู ้ +ความจริ งมาหาคุ ณค่ า ของสิ่ งที่ วิจยนั้น เพื่อให้ ั ผูบริ หารคิดสนใจว่าความยุติโครงการหรื อให้ดาเนิ นการ ้ ํ ต่อไป
  27. 27. แบบการวิจัยเชิงประเมิน( EVALUATION RESEARCH ) การวิจยเชิงประเมินผล สามารถดําเนินการประเมินได้ ั ใน 3 ระดับ 1. ก่อนการดําเนินงาน 2. ระหว่างดําเนินงาน 3. สิ้ นสุ ดโครงการ
  28. 28. กระบวนการและขั้นตอนการทําวิจยเชิงประเมินผล ั
  29. 29. กระบวนการและขั้นตอน การทําวิจยเชิงประเมินผล ัขั้นที่ 1 เลือกโครงการและตั้งหัวข้อวิจย ัขั้นที่ 2 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องขั้นที่ 3 กําหนดปัญหา เป้ าหมายและวัตถุประสงค์ของการประเมินขั้นที่ 4 ออกแบบวิจย วางแผนวิจยประเมิน ั ัขั้นที่ 5 เก็บรวบรวมข้อมูลขั้นที่ 6 วิเคราะห์ขอมูลและแปรผล ้ขั้นที่ 7 การเสนอรายงานวิจยเชิงประเมินผล ั
  30. 30. สรุปข้ อเสนอแนะในการทําวิจย ั 1. คํา ที่ ใ ช้ต ้อ ง ตรวจสอบจากพจนานุ ก รมที่ เ ป็ นที่ ยอมรับ อย่าให้ผด ิ 2.ต้องมี Reference ของภาพ และข้อความที่คดลอกมา ั 3. อย่าใช้คาว่าหน่วยที่แบบแผนการจัดการเรี ยนรู ้ แต่ ํ ให้ใช้คาว่า บทที่ ํ
  31. 31. สรุปข้ อเสนอแนะในการทําวิจย ั 4. หัวข้อใหญ่ตวอักษรใหญ่ชิดซ้าย หัวข้อย่อย ั ย่อหน้า 1 Tab ตัวเล็กลงและลดหลันกันไป ่ 5. Technical Term ต้องแปลเป็ นภาษาไทย เช่นแฟ้ ม ข้อมูลหลัก (Master File) เป็ นต้น 6. อย่าใช้คาไทย สลับกับคําภาษาอังกฤษ ํ
  32. 32. สรุปข้ อเสนอแนะในการทําวิจย ั 7. เอกสารประกอบการสอน และตํา ราจะต้อ งเป็ น คนละวิชา 8. ตํารา ต้องมีการเปิ ดสอนในสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษา 9. ขนาดตัวอักษร หัวข้อใหญ่มีขนาด 18 และหนา หัวข้อรองมีขนาด 16 และหนา
  33. 33. กล่ มที่ 17 ุเรื่อง ข้ อเสนอแนะในการทําวิจย ั
  34. 34. ผู้จัดทํา1.นางสาวสมปอง ทองเนียม รหัส 52026001012.นางสาวจันจิรา แดงคงแก้ว รหัส 52026016793.นางสาวธนาพร หงส์ชย ั รหัส 52026000934.นายอทิพนธ์ เมฆินทรางกูร ั รหัส 52026006975.นายสุ ภทรพงษ์ ศิลปกร ั รหัส6.นายศราวุธ เกตุวรั รหัส 52026007137.นายกษิดิศ พฤกษะวัน รหัส 5202601257

×