• Like
  • Save
การนิเทศ เพื่อรับการประเมินภายนอกรอบสาม
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

การนิเทศ เพื่อรับการประเมินภายนอกรอบสาม

  • 2,541 views
Uploaded on

 

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
2,541
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
0
Comments
0
Likes
1

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อม เพื่อรับการประเมินภายนอกรอบ ๓ ของสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๘ โดย มาโนช จันทร์แจ่ม ผอ.กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา จากการศึกษาข้อมูลผลการประเมินภายนอกรอบสาม และมีโอกาสไปนิเทศช่วยเหลือแนะนาสถานศึกษาในการเตรียมความพร้อมรับการประเมิน พบว่าสถานศึกษาจานวนมากยังมีปัญหาคือ ไม่ได้มีการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง ระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาโดยเฉพาะในส่วนของแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจาปีของสถานศึกษา ไม่เชื่อมโยงสอดคล้องกับตัวบ่งชี้การประเมินภายนอกนอกจากนี้ในการเตรียมตัวรับการประเมินภายนอก สถานศึกษาจานวนไม่น้อยไม่ได้ศึกษาตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมินภายนอกให้ชัดเจน จึงจัดระบบข้อมูลไม่ครบถ้วน และขาดการนาเสนอข้อมูลบางส่วน หรือสถานศึกษาบางแห่งมีข้อมูลและผลการดาเนินงานตามแผนชัดเจนแต่นาเสนอไว้ไม่เป็นระบบ ในการแก้ปัญหาดังกล่าว สถานศึกษาควรมีการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในที่ดและมีการดาเนินงาน ีทั้งแปดองค์ประกอบอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบเชื่อมโยงกับตัวบ่งชี่การประเมินภายนอก ให้ชัดเจน ประกอบกับมีกระบวนการทางานและผลการดาเนินงานที่ดี โดย สังเกตได้จากเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เป็นร่องรอยหลักฐานได้แก่ เอกสาร สถานที่ เมื่อมีผู้สอบถามหรือสัมภาษณ์ ทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็สามารถตอบได้อย่างมั่นใจไปในทิศทางเดียวกัน คาตอบสอดคล้องกับหลักฐานที่นาเสนอไว้และที่สาคัญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะนักเรียนมีคุณลักษณะที่ดีตามเปาาหมายของการพัฒนา ที่ผู้ประเมินหรือบุคคลอื่นสามารถสังเกตได้ เมื่อสถานศึกษาจะมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ นักเรียนมีคุณภาพตามเปาาหมายแล้ว โอกาสที่จะได้รับการรับรองจากการประเมินภายนอกก็จะมีความเป็นไปได้มาก ในส่วนของการเตรียมรับการประเมินภายนอกรอบสาม เพื่อให้สถานศึกษามีความพร้อมรับการประเมินมากขึ้น มีจุดที่ควรพิจารณาซึ่งเป็นจุดอ่อนและได้นิเทศแนะนาแก่สถานศึกษาต่างๆไว้ จึงขอเสนอเป็นแนวคิดหรือมุมมองในการเตรียมความพร้อม ดังนี้ รายละเอียดการนิเทศแนะนาแก่ผู้บริหารและครูเพื่อรองรับการประเมินภายนอกรอบสาม ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมี ดังนี้ ๑. ในการดาเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาควรยึดการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในเป็นหลักโดยปฏิบัติอย่างต่อเนื่องทุกปี ๒. การนาเสนอข้อมูลในการประเมินภายนอก นอกจากมีข้อมูลสรุปภาพรวมตามเกณฑ์ของ สมศ. แล้วควรมีร่องรอยหลักฐานที่มาของข้อมูลด้วยเช่น แบบประเมิน แบบสังเกต แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ที่ใช้เก็บข้อมูล นอกจากนี้ อาจจะต้องมีชิ้นงานหรือผลงานนักเรียน และคุณลักษณะรวมทั้งพฤติกรรมที่สะท้อนความรู้ความสามารถตามข้อมูลที่มีอยู่ด้วย
  • 2. -๒ – ๓. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๑.๒ ควรมีหลักฐานที่แสดงว่าโรงเรียนได้ประกาศ หรือแจ้งแก่ผู้เกี่ยวข้องว่าได้มีการกาหนดนโยบายส่งเสริมสุนทรียภาพของสถานศึกษา ๔. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๒.๑ หลักฐานการเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ควรให้ครบทุกกิจกรรมตามคาอธิบาย คือ การบารุงดูแล กตัญญู สร้างความสุขความสบายใจให้พ่อแม่ ช่วยทากิจธุระ การงานสืบทอดรักษาวงศ์ตระกูล และการประพฤติตนเหมาะสมกับการเป็นลูกที่ดี ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสอบถามพ่อแม่ ผู้ปกครอง ๕. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๒.๒ เนื่องจากตัวบ่งชี้นี้เป็นการประเมินโดยพิจารณาจากร้อยละของนักเรียนที่มีคุณลักษณะของการเป็นผู้เรียนที่ดีตามประเด็นที่กาหนดจานวน ๙ ประเด็น จึง จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยกันเน้นย้า ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่กาหนดอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจุบั น สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจน ๖. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๓.๑ หลักฐานการบันทึกการเรียนรู้อย่างสม่าเสมอจากการอ่านและใช้เทคโนโลยี เรื่องนี้โรงเรียนส่วนมากเน้นปฏิบัติเฉพาะบันทึกการอ่านหนังสือจากห้องสมุดซึ่งยังน้อยเกินไป เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีการอ่านอย่างกว้างขวางจึงควรส่งเสริมให้ผู้เรียนอ่านจากสื่อที่หลากหลายและบันทึกไว้ทุกรายการได้แก่ อ่านหนังสือทั้งจากห้องสมุดและจากแหล่งอื่น อ่านหนังสือพิมพ์ อ่านปาายโฆษณา อ่านบทความจากวารสารต่างๆ อ่านใบลาน แผ่นศิลา อ่านจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงบันทึกจากการดูสารคดี ภาพยนตร์ และจากการฟัง เป็นต้น ๗. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๔.๑ ผู้เรียนมีความสามารถด้านการคิด ควรให้ผู้เรียนทาโครงงานอย่างต่อเนื่อง และจัดให้มีการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิดหลายๆ แบบและเก็บผลงานจากการคิดไว้เป็นหลักฐาน ๘. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๖.๑ ส่วนมากโรงเรียนจะมีการตรวจแผนการสอนที่ไม่ใช่การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ และมีการเยี่ยมนิเทศ ไม่ใช่การประเมินการจัดการเรียนการสอน สิ่งที่ควรเตรียมร่องรอยหลักฐานเพิ่มขึ้นนอกจากสรุปผลการประเมิน ได้แก่เครื่องมือที่ใช้ประเมินแผนและประเมินการจัดการเรียนรู้ พร้อมทั้งร่องรอยการประเมินจริง นอกจากนี้ควรมีหลักฐานว่ามีการประเมินแบบวัด แบบทดสอบก่อนนาไปใช้สอบจริงอีกด้วย ๙. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๖.๑ การออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และพัฒนาการทางสมอง เพื่อนาผู้เรียนไปสู่เปาาหมาย ควรมีการจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ให้ครบสมบูรณ์ มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนาสมองทั้งสองซีก จัดกิจกรรมให้เหมาะกับกลุ่มเด็กที่ เก่ง ปานกลาง อ่อน ถ้ามีเด็กพิเศษเรียนร่วม ควรมีแผนการสอนรายบุคคล ๑๐. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๗ ส่วนที่เป็นจุดอ่อนที่ควรดาเนินการเพิ่มคือ ประสิทธิภาพของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเรื่องการส่งเสริมให้มีการพิทักษ์สิทธิเด็ก การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้าน วิชาการ งบประมาณ บริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาตลอดจนวิทยากรภายนอกและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • 3. -๓- ๑๑. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๘. สถานศึกษาควรมีหลักฐานแสดงว่าสถานศึกษามีการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็ง ดาเนินการตามระบบประกันคุณภาพภายในทั้ง ๘ องค์ประกอบอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สถานศึกษาหลายแห่งไม่ค่อยดาเนินการ ควรดาเนินการและมีหลักฐานชัดเจนเพิ่มขึ้น คือ ๑๑.๑ ควรมีการประกาศใช้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และค่าเปาาหมายตามมาตรฐาน ๑๑.๒ มีเอกสารรายงานผลการดาเนินงานแต่ละโครงการ ตามแผนปฏิบัติการที่ละเอียด ชัดเจนตรงกับคุณภาพตามมาตรฐาน ๑๑.๓ การจัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ควรมีรายละเอียดว่าได้นาข้อมูลข้อเสนอแนะ แต่ละปีไปใช้ปรับปรุงพัฒนางานในการทาแผนงานโครงการปีต่อไป โดยอาจระบุไว้ที่ความเป็นมาของโครงการหรือในบทนาของแผนปฏิบัติการ ๑๒ การดาเนินงานที่สอดคล้องกับกลุ่มตัวบ่งชี้ อัตลักษณ์ ส่วนมากสถานศึกษามักจะดาเนินการในภาพรวมทั้งตัวบ่งชี้ที่ ๙ และ ๑๐ ทาให้ขาดความชัดเจน วิธีทาให้ชัดเจน ควรแยกออกแต่ละตัวบ่งชี้ ดังนี้ ๑๒.๑ ตัวบ่งชี้ที่ ๙ ควรดาเนินการให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ ๕ ข้อ ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการกาหนดแผนปฏิบัติการโดยระบุ เปาาหมาย และกลยุทธ์ทสอดคล้องกับ ปรัชญา ปณิธาน /วิสัยทัศน์ พันธกิจของสถานศึกษา ี่สร้างระบบการมีส่วนร่มและมีการปฏิบัติตาม มีหลักฐานการประเมินความพึงพอใจ มีผลการดาเนินงาน และผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่กาหนด ซึ่งวิธีที่ทาให้ได้ผลดีจะต้องระบุคาจากัดความของปรัชญาโรงเรียนให้ชัดปฏิบัติได้ นาไปกาหนดไว้ในวิสัยทัศน์ พันธกิจ และปฏิบติจนเกิดผลดี มีหลักฐานในโครงการต่างๆ และหลักฐาน ัการยอมรับ รางวัลต่างๆ (ในกรณีตัวบ่งชี้ที่ ๙ นี้ยังไม่ต้องกล่าวถึง จุดเน้น จุดเด่นใดๆที่เป็นเอกลักษณ์) ๑๒.๒ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐ ตัวบ่งชี้นี้ กล่าวถึงจุดเน้น จุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ ของสถานศึกษา ซึ่งการดาเนินการให้เป็นเรื่องที่ผู้บริหาร ครู บุคลากร ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการกาหนดจุดเน้น จุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ หรือเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะของสถานจริงๆเช่น ด้านกีฬาศาสนา ภาษา วัฒนธรรมท้องถิ่น และวิชาการ และมีส่วนร่วมในการปฏิบัติจนเกิดผลเป็นที่พึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นที่ยอมรับจากองค์กรภายนอกสถานศึกษา การเตรียมข้อมูลหลักฐาน ควรให้ครบตามเกณฑ์ของสมศ. ทั้ง ๕ ข้อของตัวบ่งชี้ กล่าวโดยสรุปเมื่อกล่าวถึงคาว่าลักษณ์ หมายถึงประเด็นที่ครอบคลุม ๒ ตัวบ่งชี้ ทั้งตัวบ่งชี้ที่ ๙และ ๑๐ และควรดาเนินการให้ครบทั้ง ๒ ตัวบ่งชี้ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ถ้าทาทั้ง ๒ ตัวบ่งชี้ชัดเจน เวลารับการประเมินภายนอกก็จะประสบผลสาเร็จทั้งตัวบ่งชี้ที่ ๙ และ ๑๐ นอกจากนีหลักฐานสาคัญที่สถานศึกษาไม่ควรลืม คือ ้ควรมีเอกสารที่ยืนยันว่า รายละเอียดตามตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ทั้ง ข้อ ๙ และ ๑๐ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด
  • 4. -๔- ๑๒. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับกลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม เป็นกลุ่มที่มี ๒ ตัวบ่งชี้เช่นเดียวกัน สถานศึกษาควรดาเนินการดังนี้ ๑๒.๑ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑ ผลการดาเนินงานโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา ในการดาเนินงานควรให้ครบและมีร่องรอยหลักฐานตามเกณฑ์ทั้ง๕ ข้อ แต่สิ่งสาคัญที่ควรเน้นคือโครงการพิเศษต้องเป็นโครงการที่แก้ปัญหาและแสดงให้เห็นชัดเจนว่าปัญหาคืออะไร เมื่อดาเนินโครงการแล้วปัญหาได้ลดลง หรือมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมากน้อยเพียงใดรวมทั้งมีการน้อมนาหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้อย่างชัดเจน ๑๒.๒ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒ ผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐานและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา ตัวบ่งชี้นี้ส่วนมากสถานศึกษาเข้าใจและดาเนินการได้อยู่แล้ว แต่จุดที่มักจะละเลยกันคือ การมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานสนับสนุน หรือหน่ายงานอื่นๆ กรณีนี้ถ้าหากสถานศึกษามีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่ามีความร่วมมือแล้วก็ไม่น่ากังวล แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ก็ควรมีเอกสารการทาบันทึกความร่วมมือ (MOU)กับต้นสังกัดและหน่วยงานต่างๆไว้ ก็จะดี รายละเอียดการนิเทศแนะนาแก่ผู้บริหารและครูเพื่อรองรับการประเมินภายนอกรอบสามในระดับการศึกษาปฐมวัย มีดังนี้ ๑. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๑.๑ เด็กมีสุขภาพกายสมวัย ในส่วนของเกณฑ์การพิจารณา ข้อที่ ๓ ร้อยละของเด็กที่มีสมรรถภาพทางกลไกสมวัย ในส่วนนี้เน้นที่สมรรถภาพทางกลไก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ไม่ใช่สมรรถภาพทางกาย ถ้ามีข้อมูลการทดสอบสมรรถภาพทางกลไกไว้ก็จะยืนยันความสามารถทางกลไกของนักเรียนได้ ๒. ในส่วนของการศึกษาปฐมวัย ตัวบ่งชี้ตามมาตรฐานที่ ๑ ผลการจัดการศึกษา ส่วนใหญ่เน้นผลผลิตที่เป็นพัฒนาการของผู้เรียน โดยเกณฑ์การพิจารณาในการประเมินภายนอก จะกาหนดประเด็นที่เป็นพฤติกรรมของผู้เรียนที่สะท้อนพัฒนาการด้านต่างๆ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนเป็นค่าร้อยละที่แสดงระดับคุณภาพ ส่วนมากโรงเรียนมีการสรุปค่าร้อยละเอาไว้ แต่ร่องรอยหลักฐานอื่นๆ ไม่ค่อยปรากฏ ดังนั้นจึงควร พัฒนาผู้เรียนให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มีการซ้าย้าทวนบ่อยๆ เก็บร่องรอยชิ้นงานผู้เรียนให้เป็นระบบ รวบรวมหลักฐานการประเมินพฤติกรรมต่างๆไว้ นอกจากจะเป็นการช่วยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังจะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สาคัญต่อการประเมินอีกด้วย ๓. สาหรับตัวบ่งชี้ในมาตรฐานที่ ๓ การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ตามตัวบ่งชี้ที่ ๖ ใน ๖ ตัวบ่งชี้ย่อย เน้นการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านต่างๆ หลักฐานสาคัญของครูและผู้เลี้ยงดูเด็กที่ต้องเตรียม คือ แผนการจัดประสบการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจัดกิจกรรมให้เกิดพัฒนาการครบทุกด้าน มีการบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน นอกจากนี้ควรมีสื่อและแหล่งการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมที่ใช้ตามแผน
  • 5. -๕-มีเครื่องมือที่ประเมินผู้เรียนที่แสดงว่ามีการใช้ประเมินจริง และที่สาคัญคือควรรวบรวมผลงานของนักเรียนที่ได้จากการร่วมกิจกรรมไว้เป็นหลักฐาน ๔. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒ ประสิทธิภาพของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนจะมีร่องรอยการทาหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาในเรื่องการให้ความเห็นชอบหลักสูตรและแผนงานโครงการของโรงเรียนเท่านั้น ดังนั้นจึงควรให้คณะกรรมการได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานให้ครบทุกด้าน ทั้งด้าน บริหารงานวิชาการ งบประมาณ งานบุคคล และงานบริหารทั่วไป โดย ร่องรอยการมีส่วนร่วมอาจจะเป็น รายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา รวมทั้งให้คณะกรรมการได้แสดงบทบาทในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่นการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเข้ารับการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ การพิทักษ์สิทธิเด็กการดูแลเด็กพิการเด็กด้อยโอกาส และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เป็นต้น ๕. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๘.๒ พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัด ตัวบ่งชี้นี้ควรดาเนินการลักษะเดียวกับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาควรมีหลักฐานแสดงว่าสถานศึกษามีการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็ง ดาเนินการตามระบบประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สถานศึกษาส่วนมากยังไม่ชัดเจน ควรดาเนินการและมีหลักฐานชัดเจนเพิ่มขึ้นคือ ๕.๑ ควรมีการประกาศมาตรฐานของสถานศึกษา และค่าเปาาหมายตามมาตรฐาน ๕.๒ มีเอกสารรายงานผลการดาเนินงานแต่ละโครงการตามแผนปฏิบัติการที่ละเอียด ชัดเจนตอบสนองต่อคุณภาพ ตามมาตรฐาน ๕.๓ การจัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ควรมีรายละเอียดว่าได้นาข้อมูลข้อเสนอแนะ แต่ละปีไปใช้ปรับปรุงพัฒนางานในการทาแผนงานโครงการปีต่อไป โดยอาจระบุไว้ที่ความเป็นมาของโครงการ ๖. การดาเนินงานที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่ ๙ และ ๑๐ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ และตัวบ่งชี้ที่ ๑๑และ ๑๒ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม สถานศึกษาส่วนมากมีจุดอ่อนคล้ายกับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงควรปฏิบัติลักษณะเดียวกันตามที่กล่าวไว้ข้างต้น จากที่กล่าวไว้ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ได้พบจุดอ่อนของสถานศึกษา จึงได้แนะนาไว้เป็นแนวทางเตรียมความพร้อม แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจโดยเฉพาะสถานศึกษาที่กาลังจะรับการประเมินภายนอกในเวลาอันใกล้นี้ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวน้อย สถานศึกษาควรเร่งศึกษาวิเคราะห์เอกสาร คู่มือการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับ ปฐมวัย ในส่วนของ คาอธิบายตัวบ่งชี้ เกณฑ์การพิจารณา และข้อมูลประกอบการพิจารณา ให้ชัดเจน เพื่อจะได้เตรียมข้อมูล เอกสาร หลักฐานร่องรอยต่างๆ รวมทั้งเตรียมบุคคลได้อย่างครบถ้วน และพร้อมรับการประเมิน