Your SlideShare is downloading. ×
  • Like
  • Save
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม2
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Now you can save presentations on your phone or tablet

Available for both IPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

เอกสารประกอบการเรียนเล่ม2

  • 4,918 views
Published

 

Published in Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
4,918
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3

Actions

Shares
Downloads
0
Comments
0
Likes
14

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. เอกสารประกอบการเร ี ย น กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๓ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ หนวยที่ ๒ เรื่องนางภัทรานิษฐ อิ่มศิลตำแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนวังบอวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
  • 2. ก คำนำ ในปจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอน มุงเนนใหผูเรียนไดศึกษาหาความรูดวยตนเองใหมากที่สุด เพื่อใหผูเรียนมีนิสัย ใฝเรียน ใฝรู อยูเสมอ ดังนั้นการจัดทำเอกสารประกอบการเรียน เปนแนวทางหนึ่งที่สงเสริมใหผูเรียนคนควาหาคำตอบดวยตนเอง เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาประวัติศาสตรส ๒๑๑๐๓ เรื่ อ ง วิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ประกอบด ว ยหัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู แบบทดสอบกอนเรียน เนื้อหา กิจกรรม แบบฝก และแบบทดสอบหลังเรียนพรอมเฉลย ซึ่งจะทำใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองและมีความเขาใจในเนื้อหาสาระไดเปนอยางดี อีกทั้งทำใหผูเรียนสะดวกต อ การศึ ก ษาหาความรู ไ ด ด ว ยตนเอง จึ ง นั บ ได ว า เป น เอกสารประกอบการเรียนที่มีประโยชนตอการเรียนการสอนเปนอยางยิ่ง ขอขอบคุณเจาของตำราที่นำมาอางอิงไวในเอกสารและนายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ ที่ใหคำปรึกษาจนเอกสารฉบับนี้มีความชัดเจนและสมบูรณยิ่งขึ้น ภัทรานิษฐ อิ่มศิล
  • 3. ข สารบัญเรื่อง หนาหนาคำนำ กสารบัญ ขคำชี้แจง คหนวยที่ ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร ๑ แบบทดสอบกอนเรียน ๓ เฉลยคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน ๖ ตอนที่ ๑ ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๗ กิจกรรมที่ ๑ ๑๒ แนวตอบกิจกรรมที่ ๑ ๑๓ ตอนที่ ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร ๑๔ กิจกรรมที่ ๒ ๑๘ แนวตอบกิจกรรมที่ ๒ ๑๙ กิจกรรมที่ ๓ ๒๐ แนวตอบกิจกรรมที่ ๓ ๒๑ ตอนที่ ๓ ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐาน ทางประวัติศาสตร ๒๒ กิจกรรมที่ ๔ ๒๗ แนวตอบกิจกรรมที่ ๔ ๒๘ ตอนที่ ๔ ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษา ประวัติศาสตรทองถิ่น และประวัติศาสตรสุโขทัย ๒๙ กิจกรรมที่ ๕ ๓๔ แนวตอบกิจกรรมที่ ๕ ๓๕ ตอนที่ ๕ ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย ๓๖ กิจกรรมที่ ๖ ๔๐ แนวตอบกิจกรรมที่ ๖ ๔๑ แบบทดสอบหลังเรียน ๔๒ เฉลยคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๔๕เอกสารอางอิง ๔๖
  • 4. ค คำชี้แจงสำหรับนักเรียน เอกสารประกอบการเรียนเลมนี้ นักเรียนสามารถศึกษาและเรียนรูไดดวยตนเอง กอนที่จะศึกษาและเรียนรูใหนักเรียนอานคำชี้แจง ดังนี้๑. ศึกษา หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหทราบวา เมื่อจบบทเรียน นักเรียนสามารถเรียนรูอะไร ไดบาง๒. ทำแบบทดสอบกอนเรียน จำนวน ๒๐ ขอแลวตรวจคำตอบ จากเฉลย๓. ศึกษาเนื้อหา สาระ รายละเอียดในตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๕๔. ทำกิจกรรมตามที่กำหนดใหดวยตนเอง ถาทำไมได หรือสงสัย ใหอานทบทวนเนื้อเรื่องใหม แลวตรวจคำตอบจากเฉลย๕. ทำแบบทดสอบหลังเรียน แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
  • 5. ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร 1 หนวยที่ เวลา ๗ คาบ วิธีการทางประวัติศาสตร หัวขอเรื่อง ๑. ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๒. วิธีการทางประวัติศาสตร ๓. ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทย ๔. ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่นและ ประวัติศาสตรสุโขทัย ๕. ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย ความนำ การศึกษาวิชาประวัติศาสตร หรือเรื่องราวในอดีตของมนุษยนั้น เปนกระบวนการไตสวนขอเท็จจริง เพื่ออธิบายและวิเคราะหเรื่องราวหรือเหตุการณที่เกิดขึ้นในอดีต โดยศึกษาสาเหตุและปจจัยที่ทำใหเกิดเหตุการณนั้นๆ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดตอมา ดังนั้น เพื่อใหไดขอเท็จจริงเกี่ยวกับอดีตของมนุษยที่ถูกตองมากที่สุดและมีอคตินอยที่สุด นักประวัติศาสตรจึงใชวิธีการศึกษาที่เรียกวา“วิธีการทางประวัติศาสตร” วิธีการทางประวัติศาสตร ประกอบดวยขั้นตอนตางๆ ๕ ขั้นตอน ไดแก การกำหนดปญหาหรือเรื่องที่จะศึกษา การรวบรวมหลักฐาน การตรวจสอบและประเมินหลักฐาน การตีความหลักฐานและการเรียบเรียงและนำเสนอ
  • 6. วิธีการทางประวัติศาสตร 2 สาระสำคัญ วิธีการศึกษาประวัติศาสตรที่ทำใหทราบเรื่องราวของมนุษยในอดีตไดอยางถูกตอง นาเชื่อถือตรงกับความจริงมากที่สุด เรียกวา วิธีการทางประวัติศาสตร โดยอาศัยจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรและหลักฐานที่ไมเปนลายลักษณอักษร เริ่มตั้งแตการกำหนดหัวเรื่อง การรวบรวมหลักฐานการประเมินคุณคาของหลักฐาน การตีความหลักฐานและการสังเคราะหขอมูล จุดประสงคการเรียนรู หลังจากศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมในหนวยนี้แลว ผูเรียนจะสามารถทำสิ่งตอไปนี้ได ๑. บอกความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตรได ๒. ระบุขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตรไดอยางถูกตอง ๓. อธิบายลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทยได ๔. อธิบายและตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษาประวัติศาสตร ทองถิ่น และประวัติศาสตรสุโขทัยได ๕. อธิบายตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยได
  • 7. วิธีการทางประวัติศาสตร 3 ประจำหนวยที่ ๒คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอคำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน กระดาษคำตอบ๑. ขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร ๔. การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร ที่มีความสำคัญที่สุดตอการเขียนผลงาน จะมี ค วามถู ก ต อ งสมบู ร ณ ม าก เป น ทางประวัติศาสตรใหสมบูรณ เพราะเหตุใด ก. การรวบรวมหลักฐาน ก. รัฐบาลใหการสนับสนุน ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ข. ประชาชนใหความสนใจ ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ค. มีหลักฐานในการคนความาก ง. ทุกขั้นตอนมีความสำคัญเทาเทียมกัน ง. นักประวัติศาสตรมีความสามารถ๒. เพราะเหตุใดจึงตองใชวิธีการทางประวัติ- ๕. ขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร ศาสตรในการศึกษาประวัติศาสตร คือขอใด ก. เพื่อจะไดเปนนักประวัติศาสตรที่มี ก. การสันนิษฐาน ชื่อเสียง ข. การลงประชามติ ข. เพื่ อ เปรี ย บเที ย บผลการศึ ก ษาใน ค. การรวบรวมขอมูล สาขาวิชาตางๆ ง. การกำหนดหัวเรื่อง ค. เพื่อคนหาความจริงจากหลักฐานทาง ๖. การศึกษาประวัติศาสตรจากหลักฐาน ประวัติศาสตร ชั้นรองมีขอดีอยางไร ง. เพื่อหาจุดประสงคของผูสรางหลักฐาน ก. ใหขอมูลที่เชื่อถือไดแนนอน ทางประวัติศาสตร ข. ไมตองนำมาวิเคราะหตีความ๓. บุ ค คลใดมี คุ ณ ลั ก ษณะพื้ น ฐานของ ค. เปนแนวทางในการศึกษาเบื้องตน นักประวัติศาสตรที่ดี ง. ไมตองเหนื่อยในการคนหาหลักฐาน ก. กลามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ๗. เราควรใชวิธีการทางประวัติศาสตรใน ข. แกวมีนิสัยลำเอียง เขาขางแตคนที่ การศึกษาประวัติศาสตรตามขอใด ตนรัก ก. เรื่องที่เราใหความสนใจ ค. เกงเชื่อที่คนอื่นพูดโดยไมไตรตรอง ข. เรื่องที่ผูอื่นศึกษาไวแลว ใหดีกอน ค. เรื่องที่ลึกลับเหนือธรรมชาติ ง. กองมีความละเอียดรอบคอบและ ง. เรื่ อ งที่ ท ำให เ กิ ด ความเสี ย หายแก เปดใจกวางรับฟงความเห็นทีแตกตาง ่ บุคคลอื่น
  • 8. วิธีการทางประวัติศาสตร 4 ๘. การตรวจสอบหลักฐานวาเปนของจริง ๑๓. ความรูใหมทางประวัติศาสตรที่ผานการ หรือไมเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง ศึกษาคนควาตีความแลวเปลี่ยนแปลง ประวัติศาสตร ไดหรือไม ก. การรวบรวมหลักฐาน ก. ได ขึ้นอยูกับนักประวัติศาสตร ข. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา ข. ไมได เพราะจะทำใหคนสับสน ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ค. ไมได เพราะผานการวเิ คราะหตความ   ี ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด มาแลวอยางดี หมวดหมูขอมูล ง. ได ขึ้นอยูกับขอมูลหลักฐานที่อาจมี ๙. การพิจารณาความนาเชื่อถือของหลักฐาน การคนพบเพิ่มเติมในภายหลัง ควรดูจากสิ่งใด ๑๔. ในการศึกษาประวัติศาสตรสมัยสุโขทัย ก. ขอมูลจากหลักฐาน ควรศึกษาจากแหลงขอมูลใด ข. จำนวนหลักฐานที่พบ ก. ตำนานมูลศาสนา ค. ความสมบูรณของหลักฐาน ข. จดหมายเหตุลาลูแบร ง. ความนาเชื่อถือของผูสรางหลักฐาน๑๐. การศึกษาเรื่องราวของมนุษยสมัยกอน ค. ศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช ประวัติศาสตรควรศึกษาจากหลักฐานใด ง. จดหมายเหตุฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต ก. ศิลาจารึก ๑๕. ขอความในศิลาจารึกวา “...เจาเมืองบ ข. หลักฐานทางโบราณคดี เอาจกอบในไพรลูทาง...” หมายความวา ค. พระราชพงศาวดาร เจาเมืองไม เก็บภาษีผานทาง ขอความนี้ ง. บันทึกของชาวตางชาติ จัดอยูในขั้นตอนใด๑๑. เพราะเหตุใดนักประวัติศาสตรจึงตีความ ก. การรวบรวมหลักฐาน ขอมูลจากหลักฐานชิ้นเดียวกันแตกตางกัน ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ก. มีความเชื่อตางกัน ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ข. มีความสนใจตางกัน ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด ค. มีจุดประสงคที่ตางกัน หมวดหมูขอมูล ง. มีความรูความสามารถตางกัน ๑๖. ในการนำตำนานมาใชเปนหลักฐานทาง๑๒. หากนักเรียนพบความขัดแยงของขอมูล ประวัติศาสตร ผูศึกษาควรใชวิธีการใด จากหลั ก ฐานต า งประเภทกั น ควรทำ จึงจะไดขอมูลที่นาเชื่อถือมากที่สุด อยางไร ก. นำมาใชกลาวอางไดเลย ก. ถือวาเปนขอมูลที่ไมนาเชื่อถือทั้งคู ข. ควรนำหลั ก ฐานอื่ น มาใช ศึ ก ษา ข. ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐาน ประกอบ อื่นตอไป ค. ถื อ ว า ข อ มู ล ถู ก ต อ งแต ต า งกั น ที่ ค. ตำนานเป น เรื่ อ งอิ ท ธิ ป าฎิ ห าริ ย ความเห็นของผูสราง นำมาใชเปนหลักฐานไมได ง. ตรวจสอบดูวาหลักฐานใดสรางกอน ง. ควรนำตำนานมาประชาพิ จ ารณ ยอมมีความนาเชื่อถือมากกวา เพื่อประเมินความนาเชื่อถือกอน
  • 9. วิธีการทางประวัติศาสตร 5๑๗. หลักฐานประเภทใดที่บันทึกเรื่องราวใน ๑๙. หากผลการศึกษาประวัติศาสตรของเรา อดีตภายใตการอุปถัมภของราชสำนัก มีความแตกตางกันจากขอมูลประวัติ- ก. พงศาวดาร ศาสตรที่มีอยูเดิมจะตองทำอยางไร ข. ตำนาน ก. แสดงขอมูลหลักฐานมาสนับสนุน ค. จดหมายเหตุ ข. กลับไปศึกษาใหมอีกครั้งเพื่อความ ง. บันทึกของชาวตางชาติ แนใจ๑๘. ขอใดคือปจจัยสำคัญที่ทำใหมีการบิดเบือน ค. ปรับผลการศึกษาใหสอดคลองกับ ขอเท็จจริงทางประวัติศาสตร ขอมูลที่มีอยูเดิม ก. ขอมูลขัดแยงกัน ง. นำเสนอผลการศึกษาโดยไมสนใจ ข. อคติของผูศึกษา ขอมูลที่มีอยูเดิม ค. ขอมูลไมสมบูรณ ๒๐. หลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร ข อ ใดอยู ง. ความยาวนานของเวลา ตางสมัยจากขออื่น ก. วัดพระศรีสรรเพชญ ข. จดหมายเหตุลาลูแบร ค. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ง. พระราชพงศาวดารกรุ ง เก า ฉบั บ หลวงประเสริฐฯ
  • 10. วิธีการทางประวัติศาสตร 6 Ẻ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕ ประจำหนวยที่ ๒ ¹ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ๑ ง ๑๑ ก๒ ค ๑๒ ข๓ ง ๑๓ ง๔ ค ๑๔ ค๕ ง ๑๕ ก๖ ข ๑๖ ข๗ ก ๑๗ ก๘ ค ๑๘ ข๙ ค ๑๙ ก๑๐ ข ๒๐ ค
  • 11. วิธีการทางประวัติศาสตร 7 µÍ¹·Õè ñ ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๑. ความหมายของประวัติศาสตร ประวัติศาสตร คือ การศึกษาเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยในอดีตจากหลักฐานที่มีการจดบันทึกไวหรือจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร และหลักฐานประเภทคำบอกเลา เชนตำนาน นิทานพื้นบาน รวมไปถึงวัตถุประจักษพยานตางๆ โดยอาศัยหลักฐานดังกลาววิเคราะหตีความ เพื่อสรางเรื่องราวประวัติศาสตร เรื่องราวประสบการณของมนุษยครอบคลุมทุกเรื่องทุกดานที่มนุษยไดทำ ไดคิด ไดสรางสรรค ทั้งที่เกี่ยวของกับการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปะวัฒนธรรม และเกี่ยวของกับคนทุกชนชั้น ทุกเพศวัย ทั้งนี้เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยไดถูกตอง ชัดเจนที่สุด ประวัติศาสตรของมนุษยเมื่อมีการบันทึกเปนลายลักษณ อักษรแลวเรียกวา “สมัยประวัติศาสตร” เริ่มตนเมื่อมนุษยรูจัก คิดคนตัวอักษรหรือตัวหนังสือขึ้นมาจดบันทึกเหตุการณตางๆ หรือเรื่องราวในชีวิตประจำวัน มนุษยเริ่มมีตัวหนังสือและจด บันทึกเมื่อราว ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ป ลวงมาแลว ที่เมโสโปเตเมีย (ปจจุบัน คือ ประเทศอิรัก) จากชวงเวลาดังกลาวจึงถือไดวา เปนการเริ่มสมัยประวัติศาสตรของมนุษยชาติ สำหรับชวงเวลา กอนหนานั้นเรียกวา “สมัยกอนประวัติศาสตร” อักษรยูนิฟอรมหรืออักษรลิ่ม ชาวสุเมเรียนประดิษฐขึ้นเมื่อราว ๓,๔๐๐ ปกอนคริสตศักราช ประวั ติ ศ าสตร มาจากคำว า History ในภาษาอังกฤษ รากศัพทเดิมเปนภาษากรีก คือ คื อ Historia แปลว า การค น คว า หรื อ วิ จั ย เดิมเปนชื่อหนังสือที่เฮโรโตตุส (Herodotus, ๔๘๔-๔๒๐ ปกอน ค.ศ.) แตงขึ้นคือ ประวัติศาสตรสงครามระหวางกรีกกับเปอรเชีย ดังนั้น ประวัติศาสตรจึงตองมีการคนควาและตรวจสอบหลักฐาน ขอมูลตางๆ อยางเปนระบบ โดยวิธีการทางประวัติศาสตร
  • 12. วิธีการทางประวัติศาสตร 8 ในการศึกษาเรื่องราว หรือประสบการณของมนุษยซึ่งมีมากมายนั้น นักประวัติศาสตรไมไดใชหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรเพียงอยางเดียว และหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรก็มีไมเพียงพอกับการศึกษาเรื่องราวของมนุษยดวย เพราะมนุษยไมไดจดบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไวอยางสมบูรณ หรือจดบันทึกไว เกิดการสูญหาย หรือถูกทำลายไปก็มี ดังนั้นนักประวัติศาสตรจึงตองใชหลักฐานดานอื่นๆมาประกอบการศึกษาประวัติศาสตรดวย เชน โบราณวัตถุ โบราณสถานศิลปวัตถุ ภาพวาด เครื่องประดับ เครื่องแตงกาย นอกจากนี้ มนุษยยังตองการรูเรื่องราวของผูคนในสมัยกอนประวัติศาสตรดวย นักประวัติศาสตรจึงตองอาศัยพึ่งพาความรูจากนักโบราณคดี ซึ่งเปนผูศึกษาเรื่องราวของมนุษยกอนการคิดคนตัวหนังสือและจดบันทึกไว การขุดคนแหลงโบราณคดีสมัยกอนประวัติศาสตร บริเวณบานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ปจจุบันนักประวัติศาสตรใชหลักฐานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น มากยิ่งกวาหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรหรือหลักฐานอื่นที่เคยใชมา หลักฐานอื่นๆ เชน ภาพถาย ภาพยนตร แถบวีดีทัศนแผนวีดีทัศน แถบบันทึกเสียง เปนตน
  • 13. วิธีการทางประวัติศาสตร 9 อยางไรก็ดีควรเขาใจวาความรูทางประวัติศาสตรที่นาเชื่อถือ ที่มีความถูกตอง ไมใชวาเพียงใชหลักฐานดังที่กลาวมา ในการเขียน การบันทึก ก็ถือวาเปนงานทางประวัติศาสตรดวย ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของงานทางประวัติศาสตรที่ดี ก็คือ ตองใชวิธีการศึกษาที่เหมาะสม ที่เรียกวา “วิธีทางประวัติศาสตร” ในการศึกษาคนควา เรียบเรียง และนำเสนอ ๒. ความสำคัญของประวัติศาสตร วิ ช าประวั ติ ศ าสตร มี ค วามสำคั ญ มาก และมี ค วามสำคั ญ มาเป น เวลานานแล ว ผู ไ ด รั บการยกยองใหเปนบิดาวิชาประวัติศาสตรของตะวันตก คือ “เฮโรโดตุส” (Herodotus ประมาณ ๔๘๔ –๔๒๐ ป ก อ นคริ ส ต ศั ก ราช) เป น ชาวกรี ก ส ว นผู ไ ด รั บ ยกย อ งให เ ป น บิ ด าวิ ช าประวั ติ ศ าสตร ข องโลกตะวันออก คือ “ซือหมา เชียน” (Sima Qian ประมาณ ๑๔๕ – ๘๕ ปกอนคริสตศักราช)เปนชาวจีน บิดาวิชาประวัติศาสตร บิดาวิชาประวัติศาสตร บิดาวิชาประวัติศาสตร ของโลกตะวันตก ของโลกตะวันออก ของไทย เฮโรโดตุส (ประมาณ ๔๘๔ – ซื่อหมา (ประมาณ ๑๔๕ – สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชา- ๔๒๐ ปกอนคริสตศักราช) ๘๕ ปกอนคริสตศักราช) นุภาพ (พ.ศ. ๒๔๐๕-๒๔๘๖) นั ก ประวั ติ ศ าสตร ช าวกรี ก เป น นักประวัติศาสตรชาวจีน สมัย ทรงเป น พระราชโอรสองค ผู บั น ทึ ก สงครามระหว า งกรี ก ราชวงศ ฮั่ น ตะวั น ตก ตรงกั บ ที่ ๕๗ ในพระบาทสมเด็ จ กับเปอรเซีย ซึ่งไดรับการยกยอง รั ช สมั ย จั ก รพรรดิ ฮั่ น อู ตี้ เป น พระจอมเกลาเจาอยูหัว ประสูติแต วาเปนวรรณกรรมรูปแบบใหม ผู ป ระพั น ธ ห นั ง สื อ “สื่ อ จี้ ” ซึ่ ง เจาจอมมารดาชุม ทรงประกอบ เพราะมีการเรียงลำดับเรื่อง มี แปลวา “บันทึกของนักประวัติ พระราชกรณียกิจตางๆ มากมาย การตั้งประเด็นปญหา ซึ่งกอให ศาสตร ” โดยได บั น ทึ ก สภาพ ซึ่งลวนเปนประโยชนแกบานเมือง เกิดการเรียนรูเกี่ยวกับพฤติกรรม การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และทรงเปนบุ คคลแรกๆ ที่ให มนุ ษ ย และคำว า “Historic” และประวัติศาสตรในระยะเวลา ความสนใจประวั ติ ศ าสตร ไ ทย ที่เขาใชในงานเขียนซึ่งกอนหนา ๓,๐๐๐ ป ตั้งแตบรรพกาลถึง โ ด ย ไ ด ท ร ง พ ย า ย า ม ค น ห า นี้มีความหมายวา “วิจัย” เพียง ราชวงศ ฮั่ น ตะวั น ตก นั บ เป น หลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร อย า งเดี ย วได ก ลายเป น คำใหม หนังสือประวัติศาสตรรวมหลาย ต า งๆ เพื่ อ แต ง ตำราเผยแพร คือคำวา “ประวัติศาสตร” ยุคสมัยเลมแรกของจีน ซึ่ ง เป น ประโยชน แ ก ก ารศึ ก ษา ประวัติศาสตรไทยมาก
  • 14. วิธีการทางประวัติศาสตร 10 ประวัติศาสตรมีความสำคัญ ดังนี้ ๑. ประวัติศาสตรใหความรูเกี่ยวกับความเปนมาของมนุษยทุกเรื่องทั้งความสำเร็จ ลมเหลวความรวมมือ ความขัดแยง การสรางสรรค การทำลาย ฯลฯ ซึ่งจะเปนบทเรียน เปนตัวอยางที่ดีที่คนรุนปจจุบันจะไดนำมาปฏิบัติในเรื่องที่ดี หรือหลีกเลี่ยง ปองกัน ไมใหเรื่องที่ดีเกิดซ้ำขึ้นมาอีก ๒. ประวัติศาสตรเปนรากฐานความเจริญของมนุษยในปจจุบัน มนุษยใชเวลาหลายปนับแตมีการคิดคนตัวหนังสือ หรือหลายหมื่น หลายแสนป ในการสรางสมอารยธรรมจนทำใหเรามีชีวิตที่สบายในปจจุบัน ความเจริญทั้งหลายในปจจุบันและในอนาคตยอมเปนผลมาจากประวัติศาสตรดังนั้น วิชาประวัติศาสตรทำใหเราชื่นชมและเห็นความสำคัญในการรักษามรดกทางอารยธรรม ๓. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความเฉลียวฉลาด มีเหตุผล มีความคิดที่ดี เพราะประวัติ-ศาสตรใหตัวอยางในบทเรียนที่ดีที่จะปฏิบัติตามหรือหลีกเลี่ยง และวิธีการทางประวัติศาสตรทำใหมนุ ษ ยมีวิธีการคิดอยางฉลาด เลือกเชื่อในเรื่องที่มีหลักฐานที่ดี ไมเชื่อเรื่องที่ไมมีหลักฐาน หรือหลักฐานไมดี ๔. ประวัติศาสตรใหบทเรียนทางจริยธรรม เพราะประวัติศาสตรแสดงใหเห็นผลการทำความดี ทำความชั่ว ผูทำความดีจะไดรับการยกยอง สวนผูทำความชั่วจะถูกประณามสาปแชงไมวาเวลาจะลวงเลยไปนานเพียงใดก็ตาม ๕. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษาคนควา และเขียนงานทางประวัติศาสตร โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร เมื่อคนควาและคัดลอกขอมูลจากหลักฐานใดๆตองทำดวยความละเอียดรอบคอบวาคนควาจากหลักฐานที่สำคัญๆ ครบถวน และคัดลอกขอมูลถูกตองทั้งทางภาษาและศักราช เมื่อเขียนรายงานทางประวัติศาสตร ตองนำขอมูลมาเปรียบเทียบเรื่องใดเกิดกอน เรื่องใดเกิดทีหลัง แตละเรื่องมีความสัมพันธกันมากนอยเพียงใด คำอธิบายหรือการวิเคราะหของผูเขียน มีความถูกตองและเปนกลางเพียงใด ในการอานและศึกษาหนังสือตางๆ ทางประวัติศาสตรก็เปนเชนเดียวกัน การทำความเขาใจในเหตุการณตางๆ ก็จะทำใหผูอาน อานดวยความละเอียดรอบคอบ พิจารณาการวิเคราะหของผูเขียนวามีเหตุผลและมีความถูกตองเพียงใด ดังนั้น วิชาประวัติศาสตรจึงทำใหผูศึกษา ผูเขียนงานทางประวัติศาสตรเปนคนละเอียดรอบคอบ หลักฐานทางประวัติศาสตร มีทั้งหลักฐานชั้นตน หลักฐานชั้นรอง การศึกษาประวัติศาสตร ตองใช วิธีการทางประวัติศาสตรมาศึกษาวิเคราะหอยาง ละเอียดรอบคอบ เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตองที่สุด
  • 15. วิธีการทางประวัติศาสตร 11 ๖. ประวัติศาสตรสอนใหเขาใจความแตกตางของอารยธรรม เพราะในประวัติศาสตรมีตัวอยางมากมายที่แสดงถึงความแตกตางของผูคนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน เชน ความแตกตางทางวัฒนธรรม ศาสนา ความแตกตางทางความคิดและการกระทำ ดังนั้น ผูศึกษาประวัติศาสตรจึงเปนคนใจกวาง เขาใจและยอมรับความคิดที่ตางกัน ประวัติศาสตรจึงชวยใหผูคนในโลกอยูรวมกันอยางสันติสุข กลาวโดยสรุปวิธีการทางประวัติศาสตรมีความสำคัญ คือทำใหทราบเรื่องราว กิจกรรมเหตุการณที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตรมีความนาเชื่อถือ มีความถูกตองเปนความจริง หรือใกลเคียงความเปนจริงมากที่สุด เพราะไดมีการศึกษาอยางเปนระบบ อยางมีขั้นตอน มีความระมัดระวังรอบคอบ ไมลำเอียง และเพื่อใหเกิดความนาเชื่อถือ
  • 16. วิธีการทางประวัติศาสตร 12 กิจกรรมที่ ๑คำสั่ง ใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ ๑. ประวัติศาสตร หมายถึงอะไร ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ๒. เพราะเหตุใดการศึกษาประวัติศาสตรจำเปนตองอาศัยความรูทางดานโบราณคดี ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ๓. การศึกษาประวัติศาสตรมีความสำคัญอยางไร ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................
  • 17. วิธีการทางประวัติศาสตร 13 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ñ๑. ประวัติศาสตร หมายถึงอะไร ตอบ ประวัติศาสตร คือ การศึกษาเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยในอดีตจากหลักฐานที่มี ............................................................................................................................................................................................ การจดบันทึกไวหรือจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร และหลักฐานประเภทคำบอกเลา เชน ............................................................................................................................................................................................ ตำนาน นิทานพื้นบาน ............................................................................................................................................................................................๒. เพราะเหตุใดการศึกษาประวัติศาสตรจำเปนตองอาศัยความรูทางดานโบราณคดี ตอบ เพราะในการศึกษาเรื่องราว หรือประสบการณของมนุษยซึ่งมีมากมายนั้น นักประวัติศาสตร ............................................................................................................................................................................................ ไมไดใชหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรเพียงอยางเดียว และหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรก็มี ............................................................................................................................................................................................ ไมเพียงพอกับการศึกษาเรื่องราวของมนุษยดวย เพราะมนุษยไมไดจดบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไว ............................................................................................................................................................................................ อยางสมบูรณ หรือจดบันทึกไว เกิดการสูญหาย หรือถูกทำลายไปก็มี ดังนั้นนักประวัติศาสตรจึง ............................................................................................................................................................................................ ตองใชหลักฐานดานอื่นๆมาประกอบการศึกษาประวัติศาสตรดวย เชน โบราณวัตถุ โบราณสถาน ............................................................................................................................................................................................ ศิลปวัตถุ ภาพวาด เครื่องประดับ เครื่องแตงกาย นอกจากนี้ มนุษยยังตองการรูเรื่องราวของผูคน ............................................................................................................................................................................................ ในสมัยกอนประวัติศาสตรดวย นักประวัติศาสตรจึงตองอาศัยพึ่งพาความรูจากนักโบราณคดี ซึ่งเปน ............................................................................................................................................................................................ ผูศึกษาเรื่องราวของมนุษยกอนการคิดคนตัวหนังสือและจดบันทึกไว ............................................................................................................................................................................................๓. การศึกษาประวัติศาสตรมีความสำคัญอยางไร ตอบ ๑. ประวัติศาสตรใหความรูเกี่ยวกับความเปนมาของมนุษยทุกเรื่องทั้งความสำเร็จ ............................................................................................................................................................................................ ลมเหลว ความรวมมือ ความขัดแยง การสรางสรรค การทำลาย ฯลฯ ............................................................................................................................................................................................ ๒. ประวัติศาสตรเปนรากฐานความเจริญของมนุษยในปจจุบัน ............................................................................................................................................................................................ ๓. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความเฉลียวฉลาด มีเหตุผล มีความคิดที่ดี เพราะ ............................................................................................................................................................................................ ประวัติศาสตรใหตัวอยางในบทเรียนที่ดีที่จะปฏิบัติตามหรือหลีกเลี่ยง ............................................................................................................................................................................................ ๔. ประวัติศาสตรใหบทเรียนทางจริยธรรม เพราะประวัติศาสตรแสดงใหเห็นผลการ ............................................................................................................................................................................................ ทำความดี ทำความชั่ว ............................................................................................................................................................................................ ๕. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษาคนควา และ ............................................................................................................................................................................................ เขียนงานทางประวัติศาสตร โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร ............................................................................................................................................................................................ ๖. ประวัติศาสตรสอนใหเขาใจความแตกตางของอารยธรรม เพราะในประวัติศาสตร ............................................................................................................................................................................................ มีตัวอยางมากมายที่แสดงถึงความแตกตางของผูคนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ............................................................................................................................................................................................
  • 18. วิธีการทางประวัติศาสตร 14 µÍ¹·Õè ò ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๑. ความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตร วิธีการทางประวัติศาสตร หมายถึง ขั้นตอน หรือวิธีการที่นักประวัติศาสตรหรือผูศึกษาทางดานประวัติศาสตรใชเพื่อศึกษา คนควา และเรียบเรียงเหตุการณทางประวัติศาสตรจากหลักฐานตางๆ เพื่อใหไดขอมูลที่มีความถูกตองและชัดเจนมากที่สุด เนื่องจากมีหลักฐานทางประวัติศาสตรไมสมบูรณและมีไมมาก หลักฐานบางเรื่อง บางคนมีความนาเชื่อถือ ถูกตอง ไมลำเอียง แตมีหลักฐานบางเรื่อง ไมนาเชื่อถือ ไมถูกตองลำเอียงหรือเป น ของปลอม ดั ง นั้ น การเลื อ กใช ห ลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร จึ ง ต อ งมี ก ารตรวจสอบ ประเมิ นความนาเชื่อถือ และวิเคราะหอยางละเอียดรอบคอบ เพื่อใหไดขอมูลที่นาเชื่อถือ ถูกตอง เมื่อมีการเรียบเรียงขอมูลเพื่ออธิบายเหตุการณทางประวัติศาสตร นักประวัติศาสตรหรือผูศึกษาทางดานประวัติศาสตร ก็จะตองเขียนดวยความเปนกลาง ไมลำเอียง ไมนำตนเองไปผูกพันกับเรื่องราวหรือเหตุการณทางประวัติศาสตร อี ก ทั้ ง จะต อ งเข า ใจสภาพการณ ต า งๆในอดี ต ว า มี ค วามแตกต า งกั บ ป จ จุ บั น คื อ ไม น ำสภาพการณปจจุบัน ความเจริญที่เปนอยูในปจจุบันไปประเมินตัดสินอดีต เพราะในอดีตยอมมีสภาพการณ ต ลอดจนความเจริ ญ ไม เ หมื อ นกั บ ป จ จุ บั น ดั ง นั้ น วิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร จึ ง มีความสำคั ญ เพื่ อ ที่ จ ะทำให ไ ด เรื่ อ งราวทางประวั ติ ศ าสตร ที่ มี ค วามถู ก ต อ ง เที่ ย งตรง สมบู ร ณมีความนาเชื่อถือมากที่สุด ๒. ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร การศึกษาทางประวัติศาสตรของทุกชาติ จะมีขั้นตอนที่มีแบบแผนเดียวกัน คือ มีประเด็นที่จะศึกษาคนควา มีการรวบรวมหลักฐาน การประเมินคุณคาของหลักฐาน การเลือกสรรและจัดความสัมพันธของขอมูล หรือการวิเคราะห สังเคราะหขอมูล และการเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ๑. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา ๒. การรวบรวมหลักฐาน ๓. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ๔. การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล ๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
  • 19. วิธีการทางประวัติศาสตร 15๑. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา เป น ขั้ น ตอนแรกของวิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ซึ่ ง เป น เรื่ อ งที่ นักประวัติศาสตรหรือผูสนใจทางประวัติศาสตรมีความสนใจ อยากรู สงสัย จึงตั้งประเด็นหรือหัวขอที่ตองการศึกษาขึ้นมา๒. การรวบรวมหลักฐาน เปนขั้นตอนที่ ๒ ของวิธีการทางประวัติศาสตร โดยนักประวัติศาสตรหรือ ผูสนใจทางประวัติศาสตร ทำการรวบรวมหลักฐานตางๆ ทั้งหลักฐานชั้นตนและ หลักฐานชั้นรอง คือเอกสารหรือหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่อยากรูหรือสนใจ ในการรวบรวมหลักฐาน ควรเริ่มดวยการศึกษาหลักฐานชั้นรองที่เกี่ยวกับ เรื่องโดยตรงกอน เพื่อใหเขาใจและมีความรูเกี่ยวกับเรื่องที่ตองการศึกษา และ รวบรวมความคิดของผูที่ศึกษาเรื่องดังกลาวมากอน แลวจึงไปคนควาจากหลักฐาน ชั้นตน ซึ่งจะทำใหไดรายละเอียดมากขึ้น และอาจมีแนวคิดเพิ่มเติมขึ้นจากที่มีผู ศึกษาไวแตเดิม แตถาไปเริ่มตนรวบรวมจากหลักฐานชั้นตนกอนโดยยังไมได ศึกษาหลักฐานชั้นรอง จะทำใหการศึกษาหลักฐานชั้นตนเขาใจไดยาก อนึ่ ง ในการรวบรวมหลั ก ฐาน ผู ศึ ก ษาประวั ติ ศ าสตร ที่ ดี ค วรรวบรวม หลักฐานจากหลายทางตามลักษณะและความสำคัญของประเด็นศึกษา คืออาจ มีการใชหลักฐานที่ไมใชลายลักษณ เชน หลักฐานทางโบราณคดี มานุษยวิทยา มาประกอบเพื่อใหไดเรื่องราวทางประวัติศาสตรที่ชัดเจนและสมบูรณ
  • 20. วิธีการทางประวัติศาสตร 16๓. การประเมินคุณคาของหลักฐาน เปนการประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน เพราะหลักฐาน บางอยางอาจเปนของปลอม หรือเลียนแบบของเกา หรือเขียนโดยบุคคลที่ไมเห็น เหตุการณโดยตรงแลวมาบันทึกไวเสมือนไดรูเห็นเหตุการณเอง หรือแมจะรูเห็น เหตุการณโดยตรง แตอาจมีความลำเอียงเขาขางฝายใดฝายหนึ่ง ไมวางตัวเปน กลาง การวิเคราะหหลักฐานแบงเปน ๒ วิธีดังนี้ ๑) การประเมินภายนอก เปนการประเมินหลักฐานที่ปรากฏภายนอกวา เปนของแท ถูกตองตามยุคสมัยหรือไม เชน กระดาษที่บันทึกเปนของจริงหรือไม สมัยนั้นมีกระดาษแบบนี้ใชหรือยัง วัสดุที่ใชเขียนเปนของรวมสมัยหรือไม ๒) การประเมินภายใน เปนการประเมินหลักฐานวาถูกตองทั้งหมดหรือไม เชน การกลาวถึงตัวบุคล สถานที่ เหตุการณวาถูกตอง มีจริงอยูในยุคสมัยของ หลักฐานนั้นหรือไม หรือแมแตสำนวนภาษาวาในสมัยนั้นใชกันหรือยัง๔. การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล เปนขั้นตอนตอจากที่ไดรวบรวมหลักฐาน และวิเคราะหความนาเชื่อถือ นั้นๆ แลว ขอมูล คือ เรื่องราวตางๆ ทางประวัติศาสตรที่ปรากฏในหลักฐาน ที่ ร วบรวมและวิ เ คราะห แ ล ว จากหลั ก ฐานที่ เชื่ อ ถื อ ได จ ากนั้ น จึ ง นำข อ มู ล มา วิเคราะห คือ แยกประเภท โดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอนหลัง และ ความสำคัญของขอมูล แลวทำการสังเคราะห คือจัดเหตุการณเรื่องราวเดียวกัน และเกี่ยวของสัมพันธกันไวดวยกันและศึกษาความตอเนื่อง การเปลี่ยนแปลง ของเหตุการณ ตลอดจนปจจัยตางๆที่มีความสำคัญตอเหตุการณ๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ เป น การเรี ย บเรี ย งข อ มู ล ที่ ไ ด ค น คว า วิ เ คราะห แ ละสั ง เคราะห ม าแล ว เพื่อนำเสนอขอมูลในลักษณะที่เปนคำตอบหรืออธิบายความอยากรู ขอสงสัย ตลอดจนความรูใหม ความคิดใหมที่ไดจากการศึกษาคนควานั้น ในรูปแบบ การเขียนรายงานอยางมีเหตุผล
  • 21. วิธีการทางประวัติศาสตร 17 กลาวโดยสรุปการศึกษาประวัติศาสตรดวยขั้นตอนหรือวิธีการทางประวัติศาสตร ดังที่กลาวมานี้ ทำใหประวัติศาสตรเปนเรื่องราวของการสืบสวน คนควา วิเคราะหอยางมีหลักเกณฑ มีเหตุผลมีหลักฐานอางอิงประกอบ ซึ่งคลายกับวิธีการทางวิทยาศาสตร อยางไรก็ดี วิธีการทางประวัติศาสตรทำได เ พี ย งการคิ ด ทบทวนในขั้ น ตอนต า งๆของวิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร เ ท า นั้ น แต ไ ม ส ามารถทำให เ หตุ ก ารณ เ กิ ด ขึ้ น ได จ ริ ง อี ก เพราะเหตุ ก ารณ ท างประวั ติ ศ าสตร เ กิ ด ขึ้ น เพี ย งครั้ ง เดี ย วเทานั้น การศึกษาประวัติศาสตรจะใหประโยชน แกผูศึกษาหลายประการ ที่สำคัญมีดังนี้ ๑. ช ว ยให มี ค วามรู ก ว า งขวาง เป น คนทั น สมั ย ทั น โลก จากการเรี ย นรู ประสบการณของมนุษยนอกเหนือจากประสบการณจริงของผูศึกษา ๒. ชวยพัฒนาบุคลิกภาพใหเปนคนมีนิสัย สติปญญา และความฉลาดอยาง รอบคอบ ๓. ชวยใหเปนคนมีเหตุผล สามารถเผชิญกับวิกฤตการณตางๆ ไดอยางสุขุม และสามารถแกไขไดอยางมีประสิทธิภาพ ๔. ชวยสรางความมีมนุษยสัมพันธ ความสามัคคี ตลอดจนยอมรับในคุณคา ของความเปนมนุษยและความสามารถของแตละบุคคล
  • 22. วิธีการทางประวัติศาสตร 18 กิจกรรมที่ ๒คำสั่ง ใหนักเรียนนำหมายเลขขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตรในกรอบสี่เหลี่ยม ไปใสลงในชองวางใหสัมพันธกัน ๑. ๒. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา การรวบรวมหลักฐาน ๓. ๔. การวิเคราะห สังเคราะห การประเมินคุณคาของหลักฐาน และการจัดหมวดหมูขอมูล ๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ๑. การประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน กรอบที่ .......................................... ๒. การเลือกเรื่องหรือประเด็นที่ตนเองสนใจหรืออยากรู กรอบที่ ........................................... ๓. การนำเสนอความรูใหมที่ไดจากการศึกษาคนควาในรูปแบบการเขียนรายงานอยางมีเหตุผล กรอบที่ ........................................... ๔. การนำขอมูลมาวิเคราะหโดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอน – หลังและนำมาสังเคราะห โดยจัดเหตุการณที่เกี่ยวของกันไวดวยกัน กรอบที่ ........................................... ๕. การรวบรวมหลักฐานในหัวขอที่ตองการศึกษาทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรอง กรอบที่ ...........................................
  • 23. วิธีการทางประวัติศาสตร 19 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ò๑. การประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน กรอบที่ ๓ กรอบที่ ..........................................๒. การเลือกเรื่องหรือประเด็นที่ตนเองสนใจหรืออยากรู กรอบที่ ๑ กรอบที่ ...........................................๓. การนำเสนอความรูใหมที่ไดจากการศึกษาคนควาในรูปแบบการเขียนรายงานอยางมีเหตุผล กรอบที่ ๕ กรอบที่ ...........................................๔. การนำขอมูลมาวิเคราะหโดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอน – หลังและนำมาสังเคราะห โดยจัดเหตุการณที่เกี่ยวของกันไวดวยกัน กรอบที่ ๔ กรอบที่ ...........................................๕. การรวบรวมหลักฐานในหัวขอที่ตองการศึกษาทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรอง กรอบที่ ๒ กรอบที่ ...........................................
  • 24. วิธีการทางประวัติศาสตร 20 กิจกรรมที่ ๓คำสั่ง ใหนักเรียนพิจารณาขอความดานซายมือ วาเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง ประวัติศาสตรแลวเติมคำตอบลงในชองวางดานขวามือ ผูศึกษาจะตองถามตนเองเกี่ยวกับประเด็น .................................๑. ปญหาที่ตองการศึกษา เชน ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม ................................. ผู ศึ ก ษาต อ งพยายามค น หาและรวบรวม หลักฐานทางประวัติศาสตรที่เกี่ยวของกับ .................................๒. เรื่องที่ตนตองการศึกษาใหมากที่สุดเทาที่จะ ................................. หาได การพิจารณาลักษณะภายนอกของหลักฐาน แล ว ตั ด สิ น ว า เป น ของจริ ง หรื อ ของปลอม .................................๓. หรื อ การพิ จ ารณาข อ มู ล หรื อ เนื้ อ หาใน ................................. หลักฐาน แลวตัดสินวาเชื่อถือไดหรือไม การทำความเขาใจวา หลักฐานนั้นมี .................................๔. ความหมายวาอยางไร บอกขอเท็จจริง อะไรบาง ................................. การนำเอาขอเท็จจริงตางๆ หรือที่ตีความ๕. ไดมาเรียบเรียงเขาดวยกันใหเปนเรื่องราวที่ ................................. ใกลเคียงกับความเปนจริงที่เกิดขึ้นในอดีต ................................. ใหมากที่สุด การเผยแพร ค วามจริ ง ที่ ค น คว า ตี ค วามได .................................๖. ไปสู ที่ อื่ น ด ว ยวิ ธี ก ารต า งๆ เช น บรรยาย อภิปราย เขียนรายงาน เขียนบทความ เปนตน .................................
  • 25. วิธีการทางประวัติศาสตร 21 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ó ผูศึกษาจะตองถามตนเองเกี่ยวกับประเด็น การกำหนดหัวเรื่อง .................................๑. ปญหาที่ตองการศึกษา เชน ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม ที่จะศึกษา ................................. ผู ศึ ก ษาต อ งพยายามค น หาและรวบรวม การรวบรวม หลักฐานทางประวัติศาสตรที่เกี่ยวของกับ .................................๒. เรื่องที่ตนตองการศึกษาใหมากที่สุดเทาที่จะ หลักฐาน ................................. หาได การพิจารณาลักษณะภายนอกของหลักฐาน การประเมินคุณคา แล ว ตั ด สิ น ว า เป น ของจริ ง หรื อ ของปลอม .................................๓. หรื อ การพิ จ ารณาข อ มู ล หรื อ เนื้ อ หาใน ของหลักฐาน ................................. หลักฐาน แลวตัดสินวาเชื่อถือไดหรือไม การทำความเขาใจวาหลักฐานนั้นมี การวิเคราะห สังเคราะห .............................................๔. ความหมายวาอยางไร บอกขอเท็จจริง อะไรบาง และการจัดหมวดหมูขอมูล ............................................ การนำเอาขอเท็จจริงตางๆ หรือที่ตีความ๕. ไดมาเรียบเรียงเขาดวยกันใหเปนเรื่องราวที่ การตีความ ................................. ใกลเคียงกับความเปนจริงที่เกิดขึ้นในอดีต ................................. ใหมากที่สุด การเผยแพร ค วามจริ ง ที่ ค น คว า ตี ค วามได การเรียบเรียง .................................๖. ไปสู ที่ อื่ น ด ว ยวิ ธี ก ารต า งๆ เช น บรรยาย อภิปราย เขียนรายงาน เขียนบทความ เปนตน หรือการนำเสนอ .................................
  • 26. วิธีการทางประวัติศาสตร 22 µÍ¹·Õè ó ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐาน ทางประวัติศาสตรไทย ๑. ลักษณะของหลักฐานทางประวัติศาสตร หลักฐานทางประวัติศาสตรไทยเปนลายลักษณอักษรโดยทั่วไปกลาวไดวาไมคอยสมบูรณเพราะคนไทยไมคอยชอบจดบันทึก จึงทำใหมีหลักฐานทางประวัติศาสตรนอย นอกจากนี้หลักฐานบางอยางยังถูกทำลายไปจากศึกสงคราม รวมทั้งการที่อากาศรอนชื้นทำใหหลักฐานเสียหายเร็ว การที่ในสมัยกอน (จนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว พ.ศ.๒๓๖๗ -๒๓๗๔)คนไทยยังจดคัดลอกขอมูลทางประวัติศาสตรทั้งหลายดวยลายมือ เพราะยังไมมีระบบการพิมพหรือการที่ถือวาวิชาประวัติศาสตรเรียนรูกันเฉพาะเจานายหรือคนระดับสูงเทานั้น ดวยสาเหตุทั้งหลายประกอบกัน จึงทำใหการศึกษาประวัติศาสตรโดยเฉพาะในสมัยโบราณตองมีการสันนิษฐานกันมาก ๒. ประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทย หลักฐานทางประวัติศาสตรไทย สามารถแบงเปนประเภทใหญๆ ได ๒ ประเภท คือหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร กับหลักฐานที่ไมเปนลายลักษณอักษร ในที่นี้จะยกตัวอยางหลักฐานแตละประเภทใหเขาใจพอสังเขป ดังนี้ ๑) หลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร ประกอบดวย (๑) ตำนาน เป น เรื่ อ งที่ เ ล า ต อ ๆ กั น มาด ว ยวาจา ตอมาภายหลังจึงมีการจดบันทึกและพิมพเผยแพร ดังนั้นเรื่ อ งที่ อ ยู ใ นตำนานอาจถู ก เปลี่ ย นแปลงจากเรื่ อ งเดิ ม ได เพราะการลืมความไมแมนยำในการจดจำ การแตงเติมเรื่อง การไมใชความสำคัญในเรื่องกาลเวลา จึงมีการกลาวถึงกาลเวลาอยางกวางๆเรื่องที่ปรากฏในตำนานมักกลาวถึงเรื่องในพระพุทธศาสนา เรื่องราวของบุคคล เรื่องราวของปูชนียสถาน เชน ตำนาน มูลศาสนา ตำนานจามเทวี ว งศ ตำนานพระแก ว มรกต ตำนานชิ น กาลมาลี ป กรณเปนตน ตำนานจึงสะทอนใหเห็นความเชื่อ ความศรัทธา คติชาวบานฯลฯ ดังนั้น ตำนานจึงมีประโยชนในการศึกษาประวัติศาสตรไทยอยูมาก แตก็ตองใชความระมัดระวังและตรวจสอบ ตำนานพญาคันคาก เปนตำนานแสดงความเชื่อของกับหลักฐานอื่นๆ ดวย เชน หลักฐานทางโบราณคดี ชาวอีีกรรมสำคัญชนสองฝกาลมาลีปกรณ ตเปนกตำนาน์ ในพิธ สานและชุม และชิน งโขงเกี่ยวกับสั วศั ดิ์สิทธิเปนตน เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตรลานนา
  • 27. วิธีการทางประวัติศาสตร 23 (๒) จารึ ก ทำขึ้ น เพื่ อ ใช อ ธิ บ ายเรื่ อ งราวเหตุ ก ารณ ที่ เ กิ ด ในสั ง คม โดยมี จุ ด มุ ง หมายอย า งใดอย า งหนึ่ งจารึกของไทยปรากฏในหลายลักษณะ เชน จารึกบนแทนศิลาหรือแผนศิลา เรียกวา ศิลาจารึกจารึกลงบนแผนทอง เรียกวาจารึกลานทอง จารึกลงบนแผนเงิน เรียกวา จารึกลานเงิน จารึกหรือจารบนใบลาน เรียกวา หนังสือใบลาน จารึกเปนหลักฐานทางประวัติศาสตรไทยที่มีความ จารึกลานทอง พบที่วัดสองคบสำคัญมาก โดยเฉพาะในสมัยสุโขทัย จารึกที่คนพบในประเทศไทย อ.เมือง จ.ชัยนาทมีประมาณ ๕๐๐ ชิ้น เปนเอกสารชั้นตนที่นาเชื่อถือเพราะเขียน อักษรขอม-อักษรไทย สมัยอยุธยา พ.ศ.๑๙๕๑ขึ้ น เพี ย งครั้ ง เดี ย ว ไม มี ก ารคั ด ลอก แก ไข ซึ่ ง มี ป ระโยชน ใ นการสรางกรอบกำหนดเหตุการณตามวันเวลาสามารถใหขอมูลทางดานสังคมและเศรษฐกิจไดเปนอยางดี และชวยใหศึกษาวัฒนธรรมทองถิ่นไดอยางลึกซึ้งยิ่งขึ้น ศิลาจารึกที่สำคัญ เชน ศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ หรือศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช จารึกวัดศรีชุมหรือศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ ๒ ซึ่งถือเปนหลักฐานที่สำคัญที่นักประวัติศาสตรใชเปนขอมูลในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยอย า งไรก็ ต ามจารึ ก มี ข อ จำกั ด ทางด า นภาษาและการตี ค วามเพราะสำนวนภาษาในจารึ ก มี อ ายุ ห ลายร อ ยป ข อ ความในจารึก จึงอาจจะมีความแตกตางไปจากภาษาในปจจุบัน ทำใหนั ก ประวั ติ ศ าสตร อ าจตี ค วามผิ ด ได นอกจากนี้ ตั ว อั ก ษรของจารึกก็อาจไมชัดเจนทำใหอานยาก จารึกวัดศรีชุม หรือศิลาจารึกสุโขทัย หลั ก ที่ ๒ เป น หลั ก ฐานที่ ส ำคั ญ อี ก ชิ้ น หนึ่ ง พบที่ วั ด ศรี ชุ ม อ.เมื อ ง จ.สุโขทัย หนังสือใบลาน เปนเอกสารโบราณที่ใชบันทึกพระธรรม คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา และบันทึกเรื่องราวตางๆ ในอดีต คนไทยโบราณนิยมเรียกวา “คัมภีรใบลาน” เพราะสวนใหญ จะจดจารพระธรรมและบทสวดมนตตางๆ รวมทั้งเรื่องราว เกี่ยวกับพุทธประวัติ หนังสือใบลาน ทำจากใบของตนลาน ซึ่งมีลักษณะคลายตนตาล กอนจะนำมาจาร เปนเอกสารนั้น ตองผานกรรมวิธีหลายขั้นตอน เชน ทำใบลานใหเรียบไมโคงงอหรือบิดไป บิดมา เปนตน เสนอักษรในหนังสือใบลานสวนมากเปนเสนจาร เสนชุบหมึก และเสนทอง ก็มีบางแตเปนสวนนอย อุปกรณที่มักใชคูกับคัมภีรใบลาน คือ กากะเยีย มีไวสำหรับใชเปน ที่วางคัมภีรใบลาน เพื่อใชอานและแปลหนังสือใบลานโดยเฉพาะ
  • 28. วิธีการทางประวัติศาสตร 24 (๓) พงศาวดาร เปนการบันทึกเรื่องราวในอดีตภายใตการอุปถัมภของราชสำนัก เนื้อหาในพงศาวดารจะเนนเหตุ ก ารณ เ กี่ ย วกั บ อาณาจั ก รและกษั ต ริ ย ที่ ป กครองอาณาจั ก รนั้ น ๆ พงศาวดารที่ มี อ ยู ใ นป จ จุ บั น มี เ นื้ อ หา ๓ ประเภทใหญๆ คือ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทรจนถึงตนรัชกาลที่ ๕ พงศาวดารทองถิ่นและประเทศเพื่อนบานอย า งไรก็ ต าม แม ว า พงศาวดารจะไม ใ ห ค วามสำคั ญ เกี่ ย วกั บสามัญชนทั่วไปและบางเรื่องยังเกี่ยวกับเรื่องไมปกติ แตก็เปนหลักฐานที่มีประโยชนและทรงคุณคามากในการศึกษาประวัติศาสตรโดยเฉพาะสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงรัตนโกสินทรจนถึงตนรัชกาลที่ ๕ พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐฯ เปนพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา (๔) บันทึกของชาวตางชาติ ชาวตางชาติที่เดินทางเขามาในดินแดนประเทศไทยสมัยตางๆ มีทั้งเปนนักการทูต พอคา นักเผชิญโชค ไดบันทึกเรื่องราวตางๆ ทั้งที่เกี่ยวกับประวัติ-ศาสตร ภูมิศาสตร วัฒนธรรม การดำรงชีวิต เปนตน ทำใหเราไดทราบเหตุการณทางประวัติศาสตรไทยมากขึ้นกวาเดิม บันทึกที่สำคัญของชาวตางชาติในสมัยอยุธยา เชน พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต พอคาชาวฮอลันดาที่มาประจำที่กรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระเจาปราสาททองจดหมายเหตุลาลูแบร โดย ซิมองค เดอ ลา ลูแบร ราชทูตชาวฝรั่งเศสที่เขามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในสมั ย สมเด็ จ พระนารายณ ม หาราช ในสมั ย รั ต นโกสิ น ทร มี บั น ทึ ก ของชาวต า งชาติ ม ากขึ้ นเชน เลาเรื่องกรุงสยาม ของสังฆราชปาลเลอกัวซ ผูเผยแพรศาสนาคริสตในเมืองไทยเปนเวลานานอยางไรก็ตาม เนื่องจากชาวตางชาติมีพื้นฐานทางความคิด วัฒนธรรมที่แตกตางจากคนไทย จึงอาจทำใหการเขาใจผิดในวัฒนธรรมของไทยในบางเรื่อง เพราะฉะนั้นในการศึกษาจึงตองระมัดระวังในประเด็นเหลานี้ ภาพวาดลาลูแบร หัวหนาคณะทูตฝรั่งเศส แผนที่กรุงศรีอยุธยาในจดหมายเหตุลาลูแบร ฉบับภาษาอังกฤษ พิมพที่ประเทศ ที่เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรี- อังกฤษ เมื่อ พ.ศ.๒๒๓๖ ซึ่งตรงกับตนสมัยสมเด็จพระเพทราชา อยุธยา เมื่อ พ.ศ.๒๒๓๐
  • 29. วิธีการทางประวัติศาสตร 25 (๕) จดหมายเหตุ เป น หลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร ป ระเภทพงศาวดาร แต แ ตกต า งกั น ตรงที่จดหมายเหตุเปนการบันทึกรวมสมัย บอกเกี่ยวกับวัน เวลาที่มีเหตุการณเกิดขึ้นมีลักษณะเดนเรื่องการใหรายละเอียดและความถูกตองในเรื่องเวลา พรอมทั้งแทรกความคิดเห็นของผูบันทึกลงไปดวย จดหมายเหตุแบงออกเปนหลายประการไดแก จดหมายเหตุของหลวง จดหมายเหตุโหร จดหมายเหตุของบุคคล และเอกสารคำใหการของรัฐหรือฝายปกครอง (๖) เ อ ก ส า ร ท า ง ร า ช ก า ร เ ป นเอกสารที่ เ กี่ ย วกั บ การบริ ห ารราชการและการปกครอง หนังสือจดหมายเหตุบางกอกกรีคอรเดอรที่ รั ฐ บาลมี ต อ ข า ราชการทั้ ง ส ว นกลางและส ว นภู มิ ภ าค เปนหลักฐานทางประวัติศาสตรที่ใชศึกษาเช น รายงานการตรวจสอบราชการรายงานความคิ ด เห็ น สภาพสังคมและความเปนอยูของคนไดเปน อยางดีเพื่อกราบบังคมทูล รายงานการประชุม เปนตน กอนสมัยรัตนโกสินทรเอกสารทางราชการสวนใหญไดเสียหายชำรุดไปมาก ประกอบกับในสมัยโบราณยังไมมีระบบจัดการเอกสารราชการจนกระทั่งไดมีการตั้งกระทรวง ทบวง กรม ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕จึงไดเริ่มจัดเก็บเอกสารอยางเปนระบบ โดยเก็บไวที่หอจดหมายเหตุแหงชาติ เปนแหลงสำคัญ ๒) หลั ก ฐานที่ ไ ม เ ป น ลายลั ก ษณ อั ก ษร หลั ก ฐานที่ ไ ม เ ป น ลายลั ก ษณ อั ก ษรมี ห ลายประเภท ทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ เชน แนวพระราชวังเกา แนวเมืองเกา แหลงโบราณคดีตางๆ เจดีย ปรางค โบสถ วิหาร ผลงานศิลปะ เครื่องแตงกาย เครื่องมือ เครื่องใช เป น ต น สามารถนำมาใช ป ระกอบการศึ ก ษาประวั ติ ศาสตรในสมัยตางๆ ไดเปนอยางดี เพื่อจะไดเขาใจวิถี ชีวิตของคนไทยได ดีขึ้น หอจดหมายเหตุแหงชาติ ตั้งอยูในบริเวณหอสมุดแหงชาติ เปนสถานที่เก็บรักษาเอกสารทางราชการ ประวัติศาสตร และศิลปวัฒนธรรมของชาติ อาจกลาวไดวา หลักฐานทั้งสองประเภทสามารถใชเปนขอมูลไดทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรอง ซึ่งในการศึกษาคนควาหลักฐานจะตองมีการตรวจสอบและประเมินความนาเชื่อถือของหลักฐานนั้นๆ เสียกอน เพื่อไมใหขอมูลคลาดเคลื่อนและบิดเบือนไปจากความเปนจริงได
  • 30. วิธีการทางประวัติศาสตร 26 แหลงรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร หลักฐานทางประวัติศาสตรแตละประเภท ที่นักเรียนกำลังศึกษาอยููนี้ หากมีความประสงค จะไปสื บ ค น สามารถค น คว า จากแหล ง ที่ ม าได หลายแหล ง ด ว ยกั น เช น จากหนั ง สืื อ และสื่ อ สิ่งพิมพตางๆ หรือเอกสารแนะนำโบราณสถาน สมุดไทย คัมภีรใบลาน สำเนาจารึก ซึ่งถาเปน ของทางราชการจะเก็บรักษาไวที่หอสมุดแหงชาติ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค สวนศิลาจารึ ก เก็บรักษาไวที่หอสมุดวชิรญาณ ทั้ ง นี้ ห ลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร ที่ เ ป นศาลาสำราญมุขมาตย พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พระนคร หลั ก ฐานชั้ น ต น ถ า เป น โบราณสถานสามารถ ไปสำรวจได จ ากที่ ตั้ ง ของโบราณสถานนั้ น ๆ ถ า เป น โบราณวั ต ถุ ส ว นใหญ จ ะเก็ บ รั ก ษาไว ที่ พิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ ที่ ตั้ ง อยู ใ นจั ง หวั ด ต า งๆ เช น พิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ พ ระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ เจาสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ อูทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถาน แห ง ชาติ รามคำแหง จั ง หวั ด สุ โ ขทั ย พิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานแห ง ชาติ เชียงใหม จังหวัดเชียงใหม พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ นครศรี- ธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เปนตน ซึ่งหลักฐาน ทางประวัติศาสตรสวนใหญที่เก็บไวจะเปนหลักฐานทีี่ พบอยูในพื้นที่ที่อยูใกลเคียงกับที่ตั้งพิพิธภัณฑนั้นๆ ซึ่งจะชวยทำใหทราบขอมูลที่จัดเปนหลักฐานทาง ประวั ติ ศ าสตร เ ผยแพร ผ า นทางเว็ บ ไซต ช ว ย ทำให เ กิ ด ความสะดวกแก ก ารศึ ก ษาค น คว า มากขึ้น ตัวอยางเชน http://www.4sac.or.th/jaruk2008/ เผยแพรขอมูลจารึกหลักสำคัญๆ ของไทย มี คำอาน คำแปล และขอมูลที่มีการแกไขลาสุด จัดทำโดยศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร ลวดลายศิลปกรรมไทยบนหนาบันพระที่นั่งพุทไธสวรรย http://www.finearts.go.th เว็บไซตข อง กรมศิ ล ปากร มีี ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ หลั ก ฐานทาง ประวัติศาสตรหลายดาน เชน เอกสาร จดหมายเหตุ แหล ง โบราณคดี มี link ไปยั ง เว็ บ ไซต อื่ น ๆ ที่ ใหขอมูลเกี่ยวของ เชน พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ ตางๆ เปนตน http://www.sukhothai.go.th ให ข อ มู ล สังเขปพรอมภาพประกอบเกี่ยวกับโบราณสถาน ตางๆ ในอุทยานประวัติศาสตรสุโขทัย พระที่นั่งพุทไธสวรรย พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พระนคร
  • 31. วิธีการทางประวัติศาสตร 27 กิจกรรมที่ ๔คำสั่ง ใหนักเรียนอานขอความเกี่ยวกับลักษณะของหลักฐานทางประวัติศาสตร ตอไปนี้ แลวทำเครื่องหมาย  ลงในชองนั้น บันทึกของชาวตางชาติ เอกสารทางราชการ จดหมายเหตุ ลักษณะของหลักฐาน พงศาวดาร ตำนาน จารึก ๑. ผูบันทึกมีทั้งนักการทูต พอคา นักเผชิญโชคที่เดิน ทางเขามาในดินแดนประเทศไทยสมัยตางๆ ๒. บันทึกรวมสมัยที่บอกเกี่ยวกับวันเวลาที่มีเหตุการณ เกิดขึ้น ๓. หลักฐานชั้นตนที่นาเชื่อถือ แตมีขอจำกัดทางดาน ภาษาและการตีความ ๔. ราชสำนักใหการอุปถัมภ เนื้อหาจะเกี่ยวกับอาณาจักร และกษัตริยที่ปกครอง ๕. เรื่องที่เลาตอกันมาดวยวาจา ภายหลังมีการจดบันทึก และพิมพเผยแพร ๖. การนำหลักฐานไปใชตองระมัดระวัง เพราะผูบันทึก มีวัฒนธรรม ความคิดที่แตกตางจากคนไทย ๗. จารลงบนวั ส ดุ ห ลายประเภท เช น แท น ศิ ล าหรื อ แผนศิลา แผนทอง แผนเงิน ใบลาน เปนตน ๘. หลักฐานที่ใหคุณคามากในการศึกษาประวัติศาสตร โดยเฉพาะสมั ย อยุ ธ ยาและรั ต นโกสิ น ทร จ นถึ ง ต น รัชกาลที่ ๕ ๙. หลักฐานที่มีลักษณะเดนในเรื่องการใหรายละเอียด และความถูกตองในเรื่องเวลา มีการแทรกความคิด เห็นของผูบันทึกลงไปดวย๑๐. หลั ก ฐานที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การบริ ห ารราชการและ การปกครองที่รัฐมีตอขาราชการทั้งสวนกลางและ สวนภูมิภาค
  • 32. วิธีการทางประวัติศาสตร 28 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ô บันทึกของชาวตางชาติ เอกสารทางราชการ จดหมายเหตุ ลักษณะของหลักฐาน พงศาวดาร ตำนาน จารึก ๑. ผูบันทึกมีทั้งนักการทูต พอคา นักเผชิญโชคที่เดิน ทางเขามาในดินแดนประเทศไทยสมัยตางๆ ๒. บันทึกรวมสมัยที่บอกเกี่ยวกับวันเวลาที่มีเหตุการณ เกิดขึ้น ๓. หลักฐานชั้นตนที่นาเชื่อถือ แตมีขอจำกัดทางดาน ภาษาและการตีความ ๔. ราชสำนักใหการอุปถัมภ เนื้อหาจะเกี่ยวกับอาณาจักร และกษัตริยที่ปกครอง ๕. เรื่องที่เลาตอกันมาดวยวาจา ภายหลังตอมามีการ จดบันทึกและพิมพเผยแพร ๖. การนำหลักฐานไปใชตองระมัดระวัง เพราะผูบันทึก มีวัฒนธรรม ความคิดที่แตกตางจากคนไทย ๗. จารลงบนวั ส ดุ ห ลายประเภท เช น แท น ศิ ล าหรื อ แผนศิลา แผนทอง แผนเงิน ใบลาน เปนตน ๘. หลักฐานที่ใหคุณคามากในการศึกษาประวัติศาสตร โดยเฉพาะสมั ย อยุ ธ ยาและรั ต นโกสิ น ทร จ นถึ ง ต น รัชกาลที่ ๕ ๙. หลักฐานที่มีลักษณะเดนในเรื่องการใหรายละเอียด และความถู ก ต อ งในเรื่ อ งเวลา มี ก ารแทรกความคิ ด เห็นของผูบันทึกลงไปดวย๑๐. หลั ก ฐานที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การบริ ห ารราชการและ การปกครองที่รัฐมีตอขาราชการทั้งสวนกลางและ สวนภูมิภาค
  • 33. วิธีการทางประวัติศาสตร 29 µÍ¹·Õè ô ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตร ไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่น และประวัติศาสตรสุโขทัย ผืนแผนดินไทยมีประวัติศาสตรมายาวนานนับพันป มีหลายพื้นที่ หรือหลายบริเวณเกี่ยวของกับประวัติศาสตรชาติในสมัยตางๆ แตไมวาจะเกี่ยวของกับสมัยใด ทุกทองถิ่นก็มีประวัติศาสตรของตน เชน ทองถิ่นของตนตั้งขึ้นเมื่อใด ใครมีความสำคัญในการกอตั้ง บุคคลสำคัญในทองถิ่นมีใครบาง ลักษณะสำคัญของทองถิ่นในดานตางๆ ซึ่งประเด็นตางๆ ดังที่กลาวมา นักเรียนสามารถนำวิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ไ ปใช ใ นการศึ ก ษาได ตั ว อย า งที่ ก ล า วต อ ไปนี้ จ ะใช ข อ มู ล จากหลั ก ฐานสมั ย สุ โขทั ย ดั ง นั้ น ข อ มู ล อาจใช ไ ด ทั้ ง ในประวั ติ ศ าสตร ท อ งถิ่ น และประวั ติ ศ าสตร แ ห ง ชาติ คื อประวัติศาสตรสุโขทัย ๑. ประวัติศาสตรทองถิ่น ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยมีการกลาวถึงเรื่องราวของทองถิ่นหลายเรื่อง โดยเฉพาะศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักที่ ๑ หรือศิลาจารึกสมัยพอขุนรามคำแหง นักเรียนสามารถเริ่มตนหาความรูเกี่ยวกับประวัติศาสตรในทองถิ่นของตน หรือที่สนใจจากศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ ศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักที่ ๑ มีความสำคัญมาก เพราะสรางมากกวา ๗๐๐ ปแลวข อ ความที่ ป รากฏในศิ ล าจารึ ก ให ค วามรู ใ นหลายด า น ทั้ ง ที่ เ กี่ ย วกั บ ประวั ติ ศ าสตร ท อ งถิ่ น และประวัติศาสตรสุโขทัยศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักนี้ องคกร การศึกษา วิทยาสาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ยกยองใหเปน “เอกสารความทรงจำแหงโลก” (Memoryof the world) เมื่อ พ.ศ ๒๕๔๖ ในศิลาจารึกสมัยพอขุนรามคำแหงมหาราช มีชื่อเมืองตางๆ หลายเมืองเชน เมืองศรีสัชนาลัยเมืองตาก เมืองสระหลวง เมืองสองแคว เมืองนครศรีธรรมราช เมืองคณฑี เปนตน หลายเมืองมีชื่อเหมือนเดิมในปจจุบัน และยังมีความสำคัญอยู แตบางเมืองลดความสำคัญและเปนเมืองรางหาไมพบเชน เมืองสระหลวง นักประวัติศาสตรลงความคิดเห็นวาเปนเมืองแฝดกับเมืองสองแคว สระหลวงสองแคว คือ เมืองพิษณุโลก เมืองคณฑี คือ บานโคน ในอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อนักเรียนเลือกและตั้งประเด็นศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่นของตนที่สนใจ ก็ทำการรวบรวมหลักฐานขอมูลจากแหล ง ต า งๆ เช น ประชุ มจารึ กภาคที่ ๑ จารึ ก กรุง สุ โขทั ยหนังสือประวัติศาสตรจังหวัด เว็บไซตตางๆ แลวนำมาวิเคราะห หนังสือประชุมศิลาจารึกภาคที่ ๑ จารึกกรุงสุโขทัยเรียบเรียงเปนประวัติทองถิ่นที่ตอเนื่องมาถึงปจจุบันได และหนังสือประวัติศาสตรปตตานี หลักฐานที่สามารถ ใชในการศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่นได
  • 34. วิธีการทางประวัติศาสตร 30 ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตรไทย ที่มีอยูในทองถิ่นในสมัยกอนประวัติศาสตร : ประวัติศาสตรวัฒนธรรมบานเชียง การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา อาจตั้งประเด็นศึกษาวา “ชุมชนโบราณบานเชียงสมัยกอนประวัติศาสตรผูคนมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอยางไร” ซึ่งบานเชียงเปนชื่อของหมูบาน อยูที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เปนชุมชนโบราณสมัยกอนประวัติศาสตรที่สำคัญของประเทศไทยชุมชนหนึ่ง การรวบรวมหลักฐาน โดยพิจารณาขอมูลจากหลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดพบที่บานเชียง เชนโครงกระดูกมนุษย เครื่องมือหิน เครื่องมือโลหะ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับตางๆ ซึ่งปจจุบันมีการจัดแสดงหลักฐานเหลานี้ตามพิพิธภัณฑตางๆ นอกจากนั้น ยังรวบรวมจากเอกสารรายงานการขุดคนทางโบราณคดีที่เผยแพรตอสาธารณชน ผลงานการวิจัยบานเชียงของนักประวัติศาสตร หนังสือตางๆที่ใหขอมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตรบานเชียง เปนตน การประเมินคุณคาหลักฐาน จากหลักฐานที่รวบรวมมา ใหคัดกรองเลือกหลักฐานที่เกี่ยวของกับบานเชียงโดยตรง หลักฐานบางชิ้นไมมีแหลงที่มา ไมมีการอางอิง ผูเรียบเรียงไมมีประสบการณตรงในการศึกษาประวัติศาสตรตองกรองเอาออก ถาขอมูลเปนเรื่องผานมาแลวหลายป หรือขัดแยงกันก็ตองตรวจสอบทานจนกวาจะไดขอมูลที่นาเชื่อถือ และดวยเหตุที่ชุมชนโบราณบานเชียงเปนชุมชนสมัยกอนประวัติศาสตร ดังนั้นหลักฐานทางโบราณคดีที่พบอยูในหลุมขุดคนที่บานเชียง จึงเปนหลักฐานชั้นตนที่เราควรใหความเชื่อถือที่สุด การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล โดยนำ หลักฐานทั้งหมดมา ตีความ เชน ภาชนะดินเผา เครื่องมือเครื่องใช เศษเมล็ดขาวที่พบในชั้นดินแตละชั้นที่มีวิวัฒนาการตางกัน ใหขอมูล อะไรแก เ ราบ า ง ทั้ ง นี้ ค วรตรวจสอบทานกั บ หลั ก ฐานชั้ น รองที่ นั ก ประวัติศาสตรไดทำการวิเคราะหมาแลวดวยวา มีความเหมือนหรือ แตกตางจากที่เราวิเคราะหอยางไร หรือที่เราตีความไปอยางนั้นมี หลักฐานชั้นรองอะไรบางที่สนับสนุน การเรียบเรียง หรือการนำเสนอ ขอมูลที่เราตีความใหนำมา เรียบเรียงตอกันเขาอยางเปนเหตุเปนผล รวมทั้งมีการอางอิงแหลง ที่ ม าของข อ มู ล ด ว ย ตั ว อย า งเช น สรุ ป อย า งสั ง เขปได ว า ชุ ม ชนที่ บ า นเชี ย งผู ค นมี วิ ถี ชี วิ ต แบบวั ฒ นธรรมเกษตรกรรมที่ อ าศั ย อยู กั น อยางตอเนื่อง เนื่องจากมีรองรอยของวิวัฒนา การของเครื่องมือเครื่องใชในชั้นดินแตละระดับ จากระดับพื้นฐานที่เปนเครื่องมือเครื่องใชงายๆ จนสามารถพั ฒ นานำสำริ ด และเหล็ ก มาใช ไ ด ถือวาเปนชุมชนที่มีความเจริญกาวหนากวาชุมชน อื่นในยุคเดียวกัน และจากรองรอยของชุมชนพอ จะบอกไดวา ชาวบานเชียงรูจักทำการเพาะปลูก ขาวและเลี้ยงสัตวดวยที่มา : http://thailandexhibition.com/Event-76/Event-76-Detail.php?id=293
  • 35. วิธีการทางประวัติศาสตร 31 ๒. ประวัติศาสตรสุโขทัย ประวัติศาสตรสุโขทัยมีเรื่องราวที่สำคัญและนาสนใจหลายเรื่อง ที่นำมาเปนตัวอยาง คือใครเปนพันธมิตรของเจาผูครองอาณาจักรไทย ๓ อาณาจักร ซึ่งเปนที่มาของพระบรมราชานุสาวรียสามกษัตริยที่จังหวัดเชียงใหม การรวบรวมหลักฐานขอมูลในเรื่องนี้ควรเริ่มตนที่หนังสือประวัติศาสตรสุโขทัย ความสัมพันธไทยกับจีนสมัยสุโขทัย ชินกาลมาลีปกรณ ประวัติศาสตรของจีนในราชวงศหยวน ชีวประวัติของกุบไลขาน เมื่อรวบรวมขอมูลไดแลว นักเรียนก็นำขอมูลมาจัดเปนประเด็นตางๆ เชน ทำไมกษัตริยทั้ง ๓ พระองค มาทำสัญญาเปนพันธมิตร เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๐ นโยบายของกุบไลขานเกี่ยวของกับเรื่องนี้อยางไร ลักษณะความสัมพันธทางการทูตของจีนกับสุโขทัยเปนอยางไร สุดทายจึงวิเคราะหและเรียบเรียง นักเรียนจะไดความรูวา สามกษัตริยคือ พอขุนรามคำแหงมหาราชแหงสุโขทัย พระยามังรายแหงลานนา พระยางำเมืองแหงพะเยา เปนพระสหายกัน ในเวลานั้นกุบไลขานผูนำพวกมองโกลสามารถพิชิตและยึดครองจีนได จากนั้นจึงขยายอำนาจไปยังอาณาจักรตางๆ เชน ญี่ปุนปยุ (ในพมา) มีการสงทูตไปยังอาณาจักรตางๆ เรียกรองใหยอมออนนอมโดยการถวายบรรณาการ(จิ้มกอง) ถาไมยอมก็จะถูกโจมตีดวยกำลังทหาร กษัตริยทั้ง ๓ พระองค จึงมาทำสัญญาเพื่อชวยเหลือซึ่งกันและกัน ถาถูกกองทัพมองโกลโจมตี เหตุการณดังกลาวขางตน แสดงใหเห็นถึงความสามัคคีของคนไทยไดเปนอยางดี พระบรมราชานุสาวรียสามกษัตริย อันไดแก พระยางำเมือง (ซาย) พระยามังราย (กลาง) และพอขุนรามคำแหงมหาราช (ขวา) ประดิษฐาน ณ บริเวณหนาศาลากลาง จังหวัดเชียงใหม ที่มา : http://comingthailand.com/chiangmai/threeking-statue.html
  • 36. วิธีการทางประวัติศาสตร 32 ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชศึกษา เรื่องราวทางประวัติศาสตรไทย : เหตุการณสำคัญสมัยสุโขทัย การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา อาจตั้งประเด็นวา “พอขุนรามคำแหงมหาราชครองราชยชวงระยะเวลาใด” เหตุผลที่ศึกษาเรื่องนี้ เนื่องจากตำราทางประวัติศาสตรระบุศักราชการครองราชยไวแตกตางกัน กอใหเกิดความสับสน เชน พ.ศ. ๑๘๒๐ – ๑๘๖๐ บาง พ.ศ. ๑๘๒๒ – ๑๘๔๑ หรือ พ.ศ. ๑๘๒๒ – ๑๘๔๓แลวเราควรยึดถือชวงปใดเปนหลัก การรวบรวมหลักฐาน หลักฐานที่นำมาใชในการศึกษาเรื่องนี้ เปนหลักฐานประเภทลายลักษณอักษร ตัวอยาง เชน ขอมูลจากศิลาจารึกหลักที่ ๑ หนังสือพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา,ราชาธิราช, สารนิพนธ ประเสริฐ ณ นคร, หนังสือจดหมายเหตุจีน เปนตน การประเมินคุณคาหลักฐาน จากหลักฐานทั้งหมด ขอมูลจากศิลาจารึกนาเชื่อถือที่สุดเพราะเปนหลักฐานชั้นตน สวนเลมอื่นๆ เปนหลักฐานชั้นรอง ทั้งนี้หลักฐานชั้นรองบางเลม เชน หนังสือราชาธิราช ที่ทางไทยแปลและเรียบเรียงหนังสือเลมนี้มาจากพงศาวดารมอญอีกทีหนึ่งจำเปนตองตรวจสอบหลักฐานอื่นๆ ประกอบ เพราะขอมูลบางสวนยังไมมีที่มาที่แนนอน การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมู ขอมูล นำหลักฐานที่รวบรวมมาไดนำมาตีความ เชน ที่แตละเลมอางอิง พ.ศ. แตกตางกัน เกิดจากอะไร แตละเลมใชขอมูลอะไรเปนแหลงอางอิง ขอความ ในศิลาจารึกตอนใดที่เปนประโยชนไดบาง และขอ ความตอนนั้นสามารถแปลความไดวาอยางไร การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ นำขอมูล ที่ตีความมาไดสังเคราะหหรือเรียบเรียงออกมาได ดังนี้ แตเดิมนั้นหนังสือจำนวนมากอางอิงวาชวง ป ที่ ค รองราชย ข องพ อ ขุ น รามคำแหงมหาราช อยู ใ นช ว ง พ.ศ. ๑๘๒๐–๑๘๖๐ โดยใช ข อ มู ล ที่ สมเด็ จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุ ภ าพทรง สันนิษฐานไวในหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับ พระราชหั ต ถเลขา ซึ่ ง ระบุ ไ ว ดั ง นี้ ว า “...น า จะ ประมาณวาพระเจาขุนรามคำแหงเสวยราชสมบัติ เมื่อราวปฉลู จุลศักราช ๖๓๙ พ.ศ. ๑๘๒๐ คือ กอน มะกะโทได เ มื อ งเมาะตะมะ ๔ ป เ ป น อย า งต่ ำ ...” และ “...ถาเอาหลักนี้เปนขอยุติ ควรลงเนื้อเห็นวา พระเจ า ขุ น รามคำแหงสวรรคตเมื่ อ ราวป ม ะเส็ ง จุลศักราช พ.ศ. ๑๘๖๐ อยูในราชสมบัติประมาณ ๔๐ ป...” เนื่องจากมีขอจำกัดทางดานหลักฐานใน ขณะนั้น ตามหลักฐานนี้จึงนาจะยังไมควรถือเปนเมืองเกาสุโขทัย ขอยุติที่มา : http://www.thai2trip.com/trip/detail.php?id=2293
  • 37. วิธีการทางประวัติศาสตร 33 เมื่อไปสืบคนจากศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ สวนที่พอขุนรามคำแหงทรงใหจารึกประวัติของ พระองคไว แตในศิลาจารึกระบุไวแตเพียงวา “...พี่กูตาย จึงไดเมืองแกกูทั้งกลม...” ซึ่งไมไดระบุศักราช ไว อยางไรก็ตาม ในศิลาจารึกมีขอความตอนหนึ่งวา “...๑๒๑๔ ศก ปมะโรง พอขุนรามคำแหง เจ า เมื อ งศรี สั ช นาลั ย สุ โ ขทั ย นี้ ปลู ก ไม ต าลนี้ ได สิ บ สี่ เ ข า ...” ซึ่ ง ธรรมเนี ย มการปลู ก ต น ตาลนี้ นักประวัติศาสตรบางทานลงความเห็นวานาจะเปนธรรมเนียมเดียวกับกษัตริยไทอาหม โดยกษัตริย ไทอาหมจะปลูกตนไทร เรียกวา ตนอายุพร เปนคติวา การครองราชยจะไดอยูยืนยงเหมือนตนไทร ที่มา : http://sukhothaisongs.blogspot.com/ ทางลังกาเองก็ถือวาตนไทรและตนตาลเปนไมศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นปครองราชยจึงนาจะใชปที่ทรง ปลูกตนตาล คือ พ.ศ. ๑๘๒๒ เปนหลัก ซึ่งวิเคราะหดูแลว พอยึดถือนำมาใชเปนหลักเกณฑได สวนปสุดทายของรัชกาล ในจดหมายเหตุจีน สมัยราชวงศหยวน ไดบันทึกไววา “พ.ศ. ๑๘๔๒ พระเจากรุงจีนพระราชทานฮูเสือใหรัชทายาทของสยาม และรัชทายาทกราบทูลวา เมื่อพระราชบิดา ยังอยูในราชสมบัติราชสำนักเคยให...” ขอความนี้บงบอกถึงวา ในปนั้นสุโขทัยไดเปลี่ยนกษัตริยจาก พอขุนรามคำแหงมหาราชมาเปนพระยาเลอไท ผูเปนพระราชโอรสแลว ดังนั้นปสวรรคตของพอขุนราม คำแหงมหาราช จึงนาจะเปน พ.ศ. ๑๘๔๑ ดังนั้น ชวงปครองราชยของพอขุนรามคำแหงมหาราช จึงควรใชป พ.ศ. ๑๘๒๒–๑๘๔๑ เนื่องจาก มีขอมูลที่นำมาสนับสนุนขอสันนิษฐานสมเหตุสมผลมากกวา กล า วโดยสรุ ป หากผู ศึ ก ษาต อ งการศึ ก ษาประวั ติ ศ าสตร ไ ทยสมั ย ใดสมั ย หนึ่ ง ก็ ค วรเริ่ ม จากการกำหนดหั ว เรื่ อ ง จากนั้ น รวบรวมหลั ก ฐานต า งๆ ทั้ ง หลั ก ฐานชั้ น ต น และหลั ก ฐานชั้ น รองขั้นตอไป คือ การนำหลักฐานเหลานั้นมาประเมินความนาเชื่อถือแลวนำหลักฐานนั้นมาตีความขอมูล ขั้นตอนสุดทาย คือ การสังเคราะหขอมูล เปนการนำขอมูลทั้งหมดมาเรียบเรียงเปนเรื่องและเมื่อผูศึกษาใชวิธีการทางประวัติศาสตรตามขั้นตอนตางๆ ไดอยางถูกตอง เปนระบบก็สามารถไดรับความรูที่ถูกตองและนำไปใชศึกษาคนควาวิชาอื่นๆ ได
  • 38. วิธีการทางประวัติศาสตร 34 กิจกรรมที่ ๕คำสั่ง ใหนักเรีทึกลงในกรอบที่กำหนดให าสตรสุโขทัการณสำคัญสมัยสุโขทัย” ารทางประวัติศาสตร แลวบัน ยนศึกษาเกี่ยวกับประวัติศ “หัวขอเหตุ ยที่กำหนดให โดยใชวิธีก ............................................................. ขั้นที่ ๑ .............................................................๑. การกำหนดหัวเรื่อง ............................................................. ............................................................. ............................................................. .............................................................๒. ขั้นที่ ๒ การรวบรวมหลักฐาน ............................................................. ............................................................. ............................................................. ขั้นที่ ๓ .............................................................๓. การประเมินคุณคา ............................................................. ของหลักฐาน ............................................................. ............................................................. ขั้นที่ ๔ .............................................................๔. การตีความหลักฐาน ............................................................. ............................................................. ............................................................. ขั้นที่ ๕ .............................................................๕. การกำหนดหัวเรื่อง ............................................................. .............................................................
  • 39. วิธีการทางประวัติศาสตร 35 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè õ พอขุนรามคำแหงมหาราช ............................................................. ครองราชยชวงระยะเวลาใด .............................................................๑. ขั้นที่ ๑ การกำหนดหัวเรื่อง ............................................................. ............................................................. ขอมูลจากศิลาจารึกหลักที่ ๑ , ............................................................. หนังสือพระราชพงศาวดาร .............................................................๒. ขั้นที่ ๒ ฉบับพระราชหัตถเลขา, ราชาธิราช, ............................................................. การรวบรวมหลักฐาน หนังสือจดหมายจีน ............................................................. จากหลักฐานทั้งหมด ขอมูลจากศิลา ............................................................. ขั้นที่ ๓ จารึกนาเชื่อถือที่สุดเพราะเปนหลักฐาน .............................................................๓. การประเมินคุณคา ชั้นตน สวนเลมอื่นๆ เปนหลักฐาน ............................................................. ของหลักฐาน ชั้นรอง ............................................................. นำหลักฐานที่รวบรวมมาไดนำมาตีความ ............................................................. เชน ที่แตละเลมอางอิง พ.ศ. แตกตาง .............................................................๔. ขั้นที่ ๔ การตีความหลักฐาน กันนั้น เกิดจากอะไร ............................................................. ............................................................. ชวงปครองราชยของพอขุนรามคำแหง ............................................................. มหาราช จึงควรใชชวงป พ.ศ. ๑๘๒๒ .............................................................๕. ขั้นที่ ๕ การกำหนดหัวเรื่อง – ๑๘๔๑ เนื่องจากมีขอมูลที่นำมา ............................................................. สนับสนุนขอสันนิษฐานสมเหตุสมผล .............................................................
  • 40. วิธีการทางประวัติศาสตร 36 µÍ¹·Õè õ ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษา ประวัติศาสตรสุโขทัย หลักฐานทางประวัติศาสตรไทยที่ไดกลาวมาเปนภาพรวมในตอนตนนั้น เราสามารถเลือกนำมาใชในการศึกษาประวัติศาสตรได ในที่นี้ขอยกตัวอยางหลักฐานที่นำมาใชในการศึกษาประวัติศาสตรไทยสมัยสุโขทัย พอเปนสังเขป ดังนี้ ๑. หลักฐานชั้นตน หลักฐานชั้นตนที่เราสามารถเลือกนำมาใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยได เชน ๑) ศิลาจารึกหลักที่ ๑ หรือศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช เริ่มแรกสรางขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๖ โดยพอขุนรามคำแหงมหาราชทรงใหชางแกะสลักและจารขอความลงไปในเนื้อหินเพื่อบันทึกเรื่องราวในรัชสมัยของพระองคไว แตภายหลังเขาใจวานาจะเปนกษัตริยสุโขทัยองคตอๆมา ไดจารึกเพิ่มขึ้นจนครบทั้ง ๕ ดาน ตัวอยางขอความที่ปรากฏอยูในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ดาน ที่ ๑คัดเอามาเฉพาะบางตอน “พ อ กู ชื่ อ ศรี อิ น ทราทิ ต ย แม กู ชื่ อ นางเสื อ ง พี่ กู ชื่ อ บานเมือง ตูพี่นองทองเดียวกัน หาคน ผูชายสาม ผูญีงโสง พี่เผือผูอายตายจากเผือเตียมแตยังเล็ก เมื่อกูขึ้นใหญไดสิบเกาเขา ขุนสามชนเจาเมืองฉอด มาทเมืองตาก พอกูไปรบ ขุนสามชนหัวซาย ขุนสามชนขับมา หัวขวา ขุนสามชนเกลื่อนเขา ไพรฟาหนาใสพอกู หนีญญาย พายจแจน กูบหนี กูขี่ชางเบกพล กูขับกอนพอกู กูตอชางดวย ขุนสามชน ตนกูพุงชางขุนสามชน ตัวชื่อมาสเมือง แพ ขุน สามชนพายหนี พอกูจึงขึ้นชื่อกู ชื่อพระรามคำแหง เพื่อกูพุง ชางขุนสามชน... ...เมื่ อ ชั่ ว พ อ ขุ น รามคำแหง เมื อ งสุ โ ขทั ย นี้ ดี ในน้ ำ มี ป ลา ในนามี ข า ว เจ า เมื อ งบ เ อาจกอบในไพรศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ หรือศิลาจารึก ลูทางเพื่อนจูงวัวไปคาขี่มาไปขาย ใครจักใครคาชาง คาพอขุนรามคำแหงมหาราชเปนหลักฐานชั้นตน ใครจักใครคามา คา ใครจักใครคาเงือนคาทองคา...”สำคัญที่ใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย
  • 41. วิธีการทางประวัติศาสตร 37 ความสำคัญของศิลาจารึกหลักที่ ๑ เปนหลักฐานที่ใหขอมูลของอาณาจักรสุโขทัยหลายๆดาน ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตความเปนอยูของผูคน และเนื่องจากเปนหลักฐานที่สรางขึ้นรวมกับสมัยสุโขทัย ดังนั้นจึงเปนหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผูศึกษาประวัติศาสตรจะตองใชในการศึกษาและอางอิง ๒) เจดียทรงดอกบัวตูม หรือเจดียทรงพุมขาวบิณฑ เปนโบราณสถานในวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย ลักษณะเปนเจดียสี่เหลี่ยมทรงซอนกันขึ้นไป ๓ ชั้น องคเจดียเปนรูปสี่เหลี่ยมยอมุม ปลายยอดทำเปนรูปทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุมขาวบิณฑ แกนทำดวยศิลาแลงแลวฉาบปูนทับ ประดิษฐานเปนเจดียองคประธาน รอบองคเจดียประธานมีเจดียทิศรวม ๘ องค นับเปนเจดียที่มีลักษณะเดนที่สุดในกลุมเจดียทรงดอกบัวตูมในสมัยสุโขทัยดวยกัน ผลจากการศึกษาหลักฐานทางดานโบราณสถานที่เปนเจดียดังกลาว อาจวิเคราะหไดวานาจะสรางขึ้นในสมัยหลังพอขุนรามคำแหงมหาราช เพราะมิไดมีการกลาวถึงวัดมหาธาตุซึ่งเปนวัดสำคัญในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ดานที่ ๑ ดังนั้นจึงนาจะสรางในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) อันเปนยุคที่พระพุทธศาสนาเจริญรุงเรืองที่สุดในสมัยสุโขทัย ลักษณะของทรงเจดียแสดงใหเห็นวา ไดรับอิทธิพลมาจากเจดียทรงปรางคของขอมประยุกตเขากับเจดียทรงกลมแบบลังกา โดยชางสุโขทัยไดนับมาปรับปรุงเสริมสรางแนวคิดของตนเขาไป จนมีความสวยงามจนเปนเอกลักษณเฉพาะของเจดียแบบสุโขทัยแท ๒. หลักฐานชั้นรอง หลักฐานชั้นรองที่เกี่ยวกับอาณาจักรสุโขทัยก็มีอยูไมนอย ซึ่งสวนใหญจะเปนผลงานการศึกษาของนักวิชาการที่มีการเขียนเรียบเรียงอยางเปนระบบ ซึ่งเราสามารถนำขอมูลมาใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยได ตัวอยางเชน ๑) สารนิพนธ ประเสริฐ ณ นคร ศาสตราจารยดร. ประเสริฐ ณ นคร เปนบุคคลอีกทานที่มีผลงานการศึกษาคนควาเกี่ยวกับประวัติศาสตรไทยอยูเปนจำนวนมาก ในหนังสือเลมนี้มีบทความเกี่ยวกับการศึกษาคนควาประวัติศาสตรสุโขทัยของทานอยูหลายเรื่องอาทิ ประวัติศาสตรสุโขทัยจากจารึก การชำระประวัติศาสตรสุโขทัยหลักการสอบคนเมืองสมัยสุโขทัย เปนตน หนังสือสารนิพนธ ประเสริฐ ณ นคร ในเลมจะมีขอมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร สุโขทัยหลายเรื่อง
  • 42. วิธีการทางประวัติศาสตร 38 ตัวอยางขอมูลที่อยูในหนังสือเลมนี้ “...จารึกหลักที่ ๔๕ เปนเรื่องคำสัตยสาบานระหวางกษัตริยสุโขทัย และเจาเมืองนาน เมื่อ พ.ศ. ๑๙๓๕ มีขอความกลาวลำดับบรรพบุรุษ ของราชวงศพระรวงไวดังตอไปนี้ “ปูขุนจิต ขุนจอด ปูพระยาศรีอินทราทิตย ปูพระยาบาน ปูพระยารามราช (ราคำแหง) ปูไสสงคราม ปูพระยาเลอไท ปูพระยา งั่วนำถม ปูพระยามหาธรรมราชา พองำเมือง พอเลอไท” ถานับวาปูพระยาเปนกษัตริยทุกพระองคแลว ราชวงศพระรวงจะประกอบดวย ๑. พอขุนศรีอินทราทิตย (เริ่มเสวยราชย พ.ศ.๑๗๙๒ สวรรคตปใดไมปรากฏ) ๒. พอขุนบานเมือง (พ.ศ.? - ๑๘๒๒) ๓. พอขุนรามราช (รามคำแหง) (ประมาณ พ.ศ. ๑๘๒๒ – ๑๘๔๑) ๔. พระยาเลอไทย (พ.ศ. ๑๘๔๑ – ประมาณ พ.ศ. ๑๘๖๖) ๕. พระยางั่วนำถม (ประมาณ พ.ศ. ๑๘๖๖ – ๑๘๙๐) ๖. พระมหาธรรมราชาที่ ๑ ลิไทย (พ.ศ. ๑๘๙๐ – ๑๙๑๑) ๗. พระมหาธรรมราชาที่ ๒ (พ.ศ. ๑๙๑๑ ถึงประมาณ พ.ศ. ๑๙๔๒) ๘. พระมหาธรรมราชาที่ ๓ ไสลือไทย (พ.ศ. ๑๙๔๓ – ๑๙๖๒) ๙. พระมหาธรรมราชาที่ ๔ บรมปาล (พ.ศ. ๑๙๖๒ ถึงประมาณ พ.ศ. ๑๙๘๑) จากการศึกษาของ ศ.ดร.ประเสริฐ สรุปวา สุโขทัยมีกษัตริยปกครองรวม ๙ พระองค และถาเราพิจารณาจากขอมูลจะเห็นวา การสืบทอดพระราชอำนาจจะเปนไปในหมูเชื้อพระองคเดียวกันซึ่งขอมูลนี้สามารถนำไปใชในการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการเมืองการปกครองของสุโขทัยได ๒) สุโขทัยเมืองพระรวง เปนหนังสือที่จัดทำโดยกรมศิลปากร มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตรสุโขทัยพรอมภาพประกอบ เนื้อหาไมลึกมากนัก สามารถอานทำความเขาใจไดงายตัวอยางขอมูลเชน “…สมัยนี้อาจนับเปนยุคทองของศิลปกรรมของสุโขทัย ซึ่งแสดงออกในรูปแบบของปูชนียสถานและปูชนียวัตถุตางๆ พระศรี ศ ากยมุ นี เป น พระพุ ท ธรู ป หล อ สำริ ด ขนาดใหญ ได รั บ การสร า งขึ้ น เพื่ อประดิษฐานอยูในวิหารหลวงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัย ซึ่งปจจุบันไดมีการยายมาเปนพระประธานในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวนาราม กรุงเทพมหานคร
  • 43. วิธีการทางประวัติศาสตร 39 พระศรีศากยมุนี เปนตัวอยางแบบแผนทางศิลปกรรมสุโขทัย ที่มีความเปนตัวของตัวเองและมีชื่อเสียงเปนที่รูจักกันทั่วไป รวมทั้งเปนเครื่องแสดงเทคนิควิทยาขั้นสูงในการสรางซึ่งปรากฏใหเห็นเปนแบบฉบับในสมัยของพระธรรมราชาลิไทยนี้” ขอมูลจากหนังสือเลมนี้เราสามารถนำไปใชอางอิงได และเปนหลักฐานชั้นรองที่ชวยใหเราเห็นภาพรวมของอาณาจักรสุโขทัยไดดีในระดับหนึ่ง จากที่กลาวมาแลวทั้งหมด เราจะเห็นไดวาในการศึกษาประวัติศาสตรเราจำเปนตองมีวิธีการที่เปนระบบเพื่อใชเปนแนวทางในการศึกษา ซึ่งเรียกวา “วิธีการทางประวัติศาสตร” และในการใชขอมูลจำเปนตองใชขอมูลทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรองที่ผานการตรวจสอบความนาเชื่อถือมาประกอบกัน ก็จะทำใหเราสามารถทราบเรื่องราวทางประวัติศาสตรที่ตองการได และวิธีการทางประวัติศาสตรนี้เราก็สามารถนำไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตไดดวยเชนกัน กลาวโดยสรุป การศึกษาประวัติศาสตร นอกจากจะเกี่ยวของกับเรื่องราว เวลาและหลักฐานแล ว เพื่ อ ให ไ ด ค วามรู ที่ ถู ก ต อ ง ตรงกั บ ความเป น จริ ง มากที่ สุ ด ต อ งมี วิ ธี ก ารศึ ก ษา ซึ่ ง เรี ย กว า“วิธีการทางประวัติศาสตร” ซึ่งมีอยู ๕ ขั้นตอนดวยกัน คือเริ่มจากการตั้งประเด็นศึกษาที่นาสนใจการรวบรวมขอมูลตางๆ การวิเคราะห และการประเมินคุณคาของหลักฐาน การเลือกสรรและจัดความสัมพันธของขอมูล และการวิเคราะหขอมูล การสังเคราะหขอมูล ซึ่งก็คือนำขอมูลมาเรียบเรียงเปน องคความรู ซึงเปนขันตอนสุดทายทีมความสำคัญมาก และเปนขั้นตอนทีมความละเอียดรอบคอบ ่ ้ ่ี ่ีในการใชหลักฐานประกอบความคิดอยางมีเหตุผลและแสดงออกอยางชาญฉลาด สามารถนำไปใชในการศึกษาคนควาวิชาอื่นๆ ได และถาใชเปนนิสัยจะทำใหเปนคนที่มีความคิด เหตุผลมีความนาเชื่อถือซึ่งจะเปนประโยชนในการดำรงชีวิตตอไป
  • 44. วิธีการทางประวัติศาสตร 40 กิจกรรมที่ ๖คำสั่ง ใหนักเรียนดูภาพหลักฐานทางประวัติศาสตร แลวตอบคำถามตามประเด็น ที่กำหนด ๑. ประเภทของหลักฐาน  หลักฐานชั้นตน  หลักฐานขั้นรอง ๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน  นาเชื่อถือ  ไมนาเชื่อถือ ๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... เจดียทรงดอกบัวตูม ........................................................................................... หรือเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ........................................................................................... ๑. ประเภทของหลักฐาน  หลักฐานชั้นตน  หลักฐานขั้นรอง ๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน  นาเชื่อถือ  ไมนาเชื่อถือ ๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... ศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ ๑ ...........................................................................................
  • 45. วิธีการทางประวัติศาสตร 41 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ö ๑. ประเภทของหลักฐาน  หลักฐานชั้นตน  หลักฐานขั้นรอง ๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน  นาเชื่อถือ  ไมนาเชื่อถือ ๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร เปนโบราณสถานในวัดมหาธาตุ เปนเจดียที่มี ........................................................................................... ลักษณะเดนที่สุดในกลุมเจดียทรงดอกบัวตูมใน ........................................................................................... สมัยสุโขทัยดวยกัน ลักษณะของเจดียแสดงให ........................................................................................... เจดียทรงดอกบัวตูม เห็นวาไดรับอิทธิพลมาจากเจดียทรงปรางคของ ...........................................................................................หรือเจดียทรงพุมขาวบิณฑ ขอมประยุกตเขากับเจดียทรงกลมแบบลังกา ........................................................................................... ๑. ประเภทของหลักฐาน  หลักฐานชั้นตน  หลักฐานขั้นรอง ๒. ความนาเชื่อถือของหลักฐาน  นาเชื่อถือ  ไมนาเชื่อถือ ๓. ความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร เปนหลักฐานที่ใหขอมูลของอาณาจักรสุโขทัย ........................................................................................... หลายๆ ดาน ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ........................................................................................... สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิต ........................................................................................... ความเปนอยูของผูคน ........................................................................................... ศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ ๑ ...........................................................................................
  • 46. วิธีการทางประวัติศาสตร 42 ประจำหนวยที่ ๒คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอคำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน กระดาษคำตอบ๑. การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร ๕. ขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร จะมี ค วามถู ก ต อ งสมบู ร ณ ม ากเป น ที่ มี ค วามสำคั ญ ที่ สุ ด ต อ การเขี ย นผล เพราะเหตุใด งานทางประวัติศาสตรใหสมบูรณ ก. รัฐบาลใหการสนับสนุน ก. การรวบรวมหลักฐาน ข. ประชาชนใหความสนใจ ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ค. มีหลักฐานในการคนความาก ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ง. นักประวัติศาสตรมีความสามารถ๒. เราควรใชวิธีการทางประวัติศาสตรใน ง. ทุกขั้นตอนมีความสำคัญเทาเทียมกัน การศึกษาประวัติศาสตรตามขอใด ๖. การศึกษาเรื่องราวของมนุษยสมัยกอน ก. เรื่องที่เราใหความสนใจ ประวัติศาสตรควรศึกษาจากหลักฐาน ข. เรื่องที่ผูอื่นศึกษาไวแลว ใด ค. เรื่องที่ลึกลับเหนือธรรมชาติ ก. ศิลาจารึก ง. เรื่ อ งที่ ท ำให เ กิ ด ความเสี ย หายแก ข. หลักฐานทางโบราณคดี บุคคลอื่น ค. พระราชพงศาวดาร๓. การศึกษาประวัติศาสตรจากหลักฐาน ง. บันทึกของชาวตางชาติ ชั้นรองมีขอดีอยางไร ๗. เพราะเหตุใดจึงตองใชวิธีการทางประวัติ ก. ใหขอมูลที่เชื่อถือไดแนนอน ศาสตรในการศึกษาประวัติศาสตร ข. ไมตองนำมาวิเคราะหตีความ ค. เปนแนวทางในการศึกษาเบื้องตน ก. เพื่อจะไดเปนนักประวัติศาสตรที่มี ง. ไมตองเหนื่อยในการคนหาหลักฐาน ชื่อเสียง๔. การพิจารณาความนาเชื่อถือของหลักฐาน ข. เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาใน ควรดูจากสิ่งใด สาขาวิชาตางๆ ก. ขอมูลจากหลักฐาน ค. เพื่อคนหาความจริงจากหลักฐาน ข. จำนวนหลักฐานที่พบ ทางประวัติศาสตร ค. ความสมบูรณของหลักฐาน ง. เพื่อหาจุดประสงคของผูสราง ง. ความนาเชื่อถือของผูสรางหลักฐาน หลักฐานทางประวัติศาสตร
  • 47. วิธีการทางประวัติศาสตร 43 ๘. ขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร ๑๒. หากผลการศึกษาประวัติศาสตรของเรา คือขอใด มีความแตกตางกันจากขอมูลประวัติ- ก. การสันนิษฐาน ศาสตรที่มีอยูเดิมจะตองทำอยางไร ข. การลงประชามติ ก. แสดงขอมูลหลักฐานมาสนับสนุน ค. การรวบรวมขอมูล ข. กลับไปศึกษาใหมอีกครั้งเพื่อความ ง. การกำหนดหัวเรื่อง แนใจ ๙. บุคคลใดมีคุณลักษณะพื้นฐานของนัก ค. ปรับผลการศึกษาใหสอดคลองกับขอ ประวัติศาสตรที่ดี มูลที่มีอยูเดิม ก. กลามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ง. นำเสนอผลการศึกษาโดยไมสนใจ ข. แกวมีนิสัยลำเอียง เขาขางแตคนที่ ขอมูลที่มีอยูเดิม ตนรัก ๑๓. หลักฐานทางประวัติศาสตรขอใดอยูตาง สมัยจากขออื่น ค. เกงเชื่อที่คนอื่นพูดโดยไมไตรตรอง ก. วัดพระศรีสรรเพชญ ใหดีกอน ข. จดหมายเหตุลาลูแบร ง. กองมีความละเอียดรอบคอบและ ค. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เปดใจกวางรับฟงความเห็นที่แตกตาง ง. พระราชพงศาวดารกรุ ง เก า ฉบั บ๑๐. การตรวจสอบหลักฐานวาเปนของจริง หลวงประเสริฐฯ หรือไมเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง ๑๔. เพราะเหตุใดนักประวัติศาสตรจึงตีความ ประวัติศาสตร ขอมูลจากหลักฐานชิ้นเดียวกันแตกตาง ก. การรวบรวมหลักฐาน กัน ข. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา ก. มีความเชื่อตางกัน ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ข. มีความสนใจตางกัน ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด ค. มีจุดประสงคที่ตางกัน หมวดหมูขอมูล ง. มีความรูความสามารถตางกัน๑๑. ขอความในศิลาจารึกวา “...เจาเมืองบ ๑๕. ความรู ใ หม ท างประวั ติ ศ าสตร ที่ ผ า น เอาจกอบในไพรลูทาง...” หมายความวา การศึกษาคนควาตีความแลวเปลี่ยนแปลง เจาเมืองไมเก็บภาษีผานทาง ขอความนี้ ไดหรือไม จัดอยูในขั้นตอนใด ก. ได ขึ้นอยูกับนักประวัติศาสตร ก. การรวบรวมหลักฐาน ข. ไมได เพราะจะทำใหคนสับสน ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ค. ไมได เพราะผานการวิเคราะหตีความ ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน มาแลวอยางดี ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด ง. ได ขึ้นอยูกับขอมูลหลักฐานที่อาจมี หมวดหมูขอมูล การคนพบเพิ่มเติมในภายหลัง
  • 48. วิธีการทางประวัติศาสตร 44๑๖. ขอใดคือปจจัยสำคัญที่ทำใหมีการบิด ๑๙. ในการนำตำนานมาใช เ ป น หลั ก ฐาน เบือนขอเท็จจริงทางประวัติศาสตร ทางประวัติศาสตร ผูศึกษาควรใชวิธีการ ก. ขอมูลขัดแยงกัน ใดจึงจะไดขอมูลที่นาเชื่อถือมากที่สุด ข. อคติของผูศึกษา ก. นำมาใชกลาวอางไดเลย ค. ขอมูลไมสมบูรณ ข. ควรนำหลั ก ฐานอื่ น มาใช ศึ ก ษา ง. ความยาวนานของเวลา ประกอบ๑๗. หากนักเรียนพบความขัดแยงของขอมูล ค. ตำนานเป น เรื่ อ งอิ ท ธิ ป าฏิ ห าริ ย จากหลั ก ฐานต า งประเภทกั น ควรทำ นำมาใชเปนหลักฐานไมได อยางไร ง. ควรนำตำนานมาประชาพิ จ ารณ ก. ถือวาเปนขอมูลที่ไมนาเชื่อถือทั้งคู เพื่อประเมินความนาเชื่อถือกอน ข. ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐาน ๒๐. หลักฐานประเภทใดที่บันทึกเรื่องราวใน อื่นตอไป อดีตภายใตการอุปถัมภของราชสำนัก ค. ถื อ ว า ข อ มู ล ถู ก ต อ ง แต ต า งกั น ที่ ก. พงศาวดาร ความเห็นของผูสราง ข. ตำนาน ง. ตรวจสอบดูวาหลักฐานใดสรางกอน ค. จดหมายเหตุ ยอมมีความนาเชื่อถือมากกวา ง. บันทึกของชาวตางชาติ๑๘. ในการศึกษาประวัติศาสตรสมัยสุโขทัย ควรศึกษาจากแหลงขอมูลใด ก. ตำนานมูลศาสนา ข. จดหมายเหตุลาลูแบร ค. ศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช ง. จดหมายเหตุฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต
  • 49. วิธีการทางประวัติศาสตร 45 Ẻ·´ÊͺËÅѧàÃÕ ประจำหนวยที่ ๒ ¹ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ๑ ค ๑๑ ก๒ ก ๑๒ ก๓ ข ๑๓ ค๔ ค ๑๔ ก๕ ง ๑๕ ง๖ ข ๑๖ ข๗ ค ๑๗ ข๘ ง ๑๘ ค๙ ง ๑๙ ข๑๐ ค ๒๐ ก
  • 50. วิธีการทางประวัติศาสตร 46 บรรณานุกรมณรงค พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษร เจริญทัศน, ๒๕๕๒.ไพฑู ร ย มี กุ ศ ล และคณะ. หนั ง สื อ เรี ย นประวั ติ ศ าสตร ม.๑. กรุ ง เทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๕๒. .แบบฝกหัดพัฒนาการเรียนรูประวัติศาสตร ม.๑. พิมพครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, ๒๕๔๙.วงเดือน นาราสัจจ และคณะ. หนังสือเรียนประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.), ๒๕๕๒.วรรัตน วรรณเลิศลักษณ และคณะ. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๑.วีณา เอี่ยมประไพ และคณะ. สัมฤทธิ์มาตรฐานประวัติศาสตร ม.๑. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน, ๒๕๕๐.