• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Ch1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร
 

Ch1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร

on

  • 22,969 views

 

Statistics

Views

Total Views
22,969
Views on SlideShare
22,969
Embed Views
0

Actions

Likes
4
Downloads
199
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Ch1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร Ch1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร Document Transcript

    • บทที่ 1 เงินสด และเงินฝากธนาคาร ในการประกอบธุ รกิจ ไม่ว่าจะอยูในรู ปแบบเจ้าของคนเดี ยว ห้างหุ ้นส่ วน หรื อบริ ษท เจ้าของ ่ ักิจการจะต้องจัดหาสิ นทรั พย์ต่างๆ มาไว้เพื่อใช้ในการดาเนิ นงานอย่า งเพียงพอ เงิ นสดเป็ นสิ่ งแรกที่ธุ รกิจต้องมีไว้ใช้เป็ นสื่ อกลางในการแลกเปลี่ยนสิ นค้าและบริ การและเป็ นที่ตองการของทุกคน เงินสด ้ถือเป็ นสิ นทรั พ ย์หมุนเวี ยนที่ มีส ภาพคล่ องมากที่ สุ ด และสามารถเปลี่ยนเป็ นสิ นทรั พ ย์อื่น ๆ ได้ง่ า ยกิจการควรมีเงิ นสดไว้ในกิจการในปริ มาณที่เพียงพอกับการดาเนิ นงานสาหรั บรายจ่ายต่างๆ เช่น ซื้ อสิ นค้า จ่ ายชาระหนี้ จ่ายค่าใช้จ่าย เป็ นต้น แต่การมีเงินสดไว้ในกิจการมากเกินไป โดยไม่นาไปลงทุ นหรื อฝากธนาคารถื อว่าไม่ เป็ นผลดี ซึ่ งนอกจากไม่ ก่อให้เกิดรายได้จากผลตอบแทนแล้ว ยังอาจเป็ นช่ อ งทางให้ เ กิ ดการทุ จริ ตได้ง่ า ย เพราะรายการบัญ ชี เ กี่ ยวกับ เงิ นสดเป็ นรายการที่ เ กิ ดขึ้ นมากและผิดพลาดได้ง่าย จึ งต้องมีระบบการควบคุมภายในที่รัดกุม เกี่ยวกับวิธีควบคุมและการจัดการเงินสดทั้งด้านการรับเงิน การจ่ายเงิน รวมถึงวิธีการบันทึกบัญชีเงินสดให้มีประสิ ทธิภาพความหมายของเงินสด มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 25 เรื่ องงบกระแสเงินสดของสมาคมนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับ ้อนุ ญาตแห่ งประเทศไทย (2542, หน้า 4)ได้กาหนดความหมายของคาว่า เงิ นสด และรายการเทียบเท่าเงินสด ไว้ดงนี้ ั เงิ นสด (cash) หมายถึ ง เงิ นสดในมื อและเงิ นฝากธนาคารทุ กประเภท แต่ ไม่ รวมเงิ นฝากประเภทที่ ตองจ่ ายคืนเมื่อสิ้ นระยะเวลาอันกาหนดไว้ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสด หมายถึงเงินลงทุน ้ระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสู ง ซึ่ งพร้ อมที่ จะเปลี่ยนเป็ นเงิ นสดในจานวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ ยงต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าน้อยหรื อไม่มีนยสาคัญ ตัวอย่างของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ได้แก่ ัธนบัตร เหรี ยญกษาปณ์ เช็คของธนาคาร ดร้าฟท์ ธนาณัติ เงินฝากธนาคารทุกประเภท (บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประจา ซึ่ งต้องไม่มีขอจากัดในการใช้เงิ นฝาก ้จานวนนี้ ) ตัวสัญญาใช้เงิน ตัวแลกเงิน บัตรเงินฝากของสถาบันการเงินที่ไม่มีขอจากัดในการใช้เงิ น ๋ ๋ ้ฝาก เงินทดรองจ่ายที่กนไว้เพื่อใช้จ่ายหมุนเวียนเล็กๆ น้อยๆ ั
    • 4 รายการบางรายการเป็ นสิ่ งที่ใกล้เคียงกับเงิ นสด แต่นักบัญชีไม่นับรวมเป็ นเงิ นสดของกิจการได้แก่ 1. เช็คลงวันที่ล่วงหน้า ซึ่ งยังไม่สามารถนาไปขึ้นเงินได้ เมื่อได้รับอาจบันทึกความทรงจาไว้ในทะเบียนเช็คลงวันที่ล่วงหน้าเรี ยงตามวันที่ที่ครบกาหนด และเมื่อครบกาหนดแล้วจึ งนาไปขึ้นเงิ นพร้อมบันทึกบัญชีรายการรับเช็คหรื ออีกวิธีหนึ่ ง เมื่อได้รับเช็คลงวันที่ล่วงหน้า จะบันทึกไว้ในบัญชีตว ั๋เงินรับก็ได้ 2. เช็คที่ธนาคารคืน ซึ่ งเป็ นเช็คที่ลูกค้าจ่ายชาระหนี้ ให้แก่กิจการ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อกิจการนาไปขึ้นเงินกับธนาคาร เนื่ องจากเจ้าของเช็คมีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย 3. เงินฝากที่มีเงื่อนไข ซึ่ งกิจการเปิ ดบัญชีเงินฝากเพื่อไว้ใช้ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่นไถ่ถอนหุ ้นกู้ ซื้ อสิ นทรั พย์ เงิ นสะสมพนักงาน เป็ นต้น เงิ นเหล่านี้ จะนามาใช้ได้ตามวัตถุประสงค์เท่านั้น 4. เงินมัดจาตามสัญญา ซึ่ งเกิดจากกิจการวางเงินไว้เพื่อเป็ นหลักประกันในการทาตามสัญญาในอนาคตเงินจานวนนี้ ไม่นบรวมเป็ นเงินสด ั 5. เงินยืมพนักงาน ซึ่ งกิจการให้พนักงานยืมเงินทดรองสาหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อทาธุ รกิจให้เช่ น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแนะนาสิ นค้าให้ลูกค้าที่ต่างจังหวัด หรื อค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมส่ งเสริ มการขาย ซึ่ งพนักงานจะส่ งใบสาคัญมาเบิกเป็ นค่าใช้จ่ายในภายหลัง รายการนี้ ถือว่าพนักงานเป็ นลูกหนี้เงินยืมพนักงาน 6. ดวงตราไปรษณี ย ์ อากรแสตมป์ ซึ่ งจะมีมูลค่ากาหนดใช้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็ นเงินสดได้จึงไม่นบรวมเป็ นเงินสด ให้ถือเป็ นวัสดุสานักงาน ัการควบคุมภายในเกียวกับเงินสด ่ เนื่ องจากว่า ในธุ รกิ จขนาดเล็ก เจ้าของกิ จการย่อมสามารถที่ จะควบคุ มดู แลกิ จการและการดาเนินงานทุกอย่างของตนเองได้อย่างทัวถึง ตั้งแต่ทาหน้าที่เป็ นเจ้าของ ขายของ เก็บเงิน ลงบัญชีเองได้ ่แต่ ถ้า ธุ ร กิ จขนาดใหญ่ ข้ ึน เจ้า ของกิ จการอาจดู แลกิ จการของตนเองได้ไ ม่ ท ั่ว ถึ ง จึ งจ าเป็ นต้อ งจ้า งบุคคลภายนอกมาช่วยทางานเป็ นพนักงาน ซึ่ งจะต้องมีการแบ่งงานออกเป็ น ฝ่ าย แผนก หรื อส่ วนงานต่าง ๆ ตามความจาเป็ นและความเหมาะสมในการรั บผิดชอบงาน ดังนั้นกิ จการต้องจัดทาระบบการควบคุมเพื่ อป้ องกันการรั่ วไหลและการทุ จริ ต โดยเฉพาะเกี่ยวกับรายการเงิ นสด ที่ มีสภาพคล่องสู ง
    • 5สามารถโอนเปลี่ ยนมือได้ง่าย และเป็ นที่ตองการของคนทั่วไป ถ้าไม่มีการวางแผนควบคุ มภายในให้ ้รัดกุม จะทาให้มีการทุจริ ตเกี่ยวกับเงินสดเกิดขึ้นทั้งด้านการรับเงินสด และด้านการจ่ายเงินสด การควบคุมด้ านการรับเงิน เงิ นสดรั บของธุ รกิ จโดยทัวไปจะมาจากหลายทาง เช่ น การรั บเงิ นสดจากการขายสิ นค้าหรื อ ่ให้บริ การหน้าร้าน การรับชาระหนี้ จากลูกหนี้ เป็ นเงิ นสด หรื อเช็คหรื อธนาณัติทางไปรษณี ย ์ การส่ งพนักงานไปเก็บเงิ นกับ ลูกค้า รายได้จากดอกเบี้ ยรั บ ค่า เช่ า รั บ เงิ นปั นผลรั บ เงิ นที่ ได้รับ จากการที่ ้ืเจ้าของนามาลงทุนเพิ่ม เงินที่ได้รับจากการกูยม เป็ นต้น เมื่อมีการรับเงินเข้ามาหลายทางเช่นนี้ ก็ยอมมี ่โอกาสเกิดการทุจริ ตขึ้นได้ เช่น การรับเงินสดจากการขายหน้าร้านอาจทุจริ ตได้โดยใส่ จานวนเงินที่ลงบันทึ กบัญชี น้อยกว่า ที่ ได้รับจริ ง หรื อลงบันทึ กบัญชี ค่า ขายไม่ครบตามจานวนที่ ขายจริ ง การทุ จริ ตเกี่ยวกับรายการลูกหนี้โดยจะไม่บนทึกบัญชีการรับชาระเงินจากลูกหนี้ ในทันที แต่จะนาเงินที่ได้รับจาก ัลูกหนี้ ไปใช้ส่วนตัวก่อนแล้วจึงบันทึกบัญชีการรับชาระเงินจากลูกหนี้ รายเก่าก็ต่อเมื่อมีลูกหนี้ รายใหม่นาเงินมาชาระให้ เราเรี ยกวิธีการเช่ นนี้ ว่า “lapping” แต่ถึงอย่างไร ณ วันสิ้ นปี ผูทุจริ ตต้องนาเงินมาคืน ้และลงบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง นอกจากนี้ อาจมีการทุจริ ตจากการไม่บนทึกบัญชีรายการขายเชื่อ และเมื่อ ัลูกหนี้ นาเงินมาชาระหนี้ ก็จะนาเงินไปใช้ส่วนตัว การไม่ลงบันทึกบัญชี รายการรับชาระหนี้ จากลูกหนี้ที่ตดเป็ นหนี้สูญไปแล้ว หรื อการบันทึกบัญชีการรับชาระหนี้จากลูกหนี้ ต่ากว่าความเป็ นจริ ง เป็ นต้น ั ธุรกิจควรมีการควบคุมภายในเกี่ยวกับด้านการรับเงิน ดังนี้ 1. การแบ่งแยกหน้าที่ โดยไม่ควรให้บุคคลใดบุ คคลหนึ่ งทาทั้งหน้าที่รับเงิ นและลงบัญชี ควรแยกหน้าที่ระหว่างพนักงานรับเงินและพนักงานลงบัญชีออกจากกัน นอกจากนี้ ยงต้องแยกหน้าที่การรับ ัเงิน และการจ่ายเงินออกจากกันด้วย รวมถึงการจัดทาสมุดบัญชีเงินสดรับ และสมุ ดเงินสดจ่าย แยกจากกัน 2. การรับเงินสด หรื อเช็คทุกรายการ ให้นาฝากธนาคารทุกวัน หรื อย่างช้าภายในช่วงเช้าของวันเปิ ดท าการถัดไป เพื่ อไม่ให้มีเงิ นสดในกิจการมากเกินไป จนเป็ นสิ่ งล่อใจและทาให้เกิดการทุจริ ตของพนักงาน 3. การรั บเงิ นทุกประเภทต้องออกใบเสร็ จรับเงิน และนาสาเนาใบเสร็ จส่ งฝ่ ายบัญชีภายในวันนั้น เพื่อทาการบันทึกบัญชี ซึ่ งการยักยอกเงินส่ วนใหญ่มกจะเกิดขึ้นก่อนการบันทึกบัญชี ั 4. ใบเสร็ จรับเงิ นของกิจการต้องมีเลขที่ เล่มที่ และมีผูรับผิดชอบควบคุมใบเสร็ จรับเงิ นที่ ยง ้ ัไม่ได้ใช้ โดยทาทะเบียนใบเสร็ จรั บเงิน ขึ้นมาเพื่อควบคุมการเบิกใช้ใบเสร็ จรับเงิน จากฝ่ ายหรื อแผนกต่างๆ ที่มาขอเบิก ซึ่ งต้องมีใบเบิกเป็ นหลักฐานการเบิก และทาการตรวจนับจานวนใบเสร็ จรั บเงินที่
    • 6 ่คงเหลืออยูจริ ง ให้มีจานวนตรงกับในทะเบียนใบเสร็ จรับเงิน สาหรับการเขียนใบเสร็ จรับเงิน ต้องเขียนเรี ยงตามเลขที่ใบเสร็ จหากใบเสร็ จรับเงินใบใดเขียนผิด ให้เขียนคาว่า “ยกเลิก” แล้วเก็บไว้ในเล่มโดยไม่ต้องฉี กทิ้ง เมื่อมีการตรวจสอบจะได้ทราบว่าใบเสร็ จรับเงินฉบับใดหายไป ั 5 จัดให้พนักงานมีการสับเปลี่ยนหน้าที่ กน เพื่อป้ องกันการทุจริ ตจากการที่อยูในตาแหน่ งใด ่ตาแหน่ งหนึ่ งนานเกินไปจนเห็ นลู่ ทางการทุ จริ ตได้ นอกจากนี้ ยงช่ วยป้ องกันการผิดพลาด จากการ ัทางานอยู่คนเดี ยวจนมองไม่ เห็ นหรื อถ้าเห็ นก็อาจปล่ อยไป เพราะคิดว่ าไม่มีใครมารับรู้ การท างานผิด พลาดของตนหากมี ก ารสั บ เปลี่ ย นหน้ า ที่ ห มุ น เวี ย นไป พนัก งานคนใหม่ อ าจพบข้อ ทุ จ ริ ต หรื อข้อผิดพลาดที่คนเดิมทาไว้ ดังนั้น การสั บเปลี่ยนหน้าที่ การปฏิบติงานจะทาให้พนักงานไม่กล้าทุจริ ต ัและเพิ่มความระมัดระวังในการทางาน เพราะรู ้ว่าจะมีคนอื่นหมุนเวียนมาทาหน้าที่แทนตน 6. ควรใช้เครื่ องบันทึกเงินสด สาหรับรับเงินจากการขายหน้าร้าน และมีพนักงานอีกคนหนึ่ งมาเก็บเงินจากพนักงานขายอีกทีหนึ่ ง โดยจะทาการตรวจสอบยอดเงิน กับม้วนเทปบันทึกภายในเครื่ องว่าจานวนเงินตรงกันหรื อไม่ ถ้าเป็ นการรับเงินค่าขายทางไปรษณี ย ์ ควรมีพนักงานเปิ ดจดหมายและบันทึกรายการเช็ คหรื อธนาณัติ ที่ ได้รั บ อย่า งน้ อย 2 คนร่ วมกัน และน าเช็ คหรื อ ธนาณัติที่ ได้รั บ ส่ ง ให้ฝ่ ายการเงิ นต่อไป และถ้าเป็ นการส่ งพนักงานไปเก็บเงินจากลูกค้า จะต้องมีการตรวจสอบเอกสารการเก็บเงินก่อนมอบให้พนักงานไปเก็บเงินจากลูกค้า และต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบด้วยว่ากิจการได้มอบหมายให้ใครเป็ นผูเ้ ก็บเงินบ้าง เมื่อพนักงานได้เก็บเงิ นจากลูกค้ากลับมา ก็ตองตรวจเช็คเอกสารที่ บนทึกการรั บ ้ ัเงินกับจานวนเงินที่ได้รับมาว่าครบถ้วนถูกต้องหรื อไม่ การควบคุมด้ านการจ่ ายเงิน เงิ นสดจ่ายของธุ รกิจ จะมีการจ่ ายออกไปหลายทาง เช่ น จ่ ายชาระหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้ สาหรั บค่าสิ นค้า ที่ ไ ด้ซ้ื อมา จ่ า ยช าระหนี้ เงิ นกู้ยืม จ่ า ยเงิ น ซื้ อ สิ นทรั พ ย์มาไว้ใช้ใ นกิ จ การ จ่ า ยค่ า ใช้จ่ า ยต่ า งๆเป็ นต้น การทุจริ ตด้านการจ่ายเงินที่พบมักเป็ นการจ่ ายชาระหนี้ สูงกว่าหนี้ ที่ตองจ่ายจริ ง จ่ายเช็คเงินสด ้โดยมีการปลอมลายมือชื่อผูมีอานาจในการลงนาม มีการลงนามล่วงหน้าไว้ในเช็คเปล่าหรื อมีการโอน ้เช็คลอย (check kiting) ซึ่ งมักจะทา ณ วันสิ้ นเดื อน โดยสั่งจ่ ายเช็คธนาคารหนึ่ ง แล้วนาไปฝากอี กธนาคารหนึ่ งเป็ นจานวนเงินเท่ากันที่ได้ยกยอกไป ทาให้ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดธนาคาร ัของธนาคารแรกจะยังไม่ลดลงเนื่ องจากธนาคารยังเคลียร์ เช็คไม่ทน แต่ยอดเงินฝากธนาคารหลังจะเพิ่ม ัสู งขึ้น เท่ากับจานวนเงินของเช็คที่นาไปฝาก นอกจากนี้ อาจมีการทุจริ ตโดยวิธีนาใบสาคัญจ่ายมาขอเบิกซ้ า หรื อทาการแก้ไขใบสาคัญจ่ายให้มียอดเงินสู งกว่าที่ได้จ่ายจริ ง เป็ นต้น
    • 7 ธุรกิจควรมีการควบคุมภายในด้านการจ่ายเงิน ดังนี้ 1. การจ่ายเงินทุกรายการควรจ่ายเป็ นเช็คของธนาคาร โดยก่อนการจ่ายเงินควรมีการตรวจสอบและอนุ มติจากผูมีอานาจ สาหรับรายจ่ายที่เป็ นจานวนเงินเล็กน้อย ไม่สามารถจ่ายเป็ นเช็คได้ ก็ให้ต้ ง ั ้ ัวงเงินสดย่อยไว้เพื่อใช้จ่าย ซึ่ งจะกาหนดให้มีพนักงานผูหนึ่ งเป็ นผูดูแลรับผิดชอบถือเงินสดย่อยไว้ และ ้ ้ทาหน้าที่จ่ายเงินเมื่อมีผมาขอเบิก ู้ 2. การเขียนเช็คทุ กใบควรเขียนเรี ยงตามลาดับเลขที่ ในสมุดเช็ค ต้นขั้วเช็คให้เขียนวันที่ที่จ่ายรายการจ่ายและชื่อผูรับเงินไว้ เพื่อสะดวกในการตรวจสอบ เช็คฉบับใดเขียนผิดหรื อต้องการยกเลิกให้ ้ ัขีดฆ่า แล้วเขียนคาว่า “ยกเลิก” และนามาติดไว้กบต้นขั้วทุกครั้ง เพื่อเป็ นหลักฐานว่าได้ยกเลิกเช็คฉบับนั้นจริ ง 3. ไม่ลงนามล่วงหน้าในเช็คเปล่ าที่ ไม่ มีรายการและ ก่ อนจะลงนามสั่ง จ่ ายเงิ นตามเช็คต้องตรวจดูยอดเงินให้ถูกต้องตรงกับหลักฐานประกอบการจ่ายเงิน เช่น ใบสาคัญจ่ ายที่ได้รับอนุ มติให้จ่าย ัใบเสร็ จรับ เงิ นหรื อใบกากับสิ นค้า ใบส่ งของ และควรใช้ตรายางประทับลงในเอกสารประกอบการจ่ายเงินทุกใบว่า “จ่ายแล้ว” พร้อมลงวันที่ และเลขที่เช็คกากับ เพื่อป้ องกันการจ่ายเงินซ้ า 4. ให้มีการตรวจสอบเงินสดย่อย และยอดเงินฝากธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการกับใบแจ้งยอดเงินฝากจากธนาคารทุกเดือนเงินขาดและเงินเกิน ในการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด เมื่อต้องมีการตรวจนับเงินสดคงเหลือในมือผูรักษาเงินสด ้กับยอดเงินสดคงเหลือในบัญชี หากพบว่ายอดเงินที่ตรวจนับไม่ตรงกับยอดตามบัญชีโดยมีเงิ นสดขาดหรื อเกิ นบัญชี เ กิดขึ้น อาจเนื่ องมาจากความผิดพลาดเผลอเรอ การทอนเงิ นผิด หรื อการรวมเงิ นในใบสาคัญมากหรื อน้อยกว่าความเป็ นจริ ง ผลต่างที่ เกิดขึ้นกิจการจะเป็ นผูรับผิดชอบ ซึ่ งจะบันทึกไว้ใน ้“บัญชีเงินขาดและเงิ นเกินบัญชี” ถ้าเป็ นกรณี เงินขาดจะบันทึกบัญชีไว้ทางด้านเดบิตถือ เป็ นค่าใช้จ่ายอื่น แต่ถาเป็ นกรณี เงินเกิน จะบันทึกบัญชีไว้ทางด้านเครดิตถือว่าเป็ นรายได้อื่น และในวันสิ้ นปี จะโอน ้ปิ ดบัญชีเงินขาดและเงินเกินไปเข้าบัญชีกาไรขาดทุน
    • 8 ตัวอย่ างที่ 1 ในวัน ที่ 31 มกราคม 2547 จากการตรวจนับ เงิ นสดรั บ จากการขายสิ น ค้าประจาวันของพนักงานขายหน้าร้าน พบว่ามียอดเงินรวมทั้งสิ้ น 34,998 บาท แต่ยอดรวมเงินสดตามที่เครื่ องรั บเงิ นสดบันทึ กไว้ มียอดเงิ นรวมทั้งสิ้ น 35,050 บาท แสดงว่าเงิ นขาดอยู่จานวน 52 บาท จะบันทึกบัญชีโดย ม.ค. 31 เงินสด 34,988 เงินขาดและเงินเกินบัญชี 52 ขายสิ นค้า 35,050 บันทึกการขายเงินสดประจาวัน และบันทึกเงินขาดบัญชี ในทางตรงกันข้าม ถ้าเงินสดในมือมียอดคงเหลือมากว่าเงินสดตามบัญชี โดยสมมติว่าตรวจนับเงินสดได้ผลรวมทั้งสิ้ น 35,150 บาท ยอดรวมเงินสดตามเครื่ องรับเงินสดบันทึกไว้ 35,050 บาท แสดงว่ามีเงินเกินอยู่ 100 บาท จะบันทึกบัญชีโดย ม.ค. 31 เงินสด 35,150 ขายสิ นค้า 35,050 เงินขาดหรื อเงินเกินบัญชี 100 บันทึกการขายเงินสดประจาวัน และเงินเกินบัญชีเงินฝากธนาคาร ในกรณี ที่กิจการมีเงินสดคงเหลือใช้จ่ายหมุนเวียนมากเกินความต้องการ และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสดที่ว่าเมื่อรับเงินควรนาฝากธนาคารทันที และเวลาจ่ายเงินควรจ่ายเป็ นเช็ค กิจการจึงมักจะนาเงินสดไปฝากธนาคาร ซึ่งเงินฝากธนาคาร มี 3 ประเภท คือ 1. เงินฝากธนาคารประเภทประจา เงินฝากประเภทนี้ ธนาคารจะออกสมุดคู่ฝาก (pass book)ให้ผูฝากเงิ น เพื่อนาไปใช้เมื่ อเวลามาติดต่อฝากหรื อถอนเงิ นสดกับธนาคาร ซึ่ งจะทาให้ยอดคงเหลือ ้ปรากฏอยูในบัญชีเป็ นปั จจุบนอยูตลอดเวลา โดยปกติกิจการจะฝากเงินประเภทประจาในช่วงเวลาที่คาด ่ ั ่ว่ายังไม่ ใช้เงิ นในระยะเวลานี้ และมักจะไม่ ถอนก่อนครบกาหนดเวลา เนื่ องจากต้องการรั บดอกเบี้ ยตามที่สถาบันการเงินกาหนดไว้ ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากธนาคารประเภทอื่น และหากว่าถ้าไถ่ถอนก่อนครบกาหนดเวลาก็จะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ากว่ากาหนดไว้
    • 9 2. เงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ เงิ นฝากประเภทนี้ ธนาคารจะออกใบรับฝากเงิน หรื อสมุดคู่ฝาก ให้ผูฝากเงิ นเช่ นเดี ยวกับเงินฝากประจา เพื่อนาไปใช้เมื่อเวลามาติดต่อฝากหรื อถอนเงิ นสด ้ ่กับธนาคาร ซึ่ งจะทาให้ยอดคงเหลือปรากฏอยูในบัญชีเป็ นปั จจุบนตลอดเวลา ผลประโยชน์ที่ได้รับ จาก ัอัตราดอกเบี้ ย ของเงิ นฝากประเภทนี้ จะต่ากว่าเงิ นฝากประเภทประจา นอกจากนี้ ธนาคารยังมีบริ การเสริ มสาหรับเงินฝากประเภทออมทรัพย์ในรู ปบัตรเอทีเอ็ม ที่ผถือบัตรสามารถใช้บตรในการฝากหรื อ ู้ ัถอนเงินจากเครื่ อง เอทีเอ็มได้ 3. เงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน เงินฝากประเภทนี้ ธนาคารจะไม่ออกสมุดคู่ฝากให้ ผู ้ฝากสามารถทราบรายละเอี ยดเกี่ ยวกับ การฝากเงิ น การถอนเงิ น และยอดคงเหลื อในบัญชี เ งิ นฝากธนาคาร ได้จากใบแจ้งยอดเงินฝากจากธนาคาร (bank Statement) ซึ่ งธนาคารจะส่ งมาให้ในวันสิ้ นเดือนของแต่ละเดือน เมื่อกิจการนาเงินสดหรื อเช็คฝากธนาคาร จะเขียนใบนาฝากเงิน (pay-in slip cash, cheque) ส่ วนการถอนเงินจะเขียนเช็คสั่งจ่าย เนื่ องจากกฎหมายกาหนดไว้ให้เฉพาะธนาคารพาณิ ชย์เท่านั้น ที่ผูฝากเงินกระแสรายวันสามารถใช้เช็คได้โดยธนาคารจะไม่คิดดอกเบี้ยเงินฝากให้สาหรับเงิน ้ฝากประเภทนี้ เพราะไม่ สามารถนาเงิ นฝากกระแสรายวันไปแสวงหาผลประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในบางครั้งกิจการอาจมีรายจ่ายที่ตองจ่ายจากเช็คเป็ นจานวนเงินมาก และอาจหาเงินเข้าบัญชีไม่ทน จึงมักมี ้ ัการตกลงกับธนาคารเพื่อขอวงเงินเบิกเกินบัญชี (over draw) กับธนาคารไว้ ว่าหากมีการสั่งจ่ายจานวน ่ ัเงินในเช็คมากกว่าจานวนเงินคงเหลือที่มีอยูในบัญชี แต่ไม่เกินวงเงินที่ตกลงไว้กบธนาคารให้ธนาคารผ่านเช็คให้ ซึ่ งจานวนเงิ นจากการสั่งจ่ายเช็คที่สูงกว่าจานวนเงินคงเหลือในบัญชีน้ ี เรี ยกว่า เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร (bank overdraft) และธนาคารจะมีการคิดดอกเบี้ยจากเจ้าของบัญชี สาหรับการตรวจสอบความถูกต้องของเงินฝากกระแสรายวัน สามารถทาได้ ณ วันสิ้ นเดื อน โดยการเปรี ยบเที ยบสาเนาใบนาฝากเงิน และต้นขั้วเช็คซึ่ งผูฝากสั่งจ่ายเงิน กับใบแจ้งยอดจากธนาคาร ้ ทางด้านผูฝากเงิน ้ เมื่อนาเงินฝากธนาคาร จะบันทึกบัญชี เดบิต เงินฝากธนาคาร XX เครดิต เงินสด XX นาเงินสดฝากธนาคาร เมื่อนาเช็คที่ได้รับจากการรับชาระหนี้ จากลูกหนี้ หรื อขายสิ นค้าไปเข้าบัญชีธนาคาร จะบันทึกบัญชี
    • 10 เดบิต เงินฝากธนาคาร XX เครดิต ลูกหนี้ XX ขายสิ นค้า XX บันทึกการรับชาระหนี้จากลูกหนี้ หรื อขายสิ นค้าแล้วนาฝากธนาคารทันที เมื่อมีการสั่งจ่ายเช็ค เพื่อจ่ายชาระหนี้ ซื้ อสิ นค้า ซื้ อสิ นทรัพย์ และจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะทาให้ยอดเงินฝากธนาคารลดลง จะบันทึกบัญชี เดบิต เจ้าหนี้ /เงินกูยม้ื XX ซื้ อสิ นค้า XX สิ นทรัพย์ XX ค่าใช้จ่าย XX เครดิต เงินฝากธนาคาร XX บันทึกการจ่ายชาระหนี้ , ซื้ อสิ นค้า, ซื้ อสิ นทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วแต่กรณี โดยเขียนเช็คสังจ่าย ่ ทางด้านธนาคาร ธนาคารจะถือว่าเงินฝากธนาคารทุกประเภท เป็ นบัญชีหนี้สิน เมื่อธนาคารรับฝากเงิน จะบันทึกบัญชี เดบิต เงินสด XX เครดิต เงินฝาก XX บันทึกการรับฝากเงินจากลูกค้า เมื่อธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค จะบันทึกบัญชี เดบิต เงินฝาก XX เครดิต เงินสด XX บันทึกการจ่ายเงินตามเช็คสั่งจ่ายของลูกค้า
    • 11การทางบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร ั จากการที่ธนาคารได้มีการจัดส่ งใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคารให้กบกิจการซึ่งยอดคงเหลือตามใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคารดังกล่าว ควรเท่ากับยอดคงเหลือตามสมุดบัญชีของกิจการ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักพบว่ายอดคงเหลือจะไม่ตรงกัน จึงต้องจัดทางบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร หรื อ งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร เพื่อหาสาเหตุและอธิบายให้ทราบถึงความแตกต่างของยอดคงเหลือระหว่างธนาคารกับกิจการที่อาจเกิดจากความแตกต่างของเวลาที่บนทึกบัญชีรายการฝากถอน (time lags) เนื่องจาก ับางครั้งกิจการบันทึกบัญชีแล้วแต่ธนาคารยังไม่บนทึกบัญชี หรื อธนาคารบันทึกบัญชีแล้ว แต่กิจการยัง ัไม่บนทึกบัญชีเพราะยังไม่ทราบว่ามีรายการเกิดขึ้น หรื อเกิดจากความผิดพลาด (errors)จากการที่กิจการ ัหรื อธนาคารอาจบันทึกรายการหรื อตัวเลขผิด ซึ่ งสาเหตุที่ทาให้เกิดความแตกต่างในยอดคงเหลือของบัญชีเงินฝากธนาคารระหว่างกิจการกับธนาคาร จะประกอบด้วย สาเหตุดงนี้ ั 1. รายการที่กิจการบันทึกในสมุดบัญชีแล้ว แต่ธนาคารยังไม่ได้บนทึกบัญชี ได้แก่ ั 1.1 เงินฝากระหว่างทาง คือ รายการที่กิจการนาเงินไปฝากธนาคารในวันสิ้ นเดือน และได้บันทึกเพิ่มยอดบัญชีเงินฝากธนาคารในสมุดบัญชีของตนแล้ว แต่ธนาคารยังไม่บนทึกเพิ่มยอดบัญชีเงิน ัฝากธนาคารให้ เนื่ องจากกิจการนาเงินไปฝาก เมื่อเลยเวลาปฏิบติงานของธนาคารที่ปิดทาการแล้ว แต่ ัธนาคารจะรับเงินที่นามาฝากไว้โดยไปเพิ่มยอดบัญชีเงินฝากธนาคารให้ในวันทาการถัดไป จึงมีผลทาให้ยอดเงินฝากธนาคารในตามใบแจ้งยอดธนาคารในวันสิ้ นเดือนต่ากว่ายอดเงินฝากธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการ 1.2 เช็คค้างจ่าย คือ รายการเช็คที่กิจการสั่งจ่ายให้บุคคลภายนอกและได้บนทึกลดยอดเงิ น ัฝากธนาคารในบัญชีแล้ว แต่ผรับเช็คยังไม่ได้นาเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคาร ธนาคารจึงยังไม่บนทึกบัญชี ู้ ัลดยอดเงินฝากธนาคาร จึ งมีผลทาให้ยอดเงิ นฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคารสู งกว่ายอดเงิ นฝากธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการ 2. รายการที่ธนาคารบันทึกรายการแล้ว แต่กิจการยังไม่ได้บนทึกบัญชี ได้แก่ ั 2.1 ธนาคารเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินรั บให้กิจการ เนื่ องจากในบางครั้งกิจการอาจนาตัวเงิ น ๋ ๋รับมาให้ธนาคารเรี ยกเก็บเงินให้ ซึ่ งกิจการจะยังไม่บนทึกบัญชีในวันที่นาตัวเงินมามอบให้ธนาคาร เมื่อ ั ๋ธนาคารเรี ยกเก็บเงิ นตามตัว พร้ อมดอกเบี้ ยตัว (ถ้ามี) ได้แล้ว ก็จะนาเข้าบัญชีเพิ่มยอดเงินฝากธนาคาร ๋ ๋
    • 12ทันที แต่กิจการยังไม่ทราบจนกว่าจะได้รับแจ้งการเข้าบัญชี จึงมีผลทาให้ยอดเงินฝากธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการต่ากว่ายอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร 2.2 ธนาคารจ่ายเงินตามตัวเงินจ่ายให้กิจการ เนื่ องจากในบางครั้งกิจการอาจขอให้ธนาคาร ๋จ่ายเงิ นตามตัวเงิ นจ่ายพร้อมดอกเบี้ยจ่ ายให้ เมื่อธนาคารจ่ายเงินตามตัว พร้อมดอกเบี้ยให้แล้ว ก็จะลด ๋ ๋ยอดเงิ นฝากธนาคารทันที แต่ กิจ การยังไม่ ท ราบจนกว่ าจะได้รับ การแจ้ง ลดยอดบัญชี จึ ง มี ผลทาให้ยอดเงินฝากตามสมุดบัญชีของกิจการสู งกว่ายอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร 2.3 เช็คคืนหรื อเช็คที่มีเงิ นในบัญชี ไม่เพียงพอ เมื่อกิจการได้รับเช็คจากค่าขายสิ นค้า หรื อรั บ ชาระหนี้ จากลูกหนี้ กิ จการจะนาฝากธนาคารเพื่ อให้ ธนาคารเรี ยกเก็บเงิ นแทนซึ่ งทั้ง กิจการและธนาคารจะบันทึกเพิ่มยอดบัญชีเงินฝากธนาคารทั้งสองฝ่ ายก่อน ต่อมาถ้าปรากฏว่าธนาคารไม่สามารถเรี ยกเก็บ เงิ นได้ เพราะเจ้าของเช็คมีเ งิ นในบัญชี ไม่ พอ ธนาคารจะลดยอดบัญชีเ งินฝากธนาคารของกิ จการ พร้ อมคืนเช็คแต่กิจการยัง ไม่ทราบจนกว่าจะได้รับแจ้งการคืนเช็ค จึ ง มีผลทาให้ยอดเงิ นฝากธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการสู งกว่ายอดเงินฝากตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร 2.4 ค่าสาธารณูปโภค เมื่อกิจการใช้บริ การหักบัญชีเงินฝากธนาคารในการจ่ายค่าน้ าประปาค่าไฟฟ้ า และค่าโทรศัพท์ เป็ นต้น ซึ่ งธนาคารจะจ่ายชาระค่าสาธารณู ปโภคแทน โดยหักจากยอดเงินฝากธนาคาร แต่กิจการยังไม่ทราบจนกว่าจะได้รับแจ้งลดยอดบัญชี จึ งมีผลทาให้ยอดเงิ นฝากตามสมุดบัญชีของกิจการสู งกว่ายอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร 2.5 ค่าธรรมเนียมธนาคาร เมื่อธนาคารได้ให้บริ การต่างๆ แก่ลูกค้า เช่น เรี ยกเก็บเงินตามตัวหรื อเช็ค ในการส่ งดราฟท์ไปต่างประเทศ เป็ นต้น ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนี ยม โดยหักจากยอดเงิน ๋ฝากธนาคารทันที แต่ กิจการยัง ไม่ ท ราบจนกว่า จะได้รับแจ้งลดยอดบัญชี จึงมีผลทาให้ยอดเงิ นฝากธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการ สู งกว่ายอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร 3. รายการที่บนทึกบัญชีผดพลาดทั้งสองฝ่ าย ซึ่ งทั้งกิจการและธนาคาร อาจมีการบันทึกบัญชี ั ิผิดพลาดได้ รายการที่พบ ได้แก่ 3.1 รายการที่กิจการลงบัญชีผด การลงบัญชีผิดส่ วนใหญ่เกิดจากบันทึกตัวเลขในสมุดบัญชี ิผิดพลาดทั้งด้านรายการนาเงิ นฝากหรื อรายการสั่งจ่ ายเช็ค เช่น เขียนจานวนเงิ นในเช็ค 895 บาท ซึ่ งธนาคารจ่ ายตามนี้ แต่กิจการลงบัญชี 859 บาท ทาให้ยอดของธนาคารและกิจการไม่เท่ากัน ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่า บันทึกยอดเงินผิดพลาดไปเท่าใด และมีผลทาให้ยอดเงินฝากธนาคารในสมุดบัญชีสูง
    • 13หรื อต่ากว่ายอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร 3.2 รายการที่ธนาคารบันทึกรายการผิด บางครั้ งธนาคารอาจบันทึกรายการผิดพลาดได้ โดยนาเช็คของกิจการมาเพิ่มยอด หรื อหักออกจากบัญชีของกิจการ ซึ่ งมีผลทาให้ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดธนาคาร สู งหรื อต่ากว่ายอดเงินฝากธนาคารในสมุดบัญชีของกิจการวิธีการทางบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร การทางบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร สามารถกระทาได้ 2 วิธี ดังนี้ 1. วิธีหายอดที่ ถูกต้อง วิธีน้ ี จะแสดงให้ผูอ่านงบทราบยอดเงิ นฝากคงเหลือที่ถูกต้อง โดยทา ้การปรั บยอดเงิ นคงเหลือที่ ไม่ เท่ ากันระหว่างกิ จการกับธนาคาร อันเนื่ องมาจากสาเหตุ ท่ี กิจการหรื อธนาคารยังไม่บนทึ กบัญชี หรื อบันทึ กบัญชีแล้วยังไม่ถูกต้อง เมื่อมีการปรั บแล้วจะทาให้ยอดเงิ นฝาก ั ั ่ธนาคารของทั้งสองฝ่ ายเท่ากันด้วยยอดที่ถูกต้อง วิธีน้ ีจ้ ึงเป็ นที่นิยมใช้กนทัวไป 2. วิธีกระทบยอดจากยอดของฝ่ ายหนึ่ งไปหายอดอีกฝ่ ายหนึ่ ง ทาให้ผอ่านงบไม่สามารถทราบ ู้ยอดเงินฝากคงเหลือที่ถกต้อง วิธีน้ ีจึงไม่เป็ นที่นิยมใช้กน ู ัขั้นตอนการทางบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร 1. ตรวจสอบยอดเงิ นคงเหลือยกมาจากสิ้ นเดือนก่อนว่าได้บนทึกบัญชีให้ตรงกันแล้วหรื อไม่ ัหากยังไม่ได้บนทึ กบัญชีตองนามาใช้ทางบกระทบยอดเงิ นฝากของเดือนปั จจุ บนด้วย ซึ่ งรายการส่ วน ั ้ ัใหญ่มกจะ ได้แก่ เงินฝากระหว่างทาง และเช็คค้างจ่าย ั 2. ตรวจสอบรายการนาเงิ นฝากของเดื อนปั จจุ บันที่ กิจการบันทึ กบัญชี ไว้ เปรี ยบเที ยบกับรายการเงิ นฝากตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดจากธนาคารว่ามียอดตรงกันหรื อไม่ รายการใดที่มียอดเงิ นฝากตรงกัน ให้ทาเครื่ องหมาย  ทั้งในสมุดบัญชีและในใบแจ้งยอดจากธนาคาร ถ้ามีรายการเงินฝากธนาคารที่ ป รากฏในบัญชี ของกิจการแต่ ไม่ ปรากฏในใบแจ้ง ยอดจากธนาคารรายการนี้ คือ เงิ นฝากระหว่างทาง ถ้ามีรายการเงินฝากที่ปรากฏในใบแจ้งยอดจากธนาคารแต่ไม่ปรากฏในบัญชีของกิจการอาจจะเป็ นรายการตัวเงินรับและดอกเบี้ย (ถ้ามี) ที่ธนาคารเรี ยกเก็บให้หรื อธนาคารนาเช็คของกิจการอื่น ๋มาเครดิตเพิมยอดบัญชีเงินฝากให้ ่ 3. ตรวจสอบรายการถอนเงิน จากการที่กิจการได้สั่งจ่ายเช็คของเดื อนปั จจุ บนที่ กิจการบันทึ ก ับัญชีไว้ เปรี ยบเทียบกับรายการถอนเงินตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดจากธนาคารว่ามียอดตรงกันหรื อไม่รายการใดที่ มีย อดถอนเงิ น ตรงกัน ให้ ท าเครื่ องหมาย  ทั้ง ในสมุ ด บัญ ชี และในใบแจ้ง ยอดจาก
    • 14ธนาคาร ถ้ามีรายการถอนเงินฝากธนาคารที่ ปรากฏในบัญชีของกิจการแต่ไม่ปรากฏในใบแจ้งยอดจากธนาคาร รายการนี้ คือ เช็คค้างจ่าย ถ้ามีรายการถอนเงินฝากธนาคารที่ปรากฏในใบแจ้งยอดจากธนาคารแต่ไม่ปรากฏในบัญชีของกิจการ อาจจะเป็ นรายการตัวเงินจ่ายและดอกเบี้ย (ถ้ามี) ที่ธนาคารจ่ายเงินให้ ๋เช็คคืน ค่าสาธารณูปโภค ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรื อธนาคารอาจนาเช็คของกิจการอื่นมาเดบิตลดยอดบัญชีเงินฝากของกิจการ 4. ตรวจสอบรายการที่อาจบันทึกตัวเลขจานวนเงินผิดพลาด ซึ่ งอาจจะเป็ นได้ท้ งรายการนาเงิน ัฝากและรายการถอนเงิน ที่บนทึกตัวเลขจานวนเงินไม่ถูกต้อง และให้นาจานวนเงินที่บนทึกผิดพลาดไป ั ัพิจารณาในการทางบกระทบยอดเงินฝากด้วย 5. เมื่อหาสาเหตุครบถ้วนถูกต้องแล้ว ก็จดทางบกระทบยอดเงินฝากธนาคารได้ โดยอาจใช้วิธี ัหายอดที่ถูกต้อง หรื อวิธีกระทบยอดของฝ่ ายหนึ่ งไปหายอดของอีกฝ่ ายหนึ่ ง ซึ่ งจะทาให้ได้ยอดเงินฝากธนาคารที่ถกต้องตรงกันทั้งสองฝ่ าย ู 6. การบันทึ กรายการที่ กิจการยัง ไม่ บันทึ ก บัญชี หรื อปรั บ ปรุ ง แก้ไ ขข้อผิดพลาดจากการที่กิจการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง จะบันทึกบัญชีเฉพาะรายการเพิ่ม หรื อลดยอดเงินฝากธนาคารตามบัญชีของกิจการเท่านั้น ในสมุดรายวันทัวไป่ตัวอย่ างที่ 2 นายเชิดชัย เจ้าของร้าน “เชิดชัยการช่าง” ต้องการที่จะทางบกระทบยอดเงินฝากธนาคารเนื่ องจากยอดประจาเดือนมีนาคม มียอดคงเหลือไม่ตรงกับยอดเงินฝากตาม Bank Statement ดังนั้นนายเชิดชัยจึงได้รวบรวมรายการรับ – จ่าย เงินที่ผ่านธนาคาร ประจาเดือนมีนาคม 2547 จากสมุดเงินสดดังนี้
    • 15 รายการฝากเงิน รายการสังจ่าย ่ 2547 2547 มี.ค. 1 18,000 มี.ค. 2 เช็คเลขที่ 31001 12,880 3 80,000 3 31002 18,240 5 20,000 4 31003 34,760 10 56,000 5 31004 9,280 12 70,000 10 31005 32,280 15 92,000 15 31006 76,000 20 24,000 21 31007 54,000 21 28,000 23 31008 11,000 28 2,000 26 31009 9,600 29 7,200 27 31010 19,000 30 8,000 28 31011 48,000 ในวันที่ 1 มีนาคม 2547 มีเช็คค้างจ่ายที่กิจการได้ทาการสั่งจ่ายไปแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ผู ้ทรงเช็คยังไม่นามาขึ้นเงิน เลขที่ 30089 จำนวน 500 บำท เลขที่ 30092 จำนวน 9,256 บาท เลขที่ 30097 จำนวน 3,600 บาท
    • 16 ใบแจ้ งยอดเงินฝากธนาคาร(Bank Statement) ประจาเดือน มีนาคม 2547วันที่ รายการ เช็คเลขที่ ถอน ฝาก ยอดคงเหลือ 2547มี.ค. 1 ยอดยกมา 185,755 2 PC 18,000 203,755 3 TRD 80,000 283,755 3 CS 31001 12,880 270,875 3 CS 31002 18,240 252,635 5 CL 20,000 272,635 6 CS 30089 500 272,135 7 CS 31004 9,280 262,855 10 CC 56,000 318,855 11 CS 30092 9,256 309,599 12 PC 70,000 379,599 13 CS 31108 16,000 363,599 13 CS 31005 32,280 331,319 15 PC 92,000 423,319 16 CS 31006 76,000 347,319 21 PC 52,000 399,319 22 CS 31007 54,000 345,319 25 CS 31008 11,000 334,319 26 CS 31009 16,800 317,519 27 CR 20,000 297,519 28 CM 80 297,439 28 PC 2,000 299,439 30 CS 31011 48,000 251,439 30 IN 300 251,739 31 ยอดยกไป 251,739 PC ฝากด้วยเงินสด TRD ฝากโดยการโอน CR เช็คคืน CC ฝากด้วยเช็คเรี ยกเก็บ DD ฝากด้วยดร๊ าฟท์ IN ดอกเบี้ยเงินฝาก CL ฝากด้วยเช็คของธนาคาร CS ถอนเงินสด CM ค่าธรรมเนียม
    • 17ข้ อมูลเพิมเติม ่ 1. ยอดเงินฝากธนาคารคงเหลือตามบัญชีของกิจการ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2547 เท่ากับ 252,559 บาท 2. เช็คทุกฉบับเป็ นการจ่ายชาระหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้ 3. ตัวเลขจานวนเงินตามใบแจ้งยอดของธนาคารถือว่าเป็ นตัวเลขที่ถกต้อง ู 4. เช็คเลขที่ 31108 ไม่ใช่เช็คของกิจการงบกระทบยอดเงินฝากธนาคารสามารถจัดทาตามลาดับขั้นที่ได้อธิบายไปแล้ว ได้ดงนี้ ั วิธีที่ 1 งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร โดยวิธีหายอดที่ถกต้อง ู ร้ านเชิดชัยการช่ าง งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร 31 มีนาคม 2547ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร ณ 31 มีนาคม 2547 251,739บวก เงินฝากระหว่างทาง 67,200 เช็คหักผิดบัญชีหมายเลข 31108 16,000 83,200 334,939หัก เช็คค้างจ่าย No. 30097 3,600 No. 31003 34,760 No. 31010 19,000 (57,360)ยอดเงินฝากธนาคารที่ถูกต้อง 277,579ยอดเงินฝากธนาคารตามบัญชีของกิจการ ณ 31 มีนาคม 2547 252,559บวก ตัวเงินรับที่ธนาคารเรี ยกเก็บเงินให้ ๋ 52,000 ดอกเบี้ยรับ 300 52,300 304,859หัก เช็คคืน 20,000 ค่าธรรมเนียมธนาคาร 80 เช็คหมายเลข 31009 ซึ่งกิจการบันทึกบัญชีทวไป ั่ 7,200 (27,280)ยอดเงินฝากธนาคารที่ถูกต้อง 277,579
    • 18 การทางบกระทบยอดเงิ นฝากธนาคาร โดยวิธีหายอดที่ถูกต้องนั้น จะนายอดเงิ นฝากธนาคารคงเหลือในสมุดบัญชี และยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดธนาคารมาตั้งเป็ นยอดไว้ ขั้นต่อไปจึงนารายการที่กิจการหรื อธนาคารยังไม่ลงบัญชี หรื อลงบัญชีแล้วผิดพลาด มาปรับบวก หรื อหัก ยอดคงเหลือของแต่ ละฝ่ ายก็จ ะท าให้ ได้ย อดที่ ถูก ต้อ งตรงกันทั้ง ยอดในสมุ ดบัญชี และยอดตามใบแจ้ง ยอดจากธนาคาร แล้วจึ งท าการบันทึ กรายการที่ กิจการยัง ไม่ บันทึ กบัญชี หรื อปรั บ ปรุ ง แก้ไขข้อผิดพลาดที่กิ จกรรมลงบัญชี ไม่ ถูกต้อง ในสมุ ดรายวันทั่วไป เนื่ องจากยอดเงิ นฝากคงเหลื อในสมุ ดบัญชี ยง ไม่ ัถูกต้อง และถ้ากิจการตรวจพบว่าธนาคารมีรายการทาผิดพลาด เช่ น นาเช็คของกิจการอื่นมาหักบัญชีของกิ จการ ก็ไม่ตองทาการปรั บปรุ ง เพียงแต่ ตองแจ้งให้ธนาคารทราบเพื่อทาการแก้ไขยอดเงิ นฝาก ้ ้ธนาคารของกิจการที่ธนาคารบันทึกไว้ให้ถกต้อง ู จากตัวอย่าง รายการปรับปรุ งในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้ ่2547มี.ค. 31 ธนาคาร 52,300 - ตัวเงินรับ ๋ 52,000 - ดอกเบี้ยรับ 300 - บันทึกรายการตัวเงิ นรั บที่ธนาคารเรี ยกเก็บให้และ ๋ ดอกเบี้ยรับจากตัวเงินรับ ๋ ลูกหนี้ 20,000 - ค่าธรรมเนียมธนาคาร 80 - เงินสด 7,200 - ธนาคาร 27,280 - บันทึ กเช็คคืน ค่าธรรมเนี ยมธนาคาร และถอนเงิ น สดที่บนทึกบัญชีผด ั ิ ถ้ายอดเงิ นฝากธนาคารเป็ นยอดเงิ นเบิ กเกิ นบัญชี จะมีวิธีการจัดท าเช่ นเดี ยวกันทุ กประการเพียงแต่ให้ใส่ วงเล็บในกรณี ที่เป็ นเงินเบิกเกินบัญชี
    • 19 วิธีที่ 2 งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร โดยวิธีกระทบยอดของฝ่ ายหนึ่งไปหายอดของอีกฝ่ ายหนึ่ง 2.1 งบกระทบยอดโดยการกระทบจากยอดของกิจการไปหายอดของธนาคาร ร้ านเชิดชัยการช่ าง งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร 31 มีนาคม 2547ยอดเงินฝากธนาคารตามบัญชีของกิจการ ณ 31 มีนาคม 2547 252,559บวก ตัวเงินรับที่ธนาคารเรี ยกเก็บให้ ๋ 52,000 ดอกเบี้ยรับ 300 52,300 เช็คค้างจ่าย No.30097 3,600 No.31003 34,760 No.31010 19,000 57,360 109,660 362,219หัก เงินฝากระหว่างทาง 67,200 เช็คหักผิดบัญชี หมายเลข 31108 16,000 เช็คคืน 20,000 ค่าธรรมเนียมธนาคาร 80 เช็คหมายเลข 31009 ซึ่งกิจการบันทึกบัญชีต่าไป 7,200 (110,480)ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดของธนาคาร 251,739รายการปรับปรุ งในสมุดรายวันทัวไป ทาเช่นเดียวกับวิธีหายอดที่ถูกต้อง ่
    • 20 2.2 งบกระทบยอดโดยการกระทบยอดของธนาคารไปหายอดของกิจการ ร้ านเชิดชัยการช่ าง งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร 31 มีนาคม 2547ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร ณ 31 มีนาคม 2547 251,739บวก เงินฝากระหว่างทาง 67,200 เช็คหักผิดบัญชีหมายเลข 31108 16,000 เช็คคืน 20,000 ค่าธรรมเนียมธนาคาร 80 เช็คหมายเลข 31009 ซึ่งกิจการบันทึกบัญชีต่าไป 7,200 110,480 362,219หัก ตัวเงินที่ธนาคารเรี ยกเก็บเงินให้ ๋ 52,000 ดอกเบี้ยรับ 300 52,300 เช็คค้างจ่าย No. 30097 3,600 No. 31003 34,760 No. 31010 19,000 57,360 (109,660)ยอดเงินฝากธนาคารตามบัญชีของกิจการ 252,559 รายการปรับปรุ งในสมุดรายวันทัวไป ทาเช่นเดียวกับวิธีหายอดที่ถูกต้อง ่ การทางบกระทบยอดเงินฝาก โดยวิธีการกระทบยอดจากยอดของฝ่ ายหนึ่ ง ไปหายอดของอีกฝ่ ายหนึ่ ง นั้น สามารถท าการกระทบยอดของกิ จ การไปหายอดของธนาคาร หรื อ กระทบยอดของธนาคารไปหายอดของกิ จการก็ได้ ซึ่ งการกระทบยอดวิธีน้ ี ไม่ นิยมใช้ เนื่ องจากผูอ่า นงบจะไม่ ทราบ ้ยอดเงิ นฝากธนาคารคงเหลือที่ถูกต้อง ส่ วนรายการปรั บปรุ งในสมุดรายวันทัวไป จะเหมือนกับวิธีหา ่ยอดที่ถูกต้อง เพื่อให้ยอดเงินฝากธนาคารคงเหลือในสมุดบัญชีของกิจการถูกต้อง
    • 21เงินสดย่อย ตามหลักการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสดที่ว่า เมื่อรั บเงินควรนาฝากธนาคารทันที และเวลาจ่ า ยเงิ นควรจ่ า ยเป็ นเช็ ค ในการนาไปปฏิ บัติจริ ง การจ่ า ยเงิ นบางรายการไม่ สามารถจ่ า ยเป็ นเช็คได้เนื่ องจากเป็ นจานวนเงินน้อย เช่น ค่าไปรษณี ยากร ค่าพาหนะ ค่ารับรอง ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เป็ นต้น เพื่อเป็ นการแก้ปัญหาดังกล่าว กิจการจะตั้งวงเงินสดย่อย ขึ้นจานวนหนึ่ ง โดยมอบหมายให้พนักงานผูหนึ่ ง ้เป็ นผูรับผิดชอบ เรี ยกว่า ผูรักษาเงิ นสดย่อย ซึ่ งจะรับเช็คจากกิจการนาไปเบิ กเป็ นเงิ นสดไว้ เมื่อมีผูมา ้ ้ ้ขอเบิกค่าใช้จ่า ย และได้รับอนุ มติอย่างถูกต้อง ผูรักษาเงิ นสดย่อย จะทาการจ่ ายเงิ นและเก็บใบสาคัญ ั ้จ่ายเงินสดย่อยไว้ เพื่อทาการรวบรวมใบสาคัญจ่ายเงินสดสดย่อยมาขออนุ มติเบิกเงินชดเชยเงินสดย่อย ัตามเวลาที่ กาหนด ซึ่ ง จ านวนเงิ นสดย่อยในมื อ เมื่ อรวมกับ ใบส าคัญจ่ า ยเงิ นสดย่อยที่ ยง ไม่ ได้เ บิ ก ัจะต้องมียอดเท่ ากับ วงเงิ นสดย่อยเสมอ และวงเงิ นสดย่อยนี้ อาจเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรื อลดลงก็ได้เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ เราจะเรี ยก ระบบเงิ นสดย่อยที่ได้กล่าวมานี้ เรี ยกว่า ระบบกาหนดวงเงินสดย่อย (imprest system) ซึ่ งเป็ นวิธีที่นิยมใช้ปฏิบติในปั จจุบนเนื่ องจากช่วยประหยัดเวลาในการ ั ัลงบันทึกบัญชี และสะดวกในการตรวจสอบเงินสดย่อยคงเหลือในมือผูรักษาเงินสดย่อย้ขั้นตอนการบันทึกบัญชีเงินสดย่อย 1. การตั้งวงเงินสดย่อย กิจการจะทาการประมาณรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่ ไม่สะดวกในการจ่ายด้วยเช็คว่าควรเป็ นจานวนเงิ นเท่าใด ในแต่ ละเดือนแล้วจะกาหนดเป็ นวงเงิ นสดย่อยขึ้น และทาการเซ็นเช็คจ่ายให้ ผูรักษาเงินสดย่อยเพื่อนาไปขอเบิกจากธนาคารมาเป็ นเงินสดถือไว้ในมือ เพื่อจ่ายให้กบ ้ ัผูที่มาขอเบิก เช่น เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2547 บริ ษทดวงใจ ได้เริ่ มใช้ระบบเงินสดย่อย โดยมีการกาหนด ้ ัวงเงินสดย่อยจานวน 5,000 บาท การบันทึกบัญชีจะเป็ นดังนี้ 2547 ม.ค. 1 เงินสดย่อย 5,000 - เงินฝากธนาคาร 5,000 - บันทึกการตั้งวงเงินสดย่อย 2. การจ่ายเงินจากเงินสดย่อย เมื่อมีผมาขอเบิกค่าใช้จ่ายจากเงินสดย่อย ผูรักษาเงินสดย่อยจะทา ู้ ้ใบสาคัญจ่ายเงินสดย่อยขึ้น เสนอให้ผมีอานาจอนุ มติแล้วจึงจ่ายเงินให้ผเู ้ บิกพร้อมกับให้ผเู้ บิกทาการลง ู้ ั
    • 22นามรับเงินในใบสาคัญด้วย ซึ่ งผูรักษาเงิ นสดย่อยจะเก็บใบสาคัญจ่ายเงินสดย่อยไว้ใช้เป็ นหลักฐานใน ้การจ่ ายเงิ น จากนั้น เพื่อความสะดวกในการรวบรวมใบสาคัญจ่ ายไปขอเบิ กชดเชย และจะได้ทราบข้อมูลว่าได้มีการจ่ายเงินออกไปสาหรับรายการอะไรบ้าง ผูรักษาเงินสดย่อยอาจบันทึกความทรงจาการ ้จ่ า ยเงิ น สดย่อยไว้ในสมุ ด ส่ วนตัว ของตนด้วย ซึ่ งการบัน ทึ ก ดัง กล่ า วเป็ นเพี ยงบัน ทึ ก ความทรงจ า(Memo) ของผูรักษาเงินสดย่อย โดยไม่ใช่เป็ นการบันทึกบัญชีของกิจการ จึงไม่ตองทาการผ่านรายการ ้ ้ไปบัญชีแยกประเภทของกิจการ ใบสาคัญจ่ายเงินสดย่ อย เลขที่ 01 PETTY CASH VOUCHER จ่ายให้ นายทนง ใจกล้าหาญ วันที่ 2 มกราคม 2547 ลาดับที่ รายการ จานวนเงิน 1 ค่าพาหนะ 220 - 2 ค่าเครื่ องดื่ม 50 - 3 ค่าไปรษณี ย ์ 80 - 4 ปากกา 6 แท่ง ๆ ละ 5 บาท 30 - (สามร้อยแปดสิ บบาทถ้วน) รวม 380 - ---------------------- ---------------------- ------------------- ผูจดทา ้ั ผูอนุมติ ้ ั ผูรับเงิน ้ภาพที่ 1. จัดทาใบสาคัญจ่ ายเงินสดย่ อย เมื่อมีผมาขอเบิกเงินสาหรับค่าใช้จ่ายและผูรักษาเงินสดย่อยได้จ่ายเงินตามใบสาคัญจ่ายเงินสด ู้ ้ย่อยแล้ว ก็อาจจะบันทึกความทรงจาการจ่ ายเงิ นสดย่อยออกไป ลงในสมุดเงิ นสดย่อย และเก็บรั กษา
    • 23ใบส าคัญจ่ ายเงิ นสดย่อยไว้ เพื่ อขอเบิ กชดเชยเงิ นสดย่อย เช่ น ในเดื อนมกราคม 2547 มีผูมาขอเบิ ก ้ค่าใช้จ่าย จากเงินสดย่อย ดังนี้ 2547 ม.ค. 2 ค่าพาหนะ 220 บาท ค่าเครื่ องดื่ม 50 บาท ค่าไปรษณี ย ์ 80 บาท และค่าปากกา 6 แท่ง ๆ ละ 5 บาท 5 ค่าอาหารและเครื่ องดื่ม 330 บาท ค่าน้ ายาทาความสะอาด 180 บาท 9 ค่าพาหนะ 140 บาท ค่าดินสอสี 9 แท่งๆ ละ 10 บาท 14 ค่าไปรษณี ย ์ 70 บาท ค่าวัสดุสานักงาน 600 บาท 18 ค่าอาหาร 110 บาท ค่าปากกา 8 แท่งๆ ละ 10 บาท 23 ค่าพาหนะ 180 บาท ค่าไปรษณี ย ์ 70 บาท ค่าน้ ายาเช็ดกระจก 270 บาท 26 ค่าเครื่ องดื่ม 60บาท ค่าดินสอ 12 แท่ง ๆ ละ 10 บาท และค่าปากกา 6 แท่งๆ ละ 5 บาท 28 ค่าพาหนะ 70 บาท ค่าไปรษณี ย ์ 40 บาท สมุดเงินสดย่ อย วันที่ เลขที่ ค่าพาหนะ ค่ารับรอง ค่า ค่าเครื่ อง ค่าใช้จ่าย ชื่อบัญชีต่าง ๆ ใบสาคัญ ไปรษณี ย ์ เขียน เบ็ดเตล็ด ชื่อบัญชี จานวน เงิน 2547 ม.ค. 2 01 220 50 80 30 5 02 330 180 9 03 140 90 14 04 70 วัสดุ 600 18 05 110 80 สานักงาน 23 06 180 70 270 26 07 60 150 31 08 70 40 610 550 260 350 450 600ภาพที่ 1.2 สดงตัวอย่ างการบันทึกลงในสมุดเงินสดย่ อย
    • 24 3. การเบิกชดเชยเงินสดย่อย เมื่อเงิ นสดย่อยใกล้จะหมด หรื อครบกาหนดระยะเวลาที่ กาหนดไว้ เช่ น ทุกวันสิ้ นเดื อน ผูรักษาเงิ นสดย่อยจะรวบรวมใบสาคัญจ่ ายเงิ นสดย่อย เพื่อสรุ ปรายจ่ า ย และ ้จัดทาใบขอเบิกชดเชยเงิ นสดย่อย ด้วยจานวนเท่ ากับค่าใช้จ่ายตามใบสาคัญจ่ ายเงิ นสดย่อย กิจการจะตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของหลักฐานการจ่ายเงิ น แล้วจึ งเขียนเช็คสั่งจ่ ายให้ผูรักษาเงิ นสดย่อย ้พร้อมกับส่ งใบสาคัญจ่ายเงินสดย่อยให้ฝ่ายบัญชี เพื่อทาการบันทึกบัญชีของกิจการต่อไป ผูรักษาเงินสดย่อย สามารถจัดทาใบสรุ ปยอดรายจ่าย ดังนี้ ้ สรุปยอดรายจ่ ายของเงินสดย่ อย เดือนมกราคม 2547 1. ค่าพาหนะ 610 บาท 2. ค่ารับรอง 550 บาท 3. ค่าไปรษณี ย ์ 260 บาท 4. ค่าเครื่ องเขียน 350 บาท 5. ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 450 บาท 6. วัสดุสานักงาน 600 บาท รวม 2,820 บาท การบันทึกการเบิกชดเชยเงินสดย่อยในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้ ่2547ม.ค. 31 ค่าพาหนะ 610 - ค่ารับรอง 550 - ค่าไปรษณี ย ์ 260 - ค่าเครื่ องเขียน 350 - ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 450 - วัสดุสานักงาน 600 - เงินฝากธนาคาร 2,820 - ผูรักษาเงินสดย่อยเบิกชดเชยเงินสดย่อย ้
    • 25 4. รายการปรั บ ปรุ ง ค่า ใช้จ่า ยต่ า งๆ ที่ ยง ไม่ ไ ด้นามาเบิ กในวันสิ้ นงวดบัญชี ถ้า มี ใบส าคัญ ัจ่ ายเงิ นสดย่อยยังไม่ได้นามาขอเบิ กชดเชย กิจการต้องทารายการปรั บปรุ งค่าใช้จ่ายต่ างๆ ที่ ยงไม่ ได้ ันามาเบิ ก เพื่อให้ค่าใช้จ่ายของงวดบัญชี และยอดคงเหลื อในบัญชี เงิ นสดย่อย เป็ นยอดที่ ถูกต้อง โดยเดบิ ตบัญชี ค่าใช้จ่ายต่างๆ เครดิ ต บัญชี เงิ นสดย่อย เช่ น สมมติ ว่า วันที่ 31 ธันวาคม 2547 ผูรักษา ้เงินสดย่อยมีใบสาคัญจ่ายที่ไม่ได้ขอเบิกชดเชย ดังนี้ ค่าพาหนะ 150 ค่าไปรษณี ย ์ 90 การบันทึกรายการปรับปรุ งในสมุดรายวันทัวไป ดังนี้่ 2547 ธ.ค. 31 ค่าพาหนะ 150 - ค่าไปรษณี ย ์ 90 - เงินสดย่อย 240 - ปรับปรุ งค่าใช้จ่ายที่เบิกจากเงินสดย่อย การบันทึกบัญชีเมื่อขึ้นงวดบัญชีถดไป โดยการโอนกลับรายการปรับปรุ งในสมุดรายวันทัวไป ั ่ดังนี้ 2548 ม.ค. 1 เงินสดย่อย 240 - ค่าพาหนะ 150 - ค่าไปรษณี ย ์ 90 - บันทึ กกลับ รายการปรั บ ปรุ ง เงิ นสดย่อย ค้างเบิก ต่อมา ในเดือนมกราคม ของปี ใหม่ มีใบสาคัญจ่ายเงินสดย่อย ที่จ่ายเพิ่ม ดังนี้ ค่าพาหนะ 530 ค่าไปรษณี ย ์ 210 ค่ารับรอง 420 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 390
    • 26 ในวันสิ้ นเดือนมกราคม 2548 ผูรักษาเงินสดย่อยจะต้องนาใบสาคัญจ่ายเงินสดย่อยของเดือน ้ธันวาคม 2547 ที่ยงไม่ได้เบิกชดเชย มารวมกับของเดือนมกราคม เพื่อขอเบิกชดเชยเงินสดย่อย ดังนี้ ั 2548 ม.ค. 31 ค่าพาหนะ (150+530) 680 - ค่าไปรษณี ย ์ (90+210) 300 - ค่ารับรอง 420 - ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 390 - เงินฝากธนาคาร 1,790 - ผูรักษาเงิ นสดย่อยขอเบิ กชดเชยเงิ นสด ้ ย่อย การขอเบิกชดเชยเงิ นสดย่อยของปี ใหม่ เดือนมกราคม 2548 แม้ว่าจะได้เบิกรวมค่าใช้จ่ายของเดือนธันวาคมปี ก่อนด้วยก็ตาม แต่ยอดคงเหลือจะเป็ นค่าใช้จ่ายเฉพาะในเดือนมกราคมเท่านั้น เนื่ องจากได้มีการบันทึกกลับรายการค่าใช้จ่ายของเดือนธันวาคมปี ก่อนไว้ดานเครดิต เมื่อวันต้นปี แล้ว และยอด ้บัญชีเงินสดย่อยหลังจากที่ ได้เบิ กชดเชยแล้ว จะมียอดคงเหลือเท่ากับ วงเงิ นสดย่อยที่ต้ งไว้ คือ 5,000 ับาท ในกรณี ที่กิจการเห็ นว่า วงเงิ นสดย่อยที่ต้ งไว้ ไม่เหมาะสมกับรายจ่ายที่ เกิดขึ้น ก็ย่อมสามารถทา ัการเพิ่ม หรื อลดวงเงินสดย่อยได้ในภายหลัง ซึ่ งส่ วนใหญ่การเพิ่มหรื อลดวงเงินสดย่อย มักจะทาพร้อมกับรายการขอเบิกชดเชยเงินสดย่อย โดยจะบันทึกบัญชี ดังนี้ การบันทึกเพิ่มเงินสดย่อย เดบิต เงินสดย่อย XX เครดิต เงินฝากธนาคาร XX การบันทึกลดวงเงินสดย่อย เดบิต เงินฝากธนาคาร XX เครดิต เงินสดย่อย XXประโยชน์ ของเงินสดย่อย 1. ลดรายการจ่ายเงินในสมุดเงินสดให้นอยลง ้ 2. แบ่งเบาภาระในการจ่ายเงินจานวนเล็กๆ น้อยๆ ไปให้ผรักษาเงินสดย่อยช่วยรับผิดชอบ ู้
    • 27 3. การพิสูจน์เงิ นสดย่อยกระทาได้ง่ายโดยนายอดเงินสดคงเหลือในมือของผูรักษาเงินสดย่อย ้บวกกับ ยอดเงินค่าใช้จ่ายตามใบสาคัญจ่ายเงินสดย่อยที่ยงไม่ได้นามาขอเบิกชดเชย จะเท่ากับ วงเงินสด ัย่อยที่ต้ งไว้เสมอ ัสรุป เงิ นสดในทางบัญชี หมายถึง เงิ นสดในมื อ และรายการเที ยบเท่ า เงิ นสดที่ มีสภาพคล่ องสู งสามารถเปลี่ยนเป็ นเงินสดได้ทนที เช่น ธนบัตร เหรี ยญกษาปณ์ เช็คของธนาคาร ดร๊ าฟท์ ธนาณัติ เงิน ัฝากธนาคารทุกประเภท (ซึ่ งไม่มีขอจากัดในการใช้เงิ นฝากนี้ ) ตัวสัญญาใช้เงิน หรื อตัวแลกเงิ นที่ครบ ้ ๋ ๋กาหนดขึ้นเงินได้ ซึ่ งจะไม่รวมรายการที่ใกล้เคียงกับเงินสด แต่ไม่นับรวมเป็ นเงินสด เช่น เช็คลงวันที่ล่วงหน้า เช็คคืน เงิ นฝากที่ มีเงื่ อนไข เงิ นมัดจาตามสัญญา เงิ นยืมพนักงาน ดวงตราไปรษณี ย ์ และอากรแสตมป์ เป็ นต้น เนื่ องจากเงินสดเป็ นสิ นทรัพย์ที่สามารถทุจริ ตได้ง่าย จึงต้องมีการควบคุมให้รัดกุม โดยเมื่ อรั บเงิ นให้นาฝากธนาคารทันที การจ่ ายเงิ นให้จ่ายเป็ นเช็ค ยกเว้นรายการจ่ ายเงิ นเล็กๆน้อย ๆ ที่ไม่สะดวกในการจ่ายเป็ นเช็ค ก็ให้จ่ายจากเงินสดย่อย ทาให้สามารถตรวจสอบจานวนเงินสดได้ง่ายและสะดวกต่อ โดยการตรวจนับเงินสด เงินสดย่อย และทางบกระทบยอดเงิ นฝากธนาคาร ทุ กเดือนเพื่อหายอดเงินที่ถกต้อง ู
    • 28 แบบฝึ กหัดบทที่ 11. จงอธิบาย ความหมายของ “เงินสด”2. จากรายการต่อไปนี้ จงวิเคราะห์ว่า รายการใดสามารถนับรวมเป็ นเงินสดของกิจการ เช็คที่ได้รับจากลูกค้าลงวันที่ล่วงหน้า เงินให้พนักงานกูยม ้ื เงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน เงินสดในมือ ธนาณัติ เช็คเรี ยกเก็บเงินไม่ได้ ดวงตราไปรษณี ยากร ตัวเงินรับ ๋ เงินฝากประจาธนาคารกรุ งไทย อากรแสตมป์3. กิจการสามารถควบคุมเงินสดของกิจการได้อย่างไร อธิบาย4. จงอธิบาย วิธีปฏิบติทางบัญชี เกี่ยวกับ รายการเงินขาดและเงินเกินบัญชี ั5. เงินฝากธนาคาร แบ่งได้เป็ นกี่ประเภท อะไรบ้าง อธิบาย6. จงอธิบายสาเหตุที่ทาให้ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคารแตกต่างจากยอดเงินฝาก ธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการ7. จงอธิบาย ความหมายของ คาต่าง ๆ ต่อไปนี้ - เงินฝากระหว่างทาง - เช็คคืน - เช็คค้างจ่าย - ค่าธรรมเนียมธนาคาร8. จงอธิบาย ความหมายของ “เงินสดย่อย”9. จงอธิบาย วิธีปฏิบติทางบัญชีเกี่ยวกับ เงินสดย่อย ั10. การจัดตั้งวงเงินสดย่อยของกิจการ มีประโยชน์อย่างไร อธิบาย
    • 2911. ต่อไปนี้ เป็ นรายการค้าเกี่ยวกับ เงินฝากธนาคารของกิจการ สามกมล การช่าง 2547 ั มิ.ย.10 ขายสิ นค้าจานวน 400,000 บาท ให้กบนาย ทองจรัส ได้รับเป็ นเช็คนาฝากธนาคาร ทันที 18 นายกมล สั่งจ่ายเช็ค เพื่อชาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 1,500 บาท ค่าสาธารณู ปโภค 2,000 บาท ค่าเช่าร้าน 5,000 บาท 20 กิจการกูเ้ งินจากธนาคารกสิ กรไทย จานวน 50,000 บาท โดยให้ธนาคารโอนเข้าบัญชี ให้ 23 สั่งจ่ายเช็คเพื่อซื้ อสิ นค้า จานวน 3,000 บาท ส่ วนลด 2% 25 ชาระหนี้ เงินกู้ 10,000 บาท และดอกเบี้ย 500 บาท โดยเขียนเช็คสั่งจ่ายให้ ทา บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่12. ร้านโกศล ใช้เครื่ องบันทึกเงินสดในการรับเงินจากการขายสิ นค้า เมื่อสิ้ นวันที่ 4 ก.พ. 2547 ม้วนเทปที่ ปรากฏในเครื่ องบันทึ กเงิ นสด แสดงยอดขายรวม 44,800 บาท และเมื่อตรงนับจานวนเงิ นในเครื่ องบันทึกเงินสดตรวจนับได้ 44,775 บาทให้ ทา บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป เกี่ยวกับเงินขาดหรื อเงินเกิน ่13. กิจการ นาไทย ใช้ระบบเงินสดย่อย มีรายการที่เกี่ยวข้องดังนี้ 2547 ก.ค. 5 ผูรักษาเงินสดย่อย ได้รับเช็ค 7,000 บาท เพื่อจัดตั้งวงเงินสดย่อย ้ 6-15 ผูรักษาเงินสดย่อย จ่ายค่าใช้จ่าย ดังนี้ ้ ค่าซ่ อมแซม 1,900 บาท ค่ารับรอง 2,200 บาท ค่าไปรษณี ยากร 500 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 1,300 บาท 16 ผูรักษาเงินสดย่อย ขอเบิกชดเชย พร้อมได้รับเช็คมาในวันนี้ ้
    • 30 17-31ผูรักษาเงินสดย่อย จ่ายค่าใช้จ่ายดังนี้ ้ ค่ารับรอง 1,500 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 500 บาท ค่าไปรษณี ยากร 1,200 บาท 31 ผูรักษาเงินสดย่อย เบิกเงินชดเชยและได้รับเช็คมาวันนี้ ้ กิจการเห็นว่าควรให้ลดวงเงินสดย่อยให้เหลือ 4,000 บาทให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดเงินสดย่อย 2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไปเกี่ยวกับเงินสดย่อย ่14. ต่อไปนี้ เป็ นรายการเกี่ยวกับเงิ นสดย่อย ในเดื อน พ.ย. , ธ.ค. และ ม.ค. ปี 2546 และ 2547 ของบริ ษท ธนทรัพย์ จากัด ั 2546 พ.ย. 1 กิจการให้เพิ่มวงเงินสดย่อย จากเดิม 4,000 บาท เป็ น 8,000 บาท 1-30 ผูรักษาเงินสดย่อย จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้ ้ ค่ารับรอง 1,480 บาท ค่าพาหนะ 480 บาท ค่าโฆษณา 1,820 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 580 บาท ค่าขนส่ งทางบก 1,000 บาท 30 ผูรักษาเงินสดย่อย ได้นาใบสาคัญจ่ายต่าง ๆ มาขอเบิกเงินชดเชย ้ กิจการได้อนุมติให้ลดวงเงินสดย่อยให้เหลือเพียง 6,000 บาท ั ธ.ค.1-31 ผูรักษาเงินสดย่อย จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้ ้ ค่ารับรอง 1,240 บาท ค่าพาหนะ 1,505 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 380 บาท 31 ในวันนี้ เป็ นวันสิ้ นงวดบัญชี กิจการทาการปรับปรุ งบัญชี ผูรักษาเงินสดย่อยยังมิได้ ้ นาใบสาคัญจ่ายมาเบิกชดเชย
    • 31 2547 ม.ค. 1 โอนกลับรายการปรับปรุ ง 1-31 ผูรักษาเงินสดย่อย จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้ ้ ค่ารับรอง 1,000 บาท ค่าโฆษณา 200 บาท ค่าขนส่ งออก 500 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 450 บาท 31 ผูรักษาเงินสดย่อยนาใบสาคัญจ่ายต่าง ๆ มาเบิกชดเชย และเมื่อทาการตรวจนับ ้ เงินสดปรากฏว่ามีเงินสดคงเหลือ 740 บาทให้ ทา 1. บันทึกรายการในสมุดเงินสดย่อย 2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไปเกี่ยวกับเงินสดย่อย ่15. บริ ษท ตักศิลา จากัด ได้รับใบแจ้งยอดเงิ นฝากธนาคารประจาเดื อน ตุลาคม 2547 จากธนาคาร ักสิ กรไทย จากัด โดยตามใบแจ้งยอดมียอดคงเหลือ เท่ากับ 125,260 บาท แต่ปรากฏว่าในสมุดบัญชีของกิจการ ได้แสดงยอดเงินฝากคงเหลือ 108,732 บาท เมื่อตรวจสอบรายละเอียดพบว่า 1 เงินฝากระหว่างทาง 13,872 บาท 2 ธนาคารจ่ายค่าโทรศัพท์แทนกิจการ 240 บาท 3 กิจการสั่งจ่ายเช็ค 2 ฉบับ แต่ลูกค้ายังไม่นาไปขึ้นเงิน No. 080014 จำนวน 11,640 บำท No. 080020 จานวน 10,240 บาท 4 ลูกหนี้ต่างจังหวัดของกิจการ โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของกิจการ เพื่อชาระหนี้ จานวน 7,200 บาท 5 กิจการยังมิได้บนทึกค่าสมุดเช็คที่ซ้ื อเพิ่ม 1 เล่ม 20 บาท ั 6 ธนาคารคิดดอกเบี้ยเงินฝากให้กิจการ จานวน 1,580 บาทให้ ทา 1. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร วิธีหายอดที่ถูกต้อง 2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่
    • 3216. ยอดเงิ นฝากธนาคารตามใบแจ้ง ยอดจากธนาคาร ของ บริ ษ ัทนาไทย จากัด วันที่ 31 ธ.ค. 2547ปรากฏว่ามีเงินฝากอยู่ 5,275 บาท แต่ในสมุดบัญชีของกิจการแสดงยอดเงินเบิกเกินบัญชีอยู่ 1,325 บาทจาการเปรี ยบเทียบ พบว่าข้อแตกต่าง ดังนี้ 1 นาเงินฝากธนาคาร จานวน 1,414 บาท ธนาคารยังไม่บนทึกบัญชี ั 2 เขียนเช็คสั่งจ่ายให้เจ้าหนี้ ฉบับหนึ่ ง จานวน 1,671 บาท แต่ธนาคารบันทึกเป็ น 1,761 บาท 3 ธนาคารเรี ยกเก็บเงินตามเช็คให้กิจการ จานวน 2,937 บาท ปรากฏว่าไม่สามารถ เรี ยกเก็บเงินได้ พร้อมกันนี้ธนาคารคิดค่าธรรมเนียม 168 บาท 4 กิจการสังจ่ายเช็ค แต่ยงไม่มีผนามาขึ้นเงิน ดังนี้ ่ ั ู้ No. 432801 จานวน 3,400 บาท No. 432952 จำนวน 2,800 บำท No. 432866 จำนวน 4,831 บำท 5 ธนาคารนาเช็คของบริ ษทนาไทย จากัด มาหักจากบัญชีของกิจการ จานวน 823 บาท ัให้ ทา 1. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร วิธีหายอดที่ถูกต้อง 2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่17. วันที่ 31 ก.ค. 2547 บัญชีเงินฝากธนาคารตามสมุดของบริ ษท พูนสุ ข จากัด มีดงนี้ เงินฝากธนาคาร ั ัเบิกเกินบัญชี 30,000 บาท และยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดที่ธนาคารส่ งมาให้ มียอดเงินเบิกเกินบัญชี 9,110 บาท เมื่อเปรี ยบเทียบ รายละเอียด พบว่า มีขอแตกต่าง ดังนี้ ้ 1 เช็คสั่งจ่ายแล้วแต่ผรับยังไม่นาไปขึ้นเงิน 14,200 บาท ู้ 2 ธนาคารนาเช็คของบริ ษท พูนลาภ จากัด มาหักจากบัญชีของกิจการ 2,564 บาท ั 3 ธนาคารคิดค่าธรรมเนี ยม 300 บาท 4 ธนาคารเรี ยกเก็บเงินตามตัวเงินให้กิจการ ได้ในวันที่ 29 ก.ค. 47 มูลค่า 20,000 บาท ๋ ดอกเบี้ย 12% คิิ ดค่าธรรมเนียม 150 บาท 5 กิจการนาเงินฝาก 3,000 บาท แต่ธนาคารยังไม่บนทึกบัญชีใหม่ ั 6 นาเช็คของลูกค้าฝากเข้าบัญชี แต่ธนาคารเรี ยกเก็บเงินไม่ได้ และส่ งคืนมา จานวน 3,000 บาท 7 กิจการนาเช็คฝากธนาคาร 4,995 บาท ธนาคารนาเข้าบัญชีแล้วแต่พนักงานบริ ษท ั
    • 33 บันทึกเป็ น 4,599 บาทให้ ทา 1. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร ตามวิธีหายอดที่ถกต้อง ู 2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป่18. เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547 ร้านมะลิลา ได้รับใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคาร จานวน 47,000 บาท แต่ยอดเงิ นฝากธนาคารของร้ า น จานวน 54,679 บาท เมื่อเปรี ยบเที ยบรายการทั้งสองฝ่ ายปรากฏว่ า มีรายละเอียด ดังนี้ 1 เช็คจานวน 1,850 บาท ผูรับยังไม่นาไปขึ้นเงิน ้ 2 นาเงินฝากธนาคาร 9,000 บาท ในตอนบ่ายของวันที่ 30 ก.ย. 2547 ธนาคารยังไม่ ลงบัญชีให้ 3 เช็คที่รับมากจากลูกค้า เมื่อนาเข้าบัญชี ธนาคารไม่สามารถเรี ยกเก็บเงินตามเช็คได้ เนื่องจากลูกค้าไม่มีเงินในบัญชี จานวน 879 บาท 4 เช็คจ่ายชาระหนี้ กิจการลงบัญชีเพียง 735 บาท แต่จานวนเงินที่ถกต้องในเช็คคือ ู 825 บาท 5 ธนาคารคิดค่าธรรมเนี ยมในการรักษาบัญชี 560 บาทให้ ทา 1. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร ตามวิธีหายอดคงเหลือที่ถกต้อง ู 2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่
    • 3419. บัญชีเงินฝากธนาคารตามสมุดบัญชี ของ บริ ษท รักไทย จากัด เงินฝากธนาคารมียอดยกมา เมื่อ ัวันที่ 1 มี.ค. 2547 จานวน 40,650 บาท รายการระหว่างเดือน ม.ค. มีดงนี้ ั สมุดรายวันรับเงิน สมุดรายวันจ่ายเงิน วันที่ ฝาก วันที่ ถอนเช็ค มี.ค. 2 2,339 มี.ค. 3 No. 47005 5,760 5 16,291 7 No. 47006 10,180 8 2,223 10 No. 47007 1,366 11 16,948 13 No. 47008 7,484 14 1,820 16 No. 47009 6,636 17 11,159 19 No. 47010 8,590 20 1,642 23 No. 47011 4,311 24 2,614 27 No. 47012 911 27 4,155 28 No. 47013 17,732งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2547 ดังนี้เงินฝากตาม Bank Statement 37,945บวก เงินฝากระหว่างทาง 11,614 รวม 49,559หัก เช็คค้างจ่าย No. 47002 3,250 No. 47003 2,420 No. 47004 3,239 8,909 40,650
    • 35ต่อไปนี้ เป็ นใบแจ้งยอดของธนาคารกรุ งไทย จากัด ที่สั่งให้บริ ษท รักไทย จากัด เมื่อ 31 มี.ค. 2547 ัใบแจ้งยอดธนาคาร Bank Statement วัน เดือน ปี รายการ ถอน Dr. ฝาก Cr. คงเหลือ มี.ค. 1 ยอดยกมา 37,945 1 ฝาก 11,614 2 ถอนเช็คNo.47003 2,420 2 ถอนเช็คNo.47004 3,239 2 ฝาก 2,339 4 ถอนเช็คNo.47005 5,760 5 ฝาก 16,291 8 ฝาก 2,223 8 ถอนเช็คNo.47006 10,180 10 ค่าสมุดเช็ค 100 12 ฝาก 16,948 13 ถอนเช็คNo.47007 1,366 13 ถอนเช็คNo.47008 7,484 14 ฝาก 1,820 15 ตัวเงิน ๋ 18,400 17 ฝาก 11,159 18 ถอนเช็คNo.47009 6,636 20 ฝาก 1,642 22 ถอนเช็คNo.47010 8,590 24 ฝาก 2,614 26 ถอนเช็คNo.47011 4,311 30 ฝาก 4,155 31 เช็คคืน 4,155 31 ดอกเบี้ย 1,898 74,807
    • 36หมายเหตุ ำ ำ ว น ป็ นรายการที่ธนาคารเรี ยกเก็บเงินค่าสิ นค้าให้โดยหักค่าธรรมเนี ยมไว้แล้ว600 บาทให้ ทา 1. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร ตามวิธีหายอดคงเหลือที่ถกต้อง ู 2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทัวไป ่
    • 37 เอกสารอ้างอิงนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย , สมาคม. (2538). ศัพท์ บัญชี. พิมพ์ครั้งที่ 6. ้ กรุ งเทพฯ : พี.เอ.ลีฟวิง. ่______ . (2542). 2 . กรุ งเทพฯ : พี.เอ.ลิฟวิ่ง.______ . (2544). มาตรฐานการบัญชีของไทย ฉบับรวมเล่ม พ.ศ. 2544 เล่ม 1. กรุ งเทพฯ : สมาคม นักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย. ้______ . (2544) . มาตรฐานการบัญชีของไทย ฉบับรวมเล่ม พ.ศ. 2544 เล่ม 2. กรุ งเทพฯ : สมาคม นักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุ ญาตแห่ งประเทศไทย ้ธาริ ณี พงศ์สุพฒน์. (2543). การบัญชีสินทรัพย์ . กรุ งเทพฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . ัพะยอม สิ งห์เสน่ ห์. (2543). การบัญชีทรัพย์ สิน. กรุ งเทพฯ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์.สุ วิมล กิตติสุวรรณ์. 2543. การบัญชีข้นต้ น. ในเอกสารประกอบการอบรมโครงการอบรมผูทาบัญชี. ั ้ (หน้า 3-84). นนทบุรี : สวัสดิการกรมทะเบียนการค้า.Harrison , Waller T. & Horngren Chartes T. (1997). Financial accounting. 3th ed..New Jersey : Pentle Hall.Kieso , Donald E., & Weygandt, Jerry J. (1998). Intermediate accounting. 9th ed. United States of America . John wiley & Sons.
    • 38