รวมบันทึกการใช้ภาษาอังกฤษ

5,633 views
5,397 views

Published on

5 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
5,633
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
289
Comments
5
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

รวมบันทึกการใช้ภาษาอังกฤษ

  1. 1. effective English usage เพื่อเปนแหลงขอมูลของการใชภาษาอังกฤษใหถูกตองจากประสบการณตรง เลาถึงขอบกพรองที่ ควรชวยกันบอกตอเพื่อแกไขใหพวกเราสามารถสื่อสารกับเจาของภาษาไดอยางมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น รูวาอะไรคือปญหาและชวยกันกระตุนเตือนใหทําใหถูกตอง และเปนที่พูดคุยเรื่องเกี่ยวกับภาษา อังกฤษทั่วๆไป
  2. 2. มาทดสอบการใชภาษาอังกฤษกันไหม โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 ธันวาคม 2005 23:30 น. http://www.gotoknow.org/posts/11047 เนื่องจาก เพิ่งกลับมาจากการเรียนตอตางประเทศ โดยหายไปนานถึงหกป ทําใหยังรูสึกวาจํา ประสบการณเกี่ยวกับการตองใชภาษาอังกฤษตลอดเวลา และปญหาตางๆที่เกิดจากการใชภาษานี้ ได และอยากถายทอดใหคนอื่นที่อยากจะไปใชภาษาอังกฤษกับเจาของภาษาเคาเอง ไดทราบถึงจุด ออนของพวกเราคนไทย โดยจะมุงเนนที่การพูด การออกเสียง และ ไวยากรณพื้นฐานที่พบวาแมแต นักศึกษาระดับปริญญาเอกของเราที่กําลังเรียนอยูในตางประเทศก็ยังใชไมถูกตองบอยๆ เนื่องจาก เรามักจะสงเมลคุยกันเปนภาษาอังกฤษและบางครั้งเวลาไปไหนมาไหนแลวตองพูดคุยกับเจาของ ภาษาเคา ทําใหไดเห็นปญหาและอยากจะใหพวกเราชวยกันแกไขใชใหถูกตอง ขอประเดิมดวยการทดสอบเล็กๆนอยๆใหลองทํากันดูเรื่องการออกเสียง จะมาเฉลยในวันตอไปคะ 1. ลองอานชื่อฝรั่งเหลานี้ สมมุติวาตองเรียกหรืออางถึงคนคนนี้กับฝรั่งดูสิวา ทานเลือกออกเสียง อยางไร ระหวางสองตัวเลือกที่มีให 1.1 Adam: อา ดํา หรือวา เอ ดั้ม 1.2 Richard: ริ เชิ่ด หรือวา ริ ชาด 1.3 Roger: โร เจอ หรือวา รอด เจอะ 2. คําทับศัพทที่เราใชกันจนชินปากและกอปญหานารําคาญมากเพราะพูดกับฝรั่งแลวเคาไมเขาใจ วาเราหมายถึงอะไร 2.1 คําฮิตของนักศึกษาปริญญาเอก proposal: พรอพ โพ ซอล หรือ โพร โพส ซัล 2.2 คําสแตนดารดจริงๆ standard: สึ แตน เดิดหรือ สะ แตน ดาด 2.3 ขอมูลมากมาย แตฟงไมรูเรื่อง data: ดาตา หรือ เด ตา วันนี้ลองซอมๆออกเสียงดูวาแบบไหนเราชิน และแบบไหนนาจะถูก แลวจะพูดถึงคําพื้นๆอื่นอีกใน วันตอๆไปคะ
  3. 3. เฉลยคําอานภาษาอังกฤษจากวันกอน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 มกราคม 2006 17:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/11120 สําหรับการทดสอบเล็กๆนอยๆ เรื่องการออกเสียงวันกอน มีเฉลยดังนี้คะ 1. ชื่อฝรั่งเหลานี้ ตองออกตางจากที่เราคุนเคยมานานคะ จําไวเวลาตองใชก็จะทําใหพูดแคครั้งเดียว ฝรั่งรูเรื่อง ไมตองมา pardon pardon กับเราจนเราอาย 1.1 Adam: ออกเสียงวา เอ ดั้ม 1.2 Richard: ออกเสียงวา ริ เชิ่ด 1.3 Roger: รอด เจอะ 2. คําทับศัพทที่เราใชกันจนชินปากพวกนี้ เวลาตองพูดกับฝรั่งคิดกอนแลวคอยออกเสียงนะคะ หรือ ถาจะใหดีชวยๆกันเปลี่ยนพูดทับศัพทใหเสียงถูกตอง ถึงแมอาจจะโดนวาดัดจริตก็คงตองชวยกัน บอกตอๆไป 2.1 คําฮิตของนักศึกษาปริญญาเอก proposal ตองออกเสียงวา โพร โพส ซัล เสียงแบบที่เราชินเนี่ย พูดกันจนปวดหัวเลยคะ เราก็สงสัยวาทํามั๊ย ทําไมเคาไมเขาใจ ปรากฎวาไมมีในสารบบของเขาเลย ถายังไงจําไววา propose ออกเสียงยังไงก็ไดคะ เพราะมันคือ คํานามที่มาจากคํากิริยาคํานี้ ซึ่งเรามัก จะออกเสียงถูกอยูแลว 2.2 standard: ตองออกเสียงวา สึ แตน เดิด คํานี้เจ็บปวดจริงๆคะ เพราะเราพูดบอยมาก แถมเสียงที่ถูกมันฟงดูดัดจริตจนพวกเราคงเปลี่ยนไม ได ตองจําเอาไวเวลาพูดกับฝรั่งวาออกเสียงคนละแบบกับที่เราชิน 2.3 data: ออกเสียงวา เดตา คํานี้คงพอจะชวยกันพูดใหถูกได เพราะฟงดูไมดัดจริตเทาไหร สําหรับบันทึกอันนี้ ขอแถมอีกนิด ทดสอบวา มีใครชวยบอกหนอยไดไหมคะวา Thank you for your visiting มีอะไรผิด
  4. 4. อันนี้ลูกชายทักมา และเห็นวาเรานาจะชวยกันติง เพราะจะทําใหเราติดรูปแบบที่ถูกตองไปเลยดี กวา แลวจะมาเฉลยในวันตอไปคะ
  5. 5. แนะนํา dictionary online โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 มกราคม 2006 23:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/11197 กอนอื่น คุยเรื่องประโยคเมื่อวานที่วา Thank you for your visiting เราเห็นจากสถานที่ทองเที่ยวแหงหนึ่งคะ อันนี้เปนลูกผสมซึ่งผิดไวยากรณแนนอน และฝรั่งไมพูด กันแน ที่ถูกควรจะเปน Thank you for your visit หรือไมก็ Thank you for visiting จึงจะถูกตองคะ อัน นี้เปนสิ่งที่บางทีถาเราชวยกันติติง เราจะไดชินกับรูปประโยคที่ถูกตองเอาไวนะคะ ไหนๆจะใชเพื่อ สื่อสารกับฝรั่ง ก็ใชใหถูกตองดีกวา วันนี้นึกไดถึงสิ่งที่ตัวเองใชในการฟงเทียบการออกเสียงคํา และคิดวานาจะเปนประโยชนกับคนที่ อยากฝกออกเสียงภาษาอังกฤษ คือ Dictionary online ของ Merriam-Webster ที่ http://www.m- w.com/ ที่ website นี้ยังมีแบบฝกหัดและสิ่งอื่นๆที่เปนประโยชนในการฝกฟงและออกเสียงภาษา อังกฤษหลากหลายใหเลือกดูดวยคะ กับโปรแกรม Word Web ซึ่งเปน free dictionary program ที่สามารถดาวนโหลดมาติดไวบนเครื่อง ได และใชสะดวกเวลาตองการทราบความหมายของคํา เพียงแคคลิกคําแลวก็ไปคลิกเปดโปรแกรม ที่เราติดไวบน task bar รูสึกวา version ลาสุดนี้มีวิธีออกเสียงคําใหดวย ถาคําที่เคาอธิบายเราก็ไมรู ก็แคคลิกคํานั้นตอไปอีกไดเลย จะทําใหไดตอยอดคําศัพทเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ สะดวกกวาเปดดิก ธรรมดา โปรแกรมนี้ดาวนโหลดไดที่ http://wordweb.info/free/
  6. 6. วาดวย ng ใน sing กับ hang โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 มกราคม 2006 23:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/11253 วันนี้ขอเลาเรื่องคําสองคําที่ลงทายดวย ng ซึ่งตัวเองติดออกเสียงวา กิ้ง ใน singing กับ hanging และคิดวาหลายคนก็คงติดและอาจไมทันสังเกตวาฝรั่งออกเสียงจริงๆยังไง เผอิญเจาลูกชายสาม หนุม (ฝรั่งขี้นก) หูเปนฝรั่งทําใหโดนทักวาแมพูดผิด ตองออกเสียงวา ซิงงิ่ง ไมใช แฮงงิ่ง ซิงกิ้ง หรือ แฮงกิ้ง แบบที่เราติดปาก รวมทั้ง singer และ hanger ก็ตองเปน ซิงเงอ และ แฮงเงอ ไมใช ซิงเกอ และ แฮงเกอ ดวย อันนี้เปนสิ่งที่ถาไมมีใครทัก ตัวเองก็ไมทันสังเกตดวยซํ้าวาพูดไม ถูกตอง แตเมื่อทราบแลวก็คิดวานาจะชวยๆกันบอกตอ แปลกเหมือนกันนะคะวาเราไปเอา เกอๆ มาจากไหนกัน สงสัยเห็นลงทายดวย g ทั้งที่จริงๆแลวเราใชทั้ง n และ g มันจึงตองเปน งอ งู ไมใช กอ ไก ◌ ตอนนี้กําลังฝกภาษาไทยใหสามหนุมนอยประจําบาน เราเลยอานปายทั้งหลายทั่วๆเมือง เกิด ความสงสัยวาทําไมเราถึงอาน อีซูซุ วา อีสุสุ กัน ไมยักกะอานตรงตามที่เขียน หรือพูดอีกทีไม ยักกะเขียนตามที่ออกเสียง มีใครทราบที่มาที่ไปไหมคะ หวังวาเรื่องที่เลาๆนี่คงไมนอกลูนอกทาง KM มากไปนะคะ ขอเปน KM หนักไปทางภาษากอนละกัน เพราะภาษาไทยยังไมคอยแข็งแรง แถมจําภาษาอังกฤษแบบที่เราเคยไมแข็งแรงไดเยอะเลยและ อยากใหพวกเราชวยกันทําใหคนอื่นๆที่ตองใชพูดกันไดแบบแข็งแรงหนอย
  7. 7. ชวยกันดูแลเด็กๆที่เรียนภาษาอังกฤษจากสื่อ ทีวีหนอย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 มกราคม 2006 00:17 น. http://www.gotoknow.org/posts/11454 ตองขอบนดวยความผิดหวังเล็กๆกับรายการเด็กตอนเย็นของ สื่อโทรทัศนคาย ย บ ซ (ไมแนใจวาใส ชื่อเต็มๆไดไหม เพราะเราออกผาน net แบบนี้คงไมคอยดีเทาไหร แตอยากเขียนเลาใน Blogกอนที่ จะตอวาไปทางรายการตรงๆ) รายการ B B (ชื่อแฝงที่ใกลเคียง) ตอนหกโมงเย็นเมื่อไมนานมานี้ สามหนุม (ฝรั่งขี้นก)ของเราเคาดูแลวมาบนทําใหเรารูสึกโกรธสื่อจังที่มาสอนเด็กไทยของพวกเรา ผิดๆ ซึ่งเปนความผิดที่ไมนาใหอภัยเลย โดยเฉพาะมาใสหูใหเด็กซึ่งเปนวัยกําลังชางจดชางจํา เคา นาจะเอาใจใสกับความถูกตองมากกวานี้ คําที่วาคือคํากิริยาทั้งหลายที่เติม ed เปนประโยคในอดีต ซึ่งภาษาอังกฤษเคามีกฎของเคาที่เรา ตองเรียนรูจดจํา คิดเดาเอาเองไมได แตก็ไมยากอะไรนัก walked ออกเสียงวา วอค ทึ (เบาๆมาก ที่ ทึ) ไมใช วอคเขด (แบบที่พี่ในทีวีอานใหเด็กฟง) allowed ออกวา อะ ลาว ดึ (ดึ เบามากๆ อีกเหมือนกัน) ไมใช อะ ลาว เว็ท (อยากจะกรี๊ด ที่พี่เคา เอาเสียงผิดๆมาใสหูหนูๆทั้งหลาย) คํานี้ยิ่งแลวใหญ ฟงแลวโกรธมากๆคะ lived พี่เคาเลนอานเติม เอ็ด ๆ อีกวา ลีฟ เวด เรียกวาขอใหมี ed อานเปน เอด หมด คํานี้อานวา ลีฝ ดึ (ดึ เบามากๆ) โปรดชวยกันสอนเด็กๆของเราดวยนะคะวา คํากิริยาที่เติม ed ในภาษาอังกฤษไมไดอาน ลงทายเปนเอด หมด เคามีการออกเสียงของเคาที่หากไมอยากจํากฎ เชน คําที่ลงทายดวย k เติม ed แลวใหออกเสียงเปน t ก็ใชวิธีฟงเสียงที่ถูกของคําที่ตองใชบอยๆเอาไวดีกวาจากสื่อที่เชื่อถือ ได
  8. 8. เทคนิคงายๆใชเดาการออกเสียงคําภาษา อังกฤษ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 มกราคม 2006 01:26 น. http://www.gotoknow.org/posts/11523 อันนี้จํามาจากคุณครูอนุบาลของลูก (คุณครูฝรั่งสอนเด็กวัยกอนเรียน) และเห็นวามีประโยชนดีคะ สังเกตไหมคะวาคําที่ลงทายดวยตัว e จะทําใหสระในคํานั้นออกเสียงเปนตัวของมันเอง angel e เคาเลยเรียกมันวา หรือไมก็ bossy e ตัวอยางเชน ในคํา cane, mate, plate, ride, ripe, slime, hope, tube ซึ่งอานออกเสียงเปน เคน (a เปน เอ), เมท, เพลท, ราย ดึ (i เปน ไอ ยาวหนอย), ราย พึ, สะ ไล มึ (คําพวกนี้เสียงที่มี สระอึ สุดทายจะออกเบาๆมากแตตองออกบาง), โฮป (o เปน โอ), ทู วิ้วบ (คํานี้เขียนเสียงที่ออกจริงๆ ยากจังคะ แตคิดวาพวกเราออกเสียงถูกอยูแลว อันนี้ u ก็ออกเปนเสียงยู) ในขณะที่คําพวกนี้ เวลาไมมีตัว e ตอทายจะอานเปนอีกเสียงเลย คือ can = แคน, mat = แมท, plat = แพลท, rid = ริด, rip = ริพ, slim = สลิม, hop = ฮอพ, tub = ทั่บ เพราะฉะนั้น ถาจะตองเดาเวลาอานคํารูปแบบนี้อื่นๆที่เราไมคุนเคย ก็สามารถใชกฎนี้ได คือ e ที่อยู ทายจะเปนนางฟาเนรมิตใหสระเปลี่ยนเสียงกลับมาเปนเสียงตัวเอง หรืออีกนัยหนึ่ง ก็ e เปนนาย ใหญ สั่งใหสระกลับมาเปนเสียงตัวเองซะ วันตอๆไปจะมีกฎงายๆแบบนี้อีก 2-3 ขอซึ่งเปนกฎที่เคาเอาไวสอนเด็กหัดอานภาษาอังกฤษตั้งแต เริ่มๆเรียน แตสําหรับตัวเองแลวคิดวากฎนี้มีประโยชนกับพวกเราไมนอยทีเดียวเวลาตองออกเสียง อานคําอะไรที่เราไมคุนเคย
  9. 9. คําที่เราออกเสียงผิดและวิธีชวยจําใหออกเสียง ถูก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 มกราคม 2006 01:02 น. http://www.gotoknow.org/posts/11652 วันนี้ขอยกอีกคําที่เรามักจะออกเสียงผิดชัวรๆ ก็คือคําวา sure นี่แหละคะ คํานี้ฝรั่งเคาออกเสียง เดียวกับคําวา shore ซึ่งเรามักจะออกเสียงคํานี้ถูก จริงไหมคะ แตทําไมไมยักกะมีใครสอนเราให ออกเสียงเดียวกันนะ นึกไดวา เราก็เลยมักจะใชคําอื่นๆเพื่อบอกวาเรามั่นใจแทนที่จะพูดคํานี้ เพราะเวลาออกเสียงไปแลว เราไมชินวาเราหมายความวาชัวร (ผลรายของการออกเสียงผิดมานานๆจนติดเสียแลว) ตองคอย คิดวาตองออกเสียงเหมือนเราตั้งใจจะหมายถึง ฝงนํ้า (shore)
  10. 10. เฉลย: ลองทดสอบตัวเองเรื่องการออกเสียงดู ไหม โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 มกราคม 2006 01:03 น. http://www.gotoknow.org/posts/12204 อันเนื่องมาจากเสียงอานอีกนะคะ เพราะเปนสิ่งที่พบวาเปนปญหาเพราะเราออกเสียงจากการเดา อานเอาจากที่เห็น ลองทดสอบดูวาตัวเองอานออกเสียงคําเหลานี้อยางไร แลวจะมาเฉลยในวันตอๆ ไปคะ ถาอยากรูคําตอบกอน และฟงเสียงจากเจาของภาษาก็ลองใช dictionary online ของ Merriam- Webster ที่ http://www.m-w.com/ ฟงดูก็ไดคะ คําเหลานี้เปนคําที่มักตองใชในชีวิตประจําวันเวลาที่ เราอยูในหมูชาวตางชาติ จึงอยากเตือนใหจําคําอานออกเสียงที่ถูกตองเอาไวแทนคําที่พวกเราอาจ คุนเคยแบบผิดๆ 1. คําวา comfortable ซึ่งแปลวาสะดวกสบาย ซึ่งออกเสียงไมสะดวกเลยสําหรับเราคนไทย คํานี้ถาจะใหดีเปดฟงดูจาก dict ขางบนตาม link ดีกวานะคะ เพราะเขียนเสียงใหใกลเคียงยากมาก แตจะพยายาม ออกเสียงวา คั้มฟ ทะ เบิ่ล 2. cupboard ตูใสของนี่ก็พูดกันนานกวาฝรั่งจะรองออ ตองออกเสียงวา คัพ เบิ่ด 3. ไสกรอกฝรั่ง sausage นี่ก็ออกเสียงไมอรอยเลยคะ ออกเสียงวาซอส สิจ 4. เปนหนี้เปนสิน มี debt เนี่ย ถามนักเรียนไทย 10 คนจะมีออกเสียงถูกเลยไมถึงครึ่ง ตองอานแบบ ไมมีเสียงตัว b เลย วา เด็ท 5. ใบเสร็จ receipt นี่ก็เหมือนกันคะ สํารวจแลวคนออกเสียงถูกมีนอยมาก ตองอานแบบไมมีเสียง ตัว p เลย วา รี ซีท 6. เกาะซึ่งเราเรียนมาแตเด็กเรียกวา island (มีคุณครูสอนอังกฤษไมนอยที่อานผิด) อานไมออกเสียง s เลยวา ไอแลน ดึ (ดึเบาๆมาก) 7. fasten ผูกใหแนน ถาออกเสียงเหมือนที่เห็น คงตองผูกคอตายเพราะฝรั่งไมเขาใจวาเราจะทําอะไร อานไมออกเสียง t เลยวา ฟาส เซน 8. whistle ผิวปาก คํานี้คนออกเสียงถูกเยอะขึ้น แตอาจจะเปนเขียนไมถูกมากกวา คืออานวา วิส เซิ้ล 9. ชางประปา plumber คํานี้ตัวเองติดใจมากเพราะไมเห็นดวยกับฝรั่งเลย อานเขาไปไดยังไง เคาไม ออกเสียง b เลยทั้งที่มีอยูทนโท วา พลัม เมอ ทั้ง plumbing ก็อานวา พลัมมิ่ง (เหลือเกินจริงๆ)
  11. 11. 10. เหนื่อยจัง exhaust ถาออกเสียงแบบที่เขียนคงตองเหนื่อยจริงๆ เคาออกเสียงวา อิก ซอส (สึ ทึ เบาๆมาก แตตองมีทั้งสองเสียง) โปรดสังเกตดวยวาไมใช เอ็กซ ทั้งที่เขียนขึ้นตนวา ex แลวจะมาเฉลยพรุงนี้คะ ฉลองวันเด็ก หวังวาจะชวยกันจําและสอนเด็กๆของเราใหพูดใหถูกนะคะ
  12. 12. ที่มาของ Blog โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 มกราคม 2006 22:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/12446 เริ่มตนเขียน Blog เพราะเห็นวาเปนเวทีซึ่งไมเปนทางการนักที่สามารถถายทอดสิ่งที่อยากเลาจาก ประสบการณที่ตางแดนกอนที่จะลืมเลือนไปกับกาลเวลาและการงาน หลังจากอานจาก ชุมชน Smart Path โดยใชวิธีอานวิธีการใชจากที่ อ.จันทวรรณเขียนอธิบายไว แลวก็ลองผิดลองถูกเอา ตอ มาเมื่อไดพูดถึงคําวา Blog ก็ไดยินการออกเสียงที่แตกตางกัน บางคนก็ออกเสียงวา บลอก ตัวเอง ออกเสียงวา บลอก ก็เลยไปหาดูวาจริงๆควรจะเปนอยางไร ก็เลยไดทราบความเปนมาที่นาสนใจ แถมไปดวย ตกลงคํานี้มาจากคําวา weblog ซึ่งเปนคําใหมใน dictionary (ถูกบรรจุไว Oxford English Dictionary เมื่อป 2003 นี้เอง) แตการเขียนบันทึกในลักษณะนี้มีมากอนหนานั้นหลายป ถา อยากอานรายละเอียดก็ตามอานไดที่ link นี้คะ รวมทั้งมีเสียงอานดวย http://www.answers.com/main/ntquery? method=4&dsid=1512&dekey=blog&gwp=8&curtab=1512_1&linktext=blog
  13. 13. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 มกราคม 2006 00:43 น. http://www.gotoknow.org/posts/13264 ไดอานเคล็ดลับ 7 ประการจาก Web ของคุณ Josef Essberger ที่ http://www.englishclub.com ซึ่ง ทําขึ้นสําหรับคนเรียน คนสอนภาษาอังกฤษที่ไมใชเจาของภาษาแลวเห็นวาเปนประโยชนดี และได รับอนุญาตใหแปลเปนไทยได ก็เลยขอยกมาไวใน blog นี้วันละขอ ขอแรกเคาบอกวาใหเรียนรูการเนนเสียง ซึ่งถือวาเปนหัวใจสําคัญของการพูดและฟงภาษาอังกฤษ อยางที่เคยเลามาแลววาจะทําใหสามารถสื่อสารไดหรือไมไดก็อยูที่การเนนใหถูกที่นี่เอง เคายกตัวอยางคําวา photograph, photographer and photographic วาเนนเสียงคนละที่ คําแรกเนนที่ โฟะ โตะ กราฟ (สองเสียงหลังเบาๆหนอย) คําที่สองเนนที่พยางคที่สอง เปน โฟะ โท กราฟเฟอ คําที่สามเนนที่ กราฟ เปน โฟะ โตะ กราฟ ฟค (โฟ กับ โตะ มาแบบติดๆกัน ไมดังมาก) ซึ่งการเนนเสียงนี้จําเปนมากสําหรับคําที่มากกวา 2 พยางค ทุกคํา (เคาเนนวาทุกคํา จริงๆ) ตัวอยางเชน TEACHer, JaPAN, CHINa, aBOVE, converSAtion, INteresting, imPORtant, deMAND, etCETera, etCETera, etCETera (จะเนนเสียงที่ตรงตัวแดง) เคาบอกวาหู ของเจาของภาษาเคาจะคอยฟงพยางคที่เนนเสียงไมใชพยางคที่เสียงเบา เพราะฉะนั้นถาเรารูจัก การเนนเสียงในพยางคที่ถูกตองก็จะทําใหเปนที่เขาใจไดงาย (และถาเนนผิดก็ เปอกันไปเลย) ดังนั้นขั้นแรกก็คือการ ฟงและจํา วิธีการเนนเสียงของคําจากเจาของภาษาเวลาฟงจากวิทยุ หรือใน หนัง แลวก็จะสามารถออกเสียงไดถูกตอง ถาหากอยากฝกแบบเอาจริงเอาจังก็แวะเขาไปไดที่ link ขางลางนี่เลยคะ ทรัพยากรเพียบ More about Word Stress (with audio files): http://www.englishclub.com/pronunciation
  14. 14. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 2 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 มกราคม 2006 00:14 น. http://www.gotoknow.org/posts/13388 เคล็ดลับขอที่ 2 จาก Web ของคุณ Josef Essberger ที่ http://www.englishclub.com แนะนําวา การ เนนเสียงในประโยคก็เปนสิ่งที่สําคัญมากในการพูดและทําความเขาใจภาษาอังกฤษ สําหรับการ เนนเสียงในประโยคนี้ ก็หมายถึงการออกเสียงดัง หรือ คอยใหถูกคําในแตละประโยค เคายก ตัวอยาง ประโยควา "We want to go." เคาแนะนําใหออกเสียงคําทีสําคัญดังกวาคําไมสําคัญ คือ เสียงดังที่ WANT กับ GO เปน We WANT to GO. สวนประโยคที่คําสําคัญเพิ่มขึ้นก็ทําตามเคล็ดลับที่วานี้เหมือนกัน (เสียงดังกวาที่ ตัวแดง) We WANT to GO to WORK. We DON'T WANT to GO to WORK. We DON'T WANT to GO to WORK at NIGHT. เคาบอกวาเคล็ดลับขอนี้อธิบายยากหนอย แตก็ขอใหรูวามันมีดวย และพยายามหัดใชหัดฟงดู สําหรับตัวเองคิดวา ก็จําเปนบาง แตก็ไมถึงกับทําใหฝรั่งฟงเราไมรูเรื่องถาเราเสียงดัง เสียงคอยผิด ที่ ก็อานไวเปนขอคิดเฉยๆไดคะ ไมสําคัญมากเทาเคล็ดลับขอที่หนึ่ง
  15. 15. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 3 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 มกราคม 2006 22:52 น. http://www.gotoknow.org/posts/13527 เคล็ดลับขอที่ 3 จากคุณ Josef Essberger ที่ http://www.englishclub.com บอกวา บางครั้งจะไดยิน นักเรียนบอกวา "ฉันไมฟงแลวขาวจากวิทยุ BBC เนี่ย พูดเร็วเกินไป ฟงไมรูเรื่อง" เคาบอกวา นา เสียดาย เพราะเมื่อไหรที่เรารูสึกวามันเร็วเกินไป แลวฟงไมรูเรื่อง นี่แหละคือสิ่งที่แสดงวาเราตอง หัดฟง คุณ Josef บอกวา เราจะพัฒนาการฟงไดอยางไรถาไมฝกหัดฟง เคายกตัวอยางวาตอนที่เราเปนเด็กเล็กๆ เราก็ไมเขาใจภาษาของเราเอง ถูกไหม อยางตอนเราอายุ 3 อาทิตย, 2 เดือน หรือแมแตตอนขวบนึง เราเขาใจทุกอยางเลยไหม แนนอนวา ไม แตเรา เรียนรูที่ จะเขาใจดวยการฟง เคาใหลองคิดดุสิวา เราเรียนรูที่จะเขาใจภาษาของเราเองโดยการฟง วันละ 24 ชั่วโมง อาทิตยละ 7 วัน หลังจากนั้นเราถึงจะเรียนรูการพูด แลวถึงจะตอดวยเรียนอานแลวตามดวยการเขียน จะเห็นวา "การฟงมาเปนอันดับแรก" สําหรับการที่เราไมไดอยูในที่ๆมีภาษาอังกฤษใหฟงบอยๆ เคาก็แนะนําใหใชสื่อตางๆ ใหเปน ประโยชน และในสมัยที่วิทยาการกาวหนาอยางนี้ ทั้งวิทยุ ทีวี วิดโอ ก็มีใหเราฝกฟงไดหลายแหลง รวมทั้งทาง internet ดวย เคามี link ใหฝกหัดการฟงภาษาอังกฤษจากสิ่งตางๆมากมายที่ http://www.englishclub.com/listening สําหรับเคล็ดลับขอนี้ พออานแลวทําใหเขาใจไดเลยวาปญหาของพวกเราที่ไมสามารถพูดภาษา อังกฤษสื่อสารใหไดดีกับเจาของภาษา ทั้งๆที่เราเรียนกันมาแตเล็กแตนอย ก็เปนเพราะเราหัดผิด ขั้นตอนนี่เอง ตัวเองเริ่มเรียนภาษาญี่ปุนเมื่อตอนอายุสักยี่สิบนิดๆ เคาก็มีสามระดับ ซึ่งก็เริ่มจาก การหัดฟงและพูด กอนจะอานและเขียน เรียนวันละสองสามชั่วโมง อยูสักสองป จนถึงตอนนี้ซึ่งไมได ใชเลย แตพอตองพูดก็จะยังสามารถพูดพอได และเคยไดรับคําชมจากเจาของภาษาวาพูดไดสําเนียง ดี ก็ตองยกความดีใหสสท.(สมาคมสงเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุน) ซึ่งสอนไดถูก step สําหรับการ เรียนภาษา จะเห็นวาเปนสิ่งที่สําคัญมากและมีผลในระยะยาว
  16. 16. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 4 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 มกราคม 2006 00:59 น. http://www.gotoknow.org/posts/13701 เคล็ดลับขอที่ 4 จากคุณ Josef Essberger ที่ [http://www.englishclub.com] มาแบบตรงขามกับขอ ที่ 3 คะ จากที่บอกใหฟง ฟงแลวก็ฟง มาเปน อยาฟง เอะ ยังไง อันนี้เคาขยายความดวยคําถามวา เรารูความแตกตางระหวาง การฟง (listen) กับ การไดยิน (hear) ไหม การฟงเปน active คือเรากระทํา แตการไดยิน เปน passive คือเราเปนผูถูกใสให ดังนั้น จากการที่บางครั้งเราจะฟงอยางตั้งใจเกินไป พยายามอยางมากเกินไป ซึ่งกลายเปนวาเพียง แคๆไดยินก็พอ ปลอยใหวิทยุดัง เทปคาสเซ็ตเลนไป แตอยาฟง ใหเปนแคไดยินแลวจิตใตสํานึกจะ เปนคนฟงแทน เคาบอกวาวิธีนี้เราก็ยังไดเรียนรู เพราะบางทีเวลาเราพยายามฟงและทําความ เขาใจ เราอาจจะไปติดที่คําใดคําหนึ่งแลวก็หงุดหงิด ฉะนั้นเคาจึงแนะนําวาไมตองกังวล แคไดยินก็ พอ ขอสําคัญก็คือปลอยใหเสียงเหลานี้ คือจากวิทยุ เทปหรือ ทีวี เลนไป เราไมตองทําอะไร ปลอยให หัวสมองของเราฟงแทน คุณ Josef บอกวาจิดใตสํานึกของเราจะฟง แลวเราก็จะไดเรียนรูไปเอง สําหรับเคล็ดลับขอนี้ เห็นดวยเพราะมีตัวอยางโดยตรงกับตัวเอง จําไดวารองเพลง Que Sera Sera whatever will be will be ไดมาตั้งแตเด็กๆ เพราะไดยินคุณพอเปดทุกวันตอนเชาเปนเพลงปลุกโดย ไมไดสนใจวามันแปลวาอะไร กวาจะซาบซึ้งถึงความหมาย เนื้อรองก็ติดปากไปกอนตั้งไมรูนานเทา ไหร เหมือนๆกับที่เราสวดมนตรไดโดยไมรูวาแปลวาอะไรนั่นเอง เพราะหัวสมองกับจิตใตสํานึกเคา ทําแทนเรานี่เอง
  17. 17. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 5 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 มกราคม 2006 00:20 น. http://www.gotoknow.org/posts/13774 เคล็ดลับขอที่ 5 จากคุณ Josef Essberger ที่ [http://www.englishclub.com] ก็คือ ใหพัฒนาความรูคํา ศัพทวันละ 5 คํา คุณ Josef บอกวาคําศัพทนั้นงาย ลองนึกดูวาในหนึ่งปมีกี่วัน ก็ปกติแลวคือ 365 วัน ถาเราเรียนคํา ศัพทใหมวันละ 5 คํา เราก็จะไดเรียน 5 x 365 = 1,825 คําในแตละป เคาเนนวาตั้ง หนึ่งพัน แปดรอย ยี่สิบหาคํา เชียวนะ เปนจํานวนโขทีเดียว นี่ยังไมรวมคําอื่นๆที่เรียนจากการอาน การสนทนาและ อื่นๆ เคาแนะนําใหซื้อสมุดโนตแลวจดคําศัพทใหมไววันละ 5 คําทุกวัน เรียนรูคําเหลานั้น ในไมชา เราก็จะเกงศัพทจนได เคาแนะนําใหเขาไปดูที่ link นี้ http://www.englishclub.com/vocabulary จะมีขอมูลมากมายใหเลือกคําศัพทมาเรียน หากใครสนใจ เขียนบอกมาก็ไดคะ จะชวยหามาใหจดวัน ละ 5 คํา แตสําหรับตัวเองแลว ยังไมเคยใชเคล็ดลับขอนี้ เพราะใชวิธีอานภาษาอังกฤษทุกวัน ซึ่งจะ เจอคําใหมที่ไมเคยรูอยูทุกวัน คําไหนไมเจอซํ้าๆก็จะจําไมได แตถาใครที่ไมไดอานบอยๆ การเรียนรู คําที่เคาใชกันในชีวิตประจําวัน วันละ 5 คําก็เปนเทคนิคที่ไมเลวนะคะ
  18. 18. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 6 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 มกราคม 2006 23:58 น. http://www.gotoknow.org/posts/13932 สําหรับเคล็ดลับขอกอนสุดทาย ขอที่ 6 จากคุณ Josef Essberger ที่http://www.englishclub.com บอกวา ใหใชเวลาเรียนภาษาอังกฤษวันละ 30 นาทีดีกวาอาทิตยละ 3.5 ชั่วโมง ยิ่งกวานั้น คุณ Josef บอกวาเรียนวันละครึ่งชั่วโมงนั้น ดีกวาเรียน 5 ชั่วโมงตอ สัปดาหดวยซํ้า นั่นคือ ควรจะเรียนสมํ่าเสมอ เรียนบอยๆ นอยๆ แตสมํ่าเสมอ ดีกวา มากๆ เปนครั้งคราว นอกจากนั้นก็ยังทําไดงายกวาดวย เพราะเราจะหาเวลา 30 นาทีในแตละวันไดไมยาก เชนตื่นเชาขึ้น สักครึ่งชั่วโมง หรือกินขาวกลางวันสั้นลงหนอย จัดเวลาเฉพาะทุกวันและพยายามรักษาตารางนี้เอา ไว เคาให link ไวสําหรับหาเกมสและ quiz เลนทุกวันที่ http://www.englishclub.com/esl-games http://www.englishclub.com/esl-quizzes อานขอนี้แลวรูสึกวาสงสัยเราจะไดชวยกัน เรียนภาษาอังกฤษไปดวยกันจาก blog นี้ไปเรื่อยๆ เพราะ เห็นดวยกับเคล็ดลับนี้ และอยากใหพวกเราไดชวยๆกันพัฒนาตัวเองในดานนี้ วันละเล็กละนอยก็ยัง ดี จะพยายามเก็บสิ่งที่ใกลๆตัวและสามารถใชไดจริงๆมาเลาสูกันฟงทุกๆวันคะ
  19. 19. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 7 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 กุมภาพันธ 2006 01:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/14088 วันนี้สงทายเคล็ดลับของคุณ Josef Essberger ที่http://www.englishclub.com ดวยการลงทั้งภาษา อังกฤษตนฉบับ ลองอานแลวทําความเขาใจแลวก็เรียนรูคําศัพทไปดวยเลย (มากกวา 5 คําตั้งเยอะ) มีเคล็ดลับเพิ่มเติมนิดนึงคือ พยายามอานและทําความเขาใจโดยไมแปลทุกประโยคเปนภาษาไทย เพราะนั่นคือวิธีการใชภาษาอังกฤษที่ถูกตอง (สําหรับตัวเอง และคิดวาเปนสิ่งที่ควรทํา) สวนเคล็ดลับขอนี้ในภาษาไทยก็ตอทายตามระเบียบคะ Secret #7: REVISE! REVISE! REVISE! If you revise, you'll improve your learning by 100%. What does "to revise" mean? It means "to look again". You should be systematic about this. When you learn something, you should note it. Then you should *look at it again*, 3 times: - after 1 day - after 1 week - after 1 month Each time you revise, test yourself. Learn, revise, test. Revise, test. Revise, test. NOTE: revise (BrE): read again to improve one's knowledge revise (BrE & AmE): read and correct; update Some grammar and homework to help you revise: http://www.englishclub.com/grammar ขอสงทายนี้ คุณ Josef บอกวาใหทบทวนแลว ทบทวนอีกคะ เขาบอกวาการทบทวนจะทําใหเรา เรียนรูได 100% การทบทวนนี้หมายถึงการดูซํ้าอีก เคาแนะนําใหทําอยางเปนระบบ คือเมื่อเรียนรู
  20. 20. อะไรก็ใหจดไว แลวก็ทบทวนดูซํ้าอีกสามครั้งคือ วันตอมา อาทิตยตอมา แลวก็หลังจากครั้งแรก เดือนนึง โดยทุกครั้งที่ทบทวนก็ใหทดสอบตัวเองไปดวย เคาใหความหมายของคําวา ทบทวนไวทั้งแบบอังกฤษและแบบอเมริกัน แบบอังกฤษแปลวาอานซํ้า เพื่อใหเขาใจเรียนรูมากขึ้น สวนอีกความหมายเปนของทั้งอังกฤษและอเมริกันคือ อาน แกไขเพื่อให ทันเหตุการณ และตามเคยคือมี link ใหตามไปดูความรูเกี่ยวกับไวยากรณอีกมากมาย อันที่จริงเคล็ดลับนี้ใชไดกับการเรียนรูแทบทุกอยางไมใชแตภาษา แตสําหรับภาษาอังกฤษแลว ตัวเองเห็นวาการอานบอยๆโดยไมแปลเปนไทยเปนเคล็ดลับของการใชใหไดผลอยางหนึ่ง และขอ ฝากไวดวยคะ
  21. 21. วาดวย -cally โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 กุมภาพันธ 2006 01:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/14285 วันนี้แวะเยี่ยมบล็อกตางๆใน gotoknow.org แลวไดอาน Practically KM ของคุณ หมอพิเชฐ บัญญัติ ที่ http://gotoknow.org/practicallykm มีสองประเด็นที่อยากพูดถึง อันแรกไม เกี่ยวกับภาษาอังกฤษแตก็เกี่ยวกับภาษา คือรูสึกวามีหลายๆคน (รวมทั้งตัวเองดวย) สะกดชื่อคุณ หมอคนเกงของร.พ.บานตากผิด ที่ถูกคือสะกดดวย ฐ ฐานตัวเดียว เชนเดียวกับอ.หมอพิเชฐของ คณะแพทยเรา ทําใหเกิดความรูสึกยํ้าความคิดที่วา ภาษาไทยเรายากกวาภาษาอังกฤษตั้งเยอะคะ เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษฝกไดไมยากหรอก ขอใหจําอะไรๆที่ถูกตองเอาไวก็ใชได อีกประเด็นนั้นเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ คือคําพวกที่ลงทายดวย -cally นี้ ฝรั่งเคาไมอานออกเสียงเปน - คัล ลี่ อยางที่เห็น อันนี้เปนสิ่งที่ตัวเองพบวา กวาจะชินออกใหถูกตองนี่ก็นานเหมือนกัน เพราะเราไป ติดอานแบบเต็มๆกันมาตั้งแตเริ่มเรียน (นาเจ็บใจที่ไมมีใครบอกเรา) เพราะฉะนั้นชวยๆกันสอนวา เวลาพูด practically ตองออกเสียงวา แพรค ติค คลี่ และสวนใหญแลวก็คือจะเปนแบบนี้ทั้งนั้น คือ ออกเสียงผสมกันเปน -คลี่ เชน คําวา theoretically, physically, basically, dramatically, grammatically และอีกมากมาย ขอใหพวกเราสังเกตใหดีเวลาฟงฝรั่งพูดคําเหลานี้ เราจะไดจําเสียงที่ ถูกตองไดคะ ไดฟงความคิดเห็นจากผูที่อาน blog วาอยากฝกภาษาอังกฤษแตไมรูจะไปเริ่มที่ไหนดี ก็เลยขอแถม แบบฝกหัดเล็กๆใหฝกทําวันละหนอยไวดวยตรงนี้ แลวคอยมาเฉลยพรุงนี้นะคะ วิธีที่ดีที่สุดที่จะฝกก็ คือ ลองคิดวาถาเราจะพูดอะไรๆเปนภาษาอังกฤษ เราจะพูดออกมาวาอยางไร โดยไมตองเริ่มดวย การแปลความคิดภาษาไทยเปนอังกฤษกอน (พูดงายแตทํายาก สําหรับหลายๆคนเทาที่เคยเจอ) ขอ ใหลองเรียงประโยคนี้ใหถูกดูนะคะ a. anyway b. we'll succeed c. nothing to lose d. in learning English e. I don't think f. but we have วิธีตอบคือ หาวาเราจะเรียงขอพวกนี้ยังไงใหเปนประโยคคําพูดที่ไดใจความ เชน a b c d e f ก็จะเปน anyway we'll succeed nothing to lose in learning English I don't think but we have. รับรองอันนี้ไมใชคําตอบแนคะ เพราะฟงไมเปนอะไรเลย ลองเลนเรียงสลับไปมาดูนะคะ พรุงนี้จะมา เฉลย
  22. 22. ขอคิดจาก Einstein โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 กุมภาพันธ 2006 07:44 น. http://www.gotoknow.org/posts/14495 วันนี้เอาวาทะของ อัลเบิรต ไอสไตน มาใหเรียงเลน เคาบอกใหพยายามเปนคนมีคุณคา ดีกวาคนที่ประสบความสําเร็จ a. to become a man of value b.to become a man of success c. Try d.rather e. not f. but ลองเรียงประโยคดูนะคะ แลวจะมาเฉลยคืนนี้คะ
  23. 23. วาทะของไอนสไตน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 กุมภาพันธ 2006 00:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/14574 เลือกเอาวาทะของ Albert Einstein มาใหฝกอานและเรียงภาษาอังกฤษ เพราะการจําวาทะของคน สําคัญที่เราชอบก็เปนวิธีหนึ่งที่เราจะไดเรียนรูโครงสรางของประโยค รวมทั้งอาจไดศัพทใหมๆดวย อันนี้เคาบอกวา ความจริงก็เปนเพียงแคภาพลวงตาอันหนึ่งเทานั้น ถึงแมจะเปนอันที่แสนจะอยูยั้ง ยืนยง ลองเรียงดูนะคะ แลวจะมาเฉลยวันพรุงนี้ a. an illusion, b. albeit c. Reality is d. a e. persistent f. one g. very h. merely
  24. 24. วาทะของไอนสไตนอีกแลว โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 8 กุมภาพันธ 2006 00:46 น. http://www.gotoknow.org/posts/14715 คุณ Albert Einstein นี่นอกจากเปน genius ทางวิทยาศาสตรแลว ทานยังมีวาทะที่กินใจใหคนเก็บมา บันทึกไวมากมาย มีหลายชิ้นที่ตองอานหลายครั้งกวาจะเขาใจซึ้ง แตชิ้นนี้อานปุบก็ชอบใจปบและจํา ไดทันที แถมมีความหมายลึกซึ้งกวาคําอานมากมายแลวแตเราจะคิดเทียบกับอะไร และจะวาไป แลวเหมาะกับการเรียนภาษาอังกฤษซะดวย ทานบอกวา ไมใชของทุกอยางที่นับไดจะไดรับการนับ และไมใชของทุกอยางที่นับๆกันอยูจะ สามารถนับได a. everything that b. not everything c. that counts d. can be counted e. can be f. counts, g. Not h. and i. counted. วุนวายหนอย แตถาลองเขียนลงบนแผนกระดาษแลวสลับไปมาดูนาจะไดคําตอบเร็วคะ และถา สลับผิดที่ก็นาจะเห็นวามันผิดหลัก grammar ชัดเจน คนสลับก็เหนื่อยเหมือนกันคะ กวาจะสลับให ออกมาไมเปน pattern ไดแบบนี้
  25. 25. ยังขอพูดถึงวาทะไอนสไตนอยู โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 กุมภาพันธ 2006 00:31 น. http://www.gotoknow.org/posts/14855 ขออีกสักหนึ่งวาทะนะคะ ชิ้นนี้เปนอะไรที่อานใหขําก็ขํา และทําใหคิดวาคุณ Albert Einstein นี่แก ชางฉลาดคิด ฉลาดพูดมากเลย ชิ้นนี้บอกวา มีเพียงสองสิ่งเทานั้นที่ไมมีที่สิ้นสุด คือ จักรวาล กับ ความโงของมนุษย และฉันไมคอยแนใจสําหรับ สิ่งแรก (อานแลว ตัวเองก็ตองคิดตอทันทีเลยวาสําหรับอันหลังนี่ sure จริงๆ เพราะแตละวันเราก็จะไดรู อะไรที่เรายังไมรู ไดฉลาดขึ้นทุกวัน โดยไมรูวาความโงของเรานี่จะหมดเมื่อไหร) ลองเรียงดูนะคะ a. the universe b. I'm not sure c. and human stupidity, d. the former.” e. “Only two things f. and g. about h. are infinite,
  26. 26. วาทะคานธี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 กุมภาพันธ 2006 01:11 น. http://www.gotoknow.org/posts/14957 พูดถึงการเรียนรูแลว ก็นึกถึงวาทะของทานมหาตมะ คานธี คําแปลดังที่ใหไวนี่แหละคะ อาจไมมี ศัพทอะไรใหม แตรูปประโยคแบบนี้ก็เปนแบบที่มีใชกันบอยๆ นาจะจําไวใชไดคะ ลองเรียงกันดูนะ คะ a. Learn b. as if you were to die c. forever. d. as if you were to live e. tomorrow. f. Live
  27. 27. ทายปญหาภาษาอังกฤษสนุกๆกันบาง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 กุมภาพันธ 2006 23:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/15276 คุณ Josef Essberger แหง http://www.englishclub.com ไดสงคําถามสนุกๆมาใหเลน ก็เลยขอ อนุญาตแกเอามาเลาตอ แกก็เปดไฟเขียวใหแถมบอกวาใหสง link ของบล็อกเราไปใหแกดูดวย ตัวเองเลยชักจะหวังวาจะทําใหคนสอนภาษาอังกฤษอยากเรียนรูภาษาไทยของเราขึ้นมาบาง จะได เปนการแลกเปลี่ยนเรียนรูกันไปอีกแบบ เขาบอกวา A laugh-a-day keeps the doctor away! ก็คือหัวเราะวันละนิดจิตแจมใส รางกายเปนสุข ไมตองไปหาหมอ ความจริงดูเหมือนอันที่เปนตนแบบเคาวา An apple a day keeps the doctor away หรอก สองประโยคนี้มีเรื่องสะกิดใหดูเหมือนกันคือจะเห็นวาเคาใช the doctor ในรูปเอกพจนมี the เพื่อแสดงวาพูดถึงหมอโดยถือเปนกลุม คุณ Josef บอกไววานอกจากจะทําใหเราไดหัวเราะแลว ก็ยังชวยใหเราเขาใจภาษามากขึ้นดวย ตัวเองก็เห็นดวยคะ และสังเกตไดอยางหนึ่งวาคําถามตลกๆแบบนี้ ซึ่งเปนการเลนคํา อาจจะงายกับ พวกเราซึ่งไมไดเปนเจาของภาษากวา เพราะคําตอบมักจะคิดไดงายขึ้นเวลาแปลเปนภาษาเรา ฉะนั้นขออนุญาตไมแปลกอน แลวคอยแปลเวลาบอกเฉลยพรุงนี้นะคะ คําถามคราวนี้มี 7 ขอดังนี้คะ รูสึกวาอาจจะยาวและหลายขอไปหนอย วันนี้เลยเอาเปนวาแปลเพิ่ม จะไดคิดเลนๆอีกวัน กอนเฉลยนะคะ 1. What word begins with "e", ends with "e", and has one letter? คําอะไรที่ขึ้นตนดวย e ลงทายดวย e แลวมีจดหมายหนึ่งฉบับในนั้น คําตอบ: envelope ใหลากเมาสไฮไลทจะพบคําตอบที่ทําเปนตัวสีขาวไวแลวคะ (เอาแบบอยางมา จากบล็อก อ.บัญชา ธนบุญสมบัติคะ) 2. I have 12 legs, 12 arms and 8 heads. What am I? ฉันมี 12 ขา 12 แขน กับอีก 8 หัว ฉันคือใคร คําตอบ: a liar คือ คนโกหก 3. Which month has 28 days? เดือนอะไรมี 28 วัน คําตอบ: all of them เพราะทุกเดือนมี 28 วันแนๆอยูแลว 4. What starts with "P", ends with "E", and has millions of letters? คําอะไรที่ขึ้นตนดวย P ลงทายดวย E แลวมีจดหมายมากมายในนั้น
  28. 28. คําตอบ: ก็ post office ไงละ 5. Why shouldn't you put the letter "M" into the refrigerator? ทําไมเราไมควร เอาตัว M ไปใสตูเย็น คําตอบ: because it turns "ice" into "Mice" 6. What animal can jump higher than a house? สัตวอะไรโดดไดสูงกวาบาน คําตอบ: คําตอบก็กวนๆอีกคือ บานโดดไมไดสักหนอย a house can't jump! 7. Why can't a man living in Paris be buried in the South of France? ทําไมคนที่อาศัยอยูที่ปารีสถึงไมสามารถเอาไปฝงที่ทางใตของฝรั่งเศสได คําตอบ: because he's still *living* ก็คือยังไมตาย ยังมีชีวิตอยูจะฝงที่ไหนก็ไมไดทั้งนั้นแหละ หวังวาจะทําใหขํามากกวาเครียดนะคะ ถาไมขําวันนี้ก็เอาไวขําพรุงนี้ แตไมตองเครียดนะคะ Please don't be too serious! ไดมาอานซํ้าแลวคิดถึงวิธีเฉลยของ อ.บัญชา เลยเอามาใชบางคะ เผื่อใครไมอยากตามไปดูอีก บันทึก จะไดไมตองเสียเวลา
  29. 29. เฉลยทายปญหาภาษาอังกฤษสนุกๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 กุมภาพันธ 2006 00:22 น. http://www.gotoknow.org/posts/15637 เฉลยของคําถามเมื่อวันกอนมีดังนี้คะ ไดคุยกับนองๆแลวรูสึกวาคําถามคําตอบอาจจะเขาใจยากไปสักนิด เลยมาเพิ่มเติมคําแปลใหดวย อีกทีในบันทึกนี้ดวย 1. คําตอบวา envelope ขอนี้เขาถามวา คําอะไรที่ขึ้นตนดวย e และลงทายดวย e แลวก็เลนคําวามี 1 letter ซึ่งจะแปลวาตัวอักษร หรือจดหมายก็ได 2. คําตอบวา a liar คือ คนโกหก ก็เคาถามวาฉันมี 12 ขา 12 แขน กับ 8 หัว ฉันคือใคร 3. คําตอบของคําถามวา เดือนไหนมี 28 วัน ก็คือ all of them เพราะทุกเดือนมี 28 วันแนๆอยูแลว 4. คําตอบของคําถามวา คําอะไรที่ขึ้นตนดวย P ลงทายดวย E แลวมี letter มากมายในนั้น ก็post office ไงละ ก็คือ ที่ทําการไปรษณีย นั่นเอง อันนี้ก็เลนคําวา letter อีกเหมือนขอหนึ่ง 5. ขอนี้ถามวา ทําไมเราไมควร เอาตัว M ไปใสตูเย็น ตอบวา because it turns "ice" into "Mice" ก็คือ ในตูเย็นมีนํ้าแข็ง คือ ice ถาเติม M ก็จะกลายเปนหนู (Mice) ไปซะ 6. ขอนี้ถามวาสัตวอะไรโดดไดสูงกวาบาน คําตอบก็กวนๆอีกคือ บานโดดไมไดสักหนอย a house can't jump! 7. ขอนี้ถามวา ทําไมคนที่อาศัยอยูที่ปารีสถึงไมสามารถเอาไปฝงที่ทางใตของฝรั่งเศสได คําตอบคือ because he's still *living* ก็คือยังไมตาย ยังมีชีวิตอยูจะฝงที่ไหนก็ไมไดทั้งนั้นแหละ มีอันไหนที่อานแลวอมยิ้มบางไหมเอย
  30. 30. เก็บตกจากฮานอย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 กุมภาพันธ 2006 23:20 น. http://www.gotoknow.org/posts/16280 อันนี้เปนเรื่องเลาที่มาจากนองสุดหลอ แลวคิดวาเปนประโยชนสําหรับคนอื่นๆที่จะไปเมืองนอก และ ตัวเองก็เคยไดยินวามีคนที่พบปญหาเหมือนกัน คือเราติดใชคําวาแบงคแทนธนบัตรกัน แตฝรั่งเคา จะไมเขาใจ เพราะเคาใชคําวา notes แทน ดังนั้นถาตองการแลกเงิน ซึ่งปกตินาจะพูดวา Can I have some changes? แตเราตองการเปนแบงคเล็กลงแทนที่จะเปนเหรียญ ก็ตอดวย in smaller notes อยาใชคําวา bank แทนธนบัตรโดยเด็ดขาดคะ ลองคิดแปลแทนเอาดูแลวกันวาคนฟงคง แปลกประหลาดใจพิลึก วาเราจะไปเอาธนาคารอะไรจากเคา เผื่อจะไดจําไวใชไมตองลําบากลําบน ทั้งภาษามือ จนกระทั่งถึงลงทุน action แบบที่นองเลาใหฟง
  31. 31. Funny quizzes again โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 กุมภาพันธ 2006 23:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/16283 เราจะมีการสอบเขมขนกันในอีกไมกี่วันนี้ ก็เลยถือโอกาสแกเครียด ทําใหไดหนาเปอนยิ้มกันบาง พรอมๆกับเรียนภาษาอังกฤษวันละนิดจิตแจมใส ดวยการเสนอ quiz สนุกๆอีกสัก 2-3 ขอ เอาแบบไม ตองแปลกอนดีกวานะคะ แลวคอยเรียนนิดๆตอนเฉลย 1. What is the shortest month? ใบนิดนึงวาไมใชเดือนนี้ คําตอบ May 2. What can you put in a bucket half full of water that will make it weigh less? อันนี้อาจตองคิด นิดนึง เอะหรือวามากหนอยดีนะ คําตอบ Holes 3. How can you make a slow runner fast? อันนี้สวนมาก หมอสั่งไดคะ ทําไงเอย คําตอบ Don't give him any food. ขอใหสอบผานกันทุกคนนะคะ (อวยพรตัวเองดวย) ดูคําตอบดวยการใชวิธีเลื่อนเมาสกดคลิกไฮไลทไปหลังคําตอบก็จะพบขอความคะ สวน คําอธิบายอยูในขอคิดเห็นดานลางขอที่ 3 คะ ไมเขียนอีกบันทึก เพราะจะไดไมตอง Link ตามลงไปดูไดเลย
  32. 32. ความหมายของ Dissolve parliament ตามคํา เรียกรอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 กุมภาพันธ 2006 14:39 น. http://www.gotoknow.org/posts/16764 มาตามคําเรียกรองของคุณ nidnoi คะ เรื่องฮิต ฮอต ไดเห็นกลยุทธของคนฉลาด ที่เอาตัวรอดไปได เรื่อยๆ โดยสามารถกลืนนํ้าลายตัวเองและแถมยังใหเหตุผลตอบคําถามที่คนตองการรูแบบไมสนใจ จริยธรรม ไมทราบเหมือนกันวานิยามคําวา "ความชั่ว"ของทานจะเหมือนกับพวกเราหรือ เปลา เพราะทานบอกวาคนอยางผมไมทําความชั่ว สําหรับคําวา dissolve parliament ก็คือ ยุบสภา นั่นเองคะ ตองขอบอกวาไมไดเกงหรอกคะ แตอาศัย ชอบเรียนรูและหาเครื่องไมเครื่องมือในการเรียนรู คํานี้ เพิ่งทราบก็จากคําถามนี่แหละคะ แลวก็ไป เปด electronic dictionary ฝมือคนไทย คุณจักรกฤษณ แรทอง ที่สามารถ download ไดฟรีที่ http://www.nextproject.net/products/appHLDictionary.aspx โปรแกรมนี้ชื่อ Highlight Dictionary version ใหมนี้คอนขางสมบูรณแบบและครอบคลุมคําศัพท มากมายจริงๆ หามาติดไวบนคอมพไดเลยคะ มีประโยชนจริงๆ และวิธีใชก็งายมาก เพียงแต highlight ศัพทที่เราตองการรูคําแปลภาษาไทย แลวก็กด hot key ที่เคาตั้งไวก็จะมีหนาจอ pop up แปลศัพทนั้นขึ้นมาใหคะ สําหรับ snap election นี่ไมแนใจวาจะแปลเปนไทยวาอะไร ตองขอผูรูทางดานศัพทการเมืองชวยที คะ ไมทราบคําที่ถูกตองแตเขาใจความหมาย พวกเราก็คงเขาใจเหมือนๆกัน คือเปนการเลือกตั้ง แบบกระทันหัน (ที่ตัวเองจะไดเปรียบเพื่อนๆแนนอน) พวกเราตองชวยกัน อยาใหคนฉลาดแตไร จริยธรรมมานําประเทศของเรา อยาใหเคาคิดวาเงินสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอยางได นี่พยายามไมเฉไฉ แลวนะคะนี่
  33. 33. วิธีออกเสียง "ough" โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 มีนาคม 2006 23:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/17308 มีของฝากมาจาก website http://EnglishClub.com อีกคะ คราวนี้เกี่ยวกับการออกเสียง "ough" คุณ Josef Essberger แกเห็นปญหานี้สําหรับคนที่ใชภาษาอังกฤษเปนภาษาที่สอง เพราะคําที่มีเจา 4 ตัว อักษรนี้ อานไดตางๆกันตั้ง 7 แบบ 1. though (like o in go) อานวา โทห (คํานี้ลูกๆบอกวาสอนเพื่อนยากจัง ใหออกเสียง ทอกับหอไป ดวยกัน จริงๆคือเอาลิ้นมาดันฟนบนกอนออกเสียงตัว ท เรามักเขียนแทนดวยตัว ธ) 2. through (like oo in too) อานวา ทหรู (เจาตัวโตบอกวาแบบนี้นาจะไดผล ..หมายถึงออกใหมีตัว ห ดวย สรุปก็คือตัว ที่เราแทนดวย ธ นั่นแหละคะ ตองหัดกันหนอย) 3. cough (like off in offer) อานวา คอฟ คํานี้เราอานกันถูกเปนสวนมาก 4. rough (like uff in suffer) อานวา รัฟ คํานี้ก็ออกเสียงไมยากสําหรับเราคนไทย 5. plough (like ow in flower) ออกเสียงวา พลาว (สั้นๆหนอย อยายาวมาก) 6. ought (like aw in saw) ออกเสียงวา ออท 7. borough (like a in above) อันนี้แปลก ที่เคยไดยินจะออกเสียงวา โบ โร อันนี้ขอใหไปฟงที่ Merriam-Webster online เองนะคะ แตคํานี้ที่เราไดยินบอยๆจะมาเปนชื่อ เมือง Scarborough ที่ ออสเตรเลีย เคาออกเสียงวา สกา บอ หรา (ออกเสียงบอเกือบกลํ้ากับหรา) เลนเอาเราเกือบบา พอ ออกเสียงตามเคาแลว เขียนไมถูกเลย ดังนั้น คุณ Josef แนะนําวา เวลาเรียนคําใหมๆใหแนใจวาออกเสียงไดถูกดวย ถาไมมีใครออกเสียง ใหฟง ก็ตองเปด dictionary ดูวิธีออกเสียงดวย เพราะ dictionary ที่ดีๆจะมีวิธีออกเสียงใหดวย แตสมัยไฮเทคแลวนี่ ไปฟงเอาไดเลยที่ dictionary online นี่แหละคะ เคาอานใหฟงเลย แตก็อีกแหละ ที่บางคําก็ตองรูวา อาจจะเพี้ยนกันไปบางระหวางสําเนียงอังกฤษ กับอเมริกัน
  34. 34. ขอแนะนําโปรแกรมดิกชันนารีอังกฤษ-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 มีนาคม 2006 23:52 น. http://www.gotoknow.org/posts/17429 พวกเราชาวบล็อก ที่ตองใชคอมพิวเตอรเพื่ออานขาวสารจาก internet กันอยูบอยๆ คงจะพบปญหา วาบางทีเราไมเขาใจความหมายของศัพทบางคํา หรือบางครั้งก็อยากจะรูวาคํานี้แปลเปนภาษาไทย วาอะไร ตัวเองพบวามีอิเล็กทรอนิกส ดิกชันนารี 2 โปรแกรมที่มีประโยชนมากและสามารถติดตั้งไว บนแถบเมนูในเครื่องคอมพ และเรียกใชไดทันทีตลอดเวลา (ตัวอยางที่เห็นๆตอนนี้ก็คือคําวา "อิเล็กทรอนิกส" ที่เขียนนี่ก็คือเอามาจาก"ดิก"นี้แหละคะ ไมงั้นก็เขียนเปนไทยไมถูกหรอก ตองเขียน เปนภาษาอังกฤษ) โปรแกรมแรกเรียกวา WordWeb ซึ่งสามารถดาวนโหลดไดที่ http://wordweb.info/free/ โปรแกรม นี้จะทําใหเราไดตอยอดคําศัพทไปไดเรื่อยๆจากการคลิกดูคําแปลอังกฤษเปนอังกฤษ แถมยังมีวิธี อานออกเสียงไวดวย อันนี้จะทําใหเราสามารถเรียนคําศัพทวันละ 4-5 คําไดภายในเวลาอันรวดเร็ว สวนคนที่มีปญหานึกคําแปลเปนภาษาไทยไมออก (ตัวเองยังเปนบอย และเพิ่งไดใชโปรแกรมนี้ จริงจังก็ไมนานนี้เอง เลยโชคดีไดใชเวอรชั่นใหมที่สมบูรณแบบขึ้นมากจากที่เคยใชอยูเมื่อกอน) อัน นี้เพิ่งเขียนถึงไปไมนานนี้เอง โปรแกรมนี้ชื่อ Highlight Dictionary สามารถดาวนโหลดไดที่ http://www.nextproject.net/products/appHLDictionary.aspx ขอใหสนุกกับการใชภาษาใหถูกตองทั้งไทย และอังกฤษนะคะ ตัวเองรูสึกวาอยากใหเราคนไทย ใช ภาษาไทยใหถูกเปนภาษาแรก ( นาจะภูมิใจที่เรามีภาษาของเรา ซึ่งยากกวาภาษาอังกฤษ เยอะ ) แลวก็ใชภาษาอังกฤษใหไดผล คือสื่อสารได เปนคนนิสัยเสียตรงที่พอเห็นใครพิมพผิดก็อยากจะบอก แลวก็มีอันใหเจอบอยๆ ในการอานบล็อก ถาใครอยากใหชวยแกไข ขอใหบอกนะคะ บางครั้งก็คิดวา ถาเราปลอยใหผานไป โดยไมทักกัน ก็ถือเปนความไมเมตตา แตถาแกโดยที่เจาของไมอยากใหทําก็คงเปนการละลาบละลวง แตสําหรับตัวเองแลว ถาเขียนอะไรผิดแลวมีคนชวยทักบอกที่ถูกใหจะขอขอบคุณและยินดีคะ
  35. 35. ชีวิตตองการอะไร โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 มีนาคม 2006 00:16 น. http://www.gotoknow.org/posts/17698 คําวา Take something/someone for granted หมายถึง คิดวาเปนเรื่องธรรมดา ไมไดใสใจ ไมได คิดถึงคุณคา วันนี้อยูเวร ตอนลงผลแล็บไดเห็นชื่อคนไขคนหนึ่งที่จําไดวาเห็นมาตั้งแตกอนจะไปเรียน ตอนนี้เปน นายแลว (อายุ 16) พอยอนดูประวัติก็เห็นวา เคาเขาออกร.พ.มาตั้งแตป 1997 ตองถายเลือดมา ตั้งแตตอนนั้น แลวทุกเดือนก็จะตองมาร.พ. ถึงตอนนี้ก็เกือบ 10 ปแลว นึกถึงวาพวกเราๆที่มีสุขภาพ ดี มีลูก มีพี่ มีนอง มีคนรอบๆตัวที่สบายกาย สบายใจ เทานี้ก็นาจะเปนสิ่งที่เราตองการแลว ถาเรา มองเห็นคุณคาสิ่งเหลานี้ ไมตองกอบโกยอะไรใหมากเกินไป ชีวิตก็นาจะมีความสุขแลว เมื่อวานไมสบาย ทําใหหยุดคิดดวยวา สิ่งที่เราตองการที่สุดเพื่อการมีชีวิตอยูก็คือ สุขภาพที่ ดี เพราะเมื่อขาดสิ่งนี้แลว ไมมีอะไรที่เราจะทําไดเลย สงสัยจังวา คนที่กําลังโดนไลอยูตอนนี้ เขา take อะไร for granted
  36. 36. ทํา test ภาษาอังกฤษในสายใยพยาธิกันหรือยัง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 มีนาคม 2006 22:37 น. http://www.gotoknow.org/posts/17805 ทํา test ภาษาอังกฤษในสายใยพยา-ธิกันหรือยังเอย ไดรับคําตอบจากพวกเรากันมาพอสมควรแลว และบอกไดวาพวกเราตอบกันไดหลากหลายมากคะ ที่ผานมา มีเพียงขอเดียวเทานั้นที่ทุกคนตอบถูกเหมือนกันหมดเลย จะขอใหเวลาจนถึงสายใยฯเลม ใหมออกเสียกอน คนที่ตอบมาจะไดรับเฉลยเปนการสวนตัวพรอมกับบอกระดับวาเคา เทียบใหวาเทากับระดับไหนของเกณฑ 1 ถึง 5 จาก elementary ถึง advance คะ คุณ Steve Chadwick เจาของ website http://www.examenglish.com/default.php ไดอนุญาตใหใช test ของเขาได ใครอยากทดสอบตัวเองเลยก็เขาไปดูไดคะ เคาจะบอกระดับใหเลย เวลาเราทําเสร็จ แตมีขอเสียคือ เคาไมไดเฉลยให แตบอกระดับและมีการทดสอบอื่นๆที่เราควรทํา เมื่อรูคะแนนแลว ใครมีเวลาก็ลองเลนดูไดคะ ยิ่งฝกก็ยิ่งเกง
  37. 37. พวกเราอาจจะ Take our knowledge for granted โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 มีนาคม 2006 23:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/17934 วันกอนพูดถึง Take things for granted ไป มีคนถามวา grant นี่แปลวาทุนสนับสนุน ไมใชเหรอ ก็ ตองตอบวาใชคะ แตสํานวนนี้เคาใชคําวา granted (อานวา กรานเท็ด) คือไดเปนทุนอยูแลว เปน สํานวนที่หมายความอยางที่เลามาแลว เราใสอะไรลงไปตรง “things” ก็หมายถึงวาเราไมเห็นหรือ ไมไดใหความสําคัญกับสิ่งนั้น ทั้งที่เปนสิ่งมีคุณคา อยางเชนเราทํางานทําการไดอยางปรกติสุข เรา ก็ไมทันคิดจะดูแลรางกาย พอปวยไขขึ้นมา ถึงจะนึกไดวาเราไมไดดูแลตัวเองเลย อยางนี้ก็คือเรา Take our health for granted. วันนี้มีเหตุใหคิดถึงประโยคนี้อีกครั้ง เมื่อมีโอกาสไปพูดคุยกับคนที่จะไปอบรมการใชบล็อก ซึ่งทาน CKO ไดจัดใหทุกคนลองเขียนบันทึกมาดู มีนองคนหนึ่งเลาวา ไดเจาะเลือดคนไขซึ่งบอกไวกอนวา ตัวเองเปนคนที่เสนเลือดเจาะยาก โดนเจาะหลายหนกวาจะไดเลือดบอยๆ แลวนองเจาะเพียงครั้ง เดียวก็ไดเลย นองใชคําวา ”โชคดีที่เจาะไดเลยในครั้งเดียว” จุดนี้ทําใหตัวเองคิดถึงประโยค Take things for granted ขึ้นมาทันที จากที่เคยรูมานองเปนคนที่เจาะเลือดไดดี แตตัวนองเองคง ไมไดคิดวาเปนความสามารถที่พิเศษของตัวเอง ก็ถือไดวานองเขา Take her well-techniques for granted เหมือนกัน จากจุดนี้ทําใหเห็นวาพวกเราคนหนางานทั้งหลาย มักจะคิดวาสิ่งที่เราทําได ทําอยูแลวนี้เปนเรื่อง ธรรมดา แตจริงๆแลวเราไมทันคิดมากกวาวาเรามีความสามารถพิเศษในการทํางานนั้นๆ ถาเรามองเห็นวาความสามารถที่เรามี เทคนิคที่เราทํามีคุณคา (อาจจะดูนอยนิด ธรรมดาทําอยูทุก วัน แตถาลองคิดดูวา ถาใหคนหนวยอื่นมาลองทํา à

×