สารบัญ
บทที่ 1 เริ่มตนกับ Gimp                                          1
        ความสําคัญของภาพกราฟก                 ...
บทที่ 4 การจัดวาง และปรับรูปทรง                                  68
        การแสดงจุดพิกัดบนภาพดวยกริด                  ...
โมเดลการมองเห็นสีทั่วไป                                             135
        โมเดลการมองเห็นสีในโปรแกรม GIMP           ...
Page 1




บทที่ 1 เริ่มตนกับ Gimp 
         ภาพกราฟก เปนสวนประกอบสําคัญที่เราตางไดพบเห็นอยูในรูปแบบของแผนโฆษณา งา...
Page 2




            ภาพขนาด 1x1 พิกเซล                                                        ภาพขนาด 2x2 พิกเซล




  ...
Page 3




GIMP โปรแกรมตกแตงภาพกราฟก 
         GIMP (GNU Image Manipulation Program)                เปนโปรแกรมจัดการรูป...
Page 4




ความสามารถโดยรวมของ GIMP 
         ความสามารถหลักของ GIMP นั้น จะเนนการตกแตงภาพกราฟกแนวตางๆ ใหสวยงามและแปล...
Page 5




ความตองการระบบของ GIMP
         เมื่อทราบถึงความสามารถของโปรแกรมกันแลว เรามาเตรียมเครื่องเพื่อติดตั้งโปรแกรมก...
Page 6




การติดตังโปรแกรม GIMP 
        ้




                         1. ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเริ่มการติดตั้ง              ...
Page 7




4. คลิกเลือก Customize                                       5. เลือกโฟลเดอรที่ใชติดตั้ง
                    ...
Page 8




               14. รอขณะที่กําลังติดตั้งโปรแกรม                       15. คลิก Finish เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง


...
Page 9




หนาตาง Main Toolbox 
          เปนหนาตางที่เก็บรวบรวมเครื่องมือและคําสั่งที่ใชในการสราง การปรับแตงและกา...
Page 10




Tool Options 
           เปนสวนที่เราสามารถกําหนดคุณสมบัติเครื่องมือตางๆ ในการใชงานได โดยมีรายละเอียดของแ...
Page 11




 การเปด/ปด Dialog 
         เราสามารถเปด/ปดไดอะล็อกไดจากคําสั่ง Windows>Dockable Dialogs ในหนาตาง Image...
Page 12




การแยก/รวมไดอะล็อกดวย Docking drag handles 
             เราสามารถแยก/รวมไดอะล็อกเพื่อเคลื่อนยายแตละไดอะล็อ...
Page 13




       Title Bar

   Image Menu
  Menu Button                                                                 ...
Page 14




         Menu Button        เปนปุมเล็กๆ อยูตรงมุมดานบนซายของภาพ เมื่อเราคลิกปุม จะปรากฏเมนูคําสั่งใหเลื...
Page 15




          o     Width     กําหนดความกวางของภาพ โดยชองดานหลังเปนการกําหนดหนวยวัดของความกวาง ซึ่งมี
      ...
Page 16




                                                          เราจะไดไฟลภาพใหมตามที่เรากําหนด




ลักษณะพื้นหลั...
Page 17




         กระดาษจดหมาย
         เชน US-Letter
         ขนาดหนาจอพรีเซนเตชั่น
         เชน 640x480, 800x600
 ...
Page 18




                                             ตัวอยางชิ้นงานของแผนโปสการด

ขั้นตอนที่ 1 กําหนดขนาดของชิ้นงาน...
Page 19




                                                                           4. แสดงขนาดของหนากระดาษใหม
      ...
Page 20




3. ดับเบิ้ลคลิกเลือกภาพที่จะนํามาตกแตงทีละภาพ                        แสดงตัวอยางภาพที่เลือก




            ...
Page 21




                                  2. เลือกคําสั่ง Edit>Paste เพื่อวางไฟลภาพ
                                 ...
Page 22




                                                           ผลลัพธของภาพที่ได




ขั้นตอนที่ 4 การบันทึกไฟล ...
Page 23




                                                      1. เลือกคําสั่ง File>Save As




                       ...
Page 24




                            1. คลิก เพื่อปดหนาตาง
                            ไฟลภาพ




2. คลิก   เพื่อป...
Page 25




บทที่ 2  
หลักการสรางงานกราฟก
และการใชงานเครื่องมือพื้นฐาน 
          ในบทนี้ ก็จ ะเปนการแนะนํ าแนวทางในกา...
Page 26




3. การจัดวางภาพใหเหมาะสม 
        เมื่อเรานําภาพสวนประกอบมารวมกันในชิ้นงาน อาจมีบางภาพที่มีขนาด และมุมการจัด...
Page 27




6. ตกแตงทุกสวนประกอบเขากันอยางกลมกลืน 
          สุดทาย เราจะพิจารณาภาพรวมชิ้นงานที่ได และปรับแตงรายละเ...
Page 28




      ตัวอยางมุมมองแบบ Fit Image in Window                           ตัวอยางมุมมองแบบ Fill Window       สามา...
Page 29




      1. ลากเมาสคลุมพืนที่ที่ตองการ และ
                        ้                                   2. จะได...
Page 30


       o   Image Size กําหนดขนาดภาพใหม
               o    Width         และ Height กําหนดความกวาง และความสูงข...
Page 31


การเพิ่ม/ลดพื้นที่การทํางานของภาพ 
             ในระหวางที่เราตกแตงภาพ อาจจะมีความตองการเพิ่มพื้นที่การทํางาน...
Page 32


NOTE : ในกรณีที่เราทําการลดพื้นที่ของภาพดวยคําสั่ง Canvas Size รูปภาพเดิมทั้งหมดจะยังคงลักษณะเดิมอยู แตจะ
แสด...
Page 33


สีโฟรกราวนด (Foreground) และสีแบ็คกราวนด (Background) 
           เปนพื้นที่แสดงสีและกําหนดการใชสี ซึ่งตอง...
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Gimp Manual Book Thai
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Gimp Manual Book Thai

11,568

Published on

7 Comments
8 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total Views
11,568
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
749
Comments
7
Likes
8
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Gimp Manual Book Thai

  1. 1. สารบัญ บทที่ 1 เริ่มตนกับ Gimp 1 ความสําคัญของภาพกราฟก 1 ภาพบนคอมพิวเตอรเกิดไดอยางไร 1 คอมพิวเตอรประมวลผลภาพอยางไร 2 GIMP โปรแกรมตกแตงภาพกราฟก 3 ความสามารถโดยรวมของ GIMP 4 ความตองการระบบของ GIMP 5 การติดตั้งโปรแกรม GIMP 6 ใชงานโปรแกรม GIMP ครั้งแรก 8 รูจักกับหนาตางในการตกแตงภาพ Image Window 12 บทที่ 2 หลักการสรางงานกราฟกและการใชงานเครื่องมือพื้นฐาน 25 หลักการสรางงานกราฟก 25 การกําหนดมุมมองภาพ 27 การซูมยอ-ขยายภาพ 28 การเปลี่ยนขนาดของภาพ 29 การปรับหมุนภาพ 32 การทํางานกับสี 32 การเลือกสี 33 การเทสีดวย Bucket Fill Tool 35 การเทสีแบบไลเฉดสีดวย Blend Tool 36 การระบายสีดวย Painting Tool 38 การวาดเสนดวย Ink Tool 40 การลบภาพที่ไมตองการ 41 การยอนกลับการทํางานทีละขั้นตอน 43 การยอนกลับการทํางานในหลายขั้นตอน 43 การตัดภาพเฉพาะสวน 44 บทที่ 3 การตัดแตงภาพเฉพาะสวน 46 เลือกพื้นที่ภาพรูปทรงเรขาคณิต 46 การเลือกพื้นที่วงรี และวงกลมดวย Ellipse Selection Tool 48 เลือกพื้นที่แบบอิสระ 50 เลือกพื้นที่ที่มีสีใกลเคียงกัน 53 การปรับโหมดการเลือกพื้นที่ 57 เลือกพื้นที่จากคําสั่ง Select 59 การเลือกพื้นที่อยางปราณีตดวย Quick Mask Toggle 61 การจัดการพื้นที่ที่เลือกดวย Selection Editor 62 การปรับแตงการเลือกพื้นที่ 62
  2. 2. บทที่ 4 การจัดวาง และปรับรูปทรง 68 การแสดงจุดพิกัดบนภาพดวยกริด 72 สรางความแมนยําในการวางภาพดวย Snap 72 วัดระยะของวัตถุดวย Measure Tool 73 รูจักกับการปรับรูปทรงภาพดวยเครื่องมือ Transform Tool 75 การปรับขนาดภาพใหพอดีดวย Scale Tool 76 หมุนภาพใหไดมุมที่ลงตัวดวย Rotate Tool 78 บิดภาพใหลาดเอียงดวย Shear Tool 79 บิดภาพใหผิดสัดสวนดวย Perspective Tool 80 การพลิกกลับดานรูปดวย Flip Tool 81 บทที่ 5 การสรางขอความตกแตงภาพ 84 รูจักกับรูปแบบของตัวอักษรที่ใชในโปรแกรมกราฟก 84 การสรางตัวอักษรแบบ Outline 85 การแกไขขอความที่พมพผิดพลาด ิ 86 การสรางตัวอักษรแบบ Bitmap 87 แปลงตัวอักษร Outline ใหเปนแบบ Bitmap 88 สรางขอความแบบแฟนตาซีดวย Alpha to Logo 89 บทที่ 6 การทํางานกับเลเยอร 91 ความหมายของ Layer 91 การซอนภาพดวยเลเยอร 91 การสรางเลเยอร 92 การใชงานเลเยอร 93 รวมเลเยอร 102 บทที่ 7 เทคนิคการตกแตงภาพในเลเยอร 106 ปรับเลเยอรที่ซอนใหมองทะลุถึงกัน 106 เทคนิคการสราง Layer Mask 106 ทําความเขาใจกับ Layer Blending Mode 113 บทที่ 8 การวาดภาพ และระบายสี 117 วาดรูปทรงดวย Path tool 117 ฝกวาดเสนพาธ 118 การเคลื่อนยายพาธ 122 การทํางานกับเสนพาธที่วาดขึ้น 123 Workshop การวาดภาพการตูนดวยเครื่องมือ Path Tool 130 บทที่ 9 ความรูเรื่องสี และการเลือกใชสี 135
  3. 3. โมเดลการมองเห็นสีทั่วไป 135 โมเดลการมองเห็นสีในโปรแกรม GIMP 138 การเปลี่ยนโหมดสีของภาพ 140 การเลือกใชสีกับงานกราฟก 143 แบบแผนในการใชสี 145 บทที่ 10 การปรับแตงภาพ 149 ปรับแตงความสมดุลของสีภาพดวย Color Balance Tool 149 ปรับความเขมและความจางของสีภาพดวย Hue/Saturation Tool 151 ปรับสีใหภาพดวย Colorize Tool 152 ปรับแตงความคมชัดและความสวางของภาพดวย Brightness/Contrast Tool 153 การปรับภาพใหเปนสีขาว และสีดําดวย Threshold Tool 154 ปรับแตงสีของภาพดวย Level Tool 155 ปรับระดับแสงเงาภาพดวย Curve Tool 157 ปรับ/ลดโทนสีในภาพดวย Posterize Tool 159 บทที่ 11 ตกแตงภาพดวยการรีทัช 160 Retouch เทคนิคการแตงภาพสําหรับ GIMP 160 ปรับความคมชัดของภาพดวย Convolve Tool 160 ปรับโทนสีของภาพโดยใช Dodge/Burn Tool 164 การทําสําเนาภาพดวย Clone Tool 166 บทที่ 12 การตกแตงภาพอยางสรางสรรคดวยฟลเตอร 173 ฟลเตอรคืออะไร 173 กฎการใชงานฟลเตอร 173 วิธีการใชงานฟลเตอร 174 ตัวอยางฟลเตอรใน GIMP 175 บทที่ 13 การนําภาพกราฟกไปใชงาน 185 เรานําภาพไปใชงานอะไรไดบาง 185 เตรียมพรอมกอนพิมพภาพ 185 เลือกกระดาษสําหรับพิมพงานกราฟกและภาพ 186 สรางงานสําหรับเว็บเพจ 189 แปลงภาพสําหรับเว็บ 191 Workshop 1 ตกแตงแกไขภาพที่มีตําหนิ 195 Workshop 2 เปลี่ยนรูปรางของเชอรี่ 203
  4. 4. Page 1 บทที่ 1 เริ่มตนกับ Gimp  ภาพกราฟก เปนสวนประกอบสําคัญที่เราตางไดพบเห็นอยูในรูปแบบของแผนโฆษณา งานพรีเซนเตชั่น กลอง สินคา และเว็บไซตตางๆ ทําใหผูชมเกิดความสนใจในสิ่งที่นําเสนอ พรอมกับเขาชมและใชบริการเหลานั้น และที่ใกลตัว มากขึ้น คือ การตกแตงภาพถาย ที่เราสามารถตกแตงภาพในโอกาส และบรรยากาศตางๆ ใหออกมาอยางนาสนใจ ดังนั้น เนื้อหาในบทแรกนี้จะเริ่มตนนําเสนอใหรูจักกับภาพ กราฟก การทํางานกับกราฟกบนคอมพิวเตอร และความสามารถใน การสรางงานกราฟกของโปรแกรม GIMP ความสําคัญของภาพกราฟก  ภาพกราฟก เปนภาพที่ถูกตกแตงและสรางขึ้น เพื่อแทนความหมายที่จะสื่อไปถึง ผูชมไดรับรูในสิ่งที่เราตองการ ดังนั้นภาพกราฟกจึงไดรับความนิยมในการประกอบอยูใน สื่อตางๆ ไดแก ขอมูลขาวสาร โฆษณา กลองสินคา งานพรีเซน เตชั่น และเว็บไซตลวนแตตองใชภาพกราฟกมาเปนสวนประกอบทั้งสิ้น ตัวอยางกราฟกปกหนังสือ ภาพบนคอมพิวเตอรเกิดไดอยางไร  ภาพโดยทั่วไป แบงไดเปน 2 ประเภท คือ Physical Image คือ ภาพที่เราเห็นอยูทั่วๆ ไป เชน ภาพถาย สวนภาพอีกประเภทก็คอ Digital Image หรือ Computer Graphic คือ ภาพที่ใชในการประมวลและเก็บใน ื คอมพิวเตอร
  5. 5. Page 2 ภาพขนาด 1x1 พิกเซล ภาพขนาด 2x2 พิกเซล ภาพขนาด 3x3 พิกเซล ภาพขนาด 4x4 พิกเซล ภาพที่ปรากฏบนหนาจอคอมพิวเตอรที่เราเห็นอยูทั่วไปนั้น เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ของสีที่เราเรียกวา พิกเซล (Pixel) (พิกเซลเปนองคประกอบที่เล็กที่สุดของภาพ) มาประกอบกันเปนภาพขนาดตางๆ ดังตัวอยาง ภาพที่มีความละเอียดต่ํา ภาพที่มีความละเอียดสูง คอมพิวเตอรประมวลผลภาพอยางไร  ภาพที่เก็บในคอมพิวเตอรนั้น มีวิธีการประมวลผลภาพ 2 แบบแตกตางกันไปตามแตละโปรแกรมดังนี้ คือ 1. การประมวลผลแบบ Vector   เปนการประมวลผลแบบอาศัยการคํานวณทางคณิตศาสตร โดยมีสีและตําแหนงของสีที่แนนอน ฉะนั้นไมวาเรา จะมีการเคลื่อนยายที่หรือยอขยายขนาดของภาพ ภาพจะไมเสียรูปทรงในเชิงเรขาคณิต ตัวอยางเชน รูปการตูน โปรแกรมที่ ประมวลผลภาพแบบ Vector ไดแก Illustrator, CorelDraw และ Inkscape เปนตน 2. การเก็บและแสดงผลแบบ Bitmap  เปนการประมวลผลแบบอาศัยการอานคาสีในแตละพิกเซล มีชื่อเรียกอีกอยางหนึ่งวา Raster Image จะเก็บ ขอมูลเปนคา 0 และ 1 แตละพิกเซลจะมีการเก็บคาสีที่เจาะจงในแตละตําแหนง ซึ่งเหมาะกับภาพที่มีลักษณะแบบภาพถาย โปรแกรมที่ประมวลผลแบบ Bitmap ไดแก Photoshop, PhotoPaint และ GIMP เปนตน ภาพเปรียบเทียบการแสดงผลแบบ Vector และ Bitmap  การแสดงผลแบบ Vector ขยายแลวภาพไมแตก การแสดงผลแบบ Bitmap ขยายแลวภาพแตก
  6. 6. Page 3 GIMP โปรแกรมตกแตงภาพกราฟก  GIMP (GNU Image Manipulation Program) เปนโปรแกรมจัดการรูปภาพที่มีความสามารถสูง และครบถวน เหมาะสําหรับการจัดการรูปถายดิจิตอล การออกแบบกราฟกสําหรับเว็บ การแปลงไฟลจากฟอรแมตหนึ่งไป อีกฟอรแมตหนึ่ง หรือการสรางรูป ความละเอียดสูงสําหรับการพิมพ หลักการทํางานงายๆ ของ GIMP นั้นคือใหเราสามารถตกแตงภาพโดยเริ่มตนจากที่เรามีภาพตนแบบกอน จากนั้นใชเครื่องมือใน GIMP จะมีทั้งพูกัน ดินสอ และอุปกรณการตกแตงภาพอื่นๆ ซึ่งขั้นตอนการตกแตงภาพนั้นเปน การทํางานบนเครื่องคอมพิวเตอรทั้งหมด การทํางานที่โดดเดนอีกรูปแบบหนึ่งของ GIMP นั้นคือ การตกแตงภาพตนฉบับใหเกิดสีสัน แสงเงา รวมทั้ง สรางความแปลกใหมใหกับภาพ โดยการใชเครื่องมือสําหรับการตกแตงภาพใน GIMP เปลี่ยนแปลงภาพใหเปนไปตามที่ เราตองการ GIMP ตางจาก Photoshop และโปรแกรมอื่นอยางไร  โปรแกรม Photoshop ของคาย Adobe หรือโปรแกรมเชิงพาณิชย (Commercial Program) อื่นๆ นั้นตองเสียคาใชสิทธิ์ หรือเรียกวา License ซึ่งคาใชสิทธิ์ตอหนวยคอนขางสูง ตั้งแตหลายพันถึงหลักหมื่น แตถา หากคุณใช GIMP คุณไมตองเสียคาใชสิทธแมแตบาทเดียว นั่นหมายความวา คุณสามารถสรางงานได โดยไมผิดกฎหมาย ลิขสิทธิ์
  7. 7. Page 4 ความสามารถโดยรวมของ GIMP  ความสามารถหลักของ GIMP นั้น จะเนนการตกแตงภาพกราฟกแนวตางๆ ใหสวยงามและแปลกตากวาเดิม นอกจากนั้นยังใชแกไขจุดบกพรองของภาพไดอีกดวย ทําให GIMP ถูกนําไปใชในงานตกแตงภาพในหลายๆ ดาน ดัง ตัวอยาง งานตกแตงภาพถาย เปนการตกแตงรูปถายเกาๆ ใหคมชัดเหมือนใหมหรือทําการแกไขรูปถายที่มืดไป สวางไป มี เงาดํา ใหภาพมีสีสดใสสมจริง นอกจากนั้นยังสามารถสรางภาพลอเลียน เชน เอาใบหนาของคนหนึ่งไปวางบนตัวคนอีก คนหนึ่ง นําภาพบุคคลไปวางไวบนฉากหลังฉากอื่น เปนตน งานสิ่งพิมพ ไมวาจะเปนหนังสือ นิตยสาร โฆษณา เรียกไดวาเกือบทุกงานที่ตองใชรูป สามารถใช GIMP รังสรรคภาพใหเปนไปตามไอเดียที่เราวางแผนไวได งานเว็บไซตบนอินเทอรเน็ต ใชสรางภาพเพื่อตกแตงเว็บไซต ไมวาจะเปนแบ็คกราวนด ปุมตอบโต แถบหัวเรื่อง ตลอดจนภาพประกอบตางๆ งานออกแบบทางกราฟก ใช GIMP ชวยในการสรางภาพสามมิติ การออกแบบปกหนังสือและผลิตภัณฑ การ ออกแบบการดอวยพร เปนตน
  8. 8. Page 5 ความตองการระบบของ GIMP เมื่อทราบถึงความสามารถของโปรแกรมกันแลว เรามาเตรียมเครื่องเพื่อติดตั้งโปรแกรมกัน ซึ่ง GIMP เปน โปรแกรมที่ทํางานเกี่ยวกับกราฟก ดังนั้น จึงจําเปนที่จะตองใชคอมพิวเตอรท่มีความเร็วสูง มีหนวยความจํา RAM และ ี ฮารดดิสกที่มีพื้นที่วางมากพอสมควร โดยความตองการระบบขั้นต่ําของ GIMP มีดังนี้ ชนิดของเครือง ่ ความตองการระบบ PC คอมพิวเตอรที่มี CPU รุน Pentium III หรือ 4 หรือเครื่องที่เร็วกวานั้น ระบบปฏิบัติการ 98/ME/NT4/Windows 2000/Windows XP หนวยความจํา RAM อยางนอย 128 MB หรือมากกวานั้น ฮารดดิสกเนื้อที่วางอยางนอย 60 MB การดจอที่แสดงสีไดระดับ 16 บิตขึ้นไปหรือใชการดวิดีโอ จอภาพที่แสดงผลดวยความละเอียดอยางนอย 1,024x768 พิกเซลหรือมากกวานั้น Mac คอมพิวเตอรในรุน PowerPC รุน G4 หรือ G5 ระบบปฏิบัติการ Mac OS X หนวยความจํา RAM อยางนอย 128 MB หรือมากกวานั้น ฮารดดิสกเนื้อที่วางอยางนอย 60 MB จอภาพที่แสดงผลดวยความละเอียดอยางนอย 1,024x768 พิกเซลหรือมากกวานั้น Linux Kernel เวอรชั่น 2.2 ขึ้นไป GTK+ เวอรชั่น 2.4.4 ขึ้นไป
  9. 9. Page 6 การติดตังโปรแกรม GIMP  ้ 1. ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเริ่มการติดตั้ง 2. คลิก Next ไปยังขั้นตอน 3. คลิก Next ไปยังขั้นตอน 4. คลิกเลือก Customize 5. รอขณะที่กําลังติดตั้ง 6. คลิก Finish เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง วิธีนี้เปนการติดตั้งอยางรวดเร็ว ยังมีการติดตั้งแบบ Customize อีกวิธีหนึ่ง (ในขั้นตอนที่ 4) ซึ่งเราสามารถ ปรับแตงรายละเอียดการติดตั้งได ดังตอไปนี้
  10. 10. Page 7 4. คลิกเลือก Customize 5. เลือกโฟลเดอรที่ใชติดตั้ง 6. คลิก Next ไปยังขั้นตอน หมายเหตุ : คลิกเลือก Translations เมนูคําสั่ง Gimp จะเปนภาษาตามระบบปฏิบัติการในเครื่อง เชน Windows ภาษาไทย เมนูก็จะเปนภาษาไทย หากตองการใหเมนูเปนภาษาอังกฤษ ใหคลิก ตัวเลือกนี้ออก 7. เลือกชนิดการติดตั้ง 8. คลิก Next ไปยังขั้นตอน 9. คลิกเลือกชนิดไฟลที่ใช 10. คลิก Next ไปยังขั้นตอน 11. คลิก Next ไปยังขั้นตอน 13. คลิก Install เพื่อเริ่มตนติดตั้งโปรแกรม 12. คลิก Next ไปยังขั้นตอน
  11. 11. Page 8 14. รอขณะที่กําลังติดตั้งโปรแกรม 15. คลิก Finish เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง ใชงานโปรแ กรม GIMP ครั้งแรก  เมื่อเราเปดโปรแกรม GIMP ขึ้นมาครั้งแรก จะปรากฏ หนาตางโหลดเพื่อเขาสูหนาตาง การทํางานของโปรแกรม หนาจอของโปรแกรม GIMP หนาตาง Main Toolbox หนาตาง Image Window หนาตาง Dialogs and Docking Tool Icon Tool Options พื้นที่ในการตกแตงภาพ ไดอะล็อกตางๆ
  12. 12. Page 9 หนาตาง Main Toolbox  เปนหนาตางที่เก็บรวบรวมเครื่องมือและคําสั่งที่ใชในการสราง การปรับแตงและการแกไขภาพ โดยจะแบงกลุม เครื่องมือและคําสั่งในการจัดการกับภาพตางๆ ไดดังตอไปนี้ Tool Icons สวนเก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใช Foreground/Background colors สวนที่ใชกําหนด สีโฟวกราวน และ แบ็คกราวน Tool Options กําหนดคุณสมบัติของเครื่องมือที่เรากําลังใชงานอยู Tool Icons  เปนสวนที่เก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใชในการสราง การปรับแตงและการแกไขภาพ ซึ่งมีไอคอนใหสามารถเรียกใช งานไดงายและรวดเร็ว โดยจะแบงกลุมเครื่องมือในการจัดการกับภาพตางๆ ไดดังตอไปนี้ Selection Tools ใชเลือกสวนของพื้นทีในการตกแตงภาพ ่ กลุมเครื่องมืออื่นๆ ที่มีการใชงานแตกตางกัน Text Tool เครื่องมือสําหรับเขียนขอความ Transform Tools ใชสําหรับการเปลี่ยนแปลงรูปรางและขยายวัตถุ Brush Tools เปนกลุมเครื่องมือเกี่ยวกับการ วาดภาพ ระบายสี ตกแตงภาพ Color Tools เครื่องมือสําหรับปรับสีใหกับภาพ
  13. 13. Page 10 Tool Options  เปนสวนที่เราสามารถกําหนดคุณสมบัติเครื่องมือตางๆ ในการใชงานได โดยมีรายละเอียดของแตละเครื่องมือ อยางครบถวน ซึ่งเราสามารถจัดเก็บการตั้งคาของเครื่องมือเพื่อเก็บไวใชหลายๆ ครั้ง โดยไมตองตั้งคาใหมได และเรียกใช คาเหลานั้นไดทันที ชื่อของเครื่องมือที่ใชงานอยู Tool Options Menu เมนูเพิ่มเติม สําหรับ Tool Options รายละเอียดของเครื่องมือ ลบคาที่เก็บไว คลิกเพื่อจัดเก็บการตั้งคา คลิกเพื่อกลับไปเปนคาเริ่มตน เรียกใชคาที่เก็บไว หนาตาง GIMP  ภายในหนาตาง Docking จะเปนศูนยรวมของไดอะล็อก (Dialog) ซึ่งเปนหนาตางยอยที่รวบรวมคุณสมบัติ การทํางานของเครื่องมือตางๆ ใหเราเลือกปรับแตงการใชงานไดงายๆ โดยไมตองเปดหาที่แถบคําสั่งอีกตอไป มี สวนประกอบดังนี้ Image Menu แสดง ชื่อไฟล แท็ปของไดอะล็อกที่เปดใชงานอยู ที่เรากําลังใชงานอยู Tab Menu เมื่อคลิกจะปรากฏเมนู ตางๆ ในการสั่งการทํางาน เมนูที่ปรากฏจากการคลิก Tab Menu Docking bars แบงกลุม ระหวาง Dialog ดานบนและ ดานลาง เปลี่ยนแปลงขนาด ใหกับหนาตาง Docking Brush/Pattern/Gradient กําหนดลักษณะของ Brush/Pattern/Gradient ที่ตองการ
  14. 14. Page 11 การเปด/ปด Dialog  เราสามารถเปด/ปดไดอะล็อกไดจากคําสั่ง Windows>Dockable Dialogs ในหนาตาง Image Window แลวคลิกเลือกชื่อไดอะล็อกที่เราตองการแสดง และถาไมตองการแสดงไดอะล็อกใดใหคลิกเมาสที่ปุม เพื่อ ปดไดอะล็อก เลือก Dialog ที่ตองการเปด/ปด ไดอะล็อก Palettes ถูกเปดออก แตละไดอะล็อกจะมีเมนูคําสั่งของตัวเองเพื่อควบคุมการทํางาน สามารถเรียกดูเมนูในแตละไดอะล็อกได โดย คลิกที่ และคลิกเลือกคําสั่งที่ตองการ คําสั่งการใชงาน คลิกเมาสลากเพื่อยอ/ขยาย คําสั่งเพิ่มเติมในการ ไดอะล็อก Brushes ขนาดไดอะล็อกไดเอง จัดการไดอะล็อก
  15. 15. Page 12 การแยก/รวมไดอะล็อกดวย Docking drag handles  เราสามารถแยก/รวมไดอะล็อกเพื่อเคลื่อนยายแตละไดอะล็อก โดยการคลิกเมาสคางไวที่แท็บหัวขอไดอะล็อก ให ตัวชี้เมาสเปลี่ยนเปนรูป แลวลากไดอะล็อกไปไวในตําแหนงที่ตองการของหนาจอโปรแกรมได ดังนี้ ลากเมาสที่แท็บหัวขอ นําไปปลอยไว ตําแหนงเดิม เพื่อรวมกลุมกับ ไดอะล็อก อื่นที่ตองการ ลากเมาสที่แท็บหัวขอ เพื่อแยกกลุมไดอะล็อกออกมา รูจักกับหนาตางในการตกแตงภาพ Image Window  หนาตาง Image Window เปนหนาตางที่ใชในการตกแตงภาพ ซึ่งมีสวนประกอบที่ใชในการตกแตงและ คําสั่งตางๆ ดังตอไปนี้
  16. 16. Page 13 Title Bar Image Menu Menu Button Image Window Resize toggle Image Display Ruler Unit Menu Pointer Coordinates Inactive Padding Area Quick Mask Toggle Navigation Control Zoom Button Status Area Title barจะอยูดานบนสุดของหนาตาง Image Window แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อไฟล โหมดภาพ จํานวนเลเยอรท่ีแสดงในภาพ และขนาดภาพ Image Menu จะอยูดานลางลงมาจาก Title bar จะเปนคําสั่งตางๆ ในการจัดการและตกแตงภาพ มีคําสั่ง ทั้งหมด 10 กลุมคําสั่ง คือ File จะเปนคําสั่งเกี่ยวกับไฟลทั้งหมด เชนการเปดไฟล ปดไฟล จัดเก็บไฟล Edit คําสั่งในการแกไขภาพ เชน การยอนกลับการทํางาน การคัดลอกภาพ หรือตัดภาพ Select คําสั่งเกี่ยวกับการเลือกพื้นที่ในภาพ View คําสั่งเกี่ยวกับการกําหนดมุมมอง การซูมภาพ Image คําสั่งเกี่ยวกับการจัดการภาพ เชน การเปลี่ยนโหมดภาพ การกําหนดขนาดภาพ Layer เปนคําสั่งเกี่ยวกับการจัดการเลเยอร เชน การสรางเลเยอร การคัดลอกเลเยอร การ ลบเลเยอร Tool เปนคําสั่งเปดหนาตางเครื่องมือ หรือเลือกเครื่องมือที่ตองการใชงาน Dialog เปนคําสั่งเปดไดอะล็อก หรือสราง Docking ขึ้นมาใชงาน Filter เปนคําสั่งเรียกใชงานฟลเตอร เพื่อนํามาตกแตงภาพ Script-Fu เปนคําสั่งเกี่ยวกับการตกแตงภาพโดยใชการเขียนสคริปต
  17. 17. Page 14 Menu Button เปนปุมเล็กๆ อยูตรงมุมดานบนซายของภาพ เมื่อเราคลิกปุม จะปรากฏเมนูคําสั่งใหเลือก เหมือนกับ Image Menu Ruler เปนเปนแถบไมบรรทัดทางดานซายและดานบนของภาพ ซึ่งเราสามารถ คลิกลากเสนไกดจากแถบไม บรรทัดออกมาวางในภาพ เพื่อใชงานเสนไกดได Quick Mask Toggle เปนปุมเล็กๆ อยูตรงมุมดานดานลางซายของภาพ เพื่อเปลี่ยนโหมดภาพใหอยูใน โหมดควิกมาสก สําหรับเลือกพื้นที่ในการตกแตงภาพ Pointer Coordinates จะแสดงพิกัดของตําแหนงที่เมาสชี้อยู Unit Menu เปนแถบแสดงหนวยวัดที่ใชกับไมบรรทัด ซึ่งเราสามารถทําการคลิก เพื่อเปลี่ยนหนวยวัดใหกับไม บรรทัดได Zoom Button เปนปุมสําหรับกําหนดขนาดมุมมองของภาพ เพื่อยอ/ขยาย ภาพ Status Area โดยปกติจะแสดงเลเยอรท่ใชงานอยู และขนาดพื้นที่ใชของไฟลภาพ หากทําการเลือกฟลเตอร ี หรือเลือกคําสั่งแกไขภาพแถบ Status Area จะเปลี่ยนเปนแถบแสดงสถานะการทํางานของคําสั่งนั้น Navigation Control เปนปุมลูกศรบริเวณมุมขวาดานลางของภาพ ใชในกรณีที่ภาพมีขนาดใหญเกินกวาที่ จะมองเห็นภาพทั้งหมดในหนาตางภาพได เราสามารถเลื่อนมุมมองภาพไปยังบริเวณที่เราตองการ Inactive Padding Area เปนพื้นที่วางในหนาตางภาพ แสดงเมื่อภาพมีขนาดเล็กกวาหนาตาง หรือถูกยอ ใหมีขนาดเล็กกวาหนาตางเราไมสามารถจัดการกับภาพในสวนนี้ได Image Display สวนแสดงภาพที่เราทําการตกแตง แกไข Image Window Resize toggle เปนปุมบริเวณมุมขวาดานบนของภาพ ปุมเปด หรือปด (ใช/ไมใช) ความสามารถในการยอขยายภาพอัติโนมัติตามขนาดของหนาตาง image display ถากดเลือกใชเมื่อเรายอขยาย หนาตาง ภาพจะเปลี่ยนขนาดตาม แตถาไมเลือกใช (ซึ่งเปน default) ถึงจะยอขยาย Image display ภาพจะคง ขนาดเดิม การสรางไฟลใหม   เมื่อเราไดจัดเตรียมภาพที่จะนํามาใชและไดรางชิ้นงานที่จะสรางเรียบรอยแลว ในหัวขอนี้เราจะมาสรางไฟล ชิ้นงานใหมกัน เริ่มตนดวยการกําหนดขนาดและความละเอียดของชิ้นงานที่จะนําไปใชงาน ซึ่งเราควรกําหนดใหเหมาะกับ ลักษณะงาน มีขั้นตอนดังนี้ 1. เลือกคําสั่ง File>New ที่หนาตาง Image Windows หรือกดแปน <Ctrl+N> ที่คียบอรดเพื่อสรางไฟล ใหม 2. จะปรากฏหนาตาง Create a New Image ขึ้นมา จากนั้นคลิกที่ Advanced Options กําหนด รูปแบบของหนากระดาษดังนี้
  18. 18. Page 15 o Width กําหนดความกวางของภาพ โดยชองดานหลังเปนการกําหนดหนวยวัดของความกวาง ซึ่งมี หนวยวัดหลายแบบ เชน pixel เปนหนวยวัดพื้นฐานบนคอมพิวเตอร หรือ Inches (นิ้ว) และหนวย วัดอื่นๆ o Height กําหนดความสูงของภาพ โดยหนวยวัดจะเปนไปตามที่เรากําหนดในความกวาง o X Resolution กําหนดความละเอียดของภาพในแนวแกน x โดยงานกราฟกสําหรับเว็บควรจะ กําหนดคาเทากับ 72 pixels/inch และงานดานสิ่งพิมพตองใช 200-300 pixels/inch o Y Resolution กําหนดความละเอียดของภาพ ในแนวแกน y โดยงานกราฟกสําหรับเว็บควรจะ กําหนดคาเทากับ 72 pixels/inch และงานดานสิ่งพิมพตองใช 200-300 pixels/inch o Color Space กําหนดโหมดสีของภาพ เชน โหมด RGB จะใชในงานกราฟกสําหรับเว็บและ ภาพเคลื่อนไหว o Fill with กําหนดพื้นหลังของภาพ โดยมีรายละเอียดดังนี้ Foreground Color ปรับใหพื้นหลังเปนสีโฟวกราวนดที่กําหนดไวใน Main Toolbox Background Color ปรับใหพื้นหลังเปนสีแบ็คกราวนดที่กําหนดไวใน Main Toolbox White ปรับใหพื้นหลังเปนสีขาว Transparent กําหนดใหเปนพื้นโปรงใส o Comment เปนคําอธิบายเกี่ยวกับภาพ 3. คลิกปุม เพื่อตกลงการสรางไฟลใหมตามที่เรากําหนด 1. เลือกคําสั่ง File>New 2. คลิกที่ Advanced Options 3. กําหนดรูปแบบของหนากระดาษ
  19. 19. Page 16 เราจะไดไฟลภาพใหมตามที่เรากําหนด ลักษณะพื้นหลังของไฟลภาพ  White กําหนดพื้นหลังเปนสีขาว Foreground/Background Color คือ Transparent คือ พื้นหลังที่โปรงใส พื้นหลังเปนสีโฟวกราวนด หรือแบ็ค เหมือนกับเขียนภาพบนแผนใส กราวนดที่กาหนดไวใน Main Toolbox ํ กําหนดขนาดไฟลภาพตามคามาตรฐาน  งานกราฟกที่ตองทําบอยๆ ก็จะมีคาขนาดของไฟลงานมาตรฐานที่กําหนดไวแลว เพื่อใหเราเรียกใชไดที่หัวขอ Template จะมีขนาดและรายละเอียดของชิ้นงานแบบตางๆ ที่ใชงานบอยใหเราเรียกใชไดเลย โดยไมตองกําหนดคา ตางๆ เอง โดยมีแบบตางๆ ดังนี้
  20. 20. Page 17 กระดาษจดหมาย เชน US-Letter ขนาดหนาจอพรีเซนเตชั่น เชน 640x480, 800x600 ขนาดกระดาษสิ่งพิมพ เชน A4, A3, B5 ขนาดของภาพในงานวิดีโอ เชน NTSC 720 x 486 องคประกอบที่มีผลกับไฟลภาพ 1. ขนาดความกวางและความยาว ถาภาพมีความกวางและความยาวมาก ขนาดของไฟลก็จะใหญมาก ดังนั้นควรจะ กําหนดใหขนาดของภาพมีขนาดตามที่ตองใชงานจริง เพื่อชวยลดขนาดไฟล 2. ความละเอียด (Resolution) ถาความละเอียดของภาพมาก ขนาดไฟลภาพก็จะมาก ถึงแมคุณภาพของภาพสูง แตเครื่องคอมพิวเตอรจะทํางานชา ดังนั้นเราควรกําหนด Resolution ตามการใชงาน เชน ภาพที่นําเสนอบนเว็บเพจและพรีเซนเตชั่น ควรใช 72 DPI (Dots per inch) ภาพที่พิมพออกทางเครื่องพิมพเลเซอร ควรใช 200 DPI สิ่งพิมพตางๆ ที่ตองเขาพิมพในโรงพิมพ เชน ปกนิตยสาร ควรใช 300 DPI 3. โหมดสีของภาพ จะมีผลตอขนาดของไฟล โดยสามารถเรียงลําดับโหมดสีที่ทําใหไดขนาดไฟลนอยไปมาก ได ดังนี้ Bitmap, Grayscale, RGB, CMYK, Lab color ทดลองสรางชิ้นงานโดยนําภาพมาตกแตง  ในตัวอยางนี้จะสรางงานโฆษณาอยางงายๆ โดยนําภาพที่เราเตรียมไวมาจัดวางใหสวยงาม และจะนําเสนอเปน หลักการทํางานเบื้องตนของโปรแกรม GIMP ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 กําหนดขนาดของชิ้นงาน ขั้นตอนที่ 2 เปดไฟลภาพที่ตองการนํามาตกแตง ขั้นตอนที่ 3 ตกแตงภาพโดยการจัดวาง ขั้นตอนที่ 4 บันทึกไฟลภาพ ขั้นตอนที่ 5 ออกจากการทํางานของโปรแกรม
  21. 21. Page 18 ตัวอยางชิ้นงานของแผนโปสการด ขั้นตอนที่ 1 กําหนดขนาดของชิ้นงาน  เริ่มแรกใหเรากําหนดขนาดของแผนโฆษณาที่เปนชิ้นงานของเรา ดังนี้ 1. เลือกคําสั่ง File>New เพื่อเปดหนากระดาษใหม 2. จะปรากฏหนาตาง Create a New Image จากนั้นกําหนดขนาด และรายละเอียดของหนากระดาษ โฆษณาของเรา ในที่น้กําหนด ี ขนาดความกวาง และความยาวเทากับ 640x480 พิกเซล (pixels) ความละเอียด (Resolution) 300 พิกเซล/นิ้ว (pixels/inch) โหมดสี (Color Space) เปน RGB Color พื้นของภาพ (Fill with) เปนสีขาว (White) 3. คลิกเมาสปุม เพื่อสรางชิ้นงาน 1. เลือกคําสั่ง File>New 2. กําหนดขนาดใหกับงานโฆษณา 3. คลิกเมาส
  22. 22. Page 19 4. แสดงขนาดของหนากระดาษใหม ที่ถูกเปดขึ้นมา ขั้นตอนที่ 2 เปดไฟลภาพที่ตองการนํามาตกแตง  โดยเปดไฟลภาพที่อยูในเครื่องคอมพิวเตอรของเรา ขึ้นมาตกแตงในหนากระดาษใหมที่เปดอยู จากหนาตาง Open Image ดังนี้ 1. เลือกคําสั่ง File>Open เพื่อเปดหนาตางยอยแสดงภาพ 2. จะปรากฏหนาตาง Open Image 3. เลือกโฟลเดอรที่เก็บภาพ แลวดับเบิ้ลคลิกภาพที่จะนํามาตกแตงใน GIMP ซึ่งในตัวอยางนี้เราจะนํา ภาพเขามาตกแตงทั้งหมด 3 ภาพ คือ ภาพพื้นหลัง (bg_coffee.jpg), ภาพแกวกาแฟ (coffee00.gif) และภาพขอความ (text.tif) ภาพพื้นหลัง ภาพแกวกาแฟ ภาพขอความ 2. จะปรากฏหนาตาง Open Image 1. เลือกคําสั่ง File>Browse
  23. 23. Page 20 3. ดับเบิ้ลคลิกเลือกภาพที่จะนํามาตกแตงทีละภาพ แสดงตัวอยางภาพที่เลือก แสดงไฟลภาพทั้งหมด ที่ถูกเปดขึ้นมาใชตกแตงในโปรแกรม GIMP ขั้นตอนที่ 3 ตกแตงภาพโดยการจัดวาง  ใหนําภาพที่เราเปดขึ้นมาทั้งหมดจากขั้นตอนที่ผานมา นํามาจัดวางในหนากระดาษเปลาๆ  ที่ยังเปดไวอยูจาก ขั้นตอนที่ 1 แลวทําการจัดวางใหเหมาะสมสวยงาม ดังขั้นตอนตอไปนี้ 1. เลือกคําสั่ง Edit>Copy หรือกดแปน <Ctrl+C> ที่คียบอรดเพื่อคัดลอกไฟลภาพพื้นหลัง 2. ในหนากระดาษที่เรากําหนดไวจากตอนที่ 1 เลือกคําสั่ง Edit>Paste หรือกดแปน <Ctrl+V> ที่คียบอรดเพื่อ วางไฟลภาพที่คัดลอกมา 3. เลือกคําสั่ง Edit>Copy หรือกดแปน <Ctrl+C> ที่คียบอรดเพื่อคัดลอกไฟลภาพแกวกาแฟ แลวนําไปวางใน ไฟลใหมที่สรางขึ้นตามขอ 2 เลื่อนตําแหนงภาพใหอยูทางซาย ตามตัวอยาง 4. เลือกคําสั่ง Edit>Copy หรือกดแปน <Ctrl+C> ที่คียบอรดเพื่อคัดลอกไฟลขอความ แลวนําไปวางในไฟล ใหมที่สรางขึ้นตามขอ 2 เลื่อนตําแหนงขอความใหอยูดานบนของแกว ตามตัวอยาง 5. คลิกเมาสเลื่อนจัดวางภาพทั้ง 3 ใหเหมาะสมตามที่ตองการ ก็จะไดภาพโฆษณาของเราเอง ดังรูป 1. เลือกคําสั่ง Edit>Copy เพื่อคัดลอกไฟล
  24. 24. Page 21 2. เลือกคําสั่ง Edit>Paste เพื่อวางไฟลภาพ ที่คัดลอกมา ภาพพื้นหลังที่นํามาวาง 3. เลือกคําสั่ง Edit>Copy เพื่อคัดลอกภาพแกวกาแฟ 4. เลือกคําสั่ง Edit>Copy เพื่อคัดลอกขอความ
  25. 25. Page 22 ผลลัพธของภาพที่ได ขั้นตอนที่ 4 การบันทึกไฟล (Save)  หลังจากสรางชิ้นงานเสร็จแลว เราสามารถบันทึกไฟลไดหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. เลือกคําสั่ง File ที่เมนูบารและเลือกรูปแบบการบันทึกไฟลดังตอไปนี้ คือ • File>Save เปนการบันทึกงานอยูในไฟลเดิมที่เรากําลังเปดแกไขอยู • File>Save As เปนการบันทึกงานเดิมเปนชื่อใหม หรือบันทึกใหอยูในรูปของฟอรแม็ตใหม • File>Save a Copy เปนการบันทึกงานเดิมเปนชื่อใหม หรือบันทึกใหอยูในรูปของฟอรแม็ตใหม คลายกับ Save As • File>Save as Template เปนการบันทึกงานไวเปน Template ใหเลือกใชตอนทําการสราง ไฟลใหม ในหนาตาง Create a New Image 2. ในชอง ชื่อ : พิมพชื่อไฟลที่จะบันทึกลงไป 3. ในชอง บันทึกในโฟลเดอร : ใหกําหนดตําแหนงของโฟลเดอรเพื่อใชเก็บไฟลที่จะบันทึกนี้ 4. โดยปกติไฟลงานของ Gimp จะเปนไฟลนามสกุล .xcf ซึ่งใชเฉพาะโปรแกรม Gimp เทานั้น ถาตองการ บันทึกในรูปของฟอรแม็ตใหม ใหทําการคลิกเลือกในชอง Select File Type เลือกชนิดของไฟลที่จะนําไปใช งาน สําหรับการบันทึกชิ้นงานเพื่อนําไปสงโรงพิมพจะใชฟอรแมต TIFF สวนการนําไปสรางพรีเซนเตชั่นแลว สรางเว็บไซต จะใชฟอรแมต JPEG, GIF และ PNG 5. คลิกเมาสที่ปุม เพื่อทําการบันทึกไฟล
  26. 26. Page 23 1. เลือกคําสั่ง File>Save As NOTE : ในการบันทึกงานในโปรแกรม GIMP นี้ สามารถทําการบันทึกชนิดไฟลของภาพเปน psd ซึ่ง เราสามารถที่จะเปดไฟลนี้มาทําการแกไขไดอีกใน โปรแกรม Photoshop 2. พิมพชื่อไฟล 3. คลิกเมาสเลือกตําแหนงที่ใชเก็บไฟล 4. เลือกฟอรแมตของไฟล 5. คลิกเมาสเพื่อทําการบันทึกไฟล ขั้นตอนที่ 5 ออกจากการทํางานของโปรแกรม  สุดทาย เมื่อตองการออกจากหนาตางไฟลภาพและโปรแกรมการทํางานสามารถทําได โดยคลิกที่ปุม ทั้ง 2 หนาตางของโปรแกรม GIMP 1. ที่หนาตางแสดงไฟลภาพ ในหนาตาง Image Window ใหคลิกเมาสที่ปุม ไฟลจะถูกปดทันที เมื่อปด ไฟลงานทั้งหมดจะเหลือหนาตาง GNU Image Manipulation Program ซึ่งเราสามารถออกจาก โปรแกรมไดโดยคลิกที่ปุม 2. ที่หนาตาง Main Toolbox ใหคลิกเมาสที่ปุม จะเปนการออกจากโปรแกรมไดเชนกัน
  27. 27. Page 24 1. คลิก เพื่อปดหนาตาง ไฟลภาพ 2. คลิก เพื่อปดโปรแกรม
  28. 28. Page 25 บทที่ 2   หลักการสรางงานกราฟก และการใชงานเครื่องมือพื้นฐาน  ในบทนี้ ก็จ ะเปนการแนะนํ าแนวทางในการสร า งงานกราฟ ก ซึ่ง จะเนน ถึง การสร า งชิ้น งานที่ไ ด จ ากการนํ า สวนประกอบของภาพเปนหลัก การใสสีขอความ และการจัดซอนภาพ สวนการตกแตงภาพถาย การปรับสีในภาพ และการ วาดภาพจะกลาวในสวนทายของเลม เพราะเนื้อหาสวนแรกจะปูพื้นฐานการสรางงานกราฟกใหเขาใจกันอยางถูกตอง เสียกอน รวมทั้งการใชงานเครื่องมือวาดภาพ และลงสีตางๆ ที่เปนเครื่องมือพื้นฐานในการตกแตงภาพ หลักการสรางงานกราฟก  กอนอื่นเราตองทําการวางแนวทางของชิ้นงานกอนวา จะนําเสนอเรื่องอะไร ใชสี ภาพและขอความอะไร เมื่อเรา ไดวางแนวทางของชิ้นงานเรียบรอยแลว ตอไปเราก็จะมาทราบถึงแนวทางการสรางชิ้นงานกันตอ ซึ่งอาจจะไมตายตัวเสมอ ไปแตกพอเปนแนวทางสรุปโดยรวมได ดังนี้ ็ 1. การกําหนดพื้นหลังของภาพ  เปนการกําหนดภาพ หรือสีพื้นหลัง โดยภาพหรือสีพื้นหลังที่ใชนั้นควรมีโทนสีที่ใหอารมณและสื่อความหมายได ถูกตองตามจุดประสงคของชิ้นงาน (ดูรายละเอียดในหัวขอตอไป) 2. การเลือกพื้นที่ภาพที่ใชงาน  เปนการตัด หรือคัดลอกบางสวนของภาพตางๆ ที่เราจะนํามาใชในชิ้นงานของเรา (ดูรายละเอียดในบทเรื่อง ”การ แตงและตัดภาพเฉพาะสวน”
  29. 29. Page 26 3. การจัดวางภาพใหเหมาะสม  เมื่อเรานําภาพสวนประกอบมารวมกันในชิ้นงาน อาจมีบางภาพที่มีขนาด และมุมการจัดวางไมลงตัว เราก็สามารถ ขยาย หมุน และบิดภาพใหเขากัน (ดูรายละเอียดในบทเรื่อง “การจัดวาง และปรับรูปทรงภาพ”) 4. การใสขอความ  เปนการใสขอความที่เปนชื่อ เรื่อง หรือคําบรรยายตางๆ เขาไปตกแตงเพิ่มเติม (ดูรายละเอียดในบทเรื่อง “การ สรางขอความตกแตงภาพ” 5. การนําภาพสวนประกอบมาจัดซอนกัน  นําภาพสวนประกอบที่เลือกไว มาทําการซอนกัน โดยบางสวนอาจจะอยูดานบน หรือดานลาง ตามจุดประสงคที่ วางไว (ดูรายละเอียดในบทเรื่อง “การทํางานกับเลเยอร”)
  30. 30. Page 27 6. ตกแตงทุกสวนประกอบเขากันอยางกลมกลืน  สุดทาย เราจะพิจารณาภาพรวมชิ้นงานที่ได และปรับแตงรายละเอียดของภาพประกอบแตละสวนใหดูกลมกลืน กัน เพื่อใหไดผลงานที่สวยงาม (ดูรายละเอียดในบทเรื่อง “เทคนิคการตกแตงภาพในเลเยอร”) การกําหนดมุมมองภาพ  เปนการกําหนดมุมมองทั่วไปของหนาตางแสดงภาพผาน Image menu ซึ่งเราสามารถทําไดโดยการเลือกที่ เมนูคําสั่ง View และเลือกคําสั่งที่ตองการ  กําหนดหนาตางใหพอดีกับขนาด กลับไปที่มุมมองเดิม ยอภาพ ขยายภาพ P กําหนดขนาดภาพใหสามารถ แสดงภาพแบบเต็มหนาจอ กําหนดขนาดความกวางหรือ มองเห็นภาพทั้งหมดเต็มหนาตาง ความยาวใหเต็มพืนที่ของ ้ หนาตาง
  31. 31. Page 28 ตัวอยางมุมมองแบบ Fit Image in Window ตัวอยางมุมมองแบบ Fill Window สามารถเลื่อน Scroll Bar ไดอีก การซูมยอ-ขยายภาพ  เราสามารถยอ หรือขยายมุมมองของภาพโดยใชเครื่องมือ Magnify Tool เครื่องมือนี้เปนเหมือนแวน ขยาย ที่ชวยขยายภาพใหเราตกแตงไดอยางละเอียดมากขึ้น และยังสามารถยอภาพใหเล็กลงเพื่อดูภาพโดยรวมไดอีกดวย การซูมภาพ   เราสามารถขยายภาพที่นําเขามาใหดูชัดเจนขึ้น โดยการใชงานเครื่องมือ Magnify Tool ดังนี้ 1. คลิกเลือก Magnify Tool 2. คลิกบริเวณที่ตองการขยายมุมมอง 3. ภาพจะถูกซูมขยายใหใหญขึ้น ถาตองการซูมเฉพาะบางที่ ก็สามารถทําไดเหมือนกัน โดยลากเมาสครอบเฉพาะพื้นที่ที่เราตองการแบบนี้
  32. 32. Page 29 1. ลากเมาสคลุมพืนที่ที่ตองการ และ ้ 2. จะไดภาพที่ถูกซูมเฉพาะพื้นที่ที่เลือก การยอภาพ   เมื่อเราตองการยอภาพใหเล็กลง ใหกดคีย <Ctrl> คางไว และคลิกเมาสลงบนภาพ จากนั้นภาพจะคอยๆ ถูกซูม ออกใหดูเล็กลงตามจํานวนครั้งที่เราคลิกเมาส 1. กดปุม <Ctrl> คางไวจะมีสัญลักษณ 2. ภาพเล็กลงผลจากการที่เราคลิกเมาส 3 ครั้ง แลวคลิกเมาส การเปลี่ยนขนาดของภาพ  หากตองการนําภาพไปลงเว็บ หรือทําเปนภาพติดบัตร ซึ่งจะเหมาะกับการลดขนาดภาพ เพื่อไฟลภาพจะลดลงไม ตองเปลืองเนื้อที่ และโปรแกรมจะทํางานไดเร็วดวย แตจะไมเหมาะกับการขยายภาพใหใหญขึ้น เพราะภาพที่ออกมาไม คมชัดเหมือนภาพตนฉบับ 1. เลือกคําสั่ง Image>Scale Image ที่หนาตาง Image Window 2. กําหนดขนาดของภาพใหมตามตองการ ดังนี้
  33. 33. Page 30 o Image Size กําหนดขนาดภาพใหม o Width และ Height กําหนดความกวาง และความสูงของภาพ (เราสามารถกําหนดคาทั้ง 2 ได อยางอิสระ โดยไมคํานึงถึงสัดสวนของภาพเดิม โดยคลิก ใหเปนลักษณะแบบโซเปด ) o X resolution และ Y resolution กําหนดความละเอียดของภาพในแนวแกน X (แนวนอน) และแกน Y (แนวตั้ง) o Quality กําหนดคุณภาพของภาพที่ปรับได 3 ระดับ o None คือ คุณภาพระดับต่ําสุด o Linear คือ คุณภาพระดับกลาง o Cubic คือ คุณภาพระดับดีที่สุด 3. คลิกเมาสที่ปุม เพื่อสั่งใหโปรแกรมเปลี่ยนขนาดภาพใหมตามที่เรากําหนด 1. เลือกคําสั่ง Image>Scale Image 2. กําหนดขนาดของ ภาพใหม 3. คลิกเมาส ภาพตนแบบกอนการลดขนาดภาพ หลังการลดขนาดภาพ
  34. 34. Page 31 การเพิ่ม/ลดพื้นที่การทํางานของภาพ  ในระหวางที่เราตกแตงภาพ อาจจะมีความตองการเพิ่มพื้นที่การทํางานใหมากขึ้นหรือ ลดพื้นที่ของภาพใหเล็กลง ได ดังนี้ 1. เลือกคําสั่ง Image>Canvas Size ที่หนาตาง Image Window จะปรากฏหนาตาง Canvas Size ขึ้นมา 2. เพิ่ม/ลดพื้นที่ของภาพ และกําหนดตําแหนงของภาพภายในพื้นที่ o Canvas size กําหนดขนาดภาพใหม Width และ Height กําหนดขนาดความกวาง และความสูงของ พื้นที่ภาพ o Offset กําหนดตําแหนงของภาพเดิมในพื้นที่ที่กาหนดขึ้นใหม X คือ พิกัดของตําแหนงรูปในแนวนอน ํ และ Y คือ พิกัดของตําแหนงรูปในแนวตั้ง หากตองการใหภาพเดิมอยูตรงกลางของพื้นที่ สามารถคลิกปุม เพื่อจัดตําแหนงภาพใหอยูกึ่งกลาง โดยอัตโนมัติ 3. เพิ่ม/ลดขนาดของ Layers o None ไมตองการเพิ่ม/ลดขนาดเลเยอร o All layers เพิ่ม/ลดขนาดเลเยอรทั้งหมดดวย o Imaged-sized layers เพิ่ม/ลดขนาดเฉพาะเลเยอรของภาพที่ปรับพื้นที่อยู o All visible layers เพิ่ม/ลดขนาดเลเยอรที่มองเห็นไดท้งหมด ั o All linkd layers เพิ่ม/ลดขนาดเลเยอรท่ลิงกกับเลเยอรของภาพที่ปรับพื้นที่อยู ี 4. คลิกเมาสที่ปุม เพื่อสั่งใหโปรแกรมเปลี่ยนขนาดพื้นที่ภาพใหมตามที่เรากําหนด 1. เลือกคําสั่ง Image>Canvas Size... 2. กําหนดขนาด และ ตําแหนงของภาพใน พื้นที่ แสดงตัวอยางของ การเพิ่ม/ลดพื้นที่ ตองการเพิ่ม/ลดขนาด Layers ดวยหรือไม 3. คลิกเมาส
  35. 35. Page 32 NOTE : ในกรณีที่เราทําการลดพื้นที่ของภาพดวยคําสั่ง Canvas Size รูปภาพเดิมทั้งหมดจะยังคงลักษณะเดิมอยู แตจะ แสดงภาพออกมาเฉพาะสวนของพื้นที่ที่เรากําหนดเทานั้น ซึ่งเราสามารถคลิกเพื่อเลื่อนตําแหนงภาพเดิม เพื่อกําหนดสวน ของภาพที่จะแสดงออกมาในพื้นที่ภาพที่กําหนดได คลิกเลื่อนตําแหนงของภาพดวย Move Tool ภาพที่แสดงบนพื้นที่ภาพจะเปลียนไป ่ การปรับหมุนภาพ  เปนการปรับหมุน และพลิกภาพ ในองศาตางๆ ผาน Image menu ทําได โดยการเลือกที่เมนูคําสั่ง Image>Transform และเลือกคําสั่งปรับหมุนภาพตางๆ พลิกภาพในแนวนอนจากดานซายเปนดานขวา พลิกภาพในแนวตั้งจากดานบนเปนดานลาง หมุนภาพตามเข็มนาฬิกาเปนมุม 90 องศา หมุนภาพทวนเข็มนาฬิกาเปนมุม 90 องศา หมุนภาพเปน180 องศา การทํางานกับสี  เมื่อเรากําหนดขนาดชิ้นงาน เรียบรอยแลว กอนที่จะทําการลงสีพื้นหลังของชิ้นงาน เราจะมาเริ่มตนรูจักกับการ เลือกใชสีกันกอน โดยใน GIMP จะมีสวนที่แสดงการใชงานของสีอยูในสวนของ Main Toolbox สีโฟรกราวนด Switch Color สีแบคกราวนด Default Color
  36. 36. Page 33 สีโฟรกราวนด (Foreground) และสีแบ็คกราวนด (Background)  เปนพื้นที่แสดงสีและกําหนดการใชสี ซึ่งตองทํางานควบคูกับเครื่องมือในการระบายสีและเครื่องมืออื่นๆ ที่ เกี่ยวของกับสีทั้งหมด โดยสีของโฟรกราวนดจะเปนสีที่เราเลือกใชในการลงสี สวนสีของแบ็คกราวนดจะเปนสีพ้นหลังของ ื ภาพ นอกจากนั้นยังใชสีของโฟรกราวนดในการเติมสีภาพและใชสของแบ็คกราวนดแทนการลบพื้นที่ภาพไดอีกดวย ี Default color   คลิกเมาสที่ เพื่อเปลี่ยนสีของโฟรกราวนดและแบ็คกราวนดกลับมาเปนสีมาตรฐาน คือ สีดําเปนสีของโฟร กราวนด และสีขาวเปนสีของแบ็คกราวนด Switch color   คลิกเมาสที่ เพื่อสลับสีของโฟรกราวนดมาเปนสีของแบ็คกราวนดและสีของแบ็คกราวนดมาเปนสีโฟร กราวนดแทน (หรือกดคีย <X> ที่คียบอรด) การเลือกสี  มีวิธีการเลือกสีวิธี ไดแก การเลือกสีจาก Foreground/Background, การเลือกสีจากตัวอยางดวย 3 เครื่องมือ Color Picker Tool และเลือกสีจาก Palette เลือกสีจาก Foreground/Background  ทําไดโดยการคลิกที่โฟรกราวนด หรือแบคกราวนด จะปรากฏหนาตาง Change Color ซึ่งเปรียบไดกับจาน สีขนาดใหญที่มีสีนับลานๆ สีใหเราเลือก โดยเลือกตามสเปคตรัมสีที่ปรากฏ หรือตามการกําหนดคาเปนตัวเลข ดังนี้ 3. คลิกเลือกสี สามารถคลิกเลื่อน หรือใส ตัวเลขของคาตางๆ ของสี 1. คลิกที่โฟรกราวนด หรือแบคกราวนด แสดงรหัสของสีที่ใชใน ภาษา HTML และ CSS แสดงจานสีที่เรา จัดเก็บสีไวใชงาน คลิก เพื่อจัดเก็บสี 2. เลื่อนสไลดเลือกโทนสี 4. คลิกเมาส เลือกสีจากเครื่องมือ Color Picker Tool  เปนการเลือกสี โดยดึงสีจากสีตนฉบับมากําหนดเปนสีของโฟรกราวน หรือแบคกราวน

×