กล้องจุลทรรศน์

44,340 views

Published on

1 Comment
6 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
44,340
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
56
Actions
Shares
0
Downloads
304
Comments
1
Likes
6
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

กล้องจุลทรรศน์

  1. 2. <ul><li>ประโยชน์ของกล้องจุลทรรศน์ </li></ul><ul><li>1. ช่วยในการมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กกว่าตาเราจะมองเห็น 2. ช่วยในการศึกษาหาข้อมูลหลักฐานทางชีววิทยา </li></ul>
  2. 3. กล้องจุลทรรศน์ใช้เลนส์ประกอบ สร้างโดยจอห์น คัฟฟ์ ( JOHN CUFF) ค . ศ . 1750
  3. 4. หลักการการทำงานของกล้องจุลทรรศน์ <ul><li>กล้องจุลทรรศน์มีความสามารถขยาย ( magnification) ได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถในการแจกแจงรายละเอียด ( Resolution / Resolving power) หมายถึงความสามารถของกล้องจุลทรรศน์ในการแยกจุดสองจุด ซึ่งอยู่ใกล้กันที่สุดให้มองเห็น แยกเป็นสองจุดได้ ( Two points of discrimination) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ - ความยาวคลื่นแสงที่ส่องผ่านเลนส์ ซึ่งถ้าแสงมีความยาวคลื่นที่สั้น จะช่วยเพิ่ม resolving power - ความสามารถในการรวมแสงของเลนส์วัตถุ ( numerical aperture of objective lens / NA) โดยที่ค่า NA ยิ่งมากภาพที่ได้ก็จะยิ่งคมชัดมากขึ้นตาม </li></ul><ul><li>กำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา x กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ </li></ul>
  4. 5. ชนิดของกล้องจุลทรรศน์ <ul><li>ในปัจจุบันกล้องจุลทรรศน์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ </li></ul><ul><li>1. กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง </li></ul><ul><li>ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบธรรมดา และ แบบสเตอริโอ </li></ul><ul><li>2. กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอน </li></ul><ul><li>ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน และ แบบส่องกราด </li></ul>
  5. 6. 1. กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบธรรมดา <ul><li>เป็นกล้องที่ได้รับการพัฒนาจากในอดีตอย่างมาก และกล้องใช้แสงที่ดีที่สุดในปัจจุบันมีกำลังขยายถึง 2,000 เท่า และเป็นกล้องที่ราคาถูกสามารถใช้ในงานที่ละเอียดพอประมาณ </li></ul>
  6. 7. รูปกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสงแบบธรรมดา <ul><li>1 .1 ) กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสงแบบธรรมดา ประกอบด้วยเลนส์ 2 ชนิดคือ เลนส์ใกล้วัตถุและเลนส์ใกล้ตา โดยใช้แสงผ่านวัตถุแล้วขึ้นมาที่เลนส์จนเห็นภาพที่บนวัตถุอย่างชัดเจน </li></ul>
  7. 8. การใช้กล้องจุลทรรศน์ <ul><li>1. การจับกล้อง ใช้มือหนึ่งจับที่แขนของกล้อง และใช้อีกมือหนึ่งรองรับที่ฐาน 2. ตั้งลำกล้องให้ตรงเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนประกอบต่างๆเลื่อนหลุดจาก ตำแหน่ง 3. หมุนเลนส์ใกล้วัตถุให้เป็นเลนส์ที่มีกำลังขยายต่ำสุดให้อยู่ในตำแหน่งแนวของลำกล้อง 4. ปรับกระจกเงา หรือเปิดไฟเพื่อให้แสงเข้าลำกล้องได้เต็มที่ 5. นำแผ่นสไลด์ที่จะศึกษาวางบนแท่นวางวัตถุ ให้วัตถุอยู่บริเวณกึ่งกลางบริเวณที่แสงผ่าน 6. มองด้านข้างตามแนวระดับแท่นวางวัตถุ ค่อยๆหมุนปุ่มปรับภาพหยาบให้เลนส์ใกล้วัตถุเลื่อนลงมาอยู่ใกล้ๆกระจกปิดสไลด์ ( แต่ต้องระวังไม่ให้เลนส์กับสไลด์สัมผัสกัน เพราะจะทำให้ทั้งคู่แตกหักหรือเสียหายได้ ) </li></ul>
  8. 9. การใช้กล้องจุลทรรศน์ ( ต่อ ) <ul><li>7. มองที่เลนส์ใกล้ตาค่อยๆปรับปุ่มปรับภาพหยาบให้กล้องเลื่อนขึ้นช้าๆ เพื่อหาระยะภาพ เมื่อได้ภาพแล้วให้หยุดหมุน ตรวจดูแสงว่ามากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ ให้ปรับไดอะแฟรมเพื่อให้ได้แสงที่พอเหมาะ 8. มองที่เลนส์ใกล้ตาหมุนปุ่มปรับภาพละเอียดเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าวัตถุที่ศึกษาไม่อยู่ตรงกลางให้เลื่อนแผ่นสไลด์เล็กน้อยจนเห็นวัตถุอยู่ตรงกลางพอดี 9. ถ้าต้องการให้ภาพขยายใหญ่ขึ้นก็หมุนเลนส์อันที่กำลังขยายสูงขึ้นเข้าสู่แนวลำกล้อง แล้วปรับความคมชัดด้วยปุ่มปรับภาพละเอียดเท่านั้น 10. บันทึกกำลังขยายโดยหาได้จากผลคูณดังที่กล่าวไว้แล้ว 11. หลังจากใช้กล้องจุลทรรศน์แล้ว ให้ปรับกระจกเงาให้อยู่ในแนวดิ่ง ตั้งฉากกับตัวกล้อง เลื่อนที่หนีบสไลด์ให้ตั้งฉากกับที่วางวัตถุ หมุนเลนส์ใกล้วัตถุให้เป็นอันที่มีกำลังขยายต่ำสุดอยู่ในตำแหน่งของลำกล้อง และเลื่อนลำกล้องให้อยู่ในตำแหน่งต่ำสุด เช็ดทำความสะอาดส่วนที่เป็นโลหะด้วยผ้านุ่มๆและสะอาด แล้วจึงนำกล้องเข้าเก็บในตำแหน่งที่เก็บกล้อง </li></ul>
  9. 10. รูปกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบสเตอริโอ
  10. 11. 1. 2) กล้องที่ใช้แสงแบบสเตอริโอ <ul><li>เป็นกล้องที่ประกอบด้วยเลนส์ที่ทำให้เกิดภาพแบบ 3 มิติใช้ศึกษาวัตถุที่มีขนาดใหญ่ แต่ตาเปล่าไม่สามารถแยกรายละเอียดได้ จึงต้องใช้กล้องชนิดนี้ช่วยขยาย </li></ul><ul><li>กล้องชนิดนี้มีข้อแตกต่างจากกล้องทั่วๆไป คือ </li></ul><ul><li>1. ภาพที่เห็นเป็นภาพเสมือนมีความชัดลึกและเป็นภาพสามมิติ 2. เลนส์ใกล้วัตถุมีกำลังขยายต่ำ คือ น้อยกว่า 1 เท่า 3. ใช้ศึกษาได้ทั้งวัตถุโปร่งแสงและวัตถุทึบแสง 4. ระยะห่างจากเลนส์ใกล้วัตถุกับวัตถุที่ศึกษาอยู่ในช่วง 63-225 มิลลิเมตร </li></ul>
  11. 12. รูปกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบสเตอริโอ
  12. 13. วิธีใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบสเตอริโอ <ul><li>1. ตั้งระยะห่างของเลนส์ใกล้ตาให้พอเหมาะกับนัยน์ตาของผู้ใช้กล้องทั้งสองข้าง จะทำให้จอภาพที่เห็นอยู่ในวงเดียวกัน 2. ปรับโฟกัสเลนส์ใกล้ตาทีละข้างจนชัดเจน ถ้าหากต้องการศึกษาจุดใดจุดหนึ่งของตัวอย่างให้ปรับโฟกัสของเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายสูงก่อน เพราะจะทำให้เห็นภาพวัตถุได้ชัดเจนทั้งกำลังขยายสูงและกำลังขยายต่ำ </li></ul>
  13. 14. การบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ <ul><li>1. ควรดูแลรักษากล้องให้สะอาดอยู่เสมอ และเมื่อไม่ได้ใช้กล้องควรใช้ถุงคลุมกล้องไว้เสมอ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปสัมผัสกับเลนส์ของกล้อง 2. ในการทำความสะอาดหรือการประกอบกล้อง ควรทำด้วยความระมัดระวัง อย่าให้ชิ้นส่วนถูกกระแทกหรือหลุดตกหล่น กรณีที่กล้องหรือส่วนประกอบใดๆของกล้องตกหรือกระแทก จะมีผลให้เมื่อประกอบกล้องแล้วภาพที่เห็นไม่คมชัด เป็นเพราะระบบภายใน ( ปริซึม ) อาจเกิดการคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งกรณีนี้ ควรส่งให้กับบริษัทซ่อม เพราะการตั้งศูนย์ของปริซึมและระบบเลนส์ภายในนั้นต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนและความชำนาญของช่าง 3. ห้ามใช้มือหรือส่วนใดๆของร่างกาย สัมผัสถูกส่วนที่เป็นเลนส์ และหลีกเลี่ยงการนำเลนส์ออกจากตัวกล้อง 4. ในกรณีที่ถอดเลนส์ออกจากตัวกล้อง ควรใช้ฝาครอบด้วยทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปข้างใน ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ชัดของการมองภาพ </li></ul>
  14. 15. การบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ ( ต่อ ) <ul><li>5. สำหรับเลนส์ใกล้วัตถุ 100 x ที่ใช้กับ Oil immersion หลังจากใช้แล้ว ควรทำความสะอาดทุกครั้ง โดยการเช็ดด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ cotton bud หรือผ้าขาวบางที่สะอาด และนุ่ม ชุบด้วยน้ำยาไซลีน หรือส่วนผสมของแอลกอฮอล์และอีเทอร์ ในอัตราส่วน 40:60 ตามลำดับ 6. ควรหมุนปรับปุ่มปรับความฝืดเบาให้พอดี ไม่หลวมเกินไป ซึ่งจะทำให้แท่นวางสไลด์เลื่อนหมุดลงมาได้ง่าย หรือฝืดจนเกินไปทำให้การทำงานช้าลง 7. ปุ่มปรับภาพหยาบนั้น ควรหมุนในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาอย่างช้าๆ จนกว่าจะได้ภาพ ห้ามปรับปุ่มปรับภาพทั้งซ้ายและขวาของตัวกล้องในลักษณะสวนทางกัน เพราะนอกจากจะไม่ได้ภาพตามต้องการแล้ว ยังจะทำให้เกิดการขัดข้องของฟันเฟือง 8. ในกรณีต้องการใช้แสงมากๆควรใช้การปรับไดอะแฟรม แทนการปรับเร่งไฟไปตำแหน่งที่กำลังแสงสว่างสุด ( กรณีหลอดไฟ ) จะทำให้หลอดไฟมีอายุยาวขึ้น </li></ul>
  15. 16. การบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ ( ต่อ ) <ul><li>9. ก่อนปิดสวิตช์ไฟทุกครั้งควรหรี่ไฟก่อนเพื่อยืดอายุการใช้งาน และเมื่อเลิกใช้ก็ควรปิดสวิตช์ทุกครั้ง 10. การเสียบปลั๊กไฟของตัวกล้องไม่ควรใช้รวมกันกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น เพราะจะทำให้หลอดไฟขาดง่าย 11. หลังจากเช็ดส่วนใดๆของกล้องก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจว่าแห้งหรือปราศจากความชื้นแล้ว ควรเป่าลมให้แห้ง โดยใช้พัดลม หรือ ลูกยางเป่าลม ( ห้ามเป่าด้วยปากเพราะจะมีความชื้น ) 12. เมื่อแน่ใจว่าแห้งและสะอาดแล้ว จึงคลุมด้วยถุงพลาสติก 13. เก็บกล้องไว้ในที่ที่ค่อนข้างแห้งและไม่มีความชื้น </li></ul>
  16. 17. การทำความสะอาดเลนส์ <ul><li>1. เป่าหรือปัดเศษผงหรือวัสดุอื่นๆที่อาจจะก่อให้เกิดรอยขูดขีดบนพื้นผิวเลนส์ โดยใช้ลูกยางบีบ หรือปัดด้วยแปรงขนอ่อนๆ แต่ถ้ายังไม่สามารถเอาออกได้ให้ใช้ผ้าขาวบางที่สะอาดและนุ่มชุบด้วยน้ำเช็ดเบาๆ 2. เตรียมน้ำยาเช็ดเลนส์ ( อีเทอร์ : แอลกอฮอล์ = 60:40) 3. ทำความสะอาดทั้งเลนส์ใกล้ตา และเลนส์ใกล้วัตถุ ใช้ cotton bud หรือ กระดาษเช็ดเลนส์พันรอบปลายคีบ แล้วชุบด้วยน้ำยาเช็ดเลนส์เพียงเล็กน้อย แล้วจึงเริ่มเช็ดเลนส์จากจุดศูนย์กลางของเลนส์แล้วหมุนทำรัศมีกว้างขึ้นเรื่อยๆไปสู่ขอบเลนส์อย่างช้าๆ </li></ul><ul><li>4. ในการใช้น้ำยาเช็ดเลนส์ต้องระวังด้วยว่าน้ำยานั้นสามารถละลายสีของกล้องและละลายกาวของเลนส์ได้ </li></ul><ul><li>5. ในการผสมน้ำยาเช็ดเลนส์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิและความชื้น หากอีเทอร์มากเกินไปอาจทำให้มีรอยการเช็ดอยู่บนเลนส์ได้ แต่ถ้าแอลกอฮอล์มากเกินไปจะมีรอยเป็นคราบอยู่บนเลนส์เช่นกัน </li></ul>
  17. 19. 2. กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน <ul><ul><li>เอิร์น รุสกา สร้างได้เป็นคนแรก เมื่อปี พ . ศ . 2475 </li></ul></ul><ul><li>กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ( Electron microscope) เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังการขยายสูงมาก เพราะใช้ลำแสงอิเล็กตรอนแทนแสงปกติและใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแทนเลนส์แก้ว เป็นกล้องที่ใช้ในการศึกษาโครงสร้าง และส่วนประกอบของเซลล์ ได้อย่างละเอียด ที่กล้องชนิดอื่นไม่สามารถทำได้ ปัจจุบันมีกำลังขยายกว่า 5 แสนเท่า </li></ul><ul><li>หลักการทำงานของกล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอน การที่ใช้เลนส์เหมือนกับกล้องที่ใช้แสงแต่จะเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้มีกำลังขยายสูง และยังสามารถส่องวัตถุได้ถึง 0.5 นาโนเมตร ทำให้ปรากฏภาพเสมือนจริง บนจอฉาบเรืองแสง </li></ul>
  18. 21. <ul><li>2.1   กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน </li></ul><ul><li>(transmission  electron  microscope   หรือ TEM)    </li></ul><ul><li>กล้องจุลทรรศน์ชนิดนี้มีราคาแพงมาก   และการใช้งานจะซับซ้อนมากกว่ากล้องจุลทรรศน์ที่กล่าวมาข้างต้น   โดยใช้อิเล็กตรอนเป็นแหล่งกำเนิดแสงและให้ผ่านตัวอย่างที่มีขนาดบางมากๆ   ใช้แผ่นแม่เหล็กแทนเลนส์แก้ว   สามารถขยายภาพได้   200,000   ถึง 500,000   เป็นภาพ 2 มิติ   (two  dimensional image)  สามารถดูรายละเอียดภายในได้ </li></ul>
  19. 22. ภาพกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน ( TRANSMISSION  ELECTRON  MICROSOPE) ที่มา : HTTP://WEBDB.DMSC.MOPH.GO.TH/IFC_NIH/A_NIH_1_001C.ASP?INFO_ID=437
  20. 23. <ul><li>2.2   กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด </li></ul><ul><li>( Scanning electron  microscope หรือ SEM)  </li></ul><ul><li>กล้องจุลทรรศน์ชนิดนี้ลำแสงอิเล็กตรอนจะตกกระทบเฉพาะผิวด้านนอกของวัตถุ ภาพที่เห็นจะเห็นได้เฉพาะผิวนอก   เป็น   3   มิติ   กล้องชนิดนี้แม้วาจะมีความ สามารถในการเห็นภาพต่ำกว่า   กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่านและสามารถเห็นเฉพาะผิวนอกของวัตถุก็ตามแต่ภาพที่เห็นจะได้รายละเอียดมากกว่าและชัดเจน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักชีววิทยาที่จะศึกษาโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตได้ดียิ่งขึ้น             </li></ul>
  21. 24. ภาพภาพกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ( SCANNING  ELECTRON  MICROSCOPE) ที่มา   :  HTTP://WEBDB.DMSC.MOPH.GO.TH/IFC_NIH/A_NIH_1_001C.ASP?INFO_ID=437
  22. 25. สปอร์ของ NOSEMA ALGERAE ซึ่งเป็นปรสิตของลูกน้ำยุง ( ซ้าย ) ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน ( ขวา ) ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด
  23. 26. ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดของเกสรดอกไม้
  24. 27. ภาพถ่ายเซลล์เม็ดเลือดขาวของงูจงอางจากกล้องจุลทรรศน์ชนิดต่างๆ   ก . กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบเลนส์ประกอบ *** ข . กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน *** ค . กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด *** (*** ที่มา : VET.CLIN.PALT.2002, 31:116-126. รศ . เฉลียว ศาลากิจ )
  25. 28. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ <ul><li>1. ฐาน ( Base ) ทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของกล้องจุลทรรศน์ มีรูปร่างสี่เหลี่ยม หรือวงกลม ที่ฐานจะมีปุ่มสำหรับปิดเปิดไฟฟ้า </li></ul>
  26. 29. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 2. อาร์ม ( Arm ) เป็นส่วนยึดลำกล้องและฐานไว้ด้วยกัน ใช้เป็นที่จับเวลาเคลื่อนย้ายกล้องจุลทรรศน์
  27. 30. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 3. ลำกล้อง ( Body tube ) เป็นส่วนที่อยู่ต่อจากมือจับมีลักษณะเป็นท่อกลวงปลายด้านบนมีเลนส์ใกล้ตาสวมอยู่ด้านบนอีกด้านหนึ่งมีชุดของเลนส์ใกล้วัตถุซึ่งติดอยู่กับจานหมุนที่เรียกว่า Revolving Nosepiece
  28. 31. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 4. แท่นวางวัตถุ ( Stage ) เป็นแท่นสำหรับวางสไลด์ตัวอย่างที่ต้องการศึกษา มีลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม หรือวงกลมตรงกลางมีรูให้แสงจากหลอดไฟส่องผ่านวัตถุ
  29. 32. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 5. เลนส์รวมแสง ( Condenser ) จะอยู่ด้านใต้ของแท่นวางวัตถุ เป็นเลนส์รวมแสง เพื่อรวมแสงผ่านไปยังวัตถุที่อยู่บนสไลด์ สามารถเลื่อนขึ้นลงได้โดยมีปุ่มปรับ
  30. 33. 6. ไอริส ไดอะแฟรม ( Iris diaphragm ) คือม่านปิดเปิดรูรับแสง สามารถปรับขนาดของรูรับแสงได้ตามต้องการ มีคันโยกสำหรับปรับขนาดรูรับแสงอยู่ด้านล่างใต้แท่นวางวัตถุ ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์
  31. 34. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 7. เลนส์ใกล้วัตถุ ( Objective lens ) จะติดอยู่เป็นชุดกับจานหมุน ซึ่งเป็นส่วนของกล้องที่ประกอบด้วยเลนส์ ซึ่งรับแสงที่ส่องผ่านมาจากวัตถุที่นำมาศึกษา ( Specimen ) เมื่อลำแสงผ่านเลนส์ใกล้วัตถุ เลนส์ใกล้วัตถุจะขยายภาพของวัตถุนั้น และทำให้ภาพที่ได้เป็นภาพจริงหัวกลับ ( Primary Real Image) โดยเลนส์ใกล้วัตถุจะมีกำลังขยายต่าง ๆ กัน ได้แก่ 4X, 10X , 40X , 100X
  32. 35. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 8. จานหมุน ( Revolving nosepiece) เป็นส่วนของกล้องที่ใช้สำหรับหมุน เพื่อเปลี่ยนกำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ
  33. 36. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 9. เลนส์ใกล้ตา ( Eyepiece lens หรือ Occular lens) เลนส์นี้จะสวมอยู่กับลำกล้อง มีตัวเลขแสดงกำลังขยายอยู่ด้านบน เช่น 5X, 10X หรือ 15X เป็นต้น กล้องในรุ่นที่มีเลนส์ใกล้ตาเลนส์เดียว เรียก Monocular Microscope ชนิดที่มีเลนส์ใกล้ตาสองเลนส์ เรียก Binocular Microscope ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเราคือภาพเสมือนหัวกลับ
  34. 37. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 10. ปุ่มปรับภาพหยาบ ( Coarse adjusment knob ) ใช้เลื่อนตำแหน่งของแท่นวางวัตถุขึ้นลง เมื่ออยู่ในระยะโฟกัส ก็จะมองเห็นภาพได้ ปุ่มนี้มีขนาดใหญ่จะอยู่ที่ด้านข้างของตัวกล้อง
  35. 38. ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกล้องจุลทรรศน์ 11. ปุ่มปรับภาพละเอียด ( Fine adjusment knob ) เป็นปุ่มขนาดเล็กอยู่ถัดจากปุ่มปรับภาพหยาบออกมาทางด้านนอกที่ตำแหน่งเดียวกัน เมื่อปรับด้วยปุ่มปรับภาพหยาบจนมองเห็นภาพแล้วจึงหมุนปุ่มปรับภาพละเอียดจะทำให้ได้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น
  36. 39. ตารางเปรียบเทียบกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง กับ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน 10. ใบมีดที่ใช้ตัดเนื้อเยื่อ ใบมีดโลหะ ใบมีดแก้ว ลักษณะที่เปรียบเทียบ กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน 1. แหล่งกำเนิดแสง กระจกหรือหลอดไฟ ปืนยิงอิเล็กตรอน 2. แสงที่ใช้ แสงสว่างในช่วงที่ตามองเห็นได้ ( ม่วง - แดง ) ความยาวคลื่น 4,000-7,000 อังสตรอม ลำแสงอิเล็กตรอนความยาวคลื่น ประมาณ 0.05 อังสตรอม 3. ชนิดของเลนส์ เลนส์แก้ว เลนส์แม่เหล็กไฟฟ้า 4. กำลังขยาย 1,000-2,000 เท่า 500,000 เท่า หรือมากกว่า 5. ขนาดของวัตุที่เล็กที่สุดที่ มองเห็น 0.2 ไมโครเมตร 0.0005 ไมโครเมตร 6. อากาศในตัวกล้อง มีอากาศ สุญญากาศ 7. ภาพที่ได้ ภาพเสมือนหัวกลับดูได้จากเลนส์ตา ภาพปรากฎบนจอรับภาพเรืองแสง 8. ระบบหล่อเย็น ไม่มี มีเนื่องจากเกิดความร้อนมาก 9. วัตถุที่ส่องดู มีหรือไม่มีชีวิต ไม่มีชีวิตเท่านั้น

×