บทที่8

910
-1

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
910
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
14
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทที่8

  1. 2. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้ <ul><li>ความหมายของการวัดผล การทดสอบ และการประเมินผล </li></ul><ul><li>การวัดผล หมายถึง กระบวนการหาปริมาณ หรือจำนวนของสิ่งต่างๆโดยใช้เครื่องมือ อย่างใดอย่างหนึ่ง ผลของการวัดจะออกมาเป็นตัวเลขหรือสัญลักษณ์ </li></ul><ul><li>การทดสอบ หมายถึง กระบวนการวัดผลอย่างหนึ่งที่กระทำอย่างมีระบบเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบความสามารถของบุคคล โดยใช้ข้อสอบหรือคำถามไปกระตุ้นให้สนองแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา </li></ul><ul><li>การประเมินผล หมายถึง การตัดสิน หรือวินิจฉัยสิ่งต่างๆ ที่ได้จากการวัดผล เช่น ผลจากการวัดความสูงของนายแดงได้ 180 ซม . ก็อาจประเมินว่าเป็นคนที่สูงมาก ผลจากการชั่งน้ำหนักของวัตถุชิ้นหนึ่งได้ 2 ก . ก ก็อาจจะประเมินว่าหนัก – เบา </li></ul>
  2. 3. <ul><li>บลูม (Bloon) และคณะได้แบ่งพฤติกรรมที่จะ วัดออกเป็น 3 ลักษณะ คือ </li></ul><ul><li>วัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับความรู้ ความคิด ( วัดด้านสมอง ) </li></ul><ul><li>วัดพฤติกรรมด้านจิตพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ( วัดด้านจิตใจ ) </li></ul><ul><li>วัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับการใช้กล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัสส่วนต่างๆของร่างกาย ( วัดด้านการปฎิบัติ ) </li></ul><ul><li>จุดมุ่งหมายของการวัดผลการศึกษา </li></ul><ul><li>วัดผลเพื่อและพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อดูว่านักเรียนบกพร่องหรือไม่เข้าใจในเรื่องใดอย่างไร </li></ul><ul><li>วัดผลเพื่อวินิจฉัย หมายถึง การวัดผลเพื่อค้นหาจุดบกพร่องของนักเรียนที่มีปัญหา </li></ul><ul><li>วัดผลเพื่อจัดอันดับหรือตำแหน่ง หมายถึง การวัดผลเพื่อจัดอันดับความสามารถของนักเรียนในกลุ่มเดียวกัน </li></ul>
  3. 4. <ul><li>วัดผลเพื่อเปรียบเทียบหรือเพื่อทราบพัฒนาการของนักเรียน </li></ul><ul><li>วัดผลเพื่อพยากรณ์ หมายถึง การวัดผลที่ได้คาดคะเนหรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคต </li></ul><ul><li>วัดผลเพื่อประเมินผล หมายถึง การวัดเพื่อนำผลที่ได้มาตัดสิน หรือสรุปคุณภาพ </li></ul><ul><li>หลักการวัดผลการศึกษา </li></ul><ul><li>ต้องวัดให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>เลือกใช้เครื่องมือวัดที่ดีและเหมาะสม </li></ul><ul><li>ระวังความคาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของการวัด </li></ul><ul><li>ประเมินผลการวัดให้ถูกต้อง </li></ul><ul><li>ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่า เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน </li></ul>
  4. 5. <ul><li>เครื่องมือที่ใช้ในการวัด </li></ul><ul><li>1. การสังเกต คือ การพิจารณาปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาความจริง บางประการโดยอาศัยประสาท สัมผัสของผู้สังเกตโดยตรง </li></ul><ul><li>รูปแบบของการสังเกต </li></ul><ul><li>1. การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม </li></ul><ul><li>2. การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่ได้เข้าไปร่วมในเหตุการณ์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด </li></ul><ul><li>- การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตโดยไม่สังเกตหัวข้อเฉพาะ </li></ul><ul><li>- การสังเกตแบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตโดยตั้งหัวข้อเฉพาะเอาไว้ </li></ul><ul><li>2. การสัมภาษณ์ คือ การสนทนาหรือการพูดโต้ตอบกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ความจริง ตามวัตถุที่ประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า </li></ul><ul><li>- รูปแบบของการสัมภาษณ์ </li></ul><ul><li>- การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์แบบไม่มีคำถามที่ตรงกันทุกคน </li></ul><ul><li>- การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์แบบที่ร่างขึ้นไว้แล้ว </li></ul>
  5. 6. <ul><li>3. แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์ </li></ul><ul><li>- รูปแบบของแบบสอบถาม </li></ul><ul><li>- แบบสอบถามชนิดปลายเปิด คือ แบบสอบถามนี้ไม่ได้กำหนดคำตอบไว้สามารถตอบตามอิสระตามความคิดของตนเอง </li></ul><ul><li>- แบบสอบถามปลายปิด คือ ประกอบด้วยคำถามและตัวเลือก นี้สร้างขึ้นโดยคาดว่าผู้ตอบ สามารถเลือกตอบได้ </li></ul><ul><li>4. การจัดอันดับ เป็นเครื่องมือวัดผลให้นักเรียนเป็นผู้ตอบ โดยการจัดอันดับความสำคัญ ของนักเรียนแล้วจึงให้คะแนน ภายหลังเพื่อการประเมิน </li></ul><ul><li>5. การประเมินผลจากสภาพจริง หมายถึง กระบวนการสังเกต การบันทึก และรวบรวมข้อมูลจากงาน ที่นักเรียนทำการประเมินผลจากสภาพความเป็นจริง จะเน้นให้นักเรียนสามารถแก้ไขปัญหา เป็นผู้ค้นพบและผู้ผลิตความรู้ นักเรียนได้ฝึกปฎิบัติจริง รวมทั้งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน </li></ul>
  6. 7. <ul><li>6. การวัดผลภาคปฎิบัติ เป็นการวัดผลงานเพื่อให้นักเรียนลงมือปฎิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงาน ในสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์จำลอง สิ่งที่ควรคำนึงในการวัดปฎิบัติ คือ </li></ul><ul><li>1. ขั้นเตรียมการ </li></ul><ul><li>2. ขั้นปฎิบัติงาน </li></ul><ul><li>3. เวลาที่ใช้ในการทำงาน </li></ul><ul><li>4. ผลงาน </li></ul><ul><li>7. การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน เป็นแนวทางประเมินผล โดยรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนทำกิจกรรมต่างๆ รวมกันโดยกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดภาคเรียน โดยกิจกรรมที่สอดแทรกเหล่านี้จะวัดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพชีวิตประจำวัน </li></ul>
  7. 8. <ul><li>8. แบบทดสอบ หมายถึง ชุดคำถามหรือหน่วยงานใดๆที่สร้างขึ้นเพื่อชักนำเพื่อให้ไปสู่การทดสอบ หรือ ปฎิกริยาโต้ตอบที่แสดงออกมาให้สามารถสังเกตได้ </li></ul><ul><li>8.1 แบ่งตามพฤติกรรมหรือสมรรถภาพที่จะวัด แบ่งได้ 3 ประเภท คือ </li></ul><ul><li>1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หมายถึง แบบทดสอบที่วัดสมรรถภาพสมองด้านต่างๆ </li></ul><ul><li>2. แบบทดสอบวัดความถนัด หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดสมรรถภาพสมองของผู้เรียน </li></ul><ul><li>3. แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพทางสังคม หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้วัดบุคลิกภาพและการปรับตัวให้เข้ากับสังคม </li></ul><ul><li>8.2 แบ่งตามลักษณะการตอบ ประกอบด้วย แบบทดสอบภาคปฎิบัติ แบบทดสอบข้อเขียน แบบทดสอบปากเปล่า </li></ul><ul><li>8.3 แบ่งตามเวลาที่กำหนดให้ตอบ ประกอบด้วย แบบทดสอบที่จำกัดเวลาในการตอบ แบบทดสอบที่ไม่จำกัดเวลาในการตอบ </li></ul>
  8. 9. <ul><li>8.4 แบ่งตามจำนวนผู้เข้าสอบ ประกอบด้วย แบบทดสอบเป็นรายบุคคล แบบทดสอบเป็นชั้นหรือเป็นหมู่ </li></ul><ul><li>8.5 แบ่งตามสิ่งเร้าของการถาม ประกอบด้วย แบบทดสอบทางภาษา แบบทดสอบที่ไม่ใช่ภาษา </li></ul><ul><li>8.6 แบ่งตามลักษณะของการใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย แบบทดสอบย่อย แบบทดสอบรวม </li></ul><ul><li>8.7 แบ่งตามเนื้อหาของข้อสอบย่อยในฉบับ ประกอบด้วย แบบทดสอบอัตนัย แบบทดสอบปรนัย </li></ul><ul><li>9. การสังเกตเป็นการรวบรวมข้อมูลโดยใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ของผู้สังเกตเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตา และ หู เก็บข้อมูลตามที่ปรากฏโดยไม่แปลความหมายของข้อมูลนั้นตามความนึกคิดของผู้ สังเกต </li></ul>
  9. 10. <ul><li>ธรรมชาติของข้อมูลจาการสังเกต แบ่งได้ 2 ระดับคือ </li></ul><ul><li>เป็นรูปธรรม ข้อมูลเช่นนี้สามารถสังเกตได้โดยตรง เช่น สังเกตคนที่เข้าประชุมว่ามีมากเพื่อใด </li></ul><ul><li>เป็นนามธรรม เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถสังเกตได้โดยตรง เช่น ความซื่อสัตย์ ความเมตตากรุณา </li></ul><ul><li>ชนิดของการสังเกตแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ใหญ่ๆดังนี้ </li></ul><ul><li>การสังเกตแบบมีส่วนร่วม เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปร่วมอยู่ในหมู่หรือกลุ่มบุคคลที่สังเกต </li></ul><ul><li>การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่นอกกลุ่มผู้สังเกต </li></ul><ul><li>ลักษณะของการสังเกตที่ดี </li></ul><ul><li>กำหนดจุดมุ่งหมายให้แน่นอนว่า จะสังเกตอะไร ที่ไหน เพื่อใคร </li></ul><ul><li>วางแผนสังเกตไว้ล่วงหน้า และวิเคราะห์สิ่งที่สังเกตออกมา </li></ul><ul><li>ควรสังเกตโดยที่ผู้ถูกสังเกตไม่รู้ตัว </li></ul><ul><li>ควรระวังอย่าให้เกิดการลำเอียงในขณะที่สังเกต </li></ul>
  10. 11. <ul><li>ควรสังเกตซ้ำหลายๆครั้ง </li></ul><ul><li>ควรมีบันทึกการสังเกตทุกครั้ง </li></ul><ul><li>10. การสัมภาษณ์ เป็นการสนทนาอย่างมีจุดหมายเพื่อต้องการผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นกระบวนการสื่อสารระหว่างบุคคลสองบุคคล โดยมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน และจะทำให้ทราบ ในด้านบุคลิกภาพ ท่วงทีวาจา เจตคติ ปฎิภาณ ไหวพริบ หรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ประเภทของการสัมภาษณ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแน่นอน และ การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแน่นอน </li></ul><ul><li>11. แบบสอบถามและแบบสำรวจ เป็นชุดของคำถามที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลในด้านต่างๆ เช่น ความคิดเห็น ความรู้สึก ท่าที เจตคติ ประเภทของแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบสอบถามประเภทปลายปิด และ แบบสอบถามประเภทปลายเปิด </li></ul><ul><li>12. แบบสำรวจ เป็นเครื่องมือที่ใช้กันมากชนิดหนึ่ง โดยปกติจะประกอบด้วยบัญชีรายการสิ่งของหรือเรื่องราวต่างๆ ที่จะให้ผู้ตอบ ตอบในลักษณะให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างที่กำหนดให้ เช่น มี - ไม่มี , ชอบ - ไม่ชอบ </li></ul>
  11. 12. <ul><li>การวิเคราะห์ข้อมูล </li></ul><ul><li>การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นกระบวนการนำข้อมูลซึ่งเก็บรวบรวมได้ มาจัดทำโดยการจัดระเบียบ แยกประเภท หรือใช้วิธีการทางสถิติ เพื่อตอบคำถามตามจุดมุ่งหมายของการประเมิน </li></ul><ul><li>ลักษณะของข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ </li></ul><ul><li>ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ข้อมูลที่อยู่ในรูปของจำนวน ปริมาณ หรือตัวเลข </li></ul><ul><li>ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ข้อมูลที่ไม่ได้อยู่ในรูปของจำนวนหรือตัวเลข </li></ul><ul><li>ประเภทของการวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ </li></ul><ul><li>การวิเคราะห์โดยไม่ใช้วิธีการทางสถิติ </li></ul><ul><li>การวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติ </li></ul>
  12. 13. <ul><li>การประเมินผลทางการศึกษา </li></ul><ul><li>การประเมินผลทางการศึกษา หมายถึง กระบวนการในการตัดสินใจลงสรุปคุณลักษณะหรือพฤติกรรมของนักเรียนว่ามี คุณภาพดีระดับใด โดยอาศัยเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งในการเปรียบเทียบ มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ ผลการวัด เกณฑ์การพิจารณา การตัดสินใจ </li></ul><ul><li>ความสำคัญของการประเมินผลทางการศึกษา </li></ul><ul><li>ช่วยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินงานเหมาะสมเพียงใด </li></ul><ul><li>ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบรรลุตามจุดประสงค์ที่ว่างไว้หรือไม่ </li></ul><ul><li>ช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งรัด ปรับปรุง และการดำเนินการ </li></ul><ul><li>ช่วยให้เห็นข้อบกพร่องในการดำเนินงาน </li></ul><ul><li>ช่วยควบคุมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ </li></ul><ul><li>เป็นแนวทางในการกำหนดวิธีการในการดำเนินงานครั้งต่อไป </li></ul>
  13. 14. <ul><li>หลักการของการประเมินผลทางการศึกษา </li></ul><ul><li>กำหนดสิ่งที่จะประเมินให้ชัดเจนและวัดได้ </li></ul><ul><li>วางแผนการประเมินให้รัดกุม </li></ul><ul><li>เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการ </li></ul><ul><li>เลือกใช้เครื่องมือในการประเมินที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับสิ่งที่จะประเมิน </li></ul><ul><li>ปราศจากความลำเอียง </li></ul><ul><li>การกำหนดสิ่งที่จะประเมินเกี่ยวกับการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>การประเมินก่อนมีการเรียนการสอน เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบดูว่าองค์ประกอบก่อนที่จะทำการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>การประเมินขณะทำการเรียนการสอน การประเมินระยะนี้เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด </li></ul><ul><li>การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน เป็นการประเมินตรวจสอบโดยสรุปของการเรียนการสอนว่า เมื่อครบกำหนด นักเรียนมีความสำเร็จในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด ตามปกติการวัดจะมี 3 ด้าน ดังนี้ </li></ul><ul><li>- พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย เป็นพฤติกรรมทางด้านสมองและสติปัญญา ได้แก่ ความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมินค่า </li></ul><ul><li>- พฤติกรรมด้านจิตพิสัย เป็นพฤติกรรมทางด้านจิตใจที่แสดงออกมาในรูปของค่านิยม เจตคติ ความสนใจ </li></ul><ul><li>- พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวกับทักษะในการเคลื่อนไหว การใช้อวัยวะต่างๆของร่างกาย ตลอดจนการประสานงานของประสาทและกล้ามเนื้อ </li></ul>
  14. 15. <ul><li>จากการเรียนรู้โดยทั่วไปอาจแยกลักษณะการประเมินผลจากข้อมูลออกเป็น 2 วิธีที่สำคัญ คือ </li></ul><ul><li>การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์ </li></ul><ul><li>เป็นการวัดเพื่อต้องการทราบว่าบุคคลนั้นๆมีความสามรถถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือไม่ การประเมินผลต้องนำคะแนนที่ได้จากผลงาน ไปเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การวัดผลใช้ในการวัดสมรรถภาพเป็นรายบุคคล ถ้านักเรียนทำข้อสอบได้ถูกต้องถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถือว่าได้เรียนรู้ ตามจุดประสงค์แล้ว </li></ul><ul><li>ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงเกณฑ์ </li></ul><ul><li>วัตถุประสงค์ของการสอนต้องชัดเจน </li></ul><ul><li>ข้อสอบมีความเที่ยงตรงสูงและครอบคลุมวัตถุประสงค์การสอน </li></ul><ul><li>เกณฑ์ที่วัดต้องชัดเจน มีหลักเกณฑ์ที่อ้างอย่างยุติธรรม </li></ul>
  15. 16. <ul><li>การประเมินแบบอิงกลุ่ม </li></ul><ul><li>เป็นการวัดเพื่อเปรียบเทียบคะแนนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคลอื่น คือ จำแนกคะแนนสูงสุดจนต่ำสุดแล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเปรียบเทียบเพื่อ ประเมินต่อไป เช่น การสอบคัดเลือกนักศึกษาสอบเข้ามหาลัย </li></ul><ul><li>ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงกลุ่ม </li></ul><ul><li>ข้อสอบต้องมีคุณภาพสูง มีความเชื่อมั่นและเที่ยงตรง </li></ul><ul><li>ข้อสอบที่ใช้จะต้องครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด </li></ul>
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×