Speak

194
-1

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
194
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Speak

  1. 1. การพูดอย่างเป็นทางการ หมาย ถึง การพูดที่เป็นกิจจะลักษณะและเป็นพิธีการผูพูดต้องยึดถือและปฏิบัตตามหลัก ้ ิ เกณฑ์การพูด เช่น ปาฐกถา การบรรยาย การอภิปราย การสัมภาษณ์หรือ การประชุม เป็นต้น การพูดอย่างเป็นทางการอาจมีทั้งทั้งทีพูดเดียวหรือพูดกลุ่ม ่ ่ ซึงมีจำานวนผู้ฟังตั้งแต่กลุ่มย่อย ๆ ไป ่จนถึงการพูดในที่ชุมชน ดังนั้นการพูดใน
  2. 2. ขั้นวิเคราะห์ การเตรียมเนื้อหา การเตรียมด้านภาษา การเตรียมตัวพูดการเตรียมตัวพูดให้เหมาะสมกับสถานการณ์
  3. 3. การอภิปราย เป็นแบบการพูดซึ่งผู้พูดประกอบด้วยกลุมบุคคล ่ ทีมีเจตนาจะพิจารณาเรืองใดเรื่อง ่ ่ หนึ่ง ปรึกษาหารือกันออกความคิด เห็นเพื่อแก้ปัญหาที่มอยู่ หรือเพื่อ ี เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ถ่ายทอดประสบการณ์ทได้ ี่รับมา ในทีสุดก็มการตัดสินใจว่าควร ่ ี จะทำาอย่างใดอย่างหนึ่ง
  4. 4. เพื่อเสนอปัญหาหรือเรื่อง บางอย่าง ให้คนกลุ่มหนึ่งมาร่วมแสดง ความคิดเห็น ผู้รวมอภิปรายเสนอข้อเท็จจริง ข้อเสนอ แนะ และแสวงหาข้อแก้ไขที่สด ุหาข้อยุตของปัญหา หรือเรื่องดังกล่าว ิ ให้ข้อคิดและเสนอแนวทางในการ แก้ปัญหาต่อไปที่ดี
  5. 5. ศึกษาจุดมุงหมายของการอภิปรายว่า ่จัดขึ้นเพื่อเสนอข้อคิดเห็น หรือเพื่อลง มติศึกษาลักษณะอุปนิสัย พื้นความรู้ และ ความรู้สกนึกคิดของผู้รวมอภิปราย ึ ่ แต่ละคน
  6. 6. เตรียมหัวข้ออภิปรายพิจารณาคุณสมบัตของผู้ ิ ร่วมอภิปราย ปัญหาเรื่องที่จะนำามา อภิปราย
  7. 7. เตรียมหัวข้ออภิปรายจารณาเลือกหัวข้อสำาคัญสำาหรับการอภิปราย จัดลำาดับหัวข้อสำาคัญที่กำาหนดไว้พิจารณาหัวข้อย่อยของหัวข้อสำาคัญที่พึงมีารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากมติของการอภิปรายะการแก้ไขปัญหานันๆ ้
  8. 8. จารณาคุณสมบัตของผู้ร่วมอภิปราย ิานขีดความสามารถและทัศนคติ เพื่อกำาหนดหัวข้อหรือตังคำาถาม เพื่อให้ตอบได้อย่างเหมาะสม ้
  9. 9. ปัญหาเรื่องที่จะนำามาอภิปราย ไม่ควรเป็นปัญหาทีกว้างจนเกินไป ่ ควรเป็นปัญหาที่มสาระ ีวรเป็นปัญหาที่คนอื่นก็อาจประสบเช่นเดียวกัน ควรเป็นปัญหาที่พบกันเสมอๆรืองทีสังคมส่วนใหญ่เข้าใจยาก หรือยังเข้าใจไม่ถก ่ ่ ู
  10. 10. การโต้วาที หมายถึง การ พูดโต้แย้งกันในญัตติโดยใช้วาทศิลป์และไหวพริบในการหักล้าง เหตุผลของฝ่ายตรงข้าม แล้วนำา เสนอข้อเท็จจริงให้เห็นว่าความคิด ของฝ่ายตนเป็นความจริงและถูก ต้อง
  11. 11. นการเสนอเหตุผลหรือแนวความคิดของตนเองการหักล้างเหตุผลหรือแนวความคิดของฝ่ายตรงข้า มีความเฉียบพลันในปฏิภาณมีการออกท่าออกทางประกอบการพูดมากเป็นพิเศษ าพูดแต่ละคำาแต่ละประโยคต้องหนักแน่น ใช้ถอยคำาสุภาพแต่แหลมคม ้ แทรกอารมณ์ขันแบบสุภาพ
  12. 12. เพื่อหาข้อเท็จจริง เพื่อความสนุกสนาน เพื่อผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อฝึกฝนการพูดอย่างมีเหตุผล เพื่อให้กล้าแสดงออกอให้ได้เรียนรู้หลักเกณฑ์ในการโต้วาทีและหลักการเพื่อส่งเสริมการพูดในระบอบประชาธิปไตย
  13. 13. ประโยชน์ตอ่ ผู้โต้ประโยชน์ตอผู้ ่ ฟัง
  14. 14. ประโยชน์ต่อผู้โต้ ส่งเสริมให้เป็น เป็นผู้รอบรูบปรุงแนวคิดให้กว้างไกล การปรั้ และลึกซึงมากขึ้น ้ป็นการฝึกหัดหรือสร้างความชำานาญในการใช้เหตุผ เพิ่มทักษะทางการพูด สามารถวิเคราะห์หรือสังเคราะห์ปัญหา เสริมสร้างไหวพริบปฏิภาณรียนรู้ชองทางหรือวิธการในการเสนอความคิดไปยัง ่ ี เป็นการสร้าวลักษณะนิสยในการเข้าสังคมได้ดี ัฝึกให้เป็นผู้มมารยาทที่ดทั้งในการพูดและการฟัง ี ี
  15. 15. ประโยชน์ตอผู้ฟัง ่ ทำาให้เกิดความเข้าใจในหลักการหรือ เหตุผลแนวคิดที่ผโต้วาที ู้ ได้เาขึ้นมาอ้แงได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น นำ รียนรูวิธี า สดงเหตุผลแบบต่าง ๆ ้ เกิดประสบการณ์แปลก ้โต้ใหม่ ๆ จากผู ๆ วาทีมีโอกาสเรียนรูการใช้ถ้อยคำาสำานวนมากขึ้น ้มารถแยกแยะพิจารณาได้ว่า อะไรเป็นการแสดงเห อะไรเป็นข้อเท็จจริง เป็นการเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย
  16. 16. ญัตติ ประธาน ผู้โต้วาทีกรรมการตัดสินการโต้วาที ผู้ฟัง
  17. 17. ลักษณะของญัตตินญัตติที่สน ๆ และสะดุดใจ และมีการเปรียบเทียบอ ั้ เป็นญัตติที่มนำ้าหนักพอ ๆ กัน ีป็นญัตติที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย วัฒนธรรมหรือศีลธรร อันดีงามเป็นญัตติที่ให้ความรู้ ความคิด หรือจรรโลงใจ ไม่ตงญัตติเป็นคำาถาม ั้
  18. 18. หน้าที่ของประธาน กล่าวเปิดการโต้วาที แนะนำาญัตติการโต้แนะนำากรรมการ เจ้าหน้าที่ทเกียวข้อง ี่ ่ แนะนำากติกา แจ้งกำาหนดเวลา แนะนำาผู้โต้เป็นรายบุคคล พูดกระตุนให้ผู้ฟังสนใจ ้เชิญผูโต้ขึ้นพูดตามลำาดับการโต้ ้
  19. 19. หน้าที่ของประธาน วางตัวเป็นกลาง ควบคุมเวลาให้เป็นไปตามรายการทีกำาหนด ่สรุปประเด็นสำาคัญของผู้โต้เป็นรายบุคคล และสรุป ประเด็นของคณะทีได้่ รวบรวมคะแนนจากกรรมการ ประกาศผล กล่าวปิดรายการโต้วาทีเมือการโต้เสร็จสินลง ่ ้
  20. 20. ฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าฝ่าย เสนอ น ผู้สนับสนุ ค้าน น ผูสนับสนุ ้ ฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน ผูคนทีสนุน ้สนับ ่ ๑ ผูคนทีสนุน ้สนับ ่ ๑ ฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน ผูคนที่สนุน ้สนับ ๒ ผูคนที่สนุน สนับ ๒ ้ ฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน คนที่ ๓ คนที่ ๓
  21. 21. ความรู้กว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรูในเรื่อง ้ความสามารถในการใช้ภาษาพูดถ่ายทอดให้ผฟังเข ู้ เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี มีไหวพริบดี มีศลปะในการพูด ิ มีมารยาทดี
  22. 22. หัวหน้าฝ่ายเสนอ จะเป็นผู้พูดก่อนเพราะถือว่าป็นผู้ออกความคิดจะต้องเป็นผูเสนอญัตติ ้ หน้าฝ่ายค้าน จะเป็นผู้พูดต่อจากหัวหน้าฝ่ายเสนอ จะเป็นการโต้แย้งโดยใช้เท่ากับหัวหน้าฝ่ายเสนอ นับสนุนฝ่ายเสนอ จำานวนผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอจะม อยู่กับประเภทของการโต้วาที ปกติแล้วมักจะมี ๓ คสนับสนุนฝ่ายค้าน จะมีจำานวนเท่ากับผู้สนับสนุน ยเสนอทำาหน้าที่เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอ
  23. 23. กรรมการตัดสินการโต้วาที คือ ผู้ ทำาหน้าที่ให้คะแนนผู้โต้ทั้ง ๒ ฝ่าย การตัง้ กรรมการตัดสิน อาจตั้งเป็นคณะหรือเป็นบุคคลก็ได้ตามความเหมาะสม ส่วนใหญ่มกจะ ั ตังคณะหรือเป็นบุคคลก็ได้ความหมายเหมาะ ้ สม ส่วนใหญ่มกจะตังกรรมการให้มจำานวน ั ้ ีเป็นเลขคี่ คือ ๓ คน ๕ คน บางกรณีอาจไม่มี กรรมการตัดสินก็ได้ แต่ใช้วิธีให้ผู้ฟังตัดสินด้วยการปรบมือเพื่อเป็นเครืองวัดว่าฝ่ายใดควร ่
  24. 24. เป็นผู้มชื่อเสียงทีควรแก่การเชือถือ ี ่ ่กติกาและกฎเกณฑ์ในการโต้วาทีเป็นอย่างดี มีหน้าที่ให้คะแนนผูโต้แต่ละคน ้
  25. 25. ผู้ฟัง คือ ผู้ที่เข้าร่วมฟัง การโต้วาที
  26. 26. มีมารยาทในการฟังฟังด้วยความสนใจและใช้ความคิดติดตามสังเกตการพูด การใช้ภาษา ท่าทางของผูโต้ ้เพื่อนำาไปแก้ไขปรับปรุงกับตนเอง
  27. 27. ก่อนการโต้วาทีดำาเนินการโต้วาทีการตัดสินการโต้วาที
  28. 28. เลือกญัตติกำาหนดวัน เวลา และสถานที่ พิจารณาบุคคลที่จะโต้วาที รวมทั้ง กำาหนดบุคคลที่จะ ประชาสัมพัน่เธ์ นประธานและกรรมการ ทำาหน้าที ป็ เตรียมสถานทีโต้วาที ่
  29. 29. ประธ านฝ่าย ฝ่ายเสนอ ค้าน แท่น พูด ผู้ฟัง
  30. 30. ประธกล่าวทักทายผู้ฟัง าน กล่าวเปิดรายการ แนะนำากรรมการและผู้โต้วาทีทั้งสองฝ่าย กล่าวเชิญผู้โต้ให้พูดทีละคนเมือผู้โต้พูดครบแล้ว ประธานจะเชิญให้หวหน้าฝ่า ่ ัพูดสรุปก่อน แล้วเชิญหัวหน้าฝ่ายเสนอพูดสรุปทีห กล่าวเสริมบรรยากาศหรือให้ข้อคิด แล้วขอใบคะแ จากกรรมการ ประกาศผลและกล่าวปิดรายการ
  31. 31. หัวหน้าฝ่ายเสนอ หัวหน้าฝ่ายค้าน หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าฝ่าย เสนอ น ผู้สนับสนุ ค้าน น ผูสนับสนุ ้ ฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน ผูคนทีสนุน ้สนับ ่ ๑ ผูคนทีสนุน ้สนับ ่ ๑ ฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน ผูคนที่สนุน ้สนับ ๒ ผูคนที่สนุน สนับ ๒ ้ ฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้าน คนที่ ๓ คนที่ ๓
  32. 32. ฝ่ า ยเสนอ ฝ่ า ยค้ า นผู้โต้วาที หั ว หน้ า ฝ่ า ยเสนอ : หั ว หน้ า ฝ่ า ยค้ า น : -กล่ า วทั ก ทายผู ้ ฟ ั ง -กล่ า วทั ก ทายผู ้ ฟ ั ง -เสนอญั ต ติ -พยายามชี ้ ใ ห้ เ ห็ น ข้ อ -แปรญั ต ติ ห รื อ ให้ ค ำ า นิ ย าม บกพร่ อ งในการให้ เ หตุ ผ ล หรื อ ความหมาย ของฝ่ า ยเสนอ -ให้ เ หตุ ผ ลสนั บ สนุ น ญั ต ติ ด ั ง -โต้ แ ย้ ง เป็ น ประเด็ น โดยยก กล่ า ว เหตุ ผ ลประกอบ -อธิ บ ายรายละเอี ย ด ข้ อ ปลี ก -ชี ้ ใ ห้ เ ห็ น ข้ อ เท็ จ จริ ง เพื ่ อ หั ก ย่ อ ย ล้ า งให้ เ ห็ น ว่ า ไม่ เ ป็ น ไปตาม -ยกตั ว อย่ า ง อุ ท าหรณ์ คำ า ญั ต ติ กล่ า ว ฯลฯ ประกอบการ -เสนอแนะความดี ข องฝ่ า ยตน สนั บ สนุ น -เน้ น สรุ ป ประเด็ น สำ า คั ญ -เน้ น สรุ ป ประเด็ น สำ า คั ญ -กล่ า วสรุ ป รวบยอดในรอบ -กล่ า วสรุ ป รวบยอดในรอบ สุ ด ท้ า ย สุ ด ท้ า ย ผู ้ ส นั บ สนุ น ฝ่ า ยค้ า น : ผู ้ ส นั บ สนุ น ฝ่ า ยเสนอ : -กล่ า วทั ก ทายผู ้ ฟ ั ง -กล่ า วทั ก ทายผู ้ ฟ ั ง -หาเหตุ ผ ล ข้ อ เท็ จ จริ ง -อธิ บ ายสนั บ สนุ น หั ว หน้ า ฝ่ า ย สนั บ สนุ น หั ว หน้ า เสนอ ฝ่ า ยค้ า น -อธิ บ ายข้ อ เสนอด้ ว ยการ -พู ด โต้ แ ย้ ง ข้ อ เสนอของผู ้
  33. 33. การตัดสินการโต้วาที กรรมการตัดสินการโต้วาทีควรใช้ จำานวนที่เป็นเลขคี่ และไม่ควรใช้คะแนน รวมทั้งหมดมาเป็นเกณฑ์ตดสิน ซึงอาจ ั ่ ทำาให้เกิดการผิดพลาดได้ เพราะเกณฑ์ การให้คะแนนของแต่ละบุคคลย่อมแตก ต่างกัน ควรสรุปที่กรรมการสรุปไว้ว่า ฝ่ายใดชนะเป็นเกณฑ์การตัดสิน โดยนับ เป็น ๑ เสียง
  34. 34. การกล่าวสุนทรพจน์ หมายถึง การพูดด้วยถ้อยคำาไพเราะ มีสำานวนโวหารน่าฟังเหมาะสมกับโอกาส ส่วนใหญ่มักเป็นการพูดอย่างเป็นทางกสนสำาหรับผู้มีชื่อเสียงหรือมีหน้าที่การงานสำาคัญ ๆ ใน สังคม เช่น การพูดของนายกรัฐมนตรีการพูดในวาระเปิด – ปิด สมัยประชุม การ กล่าวคำาปราศรัย หรือการให้โอวาท ฯลฯ
  35. 35. การกล่าวสุนทรพจน์ใน ศาลพิพากษา การกล่าวสุนทรพจน์ในรัฐสภาการกล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสต่าง ๆ
  36. 36. เป็นการพูดต่อชุมชน เป็นการพูดแบบสั้น ๆ นการพูดปากเปล่าทีไม่ใช่อ่านจากต้นฉบับ ่ป็นการใช้ถ้อยคำาที่ไพเราะลึกซึงกินใจ ้นการพูดโน้มน้าวให้ผู้ฟังเห็นด้วยหรือคล้อยตาม การพูดทีมงให้ผู้ฟังเกิดความมั่นใจและยินดีรวมมือ ่ ุ่ ่การพูดทีมงแสดงความหนักแน่นเด็ดเดียวทางนำ้าเสีย ่ ุ่ ่นการพูดที่มพิธีรตองหรือพูดในโอกาสสำาคัญ ๆ ี ีารพูดทีมการเตรียมตัวล่วงหน้า มีการฝึกซ้อมมาเป็น ่ ี
  37. 37. แสดความรูสกนึกคิดบางประการเนื่องในโอกาสสำาค ้ ึห้ผู้ฟังเข้าใจแบะเห็นความสำาคัญของโอกาสนั้น ๆ ยอให้ข้อคิดหรือเสนอแนวทางให้ผู้ฟังนำาไปปฏิบัติ
  38. 38. กล่าวถึงความสำาคัญในโอกาสที่พูดกล่าวแสดงความรู้สกที่มตอเรืองที่พูด ึ ี ่ ่ให้ข้อคิดหรือแนวทางที่จะนำาไปปฏิบัติช้ถอยคำาไพเราะสละสลวยและลึกซึงกินใจ ้ ้สร้างบรรยากาศให้น่าเลื่อมใสและศรัทธา จบด้วยการให้พร
  39. 39. การพูดปาฐกถา หมายถึง การพูดหรือการบรรยายที่แสดงถึง ความรู้ ความคิดอ่านของผู้พูดต่อ หน้าผู้ฟังจำานวนมาก และมีจุดมุง ่หมายอยู่ที่การให้ความรู้เพื่อประดับ สติปัญญา ผู้พูดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทางวิชาการ ซึงไม่มีสวนเกี่ยวข้อง ่ ่ กับผู้ฟัง และเรืองทีนำามาพูดก็ไม่ ่ ่กำาหนดไว้ในหลักสูตร แต่เป็นเรืองที่ ่
  40. 40. การจัดในด้านวิชาการ การจัดในด้านความรู้การจัดในการประชุมใหญ่ทีมการอภิปราย ี
  41. 41. พื่อถ่ายทอดความรูความคิดเห็นของผู้พูดไปสูผู้ฟัง ้ ่เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความรูและเพิ่มพูนสติปัญญา ้ เพื่อให้เกิดความเขาใจในเรืองต่าง ๆ ่ ได้อย่างถูี่ กต้องพื่อให้ผู้ฟังนำาความรู้ทได้รบไปใช้หรือไปปฏิบัติให้เก ั ประโยชน์ อให้ผู้ฟังได้นำาความรูที่ได้รับไปถ่ายทอดหรือเผยแพ ้ ให้แก่ผู้อื่นต่อไป
  42. 42. ล่าวคำาปฏิสนถารให้ถกต้องและไพเราะน่าฟัง ั ู ม่กล่าวคำาออกตัว อวดตัวหรือถ่อมตัววคำาอารัมภบทให้น่าสนใจและเชื่อมโยงกับเรืองที่พูด ่พูดให้ตรงหัวข้อและไม่พูดออกนอกเรื่องหาสาระทีมความรู้มากพอสมควร มีความชัดเจและม ่ ี เสนอความรูความคิดต้องไม่เคร่งเครียดจนเกินไป ้ รกำาหนดเวลาพูดไม่ควรนานเกินกว่า ๑ ชัวโมง ่พูดแบบสร้างสรรค์ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนามองโล
  43. 43. าษาพูดให้ชัดเจนทั้งเสียงและความหมายไม่ยากหร ง่ายจนเกนไปพูดที่น่าสนใจและสามารถโน้มน้าวใจผู้ฟังให้อยากติดปฏิกิรยาของผู้ฟัง และสามารถสร้างบรรยากาศการ ิแสดงกิรยามารยาทได้อย่างเหมาะสม ิพูดมากหัวข้อ (ตามปกติไม่พูดมากเกิน ๔ หัวข้อ) ต้องมีมารยาท ไม่พูดเสียดสี าวบทสรุปให้ผฟังเข้าใจแจ่มแจ้งและประทับใจ ู้
  44. 44. ารพูดปาฐกถาเป็นการพูดเกี่ยวกับวิชาการองทีนำามาพูดควรเป็นเรื่องที่ผู้ฟังสนใจ ได้ความรู้ ่ผู้พูดควรคำานึงถึงมารยาทในการพูด ควรสังเกตปฏิกิรยาของผู้ฟัง ิวรพูดด้วยนำ้าเสียงทีมีชวิตชีวาและเป็นธรรมชาติ ่ ี
  45. 45. การสัมภาษณ์ เป็นการสื่อสารทีมี ่ลักษณะเป็นทางการ มี ผู้สัมภาษณ์และ ผู้ให้สัมภาษณ์ทำาหน้าที่ตามบทบาทของตนเอง อย่างเด่นชัด พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ให้ความหมายของคำาสัมภาษณ์ว่า “คือการพบปะวิสาสะกันในลักษณะทีฝ่ายหนึ่ง ่ ต้องการทราบเรืองจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือฝ่าย ่หนึ่งต้องการแถลงข่าวแก่อกฝ่ายหนึ่ง เพื่อนำาไป ี
  46. 46. เป็นทางการ คือ การสัมภาษณ์ที่มเกณฑ์การปฏ ีไม่เป็นทางการ คือ การสัมภาษณ์ที่ไม่มการเตร ีกนัก เป็นแต่เพียงผู้สมภาษณ์มประเด็นหัวข้อคำาถา ั ี ล่วงหน้า เมือสบโอกาสก็ขอสัมภาษณ์ ่
  47. 47. เพื่อทดสอบ เพื่อเผยแพร่เพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย
  48. 48. ษณ์ควรเตรียมการเกี่ยวกับผู้ให้สัมภาษณ์เป็น ๒ ส การนัดหมายผู้ให้สมภาษณ์ ัารศึกษาชีวประวัติ ผลการทำางาน การศึกษาค้นคว้า ของผู้ให้สัมภาษณ์หัวข้อและคำาถามที่ใช้สัมภาษณ์นต้นให้สนุกสนาน (Entertainment)
  49. 49. คำาถามที่เป็นการชักนำา และได้คำาตอบสัน ๆ ้ คำาถามที่เข้าใจอยาก คำาถามที่เปิดกว้างเกินไป
  50. 50. คำาถามเจาะจงคำาถามเจาะใจ
  51. 51. ย. ประโยชน์ย. อยากย. อ่อนโยนย. อยู่ตว ั
  52. 52. “จงจำาทุกอย่างด้วยปากกา” หมายความว่า การจดบันทึกจะทำาให้เก็บ ความทรงจำาทุกอย่างไว้ได้ หากจำาด้วยสมองเมือเนินนานไปหรือข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ่ ก็อาจทำาให้ลืมได้ การสัมภาษณ์กเช่นกัน ็ผู้สัมภาษณ์ควรบันทึกผลการสัมภาษณ์ดวย ้ทุกครั้งทันทีที่สมภาษณ์จบ เพื่อกันการลืม ั และเพื่อประโยชน์การอ้างอิงหรือเผยแพร่ ต่อไป
  53. 53. กผลการสัมภาษณ์ทันทีที่สัมภาษณ์จบมข้อเท็จจริงไม่ใช่บันทึกตามความคิดของผู้สมภาษ ักควรบันทึกลงในแบบบันทึกผลการสัมภาษณ์ที่จัดเตงการบันทึกเทป ควรขออนุญาตผู้ให้สัมภาษณ์ก่อน ควรจดบันทึกขณะสัมภาษณ์ป็นต้องจดบันทึกเพราะเป็นประเด็นที่นาสนใจ ควรบ ่ ๆ ทึกลักษณะท่าทางทัว ๆ ไปของผู้ให้สัมภาษณ์ ่
  54. 54. มภาษณ์เรื่อง......................วัน เดือน ปี............ และสกุลผู้ให้สัมภาษณ์..................................... คำาถามของผู้ สัมภาษณ์ คำาตอบของผู้ให้สัมภาษณ์ ข้อเสนอแนะของผู้ให้สัมภาษณ์อสังเกตเกียวกับความรูสึกและท่าทีของผู้ให้สัมภาษณ ่ ้ ปัญหาและอุปสรรคในการสัมภาษณ์อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการสัมภาษณ์ในโอกาสต่อ ๆ ไ
  55. 55. มารยาท คือ กิริยาวาจาที่ เรียบร้อย ถูกต้องงดงามตาม แบบแผนของสังคม มารยาทเป็นคุณสมบัตประจำาตนทีทำาให้ผู้ฟังเกิด ิ ่ ศรัทธา
  56. 56. กิริยาท่าทางสง่าผ่าเผยและสำารวม แต่งกายสะอาดเรียบร้อย ใช้คำาพูดทีสุภาพ เหมาะสมกับเรื่องที่พูด ่พูดให้เหมาะกับเวลาและพูดให้ดทสุดในทุกโอกาส ี ี่ รู้จกควบคุมอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ั เปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  57. 57. แบ่งกลุ่ม ๆ ดังนี้ การพูดอภิปราย ๕ คน ๒ กลุม ่ การพูดโต้วาที ๗ คน การพูดสุนทรพจน์ ๓ คนแสดงบทบาทสมมติ ๔กลุ่มละ ๑๐ การพูดปาฐกถา คน การพูดสัมภาษณ์บคคล ๒ คน ๒นาที ุ กลุม ่
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×