Your SlideShare is downloading. ×
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3

11,926

Published on

Published in: Education
3 Comments
24 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total Views
11,926
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
20
Comments
3
Likes
24
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. เอกสารประกอบการเร ี ย น กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๓ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ หนวยที่ ๓ เรื่องนางภัทรานิษฐ อิ่มศิลตำแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนวังบอวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
  • 2. ก คำนำ ในปจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอน มุงเนนใหผูเรียนไดศึกษาหาความรูดวยตนเองใหมากที่สุด เพื่อใหผูเรียนมีนิสัย ใฝเรียน ใฝรู อยูเสมอ ดังนั้นการจัดทำเอกสารประกอบการเรียน เปนแนวทางหนึ่งที่สงเสริมใหผูเรียนคนควาหาคำตอบดวยตนเอง เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาประวัติศาสตรส ๒๑๑๐๓ เรื่อง สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ประกอบดวยหัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู แบบทดสอบกอนเรียน เนื้อหา กิจกรรม แบบฝก และแบบทดสอบหลังเรียนพรอมเฉลย ซึ่งจะทำใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองและมีความเขาใจในเนื้อหาสาระไดเปนอยางดี อีกทั้งทำใหผูเรียนสะดวกต อ การศึ ก ษาหาความรู ไ ด ด ว ยตนเอง จึ ง นั บ ได ว า เป น เอกสารประกอบการเรียนที่มีประโยชนตอการเรียนการสอนเปนอยางยิ่ง ขอขอบคุณเจาของตำราที่นำมาอางอิงไวในเอกสารและนายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ ที่ใหคำปรึกษาจนเอกสารฉบับนี้มีความชัดเจนและสมบูรณยิ่งขึ้น ภัทรานิษฐ อิ่มศิล
  • 3. ข สารบัญเรื่อง หนาหนาคำนำ กสารบัญ ขคำชี้แจง คหนวยที่ ๓ สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ๑ แบบทดสอบกอนเรียน ๒ เฉลยคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน ๕ ตอนที่ ๑ เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทย ๖ กิจกรรมที่ ๑ ๒๐ แนวตอบกิจกรรมที่ ๑ ๒๑ กิจกรรมที่ ๒ ๒๒ แนวตอบกิจกรรมที่ ๒ ๒๓ กิจกรรมที่ ๓ ๒๔ แนวตอบกิจกรรมที่ ๓ ๒๕ ตอนที่ ๒ พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ ๒๖ กิจกรรมที่ ๔ ๓๒ แนวตอบกิจกรรมที่ ๔ ๓๓ ตอนที่ ๓ รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย ๓๔ กิจกรรมที่ ๕ ๖๑ แนวตอบกิจกรรมที่ ๕ ๖๒ กิจกรรมที่ ๖ ๖๓ แนวตอบกิจกรรมที่ ๖ ๖๔ กิจกรรมที่ ๗ ๖๕ แนวตอบกิจกรรมที่ ๗ ๖๖ แบบทดสอบหลังเรียน ๖๗ เฉลยคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๗๐บรรณนุกรม ๗๑
  • 4. ค คำชี้แจงสำหรับนักเรียน เอกสารประกอบการเรียนเลมนี้ นักเรียนสามารถศึกษาและเรียนรูไดดวยตนเอง กอนที่จะศึกษาและเรียนรูใหนักเรียนอานคำชี้แจง ดังนี้๑. ศึกษา หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหทราบวา เมื่อจบบทเรียน นักเรียนสามารถเรียนรูอะไร ไดบาง๒. ทำแบบทดสอบกอนเรียน จำนวน ๒๐ ขอแลวตรวจคำตอบ จากเฉลย๓. ศึกษาเนื้อหา สาระ รายละเอียดในตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๔. ทำกิจกรรมตามที่กำหนดใหดวยตนเอง ถาทำไมได หรือสงสัย ใหอานทบทวนเนื้อเรื่องใหม แลวตรวจคำตอบจากเฉลย๕. ทำแบบทดสอบหลังเรียน แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
  • 5. หนวยที่ สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย ๓ สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย เวลา ๗ คาบ 1 หัวขอเรื่อง ๑. เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทย ๒. พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ ๓. รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย ความนำ การตั้ ง ถิ่ น ฐานของชุ ม ชนในดิ น แดนประเทศไทย จะมี พั ฒ นาการแบบค อ ยเป น ค อ ยไปกลาวคือจากชุมชนขนาดเล็ก ก็คอยๆ พัฒนาจนเปนเมือง แวนแควน และอาณาจักรในที่สุด ซึ่งจากสภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมที่เอื้ออำนวย ทำใหมีการตั้งถิ่นฐานกอตัวเปนรัฐหรืออาณาจักรขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งอาณาจักรบางแหงก็เสื่อมสูญสลายไปตามกาลเวลา และบางอาณาจักรก็มีพัฒนาการตอเนื่องเรื่อยมา และไดผนวกรวมเขาเปนประเทศไทยในที่สุด สาระสำคัญ ดินแดนที่เปนประเทศไทยในปจจุบันมีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตรและได มี พั ฒ นาการในการดำรงชี วิ ต เรื่ อ ยมา นั บ ตั้ ง แต ก ารรู จั ก พั ฒ นาเครื่ อ งมื อ หิ น มาใช โ ลหะรูจักสรางบานเรือน เพาะปลูก เลี้ยงสัตว และรวมตัวกันเปนชุมชน จากชุมชนเล็กๆ ก็สามารถพัฒนาจนเปนเมือง เปนแวนแควนหรือรัฐ และเปนอาณาจักรในที่สุด โดยมีรัฐตางๆ ถือกำเนิดขึ้นในทุกภาคของไทย ซึ่งรัฐเหลานั้นนอกจากจะสรางสรรคความเจริญขึ้นจนเปนมรดกทางวัฒนธรรมแลว บางรัฐก็ไดเปนรากฐานของประเทศไทยในปจจุบันนี้ดวย จุดประสงคการเรียนรู หลังจากศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมในหนวยนี้แลว ผูเรียนจะสามารถทำสิ่งตอไปนี้ได ๑. อธิบายเรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนไทยโดยสังเขปได ๒. อธิบายพัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณไดอยางถูกตอง ๓. อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคตางๆ ในดินแดนไทยได
  • 6. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 2 ประจำหนวยที่ ๓คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอคำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน กระดาษคำตอบ๑. “มนุ ษ ย เร ร อ นเก็ บ หาอาหาร ล า สั ต ว ๔. บริ เวณที่ เ หมาะสมกั บ การตั้ ง ถิ่ น ฐาน ใชเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน รูจัก ของชุมชนโบราณควรจะเปนที่ใด เพาะปลู ก และนำสั ต ว ป า มาเลี้ ย ง” ก. ที่ราบสูง ข. หุบเขา ขอความดังกลาวแบงตามเกณฑขอใด ค. ที่ราบเชิงเขา ก. แบงตามอาชีพ ง. ที่ราบลุมแมน้ำและชายฝงทะเล ข. แบงตามทำเลที่ตั้ง ๕. การสรางเครื่องมือเครื่องใชของชุมชน ค. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของ มนุษยยุคหินเกาจะมีลักษณะตามขอใด มนุษย ก. ประดิษฐกลองมโหระทึก ข. ทำเครื่องประดับจากแกว ง. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ ค. ทำขวานกำปนกะเทาะหนาเดียว เครื่องใช ง. ทำเครื่องปนดินเผาแบบสามขา๒. สุวรรณภูมิหรือดินแดนแหงทองคำ ๖. การดำรงชีวิตของมนุษยในยุคแรกเริ่ม เปนชื่อเดิมของดินแดนใด นาจะมีลักษณะสอดคลองกับขอใด ก. เอเชียใต ก. เพาะปลูกขาว ข. เอเชียตะวันออก ข. ลาสัตวปาเปนอาหาร ค. คาขายกับชุมชนใกลเคียง ค. เอเชียตะวันตกเฉียงใต ง. ทำภาชนะดินเผาไวใสอาหาร ง. เอเชียตะวันออกเฉียงใต ๗. “มีการพบโครงกระดูกมนุษยและสัตว๓. ลักษณะการดำรงชีวิตของมนุษยในชวง ภาชนะดินเผาลายเขียนสีทั้งลายเชือก แรกๆ ตรงตามขอใด ทาบ ลายขูดขีดบนผิวขัดมัน เครื่อง- ก. ลาสัตว เก็บหาของปา ประดับทำจากลูกปด” แสดงใหเห็นถึง พัฒนาการของชุมชนในขอใด ข. อาศัยกันอยูเปนชุมชน ก. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ค. เพาะปลูกพืชธัญญาหาร ข. บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี ง. ใชเงินตราเปนสื่อกลางในการแลก ค. ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน เปลี่ยน ง. บานดอนตาเพชรจังหวัดกาญจนบุรี
  • 7. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 3 ๘. ป จ จั ย สำคั ญ ในการพั ฒ นาชุ ม ชนไปสู ๑๓. รากฐานของวัฒนธรรมละโวมาจากที่ใด การเปนแควนหรืออาณาจักรคือขอใด ก. จีน ก. เกิดชนชั้นในสังคม ข. อินเดีย ข. มีการจัดระเบียบการปกครอง ค. สรางขึ้นเอง ค. มีการติดตอคาขายกับชุมชนอื่น ง. ทวารวดีและขอม ง. มีการรับอารยธรรมจากตางชาติ ๑๔. ผลงานของอาณาจักรใดที่ทำใหพระพุทธ ๙. เหตุผลสำคัญที่ทำใหอาณาจักรโบราณ มักตั้งอยูริมแมน้ำหรือชายฝงทะเลคือ ศาสนาหยั่งรากลึกในดินแดนไทยมาจน อะไร ถึงปจจุบัน ก. ประชาชนใชเรือเปนพาหนะ ก. ละโว ข. ปองกันไมใหขาศึกลอมเมือง ข. หริภุญชัย ค. สะดวกในการคาขายและเพาะปลูก ค. นครศรีธรรมราช ง. ฝกฝนกองทัพทางทะเลใหมีประสิทธิ ง. โคตรบูรณ ภาพมากขึ้น ๑๕. เรื่ อ งราวของ พระนางจามเทวี มี๑๐. ขอใดกลาวไดถูกตอง ความเกี่ยวของกับอาณาจักรในขอใด ก. ชุมชนทุกแหงจะตองอยูริมน้ำ ก. ลานนา ข. ชุมชนจะเจริญไดตองใชสำริดกอน ข. หริภุญชัย ค. ชุมชนทุกแหงจะตองขยายไปเปน แควน ค. ทวาราวดี ง. ชุมชนแตละแหงมีพัฒนาการไมเทากัน ง. ลังกาสุกะ๑๑. เพราะเหตุใดจึงสันนิษฐานวาศูนยกลาง ๑๖. เพราะเหตุใดอาณาจักรโยนกเชียงแสน ของทวาราวดีนาจะอยูที่จังหวัดนครปฐม จึ ง ต อ งย า ยศู น ย ก ลางการปกครอง ก. พบพระพุทธรูปปางนาคปรกสำริด หลายครั้ง ข. ปรากฎเรื่ อ งราวอยู ใ นตำนานมู ล ก. ถูกศัตรูรุกราน ศาสนา ข. ไดรับภัยธรรมชาติ ค. จดหมายเหตุจีนเรียกอาณาจักรนี้วา ค. ทำเลที่ตั้งไมเหมาะสม “หลอหู” ง. ตองการหาทางออกทะเลเพื่อคาขาย ง. พบเหรียญเงินที่มีคำจารึกเปนภาษา ๑๗. จากหลักฐานที่พบ ชุมชนใดนาจะเปน สันสกฤต๑๒. งานศิลปกรรมในขอใดที่ไมพบในศิลปะ แหลงเริ่มตนของพัฒนาการการตั้งถิ่น ทวาราวดี ฐานในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก. พระปรางคสามยอด ก. พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ข. พระพุทธรูปศิลาขาว ข. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ค. จุลประโทณเจดีย ค. ฟาแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ ง. ธรรมจักรศิลาและกวางหมอบ ง. หนองหารหลวง จังหวัดสกลนคร
  • 8. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 4๑๘. มรดกที่สังคมไทยไดรับจากนครศรีธรรมราช ๒๐. เหตุ ผ ลสำคั ญ ที่ ท ำให พ ระยามั ง ราย คือขอใด มหาราชทรงสรางราชธานีที่เชียงใหม ก. การเขียนอักษรไทย นาจะเปนเพราะอะไร ข. การนับถือพระโพธิสัตว ก. มีธรรมชาติที่สวยงาม ค. การสรางเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ข. ปองกันการรุกรานจากทางใต ง. การนั บ ถื อ พระพุ ท ธศาสนานิ ก าย ค. จะไดดูแลอาณาจักรอยางทั่วถึง เถรวาทลัทธิลังกาวงศ ง. ตองการใหเปนเมืองทาคาขาย๑๙. ปราสาทหิ น ของขอม สั น นิ ษ ฐานว า สรางขึ้นเพื่อจุดประสงคใด ก. เปนที่ประกอบศาสนพิธี ข. เปนแหลงทองเที่ยวพักผอน ค. เปนศูนยกลางการปกครอง ง. เปนที่ประทับของพระมหากษัตริย
  • 9. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 5 Ẻ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕ ประจำหนวยที่ ๓ ¹ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ๑ ค ๑๑ ง๒ ง ๑๒ ก๓ ก ๑๓ ง๔ ง ๑๔ ข๕ ค ๑๕ ข๖ ข ๑๖ ก๗ ข ๑๗ ก๘ ค ๑๘ ง๙ ค ๑๙ ก๑๐ ง ๒๐ ค
  • 10. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 6 µÍ¹·Õè ñ เรื่องราวสมัยกอนประวัติศาสตร ในดินแดนไทย กอนที่ชนชาติไทยจะเขามาตั้งรัฐไทยในดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันนั้น ไดมีหลายกลุมชนตั้งหลักแหลงอาศัยอยูมากอนแลว โดยกระจายอยูทั่วทุกภูมิภาคของไทย กลุมชนเหลานี้ไดสรางความเจริญของตนจนมีพัฒนาการมากขึ้น โดยเติบโตจากชุมชนเปนบานเมือง จากบานเมืองเปนแควนหรือรัฐ และจากแควนเปนอาณาจักร การศึกษาพัฒนาการของชุมชนโบราณกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย จะทำใหเขาใจรากฐานอารยธรรมไทยมากขึ้น เพราะไทยไดรับมรดกทางวัฒนธรรมจากชุมชนโบราณตางๆเมื่อไทยตั้งอาณาจักรขึ้นมา ขอมูลที่ใชศึกษาเรื่องราวเหลานี้มาจากหลักฐานทางโบราณคดี เชน รองรอยการอยูอาศัย เครื่องมือเครื่องใช ตลอดจนโบราณสถานและโบราณวัตถุตางๆ ๑. หลักเกณฑการแบงยุคสมัยกอนประวัติศาสตรในประเทศไทย เราทราบมาแลววา ดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันมีผูคนอาศัยอยูมากมาย เครื่องมือหินที่เกาที่สุดที่พบมีอายุประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ป แตหลักฐานเกี่ยวกับมนุษยที่เกาที่สุดที่พบมีมนุษยอายุประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ป สมัยประวัติศาสตรในดินแดนที่เปนประเทศไทยเริ่มเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๑๘๐ ซึ่งถานับมาถึงปจจุบัน สมัยประวัติศาสตรในประเทศไทยจะมีอายุไมถึง ๑,๔๐๐ ป ซึ่งนับวาสั้นมากเมื่อเทียบกับการที่มนุษยตั้งถิ่นฐานในดินแดนประเทศไทย และกอนที่มนุษยในประเทศไทยจะรูจักใชตัวหนังสือยาวนานมาก คือ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ป สมัยนี้เรียกวา “สมัยกอนประวัติศาสตร” ชวงเวลาที่เปนสมัยกอนประวัติศาสตรที่ยาวนานมากขึ้น จึงตองมีหลักฐานการแบงยุคสมัยเพื่อใหชัดเจนและใหงายแกการทำความเขาใจใหตรงกัน ซึ่งแบงเปน ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ เครื่องใช ๒. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของผูคน ยุคหินเกากับยุคหินใหมหมูบานเกษตรกรรมจากชีวิตที่เรรอนเก็บหาอาหาร ลาสัตว เมื่อเย็นค่ำก็หาเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน มาเปนการตั้งถิ่นฐานทำการเพาะปลูก และนำสัตวปามาเลี้ยง ทำใหมีการอยูรวมกันเปนชุมชน เปนหมูบาน
  • 11. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 7 มนุษยสมัยกอนประวัติศาสตร จะอาศัยอยูตามถ้ำหรือเพิงผา มีการใชเครื่องมือหินแบบตางๆที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=261132 การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผูคนดังกลาวนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อประมาณ ๔,๓๐๐ป ล ว งมาแล ว ซึ่ ง นั บ ว า อยู ใ นเวลาใกล เ คี ย งกั น มากกั บ ความก า วหน า ของมนุ ษ ยชาติ ใ นภู มิ ภ าคอื่นของโลก และมีการเรียกกันวา “การปฏิวัติเกษตรกรรม” และถือกันวา “เปนคลื่นลูกที่หนึ่ง” ในความกาวหนาของมนุษยชาติ (คลื่นลูกที่สอง คือ การปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อตนพุทธศตวรรษที่ ๒๔เริ่มในทวีปยุโรป คลื่นลูกที่สาม คือ การปฏิวัติทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะดานการสื่อสาร ในตนพุทธศตวรรษที่ ๒๖ เริ่มในสหรัฐอเมริกา) ๒. การขยายตัวของชุมชนในสุวรรณภูมิ สุวรรณภูมิเปนชื่อเดิมของดินแดนเอเชียตะวันออกเชียงใต หรือโดยเฉพาะดินแดนที่เปนประเทศไทย สุวรรณภูมิ แปลวา “ดินแดนแหงทองคำ” หมายถึง ดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณมากเหมาะแกการตั้งหลักแหลงของชุมชน จากรองรอยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนที่พบในดินแดนนี้ปรากฏวามนุษยไมไดเขาไปตั้งหลักแหลงในทุกทองถิ่นทุกพื้นที่พรอมกัน เนื่องจากในบริเวณนี้เปนดินแดนที่มีผูคนอาศัยอยูนอยมาตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตรแลว ดินแดนหลายแหงจึงไมมีมนุษยเขาไปอาศัยอยู และหลายแหงเพิ่งมีสภาพเปนชุมชน เปนเมืองมาเมื่อไมกี่รอยปที่ผานมา การขยายตัวของชุมชนในสุวรรณภูมิ มีลักษณะการขยายตัวของชุมชนอื่นๆ คือ ตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตรดินแดนหลายแหงมีกลุมชนเล็กๆ อาศัยอยู ตอมาเมื่อบริเวณนั้นไมอุดมสมบูรณก็ จ ะอพยพเคลื่ อ นย า ยไปหาแหล ง อาหารแหล ง ใหม เมื่ อ มนุ ษ ย รู จั ก การเพาะปลู ก ทำให อ ยู เ ป นหลักแหลงมากขึ้น ชุมชนบางแหงไดขยายเปนชุมชนขนาดใหญ มีการติดตอแลกเปลี่ยนสิ่งของกับชุมชนใกลเคียงและชุมชนที่อยูหางไกล ดังเห็นไดจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบของมีคาจากตางถิ่นหรือของที่ไมมีในทองถิ่นนั้นๆ
  • 12. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 8 สุวรรณภูมิ สุวรรณภูมิ เปนชื่อเดิมของภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใตที่คนอินเดียเรียก แตนักวิชาการ หลายคนมี ค วามเห็ น สุ ว รรณภู มิ คื อ ดิ น แดนที่ เป น ประเทศไทยในป จ จุ บั น เพราะมี อ ำเภอและ จังหวัดหลายแหง มีชื่อหรือมีความหมายเชนเดียว กั บ สุ ว รรณภู มิ เช น อำเภอสุ ว รรณภู มิ (จั ง หวั ด ร อ ยเอ็ ด ) อำเภออู ท อง (จั ง หวั ด สุ พ รรณบุ รี ) จังหวัดกาญจนบุรี และจีนเคยเรียกรัฐแหงหนึ่งวาตุกตารูปบุคคลจูงลิง พบที่เมือง “จี น หลิ น ” หมายถึ ง ดิ น แดนแห ง ทองคำ หรื อโบราณอูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สุ ว รรณภู มิ ซึ่ ง นั ก วิ ช าการหลายคนเชื่ อ ว า คื อที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi เมืองอูทอง การขยายตัวของชุมชนในดินแดนสุวรรณ ภู มิ นี้ มี ทั้ ง การเคลื่ อ นย า ยอพยพของกลุ ม ชน ที่ อ าศั ย อยู ม าตั้ ง แต ยุ ค หิ น และมี ก ลุ ม ชนอื่ น อพยพจากภายนอกนอกเข า มาตั้ ง หลั ก แหล ง ผสมผสานอยู ด ว ย โดยเป น การอพยพเข า มาใน ชวงเวลาที่ตางกัน และกระจายกันอยูตามที่ตางๆ ทั่ ว ทุ ก ภาคของผื น แผ น ดิ น ไทย เห็ น ได จ ากการ ขุดพบหลักฐานทางดานโบราณคดีตางๆ บริเวณที่ราบ ภาคกลาง ตลอดจนบริ เ วณคาบสมุ ท รภาคใตตะเกียงโรมัน พบที่ตำบลพงตึก อำเภอ มีการสันนิษฐานวา การกอตัวของชุมชนเหลานี้ท า มะกา จั ง หวั ด กาญจนบุ รี เป น หลั กฐานแสดงให เ ห็ น ถึ ง การติ ด ต อ ระหว า ง น า จะเกิ ด จากป จ จั ย ทางด า นการค า เป น สำคั ญชุมชน ในสุวรรณภูมิกับชุมชนที่อยูทาง เมื่ อ ชุ ม ชนเหล า นี้ มี ผู ค นอาศั ย อยู ม ากขึ้ น และดินแดน ดานตะวันตกที่หางไกลที่มา : http://www.kayasit.com/bbs/fo- มี ค วามเจริ ญ มากขึ้ น ก็ จ ะพั ฒ นาเป น บ า นเมื อ งrum.php?mod=viewthread&tid=1109 เปนแควนและเปนอาณาจักรในที่สุด
  • 13. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 9 ๓. พัฒนาการของชุมชนโบราณในภาคตางๆ ของไทย ๑) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคกลาง ชุมชนโบราณสมัยกอนประวัติศาสตรในภาคกลาง สวนใหญจะพบอยูตามฝงตะวันออกและตะวันตกของภาค โดยมีพัฒนาการที่สำคัญ ดังนี้ (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่ถ้ำพระ อำเภอไทรโยค ถ้ำเขาทะลุและถ้ำเมน อำเภอบานเกา จังหวัดกาญจนบุรี พบเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือขุด เครื่องมือสับ ตัดและขวานที่มีขนาดใหญและหนัก สันนิษฐานวาเปนเครื่องมือที่ใชปรับแตงไมเพื่อนำไปทำอาวุธลาสัตว (๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่บานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พบเครื่องมือหิน เครื่องปนดินเผาลายขีดและขัดมัน ถ้ำหีบ จังหวัดกาญจนบุรี พบกระดูกปลาฉลามปลาโลมากวาง วัวปา ที่เปนเครื่องมือเครื่องใช เชน เครื่องมือปลายแหลม เบ็ดตกปลา และภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ (๓) ชุมชนยุคหินใหม บานเกา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบโครงกระดูกมนุษยยุคหินใหม ขวานหินขัด เครื่องประดับทำจากเปลือกหอย และภาชนะดินเผาที่คลายกับที่พบในประเทศจีน เชน หมอสามขา หมอกนกลม โดยมีการตกแตงลวดลายภาชนะ ทั้งลายเชือกทาบ ลายขูดลายเสนโคง รูปงู ที่หุบเขาวงพระจันทร จังหวัดลพบุรี พบโครงกระดูกมนุษยฝงรวมอยูกับภาชนะดินเผา ซึ่งมีทั้งลายเชือกทาบลายขูดขีด และเคลือบผิวดวยน้ำโคลนสีแดง เครื่องประดับที่พบอยูกับโครงกระดูก มีลูกปด กำไลขอมือและแหวนทำจากเปลือกหอยทะเลและหิน ภาชนะดินเผา พบที่บานเกา จังหวัด กาญจนบุรี เปรียบเทียบกับภาชนะ ดินเผาสามขา พบที่มณฑลชานตุง ประเทศจีน ที่มา : http://www.gotoknow.org/blogs/posts/4954 (๔) ชุมชนยุคสำริด ที่บานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตยุคหินกลาง พบหลุมศพจำนวนมาก ในหลุมมีภาชนะดินเผาเคลือบน้ำโคลนสีแดงรูปทรงคลายพาน สันนิษฐานวาใชบรรจุอาหารเซนไหวคนตาย เพราะมีกระดูกสัตววางอยู และพบกำไลหินออนกำไล สรอยทำจากสำริดและเปลือกหอยทะเล ตุมหูทำจากดีบุก และของที่มาจากตางถิ่น เชน ทองแดงหินทราย หินมีคา แสดงวามีการติดตอกับชุมชนตางถิ่น
  • 14. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 10 โครงการดูกมนุษยในหลุมฝงศพ พบที่บานเกา โครงกระดูกมนุษย มีอายุราว ๓.๐๐๐ ป อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มาแลว ขุดพบที่บานโคกพนมดี อำเภอ พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/ ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/ book/ book.php? book=8&chap=1&page=picture_ book/ php?book=15&chap=6&page=picture_ detail8_1.html detail15_6.html (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ที่บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีจากการขุดพบหลุดศพที่บรรจุสิ่งของฝงรวมกันมากมาย เชน ภาชนะดินเผา เครื่องประดับอาวุธและเครื่องมือเครื่องใชที่ทำจากเหล็ก นอกจากนี้ ยังพบของมีคาจากตางถิ่น เชน เศษผาฝาย ผาปานจากอินเดีย ตุกตาสิงโตแกะจากหินมีคาจากอินเดีย ลูกปดแกว ซึ่งจะแสดงใหเห็นวามีการติดตอกับชุมชนภายนอกแลว เครื่องมือเครื่องใช และของมีคาตางๆ ไดแก เครื่องประดับลูกปด เครื่องมือเหล็ก นกยูงสำริดและไกสำริด พบที่บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/2011/07/weekly15072554/ ที่ถ้ำองบะ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี พบโลงไมมีลักษณะคลายเรือทำจากไมเนื้อแข็งที่ปลายและหัวแกะเปนรูปหัวนก ภายในโลงพบของมีคา เชน เครื่องมือเหล็ก หินมีคา ลูกปดแกว เปนตน ชุมชนในภาคกลางหลายแหงไดมีการพัฒนาการจากชุมชนเล็กๆ เปนหมูบาน เปนเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักร
  • 15. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 11 ๒) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคเหนือ ภูมิประเทศสวนใหญบริเวณภาคเหนือของไทยเปนเทือกเขา ภูเขา หุบเขา และที่ราบระหวางภูเขา บริเวณเทือกเขา เชน เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาหลวงพระบาง เทือกเขาผีปนน้ำ เปนตนกำเนิดของแมน้ำหลายสาย เชน ปง วังยม นาน และเปนดินแดนที่มีมนุษยอาศัยอยูมาตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตร โดยพบการอยูอาศัยของมนุษยหลายแหง เชน (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน พบเครื่องมือหิน ใบหอกหินที่บานแมทะ บานดอนมูล จังหวัดลำปาง พบเครื่องมือหินกะเทาะ และยังพบเครื่องมือหินกะเทาะที่แหลงโบราณคดีผาบุง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม (๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน พบเครื่องมือหินที่เปนเครื่องมือขุด เครื่องมือสับตัด ขนาดใหญ เครื่องมือหินขัด และเครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือกะเทาะ พบที่ แหลงโบราณคดีผาบุง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม ที่มา : www.thailandmuseum. com/nan/hilight2.htm (๓) ชุมชนยุคหินใหม พบเครื่องมือยุคหินใหมซึ่งตอเนื่องถึงโลหะ โดยพบเครื่องมือหินของชุมชนยุคหินใหมกระจายอยูทั่วไปตามลุมแมน้ำตางๆ ในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหมลำปาง นาน อุตรดิตถ เปนตน ถ้ำลอด ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน มีเรื่องราวลี้ลับหลังความตาย ที่กลายมาเปน แหลงโบราณคดีล้ำคาจากการสำรวจคนพบเครื่องมือเครื่องใชโบราณในถ้ำ สันนิษฐาน ไดวามีอายุประมาณ 2,000 ปมาแลว ที่มา : http://www.muangthai.com/mmnews/index.php?mod=article&cat=alltravel&article=660
  • 16. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 12 (๔) ชุมชนยุคสำริด พบรองรอยชุมชนกสิกรรมที่มีพัฒนาการตอเนื่องมาตั้งแตยุคหินใหมมาถึงยุคสำริดในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหม เชียงราย นาน อุตรดิตถ ตาก ลำพูนโดยพบวามีการใชทั้งเครื่องมือสำริดและหินขัด เครื่องมือเครื่องใชหลายชนิดของชุมชนในภาคนี้แสดงใหเห็นวามีการผสมผสานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหวางชุมชนตางๆดวย หลุมฝงศพและกำไลสำริด ขุดพบที่บานยางทองใต อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม ที่มา : http://gist.soc.cmu.ac.th/lanna/chapter03/c03_p08.html กลองมโหระทึกหรือกลองสำริด อายุราว ๒,๕๐๐ ป พบที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/ suvarnabhumi/2011/06/03062554/ (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ไดพบแหลงชุมชนโบราณที่ใชเครื่องมือทำจากเหล็ก กระจายอยูตามลุมแมน้ำสายตางๆในเขตจังหวัดแมฮองสอน เชียงใหม เชียงราย นาน อุตรดิตถ ลำพูน หลักฐานทางโบราณคดีตางๆ แสดงใหเห็นวาชุมชนในบริเวณภาคเหนือมีพัฒนาการชากวาภูมิภาคอื่น แตถึงกระนั้นในภาคเหนือก็มีการตั้งหลักแหลงอยูอาศัยกันอยางตอเนื่องและสามารถพัฒนาจากชุมชนเปนบานเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักรเชนเดียวกัน ๓) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่สวนใหญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปนที่ราบสูงที่ยกตัวสูงจากตะวันตกและลาดเอียงไปทางตะวันออกลงสูแมน้ำโขง ตอนกลางของภาคมีลักษณะเปนแองคลายกนกระทะ มีแมน้ำชีและแมน้ำมูลไหลผาน มีแนวเทือกเขากั้นเปนขอบของภาคทางดานตะวันตกและดานใต
  • 17. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 13 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเปนแหลงที่มีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตสมัยกอนประวัติศาสตร โดยพบหลักฐานหลายแหง เชน (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พบเครื่องมือหินกะเทาะเปนเครื่องขุด สับ และตัด (๒) ชุมชนยุคหินกลาง ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พบเครื่องมือขุดและเครื่องมือสับ ตัด ซึ่งตอเนื่องมาจากยุคหินเกา (๓) ชุมชนยุคหินใหม ที่บานโนนนกทา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน พบภาชนะดินเผาลูกปดทำจากเปลือกหอย ขวานหินขัด หินสับ (๔) ชุมชนยุคสำริด ที่บานเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ซึ่งไดรับประกาศใหเปนมรดกโลก เปนแหลงสำริดที่เกาแกและสำคัญที่สุดในประเทศไทย สิ่งของที่พบคือ ภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดงบนพื้นสีนวล มีทั้งลายเชือกทาบ ลายขูดขีดบนผิวขัดมัน โครงกระดูกมนุษยโครงกระดูกสัตว เครื่องประดับทำจากลูกปด สิ่งของเครื่องใชทำจากหินและโลหะภาชนะและเครื่องมือเครื่องใชที่ทำจากสำริด แมพิมพ หินทรายที่ใชหลอสำริด นอกจากนี้ยังพบภาพเขียนสีสมัยกอนประวัติศาสตร เชน ภาพเขียนสีที่ผาแตม ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีภาพเขียนสีที่เขาจันทรงาม อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เปนตน เครื่องปนดินเผาเขียนสีแดง พบที่บานเชียง จังหวัดอุดรธานี แสดงพัฒนาการของชุมชน ในสมัยกอนประวัติศาสตร ใน การประดิษฐเครื่องมือเครื่องใช เพื่อการดำรงชีวิตที่มา : http://travel.thaiza.com/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87-%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5/127576/ (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ชุมชนโบราณที่บานเชียง จังหวัดอุดรธานี นาจะเปนผูนำในการใชเหล็กกอนที่อื่น ซึ่งจากหลักฐานทางดานโบราณคดีแสดงใหเห็นวาชุมชนที่บานเชียงมีความกาวหนาดานโลหกรรมมาก นอกจากที่บานเชียงแลวยังคนพบเครื่องมือยุคเหล็กในที่อื่นๆ อีก เชน ที่บานนาดีบานโนนนกทา จังหวัดขอนแกน เนินอุโลก จังหวัดนครราชสีมา เปนตน นอกจากนี้ยังพบแหลงแรเหล็กในเขตจังหวัดเลยที่มีอายุประมาณ ๒,๘๐๐ ป ลวงมาแลว
  • 18. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 14 หอกและขวานสำริ ด พบที่ บานเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=141740 ๔) พัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคใต บริเวณภาคใตเปนแหลงที่มีมนุษยอาศัยอยูตั้งแตกอนประวัติศาสตรเชนกัน ซึ่งมีพัฒนาการ ดังนี้ (๑) ชุมชนยุคหินเกา ที่จังหวัดกระบี่ พบเครื่องมือยุคหินเกาที่ทำเปนเครื่องขุดเครื่องมือสับ ตัด โดยเฉพาะที่ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พบหลักฐานการพำนักอาศัยของมนุษยเกาแกที่สุดในดินแดนไทยตั้งแต ๓๗,๐๐๐ - ๒๗,๐๐๐ ปลวงมา แลวและยังพำนักอาศัยตอมาอีกหลายสมัย (๒) ชุมชนยุคหินกลาง พบเครื่องมือหินกะเทาะ ที่จังหวัดกระบี่ เชนเดียวกับที่พบเครื่องมือในยุคหินเกา และพบขวานหิน ที่แหลงโบราณคดีบานพลีควาย ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา (๓) ชุมชนยุคหินใหม พบภาชนะดินเผาที่ทำเปนหมอสามขาแบบเดียวกับในเขตจังหวัดกาญจนบุรี แสดงใหเห็นการติดตอกันระหวางชุมชน และพบขวานหินขัดชนิดมีบาและไมมีบาในจังหวัดกระบี่ และพังงา (๔) ชุมชนยุคสำริด ที่ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่ พบภาพเขียนสีสมัยกอนประวัติศาสตรเปนภาพคนสวมชุดยาว ที่ศีรษะมีรูปรางคลายเขาสัตว แยกเปน ๒ แฉกพบรองรอยการกอตั้งชุมชนบริเวณอาว ริมทะเล และริมแมน้ำ ในเขตจังหวัดสุราษฎรธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงาสงขลา เปนตน หลักฐานทางดานโบราณคดีที่สำรวจพบ เชน ขวานหินขัด หมอดินเผาสามขา ภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดง ใบมีด กำไล แหวน ลูกปด กลองมโหระทึกสำริด เปนตน (๕) ชุมชนยุคเหล็ก ทีอำเภอคลองทอม จังหวัดกระบี่ พบลูกปดพืนเมืองจำนวนมาก ่ ้และพบชิ้นสวนเครื่องมือเหล็กในสภาพสึกกรอนและชำรุดมาก นอกจากยังพบที่จังหวัดพังงา นครศรี-ธรรมราช สุราษฎรธานี และสงขลาดวย การตั้งหลักแหลงของชุมชนในภาคใต พบวามีการอาศัยกันอยางตอเนื่องและสามารถพัฒนาเปนชุมชน เปนบานเมือง เปนแควน และเปนอาณาจักรในที่สุด
  • 19. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 15 ที่มา : http://www.siamsouth.com/ smf/index php?topic=24094.0 หลักฐานทางโบราณคดีตางชาติ ที่เกาแกที่สุด มีอายุราวพุทธศตวรรษ ที่ ๑ – ๓ ไดแก ลูกปดแกวมีตาของโรมัน พบในแหลงโบราณคดี คลองทอม จังหวัดกระบี่ ๔. การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร ในดินแดนประเทศไทย การศึกษาเกี่ยวกับการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย ก็เพื่อใหเขาใจถึงภูมิปญญาของมนุษยในสมัยนั้น อันจะเปนตัวอยางในการนำไปใชในการดำเนินชีวิตของคนไทยในปจจุบันได ๑) ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตรเกิดจากปจจัยที่สำคัญๆดังนี้ ๑. ความตองการความมั่นคงในการดำรงดำรงชีวิตประจำวันในเรื่องอาหารที่อยูอาศัย เครื่องนุงหม และยารักษาโรค ๒. สภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอม เชน การเกิดภัยธรรมชาติ โรคระบาด ๓. คติความเชื่อ เชน ความตาย ความเชื่อในเรื่องวิญญาณ เปนตน ๒) การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร การสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยกอนประวัติศาสตร เปนการสรางสรรคภูมิปญญาเพื่อดำเนินชีวิตเปนหลักโดยมีพัฒนาการขึ้นเปนลำดับ ที่เห็นไดชัดเจนมีดังนี้ (๑) ดานเกษตรกรรม จาการขุดคนทางโบราณคดีสันนิษฐานไดวามนุษยในยุ ค หิ นใหมมีการเพาะปลูกแบบทำไรเลื่อนลอย บางแหงมีการเพาะปลูกขาวในที่ลุม โดยจะยายแหลงเพาะปลูกไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีการลาสัตวเปนอาหาร การปลูกขาวเริ่มเมื่อ ๔,๓๐๐ ปลวงมาแลว
  • 20. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 16 ตอมาในยุคสำริดและยุคเหล็กมีการใชสำริดและเหล็กเปนเครื่องมือ เครื่องทุนแรงในการเพาะปลูก มีการรูจัก “การทดน้ำ” มาใชในการเกษตรกรรมอีกดวย (๒) ดานโลหกรรม จากการศึกษาเกี่ยวกับมนุษยในสมัยกอนประวัติศาสตรพบวามนุษยในสมัยนี้รูจักการทำเครื่องมือ เครื่องใชสำริดและเหล็กในยุคโลหะ มนุษยยุคเริ่มแรกทำนาปลูกขาว ดังคนพบหลักฐานปรากฏในภาพเขียนสี ที่ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่มา : http://bjw539.freeoda.com/archeology.html พบเปลือกขาวของมนุษยยุค เริ่มแรกทำนาปลูกขาวที่ถ้ำปุงฮุง จังหวัดแมฮองสอน ที่มา : http://www.sujitwongthes.com /2011/07/weekly08072554/ ในยุคสำริด มนุษยรูจักนำทองแดงผสมกับดีบุกหลอหลอมออกมาเปนสำริดและนำมาทำเปนเครื่องมือ เครื่องใช เครื่องประดับ เชน ขวาน หมอ กำไล เปนตน ตอมามีการผลิตสำริดที่มีดีบุกผสมปริมาณมาก อันเปนโลหะที่มีความแข็ง และมีสีนวลบางกวาสำริดสามัญ แมพิมพใบหอกสำริดและขวาน เปนแบบแมพิมพ 2 ชิ้น ทำจากหินทราย พบจากแหลงโบราณคดีบานเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่มา : http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B8%82%E0 %B8%A7%E0%B8%B2%
  • 21. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 17 เครื่องมือหิน พบที่บานโคกไมเดน เครื่องมือเหล็ก พบที่บานดอนตาเพชร อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhu ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/2011/07/ mi/ 2011/03/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8 weekly15072554/ %81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88% E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9 %88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2% E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9 %89%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD% E0%B8%87%E0%B8%96-2/ ในยุคเหล็ก การใชเหล็กในดินแดนประเทศไทยนั้น ในระยะแรกๆ มีการประดิษฐใบหอกที่มีสวนบองเปนสำริด แตสวนปลายเปนเหล็ก ตอมาเหล็กกลายเปนวัตถุหลักในการทำเครื่องมือเครื่องใช เหล็กที่ใชในสมัยนี้ไดจากการถลุงแรเหล็ก และการทำเครื่องมือเหล็ก คนในสมัยนั้นรูจักการถลุงแรเหล็ก โดยการนำแรเหล็กที่ทำความสะอาดเรียบรอยแล ว และเตรียมใหไดขนาด มาผสมคลุกเคลากับถานแลวใสลงในเตาถลุงเพื่อเปลี่ยนใหแรเหล็กเปนโลหะเหล็ก รูจักใชปูนขาวหรือวัสดุที่มีหินปูน เชน กระดูกหรือเปลือกหอยใสลงไปในถลุงเหล็กการถลุงเหล็กแบบนี้เหล็กจะไมหลอมเหลว แตจะรวมตัวกันเกาะเปนกอนเหล็ก หลังจากนั้นจะนำเหล็กนี้ไป เผาใหรอนแดง แลวตีเหล็กซ้ำไปมา เพื่อขับไลขี้แรที่ยังเหลืออยูออกมาใหมากที่สุดสำหรับนำมาประดิษฐเปนเครื่องมือเครื่องใชตอไป (๓) ดานหัตถกรรม สำหรับภูมิปญญาสมัยกอนประวัติศาสตรทางดานหัตถกรรมไดแก การทอผา จากการศึกษาคนควาทางดานโบราณคดีพบวา ผูคนในสมัยกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทยรูจักนำเสนใยจากพืช คือ ปาน กัญชา และเสนใยจากสัตว คือ ไหม มาทอเปนผืนผา ดวยเทคนิคการทอแบบงายๆ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอื่นๆ อีก เชน หินทุบ เปลือกไมซึ่งสันนิษฐานวานาจะใชสำหรับผลิตเสนใยในการทอผาในแหลงโบราณคดีกอนประวัติศาสตรอีกดวย
  • 22. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 18 (๔) ดานการสรางที่อยูอาศัย ในยุคหินใหม มนุษยไดมีการดัดแปลงสภาพแวดลอมเพื่อใชเปนที่อยูอาศัย ดวยการใชถ้ำหรือเพิงเผาเปนที่ปองกันอันตรายจากภัยธรรมชาติและสัตวปาอันเปนการเริ่มตนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย ตอมาในยุคโลหะ ไดพบรองรอยของหลุมเสาในแหลงโบราณคดีหลายแหงในประเทศไทย กอใหเกิดขอสันนิษฐานในยุคนี้นาจะเริ่มมีการคิดคนวิธีการสรางที่อยูอาศัยบางแลว ในยุคหินใหม มนุษยรูจักเพาะปลูก และสรางที่อยูอาศัย ที่มา : http://civedu.0catch.com/china/preciv.htm ยุคหินใหมตอนตน มีการสราง กระทอมดินดิบมุงหลังคาดวย ใบไม ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/45752 (๕) ดานการรักษาโรค นักโบราณคดีไดขุดคนแหลงโบราณคดีที่เปนแหลงชุมชนพบหัวกะโหลกมนุษยที่เจาะเปนรูกลมและแตงขอบรูเรียบ สันนิษฐานวา เปนวิธีการรักษาโรคปวดศีรษะหรือโรคลมบาหมู แตนักมานุษยวิทยาเชื่อวาเปนการกระทำเพื่อปลดปลอยผีรายที่ทำใหเกิดอาการเจ็บปวดใหออกไปจากศีรษะมนุษย เพื่อลดอาการปวดศีรษะ
  • 23. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 19สรุปเวลาแสดงความเจริญของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดนประเทศไทย ราว ๗๐๐,๐๐๐ ปลวงมาแลว พบเครื่องหิน ราว ๑๘๐,๐๐๐ ปลวงมาแลว พบหลักฐานเกี่ยวกับมนุษย ราว ๓๗,๐๐๐ ปลวงมาแลว พบหลักฐานการพักพิงอาศัยของมนุษย ราว ๔,๓๐๐ ปลวงมาแลว เริ่มปลูกขาว ตั้งถิ่นฐาน ราว ๓,๕๐๐ ปลวงมาแลว เริ่มนำสำริดมาทำเครื่องมือ เครื่องใช ราว ๒,๐๐๐ ปลวงมาแลว เริ่มนำเหล็กมาทำเครืื่องมือ เครื่องใช
  • 24. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 20 กิจกรรมที่ ๑คำสั่ง ใหนักเรียนวิเคราะหพัฒนาการของมนุษยกอนประวัติศาสตรในดินแดน ประเทศไทย สรุปพัฒนาการ ....................................................... มนุษยยังตองอาศัย ...................................................................................... ธรรมชาติ ...................................................................................... ...................................................................................... สรุปพัฒนาการ ....................................................... ...................................................................................... มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน ...................................................................................... ...................................................................................... สรุปพัฒนาการ ....................................................... มนุษยเริ่มพัฒนา ...................................................................................... เปนชุมชน ...................................................................................... ......................................................................................
  • 25. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 21 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ñ มนุ ษ ย มี ชี วิ ต ที่ เร ร อ น สรุปพัฒนาการ ....................................................... เก็ บ อาหาร ล า สั ต ว ทำอาวุ ธ หรื อ เครื่ อ งมื อ ......................................................................................มนุษยยังตองอาศัย ธรรมชาติ เครื่องใช ดวยหิน กระดูกสัตว อาศัยอยูตาม ...................................................................................... ถ้ำหรือเพิงผา ...................................................................................... พั ฒ นาการมนุ ษ ย เริ่ ม สรุปพัฒนาการ ....................................................... เคลื่ อ นย า ยที่ อ ยู อ าศั ย จากถ้ ำ หรื อ เพิ ง ผามา ......................................................................................มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน เปนอยูใกลแหลงน้ำ หรือที่ราบลุม เริ่มมีการตั้ง ...................................................................................... ถิ่นฐาน ทำการเพาะปลูก ...................................................................................... เกิดการเคลื่อนยายอพยพ สรุปพัฒนาการ ....................................................... มนุษยเริ่มพัฒนา หาแหลงอาหารใหมของกลุมชนที่อาศัยอยูมา ...................................................................................... เปนชุมชน ตั้งแตยุคหิน ผสมผสานกับกลุมชนที่อพยพมา ...................................................................................... จากที่อื่น ......................................................................................
  • 26. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 22 กิจกรรมที่ ๒คำสั่ง ใหนักเรียนยกตัวอยางชุมชนโบราณในภูมิภาคตางๆ ของประเทศไทย ลงในชองวาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ................................................... ................................................... ................................................... ................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ........................................................................ ........................................................................ ภาคกลาง ภาคใต ................................................... ................................................... ................................................... ................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ............................................................................... ........................................................................ ........................................................................
  • 27. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 23 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ò ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน, ................................................... ...................................................ง บานโนนนกทา อำเภอภูเวีย บาแมทะ บานดอนมูล จังหวัด ................................................... จังหวัดขอนแกน, บานเชียง ................................................... ลำปาง, บานผาบุง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม,............................................................................... อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี, ผาแตม ............................................................................... บ านยางทองใต อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัด............................................................................... ผาหมอนนอย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบล ............................................................................... เชี ย งใหม , บ า นทุ ง ยั้ ง อำเภอเมื อ ง จั ง หวั ด............................................................................... ราชธานี, เขาจันทรงาม อำเภอสีคิ้ว จังหวัด ............................................................................... อุตรดิตถ............................................................................... นครราชสีมา, บานนาดี จังหวัดขอนแกน .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. ....................................................................................................................................................... ........................................................................ ภาคกลาง ภาคใต ถ้ำพระ อำเภอไทรโยค, ................................................... ถ้ำหลังโรงเรียน ทับปริก ตำบล ................................................... ถ้ำเขาทะลุและถ้ำเมน อำเภอ ................................................... ...................................................ด ทั บ ปริ ก อำเภอเมื อ ง จั ง หวั บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี, บานหนองโน............................................................................... กระบี่ , บ า นพลี ค วาย ตำบล ............................................................................... อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี , ถ้ำหีบ จังหวัด............................................................................... กระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา, ............................................................................... กาญจนบุรี, บานเกา อำเภอเมือง จังหวัด............................................................................... ถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่, อำเภอคลองทอม ............................................................................... กาญจนบุรี, บานดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน............................................................................... จังหวัดกระบี่ ............................................................................... จังหวัดกาญจนบุรี, ถ้ำองบะ อำเภอศรีสวัสดิ์............................................................................... ............................................................................... จังหวัดกาญจนบุรี............................................................................... ....................................................................................................................................................... ........................................................................
  • 28. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 24 กิจกรรมที่ ๓คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน กระดาษคำตอบ๑. สิ่งที่ใชเปนเกณฑในการแบงยุคสมัยเปน ๖. พัฒนาการของชุมชนในภาคใดที่เกาแก ยุคกอนและหลังประวัติศาสตรคือสิ่งใด กวาภาคอื่น ก. เครื่องมือ เครื่องใช ก. ภาคกลาง ข. การประดิษฐตัวอักษร ข. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค. การเริ่มรับวัฒนธรรมจากอินเดีย ค. ภาคเหนือ ง. อายุของโครงกระดูกที่พบ ง. ภาคใต๒. คำวา “สุวรรณภูมิ” หมายถึงดินแดนใด ๗. ชุ ม ชนแห ง ใดที่ ไ ด รั บ การประกาศให ก. ดินแดนที่มีความสงบ เปน “มรดกโลก” ข. ดินแดนที่ร่ำรวย ก. บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี ค. ดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ ข. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ง. ดินแดนที่มีประชากรมาก ค. ถ้ำผี จังหวัดแมฮองสอน๓. เครื่องมือหินกะเทาะเปนเครื่องมือของ ง. คลองทอม จังหวัดกระบี่ มนุษยยุคใด ๘. พัฒนาการของมนุษยยังเรรอนหาอาหาร ก. ยุคสำริด ค. ยุคหินเกา อาศัยอยูตามเพิงผาจะอยูในยุคสมัยใด ข. ยุคหินกลาง ง. ยุคหินใหม ก. ยุคสำริด ค. ยุคหินเกา๔. ยุคสำริด หมายถึง ยุคที่มีการนำโลหะ ข. ยุคเหล็ก ง. ยุคหินใหม มาผสมกัน สำหรับโลหะที่นำมาผสมกัน ๙. ป จ จั ย ที่ ส นั บ สนุ น ให ชุ ม ชนโบราณใน ในที่นี้คือโลหะใด ประเทศไทยไดกอตั้งและสามารถพัฒนา ก. เหล็ก – เงิน ไดอยางตอเนื่อง เปนเพราะเหตุใด ข. เงิน – ทองคำ ก. มีการปกครองมั่นคง ค. ทองคำ – ทองแดง ข. มีความอุดมสมบูรณ ง. ทองแดง – ดีบุก ค. ประชากรมีความเฉลียวฉลาด๕. จังหวัดใดในภาคใตที่มีการพบหลักฐาน ง. ปราศจากภัยธรรมชาติ ทางโบราณคดีมากที่สุด ๑๐. ภาพเขี ย นสี ที่ ผ าแต ม จั ง หวั ด อุ บ ล- ก. จังหวัดระนอง ราชธานี จัดเปนระดับพัฒนาการของ ข. จังหวัดกระบี่ ชุมชนสมัยใด ค. จังหวัดนครศรีธรรมราช ก. ยุคสำริด ค. ยุคหินเกา ง. จังหวัดภูเก็ต ข. ยุคเหล็ก ง. ยุคหินใหม
  • 29. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 25 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè óขอ คำตอบ๑ ข๒ ค๓ ค๔ ง๕ ข๖ ข๗ ข๘ ค๙ ข๑๐ ก
  • 30. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 26 µÍ¹·Õè ò พัฒนาการจากชุมชนมาสูรัฐโบราณ ๑. พัฒนาการจากชุมชนเปนบานเมือง เมื่อชุมชนหลายๆ แหง หรือหลายหมูบาน มีพัฒนาการมากขึ้น มีการติดตอสัมพันธกับชุมชนอื่น ทำใหชุมชนที่ตั้งอยูบริเวณที่เปนศูนยกลางชุมชน การเดินทางสะดวกกลายเปนศูนยกลางเศรษฐกิจ หรือเปนชุมชนขนาดใหญ เมื่อชุมชนรอบๆเขามาติดตอสัมพันธกันมากขึ้น ชุมชนที่เปนศูนยกลางก็มีการเติบโตมีโครงสรางทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่ซับซอนมากขึ้น ทำใหการแบงหนาที่ในสังคมมากขึ้นเกิดชนชั้น เชน ชนชั้นปกครอง นักบวช ชางฝมือ ชาวนา จนกระทั่งเกิดเปนสังคมเมือง และพัฒนาเปนเมืองในที่สุด ลูกปดหินคารนีเลียน พบที่เมืองอูทอง อำเภออูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มา : http://www.archives.scene4.com/jul- 2007/html/janineyasovantthai0707.html จากหลักฐานทางดานโบราณคดีสันนิษฐานไดวา พัฒนาการของชุมชนที่จะขยายตัวเปนบานเมืองจะเริ่มชัดเจนตั้งแตพุทธศตวรรษที่ ๗-๘ โดยสวนใหญจะพบมากในบริเวณที่อยูใกลทะเลและที่ราบลุมแมน้ำมากกวาที่สูง เพราะมีความอุดมสมบูรณกวา เชน บริเวณคาบสมุทรภาคใตที่มีเมืองที่สำคัญ คือ เมืองสทิงพระ จังหวัดสงขลา เมืองยะรัง จังหวัดปตตานี ในภาคกลางบริเวณที่ราบลุมแมน้ำทาจีน แมกลอง บางปะกง เจาพระยา ปาสัก มีเมืองอูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม เมืองละโว จังหวัดลพบุรี เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เมืองพระรถ จังหวัดชลบุรี
  • 31. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 27 เหรียญเงิน พบในอาณาจักรศรีวิชัย แสดงใหเห็นถึงความซับซอนของชุมชน ที่พัฒนาขึ้นเปนเมืองจากการติดตอ คาขายกับดินแดนตางๆ ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary. php?id=sanchai&group=3&month=03- 2011&date=09 อยางไรก็ตามในบริเวณที่สูงหลายแหงก็มีการพัฒนาการจากชุมชนเปนเมืองเชนกัน ถาชุมชนนั้นมีสภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมที่เหมาะสมและเอื้ออำนวย เชน มีทรัพยากรที่มีคา หายาก เปนที่ตองการของชุมชนคนอื่น หรืออยูในเสนทางคมนาคมที่เปนเสนทางหลักในการติดตอกับหลายๆ ชุมชนเชน ชุมชนบานปราสาท ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา บานดงพลอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมยเปนตน โครงกระดูกมนุษย พบที่บานโนนวัด ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา สันนิษฐานวาเปน บุคคลสำคัญ เนื่องจากมีสิ่งของมากมายฝงรวมอยูดวย เชน ภาชนะดินเผา กำไลทำจากเปลือกหอยทะเล ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8% AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9% 82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8% 93%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9 A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%8 2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1 %E0%B8%94 ในชุมชนเหลานี้มีหลักฐานที่แสดงถึงการพัฒนาจากชุมชนเปนบานเมืองหลายประการ เชนหลุมศพที่มีทั้งศพคนธรรมดาและผูนำซึ่งจะหันศีรษะไปคนละทางและมีขาวของมีคาตางกันมากนอกจากนี้ ยังมีรองรอยของการขุดคูน้ำและคันดินลอมรอบชุมชนซึ่งจำเปนตองใชแรงงานคนจำนวนมาก และจัดการการแบงหนาที่กันทำงานแสดงใหเห็นวาตองเปนเมืองที่มีผูคนคอนขางมาก และมีผูนำชุมชนซึ่งเปนจุดเริ่มตนของการพัฒนาเปนเมือง
  • 32. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 28 (แถวบนสุด-จากซายไปขวา) ภิกษุอุมบาตรทำดวยดินเผา พบที่ อ.อูทอง จ.สุพรรณบุรี (แถวลาง-จากซายไปขวา) บาตรดินเผาใสเหรียญกษาปณรูป สังข พบที่คอกชางดิน เมืองอูทอง (แถว ๒ จากซายไปขวา) ปูนปนรูปหนาคนชาติภาษา พบทั่วไป ตั้งแตเมืองอูทอง จ.สุพรรณบุรี (แถว ๓) ตะเกียงโรมัน พบที่ ต.พงตึก จ.กาญจนบุรี บนเสน ทางเมืองอูทอง (แถวลางสุด-จากซายไปขวา) เหรียญโรมัน พบที่เมืองอูทอง อ.อูทอง จ.สุพรรณบุรี นักโบราณคดีกรมศิลปากรอธิบายวา ดานหนามีรูปพระพักตรดานขางของจักรพรรดิซีซาร วิคโตรินุส สวนดานหลังของเหรียญเปนรูปของเทพีอาธีนาที่มา : http://www.artgazine.com/shout-outs/viewtopic.php?p=10421&sid=126aeadcbbb39288be54c7dcd7da0de5 ปจจัยสำคัญอีกประการที่ทำใหเกิดการพัฒนาจากชุมชนเปนบานเมือง คือ การติดตอและรับอารยธรรมจากชุมชนเปนบานเมือง คือ การติดตอและรับอารยธรรมจากตางชาติ จากหลักฐานทางโบราณคดี และหลักฐานที่เปนบันทึกของตางชาติ แสดงใหเห็นวา ชุมชนหลายแหงไดติดตอกับตางชาติ ทั้งจีน อินเดีย โรมัน เปอรเซีย และรับอารยธรรมจากตางชาติโดยเฉพาะจากอินเดียมาใชทำใหเกิดชนชั้นปกครองที่มีฐานะทางสังคมสูงขึ้น เชน เปนผูนำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ดุจเทพเจา ทำใหชุมชนที่รับนับถือศาสนาเดียวกันมีวัฒนธรรมรวมกันมีความเปนอันดับหนึ่งอันเดียวกัน สามารถรวมกันไดโดยมีผูปกครองคนเดียวกัน ๒. พัฒนาการจากบานเมืองเปนแควนหรือรัฐ แควน หมายถึง กลุมเมืองหลายเมืองที่มารวมตัวกันอยูในอาณาบริเวณที่มีขอบเขตคอนขางจะแนนอน มีผูคนจำนวนมากพอที่จะมีผูนำ และมีองคกรทางการปกครองที่อำนาจรวมศูนยหรือมีอำนาจเหนืออาณาบริเวณของตน และมีหนาที่จัดการปกครองใหเกิดระเบียบและความสงบในสังคม จากบันทึกของจีนที่กลาวถึงแวนแควนตางๆในดินแดนไทย เชน “โต-โล-โป-ตี้” หรือ“แควนอี้เซี้ยนาโปลอ” หรือ “อิศานปุระ”(กัมพูชา)แสนดงใหเห็นวาแตละแควนมีเมืองสำคัญเปน
  • 33. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 29ศูนยกลาง มีกษัตริยที่ยอมรับนับถือศาสนาที่มาจากอินเดีย หรือมีตนเชื้อสายอินเดียทำหนาที่ศาสนาบันทึกบางฉบับกลาวถึงศาสนสถาน รูปเคารพ พระสงฆ ชีวิตความเปนอยูของชาวเมือง ทำใหเห็นภาพสังคมขณะนั้นวาประกอบดวยชนชั้นปกครอง คือ กษัตริย ขุนนาง โดยกษัตริยมีวิถีชีวิตแตกตางจากคนทั่วไป ทำใหกษัตริยไมใชตัวแทนของกลุมชนกลุมใดกลุมหนึ่ง แตกลายเปนศูนยกลางของชุมชนและบานเมือง และชนชั้นที่ถูกปกครอง คือ ชาวบาน โดยมีพระสงฆ นักบวช พราหมณ ทำหนาที่ทางศาสนา ตราประทับดินเผา คนขี่มา จารึกอักษรปลลวะ คนขึ้ น ต น ตาล และวั ว หมอบ หงส ตรี ศู ล จั ก ร พบที่เมืองจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค ที่มา : http://www.sac.or.th/databases/inscriptions/th/main.php?p=ZGV0YWls&id=957 จากการสำรวจหลักฐานทางดานโบราณคดี พบบานเมืองหลายแหงไดขยายตัวเปนแควนตั้งแตชวงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๕ ในบริเวณภาคตางๆของไทย เชน ทวารวดี ละโว บริเวณภาคกลาง หริภุญชัย บริเวณภาคเหนือ ตามพรลิงค บริเวณภาคใต เปนตน สรอยลูกปดทองคำพรอมจี้ เปนเครื่องประดับของชนชั้นสูง และภิ ก ษุ อุ ม บาตร ทำด ว ยดิ น เผา แสดงการรั บ อิ ท ธิ พ ล พระพุทธศาสนาเขามาสูดินแดนสุวรรณภูมิ พบที่อำเภออูทอง ที่มา : http://www.oknation. จังหวัดสุพรรณบุรี net/blog/print.php?id=141113 ที่มา : http://www.naewna.com/news.asp?ID=291572
  • 34. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 30 ๓. พัฒนาการจากแควนเปนอาณาจักร อาณาจักร หมายถึง รัฐที่มีขนาดใหญ มีอำนาจปกครองและมีอาณาบริเวณที่ชัดเจนมีผูปกครองเปนชนชั้นผูนำในสังคม มีการรวมอาจไวที่ศูนยกลาง มีขุนนางที่มีตำแหนงยศและมีหนาที่ชัดเจน เปนผูชวยในการปกครองบานเมือง การเติบโตจากแควนเปนอาณาจักรของดินแดนแตละแหงนั้นมีปจจัยแตกตางกัน บางอาณาจักรพัฒนามาจากการเปนศูนยกลางการคา เชน อาณาที่ตั้งอยูบริเวณชายฝงทะเลใกลแมน้ำหรือเสนทางคมนาคม บางอาณาจักรพัฒนาจากการมีความเขมแข็งทางทหาร สามารถขยายขอบเขตอำนาจออกไปปกครองและรวมแวนแควนอื่นได ชุมชนที่ตั้งอยูริมชายฝงทะเล มีโอกาสพัฒนาเปนอาณาจักร ไดรวดเร็ว ที่มา : http://www.ohotour.com/site/index.php?option=com_content &view=article&id=5&Itemid=2&lang=th อาณาจักรหลายแหงที่เติบโตขึ้น นอกจากจะมีปจจัยเสริมเรื่องสภาพภูมิศาสตร ความมั่งคั่งและความเขมแข็งทางทหารแลว การขยายอำนาจไปปกครองแวนแควนอื่นยังตองมีการสรางความศักดิ์สิทธิ์ของชนชั้นปกครองดวย เชน การรับคติเรื่องกษัตริยเปนเทวราชา เปนจักรพรรดิราชเพื่อสรางอำนาจเด็ดขาด และคติธรรมราชา เพื่อสรางการเปนผูนำที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์และมีคุณธรรม ปรางคแขก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี แสดงให เห็นถึงอิทธิพลของขอม ที่เขามายังดินแดนไทย ที่มา : http://attractions-lopburi.blogspot. com/2011/05/blog-post_02.html
  • 35. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 31 อาณาจักรยุคแรกๆที่มีอิทธิพลบนผืนแผนดินไทย เชนอาณาจักอิศานปุระ (กัมพูชา)ที่ขยายอำนาจเขามาถึงบริเวณลุมแมน้ำเจาพระยา และบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเมื่ออาณาจักรกัมพูชาเสื่อมอำนาจลง คนไทยจึงตั้งอาณาจักรที่เปนของตนเองขึ้นไปในปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ คือ อาณาจักรสุโขทัย กลาวโดยสรุปการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในดินแดนประเทศไทยจะมีพัฒนาการแบบคอยเปนคอยไป กลาวคือจากชุมชนขนาดเล็ก ก็คอยๆ พัฒนาจนเปนเมือง แวนแควน และอาณาจักรในที่สุด ซึ่งจากสภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมที่เอื้ออำนวย ทำใหมีการตั้งถิ่นฐานกอตัวเปนรัฐหรืออาณาจักรขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งในแตละอาณาจักรไดสรางสรรควัฒนธรรมของตนเองตลอดจนรับวัฒนธรรมภายนอกโดยเฉพาะจากอินเดียและจีนที่ไดมีการติดตอคาขาย จึงไดรับอิทธิพลทั้งทางดานการเมือง การปกครอง ศาสนาและความเชื่อและศิลปกรรม โดยนำมาผสมผสานเขากับวัฒนธรรมดั้งเดิม จนกลายเปนวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณของตนเอง
  • 36. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 32 กิจกรรมที่ ๔คำสั่ง ใหนักเรียนวิเคราะหพัฒนาการจากชุมชนเปนบานเมือง เปนแควนหรือรัฐ และอาณาจักร สรุปพัฒนาการ ....................................................... พัฒนาการของ ...................................................................................... บานเมือง ...................................................................................... ...................................................................................... สรุปพัฒนาการ ....................................................... ...................................................................................... พัฒนาการของแควน ...................................................................................... ...................................................................................... สรุปพัฒนาการ ....................................................... พัฒนาการของ ...................................................................................... อาณาจักร ...................................................................................... ......................................................................................
  • 37. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 33 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ô เมื่อมีการติดตอระหวางชุมชน สรุปพัฒนาการ .......................................................มนุษยยังตองอาศัย ทำใหชุมชนซึ่งมีทรัพยากรที่มีคา หายาก เจริญเติบโต ...................................................................................... ธรรมชาติ เป น ชุ ม ชนศู น ย ก ลาง มี ก ารแบ ง หน า ที่ ใ นสั ง คม ...................................................................................... มี ก ารติ ด ต อ และรั บ อารยธรรมจากต า งชาติ เช น ...................................................................................... จีน อินเดีย หลายเมืองอยูรวมกันในบริเวณ สรุปพัฒนาการ ....................................................... ที่ แ น น อนมี ป ระชากรมากประกอบด ว ยชนชั้ น ......................................................................................มนุษยเริ่มตั้งถิ่นฐาน ปกครอง คือ กษัตริยขุนนาง ชาวบาน พระสงฆ ...................................................................................... นักบวช ...................................................................................... เปนรัฐขนาดใหญ มีชนชั้นผูนำ สรุปพัฒนาการ ....................................................... มนุษยเริ่มพัฒนา เปนศูนยกลางทางการปกครอง มีความเขมแข็ง ...................................................................................... เปนชุมชน ทางการทหาร และมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ...................................................................................... ......................................................................................
  • 38. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 34 µÍ¹·Õè ó รัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย กอนที่ชนชาติไทยจะอพยพเขามาตั้งอาณาจักรขึ้นในดินแดนที่เปนประเทศไทยในปจจุบันนั้นไดมีหลายชนชาติตั้งหลักแหลงอยูในบริเวณนี้มากอน กลุมชนเหลานี้ไดสรางความเจริญของตนรวมทั้งรับการถายทอดอารยธรรมจากตางชาติมาประยุกตใชดวย ตอมาชนชาติไทยไดอพยพเขามาและตั้งอาณาจักรของคนไทยขึ้นปกครองแทนที่อาณาจักรเดิม โดยชาวไทยไดรับอารยธรรมบางอยางจากอาณาจักรโบราณเหลานั้นดวย นอกจากนี้ชุมชนกอนสมัยสุโขทัยก็ไดมีการสรางสรรคภูมิปญญาของตนเอง สำหรับการแกปญหาในการดำรงชีวิตจนมีความเจริญกาวหนาและสามารถดำรงอยูไดเปนอยางดีทามกลางสภาวะแวดลอมและธรรมชาติในขณะนั้น รวมทั้งไดเกิดผลงานของบุคคลสำคัญตอการดำรงอยูของแวนแควนบางแหงเทาที่มีหลักฐานปรากฏ อันเปนสวนหนึ่งของพื้นฐานแหงความเจริญกาวหนาของชุมชนในสมัยตอๆ มาบนผืนแผนดินที่เปนประเทศไทยในปจจุบัน ตราดินเผารูปเรือสำเภา พบที่เมืองนครชัยศรี หรือเมืองนครปฐมโบราณ แสดงใหเห็นวา สุวรรณภูมิมีการติดตอคาขายกับดินแดน ตางๆ อยางกวางขวางที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/2011/04/swb0204/attachment/04/ ๑. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคกลาง อาณาจักรโบราณในภาคกลางที่สำคัญ มีดังนี้ ๑) อาณาจักรทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๒) เปนอาณาจักรในสมัยประวัติศาสตรที่ มี ห ลั ก ฐานแน น อนแห ง แรกบนผื น แผ น ดิ น ไทย เรื่ อ งราวของทวารวดี มี ป รากฏอยู ใ นบั น ทึ ก
  • 39. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 35การเดินทางของหลวงจีนอี้จิง ที่เรียกชื่อในบันทึกวา “โต-โล-โป-ตี้” วาเปนอาณาจักรที่อยูระหวางอาณาจักรศรีเกษตร (พมาตอนใต) กับอาณาจักรอิศานปุระ (เขมร) ซึ่งหมายความวาตั้งอยูในลุมแมน้ำเจาพระยาและอาจมีศูนยกลางอยูที่จังหวัดนครปฐม เพราะมีการพบเหรียญที่จังหวัดนครปฐม มีจารึกภาษาสันสกฤตวา “ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ” แปลวา “การบุณยของพระเจาศรีทวารวดี” เหรียญเงิน ดานหนึ่งมีอักษรจารึกเปนภาษาสันสกฤตวา “ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ” อีกดานเปนรูปภาพ พบที่จังหวัดนครปฐม ที่มา : http://www1.mod.go.th/heritage/nation/oldcity/nakhonpathom8.htm ในการขุ ด ค น ทางโบราณคดี ที่ เ มื อ งนครชั ย ศรี (จั ง หวั ด นครปฐม) ได พ บหลั ก ฐานสมัยทวารวดีจำนวนมาก เชน ธรรมจักรศิลา พระพุทธรูปศิลาขนาดใหญประทับนั่งหอยพระบาทปางแสดงธรรม รวมถึงโบราณสถานขนาดใหญ เชน จุลประโทณเจดีย และฐานอาคารที่วัดพระเมรุหลักฐานโบราณคดีเหลานี้แสดงใหเห็นถึงการเปนเมืองสำคัญของนครปฐมในสมัยทวาราวดี และที่จังหวัดสุพรรณบุรี สิงหบุรี และชัยนาทก็มีการพบเหรียญเงินที่มีจารึกชื่อ “ทวารวดี” ดวย มี ค วา มเ ห็ น ป จ จุ บั น นั ก ป ระ วั ติ ศ าส ต ร ักรทวารวดี าจ เกี่ยวกับศูนยกลางของอาณหวัดนครปฐม วาอยูที่เมืองนครขัยศรี จัี งและเมืองอูทอง เมืองละโว จังหวัดลพบุร วา มส ำคั ญ มา ก จั ง ห วั ด สุ พ รร ณ บุ รี ก็ มี ค ดวยนะคะ
  • 40. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 36 นอกจากนี้ มีการคนพบจารึกโบราณทีเขียนดวยภาษามอญในบริเวณจังหวัดนครปฐมสุพรรณบุรี สิงหบุรี ชัยนาท ลพบุรี แลในภาคตะออกเฉียงเหนือ สันนิษฐานวาชาวมอญเปนเจาของอารยธรรมทวารวดี และการที่อาณาจักรทวารวดีตั้งอยูในที่บริเวนที่ราบลุม แมน้ำเจาพระยา แมน้ำแมกลอง และอยูใกลทะเล ทำใหมีผูคาตางชาติ เชน อินเดีย เขามาติดตอคาขาย ทวารวดีไดรับอิทธิพลพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนแบบแผนในการปกครองจากอินเดีย เกิดการผสมผสานจนเปนอารยธรรมทวารวดีที่แพรหลายไปยังภูมิภาคตางๆ ของไทย ดังพบไดจากโบราณสถาน โบราณวัตถุ สมัยทวารวดีกระจายอยูทั่วไป เชน เมืองนครชัยศรี (นครปฐม) เมืองอูทอง(สุพรรณบุรี) เมืองละโว (ลพบุรี) เมืองศรีเทพ (เพชรบูรณ) เมืองฟาแดดสงยาง (กาฬสินธุ) เมืองไชยา(สุราษฎรธานี) เปนตน ธรรมจักรกับกวางหมอบ เปนศิลปะ สมั ย ทวารวดี พบที่ จั ง หวั ด นครปฐม รูปนี้หมายถึงพระพุทธองคทรงแสดง ปฐมเทศนา ณ ปาอิสิปตมฤคทายวัน ที่มา : http://www1.mod.go.th/heritage/nation/old- city/nakhonpathom2.htm ทวารวดีไดรับอิทธิพลอินเดียหลายอยาง เชนดานการปกครอง รับความเชื่อเรื่องการปกครองโดยกษัตริยสันนิษฐานวาการปกครองสมัยทวารวดีแบงออกเปนแควนมีเจานายปกครองตนเองแตมีความสัมพันธในลักษณะเครือญาติมีการแบงชนชั้นปกครอง และชนชั้นที่ถูกปกครอง พระพุทธรูปศิลาขาว ปางแสดงปฐมเทศนา ประทับนั่งหอยพระบาท ศิลปะสมัยทวารวดี ประดิษฐานอยูทิศใตองคพระปฐมเจดีย จังหวัดนครปฐม ที่มา : http://www.arthousegroups.com/art- show.php?art_showcase_id=230
  • 41. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 37 ทางดานศาสนาไดรับอิทธิพลศาสนาพราหมณ - ฮินดูและพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะนิกายเถรวาท จนทำใหทวารวดีกลายเปนอาณาจักรของชาวพุทธ มีการใหความสำคัญตอการทำบุญโดยไดพบจารึกแสดงการถวายสิ่งของแกวัดและพระสงฆ รวมถึงมีการสรางงานศิลปกรรมที่เกี่ยวของกับพระพุทธศาสนาจำนวนมาก โดยพบโบราณวัตถุ เชน ธรรมจักรศิลา พระพุทธรูปที่ทำจากศิลาสำริด และทองคำ เสาหินแปดเหลี่ยม ใบเสมาที่มีจารึกแสดงพระธรรม รอยพระพุทธบาท พระพุทธรู ป ศิ ล าขาวภายในวั ด พระปฐมเจดี ย ร าชวรวิ ห าร จั ง หวั ด นครปฐม และพระพุ ท ธรู ป ศิ ล าขาว ที่ประดิษฐานอยูทางดานทิศใตขององคพระปฐมเจดียในปจจุบัน รวมทั้งสถาปตยกรรมทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญในสมัยทวารวดี คือ พระปฐมเจดีย (องคเกา) ที่จังหวัดนครปฐม ๒) อาณาจั ก รละโว (พุ ท ธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘)ตั้ ง อยู ใ นบริ เ วณลุ ม แม น้ ำ เจ า พระยาฝ ง ตะวั น ออก ศู น ย ก ลางที่เมืองละโว หรือจังหวัดลพบุรีในปจจุบัน ละโวเปนเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในสมัยทวารวดี สันนิษฐานวาชาวละโวสวนใหญเปนชาวมอญ เพราะมี ค วามใกล ชิ ด กั บ ทวารวดี ม าก รวมทั้ ง พบจารึ ก ภาษามอญท อ งถิ่ นที่เกาแกมากบนเสาหินแปดเหลี่ยม และจารึกบนฐานพระพุทธรูปปางประทานพรที่ลพบุรี ในตำนานจามเทวีวงศ ซึ่งเปนตำนานเมืองหริภุญชัยเรียกชาวละโววา “ชาวรามัญ” จารึกภาษามอญทองถิ่นที่เกาแกมากบน เสาหิ น แปดเหลี่ ย ม พบที่ ศ าลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี ที่มา : http://www.hotsia.com/thailandinfo/ oldcity/lopburi2.shtml อาณาจั ก รละโว ตั้ ง อยู ใ นบริ เวณที่ มี แ ม น้ ำ สำคัญ ๓ สายไหลผาน คือ แมน้ำเจาพระยา แมน้ำ ปาสัก และแมน้ำลพบุรี ทำใหมีความอุดมสมบูรณและ มีเสนทางติดตอกับเมืองในลุมแมน้ำปาสัก ที่ราบสูง โคราชและเขตที่ติดตอกับเขตทะเลสาบเขมร ซึ่งอุดม สมบูรณไปดวยปลานานาชนิด ทำใหละโวเปนศูนยรวม ทรั พ ยากร เป น ศู น ย ก ลางการติ ด ต อ ระหว า งชุ ม ชน โดยรอบสงผลใหละโวกลายเปนชุมชนขนาดใหญที่มี เศรษฐกิจดี การติดตอกับตางชุมชนทำใหละโวรับอิทธิพล รูปปูนปนลายเทพพนม พบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จากตางชาติที่สำคัญ คือจากอินเดีย และเมืองพวกขอม จังหวัดลพบุรี หรือเขมรขยายอิทธิพลเขามาในลุมแมน้ำเจาพระยาที่มา : http://www.oknation.net/blog/print. ละโวไดกลายเปนเมืองประเทศราชของขอมและรับphp?id=290080 อารยธรรมของขอมดวย
  • 42. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 38 (๑) ละโวในสมัยทวารวดี(พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) เปนชวงที่รับวัฒนธรรมจากอิ น เดี ย ค อ นข า งมาก รั บ แนวคิ ด เรื่ อ งการมี ก ษั ต ริ ย ป กครองมาด ว ย แต ห ลั ก ฐานเกี่ ย วกั บ รั ฐ และกษัตริยในยุคนี้พบนอยมาก ทางดานสังคม มีการแบงชนชั้นออกเปนชนชั้นสูง สามัญชน และทาส ด า นศาสนาและความเชื่ อ ศาสนาที่ แ พร ห ลายและชนชั้ น ปกครองให ก ารอุ ป ถั ม ภ คื อพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เพราะไดพบจารึกภาษาบาลีที่กลาวถึงการอุทิศถวายสิ่งของ ขาทาสใหแกวัด และพบประติมากรรม เชน พระพุทธรูปและธรรมจักรอยูในบริเวณนี้มาก นอกจากนี้พระพุทธศาสนานิกายมหายานก็ไดเผยแผอยูละโว ดังไดพบพระพิมพที่มีรูปพระโพธิสัตวประทับขางพระพุทธเจา นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในศาสนาพราหมณ-ฮินดู จากอินเดียที่ผานมาทางพวกพราหมณและชนชั้นปกครอง สวนความเชื่อพื้นเมืองที่มีอยู ไดแก การบูชาบรรพบุรุษ การนับถือสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ การบูชาพระราชมารดา ซึ่งแสดงถึงความเชื่อเรื่องการนับถือบรรพบุรุษและยกยองสตรี ดานเศรษฐกิจ อาชีพสำคัญของชาวละโว คือ การเกษตร เพราะมีพื้นที่อุดมสมบูรณ และมีการติดตอคาขายกับชุมชนตางถิ่น เชน จีน อินเดีย หลักฐานที่แสดงถึงการติดตอคาขายกับตางชาติ เชน เครื่องถวยจีน เหรียญกษาปณที่มีรูปพระอาทิตยครึ่งดวง ตราสังข ตราบัลลังกซึ่งพบที่พมาและกัมพูชาดวย และละโวยังไดสงทูตไปเมืองจีน โดยจดหมายเหตุจีนในพุทธศตวรรษที่๑๗-๑๙ เรียกละโววา “หลอหู” (๒) ละโวภายใตอิทธิขอม (พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘) อาณาจักรขอมขยายอิทธิพลเขามาปกครองบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลุมแมน้ำเจาพระยาตั้งแตปลายพุทธศตวรรษที่๑๖ ดังมีหลักฐาน เชน ในพงศาวดารเหนือกลาวถึงเรื่องราวพระรวงแหงเมืองละโวสงสวยน้ำใหขอมทุก ๓ ป ในศิลาจารึกภาษาขอมที่ลพบุรี ๓ หลัก มีขอความแสดงวาขอมเขามาปกครองบริเวณนี้รวมทั้งภาพสลักขบวนทหารที่ระเบียงปราสาทนครวัดก็มีตัวอักษรจารึกระบุชื่อ “ชาวละโว” เปนตน (ซาย) “พลละโว” ภาพสลักขบวนละโว (อยูตามหลังขบวนเสียมกก หรือ “เสียมกุก”) ที่ระเบียงดานทิศใต ปกตะวันตกของปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา เมื่อราว พ.ศ. ๑๖๕๐ เครื่องแตงกายและกิริยาทาทางของ หัวหนาบนหลังชาง กับขบวนพลทหารละโว มีลักษณะอยางเดียวกับวัฒนธรรมเขมรโบราณยุคนั้น (ขวา) “เสียมกุก” ภาพสลักขบวนเสียมกกที่ระเบียงทิศใต ปกตะวันตกของปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา เมื่อราว พ.ศ. ๑๖๕๐ ที่มา : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/2011/06/suwan16062554/
  • 43. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 39 ทับหลัง สมัยลพบุรี อิทธิพลศิลปะขอมแบบนครวัด พบที่ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร ที่มา : http://www.finearts.go.th/node/5957 เมื่ อ ขอมเข า ปกครองละโว นั้ น ตรงกั บ กษั ต ริ ย ข อมสมั ย พระเจ า สุ ริ ย วรมั นที่ ๑ (พ.ศ.๑๕๔๕-๑๕๙๓) ขอมไดสงผูแทนมาปกครองละโวในฐานะเมืองประเทศราชมีการออกกฎหมายบังคับใชในละโว และมีระบบตุลาการ คือ ศาลสภา เปนผูตัดสินคดีความ ดังจะเห็นไดจากศิลาจารึกภาษาขอมที่ศาลสูง จังหวัดลพบุรี เศียรพระพุทธรูป ที่มีลักษณะรวมกับ วัฒนธรรมทวารวดี พบที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่มา : http://mblog.manager.co.th/leknua- on/th-65561/ ด า นศาสนา พระพุ ท ธศาสนานิ ก ายมหายานและศาสนาพราหมณ - ฮิ น ดูไดเขามามีบทบาทในละโวแทนพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทโดยเฉพาะในสมัยวรมันที่ ๗ (พ.ศ.๑๗๒๔-๑๘๖๑) มีการสรางสถาปตยกรรม และประติมากรรมตามความเชื่อในศาสนาเหลานี้จำนวนมาก
  • 44. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 40เชน พระปรางคสามยอด ปรางคแขก เทวรูป พระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร เทวรูปพระนารายณ รูปสลักพระพรหมบนแผนศิลา เปนตน หลักจากสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๗ แลว อาณาจักรขอมเริ่มเสื่อมอำนาจลง ทำใหอิทธิพลขอมในละโวคอยๆ หมดตามไปดวย พระพุทธรูปปางมารวิชัย สลักจากศิลา สูง ๑.๓๙ เมตร พบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี เปนศิลปะทวารวดีตอนปลาย อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ที่มา : http://mblog.manager.co.th/ leknuaon/th-65561/ ปรางคแขก พระปรางคสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่มา : http://mblog.manager.co.th/leknuaon/th-65561/
  • 45. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 41 ๒. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคเหนือ อาณาจักรโบราณในภาคเหนือที่สำคัญ มีดังนี้ ๑) อาณาจักรโยนกเชียงแสน (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๙) มีศูนยกลางที่เมืองเชียงแสน(อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย) และขยายอำนาจอยูในบริเวณใกลเคียงเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรโยนกเชียงแสนปรากฏอยูในตำนานสิงหนวัติกุมารและตำนานลวจังกราชกลาวถึงเจาชายสิงหนวัติกุมารผูสืบเชื้อสายเจานายไท จากมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใตของจีน ไดอพยพผูคนลงมากอตั้งเมืองที่เชียงแสนชื่อ “อาณาจักรโยนกเชียงแสน” และขยายอาณาเขตออกไปอยางกวางขวาง พระบรมราชานุสาวรียพระเจาพรหม กษัตริยผูยิ่งใหญแหงอาณาจักรโยนก เชียงแสน ประดิษฐานอยูที่อำเภอแมสาย จังหวัดเชียงราย ที่มา : http://www.thailandsusu.com/web- board/index.php?topic=180408.0 ตอมาพวกขอมเขายึดครองอาณาจักรโยนกเชียงแสนและขับไลผูปกครองเดิมออกไปพระเจาพรหมกุมาร เชื้อสายของกษัตริยโยนกเชียงแสนสามารถกูเอกราช และสรางเมืองใหมขึ้นที่เวียงไชยปราการ แตหลังสมัยพระเจาพรหม พวกมอญที่เมืองสะเทิมในพมายกทัพมารุกราน พระเจาไชยสิริโอรสของพระเจาพรมจึงพาผูคนอพยพหนีมาสรางเมืองใหมที่กำแพงเพชร ตอมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ มีการบูรณะเมืองเชียงแสนและมีกษัตริยไปปกครองอีกจนกระทั่งในพุทธศตวรรษที่ ๑๙อาณาจักรโยนกเชียงแสนจึงถูกรวมเขาสวนหนึ่งของอาณาจักรลานนา เจดี ย วั ด ป า สั ก อำเภอเชี ย งแสน จังหวัดเชียงราย เปนโบราณสถานที่ เปนมรดกตกทอดมาจากอาณาจักร โยนกเชียงแสนที่มา: http://www.เชียงแสน.com/?p=146
  • 46. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 42 ๒) อาณาจักรหริภุญชัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๙) ตั้งอยูที่เมืองหริภุญชัยจังหวัดลำพูนในปจจุบัน และขยายอิทธิพลอยูในบริเวณใกลๆ เทานั้น ในตำนานจามเทวีวงศหรือตำนานเมืองหริภุญชัย กลาววา ษีวาสุเทพเปนผูสรางเมืองหริภุญชัย และขอใหกษัตริยละโวสงเชื้อพระวงศมาปกครอง ละโวจึงสงพระนางจามเทวีผูเปนราชธิดามาเปนปฐมกษัตริยแหงหริภุญชัย ในตำนานมูลศาสนาไดกลาวถึงสิ่งมงคลที่พระนางจามเทวีขอจากพระราชบิดา ไดแก พระสงฆ ๕๐๐ รูป ชางแกวแหวน ชางเงิน ชางทอง ชางเหล็ก ชางเขียน พอเลี้ยง หมูหมอโหร ไปชวยสรางเมืองหริภุญชัยจนรุงเรือง พระบรมรูปพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริยของอาณาจักร หริภุญชัยที่มา: http://www.nmt.or.th/lamphun/mueanglamphun/Documents/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5.aspx สันนิษฐานวาชาวหริภุญชัยเปนชาวมอญจากเมืองละโวที่อพยพขึ้นไปอยูหริภุญชัยเพราะในตำนานจามเทวีวงศเรียกชาวหริภุญชัยวา “ชาวรามัญ” และเรียกกษัตริยหริภุญชัยวา“พระเจารามัญ” ในระยะแรกหริภุญชัยและละโวมีความสัมพันธที่ดีตอกัน แตตอมาเกิดการสูรบกันสงผลใหหริภุญชัยตกอยูภายใตอำนาจของละโวหลายครั้ง ในปลายศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ แมวากองทัพละโวจะไมสามารถเอาชนะได แตก็ทำใหหริภุญชัยออนแอลง ประชาชนเดือดรอนจึงอพยพไปอยูที่อื่น จนถึงประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๗ พระเจาอาทิตยราชไดปกครองหริภุญชัยและไดสรางความเจริญรุงเรือง โดยเฉพาะการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงสรางพระธาตุหริภุญชัยสรางวัด ทำใหบานเมืองมีความสงบสุขตอเนื่องมาจนถึง พ.ศ.๑๘๓๕ พระยามังรายมหาราชแหงอาณาจักรลานนา ยกทัพมาโจมตีและรวมอาณาจักรหริภุญชัยเขามาเปนสวนหนึ่งของอาณาจักรลานนา
  • 47. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 43 พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ศิลปกรรมในพระพุทธศาสนาของ อาณาจักรหริภุญชัยที่มา : http://snaturbysrithai.com/blog/tussanapak/2009/10/27/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3/ ๓) อาณาจั ก รล า นนา (พุ ท ธศตวรรษที่ ๑๙-๒๕) อาณาจั ก รล า นนารุ ง เรื อ งขึ้ น ในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ มีศูนยกลางอยูที่เมืองนพบุรีศรีนครพิงคเชียงใหม (จังหวัดเชียงใหม) และขยายอำนาจการปกครองไปทั่วดินแดนภาคเหนือ ผูกอตั้งอาณาจักรลานนา คือ พระเจามังรายมหาราช(พ.ศ. ๑๘๐๔-๑๘๕๔) ซึ่งเดิมปกครองเมืองเชียงแสนในตนพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขณะนั้นในภาคเหนือมีอาณาจักรใหญนอยหลายแหง เชน หริภุญชัย เขลางคนคร(ลำปาง) โยนกเชียงแสน พระยามังรายมหาราชสามารถปราบปรามและรวบรวมแวนแควนตางๆ ในภาคเหนือเขามาดวยกันเปนอาณาจักรลานนา และตั้งราชธานีแหงใหมขึ้นที่เวียงกุมกาม (ปจจุบันอยูในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม)ราว พ.ศ. ๑๘๓๗ แตประทับอยูเพียง ๒ ป ก็ยายเมืองไปอยูที่เชียงใหมใน พ.ศ. ๑๘๓๙ ซากเวียงกุมกาม ซึ่งเคยเปน ราชธานีของอาณาจักรลานนา มาชั่วระยะเวลาหนึ่ง ที่มา:http://www.lannacorner.net/lanna2011/article/article. php?type=A&ID=958
  • 48. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 44 อาณาจักรลานนามีความเจริญรุงเรืองหลายดาน ที่สำคัญมีดังนี้ (๑) ดานการปกครอง ลานนาสามารถขยายอาณาเขตออกไปอยางกวางขวางโดยรวบรวมหัวเมืองตางๆ เชน เขลางคนคร นครพิงค แควนโยนก หริภุญชัย เขาเปนสวนหนึ่งของอาณาจักรลานนาซึ่งปกครองแบบสมบูรณาสิทธิราชย มีกฎหมายที่ใชปกครองเรียกวา “มังรายศาสตร” (๒) ดานศาสนา ลานนารับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศจากสุโขทัยและพมามีสังคายนาพระไตรปฎกใน พ.ศ.๒๐๒๐ นับเปนการสังคายนาพระไตรปฎกเปนครั้งที่ ๘ มีการสรางวัดหลายแหง เชน วัดเจดียหลวง วัดโพธารามมหาวิหาร(วัดเจดียเจ็ดยอด)เปนตน และมีการอุปถัมภพระสงฆ (๓) ดานภาษา ลานนามีตัวอักษรของตนเองใช ๓ แบบ คือ อักษรธรรมลานนาหรื อ อั ก ษรตั ว เมื อ ง ซึ่ ง ใช กั น อย า งแพร ห ลาย อั ก ษรฝ ก ขามที่ ดั ด แปลงมาจากตั ว อั ก ษรของพอขุนรามคำแหงมหาราช และอักษรขอมเมืองหรืออักษรไทยนิเทศ ซึ่งดัดแปลงมาจากอักษรสองแบบแรก อักษรลานนาไดรับอิทธิพลจากอักษร สุโขทัย ซึ่งมีปรากฏในจารึกวัดพระยืน จังหวัดลำพูน ที่มา:http://www.thakan.com/category/%E0%B8%94%E 0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5% E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99 %E0%B8%99%E0%B8%B2/page/10/ อาณาจักรลานนาเจริญสูงสุดในสมัยพระเจาติโลกราช (พ.ศ. ๑๙๘๙–๒๐๓๐)สมัยนี้ลานนามีความเขมแข็งมาก และไดทำสงครามกับอาณาจักรอยุธยาในสมัยสมเด็จพระบรม-ไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑–๒๐๓๑) ติดตอกันเกือบ ๒๔ ป ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ลานนาออนแอลงเพราะความแตกแยกของผูปกครองและขุนนาง ดังนั้น ขุนนางกลุมหนึ่งไดเชิญพระไชยเชษฐาธิราชซึ่งมีเชื้อสายลานนาจากอาณาจักรลานชาง (ลาว) มาเปนกษัตริยของลานนาระหวาง พ.ศ.๒๐๘๙–๒๐๙๑ แตพระไชยเชษฐาธิราชไมสามารถแกปญหาความแตกแยกในกลุมขุนนางได จึงเสด็จกลับไปครองลานชางดังเดิม
  • 49. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 45 พระบรมราชานุสาวรียพระยามังรายมหาราช ปฐมกษัตริยแหง อาณาจักรลานนา ประดิษฐานอยูที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ที่มา:http://www.cr-businessonline.com/index.php?lay=show&ac= article&Id=539360154&Ntype=25 ความออนแอของลานนาทำใหพมาและอยุธยาขยายอำนาจเขาไป จนตองตกเปนประเทศราชของพมาใน พ.ศ. ๒๑๐๑ หลังจากนั้นก็ถูกพมาและอยุธยาผลัดกันเขายืดครอง ในบางครั้งก็ เ ป น อิ ส ระ จนในสมั ย ธนบุ รี ล า นนาจึ ง ตกเป น ประเทศราชของไทย และในสมั ย รั ต นโกสิ น ทรพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว (พ.ศ. ๒๔๑๑–๒๔๕๓) ทรงรวมลานนาเขามาเปนสวนหนึ่งของราชอาณาจักรสยาม วัดเจดียหลวง ศิลปกรรมในพระพุทธศาสนาของอาณาจักรลานนา ที่มา : http://shost.rmutp.ac.th/075350307026-4/Webpages/Chiangmai/ Temple%20%20j-%20d.html
  • 50. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 46 ๓. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคใต อาณาจักรโบราณในภาคใตที่สำคัญ มีดังนี้ ๑) อาณาจักรลังกาสุกะ (พุทธศตวรรษที่ ๗–๒๓) ตั้งขึ้นประมาณครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๗ มีหลักฐานปรากฏอยูในจดหมายเหตุของจีน มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ในเขตจังหวัดปตตานีและจังหวัดยะลา มีศูนยกลางอยูที่อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี อาณาจักรลังกาสุกะพัฒนาขึ้นมาจากการเมืองเปนเมืองทาสำคัญที่มีการติดตอคาขายกับตางชาติ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย แตมีความสัมพันธที่ใกลชิดกับจีนมากกวา โดยสงทูตไปเมืองจีนถึง ๖ ครั้ง ในชวงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๒ พลเมืองสวนใหญเปนชาวพื้นเมืองและมีพอคาตางชาติปะปนอยูดวย ลังกาสุกะมีอารยธรรมที่รุงเรืองและมีสถาบันกษัตริยที่ปกครองสืบตอกันมายาวนาน ตอมาตกอยูภายใตอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัย อาณาจักรลังกาสุกะเปนศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนานิกายมหายานดังปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุของหลวงจีนอี้จิง และจากการขุดคนทางโบราณคดี ที่อำเภอยะรังจังหวัดปตตานี พบประติมากรรมสำริดรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร และสถูปจำลองรูปทรงตางๆจำนวนมาก ทำใหสันนิษฐานวาเปนแหลงผลิตสถูปจำลองเพื่อสงออก รวมทั้งมีการนับถือ ศาสนาพราหมณ–ฮินดู ลัทธิไศวนิกาย โบราณสถานเมืองโบราณยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔ http : //www.sadoodta.com/info/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0 %B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8% A2%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87
  • 51. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 47 ๒) อาณาจักรตามพรลิงค (พุทธศตวรรษที่ ๑๓–๑๘) เปนอาณาจักรที่มีความเกาแกอาณาจักรหนึ่งทางภาคใตของไทย มีศูนยกลางอยูที่นครศรีธรรมราช มีหลักฐานที่กลาวถึงตั้งแตพุทธศตวรรษที่ ๘ โดยเอกสารอินเดียโบราณกลาวถึงอาณาจักรตามพรลิงคในชื่อ “ตมลิง” “ตัมพลิงค”เอกสารจีนสมัยราชวงศถัง เรียกวา “ถามเหลง” สวนสมัยราชวงศซงเรียกอาณาจักรวา “ตามหมาลิ่ง”ตอมาเรียกวา “อาณาจักรนครศรีธรรมราช” อาณาจักรตามพรลิงครุงเรืองขึ้นมาจากการเปนเมืองทาของพอคาชาวอินเดียตั้งแตพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ระยะแรกตามพรลิงคอยูภายใตอิทธิพลของศรีวิชัย แตในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลง ทำใหตามพรลิงคขยายตัวกลายเปนศูนยกลางการคาและการเมืองในบริเวณคาบสมุทรภาคใต หลักฐานจีนสมัยราชวงศซงไดกลาวถึงวาเปนเมืองทาทางการคาที่มีการแลกเปลี่ยนสินคากับจีนมากชนิดกวาที่อื่น และไดสงคณะทูตไปถวายเครื่องราชบรรณาการแกจีน ในพ.ศ.๑๖๑๓แสดงวาตามลิงคเปนรัฐอิสระ พระวิษณุ ที่หอพระนารายณ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ศิลปะอินเดียใต ที่เกาที่สุดองคหนึ่ง ที่พบในภาคใต ที่มา : http://www.thailandmuseum.com/ nakhon_si_thammarat/hilight1.htm ดานการปกครอง ในศิลาจารึกที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานีกลาวถึงกษัตริยแหงนครศรีธรรมราชในราชวงศปทมวงศ พระนามวา “พระเจาจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราช” วาเปนผูที่รวบรวมแวนแควนใหญนอยเขาดวยกันไดสำเร็จ ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ และยังเปนเครือญาติเกี่ยวดองกับราชวงศพระรวงแหงอาณาจักรสุโขทัยดวย ดานศาสนา อาณาจักรตามพรลิงคนับถือศาสนาพราหมณ - ฮินดู และพระพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยพบศิวลึงคที่มีอายุเกาแกประมาณพุทธศตวรรษที่ ๘ พระนารายณศิลาทราย และพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร ตอมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระเจาจัทรภาณุศรีธรรมาโศกราชทรงยกทัพไปโจมตีลังกา ๒ ครั้ง เพื่อแยงชิงพระทันตธาตุจากลังกา ทำใหอิทธิพลของพระพุทธศาสนา
  • 52. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 48นิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ และศิลปะแบบลังกาเขามาเผยแพรและฝงรากลึกอยูในอาณาจักรนครศรีธรรมราชตั้งแตนั้น ดังปรากฏศาสนสถานและศาสนวัตถุที่สำคัญ คือ เจดียพระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช พระพุทธรูปประทับยืนสำริดปางประทานธรรม ทำใหนครศรีธรรมราชกลายเปนศูนยกลางสำคัญของการเผยแพรพระพุทธศาสนาในดินแดนไทย ซึ่งพระสงฆจากนครศรีธรรมราชไดนำพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศไปเผยแพรยังกรุงสุโขทัยตั้งแตสมัยพอขุนรามคำแหงมหาราช พระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ภายในวัดพระมหาธาตุวรวิหาร ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับที่ตั้งเมืองยุคที่สามของอาณาจักร ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nakhonsi&month=11- 2010&date=27&group=1&gblog=23 ๒) อาณาจักรศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๙) สันนิษฐานวามีศูนยกลางอยูที่เมืองปาเล็มบังบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีอิทธิพลครอบคลุมตั้งแตเกาะชวาในอินโดนีเซียขึ้นมาถึงอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี อนึ่ง มีนักวิชาการบางทานเชื่อวาศูนยกลางของอาณาจักรศรีวิชัยอาจจะอยูที่อำเภอไชยาก็เปนได ระยะแรกอาณาจักรศรีวิชัยมีความรุงเรืองขึ้นมาในฐานะศูนยกลางการคาทางทะเลระหวางจีนและอินเดีย เพราะเปนเมืองทาที่พอคาตางชาติเขามาคาขายและพำนักเพื่อคอยการเปลี่ยมลมมรสุม ตอมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ จีนเริ่มแตงเรือสำเภาออกไปคาขายยังเมืองตางๆโดยตรงทำใหบทบาทของศรีวิชัยในฐานะพอคาคนกลางลดลง และทำใหอำนาจของศรีวิชัยในบริเวณคาบสมุทรเสื่อมลง แตสงผลดีตอเนื่องอื่นๆ ในคาบสมุทรตอนใตของไทย เพราะเมืองจีนเขามาคาขาย
  • 53. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 49โดยตรง ทำใหเศรษฐกิจขยายตัวขึ้น เกิดเมืองใหมขึ้นหลายแหง เชน ที่เมืองไชยา ซึ่งมีชุมชนอาศัยอยูทั่วไปบริเวณชายฝงทะเล ริมแมน้ำคีรีรัฐ และแมน้ำหลวง เมืองไชยาจึงมีความสำคัญขึ้นมาในฐานะเมืองการคาและเมืองอารยธรรมศรีวิชัย แตอิทธิพลของศรีวิชัยที่แพรไปยังดินแดนตางๆ สวนใหญเปนเรื่องของศิลปะแบบศรีวิชัยมากกวาเรื่องอำนาจทางการเมือง เจดียพระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎธานี เปนโบราณสถาน สมัยศรีวิชัย สรางขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๕ กอดวยอิฐโบกปูน ยอดเจดียตกแตงดวยเจดียเล็กๆ โดยรอบ ที่มา : http://blog.unseentourthailand.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0% B8%B2%E0%B8%9A%E2%80%98%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8% B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B2% E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0% B8%B2%E2%80%99-%E0%B8%AB%E0%B8%99/ สำหรับดานศาสนาในระยะแรกอาณาจักรศรีวิชัยที่ไชยานับถือศาสนาพราหมณ-ฮินดู และพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ตอมานับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทจากทวารวดี และพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศจากนครศรีธรรมราช ดังปรากฎศาสนสถานและศาสนวัตถุในศาสนาตางๆ เชน พระบรมธาตุ อำเภอไชยา พระพุทธรูปปางนาคปรกสำริด ที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร วัดศาลาทึง อำเภอไชยา เปนตน
  • 54. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 50 ศิลปะศรีวิชัย อาณาจักรศรีวิชัยเจริญรุงเรืองอยูบริเวณคาบสมุทร ภาคใต ข องไทย ศิ ล ปะศรี วิ ชั ย จึ ง เกี่ ย วข อ งกั บ ศิ ล ปะชวาภาค กลางของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งใกลชิดกับศิลปะอินเดียแบบ คุปตะและแบบปาละและเนื่องจากพระพุทธศาสนาฝายมหายาน เจริญรุงเรืองในศรีวิชัย ชาวศรีวิชัยจึงนิยมสรางพระโพธิสัตว อวโลกิเตศวร แตก็มีการสรางพระพุทธรูปดว เชน พระพุทธรูป นาคปรก พบที่วัดเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี ในสวนผลงานทางดานสถาปตยกรรมของศิลปะศรีวิชัย เหลื อ อยู น อ ยมาก เช น เจดี ย พ ระบรมธาตุ ไ ชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี เคาโครงของพระบรมธาตุไชยาใกลเคียงกับ เจดียในศิลปะชวาทางภาคกลางของประเทศอินโดนีเซีย จึงชวย สนับสนุนขอสันนิษฐานในสวนที่ศิลปะศรีวิชัยเกี่ยวของกับศิลปะ ชวาภาคกลาง ๔. พัฒนาการของอาณาจักรโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาณาจักรโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สำคัญมีดังนี้ ๑) อาณาจักรโคตรบูรณ (พุทธ-ศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) มีศูนยกลางอยูที่นครพนมมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอดจนดิ น แดนฝ ง ซ า ยของแม น้ ำ โขง เรื่ อ งราวของอาณาจักรโคตรบูรณ ปรากฏอยูใน “ตำนานอุรังคธาตุ” ที่กลาวถึงความเปนมาของชุมชนในอาณาจั ก ร และประวั ติ ก ารสร า งพระธาตุ พ นมอาณาจั ก รโคตรบู ร ณ ไ ด รั บ อิ ท ธิ พ ลจากอิ น เดี ยมีการปกครองโดยกษัตริย นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทตามแบบทวารวดี และมีความเชื่อ พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม โบราณสถานในพื้นเมืองเรื่องการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการบูชา พระพุทธศาสนา สรางขึ้นเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุพญานาค ของพระพุทธเจา ที่มา : http://lucifergyoza.wordpress.com/2011/02/05/%E0%B8%9E% E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%9 5%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1/
  • 55. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 51 ศาสนสถานที่สำคัญของอาณาจักร คือ พระธาตุพนม ตำนานอุรังคธาตุกลาววาสรางขึ้นหลังจากพระพุทธเจาปรินิพพาน ๘ ป พระมหากัสสปะพรอมดวยพระอรหันต ๕๐๐ รูปเดินทางมายังแดนสุวรรณภูมิเพื่อเผยแผศาสนา และนำพระอุรังคธาตุหรือสวนกระดูกหนาอกของพระพุทธเจามาดวย พรอมกับไดสรางเจดียเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุ ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระเจาชัยวรมันที่ ๗ แหงอาณาจักรขอม ขยายอิทธิพลมาครอบครองดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตอมาเมื่ออาณาจักรลานชาง (ลาว) มีอำนาจอาณาจักรโคตรบูรณไดตกเปนเมืองขึ้นของลานชาง ๒) อาณาจักรอิศานปุระ (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘) อาณาจักรอิศานปุระ (เจนละ)หรืออาณาจักรขอม รุงเรืองขึ้นในสมัยพระเจาอิศานวนมัน (พ.ศ.๑๑๕๙–๑๑๖๙) ตอมาอาณาจักรแตกแยกเปน ๒ สวน คือ อาณาจักรเจนละบกและเจนละน้ำ ในสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๒ ทรงรวบรวมอาณาจักรเจนละเขาดวยกันเปนอาณาจักรขอม (เขมร) เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พระองคเริ่มตั้งเมืองหลวงในบริเวณใกลเมืองพระนคร (เมืองเสียมเรียบ หรือเสียมราฐ ในปจจุบัน) เรื่องราวของอาณาจักรอิศานปุระหรือเจนละ ปรากฏอยูในจดหมายเหตุจีนราชวงศตางๆ และในบันทึกของราชทูตจีน ชื่อ โจว ตากวน ที่เดินทางมายังเจนละในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ และเขียนบันทึกเรื่องราวของอาณาจักรเจนละไวในชื่อ “บันทึกดวยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ” ระบุวา อาณาจักรเจนละตั้งอยูระหวางอาณาจักรทวารวดีและจามปา (เวียดนาม)ซึ่งไดบริเวณที่เปนราชอาณาจักรกัมพูชาในปจจุบัน ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ อาณาจักรอิศานปุระ หรือขอมมีอำนาจ และเจริญรุงเรืองสูงสุดสมัยพระเจาสุริยวรมันที่ ๒ (พุทธศตวรรษที่ ๑๘) ผูสรางปราสาทนครวัด ปราสาทหินพนมรุงปราสาทหินพิมาย และพระเจาชัยวรมันที่ ๗ ผูสรางพระนครธม (ปราสาทบายน) ปราสาทตามพรหมในชวงเวลานี้กษัตริยขอมยังไดสรางปราสาทหินขนาดใหญมากมายในบริเวณที่อาณาจักรขอมขยายอำนาจไปถึง เชน บริเวณสามเหลี่ยมปากแมน้ำโขง ลาวตอนใต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของไทย จนถึงลุมแมน้ำเจาพระยา ดังปรากฏหลักฐานอยูทั่วไป เชน ปราสาทหินพิมายจังหวัดพระนครราชสีมา ปราสาทหินพนมรุง ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย ปราสาทศีขรภูมิจังหวัดสุรินทร พระปรางคสามยอด จังหวัดลพบุรี ปราสาทเมืองสิงห จังหวัดกาญจนบุรี เปนตน ปราสาทหินพิมาย โบราณสถานใน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไดรับอิทธิพลการกอสรางมาจาก อาณาจักรอิศานปุระ ที่มา : http://www.pixpros.net/forums/ showthread.php?t=49982&page=11
  • 56. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 52 อาณาจักรขอมไดเผยแพรอารยธรรมไปยังรัฐที่อยูใกลเคียงหลายดานทั้งดานการปกครอง ไดแก การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย ความเปนสมมติเทพของกษัตริย ระบบขุนนาง การปกครองแบบจตุสดมภ และกฎหมายพระธรรมศาสตร ดานศาสนาและความเชื่อ ไดแกศาสนาพราหมณ–ฮินดู พระพุทธศาสนานิกายอาจริยวาทหรือมหายาน ดังจะเห็นไดจากโบราณสถานและโบราณวัตถุ เชน ปราสาทหิน เทวรูป ประติมากรรมรูปโพธิสัตว ศิวลึงค พระพุทธรูปางนาคปรกความเชื่อเรื่อพญานาค เปนตน อยางไรก็ตาม การสรางศาสนสถานขนาดใหญที่ตองใชแรงงานคนและคาใชจายจำนวนมาก ทำใหอาณาจักรขอมคอยๆ เสื่อมโทรมลงตั้งแตพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เปนตนมา ๑. ๒. ๑. พระพุทธรูปปางนาคปรก พบที่ ปราสาทหินพิมาย ๒. สิงหและพญานาค พบที่ ปราสาทหินพิมาย ๓. ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว พบที่ หนาปรางค ปราสาทหินพิมาย ที่มา : http://www.moohin.com/trips/nakonrat- chasima/prasathinphimai/ ๓.
  • 57. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 53ปราสาทหินในดินแดนไทย ปราสาทหิ น เป น ศิ ล ปกรรมที่ แ สดงถึ ง ความเจริ ญ รุ ง เรื อ งของอารยธรรมขอม ปรากฏอยู ใ นประเทศไทยหลายสิ บ แห ง จากทิ ศ ตะวั น ออกสุ ด บริ เ วณชายแดนไทย–กั ม พู ช า มี ก ลุ ม ปราสาทตาเมื อ น จั ง หวั ด สุ ริ น ทรทิ ศ ตะวั น ตกมี ป ราสาทเมื อ งสิ ง ห จั ง หวั ด กาญจนบุ รี และเหนื อ สุ ด มี ป ราสาทวัดจันทรเจา จังหวัดสุโขทัย ปราสาทที่ปรากฏอยูในประเทศไทย มีลักษณะการสรางออกได ๓ ประเภทคือ ๑. ปราสาทหินที่เปนศาสน- ส ถ า น ห รื อ เ ท ว า ลั ย มั ก เ ป น ปราสาทหินที่มีขนาดใหญ สรางขึ้น เพื่ อ เป น สถานที่ ป ระกอบพิ ธี ก รรม เช น ปราสาทหิ น พนมรุ ง อำเภอ เฉลิ ม พระเกี ย รติ จั ง หวั ด บุ รี รั ม ย เปนตนที่มา : http://www.ubonmet.tmd.go.th/a_new_view.php?id_view=10 ๒. ธรรมศาลา สรางขึ้นเพื่อเปนที่พักสำหรั บ คนเดิ น ทาง ตั้ ง อยู ต ามเส น ทางจากเมืองพระนครมายังปราสาทหินพิมายเชน ปราสาทตาเมือน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร เปนตน ที่มา : http://www.thaipackagetour.com ๓. อโรคยาศาลหรื อ กุ ฏิ ฤ าษี หมายถึง สุขศาลาหรือสถานพยาบาล ผูปวยในชุมชน เชน ปราสาทเมือนโตจ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร เปนตน ที่มา : http://www.thaipackagetour.com
  • 58. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 54 สรุปเวลาแสดงการสรางอาณาจักรอิศานปุระ (ขอม) สมัยเมืองพระนครราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พระเจาชัยวรมันที่ ๒ สรางเมืองหริหราลัยและพนมกุ เ ลนเริ่ ม สมั ย เมื อ งพระนคร ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ พระเจาสุริยวรมันที่ ๒ สรางนครวัด ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ พระเจาสุริยวรมันที่ ๒ สรางนครวัด
  • 59. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 55 ๕. การสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณกอนสมัยสุโขทัย การศึกษาเกี่ยวกับการสรางสรรคภูมิปญญาของมนุษยในอาณาจักรโบราณกอนสมัยสุโขทัยในดินแดนประเทศไทย ก็เพื่อใหเขาใจถึงภูมิปญญาของผูคนในอาณาจักรโบราณสมัยประวัติศาสตรกอนสมัยสุโขทัยในดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบัน อันอาจจะเปนตัวอยางในการนำไปใชในการดำเนินชีวิตของคนไทยในปจจุบันได ๑) ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณกอนสมัยสุโขทัย การสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณกอนสมัยสุโขทัยในดินแดนประเทศไทยเกิดจากปจจัยที่สำคัญๆ ดังนี้ (๑) ปจจัยพื้นฐาน ที่สำคัญดังนี้ ๑. ลักษณะทางภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอม เชน เปนที่ราบลุม มีแมน้ำไหลผานใกลทะเล มีภูเขาสูง เปนตน และมรสุมพัดผานตลอดป คือ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาวลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตในฤดูฝน สภาพภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอมดังกลาวเปนปจจัยในการเสริมสรางภูมิปญญาของผูคนในบริเวณอาณาจักรโบราณเหลานี้ อันนำไปสูการหาหนทางแกปญหาตางๆทามกลางสภาพแวดลอมทางดานภูมิศาสตรดังกลาว ๒. ลักษณะรวมและลักษณะแตกตางทางสังคมและวัฒนธรรม เชน ผูคนในอาณาจักรโบราณเหลานี่ตางก็มีวัฒนธรรม “ขาว” คือ รับประทานขาวเหมือนกัน ตองปลูกขาวเปนอาหารคลายๆ กัน เปนตน สำหรับลักษณะแตกตางทางสังคมและวัฒนธรรมก็เปนปจจัยทางดานภูมิปญญาเหมือนกัน เชน เมืองละโวสมัยทวารวดีผูคนนับถือศาสนาพราหมณ–ฮินดู แตเมืองนครชัยศรีสมัยทวารวดีผูคนนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เปนตน (๒) ปจจัยภายนอก เชน จากบุคคลภายนอกที่เขามาติดตอคาขาย กลาวคืออาณาจักรโบราณแถบนี้ไดรับเอาอารยธรรมอินเดียมาตั้งแตแรกเริ่ม เชน ภาษา ศาสนา เปนตนทำใหมีอิทธิพลตอการเสริมสรางภูมิปญญาของบุคคลในอาณาจักรโบราณ บริเวณแถบนี้เชนเดียวกัน ที่มา : http://www.panoramio.com/photo/52069354
  • 60. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 56 ๒) ผลงานการสร า งสรรค ภู มิ ป ญ ญาของอาณาจั ก รโบราณก อ นสมั ย สุ โขทั ยการสรางสรรคภูมิปญญาของอาณาจักรโบราณ สวนหนึ่งเกิดจากการรับอารยธรรมตางชาติมาผสมผสานกับวัฒนธรรมทองถิ่น ทำใหเกิดการพัฒนาดานภูมิปญญาขึ้น ที่สำคัญดังนี้ (๑) การเกษตรกรรม ผูคนในสมัยทวารวดีมีความคิดสรางสรรคในการเพาะปลูกแบบใหม โดยมีการใชแรงงานวัวไถนาผอนแรงคน ตอมาไดพัฒนามาใชแรงงานควายทำนาในที่ลุมและเริ่ ม เปลี่ ย นมาใช พั น ธุ ข า วเมล็ ด เรี ย ว ซึ่ ง นิ ย มบริ โ ภคกั น มาจนถึ ง ป จ จุ บั น โดยที่ ก อ นหน า นี้ใชพันธุขาวเมล็ดปอม การคิดหาวิธีไถนาดวยการใชแรงงานสัตว พบวาการใชควายไถนาในที่ลุมซึ่งมีน้ำขัง ควายจะทำงานไดดีกวาวัว นับวาเปนภูมิปญญาทางดานเกษตรกรรมอยางหนึ่ง ในสมัยโบราณ การผลิตพืชผล ทางการเกษตรเปนการผลิต แบบพอยังชีพโดยทำเองใชเอง ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub/ book/book.php?book=23&chap=4&page=t23- 4-m.htm (๒) การเลือกทำเลในการสรางบานแปลงเมือง การสรางบานแปลงเมืองจะตองอยูในทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม สามารถติดตอกับดินแดนภายในและภายนอกอาณาจักรไดอยางสะดวกเพื่อผลประโยชนทั้งทางดานการเกษตรกรรม การคา และการปกครอง เชน ที่บริเวณเมืองโบราณอูทองนครปฐม คูบัว เปนตน จะเห็นไดวาที่ตั้งของเมืองเหลานี้อยูในเขตลุมแมน้ำ มีทางออกสูทะเลซึ่งสะดวกตอการคาขายกับดินแดนภายนอก ขณะเดียวกันก็สามารถติดตอกับดินแดนภายในที่มีพืชอุดมสมบูรณ มีทรัพยากรและปาหายากอีกดวย เมืองโบราณอูทอง เปนแหลงทำเล ในการสรางบานแปลงเมือง ที่เหมาะสม ที่มา : http://www1.mod.go.th/ heri tage/nation/oldcity/suphan- buri2.htm
  • 61. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 57 (๓) การประดิ ษ ฐ ตั ว อั ก ษรขึ้ น ใช ในสมั ยทวารวดี แตเดิมกลุมชนเหลานี้ใชภาษา สันสกฤตและภาษาบาลีที่รับมาจากอินเดียในการสื่อสาร ภาษาสันสกฤตเกี่ยวของกับชนชั้ น สู ง และใช ใ นคำประกาศพิ ธี ก รรม ส ว นภาษาบาลี เ ป นภาษาในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เปนภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์เมื่อชาวทวารวดีไดรับเอาตัวอักษรนั้นมาแลว ก็มาดัดแปลงผสมผสานกับภาษาในทองถิ่น จึงกลายมาเปนอักษรมอญโบราณซึ่งเปนอักษรของชาวทวารวดี อักษรมอญโบราณ พุทธศตวรรษที่ ๑๗ จารึกวัดดอนแกว อำเภอเมือง ที่มา : http://www.sac.or.thdata จังหวัดลำพูน bases/inscriptions/th/mainphp?p =ZGV0YWls&id=286 (๔) ศาสนา-ความเชื่อ อาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทยกอนสมัยสุโขทัยไดมีการสรางสรรคภูมิปญญาอันเกิดจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีการใชความเชื่อเกี่ยวกับคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาเปนหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เพื่อความสงบสุขของสังคม และนำไปสูการสรางสรรคภูมิปญญาทางดานสถาปตยกรรม ประติมากรรม ดังเชนที่ปรากฏอยูในอาณาจักรทวารวดี และอาณาจักรหริภุญชัย เปนตน วัดพระสิงห จังหวัดเชียงใหม สรางสรรคจากความเชื่อในพระพุทธศาสนา ในสมัยอาณาจักรหริภุญชัย ที่มา : http://www.thailandsworld.com/th/chiang-mai/chiang-mai-temples/index.cfm
  • 62. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 58 บุคคลสำคัญของอาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทย กอนสมัยสุโขทัย บุ ค คลสำคั ญ ที่ ก อ ให เ กิ ด การเปลี่ ย นแปลงประวั ติ ศ าสตร ในบริ เวณแถบนี้มีดังตอไปนี้ พระนางจามเทวี พระนางจามเทวีปฐมกษัตริยแหงอาณา จักรหริภุญชัย ตามตำนานจามเทวีวงศกลาววา พระนางเปนธิดากษัตริยเมืองละโว (ลพบุรี) ได เสด็ จ มาจากเมื อ งละโว ขึ้ น มาปกครองเมื อ ง หริภุญชัย (ลำพูน) เมื่อประมาณ พ.ศ.๑๓๑๐ – ๑๓๑๑ ราชวงศจามเทวีมีเชื้อสายปกครองเมืองหริภุญชัย สื บ ต อ กั น มาจนถึ ง ต น พุ ท ธศตวรรษที่ ๑๙ ใน สมัยพระยายีบาจึงสิ้นราชวงศพระนางจามเทวี มีความสำคัญตอการวางรากฐานทางวัฒนธรรม ของหริภุญชัยและบริเวณใกลเคียงเนื่องจากขณะ เสด็จจากละโวมาสรางเมืองหริภุญชัย ไดนำเอา ผูเชี่ยวชาญในศิลปะวิทยาการตางๆ มาดวย เชน พระภิกษุ นักปราชญ ชางแขนงตางๆ เปนตน นับไดวาเปนการขยายตัวทางวัฒนธรรมทวารวดี จากเมืองละโวมายังหริภุญชัย โดยเฉพาะอยางยิ่ง ที่มา : http://www.rd.go. ความเจริญทางพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท th/lamphun/55.0.html ในหริ ภุ ญ ชั ย ทำให แ คว น หริ ภุ ญ ชั ย กลายเป น ศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท สืบตอมาอีกเปนเวลานาน
  • 63. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 59 พระเจาชัยวรมันที่ ๗ พระเจาชัยวรมันที่ ๗ (พ.ศ.๑๗๒๔– ๑๗๖๑) เปนกษัตริยที่ยิ่งใหญที่สุดพระองคหนึ่งของอาณาจักรขอม เมื่อขึ้นครองราชยแลวไดขยายอำนาจของอาณาจักรขอมเมื่ อ ขึ้ น ครองราชย แล ว ได ข ยายอำนาจของอาณาจักรขอมขึ้นไปทา งเหนือและตะวันตกถึงดินแดน พมาและบางสวนของแหลมมลายู พระเจาชัยวรมันที่ ๗ ทรงมีศรัทธาอยางแรงกลา ในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งนับถือพระโพธิสัตว อวโลกิเตศวรเปนหลัก ทรงสรางโรงพยาบาล สำหรับรักษา โรคภัยไขเจ็บแกราษฎรถึง ๑๐๒ แหง งานสถาปตยกรรม สำคัญที่พระองคทรงสรางไวคือ เมืองนครธม มีกำแพง แตละดานยาวถึง ๑๒ กิโลเมตร มีคูเมืองขนาดใหญ ลอมรอบ และมีประตู ๕ ประตู โดยมีปราสาทบายน เปนจุดศูนยกลาง นอกจากนี้ยังทรงสรางศาสนสถานอีกมาก เชน ปราสาทตาพรหม ประสาทพระขรรค ปราสาทนาคพัน เปนตน นอกจากนี้ พระองคไดทรงสราง ประติมากรรม มากกวา ๒๐,๐๐๐ ชิ้น ที่ทำดวยทองคำ เงิน สำริดและ หินกระจายไปในอาณาจักรขอม
  • 64. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 60 กลาวโดยสรุป ดินแดนที่เปนประเทศไทยปจจุบันมีผูคนอาศัยอยูตั้งแตสมัยกอนประวัติ-ศาสตร โดยมีชุมชนกระจายทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย แตพบมากในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชุมชนตางๆ ไดสรางสมความเจริญขึ้นมา เชนการรูจักทำเครื่องปนดินเผาการรูจักใชเครื่องมือเหล็ก เปนตน ตอมาเมื่อชุมชนไดขยายตัวใหญขึ้น และมีการติดตอแลกเปลี่ยนสินคา และวัฒนธรรมกับชุมชนอื่น ทั้งชุมชนที่อยูใกลเคียงและดินแดนที่หางไกลออกไป โดยเฉพาะอิ น เดี ย และจี น จึ ง ทำให ไ ด รั บ อิ ท ธิ พ ลทางอารยธรรมเข า มาที่ ส ำคั ญ คื อ อารยธรรมอิ น เดี ย เช นศาสนาพราหมณ – ฮินดู พระพุทธศาสนา ภาษาสันสกฤต ภาษาบาลี เปนตน ทำใหชุมชนพัฒนาเปนเมือง เปนแควนหรือรัฐ และเปนอาณาจักรขึ้นมาในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอาณาจักรทวารวดีบริเวณลุมแมน้ำภาคกลาง ซึ่งมีความสำคัญอยางยิ่งตอการพัฒนาอาณาจักรโบราณในภาคกลาง ในระยะตอมา ไดแก อาณาจักรละโว และอาณาจักรอโยธยา ซึ่งเปนรากฐานของประเทศไทยในปจจุบัน จะเห็ นไดวา ในแตละภูมิภาคของดินแดนประเทศไทยจะเกิดอาณาจักรตางๆ ในเวลาใกลเคียงกันและมีการถายทอดวัฒนธรรมระหวางกัน ซึ่งแตละอาณาจักรลวนรับเอาวัฒนธรรมจากอาณาจักรอื่นแลว นำมาผสมผสานกับความคิดความเชื่อของอาณาจักรตน จนกอใหเกิดวัฒนธรรมทองถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองขึ้นมา
  • 65. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 61 กิจกรรมที่ ๕คำสั่ง ใหนักเรียนนำตัวเลขหนาขอความใสลงในชองวางดานลางใหสัมพันธกัน ๑. อาณาจักรทวารวดี ๒. อาณาจักรละโว ๓. อาณาจักรโยนกเชียงแสน ๔. อาณาจักรหริภุญชัย ๕. อาณาจักรลานนา ๖. อาณาจักรลังกาสุกะ ๗. อาณาจักรตามพรลิงค ๘. อาณาจักรศรีวิชัย ๙. อาณาจักรโคตรบูรณ๑๐. อาณาจักรอิศานปุระหมายเลข รายละเอียด ศาสนสถานที่สำคัญ เชน พระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร ที่วัดศาลาทึง อำเภอไชยา พระพุทธรูปปางนาคปรกสำริดที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา เปนตน มีการขุดพบเหรียญที่มีจารึกภาษาสันสกฤตวา “ศรีทวารวตี ศวรปุณยะ” แปลวา การบุณย ของพระเจาศรีทวารวดี ที่จังหวัดนครปฐม เจริญรุงเรืองในสมัยพระเจาอิศานวรมัน ตอมาแตกแยกเปนเจนละบกและเจนละน้ำ ในสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๒ ทรงรวบรวมเขาดวยกันเปนอาณาจักรขอม (เขมร) เรื่องราวของอาณาจั กรปรากฏอยู ในตำนานสิ ง หนวั ติ กุ มารและตำนานลวจั ง กราช มีศูนยกลางอยูที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายในปจจุบัน หลักฐานที่สำคัญ เชน พระปรางคสามยอด เทวสถานปรางคแขก เทวรูปพระนารายณ เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร รูปสลักพระพรหมบนแผนศิลา เปนตน มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดนครพนม มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดดินแดนฝงซายของแมน้ำโขง ผูกอตั้งอาณาจักร คือ พระยามังรายมหาราช มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดเชียงใหมในปจจุบัน ศาสนสถานสำคัญ เชน วัดเจดียหลวง วัดเจดียเจ็ดยอด เปนตน ศูนยกลางของอาณาจักรอยูบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชในปจจุบัน ตำนานจามเทวีวงศระบุวา ษีวาสุเทพเปนผูสรางเมืองและขอใหกษัตริยละโวสง เชื้อพระวงศมาปกครอง มีศูนยกลางอยูที่อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี เปนศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน ดังปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุของหลวงจีนอี้จิง
  • 66. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 62 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè õหมายเลข รายละเอียด ศาสนสถานที่สำคัญ เชน พระบรมธาตุไชยา อำเภอไชยา เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร ๘ ที่วัดศาลาทึง อำเภอไชยา พระพุทธรูปปางนาคปรกสำริดที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา เปนตน ๑ มีการขุดพบเหรียญที่มีจารึกภาษาสันสกฤตวา “ศรีทวารวตี ศวรปุณยะ” แปลวา การบุณย ของพระเจาศรีทวารวดี ที่จังหวัดนครปฐม เจริญรุงเรืองในสมัยพระเจาอิศานวรมัน ตอมาแตกแยกเปนเจนละบกและเจนละน้ำ ๑๐ ในสมัยพระเจาชัยวรมันที่ ๒ ทรงรวบรวมเขาดวยกันเปนอาณาจักรขอม (เขมร) ๓ เรื่องราวของอาณาจั กรปรากฏอยู ในตำนานสิ ง หนวั ติ กุ มารและตำนานลวจั ง กราช มีศูนยกลางอยูที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายในปจจุบัน ๒ หลักฐานที่สำคัญ เชน พระปรางคสามยอด เทวสถานปรางคแขก เทวรูปพระนารายณ เทวรูปพระโพธิสัตวอวโลกิเตศวร รูปสลักพระพรหมบนแผนศิลา เปนตน ๙ มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดนครพนม มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดดินแดนฝงซายของแมน้ำโขง ๕ ผูกอตั้งอาณาจักร คือ พระยามังรายมหาราช มีศูนยกลางอยูที่จังหวัดเชียงใหมในปจจุบัน ศาสนสถานสำคัญ เชน วัดเจดียหลวง วัดเจดียเจ็ดยอด เปนตน ๗ ศูนยกลางของอาณาจักรอยูบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชในปจจุบัน ๔ ตำนานจามเทวีวงศระบุวา ษีวาสุเทพเปนผูสรางเมืองและขอใหกษัตริยละโวสง เชื้อพระวงศมาปกครอง ๖ มีศูนยกลางอยูที่อำเภอยะรัง จังหวัดปตตานี เปนศูนยกลางสำคัญของพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน ดังปรากฏหลักฐานจากจดหมายเหตุของหลวงจีนอี้จิง
  • 67. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 63 กิจกรรมที่ ๖คำสั่ง ใหนักเรียนดูภาพโบราณสถานตอไปนี้ แลวตอบคำถามตามประเด็นที่กำหนด ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด ................................................. สมัยอาณาจักร .................................................... ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด ................................................. สมัยอาณาจักร .................................................... ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด ................................................. สมัยอาณาจักร .................................................... ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด ................................................. สมัยอาณาจักร .................................................... ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด ................................................. สมัยอาณาจักร ....................................................
  • 68. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 64á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ö ปราสาทหินพิมาย ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด นครราชสีมา ................................................. อิศานปุระ สมัยอาณาจักร .................................................... พระบรมธาตุไชยา ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด สุราษฎรธานี ................................................. ศรีวิชัย สมัยอาณาจักร .................................................... พระธาตุหริภุญชัย ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด ลำพูน ................................................. หริภุญชัย สมัยอาณาจักร .................................................... วัดมหาธาตุวรวิหาร ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด นครศรีธรรมราช ................................................. ตามพรลิงค สมัยอาณาจักร .................................................... พระปรางคสามยอด ชื่อโบราณสถาน .................................................... ที่จังหวัด ลพบุรี ................................................. ละโว สมัยอาณาจักร ....................................................
  • 69. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 65 กิจกรรมที่ ๗คำสั่ง ใหนักเรียนนำหมายเลขที่กำหนดใหในแผนที่ไปเติมลงในชองวางตรงตามที่เปน ศูนยกลางของอาณาจักรใหถูกตอง...................ศรีวิชัย ...................ลานนา ........โยนกเชียงแสน ...............โคตรบูรณ.................ทวารวดี .............ตามพรลิงค ......................ละโว ...............หริภุญชัย
  • 70. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 66 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ÷ ๗...................ศรีวิชัย ๓ ...................ลานนา ๑ ........โยนกเชียงแสน ๔ ...............โคตรบูรณ ๕.................ทวารวดี ๘ .............ตามพรลิงค ๖ ......................ละโว ๒ ...............หริภุญชัย
  • 71. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 67 ประจำหนวยที่ ๓คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอคำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน กระดาษคำตอบ๑. ลั ก ษณะการดำรงชี วิ ต ของมนุ ษ ย ใ น ๔. การดำรงชีวิตของมนุษยในยุคแรกเริ่ม ชวงแรกๆ ตรงตามขอใด นาจะมีลักษณะสอดคลองกับขอใด ก. ลาสัตว เก็บหาของปา ก. เพาะปลูกขาว ข. อาศัยกันอยูเปนชุมชน ข. ลาสัตวปาเปนอาหาร ค. เพาะปลูกพืชธัญญาหาร ค. คาขายกับชุมชนใกลเคียง ง. ทำภาชนะดินเผาไวใสอาหาร ง. ใชเงินตราเปนสื่อกลางในการแลก ๕. สุวรรณภูมิหรือดินแดนแหงทองคำ เปน เปลี่ยน ชื่อเดิมของดินแดนใด๒. การสรางเครื่องมือเครื่องใชของชุมชน ก. เอเชียใต มนุษยยุคหินเกาจะมีลักษณะตามขอใด ข. เอเชียตะวันออก ก. ประดิษฐกลองมโหระทึก ค. เอเชียตะวันตกเฉียงใต ข. ทำเครื่องประดับจากแกว ง. เอเชียตะวันออกเฉียงใต ค. ทำขวานกำปนกะเทาะหนาเดียว ๖. บริ เวณที่ เ หมาะสมกั บ การตั้ ง ถิ่ น ฐาน ง. ทำเครื่องปนดินเผาแบบสามขา ของชุมชนโบราณควรจะเปนที่ใด๓. “มนุ ษ ย เร ร อ นเก็ บ หาอาหาร ล า สั ต ว ก. ที่ราบสูง ข. หุบเขา ใชเพิงผาหรือถ้ำเปนที่หลับนอน รูจัก ค. ที่ราบเชิงเขา เพาะปลู ก และนำสั ต ว ป า มาเลี้ ย ง” ง. ที่ราบลุมแมน้ำและชายฝงทะเล ขอความดังกลาวแบงตามเกณฑขอใด ๗. ขอใดกลาวไดถูกตอง ก. แบงตามอาชีพ ก. ชุมชนทุกแหงจะตองอยูริมน้ำ ข. แบงตามทำเลที่ตั้ง ข. ชุมชนจะเจริญไดตองใชสำริดกอน ค. แบงตามลักษณะการดำรงชีวิตของ ค. ชุมชนทุกแหงจะตองขยายไปเปน มนุษย แควน ง. แบงตามเทคโนโลยีการทำเครื่องมือ ง. ชุมชนแตละแหงมีพัฒนาการไมเทา เครื่องใช กัน
  • 72. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 68 ๘. รากฐานของวัฒนธรรมละโวมาจากที่ใด ๑๓. เหตุผลสำคัญที่ทำใหอาณาจักรโบราณ ก. จีน มักตั้งอยูริมแมน้ำหรือชายฝงทะเลคือ ข. อินเดีย อะไร ค. สรางขึ้นเอง ก. ประชาชนใชเรือเปนพาหนะ ง. ทวารวดีและขอม ข. ปองกันไมใหขาศึกลอมเมือง ๙. “มีการพบโครงกระดูกมนุษยและสัตว ค. สะดวกในการคาขายและเพาะปลูก ภาชนะดินเผาลายเขียนสีทั้งลายเชือก ง. ฝกฝนกองทัพทางทะเลใหมีประสิทธิ ทาบ ลายขู ด ขี ด บนผิ ว ขั ด มั น เครื่ อ ง ภาพมากขึ้น ประดับทำจากลูกปด” แสดงใหเห็นถึง ๑๔. มรดกที่ สั ง คมไทยได รั บ จากนครศรี - พัฒนาการของชุมชนในขอใด ธรรมราชคือขอใด ก. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ก. การเขียนอักษรไทย ข. บานเกา จังหวัดกาญจนบุรี ข. การนับถือพระโพธิสัตว ค. ถ้ำผีแมน จังหวัดแมฮองสอน ค. การสรางเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ง. บานดอนตาเพชร จังหวัดกาญจนบุรี ง. การนั บ ถื อ พระพุ ท ธศาสนานิ ก าย๑๐. งานศิลปกรรมในขอใดที่ไมพบในศิลปะ เถรวาทลัทธิลังกาวงศ ทวาราวดี ๑๕. เหตุผลสำคัญที่ทำใหพระยามังรายมหาราช ก. พระปรางคสามยอด ทรงสรางราชธานีที่เชียงใหม นาจะเปน ข. พระพุทธรูปศิลาขาว เพราะอะไร ค. จุลประโทณเจดีย ก. มีธรรมชาติที่สวยงาม ง. ธรรมจักรศิลาและกวางหมอบ ข. ปองกันการรุกรานจากทางใต๑๑. ป จ จั ย สำคั ญ ในการพั ฒ นาชุ ม ชนไปสู ค. จะไดดูแลอาณาจักรอยางทั่วถึง การเปนแควนหรืออาณาจักรคือขอใด ง. ตองการใหเปนเมืองทาคา ก. เกิดชนชั้นในสังคม ๑๖. ผลงานของอาณาจักรใดที่ทำใหพระพุทธ ข. มีการจัดระเบียบการปกครอง ศาสนาหยั่งรากลึกในดินแดนไทยมาจน ค. มีการติดตอคาขายกับชุมชนอื่น ถึงปจจุบัน ง. มีการรับอารยธรรมจากตางชาติ ก. ละโว๑๒. เพราะเหตุใดจึงสันนิษฐานวาศูนยกลาง ข. หริภุญชัย ของทวาราวดีนาจะอยูที่จังหวัดนครปฐม ค. นครศรีธรรมราช ก. พบพระพุทธรูปปางนาคปรกสำริด ง. โคตรบูรณ ข. ปรากฎเรื่ อ งราวอยู ใ นตำนานมู ล ๑๗. ปราสาทหิ น ของขอม สั น นิ ษ ฐานว า ศาสนา สรางขึ้นเพื่อจุดประสงคใด ค. จดหมายเหตุจีนเรียกอาณาจักรนี้วา ก. เปนที่ประกอบศาสนพิธี “หลอหู” ข. เปนแหลงทองเที่ยวพักผอน ง. พบเหรียญเงินที่มีคำจารึกเปนภาษา ค. เปนศูนยกลางการปกครอง สันสกฤต ง. เปนที่ประทับของพระมหากษัตริย
  • 73. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 69๑๘. เพราะเหตุใดอาณาจักรโยนกเชียงแสน ๒๐. จากหลักฐานที่พบ ชุมชนใดนาจะเปน จึ ง ต อ งย า ยศู น ย ก ลางการปกครอง แหลงเริ่มตนของพัฒนาการการตั้งถิ่นฐาน หลายครั้ง ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก. ถูกศัตรูรุกราน ก. พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ข. ไดรับภัยธรรมชาติ ข. บานเชียง จังหวัดอุดรธานี ค. ทำเลที่ตั้งไมเหมาะสม ค. ฟาแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ ง. ตองการหาทางออกทะเลเพื่อคาขาย ง. หนองหารหลวง จังหวัดสกลนคร๑๙. เรื่องราวของพระนางจามเทวีมีความ เกี่ยวของกับอาณาจักรในขอใด ก. ลานนา ข. หริภุญชัย ค. ทวาราวดี ง. ลังกาสุกะ
  • 74. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 70 Ẻ·´ÊͺËÅѧàÃÕ ประจำหนวยที่ ๓ ¹ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ๑ ค ๑๑ ก๒ ก ๑๒ ก๓ ข ๑๓ ค๔ ค ๑๔ ก๕ ง ๑๕ ง๖ ข ๑๖ ข๗ ค ๑๗ ข๘ ง ๑๘ ค๙ ง ๑๙ ข๑๐ ค ๒๐ ก
  • 75. สมัยกอนสุโขทัยในดินแดนไทย 71ณรงค พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน,นนนนนนน๒๕๕๒.ไพฑูรย มีกุศล และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาตร ม.๑. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๕๒.¬¬¬ .แบบฝกหัดพัฒนาการเรียนรูประวัติศาสตร ม.๑. พิมพครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : วัฒนา พานิช, ๒๕๔๙. บรรณานุกรมวงเดือน นาราสัจจ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพนนนนนนนวิชาการ(พว.), ๒๕๕๒.วรรัตน วรรณเลิศลักษณ และคณะ. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญ ชมพูนุทนนาคีรักษและคณะ. คูมือครู เลม ๑ ประวัติศาสตรไทย : เวลาและยุคสมัย ทัศ , ๒๕๕๑.วีณา เอี่ยมประไพ และคณะ. สัมฤทธิชัาตรฐานประวัติศาสตร – ๖. กรุงเทพฯ :: พักษรเจริณภาพ ทางประวัติศาสตรไทย ์ม้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ม.๑. กรุงเทพฯ อั ฒนาคุ ญ ทัศน, ๒๕๕๐. วิชาการ (พว.), ๒๕๕๔. ณรงค พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษร เจริญทัศน, ๒๕๕๒. ไพฑูรย มีกุศล และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาตร ม.๑. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๕๒. . แบบฝ ก หั ด พั ฒ นาการเรี ย นรู ป ระวั ติ ศ าสตร ม.๑. พิมพครั้งที่ ๑ กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๔๙. วงเดือน นาราสัจจ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : พัฒนา คุณภาพวิชาการ (พว.), ๒๕๕๒. วรรัตน วรรณเลิศลักษณ และคณะ. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๑. วีณา เอี่ยมประไพ และคณะ. สัมฤทธิ์มาตรฐานประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๐.

×