บทที่8
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

 

Statistics

Views

Total Views
1,154
Views on SlideShare
1,154
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
13
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

บทที่8 บทที่8 Presentation Transcript

  •  
  • การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
    • ความหมายของการวัดผล การทดสอบ และการประเมินผล
    • การวัดผล หมายถึง กระบวนการหาปริมาณ หรือจำนวนของสิ่งต่างๆโดยใช้เครื่องมือ อย่างใดอย่างหนึ่ง ผลของการวัดจะออกมาเป็นตัวเลขหรือสัญลักษณ์
    • การทดสอบ หมายถึง กระบวนการวัดผลอย่างหนึ่งที่กระทำอย่างมีระบบเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบความสามารถของบุคคล โดยใช้ข้อสอบหรือคำถามไปกระตุ้นให้สนองแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา
    • การประเมินผล หมายถึง การตัดสิน หรือวินิจฉัยสิ่งต่างๆ ที่ได้จากการวัดผล เช่น ผลจากการวัดความสูงของนายแดงได้ 180 ซม . ก็อาจประเมินว่าเป็นคนที่สูงมาก ผลจากการชั่งน้ำหนักของวัตถุชิ้นหนึ่งได้ 2 ก . ก ก็อาจจะประเมินว่าหนัก – เบา
    • บลูม (Bloon) และคณะได้แบ่งพฤติกรรมที่จะ วัดออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
    • วัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับความรู้ ความคิด ( วัดด้านสมอง )
    • วัดพฤติกรรมด้านจิตพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ( วัดด้านจิตใจ )
    • วัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับการใช้กล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัสส่วนต่างๆของร่างกาย ( วัดด้านการปฎิบัติ )
    • จุดมุ่งหมายของการวัดผลการศึกษา
    • วัดผลเพื่อและพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อดูว่านักเรียนบกพร่องหรือไม่เข้าใจในเรื่องใดอย่างไร
    • วัดผลเพื่อวินิจฉัย หมายถึง การวัดผลเพื่อค้นหาจุดบกพร่องของนักเรียนที่มีปัญหา
    • วัดผลเพื่อจัดอันดับหรือตำแหน่ง หมายถึง การวัดผลเพื่อจัดอันดับความสามารถของนักเรียนในกลุ่มเดียวกัน
    • วัดผลเพื่อเปรียบเทียบหรือเพื่อทราบพัฒนาการของนักเรียน
    • วัดผลเพื่อพยากรณ์ หมายถึง การวัดผลที่ได้คาดคะเนหรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคต
    • วัดผลเพื่อประเมินผล หมายถึง การวัดเพื่อนำผลที่ได้มาตัดสิน หรือสรุปคุณภาพ
    • หลักการวัดผลการศึกษา
    • ต้องวัดให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน
    • เลือกใช้เครื่องมือวัดที่ดีและเหมาะสม
    • ระวังความคาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของการวัด
    • ประเมินผลการวัดให้ถูกต้อง
    • ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่า เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน
    • เครื่องมือที่ใช้ในการวัด
    • 1. การสังเกต คือ การพิจารณาปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาความจริง บางประการโดยอาศัยประสาท สัมผัสของผู้สังเกตโดยตรง
    • รูปแบบของการสังเกต
    • 1. การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม
    • 2. การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่ได้เข้าไปร่วมในเหตุการณ์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
    • - การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตโดยไม่สังเกตหัวข้อเฉพาะ
    • - การสังเกตแบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตโดยตั้งหัวข้อเฉพาะเอาไว้
    • 2. การสัมภาษณ์ คือ การสนทนาหรือการพูดโต้ตอบกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ความจริง ตามวัตถุที่ประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
    • - รูปแบบของการสัมภาษณ์
    • - การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์แบบไม่มีคำถามที่ตรงกันทุกคน
    • - การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์แบบที่ร่างขึ้นไว้แล้ว
    • 3. แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์
    • - รูปแบบของแบบสอบถาม
    • - แบบสอบถามชนิดปลายเปิด คือ แบบสอบถามนี้ไม่ได้กำหนดคำตอบไว้สามารถตอบตามอิสระตามความคิดของตนเอง
    • - แบบสอบถามปลายปิด คือ ประกอบด้วยคำถามและตัวเลือก นี้สร้างขึ้นโดยคาดว่าผู้ตอบ สามารถเลือกตอบได้
    • 4. การจัดอันดับ เป็นเครื่องมือวัดผลให้นักเรียนเป็นผู้ตอบ โดยการจัดอันดับความสำคัญ ของนักเรียนแล้วจึงให้คะแนน ภายหลังเพื่อการประเมิน
    • 5. การประเมินผลจากสภาพจริง หมายถึง กระบวนการสังเกต การบันทึก และรวบรวมข้อมูลจากงาน ที่นักเรียนทำการประเมินผลจากสภาพความเป็นจริง จะเน้นให้นักเรียนสามารถแก้ไขปัญหา เป็นผู้ค้นพบและผู้ผลิตความรู้ นักเรียนได้ฝึกปฎิบัติจริง รวมทั้งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน
    • 6. การวัดผลภาคปฎิบัติ เป็นการวัดผลงานเพื่อให้นักเรียนลงมือปฎิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงาน ในสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์จำลอง สิ่งที่ควรคำนึงในการวัดปฎิบัติ คือ
    • 1. ขั้นเตรียมการ
    • 2. ขั้นปฎิบัติงาน
    • 3. เวลาที่ใช้ในการทำงาน
    • 4. ผลงาน
    • 7. การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน เป็นแนวทางประเมินผล โดยรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนทำกิจกรรมต่างๆ รวมกันโดยกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดภาคเรียน โดยกิจกรรมที่สอดแทรกเหล่านี้จะวัดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพชีวิตประจำวัน
    • 8. แบบทดสอบ หมายถึง ชุดคำถามหรือหน่วยงานใดๆที่สร้างขึ้นเพื่อชักนำเพื่อให้ไปสู่การทดสอบ หรือ ปฎิกริยาโต้ตอบที่แสดงออกมาให้สามารถสังเกตได้
    • 8.1 แบ่งตามพฤติกรรมหรือสมรรถภาพที่จะวัด แบ่งได้ 3 ประเภท คือ
    • 1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หมายถึง แบบทดสอบที่วัดสมรรถภาพสมองด้านต่างๆ
    • 2. แบบทดสอบวัดความถนัด หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดสมรรถภาพสมองของผู้เรียน
    • 3. แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพทางสังคม หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้วัดบุคลิกภาพและการปรับตัวให้เข้ากับสังคม
    • 8.2 แบ่งตามลักษณะการตอบ ประกอบด้วย แบบทดสอบภาคปฎิบัติ แบบทดสอบข้อเขียน แบบทดสอบปากเปล่า
    • 8.3 แบ่งตามเวลาที่กำหนดให้ตอบ ประกอบด้วย แบบทดสอบที่จำกัดเวลาในการตอบ แบบทดสอบที่ไม่จำกัดเวลาในการตอบ
    • 8.4 แบ่งตามจำนวนผู้เข้าสอบ ประกอบด้วย แบบทดสอบเป็นรายบุคคล แบบทดสอบเป็นชั้นหรือเป็นหมู่
    • 8.5 แบ่งตามสิ่งเร้าของการถาม ประกอบด้วย แบบทดสอบทางภาษา แบบทดสอบที่ไม่ใช่ภาษา
    • 8.6 แบ่งตามลักษณะของการใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย แบบทดสอบย่อย แบบทดสอบรวม
    • 8.7 แบ่งตามเนื้อหาของข้อสอบย่อยในฉบับ ประกอบด้วย แบบทดสอบอัตนัย แบบทดสอบปรนัย
    • 9. การสังเกตเป็นการรวบรวมข้อมูลโดยใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ของผู้สังเกตเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตา และ หู เก็บข้อมูลตามที่ปรากฏโดยไม่แปลความหมายของข้อมูลนั้นตามความนึกคิดของผู้ สังเกต
    • ธรรมชาติของข้อมูลจาการสังเกต แบ่งได้ 2 ระดับคือ
    • เป็นรูปธรรม ข้อมูลเช่นนี้สามารถสังเกตได้โดยตรง เช่น สังเกตคนที่เข้าประชุมว่ามีมากเพื่อใด
    • เป็นนามธรรม เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถสังเกตได้โดยตรง เช่น ความซื่อสัตย์ ความเมตตากรุณา
    • ชนิดของการสังเกตแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ใหญ่ๆดังนี้
    • การสังเกตแบบมีส่วนร่วม เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปร่วมอยู่ในหมู่หรือกลุ่มบุคคลที่สังเกต
    • การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่นอกกลุ่มผู้สังเกต
    • ลักษณะของการสังเกตที่ดี
    • กำหนดจุดมุ่งหมายให้แน่นอนว่า จะสังเกตอะไร ที่ไหน เพื่อใคร
    • วางแผนสังเกตไว้ล่วงหน้า และวิเคราะห์สิ่งที่สังเกตออกมา
    • ควรสังเกตโดยที่ผู้ถูกสังเกตไม่รู้ตัว
    • ควรระวังอย่าให้เกิดการลำเอียงในขณะที่สังเกต
    • ควรสังเกตซ้ำหลายๆครั้ง
    • ควรมีบันทึกการสังเกตทุกครั้ง
    • 10. การสัมภาษณ์ เป็นการสนทนาอย่างมีจุดหมายเพื่อต้องการผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นกระบวนการสื่อสารระหว่างบุคคลสองบุคคล โดยมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน และจะทำให้ทราบ ในด้านบุคลิกภาพ ท่วงทีวาจา เจตคติ ปฎิภาณ ไหวพริบ หรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ประเภทของการสัมภาษณ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแน่นอน และ การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแน่นอน
    • 11. แบบสอบถามและแบบสำรวจ เป็นชุดของคำถามที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลในด้านต่างๆ เช่น ความคิดเห็น ความรู้สึก ท่าที เจตคติ ประเภทของแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบสอบถามประเภทปลายปิด และ แบบสอบถามประเภทปลายเปิด
    • 12. แบบสำรวจ เป็นเครื่องมือที่ใช้กันมากชนิดหนึ่ง โดยปกติจะประกอบด้วยบัญชีรายการสิ่งของหรือเรื่องราวต่างๆ ที่จะให้ผู้ตอบ ตอบในลักษณะให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างที่กำหนดให้ เช่น มี - ไม่มี , ชอบ - ไม่ชอบ
    • การวิเคราะห์ข้อมูล
    • การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นกระบวนการนำข้อมูลซึ่งเก็บรวบรวมได้ มาจัดทำโดยการจัดระเบียบ แยกประเภท หรือใช้วิธีการทางสถิติ เพื่อตอบคำถามตามจุดมุ่งหมายของการประเมิน
    • ลักษณะของข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
    • ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ข้อมูลที่อยู่ในรูปของจำนวน ปริมาณ หรือตัวเลข
    • ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ข้อมูลที่ไม่ได้อยู่ในรูปของจำนวนหรือตัวเลข
    • ประเภทของการวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
    • การวิเคราะห์โดยไม่ใช้วิธีการทางสถิติ
    • การวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติ
    • การประเมินผลทางการศึกษา
    • การประเมินผลทางการศึกษา หมายถึง กระบวนการในการตัดสินใจลงสรุปคุณลักษณะหรือพฤติกรรมของนักเรียนว่ามี คุณภาพดีระดับใด โดยอาศัยเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งในการเปรียบเทียบ มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ ผลการวัด เกณฑ์การพิจารณา การตัดสินใจ
    • ความสำคัญของการประเมินผลทางการศึกษา
    • ช่วยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินงานเหมาะสมเพียงใด
    • ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบรรลุตามจุดประสงค์ที่ว่างไว้หรือไม่
    • ช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งรัด ปรับปรุง และการดำเนินการ
    • ช่วยให้เห็นข้อบกพร่องในการดำเนินงาน
    • ช่วยควบคุมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
    • เป็นแนวทางในการกำหนดวิธีการในการดำเนินงานครั้งต่อไป
    • หลักการของการประเมินผลทางการศึกษา
    • กำหนดสิ่งที่จะประเมินให้ชัดเจนและวัดได้
    • วางแผนการประเมินให้รัดกุม
    • เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการ
    • เลือกใช้เครื่องมือในการประเมินที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับสิ่งที่จะประเมิน
    • ปราศจากความลำเอียง
    • การกำหนดสิ่งที่จะประเมินเกี่ยวกับการเรียนการสอน
    • การประเมินก่อนมีการเรียนการสอน เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบดูว่าองค์ประกอบก่อนที่จะทำการเรียนการสอน
    • การประเมินขณะทำการเรียนการสอน การประเมินระยะนี้เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    • การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน เป็นการประเมินตรวจสอบโดยสรุปของการเรียนการสอนว่า เมื่อครบกำหนด นักเรียนมีความสำเร็จในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด ตามปกติการวัดจะมี 3 ด้าน ดังนี้
    • - พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย เป็นพฤติกรรมทางด้านสมองและสติปัญญา ได้แก่ ความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมินค่า
    • - พฤติกรรมด้านจิตพิสัย เป็นพฤติกรรมทางด้านจิตใจที่แสดงออกมาในรูปของค่านิยม เจตคติ ความสนใจ
    • - พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวกับทักษะในการเคลื่อนไหว การใช้อวัยวะต่างๆของร่างกาย ตลอดจนการประสานงานของประสาทและกล้ามเนื้อ
    • จากการเรียนรู้โดยทั่วไปอาจแยกลักษณะการประเมินผลจากข้อมูลออกเป็น 2 วิธีที่สำคัญ คือ
    • การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์
    • เป็นการวัดเพื่อต้องการทราบว่าบุคคลนั้นๆมีความสามรถถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือไม่ การประเมินผลต้องนำคะแนนที่ได้จากผลงาน ไปเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การวัดผลใช้ในการวัดสมรรถภาพเป็นรายบุคคล ถ้านักเรียนทำข้อสอบได้ถูกต้องถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถือว่าได้เรียนรู้ ตามจุดประสงค์แล้ว
    • ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงเกณฑ์
    • วัตถุประสงค์ของการสอนต้องชัดเจน
    • ข้อสอบมีความเที่ยงตรงสูงและครอบคลุมวัตถุประสงค์การสอน
    • เกณฑ์ที่วัดต้องชัดเจน มีหลักเกณฑ์ที่อ้างอย่างยุติธรรม
    • การประเมินแบบอิงกลุ่ม
    • เป็นการวัดเพื่อเปรียบเทียบคะแนนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคลอื่น คือ จำแนกคะแนนสูงสุดจนต่ำสุดแล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเปรียบเทียบเพื่อ ประเมินต่อไป เช่น การสอบคัดเลือกนักศึกษาสอบเข้ามหาลัย
    • ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงกลุ่ม
    • ข้อสอบต้องมีคุณภาพสูง มีความเชื่อมั่นและเที่ยงตรง
    • ข้อสอบที่ใช้จะต้องครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด
  •