Your SlideShare is downloading. ×
Smm travel
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

Smm travel

700
views

Published on

Published in: Education

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
700
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
13
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. Social Media for Travelling Business
  • 2. ประวัติวิทยากร
    ปริญญาเอก บริหารธุรกิจ (D.B.A) จาก THE JOINT DOCTORAL PROGRAM IN BUSINESSADMINISTRATION (JDBA) ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
    ผลงานเขียนหนังสือด้าน e-Commerce
    หนังสือ “ปั้นแบรนด์ให้รวยด้วย Facebook”
    หนังสือ การตลาดแนวใหม่ผ่าน Social Media
    หนังสือ “Marketing Click” กลเม็ดเคล็ดลับการตลาดออนไลน์
    หนังสือ บันทึกความสำเร็จธุรกิจดอทคอม “E-commerce Success Case Study”
  • 3. ติดต่อ
    ดร. ภิเษก ชัยนิรันดร์
    Tel 081-9758189
    www.facebook.com/doctorpisek
    pisek@yahoo.com
    Twitter @doctorpisek
    Web Site www.doctorpisek.com
  • 4. 4
    ปั้นแบรนด์ให้รวยด้วย Facebook
  • 5. ประวัติของ Social Media
    อริสโตเติล กล่าวไว้เมื่อ 2,000 ปีที่แล้วว่า
    “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” หมายถึง มนุษย์จะมีชีวิตอยู่รวมกันเป็นหมู่เหล่า มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันในหมู่มวลสมาชิก ซึ่งอาจเป็นชาติเดียวกัน นับถือศาสนาและพูดภาษาเดียวกัน มีวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน
  • 6. ประวัติของ Social Media
  • 7. ประวัติของ Social Media
  • 8. พลังของปัจเจกชน
    ดูโฆษณานี้ ท่านเชื่อไหม
  • 9. พลังของปัจเจกชน
    ดูโฆษณานี้ ท่านเชื่อไหม
  • 10. พลังของปัจเจกชน
    บทวิจัยของ Nielsen Global Online Consumer Survey พบว่า
    พวกเขาเชื่อถือคำแนะนำจากคนรู้จัก 90%
    เชื่อความคิดเห็นบนออนไลน์ 70%
    เชื่อโทรทัศน์ 62%
    เชื่อหนังสือพิมพ์ 61%
    เชื่อวิทยุ 55%
  • 11. พลังของปัจเจกชน
    Social Media ไม่ใช่เรื่องเฉพาะวัยรุ่น
  • 12. พลังของปัจเจกชน
    ตัวอย่าง – การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
  • 13. พลังของปัจเจกชน
    ตัวอย่าง – การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
  • 14. พลังของปัจเจกชน
    ตัวอย่าง – การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
  • 15. พลังของปัจเจกชน
    ตัวอย่าง – การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
  • 16. พลังของปัจเจกชน
    ความสำคัญของปัจเจกชน – ทำให้เกิดการตลาดแบบปากต่อปาก หรือที่เรียกว่า Viral Marketing เกิดการบอกต่อๆกันไปว่าสินค้าหรือบริการใดดี หรือไม่ดี จากคนไม่กี่คน สามารถกลายเป็น Mass ได้ ทำให้เสียงของปัจเจกชน จากเดิมที่เป็นเสียงเล็กๆ กลายเป็นเสียงใหญ่ ที่คุณต้องฟัง
  • 17. พลังของปัจเจกชน
    ความสำคัญของปัจเจกชน - ซูซาน บอยด์
  • 18. พลังของปัจเจกชน
    ความสำคัญของปัจเจกชน – นาธาน
  • 19. พลังของปัจเจกชน
    Viral Marketing
  • 20. พลังของปัจเจกชน
    Viral Marketing
  • 21. คำถาม
    ทำไมคนสมัยนี้ใช้Facebookหรือ Twitter เพื่อบอกว่าตัวเองทำอะไร ที่ไหน หรือยู่กับใคร???
  • 22. คำถาม
  • 23. คำถาม
  • 24. คำถาม
  • 25. หัวใจของ Social Media
    การจะเป็นสังคมได้ จะต้องมีการ พูดจา (Conversation) ไม่ใช่การที่เอาแต่พูดฝ่ายเดียว เหมือนสื่อเดิม อย่าง โทรทัศน์ วิทยุ หรือ หนังสือพิมพ์
    Gary Orfieldผู้จัดการฝ่ายขายของ Westin Mission Hills กล่าวว่า “เขาใช้ Social Media ในการพูดจากับลูกค้าในระดับบุคคลแบบทันที ทำให้เกิด Brand Loyalty มากกว่าที่จะเอาแต่พูดถึงสินค้า-บริการและส่วนลด
  • 26. หัวใจของ Social Media
    การพูดจานั้น ต้องมอบข้อมูลที่มีคุณค่า
    กรณีของ Starwood Hotel ใช้ Twitter เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการให้บริการลูกค้าและสร้างบทสนทนา และใช้ Blog ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจรอบๆโรงแรม หรือคำแนะนำสำหรับนักธุรกิจ ทำให้ลูกค้าเชื่อถือเราและถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ
  • 27. หัวใจของ Social Media
    การพูดจานั้น ต้องมอบข้อมูลที่มีคุณค่า
    Iron Horse Hotel ใช้ Twitter ในการ update ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และพูดคุยโต้ตอบกับลูกค้า
  • 28. หัวใจของ Social Media
    ไม่ควรพูดข้างเดียว
  • 29. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เป็นเครื่องสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า
  • 30. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เป็นเครื่องสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า - กรณีของเมโทรพอยท์
    ให้กด Like เป็น Fan
    Save รูปดอกไม้ที่ทางจัดเตรียมไว้ แล้วนำไปโพสต์ที่ Wall
    Tag บอกเพื่อนพร้อมบอกประโยครักหวานซึ้งไปคนอีก 5 คน
    คณะกรรมการตัดสินผู้ชนะเลิศ
    เป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์และเพิ่มจำนวน Fan
  • 31. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เป็นเครื่องสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า - KTC
  • 32. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เป็นเครื่องสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า
  • 33. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เป็นเครื่องสร้างในการทำ CRM – เช่นร้านอาหารสามารถใช้ Foursquare เป็นเครื่องมือช่วยในการทำ Loyalty Program อย่าง Sleepless Garden ให้ลูกค้าที่เช็คอินและแสดงโทรศัพท์จะได้รับ Welcome Drink ฟรี ยิ่งโชว์มาก ยิ่งมีสิทธิมาก
  • 34. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เป็นเครื่องสร้างในการทำ CRM –
    กรณีของ Hyatt มีการสร้าง Community Site เฉพาะสำหรับ Gold Passport Member (www.yattit.com) ซึ่งจะมีคำแนะนำจากพนักงานของ Hyatt ในแต่ละท้องที่ และคำแนะนำจากนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ
  • 35. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เป็นเครื่องสร้างในการทำ CRM
  • 36. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    นำเสนอส่วนลด (Discount)
    จะมี Facebookในแต่ละท้องที่ เช่น Hotel Indigo ใน Chicago เสนอส่วนลด 20% ให้แก่ Fan บน Facebook
  • 37. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    นำเสนอส่วนลด (Discount)
    หรือ Indigo ที่เมือง Ottawa ใช้ Twitter เพื่อแจ้งถึงโปรแกรม Priority Club Point ที่ใช้ในการแลกที่พักหรือของขวัญอื่นๆ ในช่วง “Tweet Away”
  • 38. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    นำเสนอส่วนลด (Discount) – กรณีกระทำผ่าน Social Commerce (เช่น Ensogo)
  • 39. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    นำเสนอส่วนลด (Discount) – กรณีกระทำผ่าน Social Commerce (เช่น Ensogo)
  • 40. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    สร้างสังคม (Community)
  • 41. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    สร้างสังคม (Community) – Sleepless Garden ใช้ Facebookในการสร้าง Community ได้เป็นอย่างดี
    ใช้การทักทายกับลูกค้าที่เป็นกันเอง ลูกค้ารู้จักชื่อเจ้าของร้าน
    ถ่ายรูปลูกค้าแล้วลงในส่วนของ Photo
    ตอบคำถามของลูกค้าอย่างรวดเร็วและพร้อมที่จะรับฟัง Feedback อย่างอารมณ์ดี
    มีกิจกรรมที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม
    ดูจาก Facebookดูบรรยากาศน่าสนุกสนาน
  • 42. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้ในการรับคำติชม (Feedback) แหล่งสำคัญที่สุดของธุรกิจท่องเที่ยว คือ TripAdvisor
  • 43. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้ในการรับคำติชม (Feedback) – Adele Gutmanรองประธานบอกว่า TripAdvisorเป็นเครื่องมือที่ดีมากในการฟังเสียงของลูกค้า ที่อาจจะไม่กล้าบอกบอกถึงปัญหาที่เกิด ทีมบริหารจะพบกันทุกวันเพื่อที่จะอ่าน Review ใหม่ๆ และตัดสินใจว่าจะทำประการใดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ
  • 44. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้ในการรับคำติชม (Feedback)
  • 45. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้ในการรับคำติชม (Feedback)
  • 46. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้ในการรับคำติชม (Feedback) – เกษม เทียนทองดี เจ้าของโรงแรมเคยบอกผมว่า เขาจะต้องทำการ Monitor บทสนทนาที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเว็บไซต์อย่าง Pantip.com หรือ Trekkingthai.com Blog ต่างๆ Agodaและ TripAdvisorนอกจากนี้ยังใช้ Google Alert เพื่อติดตาม Feedback อย่างใกล้ชิด
  • 47. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้ในการรับคำติชม (Feedback) – การรับฟัง Feed Back ผ่านทาง Social Media ต่างจาก Call Center คือ
    Call Center – เป็น Passive Feedback
    Social Media เป็น Active Feedback เราสามารถค้นหา Feedback ของลูกค้าก่อนที่เขาจะมาบ่นกับเรา ซึ่งสามารถที่จะเข้าไปให้บริการก่อนได้ทันที
  • 48. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เครื่องมือช่วยในการ Monitor Feedback
  • 49. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เครื่องมือช่วยในการ Monitor Feedback
  • 50. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เครื่องมือช่วยในการ Monitor Feedback
  • 51. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    เครื่องมือช่วยในการ Monitor Feedback
  • 52. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้การสร้างความรับรู้ (Brand Awareness) – กรณีของ Blendtec
  • 53. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้การสร้างความรับรู้ (Brand Awareness) – กรณีของ โรงแรม InterContinental
  • 54. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้การสร้างความรับรู้ (Brand Awareness) โดยการใช้ Blogger ที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการตลาด ซึ่งหมายถึง มีหลายคนที่เชื่อตามคำแนะนำ Blogger เหล่านี้เป็นจำนวนมาก ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพยิ่ง จนหลายๆกิจการถึงกับให้บรรดา Blogger ไปท่องเที่ยวฟรีเพื่อประสบการณ์มาเล่าให้คนอื่นๆ
  • 55. เป้าหมายของการใช้ Social Media
  • 56. เป้าหมายของการใช้ Social Media
    ใช้การสร้างความรับรู้ (Brand Awareness) โดยการใช้ Blogger – เช่นกรณีของ KTC World ผู้ให้บริการด้านการเดินทางและท่องเที่ยว เสมือนเป็นตัวแทนของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหลาย มีฐานลูกค้าคือผู้ถือบัตร ใช้กลยุทธ์ดึง Blogger ด้านท่องเที่ยวที่มีแฟนเยอะ เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นพาเที่ยวนิวซีแลนด์ หรือล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วนำมาเขียนให้แฟนๆได้รับรู้
  • 57. เป้าหมายของการใช้ Social Media
  • 58. เป้าหมายของการใช้ Social Media
  • 59. การกำหนดตัวตน
    เราสามารถกำหนดตัวตน ได้ 3 รูปแบบ คือ
    ในนามของแบรนด์หรือบริษัท
    ในนามของเจ้าของหรือผู้บริหาร
    ในนามของสิ่งสมมติ
    ปล. แต่ละวิธีก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป
  • 60. การกำหนดตัวตน
    ในนามของแบรนด์
  • 61. การกำหนดตัวตน
    ในนามของแบรนด์
  • 62. การกำหนดตัวตน
    ในนามของเจ้าของหรือผู้บริหาร
  • 63. การกำหนดตัวตน
    ในนามของสิ่งสมมติ
  • 64. Twitter
    Twitter คือ Micro-Blog ที่ผู้ใช้สามารถโพสต์ข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ข้อความที่คุณโพสต์จะปรากฏให้บรรดา Follower ของคุณได้อ่าน
    เปรียบ Follower ง่ายๆ ก็คือคนที่ยอมรับข้อความของคุณโดยสมัครใจ
    การเปิด Account Twitter ก็เหมือนคุณมี Channel ที่พร้อมจะพูดจากับคนอีกเป็นจำนวนมาก แบบ Real-Time
  • 65. Twitter
    ทำไมกิจการควรมีการพูดคุยกับลูกค้าแบบ Real Time เพราะเราสามารถเปลี่ยนคนแปลกหน้า เป็นลูกค้าของเรา
    คนแปลกหน้า --- การเชื่อมโยง --- การปรับเปลี่ยน --- เพื่อน --- ลูกค้า
  • 66. Twitter
    ตัวอย่างกิจการที่ใช้ Twitter ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 67. Twitter
    ตัวอย่างกิจการที่ใช้ Twitter อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
  • 68. Twitter
    ปัญหาของกิจการในการใช้ Twitter ก็คือ เมื่อเริ่มใช้ กิจการไม่รู้จะคุยกับใคร
    กิจการจะสื่อสารได้อย่างทรงพลัง ควรจะมีจำนวน Follower จำนวนมาก ยิ่งมากเท่าไร ก็หมายถึงจำนวนผู้รับสารการตลาดผ่าน Twitter นั้นมากขึ้น
  • 69. Twitter
    เราอาจจะใช้กิจกรรมเพื่อเพิ่มจำนวน Follower
  • 70. Twitter
    เราอาจจะใช้กิจกรรมเพื่อเพิ่มจำนวน Follower – กรณีของ Loews Hotel จัดโครงการ “Romantic Twitter Contest” ในช่วงวาเลนไทน์(8-12 กุมภาพันธ์) มีคำถามเกี่ยวกับหนังในแต่ละวัน Follower คนแรกที่ตอบถูกได้ DVD และคูปอง $50 สำหรับอาหารที่ Lowes และจะเลือกผู้ชนะเลิศ 1 คน ได้รางวัลใหญ่คือที่พัก 2 คืน ได้ดูหนัง Drive-in พร้อม Pop-corn
  • 71. Twitter
    Twitter – ใช้อะไรได้บ้าง
    Special Offer
    Ordering
    Word of Mouth Marketing
    Conversation Marketing
  • 72. Twitter
    Twitter – ใช้อะไรได้บ้าง
    Customer Service
    Focus Groups
    Direct Sales –Brain Simpson ตรวจสอบการพูดคุยใน Twitter เกี่ยวกับการพักผ่อนในโรงแรม แล้วเสนอสิ่งพิเศษให้เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่
  • 73. Twitter
    Twitter – ใช้อะไรได้บ้าง
    Ideation
    Event
    Fund Raising
    CSR
  • 74. Twitter
    Twitter – จุดอ่อน
    ผู้เล่น Twitter ที่ Active ในไทยยังน้อย เทียบไม่ได้เลยกับสมาชิก Facebookที่มีถึง 8 ล้านคน
    ยากในการหา Follower ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
    การที่เราไม่มีชื่อเสียง ไม่มีใครอยากเป็น Follower เพราะกลัวจะมีแต่ข้อมูลโฆษณาประชาสัมพันธ์
  • 75. Twitter
    Twitter – จุดอ่อน
    การโต้ตอบสองทางแบบ Real-Time จะต้องระมัดระวังคำพูดให้มาก
    ข้อความข่าวสารที่เราส่งไปนั้น Effective ไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่ถ้าส่งไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ก็ดูเป็น Spam ทำให้เกิดการ Unfollowเกิดขึ้น
    Twitter ค่อนข้าง Sensitive หาก Spam คนด่ามาก
  • 76. 76
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
    สมมติว่า เราทำร้านอาหาร Style โรแมนติก โดยจับกลุ่ม ชาย-หญิง วัยทำงาน ตั้งแต่ 18-45 ปี ที่มีความทันสมัย ชอบการนั่งรับประทานกับคู่รักในบรรยากาศสบายๆ พร้อมกับดนตรีเบาๆขับกล่อม
    ชื่อร้านอาหาร “รักเอย”
  • 77. 77
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 78. 78
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 79. 79
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 80. 80
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 81. 81
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 82. 82
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 83. 83
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 84. 84
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 85. 85
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 86. 86
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 87. 87
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 88. 88
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 89. 89
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 90. 90
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 91. 91
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 92. 92
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 93. 93
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 94. 94
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 95. 95
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 96. 96
    Facebook - กรณีตัวอย่าง
  • 97. 97
    Facebook - ส่วนประกอบ
    รายละเอียดของ Facebook Page
    Wall – เป็นเสมือนบอร์ดให้กิจการหรือ Fan สามารถเข้ามาโพสต์ข้อความต่างๆ รูปภาพ คลิปวิดีโอได้ โดยใช้ในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร พุดคุยและแสดงความคิดเห็น และหาก Fan เห็นว่าเนื้อหาใดที่ตนชื่นชอบก็แสดงผ่านทาง Like หรือต้องการบอกต่อก็กด Share
    Info – เป็นส่วนหนึ่งที่บอกว่าเราคือใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน ติดต่อกับเราได้อย่างไร เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆ
  • 98. 98
    Facebook - ส่วนประกอบ
    รายละเอียดของ Facebook Page
    Photos – แสดงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในกิจการ รูปภาพของสินค้า และให้ Fan ลงรูปของตนเองได้ด้วย
    Events – แจ้งข่าวกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ Fan ได้รับทราบ
    Video – อาจจะลงโฆษณา หรือสื่อถึงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งให้ Fan มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ
    Notes – แจงเรื่องราวสั้นๆที่อาจจะเป็นการลดราคาสินค้า สินค้าใหม่ สินค้าขายดี และอื่นๆที่เด่นในช่วงนั้น
  • 99. 99
    Facebook - ส่วนประกอบ
    รายละเอียดของ Facebook Page
    Discussion Board – เป็นเสมือนกระทู้ ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือสนทนาแลกเปลี่ยนในหัวข้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าหรือบริการ การตอบปัญหาลูกค้า หรือ Feedback
    Reviews – ส่วนที่ Fan สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการหรือสินค้าของเรา
  • 100. 100
    Facebook - ส่วนประกอบ
    รายละเอียดของ Facebook Page
    Tab พิเศษ – เราสามารถเพิ่ม Tab พิเศษได้ เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป เช่น
    Starbucks – จัดการเกี่ยวกับ Starbucks Card
    Red Bulls – แจ้งความเคลื่อนไหวของนักกีฬาและมี Web TV
    ไทยๆ ใช้แจ้งกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้น ส่วนใหญ่เป็นรูปแล้วลิงค์
  • 101. 101
    Facebook – News Feed
    ความสามารถในการบอกต่อของ Facebook Page – กล่าวได้ว่า Social Media มีจุดเด่นชัดเจนที่สุดคือการสร้างการบอกต่อ หรือที่เรียกว่า Viral Marketing ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร เช่น Like, Share หรือโพสต์ข้อความใน Wall จะมีความเคลื่อนไหวของเราให้คนอื่นๆ ได้รู้ผ่านทาง News Feed
  • 102. 102
    คำถาม
    จะเห็นว่าการสร้าง Facebook Page นั้นไม่ยาก เหมือนเราใช้ Facebook ทั่วไป เราก็ใช้ได้ โดยไม่ต้องมีใครมาสอน
    แต่ที่ยากกว่านั้นคือ เนื้อหา บทสนทนา และกิจกรรมทางการตลาดใน Facebook Page ควรจะเป็นเช่นไร???
  • 103. 103
    สำรวจ Facebook Page
  • 104. 104
    สำรวจ Facebook Page
  • 105. 105
    สำรวจ Facebook Page
  • 106. 106
    ปัญหาการใช้ Facebook Page
    รูปแบบการพูดจา
    สวัสดีตอนเช้าวันอาทิตย์ สำหรับหนึ่งวันที่ยังอากาศดี
    หลับพักผ่อนเต็มที่ให้สมกับเป็นคืนวันศุกร์นะคะ^^
    สุขสันต์วันศุกร์ค่ะ ขอให้เป็นวันที่วิเศษสำหรับทุกท่านนะคะ^^
    สวัสดีวันเสาร์สบาย ๆ ค่ะ Happy Raining Day นะคะ ^0^
  • 107. 107
    ปัญหาการใช้ Facebook Page
    เนื้อหา
    ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและคำคม
    ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ
    แนะนำอาหารหรือร้านอาหาร
    ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
  • 108. 108
    ปัญหาการใช้ Facebook Page
    เนื้อหา
    สถานที่ท่องเที่ยว
    แนะนำภาพยนตร์
    ข้อมูลสินค้า-บริการของตนเอง
    คุณคิดยังไง หาก Facebook Page ของธุรกิจธนาคาร รถยนต์ ค่ายหนัง ร้านกาแฟ สายการบิน คอมพิวเตอร์ น้ำดื่ม ฯลฯ เหมือนกันไปหมด??
  • 109. 109
    ปัญหาการใช้ Facebook Page
    กิจกรรมทางการตลาด – เน้นในการเพิ่มจำนวน Fan โดยใช้รางวัลมาล่อเพื่อให้กด Like โดยส่วนใหญ่เน้นว่าผู้ชนะต้องได้รับเสียงโหวตมากที่สุด ทำให้เกิดการชวนเพื่อนๆ ให้ร่วมด้วยช่วยกันโหวต แต่กิจกรรมการตลาดนั้นไม่ได้มีเนื้อหาที่สนับสนุนคุณค่าของแบรนด์ เพียงหวังให้คนกด Like เยอะๆ เท่านั้น
  • 110. 110
    ปัญหาการใช้ Facebook Page
    วิธีการดังกล่าว ทำให้สร้าง
    Brand????
  • 111. 111
    ปัญหาการใช้ Facebook Page
    คำถามผมเกิดขึ้น
    “หลักเกณฑ์ในการพิจารณาความแตกต่างทั้งในส่วนบทสนทนา เนื้อหา และกิจกรรมทางการตลาดของแต่ละแบรนด์ขึ้นอยู่กับอะไร”
    คำตอบไม่พ้น 3 คำนี้
    “คุณค่า คุณค่า คุณค่า” และคุณค่าดังกล่าว สามารถถ่ายทอดผ่านการตลาดเชิงประสบการณ์
  • 112. 112
    การตลาดเชิงประสบการณ์
    การตลาดเชิงประสบการณ์ – สิ่งที่เรามอบให้ คือ ประสบการณ์ด้านคุณค่าของสินค้าหรือบริการของเรา ทำให้แบรนด์ของเรามีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ซึ่งคุณค่ามาจาก 2 ทางคือ
    คุณสมบัติของสินค้า ซึ่งในการแข่งขันที่รุนแรง ค่อนข้างยากที่สร้างความแตกต่างในเรื่องนี้
    อารมณ์ความรู้สึก
  • 113. 113
    การตลาดเชิงประสบการณ์
    VolVo คุณสมบัติคือความปลอดภัย แต่ในด้านอารมณ์ความรู้สึกคือ ผู้คุ้มครองปกป้องเราและคนที่เรารัก
    นมตราหมี คุณสมบัติคือ ดื่มแล้วสุขภาพดี แข็งแรง ด้านอารมณ์ความรู้สึกคือ “เพื่อคนที่คุณรัก”
    เป๊ปซี่ คุณสมบัติคือ ดับกระหาย คลายเหนื่อย อารมณ์ความรู้สึกคือ เครื่องดื่มสำหรับคนรุ่นใหม่
  • 114. 114
    การตลาดเชิงประสบการณ์
    M-150 คุณสมบัติ คือ อึด ไม่ง่วง อารมณ์ความรู้สึกคือ การแหกกรอบ ไม่มีลิมิตของชีวิต
    กระทิงแดง คุณสมบัติเหมือน M-150 อารมณ์ความรู้สึกคือ ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว
    Louis Vitton คุณสมบัติคือ ความงามแบบ classic ทน อารมณ์ความรู้สึกคือ Hiso การได้รับการยอมรับ
  • 115. 115
    การตลาดเชิงประสบการณ์
    วัตถุประสงค์หลักของการตลาดเชิงประสบการณ์ คือ การสร้างแบรนด์ ซึ่งมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้
    สร้างคำมั่นสัญญาของแบรนด์ (Brand Promise) นั่นคือ คุณค่าที่เราสัญญาจะส่งไปให้กับลูกค้า
    ออกแบบประสบการณ์ลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เพื่อถ่ายทอดคุณค่าผ่านไปยังจุดสัมผัสลูกค้า (Touch Point) ต่างๆ ที่กิจการมีอยู่
    สุดท้ายเราจะได้ Brand Personality
  • 116. 116
    การตลาดเชิงประสบการณ์
  • 117. 117
    คุณค่า – หัวใจการตลาดประสบการณ์
    ปกติ การสื่อสารทางการตลาดของแบรนด์ต่างๆ มักจะบอกว่าสินค้าของตนดีกว่าคู่แข่งอย่างไร เช่น ขาวกว่า อร่อยกว่า หอมกว่า นุ่มกว่า
    ถามตัวคุณดูสิว่า สบู่ยี่ห้อใดหอมกว่า ผงซักฟอกใดซักผ้าได้ขาวกว่า ยาสระผมใด ทำให้ผมนุ่มกว่า ร้านอาหารใด อร่อยกว่า
    คุณจะรู้สึกว่าตอบยากมาก
  • 118. 118
    คุณค่า – หัวใจการตลาดประสบการณ์
    ธุรกิจที่มีการแข่งขันกันมากๆ การสร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์ทำได้ยาก โดยเฉพาะการเน้นไปที่คุณสมบัติ
    ดังนั้นการสร้างความแตกต่างจึงหันมาเล่นเรื่อง อารมณ์ความรู้สึก (Emotional Differentiation) ซึ่ง
    ทำให้สินค้าที่เหมือนกันแตกต่างกันออกไป
  • 119. 119
    คุณค่า – หัวใจการตลาดประสบการณ์
    ลองมาดูความแตกต่างของ ซุปไก่สกัด ตรา “แบรนด์” และ ตรา “สก๊อต”
    ตราแบรนด์ เน้น ดื่มแล้วฉลาด ผ่านทางพรีเซนเตอร์ อย่าง “หนูดี” วนิษา เรซ หรือ “โต๋” ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร และมีกิจกรรมทางการตลาดที่เกี่ยวกับการศึกษา
    ตราสก็อต เน้น ความกระชุ่มกระชวย เป็นหนุ่มเป็นสาว
    จะเห็นว่าสินค้าเหมือนกัน แต่คุณค่าที่มอบให้ต่างกันด้านอารมณ์ความรู้สึก
  • 120. 120
    คุณค่า – หัวใจการตลาดประสบการณ์
    ทำไม MK จึงให้พนักงานออกมาเต้น
  • 121. 121
    คุณค่า – หัวใจการตลาดประสบการณ์
    คุณค่าของ MK คือ ความสนุกสนานและความอบอุ่น การออกมาเต้นของพนักงาน เป็นหนึ่งจุดสัมผ้สที่ทำให้รู้สึกว่าพนักงานนั้นมีความใกล้ชิดกับลูกค้า และทำให้บรรยากาศของร้านมีความสนุกสนาน
  • 122. 122
    วิเคราะห์คุณค่า
    วิเคราะห์คุณค่า – รสดี
  • 123. 123
    คุณค่ากำหนดเนื้อหา
    สินค้าประเภทเดียวกันอาจจะมี Brand Promise ต่างกัน กรณีของเครื่องดื่มชูกำลัง 3 แบรนด์ คือ M-150, กระทิงแดง และ ลูกทุ่ง มี Brand Promise ที่แตกต่างกัน
    M-150 เน้นเรื่อง ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย มีบุคลิกภาพ คือ เป็น นักแหกกรอบ
    กระทิงแดง เน้นเรื่อง เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน มีบุคลิกภาพ คือความเป็นนักสู้ที่ไม่ย่อท้อ
    ลูกทุ่ง เน้นเรื่อง ชีวิตชาวบ้าน บุคลิกภาพคือ ความใสซื่อแบบคนในชนบท
  • 124. 124
    คุณค่ากำหนดเนื้อหา
    สมมติว่า M-150 จะทำ Facebook Page อาจจะมีเนื้อหาดังนี้
    เนื้อหาของคนแหกกรอบ เช่น ปีกาสโซ่, กาลิเลโอ, สตีฟ จอบส์, อองซานซูจี, จิตร ภูมิศักดิ์
    เนื้อหาเกี่ยวกับนวัตกรรม
    กิจกรรมการแข่งขันเกี่ยวกับนวัตกรรม
    กิจกรรมเกี่ยวกับการแหกกรอบ กล้าคิด กล้าทำ
    พูดคุยสนทนาแบบกันเอง สไตล์เพื่อนคุยกัน
  • 125. 125
    คุณค่ากำหนดเนื้อหา
    สมมติว่า กระทิงแดงจะทำ Facebook Page อาจจะมีเนื้อหาดังนี้
    เนื้อหาเกี่ยวกับคนสู้ชีวิตไม่ท้อถอย เช่น นักธุรกิจ นักเขียน นักกีฬา
    เคล็ดลับความสำเร็จ และคำคม
    กิจกรรมทางการตลาดที่เน้นการต่อสู้กับอุปสรรค
    จัดให้มีเกมส์ออนไลน์ ในสไตล์ที่ต้องฝ่าฟันไปในแต่ละด่าน
    คำถามสำคัญคือ อะไรเป็นตัวกำหนด “คุณค่า” คำตอบคือ Brand Positioning
  • 126. 126
    Brand Positioning
    ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง Ready กำหนดตำแหน่งทางการตลาดใหม่ คือ เครื่องดื่มชูกำลังสำหรับผู้หญิง ซึ่งถูกละเลยไป มีแต่สำหรับผู้ชายอย่าง M-150, กระทิงแดง, ฉลาม ฯลฯ
    รูปทรงของขวดใสเหมือนรูปขวดเหล้าย่อส่วน
    รสผลไม้ สีแดง
  • 127. 127
    Brand Positioning
  • 128. 128
    Brand Positioning
    คุณค่าที่ Ready มอบให้ คือ ความสนุกสนาน น่ารักสดใส และความมั่นใจ ซึ่งเมื่อเรามอบให้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดบุคลิกภาพของแบรนด์ขึ้นในที่สุด และจากคุณค่าเราจะได้เนื้อหาใน Facebook Page
    เสริมสวย - ที่เที่ยวกลางคืน
    การแต่งกาย - สถานที่พักผ่อน
    การเสริมบุคลิกภาพ - เพศสัมพันธ์
    การสร้างความมั่นใจ
  • 129. 129
    Brand Positioning
    บทสนทนาใน Facebook Page ของ Ready อาจจะแบบจ๊ะจ๋า เม้าส์แตก แต่ควรจะดูมั่นใจในตัวเอง (ประมาณกาละแมร์)
    กิจกรรมที่ Ready จัดขึ้นอาจจะเป็น
    ประกวดภาพสาว Ready เน้นถึงความมั่นใจในตัวเอง
    ให้แสดงคำแนะนำยามเจอผู้ชายชีกอ
    จัดกิจกรรมส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้หญิง
  • 130. 130
    Brand Positioning
    “รสดี” จะทำ Facebook Page ละ จากตำแหน่งทางการตลาดด้านอามรณ์ความรู้สึก “ความสุขภายในครัว” เนื้อหาอาจจะเป็น
    ความรู้เกี่ยวกับการทำให้ครอบครัวมีความสุข
    วิธีการทำอาหาร
    เคล็ดลับการดูแลรักษาครัว
    แนะนำอาหารอร่อย
    แจ้งถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อครอบครัว
  • 131. 131
    Brand Positioning
    “รสดี” จะทำ Facebook Page ละ กิจกรรมทางการตลาด
    ให้บอกเล่าสูตรอาหาร
    ประกวดภาพถ่าย “ครอบครัวแสนสุข”
    จัดทำเกมส์ทำอาหารที่มีรสดีเป็นองค์ประกอบ
  • 132. 132
    Brand Positioning
    วิธีหนึ่งในการกำหนดปัจจัยในการวางตำแหน่งแบรนด์ คือ การระดมสมอง เช่น ร้านรักเอย ต้องการวางตำแหน่งทางการตลาด ต้องคิดถึง คุณค่าก่อน
    เริ่มที่ปัจจัยด้านคุณประโยชน์ก่อน
    และมาเป็นปัจจัยด้านอารมณ์ความรู้สึก
  • 133. 133
    Brand Positioning
  • 134. 134
    Brand Positioning
    จากนั้นเรามาดูแต่ละคุณประโยชน์ว่า เราจะเลือกตรงไหนที่ทำให้สินค้าของเรามีความแตกต่างจากร้านอาหารอื่นๆ
    เมื่อได้คุณประโยชน์ที่เราเลือกแล้ว จากนั้นก็นำมาเป็นตำแหน่งทางการตลาด แล้วคิดคุณค่าที่ถ่ายทอดออกไป
  • 135. 135
    กำหนดตัวตนใน Facebook Page
    ทำไมใน Facebook Page ชอบใช้ผู้หญิงมาพูด
    Kleenex ToGo
    Chevrolet Thailand
    Kbank Live
    Sansiri
    Virgin Hitz 95.5
    Dell Thailand
  • 136. 136
    กำหนดตัวตนใน Facebook Page
    ส่วนใหญ่คำตอบคือ “การใช้เพศหญิงดูนุ่มนวลมากกว่าเพศชายในการพูดคุยกับ Fan”
  • 137. 137
    กำหนดตัวตนใน Facebook Page
    คำตอบคือน่าจะอยู่ที่ “บุคลิกภาพของแบรนด์” ที่เป็นตัวกำหนดเพศใน Facebook Page
    สมมติว่า Kbank Live ต้องการมอบคุณค่าคือ ข้อมูลทางการเงินแบบมืออาชีพ การใช้หญิงสาวจ๊ะจ๋าไปวันๆอาจจะไม่เหมาะ
    Chevrolet Thailand หากต้องการมอบคุณค่าคือ ความเชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ การใช้เพศหญิงมาพูด อาจจะดูเป็นพริตตี้
  • 138. 138
    กำหนดตัวตนใน Facebook Page
    ลีลาการพูด จำเป็นต้องสุภาพ เรียบร้อยกันไปหมดทุก Facebook Page ไหม
    หากแบรนด์เรา Sexy ก็พูดแบบสาวขี้เล่น
    หากแบรนด์เราดิบเถื่อน ก็พูดแบบเฮ้วๆ ไปไหนไปกัน
    หากแบรนด์ดูทรงภูมิ ก็พูดแบบนักวิชาการ สุภาพ
    หากแบรนด์สนุกสนาน ก็พูดแบบหยอกเย้ากระเซ้าแหย่
    สิ่งสำคัญคือ บุคลิกภาพต้องสม่ำเสมอ อย่าแปรปรวน
  • 139. 139
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    การเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่แบรนด์จัดขึ้น ทำให้เกิดความคุ้นเคย จนกระทั่งกลายเป็นความภักดี (Brand Loyalty) ปกติแบรนด์ต่างๆ จะจัดอยู่เสมอ ที่เด่นมากคือ ซุปไก่สกัดตราแบรนด์ จะมีโครงการ Brand’s Summer Camp, โครงการแข่งขันเกมส์พัฒนาสมอง ตอกย้ำคุณค่าของแบรนด์ คือ ดื่มแล้วฉลาด
  • 140. 140
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    ข้อได้เปรียบของ Facebook ต่อการจัดกิจกรรมแบบ Customer Engagement
    ความสามารถในการโต้ตอบ (Interactive) การจัดกิจกรรมแล้วให้ Fan ร่วมสนุก เช่น ประกวดภาพหรือคลิปวิดีโอ สร้างบทสนทนากับ Fan ได้อย่างต่อเนื่อง มี Application ต่างๆ โดยเฉพาะการใช้เกมส์ เช่น Coke เข้าไปอยู่ใน Café World บน Facebook ที่ผู้เล่นสามารถส่ง Coke ให้แก่ผู้อื่นเป็นของขวัญ
  • 141. 141
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
  • 142. 142
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    ข้อได้เปรียบของ Facebook ต่อการจัดกิจกรรมแบบ Customer Engagement
    ความสามารถในการให้ข้อมูลข่าวสาร – แบรนด์สามารถให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ได้ง่าย ใส่ได้ทั้งรูปภาพและคลิปวิดีโอ ร่วมถึง Link ที่เกี่ยวข้อง
    ความสามารถในการบอกต่อ ความสำคัญของ Like และ Share
  • 143. 143
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    ข้อได้เปรียบของ Facebook ต่อการจัดกิจกรรมแบบ Customer Engagement
    เสมือนเป็นบ้านสำหรับลูกค้าที่ภักดี เป็นสังคมที่คนคอเดียวกันเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสามารถแสดง Feedback ได้ เช่น Mo and Friend ที่จำหน่ายเสื้อผ้าบน Facebook บรรดาลูกค้าต่างใส่เสื้อผ้าที่ซื้อ แล้วนำมาถ่ายรูปอวดกัน กลายเป็นตัวกระตุ้นสำคัญสำหรับลูกค้าอื่นด้วย
  • 144. 144
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    Customer Engagement ของ Brand ต่างๆ บน Facebook
    Air Asia จัดกิจกรรม “Friend get Friends” ไม่มีอะไรมากไปกว่า การชวนเพื่อนให้มาเป็น Fan ให้มากที่สุด
    Ford Fiesta – ถ่ายรูปคู่กับรถฟอร์ดเฟียสต้า
    ที่ไหนก็ได้ แล้วบรรยายความประทับใจ แล้วโหวต
    Office 2010 ให้ Fan โพสต์ภาพในออฟฟิศลงบน Wall แล้วชวนเพื่อนๆ มาคลิ๊กปุ่ม Like
  • 145. 145
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    บิดาของ Facebook Marketing
    “พระครูวิจิตรธรรมโชติ”
  • 146. 146
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    ปัญหาของกิจกรรมการสร้าง Fan
    ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย คือ ได้ Fan มาเยอะ แต่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการหรือเปล่า เช่น โรงแรม ใบหยก สกาย ให้ถ่ายรูปคู่กับโรงแรม อาจจะตัดแปะ กราฟฟิกไดคัท ก็ได้ ให้โพสต์ผ่าน Wall แล้วเรียกเพื่อนๆ มากด Like เราต้องดูโครงสร้างของกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมใบหยก แล้วที่ได้ Fan มานี้ตรงกลุ่มหรือเปล่า
  • 147. 147
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    ปัญหาของกิจกรรมการสร้าง Fan
    ขบวนการล่ารางวัล – มีพวกที่มุ่งแต่จะเอารางวัล ทำกันเป็นขบวนการ จนเกิดการร้องเรียนจาก Fan คนอื่นๆ แทนที่เราจะได้ภาพลักษณ์ที่ต้องการสร้าง กลับเสียชื่อไปก็มี
  • 148. 148
    การมีส่วนร่วมของลูกค้า
    กรณี Facebook Page ของแชมพู โดฟ
    คุณค่าของ โดฟ คือ แชมพูสำหรับผมเสีย
    กิจกรรมทางการตลาด คือ “สาวผมเสีย สารภาพผิด” ให้บรรดาสาวๆ มาลงทะเบียนสารภาพผิดต่อเส้นผม จากนั้นเลือกเพื่อนมาร่วมสารภาพผิด ชวนได้ครั้งละไม่เกิน 5 คน แต่จะชวนกี่ครั้งก็ได้ ผู้ที่มีเพื่อนเข้ามาร่วมสารภาพผิดมากที่สุด ได้รางวัล
    นอกจากนี้ใน Facebook ยังมีเนื้อหาว่า ผมเสียเกิดจากอะไร และความรู้เกี่ยวกับการดูแลเส้นผม
  • 149. 149
    การใช้ BETTER Model
    BETTER Model
    Brand Personality
    Emotional Connection
    Target Audience
    Two-Way Communication
    Exponential Element
    Reach
  • 150. 150
    การใช้ BETTER Model
    BETTER Model – ร้านอาหาร รักเอย
    Target Audience – ชาย-หญิง วัยทำงาน อายุ 18-45 ปี ที่ชื่นชอบความทันสมัยและโรแมนติก
    Brand Personality – โรแมนติกและทันสมัย
    Emotional Connection – ขอแยกเป็นแบบในภาพรวม และส่วนที่ใช้กับ Facebook Page
  • 151. 151
    การใช้ BETTER Model
    Emotional Connection ในภาพรวม
    รูป ร้านตกแต่งให้หวาน เน้นสีชมพู มีดอกกุหลาบประดับทุกโต๊ะ บรรยากาศรับประทานอาหารใต้แสงเทียน จานชามที่สวยงามน่ารัก พร้อมการให้บริการที่ดีเยี่ยม แต่เป็นกันเอง เมนูของร้านจะถูกนำเสนอด้วย iPad
    รส เน้นอาหารไทยร่วมสมัย
  • 152. 152
    การใช้ BETTER Model
    Emotional Connection ในภาพรวม
    กลิ่น แผนกต้อนรับใช้กลิ่นสปาที่ละมุน
    เสียง มีวงดนตรี เล่นเพลงเย็นๆ
    สัมผัส ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการร้องเพลงได้ และทางร้านรับอัดเพลงที่ร้องเป็น CD เพื่อเป็นของที่ระลึก
  • 153. 153
    การใช้ BETTER Model
    Emotional Connection ใน Facebook Page
    รูป มีภาพบรรยากาศของร้านที่ดูโรแมนติก และบรรดาลูกค้าที่สามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่มีต่อกัน
    เสียง คลิปวิดิโอของผู้ที่เข้าร่วมร้องเพลงกับวงดนตรี ถ่ายทอดบรรยากาศอันแสนหวาน และอาจจะมี Surprise จากเจ้าของร้านที่สร้างความดื่มด่ำของความรัก เช่น เค๊กชิ้นเล็กๆ หรือการ์ดแสนหวาน
  • 154. 154
    การใช้ BETTER Model
    Emotional Connection ใน Facebook Page
    สัมผัส อาจจะมีกิจกรรมดังต่อไปนี้
    ประกวดคลิปวิดีโอร้องเพลงของคู่รักที่มาจากบรรดา Fan
    ในช่วงวัน วาเลนไทน์ อาจจะจัดประกวด ภาพแห่งความรัก แล้วเปิดโอกาสให้เพื่อนๆมา Like ใครได้คะแนน Like มากที่สุดก็ได้รับรางวัลไป
    อาจจะมีกิจกรรม บอกนิยามรักของคุณ คนไหนโดนใจกรรมการมากที่สุดก็ได้รางวัลไป
    จัดกิจกรรมให้บรรดา Fan ได้มีโอกาสมอบความรักให้สังคม
  • 155. 155
    การใช้ BETTER Model
    Exponential Element – กระตุ้นให้เกิดการบอกต่อ โดยการใช้เครื่องมือ Like, Share และ News Feed เมื่อเนื้อหาเรามีคุณค่า ยอมเกิดการบอกต่อเอง แต่อาจจะใช้กิจกรรมเป็นตัวเร่งให้เกิดการบอกต่อ
    Reach – อาจจะใช้สื่ออื่นๆ เสริมเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น Banner โบร์ชัวร์มี QR Code
  • 156. 156
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง กับBETTER Model
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง
    ร้านตั้งอยู่ที่ จังหวัดเพชรบุรี เป็นร้านเก่าแก่ตั้งมาตั้งแต่ปี 2499 ปัจจุบันถือเป็นรุ่นที่ 3 จาก อากง อาเจ๊ก และแม่
    Target Audience อายุ 15-35 ปี เป็นนักท่องเที่ยวจาก กรุงเทพฯ (T)
    Brand Personality “ความเอาใจใส่ต่อลูกค้าและความสนุกสนาน” ตามสโลแกน คือ หน้าไม่งอ รอไม่นาน (B)
  • 157. 157
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง กับBETTER Model
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง
    Emotional Connection (ทั่วไป)
    มีโทรทัศน์ตั้งตรงกลางร้าน เปิดเพลงมิวสิควิดีโอ สร้างความเพลิดเพลิน ไม่ให้รู้สึกว่ารอนาน
    มีแบบสอบถามตั้งไว้บนโต๊ะ ให้กรอกว่ารู้สึกอย่างไรกับรสชาติของอาหาร รวมทั้งข้อมูล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ e-mail
    ส่ง SMS ขอบคุณผู้ที่มากิน ตอนเย็นวันนั้น และ SMS ในวันเกิด
  • 158. 158
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง กับBETTER Model
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง
    Emotional Connection (Facebook)
    รูปและเสียง ภาพถ่ายเมนูอาหารที่หลากหลาย การทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนพิเศษ โดยการแสดงภาพใน Wall การจัดทำคลิปวิดีโอที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมอย่างสนุกสนาน
    รสและกลิ่น จัดกิจกรรมแจกคูปองอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสในการทดลองกิน
    สัมผัส การพูดคุยทักทาย และการจัดกิจกรรมทางการตลาด เช่น คลิปวิดีโอประกวดในหัวข้อ “ชวนเพื่อนกินก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง”
  • 159. 159
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง กับBETTER Model
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง
    Two-way Communication (T) – มีการพูดคุยกับลูกค้าสม่ำเสมอ แต่ควรเน้นการตั้งคำถามเพื่อให้ Fan แสดงความคิดเห็น หรืออาจจะมีกิจกรรมที่เน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่าง Fan ด้วยกัน
    Exponential Element (E) – กระตุ้นให้เกิดการบอกต่อผ่าน Like Share ลูกค้าที่ส่งรูปมาทำการ Tag รูปให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วย
    Reach (R) เจ๊กเม้งมีการใช้สื่อ Twitter, Foursquare, YouTube, Flickr, QR Code, Google Map
  • 160. 160
    ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง กับBETTER Model