Your SlideShare is downloading. ×
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล

12,718

Published on

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
12,718
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ข้อมูล สารสนเทศและความรู้1. ลักษณะของข้อมูลที่ดี มีคากล่าวเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลไว้อย่างน่าฟังว่า ถ้าข้อมูลเข้าเป็นขยะ สิ่งที่ออกมาก็จะเป็นขยะด้วย (Garbage In, Garbage Out) ซึ่งหมายความว่า ถ้าข้อมูลที่นาไปประมวลผลเป็นข้อมูลที่ด้อยคุณภาพ ผลลัพธ์ที่จะออกมาก็ย่อมด้อยคุณภาพไปด้วย ดังนั้นเราจึงควรตระหนักถึงความสาคัญของการเก็บข้อมูล รวมถึงการประมวลผลข้อมูลเบื้องต้นด้วย โดยข้อมูลที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้ 1) ความถูกต้องของข้อมูล เป็นลักษณะสาคัญยิ่งของข้อมูล ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องแล้ว เราจะไม่สามารถได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องได้เลย ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องสาคัญที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และไม่มีการตรวจสอบ เช่น ข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งจาเป็นต้องได้รับการตรวจสอบก่อนจะนามาใช้เสมอ นอกจากนี้ข้อมูลบางประเภท เช่น ข้อมูลเสียงที่เก็บจากไมโครโฟน ดังรูปที่ 2.8 อาจมีปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณเสียงรบกวนเกิดขึ้น ดังนั้นข้อมูลประเภทนี้ จึงต้องได้รับการปรับปรุงคุณภาพหรือเรียกว่า กระบวนการลดสัญญาณรบกวน จึงสามารถนาไปใช้งานได้ ข้อมูลเสียงที่เก็บจากไมโครโฟน สาหรับข้อมูลที่ได้รับการบันทึกด้วยมนุษย์ โดยมากมักต้องผ่านการตรวจสอบก่อนเสมอ ซึ่งอาจตรวจสอบโดยมนุษย์ หรือตรวจสอบโดยระบบ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลที่มีความสาคัญอาจต้องป้อนสองครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด ซึ่งนักเรียนสามารถเห็นตัวอย่างของข้อมูลเหล่านี้ได้จากการป้อนรหัสผ่านเวลา ลงทะเบียนตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่นักเรียนมักต้องป้อนรหัสผ่านหรืออีเมล์สองครั้ง เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ดังรูปที่ 2.9 นอกจากนี้ข้อมูลที่เป็นรหัสตัวเลขสาคัญ มักจะมีตัวเลขซึ่งเป็นหลักตรวจสอบแฝงไว้เสมอ เช่น ข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก เมื่อนามาผ่านกระบวนการประมวลผล จะสามารถตรวจสอบได้ว่า หมายเลขบัตรเครดิตนั้นถูกต้องหรือไม่ เป็นต้นครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 1
  • 2. แสดงหน้าจอของเว็บไซต์ที่ต้องการป้อนข้อมูลสองครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด เกร็ดน่ารู้ ทราบหรือไม่ว่า การสื่อสารข้อมูลจาเป็นต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเสมอ โดย แฝงตัวเลขหลักตรวจสอบไว้ ซึ่งตัวเลขในหลักตรวจสอบเหล่านี้ สามารถทางานได้ทั้งตรวจสอบว่า ข้อมูลผิดพลาดหรือไม่ หรือ ในบางประเภท เช่น รหัสแฮมมิง (Hamming code) สามารถแก้ไข ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งข้อมูลใหม่ 2) ความสมบูรณ์ครบถ้วนในการนาไปใช้งาน ข้อมูลบางประเภทหากไม่ครบถ้วน จัดเป็นข้อมูลที่ด้อยคุณภาพได้เช่นกัน เช่น ข้อมูลประวัติคนไข้ หากไม่มีหมู่เลือดของคนไข้ จะไม่สามารถใช้ได้ในกรณีที่ผู้ร้องขอข้อมูลต้องการข้อมูลหมู่เลือดของคนไข้ หรือข้อมูลที่อยู่ของลูกค้า ที่กรอกผ่านแบบฟอร์ม ถ้ามีแต่ชื่อและนามสกุลโดยไม่มีข้อมูล บ้านเลขที่ ถนน แขวง/ตาบล เขต/อาเภอ หรือจังหวัด ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่สามารถนามาใช้ได้เช่นกัน 3) ความถูกต้องตามเวลา ในบางกรณีข้อมูลผูกอยู่กับเงื่อนไขของเวลา ซึ่งถ้าผิดจากเงื่อนไขของเวลาไปแล้ว ข้อมูลนั้นอาจลดคุณภาพลงไป หรือแม้กระทั่งอาจไม่สามารถใช้ได้ เช่นข้อมูลการให้ยาของคนไข้ในโรงพยาบาล ดังรูปที่ 2.11 ในทางการแพทย์แล้ว ข้อมูลจะต้องถูกใส่เข้าไปในฐานข้อมูลที่คนไข้ได้รับยา เพื่อให้แพทย์คนอื่นๆ ได้ทราบว่า คนไข้ได้รับยาชนิดนี้เข้าไปแล้ว แต่ข้อมูลเรื่องการให้ยาของคนไข้นี้ อาจไม่จาเป็นต้องได้รับการปรับทันทีสาหรับแผนกการเงิน เพราะทางแผนกการเงินจะคิดเงินก็ต่อเมื่อญาติคนไข้มาตรวจสอบ หรือคนไข้กาลังจะออกจากโรงพยาบาลครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 2
  • 3. ตัวอย่างข้อมูลการให้ยาคนไข้ในพยาบาล ข้อมูลการติดตามตาแหน่งของรถยนต์ด้วยระบบจีพีเอส สาหรับบริษัทที่ต้องทางานการติดตามรถยนต์ ข้อมูลตาแหน่งรถยนต์ จะต้องได้รับการปรับให้เป็นจริงตลอดเวลา หากข้อมูลนั้นปรับทุกๆ หนึ่งชั่วโมงจะไม่มีประโยชน์ในการติดตามตาแหน่งของรถยนต์ ดังนั้นในเรื่องของความถูกต้องตามเวลาของข้อมูล จึงเป็นเรื่องสาคัญประการหนึ่งที่ต้องนามาพิจารณาเมื่อต้องมีการจัดเก็บ ข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล ระบบติดตามรถยนต์ด้วยจีพีเอส 4) ความสอดคล้องกันของข้อมูล ในกรณีที่ข้อมูลมาจากหลายแหล่ง จะเกิดปัญหาขึ้นในเรื่องของความสอดคล้องกันของข้อมูล เช่น ในบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเก็บข้อมูลที่อยู่ลูกค้า หากต้องการนาข้อมูลไปควบรวมกับบริษัทอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีข้อมูลของลูกค้าอยู่ เช่นกัน แต่ข้อมูลในการจัดส่งเอกสารของบริษัทแห่งแรก เป็นที่อยู่ของที่พักอาศัยของลูกค้า ในขณะที่ข้อมูลในบริษัทที่สองเป็นที่อยู่ของสถานที่ทางานของลูกค้า ข้อมูลจากทั้งสองบริษัทเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง สอดคล้องตามเวลาทั้งคู่ แต่ถ้าต้องการเก็บข้อมูลที่อยู่ลูกค้าเพียงที่อยู่เดียว ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้ ตัวอย่างของการไม่สอดคล้องกันของข้อมูลครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 3
  • 4. ตัวอย่างของการไม่สอดคล้องกับของข้อมูล2. การจัดเก็บข้อมูล เมื่อเห็นความสาคัญของข้อมูลแล้ว ทาอย่างไรจึงจะเก็บรักษาข้อมูลเหล่านั้นให้คงอยู่ รวมถึงทาให้สามารถประมวลผลข้อมูลนั้นได้อย่างรวดเร็ว โดยมากแล้วจะรวมไว้ในระบบฐานข้อมูล ซึ่งนามาใช้ในการจัดเก็บ การเข้าถึง และการประมวลผล ข้อดีในการนาฐานข้อมูลไปใช้ในองค์กรหรือหน่วยงาน เช่น  การจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดภาระการเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษได้ รวมถึง การทาซ้าเพื่อสารองข้อมูล สามารถทาได้สะดวกและรวดเร็ว  การตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างรวดเร็ว เช่น ข้อมูลประวัติการบารุงรักษาของ รถยนต์ และข้อมูลประวัติคนไข้ ผู้ใช้ที่ต้องนาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งาน สามารถเข้าถึง ระบบฐานข้อมูลและนาข้อมูลที่ต้องการไปใช้ได้  การจากัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ในแต่ละระดับขององค์กร เช่น ผู้บริหาร สามารถเข้าถึงข้อมูลของทุกหน่วยงานได้ แต่ผู้ใช้ทั่วไปในแผนกการเงิน ไม่สามารถเข้าถึง ข้อมูลประวัติของฝ่ายบุคคลได้ เป็นต้นครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 4
  • 5. ข้อดีในการนาฐานข้อมูลไปใช้ในองค์กร 4.1 ลาดับชั้นของข้อมูลในฐานข้อมูล ก่อนจะกล่าวถึงลาดับชั้นของข้อมูลในฐานข้อมูลสิ่งแรกที่ต้องกล่าวถึงก่อน คือ ลาดับชั้นล่างสุดของการแทนข้อมูล นั่นคือ การแทนข้อมูลด้วยตัวเลขฐานสอง ซึ่งประกอบด้วยตัวเลขสองตัว คือ ‘0’ และ ‘1’ ในทางคอมพิวเตอร์ จะเรียกตัวเลขฐานสองหนึ่งหลักนี้ว่า 1 บิต (bit) ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยเล็กที่สุดของข้อมูล และหากนาบิตมาต่อกันจานวน 8 บิต จะเรียกว่า 1ไบต์ (byte) ตัวอย่างการแทนข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 5
  • 6. 1) เขตข้อมูล (field) เมื่อนาข้อมูลระดับบิตมาเรียงต่อกันเพื่อแทนข้อมูลใดๆ ที่ต้องการเก็บในฐานข้อมูลเราจะจัดข้อมูลที่เป็นบิตนี้มารวมกันเพื่อแทนความ หมายบางอย่าง หน่วยย่อยที่สุดที่มีความหมายในฐานข้อมูลนี้เรียกว่า เขตข้อมูล โดยเขตข้อมูลอาจแทนข้อมูลดังตัวอย่างต่อไปนี้  จานวนเต็ม (integer) คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเก็บตัวเลขขนาด 32 บิต ซึ่งขนาดของ ตัวเลขนี้อาจเปลี่ย นแปลงไปตามเทคโนโลยีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวเลขฐานสอง ขนาด 32 บิ ต สามารถแทนตั ว เลขจ านวนเต็ ม ได้ ตั้ ง แต่ -2,147,483,648 ถึ ง 2,147,483,647 ( -231 ถึง 231 -1) แต่ถ้าเป็นเขตข้อมูลที่ระบุไว้ว่า เป็นตัวเลขจานวนเต็มไม่ ระบุ เ ครื่ อ งหมาย (unsigned integer) เท่ า นั้ น จะสามารถแทนตั ว เลขจ านวนเต็ ม ได้ ตั้งแต่ 0 ถึง 4,294,967,295 (232 -1)  จานวนทศนิยม (decimal number) ในคอมพิวเตอร์จะเก็บตัวเลขทศนิยม โดยใช้ระบบ โฟลททิงพอยต์ (floating point) ซึ่งการเก็บในลักษณะนี้ ไม่มีการกาหนดตาแหน่งตายตัว สาหรับตาแหน่งของจุด โดยทั่วไปการเก็บข้อมูลตัวเลขจะมีสองขนาด คือ 32 บิต และ 64 บิต  ข้อความ (text) ในการแทนข้อความนั้น จะต้องเปลี่ยนข้อความให้เป็นรหัสซึ่งใช้แทนตัว อักขระแต่ละตัวเสียก่อน ตามมาตรฐานโดยทั่วไปจะใช้เป็นรหัสแอสกี (ASCII code) ซึ่ง ต่อมามีการใช้รหัสแบบยูนิโคด (Unicode) ที่สามารถแทนภาษาได้หลายภาษามากกว่า รหัสแอสกี ความยาวของเขตข้อมูลประเภทนี้ ขึ้นอยู่กับจานวนตัวอักขระในข้อความ  วันเวลา (date/time) ข้อมูลที่เป็นวันเวลา เช่น วันที่เริ่มใช้งาน วันลงทะเบียน และซื้อ สินค้า มีความแตกต่างจากข้อมูลประเภทอื่น ดังนั้นจึงต้องมีชนิดของข้อมูลเป็นวัน เวลา เพื่อเขตข้อมูลที่ต้องการเก็บข้อมูลเป็นเวลา  ไฟล์ (file) เขตข้อมูลบางประเภทใช้เก็บไฟล์รูปภาพหรือไฟล์อื่น ๆ ซึ่งเขตข้อมูล ประเภท เป็นเขตข้อมูลขนาดใหญ่ โดยปกติแล้วจะมีความยาวมากกว่าเขตข้อมูลประเภท อื่นๆ โดยเขตข้อมูลจะเก็บข้อมูลในลักษณะเป็นบิตเรียงต่อกัน ตัวอย่างการกาหนดชื่อและขนาดของเขตข้อมูล 2) ระเบียน (record) คือ กลุ่มของเขตข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน โดยเขตข้อมูลแต่ละส่วนอาจจะเป็นข้อมูลต่างชนิดกัน ระเบียนแต่ละระเบียนจะประกอบด้วยโครงสร้างเขตข้อมูลที่เหมือนกันครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 6
  • 7. เกร็ดน่ารู้ การเก็บข้อมูลที่เป็นตัวเลขจานวนจริงเครื่องคอมพิวเตอร์จะเก็บตามมาตรา IEEE 754 ซึ่ง ตัวอย่างของการเก็บข้อมูลจะเป็นดังนี้ 20.65625 เมื่อเปลี่ยนแปลงเป็นฐานสองจะได้ 10100.10101 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0100.10101 x 24 จะถูกเก็บเป็นระเบียน ตัวอย่างระเบียน 3) ตาราง (table) คื อ กลุ่มของระเบียน ซึ่งเขตข้อมูล ในแต่ละระเบียนจะเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน ในตารางจะเก็บข้อมูลหลายๆ ระเบียน แต่ละระเบียนจะมีโครงสร้างเหมือนกันในตาราง นอกจากจะเก็บข้อมูลหลายระเบียนแล้ว ยังสามารถอ้างถึงระเบียนแต่ละระเบียนได้อีกด้วย ตัวอย่างตารางข้อมูลนักเรียน 4) ฐานข้อมูล (database) เป็นที่รวมของตารางหลายๆ ตารางเข้าไว้ด้วยกัน ตามตารางจะมีความสัมพันธ์กันโดยใช้เขตข้อมูลที่เก็บข้อมูลซึ่งเหมือนกันเป็น ตัวเชื่อมโยงระหว่างบางตารางอาจเป็นตารางที่เก็บข้อมูลไว้เฉพาะของตนเองโดย ไม่เกี่ยวข้องกับตารางอื่นบางตาราง อาจต้องเชื่อมโยงกับเขตข้อมูลของตารางอื่นๆ ตัวอย่างรูปของฐานข้อมูล ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเก็บข้อมูลของนักเรียน มีตารางหนึ่งซึ่งเก็บข้อมูลนักเรียน โดยมีเขตข้อมูลเป็น รหัสนักเรียน ชื่อ นามสกุล และที่อยู่ ตารางหนึ่งซึ่งเก็บข้อมูลสุขภาพของนักเรียน โดยมีเขตข้อมูลเป็น รหัสนักเรียน ส่วนสูง และวันที่เก็บข้อมูล (วันที่วัด)ครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 7
  • 8. แสดงตัวอย่างฐานข้อมูลซึ่งส่วนหนึ่งใช้เก็บข้อมูลนักเรียนครูปิยะดนัย วิเคียน โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม 8

×