การผจญภัยแบบ โหด มัน ฮา ครั้ง
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

การผจญภัยแบบ โหด มัน ฮา ครั้ง

on

  • 974 views

 

Statistics

Views

Total Views
974
Views on SlideShare
968
Embed Views
6

Actions

Likes
0
Downloads
0
Comments
0

3 Embeds 6

http://www.slideee.com 3
http://www.slideshare.net 2
http://webcache.googleusercontent.com 1

Accessibility

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

การผจญภัยแบบ โหด มัน ฮา ครั้ง การผจญภัยแบบ โหด มัน ฮา ครั้ง Presentation Transcript

  • การผจญภัยแบบ โหด มัน ฮา ครั้งที่สองของ นายประสิทธิ์ 28 มีนาคม 2552
  • หลังจากที่พ่อมดน้อยโจอี้ เกิดอาการเซ็งสุดขีด หลังจากปะทะอย่างเป็นทางการกะยัยแม่มดจอมจุ้น ( โพสดอคจอมวุ่นวาย )
  • แถมเอาเรื่องราวไปฟ้อง Professor แต่งเรื่องสารพัดซะงั้น ยัยแม่มดตัวแสบ
  • Professor ก็เหมือนจะเข้าข้างยัยแม่มดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรรุนแรง ก็แค่ให้ไปคุยกันเอง ตามประสา ผู้ใหญ่ขี้เกียจยุ่งเรื่องเด็กทะเลาะกัน
  • พ่อมดโจอี้ ก็เลยหาเรื่องเที่ยวช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ให้หายเซ็งซะหน่อย
  • แต่ไอ้ครั้นจะเดินเที่ยวเมืองเก่าๆ อย่างฮอร์ควอร์ตส์ ที่ฝึกวิชาเวทย์มนตร์อยู่นี้ ก็ดูจะยิ่งอาจจะหดหู่หนักกว่าเดิม
  • เพราะฉะนั้น ไปทะเลกันดีกว่า แม้ว่าจะยังไม่ใช่หน้าร้อน แต่ก็เข้า Spring แล้ว ยืนยันได้จาก cherry blossom เต็มไปหมดแล้ว
  • แต่จากความทุลักทุเลในครั้งก่อน ครั้งนี้จึงต้องมีการเตรียมตัวให้ดีกว่าเดิม เริ่มจากตั้งนาฬิกาปลุกไว้ แปดโมงครึ่ง
  • กะว่าจะเอาให้ทันรถไฟเที่ยว สิบโมงสิบหกนาที เพราะเป็นเที่ยววิ่งตรง ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนให้ปวดหัว 10.16
    • จะว่าไปการขึ้นรถไฟในประเทศนี้ก็โคตรจะปวดหัว เพราะจุดเริ่มกับปลายทางนี่อันเดียวกัน แต่อาจจะต้องเปลี่ยนสาย และการเดินทางตามที่มันจะมี เพราะมันไม่ได้เป็นแค่สายเหนือ สายใต้ สายอีสาน แบบบ้านเราแต่มันเป็นระบบร่างแห ครอบคุลมวุ่นวายไปหมด
  • สรุปแล้ว เมืองที่จะไปคือ Bournemouth รถไฟที่ไป จะมี แบบวิ่งตรงไม่เปลี่ยนขบวน คือ สาย Cross country มีทุกชั่วโมง 10.16, 11.16, 12.16 ประมาณนี้ และจะถึงใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง แต่ไม่ทันเที่ยวสิบโมงกว่าซะแล้ว เพราะมัวแต่รับประทานปลาดิบ ที่หั่นแล่ด้วยตนเอง หลังจาก กินร้านญี่ปุ่นเมื่อวันก่อนได้มากระจิ๊ดเดียว ในราคาโออิชิบ้านเรา อย่างเซ็ง
  • ก็เลยเปลี่ยนเวลาเป็น 11.16 ซึ่งจะถึง 13.15 แทนที่จะไปเที่ยว 10.31 ซึ่งต้องไปเปลี่ยนขบวนสองหนที่ Reading และ Basingstoke ทำให้ถึงก่อนแค่สิบนาที แทนที่จะเป็น สี่สิบนาทีตามเวลาที่ออก 11.16 13.15
  • ก่อนออกจากบ้านก็เตรียมสัมภาระ ทั้งนี้เนื่องจากพยากรณ์อากาศจาก iPhone ซึ่งจะได้ใช้ประโยชน์อย่างมากในการเดินทางครั้งนี้ว่าจะหนาวลงไปถึงติดลบในช่วงอุณหภูมิต่ำสุดของวัน
  • ก็เลยเตรียม ทั้งถุงมือ ผ้าพันคอ เสื้อคอกลมหนาเพิ่มอีกตัว ใส่กระเป๋าเดินทางไว้ แถมกาแล้วก็ผ้าเช็ดตัว ร่ม ขาสั้น กางเกงว่ายน้ำ ( ซึ่งที่ว่ามานี้สุดท้าย ไม่ได้ใช้สักอย่าง )
  • แล้วก็เตรียมโค้กไว้สองกระป๋อง กับกาแฟใส่กระติกไว้ ซึ่งอันนี้เป็นประโยชน์มากๆ
    • แต่ก็หนักเหลือเกิน
  • แล้วยังบ้าแบกหนังสือไปอีกตั้งสี่เล่ม ใส่กระเป๋าลากใบใหญ่ ซึ่งสุดท้ายก็ได้รู้ว่า ฆ่าตัวตายชัดๆ หนักมาก และลากขึ้นเขา
  • ออกจากบ้านสิบโมงนิดๆ นั่งรถเมล์สายประจำ ไปลงในเมืองแล้วเดินต่ออีกสิบนาทีไปถึงสถานีรถไฟ ใช้บัตรลดซึ่งหายไปสองรอบจากการเที่ยวครั้งก่อนๆ
    • บัตรนี้ซื้อได้ถ้าอายุน้อยกว่า 25 หรือเป็นนักเรียน full time ราคา 24 ปอนด์ ลดค่าตั๋วรถไฟได้ 1/3 ทุกเที่ยวเป็นเวลาหนึ่งปี ถ้าหาย สามารถเอาใบเสร็จไปขอทำใหม่ ในราคา 5 ปอนด์ แต่รอบสองมันดันยึดใบเสร็จเราซะงั้น ( รู้งี้ถ่ายเอกสารไว้ได้ไหมเนี่ย ) ก็เลยต้องซื้อใหม่ สรุปนี่ใบที่สามอ่ะ ค่าตั๋วไปกลับ Bournemouth 24 ปอนด์ จากราคาเต็ม 36 ปอนด์
  • เรื่องภาษาอังกฤษ กับชื่อเมืองก็สร้างความปั่นป่วนในการซื้อตั๋วรถไฟพอสมควร อย่างคราวที่แล้วจะไป Portsmouth ก็ไปบอกเขาว่า พอร์ทส์มัธ เขาก็งงๆ แล้วก็ อ๋อ Ports มุธ ดีที่ตอนแรก ไม่ Ports เม้าท์ ไม่งั้นคงงงอีก
    • คราวนี้ ก็ไปบอกเขาว่า เบิร์น มุธ เขาก็งงๆ แล้วก็ อ๋อ บอร์นมุธ เออ เออ น่านแหล่ะ แหมๆ ยังมีอีกหลายเมืองที่ออกเสียงพิลึกๆ อาจจะไปไม่ถูกเมืองได้ ถ้าออกเสียงเพี้ยนๆไป
    Portsmouth = พอร์ทส์ มุธ Bournemouth = บอร์นมุธ Reading = เรดดิ้ง Southampton= เซ้าท์แอมป์ตั้น ( ไอ้ทีมบอลที่เรียกเซ้าท์แทมป์ เซ้าท์แทมป์อยู่นั่นน่ะแหล่ะ ) Durham= ดาร์แล่ม Oxford= ออกซ์เฝิด ( ไปออกซ์ฝอร์ด น่ะรับลอง งงกันไปหลายเพลา ) Greenwich= กรีนนิช ( อันนี้คนไทยคุ้นเพราะไม่รู้ตัวเขียน ) Salisbury= ซอล์ส์บรี่ ( ถ้าไปอ่าน ซาลิสเบอรี่ นี่คงไม่ได้ไปดู stonehenge) Etc.
  • ขึ้นรถไฟ 11.16 ชานชาลาแรกที่เดินเข้าไป รอแค่ไม่ถึงสิบนาที รถไฟก็มาตามเวลา โชคชั้นที่ 1 ขึ้นไป ช่วงแรก ก็นั่งอ่านวิธีการถ่ายรูปดิจิตอลในหนังสือที่แบกไป
  • ทำให้รู้ว่ากล้องโง่ๆ ที่ซื้อไปนี่มี function ตั้งมากมายใน manual ที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อน อาทิ effect ต่างๆ การปรับแสง การชดเชยแสง การปรับความเร็ว
    • ตกลง ไอ้ ISO กะความเร็วชัตเตอร์มันคืออันเดียวดกันป่าวหว่า เทคนิคการถ่ายย้อนแสง การใช้แฟลช และอีกมากมาย แต่พอเอาเข้าจริง ถึงเวลา ระบบ Auto ก็ยังทำงานดีกว่าเราเป็นไหนๆ
    • สรุป ตากล้องมือใหม่ จะบอกว่ากล้องฉลาดกว่าเรา ถ้าตากล้องมืออาชีพ จะบอกว่ากล้องโง่กว่าเรา
  • หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ลองกล้องเล่นไปเยอะแล้ว ก็หยิบหนังสือวิชาเกินขึ้นมาอ่านคือ key concepts in politics เพราะที่นี่มีคนไทยเรียนสายอื่นนอกจากแพทย์เยอะแยะ
    • แต่ไม่ค่อยมีหมอ เลยคุยกะเขาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ต้องหาความรู้ข้ามสาขามั่ง อ้อ ตอนนี้ มีพวก marxist มาอยู่อีก ใจ อึ๊งภากรณ์อ่ะ เลยต้องอ่านว่าคนพวกนี้เขาคิดอ่านยังงัย ก็อ่านไป Marxism, Liberalism, Anarchism, Democracy, communism, bla bla, bla
  • สองชั่วโมงผ่านไป ไว เหมือนโกหก ถึงแล้วครับ Bournemouth สบายๆ ชิลล์ ชิล์ บ่ายโมงนิดๆ
  • เดินออกจากสถานีรถไฟ มา ก็มีป้ายรถเมล์อยู่พอสมควร แต่ไม่ได้เตรียมมานั่งรถเมล์ในเมือง เพราะคิดว่าเมืองคงไม่ใหญ่โตมาก เดินเอาดีกว่า ก็หาป้าย Seafront ก็เดินเลย
  • เริ่มใช้งาน Navigator บวก แผนที่ คราวนี้ไม่หลงแน่นอน Navigator ข้อเสีย คือ ถนนหนทางเล็กๆ จะไม่มีชื่อ แล้วก็ถ้าเดินเอาเนี่ยมันจะช้ากว่าที่เรา move เล็กน้อย
    • ทำให้เวลาจะเปลี่ยนทิศนี่ต้องลุ้นสักพัก ส่วนแผนที่ก็จะไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน และทิศไหน จริงๆ ถ้ามีเข็มทิศจะโอเคเลย แต่ไอ้ iPhone นี่โปรแกรมเข็มทิศมันใช้ไม่เห็นได้เลย
  • เดินทางสั้นที่สุดที่จะถึงทะเล ประมาณหนึ่งไมล์มั้ง ยี่สิบนาทีได้ ลากกระเป๋าไป อากาศกำลังดี ผ่านเมืองก็คล้ายๆเมืองตากอากาศทั่วไป โรงแรมเยอะ ร้านรวงโอเค พอถึง
    • Cliffe ก็ต้องเดินลงทางซิกแซก อีกระเป๋านี่ก็เริ่มสำแดงเดช หนักทีเดียว พอลงไป ก็เจอหาดทรายขาวสวย ด้าน west wing ยาวเหยียด ความกว้างของผืนทราย น่าจะสิบ ยี่สิบเมตรได้ไม่รู้น้ำขึ้น น้ำลงอ่ะนะ แล้วก็ทรายจะขาวละเอียดสู้บ้านเราคงไม่ได้ แล้วก็ยังมีผาสูงอีกด้านนึง ก็แปลกตาไปเมือ่เทียบกับบ้านเรา แต่ก็โอเคกว่า Brighton และ Isles of Wight ที่ไปมา
  • แดดแรงพอใช้ได้ แต่อากาศก็เย็นเกินกว่าจะมีคนอาบแดด หรือเล่นน้ำ คนจึงไม่มากมายนัก นั่งเล่น เล่นบอกลชายหาด มีกลุ่มเพื่อน กลุ่มครอบครัว พอสมควร
  • Beach house หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง เล็กจังเรียงเป็นตับ ให้เช่าได้ช่วงหน้าร้อน มานอนริมทะเล
  •  
  • เดินไปทางทิศตะวันออกเรื่อยๆ สัก ครึ่งไมล์ ก็จะมี Pier ยื่นยาวลงไปในทะเล แต่ไม่ได้คึกคัก ขนาด Brighton ด้านในเมืองตรงกับ Pier ก็เป็น แหล่งบันเทิงสนุกสนาน
    • มี aquarium, โรงหนัง ร้านอาหาร สวนสนุก
  •  
  •  
  •  
  •  
  • หิวแล้ว เดินลงไปที่ Pier มีร้านอาหารติดทะเลเลย เข้าไปสั่งอาหารกินดีกว่า
    • สั่ง Hot chocolate ครีมหมดเลยใส่ mArchmello มาให้
  • แล้วก็ Spaghetti napolitana สิริรวมเก้าปอนด์
    • อยากกินอาหารทะเล จิ้มน้ำจิ้มซีฟู๊ด แต่ลืมเอาติดตัวมา
  • ด้านนอกของ ร้านอาหาร
  • กินเสร็จ ก็คิดว่าหมดภาระ ในเมืองนี้แล้ว ทะเลก็ไม่ได้เล่นหนาวเกิน ก็เดินเข้าเมืองซะหน่อย ผ่านสวนที่เขาจัดไว้อย่างสวยงาม Lower garden
  • มี minigolf 18 หลุมให้เล่น แต่เสียตังเข้านา
  • เดินอีก ราวครึ่งชั่วโมง ก็กลับมาที่สถานีรถไฟเหมือนเดิม ตอนแรกตั้งใจจะไปอีกหาดนึงในเมืองนี้ Studland bay เขาว่าสวย และมี naturalist beach หรือ
    • Nude beach แต่ไม่ต้องห่วง ช่วงนี้หนีหนาวหมดแน่ สปริงก็ยังเย็นยะเยือกอยู่ แต่ต้องนั่งรถเมล์ไปชั่วโมง กลับ ชั่วโมง คงไม่ไหว ก็เลย งดดีกว่า ซื้อตั๋วจาก Bournemouth ไป Wool ราคา สี่ปอนด์ หกสิบ จากราคาเต็ม 6.9 ปอนด์
  • รถไฟมาพอดี๊พอดี วิ่งขึ้นรถเลย ไม่งั้นรออีกครึ่งชั่วโมง โชคชั้นที่สอง บ่ายสามเก้านาที
    • ( รวมเดินไปประมาณ สามไมล์ที่เมืองนี้ )
  • นั่งไปครึ่งชั่วโมง ผ่านอ่าวและทะเลรอบข้างมากมาย สวยงาม มีเรือย๊ง เรือยอร์ช เยอะแยะ
    • ก็มาถึงเมืองเล็กๆ ชื่อ Wool เดินออกจ่ากสถานีรถไฟแบบงงๆ เจอป้ายรถเมล์เล็กๆ
  • ดูแผ่นพับป้ายรถเมล์ที่หามา จะมีรถสาย 103 มาตรงนี้เวลา 16.00 คืออีกสิบนาที
    • ต่อจากนั้นจะไม่มีแล้ว ต้องโทรจองล่วงหน้าเอาเอง อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง อ้าว แล้วไอ้ขากลับอ่ะ ช่างมันเดี๋ยวค่อยคิด
  • สี่โมง รถมาจริงๆ แฮะ จะไป Lulworth Cove ครับ ราคา 0.90 ปอนด์
  •  
  • ระยะทางประมาณสี่ไมล์เศษๆ ใช้เวลาประมาณ แปดนาที ขึ้นเขา ลงเนิน และหนทางแคบๆ สองข้างเป็นทุ่งหญ้า ปศุสัตว์
    • สงสัยว่าเราคงจะต้องเดินกลับทางนี้อ่ะนะ เฮ้อ
  •  
  •  
  •  
  • ถึงแล้วครับ Lulworth cove ลงไป ก็แวะกินไอติมซะหน่อย เริ่มเหนื่อย 1.50 ปอนด์
  • มีร้านขายของที่ระลึก ที่นี่เขามีชื่อเสียงเรื่อง fossil เป็นจุดเริ่มของ Jurassic coast ยาวไปจนสุด Southwest ของอังกฤษเลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  • แล้วก็ดูป้าย อือ ไป lulworth cove ทางนี้ 250 เมตร
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  • ข้างทาง ก็เป็นร้านขนม นมเนย และ Bed and breakfast น่ารักๆ
  • ถึงแล้ว อืม หาดเป็นหินก้อนเล็กๆ นะ แล้วก็ถ้าจากรูปที่เห็นมา จะเป็น ส่วนที่หวำเข้ามา เป็นวงกลม มันก็ไม่ได้ใหญ่โต หรือสวยงามอะไรมากมาย อ่ะ
  • แต่ก็พยายามถ่ายรูปไว้ อืม น่าจะทำ พาโนรามาเนอะ แต่ทำไม่เป็นอะ ได้ข่าวว่า มันจะต้องมีจุดอ้างอิงให้โปรแกรมมันหาจุดโอเวอร์แลบได้
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  • ก็เก็บภาพไปมั่วๆ แล้วก็เอาไปลองเล่นดู ได้พาโนราเบี้ยวแทน อิอิ
  •  
  • อ๊ะ อ๊ะ มีเนินนี่นา ไต่ขึ้นไป ถ่ายดีกว่า ก็สวยดีนะเนี่ย เอาละ พอแล้ว คุณกระเป๋า ก็หนักซ้า
  • จะไปอีกที่นึง คือ Durdle door ก็เดินย้อนกลับมา หาป้าย ที่ชี้ทางไป ต้องเดินไปตาม Public foot path อีกแล้ว
    • ถ้าใครจำได้ ครั้งก่อน ผมจะเดินไปทาง Public foot path เพื่อไป alumbay ที่ Isle of Wight แล้วมันกลายเป็นเข้าป่าน่ากลัวมากๆๆๆๆๆ
  • แต่ครั้งนี้ยังหัววัน และพอมีคนเดินบ้าง ก็เลยไม่น่ากลัว
  • ทางจะแคบๆ มองลงไปก็เป็นทุ่งหญ้า
  •  
  • เดินไปได้หน่อย อ้าวมีฝูงวัว ขวางทาง แล้วก็มีป้าสองคน ไม่กล้าเดินไป เราก็เอางัยดีวะ แล้วก็มีคู่ชาย หญิง วัยรุ่น เดินลิ่วๆ ไป ตบมือ ไล่วัวที่ขวางประตูอยู่ มันก็เดินถอยๆ ไป
    • และมองอย่างระวัง
  •  
  • เดินไป เดินไป กว่าจะถึง ขาเริ่มลากแล้ว กระเป๋าก็หนัก ทั้งอุ้ม ทั้งลาก โอยหนึ่งไมล์ นี่เหมือนสามไมล์เลย นี่ก็ห้าโมงแล้ว
  • มองลงไป ด้านหนึ่งจะเป็น Man o War bay
  •  
  •  
  •  
  • อีกด้านหนึ่งคือ Durdle door
  •  
  •  
  • ต้องลงบันไดแคบๆ ลงไป
  • พอลงไปถึงก็ หอบ แฮ่กๆๆๆ นั่งกินโค้ก กระป๋องไป พัก ก่อน อีกกระป๋องกินไปแล้ว ตอนนั่งรถไฟมาที่นี่
  •  
  •  
  •  
  • เอาล่ะ ได้เวลาไต่เขาขึ้นแล้ว โอยขาสั่น ขาลากเยย มานั่งหอบข้างบน
  • เอาล่ะสิ จะกลับแล้ว ทำงัย กด navigator ดู ระยะทางถึง สถานีรถไฟ ห้าไมล์ อี๋
    • ใช้เวลาเดิน หนึ่งชั่วโมง สี่สิบแปดนาที ในใจก็ มันต้องบวก ตอนหยุด กะ ขึ้นเขาอีกนี่นา
  • ก็ค่อยๆ เดินไป เดินไป Batt มือถือก็ใกล้จะหมด ชาร์ตแล้วใช้ได้วันเดียวเองอ่ะ ส่วนแบตกล้องนี่เสื่อมมาก หมดไปนานแล้ว
    • หลังๆ นี่ถ่ายเอาจาก มือถือ เลย ซื้อน้ำกินไปอีกสองกระป๋อง 1.60 ปอนด์
  • รถก็ขับเร็วมาก ทางก็แคบๆ บางที่ไม่มี footpath นี่เดินตัวลีบเลย
    • คนขับรถผ่านไปมา ก็คง งง ไอ้นี่มาเดินทำอะไรแถวนี้ ทั้งลาก ทั้งอุ้มกระเป๋า เดินๆ ขาเริ่มปวด ตึงๆ งอไม่ได้ ต้องเดินเหยียดๆ ขา
  • เดินไปประมาณสองไมล์ได้ มั้ง เกือบชั่วโมง ตอนนั้น ประมาณ เกือบทุ่มแล้ว ก็ได้ยินเสียง
    • Do you want to lift?
    • โอ้ พระเจ้า โชคชั้นที่สาม จริงๆ ตอนแรก กะจะ Hitch hike แล้วนะ แต่ก็ไม่ปลอดภัย นี่เขาอาสา ก็เอาวะ เดินไมไหวแล้วอ่ะ
  • ขึ้นรถไป ก็ถามไถ่ ว่าไปงัยมางัย ก็แบบว่า ไม่ได้เช็คว่ามันจะไม่มีรถเมล์ขากลับอ่ะ
    • ตาคนนี้เป็นทหาร มันมีค่ายทหาร อยู่แถวนี้ หน้าตาก็อย่างหล่อประมาณในรูป เหอ เหอ
  • ในรถร้อนอ่ะ เขาบอกว่า เปิดฮีตเตอร์ เป่าขา ก็เฮียแก เล่นในขาสั้นนี่หว่า
    • จากนั้น …… .
    • ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครับ ( โว้ย )
  • ก็มาถึงสถานีรถไฟ ประมาณทุ่มนิดๆ ขอบอกขอบใจกัน แล้วเดินลงมาที่สถานี รถจะมาในเวลาไม่ถึง ห้านาที เย้ๆ โชคชั้นที่ สี่
  • 19.15 รถก็มา ขึ้นรถไป ต้องไปเปลี่ยนสายที่ Basingstoke และ Reading ถึง ออกซ์ฟอร์ด ประมาณสีทุ่ม ซึ่งเวลานี่ไม่มีในตารางที่เราปริ้นท์มาอ่ะ
    • ตอนเปลี่ยนสถานีที่ Basingstoke นี่ต้องวิ่งไปขึ้นรถเลย เพราะรถไฟจะออกพอดี เขาเลยคิดว่าเราคงเปลี่ยนรถไม่ทัน มั้ง เลยไม่ได้ recommend ขบวนนี้
  • นั่ง taxi กลับบ้าน เดินมะหวายแล้ว ค่ารถ 5.90 ปอนด์ กลับบ้านกินมาม่า สบายใจเฉิบ แล้วก็นั่งดูรูปที่ถ่ายมา ลองทำพาโนรามาเล่นนิดหน่อย นอนตีสามแน่ะ
    • โอ้ เวลาหายไปหนึ่งชั่วโมง เขาเปลี่ยนแป็น day light saving แล้วครับ 29 มีนาคม 2552
    • ( อันนี้ ไม่ใช่รูปที่กระผมถ่ายนะครับ )
  • สรุปการเดินทาง
    • ระยะเวลารวม ออกจากบ้าน ถึงบ้าน 12 ชั่วโมง
    • ระยะทางการเดิน ทางราบ ไม่ลำบาก ประมาณ สามไมล์
    • ระยะทางการเดิน ทางขึ้นเขา ลงเขา ลำบาก ประมาณ สามไมล์
    • ค่าใช้จ่าย 24+9+4.6+1.6+5.9 = 45.1 ปอนด์
    • ได้เห็น Bournemouth sandbeach, Lulworth Cove, Man o War bay and Durdle door
    • ได้เสี่ยงโชคหลายหน How lucky I am
  • Thank you for your attention
    • See you next trip krub
    • Bye Bye