รูปเล่มโครงงาน
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

รูปเล่มโครงงาน

on

  • 1,010 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,010
Views on SlideShare
852
Embed Views
158

Actions

Likes
0
Downloads
7
Comments
0

1 Embed 158

http://krupitakchatr.wordpress.com 158

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

รูปเล่มโครงงาน Document Transcript

  • 1. โครงงาน เรื่อง โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ จัดทาโดย ชื่อกลุ่ม Engineering นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/5 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555โรงเรียนกระสั งพิทยาคม อาเภอกระสั ง จังหวัดบุรีรัมย์ สานักงานเขตพืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 ้
  • 2. สมาชิกในกลุ่ม Engineering1) นางสาวเจนจิรา โกยรัมย์ ชั้น ม.6/5 เลขที่ 3หน้าที่หลักคือ สื บค้นข้อมูล2) นายทศพล มีพร ชั้น ม.6/5 เลขที่ 23หน้าที่หลักคือ จัดเรี ยง, วิเคราะห์ขอมูล ้3) นายภัทราวุธ ภิรมรัมย์ ชั้น ม.6/5 เลขที่ 24หน้าที่หลักคือ จัดเรี ยง, สื บค้นข้อมูล4) นายแสนภูมิ ตรี ศกดิ์ ั ชั้น ม.6/5 เลขที่ 25หน้าที่หลักคือ วาดภาพ, สื บค้นข้อมูล5) นายสกุล ประจันบาล ชั้น ม.6/5 เลขที่ 27หน้าที่หลักคือ ระบายสี ภาพ 6) นายเจตศักดิ์ดา สุ ทนรัมย์ ั ชั้น ม.6/5 เลขที่ 32หน้าที่หลักคือ จัดทา power point7) นายจักริ นทร์ นะเรื องรัมย์ ชั้น ม.6/5 เลขที่ 34หน้าที่หลักคือ สื บค้นข้อมูล, จัดเรี ยง8) นางสาวสุ นิสา ศิริบุญ ชั้น ม.6/5 เลขที่ 37หน้าที่หลักคือ สื บค้นข้อมูล ครู ที่ปรึกษาโครงงาน 1) นายพิทกษ์ฉตร เทพราชา ครู กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้วทยาศาสตร์ ั ั ิ
  • 3. แหล่ งสื บค้ นข้ อมูล (เว็บไซต์ , หนังสือ ,วิทยุ , โทรทัศน์ , ภูมิปัญญาท้ องถิน ฯลฯ) ่1.ชื่อแหล่ งสื บค้ น-http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/sunshine/SUN-4.htmประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็ปไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ พลังงานนิวเคลียร์ในการที่จะเรี ยนรู ้เรื่ องราวเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ จะต้องมีความรู ้พ้ืนฐานเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอม เลขอะตอม เลขมวลและไอโซโทป สัญลักษณ์ทางนิวเคลียร์ สารกัมมันตรังสี ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน ่.....โครงสร้ างอะตอม ในชีวตประจาวันของคนเราเกี่ยวข้องกับธาตุอยูตลอดเวลา ธาตุในโลกปั จจุบนนี้มี ิ ่ ัจานวนไม่นอยกว่า 105 ธาตุ ธาตุที่เรารู ้จกกันดีเช่น คาร์บอน โซเดียม อะลูมิเนียม คลอรี น สังกะสี ฯลฯ จาก ้ ัการค้นคว้าสมบัติและรายละเอียดของธาตุแต่ละธาตุ จะพบว่าธาตุแต่ละธาตุจะมีสมบัติเฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป ธาตุมีอนุภาคเล็ก ๆ ประกอบด้วยอะตอม ในภาวะปกติ อะตอมของธาตุชนิ ดเดียวกันจะมีคุณสมบัติเหมือนกัน อะตอมของธาตุต่างชนิดกันจะมีคุณสมบัติต่างกัน ภายในอะตอมประกอบด้วยอนุภาคที่สาคัญ 3 ่ชนิดคือ โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โปรตอนและนิวตรอนจะอยูรวมกันตรงกลางเป็ นนิวเคลียสโปรตอนมีประจุไฟฟ้ าเป็ นบวก นิวตรอนจะมีคุณสมบัติเป็ นกลางทางไฟฟ้ า ส่ วนอิเล็กตรอนจะมีน้ าหนัก ่น้อยมากวิงรอบ ๆ นิวเคลียส และมีประจุไฟฟ้ าเป็ นลบ ความเป็ นธาตุจะอยูในสภาวะปกติ คือจะมีจานวน ่โปรตอนเท่ากับจานวนอิเล็กตรอน และจะมีความเป็ นกลางทางไฟฟ้ าเลขอะตอมเลขมวลและไอโซโทปเลขอะตอม เป็ นจานวนโปรตอนหรื ออิเล็กตรอนเลขมวล เป็ นผลรวมของจานวนโปรตอนและนิวตรอนในนิวเคลียสอะตอมของธาตุชนิ ดเดียวกันจะมีจานวนโปรตอนเท่ากันแต่จานวนนิวตรอนไม่เท่ากันก็ได้ธาตุบางชนิดจึงมีค่าเลขมวลหลายค่า......นักวิทยาศาสตร์ ได้กาหนดสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อความสะดวกในการศึกษาชิ้นส่ วนที่เล็กที่สุดของธาตุต่างๆดังตัวอย่างต่อไปนี้ คือ อิเล็กตรอน มีสัญลักษณ์ e มีประจุ - 1 โปรตอน มีสัญลักษณ์ p มีประจุ +1 นิวตรอน มีสัญลักษณ์ n มีประจุ 0
  • 4. ชื่ อธาตุ โดยปกติใช้สัญลักษณ์เป็ นภาษาอังกฤษตัวแรกเป็ นตัวใหญ่ 1 ตัว เช่น C เป็ นสัญลักษณ์ของอะตอมคาร์บอนหากชื่อตัวแรกซ้ ากันเช่น แคลเซี ยม จะเติมอักษรตัวเล็กที่แสดงสัญลักษณ์ธาตุแคลเซียม เป็ น Ca ซึ่งเป็ นสัญลักษณ์อะตอมของแคลเซียมสารกัมมันตรังสี ......สารกัมมันตรังสี คือสารที่นิวเคลียสสลายให้พลังงานออกมาซึ่ งมีท้ งสารกัมมันตรังสี ัธรรมชาติเช่นธาตุยเู รเนียมนิ วเคลียสจะแตกตัวโดยธรรมชาติหรื อเรี ยกง่ายๆว่ามีนิวเคลียสที่ไม่เสถียรเมื่อนิวเคลียสแตกตัวจะได้พลังงานออกมา ขณะที่สลายตัวปริ มาณมันจะน้อยลง ช่วงเวลาที่ใช้ในการ ิ ัสลายตัวนี้เรี ยกว่าครึ่ งชี วตของธาตุกมมันตรังสี น้ น สารกัมมันตรังสี อาจจะทาได้โดยยิงพลังงานที่สูงกว่าเข้า ัไปในนิวเคลียส เพื่อให้นิวเคลียสแตกตัวและให้พลังงานออกมา อาจกล่าวได้วาสารทุกชนิดเป็ นสาร ่กัมมันตรังสี หมด แต่ไม่เป็ นเช่นนั้นเพราะมีก๊าซบางชนิดที่เราเรี ยกว่าก๊าซเฉื่ อย เช่น นี ออน ฮีเลียม อาร์กอนซีนอน ฯลฯ ที่มีคุณสมบัติคือมีพลังยึดเหนียวแน่นมากหากจะใช้พลังงานที่จะยิงให้นิวเคลียสแตกตัวต้องใช้พลังงานระดับสู งมาก พลังงานนิวเคลียร์ และปฏิกริยานิวเคลียร์ ิ ........พลังงานนิวเคลียร์ .....คือ พลังงานที่ได้จากการที่นิวเคลียสแตกตัวนันเอง พลังงานนิวเคลียร์ จะมีค่า ่มากมายมหาศาล และขณะที่นิวเคลียสแตกตัวปล่อยอนุภาคออกมานั้น เป็ นกฎการสลายตัวจะเกิดนิ วเคลียสธาตุใหม่พร้อมทั้งพลังงานนิ วเคลียร์ นนเอง ส่ วนกัมมันตภาพรังสี (Ratio activity) คือ อัตราการสลายตัวของ ั่สารกัมมันตรังสี.......... ปฏิกริยานิวเคลียร์ .ทาให้เกิดแรงนิวเคลียร์ มี 2 ปฏิกิริยา คือ ปฏิกิริยาฟิ ชชัน และปฏิกิริยาฟิ วชัน ิ ่ ่.......... ปฏิกริยาฟิ ชชั่น (Fission) คือ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ที่เกิดจากการใช้อนุ ภาคนิวตรอนหรื ออนุภาคอื่นยิง ิไปที่นิวเคลียสของธาตุหนัก แล้วทาให้นิวเคลียสแตกตัวเป็ นนิวเคลียสใหม่สองนิวเคลียสที่มีมวลใกล้เคียงกันและมีพลังงานยึดเหนี่ยวต่อนิวเคลียสสู งกว่านิวเคลียสของธาตุเดิม ขบวนการฟิ ชชันที่เกิดขึ้นนี้จะมี ่นิวตรอนอิสระเกิดขึ้นด้วย นิ วตรอนอิสระนี้จะไปชนนิวเคลียสอื่นของยูเรเนียมก็จะเกิดฟิ ชชันต่อไปเรี ยกว่า ่“ปฏิกิริยาลูกโซ่” ซึ่ งเกิดต่อเนื่องกันไปไม่หยุดยั้งและ จะเกิดพลังงานมหาศาล แนวความคิดนี้ถูกนาไปใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์......... ปฏิกริยาฟิ วชั่น (Fusion) ฟิ วชันคือปฏิกิริยานิ วเคลียร์ ซ่ ึ งเกิดจากนิวเคลียสธาตุเบามา หลอมรวมกัน ิ ่เป็ นนิวเคลียร์ ที่หนักกว่า พร้อมกับมีพลังงานปล่อยออกมา ปฏิกิริยาฟิ วชันบนดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ จะมี ่พลังงานออกมาไม่สิ้นสุ ด เพราะการรวมตัวของไฮโดรเจน 4 อะตอม เกิดฮีเลียมและพลังงาน ปฏิกิริยาเช่นนี้เกิดขึ้นมากมายบนดวงอาทิตย์ จึงไม่น่าประหลาดใจว่าเหตุใดใจกลางดวงอาทิตย์จึงมีอุณหภูมิถึง 20,000,000K (เคลวิน) การสร้างปฏิกิริยาในห้องปฏิบติการสามารถทาได้ เช่นระเบิดไฮโดรเจนเป็ นผลของปฏิกิริยาฟิ วชัน มีพลังงานสู งกว่าระเบิด ั ่นิวเคลียร์มาก แต่เรายังไม่สามารถควบคุมบังคับให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องได้
  • 5. การนาพลังงานนิวเคลียร์ มาใช้ ประโยชน์การนาพลังงานนิวเคลียร์ มาใช้ประโยชน์จะใช้อยู่ 2 ทาง คือ ใช้ในการทาลายและได้จากฟิ วชันในเครื่ อง ่ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่ งมีรายละเอียดดังนี้คือ1. ใช้ในการทาลาย ซึ่งมีอานาจมหาศาล เช่น การขุดคลอง การระเบิดหิ น การทหาร2. ได้จากฟิ วชันในเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งจะใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้ า ่. เครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ประกอบด้วยแท่งเชื้อเพลิง คือยูเรเนียมหรื อพลูโทเนียม จะผสมอยูใน ่มอเดอเรเตอร์ และมีแท่งควบคุม ซึ่ งทาหน้าที่ควบคุมอัตราการเกิดฟิ ชชัน โดยให้เกิดภายในเครื่ องปฏิกรณ์ ่นิวเคลียร์ พลังงานจะถูกปล่อยออกมาในรู ปความร้อน และเราถ่ายความร้อนจากเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์โดยใช้ของเหลว ของเหลวนี้ จะนาความร้อนไปยังเครื่ องถ่ายความร้อน ณ ที่น้ นจะทาให้น้ ากลายเป็ นไอ ไอ ัน้ าจะไปหมุนกังหันซึ่ งมีเพลาต่อกับเครื่ องกาเนิดไฟฟ้ า ทาให้เครื่ องกาเนิ ดไฟฟ้ าหมุนและผลิตไฟฟ้ าออกจาหน่ายไปตามบ้าน การผลิตไฟฟ้ าแบบนี้ตนทุนจะสู ง แต่เมื่อมองในระยะยาวจะคุมทุน เพราะเมื่อเทียบ ้ ้กับพลังงานเชื้อเพลิงปิ โตรเลียมแล้ว เชื้อเพลิงปิ โตรเลียมจะสิ้ นเปลืองมากกว่าข้ อควรระวังในการใช้ พลังงานนิวเคลียร์พลังงานนิวเคลียร์ เมื่อไม่ระมัดระวังในการใช้จะเกิดโทษดังต่อไปนี้คือ ั1. รังสี ที่แผ่ออกมาจากธาตุกมมันตรังสี เมื่อผ่านสิ่ งมีชีวิตทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ของสิ่ งมีชีวต นอกจากนั้นจะมีผลถึงพันธุ กรรมของสิ่ งมีชีวต ตัวอย่างคือความพิการของคนในเมืองฮิโรชิมาและ ิ ินางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทสหรัฐอเมริ กาทิ้งระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 ้ ั2. การทิงกากสารที่มีกมมันตรังสี ถ้าทาไม่ระมัดระวังจะทาให้เกิดผลกระทบต่อชีวตในบริ เวณนั้น ิการปองกันในการใช้ พลังงานนิวเคลียร์ ้1. ให้ใช้ในระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะทาได้2. ให้อยูห่างแหล่งกาเนิ ดหรื อบริ เวณธาตุกมมันตรังสี ให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้ ่ ั3. เนื่องจากขณะที่เกิดพลังงานนิวเคลียร์ จะมีรังสี ออกมาด้วย รังสี น้ ีจะมีอานาจในการผ่านวัตถุต่างกัน จึงควรใช้วตถุที่รังสี ทะลุผานได้นอยมาเป็ นเครื่ องกาบัง โดยมากมักใช้ตะกัว คอนกรี ต การทางานเกี่ยวกับ ั ่ ้ ่นิวเคลียร์ตองมีเครื่ องมือวัดรังสี เพื่อรู้ปริ มาณรังสี เพื่อป้ องกันอันตรายจากรังสี โดยปกติแล้วในธรรมชาติ ้สิ่ งมีชีวตจะได้รับรังสี โดยธรรมชาติอยูเ่ สมอ แต่ได้รับน้อยจึงไม่มีอนตราย แนวโน้มการใช้พลังงาน ิ ันิวเคลียร์จะมีมากขึ้นในอนาคต เพราะความเจริ ญทางเทคโนโลยี จึงควรใช้ดวยความระมัดระวังเพราะพลังงาน ้นิวเคลียร์ มีท้ งคุณและโทษ ั
  • 6. 2.ชื่อแหล่ งสื บค้ น-http://www.trueplookpanya.comประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ เชื้อเพลิงจากพลังงานนิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear energy) คือ พลังงานที่ปลดปล่อยออกมา เมื่อมีการแยกรวม หรื อแปลงนิวเคลียสของอะตอม หรื อจากการสลายตัวของสารกัมมันตรังสี ซึ่ งพลังงานเหล่านั้นอาจเป็ น “พลังงานความร้อน” และ “รังสี ” ในส่ วนของ “พลังงานความร้อน” เราสามารถนามาใช้ในการผลิตไฟฟ้ าได้ โดยนาความร้อนที่ได้ไปต้มน้ าให้เดือด และนาไอน้ าที่ได้ไปปั่ นกังหันไอน้ าที่เชื่อมต่อกับเครื่ องกาเนิดไฟฟ้ า เพื่อผลิตไฟฟ้ าในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ส่ วน “รังสี ” เป็ นพลังงานที่แผ่กระจายจากต้นกาเนิ ดออกไปในอากาศหรื อตัวกลางใดๆ ในรู ปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า รวมไปถึงกระแสอนุภาคที่มีความเร็ วสู งด้วย พลังงานนิวเคลียร์ เป็ นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อนาพลังงานจากอะตอมของสสารมาใช้งาน โดยอาศัยเตาปฏิกรณ์ปรมาณู แม้วาในปั จจุบนพลังงานนิวเคลียร์ ที่มีการนามาใช้ จะได้มาโดยอาศัยปฏิกิริยา ่ ันิวเคลียร์ แบบแตกตัวเพียงอย่างเดียว แต่ในอนาคตอาจจะสามารถนาประโยชน์จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ แบบอื่นมาใช้ได้ เช่น ปฏิกิริยานิวเคลียร์ แบบรวมตัว พลังงานที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ในเตาปฏิกรณ์ปรมาณูจะใช้ในการต้มน้ าเพื่อผลิตไอน้ าที่จะใช้เปลี่ยนไปเป็ นพลังงานกลสาหรับผลิตกระแสไฟฟ้ าหรื อจุดประสงค์อื่น พลังงานนิวเคลียร์ เป็ นพลังงานรู ปแบบหนึ่ง ที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ นิวเคลียร์ เป็ นคาคุณศัพท์ของคาว่า นิวเคลียส ซึ่ งเป็ นแก่นกลางของอะตอมธาตุ ซึ่งประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน และนิวตรอนซึ่ งยึดกัน
  • 7. ได้ดวยแรงของอนุภาคไอออน ้ พลังงานนิวเคลียร์ บางครั้งใช้แทนกันกับคาว่า พลังงานปรมาณู นอกจากนี้พลังงานนิวเคลียร์ยง ัครอบคลุมไปถึงพลังงานรังสี เอกซ์ดวย (พ.ร.บ. พลังงานเพื่อสันติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2508) พลังงานนิวเคลียร์ ้สามารถปลดปล่อยออกมาเป็ นพลังงานหลายรู ปแบบ เช่น พลังงานความร้อน รังสี แกมมา อนุภาคเบต้า อนุภาคอัลฟา อนุภาคนิวตรอน เป็ นต้น ่พลังงานนิวเคลียร์ หมายถึง พลังงานไม่วาลักษณะใดๆก็ตาม ซึ่ งเกิดจากนิวเคลียสอะตอมโดย 1. พลังงานนิวเคลียร์ แบบฟิ ซชัน (Fission) ซึ่ งเกิดจากการแตกตัวของนิวเคลียสธาตุหนัก เช่น ่ยูเรเนียม พลูโทเนียม เมื่อถูกชนด้วยนิวตรอนหรื อโฟตอน 2. พลังงานนิวเคลียร์ แบบฟิ วชัน (Fusion) เกิดจากการรวมตัวของนิวเคลียสธาตุเบา เช่น ไฮโดรเจน ่ 3. พลังงานนิวเคลียร์ ท่ีเกิดจากการสลายตัวของสารกัมมันตรังสี (Radioactivity) ซึ่ งให้รังสี ต่างๆออกมา เช่น อัลฟา เบตา แกมมา และนิวตรอน เป็ นต้น 4. พลังงานนิวเคลียร์ ท่ีเกิดจากการเร่ งอนุภาคที่มีประจุ (Particle Accelerator) เช่น อิเล็กตรอนโปรตอน ดิวทีรอน และอัลฟา เป็ นต้น พลังงานนิวเคลียร์ ฟิชชั่น (Nuclear fission) เป็ นปฏิกิริยาที่เกิดจากการที่นิวเคลียสของอะตอม แตกตัวออกเป็ นส่ วนเล็กๆ สองส่ วนในปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน เมื่อนิวตรอนชนเข้ากับนิวเคลียสของธาตุที่ ่สามารถแตกตัวได้ เช่น ยูเรเนียม หรื อพลูโตเนียม จะเกิดการแตกตัวเป็ นสองส่ วนกลายเป็ นธาตุใหม่ พร้อมทั้งปลดปล่อยอนุภาคนิ วตรอนและพลังงานจานวนมากออกมา อนุภาคนิวตรอนที่ถูกปลดปล่อยออกมาสามารถวิงไปชนกับอะตอมข้างเคียงเพื่อทาให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน และปลดปล่อยพลังงานและ ่ ่อนุภาคนิ วตรอนอย่างต่อเนื่อง เรี ยกว่า ปฏิกิริยาลูกโซ่ ปฏิกริยานิวเคลียร์ ฟิวชั่น (Nuclear fusion) ในทางฟิ สิ กส์นิวเคลียร์และเคมีนิวเคลียร์ คือ ิกระบวนการที่นิวเคลียสอะตอมหลายตัวมารวมตัวกันกลายเป็ นนิวเคลียสอะตอมที่หนักขึ้น และเกิดการปลดปล่อยหรื อดูดซับพลังงานในกระบวนการนี้ นิวเคลียสของเหล็กและนิกเกิลมีพลังงานพันธะต่อนิวเคลียสไอออนสู งมาก ฟิ วชันของนิวเคลียสทั้งสองชนิ ดกับธาตุอื่นที่มีมวลน้อยกว่าเหล็กจะทาให้เกิดการ ่ปลดปล่อยพลังงานออกมารุ นแรงกว่าที่เหล็กจะดูดซับพลังงานไว้ กระบวนการที่ดาเนิ นไปในทางกลับกันนี้จะเรี ยกว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน (Nuclear fission)
  • 8. หลักการทางานของโรงไฟฟาพลังงานนิวเคลียร์ ้ โรงไฟฟาพลังงานนิวเคลียร์ คือ ระบบที่จะนาพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากปฏิกิริยา ้นิวเคลียร์มาเปลี่ยนเป็ น พลังงานไฟฟ้ า โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ โดยทัวไปประกอบด้วยส่ วนหลักๆ 4 ส่ วนคือ เตา ่ปฏิกรณ์ ระบบระบายความร้อน ระบบกาเนิดกระแสไฟฟ้ า และระบบความปลอดภัย พลังงานที่เกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน สิ่ งที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน ไม่ได้มีเพียงพลังงาน ่ ่จานวนมากที่ปลดปล่อยออกมา แต่รวมถึงผลผลิตที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน นิ วตรอนอิสระจานวน ่หนึ่ง การควบคุมจานวนและการเคลื่อนที่ของนิ วตรอนอิสระภายในเตาปฏิกรณ์โดยสารหน่วงนิวตรอน และแท่งควบคุมจะเป็ นการกาหนดว่า จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชันขึ้นภายในเตาปฏิกรณ์มากน้อยเพียงใด ่ พลังงานทีผลิตเกิดขึนภายในเตาปฏิกรณ์ จะถูกนาออกมาโดยตัวนาความร้อน ซึ่ งก็คือ ของไหล ่ ้เช่น น้ า,เกลือหลอมละลายหรื อก๊าซคาร์ บอนไดอออกไซด์ ของไหลจะรับความร้อนจากภายในเตาปฏิกรณ์จนตัวมันเองเดือดเป็ นไอหรื อเป็ นตัวกลางในการนาความร้อนไปยังวงจรถัดไปเพื่อผลิตไอน้ า ไอน้ าที่ได้จะถูกส่ งผ่านท่อไปยังระบบกาเนิดกระแสไฟฟ้ า ที่ไอน้ าจะถูกนาไปขับกังหันไอน้ าที่จะใช้ในการหมุนเครื่ องกาเนิดกระแสไฟฟ้ าต่อไป เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ คือ วัสดุที่สามารถนามาใช้เป็ นเชื้อเพลิงในการกาเนิดพลังงานนิวเคลียร์โดยทัวไปเราจะใช้ยเู รเนียม -235 เป็ นเชื้ อเพลิงนิวเคลียร์ แต่ยเู รเนียมในธรรมชาติไม่สามารถใช้เป็ นเชื้ อเพลิง ่นิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้ าได้ทนที เราจึงต้องมีกระบวนการมากมายที่จะทาให้ได้มาซึ่งยูเรเนียม -235 ที่มีความ ัเข้มข้นพอที่จะใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้ าได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ เช่น การทาเหมืองยูเรเนียม การถลุงและการทาให้บริ สุทธิ์ การใช้งาน การเก็บรักษาในขั้นตอนสุ ดท้าย กระบวนการทั้งหมดก่อให้เกิดเป็ นวัฎจักรเชื้ อเพลิงนิวเคลียร์
  • 9. ทุกๆ กิจกรรมของมนุ ษย์ ก่อให้เกิดของเสี ยที่ตองจัดการอย่างระมัดระวัง แต่อย่างไรก็ตาม กาก ้กัมมันตรังสี เป็ นของเสี ยชนิดหนึ่งจากโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ที่ตองมีการจัดการอย่างระมัดระวังเป็ นพิเศษ ้ภายใต้กฎกติกาและแนวทางการปฏิบติงานที่เข้มงวด โดยมีการวิจยและศึกษาอย่างต่อเนื่อง ถึงวิธีการที่จะลด ั ัความเสี่ ยงที่จะเกิดการปนเปื้ อน และการเสี ยหายของสารกัมมันตรังสี ที่ทาการจัดเก็บอันจะมีผลต่อสภาพแวดล้อม ่ กากกัมมันตรังสี ก็คือ ของเสี ยไม่วาในรู ปของของแข็ง ของเหลว หรื อก๊าซที่ประกอบ หรื อปนเปื้ อนด้วยสารกัมมันตรังสี ในระดับความแรงรังสี สูงกว่าเกณฑ์กาหนดว่าเป็ นอันตรายและวัสดุน้ นๆ ไม่ ัเป็ นประโยชน์อีกต่อไปแล้ว เมื่อได้ชื่อว่ากากกัมมันตรังสี กากหรื อของเสี ยเหล่านั้นจะต้องได้รับการบาบัดและจัดการอย่างมีระบบ และผ่านการตรวจสอบอย่างเคร่ งครัด กากกัมมันตรังสี ก็เหมือนกับของเสี ยชนิดอื่น ที่จาเป็ นต้องจัดการเพื่อป้ องกันออกจากผูคนและ ้สิ่ งแวดล้อม กากกัมมันตรังสี ที่มาจากกิจกรรมการใช้งานสารกัมมันตรังสี เช่น กิจกรรมทางการแพทย์อุตสาหกรรม การเกษตร หรื อ โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ถูกแบ่งออกเป็ น 3 ระดับตามความรุ นแรงของรังสี และชนิดของสารกัมมันตรังสี คือ กากกัมมันตรังสี ระดับต่า, กากกัมมันตรังสี ระดับกลาง, กากกัมมันตรังสี ระดับสู ง นิยามของกากกัมมันตรังสี ได้รับการยอมรับโดยองค์กรนานาชาติ เพื่อใช้ในการกาหนดวิธีในการจัดการกากกัมมันตรังสีประเภทของกากกัมมันตรังสี 1. กากกัมมันตรังสี ระดับสู ง ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่เป็ นของแข็งและของเหลวที่ได้จากการฟอกกากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และกากกัมมันตรังสี อื่นๆ ที่มีระดับรังสี สูงเทียบเท่า 2. กากกัมมันตรังสี ระดับปานกลาง เป็ นกากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากการปฏิบติงานที่เกี่ยวข้องกับสาร ั
  • 10. กัมมันตรังสี อาทิเช่น เศษโลหะ กากตะกอนที่ได้จากการบาบัดกากกัมมันตรังสี ที่เป็ นของเหลว สารแลกเปลี่ยนไอออน และต้นกาเนิดรังสี ใช้แล้ว 3. กากกัมมันตรังสี ระดับต่า เป็ นกากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากการปฏิบติงานที่เกี่ยวข้องกับสาร ักัมมันตรังสี อาทิเช่น ถุงมือ เสื้ อผ้า อุปกรณ์ที่ทาจากกระดาษ กากกัมมันตรังสี ไม่คงอยูตลอดไป สารกัมมันตรังสี ทุกประเภทเป็ นสารที่มีการสลายตัว โดยมีช่วง ่ ่อายุการสลายตัวแตกต่างกัน ตั้งแต่เสี้ ยววินาที กระทังนับล้านปี ดังนั้นกากกัมมันตรังสี ไม่คงอยูอย่างถาวร ่พิษของสารรังสี ยอมเจือจางไปตามกาลเวลา โดยที่ช่วงเวลาที่สารรังสี สลายตัวไปครึ่ งหนึ่งของปริ มาณตั้งต้น ่เรี ยก ว่า"ครึ่ งชีวต" โดยทัวไปแล้วเมื่อทิ้งไว้เพียงช่วงเวลา 10 ช่วงครึ่ งชีวิต สารกัมมันตรังสี น้ นๆ ก็จะมี ิ ่ ัปริ มาณความแรงรังสี คงเหลือเพียง 1 ใน 1,000 เท่าของปริ มาณตั้งต้น และในช่วงเวลา 20 ช่วงครึ่ งชีวิต สารกัมมันตรังสี น้ นจะมีความแรงรังสี เหลือเพียง 1 ใน 1,000,000 เท่าของปริ มาณตั้งต้น ักากกัมมันตรังสี จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ การเดินเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หมายถึง การทาให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ต่อเนื่ องตลอดเวลาทางานและควบคุมได้ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ในกรณี ของการเดินเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ คือ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชันซึ่งคือการที่นิวเคลียสของยูเรเนียม-235ถูกทาให้แตกตัว เกิดพลังงานความร้อนและอนุ ภาคนิวเคลียร์ ออกมาพลังความร้อนนั้นเกิดจากการที่มวลสารของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ หายไป ส่ วนอนุภาคนิวเคลียร์ ที่เกิดขึ้นมีได้หลายอย่าง ที่สาคัญคือ นิวตรอน ซึ่ งเกิดจากปฏิกิริยาฟิ ชชันโดยตรง แต่จะเกิดมีอนุภาคแอลฟา เบต้า และแกมมา ในเครื่ องปฏิกรณ์ดวยจากปฏิกิริยาข้างเคียง ้ตัวอย่างเช่น เกิดจากการที่นิวตรอนที่เกิดขึ้น วิงไปชนวัตถุอื่นๆ ต่อไป หรื อเกิดจากการที่ไอโซโทปรังสี ที่มา ่จากการแตกตัวของยูเรเนียมสลายตัวให้รังสี ออกมา การเกิดปฏิกิริยาฟิ ชชันชนิดต่อเนื่ อง (Chain Reaction) ่ ่จะเกิดขึ้นเฉพาะที่แกนเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่ งแท่งเชื้อเพลิงถูกจัดเรี ยงรวมมัดอยูอย่างเป็ นระเบียบที่ดีเท่านั้น เพราะปฏิกิริยาฟิ ชชันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีเชื้ อเพลิงถึงเกณฑ์วงจรวิกฤต "Critical Mass"กากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากการเดินเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ สามารถแยกได้เป็ น 2 ส่ วน ส่ วนที่ 1 เกิดจากเนื้อเชื้อเพลิงโดยตรง เนื่ องจากเมื่อเกิดปฏิกิริยาฟิ ชชันขึ้น เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ส่วนหนึ่งจะถูกทาปฏิกิริยาหมดไป หรื ออีกนัยหนึ่งคือถูก "เผาไหม้" นันเอง แต่เชื้อเพลิงใช้แล้ว หรื อ "ขี้เถ้า" นั้น ่จะยังคงอยูในแท่งเชื้อเพลิง ซึ่ งทาด้วยโลหะคงทน โดยมิได้หลุดรอดออกมาสู่ ตวเครื่ องปฏิกรณ์ แท่ง ่ ัเชื้อเพลิงนั้นเราเรี ยกว่า เชื้อเพลิงใช้แล้ว (Spent Fuel) ขี้เถ้าหรื อกากเชื้ อเพลิงในแท่งเชื้ อเพลิงใช้แล้วประกอบด้วยสารกัมมันตรังสี หลายชนิด ซึ่ งเป็ นผลจากปฏิกิริยาฟิ ชชันที่ทาให้ยเู รเนียมแตกตัวเป็ นเสี่ ยงๆ แต่ละเสี่ ยงหมายถึงธาตุขนาดเล็กลงและมีได้หลายชนิด นอกเหนื อจากนั้นในแท่งเชื้ อเพลิงใช้แล้ว ยังมีเนื้อยูเรเนียมที่ใช้ไม่หมดอีกจานวนหนึ่ง และมีธาตุที่หนักกว่ายูเรเนียม ซึ่ งเกิดจากปฏิกิริยากระตุนด้วยนิวตรอน ้(Neutron Activation) อีกด้วย ในการเดินเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ผลิตกระแสไฟฟ้ า จะมีการเกิดกากกัมมันตรังสี ชนิ ด "เชื้ อเพลิงนิ วเคลียร์ ใช้แล้ว" ประมาณ 1 ใน 3 ของแท่งเชื้อเพลิงทั้งหมดในเครื่ องปฏิกรณ์
  • 11. เช่น หากเป็ นโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ขนาด1,000 เมกะวัตต์ จะมีประมาณ 30 ตันต่อปี หรื อคิดเป็ นปริ มาตรได้เท่ากับ 6 ลูกบาศก์เมตร ซึ่ งจะต้องนาเชื้ อเพลิงชุดใหม่เข้าไปเปลี่ยน ส่ วนแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วที่นาออกมาจะต้องถูกนาเก็บไว้ในสระน้ า เพื่อลดอุณหภูมิของแท่งเชื้ อเพลิงลงชัวระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจึงนาไปเก็บเพื่อ ่บาบัดหรื อนาไปทิงโดยถาวรต่อไป กากกัมมันตรังสี ชนิดนี้ เป็ นกลุ่มที่เรี ยกว่ากากกัมมันตรังสี ระดับสู ง ้ (High-level Waste) ส่ วนที่ 2 กากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากส่ วนประกอบในการเดินเครื่ องปฏิกรณ์ เช่น การใช้เครื่ องปฏิกรณ์ต้มน้ าให้ร้อนเป็ นไอน้ า และไอน้ านั้นไปหมุนปั่ นเทอร์ ไบน์ผลิตกระแสไฟฟ้ า น้ าที่ใช้น้ นอาจมีสิ่งเจือปนอยู่ ับ้าง สิ่ งเจือปนในน้ าที่เข้าไปสู่ แกนปฏิกรณ์อาจเกิดปฏิกิริยาจากอนุภาคนิ วเคลียร์ ที่เกิดขึ้น ทาให้กลายเป็ นสารรังสี ซ่ ึงต้องทาการบาบัด นอกจากนั้นแล้วยังมีกากกัมมันตรังสี อื่นๆ เช่น ชิ้นส่ วนเครื่ องปฏิกรณ์ที่ชารุ ดต้องเปลี่ยนออก หรื อแม้แต่เสื้ อผ้าของผูปฏิบติงานควบคุม หรื อเดินเครื่ องปฏิกรณ์ เป็ นต้น ในโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ขนาด 1,000 ้ ัเมกะวัตต์ จะมีกากกัมมันตรังสี ในกลุ่มที่ 2 ซึ่ งเรี ยกว่าเป็ น กลุ่มกากกัมมันตรังสี ระดับต่า (Low level Waste)ประมาณ 100-600 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่ งจะมาจากเรซิ นใช้แล้ว ที่ใช้ในการบาบัดน้ ามีรังสี 225 ลูกบาศก์เมตร กากตะกอนจากการต้มระเหยกากฯของเหลว 300 ลูกบาศก์เมตร ขยะต่างๆ รวมทั้งเครื่ องกรองอากาศ100 ลูกบาศก์เมตร อื่นๆ (ชิ้นส่ วนอุปกรณ์ที่ชารุ ด) 30 ลูกบาศก์เมตร นอกเหนือจากสองส่ วนข้างต้นแล้ว ยังมีกากกัมมันตรังสี จากการทาเหมืองแร่ ยเู รเนียม กากกัมมันตรังสี จากการสกัดธาตุยเู รเนียมออกจากสิ นแร่ และกากกัมมันตรังสี จากการผลิตแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เพื่อใช้งานในโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ รวมกันเรี ยกว่า เป็ นกากกัมมันตรังสี จากวัฏจักรเชื้ อเพลิง ซึ่งในกลุ่มนี้มีปริ มาณของกากฯ ที่บาบัดแล้วไม่มากนักการทีจะได้ มาซึ่งความปลอดภัยในโรงไฟฟาพลังงานนิวเคลียร์ ่ ้ การที่จะได้มาซึ่ งความปลอดภัยในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ น้ น จะใช้หลักการ “การป้ องกันเชิง ัลึก” โดยจะมีหลักการและระบบความปลอดภัยหลายๆ ระบบทางานร่ วมกัน เพื่อเพิ่มความมันใจในความ ่ปลอดภัยในการใช้งานเตาปฏิกรณ์ ระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ประกอบด้วยเกราะป้ องกันทางกายภาพหลายๆ ชั้น ที่ป้องกันการรั่วไหลของรังสี จากแกนปฏิกรณ์สู่สิ่งแวดล้อมภายนอก โดยระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ จะมีการออกแบบให้มีระบบสารอง และออกแบบให้ลดความผิดพลาดจากการปฏิบติงาน โดยระบบความปลอดภัยทั้งหมดนี้ สามารถคิดเป็ นมูลค่าถึงหนึ่งในสี่ ัของราคาลงทุนของโรงไฟฟ้ า ในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ โดยทัวไป มีการออกแบบเพื่อป้ องกันการ ่ ่รั่วไหลของรังสี ในลักษณะต่างๆ เช่น เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ที่ถูกทาให้อยูในรู ปของเม็ดเซรามิค ซึ่ งทนต่อการกัดกร่ อนโดยสารกัมมันตภาพรังสี ที่เกิดขึ้น จะถูกกักอยูในเม็ดเชื้อเพลิงไม่สามารถรั่วไหลออกสู่ ภายนอกได้ ่ ่หลังจากนั้นเม็ดเชื้อเพลิงจะถูกบรรจุอยูในท่อโลหะผสมเซอร์ โคเนียม และทาการปิ ดผนึ กหัวและท้ายท่อเรี ยกว่าแท่งเชื้ อเพลิง ซึ่ งจะถูกบรรจุไว้ในถังความดันขนาดใหญ่ที่หนาถึง 30 เซนติเมตร และทั้งหมดจะติด
  • 12. ่ตั้งอยูภายในอาคารคลุมปฏิกรณ์ที่ทาจากคอนกรี ตอัดแรงที่มี ความหนาอย่างน้อย 1 เมตร แต่จริ งๆ แล้วระบบความปลอดภัยที่มีอยูโดยธรรมชาติของเตาปฏิกรณ์โดยทัวไปคือ สัมประสิ ทธิ์ ทางอุณหภูมิและ ่ ่สัมประสิ ทธิ์ ทางไอน้ าที่มีค่าเป็ นลบของตัวเตา ปฏิกรณ์โดยทัวไป กล่าวคือหากเตาปฏิกรณ์ทางานใน ่ระดับสู งกว่าที่ตองการ อุณหภูมิที่เพิมขึ้นของเตาปฏิกรณ์ จะทาให้การเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ที่เกิดขึ้นภายใน ้ ่เตาปฏิกรณ์ลดลง (มีการใช้หลักการนี้ในออกแบบการควบคุมกาลังของเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ๆ) และนอกจากนี้ การที่เตาปฏิกรณ์ทางานในระดับสู งกว่าที่ตองการนั้น จะทาให้มีไอน้ าเกิดขึ้นภายในแกนปฏิกรณ์ ้มากขึ้น ซึ่ งเป็ นการลดประสิ ทธิ ภาพในการหน่วงนิ วตรอน ทาให้นิวตรอนที่จะทาให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ในแกนปฏิกรณ์ลดลงโดย อัตโนมัติ หลังจากที่แท่งควบคุมถูกสอดเข้าไปในแกนปฏิกรณ์เพื่อจับนิ วตรอนและหยุดการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ระบบระบายความร้อนเตาปฏิกรณ์จะทางาน เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิของเตาปฏิกรณ์ (เพื่อป้ องกันความเสี ยหายที่จะเกิดขึ้นต่อเตาปฏิกรณ์) และอุณหภูมิภายในอาคารคลุมปฏิกรณ์ ในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ จะใช้ระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอคทีพ ที่ตองการพลังงานไฟฟ้ า ้หรื อพลังงานกลในการทางาน หรื อในบางระบบก็จะใช้ระบบการทางานแบบแพสซี พ ที่ไม่ได้ตองการแหล่ง ้พลังงานภายนอก เช่น วาล์วระบายแรงดัน และทั้งสองระบบก็ยงต้องการระบบสารอง เพื่อให้สามารถมันใจ ั ่ได้ในความปลอดภัย ซึ่ งในการออกแบบระบบความปลอดภัยให้ทางานแบบแพสซี พ โดยใช้หลักการต่างๆเช่น การนาความร้อน แรงโน้มถ่วง ความต้านทานต่ออุณหภูมิที่สูงหรื ออื่นๆ โดยไม่พ่ ึงเครื่ องมือทาง ่วิศวกรรมที่สลับซับซ้อนนั้น ซึ่ งเตาปฏิกรณ์โดยทัวไปจะมีการใช้หลักการเหล่านี้ อยูแล้ว เช่น การที่ออกแบบ ่ให้สัมประสิ ทธิ์ ทางอุณหภูมิของตัวเตาปฏิกรณ์มีค่าเป็ นลบ ดังที่กล่าวไปข้างต้น แต่ในการออกแบบเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ๆ ได้มีการใช้ระบบแพสซีพในระบบระบายความร้อนเตาปฏิกรณ์และระบบอื่นๆ แทนระบบแอคทีพอีกด้วยข้ อดี-ข้ อเสี ยของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ข้อดี 1. เชื้อเพลิงมีราคาถูก 2. สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้ าได้ปริ มาณมาก 3. ปริ มาณของเสี ยน้อยเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตไฟฟ้ าแบบอื่นๆ 4. สามารถยืดอายุการใช้งานของเชื้ อเพลิงและโรงไฟฟ้ าได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ 5. สามารถขนส่ งเชื้อเพลิงได้ง่าย 6. ไม่สร้างก๊าซเรื อนกระจกและฝนกรด
  • 13. ข้อด้อย - การแก้ไขป้ องกัน 1. เนื่องจากมีระบบความปลอดภัยและการป้ องกันรังสี ที่เข้มงวด จึงใช้เงินลงทุนมาก 2. เชื้อเพลิงนิ วเคลียร์ ใช้แล้ว สามารถนาไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ ั 3. การเก็บรักษาเชื้ อเพลิงใช้แล้วมีกมมันตรังสี ระดับสู ง ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด
  • 14. 3.ชื่อแหล่ งสื บค้ น-http://www.tlcthai.com/education/knowledge-online/15249.htmlประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ พลังงานนิวเคลียร์ เป็ นพลังงานรู ปหนึ่งที่นกวิทยาศาสตร์ ชาวฝรั่งเศสชื่ อ อังรี เบกเคอเรล ได้คนพบ ั ้โดยบังเอิญ เมื่อ พ.ศ. 2439 แต่คนทัวไปเริ่ มรู ้จกพลังงานนิ วเคลียร์ หลังจากที่มีการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิ ่ ัโรชิมา และนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2488 ในช่วงปลายสงครามโลก ครั้งที่สอง มีผลทาให้สงครามโลกครั้งที่สองยุติ แต่ผลของระเบิดปรมาณูในครั้งนั้นได้ทาลายชีวติมนุษย์ไปเป็ นจานวนมาก ิรวมทั้งอาคารบ้านเรื อน และสิ่ งก่อสร้างอื่น ๆ นอกจากนี้ กัมมันตภาพรังสี ที่เกิดขึ้นจากการระเบิดยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่ งแวดล้อมและมีผลต่อผูรอดชีวิตในระยะยาวอีกด้วย หลังจากที่มนุษย์ได้รู้ ้ถึงอานาจทาลายของระเบิดปรมาณูแล้ว จึงได้คนคว้าวิจย เพื่อนาพลังงานนิวเคลียร์ มาใช้ประโยชน์ในทาง ้ ัสร้างสรรค์ จนในปัจจุบน มีหลายประเทศ นาพลังงานนิวเคลียร์ ไปใช้ ในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ัโดยเฉพาะทางด้านการแพทย์ เกษตร และอุตสาหกรรม จนปัจจุบนนิวเคลียร์ได้เข้าไป มีบทบาท ใน ัชีวตประจาวันมากขึ้นทุกที แต่ส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ สิ นค้าบางชนิด เช่น กระดาษ ปูนซิ เมนต์ กระเบื้อง ยา ิสี ฟัน อาจผลิตโดยใช้ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในการควบคุมคุณภาพ สาลี ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ ปิดแผล เข็มหลอดฉีดยา เหล่านี้เป็ นเวชภัณฑ์ ที่ทาให้ปลอดเชื้ อ โดยใช้รังสี ซึ่งเป็ นรู ปแบบหนึ่งของพลังงานนิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ คืออะไร ? ่ ่ในบรรดาสิ่ งต่าง ๆ ที่อยูรอบตัวเรานี้ ไม่วาจะเป็ น โต๊ะ นาฬิกา สร้อยคอ จาน ช้อน กาไลมือ สิ่ งเหล่านี้จะประกอบไปด้วยอนุภาค ที่มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ อนุภาคนี้ เรี ยกว่า อะตอม หรื อ ปรมาณู ่อะตอมยังประกอบด้วย 2 ส่ วน ส่ วนหนึ่งเรี ยกว่า นิวเคลียส อยูตรงกลาง นิวเคลียสมีขนาดประมาณ 1 ในพันล้านส่ วนของ 1 เมตร เท่านั้น อีกส่ วนเรี ยกว่า อิเล็คตรอน เคลื่อนที่รอบ ๆ นิวเคลียส ที่นิวเคลียสของธาตุนี่เอง ที่เป็ นต้นกาเนิ ดของพลังงานนิวเคลียร์ แต่พลังงานนิ วเคลียร์ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ นิวเคลียสมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่ งการเปลี่ยนแปลงนั้นมี 3 แบบ
  • 15. แบบแรก เกิดจากการทาให้ นิวเคลียสของธาตุหนักแตกตัว แบบทีสอง เกิดจากการทาให้ นิวเคลียสของธาตุเบารวมตัวเข้าด้วยกัน ่ แบบทีสาม เกิดจากการสลาย ของสารกัมมันตรังสี ที่มี โครงสร้างของนิวเคลียสไม่คงตัว ่พลังงานนิวเคลียร์ ท่ีถูกปล่อยออกมาจากนิ วเคลียสนั้น มีหลายรู ปแบบ ได้แก่ พลังงานความร้อน รังสี แกมมาอนุภาคบีตา อนุภาคแอลฟา และอนุภาคนิวตรอน ซึ่ งอาจจะ ถูกปลดปล่อยออกมาเพียงบางอย่าง หรื อหลายๆ ้อย่างพร้อมกันก็ได้ กล่าวโดยสรุ ปอย่างง่ายๆ พลังงานนิวเคลียร์ ก็คือ รังสี และอนุภาคต่างๆ ที่ออกมาจากนิวเคลียสของอะตอมดังนั้นการนาพลังงานนิวเคลียร์ ไปใช้ประโยชน์ ก็เป็ นการนาเอารังสี และอนุภาคต่าง ๆไปใช้นนเอง ั่พลังงานนิวเคลียร์ ในประเทศไทย ในประเทศไทย หน่วยงานที่มีบทบาทสาคัญ ในการนาพลังงานนิวเคลียร์ไปใช้ใน การพัฒนาประเทศ ก็คือ สานักงานพลังงานปรมาณูเพือสั นติ เรี ยกย่ อว่ า พปส เป็ นหน่วยงานในสังกัดของ ่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่ งแวดล้อม พปส มีอุปกรณ์ทางนิ วเคลียร์ หลายชนิด ที่สาคัญได้แก่เครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วจย ซึ่ งใช้สาหรับผลิตสารกัมมันตรังสี ที่จะนาไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ต่อไป ิั*** การใช้ พลังงานนิวเคลียร์ ***ปัจจุบนประเทศไทยมีการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ในกิจการต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่ งพอสรุ ปได้เป็ น 3 ด้าน ัคือ การแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม1. ด้านการแพทย์มีการนา เอาสารกัมมันตรังสี และรังสี มาใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค ทาให้การวินิจฉัย และรักษาโรคของแพทย์ เป็ นไปอย่างถูกต้อง และรวดเร็ ว สามารถบรรเทาความเจ็บปวด และช่วยชีวต ของผูป่วย ิ ้ได้มากขึ้น ประโยชน์ในการใช้ สารกัมมันตรังสี ทางการแพทย์มีหลายด้านเช่น ด้านการตรวจวินิจฉัย ด้านการบาบัดโรคจะเห็นว่าการนาสารกัมมันตรังสี มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ควบคู่ไปกับ การตรวจวินิจฉัย และการรักษาแบบอื่น จะก่อประโยชน์ ต่อคนไข้อย่างยิง และนับวันศาสตร์ ด้านนี้จะก้าวหน้าขึ้นเรื่ อง ๆ จนเป็ นที่ยอมรับ ่กันทัวไป ่
  • 16. 2. ด้านอุตสาหกรรม ัมีการนาเอาพลังงานนิวเคลียร์ ไปใช้กนอย่างกว้างขวางเช่นกัน ในที่น้ ีจะขอกล่าวพอสังเขป 2 ตัวอย่าง คือการปลอดเชื้ อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และ การตรวจสอบโครงสร้างภายในนอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกมาก เช่น ใช้ในการสารวจหาแหล่งน้ ามันใต้ดิน ความชื้นในดิน ด้วยรังสี นิวตรอน ควบคุมการไหลผ่านของส่ วนผสมในการผลิตปูนซี เมนต์ ใช้วดระดับของของไหล สารเคมีต่าง ๆ ในขบวนการผลิตในโรงงานเส้นใยสังเคราะห์ดวยรังสี แกมมา ั ้ วัดความหนาแน่นในการดูดสิ นแร่ ในทะเล เพื่อคานวณปาปริ มาณแร่ ที่ดูด ควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบในขบวนการผลิตยางรถยนต์ ควบคุมกระบวนการผลิตกระจกและกระดาษให้มีความหนาสม่าเสมอ ใช้เป็ นเครื่ องกาจัดประจุไฟฟ้ าสถิตบนแผ่นฟิ ล์ม ฟิ ล์มภาพยนต์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ เป็ นต้น3. ด้านการเกษตรประเทศไทยจัดว่าเป็ นประเทศเกษตรกรรม เพราะประชากร กว่าร้อยละ 60 ยังคงยึดการเกษตรเป็ นอาชีพหลัก ดังนั้น การค้นคว้าวิจยทางการเกษตร เพื่อเพิ่มปริ มาณ และคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร จึงมี ั ่ ่ความสาคัญอย่างยิงต่อเกษตรกร เพราะหมายถึงรายได้ และความเป็ นอยูที่ดีข้ ึน ของเกษตรกร ในปั จจุบน ได้ัมีการใช้ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อส่ งเสริ มกิจกรรมเกษตร ในหลาย ๆ ด้าน เช่น การกาจัดศัตรู พช การ ืปรับปรุ งพันธุ์ เพื่อเพิ่มผลผลิต การเก็บถนอม รักษาผลผลิต ไม่ให้เสี ยหาย นอกจากนั้นก็ยงมี การทาหมัน ัแมลงด้วยรังสี และ การทาน้ ามันยางวัลคาในช์ดวยรังสี้นอกจากตัวอย่างทั้งสองที่กล่าวแล้ว ยังได้มีการใช้ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในกิจการเกษตรอื่น ๆ อีก เช่น การถนอมผลผลิตทางการเกษตร เช่น พวกพืชผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ โดยการฉายรังสี เพื่อให้เก็บไว้ได้นานยิงขึ้น เป็ นประโยชน์ในการขนส่ งทางไกล ่ การใช้รังสี ฉายพันธุ์พืช เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุ กรรม ให้ได้พนธุ์พชที่มีผลผลิตสู งกว่า โต ั ืเร็ วกว่า การวิเคราะห์ดินโดยเทคนิคทางนิวเคลียร์ เพื่อการจาแนกพื้นที่เพาะปลูก ทาให้ทราบว่าพื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการปลูกพืชชนิ ดใด ควรเพิ่มปุ๋ ยชนิดใดลงไป เป็ นต้น การนาพลังงานนิวเคลียร์ มาใช้ในการพัฒนาประเทศที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนั้นเป็ นเพียงส่ วนหนึ่ง ยังมีการประยุกต์ใช้พลังงานนิวเคลียร์ในด้านอื่น ๆ อีกมาก โดยเฉพาะในประเทศที่พฒนาแล้ว การนาพลังงาน ันิวเคลียร์ ไปประยุกต์ใช้ในชี วตประจาวันยิงแพร่ หลายกว่าของเรามากทีเดียว ิ ่
  • 17. 4.ชื่อแหล่ งสื บค้ น-http://www.baanjomyut.com/library_2/energy_and_quality_of_life/13.htmlประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ เป็ นพลังงานที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมนุษย์สามารถสร้างหรื อผลิตขึ้นมาเองได้พลังงานนิวเคลียร์ ท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ ปฏิกิริยาฟิ วชัน ซึ่ งเกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ส่ วนพลังงานนิวเคลียร์ ที่มนุ ษย์สามารถผลิตขึ้นมา ได้แก่ เครื่ องปฏิกรณ์ปรมาณู เครื่ องเร่ งอนุภาค สารไอโซโทป และระเบิดปรมาณู พลังงานนิวเคลียร์สามารถ ปลดปล่อยออกมาในรู ปของอนุภาคและรังสี เช่นรังสี แกมมา อนุภาคเบตา อนุภาคแอลฟา และอนุภาคนิวตรอน พร้อมกับปล่อยพลังงานอื่น ๆ ออกมาด้วยเช่น พลังงานความร้อน พลังงานแสง พลังงานรังสี พลังงานกล และพลังงานอื่น ๆชนิดของพลังงานนิวเคลียร์ ัพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาจากแร่ กมมันตภาพรังสี จะปล่อยออกมาเมื่อมีการแยกหรื อการรวม หรื อเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสภายในอะตอม ซึ่ งเรี ยกว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ แบ่งได้เป็ น 4 ชนิด คือ 1. ปฏิกิริยาฟิ ชชัน (Fission) เป็ นพลังงานที่เกิดจากการแตกตัว หรื อแยกตัวของธาตุหนัก เช่น ยูเรเนียม พลูโตเนียม เมื่อถูกชนด้วยอนุภาคนิวตรอน เช่น ระเบิดปรมาณู 2. ปฏิกิริยาฟิ วชัน (Fussion) เป็ นพลังงานที่เกิดจากการรวมตัวของธาตุเบา เช่น การรวมตัวของธาตุ H กับ He บนดวงอาทิตย์ 3. ปฏิกิริยาที่เกิดจากการสลายตัวของธาตุกมมันตรังสี (Redioactivity) ได้แก่ ยูเรเนียม เรเดียม พลูโต ั เนียม ฯลฯ ธาตุเหล่านี้จะปลดปล่อยรังสี และอนุภาคต่าง ๆ ออกมา เช่น อนุภาคแอลฟา อนุภาคเบตา รังสี แกมมา และอนุภาคนิวตรอน 4. ปฏิกิริยาที่ได้จากเครื่ องเร่ งอนุภาคที่มีประจุ (Particale Accelerrator) เช่น โปรตอนอิเล็กตรอน ดิวที เรี ยม และอัลฟารู ปแบบของพลังงานนิวเคลียร์สามารถถูกจัดแบ่งออกได้เป็ น 3 ประเภท ตามลักษณะวิธีการปลดปล่อยพลังงานออกมา คือ 1. พลังงานนิวเคลียร์ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาในลักษณะเฉี ยบพลัน เป็ นปฏิกิริยานิวเคลียร์ ที่ควบคุม ไม่ได้ (Uncontrolled nuclear reactions) พลังงานของปฏิกิริยาจะเพิ่มสู งขึ้นอย่างรวดเร็ ว เป็ นเหตุให้ เกิดการระเบิด (Nuclear explosion) สิ่ งประดิษฐ์ที่ใช้หลักการเช่นนี้ ได้แก่ ระเบิดปรมาณู (Atomic bomb) หรื อระเบิดไฮโดรเจน และหัวรบนิวเคลียร์ แบบต่าง ๆ
  • 18. 2. พลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซึ่ งควบคุมได้ ในปั จจุบนปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซ่ ึ งควบคุมได้ตลอดเวลา ั (Controlled nuclear reaction) ซึ่งมนุษย์ได้นาเอาหลักการมาพัฒนาขึ้นจนถึงขั้นที่นามาใช้ประโยชน์ ในระดับขั้นการค้าหรื อบริ การสาธารณูปโภคได้แล้ว มีอยูแบบเดียว คือ ปฏิกิริยาฟิ ชชันห่วงโซ่ของ ่ ไอโซโทปยูเรเนียม -235 และของไอโซโทปที่แตกตัวได้ (Fissile isotopes) อื่น ๆ อีก 2 ชนิด (ยูเรเนียม -233 และพลูโตเนียม -239) สิ่ งประดิษฐ์ซ่ ึ งทางานโดยหลักการของปฏิกิริยาฟิ ชชันห่วงโซ่ ั ่ ของเชื้ อเพลิงนิวเคลียร์ ซึ่ งมีที่ใช้กนอย่างแพร่ หลายอยูในปั จจุบน ได้แก่ เครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ั หรื อเครื่ องปฏิกรณ์ปรมาณู (Nuclear reactors) 3. พลังงานนิวเคลียร์ จากสารกัมมันตรังสี สารกัมมันตรังสี หรื อสารรังสี (Radioactive material) คือสาร ที่องค์ประกอบส่ วนหนึ่งมีลกษณะเป็ นไอโซโทปที่มีโครงสร้างปรมาณูไม่คงตัว (Unstable isotipe) ั และจะสลายตัวโดยการปลดปล่อยพลังงานส่ วนเกินออกมาในรู ปของรังสี แอลฟา รังสี บีตา รังสี แกมมา หรื อรังสี เอกซ์รูปใดรู ปหนึ่ ง หรื อมากกว่าหนึ่งรู ปพร้อม ๆ กัน ไอโซโทปที่มีคุณสมบัติ ดังกล่าวนี้เรี ยกว่า ไอโซโทปกัมมันตรังสี หรื อไอโซโทปรังสี (Radioisotope)โรงไฟฟานิวเคลียร์ ้คือ โรงไฟฟ้ าพลังความร้อนชนิดหนึ่งใช้ความร้อนทาให้น้ าเดือดกลายเป็ นไอน้ าไปหมุนกังหัน เพื่อหมุนเครื่ องกาเนิดไฟฟ้ าทาการผลิตไฟฟ้ า ความแตกต่างอยูที่แหล่งกาเนิดความร้อนซึ่ งได้มาจากปฏิกิริยา ่นิวเคลียร์ แทนที่จะเป็ นการเผาไหม้ของเชื้ อเพลิง น้ ามัน ถ่านหิ น หรื อก๊าซธรรมชาติเชื้อเพลิงใช้แร่ ยเู รเนียมเป็ นเชื้ อเพลิงแต่ตองผ่านกระบวนการแปลงสภาพ ให้เป็ นเม็ดรู ปทรงกระบอกขนาดกว้าง และ ้สู ง 1x1 เซนติเมตร บรรจุเรี ยงกันไว้ในแท่งแล้วมัดรวมกันไว้เป็ นมัด ๆ เสี ยก่อน จากนั้นจึงจะนาไปใช้งานได้โดยใส่ ไว้ภาชนะที่เรี ยกว่า เตาปฏิกรณ์เพื่อให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ และความร้อน การใส่ เชื้อเพลิงอาจจะ ่ ักระทาเป็ นรายวันหรื อปี ละครั้งซึ่ งขึ้นอยูกบประเภทของโรงไฟฟ้ า โรงไฟฟ้ านิ วเคลียร์ ขนาดใหญ่ใช้แร่ยูเรเนียมดิบประมาณปี ละ 200 ตัน (แปลงสภาพแล้วเหลือเพียง 30 ตัน) ภูมิภาคที่มีแร่ ยเู รเนียมเป็ นจานวนมาก ได้แก่ อเมริ กาเหนือ อัฟริ กา ออสเตรเลีย และยุโรป สาหรับในเอเชียก็มีรวมทั้งโลกมีแร่ ยเู รเนียมประมาณ 14 ล้านตัน ซึ่งมีมากพอที่จะใช้อีกเป็ นร้อย ๆ ปีผลกระทบสิ่ งแวดล้อมโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ มีผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้อมน้อย กล่าวคือ  ไม่มีเสี ยงดังเลย  ไม่มีเขม่า ควัน หรื อก๊าซต่าง ๆ ที่จะทาให้อากาศเสี ย เนื่ องจากไม่มีการเผาไหม้  ไม่มีก๊าซที่จะทาให้เกิดฝนกรดและภาวะเรื อนกระจก  น้ าที่ปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้ านิ วเคลียร์ ไม่มีรังสี และมีสภาพเหมือนกับโรงไฟฟ้ าพลังความร้อน ทัว ๆ ไป ่  มีแผนและมีมาตรการป้ องกันผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา
  • 19. การใช้ ประโยชน์ จากพลังงานนิวเคลียร์ ด้านอื่น  ด้านกาลัง พลังงานนิ วเคลียร์ ที่ปล่อยออกมาในรู ปความร้ อนสามารถนาไปใช้ในการขับเคลื่อน ยาน อวกาศ เรื อเดินสมุทรขนาดใหญ่ ผลิตกระแสไฟฟ้ า และอื่น ๆ  ด้านอุตสาหกรรม ใช้ในการเหนี่ ยวนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทางกายภาพและชี วภาพ ใน สารตัวกลาง เช่น กาจัดจุลินทรี ยบางชนิดในอาหารและขยะ การเปลี่ยนแปลงสี ของอัญมณี หรื อ ์ เครื่ องประดับ เป็ นต้น นอกจากนี้ยงสามารถใช้ตรวจสอบและรักษาด้านระบบควบคุมใน ั กระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม  ด้านการเกษตรใช้ในการเปลี่ ยนแปลงพันธุ ์พืช ปรับปรุ งและขยายพันธุ ์พืช และกาจัดแมลงศัตรู พืช  ด้านการแพทย์ ใช้ในการตรวจรักษาและวินิจฉัยโรค เช่น การเอ๊กซเรย์ การรักษาโรคมะเร็ ง เป็ นต้น
  • 20. 5.ชื่อแหล่ งสื บค้ นhttp://ubonratchathani.energy.go.th/http://www.stks.or.th/blog/?p=12597ประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ คือ พลังงานที่ปลดปล่อยออกมา เมื่อมีการแยก รวม หรื อแปลงนิวเคลียสของอะตอมหรื อจากการสลายตัวของสารกัมมันตรังสี ซึ่ งพลังงานเหล่านั้นอาจเป็ น“พลังงานความร้อน” และ “รังสี ” ในส่ วนของ “พลังงานความร้อน” เราสามารถนามาใช้ในการผลิตไฟฟ้ าได้ โดยนาความร้อนที่ได้ไปต้มน้ าให้เดือด และนาไอน้ าที่ได้ไปปั่ นกังหันไอน้ าที่เชื่อมต่อกับเครื่ องกาเนิดไฟฟ้ าเพื่อผลิตไฟฟ้ าโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ กัมมันตภาพรังสี คืออะไร กัมมันตภาพรังสี (Radioactivity) เป็ นคุณสมบัติของธาตุและไอโซโทปบางส่ วน ที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็ นธาตุหรื อไอโซโทปอื่น ซึ่ งการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีการปลดปล่อยหรื อส่ งรังสี ออกมาด้วย ปรากฏการณ์น้ ีได้พบครั้งแรกโดยเบคเคอเรล เมื่อปี พ.ศ. 2439 ต่อมาได้มีการพิสูจน์ทราบว่า รังสี ที่แผ่ออกมาในขบวนการสลายตัวของธา, รังสี เบต้าและรังสี แกมมารังสี แอลฟา รังสี ที่ประกอบด้วยอนุภาคแอลฟาซึ่งเป็ นอนุภาคที่มีมวล 4 amu มีประจุ +2 อนุภาคชนิ ดนี้จะถูกกั้นไว้ดวยแผ่นกระดาษหรื อเพียงแค่ผวหนังชั้นนอกของคนเราเท่านั้น ้ ิ
  • 21. การสลายตัวให้ รังสี แอลฟา Th 232----->88Ra 228 + 2a 4รังสี เบต้ า รังสี ที่ประกอบด้วยอนุภาคอิเลคตรอนหรื อโพสิ ตรอน รังสี น้ ีมีคุณสมบัติทะลุทะลวงตัวกลางได้ ่ดีกว่ารังสี แอลฟาสามารถทะลุผานน้ าที่ลึกประมาณ 1 นิ้วหรื อประมาณความหนาของผิวเนื้ อที่ฝ่ามือได้รังสี เบต้าจะถูกกั้นได้โดยใช้แผ่นอะลูมิเนียมชนิ ดบางการสลายตัวให้ รังสี บีตา Au 198----->80Hg 198 + -1b 0 79 13 13 0 7N ----->6C + +1bรังสี แกมมา ่ รังสี ที่เป็ นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ าพลังงานสู ง มีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับรังสี เอกซ์ที่สามารถทะลุผานร่ างกายได้ การกาบังรังสี แกมมาต้องใช้วสดุที่มีความหนาแน่นสู งเช่น ตะกัวหรื อยูเรเนียม เป็ นต้น ั ่การสลายตัวให้ รังสี แกมมา 27Co 60----->-1b 0 + 28Ni 60----->28Ni60 + gการใช้ ประโยชน์ จากรังสี ปั จจุบนได้มีการนารังสี และสารกัมมันตรังสี มาใช้งานต่างๆ กันเช่น ในทางการแพทย์มีการใช้ใน ัการตรวจวินิจฉัย และบาบัดอาการโรคของผูเ้ จ็บป่ วยจากโรคร้ายต่างๆ เช่น การฉายรังสี เอกซ์การตรวจสมอง การตรวจกระดูก และการบาบัดโรคมะเร็ ง เป็ นต้น นอกจากนี้ก็มีการใช้งานทางรังสี ในกิจการอุตสาหกรรม การเกษตร และการศึกษาวิจยทางวิทยาศาสตร์ อาทิเช่นการ ัใช้รังสี ตรวจสอบรอยเชื่ อมรอยร้าวในชิ้นส่ วนโลหะต่างๆการใช้ป้ายเรื องแสงในที่มืดการตรวจอายุวตถุโบราณการถนอมอาหารด้วยรังสี และการฆ่าเชื้ อโรคในเครื่ องมือแพทย์ ัอันตรายจากรังสี แม้รังสี จะมีอยูลอมรอบตัวเรา และมนุษย์ทุกคนก็สามารถใช้ประโยชน์จากรังสี ได้ แต่รังสี ก็ ่ ้ ่นับได้วามีความเป็ นพิษภัยในตัวเองเช่นกัน รังสี มีความสามารถก่อให้เกิดความเสี ยหายของเซลล์สิ่ งมีชีวต และถ้าได้รับรังสี สูงมากอาจทาให้มีอาการป่ วยทางรังสี ได้ ดังนั้นผูที่ปฏิบติงาน ิ ้ ัเกี่ยวข้องกับรังสี จะต้องกระทาด้วยความรอบคอบ เพื่อป้ องกันตัวเองและสาธารณชนไม่ให้ได้รับอันตรายจากรังสี เลยหลังจากที่แท่งควบคุมถูกสอดเข้าไปในแกนปฏิกรณ์เพื่อจับนิ ว
  • 22. ตรอน และหยุดการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ระบบระบายความร้อนเตาปฏิกรณ์จะทางานเพื่อรักษาอุณหภูมิของเตาปฏิกรณ์(เพื่อป้ องกันความเสี ยหายที่จะเกิดขึ้นต่อเตาปฏิกรณ์)และอุณหภูมิภายในอาคารคลุมปฏิกรณ์ ในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ จะใช้ระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอคทีพ ที่ตองการพลังงาน ้ไฟฟ้ าหรื อพลังงานกลในการทางาน หรื อในบางระบบก็จะใช้ระบบการทางานแบบแพสซี พที่ไม่ได้ตองการแหล่งพลังงานภายนอก เช่น วาล์วระบายแรงดัน และทั้งสองระบบก็ยงต้อง ้ ัการระบบสารอง เพื่อให้สามารถมันใจได้ในความปลอดภัยซึ่ งในการออกแบบระบบความ ่ปลอดภัยให้ทางานแบบแพสซี พโดยใช้หลักการต่างๆ เช่น การนาความร้อน แรงโน้มถ่วงความต้านทานต่ออุณหภูมิที่สูง หรื ออื่นๆ โดยไม่พ่ ึงเครื่ องมือทางวิศวกรรมที่สลับซับซ้อนนั้น ่ซึ่ งเตาปฏิกรณ์โดยทัวไปจะมีการใช้หลักการเหล่านี้ อยูแล้ว เช่น การที่ออกแบบให้สัม ่ประสิ ทธิ์ ทางอุณหภูมิของตัวเตาปฏิกรณ์มีค่าเป็ นลบ ดังที่กล่าวไปข้างต้น แต่ในการออกแบบเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ๆ ได้มีการใช้ระบบแพสซี พในระบบระบายความร้อนเตาปฏิกรณ์และระบบอื่นๆแทนระบบแอคทีพอีกด้วยความปลอดภัยของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ การที่จะได้มาซึ่ งความปลอดภัยในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ น้ น จะใช้หลักการ ั“การป้ องกันเชิงลึก” โดยจะมีหลักการและระบบความปลอดภัยหลายๆระบบทางานร่ วมกันเพื่อเพิ่มความมันใจในความปลอดภัยในการใช้งานเตาปฏิกรณ์ ระบบความปลอดภัยของโรง ่ไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ประกอบด้วยเกราะป้ องกันทางกายภาพหลายๆ ชั้น ที่ป้องกันการ
  • 23. รั่วไหลของรังสี จากแกนปฏิกรณ์สู่สิ่งแวดล้อมภายนอก โดยระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ จะมีการออกแบบให้มีระบบสารองและออกแบบให้ลดความผิดพลาดจากการปฏิบติงาน โดยระบบความปลอดภัยทั้งหมดนี้ สามารถคิดเป็ นมูลค่าถึงหนึ่งในสี่ ของราคา ัลงทุนของโรงไฟฟ้ า ในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ โดยทัวไปมีการออกแบบเพื่อป้ องกันการรั่ว ่ ่ไหลของรังสี ในลักษณะต่างๆ เช่น เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ที่ถูกทาให้อยูในรู ปของเม็ดเซรามิค ซึ่ ง ่ทนต่อการกัดกร่ อนโดยสารกัมมันตภาพรังสี ที่เกิดขึ้น จะถูกกักอยูในเม็ดเชื้อเพลิงไม่สามารถรั่วไหลออกสู่ ภายนอกได้หลังจากนั้นเม็ดเชื้อเพลิงจะถูกบรรจุอยูในท่อโลหะผสมเซอร์ โคเนียม ่และทาการปิ ดผนึกหัวและท้ายท่อ เรี ยกว่าแท่งเชื้อเพลิง ซึ่งจะถูกบรรจุไว้ในถังความดัน ่ขนาดใหญ่ที่หนาถึง 30 เซนติเมตร และทั้งหมดจะติดตั้งอยูภายในอาคารคลุมปฏิกรณ์ที่ทาจากคอนกรี ตอัดแรงที่มีความหนาอย่างน้อย 1 เมตร แต่จริ งๆแล้วระบบความปลอดภัยที่มีอยู่โดยธรรมชาติของเตาปฏิกรณ์โดยทัวไป คือ สัมประสิ ทธิ์ ทางอุณหภูมิและสัมประสิ ทธิ์ ทาง ่ไอน้ าที่มีค่าเป็ นลบของตัวเตาปฏิกรณ์โดยทัวไป กล่าวคือหากเตาปฏิกรณ์ทางานในระดับสู ง ่กว่าที่ตองการ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของเตาปฏิกรณ์จะทาให้การเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ท่ีเกิดขึ้น ้ภายในเตาปฏิกรณ์ลดลง(มีการใช้หลักการนี้ในออกแบบการควบคุมกาลังของเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ๆ) และนอกจากนี้ การที่เตาปฏิกรณ์ทางานในระดับสู งกว่าที่ตองการนั้น จะทาให้มีไอน้ า ้เกิดขึ้นภายในแกนปฏิกรณ์มากขึ้น ซึ่ งเป็ นการลดประสิ ทธิ ภาพในการหน่วงนิวตรอน ทาให้นิวตรอนที่จะทาให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ในแกนปฏิกรณ์ลดลงโดยอัตโนมัตินิวเคลียร์ : ข้ อดี – ข้ อเสี ย การที่พลังงานไฟฟ้ าจากนิวเคลียร์ ถูกกาหนดเป็ นทางเลือกหนึ่งในแผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้ าเพราะมีจุดแข็งได้แก่  มีปริ มาณเชื้ อเพลิงสารองจานวนมาก  มีความปลอดภัยเพียงพอ  เป็ นมิตรต่อสิ่ งแวดล้อม  พลังงานนิ วเคลียร์ เป็ นพลังงานสะอาด ไม่ปล่อยก๊าซเรื อนกระจก คือ คาร์ บอนไดออกไซต์ ที่ปล่อย ออกมาน้อยมาก  มีประสิ ทธิ ภาพที่ใช้เชื้ อเพลิงน้อยต่อปริ มาณไฟฟ้ าที่ผลิตได้  ค่าไฟฟ้ าต่อหน่ วยต่า  ช่วยแก้ปัญหาความมันคงพลังงานไฟฟ้ า และด้านการกระจายแหล่งเชื้ อเพลิงได้ ่แต่โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ก็มีปัญหาจุดอ่อนที่หลายฝ่ ายจะต้องร่ วมกันหาคาตอบ ได้แก่  สารกัมมันตรังสี จากเชื้ อเพลิงใช้แล้ว ต้องใช้เวลาสลายตัวนาน  ต้องมีมาตรฐานการจัดเก็บที่รัดกุม เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อมนุ ษย์และสิ่ งแวดล้อม
  • 24.  ยังมีบุคคากรที่มีความรู้เพียงพอจานวนน้อยในปัจจุบน ั การวิจยด้านปฏิกรณ์มีกฎหมายและการกากับดูแล แต่ยงไม่มีกฎระเบียบสาหรับการดาเนินการด้าน ั ั ไฟฟ้ า มีตนทุนในการก่อสร้างสู งมาก ้ ประชาชนส่ วนมากยังไม่มีความรู ้ และความเข้าใจเพียงพอ
  • 25. 6.ชื่อแหล่ งสื บค้ นhttp://protectionrelay.blogspot.com/2010/10/blog-post_7809.htmlประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ข้ อดี-ข้ อเสี ยของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ข้ อดี1. เชื้อเพลิงมีราคาถูก2. สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้ าได้ปริ มาณมาก3. ปริ มาณของเสี ยน้อยเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตไฟฟ้ าแบบอื่นๆ ัโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ที่ป้อนไฟฟ้ าให้กบประชาชนในเมืองขนาด 550,000 คน จะมีกากเป็ นของแข็งเพียง 40ตันต่อปี ในขณะที่โรงไฟฟ้ าถ่านหิ น มีเถ้าที่เหลือจากการเผาถ่านหิ นถึง 1,000,000 ตัน4. สามารถยืดอายุการใช้งานของเชื้ อเพลิงและโรงไฟฟ้ าได้ตามหลักวิทยาศาสตร์5. สามารถขนส่ งเชื้อเพลิงได้ง่าย6. ไม่สร้างก๊าซเรื อนกระจกและฝนกรดปรากฎการณ์เรื อนกระจก เกิดจากก๊าซคาร์ บอนไดออกไซต์ในอากาศกราฟด้านล่างแสดงปริ มาณ(ตัน)ก๊าซคาร์ บอนไดออกไซต์ที่ปล่อยออกจากโรงไฟฟ้ าแต่ละแบบ
  • 26. ข้ อด้ อย - การแก้ไขปองกัน ้1. เนื่องจากมีระบบความปลอดภัยและการป้ องกันรังสี ที่เข้มงวด จึงใช้เงินลงทุนมาก2. เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ใช้แล้ว สามารถนาไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ได้ แต่ภายใต้พนธสัญญา "ไม่เผยแพร่ อาวุธ ันิวเคลียร์ " และการควบคุมของ IAEA หากประเทศไทยจะมี รฟ.นิวเคลียร์ จะควบคุมไม่ให้นาไปผลิตอาวุธได้ ั3. การเก็บรักษาเชื้ อเพลิงใช้แล้ว มีกมมันตรังสี ระดับสู ง ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด ่ ่การจัดการเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วซึ่ งปกติจะอยูในรู ปของมัดเชื้ อเพลิงและถูกบรรจุในช่องเก็บ (Rack) ซึ่ งแช่อยูในบ่อน้ าภายในโรงไฟฟ้ าซึ่ งสามารถเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วได้ตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้ า ถ้ายังไม่มีนโยบายจัดการด้วยวิธีอื่น หรื อหลังจากผ่านไปแล้ว1-5 ปี นาไปเก็บไว้ภายนอกอาคาร ที่เรี ยกว่าแท่งบรรจุกากเชื้อเพลิงก็ได้ หรื อสามารถจัดเก็บได้ โดยฝังลึกลงไปใต้พ้ืนดินมากกว่า500m. ในบริ เวณที่ไม่ทาให้เกิดอันตราย
  • 27. 7.ชื่อแหล่ งสื บค้ นhttp://somchat.wordpress.comประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ โรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ จัดเป็ นโรงไฟฟ้ าพลังความร้อนชนิดหนึ่ง มีหลักการทางาน คล้ายคลึงกับโรงไฟฟ้ า ที่ใช้น้ ามัน ถ่านหิ น และก๊าซธรรมชาติ เป็ นเชื้อเพลิง โดยโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ น้ น สามารถแบ่งส่ วน ัการทางาน ได้ 2 ส่ วน คือ ส่ วนเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จะใส่ แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ไว้ในน้ าภายในโครงสร้างที่ปิดสนิท เพื่อให้ความร้อน ที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน ไปต้มน้ า ผลิตไอน้ า แทนการผลิตไอน้ า จากการสันดาปเชื้ อเพลิง ชนิดที่ก่อให้เกิดก๊าซมลพิษ และส่ วนผลิตไฟฟ้ า เป็ นส่ วนที่รับไอน้ า จากเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แล้วส่ งไปหมุนกังหันผลิตไฟฟ้ า ซึ่ งส่ วนนี้ เป็ นองค์ประกอบ ของโรงไฟฟ้ าพลังความร้อนทุกชนิดการที่เราจะมีโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ได้น้ นมันไม่ใช่เรื่ องที่ง่ายเลย เราจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู ้ความสามารถ ัเกี่ยวกับนิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ จะต้องมีการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เป็ นระดับมาตรฐานสากลอีกด้วย และถ้าโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ เกิดขึ้นใประเทศไทยมันก็เป็ นเรื่ องที่น่าสนใจ และเป็ นที่ ่ ่น่ายินดี เพราะเราจะได้มีไฟฟ้ าที่เป็ นทางเลือกในอนาคตข้างหน้า มันก็จริ งอยูครับที่วากันว่าไฟฟ้ าที่เรามีใช้ ั ่ ้ ่กันในปั จจุบนมันก็มีเพียงพอที่จะใะกันอยูแล้ว แต่ถาหากในอนาคตพลังงานไฟฟ้ าที่มีอยูในปั จจุบนมันหมด ัใช้ข้ ึนมาจริ งๆแล้วพวกเราจะใช้ไฟฟ้ าที่ไหนกันเพราะว่าในปั จจุบนประชากรของประเทศของเรามีการเพิ่ม ัมากขึ้นเรื่ อยๆ ความต้องการใช้ไฟฟ้ าก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน พวกเชื้อเพลิงที่มีอยูเช่น ถ่านหิ น ลิกไนต์แก๊สธรรมชาติ มันก็จะเริ่ มค่อยๆหมดไป และพลังงานทดแทน เช่นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมพลังงานน้ าก็ใช้ผลิตไฟฟ้ าเหมือนกัน แต่พลังงานเหล่านี้ผลิตกระแไฟฟ้ าที่มีขนาดเล็กเท่านั้น แต่ในความเป็ น ัจริ งนั้นไฟฟ้ าที่เราใช้กนในปั จจุบนนี้มนมาจากแหล่งผลิตไฟฟ้ าขนาดใหญ่ และด้วยเหตุที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ั ันี้ประเทศไทยจึงสมควรมีโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ได้แล้วเพื่อลองรับปั ญหาจานวนปรนะชากรที่จะเพิ่มขึ้นในภายภาคหน้าอันเร็ ววันนี้ เพราะโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ เป็ นแหล่งผลิตไฟฟ้ าที่มีกาลังไฟฟ้ ามหาศาล เมื่อเปรี ยบเทียบ ักับไฟฟ้ าที่ได้จากถ่านหิ น แต่เนื่องจากประชากรโดยส่ วนมากจะเกิดความกลัวถ้ามีการพูดถึงการสร้างโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ และทาให้เกิดการต่อต้าน เป็ นเพราะว่าประชากรขาดความรู ้ทางนิวเคลียร์ และการที่เราจะให้ความรู ้ทางด้านนิวเคลียร์ กบประชากรส่ วนใหญ่เป็ นเรื่ องที่ค่อนข้างยาก เพราะบุคลากรที่มีความรู ้มีไม่ ัมากเท่าที่ควรนัก แต่เราก็ตองให้ความรุ ้แก่ประชากรเพื่อให้เป็ นที่เข้าใจร่ วมกันว่าโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ น้ นมี ้ ัประโยชน์มากมาย และการต้องบอกถึงระบบความปลอยภัยด้วย
  • 28. ข้ อดี ัเป็ นแหล่งผลิตไฟฟ้ าขนาดใหญ่ โดยมีตนทุนการผลิตไฟฟ้ าแข่งขันได้กบโรงไฟฟ้ าชนิดอื่น ้เป็ นโรงไฟฟ้ าที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษเสริ มสร้างความมันคงของระบบผลิตไฟฟ้ า เนื่องจากใช้เชื้ อเพลิงน้อย ทาให้มีเสถียรภาพในการจัดหา ่เชื้อเพลิง และราคาเชื้อเพลิงมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไม่มากข้ อเสียใช้เงินลงทุนสู งและจาเป็ นต้องเตรี ยม โครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้การดาเนินงานเป็ นไปอย่างมีประสิ ทธิ ภาพจาเป็ นต้องพัฒนาและเตรี ยมการเกี่ยวกับการจัดการกาก กัมมันตรังสี การดาเนินงานด้านแผนฉุ กเฉิ นทางรังสีและมาตรการควบคุมความปลอดภัยเพื่อป้ องกันอุบติเหตุ ัการยอมรับของประชาชนยังมีนอย ้
  • 29. 8.ชื่อแหล่ งสื บค้ นhttps://sites.google.com/http://www.vowpailin.com/2012/09/396/ประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือโทษของพลังงานนิวเคลียร์1. ต้องหาที่เก็บและจัดการกับแท่งเชื้อ เพลิงฯที่ใช้แล้ว2. มีค่าใช้จ่ายในการปลดระวางหลัง เลิกใช้3. นากลับมาใช้ใหม่ไม่ได้4. เสี่ ยงต่อการเกิดอุบติเหตุ เช่นการรั่วของสารกัมมันตภาพรังสี เมื่อเกิดอุบติเหตุ ั ั5. ต้องใช้เงินลงทุนในการก่อสร้างสู ง6. จาเป็ นต้องพัฒนาและเตรี ยมการเกี่ยวกับการจัดการกาก กัมมันตรังสี การดาเนินงานด้านแผนฉุกเฉิ นทางรังสี และมาตรการควบคุมความปลอดภัยเพื่อป้ องกันอุบติเหตุ ั7. การยอมรับของประชาชนยังมีนอยในประเทศไทย และในอีกหลายประเทศ ้ตัวอย่างของผลกระทบทีร้ายแรง ่ผลกระทบจากพลังงานรังสี ในระดับสู ง(high dose)ซึ่ งเป็ นครั้งที่รุนแรงที่สุดคือ โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ เชอร์ โนบิล ในประเทศรัสเซี ย ทาให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็ นวงกว้างถึงกว่า 6แสนคนซึ่ งอุบติเหตุโรงไฟฟ้ าเชอร์ โนบิลไม่ได้เกิดจากการเดินเครื่ องโรงไฟฟ้ าตามปกติแต่เป็ นการเดินเครื่ องเพื่อทา ัการทดสอบภายในโรงไฟฟ้ าหากเกิดกรณี เกิดไฟฟ้ าดับในโรงไฟฟ้ า แล้วกังหันไฟฟ้ าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้ าด้วยแรงเฉื่ อยของตัวเอง เพื่อ จ่ายไฟให้ปั๊มระบายความร้อนฉุ กเฉิ นได้เพียงพอหรื อไม่ ขณะรอกระแสไฟฟ้ าจากเครื่ องกาเนิ ดไฟฟ้ าดีเซลภายในโรงงาน การทดลองได้ตดระบบความปลอดภัยทั้งหมดออก ัซึ่ งเป็ นการจงใจฝ่ าฝื นกฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ ขณะที่ตวโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์เชอร์ โนบิลก็มี ัข้อบกพร่ องในการออกแบบที่ไม่เหมาะสมสาหรับการทดลองดังกล่าว โรงไฟฟ้ าจึงเกิดการระเบิดเนื่ องจากแรงดันไอน้ าภายในสู ง และได้เกิดเพลิงไหม้ข้ ึน ผลทาให้สารกัมมันตรังสี เกือบทั้งหมดแพร่ กระจายสู่บรรยากาศ และขยายขอบเขตไปยังประเทศใกล้เคียง ได้มีการอพยพประชาชนในรัศมี 30กิโลเมตร ประมาณ112,000 คน โดยในพื้นที่ 10 ตารางกิโลเมตร พบว่ามีการเปรอะเปื้ อนรังสี ในปริ มาณที่สูง มีเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ดบเพลิงเสี ยชีวตจานวน 31 คน มีผบาดเจ็บทางรังสี 203 คนประชาชนที่ อาศัยอยู่ รอบโรงไฟฟ้ า ั ิ ู้ ่ได้รับรังสี เพิ่ม ขึ้นประมาณ 1 เท่าจากที่ได้รับอยูแล้วตามธรรมชาติ ปัจจุบนโรงไฟฟ้ าและเมืองเชอร์โนบิล ักลายเป็ นเมืองร้าง ห้ามผูคนเข้าไปอย่างถาวร ้
  • 30. ประโยชน์ มหาศาลจากพลังงานนิวเคลียร์ …(ทีไม่ ใช่ แค่ การผลิตกระแสไฟฟา) ่ ้Posted on September 26, 2012 by vowpailin หลังจากสงครามโลกครั้งทีสองได้ สิ้นสุ ดลงเมื่อปี พ.ศ.2488 ทัวโลกก็ได้ หวาดหวันกับอานุภาพการ ่ ่ ่ทาลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์ ระเบิดลูกแรกลงทีเ่ มืองฮิโรชิ มาและลูกทีสองทีเ่ มืองนางาซากิ ได้ ส่งผล ่กระทบอย่ างรุ นแรงและยาวนาน ไม่ เพียงแต่ กบประเทศญีปุ่น แต่ เป็ นความหวาดหวั่นทีเ่ กิดขึนทัวโลก ั ่ ้ ่อย่างไรก็ดี นันก็เป็ นจุดเริ่ มต้นให้ทวโลกหันมาศึกษาและพัฒนา “การใช้ พลังงานนิวเคลียร์ ในทางสั นติ” ่ ั่อย่างจริ งจัง ซึ่ งหมายถึง การใช้พลังงานนิวเคลียร์ เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติในด้านต่าง ๆ ที่ไม่ใช่การก่อสงครามหรื อการทาลายล้างสิ่ งที่หลายคนทราบดีคือการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ใน การผลิตกระแสไฟฟา หลักการการทางานของ ้โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ก็คือการใช้ปฏิกิริยาฟิ ชชัน (การแตกตัว) ของไอโซโทปที่ไม่เสถียร์ ซึ่ง ่ก่อให้เกิดพลังงานมหาศาล พลังงานนี้เองที่เป็ นความร้อนซึ่ งทาให้เกิดไอน้ าในเตาปฏิกรณ์ ไอน้ านี้เองที่ไปหมุนกังหันขนาดยักษ์ ซึ่ งทาให้เกิดกระแสไฟฟ้ าในที่สุด หากควบคุมให้ปลอดภัยได้ โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ก็จะเป็ นอีกทางเลือกการผลิตกระแสไฟฟ้ าหนึ่งที่มีตนทุนต่าในระยะยาว และเป็ นพลังงานที่ “สะอาด” เนื่องจาก ้ปล่อยคาร์ บอนออกสู่ ช้ นบรรยากาศในปริ มาณที่นอยเมื่อเทียบกับการผลิตกระแสไฟฟ้ าแบบอื่น เพื่อมา ั ้ทดแทนการใช้พลังงานที่หมดไป เช่น ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิ น/ลิกไนต์ ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้ าราว ๆ 73%และ 20% ของการผลิตกระแสไฟฟ้ าทั้งหมดในไทยตามลาดับ และปล่อยคาร์ บอนมากกว่าการผลิตไฟฟ้ าจากพลังงานนิวเคลียร์ถึง 23 เท่า และ 47 เท่าตามลาดับนอกจากการใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ าแล้ว เทคนิคนิวเคลียร์ ยงได้ถูกพัฒนาให้สามารถนามาใช้ประโยชน์ต่อมวล ัมนุษยชาติอย่างต่อเนื่ องในด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน ซึ่ งหลายคนอาจไม่เคยรู ้มาก่อน ได้แก่ การแพทย์การเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรม และการบริ หารจัดการทรัพยากรนา ซึ่ งฟังดูไม่น่าจะเกี่ยวกับคาว่า ้“นิวเคลียร์ ” มากนัก แต่นี่เป็ นเทรนด์ใหม่ในปั จจุบนของการประยุกต์ใช้วทยาศาสตร์ นิวเคลียร์ ในทางสันติ ที่ ั ิ ่ ้ไม่ได้จากัดอยูแค่ดานการผลิตไฟฟ้ าเพียงอย่างเดียวเทคนิคนิวเคลียร์ กบการแพทย์ ัพลังงานนิวเคลียร์ ถูกนามาใช้ในทางการแพทย์ต้ งแต่ การดูแลเครื่ องมือและผลิตภัณฑ์ ทางการแพทย์ ให้ ั ่ปลอดเชื้อ โดยการใช้รังสี แกมมาไปทาให้จุลินทรี ยที่ปนเปื้ อนอยูในผลิตภัณฑ์ตาย ซึ่ งสามารถใช้ได้กบ ์ ัเครื่ องมือทางการแพทย์หลายชนิดด้วยกัน ไปจนถึงการตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อให้การรักษาอย่างถูกต้องและแม่นยามากยิงขึ้น โดยการตรวจวินิจฉัยที่รู้จกกันอย่างแพร่ หลายคือ การฉายรังสี เอ็กซ์ (x-ray) ซึ่งรวมถึงการ ่ ัใช้เทคโนโลยี Computed Tomography (CT) ซึ่งเป็ นการฉายรังสี สามารถสร้างภาพ 3 มิติของอวัยวะภายในร่ างกายได้ โดยอาศัยความสามารถในการ “ดูดซับ” รังสี เอ็กซ์ท่ีแตกต่างกันของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่ างกายนอกจากนี้ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ยงถูกใช้อย่างแพร่ หลายใน การบาบัดรักษาโรคมะเร็งและเนื้องอก โดยการ ัใช้รังสี ฆ่าเซลล์มะเร็ ง ซึ่ งในปั จจุบนมีผป่วยด้วยโรคมะเร็ งมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี โดยพบผูป่วยเพิมขึ้นสู ง ั ู้ ้ ่
  • 31. ในประเทศที่มีรายได้ต่าและรายได้ปานกลาง นันหมายความว่าการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อใช้ในการ ่ ้ ้รักษาผูป่วยให้กาวไกลยิงขึ้น จะสามารถช่วยให้ผป่วยได้รับการรักษาที่มีคุณภาพในราคาที่ถูกลง ่ ู้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพิมผลผลิตการเกษตร ่ ่ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ สามารถมีบทบาทในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีชีวตความเป็ นอยูท่ีดีข้ ึน โดย ิการนารังสี แกมมาหรื อรังสี เอกซ์มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพพันธุ์พืชเพื่อ เพิมผลผลิต หรื อ ทนต่ อ ่สภาพแวดล้ อมได้ ดียงขึ้น สาหรับประเทศไทยเองก็ได้มีการพัฒนาพันธุ์พืชเศรษฐกิจโดยใช้เทคโนโลยี ิ่นิวเคลียร์หลายชนิดแล้ว ได้แก่ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งสามารถเพาะปลูกได้ตลอดปี แตงโมเนื้อหลืองพันธุ์ห้วยทรายทอง ซึ่ งมีเถาที่ส้ ันลง สามารถปลูกได้จานวนมากขึ้นในพื้นที่ที่จากัด กระเจี๊ยบเขียวห้าเหลี่ยม ซึ่งสามารถต้านทางโรคเส้นใบเหลืองได้ดีข้ ึน เป็ นต้น การใช้เทคนิคนิวเคลียร์ น้ ีไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (Genetical Modification: GM) ของพันธุ์พืช ซึ่ งเป็ นการตัดต่อยีนส์ แต่เป็ นการเร่ งเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงภายในเซลของพืชนั้นเกิดเร็ วขึ้น เป็ นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับและส่ งเสริ มจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรื อ FAO)และไม่ผดกฎหมายในประเทศใด ๆ (หากเป็ นอาหาร GM นั้น บางประเทศจะห้ามผลิตและนาเข้า) ินอกจากนี้ รังสี แกมมาและรังสี เอ็กซ์ยงสามารถนามาใช้ ลดปริ มาณแมลงศัตรูพช โดยไม่มีสารพิษตกค้าง ั ืโดยการฉายรังสี เพื่อทาให้แมลงเป็ นหมัน ไม่สามารถแพร่ พนธุ์ได้ ซึ่ งขณะนี้ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ัแห่งชาติ (สทน.) กาลังศึกษาเกี่ยวกับการนามาประยุกต์ใช้กบสัตว์จาพวกปลวก สาหรับด้านอาหาร การฉาย ัรังสี ยงช่วยใน การถนอมอาหารและเก็บรักษาผลิตผล ทางการเกษตรให้สามารถเก็บได้นานขึ้น และไม่ ัก่อให้เกิดสารตกค้าง (ดังเช่นการใช้สารเคมีถนอมอาหาร) หรื ออันตรายใด ๆ ต่อผูบริ โภค ้
  • 32. เทคนิคนิวเคลียร์ กบอุตสาหกรรม ั เทคนิคนิวเคลียร์ ถูกนามาใช้ในกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง เพือตรวจสอบ ่คุณภาพชิ้ นส่ วนผลิตภัณฑ์ โดยการถ่ายภาพรังสี (ใช้หลักการเดียวกับการฉายรังสี เอ็กซ์ของแพทย์) การเสริมคุณภาพน้ายางธรรมชาติ ที่นามาใช้ในอุตสาหกรรมยาง เช่น ถุงมือยาง ยางยืด สายยาง รวมทั้ง การบาบัดน้ าเสี ยด้วยรังสี และการกาจัดแก็สพิษจากการเผาไหม้ปัจจุบน อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในประเทศไทยได้มีการนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ มาใช้อย่างแพร่ หลาย ัอุตสาหกรรมปิ โตรเลียม ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในการ ตรวจหาความผิดปกติของหอกลั่น อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในการ ตรวจสอบคุณภาพ ของกระดาษให้ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณี ใช้การฉายรังสี เพื่อ เปลี่ยนสีอัญมณี ให้สีสันที่งดงามมากยิงขึ้นเพื่อการส่ งออก ่เทคนิคนิวเคลียร์ กบการบริหารจัดการทรัพยากรนา ั ้ ในขณะที่โลกกาลังเผชิญปั ญหาการขาดแคลนน้ าดื่ม รวมถึงการใช้น้ าเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนิวเคลียร์ได้ถูกนามาใช้ใน การค้ นหาแหล่ งน้า ตรวจสอบลักษณะและคุณภาพของน้า เพื่อให้ ่สามารถใช้ประโยชน์อย่างคุมค่าจากแหล่งน้ าที่มีอยูจากัด โดยประเทศไทยเอง ซึ่งเป็ นประเทศเกษตรกรรม ้ได้นาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ มาใช้ในการบริ หารจัดการทรัพยากรน้ าในบริ เวณลุ่มน้ าชีตอนบนและลุ่มน้ าน่านตอนใต้ การสารวจน้ าบาดาล (นามาใช้ทาน้ าดื่มสะอาดและเบียร์ ยหอต่าง ๆ ของไทย ซึ่ งน้ าดื่มนั้นอายุเป็ น ี่ ้หลักหมื่นปี ) รวมถึงการศึกษารอยรั่วของเขื่อนเทคนิคนิวเคลียร์ กบการฟื้ นฟูนาท่ วม ั ้การใช้ประโยชน์หลากหลายของพลังงานนิวเคลียร์ เป็ นสิ่ งที่ทบวงการพลังงานปรมาณู ระหว่างประเทศ(International Atomic Energy Agency – IAEA) ให้ความสาคัญ IAEA เป็ นองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทด้านการส่ งเสริ มการใช้พลังงานนิวเคลียร์ทางสันติ ปัจจุบน มีสมาชิกทั้งสิ้ น 153 ประเทศ โดยไทย ัถือเป็ นหนึ่งในประเทศสมาชิ กก่อตั้งในปี 2500 และมีความร่ วมมืออันยาวนานกับ IAEA โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ สานักงานปรมาณู เพื่อสันติ และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แห่งชาติ ที่ร่วมกันส่ งเสริ มความร่ วมมือในการนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ มาใช้ประโยชน์ ในทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษาและเอกชนของไทยการบริ หารจัดการทรัพยากรน้ าและการคาดคะเนความเสี่ ยงจากภัยธรรมชาติ ซึ่ งเป็ นเรื่ องล่าสุ ดที่ไทยให้ความสนใจอย่างยิงล่าสุ ด ภายหลังจากเกิดเหตุน้ าท่วมครั้งใหญ่ในไทยเมื่อปลายปี ที่แล้ว IAEA ก็ได้เสนอให้ ่ความช่วยเหลือแก่ไทย โดยการนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ มาใช้ประโยชน์ในการบริ หารจัดการน้ าและฟื้ นฟูการเกษตรอันเป็ นผลกระทบจากน้ าท่วม อาทิ การใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ศึกษาการไหลของน้ าและการซักกร่ อนของดิน เพื่อหาทางป้ องกันเหตุการณ์ดินถล่มในช่วงน้ าท่วม รวมทั้ง การป้ องกันการแพร่ ระบาดของโรคในสัตว์ในช่วงน้ าท่วม และการคัดเลือกพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับสภาพน้ าท่วม
  • 33. IAEA จะส่ งผูเ้ ชี่ยวชาญมาเยือนไทยในปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยจะร่ วมกับสานักงานปรมาณูเพื่อสันติสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของไทยในเบื้องต้น ซึ่ งจะเป็ นจุดเริ่ มต้นของความร่ วมมือต่อ ๆ ไปในอนาคต ความร่ วมมือนี้ จะนาไปสู่ การศึกษาร่ วมกันและการฟื้ นฟูและแก้ปัญหาน้ าท่วมในระยะยาพลังงานนิวเคลียร์ สามารถให้ ท้งคุณอนันต์ และโทษมหันต์ เปรียบดังเหรียญทีมีสองด้ าน ขึนอยู่กบการ ั ่ ้ ัเลือกใช้ เพือการทาลายล้าง หรือเพือความเป็ นอยู่ทดีขึนของมวลมนุษยชาติ หากนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ มาใช้ ่ ่ ี่ ้ในทางทีถูก อาทิ เพิมผลผลิตทางอาหาร รักษาผู้ป่วย ศึกษาหาสาเหตุนาท่ วมอย่ างยั่งยืน ก็จะก่อให้ เกิด ่ ่ ้ประโยชน์ ต่อการพัฒนาทียั่งยืนกับโลกใบอย่างแน่ นอน ่
  • 34. 9.ชื่อแหล่ งสื บค้ นhttp://blog.school.net.th/ประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ หลักการทางานของโรงไฟฟาพลังงานนิวเคลียร์ ้ โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ คือ ระบบที่จะนาพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ มาเปลี่ยนเป็ น พลังงานไฟฟ้ า โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ โดยทัวไป ่ประกอบด้วยส่ วนหลักๆ 4 ส่ วนคือ1.เตาปฏิกรณ์2.ระบบระบายความร้อน3.ระบบกาเนิดกระแสไฟฟ้ า4.ระบบความปลอดภัยพลังงานที่เกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน สิ่ งที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน ไม่ได้ ่ ่มีเพียงพลังงานจานวนมากที่ปลดปล่อยออกมา แต่รวมถึงผลผลิตที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน นิวตรอน ่อิสระจานวนหนึ่ง การควบคุมจานวนและการเคลื่อนที่ของนิวตรอนอิสระภายในเตาปฏิกรณ์โดยสารหน่วง
  • 35. นิวตรอน และแท่งควบคุมจะเป็ นการกาหนดว่า จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชันขึ้นภายในเตาปฏิกรณ์มาก ่น้อยเพียงใดพลังงานที่ผลิตเกิดขึ้นภายในเตาปฏิกรณ์ จะถูกนาออกมาโดยตัวนาความร้อน ซึ่ งก็คือของไหลเช่นน้ า,เกลือหลอมละลายหรื อก๊าซคาร์ บอนไดอออกไซต์ ของไหลจะรับความร้อนจากภายในเตาปฏิกรณ์ จนตัวมันเองเดือดเป็ นไอหรื อเป็ นตัวกลางในการนาความร้อนไปยังวงจรถัดไปเพื่อ ผลิตไอน้ า ไอน้ าที่ได้จะถูกส่ งผ่านท่อไปยังระบบกาเนิดกระแสไฟฟ้ า ที่ไอน้ าจะถูกนาไปขับกังหันไอน้ าที่จะใช้ในการหมุนเครื่ องกาเนิดกระแสไฟฟ้ า ต่อไปโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้ า โดยทัวไปในโลกมีมากมายหลายชนิด ่การจาแนกชนิดของโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ จะจาแนกตามลักษณะทัวไปของเตาปฏิกรณ์ ชนิดของ ่ ่ ั่โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ที่มีอยูทวไปสามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิดดังนี้1 โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าอัดความดัน เป็ นโรงไฟฟ้ าที่นิยมใช้มากที่สุด โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าอัดความดัน ใช้น้ าเป็ นทั้งตัวกลางระบายความร้อนและสารหน่วงนิวตรอน มีการออกแบบระบบการทางานให้มีสองวงจร โดยวงจรแรกจะเป็ นระบบระบายความร้อนออกจากเตาปฏิกรณ์ ที่ซ่ ึ งน้ าจะไหลผ่านเตาปฏิกรณ์เพื่อระบายความร้อนออกจากแกนปฏิกรณ์ และนาความร้อนที่ได้ส่งต่อให้วงจรที่สองที่อุปกรณ์กาเนิดไอน้ า เพื่อผลิตไอน้ าเพื่อขับกังหันไอน้ า น้ าในวงจรแรกนี้จะทางานมีอุณหภูมิสูงถึง 325 องศาเซลเซี ยส ดังนั้นวงจรแรกจึงต้องทางานภายใต้ความดันที่สูงมาก เพื่อป้ องกันการเดือดของน้ าในวงจร อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่ควบคุมแรงดันในวงจรแรกคือตัวควบคุมความดัน (pressuriser) โดยน้ าในวงจรแรกจะทาหน้าที่ท้ งเป็ นสารหล่อเย็นและสารหน่วง ันิวตรอนให้แก่เตา ปฏิกรณ์ในส่ วนของวงจรที่สองนั้นจะทางานภายใต้ความดันที่ต่ากว่าวงจรแรก ซึ่ งน้ าในวงจรนี้จะถูกต้มให้เดือดเพื่อผลิตไอน้ าที่อุปกรณ์กาเนิดไอน้ า ไอน้ าที่ผลิตได้จะใช้ในการขับกังหันไอน้ าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ า หลังจากนั้นจะควบแน่นกลับไปเป็ นน้ าแล้วไหลกลับไปที่อุปกรณ์ผลิตไอน้ า เพื่อเปลี่ยนเป็ นไอน้ าต่อไปเรื่ อยๆรู ปภาพ โรงไฟฟ้ านิวเครี ยร์ แบบน้ าอัดความดัน
  • 36. 2.โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าเดือดโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าเดือด มีการทางานที่คล้ายคลึงกับโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าอัดความดันมาก แตกต่างกันเพียงแค่โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าเดือด มีวงจรการทางานเพียงแค่วงจรเดียว ที่ซ่ ึ งน้ าจะถูกต้มภายในเตาปฎิกรณ์(Reactor Vessel)โดยตรง ที่อุณหภูมิประมาณ 285 องศาเซลเซียสโดยเตาปฏิกรณ์แบบนี้ถูกออกแบบให้ทางาน โดยที่ส่วนบนของแกนปฏิกรณ์ประมาณ 12-15% มีสภาพเป็ นไอน้ า โดยระบบของโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าเดือดนั้น ถูกออกแบบให้น้ าเดือดภายในเตาปฏิกรณ์ทาให้เตาปฏิกรณ์แบบนี้จะทางานที่ความ ดันต่ากว่าเตาปฏิกรณ์แบบน้ าอัดความดันไอน้ าที่ผลิตได้ภายในเตาปฏิกรณ์ จะไหลผ่านอุปกรณ์แยกน้ าบริ เวณส่ วนบนของเตาปฏิกรณ์ แล้วจะไหลออกไปขับกังหันไอน้ าโดยตรง เนื่องจากน้ าที่ไหลผ่านแกนปฏิกรณ์จะมีการปนเปื้ อนจากสารรังสี ทาให้อุปกรณ์ในส่ วนของกังหันไอน้ า (Steam Turbine) จะโดนปนเปื้ อนจากสารรังสี ดวย ดังนั้นอุปกรณ์ในส่ วน ้ของกังหันไอน้ า จึงต้องได้รับการป้ องกันรังสี เช่นเดียวกับระหว่างการบารุ งรักษา โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าเดือดจะมีตนทุนต่ากว่าแบบอื่น เนื่ องจากเป็ นระบบที่เรี ยบง่าย และในส่ วนข้อกังวลเกี่ยวกับ ้การปนเปื้ อนรังสี ของอุปกรณ์ของระบบกังหันไอน้ า นั้น เนื่องจากสารปนเปื้ อนในน้ านั้นมีอายุส้ ันมาก* โดยห้องกังหันไอน้ าสามารถเข้าไปเพื่อบารุ งรักษาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น หลังจากการ shut down เตาปฏิกรณ์รู ปภาพ โรงไฟฟ้ าพลังงานนิ วเคลียร์ แบบน้ าเดือด*โดยมากเป็ นสาร N-16 ที่มีค่าครึ่ งชีวต 7 วินาที ิ
  • 37. 3.โรงไฟฟ้ าแบบน้ ามวลหนักอัดความดัน (PHWR or CANDU)โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ ามวลหนักอัดความดัน พัฒนาโดยประเทศแคนาดาในช่วงปี คศ.1950ภายใต้ชื่อโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์แบบแคนดู (CANDU) โรงไฟฟ้ าแบบนี้ใช้ยเู รเนี ยมธรรมชาติที่ไม่มีการเสริ มสมรรถนะเป็ นเชื้อเพลิง ทาให้ตองใช้สารหน่วงนิวตรอนที่มีประสิ ทธิ ภาพสู งกว่าโรงไฟฟ้ าพลังงาน ้นิวเคลียร์ แบบน้ าอัดความดันหรื อแบบน้ าเดือด ซึ่ งในกรณี น้ ีได้มีการนาน้ ามวลหนัก (D2O) มาใช้ในโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ ามวลหนักอัดความดัน มีการออกแบบระบบการทางานให้มีสองวงจรเหมือนโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ า อัดความดัน โดยในวงจรแรกน้ ามวลหนัก (D2O) ที่จะทาหน้าที่ทั้งเป็ นสารหน่วงนิวตรอนและระบายความร้อนออกจากมัดเชื่อเพลิง จะถูกอัดภายใต้ความดันสู ง และจะไหลผ่านช่องบรรจุเชื้อเพลิงเพื่อระบายความร้อนออกจากเตาปฏิกรณ์ที่ เรี ยกอีกชื่ อว่า คาแรนเดรี ย จนน้ ามวลหนักในวงจรแรกมีอุณหภูมิสูงถึง 290°C และเช่นเดียวกับโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ าอัดความดันน้ ามวลหนักจะถ่ายเทความร้อนให้แก่วงจรที่สองเพื่อผลิตไอน้ าที่อุปกรณ์กาเนิ ด ไอน้ า เพื่อผลิตไอน้ าเพื่อขับกังหันไอน้ าผลิตกระแสไฟฟ้ า เนื่องจากการใช้ยเู รเนียมธรรมชาติเป็ นเชื้ อเพลิง ทาให้โรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แบบน้ ามวลหนักอัดความดัน ต้องมีการเปลี่ยนเชื้อเพลิงทุกวัน จึงมีการออกแบบให้โรงไฟฟ้ าชนิดนี้สามารถเปลี่ยนเชื้อเพลิงได้โดยไม่ตองหยุด การทางานของเตาปฏิกรณ์ ้รู ปภาพ โรงไฟฟ้ าแบบน้ ามวลหนักอัดความดัน (PHWR or CANDU)
  • 38. 9.ชื่อแหล่ งสื บค้ นhttp://www.tlcthai.com/ประเภทแหล่ งสื บค้ น เว็บไซต์ข้ อมูลที่ได้ จากแหล่ งสื บค้ น คือ ทุกวันนี้เรื่ องราคาน้ ามันทาให้คนไทยตื่นตัว เรื่ องพลังงานกันอย่างมาก โดยโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ก็เป็ นอีก 1 ทางเลือกที่ถูกยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง เรามาดูขอมูลรอบด้านของโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ กน ้ ัโรงไฟฟานิวเคลียร์ จัดเป็ นโรงไฟฟ้ าพลังความร้อนชนิ ดหนึ่ง มีหลักการทางาน คล้ายคลึงกับโรงไฟฟ้ า ที่ใช้ ้น้ ามัน ถ่านหิ น และก๊าซธรรมชาติ เป็ นเชื้อเพลิง โดยโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ น้ น สามารถแบ่งส่ วนการทางาน ได้ ั2 ส่ วน คือ 1. ส่ วนเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จะใส่ แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ไว้ในน้ าภายในโครงสร้างที่ปิดสนิท เพื่อให้ความร้อน ที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน ไปต้มน้ า ผลิตไอน้ า แทนการผลิตไอน้ า จาก การสันดาปเชื้ อเพลิง ชนิดที่ก่อให้เกิดก๊าซมลพิษ 2. ส่ วนผลิตไฟฟ้ า เป็ นส่ วนที่รับไอน้ า จากเครื่ องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แล้วส่ งไปหมุนกังหันผลิตไฟฟ้ า ซึ่ งส่ วนนี้ เป็ นองค์ประกอบ ของโรงไฟฟ้ าพลังความร้อนทุกชนิดส่ วนประกอบของโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ ส่ วนกาเนิดพลังงาน ในโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ กล่าวโดยกว้างๆ จะประกอบด้วย เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ น้ าที่ใช้ระบายความร้อน และเป็ นสารหน่วงความเร็ วนิวตรอนด้วย ถังปฏิกรณ์ความดันสู ง ระบบควบคุมปฏิกิริยา ระบบควบคุมความปลอดภัย ซึ่ งช่วยป้ องกันและแก้ไข กรณี เกิดเหตุฉุกเฉิ น และระบบผลิตไอน้ า เป็ นต้น
  • 39. เชื้อเพลิงยูเรเนียม ที่ใช้ในโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ โดยปกติจะมีความเข้มข้นของไอโซโทปยูเรเนียม-235ประมาณร้อยละ 2 (ที่เหลือเป็ นยูเรเนียม-238 ซึ่ งไม่สามารถเกิดปฏิกิริยาฟิ ชชันได้ ในสภาวะของโรงไฟฟ้ า ่นิวเคลียร์ ทวไป) ในรู ปออกไซด์ ของยูเรเนียม โดยได้มาจากการ ถลุงแร่ ยเู รเนียม ที่มีอยูในธรรมชาติ ั่ ่(ไอโซโทปยูเรเนียม ที่มีอยูในธรรมชาติ ประกอบด้วยยูเรเนียม-235 ประมาณร้อยละ 0.7 และเป็ นยูเรเนียม-238 ประมาณร้อยละ 99.27 ที่เหลือเป็ นยูเรเนียม-234 ปริ มาณน้อยมาก) แล้วนาไปผ่าน กระบวนการเสริ ม ่สมรรถนะ ให้มีปริ มาณยูเรเนียม-235 มากขึ้น และหลังจากที่ ทาให้อยูในรู ปของออกไซด์ แล้วถูกอัดทาให้เป็ นเม็ดเล็กๆ บรรจุภายในแท่งโลหะผสม ของเซอร์ โคเนี ยม ซึ่ งจะถูกนามารวมกลุ่มกัน เป็ นมัดเชื้อเพลิงประกอบกันเป็ นแกนปฏิกรณ์ บรรจุอยูภายในถังปฏิกรณ์ ที่ทนความดันสู ง ภายในถังปฏิกรณ์ มีน้ า ที่อยู่ ่ภายใต้การควบคุมความกดดันบรรจุอยู่ เพื่อใช้เป็ นตัวระบายความร้อน ออกจากแท่งเชื้ อเพลิงโดยตรง และยังใช้ประโยชน์ เป็ นตัวหน่วงความเร็ วของนิ วตรอนด้วย เพื่อให้นิวตรอนที่เกิดขึ้น มีความเร็ วพอเหมาะ ที่จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชันต่อไปได้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน ในเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ น้ น ควบคุมได้โดยใช้แท่งควบคุม ซึ่งเป็ นสารที่มี ัคุณสมบัติพิเศษ ในการดูดจับอนุภาคนิ วตรอน เช่น โบรอนคาร์ ไบด์ ทาหน้าที่ควบคุม ให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ เพิ่มขึ้น หรื อลดลง ตามที่ตองการ โดยการเลื่อนแท่งควบคุมเข้าออก ภายในแกนปฏิกรณ์ตามแนว ้ขึ้นลง เพื่อดูดจับอนุภาคนิ วตรอนส่ วนเกินแบบของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ปั จจุบนทัวโลก ได้นิยมใช้โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ 3 แบบ ได้แก่ ั ่
  • 40. โรงไฟฟานิวเคลียร์ แบบใช้ นาความดันสู ง (Pressurized Water Reactor : PWR) ้ ้ โรงไฟฟ้ าชนิ ดนี้ จะถ่ายเทความร้อน จากแท่งเชื้ อเพลิงให้น้ า จนมีอุณหภูมิสูงประมาณ 320 องศาเซลเซี ยส ภายในถังขนาดใหญ่ จะอัดความดันสู งประมาณ 15 เมกะปาสคาล (Mpa) หรื อ ประมาณ 150 เท่าของความดันบรรยากาศไว้ เพื่อไม่ให้น้ าเดือดกลายเป็ นไอ และนาน้ าส่ วนนี้ ไป ถ่ายเทความร้อน ให้แก่น้ าหล่อเย็นอีกระบบหนึ่ง เพื่อให้เกิดการเดือด และกลายเป็ นไอน้ าออกมา เป็ นการป้ องกัน ไม่ให้น้ าในถังปฏิกรณ์ ซึ่ งมีสารรังสี เจือปนอยู่ แพร่ กระจายไปยังอุปกรณ์ส่วนอื่นๆ ตลอดจนป้ องกัน การรั่ว ของสารกัมมันตรังสี สู่ สิ่งแวดล้อม 1. โรงไฟฟาแบบนาเดือด (Boiling Water Reactor : BWR) ้ ้ สามารถผลิตไอน้ าได้โดยตรง จากกาน้ าภายในถัง ซึ่ งควบคุมความดันภายใน (ประมาณ 7 Mpa) ต่า กว่าโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ แบบแรก (PWR) ดังนั้น ความจาเป็ น ในการใช้เครื่ องผลิตไอน้ า และ แลกเปลี่ยนความร้อน ปั๊ ม และอุปกรณ์ช่วยอื่นๆ ก็ลดลง แต่จาเป็ นต้อง มีการก่อสร้างอาคารป้ องกัน รังสี ไว้ ในระบบอุปกรณ์ส่วนต่างๆ ของโรงไฟฟ้ า เนื่องจากไอน้ าจากถังปฏิกรณ์ จะถูกส่ งผ่านไปยัง อุปกรณ์เหล่านั้นโดยตรง
  • 41. 2. โรงไฟฟาแบบใช้ นามวลหนักความดันสู ง (Pressurized Heavy Water Reactor : PHWR) ้ ้ ซึ่ งประเทศแคนาดา เป็ นผูพฒนาขึ้นมา จึงมักเรี ยกชื่อย่อว่า CANDU ซึ่ งย่อมาจากคาว่า Canadian ้ ั Deuterium Uranium มีการทางานคล้ายคลึงกับ แบบ PWR แต่แตกต่างกันที่ มีการจัดแกนปฏิกรณ์ ในแนวระนาบ และเป็ นการต้มน้ า ภายในท่อขนาดเล็ก จานวนมาก ที่มีเชื้ อเพลิงบรรจุอยู่ แทนการ ต้มน้ า ภายในถังปฏิกรณ์ขนาดใหญ่ เนื่องจากสามารถผลิตได้ง่ายกว่า การผลิตถังขนาดใหญ่ โดยใช้ น้ ามวลหนัก (Heavy Water, D2O) มาเป็ นตัวระบายความร้อน จากแกนปฏิกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีการ แยกระบบใช้น้ ามวลหนัก เป็ นตัวหน่วงความเร็ ว ของนิวตรอนด้วย เนื่องจากน้ ามวลหนัก มีการ ดูดกลืนนิวตรอน น้อยกว่าน้ าธรรมดา ทาให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ เกิดขึ้นได้ง่าย จึงสามารถใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ที่สกัดมาจากธรรมชาติ ซึ่ งมียเู รเนียม-235 ประมาณร้อยละ 0.7 ได้ โดยไม่จาเป็ น ต้องผ่าน กระบวนการปรังปรุ ง ให้มีความเข้มข้นสู งขึ้น ทาให้ปริ มาณผลิตผล จากการแตกตัว (fission product) ที่เกิดในแท่งเชื้ อเพลิงใช้แล้ว มีนอยกว่าเครื่ องปฏิกรณ์ แบบใช้น้ าธรรมดา ้ข้ อดีและข้ อเสี ยของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ข้ อดี 1. เป็ นแหล่งผลิตไฟฟ้ าขนาดใหญ่สามารถให้กาลังผลิตสู งกว่า 1,200 เมกะวัตต์ ั 2. มีตนทุนการผลิตไฟฟ้ าแข่งขันได้กบโรงไฟฟ้ าชนิดอื่น ้ 3. เป็ นโรงไฟฟ้ าที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ 4. สริ มสร้างความมันคงของระบบผลิตไฟฟ้ า เนื่องจากใช้เชื้ อเพลิงน้อย ทาให้เสถียรภาพใน การจัดหา ่ เชื้อเพลิง และราคาเชื้อเพลิง มีผลกระทบ ต่อต้นทุนการผลิตเล็กน้อยข้ อเสี ย 1. ใช้เงินลงทุนเริ่ มต้นสู ง 2. จาเป็ นต้องเตรี ยมโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้การดาเนินงาน เป็ นไปอย่างมี ประสิ ทธิภาพ
  • 42. 3. จาเป็ นต้องพัฒนา และเตรี ยมการ เกี่ยวกับการจัดกากกัมมันตรังสี การดาเนินงาน ด้านแผนฉุ กเฉิ น ทางรังสี และมาตรการควบคุม ความปลอดภัย เพื่อป้ องกันอุบติเหตุ ั 4. การยอมรับของประชาชน โครงการโรงไฟฟานิวเคลียร์ ในประเทศไทย ้ ในปี พ.ศ. 2519 รัฐบาลได้อนุมติ ให้การไฟฟ้ าฝ่ ายผลิตแห่ งประเทศไทย (กฟผ.) ก่อสร้างโรงไฟฟ้ า ันิวเคลียร์ ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่อ่าวไผ่ อาเภอศรี ราชา จังหวัดชลบุรี แต่ได้มีการคัดค้าน จากประชาชน ทาให้รัฐบาลจัดสิ นใจ ล้มเลิกโครงการไปในที่สุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้บรรจุในแผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้ า โดยโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์กาหนดให้มีโรงไฟฟ้ าในปี พ.ศ. 2563-2564 รวมกาลังผลิต 4,000 เมกะวัตต์ หรื อจะเท่ากับปริ มาณโรงไฟฟ้ า ่นิวเคลียร์ 4 โรงนั้น ระยะเวลาการก่อสร้างต่อโรงอยูที่ประมาณ 6-7 ปีด้านแหล่งข่าวจากสมาคมนิวเคลียร์ แห่งประเทศ ไทยกล่าวว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้ านิ วเคลียร์ ในประเทศไทย หากเริ่ มวันนี้ยงถือว่า “ทันเวลา” เมื่อพิจารณาจากแผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้ าฉบับล่าสุ ดที่กาหนดให้มี ัโรงไฟฟ้ าในปี 2563-2564 รวมกาลังผลิต 4,000 เมกะวัตต์ หรื อจะเท่ากับปริ มาณโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ 4 โรง ่นั้น ระยะเวลาการก่อสร้างต่อโรงอยูที่ประมาณ 6-7 ปีฉะนั้นกระบวนการทั้งหมดจะเหลือเพียงประมาณ 5 ปี เท่านั้น ก่อนที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ โรงแรกในปี 2556 นี้ดังนั้นหากประเทศไทยอยากให้มีโรงไฟฟ้ า นิวเคลียร์ ทนตามระยะเวลาที่กาหนดไว้ในแผน PDP 2007 แล้ว ัหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่วาจะเป็ นภาครัฐ หรื อ กฟผ.จะต้องเร่ งดาเนินการใน 4 เรื่ องคือ ่ 1. กฎหมายว่าด้วยความรับผิดด้านนิวเคลียร์ (Nuclear liability Law) ซึ่ งไม่แน่ใจว่าวันนี้ประเทศไทยมี ้ ่ กฎหมายนี้ไว้คุมครองผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตหรื อไม่ เพราะไม่วาการก่อสร้างจะใช้บริ ษท ั ่ ใดก็ตามที่ระบุวาดีที่สุดในโลก แต่เมื่อ มีปัญหาเกิดขึ้นจะไม่มีการรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้ น 2. ความพร้อมด้านบุคลากร เช่น นักนิวเคลียร์ เทคโนโลยี หรื อ นักฟิ สิ กส์นิวเคลียร์ ซึ่ งในวันนี้เท่าที่ ทราบประเทศไทยมีเพียง 2 คนเท่านั้น ที่จบในระดับปริ ญญาเอกด้านนี้ ยังไม่นบรวมกับบุคลากร ั
  • 43. ของสานักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติที่มีอยู่ หากเร่ งเพิ่มบุคลากรตั้งแต่ระดับปริ ญญาตรี คือรับ นักศึกษาเฉพาะด้านในช่วงปี 2551 และให้ศึกษาต่อเนื่ องจนถึงระดับปริ ญญาโทและเอก จะสอดรับ การก่อสร้างโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ โรงแรกพอดีในปี 2563 ่ 3. การบริ หารจัดการทางการเงินที่ดี เนื่องจากโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์มีตนทุนสู งมาก ฉะนั้นไม่วาใครจะ ้ เข้ามาดาเนิ นการต้องคานึงในเรื่ องนี้ ดวย ้ ่ ้ 4. การทาความเข้าใจกับประชาชนให้รับรู ้วาวันนี้เทคโนโลยีกาวหน้าไปมาก โดยเฉพาะในเรื่ องของ ความปลอดภัยที่สาคัญก็คือวันนี้ตองเริ่ มทาความเข้าใจกับประชาชนแล้วว่า มีความจาเป็ นอย่างไรที่ประเทศไทยจะต้องมี ้โรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ คาถามที่ใช้ เป็ นแนวทางแสวงหาความรู้ 1 พลังงานนิวเคลียร์ คืออะไร 2 โรงไฟฟาพลังงานนิวเคลียร์ มีข้นตอนการทางาน การผลิตไฟฟาอย่างไร ้ ั ้ 3 ข้ อดี และ ข้ อเสี ยของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ 4 ส่ วนประกอบของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ 5 ประโยชน์ ของโรงไฟฟานิวเคลียร์ ้ การนาความรู้ ไปใช้ ในชีวตประจาวัน ิ การนาความรู้ ไปใช้ ในชี วตประจาวัน ิ ่ การนาความรู ้หรื อการใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ น้ นมีอยูมากมายหลายด้าน อาทิ ัเช่น กิจการด้ านอุตสาหกรรม ั ั การใช้วสดุกมมันตรังสี และเทคนิคทางรังสี ในทางอุตสาหกรรม ซึ่ งเรี ยกว่า เทคนิคเชิงนิวเคลียร์ ัเป็ นการนาพลังงานปรมาณูมาใช้ประโยชน์ในทางสันติ สาหรับประเทศไทย ได้มีการใช้กนอย่างแพร่ หลายในกิจการต่างๆ ดังนี้ -ใช้วดระดับของไหล สารเคมีต่างๆ ในขบวนการผลิตในโรงงานเส้นใยสังเคราะห์ดวยรังสี แกมมา ั ้
  • 44. -ใช้ตรวจสอบระดับเศษไม้ในหม้อนึ่งภายใต้ความดันสู ง ในการผลิตไม้อดแผ่นเรี ยบด้วยรังสี แกมมา ั - ควบคุมการไหลผ่านของส่ วนผสมในการผลิตปูนซี เมนต์ -วัดความหนาแน่นของน้ าปูนกับเส้นใยหิ น ในขบวนการผลิตกระเบื้องกระดาษ -วัดความหนาแน่นในการดูดสิ นแร่ ในทะเล เพื่อคานวณหาปริ มาณแร่ ที่ดูดผ่าน -วัดและควบคุมความหนาแน่นของน้ าโคลนที่จะใช้ในการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ าใต้ดิน -ควบคุมขบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์เครื่ องแก้วให้มีความหนาสม่าเสมอ ด้ านการแพทย์และอนามัย เวชศาสตร์ นิวเคลียร์ (Nuclear medicine) คือการนาเอาสารรังสี หรื อ รังสี มาใช้ในการตรวจ การรักษา และด้านการค้นคว้าศึกษาการทางานของระบบอวัยวะในร่ างกายเพื่อช่วยในการตรวจวิเคราะห์หรื อรักษาโรค บรรเทาความทุกข์ทรมานของผูป่วย และย่นระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล ตัวอย่างบางส่ วน ้ของการใช้สารรังสี หรื อรังสี ดานการแพทย์ เช่น ้ -การรักษาโรคมะเร็ งด้วย โคบอลต์-60 -เม็ดทองคา-198 ในการรักษามะเร็ งผิวหนัง -ลวดแทนทาลัม-182 ในการรักษามะเร็ งปากมดลูก -ไอโอดีน-131 ใช้ตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคคอพอก และในรู ป Labeled compound ตรวจวิเคราะห์การทางานของไต ระบบโลหิ ต -เทคนิเชียม-99m ตรวจทางเดินน้ าดี ไต ต่อมน้ าเหลืองด้ านการเกษตร ชีววิทยา และด้ านอาหาร ประเทศไทยมีการเกษตรเป็ นอาชีพหลักของประชากร โครงการใช้นิวเคลียร์เทคโนโลยี เพื่อส่ งเสริ มกิจการเกษตร เป็ นต้นว่าการเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพ ของผลิตผลซึ่ งกาลังแพร่ ขยายออกไปสู่ชนบทมากขึ้น -การใช้เทคนิคนิวเคลียร์ วเิ คราะห์ดิน เพื่อการจาแนกพื้นที่ปลูก ทาให้ทราบว่า พื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ ยชนิดใดลงไป -เทคนิคการสะกดรอยด้วยรังสี ใช้ศึกษาเกี่ยวกับการดูดซึ มแร่ ธาตุ และปุ๋ ยต้นไม้และพืชเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อการปรับปรุ งการใช้ปุ๋ยให้มีประสิ ทธิ ภาพยิงขึ้น ่ -การฉายรังสี แกมมาเพื่อฆ่าแมลงและไข่ในเมล็ดพืช ซึ่ งเก็บไว้ในยุงฉาง และภายหลังจากบรรจุใน ้ภาชนะเพื่อการส่ งออกจาหน่าย-การใช้รังสี เพื่อการกาจัดแมลงศัตรู พชบางชนิดโดยวิธีทาให้ตวผูเ้ ป็ นหมัน ื ั -การถนอมเนื้ อสัตว์ พืชผัก และผลไม้ โดยการฉายรังสี เพื่อเก็บไว้ได้นานยิงขึ้น เป็ นประโยชน์ใน ่การขนส่ งทางไกล และการเก็บอาหารไว้บริ โภคนอกฤดูกาล
  • 45. ด้ านสิ่ งแวดล้อม พลังงานนิวเคลียร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่ งแวดล้อมใน 2 ด้าน คือในด้านการรักษาและพัฒนาสภาพ ่ของสิ่ งแวดล้อมให้ดีข้ ึน อีกด้านหนึ่ง คือ การตรวจตรา และควบคุมปริ มาณรังสี ที่มีอยูในธรรมชาติ ใน ่สิ่ งแวดล้อมให้อยูในระดับที่ปลอดภัยต่อมวลมนุษย์ และสิ่ งมีชีวตโดยทัวไป ประโยชน์ของพลังงาน ิ ่นิวเคลียร์ ในด้านสิ่ งแวดล้อม ได้แก่ -การใช้รังสี แกมมาฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ในน้ าทิงจากชุมชน และจากโรงพยาบาล เพื่อป้ องกันโรค ้ระบาด -การใช้รังสี แกมมาฆ่าเชื้อโรคในขยะและตะกอน แล้วนากลับมาทาเป็ นปุ๋ ยต่อไป -การใช้รังสี อิเล็กตรอน ในการกาจัดก๊าซอันตราย (SO2, NO2) จากปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาถ่านหิ น -การใช้เทคนิคทางนิวเคลียร์ วเิ คราะห์สารพิษต่างๆ ในดิน พืช อากาศ น้ า และอาหาร -การใช้เทคนิคสารติดตามทางรังสี ศึกษามลภาวะในสิ่ งแวดล้อมด้ านการศึกษาและวิจัย พลังงานนิวเคลียร์ เป็ นสิ่ งที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ โดยการใช้อนุภาคหรื อรังสี ท่ีมีพลังงานสู ง วิง ่ไปชนนิวเคลียสของธาตุต่างๆ การศึกษาวิจยทั้งขั้นมูลฐานและขั้นประยุกต์เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ และ ัการให้ประโยชน์ ดังต่อไปนี้ -แหล่งกาเนิดรังสี เช่น เครื่ องปฏิกรณ์ปรมาณูหรื อต้นกาเนิ ดรังสี แบบ ไอโซโทป เครื่ องเร่ งอนุ ภาค -วิศวกรรมนิวเคลียร์ เกี่ยวกับการสร้างเครื่ องฯ การเดินเครื่ องฯ และการบารุ งรักษาระบบของเครื่ องฯ -ลักษณะกายภาพของรังสี ชนิดต่างๆ อันตรกิริยาของรังสี ต่ออะตอมธาตุหรื อต่อสสาร -ผลของรังสี ที่มีต่อเซลล์ของสิ่ งมีชีวต ิ -เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ท่ีประยุกต์ทางด้านการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม สิ่ งแวดล้อมและอื่นๆ
  • 46. ปัญหาและอุปสรรคในการทาโครงงาน1. ความเข้าใจในประเด็นของข้อมูลคลาดเคลื่อน2. เวลาว่างของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มไม่ค่อยตรงกัน3. การบ้านจากวิชาต่างๆที่ตองใช้เวลานานในการทาและบางครั้งต้องออกไปทาในสถานที่ต่างๆทาให้มีเวลา ้ในการปฏิบติโครงงานน้อยลง ั4. เนื่องจากการปฏิบติงานของวิชาต่างๆมีการลงพื้นที่บ่อยครั้ง และสภาพอากาศค่อนข้างร้อนบวกกับมีแดด ัจัด จึงทาให้สมาชิกบางคนไม่สบาย5. สมาชิกแต่ละคนมีความคิดและข้อเสนอแนะแตกต่างกัน ทาให้การทางานในบางครั้งเกิดความขัดแย้ง
  • 47. บันทึกการขอคาปรึกษาจากครู ที่ปรึกษาโครงงานครั้งที่ 1 วันที่ 12เดือนธันวาคม พ.ศ 2555 เวลา 12.30 น.ขอคาปรึกษาเรื่อง ให้ครู ตรวจทานรายงานต้นฉบับว่าถูกต้องตามหัวข้อหรื อไม่ การจัดเรี ยงรู ปแบบรายงานถูกต้องตามหลักการหรื อไม่ การจัดเรี ยงเนื้อหา Power Point ควรจัดวางอย่างไร การทาสื่ อมัลติมีเดียได้ รับคาแนะนาว่า -การทาโครงงานโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ เราจะเน้นด้านพลังงานไฟฟ้ าว่าผลิตได้มากน้อยเพียงใด และกระบวนการผลิตไฟฟ้ าส่ งผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้อมมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับการผลิตไฟฟ้ าในรู ปแบบต่างๆ และเมื่อเราศึกษาเรี ยนรู ้ส่วนต่างๆทุกด้านของโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ แล้ว เราจะสรุ ปไว้ตอนท้ายว่ากลุ่มของพวกเราจะสนับสนุนโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ -การจัดเรี ยงรู ปแบบรายงาน ครู ได้ให้ไฟล์ที่เป็ นรู ปแบบตัวอย่างการวางเนื้อหาต่างๆของโครงงาน -การจัดวางเนื้ อหาของ Power Point ครู ได้ให้คาแนะนาว่าอันดับแรกควรจัดวางสาเหตุที่เราจะสนับสนุนหรื อไม่สนับสนุนโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ถ้าเราสนับสนุนพลังงานโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ จะมีผลดีอย่างไรต่อประเทศ และถ้าไม่สนับสนุนจะมีการผลิตไฟฟ้ าแบบใดที่ดีกว่าหรื อทดแทนโรงไฟฟ้ าพลังงานนิวเคลียร์ ได้ ่ ั -การทาสื่ อมัลติมีเดียครู ได้ให้คาแนะนาว่า การทาสื่ อมัลติมีเดียสามารถทาได้หลายแบบขึ้นอยูกบจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล ซึ่งการทาสื่ อมัลติมีเดียทาได้หลายแบบ เช่น เพลง มิวสิ ควิดีโอ ละคร แล้วแต่ความชอบและความพร้อมของแต่ละกลุ่ม ลงชื่อ ………………………………….. ครู ทปรึกษาโครงงาน ี่ (........................................................)