Your SlideShare is downloading. ×
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
468201 hand book
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

468201 hand book

139

Published on

Published in: Education, Business
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
139
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล6สวนประกอบของชุดการสอนในชุดการสอนนี้จะมีวัสดุ-อุปกรณ ที่ประกอบไปดวยรายการดังตอไปนี้1. คูมือครู2. สมุดบันทึกการทํากิจกรรมศูนยการเรียน3. ซองเอกสารประจําศูนยการเรียน3.1 ศูนยการเรียนที่ 1 ความหมายของระบบสุริยะจักรวาล3.2 ศูนยการเรียนที่ 2 ดวงอาทิตย3.3 ศูนยการเรียนที่ 3 ดาวพุธ3.4 ศูนยการเรียนที่ 4 ดาวศุกร3.5 ศูนยการเรียนที่ 5 โลก3.6 ศูนยการเรียนที่ 6 ดาวอังคาร3.7 ศูนยการเรียนที่ 7 ดาวพฤหัสบดี3.8 ศูนยการเรียนที่ 8 ดาวเสาร3.9 ศูนยการเรียนที่ 9 ดาวยูเรนัส3.10 ศูนยการเรียนที่ 10 ดาวเนปจูน4. ในแตละซองเอกสารจะประกอบไปดวย บัตรคําสั่ง บัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรม และบัตรเฉลย5. แผนการสอน6. ใบบันทึกและประเมินผลการใชชุดการสอน7. แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน*** ครูควรตรวจสิ่งของเหลานี้ใหเรียบรอยกอนใชประกอบการสอน ***
  • 2. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล7คําชี้แจงสําหรับครูผูสอนจุดมุงหมายของชุดการสอน1. เพื่อใชสอนเนื้อหา บทเรียน ตามหลักสูตรของการศึกษาในระบบโรงเรียน2. เพื่อเปนเครื่องมือชวยอํานวยความสะดวกในการสอนของครู3. เพื่อใหการเรียนในหองเรียนเกิดประสิทธิภาพมาขึ้น เพราะนักเรียนสามารถเรียนไดอยางทั่วถึงทุกคน4. เพื่อสรางความนาสนใจในบทเรียนใหมีมากขึ้น เปนการกระตุนใหผูเรียนเกิดการเรียนรูในหองเรียน5. ชุดการสอนนี้ทําใหนักเรียนมีทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห ในเรื่องที่กําลังศึกษาอยูอยางเปนขั้นตอนบทบาทของครูผูสอน1. วางแผนการสอน เขียนแผนการสอน และเตรียมอุปกรณอื่น ๆ2. สังเกต ใหความชวยเหลือ และแกไขที่ไมถูกตองขณะทํางานรวมกัน3. บันทึกพัฒนาการของผูเรียนแตละคน โดยอาจบันทึกความเขาใจในเนื้อหาสาระความสามารถตามคําสั่งที่กําหนดไว การทํางานใหเสร็จดวยตนเอง และดวยการทํางานกลุมรวมกับคนอื่น ความเปนผูนําและผูตามที่ดี4. อธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม โดยการเดินไปดูการทํากิจกรรมกลุมของผูเรียนตามศูนยการเรียนตาง ๆ ตลอดจนเปนผูนําและผูสรุปเนื้อหาในบทเรียนนั้น ๆ ดวย5. เตรียมอุปกรณ และสื่อการสอน ชุดการสอนเพิ่มเติม เพื่อใหสอดคลองกับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อใหบทเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 3. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล8ขอคํานึงของครูผูสอนในการสอนโดยใชชุดการสอนในแตละศูนยการเรียนนั้น ครูตองเปลี่ยนทัศนคติใหเหมาะสม เพื่อเปดโอกาสใหผูเรียนมีโอกาสเรียนรูดวยตนเองมากยิ่งขึ้น ทัศนคติที่ครูควรคํานึงถึง มีดังตอไปนี้1. สงเสริมใหผูเรียนเกิดการเรียนรูดวยตนเองมากที่สุด พยายามลดบทบาทการเปนผูบอกของครูมาเปนผูถาม และคอยชวยเหลือดูแล2. เปนผูมีใจกวางและใหคําชมนักเรียนที่ทําดี หรือทํากิจกรรมสําเร็จแมเพียงเล็กนอย3. สงเสริมใหนักเรียนเรียนรูดวยการเคลื่อนไหวในขณะประกอบกิจกรรม4. สนับสนุนใหนักเรียนรูจักการทํางานเปนทีม5. คอยชวยเหลือใหนักเรียนเรียนรูตามความสามารถของตนเองบทบาทของนักเรียนครูตองกระตุนใหนักเรียนมีพฤติกรรมอันพึงประสงค ตอการเรียนดวยชุดการสอนดังตอไปนี้1. ทําความเขาใจวิธีการเรียนดวยการใชชุดการสอน ที่แบงเปนศูนยการเรียน2. พัฒนาการเรียนรูดวยตนเอง โดยปฏิบัติตามคําสั่งที่ไดระบุไวในศูนยการเรียนใหครบถวนในแตละศูนยการเรียน3. ตองสงเสริมใหผูเรียนรูจักและเรียนรูเกี่ยวกับการทํางานเปนทีม เปนผูนําและผูตามที่ดี4. พัฒนาทักษะการประเมินของตนเอง และบันทึกความกาวหนาดวยตนเอง5. ผูเรียนควรมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติกิจกรรมในแตละศูนยการเรียน
  • 4. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล9การจัดหองเรียนในการเรียนดวยการใชชุดการสอนนี้ จําเปนจะตองจัดสภาพหองเรียนใหเหมาะสมเพื่อสรางบรรยากาศการเรียนรูใหเกิดขึ้นกับผูเรียนการจัดหองเรียนอาจจัดเปน กลุมละ 4 คน จํานวน 10 กลุม (10 ศูนยการเรียนรู)ผูเรียนจะสลับกันเรียนในแตละศูนยเวียนกันไปจนครบทุกศูนย โดยมีรูปแบบดังนี้ (อาจเปลี่ยนแปลงไดตามความเหมาะสม)<< ตัวอยางการจัดสภาพหองเรียนใหเปนศูนยการเรียน
  • 5. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล10คํานิยามบัตรคําสั่ง คือ บัตรที่บอกใหผูเรียนในแตละศูนยการเรียนปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆอยางเปนขั้นตอน ผูสอนและผูเรียนควรจะปฏิบัติตามอยางเครงครัดเพื่อใหการเรียนการสอนดวยชุดการสอนเปนไปอยางมีประสิทธิภาพบัตรเนื้อหา คือ บัตรที่บรรจุเนื้อหา หรือรูปภาพประกอบ โดยปกติแลวจะจัดเรียงเนื้อหาตามลําดับกอนหลังบัตรกิจกรรม คือ บัตรที่จะจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับเนื้อหาที่ผูเรียนไดศึกษาไปแลวในแตละศูนยการเรียน เชน บอกใหตอบคําถาม หรือเลนเกมเปนตนศูนยการเรียน คือ หนวยการเรียนแตละหนวย เปนการใหนักเรียนศึกษาในหัวขอยอย ๆ กอนตามลําดับความสนใจ จะมีการสลับหรือเวียนกลุมศูนยการเรียนไปตามระยะเวลาที่กําหนดให เมื่อผูเรียนศึกษาในศูนยการเรียนหนึ่ง ๆ จบแลวก็สามารถไปศึกษาตอในศูนยการเรียนอื่น ๆ ได ในที่นี้ศูนยการเรียนไดแบงเปน 10 ศูนย ผูเรียนในแตละศูนยจะกําหนดใหไมเกิน 4 คน ใชเวลาในแตละศูนยประมาณ 15 นาทีเรื่อง คือ สาระการเรียนรูที่จะใหผูเรียนไดศึกษาซึ่งไดแบงเปนหัวขอยอย ๆ ไวแลวจํานวน 10 เรื่อง ในแตละเรื่องจะอยูในแตละศูนยการเรียน 1 เรื่องตอ 1 ศูนยการเรียนหมายเลขบัตร คือ สิ่งที่จะบอกวาบัตรคําสั่ง บัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรม ที่มีอยูในแตละศูนยการเรียนทั้งหมดนั้น อยูในศูนยการเรียนรูใด เพื่อใหงายตอการจัดเก็บและปองกันการสลับหรือเปลี่ยนชุดบัตรตาง ๆ บัตรแตละบัตรจะสังเกตไดงายเพราะวาจะผูจัดทําใหใชสีที่แตกตางกัน จึงงายตอการจัดเก็บไวเปนหมวดหมู
  • 6. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล11แนวทางการใชชุดการสอนเพื่อใหการใชงานเปนไปตามวัตถุประสงคของการจัดทําชุดการสอน “ระบบสุริยะจักรวาล” จึงไดกําหนดแนวทางการใชงานดังนี้1. ผูสอนควรตรวจสอบชุดการสอนใหคบถวนและอยูในสภาพที่พรอมจะใชงาน2. การเตรียมหองเรียนนั้น อาจจัดตามแผนผังการจัดวางที่ไดกําหนดไวหรืออาจพิจารณาตามสภาพแวดลอมของแตละหองเรียน3. การจัดกลุมผูเรียนใหเขาอยูในแตละศูนยผูสอนอาจเตรียมสลากไวลวงหนากอนเขาสอน พอเขาสอนแลวใหผูเรียนจับสลากที่ไดเตรียมมา4. วัสดุ-อุปการณในแตละศูนยผูจัดทําไดจัดทําเพียง 4 ชุด/ศูนยเทานั้น หากมีนักเรียนมากขึ้นผูสอนอาจทําเพิ่มได โดยใชของเดิมเปนตัวอยาง5. ในชั่วโมงสอน เมื่อจัดสภาพหอง และนักเรียนแลวครูจะเปนผูกําหนดวาศูนยการเรียนแตละศูนยจะใหเรียนเรื่องใด โดยวางซองเอกสารนั้นไวที่ศูนยการเรียนแลวนักเรียนที่สนใจเรื่องนั้นก็จะมานั่งรวมกันเพื่อศึกษาตามเรื่องที่สนใจ6. การจัดศูนยการเรียนนั้น ครูควรแนะนําผูเรียนวาไมควรเขาไปศึกษาเกิน 4 คนเนื่องจากไดเตรียมเอกสารไวจํากัดจํานวน แตผูเรียนสามารถเรียนไดโดยวิธีการเวียนศูนยการเรียน7. การเวียนศูนยการเรียนนั้น เพื่อความสนุกสนานครูอาจจะมีแผนที่ใหนักเรียนเดินตามแผนที่ก็ได โดยกําหนดระยะเวลาใหไมควรเกิน 15 นาทีตอ 1 ศูนยการเรียน8. หากระยะเวลาไมเพียงพอตอการเรียนดวยชุดการสอนครูอาจสรุปสําหรับชั่วโมงนี้และกลาววาจะไดเรียนในชั่วโมงถัดไป9. ครูควรกํากับดูแลใหผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามบัตรคําสั่งของแตละศูนยการเรียนโดยเครงครัด และครูควรเปนผูใหการชวยเหลือ หรือคําแนะนําแกผูเรียนเปนระยะ ๆ เพื่อสรางบรรยากาศที่กระตุนการเรียนรู10. ครูควรแนะนําใหนักเรียนเก็บสิ่งของเขาที่ใหเรียบรอยดวยหลังใชงานเสร็จแลว
  • 7. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล12แผนการจัดการเรียนรูหนวยที่ 7 เรื่อง ระบบสุริยะจักรวาล วิชาโลก ดาราศาสตร และอวกาศชั้นประถมศึกษาปที่ 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรสาระสําคัญระบบสุริยะ คือระบบดาวที่มีดาวฤกษเปนศูนยกลาง และมีดาวเคราะห (Planet)เปนบริวารโคจรอยูโดยรอบ เมื่อสภาพแวดลอมเอื้ออํานวยตอการดํารงชีวิตสิ่งมีชีวิตก็จะเกิดขึ้นบนดาวเคราะหเหลานั้นจุดประสงคการเรียนรู- จุดประสงคทั่วไป1. เพื่อใหนักเรียนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับองคประกอบและปรากฏการณของระบบสุริยะ ที่มีความสัมพันธกันทําใหเกิดปรากฎการณตาง ๆ- จุดประสงคเชิงพฤติกรรม1. หลังจากที่นักเรียนไดศึกษาเรื่องนี้แลวสามารถอธิบายสวนประกอบของระบบสุริยะไดอยางถูกตอง2. หลังจากที่นักเรียนไดเรียนเรื่องนี้แลวสามารถอธิบายความสําคัญของระบบสุริยะไดอยางถูกตอง3. หลังจากที่นักเรียนไดเรียนเรื่องนี้แลวสามารถบงชี้ไดถึงลักษณะเดนของดาวเคราะหแตละดวงไดอยางถูกตองสาระการเรียนรู1. ความหมายและสวนประกอบของระบบสุริยะ2. เรื่องของดาวเคราะหในระบบสุริยะจักรวาล
  • 8. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล13กระบวนการจัดการเรียนรู- ขั้นนํา1. ครูแนะนําใหนักเรียนใหทราบเบื้องตนวา โลกของเราอยูในระบบสุริยะจักรวาลใด2. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนชวยกันบอกวาในระบบสุริยะจักรวาลนั้นจะประกอบไปดวยสิ่งใดบาง- ขั้นสอน1. ครูใหจัดกลุมใหนักเรียนออกเปน 10 กลุม กลุมละ 4 คน2. ครูใหนักเรียนเลือกเรียนในศูนยการเรียนตามที่นักเรียนสนใจ แตตองไมซ้ํากัน(กําหนด 1 ศูนยการเรียนตอ 1 กลุม)3. ครูจะเปนผูกําหนดใหนักเรียนศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องตาง ๆ ตามแตละศูนยการเรียน โดยใชเวลา ไมเกิน 15 นาที (หรือตามแตจะเห็นสมควร)4. ในศูนยการเรียน ใหนักเรียนศึกษาจากบัตรคําสั่งเพื่อนําไปสูการปฏิบัติในขั้นตอไป5. ในขั้นตอนสุดทายของแตละศูนยการเรียน เมื่อนักเรียนทําบัตรกิจกรรมเสร็จแลวครูแจกบัตรเฉลยคําตอบใหนักเรียนไดไปตรวจคําตอบ6. เมื่อนักเรียนตรวจคําตอบเสร็จแลว ครูจะใหผานการทํากิจกรรมในศูนยการเรียนนั้น และอนุญาตใหนักเรียนไปศูนยการเรียนตอไปได7. เมื่อนักเรียนศึกษาครบทุกศูนยการเรียนรูแลว ครูตองแนะนําใหนักเรียนเก็บสิ่งของตาง ๆ เขาที่ใหเรียบรอย
  • 9. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล14- ขั้นสรุป1. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนไดซักถามขอสงสัย หากไมมีนักเรียนคนใดซักถาม ครูควรสุมนักเรียนใหตอบคําถามงาย ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนไปแลว และเมื่อนักเรียนตอบคําถามไดถูกตองควรใหกําลังใจ ดวยการบอกนักเรียนคนอื่นปรบมือ และครูกลาวคําชมเชย2. ครูใหนักเรียนชวยกันบอกถึงสิ่งที่ไดจาการศึกษาในแตละศูนยการเรียน3. ใหครูสรุปเนื้อหาที่เรียน และกิจกรรมที่ไดฝกปฏิบัติไปแลวอีกครั้งหนึ่ง4. นักเรียนและครูสรุปความรูที่ไดโดยครูตั้งคําถาม ดังนี้* ความหมายและสวนประกอบของระบบสุริยะ มีวาอยางไร* นักเรียนไดอะไรจากการศึกษาดาวเคราะหและดวงอาทิตยสื่อการเรียนรู1. ชุดการสอน จํานวน 1 ชุด (ประกอบดวย 10 ศูนยการเรียน)
  • 10. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล15การวัดและการประเมินผลการเรียนรูการวัดผล การประเมินผล1. ดูจากการอภิปรายรวมกันของนักเรียนในแตละกลุม1. นักเรียนสวนใหญรวมอภิปรายและแสดงความคิดเห็น แสดงพฤติกรรมที่บงบอกถึงการมีมีสวนรวมของตนเองอยางเต็มที่2. สังเกตพฤติกรรมการทํางานเปนทีม 2. สมาชิกกลุมมีความรวมมือรวมใจในการทํากิจกรรมรวมกัน3. การทําบัตรกิจกรรมตาง ๆ 3. นักเรียนทําใบงานตาง ๆ ไดถูกตองตามเกณฑ4. การตอบคําถามที่ครูไดถาม 4. นักเรียนไดตอบคําถามที่ครูไดถามอยางถูกตอง แสดงถึงความเขาใจในเนื้อหาที่ไดเรียนไปแลว5. การตรวจผลงานในสมุดบันทึกกิจกรรม5. ครูตรวจผลงานที่นักเรียนรวมกันทําและใหคะแนน6. แบบประเมิน 6. ใหนักเรียนทําแบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะกอนสอนครูควรเตรียมอุปกรณ เชน การจัดหองเรียนเพื่อเตรียมเปนศูนยการเรียนวัสดุอุปกรณอื่น ๆ ที่จําเปนใหพรอม ครูควรชี้แจงเกี่ยวกับการทํางานรวมกันเปนกลุมหรือเปนทีม มีความรวมมือรวมใจในการแสดงความคิดเห็น การแสดงบทบาทหนาที่ที่กลุมกําหนดการชวยเหลือในดานความรูและการอธิบายหรืออภิปราย การยอมรับความคิดเห็นของกลุมมีความรับผิดชอบ การยอมรับความคิดเห็นของกลุม และทายที่สุดเรื่องการและรักษาเวลาในการทําใบงานแตละชิ้น
  • 11. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล16บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรูผลการสอน ปญหาและอุปสรรค แนวทางแกไข- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
  • 12. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล17-เนื้อหา-ระบบสุริยะจักรวาลระบบสุริยะคือ ระบบดาวที่มีดาวฤกษเปนศูนยกลาง และมีดาวเคราะห (Planet) เปนบริวารโคจรอยูโดยรอบ เมื่อสภาพแวดลอมเอื้ออํานวย ตอการดํารงชีวิต สิ่งมีชีวิตก็จะเกิดขึ้นบนดาวเคราะหเหลานั้น หรือ บริวารของดาวเคราะหเองที่เรียกวาดวงจันทร (Satellite)นักดาราศาสตรเชื่อวา ในบรรดาดาวฤกษทั้งหมดกวาแสนลานดวงในกาแลกซี่ทางชางเผือก ตองมีระบบสุริยะที่เอื้ออํานวยชีวิตอยางระบบสุริยะที่โลกของเราเปนบริวารอยูอยางแนนอน เพียงแตวาระยะทางไกลมากเกินกวาความสามารถในการติดตอจะทําไดถึงที่โลกของเราอยูเปนระบบที่ประกอบดวย ดวงอาทิตย (The sun) เปนศูนยกลาง มีดาวเคราะห (Planets) 9 ดวง ที่เราเรียกกันวา ดาวนพเคราะห ( นพ แปลวา เกา) เรียงตามลําดับจากในสุดคือ ดาวพุธ ดาวศุกร โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูนและยังมีดวงจันทรบริวารของ ดวงเคราะหแตละดวง (Moon of sattelites) ยกเวนเพียง สองดวงคือ ดาวพุธ และ ดาวศุกร ที่ไมมีบริวาร ดาวเคราะหนอย (Minor planets) ดาวหาง(Comets) อุกกาบาต (Meteorites) ตลอดจนกลุมฝุนและกาซ ซึ่งเคลื่อนที่อยูในวงโคจรภายใตอิทธิพลแรงดึงดูด จากดวงอาทิตย ขนาดของระบบสุริยะ กวางใหญไพศาลมาก เมื่อเทียบระยะทาง ระหวางโลกกับดวงอาทิตย ซึ่งมีระยะทางประมาณ 150 ลานกิโลเมตร
  • 13. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล18หรือ 1au. (astronomy unit) หนวยดาราศาสตร ระบบสุริยะของเรามีขนาดใหญโตมากเมื่อเทียบกับโลกที่เราอาศัยอยู แตมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับกาแล็กซีของเราหรือ กาแล็กซีทางชางเผือก ระบบสุริยะตั้งอยูในบริเวณ วงแขนของกาแล็กซีทางชางเผือก (Milky Way) ซึ่งเปรียบเสมือนวง ลอยักษที่หมุนอยูในอวกาศ โดยระบบสุริยะ จะอยูหางจากจุดศูนยกลางของกาแล็กซีทางชางเผือกประมาณ 30,000 ปแสง ดวงอาทิตย จะใชเวลาประมาณ 225 ลานป ในการเคลื่อน ครบรอบจุดศูนยกลาง ของกาแล็กซี ทางชางเผือกครบ 1 รอบ นักดาราศาสตรจึงมี ความเห็นรวมกันวา เทหวัตถุทั้ง มวลในระบบสุริยะไมวาจะเปนดาวเคราะหทุกดวง ดวงจันทรของ ดาวเคราะห ดาวเคราะหนอย ดาวหาง และอุกกาบาตเกิดขึ้นมาพรอมๆกัน มีอายุเทากันตามทฤษฎีจุดกําเนิดของระบบ สุริยะ และจาการนํา เอาหิน จากดวงจันทรมา วิเคราะหการสลายตัว ของสารกัมมันตภาพรังสี ทําใหทราบวาดวงจันทรมี อายุประมาณ 4,600 ลานป ในขณะเดียวกัน นักธรณีวิทยาก็ไดคํานวณ หาอายุของหินบนผิวโลก จากการสลายตัว ของอตอม อะตอมยูเรเนียม และสารไอโซโทป ของธาตุตะกั่วทําใหนักวิทยาศาสตรเชื่อวา โลก ดวงจันทร อุกกาบาต มีอายุประมาณ 4,600 ลานป และอายุของ ระบบสุริยะ นับตั้งแตเริ่มเกิดจากฝุนละอองกาซ ในอวกาศ จึงมีอายุไมเกิน 5000ลานป ในบรรดาสมาชิกของระบบสุริยะซึ่งประกอบดวย ดวงอาทิตย ดาวเคราะห ดาวเคราะหนอย ดวงจันทร ของดาวเคราะหดาวหาง อุกกาบาต สะเก็ดดาว รวมทั้งฝุนละองกาซ อีกมากมาย นั้นดวงอาทิตยและดาวเคราะห 9 ดวง จะไดรับความสนใจมากที่สุดจากนักดาราศาสตร
  • 14. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล19ดวงอาทิตย (The Sun)ดวงอาทิตยเปนดาวฤกษศูนยกลางของระบบสุริยะ เนื้อสารสวนใหญของระบบสุริยะอยูที่ดวงอาทิตย คือ มีมากถึง 99.87% ดวงอาทิตยสรางพลังงานขึ้นมาเองโดยการเปลี่ยนเนื้อสารเปนพลังงานตามสมการของไอนสไตน E = mc2(E คือพลังงาน, m คือ เนื้อสาร, และ c คืออัตราเร็วของแสงสวางในอวกาศซึ่งมีคาประมาณ300,000 กิโลเมตรตอวินาที) บริเวณที่เนื้อสารกลายเปนพลังงาน คือ แกนกลางซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 15 ลานองศาเซลเซียส ณ แกนกลางของดวงอาทิตยมีระเบิดไฮโดรเจนจํานวนมาก กําลังระเบิดเปนปฏิกิริยาเทอรโมนิวเคลียรที่ผิวของดวงอาทิตยมีอุณหภูมิประมาณ 5,700 องศาเซลเซียส หรือประมาณ 6,000 เคลวิน ดวงอาทิตยจึงถูกจัดเปนดาวฤกษสีเหลือง มีอายุประมาณ 5,000 ลานป เปนดาวฤกษหลัก อยูในชวงกลางของชีวิต ในอีก 5,000 ลานป ดวงอาทิตยจะจบ ชีวิตลงดวยการขยายตัวแตจะไมระเบิด เพราะแรงโนมถวงมีมากกวาแรงดัน ในที่สุด ดวงอาทิตยจะยุบตัวลงอยางสงบกลายเปนดาวขนาดเล็ก เรียกวา ดาวแคระขาว การถายทอดพลังงานจากแกนกลางสูผิวตองผานชั้นที่อยูเหนือแกนกลางที่ เรียกวา แถบการแผรังสี ซึ่งเปนแถบที่กวางไกลมากเหนือแถบการแผรังสีคือ แถบการพา โดยการหมุนเวียนของกาซรอน จุดบนดวงอาทิตย ผิวของดวงอาทิตยที่เราสังเกตไดเรียกวา โฟโทสเฟยร ความรอนและแสงสวาง ตลอดทั้งพลังงานในชวงคลื่นอื่น ๆ แผกระจายจากดวงอาทิตยสูอวกาศ โดยการแผรังสีบนผิวระดับโฟโทสเฟยรมีบริเวณที่อุณหภูมิต่ํากวาขางเคียง จนสังเกตเห็นเปน จุดดํา เรียกวา จุดบนดวงอาทิตย จุดเหลานี้ไมใชลักษณะที่มีอยูอยางถาวร เกิดแลว มีการเปลี่ยนแปลงรูปรางและขนาดเปนกลุมจุด (spot groups)
  • 15. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล20จุดบนดวงอาทิตยมีประโยชนในการวัดอัตราการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย ซึ่งพบวามีคาบ 27.3 วัน (อัตราการหมุนรอบตัวเอง ณ บริเวณเสนศูนยสูตรของดวงอาทิตยยาว24.6 วันตอรอบนักดาราศาสตรชาวอังกฤษไดตรวจสอบขอมูลเกา ๆ เกี่ยวกับจุดบนดวงอาทิตย และพบวาระหวางป พ.ศ. 2188-2258 เปนชวงที่ดวงอาทิตยไมคอยมีจุดเลย จึงไมมีปซึ่งมีจุดมากและปซึ่งมีจุดนอย การศึกษาตอมาทําใหเชื่อวา ชวงเวลาดังกลาว ดวงอาทิตยมีบรรยากาศที่เรียกวา คอโรนา นอยหรือไมมีเลยดาวพุธ (Mercury)ดาวพุธเปนดาวเคราะหดวงที่อยูใกลดวงอาทิตยที่สุด จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตยเร็วที่สุด โดยใชเวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย 1 รอบ ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตยคือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย จะพบวาระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะอุณหภูมิที่ผิวของดาวพุธชวงที่อยูใกลดวงอาทิตย ที่สูงสุดถึง 700 เคลวิน (ประมาณ 427 องศาเซลเซียส) สูงพอที่จะละลายสังกะสีได แตในเวลากลางคืนอุณหภูมิลดต่ําลงเปน 50 เคลวิน(-183 องศาเซลเซียส) ต่ําพอที่จะทําใหกาซ คริปตอนแข็งตัว การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบนพื้นผิวดาวพุธจึงรุนแรง คือรอนจัดในเวลากลางวันและเย็นจัดในเวลากลางคืนทั้งนี้เพราะไมมีบรรยากาศที่จะดูดกลืนความรอนอยางเชนโลก
  • 16. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล21ปจจุบันนักดาราศาสตรพบรองรอยของบรรยากาศ และพบน้ําแข็งบริเวณขั้ว ซึ่งอาจเกิดจากการชนของดาวหางบนดาวพุธ และอาจเปนผูกอกําเนิด ออกซิเจน และไฮโดรเจนบนดาวพุธปรากฏการณบนฟาเกี่ยวกับดาวพุธ เห็นอยูใกลขอบฟาเสมอ สาเหตุเปนเพราะวงโคจรของดาวพุธเล็กกวา วงโคจรของโลก ดาวพุธจึงปรากฏหางจากดวงอาทิตยไดอยางมากไมเกิน 28 องศา นั่นหมายความวา ถาอยูทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย จะเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ํา แตถาอยูทางตะวันตกของดวงอาทิตย จะขึ้นกอนดวงอาทิตย จึงเห็นทางทิศตะวันออกในเวลารุงอรุณ และเห็นเปนเสี้ยวในกลองโทรทรรศน เนื่องจากดาวพุธไมหันดานสวางทั้งหมดมาทางโลกแตจะหันดานสวางเพียงบางสวนคลายดวงจันทรขางขึ้นหรือขางแรม หันดานสวางมาทางโลกถาดาวพุธหันดานสวางทั้งหมดมาทางโลก เราจะมองไมเห็น เพราะดาวพุธอยูไปทางเดียวกันกับดวงอาทิตย เห็นเปนจุดดําเล็กๆ บนพื้นผิวดวงอาทิตยดาวศุกร (Venus)ดาวศุกรเปนดาวเคราะหที่อยูหางดวงอาทิตยเปนลําดับที่ 2 มีขนาดเล็กกวาโลกเล็กนอย จึงไดชื่อวาเปนดาวฝาแฝดกับโลก เปนดาวเคราะหที่ปรากฏสวางที่สุด สวางรองจากดวงอาทิตยและดวงจันทร ถาเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาค่ําเรียกวา ดาวประจําเมืองและถาเห็นทางทิศตะวันออกในเวลากอน
  • 17. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล22รุงอรุณ เรียกวา ดาวประกายพรึก ดาวศุกรเปนดาวเคราะหที่เกิดปรากฏการณเรือนกระจกอยางรุนแรง เพราะมีบรรยากาศหนาทึบดวยคารบอนไดออกไซด ดาวศุกรจึงรอนมากอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงกวาดาวพุธลักษณะพิเศษของดาวศุกรคือ หมุนรอบตัวเอง 1 รอบใชเวลานานกวาการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย 1 รอบ และถาเราอยูบนดาวศุกรเวลา 1 วัน จะไมยาวเทากับเวลาที่ดาวศุกรหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ นี่คือลักษณะพิเศษที่ดาวศุกรไมเหมือนดาวเคราะหดวงใดๆ นอกจากนี้ดาวศุกรยังหมุนตามเข็มนาฬิกาหรือหมุนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ในขณะที่เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตยจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ดาวศุกรจึงหมุนสวนทางกับดาวเคราะหดวงอื่น และหมุนสวนทางกับการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย ดาวศุกรหมุนรอบตัวเองรอบละ 243 วัน แต 1 วันของดาวศุกรยาวนานเทากับ 117 วันของโลก เพราะตั้งแตดวงอาทิตยขึ้นจนถึงดวงอาทิตยตกยาวนาน 58.5 วันของโลก ดาวศุกรเคลื่อนรอบดวงอาทิตยรอบละ 225 วัน 1 ปของดาวศุกรจึงยาวนาน 225 วันของโลกดาวศุกรเปนดาวเคราะหที่เกิดปรากฏการณเรือนกระจกบนพื้นผิวรุนแรงมาก ทั้งนี้เพราะดาวศุกรมีกาซที่ชวยดูดกลืนความรอนจากดวงอาทิตยไดมาก และ มีปริมาณสูง กาซดังกลาวคือ คารบอนไดออกไซด นอกจากนี้ยังมีไอของกรดกํามะถันทําใหดาวศุกรรอนทั้งกลางวันและกลางคืน ตอนกลางวันอุณหภูมิสูงถึง 477 องศาเซลเซียส บนพื้นผิวดาวศุกรมีรองลึกคลายทางน้ําไหล แตเปนรองที่เกิดจากการไหลของลาวาภูเขาไฟ ไมใชเกิดจากน้ําอยางเชนบนโลกการสํารวจดาวศุกรโดยยานอวกาศ ยานอวกาศลําแรกที่ถายภาพเมฆดาวศุกรได คือยานอวกาศของสหรัฐอเมริกา ชื่อยานมารีเนอร 10 เมื่อ 5 กุมภาพันธ พ.ศ. 2517ยานอวกาศลําแรกที่ไดถายภาพพื้นผิวดาวศุกรได คือยานอวกาศเวเนรา 9 ของรัสเซีย ซึ่งลงสัมผัสพื้นผิวของดาวศุกรเมื่อ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2518
  • 18. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล23โลก (Earth)โลกหมุนรอบดวงอาทิตยเปนวงโคจรซึ่งใชเวลา 365 1/4 วัน เพื่อใหครบ 1 รอบ ปฏิทินแตละปมี 365 วัน ซึ่งหมายความวาจะมี 1/4 ของวันที่เหลือในแตละป ซึ่งทุกๆปสี่ปจะมีวันพิเศษ คือจะมี 366วัน กลาวคือเดือนกุมภาพันธจะมี 29 วัน แทนที่จะมี28 วันเหมือนปกติ ตามที่เคปเลอรคนพบวงโคจรของโลกไมเปนวงกลม ในเดือนธันวาคมมันจะอยูใกลดวงอาทิตยมากกวาเดือนมิถุนายน ซึ่งมันจะอยูหางไกลจากดวงอาทิตยมากที่สุด โลกจะเอียงไปตามเสนแกน ในเดือนมิถุนายน ซีกโลกเหนือจะเอียงไปทางดวงอาทิตยดังนั้น ซีกโลกเหนือจะเปนฤดูรอนและซีกโลกใตจะเปนฤดูหนาว ในเดือนธันวาคมจะเอียงจากดวงอาทิตย ทําใหซีกโลกเหนือเปนฤดูหนาวและซีกโลกใตเปนฤดูรอน ในเดือนมีนาคมและกันยายน ซีกโลกทั้งสองไมเอียงไปยังดวงอาทิตย กลางวันและกลางคืนจึงมีความยาวเทากัน ในเดือนมีนาคม ซีกโลกเหนือจะเปนฤดูใบไมผลิ และซีกโลกใตเปนฤดูใบไมรวง ในเดือนกันยายน สถานการณจะกลับกันดาวเคราะหดวงอื่นๆ จะมีฤดูกาลเปนของตนเองและระยะของการโคจร ความยาวของปดาวเคราะหเปนเวลาที่มันหมุนรอบดวงอาทิตยหนึ่งรอบ ถาคุณอยูบนดาวพุธ ปของคุณจะมีเพียง 88 วันของโลก บนดาวพลูโต ซึ่งเปนดาวเคราะหที่อยูนอกสุดหนึ่งปจะเทากับ 24วันบนโลกขอมูลเกี่ยวกับโลกโลกมีอายุประมาณ 4,700 ป โลกไมไดมีรูปรางกลมโดยสิ้นเชิง เสนรอบวงที่เสนศูนยสูตรยาว 40,077 กิโลเมตร (24,903 ไมล) และที่ขั้วโลกยาว 40,009 กิโลเมตร (24,861 ไมล)
  • 19. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล24ดวงจันทรเปนบริวารของโลกโคจรรอบโลกทุกๆ 27 วัน 8 ชั่งโมง และขณะเดียวกันก็หมุนรอบแกนตัวเองไดครบหนึ่งรอบพอดีดวย ทําใหเรามองเห็นดวงจันทรดานเดียว ไมวาจะมองจากสวนไหนของโลกสวนอีกครึ่งหนึ่ง มนุษยเพิ่งจะไดเห็นภาพ เมื่อสามารถสงยานอวกาศไปในอวกาศได บนพื้นผิวดวงจันทรรอนมากในบริเวณที่ถูกแสงอาทิตย และเย็นจัดในบริเวณเงามืด ที่พื้นผิวของดวงจันทรมีปลองหลุมมากมาย เปนหมื่นๆหลุม ตั้งแตหลุมเล็กไปจนถึงหลุมใหญมีภูเขาไฟและทะเลทรายแหงแลง ขอมูลที่นาสนใจเกี่ยวกับดวงจันทรเสนผาศูนยกลาง 3,476 กิโลเมตรมวล 0.012 เทาของโลกความหนาแนน 3.3 เทาของน้ําระยะหางจากโลกโดยเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตรระยะที่อยูใกลที่สุด 365,400 กิโลเมตรระยะหางมากที่สุด 406,700 กิโลเมตรเวลาหมุนรอบตัวเอง 27.32 วัน (นับแบบดาราคติ)เวลาหมุนรอบโลก 29.53 วัน (นับแบบจันทรคติ)เอียงทํามุมกับเสนอีคลิปติค 5 องศาเอียงทํามุมกับแกนตัวเอง 6 1/2 องศา วัฏจักรของดวงจันทร
  • 20. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล25เราทราบแลววา ถานับเดือนทางจันทรคติ แลวดวงจันทรจะโคจรรอบโลกหนึ่งรอบกินเวลา 29 1/2 วัน ถาเรานับจุดเริ่มตนของดวงจันทรที่วันเดือนดับ (New moon) เปนชวงที่ดวงจันทร อยูเปนเสนตรงระหวางโลกกับดวงอาทิตย ทําใหดวงจันทรทึบแสง คนบนโลกจึงมองไมเห็นดวงจันทร แลวก็เปนวันขางขึ้นทีละนอย เราจะเห็นดวงจันทรสวางเปนเสี้ยวทางขอบฟาตะวันตก และจะเห็นดวงจันทรขึ้นสูงจากขอบฟาทิศตะวันตก ไปทางทิศตะวันออกพรอมกับมีเสี้ยวสวางมากขึ้น พอถึงชวงวันขึ้น 7-8 ค่ํา ดวงจันทรจะสวางครึ่งซีกอยูตรงกลางทองฟาพอดี (Quarter) วันตอมาจะเพิ่มเสี้ยวสวางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันขึ้น 14-15 ค่ําดวงจันทรจะมาอยูตรงเสน ระหวางดวงอาทิตยและโลก ทําใหดวงจันทรเกิดสวางเต็มดวง(Full moon) หลังจากนั้นดวงจันทรกลายเปนขางแรม ดวงจันทรจะขึ้นชาไปเรื่อยๆ จนหายไปในทองฟาจะเห็นเดือนดับ แลวก็เริ่มตนใหม เปนเชนนี้ไปเรื่อยๆ การเกิดขางขึ้นขางแรมเนื่องจากดวงจันทรโคจรรอบโลก 1 รอบ เทากับมันโคจรรอบตัวเอง 1 รอบพอดี ซึ่งใชเวลาประมาณ 1 เดือน ดังนั้นเราจึงเห็นดวงจันทรเพียงซีกเดียวตลอดเวลาดาวอังคาร (Mars)ดาวอังคารเปนดาวเคราะหที่อยูหางจากดวงอาทิตยเปนอันดับที่ 4 ในบรรดาดาวเคราะหทั้งหมด ดาวอังคารมีขนาดเสนผานศูนยกลางประมาณ 0.5 เทาของโลก ดาวอังคารมีโครงสรางภายในประกอบดวย แกนกลางที่เปนของแข็ง มีรัศมีประมาณ 1,700 กิโลเมตร หอหุมดวยชั้นแมนเทิลที่เปนหินเหลวหนืด หนาประมาณ 1,600 กิโลเมตรและมีเปลือกแข็ง เชนเดียวกับโลก
  • 21. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล26เราสังเกตเห็นดาวอังคารเปนสีแดง เพราะมีพื้นผิวที่ประกอบไปดวยออกไซดของเหล็ก หรือ สนิมเหล็กนั่นเอง พื้นผิวดาวอังคารเต็มไปดวย หุบเหวตางๆ มากมาย หุบเหวขนาดใหญชื่อ หุบเหวมาริเนอริส มีความยาวถึง 4,000 กิโลเมตร กวาง 600 กิโลเมตร และลึก8 กิโลเมตร นอกจากนี้ดาวอังคารยังมีภูเขาไฟที่สูงที่สุดในระบบสุริยะชื่อ ภูเขาไฟโอลิมปส ที่มีความสูงถึง 25 กิโลเมตร และมีฐานที่แผออกไปเปนรัศมี 300 กิโลเมตรดาวอังคารมีบรรยากาศที่เบาบางมาก ประกอบดวยคารบอนไดออกไซดเปนสวนใหญ กาซเหลานี้เกิดจาก การระเหิดของน้ําแข็งแหง (คารบอนไดออกไซดแข็ง) ที่ปกคลุมอยูทั่วไปบนพื้นผิวดาวอังคาร โดยเฉพาะที่บริเวณขั้วเหนือและขั้วใตของดาว มีน้ําแข็งปกคลุมอยูตลอดเวลาดาวอังคารเปนดาวเคราะหที่เปนที่ชื่นชอบของผูแตงนิยายวิทยาศาสตร ตั้งแตเมื่อหลายสิบปที่ผานมา เมื่อเริ่มมีการสังเกตดาวอังคารผานกลองโทรทรรศน และพบรูปรางพื้นผิวที่คลายกับคลองสงน้ําของมนุษยดาวอังคาร (ถามีสิ่งมีชีวิตอยูจริงบนดาวอังคาร) แตหลังจากที่องคการนาซาไดสงยานไปสํารวจดาวอังคารอยางตอเนื่อง ทําใหเราทราบวาลักษณะดังกลาวเปนเพียงรองรอยที่เกิดขึ้นในธรรมชาติดาวอังคารมีบริวารขนาดเล็ก 2 ดวงมีชื่อวา โฟบัส และดีมอส ดวงจันทรทั้งสองดวงมีรูปราง ไมสมมาตร และมีขนาดเล็กกวา 25กิโลเมตร นักดาราศาสตรจึงสันนิษฐานวา อาจเปนวัตถุในแถบดาวเคราะหนอยที่ถูกแรงโนมถวงของดาวอังคาร ดึงดูดใหโคจรรอบโครงสรางของดาวอังคารดาวอังคารเปนดาวเคราะหที่มีเนื้อแข็ง (solid planet) มีแกน (core) ที่มีลักษณะเปนโลหะ ปกคลุมดวยเนื้อดาว (mantle) ที่มีลักษณะเปนหิน 1 ชั้น และมีเปลือกชั้นนอก (outer crust) อยูอีกชั้นหนึ่ง ดาวอังคารมีทะเลทรายกวางใหญไพศาลมากมายที่ดาษดาดวยทรายและหินตาง ๆ ที่มีสีคอนขางแดง มีภูเขาไฟที่สูงกวายอดเขาเอเวอเรสต
  • 22. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล27(Mount Everest) หลายเทาอยูหลายลูก มีหุบเขาขนาดมหิมาที่เกิดจาการแปรสันฐานทางธรณีวิทยา มีหลุมภูเขาไฟ (volcanic craters) และหลุมขนาดเล็กที่เกิดขึ้นจากการกระแทกของลูกอุกาบาตตาง ๆ ดวยดาวพฤหัสบดี (Jupiter)ดาวพฤหัสบดี เปนเทหวัตถุที่มีความสวางมากเปนอันดับที่ 4 ของทองฟา (รองจากดวงอาทิตย ดวงจันทร และ ดาวศุกร แตบางครั้ง ดาวอังคาร อาจสวางกวา) และเปนที่รูจักกันมาตั้งแตยุคกอนประวัติศาสตร การคนพบดวงจันทรบริวารทั้งสี่ของกาลิเลโอ อันไดแก ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และ คัลลิสโต ดวงจันทรทั้งสี่ดวงจึงไดชื่อวาเปน "ดวงจันทรกาลิเลียน" (Galilean moons)ดาวพฤหัสบดีเปนดาวเคราะหกาซ โดยที่ไมมีพื้นผิวเปนของแข็ง แตเต็มไปดวยกาซซึ่งมีความหนาแนนสูง กดทับกันลึกลงไป เมื่อเรามองดูดาวเคราะหเหลานี้ สิ่งที่เรามองเห็นคือบรรยากาศชั้นยอดเมฆ (ซึ่งมีความหนาแนนเบาบางกวา 1 หนวยบรรยากาศ) จุดแดงใหญเปนที่รูจักมานานกวา 300 ป จุดแดงใหญมีรูปวงรี แผออกไปเปนบริเวณกวางถึง 25,000กิโลเมตร ใหญพอที่จะบรรจุโลกได 2 ใบ จุดแดงใหญนี้เปนพายุที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี ซึ่งมีอายุมากกวา 300 ป และยังไมทราบวาพายุนี้จะจางหายไปเมื่อไร
  • 23. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล28วงแหวนของดาวพฤหัสบดีจากการสํารวจของยานวอยเอเจอร 1 ทําใหเราทราบวาดาวพฤหัสบดีมีวงแหวนเชนเดียวกับดาวเสาร แตมีขนาดเล็ก และบางกวามาก ประกอบไปดวยเศษหินและฝุนที่มีขนาดเล็ก และไมมีน้ําแข็งเปนองคประกอบ จึงทําใหมันไมสวางมากนัก (หินและฝุนสะทอนแสงอาทิตยไดไมดีเทากับน้ําแข็ง)ดวงจันทรบริวารหลักของดาวพฤหัสบดีปจจุบันพบวาดาวพฤหัสมีดวงจันทรอยูอยางนอย 39 ดวง แตมีเพียง 4 ดวง ที่เปนดวงจันทรขนาดใหญ และมีรูปรางเปนทรงกลม ไดแก ไอโอ ยุโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต ดวงจันทรไอโอและยุโรปาเปนดวงจันทรที่มีอายุนอยและมีหลุมอุกกาบาตอยูไมมากนักโดยเฉพาะดวงจันทรไอโอที่ยังมีการครุกรุนของภูเขาไฟอยูที่พื้นผิว สวนดวงจันทรแกนีมีดและคัลลิสโตนั้น เปนดวงจันทรที่มีขนาดใหญและมีอายุมากกวา มีพื้นผิวที่เต็มไปดวยหลุมอุกกาบาตอยูมากมายโครงสรางดาวพฤหัสบดีภายในของดาวเคราะหนี้ประกอบดวยแกน (core) ที่เปนกอนหินเล็ก หุมโดยรอบดวยแกนอีกอันหนึ่งที่ใหญกวาซึ่งเปนไฮโดรเจนที่แข็งเหมือนโลหะ (metallic hydrogen) ถัดออกมาเปนชั้นของไฮโดรเจนเหลว (liquid hydrogen) และนอกสุดเปนกาซตาง ๆ ที่ประกอบกันเปนชั้นบรรยากาศ (atmosphere) ที่คอนขางจางมาก สวนประกอบโดยรวมของดาวพฤหัสบดีมีดังนี้ รอยละ 90 เปนไฮโดรเจน รอยละ 5 เปนฮีเลียม รอยละ 3 เปนมีเทนกับแอมโมเนีย และที่เหลือเปนสารประกอบทางเคมีชนิดตาง ๆ บรรยากาศประกอบขึ้นดวยชั้นหมูเมฆที่หนาแนนมากซึ่งกอใหเกิดแถบหลายแถบ (band) ที่มีสีจางและสีเขมอันเปนลักษณะเฉพาะขึ้น
  • 24. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล29ดาวเสาร (Saturn)ดาวเสารเปนดาวเคราะหที่รูจักกันมาตั้งแตกอนยุคประวัติศาสตร กาลิเลโอไดใชกลองสองทางไกล สังเกตดาวเสารเปนครั้งแรกเมื่อป พ.ศ. 2153 และพบลักษณะที่เปนวงรีคลายกับเปนดาวเคราะหที่มีหูสองขางจนกระทั่งในป พ.ศ.2202 คริสเตียน ฮอยเกนสพบวาเปนวงแหวนของดาวเสาร เปนที่เชื่อกันวาดาวเสารเปนดาวเคราะหเพียงดวงเดียว ในระบบสุริยะ ที่มีวงแหวน จนกระทั่งเมื่อไมกี่สิบปมานี้เอง ที่ไดมีการคนพบวงแหวนบางๆ รอบดาวยูเรนัส ดาวพฤหัสบดี และดาวเนปจูนโครงสรางภายในของดาวเสาร มีลักษณะคลายคลึงกับของดาวพฤหัสบดี ซึ่งมีแกนกลางที่เปนหินแข็ง หอหุมดวยแมนเทิลชั้นใน ที่เปนโลหะไฮโดรเจน และแมนเทิลชั้นนอกที่เปน ไฮโดรเจน และฮีเลียมเหลวแถบที่มีความเขมตางๆ กันที่ปรากฏบนดาวเสาร เกิดจากการหมุนรอบตัวเองที่เร็วมากของดาว ทําใหเกิดการหมุนวนของชั้นบรรยากาศ ที่มีอุณหภูมิแตกตางกัน จึงปรากฏเปนแถบเขมและจาง สลับกันวงแหวนดาวเสารจากภาพวงแหวนดาวเสาร ดูคลายกับวาจะมีลักษณะเปนแผน แทที่จริงแลวประกอบดวยอนุภาคจํานวนมหาศาล ซึ่งมีวงโคจรอิสระ และมีขนาดตั้งแตเซนติเมตร ไปจนหลายรอยเมตร สวนใหญจะประกอบดวยน้ําแข็ง ปะปนอยูกับเศษหินเคลือบน้ําแข็ง วงแหวนของดาวเสารนั้นบางมาก แมจะมีขนาดเสนผานศูนยกลางยาวถึง 250,000 กิโลเมตร แตมีความหนาไมถึง 1.5 กิโลเมตร วงแหวนแตละชั้นมีชื่อเรียกตามอักษรภาษาอังกฤษ เชน วงแหวนสวาง (A และ B) และวงสลัว (C) สามารถมองเห็นไดจากโลก ชองระหวางวงแหวน Aและ B รูจักในนาม "ชองแคบแคสสินี" (Cassini division ) เรายังไมทราบถึง ตนกําเนิดของ
  • 25. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล30วงแหวนดาวเสาร และบริวารเล็กๆ แมวาจะมีวงแหวนมาตั้งแตการฟอรมตัว ของดาวเคราะหในยุคเริ่มแรก แตระบบของวงแหวนขาดเสถียรภาพ และเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการรอบๆ ขาง บางทีมันอาจกําเนิดจากการแตกสลายของบริวารที่มีขนาดใหญกวาดวงจันทรบริวารของดาวเสารดาวเสารมีดวงจันทรบริวารอยางนอย 30 ดวง ดวงจันทรบริวารที่มีขนาดใหญที่สุดคือ "ไททัน" (Titan) มีขนาดใหญหวาดาวพุธ ไททันมีชั้นบรรยากาศที่ประกอบดวย กาซไนโตรเจนเปนสวนใหญ คลายคลึงกับชั้นบรรยากาศของโลก ดังนั้นนักดาราศาสตรจึงสนใจที่จะศึกษาดวงจันทรไททันอยางละเอียด เพื่อที่จะไดนํามาเปรียบเทียบกับโลกดวงจันทรบริวารที่มีขนาดรองจากไททันไดแก รี ดิโอนี ไออาเพตุส เททิส เอนเซลาดุส และมิมาส ซึ่งสวนใหญประกอบดวย น้ําแข็งและมีหินผสมอยูเล็กนอยโครงสรางของดาวเสารดาวเคราะหดวงนี้ประกอบดวยแกน (core) ที่เปนกอนหินเล็ก ซึ่งมีขนาดใหญกวาแกนของดาวพฤหัสบดี ถัดออกมาเปนชั้นของไอโดรเจนที่แข็งเหมือนโลหะ (metallichydrogen) ถัดออกมาเปนชั้นของไฮโดรเจนเชิงโมเลกุลที่เปนของเหลว (liquid molacularhydrogen) อีกชั้นหนึ่งรอยละ 94 ของดาวเคราะหดวงนี้เปนไฮโดรเจน และกวารอยละ5 เล็กนอยเปนฮีเลียม สวนที่เหลือเปนธาตุและสารประกอบตาง ๆ ทางเคมีในปริมาณที่นอยมาก ที่พื้นผิวของดาวเสารมีพายุใหญเกิดขึ้น ซึ่งหลายลูกมีความเร็วลมถึง 1,100 ไมล(1,800 กิโลเมตรตอชั่วโมง)
  • 26. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล31ดาวยูเรนัส (Uranus)ยูเรนัสเปนดาวเคราะหดวงแรกซึ่งถูกคนพบในยุคใหม โดย วิลเลี่ยม เฮอสเชล เมื่อวันที่13 มีนาคม พ.ศ.2324 ยานวอยเอเจอร 2 เปนยานอวกาศลําแรกที่ไปสํารวจดาวยูเรนัส ในปพ.ศ. 2529 องคประกอบหลักของดาวยูเรนัสเปนหินและ น้ําแข็ง หลากหลายชนิด มีไฮโดรเจนเพียง 15% กับฮีเลียมอีกเล็กนอย (ไมเหมือนกับดาวพฤหัสบดีและ ดาวเสาร ซึ่งมีไฮโดรเจนเปนสวนใหญ) แกนของดาวยูเรนัสและเนปจูน มีลักษณะที่คลายคลึงกับแกนของดาวพฤหัสบดีและดาวเสารคือ หอหุมดวย โลหะไฮโดรเจนเหลว แตแกนของดาวยูเรนัสไมมีแกนหิน ดังเชน ดาวพฤหัสบดี และดาวเสารบรรยากาศของดาวยูเรนัสประกอบดวยไฮโดรเจน 83%, ฮีเลียม 15% และมีเทน 2%เนื่องจากกาซมีเทนในบรรยากาศชั้นบน ดูดกลืนแสงสีแดง และสะทอนแสงสีน้ําเงิน ดาวยูเรนัสจึงปรากฏเปนสีน้ําเงิน บรรยากาศของดาวยูเรนัส อาจจะมีแถบสีดังเชนดาวพฤหัสบดีเชนเดียวกับดาวกาซดวงอื่น แถบเมฆของดาวยูเรนัสเคลื่อนที่เร็วมากดาวเคราะหสวนใหญมีแกนหมุนรอบตัวเองคอนขางจะตั้งฉากกับระนาบสุริยะวิถี แตแกนหมุนรอบตัวเองของดาวยูเรนัส กลับเกือบขนานกับสุริยะวิถี ในชวงที่ยานวอยเอเจอรเดินทางไปถึง ยูเรนัสกําลังหันขั้วใตชี้ไปยังดวงอาทิตย เปนผลใหบริเวณขั้วใตไดรับพลังงานจากดวงอาทิตย มากกวาบริเวณเสนศูนยสูตร อุณหภูมิบนดาวยูเรนัสมีลักษณะตรงกันขามกับดาวเคราะหดวงอื่น กลาวคืออุณหภูมิบริเวณขั้วดาวจะสูงกวาบริเวณเสนศูนยสูตรเสมอ
  • 27. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล32วงแหวนดาวยูเรนัสมีวงแหวนเชนเดียวกับดาวเคราะหกาซดวงอื่นๆ วงแหวนของดาวยูเรนัสมีความสวางไมมากนัก เชนเดียวกับวงแหวนของดาวพฤหัสบดี เพราะประกอบดวยอนุภาคซึ่งมีขนาดเล็กมากดังฝุนผง ไปจนใหญถึง 10 เมตร ดาวยูเรนัสนับเปนดาวเคราะหดวงแรก ที่ถูกคนพบวามีวงแหวนลอมรอบ เชนเดียวกับดาวเสาร ซึ่งเปนการคนพบที่สําคัญ ที่ทําใหเราทราบวา ดาวเคราะหกาซทุกดวงจะมีวงแหวนลอมรอบอยู มิใชเพียงเฉพาะดาวเสารเทานั้นดวงจันทรบริวารดาวยูเรนัสมีดวงจันทรบริวาร ซึ่งประกอบไปดวยดวงจันทรขนาดใหญอยูหลายดวง อันไดแก มิรันดา แอเรียล อัมเบรียล ไททาเนีย และ โอเบรอนดาวเนปจูน (Neptune)ดาวเนปจูนถูกคนพบ หลังจากการคนพบดาวยูเรนัส โดยนักดาราศาสตรพบวาวงโคจรของดาวยูเรนัสมิไดเปนไปตามกฏของนิวตัน จึงทําใหเกิดการพยากรณวา จะตองมีดาวเคราะหอีกดวงหนึ่งที่อยูไกลถัดออกไปมารบกวนวงโคจรของดาวยูเรนัส เนปจูนถูกเยี่ยมเยือนโดยยานอวกาศเพียงลําเดียวคือวอยเอเจอร 2 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2532, เกือบทุกอยางที่เรารูเกี่ยวกับดาวเนปจูน มาจากการเยี่ยมเยือนในครั้งนี้ เนื่องจากวงโคจรของ ดาวพลูโต เปนวงรีมาก ในบางครั้งมันจะตัดกับวงโคจรของเนปจูน ทําใหเนปจูนเปนดาวเคราะหซึ่งอยูไกลที่สุดในบางปดาวเนปจูนมีองคประกอบคลายคลึงกับดาวยูเรนัส เชน รูปแบบของน้ําแข็ง มีไฮโดรเจน 15%
  • 28. >> คูมือการใชชุดการสอน เรื่องระบบสุริยะจักรวาล33และฮีเลียมจํานวนเล็กนอย ดาวเนปจูนแตกตางกับดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร ตรงที่ไมมีการแบงชั้นภายในที่ชัดเจน เรารูเพียงวามีแกนกลางที่มีขนาดเล็ก (มีมวลประมาณเทาโลก)ดาวเนปจูนเปนดาวเคราะหสีน้ําเงินเชนเดียวกับดาวยูเรนัส เพราะในชั้นบรรยากาศมีกาซมีเทน เปนองคประกอบอยูดวยวงแหวนดาวเนปจูนมีวงแหวน 4 วง และมีความสวางไมมากนัก เพราะประกอบดวยอนุภาคที่เปนผงฝุนขนาดเล็ก จนถึงขนาดประมาณ 10 เมตร เชนเดียวกับวงแหวนของดาวพฤหัสและดาวยูเรนัส ภาพถายจากยานวอยเอเจอรแสดงใหเห็นถึงวงแหวนหลัก 2 วง และวงแหวนบางๆ อยูระหวางวงแหวนทั้งสองดวงจันทรบริวารดาวเนปจูนมีดวงจันทรบริวารที่คนพบแลว 8 ดวง โดยมีดวงจันทรชื่อ "ทายตัน" (Triton)เปนบริวารที่มีขนาดใหญที่สุด ในบรรดาดวงจันทรบริวารทั้ง 8 ดวง ทายตันมีวงโคจรที่สวนทางกับการหมุนรอบตัวเองของดาวเนปจูน นักดาราศาสตรคาดวา ทายตันจะโคจรเขาใกลดาวเนปจูนเรื่อยๆ และพุงเขาชนดาวเนปจูนในที่สุด (อาจใชเวลาถึงเกือบ 100 ลานป)- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

×