Project
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Project

on

  • 11,161 views

Project_mwit

Project_mwit

Statistics

Views

Total Views
11,161
Views on SlideShare
11,151
Embed Views
10

Actions

Likes
0
Downloads
76
Comments
0

1 Embed 10

http://www.slideshare.net 10

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Project Project Presentation Transcript

  • การเปรียบเทียบปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือกหอยสายพันธุ์ Meretrix lusoria และ Arca granulosa โดยเทคนิค Spectrophotometry และเทคนิคการไตเตรทด้วย EDTA Arca granulosa ( หอยแครง ) Meretrix lusoria ( หอยตลับ )
  • ผู้จัดทำโครงงาน
    • นางสาว พิชชาภรณ์ โสนุช เลขที่ 5
    • นางสาว ศรัญญา พานิชาภรณ์ เลขที่ 8
    • นางสาว สุทธิมน ธรรมเตโช เลขที่ 9
      • ชั้น ม . 6/6
  • ความสำคัญและที่มาของโครงงาน
    • แคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักที่มีประโยชน์หลายด้านและพบได้ในเปลือกหอย โครงงานนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และเปรียบเทียบปริมาณแคลเซียมในเปลือกหอยสองฝา สายพันธุ์ที่พบได้ในแหล่งน้ำเค็มในประเทศไทย ได้แก่ สายพันธุ์ Meretrix lusoria ( หอยตลับ ) และ Arca granulosa ( หอยแครง )
    • วิธีที่ใช้ในการศึกษาปริมาณแคลเซียมได้แก่ เทคนิค Spectrophotometry และการไตเตรทด้วย EDTA นอกจากนั้นยังเปรียบเทียบประสิทธิภาพการวัดปริมาณแคลเซียมระหว่างสองวิธีดังกล่าว
  • จุดประสงค์
    • เพื่อเปรียบเทียบปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือกหอยแต่ละชนิด
    • เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการวัดปริมาณแคลเซียมโดยเทคนิค Spectrophotometry และวิธีการไตเตรทด้วย EDTA
  • คำอธิบายสัญลักษณ์
    • ค่า ABS คือ ค่า Absorbance ที่วัดได้จากเครื่อง Spectrophotometer
    • S, M และ L คือ เปลือกหอยขนาดเล็ก , กลาง และใหญ่ ตามลำดับ และ 1,2 และ 3 คือ เลขบอกชุดการทดลอง
  • วิธีดำเนินงาน
    • การเตรียมเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับ
    ล้างเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับด้วยน้ำให้สะอาด และผึ่งให้เปลือกหอยแห้ง คัดเลือกและแยกเปลือกหอยโดยใช้เวอร์เนีย คาลิปเปอร์ ตามขนาดดังนี้
  • วิธีดำเนินงาน เปลือกหอยแครงแยกเป็น 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก มีขนาด 2.70-3.00 cm ขนาดกลาง มีขนาด 3.00-3.30 cm ขนาดใหญ่ มีขนาด 3.30-3.60 cm เปลือกหอยตลับแยกเป็น 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก มีขนาด 4.90-5.20 cm ขนาดกลาง มีขนาด 5.20-5.60 cm ขนาดใหญ่ มีขนาด 5.60-6.00 cm
  • วิธีดำเนินงาน จัดกลุ่มเปลือกหอยในแต่ละกลุ่มขนาด ออกเป็นชุด ชุดละ 4 ฝา นำแต่ละชุดไปชั่งน้ำหนักและบันทึกผล นำเปลือกหอยแต่ละชุดใส่ท่อ ปิดฝาเกลียว แล้วเผาจนกว่าจะเผาไหม้สมบูรณ์ คือ มีน้ำหนักคงที่ ซึ่งเป็นน้ำหนักของสารอนินทรีย์
  • ผลการทดลอง หอยแครง 21.04 L3 28.38 L2 26.65 30.53 L1 13.19 M3 7.75 M2 13.28 18.89 M1 43.83 S3 55.27 S2 49.74 50.12 S1 % ที่สูญเสียเฉลี่ย % ที่สูญเสียไป ชุด หอยตลับ 4.87 L3 6.42 L2 6.65 8.65 L1 9.17 M3 43.17 M2 24.22 20.32 M1 45.96 S3 55.19 S2 49.72 48.02 S1 % ที่สูญเสียเฉลี่ย % ที่สูญเสียไป ชุด
  • วิธีดำเนินงาน
    • การทดลองที่ 1 การวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับโดยเทคนิค Spectrophotometry
    เตรียมสารละลาย AMP Buffer pH 10.7 (2-amino-2-methyl-1-propanol) ผสม AMP 37.8 mL กับน้ำกลั่น 150 mL ปรับ pH จนมีค่าประมาณ 10.7 ด้วย pH meter โดยใช้ 6M HCl เติมน้ำกลั่นจนปริมาตรรวมเป็น 250 mL ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมสารละลาย
  • วิธีดำเนินงาน ผสม conc.HCl 15 mL กับน้ำ กลั่น 25 mL ในขวดวัดปริมาตรขนาด 250 mL ชั่งน้ำหนัก o- Cresolphthalein complexone 25 mg เติมลงในขวดวัดปริมาตรข้างต้น คนให้สารละลายเข้ากัน จากนั้นชั่งน้ำหนัก 8-Hydroxy-quinoline 250 mg เติมลงในขวดวัดปริมาตร แล้วเติมน้ำกลั่นจนมีปริมาตรรวมเป็น 250 mL เตรียมสารละลาย Color Reagent
  • วิธีดำเนินงาน
    • สารละลาย Ca 2+ ความเข้มข้น 0.25M
    เตรียมสารละลาย Calcium Standard
    • สารละลาย Ca 2+ ความเข้มข้น 0.125M
    • สารละลาย Ca 2+ ความเข้มข้น 0.0625M
    • สารละลาย Ca 2+ ความเข้มข้น 0.03125M
  • วิธีดำเนินงาน เตรียมสารละลายจากเปลือกหอย ชั่งน้ำหนักเปลือกหอยแต่ละชุด 0.1 g เติมกรด 6M HCl จนกระทั่งเปลือกหอย ละลายหมด แล้วปรับปริมาตรเป็น 100 mL
  • วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 2 การหาสภาวะที่เหมาะสมในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนของแคลเซียม การหาสภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาระหว่าง AMP Buffer กับ Color Reagent แบ่งช่วงเวลาในการผสมสารทั้งสองเบื้องต้นเป็น 5 นาที , 10 นาที , 15 นาที , และ 20 นาที ตามลำดับ และนำค่า ABS ที่ได้มาสร้างกราฟเพื่อดูแนวโน้มช่วงเวลาที่ดีที่สุด เปลี่ยน ช่วงเวลาในการผสมสารเป็น 5 นาที , 6 นาที , 7 นาที , และ 8 นาที , 9 นาที , 10 นาที ตามลำดับ และนำค่า ABS ที่ได้มาสร้างกราฟเพื่อดูแนวโน้มช่วงเวลาที่ดีที่สุด *** ให้ชุด Blank ของการทดลอง คือการผสม AMP Buffer และ Color Reagent 1 นาที ***
  • วิธีดำเนินงาน แบ่งช่วงเวลาในการผสมสารเป็น 40 วินาที , 50 วินาที , 60 วินาที , 70 วินาทีและ 80 วินาที ตามลำดับ และนำค่า ABS ที่ได้มาสร้างกราฟเพื่อดูแนวโน้มช่วงเวลาที่ดีที่สุด *** กำหนดให้ชุด Blank ของการทดลอง เป็นการผสม AMP Buffer , Color Reagent และสารละลายแคลเซียม 30 วินาที ***
      • การหาสภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยา
      • ระหว่าง AMP Buffer, Color Reagent กับ สารละลายแคลเซียม
  • ผลการทดลอง สภาวะที่เหมาะสมที่ได้คือ ต้องผสมสารระหว่าง AMP Buffer กับ Color Reagent ให้สารทั้งสองนี้ทำปฏิกิริยากันให้อยู่ในช่วงเวลา 5-10 นาที จากนั้นจึงใส่สารละลายแคลเซียมลงไปทิ้งไว้ 50 วินาที แล้วรีบนำไปตรวจวัดด้วยเครื่อง Spectrophotometer
  • วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 3 การทำ Standard Curve
      • ผสมสารละลาย CaCO 3 ที่ความเข้มข้นต่างๆ 0.1 mL, AMP Buffer 2 mL และ Color
      • Reagent 2 mL และใช้น้ำกลั่นปริมาตร 0.1 mL แทน CaCO 3 เพื่อเป็น Blank solution
      • ผสมสารละลายตามสภาวะที่เหมาะสมที่สารละลายจะเกิดสารประกอบเชิงซ้อนได้ดีที่สุด
    4.1 4.1 4.1 4.1 4.1 Total - 0.1 2.0 2.0 - 0.1 2.0 2.0 - 0.1 2.0 2.0 - 0.1 2.0 2.0 0.1 - 2.0 2.0 Distilled water (mL) Calcium standard (mL) Buffer (mL) Color reagent (mL) 0.03125 M 0.0625 M 0.125 M 0.25 M Blank Solutions:
  • วิธีดำเนินงาน
      • นำค่า ABS ที่ได้มาสร้างกราฟ เป็นกราฟมาตรฐาน
      • นำสารละลายใส่ cuvette เพื่อนำไปตรวจสอบค่าการดูดกลืนแสงโดย
      • เครื่อง UV-Vis spectrophotometer ที่ความยาวคลื่น 540 nm
  • ผลการทดลอง กราฟมาตรฐาน
  • วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 4 การวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบ ในเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับ 4.1 Total - 0.1 2.0 2.0 Distilled water Test sample Buffer Color reagent Volume (mL) Solutions:
  • วิธีดำเนินงาน
      • นำค่า ABS ที่ได้มาเทียบกับกราฟมาตรฐาน
      • นำสารละลายใส่ cuvette เพื่อนำไปตรวจสอบค่าการดูดกลืนแสงโดย
      • เครื่อง UV-Vis spectrophotometer ที่ความยาวคลื่น 540 nm
  • ผลการทดลอง
    • การวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับโดยเทคนิค Spectrophotometry
  • ผลการทดลอง หอยแครง หอยตลับ 31.22 0.3122 L3 32.73 0.3273 L3 28.55 0.2855 L2 37.31 0.3731 L2 27.95 0.2795 L1 34.96 0.3496 L1 69.40 0.6940 M3 30.60 0.3060 M3 65.16 0.6516 M2 31.15 0.3115 M2 55.08 0.5508 M1 32.00 0.3200 M1 43.76 0.4376 S3 56.56 0.5656 S3 51.92 0.5192 S2 58.28 0.5828 S2 41.84 0.4184 S1 60.20 0.6020 S1 % Ca ที่พบ ในเปลือกหอย ในเปลือกหอย 1.000 g พบปริมาณ Ca (g) ชุด % Ca ที่พบ ในเปลือกหอย ในเปลือกหอย 1.000 g พบปริมาณ Ca (g) ชุด
  • วิธีดำเนินงาน
    • การทดลองที่ 2 การวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับโดยวิธีการไตเตรทด้วย EDTA
    ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมสารละลาย เตรียมสารละลาย Buffer ชั่งน้ำหนัก Ammonium chloride 7 g วัดปริมาตร conc. Ammonium hydroxide 56.8 mL ปรับปริมาตรเป็น 100 mL ด้วยน้ำกลั่น
  • วิธีดำเนินงาน เตรียมสารละลาย Calcium Standard ชั่งน้ำหนัก Calcium carbonate 0.1 g เติม 6M HCl จนกระทั่ง Calcium carbonate ละลายหมด จากนั้นปรับปริมาตรสารละลายจนเป็น 100 mL เตรียมสารละลาย EDTA ชั่งน้ำหนัก Disodium EDTA 3.723 g ละลายในน้ำกลั่น ปรับปริมาตรเป็น 1,000 mL
  • วิธีดำเนินงาน เตรียมสารละลายจากเปลือกหอย ชั่งน้ำหนักเปลือกหอยแต่ละชุด 0.1 g เติมกรด 6M HCl จนกระทั่งเปลือกหอยละลายหมด แล้วปรับปริมาตรเป็น 100 mL
  • วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 2 การหาความเข้มข้น EDTA ก่อนทำการทดลองโดยใช้ EDTA จะต้องหาความเข้มข้นที่แน่นอนของ EDTA ก่อน โดยไตเตรทกับสารละลาย Calcium Standard ปิเปตสารละลาย Calcium Standard 15 mL ผสมน้ำกลั่นลงไป 30 mL ลงในขวดรูปชมพู่ขนาด 250 mL เติมสารละลาย Buffer 2 mL จากนั้นควรรีบทำการไตเตรทภายใน 15 นาที หลังจากเติมสารละลาย Buffer แล้ว
  • วิธีดำเนินงาน หยด Eriochrome Black T indicator ลงไป 4 หยด ไตเตรทด้วย EDTA โดยที่จุดยุติ สารละลายจะเปลี่ยนสีจากสีแดงเป็นสีฟ้าอ่อน ทำการทดลองซ้ำอีก 2 ครั้ง
  • วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบ ในเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับ ปิเปตสารละลายจากเปลือกหอย 15 mL ผสมน้ำกลั่นลงไป 30 mL ลงในขวดรูปชมพู่ขนาด 250 mL เติมสารละลาย Buffer 2 mL จากนั้นควรรีบทำการไตเตรทภายใน 15 นาที หลังจากเติมสารละลาย Buffer แล้ว หยด Eriochrome Black T indicator ลงไป 4 หยด
  • วิธีดำเนินงาน ไตเตรทด้วย EDTA โดยที่จุดยุติ สารละลายจะเปลี่ยนสีจากสีแดงเป็นสีฟ้าอ่อน ทำการทดลองซ้ำอีก 2 ครั้ง
  • ผลการทดลอง
    • การวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือกหอยแครงและเปลือกหอยตลับโดยการไตเตรทด้วย EDTA
  • ผลการทดลอง หอยแครง หอยตลับ 46.0 0.460 L3 42.4 0.424 L3 49.6 0.496 L2 52.4 0.524 L2 50.0 0.500 L1 50.0 0.500 L1 66.8 0.668 M3 42.8 0.428 M3 65.6 0.656 M2 45.2 0.452 M2 52.0 0.520 M1 48.4 0.484 M1 62.0 0.620 S3 62.0 0.620 S3 62.0 0.620 S2 66.8 0.668 S2 50.4 0.504 S1 68.0 0.680 S1 % Ca ที่พบ ในเปลือกหอย ในเปลือกหอย 1.000 g พบปริมาณ Ca (g) ชุด % Ca ที่พบ ในเปลือกหอย ในเปลือกหอย 1.000 g พบปริมาณ Ca (g) ชุด
  • วิธีดำเนินงาน
    • การทดลองที่ 3 การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมโดยเทคนิค Spectrophotometry และการไตเตรทด้วย EDTA
    ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมสารละลาย เตรียมสารละลาย Calcium carbonate ชั่งน้ำหนัก Calcium carbonate 0.05 g เติม 6M HCl จนกระทั่ง Calcium carbonate ละลายหมด จากนั้นปรับปริมาตรสารละลายจนเป็น 100 mL
  • วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 2 การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียม โดยเทคนิค Spectrophotometry และการไตเตรทด้วย EDTA นำสารละลายแคลเซียมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่แล้วมาทดสอบ ด้วยวิธี Spectrophotometry ตามขั้นตอนข้อ 3.3.2 การทดลองที่ 1 นำสารละลายแคลเซียมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่แล้วมาทดสอบด้วยวิธี ไตเตรทด้วย EDTA ตามขั้นตอนข้อ 3.3.3 การทดลองที่ 2
  • ผลการทดลอง
    • การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมโดยเทคนิค Spectrophotometry และการไตเตรทด้วย EDTA
    69.6 0.0348 0.0500 Spectrophotometry 46.6 0.0233 0.0500 ไตเตรทด้วย EDTA % ที่วัดได้ ปริมาณแคลเซียมที่วัดได้ (g) ปริมาณแคลเซียมที่ใช้ (g) เทคนิค
  • สรุปผลการทดลอง
    • การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมโดยเทคนิค Spectrophotometry และการไตเตรทด้วย EDTA
    เทคนิค Spectrophotometry สามารถวัดปริมาณแคลเซียมได้มากกว่า การไตเตรทด้วย EDTA เทคนิค Spectrophotometry มีร้อยละผลที่ได้ คือ 69.74 ซึ่งมากกว่า การไตเตรทด้วย EDTA ที่มีร้อยละผลที่ได้ คือ 46.62
  • ผลการทดลอง 46.0 31.22 L3 42.4 32.73 L3 49.6 28.55 L2 52.4 37.31 L2 50.0 27.95 L1 50.0 34.96 L1 66.8 69.40 M3 42.8 30.60 M3 65.6 65.61 M2 45.2 31.15 M2 52.0 55.08 M1 48.4 32.00 M1 62.0 43.76 S3 62.0 56.56 S3 62.0 51.92 S2 66.8 58.28 S2 50.4 41.84 S1 68.0 60.20 S1 Titration Spectrophotometry Titration Spectrophotometry % Ca ที่พบในเปลือกหอย ชุด % Ca ที่พบในเปลือกหอย ชุด หอยแครง หอยตลับ
  • ผลการทดลอง
  • สรุปผลการทดลอง
    • วิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือก หอยตลับ โดยเทคนิค
    • Spectrophotometry และการไตเตรทด้วย EDTA
    ทั้งสองวิธีให้ผลที่สอดคล้องกัน คือ พบปริมาณแคลเซียมในเปลือกขนาดเล็กมากกว่า เปลือกขนาดใหญ่
  • สรุปผลการทดลอง
    • วิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมที่พบในเปลือก หอยแครง โดยเทคนิค Spectrophotometry และการไตเตรทด้วย EDTA
    ทั้งสองวิธีให้ผลที่สอดคล้องกัน คือ พบปริมาณแคลเซียมในเปลือกขนาดกลาง มากกว่าเปลือกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
  • ประโยชน์ของแคลเซียม
    • ประโยชน์ในวงการอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรมพลาสติก และอุตสาหกรรมสี
    • เมื่ออยู่ในรูป ของปูนขาว (CaO) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมโดยการปรับปรุงคุณภาพของดิน
  • บรรณานุกรม
    • แม้น อมรสิทธิ์ และอมร เพชรสม . 2539. หลักการและเทคนิควิเคราะห์เชิง เครื่องมือ . กรุงเทพฯ : ชวนพิมพ์ .
    • ณรงค์ ไชยสุต . 2545. วิธีการวิเคราะห์โดยอุปกรณ์ . กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง .
    • “ การวิเคราะห์แคลเซียมโดยวิธี EDTA Titration” [online]. Available http://www.fisheries.go.th/cf-chan/visit-water-room/calcium/cal-page.htm
    • “ Effect of Calcium Content On Bone Fracture Energy” [online]. Available http://www.seas.upenn.edu/courses/belab/LabProjects/2005/210_reports/Final_ Project_210_101_A1.doc
    • Chapoteau, E., B. Czech, W. ZaZulak and A. Kumar, 1993. New Reagent for Colorimetric Assay of Calcium in Serum. Clinical Chemistry. 39(9): 1820-1824
  • Quantitative comparison of calcium levels in Meretrix lusoria and Arca granulosa using spectrophotometric method and the method of titration with EDTA Arca granulosa ( หอยแครง ) Meretrix lusoria ( หอยตลับ )