เพรเดอร์ - วิลลี่ ซินโดรม       (Prader-Willi Syndrome)  
โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่  15  ทำให้ผู้ป่วยมีรูปร่างอ้วนมาก มือเท้าเล็ก กินจุ มีความบกพร่องทา...
อาการ <ul><ul><li>ประกอบด้วยลักษณะที่สำคัญคือ ปัญหากินได้น้อยและน้ำหนักไม่ขึ้นในวัยทารกตอนต้น  ( 6-12  เดือนแรก )  ต่อมาใน...
 
ปัญหา <ul><ul><li>มักมีปัญหาเรื่องความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่น้อยกว่าปกติ และเรื่องของกระดูกสันหลัง  นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้า...
ตัวอย่างผู้มีความผิดปกติ <ul><li>เมลิสสา มอส ชาวแคลิฟอร์เนีย   </li></ul><ul><li>หญิงสาววัย  28  ปีผู้นี้ เล่าอย่างชัดถ้อย...
 
ความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ <ul><li>โรคเพรเดอร์ - วิลลี่ เป็นโรคที่หาสาเหตุการเกิดได้ง่ายเพราะมีต้นกำเนิดที่ค่อนข้างจำเพาะ ต...
<ul><li>ยีนชุดเดียวกันที่แตกตัวออกนั้นเกี่ยวข้องกับหน้าที่ การทำงานของไฮโปทาลามัส ซึ่งเป็นซีกสมองส่วนที่โบราณมากที่สุดส่วน...
<ul><li>ในขณะเดียวกันนั้น นักวิจัยได้ตรวจสอบสารเคมีในระบบประสาทที่เกี่ยวข้อง กับอาการอยากอาหาร และกระบวนการเผาผลาญอาหารในร...
<ul><li>มีความร่วมมือเมื่อเร็วๆ นี้ในหมู่นักวิจัยด้านความอยากอาหารเน้นการวิจัยเรื่องบทบาทหน้าที่ของศูนย์ ความพอใจของสมอง น...
การวินิจฉัย      <ul><li>1.   จากอาการภายนอก ซึ่งมีเกณฑ์การคิดคะแนน   เป็นข้อๆ               </li></ul><ul><li>2.   จากการ...
<ul><li>เกณฑ์รอง  (  ข้อละ  0.5  คะแนน  )  ได้แก่                  </li></ul><ul><li>-  ทารกดิ้นน้อยขณะอยู่ในครรภ์  /  และ...
<ul><li>ลักษณะอื่นที่สนับสนุนการวินิจฉัย  (  แต่ไม่นับคะแนน  )                  </li></ul><ul><li>-  ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ    ...
อาการทางคลินิก <ul><li>1.  กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ช่วงที่อยู่ในครรภ์ อาจมีประวัติว่าดิ้นน้อย ไม่กลับหัวหรืออยู่ในท่าขวางไม...
<ul><li>4.  กินจุ  /  อ้วน  ช่วงอายุ  1-6   ปีขึ้นไป จะเริ่มกินเก่งและอ้วน สาเหตุของการกินเก่งเชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติขอ...
<ul><li>7.  มีความผิดปกติในการสร้างฮอร์โมนเพศ  เนื่องจากรังไข่และอัณฑะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศได้ตามปกติ จึงทำให้ลักษณะทาง...
 
 
อ้างอิง <ul><li>http://www.otinthailand.org/index.php?lay= boardshow&ac = webboard_show&WBntype =1&Category= otinthailando...
สมาชิก  6/1 <ul><li>นางสาวชไมพร  ใจดี  เลขที่  17 </li></ul><ul><li>นางสาววรรณกานต์  ตุลา  เลขที่  27 </li></ul><ul><li>นา...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

พราเดอร์ วิลลี่ ซินโดรม

3,539 views
3,381 views

Published on

โรคทางพันธุกรรม

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,539
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
8
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

พราเดอร์ วิลลี่ ซินโดรม

  1. 1. เพรเดอร์ - วิลลี่ ซินโดรม       (Prader-Willi Syndrome)  
  2. 2. โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 15 ทำให้ผู้ป่วยมีรูปร่างอ้วนมาก มือเท้าเล็ก กินจุ มีความบกพร่องทางสติปัญญา มีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น พูดช้า รวมทั้งเป็นออทิสติกด้วย
  3. 3. อาการ <ul><ul><li>ประกอบด้วยลักษณะที่สำคัญคือ ปัญหากินได้น้อยและน้ำหนักไม่ขึ้นในวัยทารกตอนต้น ( 6-12 เดือนแรก ) ต่อมาในวัยทารกตอนปลาย ( หลังจาก 6 เดือน - 12 เดือน ) ก็จะเริ่มกินเก่ง และจะค่อยๆ อ้วนขึ้น จนมีปัญหาจากความความอ้วนได้ ถ้าไม่ได้รับการควบคุมอาหารและน้ำหนัก ผู้ป่วยทุกรายมีปัญหาด้านพัฒนาการช้าและสติปัญญาไม่มากก็น้อย อุบัติการณ์พบว่า 1 ใน 10,000-15,000 ของประชากร </li></ul></ul><ul><ul><li>ไม่ใช่โรคใหม่ ได้รับการรายงานครั้งแรกโดยนายแพทย์ชาวสวิสเซอร์แลนด์ ชื่อ ดร . เพรเดอร์ และ ดร . วิลลี่ ตั้งแต่ปี ค . ศ . 1956 หรือประมาณ 48 ปีมาแล้ว แต่สาเหตุของการเกิดโรคเพิ่งจะได้รับการค้นพบในปี ค . ศ . 1989 เป็นต้นมา </li></ul></ul>
  4. 5. ปัญหา <ul><ul><li>มักมีปัญหาเรื่องความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่น้อยกว่าปกติ และเรื่องของกระดูกสันหลัง นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านความหนาแน่นของเนื้อกระดูกในบางคน ปัญหาหลักๆของเด็กกลุ่มนี้ก็จะประกอบด้วย </li></ul></ul><ul><ul><li> 1. มีความยากลำบากในการรับประทาน ( โดยเฉพาะในวัยทารก ) </li></ul></ul><ul><ul><li> 2. มีปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารมากเกิน - หยุดทานไม่ได้ ( ทั้งๆที่ตอนแรกคลอดยังทานไม่ค่อยได้อยู่เลย ) </li></ul></ul><ul><ul><li> 3. มีความตึงตัวของกล้ามเนื้อในระดับต่ำกว่าปกติ </li></ul></ul><ul><ul><li> 4. อาจมีปัญหาเรื่องของกระดูกบ้าง เช่น กระดูกมือ - เท้าเล็กกว่าปกติ กระดูกสันหลังคด </li></ul></ul><ul><ul><li> 5. อาจมีปัญหาปัญญาอ่อนเล็กน้อย รวมถึงพัฒนาการด้านภาษานิดหน่อย </li></ul></ul><ul><ul><li> 6. ในบางรายอาจมีปัญหาเล็กๆน้อยๆอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ปัญหาพฤติกรรม </li></ul></ul>
  5. 6. ตัวอย่างผู้มีความผิดปกติ <ul><li>เมลิสสา มอส ชาวแคลิฟอร์เนีย </li></ul><ul><li>หญิงสาววัย 28 ปีผู้นี้ เล่าอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ตอนที่เธอเรียนอยู่ชั้นประถมนั้น เธอถึงกับเคยขโมยอาหารที่เหลือจากร้านอาหาร หรือแม้แต่เคยเก็บเศษอาหารที่ตกอยู่ตามพื้นก็มี ตอนนี้แม้เธอจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอก็ยังคิดถึงเรื่องของกินอยู่เสมอ ในแต่ละวันเธอใช้เวลาเป็นชั่วโมง คิดคำนวณแคลอรีและชั่งอาหารจานนั้นจานนี้ เพื่อคำนวณว่าเธอสามารถกินได้เท่าไหร่ แล้วจากนั้นเธอก็จะลงมือกินจนถึงขนมปังกรอบฉาบน้ำตาล โรยเกลือครึ่งชิ้นสุดท้าย อาหารของเธอในแต่ละวันประกอบด้วยแคลอรี 1,300 แคลอรี ซึ่งได้แก่ โยเกิร์ต ผลไม้ แซนด์วิช ไก่งวงไร้ไขมัน และอาหารค่ำหน้าจอทีวีที่แสนจะเรียบง่ายและซ้ำซากจำเจ แต่นั่นก็ทำให้เธอมีหุ่นที่ผอมเพรียวและยังมีชีวิตอยู่ได้ เพราะผู้ป่วยที่มีอาการของโรคนี้แล้วไม่ได้รับการรักษาส่วนใหญ่จะอ้วนฉุ ตั้งแต่อยู่ในช่วงวัยรุ่น และเสียชีวิตในช่วงที่เป็นผู้ใหญ่ด้วยโรคหัวใจ เบาหวาน หรืออาการอื่นๆ บางคนเสียชีวิตเนื่องจากเพราะกินอาหารมากเกินไป </li></ul>
  6. 8. ความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ <ul><li>โรคเพรเดอร์ - วิลลี่ เป็นโรคที่หาสาเหตุการเกิดได้ง่ายเพราะมีต้นกำเนิดที่ค่อนข้างจำเพาะ ต่างกับโรคทางพันธุกรรมโรคอื่นๆ อาการของ โรคนี้ไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเลย แต่จะเกิดขึ้นระหว่างการก่อตัวที่ผิดปกติของไข่ น้ำอสุจิ หรือตัวอ่อน ซึ่งจะลบหรือห่อหุ้มยีนจำนวนหนึ่งที่อยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 15 ทำให้ยีนสิบตัวถูกรบกวน ทำให้เกิดโรคเพรเดอร์ - วิลลี่ ซึ่งนอกจากจะมีอาการอยากอาหารไม่สิ้นสุดแล้ว ผู้ที่เป็นโรคเพรเดอร์ - วิลลี่ จะมีกล้ามเนื้ออ่อนแอ อัตราเผาผลาญอาหารในร่างกายต่ำ มือ เท้า และอวัยวะเพศมีขนาดเล็ก และปากจะเป็นรูปสามเหลี่ยมอย่างเห็นได้ชัด คนพวกนี้มักจะมีรูปร่างเตี้ย ผิวหนังซูบซีด และมีแนวโน้มว่าจะมีความสามารถในการเรียนรู้ต่ำอีกด้วย ส่วนอาการปกติของโรคนี้คือ ชอบแคะแกะเกาผิวหนัง ถามคำถามซ้ำซาก ชอบสะสมของ และจัดข้าวของหลายๆ ครั้ง พวกเขายังดื้อรั้นมากอีกด้วย ผู้ป่วยโรคนี้หลายคนมีความจำที่แม่นเป็นพิเศษ และบางคนยังมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาในการต่อจิ๊กซอว์อีกด้วย </li></ul>
  7. 9. <ul><li>ยีนชุดเดียวกันที่แตกตัวออกนั้นเกี่ยวข้องกับหน้าที่ การทำงานของไฮโปทาลามัส ซึ่งเป็นซีกสมองส่วนที่โบราณมากที่สุดส่วนหนึ่ง ไฮโปทาลามัสจะทำให้เกิดการตอบสนองของฮอร์โมน และควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิ และการเจริญเติบโตของร่างกาย นักวิจัยด้านความอยากอาหารยังตรวจสอบพบว่าสมองส่วนนี้เป็นเหมือนกับสถานี เปิดปิดสวิตช์ส่วนกลางของระบบวงจรประสาทที่ควบคุมการ รับประทานอาหาร </li></ul><ul><li>แล้วคนที่เป็นโรคนี้จะหิวอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยรู้สึกอิ่มจริงๆ หรือ ? วิลเลี่ยม ซิพฟ์เคยเห็นเด็กคนหนึ่งกินแซนด์วิชสลัดไก่ถึง 25 ชิ้นในชั่วโมงเรียนที่แสนยาวนาน แล้วยังขออาหารมื้อเที่ยงได้อีก นั่นแสดงให้เห็นว่าคนที่มีอาการของโรคนี้ไม่เคยอิ่มเลย นักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆ กล่าวว่าปัญหาของโรคนี้อยู่ที่ความอยากอาหารที่ไม่สิ้นสุด แต่มอสบอกว่าเธอไม่ได้รู้สึกหิวตลอดเวลา แต่เธอก็เสริมว่า “ แต่ฉันก็ไม่แน่ใจว่าฉันเคยรู้สึกอิ่มจริงๆ หรือเปล่า” </li></ul>
  8. 10. <ul><li>ในขณะเดียวกันนั้น นักวิจัยได้ตรวจสอบสารเคมีในระบบประสาทที่เกี่ยวข้อง กับอาการอยากอาหาร และกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายอย่างละเอียด แดเนียล ดริสโคล ( Daniel Driscoll) นักพันธุศาสตร์กุมารเวช ของมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ฟลอริ - ดาแห่งแจคสันวิล ได้ตั้งโครงการเมื่อเร็วๆ นี้เพื่อตรวจหาระดับความผิดปกติของฮอร์โมนเลปติน , เกรลิน และนิวโร - เปปไทด์ Y ในเลือด และของเหลวในสมองและไขสันหลังในผู้ป่วยที่มีอาการของ โรคเพรเดอร์ - วิลลี่และ เด็กที่อ้วนฉุจากอาการอื่นๆ เลปตินและเกรลินนั้นเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อระบบการกิน และเผาผลาญอาหารอย่างมาก และเมื่อฉีดสารนิวโรเปปไทด์เข้าไปในไฮโปทาลามัส ของหนูก็พบทันทีว่า สารนี้มีอิทธิพลต่อการกินอาหารในปริมาณมากเกินไป </li></ul>
  9. 11. <ul><li>มีความร่วมมือเมื่อเร็วๆ นี้ในหมู่นักวิจัยด้านความอยากอาหารเน้นการวิจัยเรื่องบทบาทหน้าที่ของศูนย์ ความพอใจของสมอง นอจเรนกกล่าวว่า สารเคมีในระบบประสาทบางตัวที่เกี่ยวข้องกับการกินนั้น ดูเหมือนจะเป็นตัวเดียวกันกับเมื่อเราเสพยาด้วย ยกตัวอย่างเช่น โคเคนและเฮโรอีนจะเพิ่มระดับของสารโดพามีนในสมอง นอจเรนยัง กล่าวอีกว่า “ เมื่อเราได้กินอาหารที่ชอบ สารนี้จะหลั่งออกมาจากซีกสมองส่วนเดียวกัน ” ทราวิส ทอมป์สัน ( Travis Tompsun) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเด็กแห่งศูนย์การแพทย์แคนซัส เชื่อว่ากรดแกมม่า - อะมิโนบิวไทริก ซึ่งเป็นกรดที่ทำหน้าที่สารสื่อประสาทนั้น เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมย้ำคิดและควบคุมตัวเองไม่ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยีนหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับการผลิตตัวรับสารสื่อประสาทนั้นเกี่ยวข้องกับ โครโมโซมที่เปลี่ยนแปลงไปในผู้ป่วยอาการเพรเดอร์ - วิลลี่ ยิ่งไปกว่านั้นทอมป์สันยังพบว่า ผู้ป่วยอาการเพรเดอร์ - วิลลี่จะมีสารสื่อประสาทในเลือดมากกว่าคนปกติถึงสามเท่า </li></ul>
  10. 12. การวินิจฉัย     <ul><li>1.  จากอาการภายนอก ซึ่งมีเกณฑ์การคิดคะแนน   เป็นข้อๆ               </li></ul><ul><li>2.  จากการตรวจดีเอ็นเอ ( โดยมีวิธี DNA-Base Methylation Testing)   ซึ่งมีความแม่นยำในการวินิจฉัยถึงมากกว่า 99%   </li></ul><ul><li>เกณฑ์หลัก ( ข้อละ 1 คะแนน ) ได้แก่                  </li></ul><ul><li>- ตัวอ่อนปวกเปียกในวัยทารก , ดูดนมได้ไม่แข็งแรง ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป                 </li></ul><ul><li>- ปัญหาการกิน / น้ำหนักไม่ขึ้นในวัยทารก บางรายต้องใส่สายผ่านทางจมูก เพื่อให้อาหาร                 </li></ul><ul><li>- น้ำหนักขึ้นเร็วในช่วงอายุ 1-6 ปี ซึ่งจะทำให้อ้วน                 </li></ul><ul><li>- กินเก่ง / กินจุ                 </li></ul><ul><li>- ลักษณะใบหน้า - หน้าผากแคบ , รูปร่างของตาเหมือนเม็ดแอลมอนด์ , ริมฝีปากบนบางและโค้งลงด้านข้างเหมือนกระจับ               </li></ul><ul><li>- ลักษณะทางเพศ ในเพศชาย อาจพบว่าขนาดขององคชาตเล็ก หรือลูกอัณฑะไม่ลงมาในถุงอัณฑะ                 </li></ul><ul><li>- พัฒนาการช้า / ระดับสติปัญญาอ่อนเล็กน้อย ถึงอ่อนปานกลาง / ปัญหา </li></ul><ul><li>การเรียน    </li></ul>
  11. 13. <ul><li>เกณฑ์รอง ( ข้อละ 0.5 คะแนน ) ได้แก่                 </li></ul><ul><li>- ทารกดิ้นน้อยขณะอยู่ในครรภ์ / และมักเอาแต่นอนในวัยทารก ซึ่งค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อโตขึ้น                 </li></ul><ul><li>- ปัญหาพฤติกรรม เช่น ร้องอาละวาดเมื่อถูกขัดใจ ย้ำคิดย้ำทำ ดื้อรั้น ขโมย โกหก                 </li></ul><ul><li>- ปัญหาการนอน / หยุดหายใจขณะหลับ               </li></ul><ul><li>- ตัวเตี้ย ( เทียบกับคนอื่นๆ ในครอบครัว )                 </li></ul><ul><li>- ผิวขาวกว่าคนทั่วไป                 </li></ul><ul><li>- มือและเท้าขนาดเล็ก ( เมื่อเทียบกับที่ควรจะเป็นตามความสูง )    </li></ul><ul><li>- ความกว้างของฝ่ามือเล็กกว่าปกติ และขอบฝ่ามือตรงแทนที่จะโค้งเหมือนทั่วไป ( ด้านนิ้วก้อย )                 </li></ul><ul><li>- ตาเหล่ / สายตาสั้น                 </li></ul><ul><li>- น้ำลายเหนียว / หนืด                 </li></ul><ul><li>- พูดจาสะดุดคล้ายติดอ่าง                 </li></ul><ul><li>- ชอบหยิกผิวหนังตนเอง   </li></ul>
  12. 14. <ul><li>ลักษณะอื่นที่สนับสนุนการวินิจฉัย ( แต่ไม่นับคะแนน )                 </li></ul><ul><li>- ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ                 </li></ul><ul><li>- ไม่ค่อยอาเจียน                 </li></ul><ul><li>- หลังโค้ง / หลังคด                 </li></ul><ul><li>- ต่อจิกซอว์เก่ง                 </li></ul><ul><li>- ผลตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทปกติ ค่าคะแนน ที่ช่วยบ่งชี้ว่าเด็กอาจจะเป็นโรคเพรเดอร์ - วิลลี่ มีดังนี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี    </li></ul><ul><li>คะแนนรวม 5 โดยที่ 4 คะแนนมาจากหลักเกณฑ์ในเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป    </li></ul><ul><li>คะแนนรวม 8 คะแนนขึ้นไป และอย่างน้อย 5 คะแนนมาจากเกณฑ์หลัก      ลักษณะที่สนับสนุนในการวินิจฉัยช่วยในการทำให้คิดถึงโรคนี้มากขึ้นหรือน้อยลง การคิดคะแนนดังกล่าว เพื่อช่วยให้แพทย์หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับโรคนี้มากนัก ได้ใช้เป็นแนวทางในการวินิจฉัยเบื้องต้น เพื่อส่งตรวจเลือดยืนยันการวินิจฉัยต่อไป สำหรับแพทย์ที่คุ้นเคยกับโรคนี้เป็นอย่างดีแล้ว แม้อาการของเด็กอาจจะยังไม่ครบตามเกณฑ์ หากมีความสงสัยมาก ก็สามารถส่งตรวจเลือดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคได้แต่เนิ่น ๆ </li></ul>
  13. 15. อาการทางคลินิก <ul><li>1. กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ช่วงที่อยู่ในครรภ์ อาจมีประวัติว่าดิ้นน้อย ไม่กลับหัวหรืออยู่ในท่าขวางไม่กลับตัว จำนวนไม่น้อยจึงต้องคลอดด้วยการผ่าคลอด น้ำหนักทารกมักปกติเมื่อแรกเกิด เป็นเด็กที่ไม่ค่อยร้อง ดูดนมช้า ๆ เบา และทุกรายตัวอ่อน นอน นิ่งๆ ร้องเสียงเบา การที่ดิ้นน้อยตัวอ่อน เนื่องจากการควบคุมจากสมองที่ผิดปกติไป ไม่เป็นโรคของกล้ามเนื้อแต่อย่างใด อาการตัวอ่อนจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ </li></ul><ul><li>2. พัฒนาการช้าด้านการใช้กล้ามเนื้อ พบในร้อยละ 90-100 ของผู้ป่วย โดยเฉลี่ยอายุที่สามารถทำได้มักช้าจะเป็น 2 เท่าของอายุปกติที่เด็กทั่วไปทำได้ ( ตัวอย่างเช่น เด็กปกตินั่งได้เมื่อ 6-7 เดือน เดินเมื่อ 12-13 เดือนเด็กเพรเดอร์มักจะนั่งได้ที่ 12 เดือน เดินเมื่อ 24 เดือน เป็นต้น ) </li></ul><ul><li>3. ระดับสติปัญญา ผลทดสอบระดับสติปัญญา หรือไอคิว ( IQ) มักจะอยู่ในช่วงอ่อนเล็กน้อย ร้อยละ 40 ของผู้ป่วยมีระดับสติปัญญาอยู่ในระดับก้ำกึ่ง ( ก้ำกึ่งระหว่างปกติหรือด้อยกว่าปกติ ) หรือในเกณฑ์ระดับล่างของเด็กปกติ ประมาณร้อยละ 20 ของผู้ป่วยอยู่ในระดับอ่อนปานกลาง </li></ul>
  14. 16. <ul><li>4. กินจุ / อ้วน ช่วงอายุ 1-6 ปีขึ้นไป จะเริ่มกินเก่งและอ้วน สาเหตุของการกินเก่งเชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนไอโปทาลามัส ทำให้กินไม่รู้จักอิ่ม พยายามที่จะเสาะหาหรือค้นหาของทุกอย่างที่กินได้ บางคนขโมยอาหารหรือเงินเพื่อไปซื้ออาหาร สาเหตุของความอ้วน จากการกินมากและร่างกายมีอัตราการเผาผลาญอาหารต่ำกว่าคนปกติ </li></ul><ul><li>5. ปัญหาพฤติกรรม พบได้ในร้อยละ 70-90 ของผู้ป่วย ได้แก่ ร้องอาละวาด ดื้อดึง ย้ำคิดย้ำทำกับพฤติกรรมเดิมๆ ปัญหาทางจิตประสาทพบได้ในร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วย </li></ul><ul><li>6. ลักษณะใบหน้า อาจจะไม่เห็นชัดเจนเมื่อแรกเกิดหรือวัยทารก แต่จะชัดขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น ผิวขาวพบได้ในร้อยละ 30 ของผู้ป่วย อาจพบตาเหล่หรือหลังคดได้ในบางราย ความสูงจะเตี้ยกว่าคนในครอบครัว ในผู้ป่วยชาวตะวันตก ความสูงเฉลี่ย 160 ซ . ม . ในเพศชาย และ 148 ซ . ม . ในเพศหญิง ยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ในผู้ป่วยไทย </li></ul>
  15. 17. <ul><li>7. มีความผิดปกติในการสร้างฮอร์โมนเพศ เนื่องจากรังไข่และอัณฑะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศได้ตามปกติ จึงทำให้ลักษณะทางเพศไม่สมบูรณ์ เช่น ขนาดองคชาติ ขนาดอัณฑะเล็ก อัณฑะไม่ลงมาในถุงอัณฑะ ในเพศหญิงอาจพบแคมเล็กมีขนาดเล็กกว่าปกติ เมื่อเข้าวัยรุ่นอาจพบว่าเข้าสู่วัยหนุ่มสาวช้ากว่าทั่วไป มีลูกยาก / เป็นหมัน โตขึ้นมักจะเป็นหมัน แต่มีรายงานผู้ป่วย 1 รายมีบุตร โรคอื่น ๆ ที่อาจจะมีอาการคล้ายกลุ่มอาการเพรเดอร์ - วิลี่ ซึ่งแพทย์จำเป็นจะต้องตรวจให้แน่ใจว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคเหล่านี้ ได้แก่ </li></ul><ul><li>- โรคของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท หรือโรคของเซลล์ประสาทไขสันหลัง ซึ่งจะทำให้ทารกมีตัวอ่อนปวกเปียก </li></ul><ul><li>- ในเด็กที่มีพัฒนาการช้า / ความบกพร่องทางสติปัญญา อ้วน และลักษณะทางเพศไม่สมบูรณ์ พบได้ในโรคพันธุกรรมอื่นนอกเหนือจากเพรเดอร์ - วิลลี่ </li></ul>
  16. 20. อ้างอิง <ul><li>http://www.otinthailand.org/index.php?lay= boardshow&ac = webboard_show&WBntype =1&Category= otinthailandorg&thispage =22&No=1229541 </li></ul><ul><li>http://thaigoodview.com/node/46424 </li></ul><ul><li>http://www.thaigaming.com/forward-mail/37723.htm </li></ul><ul><li>http://gotoknow.org/blog/pws/142205 </li></ul>
  17. 21. สมาชิก 6/1 <ul><li>นางสาวชไมพร ใจดี เลขที่ 17 </li></ul><ul><li>นางสาววรรณกานต์ ตุลา เลขที่ 27 </li></ul><ul><li>นางสาวสุภารัตน์ สังข์ทอง เลขที่ 29 </li></ul><ul><li>นางสาวแสงทอง ยศประเสริฐ เลขที่ 30 </li></ul>

×