Fertilizer Service
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Fertilizer Service

on

  • 786 views

 

Statistics

Views

Total Views
786
Views on SlideShare
786
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
11
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as OpenOffice

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Fertilizer Service Document Transcript

  • 1. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 1 รายงานโครงการนวัต กรรมบริก ารปุ๋ยความสำา คัญตามปกติพืชมีความต้องการธาตุอาหารสำาหรับการเจริญเติบโตอยู่ทั้งหมด 17 ชนิด โดยคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน พืชได้จากนำ้าและอากาศ ที่เหลือนั้นแบ่งเป็นธาตุอาหารหลัก 6 ชนิด ที่เราคุ้นเคย คือ ไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P) และโพแทสเซี่ยม(K)ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่พืชมีความต้องการมาก และนวัตกรรมบริการปุ๋ยจะเน้นการบริการปุ๋ยหลัก 3 ชนิดนี้ กลุ่มที่สองคือธาตุอาหารรอง อีก 3 ชนิด คือ แคลเซี่ยม แมกนีเซียมและกำามะถัน ซึ่งดินในประเทศไทยมักจะไม่ขาดธาตุเหล่านี้ และกลุ่มสุดท้ายคือธาตุอาหารเสริม ได้แก่ เหล็ก นิเกิล แมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน โมลิดินัม และคลอรีนธาตุอาหารเหล่านี้ถูกปลดปล่อยมาให้พืชได้ใช้ประโยชน์ขึ้นอยู่กับสมบัติของดินตามชุดดิน ซึ่งประเทศไทยมีชุดดินมากกว่า 200 ชุดดิน ทำาให้ศักยภาพการตอบสนองต่อความต้องการของพืชแตกต่างกัน นอกจากนั้นธาตุอาหารในดินยังถูกชะล้างไปด้วยสาเหตุอีกหลายประการ เช่น ไปกับผลผลิตพืช ชะล้างไปโดยนำ้า สลายไปเป็นก๊าซ ถูกตรึงโดยดินทำาให้พืชใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรือถูชะล้างไปกับการพังทลายของดิน ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่เกษตรกรจำาเป็นต้องเข้าในดินและความสำาคัญในการจัดการธาตุอาหารดินเพื่อให้ได้ผลผลิตพืชที่ดีที่สุด และเป็นไปอย่างยั้งยืน ความพยายามที่จะเผยแพร่การจัดการธาตุอาหารพืชในโครงการปุ๋ยสั่งตัดจึงเป็นแนวคิดที่ดีในการเข้าใจธรรมชาติและมีการจัดการที่ยั่งยืนนอกจากนี้ในปี 2550 ประเทศไทยนำาเข้าปุ๋ยเคมี ประมาณ 4.3 ล้านตัน คิดเป็นเงินมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท ประมาณร้อยละ 50 ของปุ๋ยที่นำาเข้านั้นใช้กับข้าว เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานใช้ปุ๋ยเคมีเกินความต้องการกว่า 50% หากมีนวัตกรรมบริการปุ๋ยให้เกษตรกรเข้าใจและใส่ปุ๋ยตามความต้องการของดินและพืชแล้ว จะสามารถลดการใช้ปุ๋ยสูตร และเพิ่มการใช้ปุ๋ยผสม ซึ่งจะลดการนำาเข้าปีละไม่ตำ่ากว่า หมื่นล้านบาทศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ โดยคณะทำางานนวัตกรรมบริการด้านการเกษตร (SIG เกษตร) ได้รับการแนะนำาจาก ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์
  • 2. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 2เรื่องแนวคิดและปฏิบัติเกี่ยวกับปุ๋ยสั่งตัด หรือการใส่ปุ๋ยผสมตามค่าการวิเคราะห์ดิน ซึ่งเห็นว่าองค์ความรู้เรื่อง Services Science น่าจะเป็นพื้นฐานที่สำาคัญที่ทำาให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเรื่องปุ๋ยสั่งตัดไปสู่นวัตกรรมใหม่ด้านการบริการได้ จึงเป็นที่มาของของโครงการนำาร่อง นวัตกรรมบริการปุ๋ย ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณดำาเนินการในการศึกษาข้อมูลภาคสนามและการจัดทำา Services Offering ระยะแรกจากServices Research Innovation(SRI) Platform ของสำานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ในขณะที่ทำาการศึกษาเรียนรู้ในโครงการนำาร่องนี้ ได้มีการเตรียมการขยายผลไปสู่Policy Level โดยความร่วมมือกับ Co-Creation partners ในการสร้างแนวยุทธศาสตร์นวัตกรรมบริการการเกษตร แผน 5 ปี ขึ้นระหว่าง เนคเทค กับ สำานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร องค์กรมหาชน(สวก.) ในหัวข้อ การพัฒนาระบบการให้บริการความรู้สู่การปฏิบัติ ซึ่งจะอาศัยผลการเรียนรู้ในเรื่องนวัตกรรมบริการปุ๋ย เป็นพื้นฐานไปสู่ไม้ผลเศรษฐกิจ 5 ชนิด คือ มะม่วง ลำาไย ทุเรียน มังคุด และส้มโอ ดังนั้นทั้งการศึกษานำาร่องการทำา policy guideline ด้านนวัตกรรมบริการนี้นำาไปสู่การสร้างฐานการทำางานด้านนวัตกรรมบริการการเกษตรของประเทศ เป็นผลงานของกลุ่มความร่วมมือทางการเกษตร [Special Interested Group(SIG) Agriculture] ที่จะนำาไปขยายผลสู่เวที SRIIAsia และ SRII Global ต่อไปความเป็น มานวัตกรรมบริการการเกษตร นับเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ทำาให้เป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพชีวตที่ดีขึ้นของเกษตรกรเป็นจริง ในปัจจุบันมีรูแบบการบริการในภาคเกษตร ิมากมายแต่ยังเป็นการบริการที่ขาดพื้นฐานของ Services Science ที่จะทำาให้การบริการนั้นๆมีผลในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและผลผลิตของผู้รับบริการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค)จึงได้เข้าร่วมกับ Services ResearchInnovation Institute(SRII) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ(InternationalConsortium) ที่ตั้งขึ้นมาโดยผู้ประกอบการทางธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IBM,
  • 3. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 3HP, Microsoft, SAP, Oracle, Wipro, Infosis...) เพื่อผลักดันให้เกิดความตระหนักของความสำาคัญของนวัตกรรมบริการในสาขาวิชาต่างๆที่จำาเป็นต้องใช้ ICDT เป็นเครื่องมือ เช่น การศึกษา การแพทย์ การสื่อสาร การบริการภาครัฐ เป็นต้น เนคเทคได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ SRII ตังแต่ปี 2009 เพื่อเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับศาสตร์ด้านดังกล่าว ้และนำามาใช้เป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนงานวิจัยไปสู่การบริการอย่างเป็นระบบผ่านทาง NECTEC Flagships การเข้าร่วมกิจกรรมกับ SRII มีลำาดับดังนี้ • ปี 2009 ผู้บริหารเนคเทคเข้าร่วมประชุมกับ SRII ที่ San Jose, California และ เป็นที่มาของการจัดตั้ง Thailand Chapter หรือ SRI Thailand ประเทศไทยขึ้น โดยภายใต้โครงสร้าง SRI Thailand นี้ประกอบด้วย กลุ่มความร่วมมือเฉพาะ ด้าน (Special Interested Group-SIG) ประกอบด้วย ด้านการเกษตร การแพทย์ และสาธารณสุข การท่องเที่ยว และการศึกษา โดยเบื้องต้นมีเนคเทคเป็นหน่วย งานพี่เลี้ยงในการดำาเนินการผลักดันให้เกิดการเข้าใจในความสำาคัญของ นวัตกรรมบริการในสาขาต่างๆและการสร้างต้นแบบการเรียนรู้ ตลอดจนการผลัก ดันให้เกิดการขยายผลการวิจัยและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมบริการอย่างเป็น รูปธรรม • ปี 2009 เนคเทคได้จัดการประชุม SRII Thailand Chapter ขึ้นระหว่างวันที่ 14- 15 ธันวาคม 2009 เพื่อเป็นเวทีชี้แจงทำาความเข้าใจในเรื่องนวัตกรรมบริการให้ กับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน โดยแบ่งกลุ่มสัมมนาออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย การแพทย์และสาธารณสุข การเกษตร การท่องเที่ยว และการศึกษาโดยในเบื้อง ต้นเนคเทคได้กำาหนดหัวข้อของนวัตกรรมบริการการเกษตรภายใต้ SIG เกษตร ไว้ประกอบด้วย • ด้านการผลิต • ด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิตและสินค้า • ด้านการจัดการความเสี่ยงทางการเกษตร • ด้านการจัดการและส่งผ่านความรู้ • ด้านมาตรฐานข้อมูล
  • 4. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 4 • กลุ่มความร่วมมือ หรือ SIG ทางด้านการขนส่งและการค้าสินค้าเกษตร • ปี 2010 เนคเทคได้กำาหนดให้ Smart Services เป็นหนึ่งใน Flagship ของเนค เทคเช่นเดียวกับ Smart Farm, Smart Health, Smart Tourism และ Smart Education โดยจัดให้มีการประชุมระดมสมอง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2010 ใน เวทีนี้เป็นการพยายามหาโจทย์นำาร่องในการเรียนรู้เรื่องนวัตกรรมบริการของ SIG ต่างๆ • ปี 2011 ทีมงานเนคเทคได้เข้าร่วมประชุม SRII Global Conference ครั้งที่ 1 และได้มีการหาแนวทางในการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือด้านการเกษตร ภายใต้ SRII โดยมอบให้ประเทศไทยเป็นผู้จัดตั้ง ภาพที่ การประชุม SRII Global Conference • ปี 2012 ทีมงานเนคเทคได้นำาเสนอกรอบแนวคิดในการตั้ง SIG Agriculture Global ในที่ประชุม SRII Global Conference 2012 • กันยายน 2012 ได้รวมนำาเสนอแนวคิดนวัตกรรมบริการปุ๋ย ในการประชุม ่ วิชาการประจำาปีของเนคเทค หรือ NECTEC ACE 2012 โดยอดีต รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ (นายปลอดประสพ สุรัสสวดี) ได้ให้ความสนใจใน การนำาไปขยายผล
  • 5. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 5 ภาพที่ NECTEC ACE 2555 • ปี 2012 เนคเทคได้รับเชิญให้รวมจัดเวทีเสวนาเรื่องนวัตกรรมบริการการเกษตร ่ ในการประชุม SRI India ที่เมือง Mysore ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 2012 ซึ่งทำาให้ภาพของนวัตกรรมบริการการเกษตรมีความชัดเจนขึ้น โดยมีผู้ร่วมเสวนาจาก ประเทศญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา และไทย ผลจากการ ประชุมดังกล่าวนี้ ทำาให้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม SRI Asia Summit 2013 ขึ้น ในเดือนกันยายน 2013 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งเป้าประสงค์ ต้องการแนวทางปฏิบัติและทิศทางการวิจัยและสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมบริการ ด้านการเกษตรในระดับภูมิภาค ซึ่งจะนำาไปเสนอต่อการประชุม SRII Global Conference 2014 เพื่อประกาศเป็นกรอบยุทธศาสตร์ของ SIG Agriculture ต่อ ไป ภาพที่ การประชุม SRII India, 2012
  • 6. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 6จากมติการประชุมของ SIG เกษตร เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2555 Smart FarmFlagship ได้เลือกโครงการศึกษานำาร่องนวัตกรรมบริการเพื่อจะทำาความเข้าใจถึงขั้นตอน กระบวนการ ที่นำาไปสู่การกิดนวัตกรรมบริการโดยเฉพาะสาขาการเกษตร โดยที่ประชุมได้เลือกการต่อยอดงานปุ๋ยสั่งตัดของ ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ ซึ่งได้รับทุนวิจัยจาก สำานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ใน “โครงการวิจัยการจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่(ปุ๋ยสั่งตัด) เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว ข้าวโพด และอ้อยอย่างยั่งยืน” ระหว่างปี 2540-2551 และร่วมทีมประดิษฐิ์ชุดตรวจสอบ เอ็น-พี-เค ในดินแบบรวดเร็ว เป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่องด้านการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องและการลดต้นทุนการผลิต คณะทำางานให้ชื่อโครงการศึกษานำาร่องนี้ว่า “โครงการนวัตกรรมบริการปุ๋ย” เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการทำางานของ SRI Thailand ภาพที่ การประชุม SRI workshop, มีนาคม 2555, สวทช.โดยการทำางานโครงการนำาร่องนวัตกรรมบริการปุ๋ยสังตัดข้าวนี้ เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำาเนินการจาก SRI Platform เพื่อศึกษาแนวทางการนำานวัตกรรมบริการมาปรับใช้และ ให้สามารถขยายผลได้รวดเร็วด้วย business modelใหม่ที่ทำาให้เกิด value proposition ของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ให้และผู้รับบริการและมี Services Offering ใหม่ที่ทำาให้สามารถขยายผลการบริการได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ พื้นที่ศึกษาของโครงการคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวนิคมพัฒนาอ.บางระกำา จ.พิษณุโลก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตข้าว GAP บ้านลองตอง อ.สองพี่น้องจ.สุพรรณบุรี
  • 7. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 7 ภาพที่ กลุ่มเรียนรู้นำาร่อง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านห้วยขมิ้นการปรับ ใช้ห ลัก Service Science กับ การบริก ารปุ๋ย ข้า ว ให้เ กิด ServicesInnovation
  • 8. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 8 ภาพที่ Holistic Services Offering Modelเนื่องจากผลผลิตประชาชาติ (GDP) ของประเทศทางด้านการบริการ เติบโตถึง 42% (ปี2012) แสดงให้เห็นความสำาคัญของภาคการบริการในการพัฒนาประเทศ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น ตัวเลขภาคการบริการ สูงถึง % ตามลำาดับในตัวเลขภาคบริการของประเทศนี้ เป็นการบริการภาคเกษตร ประมาณ 9% จะเห็นได้ว่าโอกาสการพัฒนาภาคการบริการให้เติบโต ยังมีอีกมาก ดังนั้นการเข้าใจพื้นฐานด้านService Science จึงมีความสำาคัญ ซึ่งจะนำามาใช้ในการออกแบบนวัตกรรมบริการใหม่ๆให้ภาคธุรกิจไทย สำาหรับภาคเกษตรนั้นตัวเลขการบริการที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ยังเป็นการบริการในรูปแบบเดิม ยังไมมีการใช้นวัตกรรมบริการเข้าไปช่วยในการพัฒนามากนัก จึงเป็นความจำาเป็นที่ต้องเร่งพัฒนาความตระหนัก ความเข้าใจ และความเข้าถึงการพัฒนานวัตกรรมบริการสาขานี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประเทศยังคงความสามารถในการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรต่อไปได้ด้วยรูปแบบธุรกิจที่เกิด Value Creationใหม่ๆกับลูกค้า ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด และผลกระทบจากสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่ผันแปรไปเนื่องจากนวัตกรรมบริการเป็น Intellectual ที่เป็นเอกลักษณ์ มีความสัมพันธุ์กับcontexts ทีหลากหลาย ทั้งที่เป็นเทคโนโลยี และไม่เป็นเทคโนโลยี ทั้งที่จับต้องได้ ่(tangible) และจับต้องไม่ได้ (intangible) ดังนั้นการออกแบบนวัตกรรมบริการ(Services Innovation) จึงต้องคำานึงถึงองค์ประกอบของหลักคิด (Services Conceptหรือ Guiding Principle) ที่ ประกอบด้วย attributes 6 ตัวด้วยกัน attributes 3 ตัวแรกเป็นการออกแบบการบริการ (Service Package หรือ Offering Package) ประกอบด้วย • Core Services หรือ Core Offering คือบริหารหลักที่ต้องการพัฒนา • Enabling Services คือการบริการที่เพิ่มเติมเข้าไปในบริบทที่ทำาให้ผู้ใช้ บริการเห็นความจำาเป็นและคุณค่า เป็นการเสริมการบริการหลักโดยตรง • Enhancing Services เป็นการบริการที่อาจมีคุณค่า หรือไม่เกิดคุณค่า ต่อ ผู้รับบริการ ขึ้นกับบริบทในพื้นที่
  • 9. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 9ในการพัฒนานวัตกรรมบริการที่ดีนั้นต้องให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วม หรือมีความรับผิดชอบในการออกแบบการบริการ ที่เรียกว่า Co-Create เช่น ในกรณีของนวัตกรรมบริการปุ๋ย เกษตรกรเป็นผู้ใช้บริการโดยตรง ที่ผ่านมาเกษตรกรไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเลือกซื้อปุ๋ยสูตรที่หลากหลายทั้งสูตรปุ๋ย(มีปุ๋ยสูตรที่ขอขึ้นทะเบียนไว้ไม่ตำ่ากว่า200 สูตร) และเครื่องหมายการค้า ดังนั้น Core Services ในที่นี้คือการบริการปุ๋ยที่ตรงตามความต้องการของพืชและพื้นที่ เกษตรกรจึงต้องมีส่วนร่วมในการออกแบบบริการมี่เหมาะสม และทำาให้เกิด Enabling offering อะไร ที่เกิดคุณค่าจากการใช้บริการนั้นมากที่สุด เพราะทุก Core services นั้นล้วนแต่มี constraints หรือ varieties ของตัวเอง Enabling services ในที่นี้อาจเป็น การรวมการวิเคราะห์ดิน การคำานวนธาตุอาหารการผสมแม่ปุ๋ย และการใส่ปุ๋ย ไว้ด้วย นอกจากนี้ในการออกแบบยังต้องพิจารณาถึงปัจจัยอีก 3 อย่าง คือ • การระบุ Services Concept ที่ชัดเจน • Identify Core services เพื่อดูว่ามีอุปสรรค (constraints/varieties) อะไรบ้าง ปัจจัย ไหนที่ สามารถลดได้ (reduce) หรือ ปัจจัยไหนที่ต้องหาวิธีอื่นมาแก้ (absorb) ซึ่ง ในการศึกษานี้การ absorb อาจเป็น ICDT ที่เป็นเครื่องมือ • จำาเป็นต้องศึกษา enabling services และ enhancing services ไปควบคู่กัน เพื่อให้ เกิด Service value สูงสุดความสัมพันธุ์ของ 3 attributes ทำาให้เกิด • Core Services กับ Enhancing Services ทำาให้เกิด Add Value หรือการเพิ่ม คุณค่าให้กับการบริการหลัก ทำาให้ผู้ใช้บริการเกิดความพึงพอใจต่อการบริการ มากขึ้น • Core Services กับ Enabling Services ทำาให้เกิด Realize Value หรือความ ตระหนักของผู้ใช้บริการต่อประโยชน์และคุณค่าที่ได้รับจากการบริการเสริมจาก บริการหลัก • Enhancing Services กับ Enabling Services ทำาให้เกิด Interchange หรือการ แลกเปลี่ยนคุณค่าที่ได้รับจากการบริการ
  • 10. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 10Augmented Services Offering เป็น function ที่ทำาให้เข้าถึง ServicesOffering ซึ่งแนวคิดเรื่องการบริการถูกขยายผลให้เป็นกลุ่มบริการและข้อเสนอในรูปแบบของกิจกรรม ประกอบด้วย attributes 3 ตัว ได้แก่ • Accessibility of Services หรือการเข้าถึงข้อเสนอหรือบริการ เช่น สถานที่ ให้บริการ, Web site, Brochure, ประกาศ หรือวิธีใดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด • Interaction with the business or services provider หรือปฏิสัม พันธุ์ระหว่างธุรกิจกับผู้ใช้บริการ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำาคัญและต้องอาศัย Co- creation ที่ดี เป็นเรื่องของการจัดการ human network และ Social network • Participation หรือ Customer participation คือ การให้ผู้ใช้บริการมี ส่วนร่วมในการออกแบบ และการวิเคราะห์การบริการความสัมพันธุ์ของ attribute แต่ละคู่นั้น ทำาให้เกิดคุณค่าการบริการที่แตกต่างกันประกอบด้วย • Participation กับ Interaction ทำาให้เกิด Value Network คือ เครือข่ายของการ มีส่วนร่วมสร้างคุณค่าให้กับการบริการ • Participation กับ Accessibility of Services ทำาให้เกิด Value Creation คือ การได้รับคุณค่าของการบริการโดยผู้ใช้บริการ ผ่านช่องทางการให้บริการที่ เหมาะสมและเกิด services experiences ทีดี • Interaction กับ Accessibility of Services ทำาให้เกิด Value Density คือ การ ทำาให้เกิดการขยายผลของการบริการที่มีคุณค่าจากการใช้ ICDT เป็นเครื่องมือการทำางานศึกษาในโครงการนำาร่องนี้ก็เพื่อที่จะเข้าใจความหมาย ขั้นตอน และองค์ประกอบของนวัตกรรมบริการ โดยเฉพาะการนำาไปปรับใช้ทางด้านการเกษตร ในอันที่จะช่วยทำาให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆในการให้และการรับและนำาไปสู่คุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยดีขึ้น ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายการทำางานไว้เพื่อออกแบบการบริการตามประเด็นต่อไปนี้ • ICDT Enabling Services รูปแบบต้องเน้นการนำา ICDT มาเป็นเครื่องมือ ประกอบการพัฒนานวัตกรรมบริการ
  • 11. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 11 • Scalable ทำาให้สามารถขยายผลการเข้าถึง (Accessibility) การใช้บริการอย่าง ทั่วถึง รวดเร็ว • Out reach เกิดการพัฒนานวัตกรรมบริการแบบใหม่ที่เน้นการเข้าถึงและใช้ ประโยชน์และลูกค้า เฉพาะกลุ่ม เฉพาะพื้นที่ • Economy of scale มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน เกิดธุรกิจบริการที่ลูกค้ามีส่วน ร่วมในการออกแบบที่เหมาะสมต่อพื้นที่ และประโยชน์ใช้งาน เกิด value network ที่ขยายตัวเป็น Value constellation ต่อไปนอกจากนี้ Co-creation of value ยังต้อง propose value ให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อสร้าง value แบบต่างให้ผู้ใช้บริการ ดังนี้ • “value in use” หรือ คุณค่าที่เกิดจากการที่ผู้ใช้บริการมีความรู้สึกประทับใจต่อ บรรยากาศหรือการบริการ (services experiences) เป็นการที่ผู้ให้บริการเป็น คนกำาหนด เช่น ผู้ประกอบการจัดหาแม่ปุ๋ย และรับผสมปุ๋ยให้ตามที่ต้องการ เป็นต้น • “value in exchange” หรือ คุณค่าของการบริการอยู่ที่การแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งที่ผู้ ให้บริการเป็นคนกำาหนดเช่นกัน เช่น การซื้อปุ๋ย จะได้ปุ๋ยคุณภาพแบบไหน ขึน ้ อยู่ที่งบประมาณที่มี เป็นต้น • “value in context” หรือคุณค่าที่เกิดขึ้นกับบริบทของผู้บริโภค(เป็นการร่วมกัน กำาหนดคุณค่าการบริการระหว่างกัน) มักจะมีข้อจำากัด หรือ variety สูง เป็นการ ทำาให้เกิดเครือข่าย value constellation ที่ร่วมกันสร้างการบริการที่ทุกฝ่ายจะ ได้รับประโยชน์ร่วมกัน ในกลุ่มนี้จะนำาไปสู่การออกแบบการบริการที่เรียกว่า Services System Design หรือ Services Delivery Principle มี 7 contexts ด้วยกัน คือ • context 1 : person-to-person • context-2: technology enhanced person-to-person services • context 3: self services • context 4: multi-channel services • context 5: services of multiple devices or platforms • context 6: computer-to-computer
  • 12. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 12 • context 7: location based or context awareness services หรือการ ออกแบบการบริการที่เพิ่มคุณค่าให้ผู้รับบริการตามเงื่อนเวลาและสถานที่ซึ่งการออกแบบนวัตกรรมบริการการเกษตรโดยเฉพาะในการศึกษานำาร่องนี้ อาจจต้องเป็นการผสมผสานของ context หลายแบบ ขึ้นกับบริบทของพื้นที่ กลุ่มผู้รับบริการปัจจัยที่เป็น variety อื่นๆวัต ถุป ระสงค์โ ครงการ ภาพที่ วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยเฉพาะต้นทุนปุ๋ยข้าว เป็นที่ทราบกันดีว่าปุ๋ย เป็นต้นทุนประมาณ % ของการผลิตข้าว ปกติเกษตรกรต้องใส่ปุ๋ย 2 รอบคือ ประมาณ 15 วันหลังปลูก และ 45 วัน สูตรปุ๋ยที่ให้จะคล้ายกันทั่วประเทศ() การ ปฏิบัติที่ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานนี้ทำาให้เกิดต้นทุนที่เกินความจำาเป็น การเสื่อม สภาพของดิน และความไม่แน่นอนของผลผลิต การเปลี่ยนแนวคิดมาใช้ปุ๋ยสั่งตัด
  • 13. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 13 ของเกษตรกรบ้านห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี ทำาให้สามารถลดต้นทุนการใช้ ปุ๋ยลงได้ถึง 40% และได้ผลผลิตที่ดีขึ้น เนื่องจากการใช้ปุ๋นผสมที่ตรงตามความ ต้องการของพืช 2. เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยผสมตามความต้องการของดินในพื้นที่ ส่วนใหญ่เกษตรกรไทย จะไม่ให้ความสำาคัญของการเก็บตัวอย่างดินในแปลงปลูกเพื่อมาวิเคราะห์ธาตุ อาหารหลัก (N, P, K) เนื่องจากขาดความเข้าใจถึงความสำาคัญและความจำาเป็น การหาซื้อชุดตรวจสอบและนำ้ายา ความยุ่งยากของขั้นตอนการสุ่มเก็บตัวอย่างดิน และการวิเคราะห์ และการหาข้อมูลความรู้เรื่องดินและปุ๋ย กระบวนการของปุ๋ยสั่ง ตัดคือการเปลี่ยนแนวคิดให้เกษตรกรทำาการวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารหลักในดิน เพื่อเติมเฉพาะสิ่งที่ขาดและจำาเป็นในช่วงเวลาที่พอเหมาะ ทำาให้สามารถลด ต้นทุนการซื้อปุ๋ยสูตร 3. ได้ผลผลิตข้าวต่อพื้นที่ดีขึ้น ได้ผลผลิตดีขึ้นเนื่องจากข้าวได้รับธาตุอาหารตรง ตามต้องการในช่วงเวลาที่ถูกต้อง 4. เกิดธุรกิจบริการปุ๋ยในรูปแบบใหม่ ผู้ประกอบการค้าปุ๋ยให้ความสนใจในการปิด ธุรกิจปุ๋ยในรูปแบบของการให้บริการตรง หากรู้ความต้องการของกลุ่มเกษตรกร (demand) ว่าต้องใช้ N, P และ K ในปริมาณเท่าใด สามารถจัดส่งแม่ปุ๋ยหรือปุ๋ย สูตรใกล้เคียงได้โดยตรง และในอนาคตอาจเพื่อการบริการวิเคราะห์ดิน ผสมแม่ ปุ๋ย และการใส่ปุ๋ย เข้าไว้ในการบริการที่ครบวงจรได้ 5. ลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในระยะยาว หากมองในด้านของการเสื่อมสภาพ ของดิน การใช้ปุ๋ยสูตรในปริมาณเกินกำาหนด เป็นเวลานานมักส่งผลให้ดินเกิด การแข็งตัว ขาดสมดุลทางกายภาพและเคมีดิน ทำาให้การเพาะปลูกไม่ได้ผลผลิต ที่ดี การจัดการดินและปุ๋ยจึงเป็นเรื่องสำาคัญในการทำาการเกษตรอย่างยั่งยืน ดัง นั้นการใช้ปุ๋ยสั่งตัดจึงเป็นการเติมในสิ่งที่ขาด และในปริมาณที่จำาเป็น เป็นการ ช่วยรักษาสภาพสมดุลของดิน และหากมีการใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์จะทำาให้ คุณสมบัติทางกายภาพของดินดีขึ้นในระยะยาว 6. เกิดนวัตกรรมบริการการเกษตรใหม่ที่นำา ICDT(Information, Communication, Dissemination Technologies) การพิจารณาการใส่เทคโนโลยีเข้าไปในขั้น ตอนการผลิต มุ่งทำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและการปฏิบัติ ทีขยายผลการ ่
  • 14. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 14 ยอมรับอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว (Services Density) และทำาให้เกิด Service Experiences ใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยดีขึ้นขั้น ตอนการปฏิบ ต ิง าน ั ภาพที่ ขันตอนการปฏิบัติงาน ้
  • 15. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 15กลุ่ม ความร่ว มมือ (Co-creation) ภาพที่ Co-creation ในชุมชนนำาร่องเนื่องจาก Co-creation เป็นกลุ่มความร่วมมือของของผู้ที่เกี่ยวข้องและมีผลประโยชน์ในเรื่องนั้น Co-creation เป็นพื้นฐานที่สำาคัญและจำาเป็นอย่างยิ่งในการทำาให้เกิดนวัตกรรมริการ เป็นตัวแปรที่ทำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในทางสร้างสรรค์ระหว่างกัน โครงการนำาร่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มความร่วมมือ (Co-creation)ประกอบด้วย • ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ ที่ปรึกษาคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ดร.รุ่งโรจน์ ด่านพิทักษ์ธรรม อาจารย์ประจำาภาควิชาปฐพีวิทยา วิทยากรเรื่องปุ๋ย สั่งตัดของมูลนิธิพระดาบส ให้แนวคิดพื้นฐานเรื่องปุ๋ยสั่งตัด และการแนะนำาพื้นที่ ดำาเนินการ • ดร.ศศิพร อุษณวศิน มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ปรึกษาด้านการทำา Services Blueprint • Dr. Masahiko Nagai, Associate Director, Geoinformatics Center, School of Engineering and Technology, Asian Institute of Technology และ
  • 16. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 16 นส.กุลปราโมทย์ ประทุมชัย ผู้ช่วยและนักศึกษาปริญญาเอกที่ใช้พื้นที่นำาร่องใน การศึกษาโครงการพิเศษ เรื่อง Geo-informatics Usage for Disaster Recovery Service in Thailand สนับสนุนการเก็บข้อมูลพิกัดของแปลงนา การ พัฒนาโปรแกรมวิเคราะห์พื้นที่ ด้วยการใช้ Light UAV ในการถ่ายภาพบริเวณ พื้นที่ศึกษาเพื่อนำามาทำาแผนที่การจัดการนา ของพื้นที่นำาร่องกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี (ประมาณ 3 พันไร่) • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านห้วยขมิ้น (ผู้ใหญ่ร่ม วรรณประเสริฐ และทีมงาน) เป็นพื้นที่ศึกษาเชิงลึก และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว บ้านนิคมพัฒนา อ.บางระกำา จ.พิษณุโลก เพื่อใช้ศึกษาข้อมูลประกอบในชุมชนที่ อยู่ต่างพื้นที่กัน • กรมการข้าว โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของโครงการหมู่บ้านลดต้นทุน พื้นที่บ้านห้วย ขมิ้น จ.สระบุรี • บริษัทสินธุสุวรรณ จำากัด ผู้นำาเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศ สนับสนุนข้อมูลเรื่อง ธุรกิจปุ๋ยสูตรและแม่ปุ๋ย สนับสนุนแนวคิดให้เกิดนวัตกรรมบริการปุ๋ย เพื่อให้เกิด ธุรกิจการขายปุ๋ยแบบใหม่ที่เป็น direct services สู่เกษตรกร และทำาให้ต้นทุน การผลิตลดลง • สำานักงานการพัฒนาการเกษตร เป็นองค์กรที่ทำาหน้าที่ในการให้ทุนอุดหนุนการ วิจัยทางการเกษตร และการพัฒนาบุคลากรทางการเกษตร เข้ามาร่วมเพื่อเรียนรู้ เรื่องนวัตกรรมบริการการเกษตร และการนำาไปขยายผลในเชิงการสนับสนุนการ วิจัย และการสร้างบุคลากรด้านนวัตกรรมบริการในวงการเกษตรของประเทศการเก็บ Physical Evidences หรือข้อเท็จจริงภาคสนาม ในการศึกษานี้คือเรื่องการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรในพื้นที่นำาร่อง ในการศึกษานี้ประกอบด้วย • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์บ้านห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี สมาชิกกลุ่ม 86 คน พื้นที่ทำานารวมประมาณ 1 พันไร่ • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์บ้านนิคมพัฒนา อ.บางระกำา จ.พิษณุโลก สมาชิกกลุ่ม 8 คน พื้นที่ทำานารวมประมาณ 500 ไร่
  • 17. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 17 • หมู่บ้านลดต้นทุนบ้านลองตอง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สมาชิกกลุ่ม คน พื้นที่ทำานารวม ประมาณ 2 พันไร่ • กลุ่มผู้ผลิตยางพาราบ้านสระโคกพัฒนา อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี สมาชิกกลุ่ม คน พื้นที่ปลูกยางพารา รวมประมาณ 1 พันไร่
  • 18. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 18
  • 19. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 19
  • 20. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 20
  • 21. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 21
  • 22. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 22 ภาพที่ การประชุมร่วมกับชุมชนในการทำาโครงการนำาร่องข้อมูลที่เก็บจากภาคสนาม และได้นำาลงใน business canvas เพื่อใช้ในการวิเคราะห์Services Delivery Principle ประกอบด้วย
  • 23. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 23 ภาพที่ Services Canvas • Key partners หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ยในพื้นที่ ประกอบด้วย • เกษตรกร ในฐานะผู้ใช้หรือผู้รับบริการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง • บริษัทและร้านค้าปุ๋ยในท้องถิ่น ในฐานะผู้ให้บริการที่อาจได้รับผลกระทบ เชิงธุรกิจ ในที่นี้ได้แก่ บริษัทสินธุสุวรรณ จำากัด • หน่วยราชการในภูมิภาคและส่วนกลาง ที่เป็นผู้ให้บริการความรู้และข้อมูล เกี่ยวกับ ดินและปุ๋ยสำาหรับข้าว ในที่นี้ประกอบด้วย กรมการข้าวใน โครงการหมู่บ้านลดต้นทุน และความรู้เรื่องปุ๋ยข้าวตามค่าวิเคราะห์ดินจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แผนที่ดินและข้อมูลชุดดิน จากกรมพัฒนาที่ดิน • เนคเทค ผู้พัฒนาอุปกรณ์และ application ที่จะช่วยทำาให้รูปแบบของการ บริการให้สามารถขยายผลเกิด density ครอบคลุมการใช้งานได้ อย่าง รวดเร็วมีประสิทธิภาพ • มหาวิทยาลัย/สถานศึกษา ในที่นี้ได้แก่ ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทาลัย เกษตรศาสตร์ ที่มาของปุ๋ยสั่งตัดการดำาเนินการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสั่งตัดและ การอบรมเกษตรกรในการขยายขอบเขตการใช้ปุ๋ยสั่งตัด มหาวิทยาลัย
  • 24. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 24 ศรีปทุม การทำา business canvas และ services blueprint สถาบัน เทคโนโลยีแห่งเอเซีย (Asian Institute of Technology) ใช้ความรู้ด้าน remote sensing ในการทำาแผนที่นา และแผนที่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ในพื้นที่ศึกษา ภาพที่ การปฏิบัติงานในพื้นที่กับกลุ่มเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยสั่งตัด • Key activities หมายถึงกิจกรรมหลักที่ผู้เกี่ยวข้องใน Key partners ต้อง ปฏิบติ ั • เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร มีหน้าที่ในการ • ตรวจสอบดิน เพื่อหาค่าองค์ประกอบของไนโตรเจน(N), ฟอสฟอรัส(P) และ โปแทสเซี่ยม(K) โดยใช้ชุดตรวจสอบดิน (Soil Test Kit) ที่พัฒนาโดย ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ หาซื้อ ได้ที่ ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรอ บริษัท อี โค อะโกร จำากัด หรือทางอินเทอรณเน็ตที่
  • 25. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 25 http://soiltestkit.blogspot.com • คำานวนหาสูตรปุ๋ย โดยใช้สูตรคำานวนหาสูตรปุ๋ยข้าวของ ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ ที่เรียกว่าโปรแกรม SimRice (Site-specific Nutrient Recommendation for Rice) ซึ่งอยู่บน http://www.ssnm.info/ • หาแม่ปุ๋ย มาผสมเพื่อให้ได้ปริมาณธาตุอาหารที่ต้องการ จากร้านค้า ปุ๋ยในท้องถิ่น หรือผู้ประกอบการ • ใส่ปุ๋ย อาจเป็นการใส่เองหรือจ้างใส่ปุ๋ย • บริษัทหรือร้านค้าปุ๋ย หรือ สหกรณ์เพื่อการผลิตและการตลาด(สกต.) มีหน้าที่ในการหาแม่ปุ๋ยมาจำาหน่าย จัดส่งปุ๋ย เพื่อให้เกษตรกรหรือกลุ่ม เกษตรกร สามารถมีแม่ปุ๋ยมาผสมปุ๋ยผสมตามที่ต้องการได้ • หน่วยราชการทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ได้แก่ • กรมการข้าว โครงการหมู่บ้านลดต้นทุน เนื่องจากปุ๋ยเป็นหนึ่งใน ต้นทุนหลักของการผลิตข้าว หรือประมาณ เปอร์เซนต์ของต้นทุน ทั้งหมด หากมีนวัตกรรมบริการปุ๋ยเกิดขึ้นและสามารถขยายผล แนวคิดเรื่องปุ๋ยสั่งตัดได้ ก็จะสามารถช่วยให้โครงการหมู่บ้านลด ต้นทุนนี้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน ดังนั้นกรมการข้าวจึง สนับสนุนการทำางานของโครงการดังกล่าว โดยมีพื้นที่ทำางานร่วมกัน ใน 2 พื้นที่ ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์บ้านห้วยขมิ้น จ.สระบุรี และโครงการหมู่บ้านลดต้นทุนบ้านลองตอง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ทั้งสองชุมชนนี้มีเจ้าหน้าที่ภาคสนามของกรมการข้าว คอยให้คำาปรึกษา • ข้อมูลชุดดิน และข้อมูลทางกายภาพดิน ของกรมพัฒนาที่ดิน หา ข้อมูลจากหมอดิน หรือ Website ของกรมพัฒนาที่ดิน http://www.ldd.go.th/menu_download/download-1.htm • เนคเทค โดย SIG เกษตร เป็นผู้ศึกษา Physical evident ทำา Guiding principle และ Services Offering ในระยะแรก เพื่อเป็น ข้อมูลฐานในการเลือก services offering ที่จะใช้ ICDT เข้ามาเป็น
  • 26. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 26 เครื่องมือที่ทำาให้เกิดการขยายผลการใช้งาน หรือ density ในระยะ ต่อไป • มหาวิทยาลัย/สถานศึกษา ประกอบด้วย • ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้คำาปรึกษา เรื่องหลักการของปุ๋ยสั่งตัด ในฐานนะที่ ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะ นันทน์ และคณะ ได้รับทุนวิจัยจาก สกว. และเป็นจุดกำาเนิด ของโครงการปุ๋ยสั่งตัด การคำานวนสูตรปุ๋ยสำาหรับข้าวและ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การพัฒนาชุดตรวจสอบดิน นอกจากนี้ ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และ ดร.รุ่งโรจน์ ด่านพิทักษ์ธรรม ยัง เป็นวิทยากรหลักในการให้ความรู้เรื่องปุ๋ยสั่งตัดแก่เกษตรกร ทั่วประเทศ ด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิพระดาบส • สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย โดย Geoinformatics Center, School of Engineering and Technology, Asian Institute of Technology ได้ส่งนักศึกษาปริญญาเอก มาร่วมเก็บข้อมูล เชิงพื้นที่ของพื้นที่นำาร่องบ้านห้วยขมิ้น พร้อมพิกัด ภาพถ่าย และเทคนิด remote sensing จากภาพถ่ายมุมสูงจาก UAV เพื่อทำาแผนที่นา และแผนที่ความอุดมสมบูรณ์ของดินในการ ทำางานระยะสองที่จะทำาให้เกิด density ในการขยายผล และ • มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดย ดร.ศศิพร อุษณวศิน ในฐานะเป็น วิทยากรหลักในโครงการอบรมเรื่อง Services Innovation ของ NSTDA Academy ได้ช่วยเป็นที่ปรึกษาเรื่องการทำา business canvas และ services blueprint โดยหาก โครงการศึกษา services offering ในระยะแรกสำาเร็จก็ สามารถใช้ข้อมูลเป็นกรณีศึกษาประกอบการสอนได้ • Key Resources หมายถึงองค์ความรู้ หรือเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับกรณีศึกษา ที่มีผลทำาให้เกิดนวัตกรรมการเรียนรู้ไปสู่นวัตกรรมบริการในที่สุด ในการศึกษานี้ ประกอบด้วย key resources ได้แก่
  • 27. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 27 • ความรู้เรื่องปุ๋ยสั่งตัด เป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการศึกษาของ ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ และมีการขยายผลต่อเนื่อง ที่เป็นรูปธรรมในปัจจุบัน คือโครงการนำาร่องจากการสนับสนุนของมูลนิธิพลังนิเวศและชุมชน(การ จัดพิมพ์หนังสือ “ธรรมชาติของดินและปุ๋ย”) และมูลนิธิพระดาบส ในด้าน การจัดอบรมเกษตรกร องค์ความรู้นี้ประกอบด้วย ความรู้ในการสุ่มเก็บ ตัวอย่างดิน การเตรียมตัวอย่างดินเพื่อมาวิเคราะห์ การวิเคราะห์ตัวอย่าง ดินด้วยชุดตรวจสอบ N-P-K ดินอย่างรวดเร็ว และการคำานวนหาสูตรแม่ปุ๋ย ผสมที่เหมาะสมสำาหรับดินนั้นๆ • ความรู้เรื่องดินและปุ๋ยทั่วไป จัดทำาโดยกรมพัฒนาที่ดิน เผยแพร่ผ่าน เอกสารและบน website http://www.ldd.go.th/menu_download/download-1.htm • ความรู้เรื่อง ชุดดิน ลักษณะทางการภาพของดินแต่ละชุด และความเป็นก รดเป็นด่างของดิน ความรู้ในกลุ่มนี้มีกรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ให้บริการความรู้ ผ่านทาง หมอดิน website และเอกสารเผยแพร่ http://www.ldd.go.th/menu_download/download-1.htm • ความรู้เรื่อง พ.ร.บ ปุ๋ย ในรูปแบบเอกสารเผยแพร่ และ website http://webhost.cpd.go.th/roiet/download/%E0%B8%9E %E0%B8%A3%E0%B8%9A.%E0%B8%9B %E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2_2550_ %E0%B8%892.pdf • องค์ความรู้เรื่องการใส่ปุ๋ย ช่วงเวลาในการใส่ปุ๋ยในนาข้าวที่ส่งผ่านกันมา ในหมู่เกษตรกร • ความรู้เรื่องต้นทุนการผลิตและการลดต้นทุน จากเจ้าหน้าที่ภาคสนาม กรม การข้าว ในโครงการหมู่บ้านลดต้นทุน • การใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงแหล่งความรู้ • Value Proposition หมายถึงการแบ่งปันผลประโยชน์หรือคุณค่าจากการมา ร่วมมือกัน (Co-creation) ทำาให้เกิดนวัตกรรมบริการใหม่ ด้วยเป้าหมายของ
  • 28. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 28 โครงการนำาร่องนวัตกรรมบริการปุ๋ยนี้ ต้องการให้ • เกษตรกร ซึ่งเป็นผู้รับบริการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการมีส่วนในการ ออกแบบบริการที่ดี ดังนั้น ในการศึกษาจึงมุ่งเป้าไปที่เกษตรกรเป็นหลัก (prime mover) หากมีนวัตกรรมบริการปุ๋ยพร้อมเครื่องมือสนับสนุนด้าน ICDT จะทำาให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติงานบนข้อมูล ความถูกต้องแม่นยำา รวดเร็ว และเปลี่ยนจากจาก passive farmers ที่เป็นผู้คอยรับความช่วย เหลือ กลายเป็น active farmers คือเป็นผู้กำาหนดความต้องการบนข้อมูล มี ส่วนร่วมในการออกแบบบริการ และปรับปรุงการบริการที่มีอยู่ให้ตรงกับ ความต้องการบนหลักการของการแลกเปลี่ยนคุณค่าและประโยชน์ซึ่งกัน และกัน (Value in context) • ในส่วนของผู้ให้บริการซึ่งในที่นี้คือ บริษัทหรือผู้ประกอบการร้านค้าปุ๋ย ท้องถิ่นนั้น เมื่อมีการปรับตัวและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้นวัตกรรม บริการแล้ว จะเกิดแนวธุรกิจใหม่ที่อาจแตกแขนางไปจากเดิม เช่น การ บริการแบบ direct services ที่เป็นบริการเฉพาะกลุ่ม และพื้นที่ (localized/personalized) หากสามารถออกแบบธุรกิจร่วมกับกลุ่มผู้ใช้ หรือผู้รับบริการได้ ความสมดุลของ demand-supply ตัวใหม่จะเกิดขึ้น ตามหลักเศรษฐศาสตร์ตามมา • กลุ่มที่ได้ประโยชน์อีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ให้บริการองค์ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับดิน ปุ๋ยและข้าว ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมการ ข้าว และหน่วยงานภาครัฐ ทีจะเกิดการพัฒนา Information/knowledge ่ as a Services ตามมา และเป็นรูปแบบ on-demand ที่ส่งเฉพาะข้อมูล ความต้องการที่เป็น localized/personalized จริงๆ • กลุ่มที่พัฒนาเทคโนโลยี ICDT จะสามารถปรับเทคโนโลยีให้เหมาะกับ โจทย์ในพื้นที่ ทางด้าน Platform as a services และ Knowledge as a services ไม่หลงประเด็น และนำาไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ร่วมกับ ชุมชน และภาคเอกชน • Customers Relationship หรือ Interaction คือ ความสัมพันธุ์ระหว่างผู้ให้
  • 29. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 29 บริการกับผู้รับบริการ ในการศึกษานี้ประกอบด้วย • ในกรณีกลุ่มเกษตรกร เป็นผู้ให้บริการ จะเกิดความสัมพันธุ์เชิงกลุ่มระหว่าง กลุ่มเกษตรกรคือคณะกรรมการบริหารกลุ่ม กับสมาชิกในกลุ่ม เป็นความ สัมพันธุ์เชิงสังคมนำาหน้าธุรกิจ • ในกรณีภาคเอกชน ได้แก่ร้านค้าปุ๋ยหรือบริษัทปุ๋ยเป็นผู้ให้บริการ จะเกิด ความสัมพันธุ์เชิงธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกบกลุ่มเกษตรกร หรือ เกษตรกรรายย่อย • ความสัมพันธุ์ด้านการเป็นพี่เลี้ยง จะเกิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เป็น ผู้นำาความรู้ด้านการจัดการดินและปุ๋ย หรือความรู้ประกอบด้านเทคโนโลยี การเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน ในลักษณะ active และ passive • Customers Segment หรือ กลุ่มของผู้รับบริการ ในการศึกษานี้เน้นที่กลุ่ม เกษตรกรและสมาชิกกลุ่มเป็นหลัก • Channels หรือ Accessibility of Services คือ วิธีการให้บริการ ในการศึกษานี้ จะประกอบด้วย tangible และ intangible ในกรณี tangible ได้แก่ วิธีการขนส่ง (logistics) ปุ๋ยจากร้านค้าไปสู่กลุ่มเกษตรกร หรือสมาชิกกลุ่ม ถ้ามีรูปแบบของ Services Offering ที่ชัดเจน ส่วน intangible นั้น ได้แก่กรณีของ Knowledge as a Services ของการส่งข้อมูลสู่ผู้รับบริการในรูปแบบ localized/personalized ผ่านทางเครื่อมือ ICDT • Cost Structures หรือ โครงสร้างต้นทุนดำาเนินการของเกษตรกร ในกรณีศึกษนี้ ปุ๋ยเป็นต้นทุนประมาณ 40% ของต้นทุนทั้งหมด ดังนั้น ถ้าสามารถพัฒนา Services Offering ที่นำาไปใช้ได้จริงจะสามารถลดต้นทุนส่วนนี้ลงได้ประมาณ 50% (ผลจากการศึกษาในงานปุ๋ยสั่งตัด) ส่วนต้นทุนที่เหลือนั้นจะมีการศึกษาใน รายละเอียดในโครงการหม่บ้านลดต้นทุน ที่จะนำาเสนอในส่วนอื่นต่อไป • Revenue Stream หรือแหล่งที่มาของเงินทุน ในการศึกษานี้ จะมีแหล่งเงินทุน ประกอบด้วย • การระดมทุนของกลุ่มเกษตรกร ในกรณีของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ด พันธุ์ข้าวบ้านห้วยขมิ้น จ.สระบุรี มีการกู้ยืม ธกส.จำานวน 3 ล้านบาท เป็นก
  • 30. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 30 องทุนตั้งต้น และมีการเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกกลุ่มเป็นเงินทุนหมุนเวียนใน การดำาเนินธุรกิจขายเมล็ดพันธุ์ข้าว • เกษตรกรรายย่อย ส่วนใหญ่ยังเป็นลูกหนี้ ธกส. ในการกู้เงินลงทุนและซื้อ ปัจจัยการผลิต
  • 31. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 31
  • 32. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 32 ภาพที่ การปฏิบัติงานภาคสนามGuiding Principlesเป็นรายละเอียดของการปฏิบัติงานในปัจจุบันของเกษตรกรเกี่ยวกับการปลูกข้าวทั้งระบบ เพื่อให้เห็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องในกระบวนการปลูกข้าวของเกษตรกร ข้อมูลส่วนนี้จะนำาไปสร้าง Blueprint เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ในขั้นตอนต่อไปขั้นตอนการปลูกข้าวของศูนย์วิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์บ้านห้วยขมิ้น (ผู้ใหญ่ร่มวรรณประเสริฐ) ข้อมูลทั่วไป ต.ห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี ประกอบด้วย • 14 หมู่บ้าน จำานวนเกษตรกร 131 ครัวเรือน ประกอบอาชีพทำานา 111 ครัวเรือน • มีพื้นที่ ทั้งหมด 9453 ไร่ เป็นพื้นที่ทำาการเกษตร 3452 ไร่ ในจำานวนนี้ใช้ทำานา ปี 3400 ไร่ นาปรัง 2734 ไร่ (พื้นที่ที่มีนำ้าชลประทาน) ในพื้นที่บ้านห้วยขมิ้นนี้ ปกติจะทำานาปีละ 2 ครั้ง โดยมีการพักนาประมาณ 1 เดือน และจะปลูกพืชบำารุง ดิน เช่น ปอเทือง หรือปลูกผัก (บวบ ถั่วฝักยาว แตงกวา) ตามคันนา • พื้นที่ศึกษาอยู่ที่ หมู่ 2 บ้านห้วยทองหลาง ประกอบด้วยประชากร 64 ครัวเรือน
  • 33. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 33 จำานวน 357 คน มีผู้ใหญ่ร่ม วรรณประเสริฐ เป็นประธานกลุ่มในปี 2551 เริ่มจัดตั้งกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และพัฒนาเป็นศูนย์วิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวห้วยขมิ้น ในปี 2552 ในปีเดียวกันนี้เองที่เริ่มเรียนรู้เรื่องปุ๋ยสั่งตัดจากอ.ทัศนีย์ และคณะ โดยสามารถลดค่าปุ๋ยในปีแรกลงได้ 500 บาทต่อไร่ ทำาให้เกิดแรงจูงใจในการศึกษาการใช้ปุ๋ยสั่งตัดอย่างจริงจังในเวลาต่อมา จนกลายเป็นกลุ่มต้นแบบของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการใช้ปุ๋ยสั่งตัด ในปี 2555 ภาพที่ Guiding Principle จาก Physical Evidencesขั้น ตอนการเตรีย มการการจัด หาเมล็ด พัน ธุ์เมล็ดพันธุ์เป็นปัจจัยการผลิตตั้งต้นที่สำาคัญยิ่ง และเป็นหนึ่งใน variety/constraint ของการผลิต เนื่องจากการขาดเมล็ดพันธุ์ดีและคุณภาพดี และเกษตรกรมักพบพันธุ์ปลอมปนเมื่อซื่อเมล็ดพันธุ์จากร้านค้าที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากกรมการข้าว กลุ่มจึงได้จัดตั้งศูนย์วิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านห้วยขมิ้นขึ้นตั้งแต่ ปี 2552 เพื่อผลิต
  • 34. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 34เมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้นใช้เองจากการสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตรและการตรวจรับรองจากกรมการข้าว ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม จำานวน 17 คน มีผู้ใหญ่ร่ม วรรณประเสริฐ เป็นประธาน พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์รวม 314 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 200 ตันต่อปี แปลงที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกลุ่ม ดังนี้ • ต้องเป็นแปลงนาดำา เท่านั้น (เพื่อความสะดวกในการเข้าถอนข้าวปน) • ใช้เมล็ดพันธุ์ขยายของกรมการข้าว และเปลี่ยนพันธุ์ทุกฤดูปลูก • คณะกรรมการกลุ่ม (4 คน) ต้องออกตรวจตัดพันธุ์ปน 3-5 ครั้งต่อฤดูปลูก • มีการสุ่มตรวจข้าวก่อนรับซื้อ โดยใน 500 กก.ข้าวเปลือก จะมีเมล็ดข้าวแดงปน ได่ไม่เกิน 10 เมล็ด • ความชื้นต้องไม่เกิน 14% • คัดทำาความสะอาดด้วยเครื่องคัดแยกเมล็ดของกลุ่ม • มีระบบตรวจสอบย้อนกลับในฤดูปลูก นาปี 2555/56 มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ ดังนี้ • สุพรรณบุรี 1 จำานวน 25 ตัน • กข. 31 จำานวน 30 ตัน • กข. 41 จำานวน 50 ตัน • กข. 47 จำานวน 80 ตัน • 41 พวง จำานวน 20 ตันแผนสำาหรับนาปรัง ปี 2555/56 • สุพรรณบุรี 1 จำานวน 25 ไร่ • กข. 41 จำานวน 50 ไร่ • กข. 31 จำานวน 32 ไร่ • กข. 47 จำานวน 140 ไร่ • กข. 49 จำานวน 30 ไร่กลุ่มขายเมล็ดพันธุ์ในราคา กก.ละ 23 บาท ลูกค้าของกลุ่ม ประกอบด้วย • สกต.สระบุรี จำานวนสั่งซื้อ 70 ตัน • กลุ่มเกษตรกร จำานวนสั่งซื้อ 25 ตัน • สมาชิกกลุ่ม/เกษตรกรทั้วไป จำานวนประมาณการ 70/40 ตัน
  • 35. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 35การเตรีย มดิน การป้องกันกำาจัดข้าววัชพืช โดยการใช้เครื่องโรตารีตีนา ปล่อยให้แห้งเพื่อให้วัชพืชงอกและไถกลบ ปล่อยให้ข้าววัชพืชงอกอีกครั้งจึงตีดินการปลูก ปัจจุบันเนื่องจากการขาดแรงงานภาคเกษตร และเกษตรกรมีอายุมากขึ้นการปลูกข้าวในภาคกลางภาคเหนือตอนล่างในเขตชลประทานได้เปลี่ยนจาก การดำานาหรือการหว่าน มาใช้วิธีโยนกล้า หรือ ใช้เครื่องดำานา มีเกษตรกรบางรายที่รับจ้างโยนกล้า โดยรับจ้างหาเมล็ดพันธุ์ เพาะใส่ถาดพลาสติก 15 วัน และโยนกล้าในราคา 180บาทต่อไร่ หากหาเมล็ดพันธุ์มาเองก็คิดค่าโยน 150 บาทต่อไร่ ส่วนในกรณีใช้รถดำานานั้น ค่าจ้างในการใช้เครื่องปักดำา ประมาณ 1300 บาทต่อไร่ แต่จะได้ระยะปลูกที่สมำ่าเสมอสะดวกในการดูแลขั้น ตอนการดูแ ลรัก ษา 1. การป้องกันศัตรูพืชด้วยสารเคมีเกษตร ด้านการกำาจัดศัตรูพืช ใช้วิธีผสมผสาน โดยมีการตรวจนับแมลงก่อนการใช้สารเคมี มีการใช้สารป้องกันกำาจัด 1 ครั้ง ต่อ ฤดูปลูก จากเดิม 3 ครั้ง ปัจจุบันจะใช้วิธีจ้างผู้รับจ้างพ่นยาดำาเนินการให้ 2. การใส่ปุ๋ย ในด้านการใช้ปุ๋ยสั่งตัด กลุ่มของผู้ใหญ่ร่วมมีต้นทุนการผลิตตำ่ากว่า 2967 บาทต่อไร่ เป็นต้นทุนปุ๋ยประมาณ 700 บาทต่อไร่ได้ผลผลิตประมาณ 860- 900 กก.ต่อไร่ (เฉลี่ยทั้งตำาบลประมาณ 750 กก.ต่อไร่) มีกำาไรประมาณ 5599 บาทต่อไร่ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับมาใช้ปุ๋ยสั่งตัด การใส่ปุ๋ยจะจ้างคนใส่ ปุ๋ย ไร่ละ 60 บาท การใส่ปุ๋ยของกลุ่ม ใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 15 วันหลังการ ปักดำา และครั้งที่ 2 เมื่อข้าวมีอายุได้ 45 วันหลังการปักดำา ทั้งนี้กลุ่มสามารถ วิเคราะห์ดินเพื่อหารค่า N,P , K และ pH ได้ด้วยชุดตรวจสอบดินของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจากค่าการวิเคราะห์ดินนี้นำาไปใช้ในการคำานวน สูตรปุ๋ย เพื่อหาแม่ปุ๋ยมาผสมให้ได้ปริมาณปุ๋ยตามที่ต้องการในแต่ละพื้นที่ ปัจจุบันมีสมาชิก จำานวน 65 คน พื้นที่ใช้ปุ๋ยสั่งตัดรวม 3160 ไร่ มีการสั่งปุ๋ยรวม กันในปี 2555 ประมาณ 1 ล้านบาท ลดลงจาก ปี 2550 ที่มีปริมาณการสั่งปุ๋ย ประมาณ 1.9 ล้านบาท เนื่องจากปุ๋ยเป็นต้นทุนการผลิตที่คิดเป็นสัดส่วนสูงสุด ใน
  • 36. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 36 ปี 2555 มีเกษตรกรในพื้นที่และจากพื้นที่อื่นสนใจมาศึกษาดูงานกว่า 1600 คนขั้น ตอนการเก็บ เกี่ย วและขนส่ง 1. การเก็บเกี่ยว ใช้เครื่องเก็บเกี่ยว ค่าจ้างไร่ละ 640 บาท 2. การขนส่ง ค่าขนส่งในกรณีส่งโรงสีใกล้เคียง กก.ละ 20 บาทรูป แบบการบริห ารจัด การกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีการบริหารจัดการในรูปแบบ กองทุนโดยตั้ง กองทุนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำาบลห้วยขมิ้น ขึ้น โดยมีการขายหุ้นให้สมาชิกหุ้นละ 1000 บาท คนหนึ่งมีสิทธิซื้อได้ไม่เกิน 50 หุน ปัจจุบันมีสมาชิก ้ในส่วนกองทุน จำานวน 88 คน จำานวนหุ้น 1184 หุน กลุ่มถือหุ้นเอง 100 หุ้น มีเงิน ้ทุนหมุนเวียน 1,376,689 บาท ปี 2555 จ่ายเงินปันผลสมาชิก จำานวน 349,596 บาทเฉลี่ยหุ้นละ 295 บาท ในจำานวนเงินหมุนเวียนนี้กองทุนฯได้ปล่อยสินเชื่อเรื่องปุ๋ยให้สมาชิกไป จำานวน 850,000 บาท กองทุนฯยังได้กู้เงินจาก สกต. ธกส. เพื่อใช้หมุนเวียนจำานวน 2.5 ล้านบาท และชำาระคืนเป็นระยะ ปัจจุบันมีหนี้ค้าง ธกส. ประมาณ 1.9 ล้านบาทการจัดสรรผลประโยชน์ของกองทุน • นำาเข้ากองทุนหมุนเวียน 40% • ปันผลสมาชิก 40% • ใช้เป็นค่าบริหารจัดการกลุ่ม 10% • จัดสรรเป็นสวัสดิการและสาธารณประโยชน์ 10%Services Blueprintผู้ศึกษาได้นำา physical evidences ในพื้นที่ มาแยกแยะองค์ประกอบและใส่ลงใบแบบฟอร์มของ service blueprint เพื่อดูความสัมพันธุ์ของแต่ละองค์ประกอบ และใช้ประกอบการวิเคราะห์ service offering ในลำาดับต่อไป
  • 37. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 37แต่ก่อนจะนำาเสนอ blueprint ในเรื่องการใส่ปุ๋ยข้าวนั้น ขอเสนอความสัมพันธุ์ของกระบวนการปลูกข้าวกับการเชื่อมโยงกับความรู้ทางด้านการบริการ แนวทางเบื่องต้นในการนำาไปสู่การออกแบบการบริการใหม่ก่อน เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันและการเกิดการบริการระดับพื้นที่ในแต่ละส่วนของการผลิตที่พบในการปลูกข้าว เพื่อเป็นข้อมูลฐานใช้ในการพัฒนานวัตกรรมบริการในอนาคตสำาหรับข้าวไทยจากตาราง Co-creation matrix จะประกอบด้วย 2 มิติ ด้วยกันคือ • ขั้นตอนการปลูกข้าว เริ่มตั้งแต่ การเตรียมเมล็ดพันธุ์ดี การเตรียมดิน การปลูก การใช้เคมีเกษตร การใส่ปุ๋ย การเก็บเกี่ยวและการขนส่ง • กลุ่มผู้มีส่วนร่วมที่จะทำาให้เกิดการบริการ ประกอบด้วย เกษตรกร(Prime mover) ที่เน้นการให้เกิดการพัฒนา Value in context ภาครัฐ เน้นการพัฒนา Information as a Services และภาคเอกชน ทีต้องมองการพัฒนา business model ที่เกิด ่ Economic of scale และ เกิด Value network ระหว่างกันทั้งสองมิติในตารางนี้ทำาให้เห็นบทบาทและความสำาคัญ โจทย์ปัญหา และจุดสำาคัญที่จะนำามาพิจารณาการออกแบบนวัตกรรมบริการเริ่มต้น ซึ่งในการศึกษานี้จะหยิบเฉพาะเรื่องการใส่ปุ๋ยมาเป็นประเด็นนำาร่องก่อน ส่วนองค์ประกอบอีกเรื่องหนึ่งที่นำาเสนอในตารางคือการจัดการความรู้ ที่ต้องสัมพันธุ์กับการใช้ประโยชน์ในทั้งสองมิติ เน้นการoptimized resources of tacit knowledge และเป็นอีกหัวข้อหนึ่งของการพัฒนาInformation/Knowledge as a Services ควบคู่กันไปตารางที่ ความสัมพันธุ์สองมิติระหว่างกระบวนการปลูกข้าวกับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง
  • 38. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 38
  • 39. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 39จากตาราง Co-creation matrix ดังกล่าว ในการทำางานระยะที่สองที่จะเน้นการทดสอบการนำา ICDT ไปใช้งานในพื้นที่นำาร่องกับ Services Offering ที่เลือกนั้น ได้กำาหนดกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่เป็น prime mover ซึ่งในที่นี้คือเกษตรกรไว้ 3 ลำาดับ ที่สอดคล้องกับนโยบาย Smart Farmers ประกอบด้วย • Smart Farmers หรือกลุ่มเกษตรกรเข้มแข็งที่ได้เรียนรู้การนำา ICDT มาใช้ พัฒนาการเกษตรและนวัตกรรมบริการ พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรกลุ่มอื่นๆได้ • Intelligence Farmers หรือกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการเรียนรู้การใช้ เทคโนโลยี ICDT ในการพัฒนาการเกษตรและนวัตกรรมบริการ อยู่ในขั้นตอน ของการเปลี่ยนผ่าน • Potential Farmers หรือกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการเรียนรู้ที่จะจัดตั้งกลุ่ม ความร่วมมือ และพร้อมเรียนรู้ต่อยอดในแนวคิดและการใช้เทคโนโลยี
  • 40. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 40การลงข้อ มูล ในตาราง Blueprint As-Is
  • 41. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 41 ภาพที่ Services Blueprint: As-Isจากภาพของ Services Blueprint ที่เป็น As-is หรือภาพปัจจุบัน สามารถแบ่ง layerของข้อมูลออกเป็น • สิ่ง ที่ส ง เกตุเ ห็น (PE-Physical evidences) ในเรื่อ งเกี่ย วกับ ปุ๋ย ในที่นี้ ั ได้แก่ • เกษตรกร • การเก็บตัวอย่างดินเพื่อใช้สำาหรับวิเคราะห์หาธาตุอาหารในดิน ซึ่ง ตามขั้นตอนเกษตรกรต้องสุ่มเก็บตัวอย่างดิน 10 จุดในแปลงนา ตาก ดินให้แห้ง และทุบดินให้ละเอียด เพื่อใช้ตรวจสอบหาธาตุอาหารใน ดินด้วยชุดนำ้ายาตรวจสอบ (soil test kit) อีกวิธีหนึ่งคือส่งตัวอย่าง ดินไปให้หน่วยราชการที่รับให้บริการตรวจสอบดิน เช้น กรม พัฒนาที่ดิน มหาวิทยาลัยบางแห่งที่มีห้องปฏิบัติการด้านปฐพีวิทยา เป็นต้น ปกติจะใช้กินเวลาประมาณ 2 เดือน เกษตรกรจึงจะได้ผล วิเคราะห์ดิน
  • 42. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 42 • การใช้ชุดตรวจสอบ N-P-K ในดิน (soil test kit) ซึ่งเกษตรกรต้อง จัดซื้อ อาจเป็นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือเอกชน มักจะมี ความคาดเคลื่อนจากการเสื่อมของนำ้ายา หรือสายตาของคน วิเคราะห์ในการอ่านค่าสี • การวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) • การรู้ข้อมูลชุดดิน (soil series) ในพื้นที่ • การคำานวนสูตรแม่ปุ๋ย เพื่อผสมปุ๋ยให้ได้ตามค่าวิเคราะห์ดิน เกษตรกรต้องมีความรู้เรื่องการคำานวนสูตรปุ๋ย จากสูตรคำานวนของ ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ • การจัดหาแม่ปุ๋ย เพื่อมาผสมตามสูตรที่ต้องการ เป็นอุปสรรคที่สำาคัญ เนื่องจากปกติ ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยจะขายปุ๋ยสูตรสำาเร็จเป็นส่วน ใหญ่ การขอซื้อแม่ปุ๋ยจะต้องมีความต้องการ (demand) ในปริมาณ มากพอที่บริษัทจะขายให้ และแม่ปุ๋ยบางชนิดมีการสลายตัวเนื่องจาก สภาพอากาศไม่สามารถเก็บได้นาน แม่ปุ๋ยที่สำาคัญประกอบด้วย ปุ๋ย ไนโตรเจน (แม่ปุ๋ยเอ็น) คือ ปุ๋ยยูเรีย (NH2)2CO (46-0-0), ปุ๋ย แอมโมเนียมซัลเฟต (NH4)2SO4 (21-0-0), ปุ๋ยฟอสฟอรัส (แม่ปุ๋ย พี) เช่น ปุ๋ยทรปเปิ้ลซุปเปอร์ฟอสเฟส Ca(H2PO4)2 (0-46-0), ปุ๋ย ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต หรือปุ๋นแดป (NH4)2HPO4 (18-46-0), ปุ๋ยโฟแทสเซี่ยม (แม่ปุ๋ยเค) เช่น ปุ๋ยโพแทสเซี่ยมคลอไรด์ KCL (0- 0-60), ปุ๋ยโพแทสเซี่ยมซัลเฟต K2SO4 (0-0-50) ซึ่งปุ๋ยผสมใน ความหมายของโครงการนำาร่องนี้คือการใช้แม่ปุ๋ยมาผสมตาม สัดส่วนตามค่าวิเคราะห์ดินที่ได้ • การผสมปุ๋ย ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกษตรกรต้องพบ เนื่องจากปุ๋ยที่ ผสมจากแม่ปุ๋ยต้องจัดการใส่ปุ๋ยในเวลาจำากัด การผสมปุ๋ยใน ปริมาณมากอาจต้องมีเครื่องผสมปุ๋ยมาช่วยทุ่นแรงและเวลา ปกติ เกษตรกรบางรายก็ดัดแปลงอุปกรณ์อื่นมาใช้ เช่น เครื่องผสมปูน เป็นต้น • การใส่ปุ๋ย ปกติเป็นขั้นตอนที่เกษตรกรดำาเนินการเอง แต่ในปัจจุบัน
  • 43. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 43 มีผู้ให้บริการใส่ปุ๋ยในนาข้าวด้วยเครื่องพ่นปุ๋ย ในอัตราไร่ละ ประมาณ 60 บาท และเกษตรกรเริ่มสนใจใช้บริการ เรื่องจากสะดวก และรวดเร็ว • ผู้ประกอบการ • ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยจะขายปุ๋ยสูตรสำาเร็จเป็นส่วนใหญ่ การ ขอซื้อแม่ปุ๋ยจะต้องมีความต้องการ (demand) ในปริมาณมาก พอที่บริษัทจะขายให้ และแม่ปุ๋ยบางชนิดมีการสลายตัว เนื่องจากสภาพอากาศไม่สามารถเก็บได้นาน • ภาครัฐ • การหาความรู้เรื่องปุ๋ยข้าว ข้อมูลชุดดิน ปกติเกษตรกรต้องหา จากเอกสารจากเจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่ หรือ อบต. หรือ เข้าไปค้นหาจาก web ของหน่วยงาน • กิจ กรรมที่เ กษตรกรต้อ งมีส ว นเกี่ย วข้อ ง (CA-Customer Action) ่ • การเก็บตัวอย่างดินเพื่อใช้สำาหรับวิเคราะห์หาธาตุอาหารในดิน ซึ่งตามขั้น ตอนเกษตรกรต้องสุ่มเก็บตัวอย่างดิน 1 ตัวอย่างในแปลงนา ซึ่งจะนับเป็น ตัวแทนของพื้นที่ไม่เกิน 25 ไร่ ในดิน 1 ตัวอย่างต้องเก็บตัวอย่างประมาณ 15-20 จุดต่อแปลง ขุดดินในความลึกประมาณ 15 ซม.ตากดินให้แห้ง และ ทุบดินให้ละเอียดและผสมดินให้เข้ากัน ก่อนแบ่งดินนี้ออกเป็น 4 ส่วน เท่าๆ กัน เพื่อใช้ตรวจสอบหาธาตุอาหารในดินด้วยชุดนำ้ายาตรวจสอบ (soil test kit) อีกวิธหนึ่งคือส่งตัวอย่างดินไปให้หน่วยราชการที่รับให้บริการตรวจ ี สอบดิน เช่น กรมพัฒนาที่ดิน หรือมหาวิทยาลัยบางแห่งที่มีห้องปฏิบัติการ ด้านปฐพีวิทยา เป็นต้น ปกติจะใช้กินเวลาประมาณ 2 เดือน เกษตรกรจึงจะ ได้ผลวิเคราะห์ • การใช้ชุดตรวจสอบ N-P-K ในดิน (soil test kit) ซึ่งเกษตรกรต้องจัดซื้อ อาจเป็นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือเอกชน มีความคาดเคลื่อนจาก การเสื่อมของนำ้ายา หรือสายตาของคนวิเคราะห์ในการอ่านค่าสี
  • 44. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 44 • การคำานวนสูตรแม่ปุ๋ย เพื่อผสมปุ๋ยให้ได้ตามค่าวิเคราะห์ดิน เกษตรกรต้อง มีความรู้เรื่องการคำานวนสูตรปุ๋ย จากสูตรคำานวนของ ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะ นันทน์ • การจัดหาแม่ปุ๋ย เพื่อมาผสมตามสูตรที่ต้องการ เป็นอุปสรรคที่สำาคัญ เนื่องจากปกติ ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยจะขายปุ๋ยสูตรสำาเร็จเป็นส่วนใหญ่ การขอซื้อแม่ปุ๋ยจะต้องมีความต้องการ (demand) ในปริมาณมากพอที่ บริษัทจะขายให้ และแม่ปุ๋ยบางชนิดมีการสลายตัวเนื่องจากสภาพอากาศ ไม่สามารถเก็บได้นาน • การผสมปุ๋ย ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกษตรกรต้องพบ เนื่องจากปุ๋ยที่ผสมจาก แม่ปุ๋ยต้องจัดการใส่ปุ๋ยในเวลาจำากัด การผสมปุ๋ยในปริมาณมากอาจต้องมี เครื่องผสมปุ๋ยมาช่วยทุ่นแรงและเวลา ปกติเกษตรกรบางรายก็ดัดแปลง อุปกรณ์อื่นมาใช้ เช่น เครื่องผสมปูน เป็นต้น • การใส่ปุ๋ย ปกติเป็นขั้นตอนที่เกษตรกรดำาเนินการเอง แต่ในปัจจุบันมีผู้ให้ บริการใส่ปุ๋ยในนาข้าวด้วยเครื่องพ่นปุ๋ย ในอัตราไร่ละประมาณ 60 บาท และเกษตรกรเริ่มสนใจใช้บริการ เรื่องจากสะดวกและรวดเร็ว • กิจ กรรมที่เ จ้า หน้า ที่ต ้อ งทำา และสามารถมองเห็น ได้ (VSA- Visible Staff Action) • การตรวจวิเคราะห์ตวอย่างดิน ั • การจัดหา ชุดตรวจสอบ N-P-K ในดิน • การคำานวนสูตรปุ๋ยผสม • การจัดส่งปุ๋ยจากร้านค้า • การอบรมให้ความรู้เรื่องปุ๋ยสั่งตัด • กิจ กรรมที่เ จ้า หน้า ที่ต ้อ งทำา และไม่ส ามารถมองเห็น ได้ (ISA- Invisible Staff Action) • การตรวจหาสารประกอบและธาตุอาหารดินในห้องปฏิบัติการ • การพัฒนา ชุดตรวจสอบ N-P-K ในดิน หรือ sensors ที่ใช้ตรวจสอบ ปริมาณธาตุอาหารหลักในดิน • การพัฒนาโปรแกรมการคำานวนสูตรแม่ปุ๋ยเพื่อผสมปุ๋ย หรือการพัฒนา
  • 45. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 45 โปรแกรมดังกล่าวนี้บน Mobile application • การพัฒนา Website เพื่อให้ความรู้เรื่องดินและปุ๋ย • การเขียนบทความ และจัดทำาความรู้เรื่องปุ๋ยสั่งตัด • การที่ผู้ให้บริการปุ๋ยเตรียมการสั่งแม่ปุ๋ย เส้นทางการขนส่ง สถานที่เก็บแม่ ปุ๋ย • นโยบายหรือ มาตรฐานการดำา เนิน งาน (PP- Policy and Procedure) • ความรู้เรื่อง พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติปุ๋ย(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ซึ่งสิ่งที่ต้องระวังตามบทบัญญัติตาม พ.ร.บ.นี้คือ เกษตรกรไม่สามารถเอาปุ๋ยผสมจากแม่ปุ๋ยนี้ไปขายต่อได้ เพราะถือว่าไม่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียน • ความรู้เรื่องปุ๋ยสั่งตัดของ ศจ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ ในหนังสือ ธรรมชาติของดินและปุ๋ย จัดพิมพ์โดยโครงการรวมพลังพลิกฟื้นแผ่นดิน เกษตรไทย มูลนิธิพลังนิเวศและชุมชน หรือหาอ่านจาก http://www.ssnm.info/ • ข้อมูลชุดดิน (soil series) ที่ใช้ปลูกข้าว 95 ชุดดิน ของกรมพัฒนาที่ดิน • แนวนโยบายลดต้นทุนการผลิตข้าว ของกรมการข้าว • ระบบ ICT ที่ส นับ สนุน ภายใน (ISS- Internal Support System) • การสร้างฐานข้อมูลเรื่องดินและปุ๋ย บน Website ของหน่วยงาน เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมพัฒนาที่ดิน มูลนิธิพลังนิเวศและชุม กรม พัฒนาที่ดิน เป็นต้น • การจัดทำา Website ให้ความรู้เรื่องข้าวทั่วไป • ระบบ ICT ที่ส นับ สนุน จากภายนอก (ESS- External Support System) • ระบบการสื่อสารแบบ on line หรือ Wifi • สื่อที่เป็นวิทยุ โทรทัศน์ หรือสื่อผสม • การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล • ทรัพ ยากรที่จ ำา เป็น เช่น องค์ค วามรู้ บุค ลากรที่ช ำา นาญเฉพาะด้า น
  • 46. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 46 (RR- Required Resources) • ขั้นตอนการปฏิบัติ ของปุ๋ยสั่งตัด • การเข้ารับการอบรมปุ๋ยสั่งตัดจากทีมงาน ที่ดำาเนินการในเรื่องดังกล่าว เช่น มูลนิธิพระดาบส หรือ มูลนิธิพลังนิเวศและชุมชน หรือ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เป็นต้น • องค์ความรู้ของเกษตรกร (tacit knowledge) ด้านการปลูกข้าว และการ จัดการดิน (ซึ่งเป็นสิ่งสำาคัญในการ optimized resources of tacit knowledge ผ่านกระบวนการ collaboration-participation-sharing)จากข้อมูลที่ได้ในตาราง Services Blueprint As-IS หรือข้อมูลตามความเป็นจริงในปัจจุบัน ประกอบกับปัญหาหรือข้อจำากัด (variety) ในแต่ละขั้นตอนที่เกี่ยวกับการให้ปุ๋ยจะนำาไปสู่ขั้นตอนของการพิจารณาออกแบบนวัตกรรมบริการใหม่ที่เหมาะสม ทั้งนี้เน้นการนำา ICDT มาเป็นเครื่องมือที่ทำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเพิ่มเติมส่วนเทคโนโลยีและการจัดการนี้ จะได้ตารางใหม่ที่เรียกว่า Services Blueprint To-be หรือภาพของการบริการที่น่าจะมีถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าขั้นตอนการใส่ปุ๋ยข้าวของเกษตรกร และการเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใส่ปุ๋ยมาใช้วิธีปุ๋ยสั่งตัดนั้น มีข้อจำากัดหรืออุปสรรค (variety)หลายประการ จึงจำาเป็นต้องนำา variety เหล่านี้มาร่วมพิจารณา เพื่อหาเครื่องมือในการลดปัญหาหรือทดแทน ความผันแปรที่เกิดขึ้นVarieties/Constraints หรือข้อจำากัดที่เกิดขึ้นที่อาจเกิดจากปัจจัยภายนอกและภายใน ซึ่งมีผลกระทบต่อการผลิตข้าว และการใช้ปุ๋ยของเกษตรกร ประกอบด้วย 1. องค์ความรู้และความชำานาญเฉพาะด้าน เช่น การใช้ชุดตรวจสอบดิน การคำานวน สูตรปุ๋ย การใส่ปุ๋ย การจัดการนำ้าในนาข้าว เป็นต้น 2. อุปกรณ์หรือเครื่องจักรกลการเกษตร ที่จำาเป็น เช่น เครื่องดำานา เครื่องพ่นปุ๋ย เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องอบข้าวเปลือก โรงสีชุมชน เครื่องเก็บเกี่ยว เครื่องบรรจุถุง เป็นต้น
  • 47. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 47 3. แรงงานที่มีความชำานาญ (skill workers) มีค่าจ้างที่สูงและขาดแคลน 4. การจัดหาปัจจัยการผลิตที่ทีคุณภาพ เช่น แม่ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เป็นต้น 5. ปัจจัยจากการผันแปรสภาพอากาศต่อผลผลิต 6. นโยบายภาครัฐตารางที่ ข้อจำากัดที่พบในการทำางาน (Variety)
  • 48. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 48
  • 49. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 49
  • 50. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 50
  • 51. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 51
  • 52. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 52
  • 53. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 53Varieties เหล่านี้ ที่พบจากการลงพื้นที่นี้ จะเป็นข้อมูลฐานที่ใช้ประกอบการพัฒนานวัตกรรมบริการที่เหมาะสมต่อพืชและพื้นที่ โดยอาศัย ICDT ทำาให้เกิด servicesdensity principle ในขั้นตอนต่อไป ปกติแล้วมีวธีการจัดการกับ varieties ใน 2 แบบ ิคือ1. หาทางลด(reduce) varieties หรือปัจจัยผันแปนที่ควบคุมไม่ได้2. หาทางปรับเปลี่ยน varieties นั้น ด้วยวิธีการ absorb โดยใช้ ICDT หรือเทคโนโลยีชนิดอื่น ขบวนการ absorb นี้ คือการทำา package of offering ที่ยังคงเป้าหมายให้ได้ผลผลิตข้าวสูงและต้นทุนตำ่าด้วยการใช้ปุ๋ยถูกต้องตามความจำาเป็น นั่นเองขั้นตอนของการ absorb varieties ด้วยการทำา offering นี้ ประกอบด้วยการทำา Principle of density หรือกระบวนการคัดเลือกเทคโนโลยี หรือ ICDT เป็นเครื่องมือabsorb varieties ได้แก่ • เขียนภาพ Servicescape (Services + Landscape) ของ physical evidences และ varieties ซึ่งนอกจากการคัดเลือกเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องคำานึงถึง co-
  • 54. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 54 create ที่เข้ามาใน process • Process หรือกระบวนการออกแบบ โดยแยก process ออกเป็นส่วนๆ • เขียน common process ให้ชัดเจน • process ที่แยกเป็นส่วนสามารถ out source งานให้เกิด value constellation เช่น การพัฒนาเครื่องผสมปุ๋ยขนาดชุมชน การพัฒนาเครื่องพ่นปุ๋ย, Soil mobile lab, Information flow on mobile • Value Star หรือเครือข่ายของแต่ละ individual process ที่มี value ของตัวเอง • Execution (Services System Design) โดยใช้ blueprint เป็นตัวเชื่อมแต่ละ process ให้เกิดนวัตกรรมบริการที่มีคุณค่าชัดเจนและง่ายต่อการใช้งาน • สร้างระบบจัดการความรู้ ที่เชื่อมต่อ Knowledge liquify องค์ความรู้และ tacit knowledge ทำาให้เกิด Knowledge as a Services • ออกแบบ offering design โดยยึดตามขั้นตอน Co-creation, Value in Context, Variety, Offering, and Design
  • 55. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 55Services Blueprint To-Be
  • 56. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 56
  • 57. นวัตกรรมบริการปุย ๋ 57 ภาพที่ Service Blueprint: To-Beจากภาพ blueprint As-Is มาเป็น To-Be นั้น เมื่อนำา variety มาพิจารณาร่วมด้วยสามารถจัดกลุ่มเรื่องได้ดังนี้ • เรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์ดิน • การหาแม่ปุ๋ยและการผสมปุ๋ย • การทำาแผนที่นา และ soil fertility map • การจัดทำาความรู้บน Mobile application ตารางที่ แสดงข้อมูลเทคโนโลยี ICDT ที่จะนำามาใช้ให้เกิดบริการใหม่และเกิด density ในการขยายผลตารางที่ Service Blueprint: As-Is and To-be AS-IS TO-BE (proposed technologies) PE เกษตรกร • N-P-K sensors • การเก็บตัวอย่างดินเพื่อใช้ • pH meter