1ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy)            คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสานักงานคณะกรรมกา...
2            5. ด้านเศรษฐกิจ แต่เดิมนักพัฒนามักมุ่งที่การเพิ่มรายได้ และไม่มีการมุ่งที่การลดรายจ่าย ในเวลาเช่นนี้จะต้องปรั...
3ยิง คือ การลดค่าใช้จ่าย โดยการสร้างสิ่งอุปโภคบริ โภคในที่ดินของตนเอง เช่น ข้าว น้ า ปลา ไก่ ไม้ผล  ่พืชผัก ฯลฯ           ...
4               เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริ มสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริ ตและมีความอดทน ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

1,614

Published on

Published in: Spiritual, Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,614
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

  1. 1. 1ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2549 ,หน้า 6 ) เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยูและปฏิบติตน ่ ัของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริ หารประเทศให้ดาเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้กาวทันต่อโลกยุค ้โลกาภิวตน์ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจาเป็ นที่จะต้องมีระบบ ัภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและ ้ภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิง ในการนาวิชาการต่าง ่ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริ มสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสานึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริ ต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็ นอย่างดี 1. เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความสามารถของชุมชนเมือง รัฐ ประเทศ หรื อภูมิภาคหนึ่ง ๆในการผลิตสินค้าและบริ การทุกชนิดเพื่อเลี้ยงสังคมนั้นๆได้โดยไม่ตองพึ่งพาปัจจัยต่างๆ ที่เราไม่ได้เป็ น ้เจ้าของ 2. เศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลนั้น คือ ความสามารถในการดารงชีวิตได้อย่าง ไม่เดือดร้อน มีความเป็ นอยูอย่างประมาณตน ตามฐานะ ตามอัตภาพ และที่สาคัญไม่หลงใหลไปตาม ่กระแสของวัตถุนิยม มีอิสรภาพเสรี ภาพไม่พนธนาการอยูกบสิ่งใด ั ่ ั 3. หากกล่าวโดยสรุ ป คือ หันกลับมายึดเส้นทางสายกลางในการดารงชีวิต หลักการพึ่งตนเอง 1. ด้านจิตใจ ทาตนให้เป็ นที่พ่งตนเอง มีจิตสานึกที่ดี สร้างสรร ค์ให้ตนเองและชาติโดยรวม ึมีจิตใจเอื้ออาทร ประนีประนอม เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็ นที่ต้ง ั 2. ด้านสังคม แต่ละชุมชนต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เชื่อมโยงกัน เป็ นเครื อข่ายชุมชนที่แข็งแรง เป็ นอิสระ 3. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ใช้และจัดการอย่างฉลาด พร้อมทั้งหาทางเพิ่มมูลค่า โดยให้ยดอยูบนหลักการของความยังยืน ึ ่ ่ 4. ด้านเทคโนโลยี จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ วเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ มีท้งดี ัและไม่ดี จึงต้องแยกแยะบนพื้นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้านและ เลือกใช้เฉพาะที่สอดคล้องกับความต้องการ และสภาพแวดล้อม และควรพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาของเราเอง
  2. 2. 2 5. ด้านเศรษฐกิจ แต่เดิมนักพัฒนามักมุ่งที่การเพิ่มรายได้ และไม่มีการมุ่งที่การลดรายจ่าย ในเวลาเช่นนี้จะต้องปรับทิศทางใหม่ คือ จะต้องมุ่งลดรายจ่ายก่อน เป็ นสาคัญ และยึดหลักพออยู่ พอกินพอใช้ การปฏิบติตนตามแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ั 1. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่ มเฟื อยในการดารงชีพอย่างจริ งจัง ดังพระราชดารัสว่า “ความเป็ นอยูที่ตองไม่ฟงเฟ้ อ ต้องประหยัดไปในทางที่ถกต้อง” ่ ้ ุ้ ู 2. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง สุจริ ต แม้จะตกอยูในภาวะขาดแคลน ในการ ่ดารงชีพก็ตาม ดังพระราชดารัสที่ว่า “...ความเจริ ญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพ ชอบเป็ นหลักสาคัญ...” 3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์ และแข่งขันกันในทางการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบต่อสูกนอย่างรุ นแรงดังอดีต ซึ่งมีพระราชดารัสเรื่ องนี้ว่า “...ความสุขความเจริ ญอันแท้จริ งนั้น หมายถึง ้ ัความสุขความเจริ ญที่บุคคลแสวงหามาได้ดวยความเป็ นธรรมทั้งในเจตนา และการกระทา ไม่ใช่ได้มา ้ด้วยความบังเอิญ หรื อด้วยการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผูอื่น...” ้ 4. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยากครั้งนี้ โดยต้องขวนขวายใฝ่ หาความรู้ให้เกิดมีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็ นเป้ าหมายสาคัญ พระราชดารัสตอนหนึ่งที่ให้ความชัดเจนว่า “...การที่ตองการให้ทุกคนพยายามที่จะหาความรู้ และสร้างตนเองให้มนคงนี้เพื่อตนเอง ้ ั่เพื่อที่จะให้ตวเองมีความเป็ นอยูที่กาวหน้า ที่มีความสุข พอมีพอกิน เป็ นขั้นหนึ่งและขั้นต่อไป ก็คือให้มี ั ่ ้เกียรติว่ายืนได้ดวยตนเอง...” ้ 5. ปฏิบติตนในแนวทางที่ดีลดละสิ่งชัวให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ดวยสังคมไทยที่ล่มสลายลงใน ั ่ ้ครั้งนี้ เพราะยังมีบุคคลจานวนมิใช่นอยที่ดาเนินการโดยปราศจากละอายต่อแผ่นดิน พระบาทสมเด็จ ้พระเจ้าอยูหวได้พระราชทานพระราโชวาท ว่า “...พยายามไม่ก่อความชัวให้เป็ นเครื่ องทาลายตัว ทาลาย ่ ั ่ผูอื่น พยายามลดพยายามละความชัวที่ตวเองมีอยู่ พยายามก่อความดีให้แก่ตวอยูเ่ สมอ พยายามรักษาและ ้ ่ ั ัเพิ่มพูนความดีท่ีมีอยูน้ น ให้งอกงามสมบูรณ์ข้ ึน...” ่ ั นัยสาคัญของแนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง 1. เป็ นระบบเศรษฐกิจที่ยดถือหลักการที่ว่า “ตนเป็ นที่พ่งแห่งตน ” โดยมุ่งเน้นการผลิต ึ ึพืชผลให้เพียงพอ กับความต้องการบริ โภคในครัวเรื อนเป็ นอันดับแรก เมื่อเหลือพอจากการบริ โภคแล้วจึงคานึงถึงการผลิตเพื่อการค้าเป็ นอันดับรองลงมา ผลผลิตส่วนเกินที่ออกสู่ตลาดก็จะเป็ นกาไรของเกษตรกร ในสภาพการณ์เช่นนี้เกษตรกรจะกลายสถานะเป็ นผูกาหนดหรื อเป็ นผูกระทาต่อตลาด แทน ้ ้ที่ว่าตลาดจะเป็ นตัวกระทา หรื อเป็ นตัวกาหนดเกษตรกรดังเช่นที่เป็ นอยูในขณะนี้ และหลักใหญ่สาคัญ ่
  3. 3. 3ยิง คือ การลดค่าใช้จ่าย โดยการสร้างสิ่งอุปโภคบริ โภคในที่ดินของตนเอง เช่น ข้าว น้ า ปลา ไก่ ไม้ผล ่พืชผัก ฯลฯ 2. เศรษฐกิจแบบพอเพียงให้ความสาคัญกับการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านหรื อองค์กรชาวบ้านจะทาหน้าที่เป็ นผูดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ให้หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง ้การเกษตรแบบผสมผสานหัตถกรรมการแปรรู ปอาหาร การทาธุรกิจค้าขาย และการท่องเที่ยวระดับชุมชน ฯลฯ เมื่อองค์กรชาวบ้านเหล่านี้ได้รับการพัฒนาให้เข้มแข็ง และมีเครื อข่ายที่กว้างขวางมากขึ้นแล้ว เกษตรกรทั้งหมดในชุมชนก็จะได้รับการดูแลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับการแก้ไขปัญหาในทุก ๆ ด้าน เมื่อเป็ นเช่นนี้ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะสามารถเติบโตไปได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งหมายความว่าเศรษฐกิจสามารถขยายตัวไปพร้อม ๆ กับสภาวการณ์ดานการกระจายรายได้ที่ดีข้ ึน ้ 3. เศรษฐกิจแบบพอเพียงตั้งอยูบนพื้นฐานของการมีความเมตตา ความเอื้ออาทร และความ ่สามัคคีของสมาชิกในชุมชนในการร่ วมแรงร่ วมใจ เพื่อประกอบอาชีพต่าง ๆ ให้บรรลุผลสาเร็ จประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงมิได้หมายถึงรายได้แต่เพียงมิติเดียว หากแต่ยงรวมถึงประโยชน์ ในมิติอื่น ๆ ด้วย ัได้แก่ การสร้างความมันคงให้กบสถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน ความสามารถ ในการอนุรักษ์ ่ ัทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนากระบวนการเรี ยนรู้ของชุมชนบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการรักษาไว้ ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ดีงามของไทย ให้คงอยูตลอดไป่ หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ต้งอยูบนพื้นฐานของทาง สายกลาง ั ่และความไม่ประมาท โดยคานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุมกัน ้ ที่ดีในตัวตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและ การกระทา ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่นอยเกินไปและไม่มากเกินไปโดย ไม่เบียดเบียน ้ตนเองและผูอื่น เช่นการผลิตและการบริ โภคที่อยูในระดับพอประมาณ ้ ่ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็ นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทานั้น ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรี ยมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง ้ด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคานึงถึงความเป็ นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยูในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้ง ่ความรู้ และคุณธรรมเป็ นพื้นฐาน กล่าวคือ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่าง รอบด้านความรอบคอบที่จะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบติ ั
  4. 4. 4 เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริ มสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริ ตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิตแผนภูมที่ 3 สรุ ปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ิที่มา : http//www.sufficiencyeconomy. (22 พฤษภาคม 2550)

×