Part 2.1 หลักการทำงานและส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ

2,643 views
2,521 views

Published on

สำหรับเว็บบล็อก http://photovis.rmutr.ac.th/ และเว็บบล็อก https://photovis.wordpress.com/

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,643
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
37
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Part 2.1 หลักการทำงานและส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ

  1. 1. การถ่ายภาพเพื่องานออกแบบนิเทศศิลป์ | พิพิษณ์ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะช่าง | Last update : 18 พ.ค. 2555บทที่ 2หลักการทางานและส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพเรียบเรียงโดย ผศ. พิพิษณ์ สิทธิศักดิ์วิทยาลัยเพาะช่าง มทร.รัตนโกสินทร์Pipit.s@rmutr.ac.thเนื้อหาในหน่วยนี้ จะประกอบด้วย1) หลักการทางานของกล้องถ่ายภาพ2) ส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ3) เลนส์ถ่ายภาพ4) อุปกรณ์เสริม (Camera accessories) และการบารุงรักษากล้องถ่ายภาพ1. หลักการทางานของกล้องถ่ายภาพหลักการบันทึกภาพของกล้อง อาศัยหลักการเดียวกันกับการมองเห็นของนัยน์ตามนุษย์นั่นคือ การรับภาพจากแสงที่สะท้อนวัตถุมายังตาเรา และแสงที่ว่านี้หมายรวมถึงแสงจากธรรมชาติและจากไฟประดิษฐ์ทั้งหลายทั้งมวลตอนกลางวันแสงหลักที่เราใช้ในการถ่ายภาพ คือ แสงจากดวงอาทิตย์ ยกเว้นการถ่ายภาพใน อาคารที่อาศัยแสงจากหลอดไฟ ส่วนตอนกลางคืนแสงหลักส่วนใหญ่จะเป็นแสงจากหลอดไฟฟ้าต่างๆแสงสว่างจากแหล่งกาเนิดแสงต่างๆ ที่เราเห็นเป็นแสงสีขาว เกิดจากการรวมตัวของแสงสีต่างๆ หรือที่เรียกว่า "สเปคตรัม" ของแสง เราพิสูจน์เรื่องนี้ได้โดยใช้แท่งแก้วปริซึมใส (Prism) มาช่วยทาการหักเหแสง เพื่อให้เห็นปรากฏการณ์ที่ว่านี้ โดยใช้ไฟฉายส่องผ่านปริซึม เมื่อแสงส่องผ่านออกมาอีกด้านของปริซึม เราจะเห็นเป็นสีต่างๆ คล้ายกับสีของรุ้งกินน้าตอนฝนตก
  2. 2. บ ท ที่ 2 ห ลั ก ก า ร ทา ง า น แ ล ะ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ก ล้ อ ง ถ่ า ย ภ า พ ห น้ า | 2การถ่ายภาพเพื่องานออกแบบนิเทศศิลป์ | พิพิษณ์ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะช่าง | Last update : 18 พ.ค. 2554(ที่มา : http://www.zmos.net/howto/87-basic-photography/141-basic-photography)สีสันของวัตถุต่างๆ ที่เราเห็นอธิบายได้จากปรากฏการณ์ที่ว่านี้ วัตถุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการดูดซับและสะท้อนแสงสีที่ต่างกัน เช่นวัตถุที่เราเห็นเป็นสีแดง หมายถึงวัตถุนั้นสามารถดูดซับแสงสีอื่นไว้ได้ยกเว้นแสงสีแดง จึงสะท้อนออกมาทาให้เรามองเห็นวัตถุนั้นเป็นสีแดง วัตถุสีขาวก็คือวัตถุที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงได้ดี จึงสะท้อนแสงสีต่างๆ ออกมาเกือบทั้งหมด เราจึงเห็นวัตถุนั้นเป็นสีขาวตรงกันข้ามวัตถุบางอย่างสามารถดูดซับแสงสีต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด และแทบจะไม่สะท้อนแสงสีใดๆออกมาเลย เราก็จะมองเห็นวัตถุนั้นเป็นสีดา นั่นเป็นเหตุผลว่าทาไมเราจึงได้รับคาแนะนาว่าไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีดาออกแดดใน ตอนกลางวัน ก็เพราะมันไม่มีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงเลย มันจึงเก็บรับเอาความร้อนจากแสงไว้ และทาให้เรารู้สึกร้อนมากขึ้นนั่นเอง (www.zmos.net.2551)(ที่มา : http://www.zmos.net/howto/87-basic-photography/141-basic-photography)
  3. 3. บ ท ที่ 2 ห ลั ก ก า ร ทา ง า น แ ล ะ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ก ล้ อ ง ถ่ า ย ภ า พ ห น้ า | 3การถ่ายภาพเพื่องานออกแบบนิเทศศิลป์ | พิพิษณ์ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะช่าง | Last update : 18 พ.ค. 2554กลไกและการทางานของกล้อง DSLR (Digital Single-Lens Reflect)การทางานของกล้องถ่ายภาพก็อาศัยหลักการนี้เช่นเดียวกัน นั่นคือเมื่อแสงส่องกระทบวัตถุสะท้อนมายังกล้อง เลนส์ของกล้องซึ่งทาหน้าที่แทนเลนส์ตาของมนุษย์ จะทาหน้าที่รวมแสงและส่งผ่านไปยังเซนเซอร์รับภาพ โดยมีกลีบม่านหรือไดอะแฟรมในตัวเลนส์ทาหน้าที่หรี่หรือขยายออกเพื่อควบคุมปริมาณแสงที่จะส่งผ่านไปยังเซนเซอร์รับภาพ คล้ายกับม่านตาของมนุษย์ เราเรียกขนาดของไดอะแฟรมนี้ว่า "รูรับแสง (Aperture)" นอกจากนี้ยังมีม่านชัตเตอร์ในตัวกล้องคอยคุมเวลาเปิด-ปิดการรับแสงเช่นเดียว กับเปลือกตาของคนเรา เราเรียกช่วงเวลาการเปิด-ปิดของม่านชัตเตอร์ว่า"ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed)"เมื่อแสงส่องผ่านรูรับแสงและม่านชัตเตอร์ไปยังเซนเซอร์รับภาพ แสงสีต่างๆจะถูกแปลงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าและเปลี่ยนเป็นสัญญาณภาพในรหัสดิจิตอล เพื่อส่งผ่านไปเก็บบันทึกไว้ในเมโมรี่การ์ดต่อไปสาหรับ กล้องประเภท DSLR จะแตกต่างจากกล้องคอมแพคทั่วไป กล้องคอมแพคขนาดเล็กออกแบบให้สามารถมองเห็นภาพจากจอ LCD ได้โดยตรง ส่วนกล้อง DSLR จะใช้การมองภาพจากช่องมอง (Viewfinder) เป็นหลัก โดยอาศัยกระจกสะท้อนภาพซึ่งอยู่หน้าม่านชัตเตอร์ วางเฉียงสะท้อนภาพขึ้นด้านบนเพื่อส่งภาพมายังช่องมองดังนั้น จะเห็นว่าแสงคือปัจจัยหลักที่ทาให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ และทาให้เราสามารถบันทึกภาพได้ ปริมาณแสงจึงมีส่วนสาคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการทั้งหมด สายตาของมนุษย์สามารถควบคุมปริมาณแสงได้ด้วยการสั่งงานของระบบสมองและประสาท ตา ในสภาพแสงที่เจิดจ้าม่านตาเราจะหรี่ลงโดยอัตโนมัติเพื่อลดปริมาณแสงให้พอเหมาะต่อการเห็นภาพ แต่ถ้าหากปริมาณแสงมีมากเกินจนอาจเป็นอันตรายต่อนัยน์ตาได้ สมองก็จะสั่งให้เราหลับตาลงทันที ตรงกันข้ามเมื่ออยู่ในที่แสงน้อยหรือในตอนกลางคืน ม่านตาเราจะขยายเพื่อเปิดรับแสงให้มากที่สุดเพื่อให้เราสามารถมองเห็นแม้แต่ในที่ที่มีแสงน้อยมากในตอนกลางคืน กลไกทั้งหมดเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการสั่งงานของสมองในการถ่ายภาพถึงแม้ว่ากล้องจะไม่มีสมองสั่งการเช่นเดียวกับคนเรา แต่บรรดาผู้ผลิตต่างก็พยายามคิดค้นสมองกลเพื่อช่วยในการควบคุมการเปิดรับแสง ของกล้องให้รองรับการใช้งานในทุกสภาวะแสงได้อย่างเหมาะสม กล้องในปัจจุบันมีระบบคานวณค่าแสงอัจฉริยะที่ทางานได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมระบบควบคุมการเปิดรับแสงอัตโนมัติที่มีให้เลือกใช้มากมาย เพื่อให้ได้ผลของภาพที่สมบูรณ์แบบ
  4. 4. บ ท ที่ 2 ห ลั ก ก า ร ทา ง า น แ ล ะ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ก ล้ อ ง ถ่ า ย ภ า พ ห น้ า | 4การถ่ายภาพเพื่องานออกแบบนิเทศศิลป์ | พิพิษณ์ สิทธิศักดิ์ | วิทยาลัยเพาะช่าง | Last update : 18 พ.ค. 2554เอกสารอ้างอิง : หลักการทางานของกล้องถ่ายภาพหน่วยรังสีรักษา คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. มปพ. ส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ. [ออนไลน์]. รายละเอียดทางการพิมพ์ (ถ้ามี). เข้าถึงได้จาก :http://medinfo.psu.ac.th/radiology/rt/camera/content2.html. (วันที่ค้นข้อมูล :15 มิถุนายน 2555).www.zmos.net. 4 ต.ค. 2551. หลักการทางานของกล้องถ่ายภาพ. [ออนไลน์]. รายละเอียดทางการพิมพ์ (ถ้ามี). เข้าถึงได้จาก : http://www.zmos.net/howto/87-basic-photography/141-basic-photography. (วันที่ค้นข้อมูล / : 8 พ.ค. 2555).

×