เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3

14,415 views
14,178 views

Published on

Published in: Education
3 Comments
29 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
14,415
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
961
Actions
Shares
0
Downloads
20
Comments
3
Likes
29
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3

  1. 1. เอกสารประกอบการเร ี ย น กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๓ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ หนวยที่ ๓ เรื่องนางภัทรานิษฐ อิ่มศิลตำแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนวังบอวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
  2. 2. ก คำนำ ในปจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอน มุงเนนใหผูเรียนไดศึกษาหาความรูดวยตนเองใหมากที่สุด เพื่อใหผูเรียนมีนิสัย ใฝเรียน ใฝรู อยูเสมอ ดังนั้นการจัดทำเอกสารประกอบการเรียน เปนแนวทางหนึ่งที่สงเสริมใหผูเรียนคนควาหาคำตอบดวยตนเอง เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาประวัติศาสตรส ๒๑๑๐๓ เรื่อง สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ประกอบดวยหัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู แบบทดสอบกอนเรียน เนื้อหา กิจกรรม แบบฝก และแบบทดสอบหลังเรียนพรอมเฉลย ซึ่งจะทำใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองและมีความเขาใจในเนื้อหาสาระไดเปนอยางดี อีกทั้งทำใหผูเรียนสะดวกต อ การศึ ก ษาหาความรู ไ ด ด ว ยตนเอง จึ ง นั บ ได ว า เป น เอกสารประกอบการเรียนที่มีประโยชนตอการเรียนการสอนเปนอยางยิ่ง ขอขอบคุณเจาของตำราที่นำมาอางอิงไวในเอกสารและนายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ ที่ใหคำปรึกษาจนเอกสารฉบับนี้มีความชัดเจนและสมบูรณยิ่งขึ้น ภัทรานิษฐ อิ่มศิล
  3. 3. ข สารบัญเรื่อง หนาหนาคำนำ กสารบัญ ขคำชี้แจง คหนวยที่ ๓ สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ๑ แบบทดสอบกอนเรียน ๒ เฉลยคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน ๕ ตอนที่ ๑ เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทย ๖ กิจกรรมที่ ๑ ๒๐ แนวตอบกิจกรรมที่ ๑ ๒๑ กิจกรรมที่ ๒ ๒๒ แนวตอบกิจกรรมที่ ๒ ๒๓ กิจกรรมที่ ๓ ๒๔ แนวตอบกิจกรรมที่ ๓ ๒๕ ตอนที่ ๒ พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ ๒๖ กิจกรรมที่ ๔ ๓๒ แนวตอบกิจกรรมที่ ๔ ๓๓ ตอนที่ ๓ รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย ๓๔ กิจกรรมที่ ๕ ๖๑ แนวตอบกิจกรรมที่ ๕ ๖๒ กิจกรรมที่ ๖ ๖๓ แนวตอบกิจกรรมที่ ๖ ๖๔ กิจกรรมที่ ๗ ๖๕ แนวตอบกิจกรรมที่ ๗ ๖๖ แบบทดสอบหลังเรียน ๖๗ เฉลยคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๗๐บรรณนุกรม ๗๑
  4. 4. ค คำชี้แจงสำหรับนักเรียน เอกสารประกอบการเรียนเลมนี้ นักเรียนสามารถศึกษาและเรียนรูไดดวยตนเอง กอนที่จะศึกษาและเรียนรูใหนักเรียนอานคำชี้แจง ดังนี้๑. ศึกษา หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหทราบวา เมื่อจบบทเรียน นักเรียนสามารถเรียนรูอะไร ไดบาง๒. ทำแบบทดสอบกอนเรียน จำนวน ๒๐ ขอแลวตรวจคำตอบ จากเฉลย๓. ศึกษาเนื้อหา สาระ รายละเอียดในตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๔. ทำกิจกรรมตามที่กำหนดใหดวยตนเอง ถาทำไมได หรือสงสัย ใหอานทบทวนเนื้อเรื่องใหม แลวตรวจคำตอบจากเฉลย๕. ทำแบบทดสอบหลังเรียน แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
  5. 5. หนวยที่ สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ๓ สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย เวลา ๗ คาบ 1 หัวขอเรื่อง ๑. เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทย ๒. พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ ๓. รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย ความนำ การตั้ ง ถิ่ น ฐานของชุ ม ชนในดิ น แดนประเทศไทย จะมี พั ฒ นาการแบบค อ ยเป น ค อ ยไปกลาวคือจากชุมชนขนาดเล็ก ก็คอยๆ พัฒนาจนเปนเมือง แวนแควน และอาณาจักรในที่สุด ซึ่งจากสภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมที่เอื้ออำนวย ทำใหมีการตั้งถิ่นฐานกอตัวเปนรัฐหรืออาณาจักรขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งอาณาจักรบางแหงก็เสื่อมสูญสลายไปตามกาลเวลา และบางอาณาจักรก็มีพัฒนาการตอเนื่องเรื่อยมา และไดผนวกรวมเขาเปนประเทศไทยในที่สุด สาระสำคัญ ดินแดนที่เปนประเทศไทยในปจจุบันมีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตรและได มี พั ฒ นาการในการดำรงชี วิ ต เรื่ อ ยมา นั บ ตั้ ง แต ก ารรู จั ก พั ฒ นาเครื่ อ งมื อ หิ น มาใช โ ลหะรูจักสรางบานเรือน เพาะปลูก เลี้ยงสัตว และรวมตัวกันเปนชุมชน จากชุมชนเล็กๆ ก็สามารถพัฒนาจนเปนเมือง เปนแวนแควนหรือรัฐ และเปนอาณาจักรในที่สุด โดยมีรัฐตางๆ ถือกำเนิดขึ้นในทุกภาคของไทย ซึ่งรัฐเหลานั้นนอกจากจะสรางสรรคความเจริญขึ้นจนเปนมรดกทางวัฒนธรรมแลว บางรัฐก็ไดเปนรากฐานของประเทศไทยในปจจุบันนี้ดวย จุดประสงคการเรียนรู หลังจากศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมในหนวยนี้แลว ผูเรียนจะสามารถทำสิ่งตอไปนี้ได ๑. อธิบายเรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทยโดยสังเขปได ๒. อธิบายพัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณไดอยางถูกตอง ๓. อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคตางๆ ในดินแดนไทยได
  6. 6. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 2 ประจำหนวยที่ ๓คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอคำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน กระดาษคำตอบ๑. “มนุ ษ ย เร ร อ นเก็ บ หาอาหาร ล า สั ต ว ๔. บริ เวณที่ เ หมาะสมกั บ การตั้ ง ถิ่ น ฐาน ใชเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน รูจัก ของชุมชนโบราณควรจะเปนที่ใด เพาะปลู ก และนำสั ต ว ป า มาเลี้ ย ง” ก. ที่ราบสูง ข. หุบเขา ขอความดังกลาวแบงตามเกณฑขอใด ค. ที่ราบเชิงเขา ก. แบงตามอาชีพ ง. ที่ราบลุมแมน้ำและชายฝงทะเล ข. แบงตามทำเลที่ตั้ง ๕. การสรางเครื่องมือเครื่องใชของชุมชน ค. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของ มนุษยยุคหินเกาจะมีลักษณะตามขอใด มนุษย ก. ประดิษฐกลองมโหระทึก ข. ทำเครื่องประดับจากแกว ง. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ ค. ทำขวานกำปนกะเทาะหนาเดียว เครื่องใช ง. ทำเครื่องปนดินเผาแบบสามขา๒. สุวรรณภูมิหรือดินแดนแหงทองคำ ๖. การดำรงชีวิตของมนุษยในยุคแรกเริ่ม เปนชื่อเดิมของดินแดนใด นาจะมีลักษณะสอดคลองกับขอใด ก. เอเชียใต ก. เพาะปลูกขาว ข. เอเชียตะวันออก ข. ลาสัตวปาเปนอาหาร ค. คาขายกับชุมชนใกลเคียง ค. เอเชียตะวันตกเฉียงใต ง. ทำภาชนะดินเผาไวใสอาหาร ง. เอเชียตะวันออกเฉียงใต ๗. “มีการพบโครงกระดูกมนุษยและสัตว๓. ลักษณะการดำรงชีวิตของมนุษยในชวง ภาชนะดินเผาลายเขียนสีทั้งลายเชือก แรกๆ ตรงตามขอใด ทาบ ลายขูดขีดบนผิวขัดมัน เครื่อง- ก. ลาสัตว เก็บหาของปา ประดับทำจากลูกปด” แสดงใหเห็นถึง พัฒนาการของชุมชนในขอใด ข. อาศัยกันอยูเปนชุมชน ก. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ค. เพาะปลูกพืชธัญญาหาร ข. บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี ง. ใชเงินตราเปนสื่อกลางในการแลก ค. ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน เปลี่ยน ง. บานดอนตาเพชรจังหวัดกาญจนบุรี
  7. 7. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 3 ๘. ป จ จั ย สำคั ญ ในการพั ฒ นาชุ ม ชนไปสู ๑๓. รากฐานของวัฒนธรรมละโวมาจากที่ใด การเปนแควนหรืออาณาจักรคือขอใด ก. จีน ก. เกิดชนชั้นในสังคม ข. อินเดีย ข. มีการจัดระเบียบการปกครอง ค. สรางขึ้นเอง ค. มีการติดตอคาขายกับชุมชนอื่น ง. ทวารวดีและขอม ง. มีการรับอารยธรรมจากตางชาติ ๑๔. ผลงานของอาณาจักรใดที่ทำใหพระพุทธ ๙. เหตุผลสำคัญที่ทำใหอาณาจักรโบราณ มักตั้งอยูริมแมน้ำหรือชายฝงทะเลคือ ศาสนาหยั่งรากลึกในดินแดนไทยมาจน อะไร ถึงปจจุบัน ก. ประชาชนใชเรือเปนพาหนะ ก. ละโว ข. ปองกันไมใหขาศึกลอมเมือง ข. หริภุญชัย ค. สะดวกในการคาขายและเพาะปลูก ค. นครศรีธรรมราช ง. ฝกฝนกองทัพทางทะเลใหมีประสิทธิ ง. โคตรบูรณ ภาพมากขึ้น ๑๕. เรื่ อ งราวของ พระนางจามเทวี มี๑๐. ขอใดกลาวไดถูกตอง ความเกี่ยวของกับอาณาจักรในขอใด ก. ชุมชนทุกแหงจะตองอยูริมน้ำ ก. ลานนา ข. ชุมชนจะเจริญไดตองใชสำริดกอน ข. หริภุญชัย ค. ชุมชนทุกแหงจะตองขยายไปเปน แควน ค. ทวาราวดี ง. ชุมชนแตละแหงมีพัฒนาการไมเทากัน ง. ลังกาสุกะ๑๑. เพราะเหตุใดจึงสันนิษฐานวาศูนยกลาง ๑๖. เพราะเหตุใดอาณาจักรโยนกเชียงแสน ของทวาราวดีนาจะอยูที่จังหวัดนครปฐม จึ ง ต อ งย า ยศู น ย ก ลางการปกครอง ก. พบพระพุทธรูปปางนาคปรกสำริด หลายครั้ง ข. ปรากฎเรื่ อ งราวอยู ใ นตำนานมู ล ก. ถูกศัตรูรุกราน ศาสนา ข. ไดรับภัยธรรมชาติ ค. จดหมายเหตุจีนเรียกอาณาจักรนี้วา ค. ทำเลที่ตั้งไมเหมาะสม “หลอหู” ง. ตองการหาทางออกทะเลเพื่อคาขาย ง. พบเหรียญเงินที่มีคำจารึกเปนภาษา ๑๗. จากหลักฐานที่พบ ชุมชนใดนาจะเปน สันสกฤต๑๒. งานศิลปกรรมในขอใดที่ไมพบในศิลปะ แหลงเริ่มตนของพัฒนาการการตั้งถิ่น ทวาราวดี ฐานในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก. พระปรางคสามยอด ก. พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ข. พระพุทธรูปศิลาขาว ข. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ค. จุลประโทณเจดีย ค. ฟาแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ ง. ธรรมจักรศิลาและกวางหมอบ ง. หนองหารหลวง จังหวัดสกลนคร
  8. 8. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 4๑๘. มรดกที่สังคมไทยไดรับจากนครศรีธรรมราช ๒๐. เหตุ ผ ลสำคั ญ ที่ ท ำให พ ระยามั ง ราย คือขอใด มหาราชทรงสรางราชธานีที่เชียงใหม ก. การเขียนอักษรไทย นาจะเปนเพราะอะไร ข. การนับถือพระโพธิสัตว ก. มีธรรมชาติที่สวยงาม ค. การสรางเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ข. ปองกันการรุกรานจากทางใต ง. การนั บ ถื อ พระพุ ท ธศาสนานิ ก าย ค. จะไดดูแลอาณาจักรอยางทั่วถึง เถรวาทลัทธิลังกาวงศ ง. ตองการใหเปนเมืองทาคาขาย๑๙. ปราสาทหิ น ของขอม สั น นิ ษ ฐานว า สรางขึ้นเพื่อจุดประสงคใด ก. เปนที่ประกอบศาสนพิธี ข. เปนแหลงทองเที่ยวพักผอน ค. เปนศูนยกลางการปกครอง ง. เปนที่ประทับของพระมหากษัตริย
  9. 9. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 5 Ẻ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕ ประจำหนวยที่ ๓ ¹ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ๑ ค ๑๑ ง๒ ง ๑๒ ก๓ ก ๑๓ ง๔ ง ๑๔ ข๕ ค ๑๕ ข๖ ข ๑๖ ก๗ ข ๑๗ ก๘ ค ๑๘ ง๙ ค ๑๙ ก๑๐ ง ๒๐ ค
  10. 10. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 6 µÍ¹·Õè ñ เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตร ในดินแดนไทย กอนที่ชนชาติไทยจะเขามาตั้งรัฐไทยในดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันนั้น ไดมีหลายกลุมชนตั้งหลักแหลงอาศัยอยูมากอนแลว โดยกระจายอยูทั่วทุกภูมิภาคของไทย กลุมชนเหลานี้ไดสรางความเจริญของตนจนมีพัฒนาการมากขึ้น โดยเติบโตจากชุมชนเปนบานเมือง จากบานเมืองเปนแควนหรือรัฐ และจากแควนเปนอาณาจักร การศึกษาพัฒนาการของชุมชนโบราณกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย จะทำใหเขาใจรากฐานอารยธรรมไทยมากขึ้น เพราะไทยไดรับมรดกทางวัฒนธรรมจากชุมชนโบราณตางๆเมื่อไทยตั้งอาณาจักรขึ้นมา ขอมูลที่ใชศึกษาเรื่องราวเหลานี้มาจากหลักฐานทางโบราณคดี เชน รองรอยการอยูอาศัย เครื่องมือเครื่องใช ตลอดจนโบราณสถานและโบราณวัตถุตางๆ ๑. หลักเกณฑการแบงยุคสมัยกอนประวัติศาสตรในประเทศไทย เราทราบมาแลววา ดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันมีผูคนอาศัยอยูมากมาย เครื่องมือหินที่เกาที่สุดที่พบมีอายุประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ป แตหลักฐานเกี่ยวกับมนุษยที่เกาที่สุดที่พบมีมนุษยอายุประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ป สมัยประวัติศาสตรในดินแดนที่เปนประเทศไทยเริ่มเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๑๘๐ ซึ่งถานับมาถึงปจจุบัน สมัยประวัติศาสตรในประเทศไทยจะมีอายุไมถึง ๑,๔๐๐ ป ซึ่งนับวาสั้นมากเมื่อเทียบกับการที่มนุษยตั้งถิ่นฐานในดินแดนประเทศไทย และกอนที่มนุษยในประเทศไทยจะรูจักใชตัวหนังสือยาวนานมาก คือ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ป สมัยนี้เรียกวา “สมัยกอนประวัติศาสตร” ชวงเวลาที่เปนสมัยกอนประวัติศาสตรที่ยาวนานมากขึ้น จึงตองมีหลักฐานการแบงยุคสมัยเพื่อใหชัดเจนและใหงายแกการทำความเขาใจใหตรงกัน ซึ่งแบงเปน ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ เครื่องใช ๒. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของผูคน ยุคหินเกากับยุคหินใหมหมูบานเกษตรกรรมจากชีวิตที่เรรอนเก็บหาอาหาร ลาสัตว เมื่อเย็นค่ำก็หาเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน มาเปนการตั้งถิ่นฐานทำการเพาะปลูก และนำสัตวปามาเลี้ยง ทำใหมีการอยูรวมกันเปนชุมชน เปนหมูบาน
  11. 11. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 7 มนุษยสมัยกอนประวัติศาสตร จะอาศัยอยูตามถ้ำหรือเพิงผา มีการใชเครื่องมือหินแบบตางๆที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=261132 การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผูคนดังกลาวนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อประมาณ ๔,๓๐๐ป ล ว งมาแล ว ซึ่ ง นั บ ว า อยู ใ นเวลาใกล เ คี ย งกั น มากกั บ ความก า วหน า ของมนุ ษ ยชาติ ใ นภู มิ ภ าคอื่นของโลก และมีการเรียกกันวา “การปฏิวัติเกษตรกรรม” และถือกันวา “เปนคลื่นลูกที่หนึ่ง” ในความกาวหนาของมนุษยชาติ (คลื่นลูกที่สอง คือ การปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อตนพุทธศตวรรษที่ ๒๔เริ่มในทวีปยุโรป คลื่นลูกที่สาม คือ การปฏิวัติทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะดานการสื่อสาร ในตนพุทธศตวรรษที่ ๒๖ เริ่มในสหรัฐอเมริกา) ๒. การขยายตัวของชุมชนในสุวรรณภูมิ สุวรรณภูมิเปนชื่อเดิมของดินแดนเอเชียตะวันออกเชียงใต หรือโดยเฉพาะดินแดนที่เปนประเทศไทย สุวรรณภูมิ แปลวา “ดินแดนแหงทองคำ” หมายถึง ดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณมากเหมาะแกการตั้งหลักแหลงของชุมชน จากรองรอยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนที่พบในดินแดนนี้ปรากฏวามนุษยไมไดเขาไปตั้งหลักแหลงในทุกทองถิ่นทุกพื้นที่พรอมกัน เนื่องจากในบริเวณนี้เปนดินแดนที่มีผูคนอาศัยอยูนอยมาตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตรแลว ดินแดนหลายแหงจึงไมมีมนุษยเขาไปอาศัยอยู และหลายแหงเพิ่งมีสภาพเปนชุมชน เปนเมืองมาเมื่อไมกี่รอยปที่ผานมา การขยายตัวของชุมชนในสุวรรณภูมิ มีลักษณะการขยายตัวของชุมชนอื่นๆ คือ ตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตรดินแดนหลายแหงมีกลุมชนเล็กๆ อาศัยอยู ตอมาเมื่อบริเวณนั้นไมอุดมสมบูรณก็ จ ะอพยพเคลื่ อ นย า ยไปหาแหล ง อาหารแหล ง ใหม เมื่ อ มนุ ษ ย รู จั ก การเพาะปลู ก ทำให อ ยู เ ป นหลักแหลงมากขึ้น ชุมชนบางแหงไดขยายเปนชุมชนขนาดใหญ มีการติดตอแลกเปลี่ยนสิ่งของกับชุมชนใกลเคียงและชุมชนที่อยูหางไกล ดังเห็นไดจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบของมีคาจากตางถิ่นหรือของที่ไมมีในทองถิ่นนั้นๆ
  12. 12. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 8 สุวรรณภูมิ สุวรรณภูมิ เปนชื่อเดิมของภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใตที่คนอินเดียเรียก แตนักวิชาการ หลายคนมี ค วามเห็ น สุ ว รรณภู มิ คื อ ดิ น แดนที่ เป น ประเทศไทยในป จ จุ บั น เพราะมี อ ำเภอและ จังหวัดหลายแหง มีชื่อหรือมีความหมายเชนเดียว กั บ สุ ว รรณภู มิ เช น อำเภอสุ ว รรณภู มิ (จั ง หวั ด ร อ ยเอ็ ด ) อำเภออู ท อง (จั ง หวั ด สุ พ รรณบุ รี ) จังหวัดกาญจนบุรี และจีนเคยเรียกรัฐแหงหนึ่งวาตุกตารูปบุคคลจูงลิง พบที่เมือง “จี น หลิ น ” หมายถึ ง ดิ น แดนแห ง ทองคำ หรื อโบราณอูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สุ ว รรณภู มิ ซึ่ ง นั ก วิ ช าการหลายคนเชื่ อ ว า คื อที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi เมืองอูทอง การขยายตัวของชุมชนในดินแดนสุวรรณ ภู มิ นี้ มี ทั้ ง การเคลื่ อ นย า ยอพยพของกลุ ม ชน ที่ อ าศั ย อยู ม าตั้ ง แต ยุ ค หิ น และมี ก ลุ ม ชนอื่ น อพยพจากภายนอกนอกเข า มาตั้ ง หลั ก แหล ง ผสมผสานอยู ด ว ย โดยเป น การอพยพเข า มาใน ชวงเวลาที่ตางกัน และกระจายกันอยูตามที่ตางๆ ทั่ ว ทุ ก ภาคของผื น แผ น ดิ น ไทย เห็ น ได จ ากการ ขุดพบหลักฐานทางดานโบราณคดีตางๆ บริเวณที่ราบ ภาคกลาง ตลอดจนบริ เ วณคาบสมุ ท รภาคใตตะเกียงโรมัน พบที่ตำบลพงตึก อำเภอ มีการสันนิษฐานวา การกอตัวของชุมชนเหลานี้ท า มะกา จั ง หวั ด กาญจนบุ รี เป น หลั กฐานแสดงให เ ห็ น ถึ ง การติ ด ต อ ระหว า ง น า จะเกิ ด จากป จ จั ย ทางด า นการค า เป น สำคั ญชุมชน ในสุวรรณภูมิกับชุมชนที่อยูทาง เมื่ อ ชุ ม ชนเหล า นี้ มี ผู ค นอาศั ย อยู ม ากขึ้ น และดินแดน ดานตะวันตกที่หางไกลที่มา : http://www.kayasit.com/bbs/fo- มี ค วามเจริ ญ มากขึ้ น ก็ จ ะพั ฒ นาเป น บ า นเมื อ งrum.php?mod=viewthread&tid=1109 เปนแควนและเปนอาณาจักรในที่สุด
  13. 13. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 9 ๓. พัฒนาการของชุมชนโบราณในภาคตางๆ ของไทย ๑) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคกลาง ชุมชนโบราณสมัยกอนประวัติศาสตรในภาคกลาง สวนใหญจะพบอยูตามฝงตะวันออกและตะวันตกของภาค โดยมีพัฒนาการที่สำคัญ ดังนี้ (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่ถ้ำพระ อำเภอไทรโยค ถ้ำเขาทะลุและถ้ำเมน อำเภอบานเกา จังหวัดกาญจนบุรี พบเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือขุด เครื่องมือสับ ตัดและขวานที่มีขนาดใหญและหนัก สันนิษฐานวาเปนเครื่องมือที่ใชปรับแตงไมเพื่อนำไปทำอาวุธลาสัตว (๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่บานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พบเครื่องมือหิน เครื่องปนดินเผาลายขีดและขัดมัน ถ้ำหีบ จังหวัดกาญจนบุรี พบกระดูกปลาฉลามปลาโลมากวาง วัวปา ที่เปนเครื่องมือเครื่องใช เชน เครื่องมือปลายแหลม เบ็ดตกปลา และภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ (๓) ชุมชนยุคหินใหม บานเกา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบโครงกระดูกมนุษยยุคหินใหม ขวานหินขัด เครื่องประดับทำจากเปลือกหอย และภาชนะดินเผาที่คลายกับที่พบในประเทศจีน เชน หมอสามขา หมอกนกลม โดยมีการตกแตงลวดลายภาชนะ ทั้งลายเชือกทาบ ลายขูดลายเสนโคง รูปงู ที่หุบเขาวงพระจันทร จังหวัดลพบุรี พบโครงกระดูกมนุษยฝงรวมอยูกับภาชนะดินเผา ซึ่งมีทั้งลายเชือกทาบลายขูดขีด และเคลือบผิวดวยน้ำโคลนสีแดง เครื่องประดับที่พบอยูกับโครงกระดูก มีลูกปด กำไลขอมือและแหวนทำจากเปลือกหอยทะเลและหิน ภาชนะดินเผา พบที่บานเกา จังหวัด กาญจนบุรี เปรียบเทียบกับภาชนะ ดินเผาสามขา พบที่มณฑลชานตุง ประเทศจีน ที่มา : http://www.gotoknow.org/blogs/posts/4954 (๔) ชุมชนยุคสำริด ที่บานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตยุคหินกลาง พบหลุมศพจำนวนมาก ในหลุมมีภาชนะดินเผาเคลือบน้ำโคลนสีแดงรูปทรงคลายพาน สันนิษฐานวาใชบรรจุอาหารเซนไหวคนตาย เพราะมีกระดูกสัตววางอยู และพบกำไลหินออนกำไล สรอยทำจากสำริดและเปลือกหอยทะเล ตุมหูทำจากดีบุก และของที่มาจากตางถิ่น เชน ทองแดงหินทราย หินมีคา แสดงวามีการติดตอกับชุมชนตางถิ่น
  14. 14. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 10 โครงการดูกมนุษยในหลุมฝงศพ พบที่บานเกา โครงกระดูกมนุษย มีอายุราว ๓.๐๐๐ ป อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มาแลว ขุดพบที่บานโคกพนมดี อำเภอ พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/ ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/ book/ book.php? book=8&chap=1&page=picture_ book/ php?book=15&chap=6&page=picture_ detail8_1.html detail15_6.html (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ที่บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีจากการขุดพบหลุดศพที่บรรจุสิ่งของฝงรวมกันมากมาย เชน ภาชนะดินเผา เครื่องประดับอาวุธและเครื่องมือเครื่องใชที่ทำจากเหล็ก นอกจากนี้ ยังพบของมีคาจากตางถิ่น เชน เศษผาฝาย ผาปานจากอินเดีย ตุกตาสิงโตแกะจากหินมีคาจากอินเดีย ลูกปดแกว ซึ่งจะแสดงใหเห็นวามีการติดตอกับชุมชนภายนอกแลว เครื่องมือเครื่องใช และของมีคาตางๆ ไดแก เครื่องประดับลูกปด เครื่องมือเหล็ก นกยูงสำริดและไกสำริด พบที่บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/2011/07/weekly15072554/ ที่ถ้ำองบะ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี พบโลงไมมีลักษณะคลายเรือทำจากไมเนื้อแข็งที่ปลายและหัวแกะเปนรูปหัวนก ภายในโลงพบของมีคา เชน เครื่องมือเหล็ก หินมีคา ลูกปดแกว เปนตน ชุมชนในภาคกลางหลายแหงไดมีการพัฒนาการจากชุมชนเล็กๆ เปนหมูบาน เปนเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักร
  15. 15. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 11 ๒) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคเหนือ ภูมิประเทศสวนใหญบริเวณภาคเหนือของไทยเปนเทือกเขา ภูเขา หุบเขา และที่ราบระหวางภูเขา บริเวณเทือกเขา เชน เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาหลวงพระบาง เทือกเขาผีปนน้ำ เปนตนกำเนิดของแมน้ำหลายสาย เชน ปง วังยม นาน และเปนดินแดนที่มีมนุษยอาศัยอยูมาตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตร โดยพบการอยูอาศัยของมนุษยหลายแหง เชน (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน พบเครื่องมือหิน ใบหอกหินที่บานแมทะ บานดอนมูล จังหวัดลำปาง พบเครื่องมือหินกะเทาะ และยังพบเครื่องมือหินกะเทาะที่แหลงโบราณคดีผาบุง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม (๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน พบเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือขุด เครื่องมือสับตัด ขนาดใหญ เครื่องมือหินขัด และเครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือกะเทาะ พบที่ แหลงโบราณคดีผาบุง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม ที่มา : www.thailandmuseum. com/nan/hilight2.htm (๓) ชุมชนยุคหินใหม พบเครื่องมือยุคหินใหมซึ่งตอเนื่องถึงโลหะ โดยพบเครื่องมือหินของชุมชนยุคหินใหมกระจายอยูทั่วไปตามลุมแมน้ำตางๆ ในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหมลำปาง นาน อุตรดิตถ เปนตน ถ้ำลอด ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน มีเรื่องราวลี้ลับหลังความตาย ที่กลายมาเปน แหลงโบราณคดีล้ำคาจากการสำรวจคนพบเครื่องมือเครื่องใชโบราณในถ้ำ สันนิษฐาน ไดวามีอายุประมาณ 2,000 ปมาแลว ที่มา : http://www.muangthai.com/mmnews/index.php?mod=article&cat=alltravel&article=660
  16. 16. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 12 (๔) ชุมชนยุคสำริด พบรองรอยชุมชนกสิกรรมที่มีพัฒนาการตอเนื่องมาตั้งแตยุคหินใหมมาถึงยุคสำริดในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหม เชียงราย นาน อุตรดิตถ ตาก ลำพูนโดยพบวามีการใชทั้งเครื่องมือสำริดและหินขัด เครื่องมือเครื่องใชหลายชนิดของชุมชนในภาคนี้แสดงใหเห็นวามีการผสมผสานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหวางชุมชนตางๆดวย หลุมฝงศพและกำไลสำริด ขุดพบที่บานยางทองใต อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม ที่มา : http://gist.soc.cmu.ac.th/lanna/chapter03/c03_p08.html กลองมโหระทึกหรือกลองสำริด อายุราว ๒,๕๐๐ ป พบที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/ suvarnabhumi/2011/06/03062554/ (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ไดพบแหลงชุมชนโบราณที่ใชเครื่องมือทำจากเหล็ก กระจายอยูตามลุมแมน้ำสายตางๆในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหม เชียงราย นาน อุตรดิตถ ลำพูน หลักฐานทางโบราณคดีตางๆ แสดงใหเห็นวาชุมชนในบริเวณภาคเหนือมีพัฒนาการชากวาภูมิภาคอื่น แตถึงกระนั้นในภาคเหนือก็มีการตั้งหลักแหลงอยูอาศัยกันอยางตอเนื่องและสามารถพัฒนาจากชุมชนเปนบานเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักรเชนเดียวกัน ๓) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่สวนใหญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปนที่ราบสูงที่ยกตัวสูงจากตะวันตกและลาดเอียงไปทางตะวันออกลงสูแมน้ำโขง ตอนกลางของภาคมีลักษณะเปนแองคลายกนกระทะ มีแมน้ำชีและแมน้ำมูลไหลผาน มีแนวเทือกเขากั้นเปนขอบของภาคทางดานตะวันตกและดานใต
  17. 17. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 13 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเปนแหลงที่มีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตร โดยพบหลักฐานหลายแหง เชน (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พบเครื่องมือหินกะเทาะเปนเครื่องขุด สับ และตัด (๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พบเครื่องมือขุดและเครื่องมือสับ ตัด ซึ่งตอเนื่องมาจากยุคหินเกา (๓) ชุมชนยุคหินใหม ที่บานโนนนกทา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน พบภาชนะดินเผาลูกปดทำจากเปลือกหอย ขวานหินขัด หินสับ (๔) ชุมชนยุคสำริด ที่บานเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ซึ่งไดรับประกาศใหเปนมรดกโลก เปนแหลงสำริดที่เกาแกและสำคัญที่สุดในประเทศไทย สิ่งของที่พบคือ ภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดงบนพื้นสีนวล มีทั้งลายเชือกทาบ ลายขูดขีดบนผิวขัดมัน โครงกระดูกมนุษยโครงกระดูกสัตว เครื่องประดับทำจากลูกปด สิ่งของเครื่องใชทำจากหินและโลหะภาชนะและเครื่องมือเครื่องใชที่ทำจากสำริด แมพิมพ หินทรายที่ใชหลอสำริด นอกจากนี้ยังพบภาพเขียนสีสมัยกอนประวัติศาสตร เชน ภาพเขียนสีที่ผาแตม ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีภาพเขียนสีที่เขาจันทรงาม อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เปนตน เครื่องปนดินเผาเขียนสีแดง พบที่บานเชียง จังหวัดอุดรธานี แสดงพัฒนาการของชุมชน ในสมัยกอนประวัติศาสตร ใน การประดิษฐเครื่องมือเครื่องใช เพื่อการดำรงชีวิตที่มา : http://travel.thaiza.com/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87-%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5/127576/ (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ชุมชนโบราณที่บานเชียง จังหวัดอุดรธานี นาจะเปนผูนำในการใชเหล็กกอนที่อื่น ซึ่งจากหลักฐานทางดานโบราณคดีแสดงใหเห็นวาชุมชนที่บานเชียงมีความกาวหนาดานโลหกรรมมาก นอกจากที่บานเชียงแลวยังคนพบเครื่องมือยุคเหล็กในที่อื่นๆ อีก เชน ที่บานนาดีบานโนนนกทา จังหวัดขอนแกน เนินอุโลก จังหวัดนครราชสีมา เปนตน นอกจากนี้ยังพบแหลงแรเหล็กในเขตจังหวัดเลยที่มีอายุประมาณ ๒,๘๐๐ ป ลวงมาแลว
  18. 18. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 14 หอกและขวานสำริ ด พบที่ บานเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=141740 ๔) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคใต บริเวณภาคใตเปนแหลงที่มีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตกอนประวัติศาสตรเชนกัน ซึ่งมีพัฒนาการ ดังนี้ (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่จังหวัดกระบี่ พบเครื่องมือยุคหินเกาที่ทำเปนเครื่องขุดเครื่องมือสับ ตัด โดยเฉพาะที่ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พบหลักฐานการพำนักอาศัยของมนุษยเกาแกที่สุดในดินแดนไทยตั้งแต ๓๗,๐๐๐ - ๒๗,๐๐๐ ปลวงมา แลวและยังพำนักอาศัยตอมาอีกหลายสมัย (๒) ชุมชนยุคหินกลาง พบเครื่องมือหินกะเทาะ ที่จังหวัดกระบี่ เชนเดียวกับที่พบเครื่องมือในยุคหินเกา และพบขวานหิน ที่แหลงโบราณคดีบานพลีควาย ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา (๓) ชุมชนยุคหินใหม พบภาชนะดินเผาที่ทำเปนหมอสามขาแบบเดียวกับในเขตจังหวัดกาญจนบุรี แสดงใหเห็นการติดตอกันระหวางชุมชน และพบขวานหินขัดชนิดมีบาและไมมีบาในจังหวัดกระบี่ และพังงา (๔) ชุมชนยุคสำริด ที่ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่ พบภาพเขียนสีสมัยกอนประวัติศาสตรเปนภาพคนสวมชุดยาว ที่ศีรษะมีรูปรางคลายเขาสัตว แยกเปน ๒ แฉกพบรองรอยการกอตั้งชุมชนบริเวณอาว ริมทะเล และริมแมน้ำ ในเขตจังหวัดสุราษฎรธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงาสงขลา เปนตน หลักฐานทางดานโบราณคดีที่สำรวจพบ เชน ขวานหินขัด หมอดินเผาสามขา ภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดง ใบมีด กำไล แหวน ลูกปด กลองมโหระทึกสำริด เปนตน (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ทีอำเภอคลองทอม จังหวัดกระบี่ พบลูกปดพืนเมืองจำนวนมาก ่ ้และพบชิ้นสวนเครื่องมือเหล็กในสภาพสึกกรอนและชำรุดมาก นอกจากยังพบที่จังหวัดพังงา นครศรี-ธรรมราช สุราษฎรธานี และสงขลาดวย การตั้งหลักแหลงของชุมชนในภาคใต พบวามีการอาศัยกันอยางตอเนื่องและสามารถพัฒนาเปนชุมชน เปนบานเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักรในที่สุด
  19. 19. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 15 ที่มา : http://www.siamsouth.com/ smf/index php?topic=24094.0 หลักฐานทางโบราณคดีตางชาติ ที่เกาแกที่สุด มีอายุราวพุทธศตวรรษ ที่ ๑ – ๓ ไดแก ลูกปดแกวมีตาของโรมัน พบในแหลงโบราณคดี คลองทอม จังหวัดกระบี่ ๔. การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร ในดินแดนประเทศไทย การศึกษาเกี่ยวกับการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย ก็เพื่อใหเขาใจถึงภูมิปญญาของมนุษยในสมัยนั้น อันจะเปนตัวอยางในการนำไปใชในการดำเนินชีวิตของคนไทยในปจจุบันได ๑) ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรเกิดจากปจจัยที่สำคัญๆดังนี้ ๑. ความตองการความมั่นคงในการดำรงดำรงชีวิตประจำวันในเรื่องอาหารที่อยูอาศัย เครื่องนุงหม และยารักษาโรค ๒. สภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอม เชน การเกิดภัยธรรมชาติ โรคระบาด ๓. คติความเชื่อ เชน ความตาย ความเชื่อในเรื่องวิญญาณ เปนตน ๒) การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร เปนการสรางสรรคภูมิปญญาเพื่อดำเนินชีวิตเปนหลักโดยมีพัฒนาการขึ้นเปนลำดับ ที่เห็นไดชัดเจนมีดังนี้ (๑) ดานเกษตรกรรม จาการขุดคนทางโบราณคดีสันนิษฐานไดวามนุษยในยุ ค หิ นใหมมีการเพาะปลูกแบบทำไรเลื่อนลอย บางแหงมีการเพาะปลูกขาวในที่ลุม โดยจะยายแหลงเพาะปลูกไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีการลาสัตวเปนอาหาร การปลูกขาวเริ่มเมื่อ ๔,๓๐๐ ปลวงมาแลว
  20. 20. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 16 ตอมาในยุคสำริดและยุคเหล็กมีการใชสำริดและเหล็กเปนเครื่องมือ เครื่องทุนแรงในการเพาะปลูก มีการรูจัก “การทดน้ำ” มาใชในการเกษตรกรรมอีกดวย (๒) ดานโลหกรรม จากการศึกษาเกี่ยวกับมนุษยในสมัยกอนประวัติศาสตรพบวามนุษยในสมัยนี้รูจักการทำเครื่องมือ เครื่องใชสำริดและเหล็กในยุคโลหะ มนุษยยุคเริ่มแรกทำนาปลูกขาว ดังคนพบหลักฐานปรากฏในภาพเขียนสี ที่ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่มา : http://bjw539.freeoda.com/archeology.html พบเปลือกขาวของมนุษยยุค เริ่มแรกทำนาปลูกขาวที่ถ้ำปุงฮุง จังหวัดแมฮองสอน ที่มา : http://www.sujitwongthes.com /2011/07/weekly08072554/ ในยุคสำริด มนุษยรูจักนำทองแดงผสมกับดีบุกหลอหลอมออกมาเปนสำริดและนำมาทำเปนเครื่องมือ เครื่องใช เครื่องประดับ เชน ขวาน หมอ กำไล เปนตน ตอมามีการผลิตสำริดที่มีดีบุกผสมปริมาณมาก อันเปนโลหะที่มีความแข็ง และมีสีนวลบางกวาสำริดสามัญ แมพิมพใบหอกสำริดและขวาน เปนแบบแมพิมพ 2 ชิ้น ทำจากหินทราย พบจากแหลงโบราณคดีบานเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่มา : http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B8%82%E0 %B8%A7%E0%B8%B2%
  21. 21. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 17 เครื่องมือหิน พบที่บานโคกไมเดน เครื่องมือเหล็ก พบที่บานดอนตาเพชร อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhu ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/2011/07/ mi/ 2011/03/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8 weekly15072554/ %81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88% E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9 %88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2% E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9 %89%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD% E0%B8%87%E0%B8%96-2/ ในยุคเหล็ก การใชเหล็กในดินแดนประเทศไทยนั้น ในระยะแรกๆ มีการประดิษฐใบหอกที่มีสวนบองเปนสำริด แตสวนปลายเปนเหล็ก ตอมาเหล็กกลายเปนวัตถุหลักในการทำเครื่องมือเครื่องใช เหล็กที่ใชในสมัยนี้ไดจากการถลุงแรเหล็ก และการทำเครื่องมือเหล็ก คนในสมัยนั้นรูจักการถลุงแรเหล็ก โดยการนำแรเหล็กที่ทำความสะอาดเรียบรอยแล ว และเตรียมใหไดขนาด มาผสมคลุกเคลากับถานแลวใสลงในเตาถลุงเพื่อเปลี่ยนใหแรเหล็กเปนโลหะเหล็ก รูจักใชปูนขาวหรือวัสดุที่มีหินปูน เชน กระดูกหรือเปลือกหอยใสลงไปในถลุงเหล็กการถลุงเหล็กแบบนี้เหล็กจะไมหลอมเหลว แตจะรวมตัวกันเกาะเปนกอนเหล็ก หลังจากนั้นจะนำเหล็กนี้ไป เผาใหรอนแดง แลวตีเหล็กซ้ำไปมา เพื่อขับไลขี้แรที่ยังเหลืออยูออกมาใหมากที่สุดสำหรับนำมาประดิษฐเปนเครื่องมือเครื่องใชตอไป (๓) ดานหัตถกรรม สำหรับภูมิปญญาสมัยกอนประวัติศาสตรทางดานหัตถกรรมไดแก การทอผา จากการศึกษาคนควาทางดานโบราณคดีพบวา ผูคนในสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทยรูจักนำเสนใยจากพืช คือ ปาน กัญชา และเสนใยจากสัตว คือ ไหม มาทอเปนผืนผา ดวยเทคนิคการทอแบบงายๆ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอื่นๆ อีก เชน หินทุบ เปลือกไมซึ่งสันนิษฐานวานาจะใชสำหรับผลิตเสนใยในการทอผาในแหลงโบราณคดีกอนประวัติศาสตรอีกดวย
  22. 22. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 18 (๔) ดานการสรางที่อยูอาศัย ในยุคหินใหม มนุษยไดมีการดัดแปลงสภาพแวดลอมเพื่อใชเปนที่อยูอาศัย ดวยการใชถ้ำหรือเพิงเผาเปนที่ปองกันอันตรายจากภัยธรรมชาติและสัตวปาอันเปนการเริ่มตนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย ตอมาในยุคโลหะ ไดพบรองรอยของหลุมเสาในแหลงโบราณคดีหลายแหงในประเทศไทย กอใหเกิดขอสันนิษฐานในยุคนี้นาจะเริ่มมีการคิดคนวิธีการสรางที่อยูอาศัยบางแลว ในยุคหินใหม มนุษยรูจักเพาะปลูก และสรางที่อยูอาศัย ที่มา : http://civedu.0catch.com/china/preciv.htm ยุคหินใหมตอนตน มีการสราง กระทอมดินดิบมุงหลังคาดวย ใบไม ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/45752 (๕) ดานการรักษาโรค นักโบราณคดีไดขุดคนแหลงโบราณคดีที่เปนแหลงชุมชนพบหัวกะโหลกมนุษยที่เจาะเปนรูกลมและแตงขอบรูเรียบ สันนิษฐานวา เปนวิธีการรักษาโรคปวดศีรษะหรือโรคลมบาหมู แตนักมานุษยวิทยาเชื่อวาเปนการกระทำเพื่อปลดปลอยผีรายที่ทำใหเกิดอาการเจ็บปวดใหออกไปจากศีรษะมนุษย เพื่อลดอาการปวดศีรษะ
  23. 23. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 19สรุปเวลาแสดงความเจริญของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย ราว ๗๐๐,๐๐๐ ปลวงมาแลว พบเครื่องหิน ราว ๑๘๐,๐๐๐ ปลวงมาแลว พบหลักฐานเกี่ยวกับมนุษย ราว ๓๗,๐๐๐ ปลวงมาแลว พบหลักฐานการพักพิงอาศัยของมนุษย ราว ๔,๓๐๐ ปลวงมาแลว เริ่มปลูกขาว ตั้งถิ่นฐาน ราว ๓,๕๐๐ ปลวงมาแลว เริ่มนำสำริดมาทำเครื่องมือ เครื่องใช ราว ๒,๐๐๐ ปลวงมาแลว เริ่มนำเหล็กมาทำเครืื่องมือ เครื่องใช
  24. 24. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 20 กิจกรรมที่ ๑คำสั่ง ใหนักเรียนวิเคราะหพัฒนาการของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดน ประเทศไทย สรุปพัฒนาการ ....................................................... มนุษยยังตองอาศัย ...................................................................................... ธรรมชาติ ...................................................................................... ...................................................................................... สรุปพัฒนาการ ....................................................... ...................................................................................... มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน ...................................................................................... ...................................................................................... สรุปพัฒนาการ ....................................................... มนุษยเริ่มพัฒนา ...................................................................................... เปนชุมชน ...................................................................................... ......................................................................................
  25. 25. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 21 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ñ มนุ ษ ย มี ชี วิ ต ที่ เร ร อ น สรุปพัฒนาการ ....................................................... เก็ บ อาหาร ล า สั ต ว ทำอาวุ ธ หรื อ เครื่ อ งมื อ ......................................................................................มนุษยยังตองอาศัย ธรรมชาติ เครื่องใช ดวยหิน กระดูกสัตว อาศัยอยูตาม ...................................................................................... ถ้ำหรือเพิงผา ...................................................................................... พั ฒ นาการมนุ ษ ย เริ่ ม สรุปพัฒนาการ ....................................................... เคลื่ อ นย า ยที่ อ ยู อ าศั ย จากถ้ ำ หรื อ เพิ ง ผามา ......................................................................................มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน เปนอยูใกลแหลงน้ำ หรือที่ราบลุม เริ่มมีการตั้ง ...................................................................................... ถิ่นฐาน ทำการเพาะปลูก ...................................................................................... เกิดการเคลื่อนยายอพยพ สรุปพัฒนาการ ....................................................... มนุษยเริ่มพัฒนา หาแหลงอาหารใหมของกลุมชนที่อาศัยอยูมา ...................................................................................... เปนชุมชน ตั้งแตยุคหิน ผสมผสานกับกลุมชนที่อพยพมา ...................................................................................... จากที่อื่น ......................................................................................
  26. 26. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 22 กิจกรรมที่ ๒คำสั่ง ใหนักเรียนยกตัวอยางชุมชนโบราณในภูมิภาคตางๆ ของประเทศไทย ลงในชองวาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ................................................... ................................................... ................................................... ................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ........................................................................ ........................................................................ ภาคกลาง ภาคใต ................................................... ................................................... ................................................... ................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ........................................................................ ........................................................................

×