• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
สารอาหารไม่ให้พลังงาน
 

สารอาหารไม่ให้พลังงาน

on

  • 4,876 views

 

Statistics

Views

Total Views
4,876
Views on SlideShare
4,788
Embed Views
88

Actions

Likes
1
Downloads
65
Comments
0

1 Embed 88

http://pronpen.wordpress.com 88

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    สารอาหารไม่ให้พลังงาน สารอาหารไม่ให้พลังงาน Presentation Transcript

    • รายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนฟากกว๊านวิทยาคมระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
    • รายวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนฟากกว๊านวิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกายวิตามิน ร่างกายต้องการวิตามินในปริมาณน้อยมาก แต่มีความจาเป็นต้องได้รับ เพราะมี บทบาทในการควบคุมปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกาย ซึงจะช่วยให้เซลล์ต่างๆในร่างกาย ่ สามารถเจริญเติบโต และทาหน้าที่ได้อย่างเป็นปกติวิตามินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ -วิตามินไม่ละลายในน้าหรือวิตามินละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A D E และ K -วิตามินละลายในน้าได้แก่ วิตามินB ชนิดต่างๆ และวิตามินC
    • วิตามินละลายในไขมัน วิตามิน ประโยชน์ ผลการขาดวิตามิน A พบใน ช่วยบารุงสายตาและผิวหนัง จะทาให้เด็กไม่เจริญเติบโตอาหารจาพวก ไข่ ผัก ช่วยสร้างเคลือบฟัน ผู้ใหญ่ตามองไม่เห็นในที่ผลไม้ สลัว ตาอักเสบวิตามิน D ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมพบในอาหารจาพวก จะทาให้เกิดโรคกระดูกอ่อนและ ฟอสฟอรัส ฟันผุนมแปรรูป ปลา ไข่ ตับ ช่วยรักษากระดูกและฟันสร้างโดยเซลล์ผิวหนังเมื่อถูกแสงแดด
    • วิตามิน ประโยชน์ ผลการขาดวิตามิน E ช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดแดง จะทาให้เป็นหมัน กล้ามเนื้อลีบพบในอาหารจาพวก ป้องกันการเป็นหมันและแท้งลูก โลหิตจาง เนื่องจากเม็ดเลือดเมล็ดข้าว ถั่ว ผักใบเขียว ธัญพืช ช่วยสร้างเอนไซม์หลายชนิด แดงแตกวิตามิน Kพบในอาหารจาพวก ช่วยให้เลือดแข็งตัว จะทาให้มีอาการเลือดออกง่ายตับ นม ผักใบเขียวหรือเหลือง ไม่แข็งตัวสร้างโดยการสังเคราะห์แสงของแบคทีเรียในลาไส้
    • วิตามินละลายในน้้า วิตามิน ประโยชน์ ผลจากการขาดวิตามิน B1 บารุงประสาทและหัวใจ จะทาให้มีอาการเหน็บชาพบในอาหารจาพวก ช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หงุดหงิดเนื้อสัตว์ ข้าวซ้อมมือ ถั่ว เห็ดวิตามิน B2 ช่วยให้การเจริญเติบโตเป็นไปตาม จะทาให้เกิดโรคปากนกกระจอกพบในอาหารจาพวก ปกติ ผิวหนังอักเสบ แห้ง แตกผักยอดอ่อน เนยแข็ง ตับ ไข่ บารุงผิวหนัง ลิ้น ตา และปวดศีรษะวิตามิน B6 ช่วยรักษาสุขภาพเหงือกและฟัน จะทาให้มีอาการบวม เบื่ออาหารพบในอาหารจาพวก ช่วยรักษาเส้นเลือดและเม็ดเลือดแดง ประสาทเสื่อม เป็นโรคโลหิตจางเนื้อสัตว์ ข้าวโพด มันฝรั่ง ตับ ช่วยในการทางานของระบบย่อย ผิวหนังแห้ง
    • วิตามิน ประโยชน์ ผลจากการขาดวิตามิน B12 ช่วยรักษาสุขภาพของระบบประสาท จะทาให้เป็นโรคโลหิตจางพบในอาหารจาพวก จาเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ประสาทเสื่อมตับ เนย เนื้อปลา หอย กะปิ ป้องกันโรคโลหิตจาง ต้านทานการติดเชื้อ จะทาให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด วิตามิน C ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน พบในอาหารจาพวก เหงือกบวม กระดูกอ่อน ช่วยในการดูดซ่อมอาหารอื่นภาย เป็นหวัดง่าย ผลไม้ ผักใบเขียว ในร่างกาย ช่วยในการต่อกระดูกรักษาบาดแผล จาเป็นต่อการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ช่วยทาให้ผนังหลอดเลือดแข็ง ไม่เปราะหรือแตกง่าย
    • การทดสอบวิตามิน Cวิธีทดสอบวิตามินซี โดยหยดวิตามินซีและน้าผลไม้จนกระทั่งสารสีละลายสีน้าเงินค่อยๆจางไปจนเปลี่ยนเป็นสารละลายไม่มีสี แล้วเปรียบเทียบกับจานวนหยดของสารละลายวิตามินซีและน้าผลไม้
    • การทดสอบวิตามิน C หยดสารละลายไอโอดีน หยดสารละลายไอโอดีนหลอดที่ 1 หลอดที่ 2 น้าแป้งสุก น้าแป้งสุก ได้สารละลายสีน้าเงิน ได้สารละลายสีน้าเงิน ทดสอบวิตามินซี ทดสอบวิตามินซี หยดสารละลาย หลอดที่ 2 หยดน้าผลไม้ที่หลอดที่ 1 วิตามินซี 0.001% ต้องการทดสอบ
    • แร่ธาตุ ร่างกายต้องการใช้แร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่แร่ธาตุก็มีความจาเป็นต่อร่างกาย แร่ธาตุเป็นสารอาหารที่ไม่ได้สร้างจากสิ่งมีชีวิต แต่เป็นสารที่พืชดูดซึมขึ้น มาจากดินผ่านทางราก เราจึงได้แร่ธาตุต่างๆจากการรับประทานผัก และผลไม้ ดังนั้นในแต่ละวันเราควรรับประทานอาหารหลายๆชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุที่จาเป็นครบถ้วน ร่างกายมีส่วนประกอบของธาตุอยู่แล้ว คือ ออกซิเจนคาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และไนโตรเจน ซึ่งธาตุทั้ง 4 ได้รับจากสารอาหาร คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน นอกจากธาตุทั้ง 4ที่เป็นส่วนประกอบของร่างกายธาตุอื่นๆ ที่มีปริมาณน้อยกว่า เรียกว่า แร่ธาตุ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียมเหล็ก ไอโอดีน คลอรีน ฟลูออรีน ฯลฯ
    • แร่ธาตุที่เป็นต่อร่างกาย แร่ธาตุ ประโยชน์ ผลจากการขาดแคลเซียม เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน จะทาให้เป็นโรคกระดูกอ่อนพบในอาหารจาพวก ช่วยในการทางานของหัวใจ เลือดแข็งตัวได้ช้า ระบบทางานนม เต้าหู้ เนย ผักใบเขียว กล้ามเนื้อ และประสาท ของหัวใจไม่ปกติ ช่วยในการแข็งตัวของเลือดฟอสฟอรัส จะทาให้เกิดโรคกระดูกอ่อนพบในอาหารจาพวก ช่วยในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยสร้างเซลล์สมองและประสาท การยืด และหดตัวของเนื้อสัตว์ ไข่ นม ตับ กล้ามเนื้อไม่ดี ช่วยในการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต
    • แร่ธาตุ ประโยชน์ ผลจากการขาด โพแทสเซียม ช่วยรักษาสมดุลของน้าในร่างกาย จะทาให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง พบในอาหารจาพวก จาเป็นต่อการทางานของกล้ามเนื้อ ปลา ผัก ผลไม้ นม และประสาทโซเดียม ช่วยรักษาสมดุลของน้าในร่างกาย จะทาให้เกิดอาการเบื่ออาหารพบในอาหารจาพวก เป็นส่วนประกอบของน้าย่อย เป็นตะคริวเกลือแกง อาหารทะเล เนื้อปลา ช่วยให้ระบบประสาททางานได้ปกติ
    • แร่ธาตุ ประโยชน์ ผลจากการขาดแมกนีเซียม จาเป็นต่อการทางานของกล้ามเนื้อ จะทาให้เกิดอาการชัก เกิดความพบในอาหารจาพวก และประสาท ผิดปกติของระบบประสาทและเนื้อวัว ธัญพืช ผัก ถั่ว นม เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน กล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นให้เอนไซม์ทางานเหล็ก เป็นส่วนประกอบของเฮลโมโกลบินพบในอาหารจาพวก จะทาให้เป็นโรคโลหิตจาง ในเม็ดเลือดแดง อ่อนเพลียตับ ไข่แดง ผลไม้ตากแห้ง ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
    • แร่ธาตุ ประโยชน์ ผลจากการขาด ไอโอดีน ช่วยในการเจริญเติบโต จะทาให้เกิดโรคคอพอกพบในอาหารจาพวก เป็นส่วนประกอบสาคัญของฮอร์โมน แคระแกร็น เชื่องช้าทั้งความคิดอาหารทะเล เกลือผสมไอโอดีน ซึ่งช่วยในการปลดปล่อยพลังงาน และอากัปกริยาปลา คลอรีน ช่วยรักษาสมดุลของน้าในร่างกาย จะทาให้การถ่ายไม่ปกติ พบในอาหารจาพวก ช่วยย่อยอาหาร เกลือแกง ซอสถั่วเหลือง ฟลูออรีน ช่วยสร้างกระดูกและฟัน จะทาให้ฟันผุง่าย พบในอาหารจาพวก ป้องกันฟันผุ ชา ปลา อาหารทะเล
    • น้้า น้าเป็นสารอาหารที่มีความจาเป็นต่อร่างกายอย่างมาก เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ในร่างกายของคนเรามีน้าเป็นองค์ประกอบร้อยละ 50-70% ของน้าหนักตัวโดยทั่วไปเพศชายมีมากกว่าเพศหญิงความส้าคัญของน้้าต่อร่างกาย1.ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย2.ช่วยทาละลายสารต่างๆที่มีความสาคัญต่อร่างกาย เช่น เกลือแร่ น้าตาล โปรตีน และวิตามิน3.ช่วยในการย่อยอาหาร กาจัดของเสียออกทางเหงื่อ และปัสสาวะ4. ช่วยในการเกิดปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย5.ป้องกันการเสียดสีของอวัยวะในร่างกาย6.ในภาวะปกติควรดื่มน้าให้ได้วันละ 2 ลิตร
    • พีระมิดอาหาร พีระมิดอาหาร เป็นการแนะนาการบริโภคสารอาหารทั้ง 6 ชนิดในแต่ละวัน วัยรุ่นจะต้อง บริโภคอาหารในปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากที่กาหนดไว้ทุกกลุ่ม ยอดพีระมิดเป็นอาหาร พวกไขมันได้แก่ น้ามัน ของหวานต่างๆซึ่งควร บริโภคในปริมาณน้อย เนื้อสัตว์ ปลาถั่ว นม โยเกิร์ต เนย ไข่ 2-3 หน่วย แข็ง 2-3 หน่วย บริโภค บริโภค พืชผักต่างๆ 3-5 หน่วย บริโภค ร่างกายต้องการ ปริมาณมากรองจากฐานพีระมิดเป็นอาหาร คาร์โบไฮเดรตพวกคาร์โบไฮเดรตได้แก่ ข้าว แป้ง ขนมปัง6-11 หน่วยบริโภค
    • ทุพโภชนาการทุพโภชนาการ คือ ภาวะโภชนาการที่ไม่ดีซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือภาวะขาดสารอาหาร และภาวะโภชนาการเกิน ดังนี้ 1)ภาวะขาดสารอาหาร หมายถึง ภาวะที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือสารอาหารที่ไม่ได้สัดส่วนปริมาณหรือหลากหลายเพียงพอกับความต้องการของร่างกายซึ่งมีผลทาให้ร่างกายมีสุขภาพไม่แข็งแรง อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆได้ง่าย 2)ภาวะโภชนาการเกิน หมายถึง ภาวะที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือสารอาหารที่เกินต่อความต้องการของร่างกาย เช่น บริโภคอาหารที่ให้พลังงานเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้ หรือการได้รับวิตามินมากเกินไป เช่น วิตามินเอ วิตามินดี อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
    • โรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ได้สัดส่วนตามทีร่างกายต้องการ ่โรคที่เกิดจากการขาดวิตามิน โรคทีเกิดจากการขาดแร่ธาตุ-ขาดวิตามินเอ ทาให้เป็นโรคตาฟาง -ขาดธาตุเหล็กทาให้เป็นโรคโลหิตจาง-ขาดวิตามินบี1 ทาให้เป็นโรคเหน็บชา -ขาดธาตุไอโอดีนทาให้เป็นโรคคอพอก สติปัญญาเสื่อม-ขาดวิตามินบี2 ทาให้เป็นโรค -ขาดธาตุโซเดียมทาให้เบื่ออาหาร เป็นตะคริว ชักปากนกกระจอก -ขาดธาตุแมกนีเซียมทาให้กล้ามเนื้อกระตุก-ขาดวิตามินซีทาให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด-ขาดวิตามินดี ทาให้เป็นโรคกระดูกอ่อน โรคที่เกิดจากการขาดโปรตีน-ขาดวิตามินทาให้เป็นโรคเลือดแข็งตัวช้า -ร่างกายอ่อนแอเจริญเติบโตช้า -ภูมิต้านทานต่าติดโรคได้ง่าย -พัฒนาการทางด้านสติปัญญา ล่าช้า
    • โรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิดที่ไม่เหมาะสม โรคปวดตามข้อ โรคอ้วน -รับประทานโปรตีนจากสัตว์ -รับประทานอาหาร ปีกและเครื่องในมากเกินไป ประเภทคาร์โบไฮเดรต และไขมันมากเกินไป การรับประทานอาหารบางประเภทมากเกินไปภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคเบาหวาน-รับประทานอาหารจากสัตว์ปีก -รับประทานอาหารประเภทน้าตาลมากเกินไป มากเกินไป -การทางานของฮอร์โมนอินซูลิน ผิดปกติ -มีน้าตาลกลูโคสปนออกมากับ ปัสสาวะ
    • การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ 9 ประการ1) กินอาหารครบ 5 หมู่2) กินข้าวเป็นอาหารหลัก3) กินพืชผักให้มาก4) กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจ้า5) ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย6) กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร7) หลีกเลี่ยงการกินอาหรรสหวานจัดและเค็มจัด8) กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน9) งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
    • การรับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วน ปริมาณที่ร่างกายต้องการตามความเหมาะสมกับเพศ วัย และการทางาน พลังงานของร่างกายได้มาจากอาหาร ปริมาณอาหารที่เรารับประทานจึงมีความสัมพันธ์กับพลังงานที่ร่างกาย ต้องการ ดังนั้นในแต่ละวันเราจึงต้องการพลังงานจากสารอาหารเพื่อนาไปใช้ในการทากิจกรรมต่างๆ ในปริมาณ ทีแตกต่างขึ้นอยู่กับเพศ วัย สภาพร่างกาย และกิจกรรมของแต่ละบุคคล เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ เพศต่างกัน อายุเท่ากัน เพศ เพศเดียวกัน อายุเท่ากัน แต่อาชีพ ชายต้องการพลังงาน ต่างกันชายที่มีอาชีพเป็นกรรมกร ใช้พลังงานมากกว่าชายที่มีอาชีพ มากกว่าเพศหญิง ความต้องการพลังงานของ เป็นเลขานุการ แต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน ไปในแต่ละวันเพศเดียวกัน อายุเท่ากัน แต่สภาพ เพศเดียวกันอายุไม่เท่ากันต้องการร่างกายต่างกันความต้องการพลังงาน พลังงานต่างกัน วัยที่กาลังเจริญเติบโตต่างกัน หญิงมีครรภ์อายุ 25ปี และ ซึ่งต้องทากิจกรรมมากจะใช้พลังงานหญิงอายุ 25 ปีที่ต้องให้นมบุตร มากต้องการพลังงานมากกว่าหญิงมีครรภ์
    • สารปนเปื้อนในอาหาร อาหารที่เรารับประทานกันทุกวันนี้มีหลายชนิดที่มีสารพิษเจือปน เมื่อบริโภคแล้วจะทาให้ ผู้บริโภคเกิดการเจ็บป่วยได้ สารพิษที่ปะปนในอาหารสามารถจาแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1.สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ 2.สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดขึ้นจากการกระทาของมนุษย์ ไวรัสทาให้เกิดโรคตับอักเสบ แบคทีเรียทาให้เกิดโรคท้องเสีย อหิวาตกโรคไวรัสทาให้เกิดโรคไข้หวัดนก อะฟลาทอกชินทาให้เกิดโรคมะเร็งตับ สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สารพิษในพืชหรือสัตว์ - เห็ดมีพิษบางชนิด - ผักขี้หนอน พยาธิบางชนิด - ปลาปักเป้า - พยาธิใบไม้ในตับเกิดจากการรับประทานปลาดิบที่มี - แมงดาทะเล ไข่พยาธิ ซึ่งไข่พยาธิจะเจริญเติบโตในร่างกาย ทาให้ตับ ถ้ามีสารพิษอยู่ในอาหาร เมื่อเรา แข็งและตายในที่สุด รับประทานเข้าไปอาจเป็น อันตรายถึงชีวิตได้
    • สิ่งปนเปื้อนในอาหารที่เกิดจากการกระท้าของมนุษย์ สิ่งปนเปื้อนในอาหารมี 2 ลักษณะคือ สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารโดยไม่ตั้งใจ สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอาหารโดยความตั้งใจของมนุษย์สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารโดย สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอาหารโดยความตั้งใจของมนุษย์ไม่ได้ตั้งใจ 1.สารปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหาร น้าตาลเทียมบางชนิดทาให้เกิดโรคมะเร็งตับ-ปุ๋ยเคมีที่ใช้เร่งผลผลิตของ สารที่ใส่ในอาหารเพือให้กรอบ เช่น ่ บอแรกช์ น้าประสานทอง เป็นต้น พบ น้าส้มสายชูปลอมปนกับกรด-สารเคมีกาจัดศัตรูพืชพืช ในหมูบด ลูกชิ้นปลาบด ไส้กรอก ซัลฟิวริก ทาให้เกิดการกัด ผลไม้ดอง ซึ่งจะเป็นพิษต่อตับ ไต และ กร่อนทางเดินอาหาร-ฮอร์โมนเร่งผลผลิตในพืช ระบบทางเดินอาหาร-อาหารสัตว์สาเร็จรูป สารฟอกขาว เช่น โซเดียม ไฮโดรซัลไฟด์ เป็นต้น พบใน สารเคมีที่ชื่อว่า ซาลมูทามอล ซึ่ง-ยารักษาโรคในสัตว์ ถั่วงอก หน่อไม้ดอง น้าตาล เร่งสีเนื้อหมูให้มีสีแดงสดจะตกค้าง มะพร้าว ทุเรียนกวน เมื่อ ในเนื้อหมู เมื่อรับประทานเข้าไป รับประทานเข้าไปจะทาให้ปวด จะทาให้ใจสัน กล้ามเนือกระตุก ่ ้ หลัง ปวดศีรษะ อาเจียน หายใจ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว ไม่สะดวก ปวดท้อง
    • 2.สารอาหารกันเสีย 3.สีผสมอาหารปรอท จะสะสมในสมองทาให้ประสาทหลอน เป็น ฟอร์มาลีน (น้้ายาดองศพ) พบในผักอัมพาต ถ้าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์รับประทานเข้าไปจะทาให้ สด อาหารทะเลสด และเนื้อสัตว์ เมื่อระบบประสาทของทารกในครรภ์ถูกทาลาย รับประทานเข้าไปจะทาให้เกิดอาการปวด ท้องอย่างรุนแรง ท้องเสีย อาเจียน หมด สติกรดซาลิซิลิก ใช้ป้องกันเชื้อรา พบในผักดอง แหนม หมูยอ เมื่อรับประทานเข้าไปจะทาให้หูอื้อ มีไข้ ตะกั่ว ทาลายเซลล์เม็ดเลือดแดงอาเจียน และอาจเสียชีวิตได้ และเซลล์สมอง ทาให้เป็นอัมพาต แคดเมียม เป็นอันตรายต่อปอดและไต โครเมียม เป็นอันตรายต่อปอดและผิวหนัง
    • การป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อน ผลไม้ อาหารทะเลโรคที่พบ ได้แก่ ระบบตับ ไต กระเพาะอาหารผิดปกติจาก โรคที่พบ ได้แก่ โรคมะเร็งจากการที่มีสารเคมีการที่มีสารเคมีสะสมอยู่ในร่างกาย สะสมอยู่ในร่างกาย โรคภูมิแพ้จากยาปฏิชีวนะวิธีการป้องกัน บริโภคผลไม้ตามฤดูกาล ล้างและปลอก วิธีการป้องกัน เลือกรับประทานอาหารสด เนื้อไม่เปลือกผลไม้ทุกครั้งก่อนที่จะรับประทาน เปื่อยยุ่ย วางแช่น้าแข็ง เนื้อไก่ ผักสด เนื้อวัว โรคที่พบ ได้แก่ โรคภูมิแพ้จากยา โรคที่พบ ได้แก่ โรคมะเร็งจากการที่มี โรคที่พบ ได้แก่ โรคมะเร็งจากการสะสม ปฏิชีวนะ โรคไข้รากสาดเทียม สารเคมีสะสมอยู่ในร่างกาย โรคพยาธิจาก ของสารเคมี โรคพยาธิ วิธีการป้องกัน วิธีป้องกัน เลือกซื้อเนื้อที่มีสี ไข่พยาธิที่ติดมากับผัก คือ เลือกซื้อเนื้อวัวที่มีสีตามธรรมชาติ ธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการบริโภคคอ วิธีการป้องกัน เลือกรับประทานผักที่มีรู ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และปรุงอาหาร และหัวไก่ พรุน และล้างผักให้สะอาด ด้วยความร้อนสูง อาหารที่เรารับประทานกันอยู่ในปัจจุบันมักพบสารปนเปื้อนต่างๆ ได้แก่ สารเร่งเนื้อแดง สารฟอกขาว สารกันเชื้อรา สารบอแรกช์ และยาฆ่าแมลง ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีสาร ปนเปื้อนเหล่านี้เป็นประจาจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งสูง ซึ่งขณะนี้สาเหตุการ ตายอันดับ 1 ของคนไทยคือการป่วยเป็นโรคมะเร็งประมาณปีละ 45,000 คน กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทาโครงการ “อาหารปลอดภัย” ด้วยการตรวจสอบสาร ปนเปื้อนในอาหารสดในตลาดทั่วประเทศไทย ผู้ขายรายใดที่ฝ่าฝืนยังจาหน่ายอาหาร ปนเปื้อนสารพิษจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และจาคุกไม่เกิน 2 ปี
    • สารเสพติดกับการป้องกัน สารเสพติด หมายถึง สิงที่เสพเข้าไปแล้วจะทาให้เกิดความต้องการที่จะเสพสารนั้นใน ่ปริมาณที่เพิ่มขึ้นและไม่สามารถหยุดเสพได้ มีผลทาให้ร่างกายทรุดโทรมสภาวะจิตใจผิดปกติ องค์การอนามัยโลกได้แบ่งสารเสพติดออกเป็น 7 ประเภทด้วยกันคือ กดสมองหลอนประสาท ยานอนหลับ กระตุ้นสมอง กดประสาท เครื่องดื่มมึนเมา และสารเสพติดชนิดอื่นๆ
    • สารเสพติดประเภทกดสมองสารเสพติดประเภทกดสมอง ได้แก่• ฝิ่น (opium) • เฮโรอีน (heroin)• ลักษณะ เป็นยางสีน้าตาลที่ได้จากการกรีดดอกฝิ่น • ลักษณะ เป็นผงสีขาว รสขม ไม่มีกลิ่น มีกลิ่นเหม็นเขียว และมีรสขม สังเคราะห์จากมอร์ฟีน เรียกว่า “ฝิ่นดิบ” เมื่อนาไปเคี่ยวจะได้ฝิ่นสุก • การออกฤทธิ์ กดประสาทอย่างรุนแรง• การออกฤทธิ์ มีสารแอลคาลอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์กด • วิธีเสพ สูบ สูดดม ฉีด ประสาท • อาการของผู้เสพ มึนงง เซื่องซึม เคลิบเคลิ้ม• วิธีเสพ สูบ รับประทาน คลื่นไส้ อาเจียน ร่างกายทรุดโทรม ประสาท• อาการของผู้เสพ เซื่องซึม อารมณ์ดี ความคิดช้า เสื่อม ร่างกายซูบผอม อ่อนเพลีย • บทลงโทษ จาคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ• บทลงโทษ จาคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท 5,000-100,000 บาท • การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษ• การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 2
    • • มอร์ฟีน (morphine)• ลักษณะ เป็นผงสีขาวหรือเทาเกือบขาว ไม่มีกลิ่น รสขม สกัดจากฝิ่น• การออกฤทธิ์ กดประสาทส่วนกลาง ออกฤทธิ์รุนแรงกว่าฝิ่น 8-10 เท่า• วิธีเสพ รับประทาน ฉีด• อาการของผู้เสพ ม่านตาหรี่ คลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกสบาย คลายความเจ็บปวด• บทลงโทษ จาคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท
    • สารเสพติดประเภทหลอนประสาทสารเสพติดประเภทหลอนประสาท ได้แก่• ยาอี (ecstasy,love • ยาเค (ketamine) drog หรือ MDMA) • ลักษณะ เป็นผงสีขาว โดยการนายาเคชนิดที่ ใช้ฉีดมาทาเป็นผง• ลักษณะ เป็นเม็ดกลมแบน ด้านหนึ่งนูนหรือ เรียบ มีรูปดอกไม้ การ์ตูน มีสีต่างๆ ได้ • การออกฤทธิ์ หลอนประสาท• สีขาว สีเหลือง สีส้ม สีชมพู • วิธีเสพ สูดดม สูบ มักเสพร่วมกับยาอี เฮโรอีน หรือโคเคน• การออกฤทธิ์ หลอนประสาท • ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 18-24 ชั่วโมง• วิธีเสพ รับประทาน • อาการของผู้เสพ ประสาทหลอน ความคิด• ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 6-8 ชั่งโมง สับสน มึนงง ถ้าเสพติดต่อกันนานๆ จะ• อาการของผู้เสพ อารมณ์ดี เคลิบเคลิ้ม • ทาให้เป็นโรคจิต ประสาทหลอน ความคิดสับสน หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ • บทลงโทษ จาคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท• บทลงโทษ จาคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท • การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้ โทษประเภทที่ 2• ควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1
    • • แอล เอส ดี • กัญชา (cannabis)• ลักษณะ เป็นผลึก ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ • ลักษณะ กัญชาเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึง ใช้ ่ มีรส พบในรูปแบบของกระดาษซับ ใบหรือยอดเกสรตัวเมียมาตากแห้งแล้วอัด แผ่นวุ้น เป็นแท่ง• การออกฤทธิ์ หลอนประสาท • การออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาทและกด• วิธีเสพ รับประทาน ประสาท• ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 8-12 ชั่วโมง • วิธีเสพ สูบ รับประทาน• อาการของผู้เสพ ประสาทหลอนอย่าง • ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ 2-4 ชั่วโมง รุนแรง ขาดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ ถ้า • อาการของผู้เสพ ร่าเริง หัวเราะง่าย ต่อมา เสพเป็น จะมีอาการคล้ายคนเมาสุรา เพ้อคลั่ง• ระยะเวลานานอาจทาให้เป็นโรคจิตได้ หวาดระแวง• บทลงโทษ จาคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี • บทลงโทษ จาคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน ปรับ 5,000-100,000 บาท 10,000 บาท• การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพ • การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติด ติดให้โทษประเภทที่ 2 ให้โทษประเภทที่ 5
    • สารเสพติดประเภทยานอนหลับ ยานอนหลับส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นผงสีขาวบรรจุอยู่ในแคปซูลสีฟ้าแดง สามารถแบ่งประเภทของยานอนหลับได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้• 1.กลุ่มบาร์บิทูเรต เป็นกลุ่มที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ฟีโนบาร์ และ เวลาเซโคนาล ที่เรียกกันว่า เหล้าแห้ง ไก่แดง ปีศาจแดง• 2.กลุ่มเบนโซไดอะซีปนส์ เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ในปัจจุบน เพื่อรักษาอาการนอนไม่ ิ ั หลับ คลายความกังวล เมื่อใช้ติดต่อกันนานๆ จะเกิดอาการติดยา• การออกฤทธิ์ กดระบบประสาทส่วนกลาง ระงับการทางานของระบบประสาท คลายความวิตกกังวล คลายกล้ามเนื้อ ยับยั้งอาการชัก ทาให้หลับ เมื่อใช้ไปนานๆ จะทาให้เกิดอาการดื้อยาได้
    • สารเสพติดประเภทกระตุ้นสมองสารเสพติดประเภทกระตุนสมอง ได้แก่ ้• แอมเฟตามีน(amphetamine) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ายาบ้า ยาม้า หรือยาขยัน• ลักษณะ เป็นเม็ดกลมแบน มีสีต่างๆ เช่น สี ขาว สีน้าตาล สีส้ม สีเหลือง สีม่วง มี สัญลักษณ์บนเม็ดยา เช่น w ที่เป็นผลึก ใส เรียกว่า“ice” ซึ่งก็คือเมทแอมเฟตามีน• การออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาท• วิธีเสพ รับประทาน สูดดม สูบ หรือฉีด• ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 2-4 ชั่งโมง• อาการของผู้เสพ เบื่ออาหาร ตื่นเต้นไม่รู้สึก ง่วง ฉุนเฉียว เกิดอาการทางจิต ประสาท หลอน เพ้อคลั่ง หวาดระแวง วิตกกังวล• บทลงโทษ จาคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 5,000-100,000 บาท• การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติดให้ โทษประเภทที่ 1
    • • โคเคน (cocaine) • กระท่อม (khatom)• ลักษณะ เป็นผงละเอียดสีขาว มีรสขม ไม่ • ลักษณะ กระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาด มีกลิ่น กลาง มีแก่น เป็นไม้เนื้อแข็ง ใบคล้าย• การออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาท ฝรั่ง• วิธีเสพ สูดดม สูบ ฉีด • การออกฤทธิ์ มีสารมิตราจินีนซึ่งมีฤทธิ์ กระตุ้นประสาท• ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 1-2 ชั่วโมง • วิธีเสพ รับประทานโดยบดให้เป็นผง• อาการของผู้เสพ เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม แล้วชงด้วยน้าร้อน ตื่นเต้น มีความมั่นใจสูง เมื่อเสพใน ปริมาณ • ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ กระตุ้น ประสาท• มากจะเกิดอาการประสาทหลอน • อาการของผู้เสพ อารมณ์แจ่มใส• บทลงโทษ จาคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ผิวหนังกร้าน ปรับ 5,000-100,000 บาท ดาหรือเกรียม• การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติด ให้โทษประเภทที่ 2
    • สารเสพติดประเภทกดประสาทสารเสพติดประเภทกดประสาท ได้แก่ • สารระเหย ได้แก่ ทินเนอร์ แลคเกอร์ กาว น้ายาทา เล็บ สีสเปรย์ ลูกโป่งวิทยาศาสตร์• ยาแก้ไอผสมโคเคอีน • ลักษณะ เป็นผลิตภัณฑ์สาเร็จรูปที่มีส่วนผสมของ• ลักษณะ ยาปรุงน้าเชื่อม มีสีน้าตาลดา ทินเนอร์หรือแลคเกอร์• การออกฤทธิ์ กดประสาท • การออกฤทธิ์ กดประสาท • วิธีเสพ สูดดม• วิธีเสพ ดื่มโดยไม่ต้องเจือจาง ดื่มโดยผสม • ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 1-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือน้าอัดลม กับปริมาณที่เสพ• ช่วงเวลาในการออกฤทธิ์ 4-6 ชั่วโมง • อาการของผู้เสพ ตื่นเต้น รู้สึกเป็นสุข ร่าเริง• อาการของผู้เสพ ง่วงซึม มึนเมา เมื่อเสพ อาการคล้ายคนเมาสุรา พูดไม่ชัด ความคิดสับสน มากจะมีอาการเคลิ้มฝัน เหม่อซึม ง่วงนอน • บทลงโทษ ถ้าผู้เสพอายุไม่เกิน 17 ปี บทลงโทษ• การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารเสพติด นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ถ้าผู้เสพอายุ 17 ให้โทษประเภทที่ 3 ปี ขึ้นไป จาคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ • การควบคุมตามกฎหมาย เป็นสารระเหยตามพระ ราชกาหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533
    • สารเสพติดประเภทเครื่องดื่มมึนเมาลักษณะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอทิลแอลกอฮอล์เป็นองค์ประกอบ เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ บรั่นดี สุราขาว เป็นต้นการออกฤทธิ์ กดสมองตั้งแต่สมองส่วนหน้าถึงก้านสมองวิธีเสพ ดื่มอาการของผู้เสพ ตาพร่า การได้ยินผิดปกติ การรับรส กลิ่นและสัมผัสเสื่อมลงจนนอนหลับในที่สุดสารเสพติดชนิดอื่นๆสารเสพติดชนิดอื่นๆ ได้แก่1.บุหรี่ลักษณะ ผลิตจากใบสูบที่ผ่านการตากแห้งแล้ว มีสารนิโคตินเป็นองค์ประกอบสาคัญซึ่งเป็นสารแอลคาลอยด์ที่มีสมบัติเป็นน้ามันวิธีเสพ สูบอาการของผู้เสพ กระตุ้นระบบประสาทที่ควบคุมการหายใจ ทาให้หายใจไม่ออก แน่นหน้าอกถุงลมโป่งพอง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร2.ยาลดความอ้วนลักษณะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของแคปซูลที่มีสีสันหลากหลายการออกฤทธิ์ คล้ายยาบ้า เมื่อใช้ติดต่อกันนานๆ จะทาให้นอนไม่หลับ กระวนกระวายปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว ปากแห้งวิธีเสพ รับประทานการควบคุมตามกฎหมาย จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518
    • การป้องกันสารเสพติดการป้องกันในครอบครัว โดยการให้ความรัก การป้องกันในสถานศึกษา โดยการจัดกิจกรรมความอบอุ่น ความเข้าใจ พูดคุยถึงโทษของ ต่อต้านสารเสพติด รณรงค์ป้องกันสารเสพติดสารเสพติดร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว จัดให้มีการทัศนศึกษาที่สถานบาบัดผู้ติดสาร เสพติด วิธีการป้องกันการเสพสารเสพติดการป้องกันในชุมชน โดยการรวมกลุ่ม การป้องกันในชุมชน โดยการรวมกลุ่มสมาชิกเพื่อออกกาลังกาย จัดสถานที่ สมาชิกเพื่อออกกาลังกาย จัดสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ออกกาลังกาย กลุ่มแม่ และอุปกรณ์ที่ใช้ออกกาลังกาย กลุ่มแม่บ้าน หรืออาสาสมัครร่วมกันปฏิบัติ บ้าน หรืออาสาสมัครร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมต้านสารเสพติด กิจกรรมต้านสารเสพติด