การประเมินเสริมพลัง
รัตนะ บัวสนธ / เชาว อินใย

ความหมายและลักษณะ
การประเมินเสริมพลัง มาจากคําวา Empowerment Evaluation ...
2
ในการประเมินเสริมพลังนักประเมินอาจจะใชรปแบบหรือวิธีการตาง ๆ ประกอบดวย อาทิ การ
ู
ฝกอบรม (training) การสนับสนุนสงเสร...
3
ประเมิน การประเมินเสริมพลังเปนกระบวนการดําเนินงานทีตอเนื่อเปนวัฏจักรซึงเปนผลมาจากการใหผล
่ 
่
สะทอนกลับการประเมินแ...
4

ประเด็นวิพากษแนวคิดการประเมินเสริมพลัง
ภายหลังจากการนําเสนอแนวคิดการประเมินเสริมพลังซึง Fetterman ไดนาเสนอครังแรกใน
่...
5
evaluation, naturalistic evaluation และ goal-base evaluation ซึ่งแนวคิดการ
ประเมินทังหลายนี้ใชเกณฑการประเมินทีแตกตางก...
6
รายละเอียดเกี่ยวกับผูเ ขียน
ดร.รัตนะ บัวสนธ
ผูชวยศาสตราจารย ระดับ 8 ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร

มหาวิทยา...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Story3

1,146
-1

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,146
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Story3

  1. 1. การประเมินเสริมพลัง รัตนะ บัวสนธ / เชาว อินใย ความหมายและลักษณะ การประเมินเสริมพลัง มาจากคําวา Empowerment Evaluation การประเมินเสริม พลังใชมโนทัศนหรือแนวคิดจากการประเมิน เทคนิคการประเมิน และขอคนพบของการประเมินเพือ ่ ผลักดัน (foster) ใหเกิดการปรับปรุงและกําหนดทิศทางการพัฒนาตนเอง การประเมินเสริมพลังสามารถใชไดทั้งเทคนิควิธีเชิงปริมาณและคุณภาพ นอกจากนั้นยังสามารถ จะนําไปเสริมพลังตนเองไดทงในระดับตัวบุคคล องคกร ชุมชน สังคม ซึงปกติแลวจะเนนไปที่ ้ั ่ โครงการทีนาไปใช ่ ํ ความเปนมาและขอบขายสาระ การประเมินเสริมพลังเปนอีกวิธีการหรือแนวคิดหนึงของการประเมินที่ไดรบการคิดคนนําเสนอ ่ ั โดย David Fetterman แหง Standford University ในป ค.ศ.1993 พืนฐาน ้ ของแนวคิดนี้มาจากแรงปรารถนาของ Fetterman ทีตองการจะแลกเปลี่ยนประสบการณหรือบทเรียน ่ ระหวางนักวิชาการนักประเมินกับกลุมบุคคลเปาหมายที่ไดรบโครงการตาง ๆ เพื่อใหกลุมบุคคลเปาหมาย ั สามารถที่จะพัฒนาตนเองได นอกจากพื้นฐานแนวคิดของการประเมินนี้ยังอาศัยความรูทางดานจิตวิทยา ชุมชน (Community Psychology) ปฏิบตการทางมานุษยวิทยา (action ัิ anthropology) ประกอบดวยเชนกัน จุดมุงหมายทีสาคัญของการประเมินเสริมพลัง คือ การชวยบุคคลใหสามารถชวยตนเองได  ่ ํ สามารถปรับปรุงการนําโครงการไปใชโดยอาศัยการประเมินตนเองและการสะทอนกลับผลการประเมิน ตนเอง ผูเ ขารวมในโครงการแตละฝายจะเปนผูควบคุมดําเนินการเนนการประเมินดวยตนเอง ในขณะที่นัก ประเมินภายนอก (outsider evaluator) จะแสดงบทบาทในฐานะผูฝกสอน(Coach) หรือผูให การสนับสนุนเพิมเติมซึงขึนอยูกบความสามารถหรือศักยภาพภายในของโครงการประเมิน บทบาทของนัก ่ ่ ้ ั ประเมินไมใชผูมีอานาจเหนือคนอื่น ๆ การประเมินเสริมพลังตองอาศัยหลักการแบบประชาธิปไตย ความ ํ รวมมือกันแตละฝายนักประเมินจะเขาไปเกี่ยวของเมือไดรับการรองขอเชือเชิญเทานัน ่ ้ ้ ดวยเหตุน้ีการประเมินเสริมพลังจึงตางจากการประเมินทัว ๆ ไปที่จุดหมายปลายทางสุดทายไมใช ่ การตัดสินคุณคา (value) หรือราคา (worth) ของโครงการหากแตเปนเพียงสวนหนึ่งของการ ประเมินเสริมพลังเทานัน ทังนีคุณคาหรือราคาของโครงการจะเปลียนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามเงื่อนไขตาง ๆ ้ ้ ้ ่ ทีเ่ ปลียนแปลงไปดังแนวคิดของความเปนพลวัตร(Dynamic) และวิธีการประเมินตอบสนอง ่ (Responsive Evaluation Approach)
  2. 2. 2 ในการประเมินเสริมพลังนักประเมินอาจจะใชรปแบบหรือวิธีการตาง ๆ ประกอบดวย อาทิ การ ู ฝกอบรม (training) การสนับสนุนสงเสริม (facilitation) การโนมนาวชักชวน (advocacy) การชี้ชองทางสวาง (illimination) และการใหเสรีภาพ (liberation) ซึ่งแต ละรูปแบบมีสาระโดยสรุปดังนี้ 1 การฝกอบรม : Training บทบาทของนักประเมินทีดีจะชวยสอนหรือฝกใหบุคคลหรือองคกรสามารถทีจะทําการควบคุม ่ ่ ดําเนินการ (conduct) การประเมินตนเองใหได เปนการฝกใหทาการประเมินภายใน องคกร ํ (internal evaluation) และใชผลการประเมินเพื่อพัฒนาตนเองตอไป 2. การสนับสนุนสงเสริม : Facilitation ในบทบาทนี้นักประเมินจะทําหนาทีเ่ ปนผูสนับสนุนหรือโคชที่ชวยใหบุคคลหรือองคกร  ควบคุมดําเนินการประเมิน ชวยสมาชิกผูรวมงานในองคกร (staff members) ใหฉุกคิดตระหนัก  ถึงสิงทีพวกเขากําลังทําอยูและเปาหมายที่ตองการจะไปใหถึง นักประเมินอาจจําเปนในการจัดเตรียมขอมูล ่ ่ เพือชวยเหลือทีมผูสนับสนุน ทํางานรวมกับกลุมสนใจ บางครังนักประเมินอาจจะตองชวยในการ ่  ้ ออกแบบการประเมินใหกบบุคคลหรือองคกรนัน ๆ ั ้ 3. การโนมนาวชักชวน : Advocacy บางครังในการประเมินเสริมพลัง นักประเมินอาจจะตองทําการควบคุมดําเนินการประเมิน ้ สําหรับกลุมตาง ๆ ภายหลังจากเปาหมายและการออกแบบการประเมินไดทําการกําหนดไวเรียบรอยแลว นักประเมินอาจจะโนมนาวชักชวนใหบุคคลผูรวมในโครงการทําการสราง (Shape) ทิศทางการ  ประเมิน เสนอแนะความคิดเห็นเพือการแกปญหาและตามไปดวยบทบาทของผูปฏิบัติในการสรางการ ่  เปลียนแปลงในสังคม ่ 4. การชี้ชองทางสวาง : Illimination บางครั้งนักประเมินอาจจําเปนตองแสดงบทบาทเปนผูขจัดความไมชัดเจนในเปาหมายหรือทิศ ทางการประเมินตนเองของบุคคลหรือองคกร ในบทบาทนีนกประเมินเปรียบเสมือนผูชทางสวางเกี่ยวกับ ้ ั ้ี การประเมินใหกบองคกรหรือบุคคล ั 5. การใหเสรีภาพ : Liberation การประเมินเสริมพลังจําเปนตองกอใหเกิดความเทาเทียมกันหรือความรูสึกมีเสรีภาพของบุคคล ตาง ๆ ทีเ่ ขารวมโครงการที่ตองการจะประเมินตนเอง โดยสรุปการประเมินเสริมพลังนันการกําหนดคุณคาและเปาหมายของการประเมินจะถูก ้ กําหนดหรือพัฒนาขึนโดยตัวบุคคลทีเ่ ขารวมโครงการนัน ๆ ภายใตการชวยเหลือหรือฝกอบรมจากนัก ้ ้
  3. 3. 3 ประเมิน การประเมินเสริมพลังเปนกระบวนการดําเนินงานทีตอเนื่อเปนวัฏจักรซึงเปนผลมาจากการใหผล ่  ่ สะทอนกลับการประเมินแกตนเอง ผูเ ขารวมโครงการจะเกิดการเรียนรูความกาวหนาและความตอเนืองของ ่ ผลการดําเนินงานของตนเองเพือมุงสูเ ปาหมายและจะทําการปรับปรุงแผนและวิธีการตาง ๆ ในการประเมิน ่  ตนเอง ทั้งนี้โดยอาศัยหลักความรวมมือ การชี้ชองทางสวางและการมีเสรีภาพความเทาเทียมกัน นอกจากนันยังตองอาศัยความซือสัตยในการประเมินตนเองอีกดวย ้ ่ ขั้นตอนการประเมินเสริมพลัง ขันตอนสําหรับการประเมินเสริมพลังทีจะชวยใหบุคคลอื่น ๆ เกิดการเรียนรูในการประเมิน ้ ่  โครงการของตนเองประกอบดวย ขันที่ 1 ระบุขอบเขตหรือจุดยืนของโครงการวาอยู ณ ที่ใดซึ่งรวมทั้งจุดออนและจุดแข็งของ ้ โครงการ ขันที่ 2 กําหนดเปาหมายที่ชัดเจนโดยเฉพาะเจาะจงวาโครงการตองการจะเดินไปสูที่ใดในอนาคต ้ รวมทั้งจุดเนนที่ปรากฏใหเห็นไดเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงการ ขันที่ 3 พัฒนากลวิธี (strategies) และการชวยเหลือใหผูรวมโครงการสามารถกําหนดกลวิธี ้ เปนของตนเองเพือการบรรลุเปาหมายและวัตถุประสงคของโครงการ ่ ขันที่ 4 ชวยเหลือผูเ ขารวมโครงการในการกําหนดชนิด / ประเภท ของขอมูลที่ตองการเพื่อจัดทํา ้ หรือแสดงถึงเอกสารรายงานความกาวหนาทีนาเชือถือที่จะนําไปสูเ ปาหมายของโครงการนัน ๆ ่  ่ ้ สรุป พื้นฐานที่สําคัญของแนวคิดการประเมินเสริมพลัง คือ กระบวนการเรียนรูแบบประชา  ธิปไตย ระหวางกลุมบุคคลตาง ๆ ทีเ่ ขารวมโครงการ ในการกําหนดเปาหมายระบุขอจํากัด จุดแข็งของ โครงการของตนเอง การประเมินเสริมพลังเปนกิจกรรมทีตอเนืองและมีการปรับปรุงอยูเ สมอโดยอาศัยผล ่  ่ จากการสะทอนกลับการประเมินทีบุคคลในโครงการเปนผูประเมินตนเองดวยความซือสัตยตอตนเอง ่  ่  บทบาทของนักประเมินจะมีหลายบทบาทขึนอยูกบสถานการณและการรองขอของบุคคลผูเ ขารวม ้ ั โครงการในขณะนั้นซึ่งอาจเปนบทบาทของการฝกอบรม การสงเสริมสนับสนุน การโนม-นาว การชี้ ชองทางสวาง และการใหเสรีภาพแกผเู ขารวมโครงการ การประเมินเสริมพลังจะไมสามารถเกิดขึ้นไดโดยการกระทําของบุคคลเพียงคนเดียวหรือโดยนัก ประเมินแตเพียงฝายเดียว การประเมินเสริมพลังจะสําเร็จไดเมือบุคคลตาง ๆ ทีเ่ ขารวมโครงการหรือใน ่ องคกรไดตระหนักถึงความจําเปนและความสามารถของตนเองที่จะควบคุมดําเนินการประเมินตนเองเพื่อ บรรลุเปาหมายรวมกัน
  4. 4. 4 ประเด็นวิพากษแนวคิดการประเมินเสริมพลัง ภายหลังจากการนําเสนอแนวคิดการประเมินเสริมพลังซึง Fetterman ไดนาเสนอครังแรกใน ่ ํ ้ ฐานะทีเ่ ปนประธานการจัดประชุม (Presidential Address) ประจําป 1993 ของสมาคมการ ประเมินแหงอเมริกน (American Evaluation Association : AEA) ก็ไดมีการเสนอ ั ประเด็นวิพากษแนวคิดดังกลาวนีโดยนักประเมินที่มีช่ือเสียงอาทิ Danial. L . Stufflebeam, ้ Michael Quinn Patton and Michael Scriven ซึงมีสาระการวิพากษโดยสรุปดังนี้ ่ Stufflebeam เสนอประเด็นวิพากษการประเมินเสริมพลังโดยใชมาตรฐานการประเมิน โครงการ (The Program Evaluation Standards) เปนกรอบการพิจารณาวิพากษซึ่งมี ประเด็นทีสาคัญ ๆ ไดแก ่ ํ ประเด็นที่ 1 นิยามคําวาการประเมิน : Evaluation ตามที่ Fetterman ใหนิยามการประเมินเสริมพลังวาใชมโนทัศนเดียวกันกับการ ประเมินเพื่อผลักดันใหเกิดการประเมินตนเองนั้น Stufflebeam เห็นวาบทบาทของนักประเมินทีวา ่ "ชวยเขาใหชวยตนเองได" ตามที่ Fetterman ตองการ ไมใชหรือไมตรงกับนิยามของการประเมินที่ กําหนดขึ้นโดยคณะกรรมการกําหนดมาตรฐานของการประเมินโครงการที่วา การประเมินคือการศึกษา รวบรวมเกี่ยวกับคุณคาและคุณธรรมของโครงการ ประเด็นที่ 2 บทบาทของนักประเมิน Stufflebeam เตือนและชี้ใหเห็นวาการที่ Fetterman เสนอวานักประเมินควรมี บทบาทสําคัญ ๆ 5 บทบาท ไดแก การเปนผูฝกอบรม ผูสนับสนุน ผูโนมนาว ผูช้ีชองทาง และผูใหเสรีภาพ   นันอาจเปนการบิดเบือนและกอใหเกิดความลําเอียงในการเปนผูประเมินที่มีคณธรรม (merit) และ ้  ุ คุณคา (worth) ของโครงการ ประเด็นที่ 3 แนวโนมการใชกิจกรรมและผลการประเมินไปในทางที่ผิด ในประเด็นนี้ Stufflebeam เห็นวาการที่ Fetterman เสนอวานักประเมินควร เขาไปใหคาแนะนําชวยเหลือผูรวมโครงการตาง ๆ ในการกําหนดเปาหมาย วัตถุประสงค ตลอดจนเกณฑ ํ  การประเมินและการเลือกจัดทํารายงานการประเมินนั้นเปนการเสี่ยงอยางยิ่งตอความผิดพลาดของกิจกรรม การประเมินและการใชผลการประเมิน ประเด็นที่ 4 รูปแบบการประเมินทีสัมพันธกน ่ ั Stufflebeam เห็นวา Fetterman เสนอแนวคิดการประเมินเสริมพลังโดยอาศัย หยิบยืมหรือปะปนกันระหวางแนวคิดการประเมิน discrepancy evaluation, responsive
  5. 5. 5 evaluation, naturalistic evaluation และ goal-base evaluation ซึ่งแนวคิดการ ประเมินทังหลายนี้ใชเกณฑการประเมินทีแตกตางกันตามพืนฐานความเชือและกลุมบุคคลทีเ่ กี่ยวของกับ ้ ่ ้ ่ โครงการตางกัน ดังนันการที่ Fetterman นําเสนอแนวคิดการประเมินเสริมพลังโดยหยิบยืมแนวคิด ้ ขางตนมาจึงเปนสิ่งที่ควรพิจารณาใหถองแท ซึงจะเห็นไดวาประเด็นทีสาคัญที่ Fetterman ตองตอบ ่  ่ ํ ใหชัดเจนก็คือ ความขัดแยงของคุณคาของโครงการซึงนําไปใชในสังคมที่มลักษณะพหุลักษณ ่ ี (pluralistic society) รวมทังความยุติธรรมของนักประเมินเมือไปทําหนาทีเ่ ปนผูโนมนาว ้ ่ ในขณะที่ Patton ก็เห็นวาการนําเสนอแนวคิดการประเมินเสริมพลังนันคอนขางจะ ้ ใกลเคียงและเกี่ยวพันกับ participatory evaluation, collaborative evaluation, stakeholder-involving evaluation และ utilization-focused approach อยู มากซึง Patton เห็นวา Fetterman ยังมีปญหาเกี่ยวกับเกณฑท่ีชดเจนในการแยกการประเมินเสริม ่ ั พลังออกจากแนวคิดการประเมินเหลานี้ สวน Scriven วิพากษวิจารณวาปญหาของการประเมินเสริมพลังอยูทนิยามจะเห็นวา   ่ี นิยามของการประเมินเสริมพลังมีการเปลียนแปลงไปเรื่อย ๆ ไมคงที่แนนอน คําวาการประเมินเสริมพลัง ่ นันใครกันแนทจะตองเสริมพลัง หรือตัวนักประเมินเองทีจะตองเสริมพลัง ปญหาความลําเอียงในบทบาท ้ ่ี ่ ของนักประเมินเมื่อใชการประเมินเสริมพลังเพราะวานักประเมินจะตองเขาไปชวยเหลือในดานตาง ๆ จึงอาจ ทําใหเกิดความคุนเคยกับผูถูกประเมินทําใหเกิดความลําเอียงได ในการประเมินเสริมพลังนักประเมินเปน  stakeholder ดวยจึงทําใหลดบทบาทของนักประเมินภายนอกลงไป และประการสุดทายการประเมิน เสริมพลังที่ Fetterman เสนอนันเนนการสอนการประเมินไมไดทาการประเมิน ้ ํ บรรณานุกรม Fetterman, D.M "Empowerment Evaluation : Presidential Address" in Evaluation Practice. Vol 15 No 1, 1994 pp. 1-15. Fetterman, D.M "Empowerment Evaluation and Accreditation in Higher Education" in Evaluation for the 21 st. century : A Handbook. editors by Chelimsky.E and Shadish.W.R. sage Publication, Inc. 1997 pp. 381-395 Patton, M.Q. "Toward Distinguishing Empowerment Evaluation and Placing It In A Large Context" in Evaluation Practice. Vol 18 No 2 ,1997 pp. 147-163 Stufflebeam, D.L. "Empowerment Evaluation, Objectivist Evaluation, and Evaluation Standards : Where the Future of Evaluation Should Not go and Where It Need to go" in Evaluation Practice. Vol 15 No 3, 1994 pp. 321-338 Scriven, M. " Empowerment Evaluation Examined" in Evaluation Practice. Vol 18 No 2, 1997 pp. 165-175
  6. 6. 6 รายละเอียดเกี่ยวกับผูเ ขียน ดร.รัตนะ บัวสนธ ผูชวยศาสตราจารย ระดับ 8 ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร  มหาวิทยาลัยนเรศวร เชาว อินใย นิสตปริญญาเอก สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ิ

×