Introduction to Film and Video 16                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 17                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 18                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 19                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 20                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 21                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 22                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 23                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 24                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 25                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 26                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 27                                                                           Chapter 6 การต...
Introduction to Film and Video 28                                                                           Chapter 6 การต...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Unit 6 3 edit video and sound pdf

1,149 views
1,104 views

Published on

not allow file download

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,149
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
192
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Unit 6 3 edit video and sound pdf

  1. 1. Introduction to Film and Video 16 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง 6.1.3 เทคนิคการเปลี่ยนภาพ จรูญศักดิ์ สุขวัฒโน (2539 : 16 – 19) ไดเสนอแนะเทคนิคการเปลี่ยนภาพใหเกิดความนาสนใจ ซึ่งสามารถทําได 2 ลักษณะ คือ การเปลี่ยนภาพแบบวางแผนการถายทําไวลวงหนาและการเปลี่ยนภาพแบบเสาะหาจากช็อตตาง ๆ ที่ถายทํามาแลว 1. การเปลี่ยนภาพแบบวางแผนการถายทําไวลวงหนา การเปลี่ยนภาพสามารถวางแผนไวลวงหนาในระหวางการบันทึกภาพ เพื่อนํามาใชตามวัตถุประสงคที่ตองการได ดวยวิธีการดังนี้ 1) เทคนิคเฟดดํา (Fade) โดยการกดปุม Fade ที่ตัวกลองโทรทศน เพื่อลดขนาดรูรับแสงที่เลนสหนา ักลอง แลวจึงเปดรูรับแสงขึ้นใหมอีกครั้งอีก กอนเปลี่ยนเปนภาพใหมหรือเปลี่ยนสถานที่ใหม การเฟด จะชวยใหเราสามารถบอกผูชมไดวากําลังเปลี่ยนวัตถุในภาพ เปลี่ยนเวลา เปลี่ยนสถานที่ หรือเปลี่ยนทง 3 อยาง ้ั อยางไรก็ตาม ถาไมตองการใหผูชมคิดไปวาการเฟดดําเปนตอนจบของเร่ือง ก็ใหคงมีเสียงดนตรีเอาไว หรือเปลี่ยนเปนเพลงใหมใหครอมอยูตรงจุดเฟดดํานี้ 2) เทคนิคโฟกัส อิน (Focus in) โฟกัส เอาท (Focus out) ซึ่งเทคนิคนี้จะใหผลคลายกับการทําภาพดิสโซลว (Dissolve) จากเครื่องตัดตอ เทคนิคนี้สามารถใชในการเปลี่ยนเวลาหรือเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนจากเหตุการณปจจุบันยอนไปในอดีต หรือยอนไปในความฝน เชน ตวละครกําลังนั่งเหมอคิดถึงเรื่องราวในอดีต ั นอกจากนี้ยังสามารถใชเทคนิคนี้ เพื่อเชื่อมโยงเปรียบเทียบการแสดงความแตกตางระหวางวัตถุ 3) การแพน (Panning) รับและแพนสงอยางรวดเร็ว เปนวิธีการหนึ่งในภาษาภาพยนตรสมัยเกา สามารถใชไดทงในแบบการ ้ัแสดง และแบบรื่นเริงสนุกสนาน เปนวิธีการที่จะเปลี่ยนสถานที่ดวยความรวดเร็วฉับไว ใหอารมณที่เคลื่อนไหวเราใจเกิดกับผูชม 4) การเคลื่อนกลองไปยังพื้นที่วาง เปนการเปลี่ยนภาพโดยวิธเงยกลองไปยังทองฟา เพดานหอง หรือกดกลองลง ีพื้นลาง กอนที่จะเปลี่ยนไปเปนภาพใหม เชน จากหอง ๆ หนึ่งไปยังอีกฉาก ๆ หนึ่งซึ่งอยูกลางแจงหรือเปลี่ยนจากภาพกลางแจงกลับเขาไปในหอง 5) บลอก (Block) ตําแหนงวัตถุและกลอง ็ เปนการเปลี่ยนภาพโดยวิธีใหผูแสดงเดินเขาหาเลนสของกลองจนภาพมืดสนิท หรือผูแสดงยืนบังหนาเลนสของกลองไวกอน แลวเดินเขาไปในฉากที่กําหนดไว การบล็อกตําแหนงนี้ ใชในการเปลียนสถานทีจากที่หนึงไปยังอีกฉากหนึงได ่ ่ ่ ่แตตองพยายามใหภาพที่ปรากฏจะตองถูกบล็อกจนดําสนิทจริง ๆ เมื่อตัวแสดงเดินออกไปจากหนาเลนสของกลองภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  2. 2. Introduction to Film and Video 17 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง 6) เทคนค Pop ons ิ โดยการล็อค (Lock) กลองไวกับที่เดิม แลวถายภาพคนหรือวัตถุเขาไป และคนออกมาจากฉาก โดยถายภาพหัวทายเผื่อไว และนํามาตัดตอใหเกิดอาการหายตัวเขาไปปรากฏในฉาก หรือหายตัวออกจากฉากนั้น ทําใหการนําเสนอมีชีวิตชีวานาสนใจ หรือ การทําใหภาพคนหายตัวได 2. การเปลี่ยนภาพแบบเสาะหา (Found) การเปลี่ยนภาพแบบเสาะหานี้ เปนการตัดตอภาพแบบพยายามหาจุดเชื่อมหรือตอภาพเขาดวยกัน โดยที่ไมจําเปนจะตองมีกําหนดไวในสคริปต แตเราจะตองพยายามหาใหพบในเนื้อเทป (Footage) ที่ไดบันทึกภาพมาแลว ซึ่งมีรูปแบบดังนี้ 1) Match Object เปนการจับคูวัตถุที่คลายคลึงกันแลวตัดภาพเขาหากัน ตัวอยางเชน การซูมอน (Zoom in) ไปที่นาฬิกาซึ่งติดอยูบนฝาผนังหอง แลวตัดภาพไปเปนนาฬิกาอีกเรือนหนึ่ง จากนั้น ิซูม เอาท (Zoom out) ออกมาเปนภาพหองใหม นอกจากนี้เราอาจคนหาสิ่งของใด ๆ ในฉาก เชนเลอกถวยกาแฟ ที่เขี่ยบุหรี่ แจกันดอกไม ฯลฯ เพื่อนํามาใชเปนจุดสําหรับ Match Object ื ภาพประกอบที่ 22 การเปลี่ยนภาพแบบ Match Object 2) Match Theme เปนการจับคูเนื้อหาที่คลายคลึงกันและตัดภาพเขาหากัน เชน รถยนต อาคารภาพถาย ฯลฯ ตัวอยางเชน จากภาพชายคนหนึ่งนั่งอยูหนารานกาแฟ แลวตัดไปยังภาพอีกคนหนึ่งในบาร ตัดไปอีกคนหนึ่งในภัตตาคาร ภาพประกอบที่ 23 การเปลี่ยนภาพแบบ Match Themeภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  3. 3. Introduction to Film and Video 18 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง 3) Match Action เปนการจับคูอากัปกริยาที่คลายคลึงกันตัดตอเขาหากัน เชน คนกําลังเปดประตูในฉากแรกตัดภาพไปเปนคนกําลังเดินผานประตูในอีกฉากหนึ่ง หรือคนกําลังยกถวยกาแฟขึ้นดื่มในหอง ๆ หนึ่ง ตัดไปเปนหองใหมคน ๆ เดิมวางถวยกาแฟลง นี่คือจุดเปลี่ยนภาพที่ดีจุดหนึ่งในการยายสถานที่ไปยังฉากใหม อาจจะเปนคนเดิมหรือคนใหมก็ได ภาพประกอบที่ 24 การเปลี่ยนภาพแบบ Match Action 4) Match Composition เปนการจับคูองคประกอบของภาพที่คลายคลึงกันตัดตอเขาหากัน เชนรถยนตจอดอยูหนาตึกในฉากแรก ตัดไปเปนคันใหมจอดอยูหนาตึกหลังใหม หรืออาศัยการตัดตอโดยใชเสนนําสายตาที่คลายคลึงกันตัดตอเขาหากัน ภาพประกอบที่ 25 การเปลี่ยนภาพแบบ Match Composition 5) Match Camera Movement เปนการจับคูภาพที่มีการเคลื่อนที่กลองคลายคลึงกัน วิธีการนี้จะไดผลในฉากเริ่มตนของเรื่องและสิ้นสุดลงในฉากถัดไป การแพนเปนวิธีการที่ดีที่สุดภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  4. 4. Introduction to Film and Video 19 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง 6.1.4 เครื่องมือและอุปกรณในการตัดตอภาพและเสียง การตัดตอเทปโทรทัศนจะแตกตางจากการตัดตอภาพยนตร คือ การตัดตอของภาพยนตรจะเปนการตัดฟลมออกเปนช็อต ๆ (Shot) แยกจากกัน แลวจึงนําช็อตมาประติด-ประตอเขาดวยกัน เพื่อใหเปนเรื่องราวตอเนื่องกันไป แตสําหรับการตัดตอเทปโทรทัศนเปนการถายทอดสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกสจากมวนเทปหนึ่งไปยังอีกมวนเทปอีกมวนหนึ่ง โดยผานทางสายสัญญาณ(Cable) โดยไมตองตัดเสนเทปมาตอกัน และมวนเทปตนฉบับก็ยังคงอยูอยางเดิม การตัดตอเทปโทรทัศน สามารถจําแนกออกเปน 2 แบบ ไดแก การตัดตอแบบลิเนียร(Linear) และการตัดตอแบบนอนลิเนียร (Non-Linear) ซึ่งการตัดตอเทปโทรทัศน ทั้งสองแบบใชเครื่องมือและอุปกรณในการตัดตอแตกตางกัน ดังนี้ 1. การตัดตอแบบลิเนียร (Linear) เปนการตัดตอเทปโทรทัศนในระบบอนาลอก (Analog) โดยการตัดตอจะเปนแบบเรียงลําดับที่ตอเนื่องกันไปหรือที่เรียกวา “Linear Video Editing” การตัดตอเทปโทรทัศนในระบบนี้ ถาเปนการตัดตอแบบงาย ๆ ระดับโฮมยูส(Home Use) เชน วีเฮชเอส (VHS) ก็จะใชเครื่องมือและอุปกรณไมมากดังนี้ 1) เครื่องเลนเทปโทรทัศน (Player) 2) เครื่องบันทึกเทปโทรทัศน (Recorder) 3) จอรับภาพ (Monitor)ภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  5. 5. Introduction to Film and Video 20 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง ภาพที่ 26 อุปกรณการตัดตอระดับ Home Use (Sony Corporation. 1995 : 35) ภาพที่ 27 อุปกรณการตัดตอแบบ Linear Cut Editing Systemภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  6. 6. Introduction to Film and Video 21 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง วิธีการตัดตอแบบงาย ๆ โดยเพียงแตตอสายสัญญาณภาพ (Video) และสายสัญญาณเสียง (Audio) จากเครื่องเลนเทป (Player) ไปยังเครื่องบันทึกเทป (Recorder) แลวทา  ํการบันทึกภาพและเสียงเปนตอน ๆ เราเรียกวา เปนการตัดตอแบบ Cut to Cut (สมเจตน เมฆพายัพ. ม.ป.ป. : 54) แตสําหรับการตัดตอที่ตองการคุณภาพสูง ที่เราเรียกวา การตัดตอแบบ A/BRoll จะมีเครื่องมือและอุปกรณจํานวนมากขึ้น ดังนี้ 1) เครื่องเลนเทปโทรทัศน (Player) หรือกลองโทรทัศนที่สามารถเลน(Play) เทปโทรทัศนได ซึ่งอาจมีตั้งแต 2 เครื่องขึ้นไป 2) เครื่องบันทึกเทปโทรทัศน (Recorder) สําหรับบันทึกภาพและเสียง 3) เครื่องควบคุมการตัดตอ (Editing Controller) ทําหนาที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของเทปทั้งสองเครื่อง เพื่อใหเที่ยงตรงในระดับเฟรมตอเฟรม สามารถกําหนดจุดเริ่มบันทึกและจุดสิ้นสุดการบันทึกไดอยางถูกตองแมนยํา 4) เครื่องเลือกภาพ (Switcher) เปนอุปกรณสําหรับเลือกภาพจากเครื่องเลนเทปไปยังเครื่องบันทึกเทปโทรทัศน หรือผานไปยังอุปกรณปรับแตงภาพอื่น ๆ กอนนําไปบันทึก 5) เครื่องทําภาพเทคนิคพิเศษ (Special Effect Generation) เปนอุปกรณปรับแตงภาพ เชน ปรับแตงความสวาง สี การเชื่อมตอ และตัวกรอง (Filter) อื่น ๆ 6) เครื่องสรางตัวอักษร (Character Generator) เปนอุปกรณสําหรับสรางตัวอักษรหรือรูปภาพเพื่อซอนลงในเทปโทรทัศน ทั้งการตัดตอแบบ Cut to Cut และ A/B Roll จะมีอุปกรณสําคัญอีกสวนหนึ่งก็คือ ชุดเครื่องเสียง เพราะจะชวยทําใหการผสมเสียงมีคุณภาพดีกวาการตอสัญญาณจากเครื่องเลนเทปโทรทัศนไปยังเครื่องบันทึกเทปโทรทัศน เพราะสามารถผสมเสียงไดมากกวาหนึ่งเสียงและสามารถปรับระดับเสียงไดตามตองการภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  7. 7. Introduction to Film and Video 22 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง ภาพประกอบที่ 28 เครื่องมือและอุปกรณการตัดตอ A/B Roll (Leonard Shyles. 1997 : 292) ภาพที่ 29 เครื่องมือและอุปกรณการตัดตอ A/X Rollภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  8. 8. Introduction to Film and Video 23 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง 2. การตัดตอแบบนอนลิเนียร (Non-Linear) เปนการตัดตอเทปโทรทัศนในระบบดิจิตอล (Digital) โดยการตัดตอจะเปนแบบไมเรียงลําดับ สามารถเริ่มหรือจบ หรือจัดการในแตละสวนไดอยางอิสระ หรือที่เรียกวา “Non –Linear Video Editing” เครื่องมือและอุปกรณในการตัดตอเทปโทรทัศนในระบบนี้ ใชคอมพิวเตอรสําหรับงานตัดตอภาพ ที่เรียกวา “Digital Video/Audio Editing” ทําการตัดตอโดยใชโปรแกรมสําหรับตัดตอ (Video Editing Software) โดยตองมีอุปกรณพิเศษ คือ การดตัดตอวิดีโอ (Video CaptureCard) เพื่อทําหนาที่จับ (Capture) ภาพและเสียงจากเทปโทรทัศนเขาสูคอมพิวเตอร 6.1.5 วิธีการและรูปแบบในการตัดตอรายการโทรทัศน การตัดตอลําดับภาพ มี 2 วิธีการ ดังน้ี 1. การตัดตอแบบลิเนียร (Linear) เปนวิธีการตัดตอภาพที่ตองทําไปตามลําดับกอนหลังของเนื้อเรื่อง ตั้งแตตนจนจบ ไมสามารถขามไปทํางานชวงอื่นๆ ที่ไมตอเนื่องกันได หากมีการแกไขที่จุดใดจุดหนึ่ง จะตองทํา การลําดับภาพใหม ตั้งแตจุดนั้นไปจนถึงจุดสุดทาย วิธีการตัดตอแบบนี้มี 2 รูปแบบ คือ 1) การตัดตอแบบ Off line เปนการตัดตออยางคราว ๆ เพื่อตรวจดูช็อต (Shot) และความยาวของรายการ โดยจะไมใสเทคนิคพิเศษใด ๆ เปนการตัดตอแบบงาย ๆ ที่ไมตองใชอุปกรณจํานวนมาก และไมไดใชเทคนิคพิเศษใด ๆ ดังนั้นจึงใชเครื่องมือที่คุณภาพไมสูง โดยเลือกเฉพาะช็อตที่ตองการมาตอชนกัน หรือที่เรียกวา การตัดตอแบบ Cut to Cut ซึ่งมีจุดประสงคเพื่อเลือกช็อต (Shot) ที่ตองการและเลือกรหัสเวลา (Time Code) เปนตัวอยางสําหรับการตัดตอแบบ On line ตอไป  2) การตัดตอดวยวิธีการแบบ On Line เปนกระบวนการที่ตอจากการตัดตอแบบ Off Line โดยนําขอมูลจากการตัดตอดวยวิธีการ Off Line มาจัดทําภาพเทคนิคพิเศษตาง ๆ ตามที่ตองการ จัดทําภาพกราฟก(Graphic) บันทึกเสียงบรรยาย เสียงดนตรีประกอบ และเสียงพิเศษ (Sound Effect) ตาง ๆบางครั้งเรียกการตัดตอแบบนี้วา การตัดตอแบบ A/B Roll ซึ่ง A/B เปนสัญลักษณแทนเครื่องเลนเทปโทรทศน 2 เครื่อง ซึ่งหมายความวา จะตองมีเครื่องเลนเทป-โทรทัศน ตั้งแต 2 เครื่องขึ้นไป ั ลักษณะการเปลี่ยนภาพจาก A ไป B สามารถทําไดอยางนอย 3 ลกษณะ คือ ั 1. การกวาดภาพ (Wipe) 2. การทําภาพจางซอน (Dissolve) 3. การทําภาพเขามาหรือหายไป (Fade)ภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  9. 9. Introduction to Film and Video 24 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง 2. การตัดตอแบบนอนลิเนียร (Non Linear) เปนการตัดตอลําดับภาพโทรทัศนที่สามารถเลือกทําในตอนใด ๆ ก็ได โดยไมจําเปนตองเรียงลําดับกอนหลังตามเนื้อหา การแกไขตอนใด ๆ สามารถทําไดโดยอิสระ เปนการตัดตอที่ใชคอมพิวเตอรเปนเครื่องมือ เปนระบบการตัดตอที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแกปญหาระบบลิเนียร โดยการยายภาพวิดีทัศนที่เคยอยูบนเทปโทรทัศนมาเก็บไวในฮารดดิสกของเครื่องคอมพิวเตอร และใชโปรแกรมสําหรับการตัดตอวิดีโอเปนเครื่องมือแทนระบบกลไก แบงเปน 2 วิธีการ คือ 1) การตัดตอแบบ Off Line ใชชุดตัดตอที่ทํางานดวยคอมพิวเตอร ใชภาพที่บีบอัด (Compress) สัญญาณไมตองละเอียดนัก โดยมีจุดประสงคเพื่อคนหา (Browse) ดูภาพ โดยจะมีขอมูลรายละเอียดของรหัสเวลา (Time Code) ของมวน จัดทําเปนบัญชีภาพที่ตองการใชตัดตอ (Edit Decision List) เพื่อนําไปใชเปนขอมูลสําหรับการตัดตอดวยวิธีการแบบ On line ตอไป 2) การตัดตอแบบ On Line ใชชุดตัดตอที่ทํางานดวยคอมพิวเตอร โดยจะบีบอัด (Compress) สัญญาณภาพที่มีความคมชัด และใหรายละเอียดที่สูงกวาการตัดตอแบบ Off Line เพื่อใชเปนตนฉบับ(Master) หรือใชในการเผยแพรออกอากาศ  เมื่อเปรียบเทียบวิธีการตัดตอลําดับทั้งสองวิธีการ จะพบวาการตัดตอระบบนอนลิเนียร มีขอดีหลายประการ ดังนี้ (Loffty. 2545 : 9) 1) ประหยัดคาใชจาย เนื่องจากระบบนอนลิเนียร ใชเครื่องเลนเทปโทรทัศนเพียงเครื่องเดียว โดยจะใชในขั้นตอนการนํารายการโทรทัศนเขาและออกจากฮารดดิสก (Hard disk)เทานั้น จึงทําใหประหยัดบประมาณในการจัดซื้อเครื่องเลนเทปและคาใชจายในการซอมบํารุง 2) การคนหาและคัดเลือกภาพ ทําไดอยางรวดเร็ว และแมนยํา เนื่องจากเปนการทํางานในฮารดดิสกทั้งหมด ซึ่งสามารถไปยังจุดใดจุดหนึ่งไดทันที โดยไมตองกรอเทปกลับไปกลบมา ั 3) สามารถเลือกทํางานในชวงตาง ๆ ไดอยางอิสระ ไมตองทํางานตามลําดับกอนหลัง ตั้งแตตนจนจบ 4) สามารถผลิตรายการที่ซับซอนไดงาย เนื่องจากมีโปรแกรมตัดตอลําดับภาพที่มีประสิทธิภาพสูงจํานวนมาก สามารถสรางไตเติ้ล กราฟก และแอนิเมชันไดอยางสะดวก และสามารถซอนภาพไดหลาย ชั้น (Layer) ในเวลาเดียวกัน 5) ไดผลงานที่มีคุณภาพสูง เนื่องจากระบบนอนลิเนียรในปจจุบันสามารถทํางานกับขอมูลที่ไมบีบอัด (Uncompressed) เลย หรือบีบอัดแบบขอมูลไมสูญหาย (Loss lessCompression) จงทาใหคุณภาพของงานสูงสุดเหมือนกับตนฉบับ ึ ํภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  10. 10. Introduction to Film and Video 25 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง6.2 การบันทึกเสียง 6.2.1 ลักษณะของเสียงในรายการโทรทัศน เสียงที่ใชในการผลิตรายการโทรทัศน แบงออกเปน 4 ชนิด คอ ื 1. คําบรรยาย (Narration) ไดแก เสียงพูดของผูบรรยายอานตามบทที่เขียนไว เสียงผูบรรยายอาจใชคนเดียว หรือ 2 คน สลับกันไปก็ได ขึ้นอยูกับลักษณะของเนื้อหา การนําเสนอและการเขียนบทโทรทศน ัลักษณะของผูบรรยายที่ดีจะตองบรรยายใหเปนธรรมชาติมากที่สุดเหมือนกับวากําลังพูดคุยอยูกับผูชมคําพูดตองมีความชัดเจน มีระดับเสียงสูง-ต่ํา ตามธรรมชาติ มี การ เนนขอความที่สําคัญและไมควร อานเร็วหรือชาเกินไป สิ่งตาง ๆ เหลานี้จะทําใหรายการ-โทรทศนมีความนาสนใจยิ่งขึ้น และสราง ั ความเขาใจใหกับผูชมไดเปนอยางดี ดังนั้น กอนทําการบันทึกเสียงคําบรรยาย ผูบรรยายควรทดลองอานบทโทรทัศนหลาย ๆ ครั้ง เพื่อใหเกิดความเคยชิน มีจังหวะการอานที่ถูกตอง มีระดับเสียง และน้ําเสียงที่ชวนฟงการอานคําบรรยายจะอานติดตอกัน หรือหยุดเปนชวง ๆ ขึ้นอยูกับลักษณะของคําบรรยายในบทโทรทัศน 2. บทสนทนา (Dialogue) บทสนทนา เปนวิธีการหนึ่งในการสื่อความหมายของเนื้อหาดวยเสียงไปสูผูชมเนื้อหาบางเรื่องมีความสลับซับซอน ยากแกการสรางความเขาใจ การใชบทสนทนาจะชวยแกปญหาเหลานี้ได ลกษณะของบทสนทนาในการผลตรายการโทรทัศนนั้น อาจใชตัวละครเปนตัว ั ิดําเนินเรื่องหรือใชบทสัมภาษณก็ได โดยสอดแทรกเนื้อหาสาระที่ตองการจะสื่อความหมายเขาไปใหผูชมไดเกิดความเขาใจ และมีอารมณคลอยตาม เกิดความคิด เกิดการเปรียบเทียบและไดขอสรุป  3. เสียงดนตรี (Music) ไดแก เสียงเพลงตาง ๆ ที่ไดจากเทปบันทึกเสียงหรือซีดี (CD) โดยทั่วไปนิยมใชเสียงดนตรีประเภทเพลงบรรเลง ถาเปนเพลงรองจะทําใหเสียงรองไปรบกวน คําบรรยายทําใหผูฟงสับสน โดยเฉพาะรายการโทรทัศนที่ใชสําหรับสอน และฝกอบรม การใชเสียงดนตรี ผูใชควรเลือกใชอยางมีจุดมุงหมายและอยางเหมาะสม ลักษณะของเสียงดนตรีและจังหวะจะตองสอดคลองกับเนื้อหา และจุดที่จะนําเขาไปใช 1) ลกษณะของการใชเสียงดนตรี ั - ดนตรีนําเขาสูรายการ (Title Music) เปนดนตรีที่ใสในตอนตนของเรื่องเพื่อแนะนําเรื่องราวที่จะเสนอวามีเนื้อหาอยางไร - ดนตรีประกอบรายการ (Background Music) ดนตรีประเภทนี้ เปนดนตรีที่ใสระหวางการเสนอเรื่อง ซึ่งอาจจะใสคลอไปกับคําบรรยาย หรือใสในชวงที่ไมมีคําบรรยายก็ได แลวแตลักษณะของเนื้อหาแตละเรื่อง เสียงดนตรีประกอบรายการจะชวยกระตุนใหผูชมตื่นตัวและชวนใหติดตามอยางตอเนื่องภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  11. 11. Introduction to Film and Video 26 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง - ดนตรีปดทาย (Ending Music) เปนการนําเสียงดนตรีมาใสปดทายเนื้อหาที่ไดนําเสนอมาจนจบ เพื่อมิใหเนื้อหานั้นจบอยางหวนจนเกินไป ซึ่งจะทําใหอารมณของผูชมหยุดชะงัก ดนตรีที่ใชอาจเปนเพลงเดียวกับเพลงไตเติ้ลหรือเพลงที่ใชคลอประกอบคําบรรยายมาแลวปรับเสียงใหดังขึ้น (Fade in) รับกับคําบรรยายที่จบลง จากนั้นจึงคอย ๆ ลดเสียง (Fade out)ลงจนเสียงคอย ๆ หายไป 2) การเลือกเสียงดนตรี การเลือกเสียงดนตรีที่จะใชในรายการโทรทัศน ควรเลือกอยางมีจุดประสงค เพราะถาเลือกเสียงดนตรีดี จะทําใหบรรยากาศในการชมดีไปดวย และผูชมมีอารมณที่คลอยตาม แตถาเลือกเสียงดนตรีที่ไมเหมาะสมแลว แทนที่จะเพิ่มบรรยากาศในการชม กลับเปนการทําลายบรรยากาศ และสรางความรําคาญใหอีกดวย ดังนั้น การเลือกเสียงดนตรีที่ดี ควรคํานึงถึงสิ่งดังตอไปนี้ - เลือกเพลงใหเหมาะสมและสอดคลองกับเนื้อหา เพื่อสรางบรรยากาศใหเกิดกับผูชมวาเรื่องราวที่เสนอนี้เกี่ยวกับอะไร - เลือกใชเพลงบรรเลงไมควรใชเพลงที่มีเสียงรอง เพราะเสียงรองจะเปนตัวเบนความสนใจของผูชมไปสูเนื้อเพลงมากกวาจะสนใจคําบรรยาย และจะทําใหเกิดความสับสนแกผูชม - เลือกเพลงที่มีจังหวะไมเร็วหรือชาเกินไป ถาเร็วเกินไป จะทําใหผูชมรูสึกตื่นเตน ทําใหขาดสมาธิในการชม แตถาเปนเพลงชาเกินไป จะทําใหผูชมรูสึกงวง ไมตื่นตัวและทําใหเบื่อในที่สุด - ไมควรใชดนตรีหลายเพลงเกินไป 4. เสียงประกอบ (Sound effects) ไดแก เสียงตาง ๆ ที่มีลักษณะเปนเสียงธรรมชาติ ใชประกอบรายการเพื่อใหเกิดบรรยากาศที่สมจริงสมจัง และมีจินตนาการราวกับวาผูชมไดอยูในเหตุการณจริง ๆ ประเภทของเสียงประกอบ เสียงประกอบแบงออกเปน 2 ประเภท คือ 1) เสียงประกอบที่ทําขึ้นเองในหองบันทึกเสียง (Spot effects) เชน เสียงโทรศพท เสียงนาฬิกา เปนตน ั 2) เสียงประกอบทีไดทําการบันทึกเอาไวลวงหนา (Recorded effects) อาจ ่บันทึกเก็บลงในเทปบันทึกเสียงหรือแผนซีดี (CD) เพราะมีเสียงหลายชนิดทียากตอการทําขึนเองใน ่ ้หองบันทึกเสียง เชน เสียงฟารอง ฟาผา เสียงเครื่องบิน เปนตน ประโยชนของเสยงประกอบ ในการผลิตรายการโทรทัศน เสียงประกอบจะมี ีบทบาทและทําหนาที่ดังนี้ 1) สรางบรรยากาศใหเกิดความสมจริงสมจังกับผูชม ราวกับวาไดเขาไปอยูในเหตุการณ หรือสถานที่นั้นดวย 2) ปลุกเราอารมณของผูชมใหมีความรูสึก เชน ตื่นตัว ราเริง หรือกลัวเปนตนภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  12. 12. Introduction to Film and Video 27 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียง 3) เสียงประกอบทําหนาที่เสมือนกับเปนสัญลักษณ (Symbolic) ของเนื้อหา เชนเสยงระฆง แสดงใหเห็นวาเปนเหตุการณที่เกิดขึ้นในวัด เปนตน ี ั 4) ทําหนาที่บอกเวลาและเหตุการณที่เกิดขึ้น เชน เสียงไกขันบอกเวลาในตอนเชาตรู เปนตน 6.2.2 วิธีการบันทึกเสียง การบันทึกเสียงมีวิธีการทีแตกตางกันตามความสะดวกของผูบันทึก และความพรอม ่ ของอปกรณที่ใช ซึ่งในที่นี้จะขอแบงออกเปน 2 วิธี ดังนี้ ุ 1. บันทึกทุกเสียงพรอมกัน โดยบันทึกเสียงคําบรรยาย เสียงดนตรี และเสียงประกอบพรอมกน วิธีนี้เหมาะ  ัสําหรับบทโทรทศนที่ไมยุงยากซับซอน และไมตองใชเทคนิคมาก แตผูบรรยายและผูควบคุมเสียงตอง ั  เปนผูที่มีประสบการณในการบันทึกเสียงเปนอยางดี เพือไมใหมีการผิดพลาดขึนในขณะทําการบันทึก ่ ้จะตองมีการเตรียมการที่ดี เชน ผูบรรยายตองทดลองซอมอานบทโทรทัศนหลาย ๆ เทียวจนคลอง มี ่การแบงวรรคตอนที่ถูกตอง สําหรับผูควบคุมเสียงตองเตรียมเลือกดนตรีที่ใชประกอบ ซึ่งอาจไดจากแผนซีดี(CD) หรือเทปบันทึกเสียง และเตรียมเสียงประกอบไวใหพรอม มีการซักซอมจนชํานาญ จากนั้นจึงเริ่มบันทึกเสียง วิธีนี้ถาบันทึกเสียงครั้งเดียวแลวไมมีการผิดพลาดจะทําใหประหยัดเวลาในการ บันทึกเสียง แตความเปนจริง มกไมสามารถบันทึกเสียงเพียงครั้งเดียวหรือสองครั้งได เนื่องจากมี ั ขอผิดพลาดเกิดระหวางบันทึกเสียงเสมอ จึงทําใหผูบรรยายเสียเวลามาก เนื่องจากตองบรรยายใหมทุกครั้งที่เกิดการผิดพลาด วิธนี้จึงไมคอยเปนที่นิยม ี 2. บันทึกเสียงเฉพาะคําบรรยายไวกอน เปนการบันทึกเสียงคําบรรยายไวกอน แลวนํามาผสมกับเสียงดนตรีและเสียงประกอบอีกครั ้งหนึ ่ง การบั น ทึกเสีย งวิธีนีโ ดยทั่วไปนิย มใช เพราะถึงแมวาจะเปนการบัน ทึกที่มี ้ขั้นตอนมากกวาวิธีแรกก็ตาม แตในทางปฏิบัติจริง ๆ แลว จะมีโอกาสเกิดความผิดพลาดนอยกวาและผูบรรยายจะไมเสียเวลามากเหมือนวิธีแรก การบันทึกเสียงวิธีนี้ มีขอแนะนํา และขั้นตอนดังนี้ 1) กําหนดตัวผูบรรยายและใหผูบรรยายทดลองอานบทหลาย ๆ ครั้ง เพื่อใหคุนเคยกับบทบรรยาย ซึ่งในบางครั้งคําบรรยายอาจมีศัพทเฉพาะ หรือศัพทเทคนิคอยูดวย ผูบรรยายจงควรอานอยางถูกตอง แตถาไมแนใจก็ควรสอบถามผูเขียนบท ึ 2) บันทึกเสียงคําบรรยาย หลังจากที่ผูบรรยายไดทดลองอานบทจนคลองและอยางถูกตองแลว จึงทําการบันทึกเสียงโดยบันทึกเสียงเฉพาะคําบรรยายลงบทเทปแบบมวนเปด (Open Reel) หรือลงเทปตลับ (Cassette) ก็ได ขึ้นอยูกับความพรอมของอุปกรณที่มีอยูแตถาสามารถบันทึกลงเทปแบบมวนเปด จะไดเสียงที่มีคุณภาพกวาลงเทปตลับ ในการบันทึกเสียง เมื่อผูบรรยายอานบทจนสิ้นสุดคําบรรยายของแตละช็อตแลว ผูบรรยายอาจตองหยุดทิ้งชวงสั้น ๆ ประมาณ 2 - 3 นาที แตถาเปนขอความที่ตอเนื่องกันก็ใหอานติดตอกันไดเลย การบันทึกเสียงคําบรรยายจะบันทึกตั้งแตตนจนจบเรื่องถาในระหวางการบรรยายมีภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552
  13. 13. Introduction to Film and Video 28 Chapter 6 การตัดตอลําดับภาพและเสียงการอานสะดุดหรือมีเหตุขัดของทางเทคนิคใดก็ตาม ควรมีการแกไขโดยบันทึกเสียงใหมทันที ไมควรเก็บไวแกไขภายหลังจากไดอานจบเรื่องแลว จะทําใหยุงยากในขั้นตอนการผสมเสียง 3) ผสมสัญญาณเสียง นําคําบรรยายที่บันทึกไวแลวผสมกับเสียงดนตรีและเสียงประกอบ ในขั้นตอนนี้ กอนที่จะทําการผสมเสียง เจาของเรื่องและผูควบคุมเสียงจะตองจัดเตรียมเลือกเพลง และเสียงประกอบตามที่ไดกําหนดไวในบทโทรทัศนไวใหพรอม จากนั้นจึงทาการผสมเสยง   ํ ีโดยนําเสียงคําบรรยายเสียงดนตรีและเสียงประกอบผสมเขาดวยกัน ดวยเครื่องผสมสัญญาณเสียง(Mixer) ผูควบคุมเสียงจะคอยปรับระดับสัญญาณเสียงตาง ๆ เขาดวยกันอยางเหมาะสมตามที่ไดกําหนดไวในบทโทรทศนตั้งแตเริ่มตนจนจบเรื่อง จึงเปนอันวาจบขั้นตอนของการบันทึกเสียง ั  เอกสารอางอง  ิจรูญศักดิ์ สุขวัฒโน. “กุญแจสูความสําเร็จของนักตัดตอวิดีโอเทป,” ใน เอกสารประกอบ การประชุม พัฒนาบุคลากรดานการตัดตอรายการโทรทัศน. ศูนยเทคโนโลยีทาง-การศกษา กรมการ ึ ศกษานอกโรงเรยน กระทรวงศกษาธิการ, 2539.ถายเอกสาร. ึ ี ึวสันต อติศัพท. การผลิตเทปโทรทัศนเพื่อการศึกษาและฝกอบรม. กรงเทพฯ : โอเดียนสโตร, 2533. ุสโขทยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัย. เอกสารการสอนชุดวิชาการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน หนวยที่ 1 - ุ ั 7., พิมพครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537.สุโขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัย เอกสารการสอนชุดวิชาการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน หนวยที่ 8 – 15.พิมพครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537.Leonard Shyles. Video Production Handbook. Boston Newyork. Houghton Mifflin , 1997.Panasonic Operation Instruction Digital AV mixer. Osaka Japan. ม.ป.ท. ม.ป.ป.Sony Corporation, บริษัท. คูมือใชงานเครื่องบันทึกวีดีโอ ยี่หอ SONY รุน X812PS. 1995.ภาพยนตรและวีดิทัศนเบื้องตน | พิพิษณ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะชาง | Last update : 25 สิงหาคม. 2552

×