• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Thailand e-commerce report 55
 

Thailand e-commerce report 55

on

  • 1,631 views

summary of Thailand E-Commerce data from National Statistic Office (NSO)

summary of Thailand E-Commerce data from National Statistic Office (NSO)

Statistics

Views

Total Views
1,631
Views on SlideShare
1,631
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
60
Comments
1

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

11 of 1 previous next

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Thailand e-commerce report 55 Thailand e-commerce report 55 Document Transcript

    • 1 สรุปผลที่สาคัญ การสารวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2555 สานักงานสถิติแห่งชาติ ได้ทาการสารวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยอย่าง ต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2550 และครั้งนี้เป็นการสารวจครั้งที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบ สถานภาพ ของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะที่ ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อนาไปใช้ในการกาหนดนโยบาย วางแผนจัดหามาตรการต่างๆ ในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้าน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และสามารถแข่งขันทางการค้า ได้ในระดับสากลตลอดจนใช้ประโยชน์ในการติดตามประเมินผลการพัฒนาที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็สามารถใช้ประโยชน์จากการสารวจนี้เป็นแนวทางในการขยายตลาดการปรับตัวในการ แข่งขัน ให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น สานักงานสถิติแห่งชาติได้ดาเนินการเก็บรวบรวม ข้อมูลจากผู้ประกอบการระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2555 โดยส่งเจ้าหน้าที่ของ สานักงานสถิติแห่งชาติออกไปสัมภาษณ์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ของสถานประกอบการ /ผู้ประกอบการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทุก แห่ง (ยกเว้น ธุรกิจ ประเภทบริษัทหลักทรัพย์ และจัดการกองทุนรวม) ที่มีที่ตั้งแน่นอนหรือมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เนื่องจากสถานประกอบการและผู้ประกอบการบางรายไม่ให้ข้อมูล จึงต้องมีการประมาณค่าทางสถิติ เพื่อให้ข้อมูลที่นาเสนอเป็นค่าประมาณสาหรับประชากรที่อยู่ในขอบข่ายของการสารวจ ผลจากการสารวจ สรุปได้ดังนี้ 1. ลักษณะทั่วไปของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจ e-Commerce ส่วนใหญ่เป็น ผู้ประกอบการประเภท B2C ร้อยละ 75.2 รองลงมาเป็น ผู้ประกอบการประเภท B2B ร้อยละ 23.4 ส่วนผู้ประกอบการประเภท B2G ที่ไม่นับรวมการรับงานจัดซื้อจัด จ้างจากภาครัฐโดยการ e-Auction นั้นจะมีเพียงร้อยละ 1.4 เท่านั้น (แผนภูมิ 1) แผนภูมิ 1 ร้อยละของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จาแนกตามประเภทผู้ประกอบการ 23.4 % ธุรกิจขายให้กับธุรกิจ (B2B) 75.2 % ธุรกิจขายให้กับผู้บริโภค (B2C) 1.4 % ธุรกิจขายให้กับภาครัฐ (B2G)
    • 2 ในภาพรวมของธุรกิจe-Commerce ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และรีสอร์ท(ร้อยละ 32.8) รองลงมาเป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เน็ต(ร้อยละ14.5) กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ (ร้อยละ 12.6) กลุ่มธุรกิจบริการ (ร้อยละ 7.0) กลุ่มยานยนต์และ ผลิตภัณฑ์ (ร้อยละ 5.5) กลุ่มสิ่งพิมพ์ /เครื่องใช้สานักงาน (ร้อยละ 4.8) ส่วนกลุ่มสินค้าประเภทอื่น ๆ (ร้อยละ 22.8) (แผนภูมิ 2) หากจาแนกธุรกิจตามขนาด โดยใช้จานวนคนทางานเต็มเวลาเป็นเกณฑ์ พบว่า ธุรกิจพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (มีคนทางาน 1–5 คน) ร้อยละ 57.9 ธุรกิจขนาดกลาง (6–50 คน) ร้อยละ36.2 ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่(มีคนทางานมากกว่า50 คน) มีเพียงร้อยละ5.9 เท่านั้น (แผนภูมิ 3) แผนภูมิ 3 ร้อยละของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จาแนกตามขนาดของธุรกิจ 57.9 % ขนาดเล็ก (1 – 5 คน) 5.9 % ขนาดใหญ่ (มากกว่า 50 คน) 36.2 % ขนาดกลาง (6 – 50 คน) แผนภูมิ 2 ร้อยละของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จาแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม 14.5 % 32.8 % 5.5 % 4.8 % 7.0 % 22.8 % 12.6 % ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์ฯ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ฯ ท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท แฟชั่น เครื่องแต่งกายฯ สิ่งพิมพ์ และเครื่องใช้สานักงานฯ ธุรกิจบริการฯ สินค้าประเภทอื่นๆ
    • 3 ประมาณร้อยละ 77.1 ของธุรกิจ e-Commerce ทั้งหมด ขายสินค้าและบริการผ่านอิเล็กทรอนิกส์ และมีหน้าร้าน ส่วนที่ขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียว มีอยู่ร้อยละ 21.5 และอีกร้อยละ 1.4 ขายผ่าน อิเล็กทรอนิกส์ผสมผสานกับก ารขายในลักษณะอื่น เช่น ส่งพนักงานออกไปขายตรง หรือฝากขาย เป็นต้น (แผนภูมิ 4) 2. ผลการประกอบการ หมายเหตุ : 1/ มูลค่าได้จากการสารวจ รวมกับ มูลค่าที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ(e-Auction) 2/ มูลค่าที่ได้จากการสารวจ แผนภูมิ 5 มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในรอบปีที่ผ่านมา (ปี 2554) จาแนกตามประเภท ผู้ประกอบการ มูลค่าที่รวม e-Auction มูลค่าที่ไม่รวม e-Auction 395,949 ล้านบาท B2B 73.5% B2G 2/ 1.3% B2C 25.2% 783,998 ล้านบาท B2G 1/ 50.1% B2B 37.2% B2C 12.7% แผนภูมิ 4 ร้อยละของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จาแนกตามลักษณะการขายสินค้าและ บริการ 77.1 % 21.5 % อื่น ๆ 1.4 % ขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์ เพียงอย่างเดียว ขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์และ มีหน้าร้านทางกายภาพ
    • 4 ในรอบปีที่ผ่านมา (ปี 2554) ธุรกิจ e-Commerce มียอดขายผ่านพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น ประมาณ 783,998 ล้านบาท ในจานวนนี้เป็นยอดขายของผู้ประกอบการ B2B ประมาณ 291,209 ล้านบาท (ร้อยละ 37.2) ผู้ประกอบการ B2C ประมาณ 99,706 ล้านบาท (ร้อยละ 12.7) และผู้ประกอบการ B2G ประมาณ 393,083 ล้านบาท (ร้อยละ 50.1) โดยในส่วนของผู้ประกอบการ B2G ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ มูลค่าที่ได้จากการสารวจ ซึ่งเป็นมูลค่าที่เกิดจากผู้ประกอบการทาธุรกิจ e-Commerce กับหน่วยงานภาครัฐ ที่ไม่ผ่าน e-Auction ประมาณ 5,034 ล้านบาท (ร้อยละ 0.6) และมูลค่าที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างโดย วิธีการประมูล งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของภาครัฐ (e-Auction) ที่ได้จากกรมบัญชีกลางจานวน 388,049 ล้านบาท (ร้อยละ 49.5) ส่วนตลาดของธุรกิจ e-Commerce (ที่ไม่รวม e-Auction ของภาครัฐ) จะเป็นตลาดในประเทศ ประมาณร้อยละ 82.6 ของมูลค่าขายทั้งหมด ส่วนที่ขายไปยังตลาดต่างประเทศประมาณร้อยละ 17.4 (ตาราง 1) ตาราง1 มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในรอบปีที่ผ่านมา(ปี 2554) จาแนกตามประเภทผู้ประกอบการ การขาย มูลค่า (ล้านบาท) ร้อยละ มูลค่าขายรวม 783,998 100.0 B2B 291,209 37.2 B2C 99,706 12.7 B2G 1/ 393,083 50.1 จากการสารวจ 5,034 0.6 จาก e-Auction (กรมบัญชีกลาง) 388,049 49.5 ตลาดที่ขาย 2/ 395,949 100.0 ในประเทศ 327,199 82.6 ต่างประเทศ 68.750 17.4 หมายเหตุ : 1/ B2G เป็นมูลค่าที่ได้จากการสารวจข้อมูลจากสถานประกอบการที่ทาธุรกิจ e-Commerce กับภาครัฐ ที่ไม่ผ่านe-Auction รวมกับ มูลค่าที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ(e-Auction) ที่ได้จากกรมบัญชีกลาง 2/ ไม่รวมมูลค่าที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ(e-Auction) ที่ได้จากกรมบัญชีกลาง สาหรับวิธีที่ใช้ในการดูแลลูกค้าของธุรกิจ e-Commerce พบว่า ส่วนใหญ่ ใช้เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ (Call Center) คิดเป็นร้อยละ 82.2 รองลงมาใช้อีเมล์หรือการส่งคาถามผ่านหน้าเว็บไซต์ คิดเป็นร้อยละ 68.0 ใช้ Social media เช่น facebook, twitter ร้อยละ 17.7 ใช้ระบบสนทนาลูกค้าแบบ Live Chat เช่น MSN, Skype, Gtalk ฯลฯ ร้อยละ 10.8