• Save
บทที่2
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

บทที่2

on

  • 1,223 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,223
Views on SlideShare
474
Embed Views
749

Actions

Likes
0
Downloads
0
Comments
0

1 Embed 749

http://praphol.wordpress.com 749

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    บทที่2 บทที่2 Presentation Transcript

    • บทที่ 2รู ปแบบของการประกอบธุรกิจ
    • รู ปแบบของการประกอบธุรกิจ รู ปแบบของการประกอบธุรกิจมีหลายประเภท ซึ่งแต่ ละประเภทมีลักษณะที่แตกต่ างกัน การเลือกประกอบธุรกิจประเภทใดนั้นย่ อมขึนอยู่กบความต้ องการ ความสนใจ และความเหมาะสม ้ ัทีจะประกอบธุรกิจนั้น ๆ ธนชัย ยมจินดา (2543, หน้ า 66) ได้ แบ่ ง ่รู ปแบบของการประกอบธุรกิจออกเป็ น 3 ประเภท คือ 1. การประกอบการแบบเจ้ าของคนเดียวหรือร้ านค้ าเอกชน 2. การประกอบการแบบห้ างหุ้นส่ วน 3. การประกอบการแบบบริษัทจากัด
    • ปัจจัยในการเลือกรู ปแบบของการประกอบธุรกิจ1. ความยากง่ ายของการก่ อตั้ง2. ขอบเขตของความรับผิดในหนี้3. ความคล่ องตัวของการปฏิบติการ ั4. ความยากง่ ายของการจัดหาเงินทุน5. สิ ทธิในการควบคุมการดาเนินงานของธุรกิจ6. การรักษาความลับ7. ความมีอสระจากการควบคุมโดยรัฐ ิ8. ปัจจัยด้ านกฎหมาย9. ความมั่นคงและความต่ อเนื่องของการดาเนินงาน10. ปัจจัยด้ านภาษี สาหรับการเสี ยภาษี
    • การประกอบการแบบเจ้ าของคนเดียวหรือร้ านค้ าเอกชน (SOLE OR SINGLE PROPRIETORSHIP) คือ ธุ รกิจที่บุคคลคนเดียวเป็ นเจ้ าของ และมีสิทธิ ขาดแต่ เพียงผู้เดียวในการจัดการกิจการทั้งหมด เจ้ าของกิจการเป็ นผู้รับความเสี่ ยงจากการขาดทุนหรื อผลประโยชน์ จากกาไรแต่ เพียงผู้เดียว ลักษณะพิเศษของการประกอบการแบบเจ้ าของคนเดียว คือ เจ้ าของจะเป็ นผู้จัดการและเป็ นผู้ตัดสิ นใจเกี่ยวกับการดาเนินการต่ าง ๆ ของธุรกิจทั้งหมด ดังนั้นจะเห็นได้ว่ า ความส าเร็ จ ของการด าเนิ น ธุ ร กิ จ แบบเจ้ า ของคนเดี ย วจะขึ้น อยู่ กั บความสามารถด้ านการจัดการหรือการบริหารของผู้เป็ นเจ้ าของเป็ นสาคัญ
    • การจัดตั้งกิจการเจ้ าของคนเดียว เจ้ าของกิจการต้ องไปยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วัน นั บแต่ วันที่ได้ เริ่ มประกอบกิจการ เจ้ าของกิจการใดฝ่ าฝื นต้ องระวางโทษปรับไม่ เกิน 2,000 บาทและปรับต่ อเนื่องอีกวันละไม่ เกิน 100 บาท จนกว่ าจะได้ จดทะเบียน(พิมล จงวรนนท์ ,2548, หน้ า 29) การประกอบกิจการแบบเจ้ าของคนเดียว กฎหมายไม่ มีกาหนดในเรื่ องของการจดทะเบียนเป็ นนิติบุ ค คล แต่ ต้ องดู ว่ ากิ จ การนั้ นต้ องจดทะเบี ย นพาณิ ช ย์ ตามพระราชบัญญัตทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 หรือไม่ ิ
    • สาหรับกิจการทีไม่ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ได้ แก่ (ประภาศรี อึงกุล ่ ่ ,2542, หน้ า 59) 1. การค้ าเร่ และการค้ าแผงลอย 2. พาณิชย์ กจเพือการบารุงศาสนาหรือเพือการกุศล ิ ่ ่ 3. พาณิชย์ กจของนิตบุคคลซึ่งได้ มีพระราชบัญญัตหรือพระราช ิ ิ ิกฤษฎีกาจัดตั้งขึน้ 4. พาณิชย์ กจของกระทรวง ทบวง กรม ิ 5. พาณิชย์ กจของมูลนิธิ สมาคม และสหกรณ์ ิ 6. พาณิชย์ กจซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ ประกาศในราช ิกิจจานุเบกษาให้ ได้ รับยกเว้ นไม่ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
    • การจดทะเบียนพาณิชย์ การจดทะเบียนพาณิชย์ จะเป็ นไปตามพระราชบัญญัตทะเบียนพาณิชย์ ิพ.ศ. 2499 “ผู้ประกอบพาณิชกิจ” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิตบุคคลซึ่ง ิประกอบพาณิชยกิจเป็ นอาชีพปกติ และหมายความถึงผู้เป็ นหุ้นส่ วนทีไม่ จากัด ่ความรับผิด กรรมการ หรือผู้จัดการด้ วย ฉะนั้นผู้ประกอบพาณิชยกิจจึงได้ แก่(ประภาศรี อึงกุล,2542, หน้ า 56-57) ่ 1. บุคคลธรรมดาคนเดียว 2. ห้ างหุ้นส่ วนสามัญทีมิได้ จดทะเบียนเป็ นนิตบุคคล ่ ิ 3. ห้ างหุ้นส่ วนสามัญนิตบุคคลและห้ างหุ้นส่ วนจากัด ิ
    • 4. บริษทจากัด หมายถึง บริษทจากัดซึ่งเป็ นนิตบุคคลจด ั ั ิทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มกรรมการเป็ นผู้ดาเนิน ีกิจการของบริษัท 5. ห้ างหุ้นส่ วนและบริษทจากัด ั
    • รายการจดทะเบียนพาณิชย์1. ชื่อ อายุ เชื้อชาติ และตาบลทีอยู่ของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ่2. ชื่อทีใช้ ในการประกอบพาณิชยกิจ ่3. ชนิดแห่ งพาณิชยกิจ4. จานวนเงินซึ่งนามาใช้ ในการประกอบพาณิชยกิจเป็ นประจา5. ทีต้งสานักงานใหญ่ สาขา โรงเก็บสิ นค้ า และตัวแทนค้ าต่ าง ่ ั6. วันทีเ่ ริ่มประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย7. วันขอจดทะเบียนพาณิชยกิจในประเทศไทย8. ชื่อทีใช้ ในการประกอบพาณิชยกิจ ชื่อสั ญชาติ และตาบลทีอยู่ของผู้โอนพาณิชย ่ ่ กิจ หระบุวนที่ และเหตุทรับโอน ั ี่
    • ข้ อดีของการประกอบการแบบเจ้ าของคนเดียว1. ก่ อตั้งได้ ง่ายและมีต้นทุนตา ่2. รักษาความลับได้3. การตัดสิ นใจและการควบคุมธุรกิจ4. การเลิกกิจการ5. กาไรทั้งหมดเป็ นของเจ้ าของกิจการ6. กฎระเบียบของราชการ7. ภาษี
    • ข้ อเสี ยของการประกอบการแบบเจ้ าของคนเดียว 1. ความรับผิดชอบในหนีอย่ างไม่ จากัด ้ 2. การมีข้อจากัดในการจัดหาเงินทุน 3. ขาดความต่ อเนื่องในการดาเนินธุรกิจ 4. การบริหารงานขาดประสิ ทธิภาพ เนื่องจากเจ้ าของกิจการเพียงคนเดียวไม่ สามารถดาเนินธุรกิจโดยมีทกษะต่ าง ๆครบทุกด้ าน ทาให้ ผลการดาเนินงานไม่ มประสิ ทธิภาพ ั ีเท่ าทีควร ่
    • การประกอบการแบบห้ างหุ้นส่ วน (PARTNERSHIP)
    • ประเภทของห้ างหุ้นส่ วนการประกอบกิจการในรู ปแบบห้ างหุ้นส่ วน แบ่ งออกเป็ น 2 ประเภทคือ1. ห้ างหุ้นส่ วนสามัญ (General)2. ห้ างหุ้นส่ วนจากัด (Limited Partnership)
    • 1. ห้ างหุ้นส่ วนสามัญ (GENERAL) ประมวลกฎหมายแพ่ ง และพาณิ ช ย์ ม าตรา 1025 บั ญ ญั ติ ว่ า “ห้ า งหุ้นส่ วนสามัญ” คือ ห้ างหุ้นส่ วนประเภท ซึ่ งผู้เป็ นหุ้นส่ วนทั้งหมดทุกคนต้ องรับผิดชอบร่ วมกัน เพือหนีสินทั้งปวงของหุ้นส่ วนโดยไม่ จากัดจานวน ่ ้ ตามกฎหมายระบุว่าห้ างหุ้นส่ วนสามัญนั้นจดทะเบียนหรือไม่ กได้ หาก ็จดทะเบียนจะทาให้ มีฐานะเป็ นนิตบุคคล เรียกว่ า ห้ างหุ้นส่ วนสามัญนิตบุคคล ิ ิ
    • 2. ห้ างหุ้นส่ วนจากัด (LIMITED PARTNERSHIP) ห้ างหุ้ นส่ วนจากัด หมายถึง ห้ างหุ้ นส่ วนประเภทหนี่ง ซึ่ งมีผู้เป็ นหุ้ น ส่ วนอยู่ 2 จ าพวก คื อ จ าพวกจ ากั ด ความรั บ ผิ ด เพีย งไม่ เ กิ นจานวนเงินทีตนรับจะลงหุ้นในห้ างหุ้นส่ วนนั้น และจาพวกรับผิดร่ วมกัน ่ในบรรดาหนี้สินของห้ างหุ้นส่ วนโดยไม่ มีจากัดจานวน (ชรั ตน์ รุ่ งเรื องศิลป์ และพรนภา กุลทวีสุข, 2541, หน้ า 1-1)
    • การจัดตั้งห้ างหุ้นส่ วน ในการจดทะเบียนห้ างหุ้นส่ วนสามัญนิติบุคคล และห้ างหุ้นส่ วนจากัดนั้นต้ องไปยืนขอจดทะเบียน ณ สานักงานทะเบียนหุ้นส่ วนบริ ษัท โดยหากหุ้นส่ วน ่ส านั ก งานใหญ่ ต้ั ง อยู่ ใ นเขตกรุ ง เทพมหานคร ต้ อ งไปยื่ น ขอจดทะเบี ย นที่ส านั ก งานทะเบี ย นหุ้ น ส่ วนบริ ษั ท กรมทะเบี ย นการค้ า กระทรวงพาณิ ช ย์สาหรับต่ างจังหวัด จะตั้งอยู่ทสานักงานพาณิชย์ จังหวัดของแต่ ละจังหวัด ี่
    • รายการจดทะเบียนจัดตั้งห้ างหุ้นส่ วน1. ชื่อห้ างหุ้นส่ วน2. วัตถุประสงค์ ในการประกอบกิจการ3. ทีต้งสานักงานแห่ งใหญ่ และสานักงานสาขาทั้งปวง ่ ั4. ชื่อ ยีห้อ สานัก และอาชีวะของผู้เป็ นหุ้นส่ วนทุกคน รวมทั้งจานวนเงิน ซึ่ง ่ แต่ ละคนลงทุนเข้ าหุ้น5. ชื่อหุ้นส่ วนผู้จัดการ6. ข้ อจากัดอานาจหุ้นส่ วนผู้จัดการ (ถ้ ามี)7. รายการอย่ างอืนทีสมควรจะให้ ประชาชนทราบ ่ ่8. ดวงตราของห้ างหุ้นส่ วน
    • ข้ อเสี ยของการประกอบการแบบห้ างหุ้นส่ วน
    • การประกอบการแบบบริษัทจากัด (COMPANY) บริ ษัท คือ องค์ การธุ รกิจที่ต้ังขึ้นด้ วยการแบ่ งทุนออกเป็ นหุ้ นแต่ ละหุ้นมีมูลค่ าเท่ า ๆ กัน ผู้ถือหุ้ นต่ างรั บผิดจากัดเพียงไม่ เกินจานวนเงินที่ตนยังส่ งใช้ ไม่ ครบมูลค่ าของหุ้นตนถือ การดาเนินธุรกิจในรู ปแบบของบริษัทจากัด แบ่ งออกเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. บริษัทเอกชนจากัด 2. บริษัทมหาชนจากัด
    • 1. บริษัทเอกชนจากัด (COMPANY LIMITED) ตามประมวลกฎหมายแพ่ ง และพาณิ ช ย์ ม าตรา 1096 ให้ ความหมายว่ า “บริ ษัทจากัด คือ บริ ษัทประเภทซึ่ งจัดตั้งด้ วยการแบ่ ง ทุนเป็ นหุ้นมีมูลค่ าเท่ า ๆ กัน โดยมีผู้ถือหุ้นไม่ ถึงหนึ่งร้ อยคนรวมทั้งนิติ บุคคล (ถ้ ามี) ผู้ถือหุ้นดังกล่ าวต่ างรับผิดเพียงไม่ เกินจานวนเงินที่ตนยัง ส่ งใช้ ไม่ ครบมูลค่ าของหุ้นทีตนถือ” ่
    • การจัดตั้งบริษัทจากัด
    • 5. กรรมการบริ ษัทต้ องเรี ยกผู้ เข้ าชื่ อซื้อหุ้ นทุกคน ชาระราคาค่ าหุ้ นอย่ างน้ อยร้ อยละ 25 ของราคาหุ้น 6. เมื่อชาระค่ าหุ้นแล้ ว กรรมการของบริ ษัทต้ องไปยื่นขอจดทะเบียนตั้งบริษัทจากัดต่ อนายทะเบียนหุ้นส่ วนบริษัทภายในกาหนดเวลา 3 เดือน นับแต่วันประชุ มตั้งบริษัท เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ ว บริษัทก็จะมีสภาพเป็ นนิตบุคคล ิ 7. หนังสื อบริคณห์ สนธิ คือ หนังสื อที่ผู้เริ่มก่ อการแสดงความประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทจากัด
    • 2. บริษัทมหาชนจากัด (PUBLIC COMPANY LIMITED) บริ ษั ท มหาชนจ ากั ด ตามพ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ม ห า ช น จ า กั ดพ . ศ . 2 5 3 5 ม า ต ร า 7 5 ไ ด้ ใ ห้ความหมายว่ า บริ ษัท มหาชนจ ากัดคื อ บริ ษั ท ประเภทซึ่ ง ตั้ ง ขึ้ น ด้ วยความประสงค์ ที่จะเสนอขายหุ้ นต่ อประชาชน โดนผู้ถอหุ้นมีความรับผิด ืจากัดไม่ เกนจานวนเงินค่ าหุ้ นที่ต้องชาระ และบริษทดังกล่ าวได้ ระบุความ ัป ร ะ ส ง ค์ เ ช่ น นั้ น ไ ว้ ใ น ห นั ง สื อบริคณห์ สนธิ
    • การจัดตั้งบริษัทมหาชนจากัด 1. จัดทาหนังสื อบริคณห์ สนธิแล้ วนาไปขอจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตมหาชนจากัด พ.ศ.2531 โดยผู้ก่อตั้งตั้งแต่ 15 คนขึนไป ิ ้ 2. จัดทาหนังสื อชี้ชวนและนาไปขอจดทะเบียนกับนายทะเบียนกับกรมทะเบียนการค้ าแล้ วจึงจะเสนอขายหุ้น 3. ทาการโฆษณาชี้ชวนให้ ประชาชนซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ (ถ้ ามี)หลังจากทีจดทะเบียนกับนายทะเบียน ่ 4. ประชุ มจัดตั้งบริษท เมื่อมีผู้ถอหุ้นครบ 100 คน และเป็ นหุ้นที่ ั ืชาระด้ วยตัวเงินไม่ น้อยกว่า 5 ล้ านบาท ๋
    • 5. เรียกผู้เข้ าชื่อจองหุ้นชาระเงินค่ าหุ้น 6. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ต้ องดาเนินการให้ เสร็จภายใน 3 เดือนนับแต่ วนประชุ มจัดตั้งบริษท และได้ ชาระเงินค่ าหุ้นครบตามจานวน 100 ั ัคนแล้ ว
    • ข้ อดีของการประกอบการแบบบริษัทจากัด
    • ข้ อเสี ยของการประกอบการแบบบริษัทจากัด
    • สรุป รู ปแบบของการประกอบธุรกิจโดยทั่วไปแบ่ งออกเป็ น 3 ประเภทคือ (1)การประกอบการแบบเจ้ าของคนเดียวหรื อร้ านค้ าเอกชน (2) การประกอบการแบบห้ างหุ้นส่ วน และ (3) การประกอบการแบบบริษัทจากัด ซึ่งในการพิจารณาว่ าจะเลือกประกอบธุ รกิจแบบใดจึงจะเหมาะสมจะต้ องพิจารณาถึงปั จจัยต่ าง ๆเช่ น ความยากง่ ายของการจัดหาเงินทุน การรักษาความลับ ความมั่นคงและความต่ อเนื่องของการดาเนินงาน ตลอดจนปัจจัยด้ านภาษีและกฎหมาย
    • จบการนาเสนอ