• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content

Loading…

Flash Player 9 (or above) is needed to view presentations.
We have detected that you do not have it on your computer. To install it, go here.

Like this document? Why not share!

รวมบันทึกการใช้ภาษาอังกฤษ

on

  • 1,960 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,960
Views on SlideShare
1,960
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
143
Comments
3

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

13 of 3 previous next Post a comment

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    รวมบันทึกการใช้ภาษาอังกฤษ รวมบันทึกการใช้ภาษาอังกฤษ Document Transcript

    • effective English usage เพื่อเปนแหลงขอมูลของการใชภาษาอังกฤษใหถูกตองจากประสบการณตรง เลาถึงขอบกพรองที่ ควรชวยกันบอกตอเพื่อแกไขใหพวกเราสามารถสื่อสารกับเจาของภาษาไดอยางมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น รูวาอะไรคือปญหาและชวยกันกระตุนเตือนใหทําใหถูกตอง และเปนที่พูดคุยเรื่องเกี่ยวกับภาษา อังกฤษทั่วๆไป
    • มาทดสอบการใชภาษาอังกฤษกันไหม โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 ธันวาคม 2005 23:30 น. http://www.gotoknow.org/posts/11047 เนื่องจาก เพิ่งกลับมาจากการเรียนตอตางประเทศ โดยหายไปนานถึงหกป ทําใหยังรูสึกวาจํา ประสบการณเกี่ยวกับการตองใชภาษาอังกฤษตลอดเวลา และปญหาตางๆที่เกิดจากการใชภาษานี้ ได และอยากถายทอดใหคนอื่นที่อยากจะไปใชภาษาอังกฤษกับเจาของภาษาเคาเอง ไดทราบถึงจุด ออนของพวกเราคนไทย โดยจะมุงเนนที่การพูด การออกเสียง และ ไวยากรณพื้นฐานที่พบวาแมแต นักศึกษาระดับปริญญาเอกของเราที่กําลังเรียนอยูในตางประเทศก็ยังใชไมถูกตองบอยๆ เนื่องจาก เรามักจะสงเมลคุยกันเปนภาษาอังกฤษและบางครั้งเวลาไปไหนมาไหนแลวตองพูดคุยกับเจาของ ภาษาเคา ทําใหไดเห็นปญหาและอยากจะใหพวกเราชวยกันแกไขใชใหถูกตอง ขอประเดิมดวยการทดสอบเล็กๆนอยๆใหลองทํากันดูเรื่องการออกเสียง จะมาเฉลยในวันตอไปคะ 1. ลองอานชื่อฝรั่งเหลานี้ สมมุติวาตองเรียกหรืออางถึงคนคนนี้กับฝรั่งดูสิวา ทานเลือกออกเสียง อยางไร ระหวางสองตัวเลือกที่มีให 1.1 Adam: อา ดํา หรือวา เอ ดั้ม 1.2 Richard: ริ เชิ่ด หรือวา ริ ชาด 1.3 Roger: โร เจอ หรือวา รอด เจอะ 2. คําทับศัพทที่เราใชกันจนชินปากและกอปญหานารําคาญมากเพราะพูดกับฝรั่งแลวเคาไมเขาใจ วาเราหมายถึงอะไร 2.1 คําฮิตของนักศึกษาปริญญาเอก proposal: พรอพ โพ ซอล หรือ โพร โพส ซัล 2.2 คําสแตนดารดจริงๆ standard: สึ แตน เดิดหรือ สะ แตน ดาด 2.3 ขอมูลมากมาย แตฟงไมรูเรื่อง data: ดาตา หรือ เด ตา วันนี้ลองซอมๆออกเสียงดูวาแบบไหนเราชิน และแบบไหนนาจะถูก แลวจะพูดถึงคําพื้นๆอื่นอีกใน วันตอๆไปคะ
    • เฉลยคําอานภาษาอังกฤษจากวันกอน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 มกราคม 2006 17:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/11120 สําหรับการทดสอบเล็กๆนอยๆ เรื่องการออกเสียงวันกอน มีเฉลยดังนี้คะ 1. ชื่อฝรั่งเหลานี้ ตองออกตางจากที่เราคุนเคยมานานคะ จําไวเวลาตองใชก็จะทําใหพูดแคครั้งเดียว ฝรั่งรูเรื่อง ไมตองมา pardon pardon กับเราจนเราอาย 1.1 Adam: ออกเสียงวา เอ ดั้ม 1.2 Richard: ออกเสียงวา ริ เชิ่ด 1.3 Roger: รอด เจอะ 2. คําทับศัพทที่เราใชกันจนชินปากพวกนี้ เวลาตองพูดกับฝรั่งคิดกอนแลวคอยออกเสียงนะคะ หรือ ถาจะใหดีชวยๆกันเปลี่ยนพูดทับศัพทใหเสียงถูกตอง ถึงแมอาจจะโดนวาดัดจริตก็คงตองชวยกัน บอกตอๆไป 2.1 คําฮิตของนักศึกษาปริญญาเอก proposal ตองออกเสียงวา โพร โพส ซัล เสียงแบบที่เราชินเนี่ย พูดกันจนปวดหัวเลยคะ เราก็สงสัยวาทํามั๊ย ทําไมเคาไมเขาใจ ปรากฎวาไมมีในสารบบของเขาเลย ถายังไงจําไววา propose ออกเสียงยังไงก็ไดคะ เพราะมันคือ คํานามที่มาจากคํากิริยาคํานี้ ซึ่งเรามัก จะออกเสียงถูกอยูแลว 2.2 standard: ตองออกเสียงวา สึ แตน เดิด คํานี้เจ็บปวดจริงๆคะ เพราะเราพูดบอยมาก แถมเสียงที่ถูกมันฟงดูดัดจริตจนพวกเราคงเปลี่ยนไม ได ตองจําเอาไวเวลาพูดกับฝรั่งวาออกเสียงคนละแบบกับที่เราชิน 2.3 data: ออกเสียงวา เดตา คํานี้คงพอจะชวยกันพูดใหถูกได เพราะฟงดูไมดัดจริตเทาไหร สําหรับบันทึกอันนี้ ขอแถมอีกนิด ทดสอบวา มีใครชวยบอกหนอยไดไหมคะวา Thank you for your visiting มีอะไรผิด
    • อันนี้ลูกชายทักมา และเห็นวาเรานาจะชวยกันติง เพราะจะทําใหเราติดรูปแบบที่ถูกตองไปเลยดี กวา แลวจะมาเฉลยในวันตอไปคะ
    • แนะนํา dictionary online โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 มกราคม 2006 23:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/11197 กอนอื่น คุยเรื่องประโยคเมื่อวานที่วา Thank you for your visiting เราเห็นจากสถานที่ทองเที่ยวแหงหนึ่งคะ อันนี้เปนลูกผสมซึ่งผิดไวยากรณแนนอน และฝรั่งไมพูด กันแน ที่ถูกควรจะเปน Thank you for your visit หรือไมก็ Thank you for visiting จึงจะถูกตองคะ อัน นี้เปนสิ่งที่บางทีถาเราชวยกันติติง เราจะไดชินกับรูปประโยคที่ถูกตองเอาไวนะคะ ไหนๆจะใชเพื่อ สื่อสารกับฝรั่ง ก็ใชใหถูกตองดีกวา วันนี้นึกไดถึงสิ่งที่ตัวเองใชในการฟงเทียบการออกเสียงคํา และคิดวานาจะเปนประโยชนกับคนที่ อยากฝกออกเสียงภาษาอังกฤษ คือ Dictionary online ของ Merriam-Webster ที่ http://www.m- w.com/ ที่ website นี้ยังมีแบบฝกหัดและสิ่งอื่นๆที่เปนประโยชนในการฝกฟงและออกเสียงภาษา อังกฤษหลากหลายใหเลือกดูดวยคะ กับโปรแกรม Word Web ซึ่งเปน free dictionary program ที่สามารถดาวนโหลดมาติดไวบนเครื่อง ได และใชสะดวกเวลาตองการทราบความหมายของคํา เพียงแคคลิกคําแลวก็ไปคลิกเปดโปรแกรม ที่เราติดไวบน task bar รูสึกวา version ลาสุดนี้มีวิธีออกเสียงคําใหดวย ถาคําที่เคาอธิบายเราก็ไมรู ก็แคคลิกคํานั้นตอไปอีกไดเลย จะทําใหไดตอยอดคําศัพทเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ สะดวกกวาเปดดิก ธรรมดา โปรแกรมนี้ดาวนโหลดไดที่ http://wordweb.info/free/
    • วาดวย ng ใน sing กับ hang โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 มกราคม 2006 23:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/11253 วันนี้ขอเลาเรื่องคําสองคําที่ลงทายดวย ng ซึ่งตัวเองติดออกเสียงวา กิ้ง ใน singing กับ hanging และคิดวาหลายคนก็คงติดและอาจไมทันสังเกตวาฝรั่งออกเสียงจริงๆยังไง เผอิญเจาลูกชายสาม หนุม (ฝรั่งขี้นก) หูเปนฝรั่งทําใหโดนทักวาแมพูดผิด ตองออกเสียงวา ซิงงิ่ง ไมใช แฮงงิ่ง ซิงกิ้ง หรือ แฮงกิ้ง แบบที่เราติดปาก รวมทั้ง singer และ hanger ก็ตองเปน ซิงเงอ และ แฮงเงอ ไมใช ซิงเกอ และ แฮงเกอ ดวย อันนี้เปนสิ่งที่ถาไมมีใครทัก ตัวเองก็ไมทันสังเกตดวยซํ้าวาพูดไม ถูกตอง แตเมื่อทราบแลวก็คิดวานาจะชวยๆกันบอกตอ แปลกเหมือนกันนะคะวาเราไปเอา เกอๆ มาจากไหนกัน สงสัยเห็นลงทายดวย g ทั้งที่จริงๆแลวเราใชทั้ง n และ g มันจึงตองเปน งอ งู ไมใช กอ ไก ◌ ตอนนี้กําลังฝกภาษาไทยใหสามหนุมนอยประจําบาน เราเลยอานปายทั้งหลายทั่วๆเมือง เกิด ความสงสัยวาทําไมเราถึงอาน อีซูซุ วา อีสุสุ กัน ไมยักกะอานตรงตามที่เขียน หรือพูดอีกทีไม ยักกะเขียนตามที่ออกเสียง มีใครทราบที่มาที่ไปไหมคะ หวังวาเรื่องที่เลาๆนี่คงไมนอกลูนอกทาง KM มากไปนะคะ ขอเปน KM หนักไปทางภาษากอนละกัน เพราะภาษาไทยยังไมคอยแข็งแรง แถมจําภาษาอังกฤษแบบที่เราเคยไมแข็งแรงไดเยอะเลยและ อยากใหพวกเราชวยกันทําใหคนอื่นๆที่ตองใชพูดกันไดแบบแข็งแรงหนอย
    • ชวยกันดูแลเด็กๆที่เรียนภาษาอังกฤษจากสื่อ ทีวีหนอย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 มกราคม 2006 00:17 น. http://www.gotoknow.org/posts/11454 ตองขอบนดวยความผิดหวังเล็กๆกับรายการเด็กตอนเย็นของ สื่อโทรทัศนคาย ย บ ซ (ไมแนใจวาใส ชื่อเต็มๆไดไหม เพราะเราออกผาน net แบบนี้คงไมคอยดีเทาไหร แตอยากเขียนเลาใน Blogกอนที่ จะตอวาไปทางรายการตรงๆ) รายการ B B (ชื่อแฝงที่ใกลเคียง) ตอนหกโมงเย็นเมื่อไมนานมานี้ สามหนุม (ฝรั่งขี้นก)ของเราเคาดูแลวมาบนทําใหเรารูสึกโกรธสื่อจังที่มาสอนเด็กไทยของพวกเรา ผิดๆ ซึ่งเปนความผิดที่ไมนาใหอภัยเลย โดยเฉพาะมาใสหูใหเด็กซึ่งเปนวัยกําลังชางจดชางจํา เคา นาจะเอาใจใสกับความถูกตองมากกวานี้ คําที่วาคือคํากิริยาทั้งหลายที่เติม ed เปนประโยคในอดีต ซึ่งภาษาอังกฤษเคามีกฎของเคาที่เรา ตองเรียนรูจดจํา คิดเดาเอาเองไมได แตก็ไมยากอะไรนัก walked ออกเสียงวา วอค ทึ (เบาๆมาก ที่ ทึ) ไมใช วอคเขด (แบบที่พี่ในทีวีอานใหเด็กฟง) allowed ออกวา อะ ลาว ดึ (ดึ เบามากๆ อีกเหมือนกัน) ไมใช อะ ลาว เว็ท (อยากจะกรี๊ด ที่พี่เคา เอาเสียงผิดๆมาใสหูหนูๆทั้งหลาย) คํานี้ยิ่งแลวใหญ ฟงแลวโกรธมากๆคะ lived พี่เคาเลนอานเติม เอ็ด ๆ อีกวา ลีฟ เวด เรียกวาขอใหมี ed อานเปน เอด หมด คํานี้อานวา ลีฝ ดึ (ดึ เบามากๆ) โปรดชวยกันสอนเด็กๆของเราดวยนะคะวา คํากิริยาที่เติม ed ในภาษาอังกฤษไมไดอาน ลงทายเปนเอด หมด เคามีการออกเสียงของเคาที่หากไมอยากจํากฎ เชน คําที่ลงทายดวย k เติม ed แลวใหออกเสียงเปน t ก็ใชวิธีฟงเสียงที่ถูกของคําที่ตองใชบอยๆเอาไวดีกวาจากสื่อที่เชื่อถือ ได
    • เทคนิคงายๆใชเดาการออกเสียงคําภาษา อังกฤษ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 มกราคม 2006 01:26 น. http://www.gotoknow.org/posts/11523 อันนี้จํามาจากคุณครูอนุบาลของลูก (คุณครูฝรั่งสอนเด็กวัยกอนเรียน) และเห็นวามีประโยชนดีคะ สังเกตไหมคะวาคําที่ลงทายดวยตัว e จะทําใหสระในคํานั้นออกเสียงเปนตัวของมันเอง angel e เคาเลยเรียกมันวา หรือไมก็ bossy e ตัวอยางเชน ในคํา cane, mate, plate, ride, ripe, slime, hope, tube ซึ่งอานออกเสียงเปน เคน (a เปน เอ), เมท, เพลท, ราย ดึ (i เปน ไอ ยาวหนอย), ราย พึ, สะ ไล มึ (คําพวกนี้เสียงที่มี สระอึ สุดทายจะออกเบาๆมากแตตองออกบาง), โฮป (o เปน โอ), ทู วิ้วบ (คํานี้เขียนเสียงที่ออกจริงๆ ยากจังคะ แตคิดวาพวกเราออกเสียงถูกอยูแลว อันนี้ u ก็ออกเปนเสียงยู) ในขณะที่คําพวกนี้ เวลาไมมีตัว e ตอทายจะอานเปนอีกเสียงเลย คือ can = แคน, mat = แมท, plat = แพลท, rid = ริด, rip = ริพ, slim = สลิม, hop = ฮอพ, tub = ทั่บ เพราะฉะนั้น ถาจะตองเดาเวลาอานคํารูปแบบนี้อื่นๆที่เราไมคุนเคย ก็สามารถใชกฎนี้ได คือ e ที่อยู ทายจะเปนนางฟาเนรมิตใหสระเปลี่ยนเสียงกลับมาเปนเสียงตัวเอง หรืออีกนัยหนึ่ง ก็ e เปนนาย ใหญ สั่งใหสระกลับมาเปนเสียงตัวเองซะ วันตอๆไปจะมีกฎงายๆแบบนี้อีก 2-3 ขอซึ่งเปนกฎที่เคาเอาไวสอนเด็กหัดอานภาษาอังกฤษตั้งแต เริ่มๆเรียน แตสําหรับตัวเองแลวคิดวากฎนี้มีประโยชนกับพวกเราไมนอยทีเดียวเวลาตองออกเสียง อานคําอะไรที่เราไมคุนเคย
    • คําที่เราออกเสียงผิดและวิธีชวยจําใหออกเสียง ถูก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 มกราคม 2006 01:02 น. http://www.gotoknow.org/posts/11652 วันนี้ขอยกอีกคําที่เรามักจะออกเสียงผิดชัวรๆ ก็คือคําวา sure นี่แหละคะ คํานี้ฝรั่งเคาออกเสียง เดียวกับคําวา shore ซึ่งเรามักจะออกเสียงคํานี้ถูก จริงไหมคะ แตทําไมไมยักกะมีใครสอนเราให ออกเสียงเดียวกันนะ นึกไดวา เราก็เลยมักจะใชคําอื่นๆเพื่อบอกวาเรามั่นใจแทนที่จะพูดคํานี้ เพราะเวลาออกเสียงไปแลว เราไมชินวาเราหมายความวาชัวร (ผลรายของการออกเสียงผิดมานานๆจนติดเสียแลว) ตองคอย คิดวาตองออกเสียงเหมือนเราตั้งใจจะหมายถึง ฝงนํ้า (shore)
    • เฉลย: ลองทดสอบตัวเองเรื่องการออกเสียงดู ไหม โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 มกราคม 2006 01:03 น. http://www.gotoknow.org/posts/12204 อันเนื่องมาจากเสียงอานอีกนะคะ เพราะเปนสิ่งที่พบวาเปนปญหาเพราะเราออกเสียงจากการเดา อานเอาจากที่เห็น ลองทดสอบดูวาตัวเองอานออกเสียงคําเหลานี้อยางไร แลวจะมาเฉลยในวันตอๆ ไปคะ ถาอยากรูคําตอบกอน และฟงเสียงจากเจาของภาษาก็ลองใช dictionary online ของ Merriam- Webster ที่ http://www.m-w.com/ ฟงดูก็ไดคะ คําเหลานี้เปนคําที่มักตองใชในชีวิตประจําวันเวลาที่ เราอยูในหมูชาวตางชาติ จึงอยากเตือนใหจําคําอานออกเสียงที่ถูกตองเอาไวแทนคําที่พวกเราอาจ คุนเคยแบบผิดๆ 1. คําวา comfortable ซึ่งแปลวาสะดวกสบาย ซึ่งออกเสียงไมสะดวกเลยสําหรับเราคนไทย คํานี้ถาจะใหดีเปดฟงดูจาก dict ขางบนตาม link ดีกวานะคะ เพราะเขียนเสียงใหใกลเคียงยากมาก แตจะพยายาม ออกเสียงวา คั้มฟ ทะ เบิ่ล 2. cupboard ตูใสของนี่ก็พูดกันนานกวาฝรั่งจะรองออ ตองออกเสียงวา คัพ เบิ่ด 3. ไสกรอกฝรั่ง sausage นี่ก็ออกเสียงไมอรอยเลยคะ ออกเสียงวาซอส สิจ 4. เปนหนี้เปนสิน มี debt เนี่ย ถามนักเรียนไทย 10 คนจะมีออกเสียงถูกเลยไมถึงครึ่ง ตองอานแบบ ไมมีเสียงตัว b เลย วา เด็ท 5. ใบเสร็จ receipt นี่ก็เหมือนกันคะ สํารวจแลวคนออกเสียงถูกมีนอยมาก ตองอานแบบไมมีเสียง ตัว p เลย วา รี ซีท 6. เกาะซึ่งเราเรียนมาแตเด็กเรียกวา island (มีคุณครูสอนอังกฤษไมนอยที่อานผิด) อานไมออกเสียง s เลยวา ไอแลน ดึ (ดึเบาๆมาก) 7. fasten ผูกใหแนน ถาออกเสียงเหมือนที่เห็น คงตองผูกคอตายเพราะฝรั่งไมเขาใจวาเราจะทําอะไร อานไมออกเสียง t เลยวา ฟาส เซน 8. whistle ผิวปาก คํานี้คนออกเสียงถูกเยอะขึ้น แตอาจจะเปนเขียนไมถูกมากกวา คืออานวา วิส เซิ้ล 9. ชางประปา plumber คํานี้ตัวเองติดใจมากเพราะไมเห็นดวยกับฝรั่งเลย อานเขาไปไดยังไง เคาไม ออกเสียง b เลยทั้งที่มีอยูทนโท วา พลัม เมอ ทั้ง plumbing ก็อานวา พลัมมิ่ง (เหลือเกินจริงๆ)
    • 10. เหนื่อยจัง exhaust ถาออกเสียงแบบที่เขียนคงตองเหนื่อยจริงๆ เคาออกเสียงวา อิก ซอส (สึ ทึ เบาๆมาก แตตองมีทั้งสองเสียง) โปรดสังเกตดวยวาไมใช เอ็กซ ทั้งที่เขียนขึ้นตนวา ex แลวจะมาเฉลยพรุงนี้คะ ฉลองวันเด็ก หวังวาจะชวยกันจําและสอนเด็กๆของเราใหพูดใหถูกนะคะ
    • ที่มาของ Blog โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 มกราคม 2006 22:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/12446 เริ่มตนเขียน Blog เพราะเห็นวาเปนเวทีซึ่งไมเปนทางการนักที่สามารถถายทอดสิ่งที่อยากเลาจาก ประสบการณที่ตางแดนกอนที่จะลืมเลือนไปกับกาลเวลาและการงาน หลังจากอานจาก ชุมชน Smart Path โดยใชวิธีอานวิธีการใชจากที่ อ.จันทวรรณเขียนอธิบายไว แลวก็ลองผิดลองถูกเอา ตอ มาเมื่อไดพูดถึงคําวา Blog ก็ไดยินการออกเสียงที่แตกตางกัน บางคนก็ออกเสียงวา บลอก ตัวเอง ออกเสียงวา บลอก ก็เลยไปหาดูวาจริงๆควรจะเปนอยางไร ก็เลยไดทราบความเปนมาที่นาสนใจ แถมไปดวย ตกลงคํานี้มาจากคําวา weblog ซึ่งเปนคําใหมใน dictionary (ถูกบรรจุไว Oxford English Dictionary เมื่อป 2003 นี้เอง) แตการเขียนบันทึกในลักษณะนี้มีมากอนหนานั้นหลายป ถา อยากอานรายละเอียดก็ตามอานไดที่ link นี้คะ รวมทั้งมีเสียงอานดวย http://www.answers.com/main/ntquery? method=4&dsid=1512&dekey=blog&gwp=8&curtab=1512_1&linktext=blog
    • เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 มกราคม 2006 00:43 น. http://www.gotoknow.org/posts/13264 ไดอานเคล็ดลับ 7 ประการจาก Web ของคุณ Josef Essberger ที่ http://www.englishclub.com ซึ่ง ทําขึ้นสําหรับคนเรียน คนสอนภาษาอังกฤษที่ไมใชเจาของภาษาแลวเห็นวาเปนประโยชนดี และได รับอนุญาตใหแปลเปนไทยได ก็เลยขอยกมาไวใน blog นี้วันละขอ ขอแรกเคาบอกวาใหเรียนรูการเนนเสียง ซึ่งถือวาเปนหัวใจสําคัญของการพูดและฟงภาษาอังกฤษ อยางที่เคยเลามาแลววาจะทําใหสามารถสื่อสารไดหรือไมไดก็อยูที่การเนนใหถูกที่นี่เอง เคายกตัวอยางคําวา photograph, photographer and photographic วาเนนเสียงคนละที่ คําแรกเนนที่ โฟะ โตะ กราฟ (สองเสียงหลังเบาๆหนอย) คําที่สองเนนที่พยางคที่สอง เปน โฟะ โท กราฟเฟอ คําที่สามเนนที่ กราฟ เปน โฟะ โตะ กราฟ ฟค (โฟ กับ โตะ มาแบบติดๆกัน ไมดังมาก) ซึ่งการเนนเสียงนี้จําเปนมากสําหรับคําที่มากกวา 2 พยางค ทุกคํา (เคาเนนวาทุกคํา จริงๆ) ตัวอยางเชน TEACHer, JaPAN, CHINa, aBOVE, converSAtion, INteresting, imPORtant, deMAND, etCETera, etCETera, etCETera (จะเนนเสียงที่ตรงตัวแดง) เคาบอกวาหู ของเจาของภาษาเคาจะคอยฟงพยางคที่เนนเสียงไมใชพยางคที่เสียงเบา เพราะฉะนั้นถาเรารูจัก การเนนเสียงในพยางคที่ถูกตองก็จะทําใหเปนที่เขาใจไดงาย (และถาเนนผิดก็ เปอกันไปเลย) ดังนั้นขั้นแรกก็คือการ ฟงและจํา วิธีการเนนเสียงของคําจากเจาของภาษาเวลาฟงจากวิทยุ หรือใน หนัง แลวก็จะสามารถออกเสียงไดถูกตอง ถาหากอยากฝกแบบเอาจริงเอาจังก็แวะเขาไปไดที่ link ขางลางนี่เลยคะ ทรัพยากรเพียบ More about Word Stress (with audio files): http://www.englishclub.com/pronunciation
    • เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 2 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 มกราคม 2006 00:14 น. http://www.gotoknow.org/posts/13388 เคล็ดลับขอที่ 2 จาก Web ของคุณ Josef Essberger ที่ http://www.englishclub.com แนะนําวา การ เนนเสียงในประโยคก็เปนสิ่งที่สําคัญมากในการพูดและทําความเขาใจภาษาอังกฤษ สําหรับการ เนนเสียงในประโยคนี้ ก็หมายถึงการออกเสียงดัง หรือ คอยใหถูกคําในแตละประโยค เคายก ตัวอยาง ประโยควา "We want to go." เคาแนะนําใหออกเสียงคําทีสําคัญดังกวาคําไมสําคัญ คือ เสียงดังที่ WANT กับ GO เปน We WANT to GO. สวนประโยคที่คําสําคัญเพิ่มขึ้นก็ทําตามเคล็ดลับที่วานี้เหมือนกัน (เสียงดังกวาที่ ตัวแดง) We WANT to GO to WORK. We DON'T WANT to GO to WORK. We DON'T WANT to GO to WORK at NIGHT. เคาบอกวาเคล็ดลับขอนี้อธิบายยากหนอย แตก็ขอใหรูวามันมีดวย และพยายามหัดใชหัดฟงดู สําหรับตัวเองคิดวา ก็จําเปนบาง แตก็ไมถึงกับทําใหฝรั่งฟงเราไมรูเรื่องถาเราเสียงดัง เสียงคอยผิด ที่ ก็อานไวเปนขอคิดเฉยๆไดคะ ไมสําคัญมากเทาเคล็ดลับขอที่หนึ่ง
    • เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 3 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 มกราคม 2006 22:52 น. http://www.gotoknow.org/posts/13527 เคล็ดลับขอที่ 3 จากคุณ Josef Essberger ที่ http://www.englishclub.com บอกวา บางครั้งจะไดยิน นักเรียนบอกวา "ฉันไมฟงแลวขาวจากวิทยุ BBC เนี่ย พูดเร็วเกินไป ฟงไมรูเรื่อง" เคาบอกวา นา เสียดาย เพราะเมื่อไหรที่เรารูสึกวามันเร็วเกินไป แลวฟงไมรูเรื่อง นี่แหละคือสิ่งที่แสดงวาเราตอง หัดฟง คุณ Josef บอกวา เราจะพัฒนาการฟงไดอยางไรถาไมฝกหัดฟง เคายกตัวอยางวาตอนที่เราเปนเด็กเล็กๆ เราก็ไมเขาใจภาษาของเราเอง ถูกไหม อยางตอนเราอายุ 3 อาทิตย, 2 เดือน หรือแมแตตอนขวบนึง เราเขาใจทุกอยางเลยไหม แนนอนวา ไม แตเรา เรียนรูที่ จะเขาใจดวยการฟง เคาใหลองคิดดุสิวา เราเรียนรูที่จะเขาใจภาษาของเราเองโดยการฟง วันละ 24 ชั่วโมง อาทิตยละ 7 วัน หลังจากนั้นเราถึงจะเรียนรูการพูด แลวถึงจะตอดวยเรียนอานแลวตามดวยการเขียน จะเห็นวา "การฟงมาเปนอันดับแรก" สําหรับการที่เราไมไดอยูในที่ๆมีภาษาอังกฤษใหฟงบอยๆ เคาก็แนะนําใหใชสื่อตางๆ ใหเปน ประโยชน และในสมัยที่วิทยาการกาวหนาอยางนี้ ทั้งวิทยุ ทีวี วิดโอ ก็มีใหเราฝกฟงไดหลายแหลง รวมทั้งทาง internet ดวย เคามี link ใหฝกหัดการฟงภาษาอังกฤษจากสิ่งตางๆมากมายที่ http://www.englishclub.com/listening สําหรับเคล็ดลับขอนี้ พออานแลวทําใหเขาใจไดเลยวาปญหาของพวกเราที่ไมสามารถพูดภาษา อังกฤษสื่อสารใหไดดีกับเจาของภาษา ทั้งๆที่เราเรียนกันมาแตเล็กแตนอย ก็เปนเพราะเราหัดผิด ขั้นตอนนี่เอง ตัวเองเริ่มเรียนภาษาญี่ปุนเมื่อตอนอายุสักยี่สิบนิดๆ เคาก็มีสามระดับ ซึ่งก็เริ่มจาก การหัดฟงและพูด กอนจะอานและเขียน เรียนวันละสองสามชั่วโมง อยูสักสองป จนถึงตอนนี้ซึ่งไมได ใชเลย แตพอตองพูดก็จะยังสามารถพูดพอได และเคยไดรับคําชมจากเจาของภาษาวาพูดไดสําเนียง ดี ก็ตองยกความดีใหสสท.(สมาคมสงเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุน) ซึ่งสอนไดถูก step สําหรับการ เรียนภาษา จะเห็นวาเปนสิ่งที่สําคัญมากและมีผลในระยะยาว
    • เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 4 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 มกราคม 2006 00:59 น. http://www.gotoknow.org/posts/13701 เคล็ดลับขอที่ 4 จากคุณ Josef Essberger ที่ [http://www.englishclub.com] มาแบบตรงขามกับขอ ที่ 3 คะ จากที่บอกใหฟง ฟงแลวก็ฟง มาเปน อยาฟง เอะ ยังไง อันนี้เคาขยายความดวยคําถามวา เรารูความแตกตางระหวาง การฟง (listen) กับ การไดยิน (hear) ไหม การฟงเปน active คือเรากระทํา แตการไดยิน เปน passive คือเราเปนผูถูกใสให ดังนั้น จากการที่บางครั้งเราจะฟงอยางตั้งใจเกินไป พยายามอยางมากเกินไป ซึ่งกลายเปนวาเพียง แคๆไดยินก็พอ ปลอยใหวิทยุดัง เทปคาสเซ็ตเลนไป แตอยาฟง ใหเปนแคไดยินแลวจิตใตสํานึกจะ เปนคนฟงแทน เคาบอกวาวิธีนี้เราก็ยังไดเรียนรู เพราะบางทีเวลาเราพยายามฟงและทําความ เขาใจ เราอาจจะไปติดที่คําใดคําหนึ่งแลวก็หงุดหงิด ฉะนั้นเคาจึงแนะนําวาไมตองกังวล แคไดยินก็ พอ ขอสําคัญก็คือปลอยใหเสียงเหลานี้ คือจากวิทยุ เทปหรือ ทีวี เลนไป เราไมตองทําอะไร ปลอยให หัวสมองของเราฟงแทน คุณ Josef บอกวาจิดใตสํานึกของเราจะฟง แลวเราก็จะไดเรียนรูไปเอง สําหรับเคล็ดลับขอนี้ เห็นดวยเพราะมีตัวอยางโดยตรงกับตัวเอง จําไดวารองเพลง Que Sera Sera whatever will be will be ไดมาตั้งแตเด็กๆ เพราะไดยินคุณพอเปดทุกวันตอนเชาเปนเพลงปลุกโดย ไมไดสนใจวามันแปลวาอะไร กวาจะซาบซึ้งถึงความหมาย เนื้อรองก็ติดปากไปกอนตั้งไมรูนานเทา ไหร เหมือนๆกับที่เราสวดมนตรไดโดยไมรูวาแปลวาอะไรนั่นเอง เพราะหัวสมองกับจิตใตสํานึกเคา ทําแทนเรานี่เอง
    • เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 5 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 มกราคม 2006 00:20 น. http://www.gotoknow.org/posts/13774 เคล็ดลับขอที่ 5 จากคุณ Josef Essberger ที่ [http://www.englishclub.com] ก็คือ ใหพัฒนาความรูคํา ศัพทวันละ 5 คํา คุณ Josef บอกวาคําศัพทนั้นงาย ลองนึกดูวาในหนึ่งปมีกี่วัน ก็ปกติแลวคือ 365 วัน ถาเราเรียนคํา ศัพทใหมวันละ 5 คํา เราก็จะไดเรียน 5 x 365 = 1,825 คําในแตละป เคาเนนวาตั้ง หนึ่งพัน แปดรอย ยี่สิบหาคํา เชียวนะ เปนจํานวนโขทีเดียว นี่ยังไมรวมคําอื่นๆที่เรียนจากการอาน การสนทนาและ อื่นๆ เคาแนะนําใหซื้อสมุดโนตแลวจดคําศัพทใหมไววันละ 5 คําทุกวัน เรียนรูคําเหลานั้น ในไมชา เราก็จะเกงศัพทจนได เคาแนะนําใหเขาไปดูที่ link นี้ http://www.englishclub.com/vocabulary จะมีขอมูลมากมายใหเลือกคําศัพทมาเรียน หากใครสนใจ เขียนบอกมาก็ไดคะ จะชวยหามาใหจดวัน ละ 5 คํา แตสําหรับตัวเองแลว ยังไมเคยใชเคล็ดลับขอนี้ เพราะใชวิธีอานภาษาอังกฤษทุกวัน ซึ่งจะ เจอคําใหมที่ไมเคยรูอยูทุกวัน คําไหนไมเจอซํ้าๆก็จะจําไมได แตถาใครที่ไมไดอานบอยๆ การเรียนรู คําที่เคาใชกันในชีวิตประจําวัน วันละ 5 คําก็เปนเทคนิคที่ไมเลวนะคะ
    • เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 6 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 มกราคม 2006 23:58 น. http://www.gotoknow.org/posts/13932 สําหรับเคล็ดลับขอกอนสุดทาย ขอที่ 6 จากคุณ Josef Essberger ที่http://www.englishclub.com บอกวา ใหใชเวลาเรียนภาษาอังกฤษวันละ 30 นาทีดีกวาอาทิตยละ 3.5 ชั่วโมง ยิ่งกวานั้น คุณ Josef บอกวาเรียนวันละครึ่งชั่วโมงนั้น ดีกวาเรียน 5 ชั่วโมงตอ สัปดาหดวยซํ้า นั่นคือ ควรจะเรียนสมํ่าเสมอ เรียนบอยๆ นอยๆ แตสมํ่าเสมอ ดีกวา มากๆ เปนครั้งคราว นอกจากนั้นก็ยังทําไดงายกวาดวย เพราะเราจะหาเวลา 30 นาทีในแตละวันไดไมยาก เชนตื่นเชาขึ้น สักครึ่งชั่วโมง หรือกินขาวกลางวันสั้นลงหนอย จัดเวลาเฉพาะทุกวันและพยายามรักษาตารางนี้เอา ไว เคาให link ไวสําหรับหาเกมสและ quiz เลนทุกวันที่ http://www.englishclub.com/esl-games http://www.englishclub.com/esl-quizzes อานขอนี้แลวรูสึกวาสงสัยเราจะไดชวยกัน เรียนภาษาอังกฤษไปดวยกันจาก blog นี้ไปเรื่อยๆ เพราะ เห็นดวยกับเคล็ดลับนี้ และอยากใหพวกเราไดชวยๆกันพัฒนาตัวเองในดานนี้ วันละเล็กละนอยก็ยัง ดี จะพยายามเก็บสิ่งที่ใกลๆตัวและสามารถใชไดจริงๆมาเลาสูกันฟงทุกๆวันคะ
    • เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 7 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 กุมภาพันธ 2006 01:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/14088 วันนี้สงทายเคล็ดลับของคุณ Josef Essberger ที่http://www.englishclub.com ดวยการลงทั้งภาษา อังกฤษตนฉบับ ลองอานแลวทําความเขาใจแลวก็เรียนรูคําศัพทไปดวยเลย (มากกวา 5 คําตั้งเยอะ) มีเคล็ดลับเพิ่มเติมนิดนึงคือ พยายามอานและทําความเขาใจโดยไมแปลทุกประโยคเปนภาษาไทย เพราะนั่นคือวิธีการใชภาษาอังกฤษที่ถูกตอง (สําหรับตัวเอง และคิดวาเปนสิ่งที่ควรทํา) สวนเคล็ดลับขอนี้ในภาษาไทยก็ตอทายตามระเบียบคะ Secret #7: REVISE! REVISE! REVISE! If you revise, you'll improve your learning by 100%. What does "to revise" mean? It means "to look again". You should be systematic about this. When you learn something, you should note it. Then you should *look at it again*, 3 times: - after 1 day - after 1 week - after 1 month Each time you revise, test yourself. Learn, revise, test. Revise, test. Revise, test. NOTE: revise (BrE): read again to improve one's knowledge revise (BrE & AmE): read and correct; update Some grammar and homework to help you revise: http://www.englishclub.com/grammar ขอสงทายนี้ คุณ Josef บอกวาใหทบทวนแลว ทบทวนอีกคะ เขาบอกวาการทบทวนจะทําใหเรา เรียนรูได 100% การทบทวนนี้หมายถึงการดูซํ้าอีก เคาแนะนําใหทําอยางเปนระบบ คือเมื่อเรียนรู
    • อะไรก็ใหจดไว แลวก็ทบทวนดูซํ้าอีกสามครั้งคือ วันตอมา อาทิตยตอมา แลวก็หลังจากครั้งแรก เดือนนึง โดยทุกครั้งที่ทบทวนก็ใหทดสอบตัวเองไปดวย เคาใหความหมายของคําวา ทบทวนไวทั้งแบบอังกฤษและแบบอเมริกัน แบบอังกฤษแปลวาอานซํ้า เพื่อใหเขาใจเรียนรูมากขึ้น สวนอีกความหมายเปนของทั้งอังกฤษและอเมริกันคือ อาน แกไขเพื่อให ทันเหตุการณ และตามเคยคือมี link ใหตามไปดูความรูเกี่ยวกับไวยากรณอีกมากมาย อันที่จริงเคล็ดลับนี้ใชไดกับการเรียนรูแทบทุกอยางไมใชแตภาษา แตสําหรับภาษาอังกฤษแลว ตัวเองเห็นวาการอานบอยๆโดยไมแปลเปนไทยเปนเคล็ดลับของการใชใหไดผลอยางหนึ่ง และขอ ฝากไวดวยคะ
    • วาดวย -cally โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 กุมภาพันธ 2006 01:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/14285 วันนี้แวะเยี่ยมบล็อกตางๆใน gotoknow.org แลวไดอาน Practically KM ของคุณ หมอพิเชฐ บัญญัติ ที่ http://gotoknow.org/practicallykm มีสองประเด็นที่อยากพูดถึง อันแรกไม เกี่ยวกับภาษาอังกฤษแตก็เกี่ยวกับภาษา คือรูสึกวามีหลายๆคน (รวมทั้งตัวเองดวย) สะกดชื่อคุณ หมอคนเกงของร.พ.บานตากผิด ที่ถูกคือสะกดดวย ฐ ฐานตัวเดียว เชนเดียวกับอ.หมอพิเชฐของ คณะแพทยเรา ทําใหเกิดความรูสึกยํ้าความคิดที่วา ภาษาไทยเรายากกวาภาษาอังกฤษตั้งเยอะคะ เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษฝกไดไมยากหรอก ขอใหจําอะไรๆที่ถูกตองเอาไวก็ใชได อีกประเด็นนั้นเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ คือคําพวกที่ลงทายดวย -cally นี้ ฝรั่งเคาไมอานออกเสียงเปน - คัล ลี่ อยางที่เห็น อันนี้เปนสิ่งที่ตัวเองพบวา กวาจะชินออกใหถูกตองนี่ก็นานเหมือนกัน เพราะเราไป ติดอานแบบเต็มๆกันมาตั้งแตเริ่มเรียน (นาเจ็บใจที่ไมมีใครบอกเรา) เพราะฉะนั้นชวยๆกันสอนวา เวลาพูด practically ตองออกเสียงวา แพรค ติค คลี่ และสวนใหญแลวก็คือจะเปนแบบนี้ทั้งนั้น คือ ออกเสียงผสมกันเปน -คลี่ เชน คําวา theoretically, physically, basically, dramatically, grammatically และอีกมากมาย ขอใหพวกเราสังเกตใหดีเวลาฟงฝรั่งพูดคําเหลานี้ เราจะไดจําเสียงที่ ถูกตองไดคะ ไดฟงความคิดเห็นจากผูที่อาน blog วาอยากฝกภาษาอังกฤษแตไมรูจะไปเริ่มที่ไหนดี ก็เลยขอแถม แบบฝกหัดเล็กๆใหฝกทําวันละหนอยไวดวยตรงนี้ แลวคอยมาเฉลยพรุงนี้นะคะ วิธีที่ดีที่สุดที่จะฝกก็ คือ ลองคิดวาถาเราจะพูดอะไรๆเปนภาษาอังกฤษ เราจะพูดออกมาวาอยางไร โดยไมตองเริ่มดวย การแปลความคิดภาษาไทยเปนอังกฤษกอน (พูดงายแตทํายาก สําหรับหลายๆคนเทาที่เคยเจอ) ขอ ใหลองเรียงประโยคนี้ใหถูกดูนะคะ a. anyway b. we'll succeed c. nothing to lose d. in learning English e. I don't think f. but we have วิธีตอบคือ หาวาเราจะเรียงขอพวกนี้ยังไงใหเปนประโยคคําพูดที่ไดใจความ เชน a b c d e f ก็จะเปน anyway we'll succeed nothing to lose in learning English I don't think but we have. รับรองอันนี้ไมใชคําตอบแนคะ เพราะฟงไมเปนอะไรเลย ลองเลนเรียงสลับไปมาดูนะคะ พรุงนี้จะมา เฉลย
    • ขอคิดจาก Einstein โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 กุมภาพันธ 2006 07:44 น. http://www.gotoknow.org/posts/14495 วันนี้เอาวาทะของ อัลเบิรต ไอสไตน มาใหเรียงเลน เคาบอกใหพยายามเปนคนมีคุณคา ดีกวาคนที่ประสบความสําเร็จ a. to become a man of value b.to become a man of success c. Try d.rather e. not f. but ลองเรียงประโยคดูนะคะ แลวจะมาเฉลยคืนนี้คะ
    • วาทะของไอนสไตน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 กุมภาพันธ 2006 00:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/14574 เลือกเอาวาทะของ Albert Einstein มาใหฝกอานและเรียงภาษาอังกฤษ เพราะการจําวาทะของคน สําคัญที่เราชอบก็เปนวิธีหนึ่งที่เราจะไดเรียนรูโครงสรางของประโยค รวมทั้งอาจไดศัพทใหมๆดวย อันนี้เคาบอกวา ความจริงก็เปนเพียงแคภาพลวงตาอันหนึ่งเทานั้น ถึงแมจะเปนอันที่แสนจะอยูยั้ง ยืนยง ลองเรียงดูนะคะ แลวจะมาเฉลยวันพรุงนี้ a. an illusion, b. albeit c. Reality is d. a e. persistent f. one g. very h. merely
    • วาทะของไอนสไตนอีกแลว โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 8 กุมภาพันธ 2006 00:46 น. http://www.gotoknow.org/posts/14715 คุณ Albert Einstein นี่นอกจากเปน genius ทางวิทยาศาสตรแลว ทานยังมีวาทะที่กินใจใหคนเก็บมา บันทึกไวมากมาย มีหลายชิ้นที่ตองอานหลายครั้งกวาจะเขาใจซึ้ง แตชิ้นนี้อานปุบก็ชอบใจปบและจํา ไดทันที แถมมีความหมายลึกซึ้งกวาคําอานมากมายแลวแตเราจะคิดเทียบกับอะไร และจะวาไป แลวเหมาะกับการเรียนภาษาอังกฤษซะดวย ทานบอกวา ไมใชของทุกอยางที่นับไดจะไดรับการนับ และไมใชของทุกอยางที่นับๆกันอยูจะ สามารถนับได a. everything that b. not everything c. that counts d. can be counted e. can be f. counts, g. Not h. and i. counted. วุนวายหนอย แตถาลองเขียนลงบนแผนกระดาษแลวสลับไปมาดูนาจะไดคําตอบเร็วคะ และถา สลับผิดที่ก็นาจะเห็นวามันผิดหลัก grammar ชัดเจน คนสลับก็เหนื่อยเหมือนกันคะ กวาจะสลับให ออกมาไมเปน pattern ไดแบบนี้
    • ยังขอพูดถึงวาทะไอนสไตนอยู โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 กุมภาพันธ 2006 00:31 น. http://www.gotoknow.org/posts/14855 ขออีกสักหนึ่งวาทะนะคะ ชิ้นนี้เปนอะไรที่อานใหขําก็ขํา และทําใหคิดวาคุณ Albert Einstein นี่แก ชางฉลาดคิด ฉลาดพูดมากเลย ชิ้นนี้บอกวา มีเพียงสองสิ่งเทานั้นที่ไมมีที่สิ้นสุด คือ จักรวาล กับ ความโงของมนุษย และฉันไมคอยแนใจสําหรับ สิ่งแรก (อานแลว ตัวเองก็ตองคิดตอทันทีเลยวาสําหรับอันหลังนี่ sure จริงๆ เพราะแตละวันเราก็จะไดรู อะไรที่เรายังไมรู ไดฉลาดขึ้นทุกวัน โดยไมรูวาความโงของเรานี่จะหมดเมื่อไหร) ลองเรียงดูนะคะ a. the universe b. I'm not sure c. and human stupidity, d. the former.” e. “Only two things f. and g. about h. are infinite,
    • วาทะคานธี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 กุมภาพันธ 2006 01:11 น. http://www.gotoknow.org/posts/14957 พูดถึงการเรียนรูแลว ก็นึกถึงวาทะของทานมหาตมะ คานธี คําแปลดังที่ใหไวนี่แหละคะ อาจไมมี ศัพทอะไรใหม แตรูปประโยคแบบนี้ก็เปนแบบที่มีใชกันบอยๆ นาจะจําไวใชไดคะ ลองเรียงกันดูนะ คะ a. Learn b. as if you were to die c. forever. d. as if you were to live e. tomorrow. f. Live
    • ทายปญหาภาษาอังกฤษสนุกๆกันบาง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 กุมภาพันธ 2006 23:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/15276 คุณ Josef Essberger แหง http://www.englishclub.com ไดสงคําถามสนุกๆมาใหเลน ก็เลยขอ อนุญาตแกเอามาเลาตอ แกก็เปดไฟเขียวใหแถมบอกวาใหสง link ของบล็อกเราไปใหแกดูดวย ตัวเองเลยชักจะหวังวาจะทําใหคนสอนภาษาอังกฤษอยากเรียนรูภาษาไทยของเราขึ้นมาบาง จะได เปนการแลกเปลี่ยนเรียนรูกันไปอีกแบบ เขาบอกวา A laugh-a-day keeps the doctor away! ก็คือหัวเราะวันละนิดจิตแจมใส รางกายเปนสุข ไมตองไปหาหมอ ความจริงดูเหมือนอันที่เปนตนแบบเคาวา An apple a day keeps the doctor away หรอก สองประโยคนี้มีเรื่องสะกิดใหดูเหมือนกันคือจะเห็นวาเคาใช the doctor ในรูปเอกพจนมี the เพื่อแสดงวาพูดถึงหมอโดยถือเปนกลุม คุณ Josef บอกไววานอกจากจะทําใหเราไดหัวเราะแลว ก็ยังชวยใหเราเขาใจภาษามากขึ้นดวย ตัวเองก็เห็นดวยคะ และสังเกตไดอยางหนึ่งวาคําถามตลกๆแบบนี้ ซึ่งเปนการเลนคํา อาจจะงายกับ พวกเราซึ่งไมไดเปนเจาของภาษากวา เพราะคําตอบมักจะคิดไดงายขึ้นเวลาแปลเปนภาษาเรา ฉะนั้นขออนุญาตไมแปลกอน แลวคอยแปลเวลาบอกเฉลยพรุงนี้นะคะ คําถามคราวนี้มี 7 ขอดังนี้คะ รูสึกวาอาจจะยาวและหลายขอไปหนอย วันนี้เลยเอาเปนวาแปลเพิ่ม จะไดคิดเลนๆอีกวัน กอนเฉลยนะคะ 1. What word begins with "e", ends with "e", and has one letter? คําอะไรที่ขึ้นตนดวย e ลงทายดวย e แลวมีจดหมายหนึ่งฉบับในนั้น คําตอบ: envelope ใหลากเมาสไฮไลทจะพบคําตอบที่ทําเปนตัวสีขาวไวแลวคะ (เอาแบบอยางมา จากบล็อก อ.บัญชา ธนบุญสมบัติคะ) 2. I have 12 legs, 12 arms and 8 heads. What am I? ฉันมี 12 ขา 12 แขน กับอีก 8 หัว ฉันคือใคร คําตอบ: a liar คือ คนโกหก 3. Which month has 28 days? เดือนอะไรมี 28 วัน คําตอบ: all of them เพราะทุกเดือนมี 28 วันแนๆอยูแลว 4. What starts with "P", ends with "E", and has millions of letters? คําอะไรที่ขึ้นตนดวย P ลงทายดวย E แลวมีจดหมายมากมายในนั้น
    • คําตอบ: ก็ post office ไงละ 5. Why shouldn't you put the letter "M" into the refrigerator? ทําไมเราไมควร เอาตัว M ไปใสตูเย็น คําตอบ: because it turns "ice" into "Mice" 6. What animal can jump higher than a house? สัตวอะไรโดดไดสูงกวาบาน คําตอบ: คําตอบก็กวนๆอีกคือ บานโดดไมไดสักหนอย a house can't jump! 7. Why can't a man living in Paris be buried in the South of France? ทําไมคนที่อาศัยอยูที่ปารีสถึงไมสามารถเอาไปฝงที่ทางใตของฝรั่งเศสได คําตอบ: because he's still *living* ก็คือยังไมตาย ยังมีชีวิตอยูจะฝงที่ไหนก็ไมไดทั้งนั้นแหละ หวังวาจะทําใหขํามากกวาเครียดนะคะ ถาไมขําวันนี้ก็เอาไวขําพรุงนี้ แตไมตองเครียดนะคะ Please don't be too serious! ไดมาอานซํ้าแลวคิดถึงวิธีเฉลยของ อ.บัญชา เลยเอามาใชบางคะ เผื่อใครไมอยากตามไปดูอีก บันทึก จะไดไมตองเสียเวลา
    • เฉลยทายปญหาภาษาอังกฤษสนุกๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 กุมภาพันธ 2006 00:22 น. http://www.gotoknow.org/posts/15637 เฉลยของคําถามเมื่อวันกอนมีดังนี้คะ ไดคุยกับนองๆแลวรูสึกวาคําถามคําตอบอาจจะเขาใจยากไปสักนิด เลยมาเพิ่มเติมคําแปลใหดวย อีกทีในบันทึกนี้ดวย 1. คําตอบวา envelope ขอนี้เขาถามวา คําอะไรที่ขึ้นตนดวย e และลงทายดวย e แลวก็เลนคําวามี 1 letter ซึ่งจะแปลวาตัวอักษร หรือจดหมายก็ได 2. คําตอบวา a liar คือ คนโกหก ก็เคาถามวาฉันมี 12 ขา 12 แขน กับ 8 หัว ฉันคือใคร 3. คําตอบของคําถามวา เดือนไหนมี 28 วัน ก็คือ all of them เพราะทุกเดือนมี 28 วันแนๆอยูแลว 4. คําตอบของคําถามวา คําอะไรที่ขึ้นตนดวย P ลงทายดวย E แลวมี letter มากมายในนั้น ก็post office ไงละ ก็คือ ที่ทําการไปรษณีย นั่นเอง อันนี้ก็เลนคําวา letter อีกเหมือนขอหนึ่ง 5. ขอนี้ถามวา ทําไมเราไมควร เอาตัว M ไปใสตูเย็น ตอบวา because it turns "ice" into "Mice" ก็คือ ในตูเย็นมีนํ้าแข็ง คือ ice ถาเติม M ก็จะกลายเปนหนู (Mice) ไปซะ 6. ขอนี้ถามวาสัตวอะไรโดดไดสูงกวาบาน คําตอบก็กวนๆอีกคือ บานโดดไมไดสักหนอย a house can't jump! 7. ขอนี้ถามวา ทําไมคนที่อาศัยอยูที่ปารีสถึงไมสามารถเอาไปฝงที่ทางใตของฝรั่งเศสได คําตอบคือ because he's still *living* ก็คือยังไมตาย ยังมีชีวิตอยูจะฝงที่ไหนก็ไมไดทั้งนั้นแหละ มีอันไหนที่อานแลวอมยิ้มบางไหมเอย
    • เก็บตกจากฮานอย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 กุมภาพันธ 2006 23:20 น. http://www.gotoknow.org/posts/16280 อันนี้เปนเรื่องเลาที่มาจากนองสุดหลอ แลวคิดวาเปนประโยชนสําหรับคนอื่นๆที่จะไปเมืองนอก และ ตัวเองก็เคยไดยินวามีคนที่พบปญหาเหมือนกัน คือเราติดใชคําวาแบงคแทนธนบัตรกัน แตฝรั่งเคา จะไมเขาใจ เพราะเคาใชคําวา notes แทน ดังนั้นถาตองการแลกเงิน ซึ่งปกตินาจะพูดวา Can I have some changes? แตเราตองการเปนแบงคเล็กลงแทนที่จะเปนเหรียญ ก็ตอดวย in smaller notes อยาใชคําวา bank แทนธนบัตรโดยเด็ดขาดคะ ลองคิดแปลแทนเอาดูแลวกันวาคนฟงคง แปลกประหลาดใจพิลึก วาเราจะไปเอาธนาคารอะไรจากเคา เผื่อจะไดจําไวใชไมตองลําบากลําบน ทั้งภาษามือ จนกระทั่งถึงลงทุน action แบบที่นองเลาใหฟง
    • Funny quizzes again โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 กุมภาพันธ 2006 23:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/16283 เราจะมีการสอบเขมขนกันในอีกไมกี่วันนี้ ก็เลยถือโอกาสแกเครียด ทําใหไดหนาเปอนยิ้มกันบาง พรอมๆกับเรียนภาษาอังกฤษวันละนิดจิตแจมใส ดวยการเสนอ quiz สนุกๆอีกสัก 2-3 ขอ เอาแบบไม ตองแปลกอนดีกวานะคะ แลวคอยเรียนนิดๆตอนเฉลย 1. What is the shortest month? ใบนิดนึงวาไมใชเดือนนี้ คําตอบ May 2. What can you put in a bucket half full of water that will make it weigh less? อันนี้อาจตองคิด นิดนึง เอะหรือวามากหนอยดีนะ คําตอบ Holes 3. How can you make a slow runner fast? อันนี้สวนมาก หมอสั่งไดคะ ทําไงเอย คําตอบ Don't give him any food. ขอใหสอบผานกันทุกคนนะคะ (อวยพรตัวเองดวย) ดูคําตอบดวยการใชวิธีเลื่อนเมาสกดคลิกไฮไลทไปหลังคําตอบก็จะพบขอความคะ สวน คําอธิบายอยูในขอคิดเห็นดานลางขอที่ 3 คะ ไมเขียนอีกบันทึก เพราะจะไดไมตอง Link ตามลงไปดูไดเลย
    • ความหมายของ Dissolve parliament ตามคํา เรียกรอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 กุมภาพันธ 2006 14:39 น. http://www.gotoknow.org/posts/16764 มาตามคําเรียกรองของคุณ nidnoi คะ เรื่องฮิต ฮอต ไดเห็นกลยุทธของคนฉลาด ที่เอาตัวรอดไปได เรื่อยๆ โดยสามารถกลืนนํ้าลายตัวเองและแถมยังใหเหตุผลตอบคําถามที่คนตองการรูแบบไมสนใจ จริยธรรม ไมทราบเหมือนกันวานิยามคําวา "ความชั่ว"ของทานจะเหมือนกับพวกเราหรือ เปลา เพราะทานบอกวาคนอยางผมไมทําความชั่ว สําหรับคําวา dissolve parliament ก็คือ ยุบสภา นั่นเองคะ ตองขอบอกวาไมไดเกงหรอกคะ แตอาศัย ชอบเรียนรูและหาเครื่องไมเครื่องมือในการเรียนรู คํานี้ เพิ่งทราบก็จากคําถามนี่แหละคะ แลวก็ไป เปด electronic dictionary ฝมือคนไทย คุณจักรกฤษณ แรทอง ที่สามารถ download ไดฟรีที่ http://www.nextproject.net/products/appHLDictionary.aspx โปรแกรมนี้ชื่อ Highlight Dictionary version ใหมนี้คอนขางสมบูรณแบบและครอบคลุมคําศัพท มากมายจริงๆ หามาติดไวบนคอมพไดเลยคะ มีประโยชนจริงๆ และวิธีใชก็งายมาก เพียงแต highlight ศัพทที่เราตองการรูคําแปลภาษาไทย แลวก็กด hot key ที่เคาตั้งไวก็จะมีหนาจอ pop up แปลศัพทนั้นขึ้นมาใหคะ สําหรับ snap election นี่ไมแนใจวาจะแปลเปนไทยวาอะไร ตองขอผูรูทางดานศัพทการเมืองชวยที คะ ไมทราบคําที่ถูกตองแตเขาใจความหมาย พวกเราก็คงเขาใจเหมือนๆกัน คือเปนการเลือกตั้ง แบบกระทันหัน (ที่ตัวเองจะไดเปรียบเพื่อนๆแนนอน) พวกเราตองชวยกัน อยาใหคนฉลาดแตไร จริยธรรมมานําประเทศของเรา อยาใหเคาคิดวาเงินสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอยางได นี่พยายามไมเฉไฉ แลวนะคะนี่
    • วิธีออกเสียง "ough" โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 มีนาคม 2006 23:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/17308 มีของฝากมาจาก website http://EnglishClub.com อีกคะ คราวนี้เกี่ยวกับการออกเสียง "ough" คุณ Josef Essberger แกเห็นปญหานี้สําหรับคนที่ใชภาษาอังกฤษเปนภาษาที่สอง เพราะคําที่มีเจา 4 ตัว อักษรนี้ อานไดตางๆกันตั้ง 7 แบบ 1. though (like o in go) อานวา โทห (คํานี้ลูกๆบอกวาสอนเพื่อนยากจัง ใหออกเสียง ทอกับหอไป ดวยกัน จริงๆคือเอาลิ้นมาดันฟนบนกอนออกเสียงตัว ท เรามักเขียนแทนดวยตัว ธ) 2. through (like oo in too) อานวา ทหรู (เจาตัวโตบอกวาแบบนี้นาจะไดผล ..หมายถึงออกใหมีตัว ห ดวย สรุปก็คือตัว ที่เราแทนดวย ธ นั่นแหละคะ ตองหัดกันหนอย) 3. cough (like off in offer) อานวา คอฟ คํานี้เราอานกันถูกเปนสวนมาก 4. rough (like uff in suffer) อานวา รัฟ คํานี้ก็ออกเสียงไมยากสําหรับเราคนไทย 5. plough (like ow in flower) ออกเสียงวา พลาว (สั้นๆหนอย อยายาวมาก) 6. ought (like aw in saw) ออกเสียงวา ออท 7. borough (like a in above) อันนี้แปลก ที่เคยไดยินจะออกเสียงวา โบ โร อันนี้ขอใหไปฟงที่ Merriam-Webster online เองนะคะ แตคํานี้ที่เราไดยินบอยๆจะมาเปนชื่อ เมือง Scarborough ที่ ออสเตรเลีย เคาออกเสียงวา สกา บอ หรา (ออกเสียงบอเกือบกลํ้ากับหรา) เลนเอาเราเกือบบา พอ ออกเสียงตามเคาแลว เขียนไมถูกเลย ดังนั้น คุณ Josef แนะนําวา เวลาเรียนคําใหมๆใหแนใจวาออกเสียงไดถูกดวย ถาไมมีใครออกเสียง ใหฟง ก็ตองเปด dictionary ดูวิธีออกเสียงดวย เพราะ dictionary ที่ดีๆจะมีวิธีออกเสียงใหดวย แตสมัยไฮเทคแลวนี่ ไปฟงเอาไดเลยที่ dictionary online นี่แหละคะ เคาอานใหฟงเลย แตก็อีกแหละ ที่บางคําก็ตองรูวา อาจจะเพี้ยนกันไปบางระหวางสําเนียงอังกฤษ กับอเมริกัน
    • ขอแนะนําโปรแกรมดิกชันนารีอังกฤษ-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 มีนาคม 2006 23:52 น. http://www.gotoknow.org/posts/17429 พวกเราชาวบล็อก ที่ตองใชคอมพิวเตอรเพื่ออานขาวสารจาก internet กันอยูบอยๆ คงจะพบปญหา วาบางทีเราไมเขาใจความหมายของศัพทบางคํา หรือบางครั้งก็อยากจะรูวาคํานี้แปลเปนภาษาไทย วาอะไร ตัวเองพบวามีอิเล็กทรอนิกส ดิกชันนารี 2 โปรแกรมที่มีประโยชนมากและสามารถติดตั้งไว บนแถบเมนูในเครื่องคอมพ และเรียกใชไดทันทีตลอดเวลา (ตัวอยางที่เห็นๆตอนนี้ก็คือคําวา "อิเล็กทรอนิกส" ที่เขียนนี่ก็คือเอามาจาก"ดิก"นี้แหละคะ ไมงั้นก็เขียนเปนไทยไมถูกหรอก ตองเขียน เปนภาษาอังกฤษ) โปรแกรมแรกเรียกวา WordWeb ซึ่งสามารถดาวนโหลดไดที่ http://wordweb.info/free/ โปรแกรม นี้จะทําใหเราไดตอยอดคําศัพทไปไดเรื่อยๆจากการคลิกดูคําแปลอังกฤษเปนอังกฤษ แถมยังมีวิธี อานออกเสียงไวดวย อันนี้จะทําใหเราสามารถเรียนคําศัพทวันละ 4-5 คําไดภายในเวลาอันรวดเร็ว สวนคนที่มีปญหานึกคําแปลเปนภาษาไทยไมออก (ตัวเองยังเปนบอย และเพิ่งไดใชโปรแกรมนี้ จริงจังก็ไมนานนี้เอง เลยโชคดีไดใชเวอรชั่นใหมที่สมบูรณแบบขึ้นมากจากที่เคยใชอยูเมื่อกอน) อัน นี้เพิ่งเขียนถึงไปไมนานนี้เอง โปรแกรมนี้ชื่อ Highlight Dictionary สามารถดาวนโหลดไดที่ http://www.nextproject.net/products/appHLDictionary.aspx ขอใหสนุกกับการใชภาษาใหถูกตองทั้งไทย และอังกฤษนะคะ ตัวเองรูสึกวาอยากใหเราคนไทย ใช ภาษาไทยใหถูกเปนภาษาแรก ( นาจะภูมิใจที่เรามีภาษาของเรา ซึ่งยากกวาภาษาอังกฤษ เยอะ ) แลวก็ใชภาษาอังกฤษใหไดผล คือสื่อสารได เปนคนนิสัยเสียตรงที่พอเห็นใครพิมพผิดก็อยากจะบอก แลวก็มีอันใหเจอบอยๆ ในการอานบล็อก ถาใครอยากใหชวยแกไข ขอใหบอกนะคะ บางครั้งก็คิดวา ถาเราปลอยใหผานไป โดยไมทักกัน ก็ถือเปนความไมเมตตา แตถาแกโดยที่เจาของไมอยากใหทําก็คงเปนการละลาบละลวง แตสําหรับตัวเองแลว ถาเขียนอะไรผิดแลวมีคนชวยทักบอกที่ถูกใหจะขอขอบคุณและยินดีคะ
    • ชีวิตตองการอะไร โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 มีนาคม 2006 00:16 น. http://www.gotoknow.org/posts/17698 คําวา Take something/someone for granted หมายถึง คิดวาเปนเรื่องธรรมดา ไมไดใสใจ ไมได คิดถึงคุณคา วันนี้อยูเวร ตอนลงผลแล็บไดเห็นชื่อคนไขคนหนึ่งที่จําไดวาเห็นมาตั้งแตกอนจะไปเรียน ตอนนี้เปน นายแลว (อายุ 16) พอยอนดูประวัติก็เห็นวา เคาเขาออกร.พ.มาตั้งแตป 1997 ตองถายเลือดมา ตั้งแตตอนนั้น แลวทุกเดือนก็จะตองมาร.พ. ถึงตอนนี้ก็เกือบ 10 ปแลว นึกถึงวาพวกเราๆที่มีสุขภาพ ดี มีลูก มีพี่ มีนอง มีคนรอบๆตัวที่สบายกาย สบายใจ เทานี้ก็นาจะเปนสิ่งที่เราตองการแลว ถาเรา มองเห็นคุณคาสิ่งเหลานี้ ไมตองกอบโกยอะไรใหมากเกินไป ชีวิตก็นาจะมีความสุขแลว เมื่อวานไมสบาย ทําใหหยุดคิดดวยวา สิ่งที่เราตองการที่สุดเพื่อการมีชีวิตอยูก็คือ สุขภาพที่ ดี เพราะเมื่อขาดสิ่งนี้แลว ไมมีอะไรที่เราจะทําไดเลย สงสัยจังวา คนที่กําลังโดนไลอยูตอนนี้ เขา take อะไร for granted
    • ทํา test ภาษาอังกฤษในสายใยพยาธิกันหรือยัง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 มีนาคม 2006 22:37 น. http://www.gotoknow.org/posts/17805 ทํา test ภาษาอังกฤษในสายใยพยา-ธิกันหรือยังเอย ไดรับคําตอบจากพวกเรากันมาพอสมควรแลว และบอกไดวาพวกเราตอบกันไดหลากหลายมากคะ ที่ผานมา มีเพียงขอเดียวเทานั้นที่ทุกคนตอบถูกเหมือนกันหมดเลย จะขอใหเวลาจนถึงสายใยฯเลม ใหมออกเสียกอน คนที่ตอบมาจะไดรับเฉลยเปนการสวนตัวพรอมกับบอกระดับวาเคา เทียบใหวาเทากับระดับไหนของเกณฑ 1 ถึง 5 จาก elementary ถึง advance คะ คุณ Steve Chadwick เจาของ website http://www.examenglish.com/default.php ไดอนุญาตใหใช test ของเขาได ใครอยากทดสอบตัวเองเลยก็เขาไปดูไดคะ เคาจะบอกระดับใหเลย เวลาเราทําเสร็จ แตมีขอเสียคือ เคาไมไดเฉลยให แตบอกระดับและมีการทดสอบอื่นๆที่เราควรทํา เมื่อรูคะแนนแลว ใครมีเวลาก็ลองเลนดูไดคะ ยิ่งฝกก็ยิ่งเกง
    • พวกเราอาจจะ Take our knowledge for granted โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 มีนาคม 2006 23:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/17934 วันกอนพูดถึง Take things for granted ไป มีคนถามวา grant นี่แปลวาทุนสนับสนุน ไมใชเหรอ ก็ ตองตอบวาใชคะ แตสํานวนนี้เคาใชคําวา granted (อานวา กรานเท็ด) คือไดเปนทุนอยูแลว เปน สํานวนที่หมายความอยางที่เลามาแลว เราใสอะไรลงไปตรง “things” ก็หมายถึงวาเราไมเห็นหรือ ไมไดใหความสําคัญกับสิ่งนั้น ทั้งที่เปนสิ่งมีคุณคา อยางเชนเราทํางานทําการไดอยางปรกติสุข เรา ก็ไมทันคิดจะดูแลรางกาย พอปวยไขขึ้นมา ถึงจะนึกไดวาเราไมไดดูแลตัวเองเลย อยางนี้ก็คือเรา Take our health for granted. วันนี้มีเหตุใหคิดถึงประโยคนี้อีกครั้ง เมื่อมีโอกาสไปพูดคุยกับคนที่จะไปอบรมการใชบล็อก ซึ่งทาน CKO ไดจัดใหทุกคนลองเขียนบันทึกมาดู มีนองคนหนึ่งเลาวา ไดเจาะเลือดคนไขซึ่งบอกไวกอนวา ตัวเองเปนคนที่เสนเลือดเจาะยาก โดนเจาะหลายหนกวาจะไดเลือดบอยๆ แลวนองเจาะเพียงครั้ง เดียวก็ไดเลย นองใชคําวา ”โชคดีที่เจาะไดเลยในครั้งเดียว” จุดนี้ทําใหตัวเองคิดถึงประโยค Take things for granted ขึ้นมาทันที จากที่เคยรูมานองเปนคนที่เจาะเลือดไดดี แตตัวนองเองคง ไมไดคิดวาเปนความสามารถที่พิเศษของตัวเอง ก็ถือไดวานองเขา Take her well-techniques for granted เหมือนกัน จากจุดนี้ทําใหเห็นวาพวกเราคนหนางานทั้งหลาย มักจะคิดวาสิ่งที่เราทําได ทําอยูแลวนี้เปนเรื่อง ธรรมดา แตจริงๆแลวเราไมทันคิดมากกวาวาเรามีความสามารถพิเศษในการทํางานนั้นๆ ถาเรามองเห็นวาความสามารถที่เรามี เทคนิคที่เราทํามีคุณคา (อาจจะดูนอยนิด ธรรมดาทําอยูทุก วัน แตถาลองคิดดูวา ถาใหคนหนวยอื่นมาลองทํา จะทําไดดีแบบที่เรากําลังทําอยูไหม) ถาเราไม Take it for granted คิดดูวาเราทํายังไงจึงทําไดดี แลวเราสามารถถายทอดสิ่งที่เราทําได ทําอยูนี้ เลาใหคนอื่นไดรู นอกจากจะเปนการสรางความภูมิใจใหตัวเอง เห็นคุณคาสิ่งที่ทําอยู แลวยังจะได เลาใหคนอื่นรู เผื่อวาเขาตองทําเมื่อไหร เขาก็ไดรูวามีวิธีทําแบบนี้ที่ใหผลดี หรือถาเขาทําคนละ แบบกับเราแลวไดผลดีเหมือนกัน เราก็ไดแลกเปลี่ยนเรียนรูจากกันและกัน ลองพินิจพิจารณาดูสิคะวา อะไรที่เราทําๆอยูทุกวันที่เราทําไดดี นาเลาใหคนอื่นฟง เอา มาเลาสูกันฟงในบล็อกของ GotoKnow ไดเลยคะ
    • วิพากษคําวา "How to teach poem" โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 มีนาคม 2006 07:10 น. http://www.gotoknow.org/posts/18572 เนื่องจากไดแวะไปเยี่ยมชุมชน นักศึกษาปริญญาเอก ของคุณขจิต แลวพบบันทึกที่ขึ้นหัวขอวา How to teach poem อานหัวขอแลวเกิดคําถามขึ้นทันทีวา จะสอน poem ใหทําอะไร จริงๆเขาใจวาผู เขียนตั้งใจจะหมายถึงวา จะสอนใหเขียนกลอนอยางไร แตถาเขียนแบบนี้ฝรั่งอานจะเขาใจแบบ อันแรก เราคนไทยสวนมากจะเขาใจความหมายที่ผูเขียนตั้งใจจะสื่อ อันนี้เปนความผิดพลาดที่พบไดบอยในหมูพวกเรา และสังเกตวาไมคอยมีคนทัก เพราะเราคิดวาเรา เขาใจกันนี่นา แตคิดอีกทีเราควรจะใชใหถูกตองกันดีกวา เพราะสูเราเขาใจและเจาของภาษาก็เขาใจ เหมือนเราจะเปนการสื่อสารที่ถูกตองที่สุด จริงไหมคะ คราวนี้มาดูวาผิดตรงไหน poem เอามาตั้งลอยๆแบบนี้ไมได เพราะเปนคํานามที่ไมใชตัวแทน ของบทกลอนทั้งหลาย เหมือนเราพูดวา How to teach refrigerator เห็นไหมคะวาเรางงแลว สอนตู เย็นทําอะไร เราตองใช poems เปน How to teach poems จึงจะทําใหถูกตอง อันนี้จะตางกับเวลา พูดวา How to teach English เพราะ English เปนคําหมายถึงภาษาอังกฤษโดยรวมในตัวอยูแลว ตองขอชื่นชมคุณขจิตที่มีความตั้งใจจริงในการสอนภาษาที่ถูกตองใหเด็กในระดับตนๆ อยากใหคุณขจิตไปไดถึงระดับที่สามารถชวยเด็กๆตั้งแตในระดับเริ่มเรียนจริงๆ จะขอเปนแรง สนันสนุนดวยคะ ตองการใหชวยอะไร ถาทําไดจะชวยทันทีคะ
    • เรียนศัพทและเตือนสติ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 มีนาคม 2006 00:38 น. http://www.gotoknow.org/posts/19225 วันนี้ขอมาเพิ่มศัพทให หลักๆก็ 10 คํา (เพิ่มทีละตัว เริ่มจากตัวเดียว 2ตัว ไปเรื่อยๆจนถึง 10 ตัว) เปน ขอความดีๆ ที่ไดรับจากเพื่อนทาง email จึงไมทราบจะอางถึงใคร ก็ตองขอขอบคุณคนคิดคํา ดีๆเหลานี้ไวเตือนใจเรา จะขอลงแบบไมมีคําแปลกอน แลวพรุงนี้จะมาแปลดวยคะ ใครจะทดลองใช dictionary ที่เคยแนะนําก็ได ใครที่ยังไมไดโหลดก็คลิกไปไดที่ลิงคดานขางของหนานี้คะ The most selfish one letter word...........”I” Avoid it. คําที่มีเพียงตัวอักษรเดียว ที่แสดงถึงความเห็นแกตัวที่สุดคือ I ควรจะหลีกเลี่ยงเสีย The most satisfying two-letter word....... "WE" Use it. คําที่มี 2 ตัวอักษร ที่นาพึงพอใจที่สุดคือ We จงใชกันเถอะ The most poisonous three-letter word..... "EGO" Kill it. คําที่มี 3 ตัวอักษร ที่มีพิษรายที่สุดคือ Ego (ความเห็นแกตัว หรือ อัตตา) ทําลายมันเสีย The most used four-letter word........... "LOVE" Value it. คําที่มี 4 ตัวอักษร ที่ใชกันมากที่สุดคือ Love ใหคุณคากับความรัก
    • The most pleasing five-letter word....... "SMILE" Keep it. คําที่มี 5 ตัวอักษร ที่นาพึงพอใจที่สุดคือ Smile รักษารอยยิ้มเอาไว (เหมือนที่พี่ tammy เคยบอกไว) The fastest spreading six-letter word... "RUMOUR" Ignore it. คําที่มี 6 ตัวอักษร ที่แพรกระจายเร็วที่สุดคือ Rumour (ขาวลือ) จงเพิกเฉยตอขาวลือ The hardest working seven-letter word.. "SUCCESS" Achieve it. คําที่มี 7 ตัวอักษร ที่ตองทํางานหนักที่สุดคือ Success จงทําใหบรรลุผล The most enviable eight-letter word.... "JEALOUSY" Distance it. คําที่มี 8 ตัวอักษร ที่นาริษยาที่สุดคือ Jealousy จงหลีกใหไกล The most powerful nine-letter word.... "KNOWLEDGE" Acquire it. คําที่มี 9 ตัวอักษร ที่มีอานุภาพมากที่สุดคือ Knowledge จงหาใสตัว The most essential ten-letter word.... "CONFIDENCE" Trust it. คําที่มี 10 ตัวอักษร ที่สําคัญมากที่สุดคือ Confidence จงเชื่อมั่นเอาไว
    • For our friends โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 มีนาคม 2006 22:36 น. http://www.gotoknow.org/posts/19775 มีบทกลอนที่ไดจาก เพื่อน เมื่อนานมาแลวและเก็บไวสงให เพื่อน เมื่อไมสามารถไปรวมกับ เพื่อนๆ ที่ไปทําการกูชาติ ก็ขอสงใจและบทกลอนนี้ไปถึง ดูจากรูปการณแลว พวกเราจะโดน เรียกวาใชกฎหมูก็เพราะคนไรจริยธรรม คุณธรรมมาตั้งกฎกติกาเอาไวครอบพวกเราทั้ง ชาติไปเสียแลว มองไมเห็นหนทางวาเราจะทําใหเขาลงจากตําแหนงไดอยางไร แตก็ขอให เพื่อนๆ ทั้งหลายอยาเลิกการชุมนุม จะมาเพิ่มคําแปลใหพรุงนี้คะ บทกลอนนี้ไดมาโดยไมมีตนตอเจาของคะ แตสงความขอบคุณทางใจ ไปแลวใหกับความคิดแสนคม จะขอแปลและใสความคิดพาดพิงบาง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู (ลปรร.) กับ เพื่อนๆ ผูอานคะ Many people will walk in and out of your life But only true friends will leave footprints in your heart. ผูคนมากมายผานไปผานมาในชีวิตเรา แตมีเพียงเพื่อนแทเทานั้นที่จะ ประทับรอยไวในใจเรา To handle yourself, use your head To handle others, use your heart เมื่อจัดการกับตัวเอง จงใชสมอง แตเมื่อจัดการเรื่องที่เกี่ยวของกับผูอื่น จง ใชหัวใจ If someone betrays you once, it is his fault If he betrays you twice, it is your fault ถามีใครทรยศคดโกงคุณครั้งหนึ่ง เปนความผิดของคนๆนั้น แตถาเขาหัก หลังคุณเปนครั้งที่สองได เปนความผิดของคุณเอง ตาสวางกันไดแลว พี่นองผองเพื่อนไทย Great minds discuss ideas Small minds discuss people
    • Average minds discuss events คนใจกวางอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คนใจแคบวิจารณตัวตนคนอื่น คนทั่วไปคุยกันถึงเหตุการณตางๆเทานั้น เห็นตัวอยางชัดเจนเมื่อบายนี้ เอง He, who loses money loses much He, who loses a friend loses much more He, who loses faith loses all ผูที่สูญเสียเงินทอง เสียหายมาก ผูที่สูญเสียเพื่อน สูญเสียมากกวา แตผูที่ สูญเสียความศรัทธาเชื่อมั่น สูญสิ้นทุกสิ่ง ใครกําลังทําใหเราสูญสิ้นทุกสิ่ง Beautiful young people are accidents of nature But beautiful old people are works of art เยาวชนที่งดงามเปนเหตุบังเอิญของธรรมชาติ แตผูอาวุโสที่ดีงามเปนงาน ศิลปชั้นเยี่ยมที่เกิดจากการสรางขึ้น Learn from the mistakes of others You can't live long enough to make them all yourself จงเรียนรูจากความผิดของผูอื่น เพราะทานไมมีทางจะมีชีวิตยืนยาวพอจะทํา ผิดทั้งหมดนั้นไดดวยตนเอง Friends, you and me.... You brought another friend.... And then there were 3.... We started our group.... Our circle of friends.... And like that circle.... There is no beginning or end.... ฉันและเธอคือ เพื่อน เธอนําใหฉันไดรูจักเพื่อนอีกคน แลวก็อีกคน เราเริ่มตั้ง กลุมของเรา วงจรมิตรภาพ ซึ่งเปรียบเสมือนวงกลม นั่นคือไมมีจุดตั้งตนหรือ จุดจบ Yesterday is history Today is a gift Tomorrow is mystery วันที่ผานไปแลวคือประวัติศาสตร วันนี้คือของขวัญ วันพรุงนี้คือปริศนา
    • ทุกวรรคมีความคิดพาดพิงถึงเรื่องที่กําลังเกิดขึ้นได ใครอานก็ลองคิดดูนะคะ พรุงนี้มาแปล แลวจะบอกวาคิดอะไร เก็บไวลปรร.กัน
    • Being happy โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 มีนาคม 2006 23:18 น. http://www.gotoknow.org/posts/20379 ไดอานบันทึกของอ.ประพนธ เรื่อง เลือกทําสิ่งที่ชอบ... แลวเกรงใจไมอยากใสความคิดเห็น เลยขอ เอามาเขียนในบล็อกเกี่ยวกับภาษาอังกฤษนี้แทนคะ คิดวา นอยคนนักที่จะสามารถเลือกทําแต สิ่งที่ตัวเองชอบได เพราะเรามีภาระตางๆกันไป อาจจะตองรอจนถึงวัยเลยกลางคนกันทั้งนั้น จึง จะสามารถทําได ถึงแมเราจะรูจักคําวาเพียงพออยางไรก็ตาม เราๆที่ไมไดมีมรดกตกทอด ไมมีใคร มายกหุนให ไมมีใครสรางธุรกิจไวใหเราบริหารเอง เราก็คงตองทํางานที่ทําใหเรา เลี้ยงตัวเองและ ครอบครัวใหรอด ทํางานที่ทําใหเรามีสิ่งที่จําเปนตองมี (อาจจะคิดเอาเองวาจําเปนตองมี) ซึ่งสิ่ง ทั้งหลายเหลานี้ทําใหเราตองรับสภาพ ทํางานที่เราไมไดชอบจริงๆกันเสียเปนสวนใหญ สําหรับตัวเองแลว เห็นวา เราสามารถแกที่ตัวเองได ไมจําเปนตองไปรอใหชีวิตมีความสุข เอาเมื่อไดทําสิ่งที่ตัวเองชอบ เราทําใหตัวเองมีความสุขได โดยเปลี่ยนมุมมองชีวิตของเราเอง และโดยใชประโยคเด็ดของคุณ James Barrie ที่วา The secret of being happy is not in doing what one likes, but in liking what one does. ถาเราทําตามนี้ได เราก็จะ happy ไดเสมอคะ
    • Things happen for a reason โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 มีนาคม 2006 00:22 น. http://www.gotoknow.org/posts/21647 สองวันที่ผานมา มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเปนเหตุใหไดไปทําความรูจักกับคนที่ไมเคยรูจักกันมา กอน แตมีความรูสึกเหมือนจะมีอะไรลึกๆเชื่อมโยงใหคิดถึง จนตองปลดปลอยออกมาเปนการเขียน เปนการเขียนหลายๆบล็อกไดโดยเชื่อมโยงกันเปนสายใย สิ่งที่ตองการเอามาเลาในบล็อกนี้ก็คือ ชื่อ บันทึกนี้เอง เปน saying (สุภาษิต หรือ คํากลาว) ที่เราสามารถเอามาเตือนตนเอง เวลาที่มีเรื่อง ทําใหเรารูสึกไมสบายใจ คับของใจ ทําอะไรไมสําเร็จ (ไลใครบางคนยังไง เขาก็ไมสนใจ จะไปกาไม เลือกใคร ก็ไมแนใจวาจะโดนโกงแบบถูกกติกูอีกหรือเปลา) คํากลาวที่วา "Things happen for a reason" นั้นดูเหมือนจะมีพื้นฐานมาจากความเชื่อเรื่อง พระเจา คือใหยอมรับสภาพไมสิ้นหวัง เชื่อมั่นถึงแมจะทุกข หรือเทียบเทากับที่พวกเราคนไทยพุทธ เชื่อเรื่องพรหมลิขิต เรื่องดวงชะตา เชื่อวาเรื่องบางเรื่องในชีวิตของเราไดรับการกําหนดไวแลว เปน ดวงที่เราไมสามารถจะฝนได คิดวาทุกคนจะตองมีความคิดแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวบางในบางครั้ง เมื่อมองเรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้น แลวเราไมเขาใจวา ทําไมเหตุการณถึงไมเปนไปแบบที่เรามองวามัน เปนเหตุเปนผลกัน มีเรื่องที่เรายังหาสาเหตุไมไดวาทําไมถึงเกิดขึ้น ยังหาสาเหตุไมได ไมวาจะเกิด จาก "เขา" หรือ "เรา" ก็ตาม อยาเพิ่งดวนตัดสินใจ สิ่งที่เราจะทําได อาจเปนเพียงรอดูวา "Things happen for a reason" จริงหรือไม
    • ทําใจ ทําใจ และทําใจ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 เมษายน 2006 22:31 น. http://www.gotoknow.org/posts/22277 ในบรรยากาศของประชาธิปไตยแบบที่เปนอยู เมื่อไปใชสิทธิแลวก็มานั่งติดตามเหตุการณพรอมๆ กับ "ทําใจ" ไปดวย ไดอานบทกลอนของคุณ Tom Barrett ที่ http://www.interluderetreat.com/poems.htm แลวรูสึกวาไดทั้งคําศัพทและชวยในการ "ทําใจ" ได ดวย จึงเอามาฝากคะ จะมาเติมคําแปลพรุงนี้นะคะ คําแปลมาแลวคะ Empty Mind Writing about empty mind is not easy. ยากที่เขียนเรื่องจิตวาง When I have got it, there are no words. เพราะตอนที่จิตวาง ก็ไมมีอะไรจะเขียน When the words come, it goes away. แตเมื่อคําตางๆแลนเขามา จิตก็ไมวางเสียแลว Sitting in anger and fear, ยามที่นั่งอยูอยางโกรธแคนและหวาดกลัว Mind is full of the past and future. ใจก็เต็มไปดวยอดีตและอนาคต Images of catastrophes big and small ภาพหายนะตางๆทั้งใหญและเล็ก Jostle for a seat at the brain. เบียดเสียดแยงที่กันในสมอง Resentment, incredulity and disappointment ความขุนเคือง ความกังขาและความ ผิดหวัง Slide their way into heart spaces เคลื่อนเขามาในจิตใจ Pushing out loving-kindness. ผลักไสความรักความเมตตาออกไป Equanimity lies in pieces. ความสงบภายในถูกทําลาย Some of us scrape up that slimy บางคนก็รวบรวมคราบพวกนี้ Emotional stuff and put it in jars อารมณหลากหลายตางๆใสในขวดโหล To carry along with us, เพื่อจะเอาติดตัวไปดวย And then we complain that แลวก็บนวา Our load is too heavy. ตองแบกภาระหนักเกินไป We need to put down that เราตองปลอยวาง Lumpy sack of ooze ถุงใสสิ่งเหลวไหลเหลานี้ And take a breath. แลวหยุดเพื่อสูดลมหายใจบาง The sage said, นักปราชญกลาววา “I pack no provisions for my long journey--- ฉันเดินทางไกลโดยไมตั้งความคาดหวังอัน ใด
    • Entering emptiness under the midnight moon.” เขาสูความวางเปลาใตแสงจันทรยาม เที่ยงคืน He did not pack his ego, เขาไมไดนําอัตตา Or his remembrance of self. ไมมีเครื่องแสดงตัวตนใดๆ He carried no big plans เขาไมมีแผนการลวงหนา Or regrets of the past. ไมเสียใจกับอดีต Like a wise fool he may have ราวกับคนเขลาที่แสนฉลาด Even forgotten to leave. เขาอาจลืมแมแตจะจากลา While he sits still in darkness, ในยามที่เขานั่งสงบนิ่งอยูในความมืด The moon travels the sky. ในยามที่พระจันทรเคลื่อนคลอยอยูบนทองฟา ตองขออนุญาตบอกนิดนึงวา ออกจะอานแบบ subjective ไปหนอย โดยเฉพาะวรรคสุดทายถาอาน เฉพาะตรงที่เนนสีไวอาจจะไมตรงกับสิ่งที่เจาของบทกลอนตั้งใจสื่อ เพราะอยางที่บอกนั่นแหละคะ วากําลัง"ทําใจ" จึงดึงเขาหาสิ่งที่ติดอยูในใจ ถึงวันนี้ เพิ่งจะ"ทําใจ" ไปไดครึ่งเดียวเทานั้นเองคะ จิตยังไมยอมวางสักที
    • The contemplation of death โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 เมษายน 2006 00:44 น. http://www.gotoknow.org/posts/22436 จากการฟงการบรรยาย ของอ.เจิมศักดิ์ ปนทอง ณ หองประชุมทองจันทรเมื่อบายวันที่ 30 มีนาคมที่ ผานมา ประทับใจกับการเตือนสติของอาจารยที่พูดถึง มรณานุสติ ทานเตือนใหทราบวา คนเรามี อายุเฉลี่ยประมาณ สามหมื่นกวาวันเทานั้น ถึงตอนนี้พวกเราหลายๆคนก็เหลืออีกเพียงไมถึง 20,000 วัน ฟงแลวก็ทําใหเกิดระลอกความคิดอื่นๆตามมาอีกหลายเรื่อง เมื่อตอนที่เรียนอยูที่เมือง Perth มีชวงหนึ่งที่รูสึกอยากกลับบานมาก เบื่อหนายทอแทกับชีวิต ไดพบ กับบุคคลผูหนึ่ง ที่แนะนําใหเขาไปอานธรรมะที่ website ของ the Buddhist Society of WA พบวา เปนแหลงเรียนรูภาษาอังกฤษที่มีคุณคาอีกที่หนึ่ง โดยเฉพาะสําหรับคนที่ตองการพักผอน ชําระลางจิตใจ ภาษาอังกฤษที่ทานอาจารยพราหมณ (Ajahn Brahmavamso) ซึ่งเปนลูกศิษยของ ทานอาจารยชา วัดปานานาชาติใชในการเทศน เปนภาษาที่ฟงงาย เราไดรูคําศัพทบาลีหลายๆคํา ในภาคภาษาอังกฤษ ลานแตงายตอการทําความเขาใจ ขอแนะนําใหเขาไปลองเปดฟงธรรมะภาค ภาษาอังกฤษดูนะคะ สวนผูที่อยากอานก็มีบันทึกหลายเรื่องที่นาสนใจ สําหรับเรื่องมรณานุสติ ก็คือ The Contemplation of Death นี้ทานอาจารยพราหมณเทศนไวเมื่อ ธันวาคม พ.ศ 2543 วา มรณานุสติ หรือการนึกถึงความตาย ทําใหเราเปลี่ยนมุมมองชีวิตได สําหรับประสบการณที่ตนเองมีเกี่ยวกับมรณานุสตินี้ เริ่มเมื่อป 2543 เชนกัน เปนปที่สูญเสียคุณอา อ.บังอร ฤทธาภรณ ทานเปนคนที่รักการอาน รักหนังสือมาก สะสมหนังสือไวหลายตู และบอกวา เอาไวอานตอนเกษียณ หลานๆไมมีใครกลาขอหยิบเพราะคุณอาทะนุถนอมมาก แตทานก็จากไป กอนจะถึงวัยเกษียณดวยโรคมะเร็ง เหตุการณนี้ทําใหตัวเองระลึกไดวา ไมตองสะสมอะไรแลว อยาก อาน รีบอาน อยากเขียน รีบเขียน เราไมมีทางจะรูไดเลยวา วันพรุงนี้จะเกิดอะไรที่ทําใหเราทําสิ่งที่ เราอยากทําไมไดหรือไม จากคําพูดของอ.เจิมศักดิ์ ก็ยิ่งทําใหคิดวา นี่ขนาดไมตองถึงกับเกิดอะไรขึ้นพรุงนี้แลวเราเปนอะไรไป เราก็ไมไดเหลือเวลามากสักเทาไหร ถาสิ่งที่เราคิดจะทํานั้นมีมากมายเกินจํานวนวันที่เหลืออยู เราคงตองจัดอันดับใหดี จะไดไมพลาดสิ่งที่ตองการทําจริงๆ อยากทําอะไรที่ดีๆฝากไวใหกับโลกเอา ไวใหคนคิดถึงในทางดี ก็ตองเรงทําทันทีอยารอชา การบานวันนี้ นาจะเปนวา ลองคิดดูวา ถาทานเหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน (ที่จริงเราก็มีแค 7 วัน อยูแลว) ทานจะทําอะไร เริ่มกันตั้งแตวินาทีนี้เปนตนไปเลยนะคะ
    • I have learned.... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 เมษายน 2006 00:28 น. http://www.gotoknow.org/posts/23480 วันนี้ clear ไฟลเกาๆใน folder ตางๆ ของ Laptop (พวกเราคงคุนกับคําวา Notebook มากกวา) พบ ขุมทรัพยเปนบทกลอนดีๆภาษาอังกฤษที่เก็บไว เลยเอามาฝากกันอีกคะ เปนบทที่ไมทราบผูแตง แต เนื้อหานาสนใจและคอนขางยาว (เขาเรียนรูมาเยอะมาก) จะขอเอามาลงทีละไมกี่วรรค แลวก็คอยๆ ชวยกันอาน ชวยกันคิดนะคะ I have learned that you cannot make someone love you. All you can do is be someone who can be loved. The rest is up to them. ฉันไดเรียนรูวา เราไมสามารถทําใหคนรักเราได สิ่ง ที่เราจะทําไดก็คือทําตนเปนคนที่เขารักได แลวตอจากนั้นก็ตองขึ้นกับพวกเขา คงจะสอนใหเราไมคาดหวังกับคนอื่น แตเริ่มจากตัวเองกอน I have learned that no matter how much I care, some people just don't care back. ฉันได เรียนรูวา ไมวาฉันจะเอาใจใสมากขนาดไหน ก็มีบางคนที่ไมไดสนใจกลับเอาเสียเลย นาเศรา แตก็เปนเรื่องจริงที่เราตองไมทํารายตัวเอง ถามันเกิดขึ้น I have learned that it takes years to build up trust, and only seconds to destroy it. ฉันได เรียนรูวา กวาจะสรางความเชื่อถือไดใชเวลาเปนปๆ แตการจะทําลายความเชื่อถือนั้นลงทําไดเพียง ในเสี้ยววินาที เพราะฉะนั้น กอนทําอะไรตองคิดใหดีๆ I have learned that it's not what you have in your life but who you have in your life that counts. ฉันไดเรียนรูวา สิ่งสําคัญไมใชสิ่งของที่เรามีในชีวิต แตเปนคนที่เรามีตางหาก บางครั้งเราก็ลืมไป มัวแตพยายามไขวควาหาวัตถุ โดยไมไดสนใจเพื่อนพอง ญาติพี่นองที่เรามี I have learned that you shouldn't compare yourself to the best others can do, but to the best you can do. ฉันไดเรียนรูวา เราไมควรเปรียบเทียบตัวเองโดยใชมาตรฐานที่ดีที่สุดของคนอื่น แตควรเปรียบเทียบกับสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทําได อันนี้นาจะทําใหเราทําอะไรๆไดดีที่สุดที่จะทําได โดยไมตองแขงอะไรกับใคร I have learned that it's not what happens to people that's important. It's what they do about it. ฉันไดเรียนรูวาไมใชสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเราที่เปนสิ่งสําคัญ แตเปนวิธีการที่เขาจัดการกับสิ่ง
    • ที่เกิดขึ้นตางหาก เราจะเห็นไดจากที่วาในสถานการณเดียวกัน คนหนึ่งทําวิกฤตใหเปนโอกาสได ในขณะที่อีกคน ทอแท สิ้นหวังไมทําอะไร ดังนั้น positive thinking นาจะดีกวา I have learned that you can do something in an instant that will give you heartache for life. ฉันไดเรียนรูวาคนเราสามารถจะทําอะไรที่จะทําใหปวดหัวไปไดทั้งชีวิตภายในเวลานิดเ◌ีดียว เพราะฉะนั้นคิดใหดีกอนจะลงมือทําอะไรที่ไมดี ยังมีอีกยาวคะ ไวตอวันอื่นๆตอไป อานอะไรแบบนี้วันละนิดละหนอยก็จะชวยใหเรารูสึกตัวเบาหัว เบาขึ้นไดบางเหมือนกัน (หรือเปลานะคะ)
    • I have learned....(2) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 เมษายน 2006 00:32 น. http://www.gotoknow.org/posts/23641 อานแลว คิดแลว บางอันแปลยากจังคะ แตจะพยายาม คนอานชวย ลปรร.ดวยนะคะ ถาไมเห็นดวย I have learned that no matter how thin you slice it, there are always two sides. ฉันได เรียนรูวาจะตัดอะไรใหบางแคไหน มันก็จะยังมีสองดานเสมอ ลึก...จังนะคะ เหมือนจะไมเขาใจ แตก็เขาใจ แตก็ออกความเห็นไมถูก I have learned that it's a lot easier to react than it is to think. ฉันไดเรียนรูวาเปนการ งายกวาเยอะที่จะตอบโต แทนที่จะคิด นี่คงหมายถึงเวลามีคนวาเรา เรามักจะรีบปองกันตัวเองมากกวาจะคิดวาสิ่งที่เขาวาเปน จริงหรือเปลา I have learned that you should always leave loved ones with loving words. It may be the last time you see them. ฉันไดเรียนรูวาเราควรใหคนที่เรารักแตคําพูดดีๆที่แสดง ความรัก เพราะอาจเปนครั้งสุดทายที่เราจะไดพบเขา เตือนสติวา...เราไมรูวาพรุงนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับ..ทั้ง"เรา" และ "เขา" I have learned that you can keep going long after you think you can't. ฉันไดเรียนรูวา เราจะยังทําอะไรตอไปไดอีกเยอะ หลังจากที่เราคิดวาเราไมไหวแลว เตือนสติวา...เรามักจะมีพลังมากกวาที่เราคิด
    • I have learned....(3) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 เมษายน 2006 00:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/23762 วันนี้มาดูกันนะคะวา คนเขียน (ที่ไมทราบชื่อทานนี้) ไดเรียนรูอะไรที่เราจะไดรูดวยโดยอาจจะไม ตองเรียนเองอีกบาง I have learned that we are responsible for what we do, no matter how we feel. ฉันได เรียนรูวาเราตองรับผิดชอบกับสิ่งที่เราทําไมวาจะรูสึกอยางไรก็ตาม เตือนใหคิดกอนทํานั่นเอง เพราะทําแลวเอาคืนไมได I have learned that either you control your attitude or it controls you. ฉันไดเรียนรูวาหาก เราไมควบคุมทัศนคติของตัวเอง มันจะมีอํานาจเหนือเรา นาจะตรงกับที่วา ใชสติดีกวาใชอารมณไหมเอย I have learned that regardless of how hot and steamy a relationship is at first, the passion fades and there had better be something else to take its place. ฉันไดเรียนรูวา ไมวาความสัมพันธในยามแรกพบจะรอนแรงมีพลังแคไหนก็ตาม ความหลงใหลรักใครก็จะจืดจาง ดังนั้นควรจะมีสิ่งอื่นๆไวแทนที่ดวย ตองคิดใครครวญดูกันใหดีกอนจะเลือกคนที่จะอยูดวยไปตลอดชีวิต I have learned that heroes are the people who do what has to be done when it needs to be done, regardless of the consequences. ฉันไดเรียนรูวาวีรบุรุษคือผูที่ทําสิ่งที่ตองทําใน เวลาที่สิ่งนั้นตองทํา โดยไมคํานึงถึงผลที่จะตามมา ถึงไมไดมีวีรบุรุษเกิดงายนักไง I have learned that learning to forgive takes practice. ฉันไดเรียนรูวาการเรียนรูที่จะใหอภัย นั้นตองใชการฝกฝน แตก็ไมยากที่จะฝกหัด I have learned that there are people who love you dearly, but just don't know how to show it. ฉันไดเรียนรูวามีบางคนที่รักเรามากมายหากแตไมรูวิธีที่จะแสดงออกใหเรารู ตองมองคนใหลึกๆเขาไว I have learned that my best friend and I can do anything or nothing and have the best time. ฉันไดเรียนรูวากับเพื่อนที่ดีที่สุดไมวาจะทําอะไรดวยกันหรือไมไดทําอะไรก็เปนเวลาที่ดีที่สุด ตองลองหาเพื่อนแทแลวจะรูเอง
    • I have learned that sometimes the people you expect to kick you when you're down will be the ones to help you get back up. ฉันไดเรียนรูวาบางครั้งคนที่เราคิดวาจะซํ้าเติมเวลา เราตกตํ่ากลับเปนคนที่ชวยใหเราลุกขึ้นมาได เพราะฉะนั้นตองมองคนใหเปน I have learned that sometimes when I'm angry I have the right to be angry, but that doesn't give me the right to be cruel. ฉันไดเรียนรูวาเมื่อยามโกรธ ฉันมีสิทธิที่จะรูสึกโกรธได แตนั่นไมไดหมายความวาฉันมีสิทธิจะโหดรายอํามหิต และตองจําพระสอนที่วา "โกรธคือโง โมโหคือบา" ไวดวย I have learned that true friendship continues to grow, even over the longest distance. Same goes for true love. ฉันไดเรียนรูวามิตรภาพที่แทจริงจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆถึงแมจะอยู หางไกลกัน ความรักก็เปนเชนเดียวกัน อันนี้ก็ตองมีเองเหมือนกัน แลวจะเขาใจ I have learned that just because someone doesn't love you the way you want them to doesn't mean they don't love you with all they have. ฉันไดเรียนรูวาเพียงเพราะใครบางคน ไมไดรักเราแบบที่เราอยากใหเปน ไมไดหมายความวาเขาไมไดรักเราอยางสุดหัวใจ ตองมองใหกวางเขาไว หวังวาคนอานจะไดอะไรดีๆเก็บไปคิดตอบางนะคะ การอานประโยคที่ไมยาวมากแบบนี้ แลวพยายามทําความเขาใจ ก็ทําใหเราคุนชินกับลักษณะรูปประโยคที่ถูกตอง และนําไป ใชไดเวลาเราตองเขียนหรือพูดเอง
    • I have learned....(4) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 เมษายน 2006 23:19 น. http://www.gotoknow.org/posts/23872 ยังไมหมดนะคะ ตอน 4 เขาไปแลว มาเรียนรูกับเขาตอกันเถอะคะ I have learned that maturity has more to do with what types of experiences you've had and what you've learned from them and less to do with how many birthdays you've celebrated. ฉันไดเรียนรูวาความเปนผูใหญมาจากประสบการณที่เราไดพบและการเรียนรูที่เราได จากมันมากกวามาจากจํานวนวันเกิดที่เราฉลอง เพราะเราไดเห็นคนอายุนอยๆมากมายที่คิดอะไรๆไดดีกวาคนสูงวัยบางคน I have learned that you should never tell a child their dreams are unlikely or outlandish. Few things are more humiliating, and what a tragedy it would be if they believed it. ฉันไดเรียนรูวา เราไมควรบอกเด็กคนไหนวาความฝนของเขาไมนาจะเปนไปไดหรือ แปลกประหลาด มีอะไรอีกไมนอยที่นาขายหนากวา เพราะถาเขาเชื่อก็จะเปนเรื่องเศราทีเดียว ความฝนสรางอะไรๆใหมๆที่เรานึกไมถึงใหโลกเรามาแลวมากมาย I have learned that your family won't always be there for you. It may seem funny, but people you aren't related to can take care of you and love you and teach you to trust people again. Families aren't biological. ฉันไดเรียนรูวาญาติพี่นองไมไดอยูขางเราเสมอไป หรอก อาจจะดูนาขัน แตคนที่ไมเกี่ยวของอะไรกับเราก็สามารถดูแล รักและสอนใหเราเชื่อมั่นใน ผูคนไดอีกครั้ง ญาติพี่นองไมจําเปนตองเปนดวยสายเลือดเทานั้น อันนี้คงตองเจอดวยตัวเอง ถึงจะเขาใจ I have learned that no matter how good a friend is, they're going to hurt you every once in a while and you must forgive them for that. ฉันไดเรียนรูวาไมวาจะเปนเพื่อนที่แสน ดีเพียงใด ก็ตองเคยทําใหเราเจ็บชํ้าบางและเราตองใหอภัยตอเรื่องแบบนี้ เพราะบางครั้งเราเองก็ยังโกรธตัวเองเลย I have learned that it isn't always enough to be forgiven by others. Sometimes you have to learn to forgive yourself. ฉันไดเรียนรูวาการยกโทษใหจากผูอื่นไมเพียงพอเสมอไป บางครั้งเราก็ตองเรียนรูที่จะยกโทษใหตัวเองดวย นี่ไง เราเลยตองใหอภัยตัวเองเปนดวย I have learned that no matter how bad your heart is broken the world doesn't stop for your grief. ฉันไดเรียนรูวาไมวาเราจะอกหักเจ็บชํ้าหนักขนาดไหน โลกก็ไมไดหยุดใหกับความเศรา ของเราเลย
    • เพราะฉะนั้น เราตองฟนใหเร็วที่สุด I have learned that our background and circumstances may have influenced who we are, but we are responsible for who we become. ฉันไดเรียนรูวาภูมิหลังและสถานการณอาจ มีอิทธิพลตอความเปนตัวเรา แตเราเทานั้นที่รับผิดชอบวาตัวเองจะเปนอยางไรตอไป ตองมีสติ ตื่นรูวาควรจะดําเนินชีวิตตนเองอยางไรตอไปนั่นเอง I have learned that sometimes when my friends fight, I'm forced to choose sides even when I don't want to. ฉันไดเรียนรูวาบางครั้งเมื่อเพื่อนลุกขึ้นตอสู ตัวเราก็ตองเลือกฝายทั้งที่อาจ ไมตองการเลย ในโลกแหงความเปนจริงนั่นเอง I have learned that just because two people argue, it doesn't mean they don't love each other. And just because they don't argue, it doesn't mean they do. ฉันไดเรียนรูวา เพียงเพราะคนสองคนถกเถียงกัน ไมไดหมายความวาพวกเขาไมรักกัน และการที่คนสองคนไม ทะเลาะกันก็ไมไดหมายความวาเขารักกัน ไมมองอะไรเพียงผิวเผินนั่นเอง I have learned that sometimes you have to put the individual ahead of their actions. ฉัน ไดเรียนรูวาบางครั้งเราก็ตองมองคนแยกจากการกระทําของเขา เขาใจถูกไหมนี่.. I have learned that we don't have to change friends if we understand that friends change. ฉันไดเรียนรูวาเราไมจําเปนตองเปลี่ยนเพื่อนถาเราเขาใจวาเพื่อนเปลี่ยนไปได อันนี้คงตองเรียนรูกันดวยตัวเอง... I have learned that you shouldn't be so eager to find out a secret. It could change your life forever. ฉันไดเรียนรูวาเราไมควรจะกระตือรือลนอยากรูความลับ เพราะหากรูแลวมันอาจ เปลี่ยนผันชีวิตของเราไปเลยก็ได ยังมีเหลือใหเรียนรูกันอีกตอน พรุงนี้คะ ใครอยากเก็บอะไรไปก็เชิญไดตามอัธยาศัยนะคะ ถา คิดวาคําแปลไมถูกยังไงก็ลปรร.กันได หรือมีประเด็นอะไรเอาไปเขียนตอก็จะทําใหคนเขียนมี ความสุขคะ
    • I have learned....(5) ตอนสุดทายแลวคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 เมษายน 2006 22:52 น. http://www.gotoknow.org/posts/23969 ชุดสุดทายของ I have learned....แลวคะ คงมีหลายๆเรื่องที่ตรงใจนะคะ ถือเปนการคิดอะไรในชวง สัปดาหแหงวันหยุดเชนนี้เพื่อพิจารณาชีวิตกัน พรอมๆไปกับฝกอานภาษาอังกฤษ I have learned that two people can look at the exact same thing and see something totally different. ฉันไดเรียนรูวาคนสองคนสามารถจะมองสิ่งเดียวกันแลวเห็นอะไรที่แตกตางกัน ไดโดยสิ้นเชิง เราคงเห็นตัวอยางไดจากหลายๆเรื่องรอบตัว I have learned that no matter how you try to protect your children, they will eventually get hurt and you will hurt in the process. ฉันไดเรียนรูวาไมวาเราจะพยายามปกปองลูก อยางไร พวกเขาก็จะตองเจ็บในที่สุดโดยที่เราก็ตองเจ็บไปดวยในขั้นตอนเหลานั้น เปนธรรมดาโลกที่เราตองเรียนรูไปพรอมๆกัน I have learned that there are many ways of falling and staying in love. ฉันไดเรียนรูวามี สารพัดวิธีที่จะทําใหความรักลมเหลวหรือยั่งยืน คงไมมีใครโชครายหรือโชคดีตลอดกาลหรอกนะคะ I have learned that no matter the consequences, those who are honest with themselves get farther in life. ฉันไดเรียนรูวาไมวาผลที่ตามมาจะเปนอยางไรก็ตาม ผูที่ซื่อสัตย ตอตนเองเทานั้นจึงจะมีชีวิตที่ไปไดไกลกวา ฉะนั้น เราควรรักษาความดีใหเหมือนเกลือรักษาความเค็ม (เขากันไหมคะนี่ :-}) I have learned that no matter how many friends you have, if you are their pillar you will feel lonely and lost at the times you need them most. ฉันไดเรียนรูวาไมวาเราจะมีเพื่อนมาก เพียงไหน ถาเราเปนแตที่พึ่งของเพื่อน เราจะโดดเดี่ยวและสิ้นหวังในยามที่เราตองการเพื่อนมาก ที่สุด ดังนั้น เราตองเรียนรูที่จะเปนทั้ง "ผูให" และ "ผูรับ" I have learned that your life can be changed in a matter of hours by people who don't even know you. ฉันไดเรียนรูวาชีวิตของเราสามารถจะเปลี่ยนไดในเวลาอันสั้นโดยคนที่อาจไม รูจักเราดวยซํ้า เราไดเห็นจากเรื่องราวของหลายๆคน I have learned that even when you think you have no more to give, when a friend cries
    • out to you, you will find the strength to help. ฉันไดเรียนรูวาแมเมื่อเราคิดวาเราชวยอะไรไม ไดอีกแลวนั้น ถาเพื่อนมารองขอใหเราชวย เราก็จะสามารถสรางพลังที่จะชวยขึ้นมาได ขอใหเปนเพื่อนแทเทานั้นแหละ I have learned that writing, as well as talking, can ease emotional pains. ฉันไดเรียนรูวา ทั้งการเขียนและการพูดคุย สามารถลดอารมณเจ็บปวดเศราหมองได I have learned that the paradigm we live in is not all that is offered to us. ฉันไดเรียนรูวา แบบแผนชีวิตที่เราเปนอยูไมใชทุกสิ่งที่ชีวิตมีใหเรา ตองคิดและมองใหถวนทั่ว I have learned that credentials on the wall do not make you a decent human being. ฉัน ไดเรียนรูวาปายประกาศทั้งหลายที่เอามาติดบนผนังนั้นไมไดทําใหเราเปนคนที่มีคุณภาพนาเคารพ นับถือแตอยางใด ความเปนตัวตนที่มีคุณคากับเพื่อนรวมโลกตางหากที่บอกได I have learned that the people you care most about in life are taken from you too soon. ฉันไดเรียนรูวาคนที่เราใสใจมากที่สุดในชีวิตคือคนที่ทําใหเราหมดใจไดอยางรวดเร็ว นาสงสารจัง ขออยาใหเราๆเจอเลยนะคะ แบบนี้ I have learned that although the word "love" can have many different meanings, it loses value when overly used. ฉันไดเรียนรูวา ถึงแมคําวา "รัก" จะมีไดหลายหลากความหมาย หากใชพรํ่าเพรื่อก็จะหมดคาไปได คงมองไดหลายๆมุม วาเราจะใชอยางไร I have learned that it's hard to determine where to draw the line between being nice and not hurting people's feelings and standing up for what you believe. ฉันไดเรียนรูวา เปนการยากที่จะแยกแยะระหวางการเปนคนมีอัธยาศัยดีไมทํารายความรูสึกผูอื่นกับการแสดง ความเห็นยืนยันสิ่งที่เราเชื่อมั่น อันนี้ก็คงตองแลวแต "เทคนิค" ของใครของมันนะคะ ก็ถึงเวลาจบสิ่งดีๆที่เก็บมาหลายปแลว โดยไมทราบเจาของ หวังวาเพื่อนพองนองพี่ชาว GotoKnow.org ที่เขามาอานคงไดอะไรดีๆไปบางนะคะ
    • วิธีมอง"อุปสรรค" แบบ "ตาสวาง" จะทําให "ใจ สงบ" โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 เมษายน 2006 01:28 น. http://www.gotoknow.org/posts/24063 วันนี้เก็บเอาเรื่องที่เกี่ยวกับ การมองอุปสรรค และอนาคต มาฝากคะ ไมทราบผูแตงอีกเหมือน กัน ก็ไดแตสงความขอบคุณสําหรับความคิดดีๆ และชวยกันเผยแพรตอไป เผื่อใครจะไดใชประโยชน โดยตรงบาง เคยมีประสบการณตรงกับตัวเองมาแลววา ในยามที่รูสึกทอแท หมดแรง พออานพบสิ่งที่ "ตรง" ปบ มุมมองก็เปลี่ยนไดทันที ทําให "ตาสวาง" และ "ใจสงบ" ขึ้นมาทันที ขอใหไดมีสวนสงตอความรูสึก นั้นบาง ก็จะรูสึกวาไดทดแทนคุณผูใหเหลานี้ แถมดวยมีสวนให คนที่อยากฝกอานภาษาอังกฤษก็ได ฝกอานและคิดไปดวยคะ No one can go back and make a brand new start Anyone can start from now and make a brand new ending.. ไมมีใครจะสามารถกลับไปเริ่มแกไขอะไรในอดีตได แตทุกคนสามารถเริ่มตน ณ บัดนี้และสรางตอน จบแบบใหมที่ตองการได เพราะฉะนั้น เราไมจําเปนตองไปหมกมุนเสียใจอะไรกับสิ่งที่ผิดพลาดมาแลว ใชมันใหเปนประโยชน กับการสรางสิ่งใหมขางหนาดีกวา อยาใหผิดซํ้าเดิม There's a purpose to life's events, to teach you how to laugh more or not to cry too hard. สิ่งตางๆที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้นมีก็เพื่อสอนใหเรารูวาทําอยางไรจึงจะหัวเราะใหมากขึ้นและไม รองไหใหรุนแรงไป ตองมองใหเปน และใชใหเกิดประโยชนนั่นเอง ซึ่งสอดคลองกับบทตอไปที่วา... When something happens to you, good or bad, consider what it means. เมื่อเกิดอะไรขึ้น กับเรา ไมวาจะดีหรือราย ใหพิจารณาถึงความหมายของมัน มองใหเปน ทุกสิ่งทุกอยางก็จะเปนประโยชนในอนาคตได Disappointments are like road bumps, they slow you down a bit but you enjoy the smooth road afterwards. Don't stay on the bumps too long. Move on! ความผิดหวังก็ เหมือนเนินบนถนน ถึงมันจะทําใหเราชาลงสักหนอยแตเราก็จะไดรูคุณคาของถนนเรียบๆหลังจาก นั้น อยาไปหยุดอยูบนเนินนานนักก็แลวกัน รีบขยับไปตอกันเถิด bump บางอันอาจจะใหญไปหนอย แตถา "รถ" เราดีเสียอยาง เราก็ไปตอไดอยูแลว จริงไหมคะ
    • ดวยความคิดถึงทาน CKO โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 เมษายน 2006 00:13 น. http://www.gotoknow.org/posts/24261 บทบันทึกวันนี้ก็ไมทราบที่มาเชนเดียวกับชุด I Have Learned.... เก็บไวเพราะชอบที่อานเมื่อไหรก็ได "คิด" ทุกครั้ง จึงเอามาเผยแพรตอคะ แตคราวนี้พิเศษกวาครั้งอื่นๆที่อาน เพราะคราวนี้อานแลวคิด ถึง ใครคนหนึ่งเปนพิเศษ คะ ATTITUDE is a little thing that makes a big difference. ทัศนคติ คือสิ่งเล็กๆที่ทําใหเกิดความ เปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญได เราตองทําอยางไรจึงจะทําใหคนมีทัศนคติที่ดีตอการเขียน"ความคิด"ของตนและ อาน"ความเห็น"ของคนอื่น ATTITUDE keep your face to the sunshine and you cannot see the shadows. ทัศนคติ ทําใหเราหันไปหาแสงสวาง ไมมองไปยังเงามืด เราตองทําอยางไรจึงทําใหคนมองและคิดในทางบวก เราจะไดไมเห็นอะไรแตในแงลบ ATTITUDE attack every problem with enthusism…as if your survival depended upon it. ทัศนคติ ทําใหเราแกไขปญหาดวยความกระตือรือรน ราวกับความอยูรอดของเราขึ้นอยูกับมัน ถาเราทําใหเกิดทัศนคติที่ดีตอวัฒนธรรมการจัดการเรียนรู เราจะมีฐานที่มั่นคง (สงสัยอันนี้จะ เปรียบเทียบลึกไปหนอยคะ...) ATITUDES are contagious Is yours worth catching? ทัศนคติ แพรกระจายได ทัศนคติของ ทานสมควรแกการติดตอไปถึงคนอื่นหรือไม? ดูเหมือนจะใช แตทํายังไงมันถึงจะแพรกระจายไปติดคนอื่นตอๆไปนะ CHANGE If you are not riding the wave of change… you will find yourself beneath it. หากเราไม เกาะติดกับกระแสความเปลี่ยนแปลง เราจะพบวาเราตามมันไมทัน เพราะฉะนั้น เราตองเปดหู เปดตา และ "เปดใจ" ไวเสมอ CHANGE A bend in the road is not the end of the road… unless you fail to make the turn. ทางโคง บนถนนไมใชจุดจบของถนนเสนนั้น นอกเสียจากวาเราเลี้ยวไมทัน ถนนชีวิตยิ่งมีเลี้ยว มีหักศอกมากมายกวาถนนจริงดวยซํ้า SUCCESS Success is a journey, not a destination. ความสําเร็จคือการเดินทาง ไมใชจุดหมายปลายทาง
    • เราจึงมีไดเสมอไมสิ้นสุด SUCCESS Some people dream of success….while others wake up and work hard at it. บางคนมัว แตฝนถึงความสําเร็จ ในขณะที่บางคนลุกขึ้นลงมือทําอะไรเพื่อใหไดรูจักมัน เราเองเปนผูเลือกวาจะทําแบบไหน CHALLENGES Anyone can hold the helm when the sea is calm. ความทาทาย : ใครๆก็คุมเรือไดในยามคลื่น ลมสงบ เราเปนคนเลือกเองอีกเชนกัน วาจะเรื่อยๆมาเรียงๆ หรือจะลุยๆ RISK You cannot discover new oceans unless you have the courage to lose sight of the shore. ความเสี่ยง: เราไมมีทางจะคนพบมหาสมุทรใหมได นอกเสียจากวาจะกลาออกไปไกลจนไม เห็นฝง (เดิมๆ) อันนี้คงไมตองเสริม OPPORTUNITY There is an island of opportunity in the middle of every difficulty. มีจุดแหงโอกาสเสมอ ทามกลางทุกอุปสรรค ถาเราหัดมองใหเปน มีตัวอยางใหเห็นแลวมากมาย MOMENTUM A little push in the right direction can make a big difference. แรงผลักดัน: การผลัก เล็กนอยในทิศทางที่ถูกตองทําใหเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญได เราหาทางนั้นพบหรือยังหนอ?
    • พรหมวิหาร ๔ ภาคภาษาอังกฤษ - Four sublime states of mind โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 เมษายน 2006 00:32 น. http://www.gotoknow.org/posts/25867 หางหายไปจากการบันทึกใน บล็อกนี้พอสมควร เพราะคิดวาไดติด link Quote of the Day ไวดานขางตามบล็อกตางๆของตัวเองแลว เพื่อใหผูที่ ชอบฝกภาษาอังกฤษวันละเล็กละนอย ถาใคร สังเกตเห็นก็คงไดอะไรไปบางในแตละครั้งที่แวะมาเยือน ความจริงแลวตองการแนะนําใหพวกเราไดอาน บทบันทึกที่มีคุณคาของคุณ Handy ที่กรุณาอธิบาย รายละเอียดของธรรมแตละสวนใน พรหมวิหาร ๔ เพื่อให หนุมนอยที่บานไดอานทําความเขาใจ เพราะโดยทั่วไปแลว เราพูดถึง เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา กันอยูบอยๆในชีวิตประจําวัน หาก เราสามารถยึดถือปฎิบัติไดดวย จะทําใหตัวเราและสังคมสงบสุข คุณ Handy ไดอธิบายไดอยางนา อาน เห็นภาพวาเราจะเอามาใชอยางไรไดดีมากจากการยกตัวอยางไปดวย หนุมนอยคนโตเขาอานแลว เราไดคุยกันถึงตัวอยางที่คุณ Handy เลาวาเพราะไมไดปฎิบัติให ครบถวน คือละเรื่อง อุเบกขา ไป ทําใหตัวเอง ตองเดือดรอนจากการชวยผูอื่น เราคุยกันวา อุเบกขา ไมใชการวางเฉย แตเปนแบบที่คุณ Handy ไดอธิบายไวอยางนาฟง เขาก็เลยยกตัวอยาง ของเขาบางวา ก็เหมือนเราเห็นคนจะจมนํ้า ถาเราวายนํ้าไมเปน ก็ไมควรกระโดดลงไปชวย สําหรับตัวเองถึงแมจะเปนคนนับถือพุทธแบบไมคอยไดเขาวัด แตเชื่อวา การสอนธรรมปฎิบัติให แกเด็กๆ เปนสิ่งที่ดีและควรทํา เพื่อชวยใหพวกเขาเปนคนคิดดี รูจักใชธรรมในการดําเนินชีวิต และการแนะนําธรรมปฏิบัติโดยวิธียกตัวอยาง นํามาพูดคุยจะทําใหทําไดเปนธรรมชาติ เปนสิ่งปกติ ในชีวิต สวนธรรมนี้ในภาษาอังกฤษ เขาใชคําวา Four sublime states of mind เมตตา: loving-kindness กรุณา: compassion มุทิตา: sympathetic joy อุเบกขา: equanimity สําหรับทานที่ตองการอานรายละเอียดภาคภาษาอังกฤษ ก็สามารถแวะไป download ไดจาก http://www.buddhanet.net/bvihar.htm เขาใชภาษาที่อานงาย ใชเวลาไมนานคะ
    • ใครรูจักสี Vermillion บาง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 พฤษภาคม 2006 23:03 น. http://www.gotoknow.org/posts/26760 เมื่อวานซืนไปซื้อ wrist band ที่ผลิตเนื่องใน วโรกาสฉลองศิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปของในหลวง สําหรับทุกคนในครอบครัว แลวตอนเย็นเราก็เดินไปซอมกีฬาเพื่องานกีฬาสีของชาวพยา-ธิ โดยใส wrist band ไปดวย นองฟุงบอกวา นี่เรามี wrist band สีสมพอดีเลย (เพราะแมอยูสีสม) ตัวเองแยงวา นี่สีเหลืองตางหาก นองฟุงบอกวา แบบนี้คือ สีสม ที่เรียกวา Vermillion เปนศัพทใหมที่ไมเคย ไดยินเลย ตองไปเปด Word Web ดู พบวาเคาแปลไววา A variable colour that is vivid red but sometimes with an orange tinge เอามาเผื่อแผตอคะ เกิดมาก็เพิ่งเคยไดยินนี่แหละจากเด็กอายุ 9 ขวบ (แตเขาอยูกับ ภาษาอังกฤษมาเกินครึ่งของอายุเขาเอง)
    • สีหลากหลายในภาษาอังกฤษ นอกเหนือจาก Red Green Blue Yellow... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 พฤษภาคม 2006 01:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/27779 สืบเนื่องมาจากที่เขียนบันทึกเลาถึงสี vermillion ไปเมื่อวันกอน ไดรับการตอยอดเรื่อยๆมา จน กระทั่งเมื่อกี๊นี้ ไดประทับใจมาก ทั้งกับ คุณมู ผูหามาฝาก และกับ ความมหัศจรรยของโลก GotoKnow ที่ทําใหสิ่งที่เราบอกเลาไปเพียงอยางเดียว กอใหเกิดความรูแตกยอดออกไปไดมากถึง เพียงนี้ ไมอยากใหไปแอบๆอยูทายบันทึกเดิม เพราะเห็นวานาจะมีประโยชนกวางขวางขึ้นคะ ก็เลย ขอเอาสิ่งที่คุณมู ผูนารัก เอามาเลา มาลงในบันทึกใหมเลย ************************************************************** มู เมื่อ อ. 9 พ.ค. 23:15:31 2006 เขียนวา: สีเขียวคะ Celadon Chartreuse Jade Viridian Vermilion Cerulean Heliotrope Mauve Wisteria etc. เอามาจาก http://halflife.ukrpack.net/csfiles/help/colors.shtml http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_colors *************************************************************** ขยายเพิ่มคําแปลเปนภาษาอังกฤษใหดวยคะ เพราะไมกลาแปลเปนไทย ทาจะยุง อิ..อิ Celadon : a pale grayish green Chartreuse : A shade of green tinged with yellow Jade : A light green colour varying from bluish green to yellowish green Viridian : A blue-green colour Vermilion : A variable colour that is vivid red but sometimes with an orange tinge Cerulean : A light shade of blue Heliotrope : Green chalcedony with red spots that resemble blood Mauve : A moderate purple Wisteria : a tint of red-purple Web ของ Wikipedia ขางบนนี้ดูสนุกดีนะคะ มีตัวอยางสีโทนนั้นๆใหดูดวยคะ
    • คลายเครียดกับปญหาภาษาอังกฤษ...กันหนอย ไหม โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 พฤษภาคม 2006 00:24 น. http://www.gotoknow.org/posts/29661 จําไมไดแลวคะวาอานพบมาจากที่ไหน รูสึกจะทั้งจดและจํามาจากหลายๆแหลง (เพราะ ฉะนั้นคงไมสงวนลิขสิทธิ์ นําไปเลาไปทายตอไดตามสบายคะ) ไดเคยเอาไปทายทั้ง เพื่อนไทยและฝรั่ง ก็ไดเฮฮาเหมือนๆกันเปนสากล ใครเครียดๆก็ลองคิดเลนแกเครียดนะ คะ กอนดูเฉลยในความเห็นอันแรก หรือเอาเมาสไฮไลทหลังคําถามก็ไดคะ 1. How can you make a slow runner fast? Don't give him any food. 2. From what seven letter word can you take away two letters and have seven left? Seventy 3. What sort of criminal is the strongest? A shoplifter 4. How many words are there in the dictionary? Two, "the" & "dictionary 5. What 's a question that you can't possibly say "yes" to? Are you dead?
    • ขอแนะนําแหลงขอมูลที่ยอดเยี่ยมของคุณธิดา รัตน-noojaae โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 พฤษภาคม 2006 01:46 น. http://www.gotoknow.org/posts/29664 เคยใชวิธีแนะนําเปน link ไป 1 เรื่องแลว แตพบวาคุณ noojaae ชางไปสรรหาอะไรนา สนใจมาแนะนําอยูใน บล็อกของงานนโยบายและแผน คณะทันตแพทยศาสตรของเธอ อยูเสมอ โดยเฉพาะสําหรับคนที่ตองการฝกภาษาอังกฤษ และลวนแลวแตเปนโปรแกรม ฟรี แถมยังบอกรายละเอียดของโปรแกรมไวคราวๆดวยคะ ไมบอกตอไมไดแลว ขอบคุณจริงๆจากใจคะ (อดจะขอบคุณ GotoKnow อีกไมไดที่ทําใหโลกความรูขยายวงไม หยุดหยอน) รูปลาสุดของคุณธิดารัตน ดูแลวนารักสดใส เกือบจะเปนพี่นองกับอ.จัน ทวรรณไดเลยนะคะ มีใครคิดเหมือนกันบางไหมคะ
    • คลายเครียดกับปญหาภาษาอังกฤษ...กันอีกนิด คะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 พฤษภาคม 2006 23:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/30261 มีคําถามอีกชุดนึงที่กวนๆ เอามาฝากคะ ลองทายดูกอนจะเลื่อนไปดูเฉลยในขอคิดเห็นแรกนะคะ 1. What is the shortest month? 2. Which mountain is the sleepiest? 3. What can you put in a bucket half full of water that will make it weigh less? 4. What can run but can never walk? 5. What two things that on one ever has for lunch? 6. Which two words in the English language have the greatest numbers of letters in them? 7. No matter how much prices go up, two things always remain stationery. What are they? ขอนี้ตองใชถามเอาคะ ใหอานไมได เพราะเขาเลนรูปของ station a ry (อยูกับที่) กับ station e ry (เครื่องเขียน) ที่เขียนตางกันแตออกเสียงเหมือนกันเลย แถมอีกหนอยจาก คนไทย อานไทยไมถูก (ไดไงไมรู-ตัวเองนี่แหละคะ โดนหัวเราะซะไมมี..) กับ อาน ภาษาอังกฤษแบบเด็กๆที่ลูกเลาใหฟง ใครรูจัก สะ หมอ เตอร กับ มอเตอรไซค ฮอนดา วาเหว บางคะ
    • ขอเตือนใจจาก Quote of the Day วันนี้ดีจังคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 พฤษภาคม 2006 00:11 น. http://www.gotoknow.org/posts/30812 เหลือบไปเห็น Funny Quote of the Day ของวันนี้ ที่ติดอยูในบล็อก "อันเนื่องมาจากลูกๆ" ของตัวเอง แลวเห็นดวยจังและอยากเอามาคุยคะ เขาบอกวา การโฆษณาคือศิลปะการชักจูงใหคนใชเงินที่ตัวเองไมมี กับของที่ตัวเองไมไดตองการจริงๆ เห็นจริงตามที่บอกสําหรับโดยเฉพาะกับเด็กๆ แลวคนที่ตองจายก็ คือเราๆพอแมนี่แหละ ตัวเองจะใชวิธีคุยกับลูกเสมอวา ใหทายซิวาโฆษณาอันนี้เขาอยากขายอะไร ดีสมกับที่เขา บอกไหม ราคาเปนอยางไร เทียบกับสินคาตัวเดียวกันในยี่หออื่นแลว โฆษณาใครดีกวา กัน แลวตัวผลิตภัณฑเองนาใช นาซื้อสมกับที่เขาโฆษณาหรือเปลา ไดผลเปนอยางดีคะ ลูกๆจะดูโฆษณาเหมือนดูสารคดีหรือละคร มากกวาจะเปนโฆษณา ชวนเชื่อคะ ไมตองเสียเงินกับสิ่งที่ไมจําเปน แถมเปนการสอนลูกใหดูแบบวิเคราะห วิจารณอีกดวย
    • See you again....เปน See you agian ไป ดาย....บอกใครใหแกไขดีคะนี่ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 พฤษภาคม 2006 00:36 น. http://www.gotoknow.org/posts/31606 ความจริงเปนควันหลงมาตั้งแตสัปดาหที่แลว เราไปเที่ยวสวนสัตวสงขลากันมา วิธีการในการ เลี้ยงดูแลสัตวและสภาพแวดลอมที่จัดไวใหกับสัตวแตละชนิดคอนขางดีคะ ระบบจราจรโดยรอบที่ ตองขับรถวนยังนาจะตองปรับปรุง เพื่อใหเกิดการประหยัดพลังงานมากกวานี้ สิ่งที่สะดุดตา สะดุดใจพวกเรากันมากที่สุดก็คือ ปายที่ติดตลอดทางออกเพื่อรํ่าลาผูมาเยือนเปน ภาษาตางๆนั้น พิมพผิดอยางเหลือเชื่อ เหมือนชื่อบันทึกนี่แหละคะ เราควรจะแจงใครใหแกไขกัน ดีคะนี่ ใครทราบชวยบอกที
    • เห็นดวยกับ Funny quote วันนี้ไหมคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 มิถุนายน 2006 17:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/33573 วันนี้ใน Funny Quote of the Day คุณ George Bernard Shaw เคากลาวไววา Youth is a wonderful thing. What a crime to waste it on children . อานแลวคิดไดหลายแบบนะคะ เขาจะหมายความวาไมควรเอาพลังความหนุมสาวไปใหเด็ก เพราะ พวกเขาจะไมรูจักใชประโยชนใหคุมคา หรือยังไงนะ แตที่แนๆ เชื่อวาประโยคแบบนี้ คนเห็นดวยตองเปนคนที่สูงอายุแลวอยากมีเรี่ยวแรง เหมือนเด็กๆ วาแลวก็ตองถามวา ทําอยางไรเราจึงจะรักษาสุขภาพใหแข็งแรง มีพลังเพื่อที่จะไดทําอะไรตออะไรที่ เราคิดวาจะเปนประโยชนไปไดอีกนานๆ ให Youth คงอยูกับเราเสมอ อยางนอยก็ at heart ใช ไหมคะ
    • ใครไมชอบภาษาอังกฤษอานตรงนี้คะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 มิถุนายน 2006 19:01 น. http://www.gotoknow.org/posts/33586 ไดอานเรื่องนี้มานานแลว แตหาไมเจอ คิดไววาจะเอามาฝากเก็บไวใน GotoKnow เปนบทความที่ สนุกมากคะ Crazy English by Richard Lederer Let’s face it: English is a crazy language. There is no egg in eggplant or ham in hamburger, neither apple nor pine in pineapple. English muffins were not invented in England or french fries in France. Sweetmeats are candies, while sweetbreads, which aren’t sweet, are meat. We take English for granted. But if we explore its paradoxes, we find that quicksand can work slowly, boxing rings are square, and a guinea pig is neither from Guinea nor is it a pig. And why is it that writers write, but fingers don’t fing, grocers don’t groce, and hammers don’t ham? If the plural of tooth is teeth, why isn’t the plural of booth beeth? One goose, 2 geese. So, one moose, 2 meese? One index, two indices? Is cheese the plural of choose? If teachers taught, why didn’t preachers praught? If a vegetarian eats vegetables, what does a humanitarian eat? In what language do people recite at a play and play at a recital? Ship by truck and send cargo by ship? Have noses that run and feet that smell? Park on driveways and drive on parkways? How can a slim chance and a fat chance be the same, while a wise man and a wise guy are opposites? How can the weather be hot as hell one day an cold as hell another? When a house burns up, it burns down. You fill in a form by filling it out and an alarm clock goes off by going on. When the stars are out, they are visible, but when the lights are out, they are invisible. And why, when I wind up my watch, I start it, but when I wind up this essay, I end it? Now I know why I flunked my English. It’s not my fault; the silly language doesn’t quite know whether it’s coming or going. มันแปลยากนะคะ แตถามีใครขอใหแปลมาก็จะแปลใหคะ แตคงไมตลกเทาอานของแท
    • เพิ่มเติมจากเรื่องการอาน "ough" ที่เคยเขียน ไว โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 มิถุนายน 2006 22:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/33725 จากที่เคยเขียนเรื่อง การอาน "ough" เอาไว ไปเจอที่ web site สนุกสนานของ คุณ Phillip Miller Eberz เขาเอามารวบรวมไวปรากฎวามีการออกเสียง ไดถึง 9 แบบ โดยเขารวมไวไดในประโยคเดียวเลยคะ เยี่ยมมาก เลยขอเอามาบอกตอ ถาอยากฟงเสียงดวย ให ลองใช dictionary ที่ Merriam-Webster Online ดูนะคะ ************************************************************************************* A rough -coated, dough -faced, thoughtful ploughman strode through the streets of Scarborough ; after falling into a slough , he cough ed and hiccough ed." ************************************************************************************
    • แนะนํา website ภาษาอังกฤษสําหรับเด็ก (บอก ตอจากคุณขจิต อีกทีคะ) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 มิถุนายน 2006 00:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/33837 เนื่องจากไดรับ email จากคุณแมคนหนึ่งถามวา "เราจะสอนเด็กในการออกเสียงหรือพูดใหสําเนียงคลายฝรั่งเราสอนเองเปนไปไดไหมและมีคูมือ หรือหนังสืออะไรที่ดีคุณพอจะแนะนําไดไหมพอดีลูกสาวเปนเด็กชอบภาษาอังกฤษกออยากจะใหสิ่ง ดีดีเทาที่เราทําได" เชื่อวาคงเปนคําถามเดียวกับคุณพอคุณแมอีกหลายคนอยากถาม ถาตอบจากประสบการณตัวเองที่ ไดรับการชมวาเกงภาษาอังกฤษ (ตั้งแตไมไดคิดวาตัวเองเกง จนกระทั่งชักจะเชื่อวาคงจะเกงกวาคน อื่นอยูบาง)แลว เนื่องจากตัวเองไมเคยเรียนพิเศษ ไมเคยไปเมืองฝรั่ง (ไมชอบเดินทาง)มากอน เลยกอนที่จะไปเรียนตอตางประเทศ ก็ยังมาถึงจุดที่ฝรั่ง (ระดับอาจารยอาวุโสที่เชื่อถือได 2-3 ทาน)ชมวาใชภาษาอังกฤษไดดีมาก ขอยืนยันวา เราทําไดคะ และสมัยนี้มีเครื่องมือมากมายให เลือกใชไดทาง internet แตตองเขาใจขอจํากัดของตัวเองดวย เชน ตัวเองจะพูดได ฝรั่งบอกวาพูดไดดีพอใช แตฟงยาก เพราะมี accent จะตองพยายามฝกบางคํา บางเสียงเปนพิเศษ รูวาเราจะไมมีทางพูดคํา หลายๆคําไดอยางถูกตอง แตก็มีวิธีการที่ทําใหเขาเขาใจเราไดหากเราพูดรูปประโยค ถูกตอง สําหรับเรื่องการอาน เขียน ฟง จะไดจากความสนใจและคุนเคย ตอนเด็กๆคุณพอ คุณแมเปดเพลงภาษาอังกฤษใหฟงเปนประจํา รองไดกอนจะเขาใจความหมายที่แทจริง จึงเชื่อวา การใชเพลงสอนเด็กจะเปนวิธีเริ่มตนที่ดีที่สุดคะ คุณขจิต ไดเคยเขียนแนะนํา website ที่นาสนใจไวหลายครั้ง ขอใหติดตามเลือกดูนะคะ สวนไหนที่ ไดทดสอบดวยตัวเองแลว จะพยายามเอามาบอกตอคะ เชน web site นี้ซึ่งเปนของ British Council ในสวนของเพลง ที่ http://www.britishcouncil.org/kids-songs-easy.htm นารักและเสียงชัดเจนดี มากคะ ใชเปนเครื่องมือในการสอนเด็กๆไดดี ยังมีสวนอื่นๆของ website นี้ที่นาสนใจ นาลองสํารวจดู เองไดเลยคะ ถาอยากใหแนะนําโดยละเอียด ก็ถามมาไดเปนสวนๆนะคะ ยินดีชวยทุกทานเต็มที่คะ สําหรับ web site ที่นํามาบอกตอครั้งนี้ ตองขอขอบคุณทั้งคุณขจิตผูนํามาเผยแพร และตองขอ ขอบพระคุณทานรองศาสตราจารย ดร . พวงเพ็ญ อินทรประวัติผูแนะนําใหคุณขจิตดวย คะ โลก GotoKnow ดีเชนนี้เองนะคะ
    • มีเรื่องภาษาอังกฤษที่ขําขันที่สุดของชาติตางๆ มาฝาก...แกเครียดคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 มิถุนายน 2006 15:48 น. http://www.gotoknow.org/posts/34552 ไดมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องขําขันที่สุดของชาติตางๆในป 2002 สํารวจเรื่องขําขันที่สุด โดยใหออก เสียง vote แลวก็เอามาลงใหอานกันที่ web site นี้ บางเรื่องตัวเองอานแลวไมคอยขําเทาไหรนัก เก็บ มาฝาก 3 เรื่องที่ชอบ เผื่อใครกําลังเครียดคะ The Funniest Joke in Canada When NASA first started sending up astronauts, they quickly discovered that ballpoint pens would not work in zero gravity. To combat the problem, NASA scientists spent a decade and $12 billion to develop a pen that writes in zero gravity, upside down, underwater, on almost any surface including glass and at temperatures ranging from below freezing to 300 C. The Russians used a pencil. แปลคะ อาจจะไมตรงตัวเปะๆ แตเอาแบบสบายๆ เลาศัพทไปดวยบางนะคะ เคาบอกวา ตอนที่ นาซาเริ่มสงนักบินอวกาศ ( astronauts ) ไปแรกๆ เคาพบวาที่ที่ไมมีแรงโนมถวงเลยนั้นจะใช ปากกาไมได นักวิทยาศาสตรของนาซาพยายามแกปญหานี้โดยใชเวลาเปนสิบปกับงบตั้ง 12 พัน ลานเพื่อจะพัฒนาปากกาที่เขียนไดในที่ไมมีแรงโนมถวง กลับหัวกลับหาง ( upside down) ใตนํ้าบน พื้นผิวเกือบทุกชนิดรวมทั้งบนแกว และที่อุณหภูมิตั้งแตตํ่ากวาจุดเยือกแข็งจนถึง 300 องศา แต รัสเซียแคใชดินสอเทานั้นเอง The Funniest Joke in Austria This woman rushed to see her doctor, looking very much worried and all strung out. She rattles off: “Doctor, take a look at me. When I woke up this morning, I looked at myself in the mirror and saw my hair all wiry and frazzled up, my skin was all wrinkled and pasty, my eyes were bloodshot and bugging out, and I had this corpse-like look on my face! What's WRONG with me, Doctor!?” The doctor looks her over for a couple of minutes, then calmly says: “Well, I can tell you that there ain't nothing wrong with your eyesight....” อันนี้คอนขางใจรายหนอยคะ..เคาบอกวา คุณผูหญิงคนหนึ่งไปหาหมอ อยางกังวลมาก เธอใสอยาง
    • รัวเร็วกับคุณหมอวา "คุณหมอตรวจดูดิฉันสิคะ ตื่นมาเมื่อเชาสองกระจกเห็นผมแข็งแถมหลุดลุย ผิว ก็ยนเหลวไมเตงตึง ตาแดงกํ่า ดูแลวเหมือนซากศพ ดิฉันเปนอะไรไปคะ คุณหมอ" คุณหมอตรวจทั่วๆไปอยูสักพัก ก็พูดแบบนิ่งๆวา "เอาละ หมอบอกไดวาสายตาคุณปกติดีแนนอน เลย..." The Funniest Joke in Belgium. Why do ducks have webbed feet? To stamp out fires. Why do elephants have flat feet? To stamp out burning ducks. อันนี้เคาเลนคํากันเปนทอดๆคะ เปนตลกที่เด็กๆชอบเลนกัน
    • คําพูดยอในภาษาอังกฤษที่ใชบอยๆ...มี ประโยชนในชีวิตประจําวันคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 มิถุนายน 2006 18:54 น. http://www.gotoknow.org/posts/34685 ไดรับเมลลจากคุณ Josef Essberger แหง EnglishClub.com เปนเรื่องของคํายอที่ใชบอยใน ภาษาพูด เห็นวามีประโยชนและเปนสิ่งที่ใชกันจริงๆ เราคนไทยพูดใหมๆจะไมชิน เพราะเราถนัด แตพูดแบบถูกหลักไวยากรณ คงเหมือนเวลาเราฟงฝรั่งเรียนพูดไทย แลวพูดแบบชัดมากๆ เพราะ ฉะนั้น หากใครอยากพูดใหเหมือนภาษาพูดจริงๆกับฝรั่ง จําไวใชก็ดีคะ คําพวกนี้ไมเรียกวา slang บางทีเปดใน dictionary ก็จะไมมี อาจจะมีใหอานบางในหนังสือนิยาย เวลาตัวละครเคาคุยกัน จะไมไดเห็นในรูปของการเขียนปกติเลย คุณ Josef ใหตัวอยางของการใชแตละตัวไวดวยคะ 1. GIMME = give me ตัวอยาง: Gimme your money. Don't gimme that rubbish. Can you gimme a hand? 2. GONNA = going to ตัวอยาง: Nothing's gonna change my love for you. I'm not gonna tell you. What are you gonna do? 3a. GOTTA = (have) got a ตัวอยาง: I've gotta gun. I gotta gun. She hasn't gotta penny Have you gotta car? 3b. GOTTA = (have) got to ตัวอยาง: I've gotta go now. I gotta go now. We haven't gotta do that. Have they gotta work? 4. INIT = isn't it ตัวอยาง: That's smart, init? Init strange?
    • 5. KINDA = kind of ตัวอยาง: She's kinda cute. Are you kinda mad at me? 6. LEMME = let me ตัวอยาง: Lemme go! He didn't lemme see it. 7a. WANNA = want to ตัวอยาง: I wanna go home. I don't wanna go. Do you wanna watch TV? 7b. WANNA = want a ตัวอยาง: I wanna coffee. I don't wanna thing from you. Do you wanna beer? คํายอพวกนี้จะไมถือวาเปนคําที่ถูกตองสําหรับการเขียน ใชเมื่อพูดเทานั้น แตเทาที่เห็นตั้งแตเคย เรียนมาในโรงเรียนเราก็ไมเคยมีสอนกันวาใหพูดแบบนี้ได ทั้งๆที่เปนคําพูดที่เราจะ ไดยินเปนของธรรมดาในชีวิตประจําวันจริงๆ
    • คําคมที่นาสนใจจากศิลปนโลก...วินเซ็นต แวน โกะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 มิถุนายน 2006 08:11 น. http://www.gotoknow.org/posts/34878 Quote of the Day วันนี้ (หาอานไดทุกวันไมซํ้ากัน ที่แผงดานขางบล็อกตางๆของโอ-อโณและตาม link ที่ใหไวคะ) นาสนใจจนตองยกมาเขียนเปนบันทึก เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูกันสักหนอย เขาวาไว ตามที่เห็นในประโยคเดนนี่แหละคะ ที่นาสนใจนอกจากความหมายแลว คนกลาวไวก็คือ ศิลปน เอกของโลก วินเซนต แวนโกะ เจาของภาพเลื่องชื่อมากมาย แสดงวาเขาไมเพียงแตชางสราง สรรผลงานศิลปะ ยังแถมเปนนักคิดอีกดวย ความจากคํากลาว ทําใหเราเขาใจไดหลายทาง สําหรับตัวเอง คิดวา to rule คือการปกครองแบบ ปกครอง ครอบงํา ตั้งกฏไปเลย ดังนั้นเขาจึงบอกวางาย (easy) เพราะทําเองเลย ไมตองสนใจอะไร บานเราก็ยังมีผูบริหารที่ยึดหลักนี้อยูมากมาย หากเปนคนดีมีศิลธรรม ก็คงนําองคกรไปในทางที่ดี เปนที่รักของผูอยูในปกครอง แตหากผูบริหารเปนในทางตรงกันขาม ก็....ไมอยากจะคิดแทนเลยคะ เราคงเห็นตัวอยางกันแลวจากหลายๆที่ หลายๆเรื่อง สวน to govern นาจะหมายถึงการปกครองแบบบริหาร จัดการ อันนี้ก็คงขึ้นกับผูบริหารแตฟงดู แลวเหมือนวาจะตองเปนกลุมคน จึงทําใหเรียกไดวายาก (difficult) เพราะตองมีการฟงเสียงจาก หลายๆเสียง ถึงแมมีใครไมคอยดีนัก ก็ยังมีคนคานอํานาจ แต...ก็มีขอยกเวนอีกแหละวา ถาคนใหญ สุด rule ไปเลยดวย และสามารถครอบงําคนไดทั้งคณะ การ govern ก็คงไมตางจากการ rule โดย คนคนเดียว คํากลาวดีๆเพียงไมยาวนัก สามารถทําใหเราคิดไปไดไกลเชียวนะคะ อยากฟงความเห็น คนอื่น เกี่ยวกับคําคมนี้เหมือนกัน จึงเอามาเขียนในบันทึกนี้คะ
    • The wisdom of Thai people are perpetuated by GotoKnow. โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 มิถุนายน 2006 01:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/35707 Quote of the Day วันนี้ (ในแถบขอมูลดานขางของบล็อกโอ-อโณทั้งหลายนี่แหละคะ มีทุกวันตางๆ กันไป) เขาบอกวา "ปญญาของปราชญและประสบการณของผูอาวุโสเปนอมตะก็เพราะการอางถึง" The wisdom of the wise and the experience of the ages are perpetuated by quotations. อานแลว "ปง"เลยคะวา เราเอามาใชกับ GotoKnow ไดเลย โดยฝมือของ bloggers ทั้งหลายนี่แหละ คะ เก็บมาเลา เก็บมาเขียนกันเถิด เพื่อเมืองไทยของเรา
    • การคิดและพูดแบบ Optimistic กับ Pessimistic ใหผลที่แตกตางกันอยางมากนะคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 มิถุนายน 2006 08:17 น. http://www.gotoknow.org/posts/36166 ขอเขียนบันทึกที่ตอเนื่องมาจากการอานความคิดเห็นของคุณ"อาจารยโรงเรียน ที่เชื่อมตอ อินเทอรเน็ต" ซึ่งไปใหไวที่ บันทึกขาวประกาศฯ ของอ.จันทวรรณ เพราะเห็นวาการมองโลกในแง ไมคอยดีนัก (ไมอยากจะใชคําวาราย - pessimistic) แลวแสดงออกมาเพื่อสื่อสารกับผูอื่น ทําใหเกิด บรรยากาศของความอึดอัด และไมสรางสรรคเปนอยางยิ่งคะ เรื่องนี้เห็นไดดวยเชนกันจาก บันทึกที่ อ.ประพนธ เลาวา "มีทานผูเขารวมประชุมทานหนึ่งไดเอยขึ้นวา " . . . หลักการบริหารมากมายที่เกิดขึ้นใน ประเทศญี่ปุน สามารถนําไปใชขยายผลไดเปนอยางดีที่อเมริกา แตพอมาถึงเมือง ไทยก็ตายทุกที . . ." " คุณ"อาจารยโรงเรียน ที่เชื่อมตออินเทอรเน็ต" ไดสื่อสารในลักษณะที่ทําใหตัวเองคิดวา ทานไม คอยเชื่อวาจะมีคนที่มีอุดมการณ ทํางานเพื่อชาติจริงๆ หรือมีก็มีนอย และคงไมจริงใจที่จะทําจริงๆ เชนเดียวกับทานผูเขารวมประชุมในบันทึกของอ.ประพนธ ที่สื่อคําพูดในทางที่ไมศรัทธาเชื่อมั่น ใน"คน" ถาทานอานหรือไดยินคนพูดออกความคิดเห็นในลักษณะนี้ แลวมีคนสงเสริมใหออกไปใน ทางเดียวกัน คือไมเชื่อวาจะมีคนดี ไมเชื่อวาสิ่งดีๆจะเกิดได ลองคิดดูสิคะวาจะเกิดอะไรขึ้น นี่คือการ คิดและพูดแบบ Pessimistic ในทางตรงกันขาม เราจะไดเห็นความเปนไปและการปฏิสัมพันธแบบสรางสรรค มองโลกในแง ดี มีศรัทธาใน"คน" หรือแบบ Optimistic ใน GotoKnow อยูเปนประจํา และเราก็ไดเห็นแลววา ผลเปนอยางไร ในระยะเวลาเพียง 1 ปที่ผานมา เพราะฉะนั้น เรามาชวยกันมองและคิดและสื่อสารแบบที่กอใหเกิดการพัฒนาไปในทางที่ดีเถิดคะ หากเราไมสรางศรัทธาใน"คน"ของเรา ทําตัวตนของเราใหเปนตัวอยาง ใหคนศรัทธา ใครจะเปนคน ทํา แลวเราจะคาดหวังอะไร ถาหากเราไมเริ่มที่ตัวเองกอน ชวยกันเถอะคะ
    • คําคมชวนคิดจากทานมหาตมะ คานธี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 กรกฎาคม 2006 23:42 น. http://www.gotoknow.org/posts/36456 มีอะไรหลายๆเหตุการณในชวง 2-3 วันนี้ ที่ทําใหคิดถึงคําของ ทานมหาตมะ คานธี ที่วา An eye for an eye makes us all blind. An eye for eye only ends up making the whole world blind. Mohandas Gandhi เปนการเลนคําที่สื่อสารใหเห็นวา การเผชิญหนากัน ไมยอมลดราวาศอกใหกัน มีแตจะทําใหทั้งสอง ฝายตามืดบอด ถาเราใชวิธีนี้กันแลวละก็ โลกทั้งโลกคงมืดมน มาฝกใชวิธีเอาความสงบ สยบความรุนแรงกันดีกวานะคะ (แตวา) ตองมีอุเบกขามากๆหนอย
    • ความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น version Einstein โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 กรกฎาคม 2006 11:48 น. http://www.gotoknow.org/posts/36946 อานผานตา คติประจําวันวันนี้ในบล็อกของตัวเอง ซึ่งเปนคําของ ไอนสไตน ยอดอัจฉริยะของโลก ดังนี้ Quote of the Day It's not that I'm so smart, it's just that I stay with problems longer. Albert Einstein แลวนึกถึงสุภาษิตไทยที่วา ความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น มีใครคิดอะไรอื่นไดที่ เขากันกวาก็แลกเปลี่ยนกันมาไดนะคะ คิดไปคิดมาแลว มันใชไดกับหลายอยางนะคะ ก็คือ ขอใหตั้งใจจริงซะอยาง แลว"กัดไม ปลอย" จุดหมายตองมาถึงสักวัน
    • Funny Quote สําหรับคุณ doCgaholic ดวย ความคิดถึงคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 5 กรกฎาคม 2006 23:10 น. http://www.gotoknow.org/posts/37309 เหลือบไปเห็นที่แถบขางๆในบล็อกนึงของตัวเองวันนี้ แลวคิดถึงใครบางคนนี่แหละคะ Funny Quote of the Day A dog is the only thing on earth that loves you more than you love yourself. เปนคําคมจาก Josh Billings ซึ่งเปนนักเขียนเรื่องตลกขบขันชาวอเมริกัน ฝากมาถึงชาวชมรมคน รักหมาทั้งหลายดวยวาจริงไหมคะ
    • คําคมวันนี้สําหรับตัวเองและอ.จันทวรรณคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 กรกฎาคม 2006 16:58 น. http://www.gotoknow.org/posts/38129 หยุดตั้ง 4 วัน รูสึกวามีอะไรที่คิดจะทํา เพราะไมมีภาระกิจประจําวัน ก็ปรากฏวาไมไดทํา อยางที่อยากเทาไหร เหลือบไปเห็นคําคมวันนี้ ทําใหถูกตองตรงใจคะ หยิบเอามาคุยเสีย เลย มาจากนักธุรกิจชาวอังกฤษชื่อ Cecil Rhodes ซึ่งไปขยายอาณาจักรในอาฟริกาใต ตั้งรัฐ Rhodesia ซึ่งตอมากลายเปนประเทศซิมบับเวนี่เอง เปนเจาของ Rhodes Scholarships ที่โดงดัง ซึ่งตั้งมาจากกําไรที่เขาไดจากการใชทรัพยากรของประเทศแถบนั้น ใหทุนคนในประเทศเครือ จักรภพไปเรียนที่มหาวิทยาลัย Oxford เขากลาวไววา So little done, so much to do. ตัวเองไดไปงานวันกีฬาสีของลูก ไดไปงานสัปดาหหนังสือที่ภายในม.อ. เดินกัน 2 รอบเพราะตอง หอบหนังสือกลับบาน ไดพจนานุกรมมา 4 เลม และอื่นๆอีกหลายเลมดวยความอิ่มอกอิ่มใจ ก็เลย So little done. นึกถึงความเห็นของอ.จันทวรรณในบันทึกนึงที่วายังเหลืออีก 108 อยางรอใหทําสําหรับ GotoKnow ดวยคะ อ.จันทวรรณอาจจะรูสึกเหมือนกันหรือเปลาไมทราบ แตอยากบอกวา อ.จัน ทําการบานที่ไดจากสมาชิกในวันงานครบรอบ 1 ป GotoKnow ไปจนหมดแลวมังคะ เรา ไดเห็นความเปลี่ยนแปลงโนนนี่เกือบทุกวัน ภาษาไทยที่ใชในเมนูตางๆก็เริ่มเขาที่เขาทาง สื่อสารดีขึ้นเยอะแลวนะคะ เพราะฉะนั้นสําหรับอ.จันทวรรณและอ.ธวัชชัย เราตองมาแปลง สารกันเปนวา So much done, but still so much to do. หรือเปลาคะ เปนกําลังใจใหอยางชื่นชมอยูนะคะ
    • อันเนื่องมาจากคําขอของคุณหมอนนท..เพื่อน รวมทางและคนโปรด Susan Polis Schutz โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 กรกฎาคม 2006 22:08 น. http://www.gotoknow.org/posts/38148 เนื่องจากคุณหมอนนท หรือคุณเพื่อนรวมทาง ไดนําบทกลอนบทนี้มาฝากชาว GotoKnow และบอก วาอยากอานคําแปล ก็เลยตองขอเอามาเขียนเปนอีกบันทึกนึงเลยคะ และตองขอบคุณคุณหมอนนท เปนอยางมากที่ทําใหไดพูดถึงคนโปรดคนนี้ Susan Polis Shutz เปนผูหญิงที่นาทึ่งมากคะ สิ่งที่เธอเขียนกินใจเสมอ ประวัติชีวิตของเธอก็ นาสนใจเปนอยางยิ่ง หาอานไดตาม link ที่ชื่อเธอนะคะ ความจริงบทกลอนที่ Susan เขียนสวน ใหญ แทบจะไมตองแปลเลยเพราะงายและกินใจ สวนเต็มๆของบทนี้หาอานไดที่ Online Edition of One World, One Heart คะ ขอแนะนําใหอานจริงๆ คิดวาเวลาแปลแลวคงไมไดความเรียบงายแตลึกซึ้งเหมือนตนฉบับ แตจะลองดูนะคะ เพื่อคุณหมอ นนท...คนดี We need to feel more to understand others. เราตองรูสึกใหลึกซึ้งขึ้นเพื่อจะเขาใจผูอื่น we need to love more to be loved back. เราตองรักใหมากขึ้น เพื่อจะใหไดรักยอนกลับมา we need to cry more to cleanse ourselves. เราตองรองไหใหมากขึ้น เพื่อลางมลทินแหงตน we need to laugh more to enjoy ourselves. เราตองหัวเราะใหมากขึ้น เพื่อจะมีความสุขกับตัวเราเอง we need to see more other than our own little fantasies. เราตองมองใหลึกซึ้งกวาเพียงแคฝนเล็กๆของตนเอง we need to hear more and listen to the needs of others. เราตองฟงใหมากขึ้นและรับรูถึงความตองการของผูอื่น we need to give more and take less.
    • เราตองให ใหมากขึ้น และรับใหนอยลง we need to share more and own less. เราตองแบงปนใหมากขึ้น และเก็บเกี่ยวเขาตัวใหนอยลง we need to look more and realize that we are not so diffent from one another. เราตองมองใหทั่วถึงมากขึ้น และตระหนักวาตัวเรานั้นไมไดแตกตางจากผูอื่นเลย we need to creat a world where everyone can peacefully live the life they choose. เราตองสรางโลกที่คนทุกคนสามารถจะใชชีวิตตามปรารถนาของตนไดอยางสงบสุข โลกตัวอยางของบทกลอนนี้ มีใหเห็นแลวใชไหมคะ.... โลก GotoKnow นี่เอง
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 กรกฎาคม 2006 22:12 น. http://www.gotoknow.org/posts/38433 ตองขอบคุณ คุณหมอนนท เพื่อนรวมทาง ที่ทําใหนึกถึง บทกลอนอันยิ่งใหญนี้ อีกครั้ง หลังจากที่ เคยซาบซึ้งมาเมื่อหลายปกอน หลังจาก แปลไปแลว 1 บท ก็เกิดความคิดวาในเมื่อเขาตองการ เผยแพรใหคนทั้งโลกที่ Online Edition of One World, One Heart เราก็นาจะชวยแปลเปน ภาษาของเราเพื่อใหแพรหลายออกไปยิ่งๆขึ้น บทกลอนที่คุณหมอนนทนํามาใหแปลนั้น มีบางทอนขาดไป ขอนําใหอานเต็มๆใหมตรงนี้นะคะ พรอมคําแปล We need to feel more to understand others. เราตองรูสึกใหลึกซึ้งขึ้นเพื่อจะเขาใจผูอื่น we need to love more to be loved back. เราตองรักใหมากขึ้น เพื่อจะใหไดรักยอนกลับมา we need to cry more to cleanse ourselves. เราตองรองไหใหมากขึ้น เพื่อลางมลทินแหงตน we need to laugh more to enjoy ourselves. เราตองหัวเราะใหมากขึ้น เพื่อจะมีความสุขกับตัวเราเอง We need to be honest and fair when interacting with people. เราตองซื่อสัตยและเที่ยงธรรม เมื่ออยูรวมกับผูอื่น We need to establish a strong ethical basis as a way of life. เราตองสรางมาตรฐานคุณธรรมที่มั่นคงในการดํารงชีวิต we need to see more other than our own little fantasies. เราตองมองใหลึกซึ้งกวาเพียงแคฝนเล็กๆของตนเอง we need to hear more and listen to the needs of others.
    • เราตองฟงใหมากขึ้นและรับรูถึงความตองการของผูอื่น we need to give more and take less. เราตองให ใหมากขึ้น และรับใหนอยลง we need to share more and own less. เราตองแบงปนใหมากขึ้น และเก็บเกี่ยวเขาตัวใหนอยลง We need to realize the importance of the family as a backbone to stability. เราตองตระหนักถึงความสําคัญของครอบครัวเพื่อวาเปนแกนหลักของความมั่นคง we need to look more and realize that we are not so diffent from one another. เราตองมองใหทั่วถึงมากขึ้น และตระหนักวาตัวเรานั้นไมไดแตกตางจากผูอื่นเลย We need to create a world where we can trust one another. เราตองสรางโลกที่เราสามารถไววางใจเชื่อใจกันและกันได we need to creat a world where everyone can peacefully live the life they choose. เราตองสรางโลกที่คนทุกคนสามารถจะใชชีวิตตามปรารถนาของตนไดอยางสงบสุข ยังมีบทกลอนดีๆตอไปอีกเกือบ 20 หนา จะเอามาแปลไปเรื่อยๆนะคะ อานแลวอานอีกไดไมรูเบื่อ อานแลวคิด ทําใหเรามีจิตใจดีซึ่งอ.วิจารณบอกไววา คุณคาสูงสุดของ KM ก็อยูในระดับจิตใจ จิต วิญญาณ นี่แหละคะ มีบทหนึ่งขางบนที่วาเราตองสรางมาตรฐานคุณธรรมที่มั่นคงในการดํารงชีวิต อานแลว คิดถึงบันทึกชีวิตพอเพียงของอ.วิจารณ นะคะ ตองขอขอบคุณ อ.กานดา รุณนะพงศา ที่ชวยกรุณาทักทวงคําแปลในยอหนาที่ 11 ของบทกลอน ขางตน ดังที่ไดแกไขไวแลวใหถูกตองตรงความที่แทจริง ดีใจมากๆคะที่มีคนมาชวยกันทําให บทกลอนนี้ถูกตองสวยงามยิ่งๆขึ้น เพราะโดยใจจริงแลวไมอยากแปลเลย เนื่องจากเชื่อวาตนเอง ไมสามารถจะรักษาความงดงามของคําในตนฉบับได ถามีคนอานเขามาชวยกันแกไข แตง เติมเชนนี้ จะเปนกําลังใจใหทําตอไปคะ ขอบคุณมากจริงๆ โลก GotoKnow ดีอยางนี้เอง
    • คําวา paste ที่คูกับ copy ตองอานวา เพส(ทึ) นะ คะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 กรกฎาคม 2006 23:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/38442 ไดยินหลายๆคนใชคําวา กอปป กับ แพส, พาส บอยๆ จนรูสึกวานาจะตองทักทายบอกกลาวกันเอา ไวสักทีคะ ความจริง นองฟุงเคยเขียนทัก มานานแลวตั้งแตตอนไปอบรมคอมพแนะคะ แตคุณแมเพิ่ง จะเริ่มไดยินคนพูดผิดบอยขึ้น ไมนานนี้เอง อยาลืมนะคะ ตองเปน กอปป (copy) คูกับ เพสท (paste) คะ จําไววาถามีตัว e ตอทายเสียงสระ ขางหนาสวนใหญจะเปลี่ยนเปนเสียงตัวมันเอง อันนี้คือเปลี่ยนจากเสียง อา ที่เราเห็นในคําวา past (พาส) มาเปนเสียง เอ เองจึงเปน เพสท ตัวอยางอื่นๆเชน pin อานวา พิน แตพอมี e เพิ่มมาในคําวา pine ตัว i ก็เปลี่ยนกลับมาเปนเสียง ไอ คืออานวา พาย
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (2) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 กรกฎาคม 2006 22:58 น. http://www.gotoknow.org/posts/38907 นําบทตอไปมาฝากพรอมคําแปล หลังจากที่อานบทแรกกันมาแลวคะ We all cry the same tears tears of fright tears of sadness tears of loss tears of frustration tears of disappointment tears of loneliness พวกเราลวนรํ่าไหดวยเหตุอันไมแตกตางกัน เราเสียนํ้าตาเพราะความตกใจกลัว ความเศรา ความสูญเสีย ความคับของใจ ความผิดหวัง ความอางวาง Lands are flooded with our tears แผนดินทวมทนไปดวยหยาดนํ้าตา We need one another's kindness, cooperation, trust and respect to survive เราตองการความเมตตา ความรวมมือรวมใจ ความเชื่อมั่น ความนับถือจากกันและกันเพื่อ ความอยูรอด We must talk until there are no more words เราตองเจรจาปราศรัยกันจนไมมีคําจะสรรหามาพูด We must explain until everything is understood เราตองชี้แจงจนกระทั่งทุกอยางกระจางแจง We must be honest until nothing is hidden เราตองสุจริตซื่อตรงไมมีอะไรแอบแฝง We must listen until everything has been said เราตองตั้งใจฟงใหหมดทุกถอยความ We must question so that we know why
    • เราตองไตถามจนกระทั่งรูเหตุผล We must be fair so that everyone's needs are met เราตองยุติธรรมเพื่อใหทุกคนไดรับสิ่งที่ตองการ If there is no communication there will be no bond If there is no bond there will be no friendship หากขาดการติดตอสื่อสาร ก็ไมมีสายสัมพันธ หากไมมีสายสัมพันธ มิตรภาพก็เกิดไมได บทนี้หนักและลึกซึ้ง ยากตอการเขาถึง แตก็ชวยใหเราคิดถึงสิ่งที่ถูกที่ควร ทอนสุดทาย ทําใหนึกถึงมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหวางพวกเราในGotoKnow กันไหมคะ
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (3) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 กรกฎาคม 2006 00:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/39043 อานบทแรก และ บทที่ 2 กันมาแลว บันทึกนี้เปนบทที่ 3 คะ นํามาฝากพรอมคําแปล หวังวาจะมี คนใจดีมาชวยกันขัดเกลาใหตรงความหมายอันงดงามของตนฉบับเดิมอีกนะคะ บทนี้ยิ่งถอดความ ยากกวาบทที่แลวดวยคะ Nothing Should Divide Us ไมควรจะมีอะไรจะมาแบงแยกพวกเรา We who inherit the earth ผูซึ่งเปนทายาทแหงโลกนี้ who cheer the new moon peaking through the womb ผูซึ่งคอยตอนรับพระจันทรที่ผันเปลี่ยน who admire the green leaves of summer turning to lustrous reds and yellows ผูซึ่งชื่นชมไมใบเขียวแหงหนารอนแปรเปลี่ยนไปเปนสีแดงและเหลืองอันสดใส who watch them fall to the ground cold, brown and stiff... ผูซึ่งคอยเฝาดูใบไมเหลานั้นรวงหลนลงดินและเปลี่ยนสภาพไป We who give birth to new life พวกเราผูสรางชีวิตใหม who are exhilarated by the sun rising พวกเราผูมีความเบิกบานกับอรุณรุง who are romanced by the sun setting พวกเราผูมีอารมณสุนทรียกับอาทิตยอัสดง who dream to the floating clouds... พวกเราผูวาดฝนไปกับปุยเมฆ We who have a passing mark on the future of the world พวกเราผูบันทึกรอยสูอนาคตของโลกแหงนี้ must have the same heart ตองมีหัวใจเปนหนึ่งเดียวกัน must have compassion for one another ตองมีความเห็นอกเห็นใจใหกัน must have respect for one another ตองใหเกียรติกัน must understand that though we have differences ตองเขาใจวาถึงแมพวกเราลวนแตกตางกัน
    • we all want the same things ตางก็มุงหวังในสิ่งเดียวกัน Nothing should divide us ไมควรจะมีอะไรจะมาแบงแยกพวกเรา We must overcome hate เราตองเอาชนะความเกลียด We must overcome violence เราตองเอาชนะความรุนแรง We must overcome greed เราตองเอาชนะความละโมบ We must overcome fighting เราตองเอาชนะการใชกําลัง We must overcome cruelty เราตองเอาชนะความทารุณโหดราย We must overcome all that tears people apart and concentrate on all that brings people together เราตองเอาชนะทุกสิ่งที่ทําใหเกิดการแตกแยก และมุงความสนใจไปยังสิ่งที่จะเชื่อมโยงพวกเรา เขาหากัน
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (4) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 กรกฎาคม 2006 17:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/39097 อานบทแรก, บทที่ 2 และบทที่ 3 กันมาแลว ก็มาถึงบทที่ 4 กันแลว นํามาฝากพรอมคําแปลเชน เคยคะ บทนี้กินใจดวยคํางายๆอีกเชนเคยคะ คนแปลก็ชอบอาน อานแลวอานอีกไดไมรูเบื่อ หวังวา จะแปลใหสื่อสารไดตรงกับสิ่งที่คุณ Susan Polis Schutz เธอตั้งใจเอาไวนะคะ ใสใจไวเต็มเปยม เลย The Fight การตอสู The heart wants to love yet we hate หัวใจตองการที่จะรักแตเราก็ยังมีความเกลียดชัง The heart wants to understand yet we are confused หัวใจตองการที่จะเขาอกเขาใจแตเราก็ยังสับสน The heart wants equality yet we try to dominate one another หัวใจตองการความเทาเทียมแตเราก็ยังพยายามจะควบคุมครอบงํากันและกัน The heart wants peace yet we fight หัวใจตองการสันติภาพแตเราก็ยังมีการตอสูกัน The heart wants to give yet we are greedy หัวใจตองการที่จะใหแตเราก็ยังมีความโลภ The heart wants to help yet we destroy หัวใจตองการที่จะเกื้อกูลแตเราก็ยังทําลายลางกัน The heart wants to care yet we are insensitive หัวใจตองการที่จะเอาใจใสดูแลแตเราก็ยังมีความไมใสใจ If only the heart were a little stronger ถาเพียงแตหัวใจจะเขมแข็งขึ้นอีกสักนิด... ซึ้งไหมคะ เปนทอนนึงที่อานแลว ก็ตองอานซํ้า แลวถามตัวเองวา.....ทําไม
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (5) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 17 กรกฎาคม 2006 18:21 น. http://www.gotoknow.org/posts/39284 อานบทแรก, บทที่ 2, บทที่ 3 และบทที่ 4 กันแลว บันทึกนี้จึงเปนบทที่ 5 นํามาฝากพรอมคํา แปลเชนเคยคะ บทนี้คุณ Susan Polis Schutz เธอคงตองการสื่อสารถึงทุกคนโดยใชเพศหญิงเปน ตัวแทนกินใจดวยคํางายๆอีกเชนเคยคะ We Know Better, All Women Are One เรารูดีกวาวาหญิงทุกคนคือหนึ่งเดียวกัน I am a woman like you are ฉันเปนผูหญิงเชนเดียวกับคุณ I am a mother like you are ฉันเปนแมเฉกเชนที่คุณเปน I am a worker like you are ฉันเปนคนทํางานเหมือนที่คุณเปน I am an inamorata like you are ฉันเปนสุดที่รักเหมือนคุณเชนกัน Yet because you live there and I live here or because your appearance or lifestyle is different from mine แตทวาเพราะคุณอยูตรงนั้นและฉันอยูตรงนี้ หรือเพราะการมีรูปลักษณและวิถีชีวิตที่ ไมเหมือนกันของเรา people tell us we are not alike ผูคนบอกพวกเราวาเราไมเหมือนกัน But we can see the differences in each other's beliefs แตเรารับรูไดถึงความแตกตางในความเชื่อของแตละคน because our intrinsic ideals are the same เพราะอุดมการณเนื้อแทของเราเหมือนกัน People tell us we are not alike but we know better ผูคนบอกเราวา พวกเราลวนแตกตาง แตเรารูดียิ่งกวา วา We are all one พวกเราทุกคนคือหนึ่งเดียวกัน ตรงวรรคที่อ.กานดาทักมา คิดอยูกอนแลวคะ แตสองจิตสองใจ ตอนนี้มีคนมาชวยยืนยัน เลย
    • เปลี่ยนเปนตามที่ทักมาแลวคะ ขอบคุณมากๆเลย ถาหากทานอื่นๆมีความเห็นแตกตาง หรือ อยากแลกเปลี่ยนเรียนรูวา ทําไมจึงแปลอยางที่เห็นก็เขียนกันมาไดนะคะ เราจะไดแลกเปลี่ยน ความรูกันและชวยกันทําใหบทกลอนนี้งดงามไดใกลเคียงกับตนฉบับมากที่สุด
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (6) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 กรกฎาคม 2006 22:14 น. http://www.gotoknow.org/posts/39546 ถึงบันทึกนี้ก็เปนบทที่ 6 แลวคะ สวน บทแรก , บทที่ 2 , บทที่ 3, บทที่ 4 และ บทที่ 5 ตามไปดู ไดโดยคลิกที่แตละบทที่ขีดเสนใตอยูนะคะ นํามาฝากพรอมคําแปลเชนเคยคะ ปกติอานบทกลอน ของคุณ Susan Polis Schutz ทีไรก็มีความสุขทุกทีอยูแลว พอตั้งใจวาจะแปลดวยแลว ก็ทําใหรูสึก มีความสุขเปนการพักผอนจากงานหนักที่ทําอยูจริงๆคะ Celebrate All That Binds Us Together สรรเสริญสรรพสิ่งที่ผูกพันเราไวดวยกัน Celebrate the budding flowers the clear blue sky the deep green forests the perfect full moon the twinkling stars สรรเสริญดอกไมผลิ ฟาครามสดใส ปาทึบเขียวขจี พระจันทรวันเพ็ญ ดวงดาว ระยิบระยับ Celebrate the miracle of a baby the optimism of children the laughter of adolescents the responsibility of adults the wisdom of our elders สรรเสริญความอัศจรรยแหงทารก ความเบิกบานของเด็กๆ เสียงหัวเราะของคนหนุม สาว ความรับผิดชอบของผูใหญ ภูมิปญญาของผูเฒา Celebrate the love in our hearts the spirit in our souls the health of our bodies สรรเสริญความรักในหัวใจของพวกเรา พลังแหงจิตวิญญาณของเรา ความสมบูรณ แข็งแรงของรางกายเรา Celebrate all that binds us together as one สรรเสริญทุกสรรพสิ่งที่เกี่ยวรอยพวกเราไวดวยกัน
    • เปนหนึ่งเดียว วันนี้ไดใชเวลาพิจารณาสรรพสิ่งสวยงามเหลานี้กันหรือยังคะ
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (7) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 กรกฎาคม 2006 19:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/39677 เดินทางมาถึงบทที่ 7 กันแลวนะคะ เอา 2 หัวขอมาแปลในบทเดียวกันนี้เลย เพราะชอบบทหลังคะ แตก็ไมอยากขามบทแรกไป ตอจาก บทที่ 1 , บทที่ 2 , บทที่ 3, บทที่ 4, บทที่ 5 และบทที่ 6 ใครเพิ่งเริ่มอานที่บทนี้แลวชอบใจ ตามไปดูไดโดยคลิกที่แตละบทที่ขีดเสนใตอยูนะคะ นํามาฝาก พรอมคําแปลเชนเคยคะ บทนี้นาจะโดนใจพวกเราหลายๆคน Love Is the Soul of Hearts ความรักคือวิญญาณแหงหัวใจ Love is the meaning of poetry the inspiration of dreams the passion of dance the music of songs ความรักคือความหมายของบทกวี คือแรงดลใจแหงฝน คืออารมณแหงการรายรํา คือสําเนียงเสนาะแหงเสียงเพลง Love is the spirit of souls the emotion of hearts ความรักคือกําลังใจแหงจิตวิญญาณ คืออารมณแหงหัวใจ Love is the poetry of dreams the dance of songs and the soul of hearts ความรักคือบทกวีแหงฝน คือการรายรําแหงเสียงเพลง และเปนพลังแหงหัวใจ Love ความรัก Love is ความรักคือ being happy for the other person when that person is happy การมีความสุขกับใครคนนั้นเมื่อเขามีความสุข being sad for the other person
    • when that person is sad เศราโศกกับใครคนนั้นเมื่อเขามีทุกข being together in good times and being together in bad times อยูเคียงขางเสมอไมวายามดีหรือราย Love is ความรักคือ the source of strength แหลงแหงพลังความเขมแข็ง Love is ความรักคือ being honest with yourself at all times การซื่อสัตยตอตนเองเสมอทุกเมื่อ being honest with the other person at all times การซื่อสัตยตอใครคนนั้นตลอดเวลา telling, listening, respecting the truth and never pretending บอกเลาเรื่องราว รับฟง เคารพความจริงและไมเสแสรง Love is the source of reality ความรักคือตนกําเนิดของความแทจริง Love is ความรักคือ an understanding so complete that you feel as if you are a part of the other person ความเขาอกเขาใจอยางเต็มเปยมจนกระทั่งทานรูสึกเหมือนเปนสวนหนึ่งของใครคน นั้น accepting that person just the way he or she is and not trying to change each other to be something else การยอมรับใครคนนั้นในแบบที่เขาเปน โดยไมพยายามเปลี่ยนเขาใหเปนแบบอื่น Love is the source of unity ความรักคือตนกําเนิดของความเปนเอกภาพ Love is ความรักคือ the freedom to pursue your own desires while sharing your experiences with the other person อิสรภาพที่จะทําตามความปรารถนาของตนไปพรอมกับการแบงปนประสบการณที่ ไดกับใครคนนั้น the growth of one individual alongside of and together with the growth of another individual การเติบโตของคนคนหนึ่งคูขนานและไปดวยกันกับความเติบโตของใครอีกคน Love is the source of success ความรักคือตนกําเนิดแหงความสําเร็จ Love is ความรักคือ the excitement of planning things together ความกระตือรือรนที่จะวางแผนอะไรรวมกัน
    • the excitement of doing things together ความกระตือรือรนที่จะทําอะไรรวมกัน Love is the source of the future ความรักคือตนกําเนิดแหงอนาคต Love is ความรักคือ the fury of the storm the calm in the rainbow ความคลุมคลั่งของพายุ ความสงบเงียบของสายรุง Love is the source of passion ความรักคือตนกําเนิดแหงความรักใคร Love is ความรักคือ giving and taking in a daily situation การใหและการรับในชีวิตประจําวัน being patient with each other's needs and desires ความอดทนตอความตองการและความปรารถนาของกันและกัน Love is the source of sharing ความรักคือตนกําเนิดแหงการแบงปน Love is ความรักคือ knowing that the other person will always be with you regardless of what happens รูวาใครคนนั้นจะอยูเคียงขางทานเสมอไมวาจะเกิดอะไรขึ้น missing the other person when he or she is away but remaining near in heart at all times คิดถึงใครคนนั้นเมื่อตองหางกัน แตมีเขาอยูคูใจเสมอตลอดเวลา Love is the source of security ความรักคือตนกําเนิดแหงความมั่นคง Love is the source of life ความรักคือตนกําเนิดแหงชีวิต เรามาใหความรักกับคนรอบขางกันเถิดคะ
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (8) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 กรกฎาคม 2006 23:28 น. http://www.gotoknow.org/posts/39945 บทของวันนี้ อานแลวคิดถึง คุณจตุพร ผูที่มีบทบาทในกระบวนการสรางเด็กคุณภาพใหเมืองไทย โดยไมตองเปนคุณพอคุณแม ขอความในบทกลอนเปนเรื่องธรรมดาที่ถาหากเราทําได จะเกิดผลที่มี คามหาศาลตออนาคตของโลกคะ เอามาฝากพรอมคําแปลเชนเคยคะ All Mothers Are Sisters, All Fathers Are Brothers มวลหมูพอแมนั้นหรือคือพี่นองกัน and All Children Are One และเด็กๆทั้งหลายนั้นคือหนึ่งเดียว When you interact with children you must always keep in mind that everything you do and say has an enormous impact on their lives เมื่อปฏิสัมพันธกับเด็ก ตองคิดเสมอวาทุกสิ่งทุกอยางที่เราทําหรือพูดมีอิทธิพลอยางมหาศาล กับชีวิตของพวกเขา If you treat children with love and respect it will be easier for them to love and respect themselves and others หากเราปฏิบัติตอเด็กๆดวยความรักและใหเกียรติ ก็จะเปนการงายตอพวกเขาที่จะรักและให เกียรติตนเองและผูอื่น If you treat children with freedom and honesty it will be easier for them to develop confidence in their abilities to make decisions หากเราใหอิสระและความจริงใจกับเด็กๆ ก็จะเปนการงายตอพวกเขาที่จะสรางความเชื่อมั่นใน ความสามารถของตัวเองที่จะตัดสินใจ If you treat children with intelligence and sensitivity
    • it will be easier for them to understand the world หากเราปฏิบัติตอเด็กๆดวยปญญาและความละเอียดออนก็จะเปนการงายตอพวกเขาที่จะเขาใจ ความเปนไปในโลก If you treat children with happiness, kindness and gentleness it will be easier for them to develop into adults capable of enjoying all the beautiful things in life หากเราปฏิบัติตอเด็กๆดวยความสุข ความเมตตาและความออนโยนก็จะเปนการงายตอพวก เขาที่จะเติบโตไปเปนผูใหญที่สามารถมีความสุขกับสิ่งสวยงามทั้งหลายในชีวิต สําหรับทานที่ตองการตามอานตนฉบับจริงของคุณ Susan Polis Schutz ก็ตามไปไดที่ Online Edition of One World, One Heart เลยคะ มีรูปตัวหนังสือสวยๆใหดูดวยคะ สวนคําแปลสําหรับ บทกอนหนานี้ก็ติดตามไดที่ link ตอไปนี้นะคะ บทที่ 1, บทที่ 2, บทที่ 3, บทที่ 4, บทที่ 5, บทที่ 6 และ บทที่ 7
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (9) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 กรกฎาคม 2006 23:20 น. http://www.gotoknow.org/posts/40180 บทกลอนวันนี้เอาไวเตือนใจเราเวลาเกิดขอขัดแยงคะ แปลมาเรื่อยๆตามลําดับของตนฉบับจริงที่ Online Edition of One World, One Heart ยังมีอีกประมาณ 4-5 บทคะ ลวนแลวแตโดนใจ ใคร อยากเห็นความสวยงามของตนฉบับก็คลิกเขาไปดูไดจาก link บนชื่อเลยคะ สวนบทแปลกอนหนานี้ ก็ตามอานไดที่ link แตละบทไดเลยนะคะ บทที่ 1, บทที่ 2, บทที่ 3, บทที่ 4, บทที่ 5, บทที่ 6, บทที่ 7 และ บทที่ 8 We Must Learn to Understand One Another พวกเราตองเรียนรูที่จะเขาใจซึ่งกันและกัน Conflicts always occur มีความขัดแยงเกิดขึ้นเสมอ It is in the resolution of conflicts that human beings stand out วิธีการที่เราแกปญหาความขัดแยงนี่แหละที่ทําใหความเปนมนุษยโดดเดนขึ้นมา Every conflict can and should be calmed by talking about and understanding one another's needs and by acting with compassion to solve the differences ทุกขอขัดแยงสามารถและควรที่จะทําใหสงบลงดวยการสนทนาและทําความเขาใจ ความตองการของกันและกัน และดวยการกระทําอยางเห็นอกเห็นใจกันเพื่อจะแกไข ขอแตกตางเหลานั้น This is how all people should get along นี่คือวิธีการที่ทุกคนควรใชในการอยูรวมกัน This is how we must get along นี่คือวิธีการที่พวกเราตองใชในการอยูรวมกัน
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (10) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 กรกฎาคม 2006 23:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/40338 บทกลอนวันนี้พูดถึงสิ่งที่สําคัญที่สุดอยางหนึ่งของชีวิตคนเราเลยคะ นั่นคือเพื่อน ใครโชคดีมี"ตัว จริง" ก็อยาลืมรักษาเอาไวใหดี และหากจะใหดียิ่งกวาก็คือเปน"เพื่อนตัวจริง" ใหคนอื่นๆดวย ใครอยากเห็นความสวยงามของตนฉบับก็คลิกเขาไปดูไดที่ Online Edition of One World, One Heart นะคะ สวนบทแปลกอนหนานี้ ก็ตามอานไดที่ link แตละบทไดเลยคะ บทที่ 1 , บทที่ 2 , บทที่ 3, บทที่ 4, บทที่ 5, บทที่ 6, บทที่ 7, บทที่ 8 และ บทที่ 9 People are only complete when they have a true friend to understand them to share all their passions and sorrows with and to stand by them throughout their lives คนเราจะสมบูรณไดก็เมื่อมีเพื่อนแท ผูใหความเขาใจ เพื่อแลกเปลี่ยนทั้งความ สุขและความเศรา เพื่ออยูเคียงขางไปตลอดชีวิต friend is someone who is concerned with everything you do เพื่อน คือ ผูที่ใสใจกับทุกสิ่งทุกอยางที่เราทํา A friend is someone to call upon during good and bad times เพื่อน คือ ผูที่เราจะหันไปหาไดทั้งยามสุขและยามทุกข A friend is someone who understands whatever you do
    • เพื่อน คือ ผูที่เขาใจในทุกสิ่งทุกอยางที่เราทํา A friend is someone who tells you the truth about yourself เพื่อน คือ ผูที่พูดความจริงเกี่ยวกับตัวเรา A friend is someone who knows what you are going through at all times เพื่อน คือ ผูซึ่งรูอยูเสมอวาเราตองเผชิญกับอะไร A friend is someone who does not compete with you เพื่อน คือ ผูที่ไมแขงขันกับเรา A friend is someone who is genuinely happy for you when things go well เพื่อนคือ ผูมีความสุขอยางจริงใจกับเราเมื่อเราประสบความสําเร็จ A friend is someone who tries to cheer you up when things don't go well เพื่อนคือ ผู◌คอยปลอบใจเมื่อมีเหตุผิดพลาด A friend is an extension of yourself without which you are not complete เพื่อนคือ ภาคพิเศษของตัวเราที่หากขาดไปแลวเราก็จะไมเต็ม สมบูรณ
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (11) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 23 กรกฎาคม 2006 19:24 น. http://www.gotoknow.org/posts/40456 และแลวก็มาถึงบทกอนสุดทายแลวคะ บทนี้แปลไปก็คิดถึงผูชวยทั้งหลายเชน คุณ Handy, อ.กานดา, คุณขจิต อยากใหชวยตรวจตราแตงเติมดวยนะคะ เพราะชอบความในตนฉบับ แตหา คําภาษาเราที่ธรรมดาแตสื่อความหมายยากจังคะ หนุมฝรั่งขี้นกขางตัวก็ชวยตรวจสอบความได แต หาคํามาใชไดตลกเกินกวาแมจะยอมรับไดคะ ตัวเขาเองก็ขํา อยากเห็นความสวยงามของตนฉบับก็คลิกเขาไปดูไดที่ Online Edition of One World, One Heart นะคะ สวนบทแปลกอนหนานี้ ก็ตามอานไดที่ link แตละบทไดเลยคะ บทที่ 1 , บทที่ 2 , บท ที่ 3, บทที่ 4, บทที่ 5, บทที่ 6, บทที่ 7, บทที่ 8, บทที่ 9 และ บทที 10 Music transcends barriers among people เสียงดนตรีนั้นอยูเหนือพรมแดนในหมูชน Slow, soft songs eyes are sad and misty เพลงชานุมนวล ทําใหดวงตาเศราโศก พรามัว Fast songs eyes are sparkling เพลงสนุกสนานเรงรอนทําใหตาเปนประกาย Old familiar songs eyes are dreamy เพลงเกาที่คุนเคยทําใหตาลอยเพอฝน Witty songs eyes are laughing เพลงเฉียบคมเรียกเสียงหัวเราะได Religious songs eyes are wistful เพลงทางศาสนาทําใหใครครวญ When listening to our own music we are all one เมื่อฟงเพลงของเราเอง เราทั้งหลายคือหนึ่งเดียว
    • Let Everyone Sing in Harmony มารวมกันรองเพลงดวยความปรองดอง I see the hurt in your eyes ฉันเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของคุณ I see the joy in your eyes ฉันเห็นความรื่นรมยในดวงตาของคุณ I see the fear in your eyes ฉันเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของคุณ We have the same laughter and tears พวกเราลวนมีเสียงหัวเราะและนํ้าตาเหมือนๆกัน I smell the beautiful rose ฉันสัมผัสกลิ่นแหงกุหลาบงาม I smell the crisp, clear air ฉันสัมผัสไดถึงบรรยากาศสะอาดสดใส I smell the autumn leaves ฉันสูดกลิ่นของใบไมในฤดูใบไมรวง Nature's magnificent aromas are the same all over the world ความหอมที่มหัศจรรยแหงธรรมชาติลวนเหมือนกันไปทั่วโลก I hear the songs of birds ฉันสดับเสียงนกรองเพลง I hear the violins in the symphony ฉันไดยินเสียงไวโอลินในวงซิมโฟนี I hear the solitude of death ฉันไดยินความวังเวงแหงการสิ้นชีวิต I hear the laughter of children playing ฉันไดยินเสียงหัวเราะของเด็กๆยามเริงเลน We all listen to the same sounds พวกเราลวนสดับฟงเสียงเดียวกัน
    • One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และ รักตัวเอง โปรดอานคะ (12-Final) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 24 กรกฎาคม 2006 19:27 น. http://www.gotoknow.org/posts/40672 ถึงบทสุดทายของบทกลอนอันงดงามของคุณ Susan Polis Schutz กันแลว ขอยํ้าวาเธอเปนผูหญิงที่ มีพรสวรรคในการแตงกลอนดวยถอยคําที่กินใจเปนอยางยิ่ง ดวยภาษางายๆไมมีศัพทแสงอะไรให ตองเปด dictionary ใครอยากเรียนภาษาอังกฤษแลวไดอรรถรสของความงดงามของภาษาก็ตามไป อานบทกลอนของเธอได ตาม link ที่ชื่อเธอเลยคะ สําหรับบทกลอน Online Edition of One World, One Heart ของเธอ ตนฉบับในหนาเว็บไซคนี้ ใชสีสันและตัวอักษรที่สวยงาม อยาลืมเขาไปเยี่ยมชมนะคะ สวนบทแปลกอนหนานี้ ก็ตามอานไดที่ link แตละบทไดเลยคะ บทที่ 1 , บทที่ 2 , บทที่ 3, บทที่ 4, บทที่ 5, บทที่ 6, บทที่ 7, บทที่ 8, บทที่ 9, บทที 10 และ บทที่ 11 All Hearts Must Be One ทุกหัวใจตองหลอมรวมเปนหนึ่งเดียว Everyone has the same emotions ทุกคนมีอารมณเชนเดียวกัน Everyone has the same feelings ทุกคนมีความรูสึกเหมือนๆกัน Everyone has the same desires ทุกคนมีความปรารถนาไมแตกตางกัน No matter where we live or what we believe in ไมวาเราจะอยูแหงไหนหรือมีความเชื่ออยางไร all hearts must be one ทุกหัวใจตองรวมเปนหนึ่งเดียว We must make the world a place where เราตองทําใหโลกเปนสถานที่ซึ่ง love dominates our hearts ความรักครอบครองหัวใจของเรา nature sets the standard for beauty ธรรมชาติคือมาตรฐานของความงดงาม simplicity and honesty are
    • the essence of our relationships ความเรียบงายและซื่อตรงคือแกนแทของความสัมพันธ kindness guides our actions ความเมตตากรุณาเปนเครื่องชี้นําการกระทําของเรา and everyone respects one another และทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน
    • เอาอาหารสมอง-Food for thought มาฝากคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 กรกฎาคม 2006 20:28 น. http://www.gotoknow.org/posts/41042 หลังจากแปลบทกลอน One World, One Heart จบไปแลว ก็รูสึกคิดถึงการแปลเสียแลวคะ เปนงานที่ทําใหไดรูสึกพักผอนอยางหนึ่ง เพราะทําใหไดอานอะไรดีๆ แลวก็มีความทาทายวา เราจะถายทอดสิ่งที่เราเขาใจออกมาเปนภาษาไทยของเราไดใกลที่สุดแคไหน เพราะมีความ มากมายที่อานแลวเขาใจ แตคิดไมออกเลยวาจะแปลเปนไทยไดอยางไรใหเขาใจ แตตอนนี้รู แลววา มี"เพื่อนคูคิด มิตรคูเรือน"อยาง คุณ Handy , อ.กานดา , คุณขจิต และนาจะมีอีก หลายๆทานที่ยังไมไดเผยตัว คอยชวยอาน ชวยปรับ ชวยแก หากผิดพลาดหรือเพี้ยนไป ถือเปน การไดแลกเปลี่ยนเรียนรูภาษา และเปนการขัดเกลาความรู ความคิดไปกับสิ่งดีๆที่นํามาแปล วันละนิด วันละหนอยดวย สิ่งที่เอามาฝากวันนี้ มากับ forward mail ทั้งหลายแหลคะ สวนมากจะไมมีอะไรใหอางอิง ก็ไดแตสง ความขอบคุณดวยใจ ไปยังผูแตงที่สรางสรรคอะไรดีๆแบบนี้ไวใหโลกเรา เขียนไวไมนานก็มี "เพื่อนคูคิด มิตรคูเรือน" ที่ไมใกลไมไกลอยาง คุณ รัตติยา เขียวแปน มา ชวย แปลไดไพเราะเพราะพริ้งกวาอีกคะ ขอเอามาใสไวคูกันเลย ดวยตัวสีนํ้าเงินพื้นเหลืองนะคะ ชอบมากเลยคะ J A true friend is someone who reaches for your hand and touches your heart. เพื่อนแท คือผูมาคอยมาจับจูงมือทาน และ สัมผัสถึงจิตใจของทาน มิตรแท คือ ใครบางคน ที่คอยกุมมือคุณ ไว และเขาถึงจิตใจคุณ J Make yourself a better person and know who you are before you try and know someone else and expect them to know you. ทําตัวของทานใหเปนคนดียิ่งขึ้น และรูจักตัวตนของทานเองเสียกอนที่จะไปพยายามรูจัก ผูอื่น แลวคาดหวังจะใหพวกเขารูจักทาน จงทําตัวใหมีคุณคา และจงรูจักตัวคุณเองกอนที่จะพยายามเขาถึงคนอื่นและคาดหวังให ใครเขาใจคุณ J Don't cry because it is over, smile because it happened. อยารองไห เพราะเรื่องมันจบสิ้นแลว จงยิ้ม เพราะมันไดเกิดขึ้น อยาเสียนํ้าตาเพียงเพราะวาเหตุการณเหลานั้นไดผานมาแลว แตจงยิ้มสูเพราะมัน ไดอุบัติขึ้นแลว J To the world you may be one person, but to one person you may be the world. ทานอาจเปนเพียงคนหนึ่งคนในโลก แตสําหรับคนหนึ่งคนทานอาจเปนโลกทั้งโลกของ
    • เขา สําหรับโลกอันกวางใหญนี้ ทานอาจจะเปนแคปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง แตสําหรับคนพิเศษ คนนั้น คุณอาจจะเปนโลกทั้งใบของเขา ชิ้นสุดทายนี่ ทําใหคิดถึงใครไหมเอย.... ขอบคุณคุณรัตติยาเปนอยางยิ่ง ที่ชาง นําความงดงามของภาษาไทยเรามาใชไดดี จริงๆคะ อานเทียบดูแลว กลิ่นนมเนยในอันแรกหายไปเกลี้ยง ไมเหลือหรอเลยนะคะ เยี่ยมจริงๆคะ นับถือ นับถือ...
    • มี anagram สนุกๆมาใหลองคิดดูเลนๆคะ พรุงนี้ จะเฉลย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 กรกฎาคม 2006 23:43 น. http://www.gotoknow.org/posts/41222 Anagram คือเปลี่ยนการเรียงตัวอักษรแลวทําใหเกิดคําใหม เชน คําวา television ถาเราหาทาง เรียงคําใหม โดยใชตัวอักษรเทาเดิมนี้แหละ จะไดเปนคําวา it's one evil. ความหมาย"เจ็บ"ดีใชไหม คะ เอาอีกตัวอยางนึง คําวา paradise เรียงใหมไดเปนคําวา a despair ความหมายออกมาตรงกัน ขามเลย สนุกไหมคะ คราวนี้มาถึงคําสนุกๆ ใหหา anagram ของคําพวกนี้ ที่มีความหมายไปในทางเดียวกันหรือ สงเสริมกัน พรุงนี้จะมาเติมเฉลยใหคะ ไมอยากใหยากไป เลยวางตําแหนงของตัวหนังสือบาง ตัวใหเปนการใบดวย Desperation: A rope --- -- Dormitory: ----- room Slot Machines: ---- lost in -- Eleven Plus Two: ------ plus --- เก็บมาฝากจาก http://www.jumbojoke.com/ ซึ่งเปนที่ที่เพื่อนฝรั่ง บอกมาคะ เฉลยอยูที่ความเห็นดานลางนะคะ
    • Anagram สนุกๆอีกทีคะ คิดเลนๆยามวางวัน หยุด โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 กรกฎาคม 2006 21:18 น. http://www.gotoknow.org/posts/41567 มาอีกทีคะ ชอบคํากลุมนี้ เห็นวาเปนคําที่เราจะไดใชในชีวิตประจําวันดวย ถาทํา anagram ชุดนี้แลว จะจําศัพทไดดีดวยคะ The Morse Code: ---- ---- dots Mother-In-Law: ----- Hitler A Decimal Point: I'm a --- in ----- The Earthquakes: That ----- shake Animosity: -- no ----- ใสคําใบไวใหดวย เผื่อจะไดไมตองคิดนานเกินไปคะ จะมาเฉลยไนวันตอๆ ไปนะคะ เฉลยมาแลว อยูที่ขอคิดเห็นดานลางคะ
    • เสียงทักถึงคุณครูสอนภาษาอังกฤษเด็กประถม คะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 สิงหาคม 2006 22:40 น. http://www.gotoknow.org/posts/42404 นองฟุงฝากมาบอก คุณครูที่สอนภาษาอังกฤษ หลังจากที่คุณแมสนใจขอสอบภาษาอังกฤษของ นองฟุง มีคําเกี่ยวกับอาชีพตางๆ แลวมีคํา◌วา plumbers คุณแมอยากทราบวาคุณครูอานวาอะไร นองฟุงบอกวาคุณครูอานไมถูกหรอก แตฟุงขี้เกียจพูด คุณครูอานวา พลัมเบอ คุณครูอาน climbers วาคลามเบอ ดวย คุณแมบอกนองฟุงวาตอนนี้มีคุณครูสอนภาษาอังกฤษสนใจอานบล็อกกันเยอะ แลว ถาฟุงมาชวยบอก ชวยทัก คุณครูพูดถูกมากขึ้นๆ เด็กๆไทยก็จะไดประโยชน คราวนี้นองฟุงเลย มีคํามาบอกเยอะแยะ จนคุณแมจดแทบไมทันเลยคะ เอาชุดแรกที่เปนอาชีพกอนนะคะ Plumbers, climber เปนคําที่ไดยินคนออกเสียงผิดบอยมากคะ ตองออกเสียง ไมมี b เลยคะ เปน พลัมเมอ ไคลเมอ Secretary: คํานี้คุณแมก็โดนลูกขํามาเรียบรอยแลวคะ เพราะอานวา ซีเคร็ด ทารี่ ตองอานวา เซค เครท แทรี่ นะคะ ก็คือเนนเสียงที่พยางคแรก Firefighter: ไมอานวา ฟาย ไฟเตอ ใหอานวา ฟาย เออ ไฟเตอ Carpenter: คุณครูชอบอานยํ้าผิดที่เปน ขาเพนเทอ ตองอานวา คาเพนเตอ Exercise instructor: คุณครูชอบอานตัวแรกไมมีหางเสียง s เปนเอกเซอซาย ตองอานวา เ◌อกเซอซายส อินสตรัคเตอ โดยออกเสียง s หลังคํ่าวาเอกเซอซายดวย นองฟุงเปดสมุดตัวเอง หาคําที่คุณครูอานแปลกๆมาบอกจนคุณแมตองบอกวา พอกอนนะลูก เตี๋ยวจดๆเอาไวคราวหนาบาง พี่เหนนก็เริ่มมาเสริมขบวนคะ สงสัยเราจะไดอานบัญชีหางวาว คําที่ คุณครูตองระวังกันซะแลว คุณแมคงตองเปลี่ยนจากกระดาษเปนสมุดจดแทนแลวคะ
    • คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุงคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 สิงหาคม 2006 22:04 น. http://www.gotoknow.org/posts/42666 นองฟุงไดอานความเห็นใน บันทึกที่แลว ทาทางดีใจและตั้งหนาตั้งตาจะหาคํามาบอกใหญเลยคะ ทําใหคุณแมดีใจไปดวย เพราะหลังๆนองฟุงทาทางทอแทกับการอานภาษาอังกฤษแบบที่ตัวเองอาน อยู ก็เลยอานแบบไทยๆเสียเลยเวลาตองอาน เพื่อใหคนอื่นเขาใจ คุณแมตองพยายามยํ้าวาใหฟุ งอานแบบที่ตัวเองรูวาฝรั่งเขาอานกันนั้นแหละดีแลว แลวก็มา ชวยกันบอกเลาใหคนอื่นพูด แบบที่ฝรั่งเขาพูดกันจริงๆ จะได win-win กันทั้งสองฝายจะดีกวา เห็นวาการบอกคําแปลไวดวย คงมีประโยชนมากขึ้นดังที่ คุณรัตติยา เสนอเพื่อนองฟาง ก็ เลยรวมเอาคําเดิมจากบันทึกที่แลวมารวมกันไวตรงนี้ดวยอีกทีคะ เชื่อวานองฟุงคงหามาบอก ไดเรื่อยๆ เพราะเห็นแลววามีประโยชนกับคนอื่น ถามีเวลามากขึ้นก็คงจะไดเขียนในบล็อกของ ฟุงเองไดเองเลย ตอนนี้การบานเยอะมาก ไมมีเวลาคะเลยฝากคุณแมเปนกระบอกเสียงใหกอน Plumbers, climber ตองออกเสียง ไมมี b เลยคะ เปน พลัมเมอ ไคลเมอ แปลวา ชาง ประปา, นักไต หรือไมเลื้อย Secretary: อยาอานวา ซีเคร็ด ทารี่ ตองอานวา เซค เครท แทรี่ (เนนเสียงที่พยางค แรก) แปลวา เลขานุการ Fire fighter: ไมอานวา ฟาย ไฟเตอ ใหอานวา ฟาย เออ ไฟเตอ (ออกเสียง "เออ" ไม ตองดังมากแตตองออกดวย หามหาย) แปลวา พนักงานดับเพลิง Carpenter: อยายํ้าผิดวา ขาเพนเทอ ตองอานวา คาเพนเตอ แปลวา ชางไม Exercise instructor: ตองอานวา เ◌อกเซอซายส อินสตรัคเตอ โดยออกเสียง s หลัง คํ่าวาเอกเซอซายดวย อยาออกวา เอกเซอซาย เฉยๆ แปลวา ผูฝกสอนการออกกําลัง กาย, ครูพละ Dinner: อยายํ้าผิดวา ดิ๊นเนอ อานวา ดินเนอ ธรรมดาๆก็พอ แปลวา อาหารเย็น homework: ก็ออกเสียง โฮมเวิค ธรรมดาๆก็พออยาไปยํ้าวา โฮม เวิค แปลวา การบาน cartoon: ก็ออกเสียง คาทูน ธรรมดาๆเลย คือเทากันทั้งสองพยางค ไมยํ้าพยางคไหน แปลวา การตูน ขอบคุณทานผูอานที่อุตสาหเขียนความคิดเห็นมาในบันทึกที่แลวเปนอยางมากคะ เพราะเปน แรงกระตุนที่ดีมากตอนองฟุง ใหเห็นวาการกระทําเล็กๆนี้มีคนเห็นวามีประโยชน เขาสามารถ เปนผูใหไดแมจะอายุแค 9 ขวบ
    • อันเนื่องมาจากความประทับใจในความ รัก...ของเพื่อน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 5 สิงหาคม 2006 23:54 น. http://www.gotoknow.org/posts/42902 เขียนบันทึกเลาเรื่องความประทับใจที่ไดรับในวันนี้ จากงานวันปดกีฬาสีของเชาวพยา-ธิไปแลว ก็ ทําใหนึกถึงกลอนบทนี้ของคนโปรด จึงขอนํามาฝากใหครบสูตรพรอมคําแปลคะ ใครอยากชวย ตอยอดแตงเติมบทแปลก็ยินดีนะคะ เธอบอกไววา Love is the only true freedom. It lets us cast off our false exteriors and be our real selves. ความรักคืออิสระภาพที่แทจริงหนึ่งเดียวเทานั้น ที่ทําใหเราสลัดเปลือกนอกอันแปลกปลอมและเปนตัวตนที่แทของเรา ลึกซึ้งและสื่อสารดีไหมคะ
    • "เอาสีขางเขาถู"....ไมไดวาใครคะ แตมาตอบคํา ถาม โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 8 สิงหาคม 2006 22:26 น. http://www.gotoknow.org/posts/43491 วันกอนไดรับการบานจากคุณพี่ทานหนึ่ง ถามวา " เอาสีขางเขาถู " ภาษาอังกฤษจะแปลวาอะไร คิดอยูนานมากเลยคะ แตติดอยูในหัว ตองหาคําตอบใหได ปรากฎวา ไปไดมาจาก หนังสือ "พจนานุกรมไทย-อังกฤษ" ของ 2 ผูทรงคุณวุฒินี่เองคะ เลมนี้เพิ่งไดมาเมื่องานสัปดาหหนังสือฯที่คณะแพทยของเรานี่เอง ไมมีคํานี้หรอกนะคะ แตคิดวาใกล เคียงที่สุด คือ นาจะเปน " unreasonably argumentative " หากมีทานใดจะชวยตอยอด หรือ คิดภาษิตฝรั่งที่ตรงกันไดบาง ก็รบกวนดวยนะคะ
    • ประสบการณในการ present งานภาษาอังกฤษ ใหฝรั่งฟง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 สิงหาคม 2006 22:35 น. http://www.gotoknow.org/posts/44693 อาน บันทึกของอ.วิจารณ เลาเรื่องเพื่อนๆคุยถึงความหลัง สมัยไปเมืองนอกใหมๆ และปญหา เกี่ยวกับการพูดแลว ติดใจที่อ.หมอวลีเขียนเลาถึงตอนที่ตอง present งานจากการอาน papers แลวเอามาพูด ซึ่งซอมมาอยางดี แตเวลา present โดนอาจารยบอกใหไปตะโกนมาจากหลังหอง เพราะพูดเสียงเบาไป เหมือนมาบนอะไรใหคนฟงฟง ทําใหระลึกถึงอาจารยที่ปรึกษาที่แสนดีของตัวเอง คือ Professor Roger Taylor ทานเปน cardiologist ที่เกษียณแลว จําไดวาครั้งแรกที่ตอง present ในงานประชุมวิชาการประจําปของ ภาควิชา Medicine อาจารยขอใหซอมพูดใหฟง พรอมทั้ง slide Power Point พออาปากพูดไปได แค slide ที่หนึ่ง ก็โดนอาจารยดุทันทีดวยเสียงอันดังวา "Anothai you have to speak louder and stronger. People have trouble with your accent because you're not a native speaker so you have to speak clearly and loudly" แลวอาจารยก็แสดงใหดูทันทีดวย ทาทางแข็งขัน และเสียงดัง จนถึงบัดนี้ยังจําไดไมลืมเลยคะ ทุกครั้งที่จะตองไปพูดภาษาอังกฤษ ตอหนาที่ประชุม ก็จะพยายามพูดใหเสียงดังที่สุดเทาที่จะทําได ตองลืมความสงบสํารวม เรียบรอยแบบไทยๆของเราไปเลย อาจารยสอนเทคนิคใหดวยวา ใหพูดชาๆ และพูดประโยคไมยาวมาก ใชวิธีใหภาพบรรยายความ มากกวาการอธิบายเปนคําพูด แตที่สําคัญที่สุดคือ "Clearly and Loudly"
    • ใครมีปญหา...ลองอานตรงนี้คะ อาจชวยได โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 15 สิงหาคม 2006 23:37 น. http://www.gotoknow.org/posts/44859 อานบันทึก คุณปญหาเอย... ของคุณ จันทรเมามาย แลว คิดถึงความรูสึกของตัวเองกาลครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งยังอยูระหวางทํา thesis อยูตางบานตางเมือง ใชวิธีหาหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยามาอาน เพื่อ จะชวยใหตัวเองหายเครียด แลวก็ไปได คําคม 2 ชิ้นนี้เอามาพิมพแปะไวหนาโตะ อันแรก เคยพูดถึงไปแลวที่บันทึกนี้ แตอันหลัง เหมาะกับสิ่งที่คุณจันทรเมามายกําลังพูดถึง และ รูสึกวามีอีกหลายๆทานก็เผชิญอยู จึงเอามาฝากทุกทานคะ เผื่อจะฉุกใจคิดอะไรได เหมือนที่เคยชวย ความรูสึกของตัวเองเอาไว จนรอดมาถึงทุกวันนี้ แปลความไดวา ทุกคนมีปญหา เปนปญหา หรืออยูกับปญหา มีปญหาเพียงไมกี่อยางเทานั้นที่รายแรงจริงๆ
    • ความรักจรรโลงโลก...ความจริงที่พิสูจนแลว โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 23 สิงหาคม 2006 00:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/45901 เหลือบไปเห็น Quote of the day วันนี้ใน บล็อกเรื่องเลาและเรื่องคุยจาก Lab Chem ของตัวเอง แลวอดจะนํามายํ้าเตือนกันอีกทีไมไดคะ Take away love and our earth is a tomb. Robert Browning แปลความไดวา หากลบความรักออกเสียแลว โลกของเราก็คือหลุมศพนั่นเอง คําวา "Take away" นี้ มีเรื่องเลาที่ติดใจ ทําใหแปลวาลบในที่นี้ ก็เพราะ เราไดรูวาเด็กประถม ออสซี่ เขาไมรูจัก plus กับ minus ที่ใชเวลาเรา บวก ลบ เลข เชน 5 - 3 เขาจะไมเขาใจ หากเรา อานวา Five minus three เขาจะอานวา Five take away three ...เขาใชกันวา add กับ take away คะ สวนคําวา tomb นั้นตองอานวา ทูม นะคะ (ทั้งๆที่ดูแลว อยากอานวา ทอม...เนาะ)
    • เราอานคําที่มี -ed ตอทายกันถูกหรือยัง ทดสอบกันหนอยดีไหมคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 สิงหาคม 2006 23:09 น. http://www.gotoknow.org/posts/46782 เคยเขียน บนถึงพิธีกรรายการเด็ก ที่อานคําที่เติม -ed ทั้งหลายเปน เอด หมดมาแลว วันนี้มี แบบฝกหัดมาทดสอบดูวา พวกเราอานกันถูกหรือยัง จะมีการอานออกเสียงได 3 แบบคือ 1. ออกเสียง d ตามที่เขาสะกด, 2. ออกเสียง เปน อิ้ด ตอทาย กับ 3. ออกเสียง t (อันนี้แหละคะที่ลําบากและตองจําสถานเดียว) ลองออกเสียงเองดูกอนนะคะ พรุงนี้จะมาเฉลยคะ เฉลยพรอมคําอธิบาย อานได ที่บันทึกนี้ คะ 1) played ออกเสียงวา เพล... 2) added ออกเสียงวา แอด... 3) delivered ออกเสียงวา ดีลิเวอ... 4) wanted ออกเสียงวา วอน... 5) washed ออกเสียงวา วอช.... 6) landed ออกเสียงวา แลน... 7) liked ออกเสียงวา ไล... ตองขอขอบคุณ Josef Essberger แหง http://EnglishClub.com สําหรับขอมูลคะ
    • หลักการจําวาจะออกเสียงคํากริยาที่ลงทาย ดวย -ed ใหถูกยังไง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 สิงหาคม 2006 23:17 น. http://www.gotoknow.org/posts/46962 เขียนเรื่องการออกเสียงคํากริยาที่ลงทายดวย -ed ใหลองทายแลว ก็เลยไดโอกาสบอกวิธีจําให สําหรับทานที่จะเอาไปสอนเด็กๆตอ ซึ่งเปนขอสรุปยอๆ จากตนตอที่ http://www.eslus.com/LESSONS/PRONUNCI/EDENDING/ED.HTM วา คําอธิบายก็คือ เสียง –ed นั้นไดรับอิทธิพลมาจากเสียงที่มาขางหนา ยํ้าวาขึ้นกับเสียง ไมใช ตัวอักษรนะคะ โดยแบงออกเปน 3 แบบคือ 1. เสียงที่ไมกอง ถาเปนแบบนี้จะออกเปนเสียง t เชน liked, washed 2. เสียงกอง ถาเปนแบบนี้จะออกเปนเสียง d เชน played, delivered 3. เสียงที่เกิดจากการเอาลิ้นมาชนฟน ถาเปนแบบนี้จะออกเปนเสียง -id หรือ -ed เชน added, wanted, landed และมีรายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งคํายกเวน ที่ http://www.englishclub.com/pronunciation/-ed.htm สําหรับตัวเอง ก็อยางที่บอกแหละคะวา ใชวิธีจําคําที่พูดบอยๆไว วา ออกเสียงเวลามี ed ตอ ทายวายังไง พอพูดถูกบอยๆก็จําไดเอง ถาครั้งไหนไมแนใจก็ตองลองกลับไปเช็คดูใน พจนานุกรม หรือคอยสังเกตและจําเวลาฝรั่งพูดเอาคะ
    • ใครนะชางเอามาบอก... คําแปลที่แทจริงของ thug กับ sin โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 สิงหาคม 2006 23:54 น. http://www.gotoknow.org/posts/46968 ไดรับเมล forward มาถึงคําแปลของ 2 คํานี้แลว อยากใหทานที่ยังไมทราบ ไดความรูใหมดวย คํา แรกนี้เปนคําที่ไมเคยใชและไมเคยรู สวนคําวา sin ที่แปลวาบาปนั้น พวกเราคงรูเหมือนๆกันทุกคน คะ รวมกันแลว ก็คิดเอาเองแลวกันนะคะ..วาจะบอกอะไร ขอแปลแบบ English to English นะคะ ใคร อยากรูภาคภาษาไทยใหไปเปดพจนานุกรมไทย-อังกฤษดูเอาไดคะ thug = An aggressive and violent young criminal sin = Violent and excited activity ขออนุญาตตัวเองและทุกทาน คิดไมดี ทําไมคอยดีสักทีคะ
    • คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุง...มาอีกแลวคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 31 สิงหาคม 2006 23:11 น. http://www.gotoknow.org/posts/47496 เหมือนที่เคยเขียนเลามาแลวเรื่อง นองฟุงกับภาษาอังกฤษของคุณครูไทย นองฟุงฟงคุณครู สอนภาษาอังกฤษมาสักพัก ก็เริ่มเขาใจแลววา คนไทยออกเสียงภาษาอังกฤษแปลกๆ นองฟุงรูแลว วา พูดภาษาอังกฤษแบบไทยๆเปนอยางไร จากที่ตอนแรกบนมากๆ ตอนนี้เริ่มไมบนแลว ยกเวนคํา ที่นองฟุงรูสึกวามันไมไหวจริงๆ วันนี้ คงสะดุดใจเปนพิเศษ จึงเอามาบอกใหคุณแมชวยเขียนอีก 3 คํา คุณแมแถมคําแปลใหดวย ตามที่คุณรัตติยาเคยขอไว และพี่เหนนขอใหคุณแมเพิ่มคําที่ตัวเองคางใจมาอีก 1 คําดวย รวม แลวก็เปนดังนี้คะ Octopuses: ปลาหมึก คุณครูอานวา ออกทอปพูเสส (นองฟุงมากํากับคําเขียนออกเสียงภาษาไทย ไวดวยคะ กลัวคุณแมถายทอดไมตรงกับที่ตัวเองตองการ) จริงๆควรจะอานวา ออกโทะพุสเสส centimeters: เซ็นติเมตร คุณครูอานวา เสนที้มิเทอ..ส (ออกเสียง เอสตอทายดวยนะครับ ฟุงบอก) จริงๆควรจะอานวา เซนทีมี้เทอ..ส squirt: ฉีด พน คุณครูอานวา สะเควียท จริงๆควรจะอานวา สเควิท flour: แปง คํานี้อานเหมือนกับคําวา flower ไดเลยคะ พวกเรามักจะออกเสียงคํานี้ไมถูกเหมือน กันคะ เห็นดวยกับพี่เหนนวาควรจะเอามาบอกตอดวย หวังวา เสียงที่นองฟุงกับพี่เหนนบอกจะใกลเคียงกับเสียงฝรั่งจริงๆ และคงเปนประโยชนบางนะ คะ
    • website นี้และ dictionary เลมนี้นาสนใจนะคะ ใครใชแลวเปนอยางไร บอกเลากันบางนะคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 กันยายน 2006 10:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/48805 อานบันทึกคุณขจิต แลวพบอางถึงพจนานุกรมเลมนี้ English by Example A Dictionary of English Collocations with Thai Translations ฟงชื่อแลวสนใจ ยังไมเคยเห็นคะ เดี๋ยวตองไปลองหาดูวา ภายในเปนอยางไร แตพอไปอานที่ เว็บไซตของคุณวงศ วรรธนพิเชฐ แลวก็ดูนาเชื่อถือดีคะ มีขอมูลที่มีประโยชนกับคนที่ตองการศึกษา (อาจจะดูการคาไป สักนิด แตถาดีจริงก็นาสนับสนุนนะคะ) ใครใชแลว เอามาบอกเลาสูกันฟงบางนะคะ โดยเฉพาะคุณขจิต (ถาไมโดนหนังสือทับบาดเจ็บไป เสียแลว)
    • บทแปลของ Crazy English จากบันทึก"ใครไม ชอบภาษาอังกฤษอานตรงนี้คะ" โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 กันยายน 2006 15:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/49315 เสนหของ GotoKnow อยูตรงนี้ดวยนะคะ เขียนจนลืมไปแลว เพียงเพราะมีเรื่องอยากบอกเลา แต พอมีคนมาถาม เราก็สามารถมาเพิ่มเติมได แลวจะไมใหรัก GotoKnow และผูบริหารจัดการกับคน สรางสรรคขึ้นมาไดยังไง จริงไหมคะ ชาว GotoKnow บทความนี้เขาบอกวา ภาษาอังกฤษนี่เพี้ยนจัง (ขอแปล crazy วาเพี้ยนดีกวาบานะคะ เพราะจะ ไดเบาลงหนอย) โดย คุณ Richard Lederer เขามีเว็บไซตของตัวเองเลยนะคะ ที่นี่ เปนที่ที่ใคร ชอบภาษาสนุกไปหาอานไดคะ อานสนุก อาจจะหายเกลียดภาษาอังกฤษก็ไดนะคะ มาเขาเรื่อง แปลสิ่งที่เขาเขียนวาภาษาอังกฤษเพี้ยนยังไง ดีกวา (ขอแปลแบบเอาความ ไมใชคํา ตอคํานะคะ อานซํ้าดูอีกทีจากคําแปล ก็จะเขาใจดีขึ้นคะ) และจะขอ ตอความเห็นตัวเองไปดวย (อด ไมไดคะ เพราะบางคําก็นาแปลกจริงๆ คิดไดไงไมรู) Let’s face it: English is a crazy language. There is no egg in eggplant or ham in hamburger, neither apple nor pine in pineapple. English muffins were not invented in England or french fries in France. Sweetmeats are candies, while sweetbreads, which aren’t sweet, are meat. เริ่มแรก เขาบอกวา ยังไงก็ตองเจอ ยอมรับกันเถอะวา ภาษาอังกฤษนะเพี้ยน ดูซิไม เห็นมีไข (egg) ในคําวา eggplant (มะเขือยาว) แลวก็ไมมีทั้ง แอปเปล กับ ตนสน (pine) ในคําวา pineapple (สับปะรด) เลย นั่นสินะ ตั้งมาไดไงไมรู สวนขนมชื่อ English muffins ก็ไมไดคิดขึ้นที่อังกฤษซะดวย และมันฝรั่งทอด ที่เรียก วา French fries ก็ไมไดเกิดจากฝรั่งเศส แถมขนมที่เรียกวา sweetmeats ก็ไมใชเนื้อ (meat) แลว ขนมปงหวาน (sweetbreads- อันนี้ไมรูภาษาไทยเราเรียกวาอะไรนะคะ ) ก็ไมหวานสักหนอย We take English for granted. But if we explore its paradoxes, we find that quicksand can work slowly, boxing rings are square, and a guinea pig is neither from Guinea nor is it a pig. And why is it that writers write, but fingers don’t fing, grocers don’t groce, and hammers don’t ham? If the plural of tooth is teeth, why isn’t the plural of booth beeth? One goose, 2 geese. So, one moose, 2 meese? One index, two indices? Is cheese the plural of choose?
    • If teachers taught, why didn’t preachers praught? If a vegetarian eats vegetables, what does a humanitarian eat? เขาบอกวา พวกเราไมไดคิดใหลึกๆอะไรเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ( เขาหมายถึงคนที่ พูดภาษาอังกฤษอยูเอง เหมือนเราก็มีหลายๆคํา ที่ถาคิดแลวจะมีคําที่ความหมาย แตละคําขัดแยงกับความหมายรวมๆ ) แตถาดูใหดีๆจะพบความขัดแยง อยางเชน ทรายดูด (quicksand) เนี่ยบางทีก็ดูดชาๆ, เวทีมวยที่เรียกวา boxing rings ก็เปน สี่เหลี่ยมจตุรัสไมยักกะเปนวงกลม (ring) แลวสัตวที่เรียกวา Guinea pig ก็ไมไดมา จาก Guinea และไมใชหมู (pig) แลวทําไม writer ใช write แต finger (นิ้ว) ไมยักกะ fing, grocers ก็ไม groce, hammers ก็ไม ham ( ไมทราบมีคําแปลไหมนะคะ 3 คํานี้ นาจะเลนเสียงเฉยๆ ) แลวก็ถาพหูพจนของ tooth เปน teeth ทําไมของ booth ไมยัก กะใช beeth เหมือนอยางหาน goose กับ geese ก็ไมเห็นใชกับ moose (กวางชนิด หนึ่ง) วาเปน meese บาง ดรรชนีอันเดียว เรียกวา index มากกวาหนึ่ง ใช indices แลวอยางนี้ cheese ก็นาจะเปนพหูพจนของ choose สิ ( เขาประชดเลนคะ ) แลวถา คุณครู (teacher) สอนใชคําวา taught อยางนี้นักเทศน (preachers) ก็นาจะใช praught (ไมมีคําแปลคะ เคาลอคําเลน) ทีนี้ถามังสวิรัติ (vegetarian) กิน vegetables (ผัก) แลว humanitarian (คนใจบุญ) จะกินอะไร (เคาคงใหคิดวา ก็ตองกิน human- มนุษยไง เพราะลอกันกับ vegetarian) In what language do people recite at a play and play at a recital? Ship by truck and send cargo by ship? Have noses that run and feet that smell? Park on driveways and drive on parkways? How can a slim chance and a fat chance be the same, while a wise man and a wise guy are opposites? How can the weather be hot as hell one day an cold as hell another? คิดดูซิมีภาษาไหนที่ผูคน ทองบท (recite)ที่การแสดง (play) แตแสดง (play) ที่ recital (การแสดงเดี่ยว) เปนการลอคําเลนนั่นเองคะ สงของที่เรียกวา ship (เรือ) ก็ใช รถบรรทุก (truck) แตถาเปน cargo (ของเหมือนกัน แตมีคําวา car) กลับสงโดยเรือ (ship) มีจมูกที่วิ่งได (นํ้ามูกไหล เขาใชคําวา running nose) และมีเทาที่ดมได (เทามี กลิ่น เขาใชคําวา smelly feet ก็เหมือนเทามันดม -smell ได) จอดรถ (park) บน ทางเทา (แตเขาเรียก ทางขับ-driveways) แลวก็ขับ (drive) บนทางวิ่ง (ที่เขาเรียก parkways ตลกดีไหมคะ ที่มันกลับกัน) คําวา slim chance กับ fat chance แปลเหมือนกันวาโอกาสนอย แลว wise man (คน ฉลาด) กลับไมเหมือนกับ wise guy (คนเจาเลห) เปนไปไดยังไงที่อากาศจะรอน เหมือนนรก (hell) ไดในวันนึง พออีกวันเย็นก็เหมือนนรก เหมือนกัน (เพราะเขาใชคํา วา hell เวลาเปรียบเทียบทั้งรอนทั้งหนาว) When a house burns up, it burns down. You fill in a form by filling it out and an alarm clock goes off by going on. When the stars are out, they are visible, but when the lights are out, they are invisible. And why, when I wind up my watch, I start it, but when I wind up this essay, I end it? เวลาบานไฟไหม (เขาใชคําวา burn up) มันจะถูกทําลายลง (burn down) เวลาเรา กรอกขอความใน (in) แบบฟอรม เขาเรียกวา fill out นาฬกาปลุกหยุด (go off) โดย การเดินตอไป (going on) เวลาดาวโผล (เขาใชคําวา out - ออกไป) มองเห็นได แตพอ light out (ใชคําวา out
    • เหมือนกัน แตแปลวาไฟดับ) กลับมืด มองไมเห็น แลวทําไมเวลาเราไขลาน (ใชคําวา wind - อานวา วายด) นาฬกา เราทําใหมันเริ่ม แตพอเราสรุปบทความ (ใชคําวา wind- เหมือนกัน หมายความวา ขมวดปม อะไรแบบนั้นนะคะ) เราทําใหมันจบ Now I know why I flunked my English. It’s not my fault; the silly language doesn’t quite know whether it’s coming or going. เขาสรุปจบไดสะใจดีวา รูแลววาทําไมสอบภาษาอังกฤษตก ไมใชความผิดของเขาหรอก ภาษาอะไรไมรู ดูจะไมรูหนทางตัวเองวาจะไปจะมายังไงเลย เพราะฉะนั้น หากเราคนไทยไมเขาใจบาง ก็ยิ่งไมนาแปลกใจเลยละคะ
    • คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุงและพี่เห นน...มาอีกแลวคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 กันยายน 2006 08:25 น. http://www.gotoknow.org/posts/49826 นองฟุงบอกวา คําวา Clothes ที่แปลวาเสื้อผา นั้นไดยินคนชอบอานวา โคลธเธส ซึ่งไมถูกตอง ตองอานวา โคลธส (มีเสียงเอสตอทายตัว th) และคนมักสับสนกับคําวา cloth อานวา คลอธ แปลวา ผา (ที่เปนชิ้นๆทั้งหลายแหล ที่ไมใช เสื้อผานะคะ) อีกคําคือ posture ที่แปลวาทาทางมักจะไดยินคนอานวา โพสเจอร คงเพราะติดมาจากคําวา post แตจริงๆตองอานวา พอสเจอร นะคะ อีกคําที่หอง lab ใชบอยคือ glove ที่แปลวาถุงมือ เราชอบอานกันวา โกลฟ จริงๆควรเปน กลัฟ (ออกเสียง อะ ยาวนิดนึงคะ แตไมถึงกับกลาฟ) อันนี้พี่เหนนบอกคะ
    • ถาเราพยายามเขาใจ"ธรรมชาติ" ของทุกสิ่ง ชีวิต....ก็ไมทุกขเทาไหรหรอก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 15 กันยายน 2006 00:17 น. http://www.gotoknow.org/posts/50142 ชวงนี้ มีความรูสึกเหมือนจะจัดการเวลาของตัวเองไมลงตัว เพราะมีปจจัยภายนอกหลายๆอยางที่ ควบคุมไมได บางครั้งก็รูสึกเหมือนจะหงุดหงิด แตเวลามองคนอื่นมากกวามองตัวเองก็จะคิดวา เรา ยังโชคดีเหลือหลาย "ธรรมชาติ"ของชีวิตก็เปนเชนนี้เอง เราไมสามารถจะ"ได"ทุกอยางที่อยาก ไดในเวลาเดียวกัน จงพอใจและทําใจใหไดกับทุกสภาวะที่ตองเผชิญ ก็จะมีความสุขหรือมี ทุกขนอย เดี๋ยวจะสงสัยวา เอะเกี่ยวกับ English ตรงไหนนี่ ก็เปนเพราะอานคําคมขอคิดที่เห็นมาจาก ขางๆบล็อก ทัศนาธรรมชาติ ของตัวเองนี่แหละคะ ที่เปนที่มาของทอนขางตน เพราะเขายก ตัวอยางมาจาก"ธรรมชาติ"นี่เองวา Nature Quote of the Day In nature, nothing is perfect and everything is perfect. Trees can be contorted, bent in weird ways, and they're still beautiful. โดย Alice Walker นักเขียนชาวอเมริกัน เจาของรางวัล Pulitzer จากเรื่อง The Color Purple เธอกลาวไววา "ในธรรมชาติ ไมมีอะไรดีพรอมสมบูรณ และทุกสิ่งทุกอยางก็สมบูรณดี อยูแลว ตนไมจะบิดเบี้ยว รูปรางประหลาดอยางไร มันก็ยังคงสวยงาม" เพราะฉะนั้น หากเขาใจ "ธรรมชาติ" ก็ไมตอง "ทุกข" คะ เอามาฝากทุกทานที่เผลอเปนทุกขเพราะลืมธรรมชาติของชีวิตไป
    • ที่ซึ่งความสําเร็จตอผูคนเริ่มตนและสิ้นสุด โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 ตุลาคม 2006 00:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/52864 Where success with people begins and ends. เปนบทกลอนที่รวบรวมสิ่งที่เราควรทําตอผูอื่น อานแลวไดขอคิดดีๆในการอยูรวมกับคนอื่นคะ ไว พรุงนี้จะมาแปลเสริมความนะคะ คงมีหลายทอนที่แปลใหสละสลวยยาก To have a friend, you must be a friend, starting with yourself. ถาอยากมีเพื่อน ทานตองเปนเพื่อน นั่นคือเริ่มจากตัวทานเอง The greatest hunger a person has is to be needed. Help creat that feeling in others. สิ่งที่คนเราโหยหาที่สุดคือการเปนที่ตองการ ชวยกันสรางความรูสึกนั้นใหผูอื่นกันเถิด The greatest virtue is kindness, You can't love everyone, but you can be kind to everyone. คุณความดีที่ยิ่งใหญที่สุดคือความเมตตา ทานรักทุกคนไมได แตทานใจดีตอทุกคนได Don't try to impress others. Let them have the fun of impressing you. อยาพยายามทําใหคนอื่นประทับใจ แตใหพวกเขามีความสุขในการทําใหคุณประทับใจ Be enthusiastic. Nothing of consequence was over achieved without enthusiasm. จงมีความกระตือรือรน ไมมีผลสําเร็จเกินคาดใดจะเกิดไดโดยขาดความกระตือรือรน Be positive. Positive people attract others while negative people repel. จงคิดในทางบวก คนที่คิดในทางดีจะดึงดูดผูคนในขณะที่คนที่มองโลกในแงรายจะกอแรงผลัก ออก You have greater impact on others by the way you listen than by the way you talk. ทานจะมีอิทธิพลตอผูอื่นดวยการที่ทานฟงมากกวาการที่ทานพูด Gossip cheapens the one who gossips more than the one gissiped about.
    • การนินทาลดคุณคาของผูพูดมากกวาผูที่ถูกนินทา Call a person by his or her name and use it often in conversation. พูดกับผูอื่นโดยใชชื่อของเขาและใชชื่อเสมอในการสนทนา (ขอนี้นาจะใชกับฝรั่งคะ ของเรานา จะเปน ใหเกียรติผูที่เราพูดดวยเสมอไมวาเขาจะเปนใคร) Communicate cheerfulness. สื่อสารดวยความแจมใสราเริง Differences are bound to occur and can be resolved if conflict is managed in a polite manner. ความแตกตางจะเกิดขึ้นไดแนและสามารถตกลงกันได หากจัดการกับความขัดแยงดวยความ สุภาพ If you are given to making fun of someone, be sure it is of yourself . หากทานตองหัวเราะขําขันใครสักคน จงมั่นใจวาคนๆนั้นคือตัวของทานเอง Be genuinely interested in others. Get them to talk about themselves. สนใจผูอื่นอยางจริงใจ ทําใหพวกเขาพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง A smile doesn't cost anything and pays big dividend. Not only does it make you feel good, but it makes everyone else feel better too. การยิ้มไมตองลงทุนอะไรเลยแตใหผลกําไรมหาศาล นอกจากจะทําใหทานรูสึกดีแลว ยังทําให ใครๆรูสึกดีขึ้นไปดวย Be the first to say, "Hello, Good to see you" จง เปนคนแรกที่จะกลาววา "สวัสดี, ดีใจที่พบคุณอีก" "Do unto others as you would have them do unto you" The golden rule is where it all begins it ends. ปฏิบัติตอผูอื่นดังที่ทานหวังจะใหผูอื่นปฏิบัติตอทาน หลักคําสอนคือ ทําอยางไร ก็ไดอยางนั้น
    • บันทึกนี้แดนองๆทุกทาน ที่กําลังกาวเดินบน เสนทางสู PhD โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 ตุลาคม 2006 20:26 น. http://www.gotoknow.org/posts/53010 ระบบการเรียนเพื่อ PhD ของออสเตรเลียจะไมเหมือนกับที่สหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษตรงที่เราจะ ตองรอผลการตรวจวิทยานิพนธหลังจาก submit thesis ไปแลวเปนเวลาประมาณ 5-6 เดือน หลัง จากนั้นถามีการแกไขก็จะยืดเยื้อไปอีกจนอาจจะเปนเกือบป ปริญญายังมาไมถึงเมืองไทย แตกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นแลวโดยสมบูรณ ตัวเองใชเวลา ทั้งสิ้นเกือบ 1 ปทั้งๆที่ thesis มีการแกไขเพียงตัวพิมพผิด 2 ที่เทานั้น เวลาที่ใชสวนใหญคือการ ติดตอเรื่องเอกสาร การเซ็นเอกสารกลับไปกลับมา สําหรับสิ่งที่ไดเรียนรูจากการเรียนปริญญา เอกที่ The University of Western Australia คงจะไดนํามาเลา วิเคราะหวิจารณในโอกาสขาง หนานะคะ แตสิ่งสําคัญที่จะเนนในบันทึกนี้ก็คือ เปนการขอบคุณนองๆพี่ๆ ที่รวมทุกขรวมสุขกันมาตลอดเวลาที่ ใชชีวิตอยูที่โนน เราใหกําลังใจกันและกันอยูเสมอ ถือไดวาทุกคนมีสวนในการที่ทําใหไดมาถึง วันนี้ จึงขอนําบทกลอนจากคุณ Ann Davies มาฝากคะ We all have to lose sometimes before we can win, We have to cry sometimes before we can smile, We have to hurt before we can be strong, But if you keep on working and believing, you'll have victory in the end. ขอยืนยันวา เปนจริงทุกประการคะ
    • คติโดนใจวันนี้ เกี่ยวกับ"ความรู"จากทาน "โซ เครติส"- นักปราชญชาวกรีก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 ตุลาคม 2006 00:43 น. http://www.gotoknow.org/posts/53182 กําลังติดใจเรื่อง ความรูกับปริญญา อยู พอดีเหลือบเห็นขางๆบล็อกตัวเองวันนี้ ตองรีบเก็บมา ตอยอดอีกที เพื่อยํ้าวา เขารูกันมาตั้งนาน...นาน..นาน...แลวนะคะ ตั้งกวา 2 พันป Quote of the Day The only true wisdom is in knowing you know nothing. by Socrates เมื่อเราไมรูอะไรเลย เราก็จะพรอมเสมอที่จะเรียนรู ทุกสิ่งทุกอยางที่ผานเขามาในชีวิต คือการเรียนรู พรอมที่จะ"เติม"อยูเสมอ มาชวนกันเปน ผูมีปญญาที่แทจริง กันเถิดคะ โลก GotoKnow นี่เอง "รับ"แลวก็"ให"สิ่งที่เรามี กันออกมาดวย เพื่อชวยกันสราง ผูมีปญญาที่แทจริง ใหมากขึ้นเรื่อยๆไมสิ้นสุด
    • สุภาษิต...ยอกยอน...ยอนศร...ยอนยอก...หรือ อะไรดี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 ตุลาคม 2006 16:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/53728 มาจาก สมุดกระดาษสา อีกชิ้นหนึ่งคะ จดไวเมื่อสิบกวาปที่แลว อานแลวก็ยังอดอมยิ้มไมได เลย เอามาฝากคะ มีหลายคูมากเลย คุณ Rod และคุณ Irwin ทานขยันหามาจับคูกัน เปนสุภาษิตฝรั่งที่ ความหมายมันแยงกันนะคะ นอกจากจะไดรูจัก สุภาษิตของเคาแลว ยังไดเขาใจความหมายจากการ ที่เคาเอามันมาจับคูกันอีกดวยนะคะ ตอนนี้จะลองแปลๆดูเทาที่ทําไดกอน อาจจะเปน แบบ"ลูกทุง"นะคะ เปนการพักผอนสนุกๆ Dueling Proverbs by Rod Evans & Irwin Berent He who hesitate is lost. but Look before you leap. ผูที่มัวแตลังเลจะเปนผูสูญเสีย...แตวา...ดูใหดีกอนจะกาวกระโดด (นั่นสินะ ตกลงควรจะรีบไหมนี่) Birds of a feather flock together . but Opposites attract . นกที่มีขนเหมือนกันจะมาอยูดวยกัน.. แตวา. ..สิ่งที่ตรงกันขามจะดึงดูดกัน (ตกลงอะไรทําใหมารวมกันละนี่) You're never too old to learn . but You can't teach an old dog new tricks. ไมมีใครแกเกินเรียน.. แตวา. ..สอนอะไรใหมใหสุนัขชราไมไดหรอก (นั่นสินะ ตกลงควรจะรีบไหมนี่) Ask no questions and hear no lies . but Ask and you shall receive. Variety is the spice of life . but Don't change horses in midstream. Doubt is the beginning, not the end of wisdom . but Faith will move mountains. The pen is mightier than the sword. but Actions speak louder than words. Don't cross the bridge till you come to it. but Forewarned is forearmed. Silent is golden . but The squeaky wheel gets the grease .
    • Clothes make the man . but Never judge a book by its cover . The best things come in small packages . but The bigger, the better. A miss is as good as a mile. but Half a loaf is better than none . An old fox is not easily snared . but There is no fool like an old fool. A good beginning makes a good ending . but It's not over till it's over. Blood is thicker than water . but Many kinfolk, few friends . Practice makes perfect . but All work and no play makes Jack a dull boy. If you lie down with dogs, you'll get up with fleas . but If you can't beat 'em, join'em. A bird in the hand is worth two in the bush . but A man's reach should exceed his grasp. There's safety in numbers. but Better be alone than in bad company. If at first you don't succeed, try, try again . but Don't beat a dead horse. Hold fast to the words of your ancestors . but Wise men make proverbs and fools repeat them.
    • คําคมๆ จากคนแหลมคมที่อานแลว ตองบอก ตอคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 15 ตุลาคม 2006 00:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/54624 คิดถึงบล็อกนี้แวะมาเปลี่ยนสีแลว ก็เลยเหลือบอานคําคมดานขาง พบวาวันนี้เปนของคุณ Margaret Mead ทานเปนนักมนุษยวิทยาที่มีผลงานในชีวิตที่นาสนใจมาก มีคําพูดคมๆมากมายที่ อานแลว ไดทั้งสํานวนภาษาอังกฤษ และกินใจ จึงอยากเอามาเผื่อแผคะ ขอแปลแบบเอาความ แตไมตรงตัวเปะไวเผื่อใครอยากตอยอดดวยนะคะ Quote of the Day Never doubt that a small group of thoughtful, committed citizens can change the world; indeed, it's the only thing that ever has. อยาไดสงสัยเลยวาคนที่ชางคิดและทุมเทกลุมเล็กๆจะเปลี่ยนแปลงโลกไดหรือ ความจริงแลว นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง (อานแลว เกิดความอยากเปนคนกลุมนี้ไหมคะ) Never believe that a few caring people can't change the world. For, indeed, that's all who ever have. อยาไปเชื่อวาคนที่มีเมตตาหวงใยผูอื่นจะเปลี่ยนแปลงโลกไมได ความจริงแลว ก็คนแบบนี้ แหละที่เปนคนทําจริงๆ (มีทั้งที่ดังไปทั่วโลกเชน แมชีเทเรซา และอีกมากมายที่เรารับรูไดในวงแคบๆ ตอนนี้ที่กําลัง เปนอยูก็นาจะเปนผูอยูเบื้องหลังมูลนิธิพูนพลังดวยอีกคน) It may be necessary temporarily to accept a lesser evil, but one must never label a necessary evil as good. บางครั้งอาจจําเปนตองยอมรับคนเลวนอยชั่วคราว แตเราตองไมยอมรับวาความเลวนั้นเปน ความดี (นั่นคือเราตองตั้งมาตรฐานทางคุณธรรมไวที่เดียวเทานั้น แตเราอาจยอมรับความสามารถ ดานอื่นๆบางอยางของคนไมดีไดบาง...เห็นตัวอยางกันมาแลว...ใชไหมคะ) If we are to achieve a richer culture, rich in contrasting values, we must recognize the whole gamut of human potentialities, and so weave a less arbitrary social fabric, one in which each diverse human gift will find a fitting place.
    • ถาเราตองการมีวัฒนธรรมที่รุมรวย ดวยคุณคาหลากหลายในดานตางๆ เราตองเห็นคุณคาของ ศักยภาพของคนทุกระดับชั้น และถักทอเครื่องหอหุมทางสังคมใหนอยลง ใหเปนแบบที่ พรสวรรคอันหลากหลายของคนสามารถนํามาใชไดหมด (คิดถึงสิ่งที่สคส.กําลังทํา โดยใช GotoKnow นี่แหละคะ ใชเลย ซึ่งการจะทําเชนนั้นได เราตอง ทําใหทุกคนคิดวา....) Always remember that you are absolutely unique. Just like everyone else. จําไวเสมอวาทานมีความเปนเอกลักษณของตนที่ไมเหมือนใคร ซึ่งทุกคนก็เปนเชนนั้น (เพราะฉะนั้น เราทุกคนมีคุณคาแนนอนคะ ไมวาเราจะเปนใคร) I must admit that I personally measure success in terms of the contributions an individual makes to her or his fellow human beings. ฉันยอมรับวา โดยสวนตัวแลวฉันวัดความสําเร็จของบุคคลจากสิ่งที่เขาสามารถทําใหแกเพื่อน มนุษย (ตรงใจมากๆเลยคะ เหมือนที่เคยบันทึกไว) Sooner or later I'm going to die, but I'm not going to retire. ไมชาไมนานฉันก็ตองตาย แตฉันจะไมเกษียณตัวเอง (อันนี้ชอบคะ เพราะคิดวา GotoKnow จะทําใหเราทุกคนทําไดโดยใชสมองและสองมือของเรา) อานแลวขอบคุณคุณ Margaret Mead มากเลยนะคะ เธอเสียชีวิตไปตั้งเกือบสามสิบปแลว แตสิ่งที่ เธอคิดและทํายังสงผลอันทรงพลังมาถึงเราไดดวยโลก internet นี่เอง
    • มีคําอานที่นาจะอานใหถูก มาฝากอีกแลวคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 ตุลาคม 2006 22:28 น. http://www.gotoknow.org/posts/55188 วันนี้ไปอบรมเรื่อง Uncertainty of Measurement มา ไดรื้อฟนความรูทางสถิติอยางสนุกสนาน มาก ชอบวิธีการที่อาจารยวิทยากรทานนํามาใชในการอธิบายสถิติเปนอยางมากเลยคะ รูที่มาที่ไป ทําใหดูงายไลจากเรื่องราวในชีวิตจริงไปถึงสูตรที่ใช แตสิ่งที่เก็บมาฝากก็คือ คําอานของคําหลายๆคําที่ตองกลับมาตรวจสอบวา ตกลงอานยังไงกัน แน เหมือนที่เรารูหรือเปลา โดยตรวจสอบทั้งกับฝรั่งขี้นกที่บานและจาก Merriam Webster Online Dictionary นั่นก็คือคําวา probability ตองอานวา พรอพบาบิลิตี้ ไมใช ปอปแปบบิลิตี้ (ฟงแลวจั๊กจี้หูมากเลยคะ ไดยินบอยมาก) traceability ตองอานวา เทรซสะบิลิตี้ ไมใช แทรซสะบิลิตี้ (ฟงแลวคิดไปถึง แทรช-trash ถังขยะยังไงไมรูคะ) rational ตองอานวา แรชชั่นนอล ไมใชเรชั่นนอล (ตัว a เหมือนกันกับขางบนนะคะแต ออกเสียงตางกัน) เขียนแลวคิดถึง คุณหมอนนท ที่เคยขอใหชวยออกเสียงคําตางๆที่ใชใน KM จําไดวายังไมไดเขียน สักที แตคิดวา ที่ Merriam Webster Online นี่นาจะดีกวานะคะ เขามีเสียงใหฟงคอนขางชัดทีเดียว ทุกคําเลย หากเรานึกอยากออกเสียงคําไหนที่เราไมแนใจ ไปหัดฟงแลวเขียนเอาไวออกเสียงเอง เทียบดูก็ใชไดคะ พวกเราๆที่ตองไปเปนวิทยากร เปนครู เปนอาจารยใหคนอื่นๆฟง นาจะชวยกัน เผยแพรเสียงที่ถูกตองเอาไวจะดีกวานะคะ พวกเราจะไดติดหูกับเสียงที่ถูกตอง ทําใหงายตอการ สื่อสารกับเจาของภาษาทั้งตอนพูดและตอนฟง
    • คําอานภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคอมพิวเตอรจาก นองฟุง...ฝากมาอีกแลวคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 ตุลาคม 2006 22:31 น. http://www.gotoknow.org/posts/55884 วันนี้นองฟุงคุยใหฟงวา "แมรูมั้ย ครูคอมฯออกเสียง escape วา เอสแขบ มันตองอานวา เอสเขบ ฟุ งไมไดบอกครู เพราะฟุงบอกคุณครูเรื่อง edit ไปแลว ตอนแรกคุณครูอานวา อีดิท แตตอนนี้คุณครู อานถูกแลววา เอดดิท" คุณแมก็เลยนึกไดอีกแลววา ไดยินการออกเสียง paste ที่แปลวาแปะ ในภาษาคอมพิวเตอรวา แพส แทนที่จะเปน เพส อีกแลว รูสึกวาเราคงตองชวยกันบอกบอยๆ ใชไหมคะ คนจะไดชวยกันใชคําที่ถูก พูดมากขึ้น ชมนองฟุงไปแลววา เกงที่รูจักจังหวะในการบอก ไมใหมากเกินไป เดี๋ยวคุณครูขาดความมั่นใจ หวังวานองฟุงคงหาโอกาสบอกคุณครูไดอีกคะ แถมอีกนิดจากนองฟุงวันนี้ ตอนคุยการบานกัน นองฟุงบอกวา "แมตองชวยฟุงเรื่องเขียนบันทึก ความดีแดพอหลวงดวยนะ ฟุงจะเขียนวายังไงดี" แมก็บอกปบทันทีวา ก็บอกวาฟุงจะเปนเด็กดี ชวย พอแมทํางานบาน นองฟุงรองเสียงดัง "เหมือนกันเปะ กับที่คุณครูพูดเลยแม ทําไมทุกคนพูดแบบนี้ ละ แม อยางนี้อาจเปนการโกหก" คุณแมไดแตขําในใจคะ คนถามคงคิดอะไรอยูในใจ ตกลงยังไมได ไปอานวานองฟุงเขียนวาอะไรเลยคะ เชื่อวา คงจะแปลกๆและจริงใจแบบฟุงๆ แนเลย
    • เสนไขปลา กับ ขนลุก เรื่องสนุกของภาษา โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 ตุลาคม 2006 22:37 น. http://www.gotoknow.org/posts/56492 พี่เหนน มาเลาใหฟงอยางขําขันมาก เมื่อไดเรียนคอมพิวเตอรวันนี้ แลวเรียนรูวา เจา dotted line (อานวา ดอทเทดไลน) นี้ภาษาไทยเขาเรียกวา เสนไขปลา ทําไมทําใหคุณแมนึกไปถึง คําวา " ขนลุก" ก็ไมทราบ ที่ฝรั่งเขาจะเรียกวา goose bump (เขียนติด หรือหางก็ได อานวากูส บั๊ม) ไมเขาใจเลยวามันไปเกี่ยวกับ หาน ตรงไหน ใครรูชวยแถลงไขทีเถอะ คะ ทั้ง 2 คําเลย
    • ลอยกระทงกันแลว ขอเชิญนองแกวกลับมาคิด ดีๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 พฤศจิกายน 2006 12:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/57401 เมื่อคืนนี้เปนวันลอยกระทงครั้งแรกในชีวิตของนองฟุง เราก็เลยตองไปรวมงานกันเสียหนอย ไม ใกลไมไกลเดินไปภายในม.อ.นี่เองคะ รอบตึกฟกทองมีงานลอยกระทงและมีการประกวดกระทง ใน สระนํ้ารอบๆตึก (เปนสระตื้นๆแตมีปลาดวย) นองฟุงไดเห็นบรรยากาศแลวบอกวา ปหนาตองลอย ของแบบที่ปลากินไดก็แลวกัน หรือไมก็มาดูเฉยๆไมตองลอย สงสารสระนํ้าและคนเก็บกวาด ดีใจที่ นองฟุงคิดไดเองคะ พอดีไดรับเมลพูดถึง deadly sin 7 ชนิด จากคุณ Josef Essberger แหง http://EnglishClub.com ที่ตัวเองก็เพิ่งรูวานี่ถึงขนาดเปน บาปรายแรงเชียว เลยเอามาเลาตอคะ Pride: ความภาคภูมิใจในตนเองมากเกินไป ความหยิ่งยโส หรืออีกคําคือ Vanity: ความโอหัง Envy: อิจฉาริษยา อยากได อยากมีของที่เปนของผูอื่น Gluttony: ความตะกละ กินดื่มมากเกินไป Lust: ราคะ ตัณหา Anger: ความโกรธ ที่ภาษาโบราณเรียกวา Wrath ดวย Covetousness: ความโลภ ความละโมบ หรือเรียกอีกอยางวา Greed Sloth: ความเกียจคราน มี 2-3 ขอที่ไมนึกเลยวาจะเปนบาปรายแรงนะคะ แตพอคิดดูดีๆก็เปนไดจริงๆแหละ เลยเอามาฝาก ใหไดคิดๆกันดูคะ
    • อันเนื่องมาจาก...สุภาษิตสอนใจจาก กัลยาณมิตร...ของทานอ.วิจารณ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 พฤศจิกายน 2006 17:44 น. http://www.gotoknow.org/posts/58913 เนื่องจากไปอานบันทึกของอ.วิจารณ ซึ่งมีสไลดสวยงาม ใจความลึกซึ้ง ที่อาจารยไดรับ จากกัลยาณมิตรของทาน แลวนํามาฝากพวกเราใหไดรวมรับรูแรงบันดาลใจดีๆ เห็นวาถอยความ ภาษาอังกฤษอาจจะสงผานไปไมถึงทุกทาน ก็เลยขอนํามาแปลเผื่อแผกันโดยไดรับอนุญาตจากทาน อาจารยแลวนะคะ ใครอยากดูภาพสวยๆดวยก็ตามไปดาวนโหลดจากบันทึกของอ.วิจารณตาม link ขางบนไดเลยคะ และใครจะชวยแกไขเพิ่มเติมความภาษาไทยใหสละสลวย สื่อความสมบูรณมาก ขึ้น ก็ยินดีนะคะ The Pencil Parable เรื่องสอนใจ จากดินสอ In the beginning, the Pencil Maker spoke to the pencil saying, "There are five things you need to know before I send you out into the world. เรื่องมีอยูวา ชางทําดินสอบอกกับดินสอวา “มีอยู 5 เรื่องที่เธอตองจําไวกอนที่ฉันจะ สงเธอออกไปสูโลกกวาง Always remember them and you will become the best pencil you can be." จ งจําไวเสมอ แลวเธอจะเปนดินสอที่ดีที่สุด ” First: You will be able to do many great things, but only if you allow yourself to be held in Someone's hand. ขอแรก เธอจะทําอะไรดีๆไดมากมาย เพียงแตเธอตองยอมใหตัวเองอยูในมือของ ใครสักคน Second: You will experience a painful sharpening from time to time, but this is required if you are to become a better pencil. ขอสอง เธอจะไดรับความเจ็บปวดจากการเหลาครั้งแลวครั้งเลา แตเปนสิ่งจําเปน เพื่อใหเธอดีขึ้น Third: You have the ability to correct any mistakes you might make. ขอสาม เธอมีความสามารถที่จะแกไขความผิดพลาดที่เธออาจจะกอใหเกิดขึ้น Fourth: The most important part of you will always be what's inside.
    • ขอสี่ สวนที่สําคัญที่สุดเสมอของเธอ คือสิ่งที่อยูขางใน Fifth: No matter what the condition, you must continue to write. You must always leave a clear, legible mark no matter how difficult the situation. ขอหา ไมวาจะเกิดอะไรขึ้น เธอตองเขียนตอไป ตองทิ้งรอยที่คมชัดอานงายเอาไว เสมอ ไมวาจะอยูในสถานการณที่ลําบากยากเย็นอยางไรก็ตาม The pencil understood, promising to remember, and went into the box fully understanding its Maker's purpose. ดินสอเขาใจและสัญญาวาจะจดจําเปนอยางดี จากนั้นจึงลงสูกลองโดยเขาใจ วัตถุประสงคของชางทําดินสออยางชัดเจน Now replacing the place of the pencil with you; always remember them and never forget, and you will become the best person you can be. คราวนี้ใหแทนคําวาดินสอดวยคําวา ทาน จงจําไวไมใหลืมเลือน ทานก็จะกลาย เปนคนที่ดีที่สุดที่จะเปนได One: You will be able to do many great things as you posseses many gifts. And allow other human beings to access you for the many gifts you possess. ขอหนึ่ง ทานจะสามารถทําอะไรดีๆไดมากมายเพราะทานมีพรสวรรคหลากหลาย อยูในตัว และยอมใหคนอื่นเขาถึงพรสวรรคตางๆที่ทานมี Two: You will experience a painful sharpening from time to time, by going through various problems, but you'll need it to become a stronger person. ขอสอง ทานจะไดรับความเจ็บปวดครั้งแลวครั้งเลา จากการเผชิญกับปญหา ตางๆ แตเปนสิ่งจําเปนเพื่อใหทานกลายเปนคนที่เขมแข็งขึ้น Three: You will be able to correct mistakes you might make or grow through them. ขอสาม ทานมีความสามารถที่จะแกไขความผิดพลาดที่ทานอาจจะกอใหเกิดขึ้น Four: The most important part of you will always be what's on the inside. ขอสี่ สวนที่สําคัญที่สุดของทานเสมอ ก็คือสิ่งที่อยูภายใน And Five: On every surface you walk, you must leave your mark. No matter what the situation, you must continue to serve others in everything. และขอหา บนเสนทางที่ผานไป ทานตองทิ้งรอยเอาไว ไมวาจะอยูในสถานการณ อยางไร ทานตองยังคงทําสิ่งดีๆเพื่อผูอื่นตอไปเสมอ Everyone is like a pencil...created by the Maker for a unique and special purpose. By understanding and remembering, let us proceed with our life on this earth having a meaningful purpose in our heart. ทุกคนก็เปรียบเสมือนดินสอ ที่ถูกสรางขึ้นมาดวยเหตุผลที่พิเศษไมเหมือนใคร เมื่อเขาใจและระลึกรู จะทําใหเราใชชีวิตบนโลกนี้อยางมีความหมายอยูในหัวใจ You were Made to do Great Things! ทานถูกสรางขึ้นมาเพื่อทําสิ่งดีๆใหโลกใบนี้
    • เกี่ยงกันแลว...คงไมมีประโยชนอะไร เปลี่ยนวิธี คิดกันเถอะคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 พฤศจิกายน 2006 22:13 น. http://www.gotoknow.org/posts/60435 ไดรับคําขอใหไปตอยอดบันทึก เกี่ยวกับ การเกี่ยงกันที่ทําใหทีมไม work จาก คุณสมพร แลวก็ พอดีกับที่เห็นที่คติขางๆบล็อกตัวเองวันนี้ รูสึกวาไปทางเดียวกันเลย ก็เลยเอามาฝากชาว GotoKnow เสียหนอย เปนคติจากกวีชาวอเมริกัน Maya Angelou ที่บอกวา Nothing will work unless you do. ในบันทึกนั้นซึ่งเปนภาษาอังกฤษ เขาใชคําวา everybody, somebody, anybody และ nobody เอามา ใชกับการทํางาน อานแลวรูสึกวาทําใหทอแทยังไงไมทราบนะคะ อาจจะเปนเพราะใจความมันมา กระทบใจ กับเรื่องเมื่อเย็นนี้ที่ทํางาน ที่พบวาการที่เราทั้งหนวยทํางานหนักกันโดยไมบนโวยวายมา นานๆ กลายเปนวาเราคงจะทําได ขอคนมาชวยก็เปนเรื่องยากเย็น เพราะเราทนทํากันมานานแลว ทําใหรูสึกวา ถาเรายอมเปน nobody ทําอะไรตออะไรเทาที่ทําไดไปเรื่อยๆโดยไมเรียกรองอะไร กลายเปนเราไมมีวันจะไดเปน somebody เอาเสียเลย ทอแทนะคะ แตพออาน คติของคุณ Maya Angelou ก็เห็นจริงวา ถาเราไมลงมือทํามันก็ไมเกิดอะไร ก็ตองมีคนทํานั่นเอง แตก็คิดวาเราก็ เปนมนุษยธรรมดานี่เอง ตองการกําลังใจ ตองการความเห็นใจ และหากเราเกี่ยงวา ทําไมตองเปน เรา ทําไมคนอื่นไมทําปบ มันก็จะเปนโรคติดตอทันที วาทุกคนก็ไมมีใครยอมเสียเปรียบแนนอน งาน ก็คงไมเดินแน เพราะ ฉะนั้น ก็คงตองใขวิธีหาทาง"พักใจ" เพื่อจะไดมีแรง ชักชวนคนอื่นใหยอมเปน nobody ทํา อะไรๆที่ everybody เขาไมยอมทํากันเถอะคะ ใครอานแลวไมเขาใจ ก็อยาสงสัยนะคะ คนเขียน"ทอแท" เกินกวาจะอธิบาย แตอยากเขียนเทานั้น เองคะ ขอบคุณที่มี GotoKnow คะ
    • เรื่องติดใจจากประสบการณการใชภาษา อังกฤษกับฝรั่งจริงๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 พฤศจิกายน 2006 15:26 น. http://www.gotoknow.org/posts/61056 เขียนเรื่องนี้ไว เมื่อ 3 ปที่แลว อานแลวคิดวายังคงมีประโยชนจริง จึงขอเอามาฝากชาว GotoKnow พรอมทั้งเก็บเปนสมบัติของบล็อกนี้ไปดวย เรื่องคอนขางยาว คงตองแบงออกเปน 3-4 ตอนนะคะ ฉันไดมีโอกาสมาเรียนตอที่ตางประเทศ จนถึงตอนนี้ก็ขึ้นปที่สี่แลว โดยมีลูกชายสาม คน วัยกําลังเรียน ทําใหไดมีโอกาสทั้งเรียนรูการใชภาษาดวยตนเอง และไดเห็นการ เรียนรูภาษาของเด็ก ซึ่งทําใหเห็นไดชัดวา การเรียนภาษา (โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ) ของพวกเรานั้น (หมายถึงในบานเรา) เรียนเพื่อใชในการอานและเขียน แตเราไมไดรับ การสอนที่ถูกตองในการพูด (ไมตองพูดถึงการฟง เพราะหาคุณครูคนไทยที่สอนภาษา อังกฤษแลวพูดไดเหมือนเจาของภาษานั้นยากแนนอนอยูแลว) เมื่อถึงตอนที่ตองใชใน การสื่อสารโดยการพูดกับเจาของภาษาเองแลว เราจะรูสึกไดวา สิ่งที่เราเรียนมานั้นมี สวนบกพรองมากมายที่ควรจะชวยกันแกไข และผูที่จะสามารถชี้ขอบกพรองเหลานั้น ไดดี ก็คือคนที่ไดเจอปญหานั้นดวยตนเองมาแลว แตสวนมากพวกเราก็ยุงเกินกวาจะมี เวลาจดจําปญหาเหลานั้น เพราะมีภาระกับการเรียนของตนเองซึ่งเปนหนาที่หลัก สําคัญ เมื่อพนเวลานี้ไปแลว กลับบานเมืองไปทํางานก็ไมมีโอกาสตองใชมากเทากับ ตอนที่เรียนอยูที่นี่ เราก็ลืมไปเสียแลววา เจอปญหาอะไรมาบาง โอกาสที่จะไดชวยกันชี้ ขอบกพรองเหลานั้นก็เลือนหายไปกับกาลเวลาและภาระหนาที่ ฉันจึงคิดวาจะถือ โอกาสที่ยังเรียนอยูที่นี่ พรอมทั้งมีครูสอนการพูดออกเสียงอยูในบานถึงสามคน ซึ่ง แนนอนวาเมื่อกลับไปบานเมืองเรา ครูทั้งสามของฉันก็คงไมมีโอกาสไดเปนครูสอน การพูดอีกแลว เพราะพวกเขาจะตองหัดเรียนการพูดภาษาไทยใหชัด โดยเฉพาะเจาตัว เล็กซึ่งอายุ 5 ขวบ และพูดภาษาอังกฤษชัดถอยชัดคํากวาภาษาไทยมาก ทั้งๆที่ พยายามหัดพูดภาษาไทยอยูที่บาน ฉันไดเรียนรูวา ตัวเองพูดภาษาไทยคําใดไมชัด ก็ จากการฟงเจาตัวเล็กพูดภาษาไทยนี่เอง ตอตอนหนาพรุงนี้นะคะ
    • เรื่องติดใจจากประสบการณการใชภาษา อังกฤษกับฝรั่งจริงๆ (2) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 พฤศจิกายน 2006 21:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/61394 ตอนที่แลวเลาที่มาของเรื่องไปแลว มาอานตอนที่สองกันตอคะ สําหรับเจาตัวเล็ก ถึงเวลานี้แลว เขาอยูที่นี่มามากกวาครึ่งชีวิตของเขาเสียอีก สวนเจา สองตัวโต ซึ่งอายุ 11 และ 10 ขวบ ซึ่งเรียนภาษาอังกฤษมาประมาณ 1-2 ปกอนจะมาที่ นี่ ทั้งคูเรียนโรงเรียนเอกชนที่บานเราซึ่งสอนการอานเขียนรวมทั้งการคิดเลขตั้งแตชั้น อนุบาล พวกเขาสามารถปรับตัวกับการเรียนที่นี่ไดภายในเวลาไมนานนัก เจาตัวโต คอนขางเกงกวาเจาตัวกลาง เขาดูไมมีปญหาอะไรเลย เพราะเขาสามารถฟงคุณครู รูเรื่องมากกวาเจาตัวกลาง แตชั่วเวลาแค 3 เดือน เจาตัวกลางก็สามารถปรับตัวได ถึง ขนาดมาเลาใหพอแมฟงวา “แม เด็กที่นี่ เคาพูดไดแตเคาเขียนไมเปนหรอกแม คุณครูใหสะกดคํา เหนนทําไดมากกวาเพื่อนๆในหองอีก” ซึ่งทําใหเขารูสึก ภูมิใจมาก จุดเดนของลูกทั้งสองที่เห็นไดชัดเมื่อแรกมาและทําใหเขาไมรูสึกวาเขาดอย กวาเพื่อนๆก็คือ เขาสามารถคิดเลขไดเร็วกวาเด็กในชั้นเรียนเดียวกัน เด็กที่นี่(ใน ชั้น ป.2) ยังใชแผนพลาสติกนับแบงกองไปมาเวลาบวกลบ ในขณะที่นองเหนนคิดคํา ตอบไดโดยไมตองใชแผนพลาสติกพวกนั้นเลย ตองขอบคุณระบบการเรียนของเราใน ระดับนี้ แตเมื่อเทียบกับพอและแมแลว เราจะรูไดวาตรงกันขาม เพราะเรามีปญหา กับการพูดใหฝรั่งฟงเราใหรูเรื่องมากกวาที่เราจะคาดคิดมากอน เปรียบเทียบ กับคนชาติอื่นซึ่งไมไดเรียนภาษาอังกฤษมาเลย เชนคนจากสโลวาเกียที่ฉันพบ เขามา เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่นี่ 3 เดือนแลวก็ใชชีวิตอยูที่นี่มา 2 ป เทียบกับฉันซึ่งเรียนภาษา อังกฤษมาตั้งแตชั้นประถม, มัธยม,มหาวิทยาลัย รวมๆแลว มากกวา 10 ปเสียอีก และ อยูที่นี่มา 3 ป เขาสื่อสารไดดีกวาฉันหลายเทานัก แตถาใหเขียนอะไรแลว เราดูเหมือน จะลํ้าหนาเขาหลายขุม นี่คือสิ่งที่ทําใหฉันเกริ่นในตอนแรกวา การเรียนภาษาอังกฤษในระบบการศึกษา บานเราไมใชเพื่อการพูดจาสื่อสาร ซึ่งไมนาเชื่อเลยวาเราใชเวลาเปนหลายปเรียน ภาษานี้เปนภาษาที่สอง แตเราใชในการสื่อสารพูดคุยไดไมมีประสิทธิภาพเทาที่ควร เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เราใชไปในการเรียน ปญหาที่สําคัญที่สุดอยูที่การออกเสียง ชั่วระยะเวลาเพียง 1 ปผานไป ฉันก็ไดรับการสอนจากเจาตัวเล็กวา “แมพูดผิด” เมื่อฉัน พยายามจะพูดภาษาอังกฤษกับเขา “แมตองพูดวา roof ไมใช loof” เขาหมายถึงหลังคา
    • เขาออกเสียงคําวา mouth ไดสบายไมมีปญหาเลย ในขณะที่เราตองคิดวาอยาลืมเอาลิ้น ออกมารองฟนเพื่อจะออกเสียง th ในตัวสะกด ฉันไดเรียนรูวาเด็กๆเรียนภาษาไดไว เพราะพวกเขาคิดนอยกวาพวกเราซึ่งเปนผูใหญ ดังนั้นพวกเขาจะสามารถเลียน เสียงตางๆไดงายกวาพวกเราที่จําเสียงอานพูดที่ผิดๆมาเสียแลว มีตอพรุงนี้คะ
    • เรื่องติดใจจากประสบการณการใชภาษา อังกฤษกับฝรั่งจริงๆ (3 - ตอนจบ) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 พฤศจิกายน 2006 22:01 น. http://www.gotoknow.org/posts/61919 เลาที่มาของเรื่องไปในตอนที่หนึ่ง แลวก็มีตอนที่สองไปเมื่อวาน วันนี้มาตอตอนจบคะ เรื่องนี้เขียน สงไปลงหนังสือผูหญิงฉบับหนึ่ง (จําชื่อไมไดแน ไมมีตนฉบับอยูเลยคะ เลยไมกลาออกชื่อ เดี๋ยว เขียนผิด) เสียงที่เปนปญหากับเราคนไทยก็คือ R และ V สําหรับพยัญชนะตน ฉันเพิ่งมาตระหนัก เรื่องเสียงตัว V ก็เมื่อมาอยูที่นี่เอง สวนตัว R นั้นรูๆกันอยูแลว เพราะเสียงกองของตัว R ก็ไมเหมือนตัว ร ของเรา สําหรับตัว V ซึ่งเรามักจะออกเสียงเหมือนตัว ว นั้นเปน ความผิดอยางมหันตทีเดียว เพราะหาฝรั่งฟงเรารูเรื่องแทบไมไดเลย ยิ่งถาเราพูด คําที่นําหนาดวย V โดยไมมีสวนประกอบอื่นๆในประโยคดวยแลว หายหวงเลย ตอง อธิบายกันนาน ถึงอาจจะตองเขียนใหดูเลย เขาออกเสียงตัว V เหมือนเราออกเสียง ฝ มากกวา ว สวนตัวสะกดนั้นมีมากมาย เพราะภาษาไทยของเราไมมีการออกหางเสียงตัวสะกด ใน ขณะที่ภาษาอังกฤษนั้นเต็มไปดวยเสียงสุดทายตางๆนาๆ เรามักจะจบคําดวยการปด ปากแทนที่จะสงเสียงสุดทายเหลานั้น เชน map, left, best ซึ่งตองออกเสียงวา แมพเพ อะ (ออกเสียง เพอะคอยๆ แตตองออกเสียง ไมใชแมพ แบบที่เราชอบพูด), เลฟเทอะ (ออกเสียงเทอะคอยๆเหมือนกัน), เบสซึทึ (ตองมี “ซึทึ” เบาๆ มิฉะนั้นอาจโดนเขาใจวา เราพูดถึง เบส –base) อีกเรื่องที่ฉันนึกไดในตอนนี้ก็คือ การเนนพยางคในคํา เรามักจะเนนเสียงผิดที่ ซึ่ง ทําใหฝรั่งงง คงจะเหมือนเวลาเราฟงฝรั่งพูดไทย แตเราฉลาดกวาเพราะเราพยายาม เดาวาฝรั่งพูดอะไร เชน ขาว ขาว ขาว ในขณะที่ฝรั่งมักจะไมทันคิดวา เราเนนเสียงผิด ที่ซึ่งจะกลายเปนเหมือนเราพูดคําที่มันไมมีตัวตนไปเลย เพราะเขาไมพูดกันแบบที่เรา พูด ดังนั้นเรื่องนี้ออกจะเปนเรื่องใหญทีเดียว คําที่ฉันพบมากับตัวเองและจําไดไมลืม เลยก็คือ proposal เรามักจะไดยินนักศึกษาไทยพูดกันเสมอๆวา พรอพโพซอล แตฝรั่ง จะออกเสียงวา โพรโพสซอล ซึ่งเนนที่พยางคที่สองในขณะที่เราเนนพยางคที่หนึ่ง คํา นี้ถาหากคุยกับนักเรียนไทยที่นี่ จะพบวาแทบทุกคนเจอปญหานี้มาแลวทั้งนั้น ทั้งๆที่ มันเปนคําที่ออกจะมีความหมายในตัวเอง อาจารยนาจะเดาออกวาเราพูดถึงอะไร แต ขอโทษทีที่การออกเสียงแบบของเรานั้นทําเอาคํานี้เปนคําประหลาดที่ไมมีตัวตนไป
    • เลย อีกตัวอยางหนึ่งก็คือคําวา standard พวกเราชินที่จะออกเสียงคํานี้ซึ่งเรามักจะใช ทับศัพทวา สะแตนดาด ฝรั่งฟงแลวงง เขาจะออกเสียงวา สะแตนเดิด เพราะฉะนั้น ถาหากเราจะใชทับศัพท เรานาจะออกเสียงที่เจาของภาษาเขาใชกันจริงๆ มากกวา แบบที่เราใชอยู เพราะเมื่อติดปากเสียแลว โอกาสที่จะพูดใหเขาฟงรูเรื่องโดยธรรมชาติ นั้นยากจริงๆ ฉันตองคอยคิดเสมอเมื่อจะพูดคําที่เรามักใชทับศัพทแตออกเสียงผิดๆมา จนเคยตัว พวกเรามักจะหาวาคนที่กลับมาจากเมืองนอกพูดดัดจริต แตฉันวาถาเราเรียนภาษา อังกฤษเพื่อสื่อสารกับเจาของภาษา เรานาจะเรียนวิธีการออกเสียงใหถูกตองตรง กับที่เจาของภาษาเขาใช ดีกวาเรียนออกเสียงแบบไทยๆ ซึ่งเมื่อตองเอามาใชงานจริงๆ ความที่เรียนมาแบบผิดๆติดเสียแลว ไมเปนธรรมชาติ ก็เลยจะตองมาเสียเวลาจํากัน ใหม จึงขอฝากมาในบทความนี้วา ใหพวกเราพยายามสงเสริมการเรียนออก เสียงใหตรงตามเสียงที่เขาใชกันจริงๆ เพื่อใหความรูศัพทมากมายที่เรา เรียนกันมาไดใชประโยชนตรงตามวัตถุประสงคของการเรียนภาษา และ สําหรับผูที่ไดพบปญหามาโดยตรง โปรดชวยกันจดจําและถายทอดสูเพื่อนรวมชาติของ เราเพื่อใหเสียงที่ถูกตองแพรหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ยอหนาสุดทายคือสิ่งที่อยากฝากไวอีกครั้ง ถึงคุณครูที่สอนเด็กๆ ใหเขารูวาเสียงที่ฝรั่ง ออกจริงๆนั้นตางจากคําทับศัพทที่เราใชกันบอยๆ สวนผูใหญอยางเราๆก็จะได ระมัดระวังวา คําที่เราใชกันบอยๆบางคํา เวลาออกเสียงใหฝรั่งฟงจริงตองเปลี่ยนเสียง ใหถูกตองดวย จะไดไมตองเสียอารมณเหมือนที่พวกเราหลายๆคนโดนกันมาแลว
    • ระบบบล็อก มีการเริ่มใชงานในระดับ มหาวิทยาลัยแลวที่ UWA โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 23 พฤศจิกายน 2006 00:02 น. http://www.gotoknow.org/posts/62244 ไดรับทราบขาวสารผานทางเมลของมหาวิทยาลัยที่ตัวเองจบมา University of Western Australia ถึงระบบบล็อกที่ทางมหาวิทยาลัยไดจัดทําขึ้น เพื่อเปนที่แลกเปลี่ยนเรียนรูของ นักศึกษาระดับหลังปริญญา ที่เขาเรียกวา Postgraduate ไดแวะเวียนเขาไปดูแลว พบบล็อกของ คุณ Krystina Haq ซึ่งเปนเจาหนาที่ซึ่งทําหนาที่ชวยเหลือทางการศึกษาแกพวกเรา ทั้งดานการ วางแผนการทํางาน การเขียน thesis การเขียน paper ฯลฯ เธอเปนผูที่มีประวัติการศึกษานา สนใจมากทานหนึ่ง ไมแนใจวาเธอจะเก็บเอามาเลาบางไหม แตที่แนๆเธอมีบันทึกที่มีประโยชนกับ นักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอกอยูหลายบันทึกเลยคะ ขอแนะนําใหทุกทานที่ตองการบริหารการใชภาษาอังกฤษดวยคะ เธอเขียนสํานวนสนุก เปนกันเอง เหมือนเวลาที่เธอพูดเลย ทําใหอานไดไมยากเกินไป
    • ลิขิตอักษร....สรรสรางฝนสูความจริง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 พฤศจิกายน 2006 23:26 น. http://www.gotoknow.org/posts/64035 อานบทประพันธนี้จากบันทึกของ อ.จันทวรรณ แลวถูกใจมากและเห็นวาเกี่ยวโยงกับสิ่งที่ตัวเอง คิดอยู ก็เลยขอนํามาแปล เพื่อเผยแพรและบริหารสมองตัวเองไปดวย หากทานใดอยากชวย เพิ่มเติมปรับแตงใหไดความชัดเจน ตรงตนฉบับมากยิ่งขึ้น ก็ยินดีและขอบคุณนะคะ This is how to make a dream come true ... นี่คือหนทางสานฝนสูความจริง... Each new day is a blank page in the diary of your life. The pen is in your hand, but the lines will not all be written the way you choose; some will come from the world and the circumstances that surround you. แตละวันที่มีคือหนากระดาษเปลาในสมุดบันทึกแหงชีวิตของทาน แมทานคือผูลิขิต แตสิ่งที่ปรากฎ จะมิไดเรียงรอยตามปรารถนาไปเสียทั้งหมด บางสิ่งก็มาจากโลกและสภาพการณที่รายรอบตัวทาน อยู But for the many things that are in your control, there is something special you need to know ... แตสําหรับหลายสิ่งหลายอยางที่ทานกําหนดได มีความพิเศษที่ทานตองรู... The secret of life is in making your story as beautiful as it can be. Write the diary of your days and fill the pages with the words that come from the heart. As the pages take you through time, you will discover paths that will add to your happiness and your sorrows, but if you can do these things, there will always be hope in your tomorrows... เคล็ดลับแหงชีวิตคือการทําใหเรื่องของทานงดงามอยางสุดความสามารถ ลิขิตชีวิตในแตละวันของ ทานลงสูสมุดบันทึกดวยถอยคําที่มาจากใจ เพราะสิ่งเหลานี้นําพาทานผานวันเวลา ทานจะพบ หนทางซึ่งจะแตมเติมความสุขและความเศราของทาน และหากทานสามารถทําสิ่งเหลานี้ ทานก็จะ มีความหวังสูวันขางหนาอยูเสมอ Follow your dreams. Work hard. Be kind. This is all anyone could ever ask: Do what you can to make the door open on a day...that is filled with beauty in some special way. Remember: Goodness will be rewarded. Smiles will pay you back. Have fun. Find strength. Be truthful. Have faith. Don't focus on the things you lack. เดินตามความฝนของทาน ทํางานหนัก มีเมตตา นี่คือสิ่งที่ทุกคนเรียกหา ทําทุกอยางเพื่อเปน ทางไปสูวันซึ่ง เปยมไปดวยความงดงามในวิถีทางพิเศษ จําไวเสมอวา ความดีจะมีผลตอบแทน รอยยิ้มจะสงผลยอนคืน มีความสนุกสนาน มีความเขมแข็ง จริงใจ มีศรัทธา อยาใสใจกับสิ่งที่ ทานขาด Realize that people are the treasures in life and happiness is the real wealth. Have a diary that
    • describes how you did your best , and ...The rest will take care of itself. ตระหนักวาผูคนคือสิ่งสูงคาแหงชีวิต และความสุขคือความมั่งคั่งที่แทจริง แลว...ทุกสิ่งทุกอยางก็จะ เปนไปตามทางของมัน - Douglas Pagels
    • วาดวย...ความปวด - ache โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 ธันวาคม 2006 17:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/67271 ไดรับเมลจากคุณ Josef Essberger แหง http://EnglishClub.com วาดวยเรื่อง ache (อานวา เอค)ทั้งหลาย เห็นวาเปนคําที่ใชไดบอยๆ และนาจะเปนประโยชน เลยเอามาบอกตอตรงนี้คะ เขาบอกไววา คํานี้เวลาเอามาผสมกับคําที่เปนอวัยวะก็จะแปลไดวา ปวดเจาสวนนั้น แตมีแค 5 สวน ของอวัยวะเทานั้นที่มีคําวา ache ผสมดวยได ก็คือ ปวดหลัง - backache ปวดหู - earache ปวดหัว - headache ปวดทอง - stomachache ปวดฟน - toothache แตวา มีอีก 2 ache ที่แปลความหมายตางไปสักนิด คือ heartache กับ faceache ลองทายกันดูนะคะวา แปลวาอะไร และหมายความวาอะไร แตทั้งสองคํา ไมอยากใหใครเปนเลยนะ คะ ache 5 อันขางบน ดูจะหายงายกวากันเยอะเลย
    • ใครทราบความหมายของศัพทนารักๆคํานี้ บาง...bling-bling โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 ธันวาคม 2006 21:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/68079 มีคําศัพทมาฝากคะ พรอมตัวอยางการใช จากหนังสือ The Star (Kuala Lumpur, Malaysia); Nov 18, 2006. คอลัมน Not-so-merry Anniversary โดย Fenny Aprilin Tanza "I did make casual mention of some jewelry shop offering easy payment scheme options, but really, it doesn't take bling-bling to bring me bliss." ใหลองทายสิคะวา bling-bling หรือคําวา bling เฉยๆก็ใชได (แตคงไมคอย hip-hop เทาไหร) แปลวา อะไร พรุงนี้จะมาเฉลย อานแลวชอบเลยเอามาฝากคะ ขอขอบคุณ -Anu Garg (garg wordsmith.org ) สําหรับที่มานะคะ
    • วาดวยคําอุทานภาษาอังกฤษแบบออสซี่ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 ธันวาคม 2006 22:26 น. http://www.gotoknow.org/posts/68266 ไปพบบันทึกตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้แลว อดจะเอามาฝากเพื่อนพองนองพี่ใน GotoKnow ไมได ถาไมไดเขียนไวปานนี้ก็คงลืมไปแลวละคะ ทั้งสามหนุมนอยเองก็ เลิกอุทานแบบฝรั่งกันไปหมดแลว แตก็รูสึกจะยังไมมีคําอุทานไทยคําไหนติดปากจน สังเกตไดเลย ในขณะที่เด็กๆฝรั่งออสซี่ ติดคําอุทานเหลานี้และใชบอยมากและเปนธรรมชาติ ไดยิน เปนประจําจากเด็กเกือบทุกคน ฟงดูก็นารักและสื่อสารดีนะคะ พวกเราคิดเปรียบเทียบ กับคําไทยๆเราเอาไวดวย เริ่มจาก อุย ของไทยเรา เด็กๆจะอุทานวา “อุพซี” หรือ "โอะ โอ" แตอันแรก บอยกวามาก ถาเจ็บเราอุทานวา โอย ของเขาจะเปน “อาวช” (ออกเสียง ช คลายๆ ชู เบาๆ) เวลาเห็นดวย, ตอบรับหรือบอกวาใช จะบอกวา อา ฮะ (อา ยาวนิดนึง แลว ตามดวย ฮะสั้นๆ) เวลาไมเห็นดวย, ไมเอา, ไมใช จะบอกวา อะ อะ (สั้นๆทั้งคู) ใครอยากทายไหมคะวา ในบรรดาคําทั้งหมดนี้ 2 ชุดไหนที่ อยูมานานที่สุด หลังจากสามหนุมนอยกลับมาเมืองไทยแลว
    • คําคลายคลึงกันที่ควรระวัง เวลาออกเสียง R กับ L โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 มกราคม 2007 16:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/70565 เมื่อวานมีเวลานั่งตรวจปรูฟตนฉบับวารสาร พบคําวา Moderator ทําใหคิดถึงคําอีก คําที่ดูเหมือนจะคลายคลึงกัน แตแปลและออกเสียงคนละเรื่อง คือ Modulator เอามา ฝากใหลองอานและแปลดูนะคะ จะมาเฉลยพรุงนี้ (ใชวิธีใหคิดแลวคอยบอกจะทําใหจําไดนานกวา การที่อานรวดเดียวผานไปเลย คะ...เคล็ดลับสําหรับตัวเอง อาจจะใชไดกัลหลายๆคนนะคะ) พอดีกับที่คุณพอ thank you for your correction ใหกับพี่เหนน แลวโดนแซววา พอ ออกเสียงผิดเปน collection ก็เลยเก็บมาฝากดวย เพราะคํา 2 คํานี้ออกเสียงเหมือน กันเปยบเลย ยกเวนเปน r กับ l เทานั้นซึ่งจะทําให”ฝรั่ง”จริงๆฟงไมรูเรื่องเลยละคะ ขอ ใหอยาลืมระวัง นึกไดอีกวา เราจะเอาขาว เผลอๆจะไดเปน เหา ไปโนนเลย (ใครนึก ออกบางคะ...วาพูดถึงคําวาอะไรกับอะไร) มาเฉลยคะวา Moderater จะออกเสียงงายกวาสําหรับคนไทย คือ มอดเดอเรเตอ เปนผูดําเนินรายการ ในขณะที่ Modulator ที่คุณ Handy กรุณามายกตัวอยางใหเห็น ขางลางเนี่ย ออกเสียงยากกวา ตองดัดเสียงนิดหนอย เขียนใหออกเสียงก็ยากคะ คือ ม อด ดจู (ออกเสียง ด กับ จ ปนๆกันให จ แรงกวา ฟงเผินๆจะเหมือน จู เฉยๆ) เลเตอ ฉะนั้นคํานี้ ฝรั่งมักจะเขาใจเราผิดในกรณีหลังมากกวากรณีแรกคะ ทั้งๆที่เวลาเราคุย เนี่ย context ของเนื้อหานาจะชวยใหเขาใจได แตฝรั่งบางคนก็ไมยอมเขาใจคะ เรียก วาเปนงง อยางเดียวเลยเวลาเราออกเสียงผิด ทําใหเราจําเปนตองหัดออกเสียงเฉพาะบางคําที่อาจจะกอใหเกิดความสับสน หรือ อยางนอย ถาเราออกไมไดจริงๆ ก็ใหรูไวเวลาที่ฝรั่งทําทางง เราจะไดนึกออกวา อาจ เปนเพราะเราออกเสียงผิด...นั่นเองคะ
    • เอาคุณธรรม 52 ประการของเด็กโรงเรียนออสซี่ มาฝากคะ (1) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 มกราคม 2007 02:35 น. http://www.gotoknow.org/posts/74717 หางหายไปจากบล็อกนี้นานพอสมควร ตั้งใจไววาจะนํา 52 Virtues of the Week ที่พบจากกอง กระดาษสมบัติของลูกๆที่ขนกลับมาดวย มาฝากตั้งแตสัปดาหแรกของเดือน ก็ไมไดทํา เลย เปลี่ยนใจเอาเปนมาทั้งชุดเลยดีกวานะคะ ตามแตเวลาจะอํานวย ไดเรียนรูศัพทใหมๆไปดวย พรอมๆกับเตือนใจใหนําไปปฏิบัติ เริ่มจากตัว A ไปถึง Z เลยคะ ลอง ดูนะคะวา ชุดแรกสัก 12 ขอ ตั้งแต A ไปถึง E นี้มีคําไหนที่เราไมรูบาง จะมาเติมคําแปลวันตอๆ ไปคะ มาเติมคําแปลแลวคะ 1. Assertiveness ความแนวแน 5. Confidence ความมั่นใจในตนเอง 9. Creativity ความสรางสรรค 2. Caring หวงใยผูอื่น 6. Consideration การเอาใจใสผูอื่น 10. Detachment ไมยึดติด 3. Cleanliness ความสะอาด 7. Courage ความกลาหาญ 11. Determination ความตั้งใจมั่น 4. Compassion ความเห็นอกเห็นใจ 8. Courtesy ความสุภาพมีอัธยาศัย 12. Enthusiasm ความกระตือรือรน ปฏิบัติใหไดสัปดาหละอยาง เพิ่มขึ้นๆทุกสัปดาห พอสิ้นปเราก็จะเปนคนดีไปพรอมๆกันตลอดปนี้เลย
    • คุณธรรม 52 ประการจากโรงเรียนเด็ก ออสเตรเลีย (2) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 มกราคม 2007 00:39 น. http://www.gotoknow.org/posts/75021 มาตอจากบันทึกที่แลวอีกสัก 12 ขอนะคะ เขาบอกวาสําหรับ 52 สัปดาหของป แตคิดวาเราควรจะ ครองธรรมทั้งหมดนี้ใหไดมากที่สุด ในแตละวันของเรา เพื่อเปนประโยชนทั้งตอตัวเราเองและเพื่อน มนุษยรอบๆตัวเรานะคะ 13. Excellence ความเปนเลิศ 17. Friendliness ความมีไมตรี 21. Honesty ความซื่อสัตยสุจริต 14. Faithfulness ความศรัทธาเชื่อมั่น 18. Generosity ความเอื้อเฟอ 22. Honor การใหเกียรติ 15. Flexibility รูจักผอนสั้นผอนยาว 19. Gentleness ความนุมนวลออนโยน 23. Humility ความออนนอมถอมตน 16. Forgiveness การใหอภัย 20. Helpfulness การชวยเหลือเกื้อกูล 24. Idealism การยึดถืออุดมการณ แกไขคําวา Faithfulness จากความซื่อสัตยจริงใจ เปน ความศรัทธาเชื่อมั่น จะถูกตรงกวานะคะ ขอบคุณ คุณ mitochondria ที่ทักมาคะ ตอนแปลทีแรกยังงวงอยูคะ ถาใครคิดวาคําไหนนาจะไมใช ทักกันมาไดนะคะ เพราะบางคําแปลยากคะ หาคําไทยๆที่ตรงจริงๆบางทีก็นึกไมออกคะ
    • คุณธรรม 52 ประการจากโรงเรียนเด็ก ออสเตรเลีย (3) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 มกราคม 2007 23:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/75186 นํา 52 Virtues of the Week จากแผนโปสเตอรแจกเด็กนักเรียนของคุณครูที่เมืองเพิรธมาฝาก ตออีก 15 ขอคะ 25.Joyfulness ความราเริงแจมใส 30. Mercy ความเมตตาปรานี 35. Patience ความอดทน 26. Justice ความยุติธรรม 31. Moderation ความพอดีพอเพียง 36. Peacefulness ความรักสันติ 27. Kindness ความเมตตากรุณา 32. Modesty ความสุภาพถอมตน 37. Prayerfulness ความเครงศาสนา 28. Love ความรัก 33. Obedience ความเชื่อฟง 38. Purposefulness การมีเปาหมาย 29. Loyalty ความจงรักภักดี 34. Orderliness ความมีระเบียบวินัย 39. Reliability ความนาไววางใจ มีหลายๆคําที่มีความหมายลึกซึ้งกวาคําที่แปลไวนะคะ หากทานผูใดอยากชวยแตงเติมหรือมีคําที่ คิดวา สื่อสารไดเหมาะสมตรงมากยิ่งขึ้น ชวยตอเติมมาดวยนะคะ เราทุกคนจะไดนําไปใช นําไปคิด ในการดําเนินชีวิต เพื่อกันและกันคะ
    • คุณธรรม 52 ประการจากโรงเรียนเด็ก ออสเตรเลีย (4) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 มกราคม 2007 19:13 น. http://www.gotoknow.org/posts/75352 เหลืออีก 13 ขอที่จะเอามาฝากกันในวันนี้คะ นึกถึงวาถาเรานํามาเปน KPI (Key Performance Index) สําหรับตัวเองก็คงดีเหมือนกันนะคะ ยิ่งทําไดมากก็จะไดรูวา มีผลดีตอตัวเรายังไง 40. Respect ความเคารพนับถือ 45. Steadfastness ความแนวแนมั่นคง 50. Trustworthiness ความนาเชื่อถือไววางใจ 41. Responsibility ความรับผิดชอบ 46. Tact ความมีไหวพริบ 51. Truthfulness ความเปดเผยจริงใจ 42. Reverence ความคารวะยําเกรง 47. Thankfulness ความกตัญูรูคุณ 52. Unity ความสามัคคี 43. Self-Discipline ความมีวินัยตอตนเอง 48. Tolerance ความอดทนอดกลั้น 44. Service ความรับใชใหบริการ 49. Trust ความเชื่อใจ เปนสิ่งดีๆที่เราสามารถเก็บไวประจําตัวกันในทุกๆวัน ไปตลอดทั้งปนะคะ ถือเปนของขวัญป ใหมแดชาว GotoKnow ทุกทานในเดือนแรกของปใหมนี้คะ นํามาฝากกันในวันเกือบสุดทายของ เดือนแรกนี่แหละคะ เทหดี
    • วาดวยคําที่อานแปลกจากเพื่อน พอง.....lose...ลูซ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 กุมภาพันธ 2007 23:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/76175 วันนี้นั่งคุยกับลูกแลวเผอิูพูดคําวา ลอส โดนนองฟุงทักทันทีวาแมพูดผิด ตองเปน ลูส ก็เลยนั่งถกเถียงกันเล็กนอย มีอันตองไปเปดพจนานุกรม พี่วั้นใชวิธีคนจาก อินเทอรเน็ต ไดพบ บทบันทึกนาสนใจบทนี้ คะ ไมตองแปลกใจเลย ฝรั่งเองก็บน เหมือนกันวา คําสองคําคือ loose กับ lose นี้นาสับสน ทั้งสองคาออกเสียงคลายกัน มากๆนะคะ คืออานวา ลู ส กับ ลู ซ แตของ loose จะออกเสียงลงทายเปนเสียงของตัว S ไมใช Z สิ่งที่เราควรจําก็คือ คําวา lose ที่แปลวา สูญเสีย นี่ออกเสียงวา ลูซ ซึ่งแปลกไป จากคําที่สะกดดวย –ose อื่นที่เขาจะเปน เสียง โอ กัน เชน rose, nose, hose และ คูของเคาที่เปน ชอง 2 ชอง 3 คือ lost ที่อานวา ลอส(ซึทึ...สองเสียงในวงเล็บนี้ ออกเบาๆแตตองออกดวยคะ) ที่ตัวเองตั้งใจจะพูดตอนแรกแลวโดนลูกทัก สําหรับคําแปลของ 2 คํานี้ก็ไมเหมือนกันนะคะ เลือกใชใหถูกอยาสับสน ลูซ - lose คือ เสียหาย แพ สูญเสีย ตรงขามกับ win ที่เราคุนกันนั่นแหละคะ สวน ลูส -loose คือ หลวม ปลอย คลาย ซึ่งชอง 2 ชอง 3 จะใชวิธีเติม -ed ขางทาย ใครอยากเพิ่มเติมหรือใหเพิ่มเติมอะไรเกี่ยวกับ 2 คํานี้ก็เขียนลงมาไดเลยนะคะ เราทุก คนคงเคยสับสนกันมาแลว
    • คําที่อานออกเสียงเหมือนกัน-homophones โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 กุมภาพันธ 2007 22:42 น. http://www.gotoknow.org/posts/78049 ไดรับเมลจาก free-english.com อยูเรื่อยๆ วันนี้เห็นวา ชุดของ homophones เซ็ตนี้เปนคําที่พวก เราไดใชบอยๆ และยังไดยินพวกเราอานผิดกันอยูบาง ก็เลยเอามาลงเนนอีกทีวา อานเหมือนกัน เลยนะคะ มาดูกันเลยนะคะ alter altar night knight blue blew weigh way not knot loan lone tied tide weight wait so sew wave waive red read lain lane threw through dew due flour flower write right eight ate steak stake hour our one won be bee eye I to too two
    • fore four for there their they're ware where wear สวนมากเราจะอานไดคลองคําใดคําหนึ่ง แตเพราะไมแนใจกับหนาตาของอีกคํา เห็นเขียนไมเหมือน กันก็เลยไมกลาออกเสียงใหเหมือนกัน คราวนี้เอามายืนยันอีกทีคะ วาอานออกเสียงเหมือนกัน เปยบเลยละคะ สําหรับคําแปลไมแนใจวาเปนที่ตองการหรือเปลา ถามีเสียงเรียกรองคอยมาเติม ละกันนะคะ ขอใหสนุกกับการออกเสียงนะคะ
    • ขอคิดสําหรับคนกําลังจะแตงงานจาก นักปราชญผูยิ่งใหญของโลก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 17 กุมภาพันธ 2007 00:41 น. http://www.gotoknow.org/posts/79120 มีงานอดิเรกยามที่เหนื่อยลาอีกอยางหนึ่งคะ คือเลือกนักคิด นักเขียน นักปราชญสักคน แลวก็ไล อานคติตางๆที่ทานเหลานั้นเขียน ทําใหเปนแฟนประจําของ เว็บไซต BrainyQuote จนตองเอามา แปะไวขางซายใตประวัตินี่แหละคะ บอกไมถูกเหมือนกันคะวา ทําไมอยูๆก็คิดถึงนักปราชญอยางโซเครติสขึ้นมา วันนี้จึงอานหนานี้คะ ขอเก็บมาฝาก 2 ชิ้นที่ชอบมากที่สุดของวันนี้สําหรับทานที่ไมมีเวลาแวะไป ชิ้นแรก เพราะเดือนนี้เปนเดือนแหงความรัก และคตินี้มองโลกในแงดี๊ดีคะ อานแลว...ขํา...ขํา วา ทานชางสรรหาความคิดจัง My advice to you is get married: if you find a good wife you'll be happy; if not, you'll become a philosopher. Socrates อีกชิ้นเหมาะมากกับพวกเราชาว GotoKnow คะ เชื่อวาที่เรามาแลกเปลี่ยนเรียนรูกันอยูสมํ่าเสมอ ก็เพราะเราฉลาดอยางที่ทานโซเครติสวาไวนั่นเองคะ ทานบอกไววา.... I am the wisest man alive, for I know one thing, and that is that I know nothing. Socrates มีความสุขกับสุดสัปดาหนี้นะคะ
    • รวมบันทึกจากบล็อก effective English usage ของโอ-อโณ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 มีนาคม 2007 22:50 น. http://www.gotoknow.org/posts/85100 บล็อกนี้เปนบล็อกแรกที่เปดในโลก GotoKnow โดยไมรูอะไรเกี่ยวกับบล็อกมากอนเลย ไมวาระบบ ไหน ตอนแรกวาจะเขียนเลาถึงประสบการณที่พบมาจริงๆ แตพอเขียนไปเขียนมาก็กลายเปน อะไรๆแทบทุกอยางเกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่คิดวา จะมีประโยชน เก็บมาจากหลายๆแหลง ไมเฉพาะ จากประสบการณตรงคะ แตก็เขียนโดยใชความรูความเขาใจของตัวเองเปนที่ตั้งคะ บันทึกแรกๆยัง ไมมีสีสันอะไรเลยคะ บางอันก็เขาไปแกไขแลว แตมีหลายๆอันยังไมไดทํา อาจจะอานลําบากนิดนึง นะคะ 1. มาทดสอบการใชภาษาอังกฤษกันไหม เลาถึงคําที่เราออกเสียงบอยแตแบบที่ฝรั่งฟงไมรูเรื่องคะ 2. เฉลยคําอานภาษาอังกฤษจากวันกอน 3. แนะนํา dictionary online เปน ดิกอังกฤษ-อังกฤษมีลิงคไปถึง Merriam-Webster ใหฟงและดูคํา อานคําแปล กับไปดาวนโหลด Wordweb 4. วาดวย ng ใน sing กับ han เสียงอานที่พวกเรามักจะอานไมถูกกัน 5. ชวยกันดูแลเด็กๆที่เรียนภาษาอังกฤษจากสื่อทีวีหนอย พิธีกรอานคําที่สะกดดวย ed ผิดหลายคํา จนพวกเราทนไมไหวคะ 6. เทคนิคงายๆใชเดาการออกเสียงคําภาษาอังกฤษ เปนวิธีการที่คุณครูฝรั่งสอนเด็กเล็กๆแตมีประโยชนกับเราไปดวย 7. คําที่เราออกเสียงผิดและวิธีชวยจําใหออกเสียงถูก 8. เฉลย: ลองทดสอบตัวเองเรื่องการออกเสียงดูไหม 9. ที่มาของ Blog 10. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 11. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 2
    • 12. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 3 13. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 4 14. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 5 15. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 6 16. เคล็ดลับในการพูดภาษาอังกฤษ 7 17. วาดวย -cally 18. ขอคิดจาก Einstein 19. วาทะของไอนสไตน 20. วาทะของไอนสไตนอีกแลว 21. ยังขอพูดถึงวาทะไอนสไตนอยู 22. วาทะคานธี 23. ทายปญหาภาษาอังกฤษสนุกๆกันบาง 24. เฉลยทายปญหาภาษาอังกฤษสนุกๆ 25. เก็บตกจากฮานอย 26. Funny quizzes again 27. Dissolve parliament ตามคําเรียกรอง 28. วิธีออกเสียง "ough" 29. ขอแนะนําโปรแกรมดิกชันนารีอังกฤษ-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย 30. ชีวิตตองการอะไร 31. ทํา test ภาษาอังกฤษในสายใยพยาธิกันหรือยัง 32. พวกเราอาจจะ Take our knowledge for granted 33. วิพากษคําวา "How to teach poem" 34. เรียนศัพทและเตือนสติ 35. For our friends 36. Being happy
    • 37. Things happen for a reason 38. ทําใจ ทําใจ และทําใจ 39. The contemplation of death 40. I have learned.... 41. I have learned....(2) 42. I have learned....(3) 43. I have learned....(4) 44. I have learned....(5) ตอนสุดทายแลวคะ 45. วิธีมอง"อุปสรรค" แบบ "ตาสวาง" จะทําให "ใจสงบ" 46. ดวยความคิดถึงทาน CKO 47. พรหมวิหาร ๔ ภาคภาษาอังกฤษ - Four sublime states of mind 48. ใครรูจักสี Vermillion บาง 49. สีหลากหลายในภาษาอังกฤษ นอกเหนือจาก Red Green Blue Yellow... 50. คลายเครียดกับปญหาภาษาอังกฤษ...กันหนอยไหม 51. ขอแนะนําแหลงขอมูลที่ยอดเยี่ยมของคุณธิดารัตน-noojaae 52. คลายเครียดกับปญหาภาษาอังกฤษ...กันอีกนิดคะ 53. ขอเตือนใจจาก Quote of the Day วันนี้ดีจังคะ 54. See you again....เปน See you agian ไปดาย....บอกใครใหแกไขดีคะนี่ 55. เห็นดวยกับ Funny quote วันนี้ไหมคะ 56. ใครไมชอบภาษาอังกฤษอานตรงนี้คะ 57. เพิ่มเติมจากเรื่องการอาน "ough" ที่เคยเขียนไว 58. มีเรื่องภาษาอังกฤษที่ขําขันที่สุดของชาติตางๆมาฝาก...แกเครียดคะ 59. คําพูดยอในภาษาอังกฤษที่ใชบอยๆ...มีประโยชนในชีวิตประจําวันคะ 60. คําคมที่นาสนใจจากศิลปนโลก...วินเซ็นต แวนโกะ 61. The wisdom of Thai people are perpetuated by GotoKnow.
    • 62. การคิดและพูดแบบ Optimistic กับ Pessimistic ใหผลที่แตกตางกันอยางมากนะคะ 63. คําคมชวนคิดจากทานมหาตมะ คานธี 64. ความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น version Einstein 65. Funny Quote สําหรับคุณ doCgaholic ดวยความคิดถึงคะ 66. คําคมวันนี้สําหรับตัวเองและอ.จันทวรรณคะ 67. อันเนื่องมาจากคําขอของคุณหมอนนท..เพื่อนรวมทางและคนโปรด Susan Polis Schutz 68. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ 69. คําวา paste ที่คูกับ copy ตองอานวา เพส(ทึ) นะคะ 70. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (2) 71. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (3) 72. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (4) 73. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (5) 74. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (6) 75. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (7) 76. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (8) 77. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (9) 78. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (10) 79. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (11) 80. One World, One Heart...หากคุณรักโลกนี้และรักตัวเอง โปรดอานคะ (12-Final) 81. เอาอาหารสมอง-Food for thought มาฝากคะ 82. มี anagram สนุกๆมาใหลองคิดดูเลนๆคะ พรุงนี้จะเฉลย 83. Anagram สนุกๆอีกทีคะ คิดเลนๆยามวางวันหยุด 84. เสียงทักถึงคุณครูสอนภาษาอังกฤษเด็กประถมคะ 85. คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุงคะ 86. อันเนื่องมาจากความประทับใจในความรัก...ของเพื่อน
    • 87. "เอาสีขางเขาถู"....ไมไดวาใครคะ แตมาตอบคําถาม 88. ประสบการณในการ present งานภาษาอังกฤษใหฝรั่งฟง 89. ใครมีปญหา...ลองอานตรงนี้คะ อาจชวยได 90. ความรักจรรโลงโลก...ความจริงที่พิสูจนแลว 91. เราอานคําที่มี -ed ตอทายกันถูกหรือยัง ทดสอบกันหนอยดีไหมคะ 92. หลักการจําวาจะออกเสียงคํากริยาที่ลงทายดวย -ed ใหถูกยังไง 93. ใครนะชางเอามาบอก... คําแปลที่แทจริงของ thug กับ sin 94. คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุง...มาอีกแลวคะ 95. website นี้และ dictionary เลมนี้นาสนใจนะคะ ใครใชแลวเปนอยางไร บอกเลากันบางนะคะ 96. บทแปลของ Crazy English จากบันทึก"ใครไมชอบภาษาอังกฤษอานตรงนี้คะ" 97. คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุงและพี่เหนน...มาอีกแลวคะ 98. ถาเราพยายามเขาใจ"ธรรมชาติ" ของทุกสิ่ง ชีวิต....ก็ไมทุกขเทาไหรหรอก 99. ที่ซึ่งความสําเร็จตอผูคนเริ่มตนและสิ้นสุด 100. บันทึกนี้แดนองๆทุกทาน ที่กําลังกาวเดินบนเสนทางสู PhD 101. คติโดนใจวันนี้ เกี่ยวกับ"ความรู"จากทาน "โซเครติส"- นักปราชญชาวกรีก 102. สุภาษิต...ยอกยอน...ยอนศร...ยอนยอก...หรืออะไรดี 103. คําคมๆ จากคนแหลมคมที่อานแลว ตองบอกตอคะ 104. มีคําอานที่นาจะอานใหถูก มาฝากอีกแลวคะ 105. คําอานภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคอมพิวเตอรจากนองฟุง...ฝากมาอีกแลวคะ 106. เสนไขปลา กับ ขนลุก เรื่องสนุกของภาษา 107. ลอยกระทงกันแลว ขอเชิญนองแกวกลับมาคิดดีๆ 108. อันเนื่องมาจาก...สุภาษิตสอนใจจากกัลยาณมิตร...ของทานอ.วิจารณ 109. เกี่ยงกันแลว...คงไมมีประโยชนอะไร เปลี่ยนวิธีคิดกันเถอะคะ 110. เรื่องติดใจจากประสบการณการใชภาษาอังกฤษกับฝรั่งจริงๆ 111. เรื่องติดใจจากประสบการณการใชภาษาอังกฤษกับฝรั่งจริงๆ (2)
    • 112. เรื่องติดใจจากประสบการณการใชภาษาอังกฤษกับฝรั่งจริงๆ (3 - ตอนจบ) 113. ระบบบล็อก มีการเริ่มใชงานในระดับมหาวิทยาลัยแลวที่ UWA 114. ลิขิตอักษร....สรรสรางฝนสูความจริง 115. วาดวย...ความปวด - ache 116. ใครทราบความหมายของศัพทนารักๆคํานี้บาง...bling-bling 117. วาดวยคําอุทานภาษาอังกฤษแบบออสซี่ 118. คําคลายคลึงกันที่ควรระวัง เวลาออกเสียง R กับ L 119. เอาคุณธรรม 52 ประการของเด็กโรงเรียนออสซี่มาฝากคะ (1) 120. คุณธรรม 52 ประการจากโรงเรียนเด็กออสเตรเลีย (2) 121. คุณธรรม 52 ประการจากโรงเรียนเด็กออสเตรเลีย (3) 122. คุณธรรม 52 ประการจากโรงเรียนเด็กออสเตรเลีย (4) 123. วาดวยคําที่อานแปลกจากเพื่อนพอง.....lose...ลูซ 124. คําที่อานออกเสียงเหมือนกัน-homophones 125. ขอคิดสําหรับคนกําลังจะแตงงานจากนักปราชญผูยิ่งใหญของโลก 126. รวมบันทึกจากบล็อก effective English usage ของโอ-อโณ
    • บทแปลเพลง"ฤดูกาล" ของวิสา คัญทัพเปน ภาษาอังกฤษ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 มีนาคม 2007 00:12 น. http://www.gotoknow.org/posts/85477 สืบเนื่องมาจากที่ไดทําการ แปลบทกลอนชุด One World, One Heart ของคุณ Susan Polis Schutz เอาไว โดยมีที่มาที่ไปจากคําขอของ คุณหมอนนท เพื่อนรวมทาง ทําใหไดรับ การบาน ตอมา ซึ่งเปนสิ่งที่ยังไมเคยทํา คือแปลบทเพลง "ฤดูกาล" ของคุณวิสา คัญทัพ ใหเปนภาษา อังกฤษ เปนสิ่งที่ยังไมเคยทําและอานดูแลว ยากมากคะ นึกคําที่กระชับและสื่อความหมายใหตรง กับภาษาไทยยากจริงๆ แตก็ยังเก็บคางใจไวนะคะ ไดมาจัดการทํา สารบัญบันทึกในบล็อกนี้ จึงทําใหไดทบทวน ประจวบเหมาะกับเปนชวง เวลาปดเทอมที่ พี่วั้น หนุมนอยคนโตมีเวลาวางพอสมควร เห็นวาเขาเคย แตงกลอนภาษา อังกฤษ ไดนารักมาก เลยขอใหชวยดูให เขามองดูทีแรกแลวก็บอกวา ขอเวลาหนอยนะแม วัน นี้เขาเอามายื่นใหบอกวา "เสร็จแลวแม คิดอยูนานเหมือนกัน" ไดผลออกมาดังนี้คะ จากตนฉบับวา "เพียรสรางความดีทีละนิด โลกและชีวิตก็สดใส อันใบไมรวมผลัดสลัดใบ ยังถมซากกอใบใหดินงาม" พี่วั้นแปลออกมาไดวา "Just small acts of goodness can brighten life and the world like the autumn leaves that fall bury remains and freshen the soil"
    • KM....It's not what you know. บทแปลเปนภาษา ไทย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 15 เมษายน 2007 22:39 น. http://www.gotoknow.org/posts/90508 ไดอานบันทึก It's not what you know. ของ อ.จันทวรรณแลว อยากเอามาแปลใหพวกเราได อานกันอีกรอบคะ ผูเขียนคงเปนผูบริหาร (เดาเอาจากที่มีอางอิงไววา Contributed by Brian Hackett, from Across The Board, The Conference Board: http://www.conference-board.org และมีที่มาจาก http://www.skyrme.com/updates/digest.htm ) อานแลวไดความสะใจยังไงบอกไม คอยถูกคะ รูสึกวาเขาสะกิด ใหเราคิดใหลึกขึ้นไดดีมากๆ เปนความทาทายอยางหนึ่งวาจะแปลให เปนไทยไดตรงกับที่เขาวาสักแคไหน It's not what you know. It's not what you know. ไมใชอะไรที่คุณรูหรอก It's knowing when you know that you don't know. แตเปนการรู เมื่อคุณรูวาคุณไมรูอะไร It's knowing who knows what. It's intuition, insight, and years of making mistakes. เปนการรูวาใครรูอะไร เปนจิตใตสํานึก ความเขาใจอยางลึกซึ้ง และการทําผิดพลาด หลายครั้งหลายหนมายาวนาน It's knowing when to approach a key customer and let him know you're listening. เปนการรูวา เมื่อใดควรจะเขาไปหาลูกคาคนสําคัญ แลวทําใหเขารูวาคุณฟงเขาอยู It's knowing whether he likes golf or fishing or building houses for the poor. เปนการรูวา เขาชอบเลนกอลฟหรือชอบตกปลา หรือวาชอบสรางบานใหคนยากคนจน It's knowing how to get the best price for a flight, a car, or a mortgage on the Internet. เปนการรูวา ทํายังไงถึงจะไดราคาที่ดีที่สุดสําหรับตั๋วเครื่องบิน สําหรับรถหรือคาคํ้า ประกันทางอินเตอรเน็ต It's the knowledge of the hands-knowing how to keep that old lathe running smoothly. เปนความรูที่ไดจากการลงมือทําวา ทํายังไงเครื่องกลึงเกาแกนั้นถึงจะทํางานไดอยาง ราบรื่น
    • It's the ability to know what's wrong with something just by the smell, whether it's a gourmet dish or a car engine. เปนความสามารถที่จะรูไดวามีอะไรผิดปกติ จากเพียงการไดกลิ่น ไมวาจะเปนอาหาร หรือเครื่องยนต It's knowing how to work as a team. เปนการรู ถึงวิธีทํางานเปนกลุม It's knowing how to really listen. เปนการรูวิธีฟงที่แทจริง It's knowing when not to say anything. To let others learn for themselves. เปนการรูวาไมควรพูดอะไรเมื่อไหร เพื่อใหคนอื่นไดเรียนรูดวยตัวของเขาเอง It's knowing that you don't need to know it all to have all the answers. เปนการรูวา คุณไมจําเปนตองรูทุกอยาง จึงจะไดคําตอบทั้งหมด It's knowing that the next best thing to knowing something is knowing where to find it. เปนการรูวา สิ่งที่ดีที่สุดยิ่งกวาการรูอะไร ก็คือการรูวาจะหาความรูนั้นไดที่ไหน It's knowing that you can make mistakes and admit it. เปนการรูวา คุณทําผิดไดและยอมรับความผิดนั้น It's knowing that innovation comes from making more mistakes faster than your competition and learning from them. เปนการรูวาการสรางสรรคสิ่งใหมๆนั้นมาจากการทําผิดมากและเร็วกวาคูแขงของคุณ โดยเรียนรูจากความผิดนั้น As an individual, it's knowing why you work for a living. Is it to pay the rent? Or do you have the luxury of looking for meaning? As an organization, it's knowing why your firm exists and what, if anything, you owe to society. ในฐานะคนคนหนึ่ง เปนการรูวาทําไมคุณถึงทํางานเพื่อความอยูรอด เพื่อเอาเงินมาจาย คาเชาหรือวาคิดไดหรูหราวาทําเพื่อหาความหมาย ในฐานะองคกร เปนการรูวาทําไมจึง มีองคกรของคุณ และคุณมีอะไร (ถาหากมี) ที่ติดคางตอสังคมบาง ... What you can do is create the right culture, find the right people, give them the right tools and the right motivation, and get out of their way ... สิ่งที่คุณทําไดคือ การสรางวัฒนธรรมที่เหมาะสม มองหาคนที่เหมาะสม ใหเครื่องมือที่ เหมาะสมแกเขา ใหการกระตุนที่ถูกตอง แลวก็อยาไปยุงกับพวกเขา
    • การออกเสียงคําที่ลงทายดวย -cally ใหถูกตอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 เมษายน 2007 00:46 น. http://www.gotoknow.org/posts/92751 เคยเขียนบันทึกนี้ไวเมื่อนานมาแลว วาดวย -cally เพื่อทักวาคําพวกนี้ เราอานออกเสียงแบบที่เรา ชอบออกจนติดเปนนิสัยนั้น ฝรั่งเขาไมเขาใจนะคะ อันนี้แปลกมากๆ เคยถามฝรั่งออสซี่เหมือนกันวา ทําไมเขาถึง ไมออกเสียงเปน คั่ล-ลี่ ทําไมเปน คลี่(คอนขางติดกันเปนพยางคเดียว) ฝรั่งคนที่โดน ถามบอกวา "เออ...เขาก็ลืมสังเกตไปนะวามันมี a กับ l อยูดวยนี่เนาะ แตทําไมพวกเขาไมไดออก เสียงเพิ่มอีกพยางคก็ไมรูเหมือนกัน แปลกนะ" ....เปนซะงั้นไปคะ คงเหมือน "สามารถ" กับ "ปรารถนา" ของเรา ภาษาไทยมีอีกคําที่นึกไดตอนนี้ เคยบอกใหพี่เหนน-หนุมนอยของเราอานสูตรขนมในทีวีใหเราจด พี่เหนนอานอยางมั่นใจ "ขาวเหนียว 1 ถวย นํ้าตาลทะ ราย 5 ชอน" คนฟงขํากลิ้ง กวาพี่เหนนจะรู วา ออ... นํ้าตาล " ซาย" ยํ้าอีกทีนะคะวา practic al ly อานวา แพรค ติ่ก คลี่ technic al ly อานวา เทค นิก คลี่ และอื่นๆ ในลักษณะนี้ก็เหมือนกัน ใหอานลงทายเปนพยางคเดียว วา "คลี่" ไมใช "คั่ล ลี่" ยังนึกไมออกเลยวามีคําไหนอานเปน 2 พยางค (นาจะไมมี) ใครทราบชวยกรุณาเพิ่มเติมดวยนะคะ
    • There is only one success...do you know what? โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 พฤษภาคม 2007 20:21 น. http://www.gotoknow.org/posts/94858 มองขางๆบล็อกนี้ในวันนี้ นอกจากจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กนอย ตามที่อ.ธวัชชัยเกริ่นวาจะมีการ redesign หนาจอ GotoKnow บางสวนแลว ไดเห็น Quote of the Day ที่โดนใจ ตองเอามาคุยกัน ตอนิดนึงคะ คุณ Christopher Morley ทานวาไววา There is only one success - to be able to spend your life in your own way. คิดถึงบันทึก เคล็ดลับความสําเร็จ…ที่ถูกซอนไว(ดวยตัวมันเอง) ของคุณ join_to_know ซึ่ง เสนออะไรใหคิดเกี่ยวกับความสําเร็จนี่แหละคะ อานขอคิดวันนี้แลวก็เห็นจริงวา ใชจริงๆที่หากเรา ไดทํา ไดใชชีวิตอยางที่เราตองการนั่นก็คือเราจะมีความสุขกับสิ่งที่เราทํา เปนความสําเร็จที่เราเอง รับรูและเขาใจ โดยไมตองใหใครมายืนยัน แลวก็คิดอีกทีวา เอะ...จริงหรือเปลา วิถีชีวิตที่เรากําลังดําเนินอยูนี้ ใชสิ่งที่เราตองการจะทําจริง ไหม แลวก็ตอบตัวเองไดวา ใชคะ แตยังไมหมด ยังมีอะไรที่อยากทําอีกมากทีเดียว แสดงวายังไปไม ถึงความสําเร็จ...ใชไหมคะ... อยากถามเพื่อนๆชาว GotoKnow บางดวยวา Have you got your only success yet?
    • สุภาษิตฝรั่ง...เก็บมาฝากตอคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 มิถุนายน 2007 00:36 น. http://www.gotoknow.org/posts/100531 มีสุภาษิตมาฝากจากคุณ Josef Essberger แหง http://EnglishClub.com เห็นวานาสนุกดีเลยนํามาฝากคะ เคามีคําแปลศัพทไวใหแลวดวย เดี๋ยวพรุงนี้จะพยายาม หาสุภาษิตไทยที่เทียบเคียงไดมาเติมใหดวย มัวแตอานหนังสืออื่นๆไมไดจับพจนานุกรมมา นานแลว จะไดหาเรื่องไปอานเสียบางคะ ไดประโยชนกันทุกฝาย... 1. "Don't cross your bridges before you come to them." Don't worry about problems before they arrive. อยาตีตนไปกอนไข 2. "Soon learnt, soon forgotten." Something that is easy to learn is easy to forget. 3. "Even a worm will turn." Everybody will revolt if driven too far. * worm (noun) = small thin animal with soft body and no legs * turn (verb) = revolt, fight back 4. "It was the last straw that broke the camel's back." There is a limit to everything. * straw (noun) = dried stalk of grain (like grass) * camel (noun) = large long-necked animal in the desert 5. "The way to a man's heart is through his stomach." Many women have won a man's love by cooking good meals. * way (noun) = path; route เสนหปลายจวัก ผัวรักจนวันตาย 6. "Where there's a will there's a way." If we are determined to do something, we can do it. * will (noun) = strong determination, desire. * way (noun) = path, method ความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น
    • 7. "The best advice is found on the pillow." We may find the answer to a problem after sleeping. * advice (noun) = recommendation as to what to do * pillow (noun) = cushion to rest your head on sleeping ชิ้นสุดทายนี่ทําใหขําถาแปลตรงๆตัวไมเอาความหมายที่เขาอธิบาย เพราะกําลังจะไปนอนและคิด วาเปนสิ่งที่ตัวเองคงไมมีทางพิสูจนได เพราะกอนหลับก็อานหนังสือ พอหัวแตะหมอนจริงๆเมื่อไหรก็ คือหลับแนนอนและมักจะไมฝน ไมมีบุญพอจะ get the best advice from the pillow เลยคะ ปรากฎวาไดอานพจนานุกรมเลนจริงๆคะ แตหาที่เทียบเคียงไดกับทั้ง 7 สุภาษิตนี้ยากจังคะ ไดมา แคๆ ไมกี่ชิ้นเองคะ ใครนึกไดชวยกรุณาดวยนะคะ
    • การเรียนศัพทภาษาอังกฤษใหจําไดและใช ถูก...ตองมีเทคนิคคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 มิถุนายน 2007 23:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/100807 Advanced ESL learners can generally communicate well, having learned all the basic structures of the language. However, they need to expand their vocabulary to express themselves more clearly and appropriately in a wide range of situations. Students might even have a receptive knowledge of a wider range of vocabulary, which means they can recognize the item and recognize its meaning. Nevertheless, their productive use of a wide range of vocabulary is normally limited, and this is one of the areas that need greater attention. Traditionally, the teaching of vocabulary above elementary levels was mostly incidental, limited to presenting new items as they appeared in reading or sometimes listening texts. This indirect teaching of vocabulary assumes that vocabulary expansion will happen through the practice of other language skills, which has been proved not enough to ensure vocabulary expansion. Nowadays it is widely accepted that vocabulary teaching should be part of the syllabus, and taught in a well-planned and regular basis. Some linguists even argue that vocabulary should be at the center of language teaching. Thus, the goals of vocabulary teaching must be more than simply covering a certain number of words on a word list. We must use teaching techniques that can help realise this global concept of what it means to really know a lexical item. Teachers and teaching materials must also go beyond that, giving learner opportunities to use the items learned and also helping them to use effective written storage systems. Let us now go into more detail about this. Understanding how our memory works might help us create more effective ways to teach vocabulary. Why? Well, it seems that learning new items involve storing them first in our short-term memory, and afterwards in long-term memory. We do not control this process consciously but there seems to be some important clues to consider. First, retention in short-term memory is not effective if the number of chunks of information exceeds seven. Therefore, this suggests that in a given lesson we should not aim at teaching more than this number. However, our long-term memory can hold any amount of information. Research also suggests that our ‘mental lexicon’ is highly organised and efficient, and that semantic related items are stored together. Word frequency is another factor that affects storage, as the most frequently used items are easier to retrieve. We can use this information to attempt to facilitate the learning process, by grouping items of vocabulary in semantic fields, such as topics (e.g. types of vegetables). The way students store the items learned can also contribute to their success or failure in retrieving them when needed. Most learners simply list the items learned in chronological order, indicating meaning with translation. This system is far from helpful, as items are de-contextualised, encouraging students to over generalize usage of them. It does not allow for additions and refinements, nor indicates pronunciation. Teachers can encourage learners to use other methods, using topics and categories to organise a notebook, binder, or index cards. Meaning should be stored using English as much as possible, and also giving indication for pronunciation. Diagrams and word trees can also be used within this topic/categories organisation. The class as a whole can keep a vocabulary box with cards, which can be used for revision/recycling regularly. Organising this kind of storage system is time-consuming and might not appeal to every learner. Therefore, adapting their chronological lists to include headings for topics and a more complete definition of meaning would already be a step forward.
    • Perhaps the most important aspect of vocabulary teaching for advanced learners is to foster learner independence so that learners will be able to deal with new lexis and expand their vocabulary beyond the end of the course. Therefore, guided discovery, contextual guesswork, and using dictionaries should be the main ways to deal with discovering meaning. Guided discovery involves asking questions or offering examples that guide students to guess meanings correctly. In this way learners get involved in a process of semantic processing that helps learning and retention. Contextual guesswork means making use of the context in which the word appears to derive an idea of its meaning, or in some cases, guess from the word itself, as in words of Latin origin. Knowledge of word formation (e.g. prefixes and suffixes) can also help guide students to discover meaning. Teachers can help students with specific techniques and practice in contextual guesswork, for example, the understanding of discourse markers and identifying the function of the word in the sentence (e.g. verb, adjective, noun). The latter is also very useful when using dictionaries. In fact, students should start using ESL dictionaries as early as possible, from the intermediate upwards. With adequate training, dictionaries are invaluable tools for learners, giving them independence from the teacher. As well as understanding meaning, students are able to check pronunciation, the grammar of the word (e.g. verb patterns, verb forms, plurality, comparatives, etc.), different spelling (American versus British), style and register, as well as examples that illustrate usage.
    • เทคนิควิธีการ...คือเคล็ดลับของการสอนภาษา อังกฤษใหไดผล โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 มิถุนายน 2007 23:25 น. http://www.gotoknow.org/posts/102638 เปดเทอมมาไดสักพักแลว ไดฟงลูกๆพูดถึงคุณครู โรงเรียนอยูบอยๆ รวมทั้งไดมีโอกาสชวยอาน ภาษาอังกฤษจากบทความของผูใหญ 2-3 เรื่อง และรวมถึงจากที่พูดคุยกับใครๆรอบๆตัวแลว อยาก จะเขียนบอกใครๆที่มีโอกาสสอนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะคุณครูวา ไดโปรดเถิด ทําใหภาษานี้ สนุกสนาน สื่อสารได กันเถอะคะ ควรจะเริ่มจากการปรับทัศนคติตอภาษา หายุทธวิธีที่ทําให ภาษาสนุก นาใช นาเรียนรู ไดอาน บันทึกนี้ ของ ครูออย คนสวยแลว อยากบอกวา นี่ไงคะ ขอ ยืนยันชัดๆเลย ตองขอบคุณ ครูออย จริงๆที่นํามาเผยแพร และจะเผยแพรในรูปงานวิจัยตอ ไปอีกดวย อยากจะบอกวา การบังคับใหเด็กทองศัพท นั้นเลิกเถอะคะ เอาศัพทพวกนั้นมาทําเปนคําคลอง จองหรือเอามาทั้งประโยค แตงใหมีเรื่องราวที่สื่อสารนาจํา จะไดทั้งคําศัพทและไดทั้งทัศนคติในทาง บวกตอภาษาจากผูเรียนอีกดวย วิธีการสอนภาษาอังกฤษ นี่แหละคือ กุญแจสําคัญที่จะทําใหเด็กรักหรือเกลียดภาษาไปเลย ใครที่ มีเทคนิคดีๆเอามาแลกเปลี่ยนกันแบบที่ ครูออย ทําจะเปนประโยชนอยางใหญหลวงตอพวกเรา เลยนะคะ เรียนภาษาอังกฤษกันมาเปนสิบๆป จะใชพูดสื่อสารก็ยังหาคนอยากทํายากเหลือเกิน เพราะความกลัวฝงใจมาแตเด็กๆจากวิธีการเรียนที่ทําใหมันยากนี่เองแหละคะ
    • ภาษาสนุก...ทั้งภาคอังกฤษและพากษไทย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 มิถุนายน 2007 20:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/104638 ไดรับ forward mail บอกวาเปนความหมายใหมของคําตางๆเหลานี้ใน Oxford dictionary เปนคําแปลที่ออกในแนวประชดประชัน เสียดสี แตก็อานแลวไดสนุกกับ ความชางคิดสรรหาความหมายมา ก็เลยขอนํามาเลาตอแกเครียด กับเหตุการณ บานเมืองในระยะนี้ ไมแนใจวาเปนความหมายจริงๆในนั้นหรือเปลา แตอานดูทุกคํา แลวคิดวาไมนาจะใชคะ ลองเขาไปดูที่เว็บไซตของ Oxford Dictionary ก็ไมเห็นมีการ แปลแบบนี้ใหเห็น ขอแปลเปนไทยไวใหดวย เพื่อฝกตัวเองคะ อานแลวทาทายดีวาจะ แปลไดความสะใจตามความหมายเดิมหรือเปลา ถาใครจะชวยเพิ่มเติมแกไขใดๆดวยก็ จะขอบคุณนะคะ Atomic Bomb : An invention to end all inventions. ( ระเบิดปรมาณู - สิ่งประดิษฐชิ้นหนึ่งที่ทําใหสิ่ง ประดิษฐอื่นๆทั้งหลายสูญสลายไปหมด) Boss: Someone who is early when you are late and late when you are early (หัวหนา - ใครบาง คนที่มาเชาเวลาคุณมาสาย และมาสายเวลาคุณมาเชา) Cigarette: A pinch of tobacco rolled in paper with fire at one end and a fool on the other. (บุหรี่ - ผงยาสูบหยิบมือเล็กมวนใสกระดาษ ซึ่งมีไฟที่ปลายดานหนึ่งและมีคนโงอยูที่อีกปลายหนึ่ง) Classic : A book which people praise, but do not read. ( คลาสสิก - หนังสือที่คนยกยอง แตไม อาน) Committee : Individuals who can do nothing individually; and sit to decide that nothing can be done together. ( คณะกรรมการ - คนที่ทําอะไรดวยตนเองไมได แลวมานั่งรวมกันเพื่อตัดสินใจวา ไมมีอะไรที่ทํารวมกันได) Compromise: The art of dividing a cake in such a way that everybody believes he got the biggest piece. (การประนีประนอม - ศิลปะของการแบงเคกในแบบที่ทําใหทุกคนเชื่อวาตนไดชิ้นที่ ใหญที่สุด) Conference : The confusion of one man multiplied by the number present. (การประชุม – ความ
    • สับสนของคนหนึ่งคนที่เพิ่มทวีคูณดวยจํานวนของผูเขารวม) Conference Room: A place where everybody talks, nobody listens and everybody disagrees later on. (หองประชุม – สถานที่ซึ่งทุกคนพูด โดยไมมีใครฟงแลวในที่สุดทุกคนก็ตางไมเห็นดวย) Criminal: A guy no different from the rest....except that he got caught. (อาชญากร – ผูที่ไมตาง จากคนอื่น ยกเวนแตที่วาเขาถูกจับได) Dictionary: A place where success comes before work. (พจนานุกรม – ที่ซึ่งความสําเร็จมาถึง กอนการทํางาน) Diplomat: A person who tells you to go to hell in such a way that you actually look forward to the trip. (นัก? – ผูที่บอกใหคุณไปลงนรกโดยวิธีที่ทําใหคุณรูสึกตั้งตารอการเดินทางไปสูมัน) Divorce: Future tense of marriage. (การหยาราง – อนาคตกาลของการแตงงาน) Doctor: A person who kills your ills by pills, and kills you with his bills. (แพทย – ผูที่ฆาความเจ็บ ปวยของคุณดวยยา และฆาตัวคุณดวยใบรับเงิน) Etc: A sign to make others believe that you know more than you actually do. (เครื่องหมายที่ ทําใหคนอื่นเชื่อวาคุณรูมากกวาที่คุณรูจริงๆ) Experience: The name men give to their mistakes. (ประสบการณ – คําที่คนใชเรียกความ ผิดพลาดตางๆของตน) Father: A banker provided by nature. (พอ – นักการธนาคารโดยธรรมชาติ) Lecture: An art of transferring information from the notes of the lecturer to the notes of the students without passing through the minds of either. (การสอน – ศิลปะของการถายทอดขอมูล จากการจดโนตของผูสอนไปยังการจดของผูเรียนโดยไมตองผานการนึกคิดของทั้งสองฝาย) Miser: A person who lives poor so that he can die rich. (คนขี้เหนียว - ผูที่อยูอยางลําบาก ยากแคนเพื่อจะไดตายอยางหรูหรา) Office: A place where you can relax after your strenuous home life. (ที่ทํางาน – สถานที่ซึ่งคุณ ไดพักผอนจากชีวิตหนักหนาที่บาน) Opportunist: A person who starts taking bath if he accidentally falls into a river. (นักฉวยโอกาส – ผูที่ทําการอาบนํ้าทันที หากเผอิญพลัดตกลงไปในแมนํ้า) Optimist: A person who while falling from Eiffel tower says in midway "See I am not injured yet." (คนมองโลกแงดี – ผูที่แมขณะตกจากหอไอเฟลก็ยังพูดระหวางทางวา “ดูสิ ฉันยังไมทันได บาดเจ็บอะไรเลย”) Philosopher: A fool who torments himself during life, to be spoken of when dead. (นักปรัชญา – คนโงที่ทรมานตนเองในตอนที่มีชีวิตอยู เพื่อใหมีคนกลาวขานถึงเมื่อตายไปแลว)
    • Politician: One who shakes your hand before elections and your confidence after. (นักการเมือง – ผูที่เขยามือคุณกอนการเลือกตั้ง แลวก็เขยาความมั่นใจของคุณหลังจากนั้น) Smile: A curve that can set a lot of things straight. (ยิ้ม – เสนโคงที่ทําใหเกิดเสนตรงในหลายๆ สิ่ง) Tears: The hydraulic force by which masculine will-power is defeated by feminine water power ........ (นํ้าตา – แรงของนํ้าที่เอาชนะพลังความตั้งใจของเพศชายดวยอํานาจจากนํ้าของผูหญิง) Yawn: The only time some married men ever get to open their mouth. (การหาว – โอกาส เดียวที่ผูชายที่แตงงานแลวจะไดเปดปาก) นองเหนน เห็นคําแปลพวกนี้แลว บอกใหแมอานคําพากษไทย ( subtitle) ของหนังที่มีคนสงเมลมา ใหเหมือนกัน ขํากลิ้งจนตองเก็บบางคํามาบอกตอใหไดขําดวยกัน ดังนี้คะ (คําแปลที่ควรจะเปนอยู ในวงเล็บตอทายนะคะ) "I think that's not right." = "ฉันคิดวานั่นไมใชทางขวา" (ฉันคิดวา นั่นไมถูกตองนะ) "Fire in the Hole!!!" = "ไฟในรู!!!" ( ยิงเขาไปในชองนั้น - คุณ Wanna be loved มาบอกไวในความเห็นขางลาง ทําใหไดทราบวา ประโยคนี้นาจะแปลวา "ระวังหลุมระเบิด" มากกวานะคะ) "Come on, man." = "มานี่อยางลูกผูชาย" (นี่นาย...มานี่ซิ) "Where 's the head?" = "หัวอยูไหน?" (ในกรณีนี้คือ...หัวหนาอยูไหน) "I'm gonna go to the head" = "ฉันจะไปที่หัว" (ในกรณีนี้คือ...ฉันจะไปพบหัวหนา) "Count Dooku" = "คํานวณดูกู!!" (จาก starWars : Episode II) (ทานเคาท ดูกู) "Keep the change." = "ใหมันเปลี่ยนแปลง" (จากเรื่อง My Big Fat Greek Wedding ตอนที่พระเอกใหนางเอกเก็บตังคทอนไว) เครื่องบินกําลังจะตก ... "Mayday! Mayday!" = "วันแรงงาน! วันแรงงาน!" (คําเรียกขอความชวยเหลือ) "Good morning, honey." = "สวัสดี คุณนํ้าผึ้ง" (อรุณสวัสดิ์ ที่รัก) "Do you want to take a shower?" = "เธออยากแสดงอะไรใหฉันดูไหม?" (คุณอยากจะอาบนํ้าไหม-คําวา shower นี้อานวา ชาวเวอ ไม ใช โชวเวอ ดวยนะคะ -แตเสียง"เวอ"เบาๆ กึ่งๆ "เออ"ดวย) "Come on." = "มาบน" (มานี่สิ) "Can you hear me?" = "กระปอง คุณไดยินฉันมั้ย (อันนี้สุดยอด- ไมตองแปลนะคะ )
    • วิธีฝกการออกเสียงภาษาอังกฤษใหดี ขึ้น....เทคนิคจากเจาของภาษา โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 23 กรกฎาคม 2007 00:36 น. http://www.gotoknow.org/posts/113634 คุณ Josef Essberger ที่ http://www.englishclub.com เจาเดิมมีเทคนิค วิธีฝกออกเสียง ภาษาอังกฤษ ใหดีขึ้น มาฝาก อานดูแลวคิดวาเปนวิธีที่ดีและนาจะนําไปใชฝกได สําหรับหลายๆทาน ก็เลยแปลแบบเก็บความมาฝากกันคะ เคยมีมาแลวครั้งหนึ่งที่ บันทึกนี้ คะ แตคราวนี้เขาเพิ่มเติมวิธีฝกมาใหดวย การเนนเสียง เปนหลักสําคัญในภาษาพูดภาษาอังกฤษ เจาของภาษาเขาจะเนนเสียงอยางเปน ธรรมชาติ ไมเทากันไปหมด ตางจากภาษาญี่ปุนหรือฝรั่งเศสที่แตละพยางคจะออกเสียงเทาๆกัน ทําใหคนที่ไมใชเจาของภาษาที่เนนเสียงไมถูกตองจะพบกับปญหา 2 ประการคือ 1. เขาใจเจาของภาษาไดยากโดยเฉพาะคนที่พูดเร็วๆ 2. ในทางตรงขาม เจาของภาษาก็จะเขาใจสิ่งที่ผูไมใชเจาของภาษาพูดไดยาก การเนนเสียงคืออะไร เจาของภาษาอังกฤษจะไมออกเสียงทุกพยางคดวยแรงที่เทากัน ในหนึ่งคํา เขาจะเนนพยางคเดียว โดยออกเสียงดังและชัดมากกวาพยางคอื่นๆซึ่งจะออกเพียงเบาๆกวา ตัวอยางเชน PHO to graph, pho TO graph er, pho to GRA phic ในแตละคําจะมี พยางคหนึ่งที่เนนเสียงมากกวาพยางคอื่น และไมใชเสียงพยางคเดิมเสมอไป ลักษณะเชนนี้พบในทุกคําที่เกิน 2 พยางค TEA cher, Ja PAN , CA nada, a BOVE , conver SA tion, IN teresting, im POR tant, de MAND , et CET era, et CET era, etcetera พยางคที่ไมเนนจะมีเสียงเบาหรืออาจไมออกเสียงเลย เจาของภาษาก็จะ ฟงพยางคที่เนน ไมใช พยางคที่เบากวา ถาทานเนนเสียงถูกที่ ทานจะพัฒนาไดทั้ง การออกเสียงและการทําความเขาใจ ทุกครั้งที่ฟงภาษาอังกฤษในวิทยุหรือในหนัง พยายามฟงเสียงพยางคที่เนน ขั้นแรกคือ การฟงและจับ ใหได จากนั้นทานจะ ออกเสียงเปน เมื่อทานเรียนรูคําใหม ควรเรียนรูถึง วิธีการเนนเสียง ดวย ถาทานมีสมุดจดคําศัพทใหโนตดวยวา เนนเสียงที่พยางคใด ถาไมทราบใหใช learner’s dictionary ซึ่งพจนานุกรมที่ดีทั้งหลายจะมีการ
    • สะกดออกเสียงคําใหดวย โดยมีสัญลักษณ apostrophe (') ที่หนาหรือหลังพยางคที่เนน นอกจาก การเนนเสียงคําแลว ทานตองเนนประโยคใหถูกตองดวยจึงจะพูดไดเหมือนเจาของภาษา หลักการทั่วไป คําที่เนนเสียงในประโยค ถือวาเปนคําเนื้อหา ซึ่งเปนคํานาม เชน kitchen, Peter คํากริยาหลัก เชน visit, construct คําคุณศัพท เชน beautiful, interesting และคําวิเศษณ เชน often, carefully คําที่ไมเนนเสียงถือเปน คําที่เปนบทบาท ซึ่งเปน คํานําหนานาม เชน the, a, an คํากริยาชวย เชน is, am, were คําบุพบทเชน before, of, in คําเชื่อม เชน but, and, so และคําสรรพนาม เชน they, she, he ใหลองอานออกเสียงประโยคนี้ดังๆ The beautiful mountain appeared transfixed in the distance. แ ลวใหอานประโยคนี้ดังๆ He can come on Saturdays as long as he doesn't have to do any homework in the evening . โปรดสังเกตวาประโยคแรกใชเวลาเทาๆกับประโยคที่สองแมวาประโยคหลังจะยาวกวาถึง 30% นี่ เปนเพราะในแตละประโยคมี คําที่เนนเสียงอยู 5 คําเทากัน ทดลองกิจกรรมงายๆตอไปนี้เพื่อฝกการเนนเสียงในประโยคที่ถูกตอง เขียนประโยค 2-3 ประโยคหรือเลือกจากหนังสือ เริ่มดวยการทําเครื่องหมายคําที่เนนเสียง (ถาไม แนใจใหเปดดูในพจนานุกรม) โดยการขีดเสนใตคํานั้นในแตละประโยค จากนั้นใหอานออก เสียงดังโดยมุงเนนคําที่ขีดเสนใตและออกเสียงคําอื่นๆไลๆกันไปไมเนน หากทานทําเชนนี้เปนประจํา ทานจะแปลกใจถึงความเร็วในการพัฒนาการออกเสียงของทาน โดย วิธีการเพงไปที่คําที่ตองเนนเสียง คําและพยางคที่ไมตองเนนก็จะออกมาอยางเปนธรรมชาติไป เอง เมื่อฟงเจาของภาษาพูด ใหตั้งใจฟงวาเขาเนนเสียงคําแตละคําอยางไรแลวพยายามเลียนแบบ นั้นเมื่อทานพูด ขอแนะนํา 1. จําไววาคําและพยางคที่ไมเนนในภาษาอังกฤษมักจะถูก กลืนไวในคอ 2. อยาออกเสียงคําแตละคําในประโยคดวยเสียงที่เทาๆกัน ให เนนคําที่ตองเนน เทานั้น
    • waterfowl....คือนกนํ้าจืดนะคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 สิงหาคม 2007 23:25 น. http://www.gotoknow.org/posts/122860 มีเรื่องอยากจะเขียนสําหรับบล็อกนี้เยอะแยะนะคะ มีวัตถุดิบนอนรออยูมากมาย แตที่ขาดอยางยิ่ง คือเวลา ไมนาเชื่อวา 20 ชั่วโมงนี่เราจะใชหมดเกลี้ยงไดทุกวัน (ที่หายไป 4 ชั่วโมงคือนอนคะ ) วันนี้ไดรับคําถามถึงคํานี้ วาเขียนถูกมั้ย อานวายังไง ก็เลยขอเอามาใสอยางรวดเร็วในบันทึกนี้คะ นั่นคือคําวา waterfowl อานวา วอเตอฟาว มันคือ นกนํ้า นั่นเองคะ สวนที่ทําใหสงสัยนาจะเปนเพราะเจา 4 ตัวหลังนะคะ คําวา ฟาว (fowl) นี้ความจริงก็เปนคําที่คอนขางใชไดบอย พวกเปดไก◌นี่ก็ fowl เหมือนกันคะ
    • คติดีๆเพื่อปใหม...จากเด็ก year 7 ของโรงเรียน Nedlands Primary School ป 2003 โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 มกราคม 2008 00:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/157658 หางหายไปนานมากๆแลวจากบล็อกนี้ ทั้งๆที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาอังกฤษมากมายที่อยากจะนํา มาพูดคุย ยังมีประเด็นติดคางที่เปนการบานกับเพื่อนๆชาวแพลนเน็ต ภาษาสนุกคลุก ประสบการณ ของตัวเองที่ยังไมไดสงเลยอีกตางหาก ตองไดทําสักวันแนคะ วันนี้จากการจัดเอกสารที่บาน ทําใหพี่วั้นเห็นหนังสือรุนของตัวเองตอนจบ year 7 จาก Nedlands Primary School ที่เมือง Perth ซึ่งเด็กๆทุกคนจะเขียนฝากเอาไว เราถูกใจคติที่เด็ก 2 คนเขียนเอา ไวมากๆ จนรูสึกวาตองเอามาเผื่อแผชาว GotoKnow ดวยคะ นาชื่นชมเด็ก year 7 ที่มีอายุแค 12 ป แตชางสรรหาถอยคํากินใจมาฝากไวใหเพื่อนๆได อันแรกที่เราติดใจเปนของหนุมนอยผมหยิกรางสูงตาสวย Rory Garven ที่ฝากถึงเพื่อนๆ year 7 ไว วา "Nothing is going to stop you be what you want to be unless you chose not to be." "ไมมีอะไรจะหยุดยั้งทานไมใหเปนอยางที่ทานตองการได นอกจากทานเลือกที่จะไมเปนเชนนั้นเอง" อีกชิ้นเปนของสาวนอยเชื้อสายแขก Sana Bharadwaj ที่ใส Favorite quote ไววา "Why try 2 fit in...when you're born 2 stand out?" นี่เขียนตามเปะๆเลยคะ เลยเปนอยางที่เห็น เด็กๆเคาฮิตใชเลขแทนคําพูด to เลยกลายเปน 2 ไปซะงั้นแหละ "พยายามปรับตัวใหเหมือนเพื่อนทําไม ในเมื่อทานเกิดมาเพื่อโดดเดนไมเหมือนใคร" ถูกใจไหมคะ Happy New Year คะ
    • Pigsty อานวา พิก สไต ไมใช พิกสตี้ นะคะ... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 กุมภาพันธ 2008 22:19 น. http://www.gotoknow.org/posts/163390 วันนี้ปนจักรยานออกกําลังกายไปก็ฟงรายการทีวียอดฮิตยามเย็นไปดวย (ใชคําวาฟง เพราะตาอาน อยางอื่นอยู ไมไดตั้งใจดูหนาจอคะ) มีคําถามภาษาอังกฤษที่ถามวา สัตวอะไรอยูใน stable คําตอบก็ คือ horse แตสิ่งที่ตองนํามาเขียนบอกตอก็คือ พิธีกรทานบอกเลาตอไปวา สําหรับหมู ที่อยูของหมู หรือ คอกหมูนั้นคือ พิกสตี้ สะกดใหเรียบรอยวา pigsty แหม...เปนใครก็ตองอานอยางนี้นะคะ ภาษาอังกฤษนี้ crazy จริงๆ เพราะคําที่เราคิดวานาจะอาน วาอยางนี้นั้น หาไดเปนเชนนั้นไมคะ 2 หนุมนอยที่บาน รองออกมาพรอมกันทันทีวา พิกสไต เคา อานวา พิกสไต....ใครจะเรียกวาพิก สตี้ (คุณแมคิดในใจวา ก็เขียนออกจะชวนใหอานอยางนั้นนี่นา เนาะ) ก็เลยนึกไดวาตองเอามาบันทึกไวในนี้ เผื่อใครๆที่อาจจะยังไมทราบ ชวยๆกันบอกตอหนอยนะคะ เดี๋ยวทั้งเด็ก ทั้งผูใหญจะพากันอานผิดตามคุณพิธีกรทานไปเสียหมด ละแยเลย เราคงไมอยากให ฝรั่งมาอานคําวา "ปรารถนา" วา ปรา-รด-นา ฉันใดก็ฉันนั้นแหละนะคะ
    • Dictionary online หลายภาษาแสน สนุก....Webster's Online Dictionary โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 กุมภาพันธ 2008 15:14 น. http://www.gotoknow.org/posts/165945 วันนี้เผอิญตองการใช dictionary online ทําใหไดไปพบกับเว็บไซต Webster's Online Dictionary เปนที่ถูกใจมากๆเลยคะ เพราะนอกจากจะมีความหมายของคําที่เราตองการแลว ยังมีเรื่องสนุกๆ เยอะแยะเกี่ยวกับคําๆนั้น มี synonyms มีวิธีการใชในลักษณะตางๆ มีลิงคที่อางอิงถึงรูปภาพ, ไฟล คําๆนั้น สถิติของการใชคํานั้น แลวที่สนุกสุดๆก็คือมีคําแปลเปนภาษาตางๆมากมายหลายภาษา เรียกวาเปนแหลงเรียนรูที่สนุกสนานไดเลยสําหรับทุกคน ลองเขาไปสํารวจและชวยกันเผยแพรตอๆไปนะคะ
    • 20 ขอคิดสูความสําเร็จ...ของฝากชาว GotoKnow จาก Share.psu โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 15 เมษายน 2008 17:12 น. http://www.gotoknow.org/posts/176993 เขาไปเยี่ยมเยียนเว็บไซตเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรูของพวกเราชาวม.อ. ที่เราเรียกกันวาวง Share.psu แลวชื่นใจคะ ในวันนี้ที่เรามีสมาชิกถึงเกือบ 900 คนแลว และมีบันทึกถึง 5769 บันทึก จาก บล็อก 1320 บล็อก เราไดเห็นการแลกเปลี่ยนเรียนรูอยางกวางขวางจากคนทุกวิทยาเขต รวมทั้งสมาชิกที่ไปเรียนตอตางประเทศดวย มีอะไรดีๆมากมายในนั้น วันนี้ก็ไปเจอขอคิดดีๆชิ้นนี้ อยากเอามาฝากกันคะ เปนขอคิดภาษาอังกฤษที่คนแปลเปนไทยก็ทําไดดี จากบล็อก ขอคิด ของ คุณ ชาวกรุง ไมไดบอกที่มาไว แตเห็นวาเปนขอคิดดีๆที่ควรเผยแพรนะคะ ขอบคุณคนตนเรื่องฝาก ไปกับสายลมก็แลวกันนะคะ 1. ทบทวนสิ่งที่ไดทํามา: “I have learned more from my mistakes than from my successes.” 2. ฝนใหใหญ กาวใหถึง: “The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams.” 3. กําหนดเปาหมายของชีวิต: “Keep your focus on your objectives and you will definitely find the path that leads to success.” 4. สรางความสําเร็จใหเห็นเปนภาพ: “Imagine is more important than knowledge.” 5. เรียนรูและฝกฝน: “Nothing we learn in this world is ever wasted.” 6. สรางกําลังใจใหผูอื่น: “The best way to cheer yourself up is to try to cheer others.” 7. เรียนรูความสําเร็จของผูอื่น: “It is necessary for us to learn from other’s mistakes. You will not live long enough to make them all yourself.” 8. คิดรอบคอบกอนลงมือทํา: “Think twice before you act once.” 9. นอนใหเปนเวลา ตื่นเชาใหสดชื่น: “Early to bed and early to rise, makes a man healthy, wealthy, and wise.” 10. มีทัศนคติที่ดีตอชีวิต:
    • “Attitude is little thing that make a big difference.” 11. คําพูดดีๆ สรางพลังใหชีวิต: “One positive word can change your life.” 12. อานคําคม สะสมกําลังใจ: “Words and Ideas can change the world.” 13. ไมเพียงแตฝน ลงมือทําทันที: “Some people dreams of success, while others wake up early and work hard at it.” 14. อยาหยุดยั้งการเรียนรู: “When you stop learning, stop listening, stop looking and asking questions, always new questions, then it is time to die.” 15. ยิ้มไดเมื่อภัยมา: “It is easy enough to be pleasant when life flows like a song. But the man worth-while is the man who can smile when everything goes dead wrong.” 16. หัวเราะวันละนิด ชีวิตสดใส: “A laugh a day keeps doctor away.” 17. อยาเพียงแคฝน แตตองเชื่อวาทําได: “To accomplish great things, we must not only act, but also dream; not only plan, but also believe.”
    • หลัก 10 ประการเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลกของ ทานมหาตมะคานธี (1) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 พฤษภาคม 2008 23:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/182364 ระยะหลังๆนี้ติดตามอนุทินบอยกวาบล็อกเพราะเปนขอความสั้นๆ เลาเรื่องราวงายๆ แตอยางที่ เคยเขียนบันทึกแหละคะวา เหมาะกับในชวงที่มีเวลานอย แตปรากฎวาจากการอานอนุทินให ประโยชนหลายอยางมากมายทีเดียวคะ เปนแหลงเผยแพรขอมูลดีๆที่พบเจอไดอยางรวดเร็ว สําหรับบันทึกนี้ก็เปนสิ่งที่แนะนําผานมาทางอนุทินของอ.กมลวัลย อานแลวประทับใจ อยากเอา มาแปลเผื่อแผกันคะ ใครอยากอานตนฉบับภาษาอังกฤษก็ตามไปอานไดเลยคะ <a href="http://www.positivityblog.com/index.php/2008/05/09/gandhis-top-10-fundamentals-for- changing-the-world/" title="Permanent Link to "Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World"">Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World 1. เปลี่ยนตนเอง "เธอตองเปนความเปลี่ยนแปลงที่เธอตองการเห็นในโลก" "ในฐานะมนุษยชาติ ความยิ่งใหญของเราไมไดอยูที่การทําใหโลกเปนแบบใหม ซึ่งเปน ตํานานสําหรับยุคปรมาณู แตอยูที่ความสามารถในการปรับเปลี่ยนตัวเราเอง" ถาคุณเปลี่ยนแปลงตัวเองคุณจะเปลี่ยนโลกของคุณเอง ถาคุณเปลี่ยนวิธีคิด คุณก็จะเปลี่ยนความ รูสึกและการกระทําของคุณเอง แลวโลกรอบตัวคุณก็จะเปลี่ยน ไมเพียงเพราะคุณมองสิ่งแวดลอม รอบตัวดวยแนวคิดและความรูสึกใหม แตการเปลี่ยนแปลงจากภายในยังทําใหคุณลงมือทําในสิ่งที่ คุณคงทําไมไดหรือไมมีทางจะคิดไดดวยซํ้า หากยังคงติดอยูกับแนวคิดแบบเดิม ปญหาของการเปลี่ยนแปลงโลกภายนอกของคุณโดยไมปรับเปลี่ยนตัวเองก็คือ คุณจะยังคงเปน ตัวเองเมื่อไดสิ่งที่โหยหาแลว คุณยังคงมีขอบกพรอง โทสะ โมหะ และสิ่งอื่นๆที่บั่นทอนตัวเองอยูกับ ตัวอยางครบถวน ดังนั้นในสภาวะใหมนี้ คุณก็จะยังคงไมพบสิ่งที่คาดหวัง เพราะจิตใจคุณยังคงยึดติดอยูกับเรื่องในทาง ลบ แลวหากคุณยิ่งไดสิ่งที่ตองการมากขึ้น โดยไมไดตระหนักถึงภายในตนเอง ระยะหางจากอัตตาก็ จะยิ่งมีพลังมากขึ้น เพราะอัตตาของคุณมักจะชอบแบงแยกสิ่งตางๆ ชอบที่จะหาศัตรู และสรางความ แปลกแยก ซึ่งอาจเปนจุดเริ่มตนของการสรางปญหาและขอขัดแยงในชีวิตของคุณและโลกมากยิ่ง ขึ้น 2. คุณคือผูควบคุม "ไมมีใครมาทํารายเราไดหากเราไมยินยอม" ความรูสึกและการตอบสนองตอสิ่งตางๆนั้นขึ้นอยูกับตัวคุณเอง อาจจะมีวิธีปกติธรรมดาในการตอบ สนองสิ่งตางๆซึ่งก็เทานั้นเอง คุณเลือกความคิด การกระทําและความรูสึกไดเองสําหรับแทบทุก
    • อยาง คุณไมจําเปนตองกลัว กราดเกรี้ยวหรือตอบสนองในทางลบทุกครั้งหรือในทันที บางครั้ง ปฏิกิริยาทันควันนั้นก็หายไปเองไดหรือนิสัยดั้งเดิมจะทํางาน คุณคงตระหนักไดวาไมมีใครนอกจาก ตัวคุณเองที่จะมาควบคุมความรูสึกของคุณได คุณสามารถจะฝกคิดแบบนี้ในชีวิตประจําวันแลว พัฒนาใหเปนนิสัย ซึ่งจะเขมแข็งขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผานไป ทําเชนนี้แลวจะทําใหชีวิตงายดายและ รื่นรมยขึ้นมาก 3. ใหอภัยและปลอยวาง "ผูออนแอไมเคยใหอภัย การใหอภัยเปนคุณสมบัติของผูที่เขมแข็ง" "ตาตอตา มีแตจะสงผลใหโลกทั้งโลกมืดบอดเทานั้น" การตอสูกับความชั่วรายดวยความรายกาจไมชวยใครเลย เชนเดียวกับในหัวขอที่แลว คุณคือผูเลือก การตอบสนองตอสิ่งตางๆ เมื่อคุณสามารถฝกฝนวิธีคิดนั้นไดมากขึ้นๆในชีวิต คุณก็จะตอบสนอง ดวยวิธีการที่เปนประโยชนทั้งตอตัวเองและผูอื่น คุณตระหนักวาการใหอภัยและไมยึดติดกับอดีตจะ ใหผลดีตอตัวเองและผูคนในโลกของคุณ และการใชเวลากับความทรงจําทางลบไมไดชวยอะไรคุณ เลยในการเรียนรูจากประสบการณนั้น คุณอาจจะทําใหตัวเองทุกขทรมานยิ่งขึ้นและขาดการตอบ สนองในภาวะปจจุบัน ถาคุณไมใหอภัย นั่นคือคุณปลอยใหอดีตและผูอื่นควบคุมความรูสึกของคุณเอง เมื่อคุณใหอภัยจะ เปนการปลดปลอยพันธะเหลานั้นจากตัวคุณ จะทําใหคุณสามารถเพงความสนใจไปกับการกาวไป ขางหนาไดอยางเต็มที่
    • หลัก 10 ประการเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลกของ ทานมหาตมะคานธี (2) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 พฤษภาคม 2008 01:46 น. http://www.gotoknow.org/posts/182562 เอาคําคมของทานมหาตมะ คานธีจาก <a href="http://www.positivityblog.com/index.php/2008/05/09/gandhis-top-10-fundamentals-for- changing-the-world/" title="Permanent Link to "Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World"">Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World มาฝากตอจากบันทึกที่ แลวคะ 4. หากไมลงมือทําก็ไมเกิดอะไรขึ้น “การลงมือฝกฝนเพียงนอยนิด มีคาหนักหนากวาการทองบนมากมาย” หากไมลงมือปฏิบัติ ก็จะไมเห็นผลอะไร หากแตการลงมือกระทําอาจจะยากลําบาก จะมีแรงตาน มากมายจากภายใน จึงทําใหคุณชอบที่จะพูดหรืออานและศึกษาไมรูจบมากกวา ดังที่ทานคานธี กลาวไว แลวก็รูสึกวาตัวเองกาวไปขางหนา แตมีผลงานออกมาในชีวิตจริงนอยมากหรือไมมีเลย ดังนั้น เพื่อใหไปถึงที่ที่คุณคาดหวังและเพื่อใหเขาใจตนเองและโลกอยางแทจริง คุณตองลงมือทํา หนังสือใหไดแตความรู คุณตองลงมือปฏิบัติและแปลงความรูนั้นใหเกิดผลและความรูแจง 5. เอาใจใสกับปจจุบัน “ฉันไมตองการเห็นอนาคต ฉันสนใจการดูแลปจจุบัน พระเจาไมไดใหอํานาจฉันในการ ควบคุมเวลาถัดๆไป” ฉันพบวาวิธีที่ดีที่สุดที่จะเอาชนะแรงตานภายในที่คอยยับยั้งไมใหเราลงมือทําสิ่งใด ก็คือการจดจอ รับรูกับปจจุบันใหมากที่สุด เหตุผลนั่นหรือ เมื่อคุณอยูกับปจจุบัน คุณก็จะไมตองกังวลกับเวลาถัดไปซึ่งยังไงคุณก็ควบคุมไมได อยูดี แลวแรงตานที่ยับยั้งการลงมือทําของเราที่มาจากการจินตนาการถึงผลลบที่จะตามมา หรือ อดีตที่ลมเหลวก็จะลดกําลังลง จึงทําใหงายขึ้นทั้งตอการลงมือทําจริงและทําใหเราเอาใจใสกับ ปจจุบันและทําอะไรๆไดดีขึ้น
    • หลัก 10 ประการเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลกของ ทานมหาตมะคานธี (3) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 พฤษภาคม 2008 23:41 น. http://www.gotoknow.org/posts/183542 คําคมของทานมหาตมะ คานธีจาก <a href="http://www.positivityblog.com/index.php/2008/05/09/gandhis-top-10-fundamentals-for- changing-the-world/" title="Permanent Link to "Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World"">Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World ติดตามบทแปลขอ 1-3, ขอ 4-5 และตอนนี้คือขอ 6-8 คะ 6. ทุกคนคือมนุษยธรรมดา “ฉันประกาศตัววาเปนคนธรรมดาที่ทําผิดไดเหมือนคนอื่นๆ แตฉันยอมรับดวยวาฉันมี ความออนนอมเพียงพอที่จะยอมรับความผิดที่ฉันทําและทบทวนสิ่งที่ทําไป” “เปนการไมฉลาดเลยที่จะเชื่อมั่นในปญญาของตนจนเกินไป เราสมควรจะจําไววาคนที่ แข็งแรงที่สุดก็ถูกลมไดและคนที่ฉลาดที่สุดก็ทําผิดได” เมื่อคุณเริ่มจะหาตํานานจากผูคน แมในรายที่เขาทําอะไรไดอยางนาอัศจรรย คุณเสี่ยงที่จะเริ่มแยก หางจากพวกเขา แลวเริ่มจะคิดวาไมสามารถจะประสบความสําเร็จแบบนั้นไดเพราะพวกเขาชาง แตกตางเหลือเกิน ดังนั้นสิ่งสําคัญที่ตองจําไวคือทุกคนเปนเพียงมนุษยธรรมดาไมวาเขาจะเปนใคร และฉันคิดวาเปนเรื่องสําคัญที่จะตองจําไววาเราทุกคนเปนมนุษยธรรมดาที่มักจะทําอะไรผิด การตั้ง มาตรฐานใหผูคนอยางไมสมเหตุสมผลมีแตจะกอใหเกิดความขัดแยงโดยไมจําเปนใหแกโลกและ สรางความมีอคติภายในตัวตนของคุณ และเปนความสําคัญที่ตองจําเรื่องนี้ไวใหขึ้นใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกหลุมของนิสัยที่ไรประโยชนของ การทับถมตัวเองเมื่อทําอะไรผิดพลาด และเปนการทําใหคุณสามารถมองเห็นไดแจมชัดเมื่อทํา ผิดพลาดและสามารถเรียนรูจากความผิดพลาดนั้นเพื่อจะพยายามใหมอีกครั้ง 7. ตั้งมั่นหยัดยืน “เริ่มแรกพวกเขาจะไมสนใจ แลวตอมาก็หัวเราะใส จากนั้นก็จะตอสูกับคุณ แลวคุณจะ เปนผูชนะ” ตองตั้งมั่นจริงจัง ไมนานคูตอสูรอบๆตัวคุณก็จะลมหายตายจากไป แรงตานภายในและแนวโนมที่จะ บอนทําลายตัวเองของคุณซึ่งคอยกีดกันไมใหลงมือทําอะไรแบบเดิมๆที่คุณเคยเปนก็จะออนกําลังลง เฟนหาสิ่งที่คุณชอบทํา แลวคุณจะพบแรงกระตุนภายในใหลงมือทําตอไปไมหยุดยั้ง เหตุผลหนึ่งที่ทานมหาตมะคานธีประสบความสําเร็จอยางยิ่งกับวิธีอหิงสา ก็คือทานและผูติดตาม ตางยืนหยัดจริงจัง ไมเคยยอมแพ ความสําเร็จและชัยชนะมักจะไมมาถึงเร็วอยางที่คุณตองการ ฉันคิดวาเหตุหนึ่งที่ผูคนไมไดสิ่งที่ ตองการนั้นเปนเพียงเพราะเขายอมแพเร็วเกินไป พวกเขาคิดวาเวลาสําหรับความสําเร็จมักไม เทากับเวลาที่ใชเพื่อไปใหถึงจุดหมาย ความเชื่อที่ไมถูกตองนี้สวนหนึ่งมาจากโลกที่เราอยูนี่เอง โลก ที่เต็มไปดวยยาเม็ดแกปญหาอภินิหารที่โฆษณาอยางตอเนื่องวาเราจะลดนํ้าหนักไดอยางมากมาย หรือจะหาเงินไดมหาศาลในเวลาเพียง 30 วัน สุดทายนี้ ขอแนะนําที่มีประโยชนที่จะทําใหคุณยังคงยืนหยัดตั้งมั่นไดตอๆไปก็คือ เชื่อ มั่นในหลักขอที่ 3 ในชุดนี้และรักษาอารมณขันเอาไว มันจะทําใหเรื่องราวผอนเบาลง แมในยามที่ยากเย็นที่สุด
    • หลัก 10 ประการเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลกของ ทานมหาตมะคานธี (4) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 พฤษภาคม 2008 23:39 น. http://www.gotoknow.org/posts/183778 สําหรับบทความของคุณ Henrik Edberg นี้ไดขอเอามาแปลจนจะครบหมดทั้ง 10 ขอในบันทึกนี้นั้น สวนที่ไมไดอยูในเครื่องหมายคําพูดก็คือความคิดเห็นและการตีความของคุณ Henrik Edberg นั่นเอง ตองบอกวาเขียนไดสงเสริมกับหลักของทานมหาตมะคานธีมากๆเลยนะคะ ไหนๆบันทึกนี้ก็เปนบทสุดทายของ <a href="http://www.positivityblog.com/index.php/2008/05/09/gandhis-top-10-fundamentals-for- changing-the-world/" title="Permanent Link to "Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World"">Gandhi’s Top 10 Fundamentals for Changing the World แลว ก็เลยเอาชวงตนของ บทความนี้ซึ่ง quote คําพูดของทานมหาตมะคานธีเอาไว 2 -3 ชิ้นมาแปลไวดวยกันเลย เพราะ อานแลว "อิ่มใจ" อยากเอามาฝากกันดวยคะ “ You must not lose faith in humanity. Humanity is an ocean; if a few drops of the ocean are dirty, the ocean does not become dirty.” "เธอตองไมหมดศรัทธาในมนุษยชาติ ความเปนมนุษยนั้นเปรียบเหมือนมหาสมุทร ถึง แมมีบางหยาดหยดของมันเปรอะเปอน ก็ไมไดทําใหทั้งมหาสมุทรสกปรก" “The difference between what we do and what we are capable of doing would suffice to solve most of the world’s problem.” "ความแตกตางระหวางสิ่งที่เราลงมือทํากับสิ่งที่เราสามารถจะทําไดนั้น เพียงพอที่จะ แกไขปญหาสวนใหญของโลกเราได" “If I had no sense of humor, I would long ago have committed suicide.” "ถาฉันขาดความมีอารมณขัน ฉันคงฆาตัวตายไปเสียนานแลว" อานแลวคิดไดอีกยาวทั้ง 3 ประโยคเลยนะคะ เอาหลัก 3 ขอสุดทายของบทความนี้มาฝากกันตอเลย คะ 8. มองเห็นความดีในผูคนและใหความชวยเหลือ “ฉันมองหาแตสิ่งดีๆในผูคน เมื่อตัวฉันเองยังคงปราศจากการทําผิดไมได ฉันก็จะไมไป สํารวจตรวจสอบความผิดของผูอื่น” “มนุษยจะยิ่งใหญไดเทียบเทากับที่เขาทําอะไรเพื่อเพื่อนมนุษย” “ฉันคิดวาครั้งหนึ่งผูนําหมายถึงผูที่กํายําลํ่าสัน แตทุกวันนี้หมายถึงความสามารถในการ
    • เขากับผูอื่นไดดี” มีอะไรดีๆและก็มีสิ่งที่ไมดีนักในผูคนเสมอ แตคุณเลือกไดที่จะใสใจกับสิ่งไหน ถาคุณตองการพัฒนา การสนใจแตสิ่งดีๆในผูอื่นเปนทางเลือกที่ดี ทั้งยังทําใหชีวิตคุณงายขึ้นเพราะโลกและความสัมพันธ ของคุณจะรื่นรมยและสวยงาม และเมื่อคุณมองเห็นสิ่งดีในผูอื่น ก็จะงายขึ้นที่จะเกิดแรงบันดาลใจใหคุณชวยเหลือพวกเขา และการ ที่คุณทําอะไรเพื่อผูอื่น ใหคุณคาคนอื่น คุณไมเพียงทําใหชีวิตพวกเขาดีขึ้น เมื่อเวลาผานไปคุณมักจะ ไดสิ่งที่คุณใหกลับมาดวย และคนที่คุณชวยเหลือเขาก็จะอยากชวยเหลือคนอื่น ซึ่งทําใหพวกคุณ ชวยกันสรางเกลียวคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ดีงามใหเพิ่มขึ้นอยางเขมแข็ง ดวยการเพิ่มความเขมแข็งของทักษะทางสังคมของคุณ คุณจะเปนคนที่ทรงอิทธิพลและทําใหเกลียว แหงความดีงามนี้ยิ่งเขมแข็งขึ้น 9. จงมีความพอเหมาะพอดี เชื่อถือไดและเปนตัวตนจริงๆของตนเอง “ ความสุขคือ เมื่อคุณคิด พูด และทําอยางสอดคลองกัน ” “ จงตั้งเปาหมายที่ความกลมกลืนอยางสมบูรณของความคิด คําพูดและการกระทํา และ ตั้งเปาที่จะทําใหความคิดของคุณบริสุทธิ์สะอาดแลวทุกสิ่งทุกอยางจะเปนไปดวยดี ” ฉันคิดวาคําแนะนําที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะทางสังคมของคุณคือการกระทําสิ่งใดๆอยาง พอเหมาะและสื่อสารอยางนาเชื่อถือซึ่งผูคนมักจะชอบเชนนั้น และเมื่อคุณคิด พูดและทําอยาง สอดคลองกันจะพบความรื่นรมยจากภายในมากมาย คุณจะรูสึกถึงพลังและสิ่งดีๆในตนเอง เมื่อคําพูดและความคิดเปนไปอยางสอดคลองกันก็จะแสดงออกมาทางการสื่อสารของคุณ เพราะใน ขณะที่คุณมีแนวทางและภาษากายที่สอดคลองกัน ซึ่งนั่นคือกวา 90 เปอรเซนตของการสื่อสารที่สื่อ ออกไป ก็จะสอดคลองกับคําพูดของคุณ เมื่อชองทางทั้งหลายนี้สอดคลองกัน ผูคนมีแนวโนมที่จะฟงคุณอยางจริงจังเมื่อคุณพูด คุณกําลัง สื่อสารอยางไมมีความเคลือบแคลง ไมสับสน ไมมีการเสแสรง และหากการกระทําของคุณไมสอดคลองกับสิ่งที่คุณกําลังสื่อสาร คุณจะเริ่มทําราย ความเชื่อมั่นตัวเองในสิ่งที่คุณทําไดและทํารายผูที่เชื่อมั่นในตัวคุณไปดวย 10. เจริญเติบโตและพัฒนาอยางตอเนื่อง “การพัฒนาอยางสมํ่าเสมอเปนกฎแหงชีวิต ผูที่พยายามรักษาหลักเกณฑของตัวเองเพื่อ ใหดูเหมือนเดิมอยางคงที่นั้น ผลักดันตนเองไปสูทางที่ผิด” คุณสามารถจะพัฒนาความสามารถ, นิสัยของตัวเองหรือคอยประเมินตนเองไดเสมอ ซึ่งจะทําใหคุณ เขาใจตนเองและเขาใจโลกไดอยางลึกซึ้งขึ้น แนละที่คุณอาจดูไมสมํ่าเสมอหรือไมรูวากําลังทําอะไรอยูบางเปนครั้งคราว คุณอาจมี ปญหาในการกระทําอยางพอเหมาะหรือในการสื่อสารอยางจริงใจ แตถาคุณไมเคย เปนเชนนี้ ทานมหาตมะคานธีบอกไววา คุณผลักดันตนเองไปในทางที่ผิด ที่ซึ่งคุณ พยายามจะยึดมั่นถือมั่นในภาพพจนเดิมในขณะที่คุณเองตระหนักวากําลังมีอะไรไม ถูกตองอยู ซึ่งไมใชจุดที่นาอยูเลย การเจริญเติบโตและพัฒนาจึงเปนเสนทางที่ใหความ สุขและมีประโยชนกวาในการเลือกใชชีวิต
    • สิ่งที่ควรพิจารณา เพื่อที่จะไมเขียนประโยค ภาษาอังกฤษผิดๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 31 กรกฎาคม 2008 00:56 น. http://www.gotoknow.org/posts/197708 ไดอานวารสารวิชาชีพทางสาธารณสุขของเราที่มักจะเปนภาษาไทย ที่ตองมี บทคัดยอ เปนภาษา อังกฤษควบคูไปดวยแลว เกิดความรูสึกวา พวกเราในวิชาชีพดานนี้นั้นยังมีจุดออนเรื่องนี้อยูมาก จริงๆ เพราะทุกครั้งจะไดพบกับความผิดพลาดในการเขียนประโยคที่ไมควรจะมี ตั้งใจไววาจะ พยายามรวบรวมขอมูลที่พบเห็นแลวจะเขียนเปนคูมือในการอานเขียนบทความภาษาอังกฤษสักวัน แตคิดไปคิดมามัวแตรวบรวมคงไมไดลงมือสักที ก็เลยคิดวาจะพยายามหยิบยกเอาสิ่งที่เห็นจังๆ บอกกันไดเลยมาเลาสูกันฟง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทานอื่นๆในบล็อกนี้เลยดีกวานะคะ ปญหาที่พบบอยๆก็คือ การเขียนประโยคที่ยาวเกินไป ใชสวนตางๆของประโยคไม ครบถวนถูกตอง ขอใหคิดเสมอหลังจากเขียนประโยคสักประโยคหนึ่งวา ประโยคของเราตอบคําถามวา ใคร ทํา อะไร ไดหรือเปลา ขอยกตัวอยางประโยคมาใหดูสักชิ้นที่เจอแลวสะดุดมากๆ จนเกิดแรงบันดาลใจจะเก็บมาเขียน นี่แหละคะ (อันนี้ขอไมอางที่มา เพราะอาจจะทําใหคนเขียนและวารสารเสียเครดิตไดนะคะ จะพยายามตัดสิ่งที่ จะทําใหรูวาตนฉบับเกี่ยวกับอะไรใหมากที่สุด ถือเสียวาเรามุงที่การเรียนรูที่จะแกไข ไมใชการจับ ผิดเพื่อประจานหรือวากลาวอะไรกัน) Our findings show that method X is accuracy, precision, reproducibility and cheap...ยังมีอีกยาว กวาจะบประโยค แตขอตัดออกไปกอนนะคะ เพราะยังไมเกี่ยวกับสิ่งที่อยากจะชี้ใหเห็น
    • หองเรียนภาษาอังกฤษออนไลนชั้นเยี่ยม...ของ BBC โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 สิงหาคม 2008 21:47 น. http://www.gotoknow.org/posts/200304 มีคนเขียนมาขอตัวอยางการกลาวตอนรับเปนภาษาอังกฤษทั้งแบบเปนทางการและไมเปนทางการ สัก 2-3 ตัวอยาง ไมคอยแนใจวาคนถามหมายถึงแบบไหน ขนาดไหน เพราะที่นึกไดก็จะเปนแบบ ธรรมดาๆ ก็เลยพยายามหาแหลงขอมูลให ไปเจอเอาเว็บไซตของ BBC ที่ http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/ ชอบใจมาก และเห็นวาเปนแหลงเรียนรู ภาษาอังกฤษที่ดีสําหรับทุกๆทาน เลยเก็บมาฝากกันคะ เขามีทั้งเรียนจากขาว News English มีทั้ง ขาวธุรกิจ Business English มีใหดูหนัง ฟงเพลงและเรื่องเลา Watch & Listen มีสวนที่สอนไวยากรณและศัพท Grammar & Vocabulary มีเรื่องการสื่อสาร Communicate ที่มีสวนแยกยอยของกระดานขาว บล็อก จดหมายขาว คอลัมนของคุณ Stephen Keeler มีเกมใหเลนทั้งแบบอาน ฟง คําศัพท Quizzes มีเรื่องสั้นที่ทาทางจะสอนเกี่ยวกับภาษานาสนุก The Flatmates มีพูดถึงภาษาอังกฤษในหลายๆเรื่องทั้งโลกรอน, เราเปนใครในโลกนี้, พูดภาษาอังกฤษใหดีขึ้น ที่ Talk about English มี For teachers เพื่อเปนแนวทางวาจะเอาแตละหัวขอขางตนไปใชในการเรียนการสอนยังไง เรียกวาเขาไปที่เดียวก็ไดครบถวนกระบวนความเลยนะคะ ใครอยากฝกอะไรก็เลือกเอาได ตามใจชอบ สําหรับคําตอบสําหรับการตอนรับที่มีในนั้น เขามีไวใหดาวนโหลดไดเลย แถมยังมีคําอธิบายไว ครบถวนดวย ทั้งแบบเปนทางการและไมเปนทางการ เปนหัวขอยอยๆใน How to... ของเขาซึ่ง แตละหัวขอนาสนใจและนาจะเอาไปใชใหเปนประโยชนไดในชีวิตประจําวัน เดี๋ยวตองไปตามหา ดูนโยบายของเขาดูกอนวาเอามาแปลเผยแพรไดไหม ถาไดจะไดเลือกเอามาบางอันที่นาจะได ใชบอยๆนะคะ ใครที่อยากฝกภาษาอังกฤษใหทั้งลูกและตัวเอง (ขอยํ้าวาถาอยากใหลูกเกง เราตองเรียนเปน เพื่อนลูกดวยนะคะ แลวจะเห็นผลดีแนนอน เปนจิตวิทยาแบบที่เราเองก็ไดประโยชนไปดวยคะ)
    • เรื่องตลกทางการแพทย...ที่เกี่ยวกับความ เขาใจผิดในการออกเสียง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 สิงหาคม 2008 16:07 น. http://www.gotoknow.org/posts/200925 อานเจอบทความของคุณ Ben Zimmer ที่เขียนถึงความเขาใจผิดเกี่ยวกับคําศัพททางการ แพทยแลวชอบใจมาก อยากเอามาฝากชาว GotoKnow ใหไดยิ้มกันไปดวย แนวเดียวกับตลกจาก คุณหมอไทยๆของเราที่คุณ Phoenix เลาเอาไวเมื่อวานนี้ กอนอื่นตองโฆษณาใหเขาเสียหนอย คือคุณ Ben ทานเปน executive producer ของ the Visual Thesaurus ซึ่งก็นาสนใจอีกเหมือนกันคะ ใครที่ชอบพจนานุกรมเหมือนคนเขียนนี่คงจะถูกใจ เพราะ คราวนี้เราจะไดเห็นแผนภาพของคําศัพทที่เกี่ยวของกัน เรียกวาไดดู thesaurus แบบเปนแผนภาพ จํางายขึ้นเยอะเลยละคะ พิมพคําที่เราตองการคนหาลงไปที่นั่น เขาจะโชวแผนภาพคําศัพทที่มี ความหมายใกลเคียงกัน (thesaurus) ขึ้นมาใหดู สําหรับ บทความ ชิ้นนี้ คําศัพทแพทยที่คนธรรมดาฟงผิดที่เขาเอามายกตัวอยางใหไดขํา ก็คือ โรคอัลไซเมอร (Alzheimer's disease) มีคนเขาใจวา old-timer's disease sickle-cell anemia (โรคเลือดชนิดหนึ่งที่เม็ดเลือดแดงมีลักษณะผิดปกติ) คนฟงเปน sick as hell anemia ไปซะเลย (ชางคิดจริงๆ) phenobarbital จากชื่อยากลายเปน peanut butter balls ไปไดดวย นอกจากนั้นยังมีเรื่องเกี่ยวกับชื่อยาที่สับสน แมแตคนในแวดวงหมอพยาบาลกันเองนี่แหละ เขายก ตัวอยางยา fentanyl ซึ่งเปนยาบรรเทาอาการปวดชนิดหนึ่ง ที่พยาบาลสั่งใหคนไข แตเภสัชกร ไดยินเปน sufentanil ที่เปนอนุพันธของยา fentanyl อีกทีแตฤทธิ์แรงกวากัน 10 เทา รายงานขาว จากหนังสือพิมพ Washington Post บอกวาคนไขคนนี้ที่เขาหองผาตัดเพื่อสองกลองเลยกลายเปน ตองทํา CPR แทน เรื่องชื่อยานี่ยังมีอีกเยอะ ที่เขาเอามาบนกัน หมอไทยก็คงจะบนไมแพกัน อยางเชน ยา Losec รักษาอาการจุกเสียด (heartburn) ก็ไปสับสนกับ Lasix ที่เปนยาขับปสสาวะก็ เลยเปลี่ยนชื่อไปเปน Prilosec แตคราวนี้ก็เลยกลายเปนไปสับสนกับยาอีกตัวคือ Prozac ยาแก อาการเศราซึมไปโนนอีก สรุปวาเรื่องของเสียง ภาษา การสื่อสารนี่เปนเรื่องใหญจริงๆนะคะ เปนเรื่องตลกที่ควรจําเอาไวเผื่อ ไดใชประโยชนอีกเรื่องหนึ่ง เลยขอเก็บมาฝากกันคะ
    • ออกเสียงภาษาอังกฤษ ฝกยังไงดี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 กันยายน 2008 22:32 น. http://www.gotoknow.org/posts/204914 คุณโจ เขียนเมลมาขอคําปรึกษาเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษ โดยบอกลักษณะตัวเองมาดวยวา เปนคนรูศัพทมากพอสมควร คือ Top Reading แตตก Grammar สรุปวา Reading Comprehension พอไปได แตกลับฟงและพูดภาษาอังกฤษแทบไมไดเลย เพราะไมรูวิธีออก เสียงคําศัพทแตละคํา นอกจากนั้นยังลงเสียงพยางคไหนหนักเบาไมเปนอีก ซื้อ Oxford Advance Learning มาก็ออกเสียง Phonetic ไมถูก สวน Dictionary ภาษาอังกฤษ-ไทย ก็มีหลายเลม แตละเลมออกเสียงคําๆเดียวไมเหมือนกันอีก เลยอยากขอคําแนะนําในการแกปญหานี้ ตองบอกวาปญหานี้เปนปญหาของคนไทยที่เรียนโรงเรียนไทยแทบทุกคนเลยคะ ไมตอง กังวลเลย และจะวาไปก็เปนปญหาของคุณครูไทยที่สอนภาษาอังกฤษดวย เพราะคุณครูหลายๆ ทานก็อานออกเสียงแบบผิดๆใหกับเด็กๆอยูบอยๆไป แตเดี๋ยวนี้การจะเรียนรูฝกฝนดวยตนเองกับเจาของภาษานั้นทําไดงายมากๆกวาสมัยกอนเยอะเลย นะคะ อยากใหใครๆที่ตองการฝกฟงและออกเสียง แวะไปดูบันทึกนี้แลวก็ไปเยี่ยมเว็บไซตของ BBC ที่ http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/ ซึ่งถือไดวาเขาเปนเจาของภาษาที่ ออกเสียงไดดีแนๆ ลองเขาไปสํารวจในสวน Watch & Listen ที่จะชวยไดมากในสวนนี้นะคะ เอาเว็บไซตที่เหมาะกับการฝกฟงและออกเสียงอีกที่มาฝากดวยคะ ที่ http://www.eslgold.net/pronunciation.html นอกจากนั้นเขายังมีวัตถุดิบสําหรับการเรียนภาษา อังกฤษอีกทุกรูปแบบเลยดวยคะ สําหรับเทคนิคที่ตัวเองใชสมัยเด็กๆก็คือ ฟงเพลง แกะเนื้อเพลง ซึ่งเขาจะรองออกเสียงไดคอนขาง ถูกตองเสมอ ดูหนังก็พยายามฟงเสียงในฟลม แลวก็ออกเสียงตามคําที่เราชอบๆ คํายาวๆยากๆ ทําบอยๆ เราก็จะชินกับการฟงและออกเสียงได สวนการใช Dictionary ก็เปนโรคจํา Phonetic ที่เขา มีใหเห็นไมไดทั้งหมดเหมือนกันคะ ก็เลยจะเลือก Dictionary แบบที่เขามีตัวอยาง ที่ใตหนาทุกๆ หนา โดยมีตัวอยางคําที่เราอานถูกแนๆไวดวย ลองหาซื้อดูนะคะ ลองฝกฝนกันดูนะคะ ถาเรียนรูอะไรอยางมีความสุข สนุกสนาน ไมมีอะไรยากเกินไปแนนอนคะ
    • ฉันไมไดตาย...ฉันไมไดอยูในหลุมศพ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 กันยายน 2008 23:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/208717 เมื่อวานนี้ไปงานเผาคุณแมเขียน คลายทอง ที่วัดพระบาท ไดยืนฟงประวัติของคุณแมและความ รูสึกของลูกๆหลานๆที่นํามาบอกเลาในโอกาสสุดทายที่จะไดเห็นทาน ในใจคิดวา ลูกๆหลานๆคงจะ มีทานอยูในใจตลอดไปอยางแนนอน หากทานยังรับรูไดไมวาจะดวยวิธีใดก็ตาม ทานคงจะคิด เหมือนในกลอนบทนี้ ซึ่งตัวเองประทับใจมากๆเมื่อครั้งเรียนอยูที่เมืองเพิรธ ออสเตรเลีย ไดรูจัก กับคุณปา Marie ทานเปนผูที่มีอุปการะคุณกับนักเรียนตางชาติในเรื่องของภาษาเปนอยางมาก โชคดีที่มีโอกาสไดรูจักกับทานผานทางเพื่อนรักของคุณสามี ซึ่งไปเรียนตอเอกดานกายภาพบําบัด เมื่อตอนที่ทานปวยหนักถึงขนาดที่ตองไปอยูที่ Paliative Care Unit เพื่อนเรียนจบกลับบานไปแลว เราก็เลยเปนตัวแทนไปเยี่ยมเยียนทาน ทุกครั้งที่พบกันก็จะไดประทับใจกับความเขมแข็งของทาน และเมื่อถึงวันที่ทานจากไป เราก็ไดรับเชิญใหไปรวมงานที่โบสถพรอมกับญาติมิตรทั้งหลาย แมจะ ไดรูจักทานเพียงในระยะเวลาอันสั้นมาก แตจากกลอนที่ทานเลือกนํามาสั่งฝากไวในการดบท นี้ ซึ่งเชื่อไดวาเปนการจัดการของทานเอง ก็บอกไดเลยคะวา ทานไมไดจากไปไหนเลย สําหรับผูที่ รักทาน (จะมาแปลวันหลังนะคะ วันนี้ถึงเวลาพักผอนแลวคะ ฝากลูกไวแลววา ถาถึงเวลาจากไป ขอ นํากลอนแบบนี้มาสื่อสารบางคะ เพราะฉะนั้นจะตองแปลเปนภาษาไทยแนๆสักวันคะ)
    • ภาษิตสะกิดใจ...ทําแตละวันใหเปนหนึ่งชีวิตที่ แตกตาง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 ตุลาคม 2008 22:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/213691 ทุกวันจะบอกรับ A.Word.A.Day จาก Wordsmith.org ซึ่งนอกจากจะมีคําศัพทแปลกๆสงมาให อานทางเมลทุกวันแลว ยังมีคําคม สุภาษิตตางๆสงมาใหอานอีกดวย สั้นๆแตก็ทําใหเราไดรูอะไร แปลกๆทุกวัน สวนใหญเขาจะมี theme เปนชุดๆคําของแตละสัปดาห บางครั้งก็เปนศัพทธรรมดาๆ แตเราไมเคยใชก็มีคะ เปนเรื่องสนุกๆสําหรับคนชอบภาษา นอกจากวิธีนี้แลว ก็จะอานหนังสือภาษา อังกฤษที่เกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ไดที่เราสนใจทุกวัน มักจะเลือกอานหนังสือที่คนเขียน เขียนแบบคุย และวิชาการปนๆกัน ทําใหเราไดคุนเคยกับภาษาที่ใชในชีวิตประจําวันอยูเสมอ เดิน ผานหองสมุดคณะแพทยทุกวันคะ เลยโชคดีมีหนังสือใหเลือกยืมมาอานไดเสมอๆ ใครอยากใช ภาษาอังกฤษไดแบบสบายๆ ลองเอาเทคนิคนี้ไปใชดูบางก็ไดนะคะ วันนี้สะดุดกับภาษิตนี้คะ ชอบใจมากก็เลยขอเอามาบอกตอและขยายความตามความเขาใจของ ตัวเอง ใครจะชวยตีความ แปลความเพิ่มเติมก็จะขอบคุณมากๆนะคะ One should count each day a separate life. Lucius Annaeus Seneca, philosopher (BCE 3-65 CE) คิดวาขอคิดนี้ดีจริงๆ เพราะถาเราคิดจะทําใหทุกๆวันของเรา เปนชีวิตหนึ่ง ก็เปรียบเหมือนเราอยูกับ ปจจุบันนั่นเองนะคะ ไมตองยินดีปรีดา เสียอกเสียใจ พะวักพะวงอะไรกับวันที่ผานไปแลว ไมตอง วิตกกังวลกับวันที่ยังมาไมถึง ทําใหวันนี้เปนชีวิตของเราเต็มๆ ทําใหเหมือนเราเกิดมามีวันนี้วันเดียว ดีออกนะคะ เกิดปบก็ทําอะไรๆไดเลย หมดวันถึงเวลานอนก็จบชีวิตวันนี้ไป ไมตองยึดติดกับอะไรให มากมาย หลับวันนี้ก็เหมือนเราไมไดมีชีวิตอยู เพราะตอนนอนเราก็ไมรูแลววาเรามีสมบัติอะไรบาง บานใหญโตสมบัติมากมายแคไหน เราก็ตองการที่นอนไมเกินขนาดตัวเราที่ดิ้นไดเต็มที่ก็รัศมีไม มากเทาไหร ไมมีอะไรอยูกับเราจริงๆเลยนอกจากรางกายและลมหายใจเขาออก คิดแลวดีจังเลยคะ อยูกับวันนี้ มีชีวิตของวันนี้และทําชีวิตวันนี้ใหดีที่สุด
    • อยากรูอะไรเกี่ยวกับคําภาษาอังกฤษไปลองหา คําตอบไดที่...Ask the experts กันไดนะคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 ธันวาคม 2008 23:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/227186 วันกอนไดรับคําถามมาทาง email ถึงความแตกตางระหวาง road กับ street นึกไดถึงเว็บไซต Ask the experts ของ Oxford University Press ผูผลิต Oxford Dictionary นั่นเองคะ มีคําตอบให ตามเคย ก็เลยนึกไดวาควรจะเก็บเอามาบอกตอไวใน GotoKnow อีกดวย เพราะมีอีกสารพัดสารพัน คําถามที่เขารวบรวมไวที่นี่คะ มีหลายๆคําถามที่อานแลวสนุกมากคะ ไมคอยแนใจวาจะเอามาแปล ไดไหมเพราะเขามีลิขสิทธิ์อยู ยกคําถามตัวอยางที่มีคําตอบไวในนั้นมาใหอานเลนๆนะคะ ใครอยาก หาคําตอบก็ตามลิงคไปไดเลยคะ คนทํา dictionary มีการใสผิดบางไหม มีคําในภาษาอังกฤษกี่คํา ทําไมตัว W ถึงอานวา double u แทนที่จะเปน double v เครื่องหมาย # มีชื่อวาอะไร ที่มาของสัญลักษณ @ ในเอกสารทางการและในเว็บควรจะเขียนคําวา website ยังไง ทําไมในวงการเทนนิสจึงใชคําวา love แทนคําวา nil (หรือศูนย) มะเขือเทศเปนผักหรือผลไม อานสนุกเพลิดเพลินทีเดียวคะ คําที่ใชก็อานไดงายๆไมยากอะไร หวังวาจะเปนที่เพลิดเพลินไดอีกที่ สําหรับคนรักภาษานะคะ
    • สนทนาภาษาอังกฤษ...ตองพูดถึงจะรูปญหา โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 ธันวาคม 2008 23:58 น. http://www.gotoknow.org/posts/227432 ชวงนี้เรามีนองนักศึกษาชาวฟลิปปนสชื่อนอง Li มาฝกงานที่หองแล็บ นองเขาพูดไดแตภาษา อังกฤษเทานั้น ทําใหชาวหองแล็บของเราที่ปกติก็นารักกับนองๆที่มาฝกงานกันอยูเสมอ ตางก็ไดฝก การสื่อสารกันถวนทั่วเปนที่สนุกสนาน ไดเห็นพวกเราชวยกันพยายามพูดคุยกับนองเขาแลว ทําใหรูสึกถึงปญหาที่เรามักจะพูดถึงกันอยู บอยๆ ที่วาเราเรียนภาษาอังกฤษเปนภาษาที่สองกันมาหลายปอยู แตถึงเวลาที่เราตองใชเพื่อการ พูดสื่อสาร เรามักจะเริ่มตนกันไมคอยถูก นึกไมออกวาจะพูดใหเปนประโยควายังไงดี ตองบอก วานี่เปนปญหาสากลกันเลยทีเดียวสําหรับพวกเราทุกคน เทาที่สังเกตดูจากการที่พวกเราพูดกับนองเขา ดูเหมือนปญหาจะอยูที่การเอาคํามาตอกันใหเปน ประโยค เรามักจะนึกไดเปนคําๆ แลวพอพยายามจะเอามาเรียงกันก็เรียงไมถูก ไมรูวาจะเอาคําไหน ไวกอนไวหลัง บางทีก็เลยจะใชรูปแบบของประโยคภาษาไทยกันไปดื้อๆเลย กําลังคิดหาวิธีที่จะใช โอกาสนี้ ชวยใหพวกเราพูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกันใหคลองๆขึ้นอยูคะ นอง Li-ชาวฟลิปปนสคน นี้เธอจะอยูฝกงานกับเราตั้ง 1 เดือน ไดความคิดวา นาจะเอารูปแบบประโยคพื้นฐานหลายๆประโยค ที่ใชไดในชีวิตประจําวันมาใหพวกเราไดหัดพูดกัน นึกถึงเว็บไซตสอนภาษาอังกฤษของชาวเยอรมัน ที่ชื่อ ego4u (English Grammar Online for you) ซึ่งมีรายละเอียดเล็กๆนอยๆเกี่ยวกับการใช ภาษาอังกฤษใหถูกตอง (ชอบเพราะเขาสรุปอะไรตออะไรไวสั้นๆสําหรับคนที่อยากเรียนภาษา อังกฤษนะคะ) ที่หนา Communication ในหัวขอ Conversation จะมีตัวอยางประโยคที่ใชพูดได บอยๆในหลายๆสถานการณ วาจะเก็บเอาอันที่พวกเราจะไดใชพูดกับนอง Li ไดบอยๆมาใหพวก เราชาวหองแล็บ Chem ไดเลือกเอาไปใชกันดู แลวจะมารายงานความคืบหนาในบันทึกตอๆไปคะ
    • ศิลปะการใหคําแนะนําเรื่องการออกเสียงภาษา อังกฤษที่ถูกตอง...จากหนุมนอย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 ธันวาคม 2008 23:48 น. http://www.gotoknow.org/posts/228510 วันนี้คุณแมมีเรื่องคางใจกลับมาบานดวย เพราะคําคําเดียวแทๆเลยคะ เนื่องจากไดพบคุณชางที่มา ติดตั้งเครื่องอเนกประสงค (ถายเอกสาร, scanner, fax) ใหที่หองแล็บเรา ทาทางคลองแคลวมากๆ และยังมีความใสใจผูรับบริการ พยายามอธิบายทุกขั้นตอนใหเขาใจ ตั้งหนาตั้งตาฟงอยางตั้งใจ มา สะดุดเอาก็ตรงที่คุณชาง บอกวาใหกดเลือก "สะเปะซิฟ" นั่นเองคะ พูดหลายหนเลยเชียว เราก็ได แตคิดในใจวา เอ...จะบอกยังไงดีหนอ วาคํานี้ (specify) ตองอานวา"สะเปะซิไฟ" แตก็หาจังหวะ และวิธีการบอกไมได คุณชางทานนี้รับผิดชอบดูแลเครื่องแบบนี้ ซึ่งติดตั้งเปนเครือขายทั้งคณะแพทยของเรา 200 กวา เครื่องอยู นึกเสียดายวา ถาคนที่ฟงแลวคิดวาคํานี้อานวาแบบนี้จริงๆกันขึ้นมา ก็จะถือวาเราละเลย ที่ปลอยใหการออกเสียงแบบผิดๆแพรหลายไป ทําใหเรื่องนี้ติดคางในใจกลับมาบานดวย เอามาคุยกับพี่วั้นวา แมรูสึกผิดจังเลยที่ไมไดทําอะไร แตก็นึกวิธีไมออกดวย พี่วั้นบอกวา ทําไมแม ไมถามซํ้าวา ตองกดเลือก "สะเปะซิไฟ" ใชไหมคะ พี่วั้นเลาวา ใชวิธีนี้บอยๆกับคุณครูที่โรงเรียน คือแทนที่จะหาวิธีบอกโดยตรง ก็จะใชวิธีหาทางออกเสียงคํานั้นๆซํ้า เชน ถามวาคุณครูครับ ขอนี้ ทําไมเปนแบบนี้ครับ พอคุณครูถามวา ขอไหนคะ เขาก็ไดโอกาสอานซํ้า เนนคําที่อยากอานให คุณครูฟงใหชัดๆ เพื่อใหคุณครูสะกิดใจวาคําอานนาจะเปนแบบไหนถึงจะถูก ถูกใจเทคนิคพี่วั้นมากคะ ทําใหคิดไดวา คราวหนาจะตองเก็บเอามาใชเวลาเจอสถานการณแบบนี้ จะไดไมตองเก็บมาคิดเสียดายแบบวันนี้อีก เขียนบันทึกนี้ไวเผื่อมีใครไดนําเทคนิคนี้ไปใชบาง หรือมีเทคนิคอื่นๆมาบอกเลาแลกเปลี่ยนกันบางก็จะขอบคุณมากๆนะคะ แลวก็แถมดวยยํ้าวา Specify ออกเสียงวา สะเปะซิไฟ นะคะ โปรดอยาลืม
    • โปรแกรม Dictionary English-English ที่แสน สะดวก...Word Web โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 17 ธันวาคม 2008 22:13 น. http://www.gotoknow.org/posts/230282 ปกติก็ใชโปรแกรมนี้ - Word Web เพื่อหาความหมายของคําเปนประจําอยูแลวในเครื่อง คอมพิวเตอรทุกเครื่องที่ใช เพราะเปนโปรแกรมเล็กๆที่ดาวนโหลดเวอรชั่นฟรีมาไดจากเว็บไซตของ เขา ที่นี่ คะ เอามาติดตั้งในแตละเครื่องไดอยางรวดเร็วงายดาย นอกจากนั้นเขายังมี Word Web แบบ online อีกดวย เปนโปรแกรมที่แสนจะเอาใจคนใช dictionary ขี้สงสัยแบบเราคะ กดหาคําได ไมรูจบเลย อานแลวไมรูความหมายก็หาตอไปไดเรื่อยๆ แตดวยความที่โหลดอะไรมาแลวก็ใชอยูแตฟงกชั่นเดิมๆที่เคยใช วันนี้ไดติดตั้งโปรแกรมนี้เวอรชั่น ลาสุดใหเครื่องคอมพิวเตอรในหองแล็บ เลยไดเห็น shortcut ในการหาความหมายของคํา งายสุดๆ เลยคะ คราวนี้ เพราะเพียงแตเอา cursor ไปวางบนคําที่เราตองการรูความหมาย แลวก็กดปุม Ctrl คางไวและคลิกปุมขวาบนเมาส เราก็จะไดเห็นหนาจอเล็กๆแสดงความหมายของคํานั้นทันที ใช ไดกับทุกโปรแกรมรวมทั้งเวลาอานเรื่องตางๆในเน็ตดวย ชอบใจมากๆตองเอามาบอกตอใหทุกทาน ที่สนใจจะใช dictionary อังกฤษ-อังกฤษ แบบนี้คะ ลองใชกันดูนะคะ แลวจะติดใจ
    • ปฏิทินคือ Calendar ไมใช Calender นะคะโปรด สังเกต โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 มกราคม 2009 12:34 น. http://www.gotoknow.org/posts/232921 ไดรับโปรแกรมดีๆที่สามารถทําปฏิทินไดเอง เปลี่ยนรูปไดตามใจชอบ และแคเปลี่ยนตัวเลขปก็ได ปฏิทินของปนั้นๆมาจากมิตรผูนารักมา ชอบใจมากๆคะ เขียนบล็อกถึงไปแลวที่นี่นะคะ จัดการเติมรูปดอกไมที่ตัวเองถายไวเองกับรูปเจาแฮมทาโรเสร็จเรียบรอย เอาใหพี่เหนนชวยติชม ปรากฎวาพี่เหนนทักทันทีวา แม Calendar ไมใช Calender นะแม ถึงไดเห็นคะวา ตนฉบับที่ไดรับ มานั้นสะกดผิดไป ก็เลยไดไปเปดดูความหมายใน DicDD Dictionary online และคําอานใน Merriam-webster online มาแลว ทําใหอยากเอามาเตือนกันตอในบล็อกนี้ดวยนะคะ วาใหพวกเราชวยกันสังเกตและ ใชใหถูกตองดวย Calendar คือ ปฏิทิน Calender คือ เครื่องที่ใชสําหรับรีดผาหรือกระดาษ แตสองคํานี้ อานเหมือนกันเปยบ เลยคะ เอามาเตือนใจในยามที่คํานี้กําลังฮิดกันอยูนะคะ สวัสดีปใหมทุกทานคะ
    • Crazy English...ภาษาอังกฤษที่ชางแสนจะ เพี้ยน... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 มกราคม 2009 23:18 น. http://www.gotoknow.org/posts/233117 เอาบทความเรื่องนี้มาลงไวตั้งแตมิ.ย.49 โนนแนะคะ เห็นวามีความเห็นนองๆที่มาอานขอใหแปล ดวย วันนี้นึกสนุก ลองดูซิวาจะแปลไดเขาเคาหรือเปลานะคะ ใครอยากชวยก็จะยินดีเปนอยางยิ่ง เลยนะคะ บอกแลววามันเพี้ยน...เราจะแปลใหมันเพี้ยนไปหรือเปลานี่ตองมาลุนกันหนอย จะไมแปล เปะๆมากนะคะเพราะมันยากจัง ขอเอาแบบใหเขาใจและอธิบายเพิ่มเติมไปดวยเลยพรอมๆกัน เอาเปนวรรคๆเลยดีกวานะคะ Crazy English by Richard Lederer Let’s face it: English is a crazy language. There is no egg in eggplant or ham in hamburger, neither apple nor pine in pineapple. ตองยอมรับกันเถอะวา ภาษาอังกฤษนะ เปนภาษาที่เพี้ยนจริงๆ ไมเห็นมีไข (egg) ในมะเขือยาว ที่เรียกวา eggplant สักหนอย แลว ก็ไมมีแฮมในแฮมเบอรเกอรเลย ที่หนักกวาก็ สับปะรด ที่เรียกวา pineapple นะ ไมเห็นมี ทั้ง pine ทั้ง apple เลย (คิดไดไงเนาะ...คนเขียนนี่..) English muffins were not invented in England or french fries in France. Sweetmeats are candies, while sweetbreads, which aren’t sweet, are meat. สวน English muffins ก็ไมไดเริ่มเกิดที่ England หรือเฟรนชไฟรส ( ที่นําหนาดวยคําวา french) ก็ไม ไดเริ่มที่ฝรั่งเศส แลว sweetmeats ที่อานแลวนาจะเปนเนื้อหวาน ที่แทเปนลูกกวาด สวนsweetbreads (ตับออนหรือตอมไธมัสของลูกวัวหรือลูกแกะใชเปนอาหาร) ที่อานชื่อแลวนึกวา นาจะหวานก็ไมหวานแถมเปนเนื้ออีกตางหาก (เนื้อตับ) We take English for granted. But if we explore its paradoxes, we find that quicksand can work slowly, boxing rings are square, and a guinea pig is neither from Guinea nor is it a pig. And why is it that writers write, but fingers don’t fing, grocers don’t groce, and hammers don’t ham? If the plural of tooth is teeth, why isn’t the plural of booth beeth? One goose, 2 geese. So, one moose, 2 meese? One index, two indices? Is cheese the plural of choose? เราไมคอยไดสนใจภาษาอังกฤษ แตถาสํารวจเราจะพบวามันชางมีอะไรขัดแยงกันจัง
    • ตัวอยางเชน ทรายดูด (quicksand) จะดูดชาๆ (แตเรียกวาทรายเร็ว) เวทีมวย (boxing rings) ก็เปนรูปสี่เหลี่ยม (ไมใชวงกลมทั้งๆที่เรียกวา ring) สวน guinea pig (หนูทดลอง) ก็ไม ไดมาจาก Guinea แลวก็ไมใช หมู (pig) ดวย แลวทําไม นักเขียน (writer) ใชวาเขียน (write) แตนิ้ว (fingers) ไมใชคําวา fing (คํานี้ไมมีในพจนานุกรม) คนขายของชํา (grocers) ก็ ไม groce และคอน (hammer) ก็ไม ham (กริยาไมไดมาจากคําตนแบบเสมอไปนั่นเอง) แลวก็ ถาพหูพจนของ tooth คือ teeth ทําไมของ booth ไมใช beeth (แตเติม s เฉยๆ) แลวก็ หาน ตัวเดียวเปน goose 2 ตัวเปน geese แตกวางมูส (moose) 2 ตัวไมยักเปน 2 meese ทีนี้ ดัชนี (index) มากกวา 1 กลายเปน indices (เปนอีกแบบไปอีกละ) แลวอยางนี้ cheese (เนยแข็ง) เปนพหูพจนของ choose หรือเปลา (ประชดนิดหนอย) If teachers taught, why didn’t preachers praught? If a vegetarian eats vegetables, what does a humanitarian eat?ถาครู (teachers) ใช taught ทําไม นักเทศน (preachers) ไมใช praught (รูสึกคํานี้ ไมมีใช) แลวถา vegetarians กินผัก (vegetables) อยางนี้ humanitarian (ผูมีมนุษยธรรม) จะกินอะไร (ถาเปนแนวเดียวกันก็ตองกิน human (คน) นั่นเอง...ฮา...) In what language do people recite at a play and play at a recital? Ship by truck and send cargo by ship? Have noses that run and feet that smell? Park on driveways and drive on parkways? มีภาษาไหนไหมที่คน recite (บรรยาย) ในละคร (a play) แลว play (เลน) ในการแสดง (a recital) ขนสง (ship)ดวยรถบรรทุกแลวสงสินคาโดย ship (เรือ) มี จมูกที่วิ่งได ( เขาเรียกนํ้ามูกไหลวา running nose ) และมีเทาที่ smell (เทาเหม็น เขาใชคําวา smell ก็คือมีกลิ่นนั่นเอง) ( เลนคําสลับกันไปมานั่นเองคะ ก็แปลกจริงๆนั่นแหละที่เขาใชกันอยาง นั้น ) How can a slim chance and a fat chance be the same, while a wise man and a wise guy are opposites? How can the weather be hot as hell one day an cold as hell another? เปนไปไดยังไงที่ slim chance กับ fat chance มีความหมายเหมือนกันเลย (คือมีโอกาสนอย) แต a wise man (คน ฉลาด) กับ a wise guy (คนขี้โกง) ความหมายตรงกันขามเลย แลวก็เปนไปไดยังไงที่อากาศจะรอน เหมือนนรก (hot as hell) ก็ได จะเย็นเหมือนนรก (cold as hell) ก็ไดดวยเหมือนกัน (ใชคําเดียวกัน เลย) When a house burns up, it burns down. You fill in a form by filling it out and an alarm clock goes off by going on. เวลาบานไฟไหม (burn up) มันจะ burn down (ไหมหมด) เวลากรอกแบบฟอรมเขาใช fill it out ( แลวมันจะเติมเต็มไดยังไง...เขาแซว ) นาฬกาปลุก เกินเวลา (go off) ดวยการรองไปเรื่อยๆ (going on) ....เอาเขาไป When the stars are out, they are visible, but when the lights are out, they are invisible. And why, when I wind up my watch, I start it, but when I wind up this essay, I end it? เวลาดวงดาว out (ปรากฎ) เรามองเห็นได แตเวลาไฟ out (ดับ) กลับกลายเปนมองไมเห็น แลวทําไมเวลาฉันหมุน นาฬกา (wind up) ฉันทําใหมันเริ่มเดิน แตพอฉัน wind up (ปดฉาก) บทความนี้ฉันกําลังจะจบมัน (ใช คําเดียวกันเลยคือ wind up อานวา ไวด อัพ ไมใช วินด อัพนะคะ คํานี้อาจจะมีคนอานผิดได) Now I know why I flunked my English. It’s not my fault; the silly language doesn’t quite know whether it’s coming or going. ทีนี้ฉันรูแลววาทําไมฉันสอบตกภาษาอังกฤษ ไมใชความผิดของฉันหรอก ก็ภาษาไรสาระ นี่ไมยักรูวาจะไปยังไงมายังไงกันแนนั่นเอง
    • นั่นไงคะ เจาของภาษาเองเขายัง งง งง กับสิ่งที่เปนไปในภาษาของเขาเลย เราคนตาง ชาติจะไมเกงก็ไมเห็นจะเปนไรเลย แตยังไงๆถาจะใชเอาไวสื่อสารก็ตองใหไดตาม วัตถุประสงคคือพูด ฟง อานกับเขาใหรูเรื่องนั่นเองนะคะ ไมวาจะไมชอบแคไหนก็ตอง เอาใหพอใชไดเขาไวกอน
    • ปญหาชวนหัวเราะ...ภาษาอังกฤษ (riddles) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 มกราคม 2009 23:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/234701 เอาปญหาสนุกๆที่ตัวเองอานแลวขํามาเผื่อแผกัน ดูคําตอบไดดวยการไฮไลทที่คําตอบนะคะ Q: What has no beginning, no end, and nothing in the middle? อะไรเอยไมมีจุดเริ่มตน ไมมีปลาย แลวก็ไมมีอะไรตรงกลาง A: A doughnut! Q: What always ends everything? อันนี้แปลแลวเดี๋ยวรูคําตอบคะ A: The letter ‘g’! Q: What can a whole orange do that half an orange can never do? อะไรที่สมทั้งลูกทําไดแตสม ครึ่งลูกทําไมได A: Look round! ก็มองดูกลมไงคะ Q: To whom do people always take off their hats? ใครที่ผูคนตองถอดหมวกใหเสมอ A: Hairdressers! ก็ชางทําผมไงคะ ไมงั้นจะทําผมไดยังไง Q: Why do you always find things in the last place you look? ทําไมถึงหาอะไรเจอในที่สุดทายที่หา ทุกที A: Because when you have found it you stop looking! ก็เจอแลวจะหาตอทําไมละเนาะ Q: Why do you always walk with the right foot first? ทําไมเราถึงเดินดวยขาขวากอนเสมอ A: Because when you put one foot forward the other is always left behind! อันนี้เขาเลน คําภาษาอังกฤษ ซาย (left) กับคําวา ถูกทิ้งไวขางหลัง (left behind) Q: What always falls without getting hurt? อะไรเอยตกแลวไมเจ็บ A: Rain! ฝนที่เปนนํ้า ไมใชคนนั่นเอง อิ..อิ.. Q: What word is always pronounced wrong? อันนี้ก็ไมนาแปลคะ A: Wrong! Q: What is full of holes yet can still hold water? อะไรมีรูเต็มเลยแตเก็บนํ้าได A: A sponge! ฟองนํ้าไงละ Q: Which is the fastest, cold or heat? เย็นกับรอน อะไรเร็วกวากัน A: Heat; you can catch a cold! อันนี้ก็เลนคํา เพราะเปนหวัดเรียกวา catch a cold แตไมมี
    • catch a heat ที่มา: Riddles Jokes for Kids
    • "Easy...Difficult" งายที่จะ....ยากที่จะ.... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 กุมภาพันธ 2009 12:54 น. http://www.gotoknow.org/posts/238941 ไดรับสไลดนี้มาจากนองผูนารักทานหนึ่ง เปนคนไมชอบสงเมลตอๆไปใหใคร แตจะคัดเลือกสิ่งที่ ดีๆเก็บไวสงใหใครๆเมื่อคิดถึงจริงๆเทานั้น แตสไลดครั้งนี้ คิดวานาจะเปนประโยชน ชวนใหคิดกับ ทุกๆคน ก็เลยขอนํามาลงในบล็อกก็แลวกันนะคะ พรอมคําแปลแถมใหดวย เสียดายไมมีชื่อคนคิด ขึ้นมา ก็คงไดแตสงใจไปขอบคุณก็แลวกันนะคะ ยากหรืองายอยูที่ใจชวนใหคิด
    • ทําใหมีชื่ออยูในสมุดโทรศัพทนั้นแสนงาย แตยากนักที่จะเขาไปอยูในใจ ใครสักคน
    • งายดายนักเมื่อตองตัดสินความผิดของผูอื่น แตยากเหลือเกินที่จะมองเห็น ความผิดของเราเอง
    • ทําใหคนที่เรารักเสียใจนั้นงายนักหนา แตการจะเยียวยารักษาความเจ็บที่ เกิดแลวนั้นยากเหลือแสน
    • การใหอภัยผูอื่นนั้นแสนงาย แตการขอใหใหอภัยกลับยากนัก
    • การแสดงชัยชนะนั้นแสนงาย แตการยอมรับความพายแพอยางทรนงนี่สิ แสนยาก
    • แสนงายที่จะฝนทุกคํ่าคืน แตการตอสูเพื่อความฝนนั้นยากยิ่ง
    • สวดมนตภาวนาทุกคํ่าคืนนั้นงายดาย แตการควานหาพระเจา(ความดี งาม)ในสิ่งเล็กๆรอบตัวนั้นยากนักหนา
    • งายที่จะบอกวา รัก แตยากนักที่จะแสดงใหรูตลอดเวลา
    • วิจารณผูอื่นนั้นแสนงาย แตการทําใหตัวเองดีพรอมนั้นยากยิ่ง
    • เพียงคิดวาจะทําใหดีขึ้นอยางไรนั้นไมยาก แตความยากอยูที่การหยุดที่จะ คิดและลงมือทําจริงๆ
    • แสนงายในยามรับ ยากเหลือรับเมื่อตองให
    • แผนนี้เขามาดวยกันเปนชุด เลยตองเอามาใสไวดวย ขอใหอานและชวยกัน ทําทุกเรื่องยากใหเปนเรื่องงายๆอยางมีความสุขนะคะ
    • ขอคิดวันนี้..."อายุมากขึ้นเทาไหร ไมสําคัญ เทากับใชเวลาของอายุที่ผานไปอยางไร" โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 กุมภาพันธ 2009 16:48 น. http://www.gotoknow.org/posts/241018 รับเมลจาก Wordsmith.org วันนี้ นอกจากจะไดอานคําศัพทแลว ถูกใจกับขอคิดประจําวันเปนอยาง ยิ่งคะ จัดแจงจะเอามาแปะในบันทึก แตพอแปลเปนชื่อบันทึกแลว ความงดงามในถอยคํามันหายไป นะคะ ไดความคิดอีกอยางหนึ่งวา ภาษาแตละภาษาเขามีเอกลักษณ มีเสนหที่บางครั้งยากจะ ถายทอดไปสูอีกภาษาผานการแปลนะคะ ไมตองแปลกใจที่บางครั้งเราจะไดเห็นคนใชคําภาษา อังกฤษแทนคําไทย อยาไปคิดวาเขาดัดจริตไปเสียหมดนะคะ เพราะคําไทยบางคําก็ยังไมครอบคลุม ความหมายของคําภาษาอังกฤษบางคํา และในทางกลับกันก็มีคําไทยหลายๆคําที่เราหาคําแปล ภาษาอังกฤษมาแปลยากมาก เพราะฉะนั้น บางทีก็ตองทางใครทางมันเหมือนกัน A THOUGHT FOR TODAY: It is not how old you are, but how you are old. Jules Renard, writer (1864-1910) ตอนแรกแปลเปนชื่อบันทึกไววา "ไมเกี่ยวกับแกเทาไหร แตอยูที่แกอยางไร" แลวมาเปลี่ยนเปน อยางที่เห็น เพราะรูสึกวาสื่อความหมายไมชัด แตอานอีกที ก็ยังไมลึกซึ้งกินใจเทาตนฉบับภาษา อังกฤษอยูดีนะคะ แคสลับที่คํากันนิดเดียว ใหขอคิดไดเยอะแยะเลย เอามาฝากชาว GotoKnow ให ชวนกันคิดคะ
    • พลังแหงความรัก... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 กุมภาพันธ 2009 23:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/241984 ความรัก คือ สิ่งที่ทรงพลัง เปนอะไรๆมากมาย เหลือเกิน เอาขอคิดดีๆจาก อินเตอรเน็ตมาฝากกันคะ Love shows in so many ways, those who Love will always see it, It speaks in so many voices, those who Love will always hear it ... In the presence of HOPE - FAITH is born, In the presence of FAITH - LOVE becomes a possibility In the presence of LOVE - MIRACLES happen. There is no difficulty that enough Love will not conquer; no disease that enough Love will not heal; no door that enough Love will not open; no gulf that enough Love will not bridge; no wall that enough Love will not throw down.
    • It makes no difference how deeply seated the trouble may be; how hopeless the outlook; how muddled the tangle; how great the mistake; A sufficient realization of Love will dissolve it all! As YOU discover that YOU ARE LOVE - YOU become the happiest being in the world! เก็บมาฝากจาก http://www.soulonline.org/life/writings/november/thought.htm ดวยความขอบคุณนะคะ ความรักมีมากมายหลายรูปแบบ ผูมีความรักจะมองเห็นไดเสมอ ความรักสื่อไดหลากหลายสรรพเสียง ผูมีความรักจะรับรูไดเสมอ เมื่อมีความหวัง ศรัทธาก็บังเกิด เมื่อมีศรัทธา ความรักก็เปนไปได เมื่อมีความรัก สิ่งมหัศจรรยพลันปรากฎ ไมมีความยากลําบากใด ที่ความรักเต็มเปยมไมอาจฝาฟน ไมมีโรคภัยไขเจ็บอันใด ที่ความรักเต็มเปยมไมอาจเยียวยา ไมมีประตูอันใด ที่ความรักเต็มเปยมไมอาจเปดออกได ไมมีหวงนํ้าอันใด ที่ความรักเต็มเปยมไมอาจเชื่อมโยงได ไมมีกําแพงอันใด ที่ความรักเต็มเปยมไมอาจทลาย ไมวาปญหาจะฝงลึกเพียงไหน ไมวาสถานการณจะสิ้นหวังเพียงใด ไมวาความสับสนวุนวายอันใด ไมวาความผิดยิ่งใหญแคไหน ขอเพียงตระหนักรูวามีรัก ทุกอยางจะคลี่คลายไปได เมื่อคุณคนพบวาตนเปนที่รัก คุณจะเปนคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ขอใหชวยกันทําใหผูคนรอบๆตัวเรารูวา เขาเปนที่รักของเรากันนะคะ แลวทุกคนก็จะมีความสุข
    • ฝกสมองลองปญญากับ riddle สนุกๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 8 มีนาคม 2009 23:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/247183 ไปเจอแหลงปญหาสนุกๆอีกแลวคะ มีหลายๆขอที่ชอบเลยขอเอามาเผื่อแผกันคะ ดูเฉลยดวยการ เอาเมาสไปไฮไลทที่ประโยคคําตอบนะคะ 1. Can you think of a word that changes both number and gender when you add the letter 'S'? คําตอบ: Princes to Princess 2. What do the numbers 11, 69, and 88 all have in common? คําตอบ: They read the same backwards and forward. 3. What five-letter word becomes shorter when you add two letters to it? คําตอบ: Short 4. How many times can you subtract the number two from the number fifty? คําตอบ: You can subtract the number two from the number fifty only ONCE. Because after that, the fifty becomes forty eight. 5. Which animal eats with its ears? คําตอบ: All of them since no animal take off its ears to eat! 6. What's better than the best thing and worse than the worst thing? คําตอบ: Nothing 7. How many animals do I have if all but 3 are dogs, all but 3 are cats, all but 3 are pigs and all but 3 are cows? คําตอบ: I have four animals one of each. 8. The more you take, the more you leave behind. What are they? คําตอบ: Footsteps 9. What occurs once in a minute, twice in a moment, but never in an hour? คําตอบ: The letter 'M'. 10. The more there is of this, the less you see of it. What is it? คําตอบ: Darkness
    • มีหลายขอที่ไดบริหารสมองดวยนะคะ
    • ความผิด...มีบทเรียนมากมาย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 มีนาคม 2009 23:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/248919 ไดรับคําถามที่อยากหาคําตอบ ก็เลยทําใหไดพบเว็บไซตที่รวบรวม Quotes ที่เปนที่รูจักมากๆเอา ไวชื่อ Famous Quotes ในหัวขอเกี่ยวกับ ความผิดพลาด หรือ faults ชอบหลายๆชิ้นเลยคะ ขอเอามา ฝากใหเปนขอคิดกันนะคะ ชวยกันแปลไปดวยจะไดคิดใหลึกซึ้งขึ้นคะ “Think of your own faults the first part of the night when you are awake, and of the faults of others the latter part of the night when you are asleep.” เปน สุภาษิตจีน "คิดถึงความผิดของตัวเราเองในชวงแรกของคํ่าคืนเมื่อเรายังตื่นอยู และคิดถึงความผิดของคนอื่นในชวงหลังของคํ่าคืน ในขณะที่เราหลับไปแลว" “One who looks for a friend without faults will have none.” Hasidic Saying " ผูมองหาเพื่อนแบบที่ไมเคยทําอะไรผิด จะไมมีเพื่อนเลย" “If you feel you have no faults ... there's another one.” "ถาคุณรูสึกวาตัวเองไมมีอะไรผิดเลย นั่นแหละคือสิ่งที่ผิด" “Deal with the faults of others as gently as with your own.” "ปฏิบัติตอความผิดของผูอื่นอยางนุมนวลเหมือนเชนเมื่อเราทํากับความผิดของตัวเรา เอง" “The greatest of all faults is to be conscious of none. Recognizing our limitations and imperfections is the first requisite of progress. Those who believe they have 'arrived' believe they have nowhere to go. Some not only have closed their minds to new truth, but they sit on the lid.” Dr. Dale E. Turner "ความผิดที่รายแรงที่สุดก็คือการที่คิดวาไมมีอะไรผิด การตระหนักรูถึงขอจํากัดและ ความบกพรองเปนปจจัยแรกแหงความสําเร็จ ผูที่เชื่อวาตนเอง"ถึง"แลวจะคิดวาไมมีที่จะ ไปตอ บางคนไมเพียงแตปดใจตัวเองจากการคนพบความจริงใหมๆแตยังนั่งทับมันไวอีก ดวย" “You will find it less easy to uproot faults than to choke them by gaining virtues. Do not think of your faults, still less of other's faults. In every person who comes near you
    • look for what is good and strong; honor that; try to imitate it, and your faults will drop off like dead leaves when their time comes.” John Ruskin (1819-1900) "คุณจะพบวาการขุดคนตนตอความผิดนั้นยากกวาการกลํ้ากลืนเรียนรูจากมัน อยาคิดวา ความผิดของคุณนอยกวาของผูอื่น มองหาสิ่งที่ดีและจุดแข็งของผูคนที่ผานเขามาใกลคุณ ทุกๆคน ใหความชื่นชมในสิ่งนั้นและพยายามเลียนแบบ แลวเมื่อไหรที่คุณทําผิดบาง ความผิดของคุณก็จะหลนหายไปราวใบไมรวง" “Focus on remedies, not faults.” Jack Nicklaus "มุงเปาไปที่หนทางแกไข ไมใชความผิดพลาด" “Almost all our faults are more pardonable than the methods we resort to hide them.” François, Duc de La Rochefoucauld "ความผิดเกือบทุกอยางที่เราทําจะขอยกโทษไดงายกวาการหาวิธีกลบเกลื่อนมัน" “There is nothing that will kill a man so soon as having nobody to find fault with but himself.” George Eliot (1819-1880) "ไมมีอะไรที่จะฆาคนไดเร็วไปกวาการที่คนผูนั้นมัวแตมองหาความผิดพลาดของตัวเอง" “To have faults and to be making no effort to amend them is to have faults indeed!” Kung Fu-tzu Confucius (c. 551-c. 479 BC) "การทําผิดแลวไมไดคิดหาทางแกไข คือการทําผิดอยางแทจริง"
    • ความสุข...ใหขอคิดไดมากหลาย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 มีนาคม 2009 23:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/249604 วันๆหมดเร็วเหลือเกิน ยังมีอะไรอยากทําอยูแตสมองลาและทําทาจะไมแลนแลวเสียดวย เลย ตองหาวิธีบริหารสมองเล็กนอย ที่ Famous Quotes คะ วันกอนเก็บ "ความผิด" มาฝาก วันนี้ขอเปน "ความสุข"บาง ไดคิดตามอยางมีความสุขไปดวยกันนะคะ “Thousands of candles can be lit from a single candle, and the life of the candle will not be shortened. Happiness never decreases by being shared.” - Guatama Buddha (563-483 BC) "เทียนพันเลมจุดขึ้นไดดวยเทียนเพียงเลมเดียวและชีวิตมันก็ไมไดสั้นลง เชนเดียว กับความสุขที่ไมเคยลดนอยลงดวยการแบงปน" “Make happy those who are near, and those who are far will come.” Chinese Proverb. ทําใหคนที่อยูใกลๆเรามีความสุข แลวผูที่อยูหางไกลก็จะมาเอง “If you want happiness for an hour — take a nap. If you want happiness for a day — go fishing. If you want happiness for a month — get married. If you want happiness for a year — inherit a fortune. If you want happiness for a lifetime — help someone else.” Chinese proverb. "ถาคุณตองการความสุข 1 ชั่วโมง จงงีบหลับ ถาตองการความสุข 1 วัน ไปตกปลา ถา ตองการความสุข 1 เดือน ใหแตงงาน ถาตองการความสุข 1 ป ใหรับโชค แตถาคุณ ตองการความสุขไปชั่วชีวิต ใหชวยเหลือผูอื่น" “Fear less, hope more, Eat less, chew more, Sigh less, breathe more, Hate less, love more, and all good things are yours.” Swedish proverb, from Mark and Barbara Hall Collection. "กลัวใหนอยลง หวังใหมากขึ้น กินนอยลง เคี้ยวใหมากขึ้น ถอนหายใจใหนอยลง สูด หายใจใหมากขึ้น เกลียดใหนอยลง รักใหมากขึ้น แลวสิ่งดีๆจะเปนของทาน"
    • “Doing good to others is not a duty. It is a joy, for it increases your own health and happiness.” - Zoroaster (c.628-c.551) "การทําดีตอผูอื่นไมใชหนาที่ แตมันคือความสําราญเพราะมันชวยเพิ่มความ แข็งแรงและความสุขใหแกทานเอง" “Someone has well said, ' Success is a journey, not a destination.' Happiness is to be found along the way, not at the end of the road, for then the journey is over and it is too late. Today, this hour, this minute is the day, the hour, the minute for each of us to sense the fact that life is good, with all of its trials and troubles, and perhaps more interesting because of them.” - Robert R. Updegraff "บางคนกลาวไววา ความสําเร็จคือการเดินทางไมใชจุดหมาย ความสุขคือสิ่งที่ พบพานระหวางทางไมใชที่จุดสิ้นสุดเพราะการเดินทางสิ้นสุดแลวและสายเกินไป วันนี้ ชั่วโมงนี้ นาทีนี้คือวัน ชั่วโมง นาทีที่เราทุกคนไดรับรูความจริงวา ชีวิตเปนสิ่งดี ก็เพราะมีการลองผิดลองถูกและปญหาตางๆ และอาจจะนาสนใจก็เพราะมีสิ่งเหลานี้ นี่เอง" “The happiness of your life depends on the quality of your thoughts.” - Unknown "ความสุขในชีวิตของคุณขึ้นกับคุณภาพแหงความคิดของคุณเอง" “Much happiness is overlooked because it doesn’t cost anything.” - Unknown "ความสุขหลายๆอยางถูกมองขามไปเพียงเพราะมันไมไดมีราคาเทานั้นเอง" “The best way to cheer yourself is to cheer up somebody else.” - Mark Twain (1835-1910) "วิธีที่ดีที่สุดที่จะใหกําลังใจตัวเองก็คือการใหกําลังใจผูอื่น" ชิ้นสุดทายนี่เองคะ ทําใหเขาใจตัวเองดีขึ้น วาทําไมถึงชอบเชียรคนอื่น ก็เพราะรูสึกวาตัวเองไดรับ กําลังใจนั้นไปดวยนี่เองนะคะ
    • ขอคิดจาก Benjamin Franklin เกี่ยวกับความสุข โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 มีนาคม 2009 23:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/250908 ขอคิดจาก Wordsmith.org ใน ขอคิดวันนี้เปนของนักวิทยาศาสตร นักคิดผูยิ่งใหญ คือ เบนจามิน แฟรงคลิน ตามไปอานประวัติของเขาใน Wikipedia แลว ชื่นชมเขามากๆ เพราะเขาไมจดลิขสิทธิ์ สิ่งที่เขาคิดคนขึ้นมา โดยใหเหตุผลไววา "... as we enjoy great advantages from the inventions of others, we should be glad of an opportunity to serve others by any invention of ours; and this we should do freely and generously." อานแลวพลอยรูสึกมี ความสุขกับเขาไปดวย เชนเดียกับขอคิดในการหาความสุขใหชีวิตที่เขาฝากไว A THOUGHT FOR TODAY: There are two ways of being happy: We may either diminish our wants or augment our means - either will do - the result in the same; and it is for each man to decide for himself, and do that which happens to be the easiest. If you are idle or sick or poor, however hard it may be to diminish your wants, it will be harder to augment your means. If you are active and prosperous or young and in good health, it may be easier for you to augment your means than to diminish your wants. But if you are wise, you will do both at the same time, young or old, rich or poor, sick or well; and if you are very wise you will do both in such a way as to augment the general happiness of society. -Benjamin Franklin, statesman, author, and inventor (1706-1790) ไวพรุงนี้จะมาแปลใหนะคะ ตอนนี้ขอทํางานตอกอน มาแปลความตามที่บอกไวคะ หวังวาจะไดความลึกซึ้งเหมือนที่ทาน Franklin สื่อสารไวนะคะ เขา บอกวา "มีวิธีที่จะมีความสุขอยู 2 วิธี คือ โดยการละลดความอยาก หรือ เพิ่มความสามารถที่จะใหไดมา ซึ่งใช วิธีไหนก็ไดใน 2 อยางนี้ก็จะไดผลเหมือนกัน ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของแตละบุคคลวาจะเลือกทําแบบ ไหนที่ตัวเองทําไดงายที่สุด ถาหากทานขี้เกียจ ปวยหรือยากจน ไมวาจะยากแคไหนที่จะลดความ อยากก็ยังงายกวาการเพิ่มความสามารถที่จะใหไดมา ในขณะที่ถาคุณขยันขันแข็ง มั่งคั่ง ออนเยาว และแข็งแรงก็จะงายดายที่จะเพิ่มความสามารถที่จะใหไดมา โดยไมตองละลดความอยาก แตหาก ทานเปนคนฉลาด ไมวาทานจะออนเยาวหรือสูงอายุ ปวยหรือแข็งแรง ทานตองทําทั้งสองแบบไป พรอมๆกัน และทานจะยิ่งฉลาดมากหากทานทําทั้งสองแบบนั้น เพื่อเพิ่มความสุขโดยรวมใหกับ สังคมที่ทานอยู"
    • เขียนภาษาอังกฤษแลวลองตรวจสอบเบื้องตนที่ นี่ไดคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 พฤษภาคม 2009 23:51 น. http://www.gotoknow.org/posts/259077 ไดเห็นคนเขียนภาษาอังกฤษแบบที่ไมคอยถูกตองอยูบอยๆ บางครั้งก็อยูในฐานะที่ชวยบอกได บางครั้งก็ไมแนใจวาเราควรจะบอกหรือไมเพราะผิดนิดผิดหนอยหลายที่ ซึ่งคงเปนปญหาที่เกิดได อยูแลวสําหรับพวกเราที่ไมใชเจาของภาษาโดยตรง เปนปญหาของเด็กไทย คนไทยที่ฝงรากลึกมาก มาจากวิธีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของบานเรา และเปนปญหาที่แกไขไดยากในเวลาอัน สั้นสําหรับพวกเราที่โตๆกันแลวเรียนแบบเปนไมเบื่อไมเมากับมันมาเปนสิบๆปแลว และไมเคยชิน กับการอานภาษาอังกฤษเสียอีกดวย สรุปวาไมแปลกหรอกคะที่เราจะเขียนผิด สิ่งที่เราควรทําก็คือ หาวิธีที่เราสามารถจะตรวจสอบสิ่งที่เราเขียนวาถูกตองไหมบอยๆ อาจจะชวย ใหเรามองเห็นรูปแบบที่ถูกตองไดคุนชินมากขึ้นก็ไดนะคะ พยายามมองหาอะไรมาแนะนําเผื่อแผกัน อยูคะ ไปเจอเว็บที่เขาแนะนําโปรแกรมออนไลน ของ www.yourdictionary.com แบบที่กําลัง เกริ่นถึงอยู เขาใหความเห็นไวดีมากคะ ขอแนะนําใหลองตามลิงคไปอานกันดูนะคะ สรุปแบบยอๆก็ คือ โปรแกรมพวกนี้จะไมสามารถตรวจสอบใหเราไดจริงๆเทาไหรนัก ถาอยากพัฒนาการเขียนจริงๆ ก็มีเว็บที่เขาแนะนําใหไปฝกฝนอยู 2-3 ที่คะ แตถาจะใชโปรแกรมตรวจสอบ เขาก็มีแนะนําไว หลายที่เหมือนกัน Spellchecker.net AbiWord Language Tool Grammar Slammer ใครขยันชวยลองเขาไปใชกันดูแลวมาสงขาวบอกกันตอๆไปดวยก็ดีนะคะ จะไดชวยๆกันใชอันที่ใชได ดี ไดลองดูแลวที่ Spellchecker.net พบวาพอจะชวยไดคะ แค copy ประโยคที่เราเขียนเอาไปแปะใน หนาเว็บเขาที่มีชองวางไวให แลวกด Spell Check ก็จะไดรูวา เราใชคําผิดไหม นาจะเปนอะไรได อยางคราวๆคะ ลองใชกันดูแลวก็ชวยออกความเห็นดวยนะคะ สําหรับเคล็ดลับของตัวเองที่คิดวาคงมีหลายๆคนก็คงมีเหมือนกันก็คือ การอานคะ อานมาตั้งแต เด็กๆ ทั้งเรื่องอานเลน ทั้งเรื่องความรู และสารพัดเรื่องที่เปนภาษาอังกฤษ อานเพราะสนุกที่จะอาน ตั้งแตอานทั้งประโยคแลวรูไมกี่คํา เอาดินสอเขียนคําแปลไวบนคําศัพทที่ไมรูพราวไปทั้งเลม สมัยที่ อายุสักไมถึงสิบขวบ แลวก็อานทุกอยางที่ขวางหนา จนพัฒนามาเรื่อยๆถึงระดับ อานไปเลยไม รูเรื่องก็เดาเอา คําไหนเจอซํ้าๆก็เดาเอาวาแปลวาอะไร แลวคอยไปเปดหาดู เวลาเปดหาคําแปลก็ใช
    • พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ เดาจนรู ทําทั้งหมดนี้ดวยความสนุกไมไดคิดวาจะใหเกงภาษาอังกฤษ แตอยางใด คิดวาก็เปนแคสื่อตัวหนึ่งที่ทําใหเราไดรูอะไรมากขึ้นเทานั้น พจนานุกรมเองก็อาน สนุกโดยเฉพาะพวกที่เปน thesaurus การอานมากๆทําใหเราคุนชิน เมื่อเรียนตามระบบการ เรียนการสอนของบานเราก็เลยทําใหพอจะเขาใจไดงายขึ้น และเวลาสอบภาษาอังกฤษก็ไมเคยเห็น ถาม grammar หรือกฎอะไรแบบที่เรียนกันสักหนอย มีแตใหอานๆตอบๆทั้งนั้น ก็เลยยิ่งสรุปวา อาน ไปเถอะคะ อานอะไรก็ไดที่เปนภาษาอังกฤษ (จากเจาของภาษาจริงๆ) อานจนชินแลวคราว นี้พอตองเขียน ตองพูด มันจะออกมาเอง สําหรับคนที่เลยเวลาจะมาสะสมจากการอาน ก็ตองหาเครื่องมือชวยนี่แหละคะ เปนกําลังใจใหทุก คนและอยากชวยใหทุกทานใชภาษาอังกฤษใหเปนประโยชนไดมากที่สุดนะคะ
    • ชวยดวย...อยาสอนการออกเสียงผิดๆใหเด็ก ไทยเลยคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 พฤษภาคม 2009 23:52 น. http://www.gotoknow.org/posts/262198 วันนี้ตองเซ็นชื่อในชีทวิชาภาษาอังกฤษของนองฟุง ในชีทจะมีคําศัพท คําอาน และคําแปลของศัพทที่ เรียน เห็นแลวรูสึกสงสารเด็กไทยจริงๆวา ถาเรียนกันแบบนี้แลว จะออกเสียงที่ถูกตองไดอยางไร หนอ เพราะหลายๆคําที่คุณครูใหคําอานเปนภาษาไทยไวนั้น ผิดอยางฟงไมรูเรื่องกันเลยเชียว สงสัยตองหาทางไปคุยกับคุณครูใหลองฟงเสียงอานจาก Merriam-Webster Dictionary online แลวคอยเขียนลงไปใหเด็กอาน แตตอนนี้ขอเอามาบันทึกฝากกันไวตรงนี้กอนวาอานอยางนี้ไม ถูกตองแนนอนคะ space สเพซ musician มิวซิชั่น conductor คันดัคเทอร nothing นัทซิ่ง strange สแทรนจ mustache มัสแท็ช terrible เทอระเบิล ขอหาแหลงที่สามารถเช็คคําอานออกเสียงที่เขียนเปนภาษาไทยแบบนี้มาลิงคใหเห็นคําที่ถูกตอง จริงๆกอนนะคะ
    • ถอยคําไมมีกาลเวลา...ลึกซึ้งและชวนคิด โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 24 พฤษภาคม 2009 22:14 น. http://www.gotoknow.org/posts/263022 วันนี้ติดใจมากกับ คําคมประจําวัน ของทานคาริล ยิบราล ซึ่งจะวาไปแลวเหมาะมากๆกับความที่ พวกเราเปนบล็อกเกอรกัน A THOUGHT FOR TODAY: Words are timeless. You should utter them or write them with a knowledge of their timelessness. -Khalil Gibran, mystic, poet, and artist (1883-1931) ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นจริงวา ถอยคํานี่ไมมีกาลเวลา ก็เหมือนคําคมชิ้นนี้แหละคะ ที่ทานคาริล ยิบรานวา ไวอยางนอยๆก็ 70 ปแลวแตเราก็ยังไดอานและพิสูจนกันเห็นๆ
    • เรื่องเรงดวนที่สุดของชีวิตคือ... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 พฤษภาคม 2009 23:48 น. http://www.gotoknow.org/posts/263650 ความสุขจากงาน GotoKnow Forum ครั้งที่ 1 ที่สะสมมาอยางเต็มที่ชวยใหภารกิจที่ตองทําเมื่อ กลับมาสูชีวิตประจําวันไมหนักหนาสาหัสจนเกินไปนัก แตก็เรียกวาแทบจะหาเวลามาเขา GotoKnow อีกไมไดในวันนี้ ยังไงก็ขอนําคําคมมาฝากกันก็แลวกันนะคะ สั้นๆแตยอดเยี่ยมมากตาม เคย เพราะคําคมนี้มีอายุยืนยาวมามากกวา 40 ปแลว นั่นคือ คําคมจากทานมารติน ลูเธอร คิง จูเนียร นั่นเองคะ A THOUGHT FOR TODAY: Life's most urgent question is: what are you doing for others? -Martin Luther King, Jr , civil-rights leader (1929-1968) ถาเราทุกคนถามตัวเองกันอยางนี้ไดทุกๆวัน โลกนี้คงนาอยูกวานี้อีกมากมายนะคะ มาชวยกันตอบ คําถามนี้วันละนิดวันละหนอยก็ยังดีนะคะ
    • อยาจริงจังกับชีวิตมาก ไมมีใครไมตายอยูดี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 4 มิถุนายน 2009 23:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/265941 เหนื่อยจังเลยคะ ตาลายกับสิ่งที่กําลังทําอยูเหลือเกิน แตก็อยากทําใหเสร็จจะไดไปทําอยางอื่นเสียที พักผอนดวยการหาภาษิตสนุกๆอาน เจอ ที่นี่ คะ มีภาษิตสนุกๆเกี่ยวกับชีวิตหลายชิ้นทีเดียว อาน แลวเห็นจริงและไดขําบางเปนบางชิ้น ชอบชิ้นนี้ที่สุด เปนชิ้นที่ไมทราบชื่อผูแตงคะ เขาบอกวา Never take life seriously. Nobody gets out alive anyways.
    • เวลามีไมพอ...หรือมีสิ่งที่ตองทํามากกวาเวลา ที่มี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 มิถุนายน 2009 23:56 น. http://www.gotoknow.org/posts/267027 กําลังทํางานที่ตองใชเวลากวาจะทําเสร็จ ทําไปก็คิดหาวิธีทําใหเร็วขึ้นๆไปเรื่อยๆ ก็ถือวาประสบ ความสําเร็จพอใชไดคะ รูสึกอยากทําใหเสร็จจนกระทั่งไมคิดจะทํางานอะไรอื่นๆคั่น ทําใหรูสึกขัดใจ เล็กนอย เพราะเปนคนชอบทําอะไรๆไปพรอมๆกันหลายๆอยาง เฉลี่ยๆเวลากันไป แกเบื่อดวยการหาภาษิตเกี่ยวกับ"เวลา"ที่ชอบๆมาฝากชาว GotoKnow คะ เลือกเอาชิ้นนี้คะ ทุก ขอความอานแลวเห็นจริงไปดวย เราทุกคนไดรับโอกาสเทาๆกันจาก "เวลา" ที่เรามีนะคะ Time is an equal opportunity employer. Each human being has exactly the same number of hours and minutes every day. Rich people can't buy more hours. Scientists can't invent new minutes. And you can't save time to spend it on another day. Even so, time is amazingly fair and forgiving. No matter how much time you've wasted in the past, you still have an entire tomorrow. ~Denis Waitely
    • แนะนําวิธีอานบทความภาษาอังกฤษ...วันละ นิดละหนอย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 กรกฎาคม 2009 23:43 น. http://www.gotoknow.org/posts/272961 เห็นวาพวกเราหลายๆคนยังมีปญหากับการอานภาษาอังกฤษที่มากันเปนพืดๆ ก็เลยอยากหยิบเอา paragraph ภาษาอังกฤษใน abstract เรื่องที่นาสนใจมาบอกเลาวิธีอานกันดูนะคะ เผื่อวาจะชวยให เกิดไอเดียวา อานยังไงถึงจะจับความไดโดยไมตองเสียเวลามากๆ ลองดูกอนนะคะวามีประโยชน ไหม เลือกเอาเรื่องที่อานพบวันนี้ นาสนใจดีจาก Medscape (ตองสมัครสมาชิกและล็อคอินคะ แตก็ทําได ทุกคนถาสนใจ) เรื่อง Advances in the Prevention of Sudden Cardiac Death in the Young เอาตั้งแตชื่อเรื่อง เราตองหัดแยกสวนของสิ่งที่เห็น เราจะไดเขาใจไดงายขึ้น แมวาอาจจะไมรูศัพท ทั้งหมดก็จะพอเดาไดคะ ประโยคนี้เราเห็นคําพวก in, of, in ก็เดาไดวาคําระหวาง คําเล็กๆพวกนี้ แหละคือใจความ อันแรก Advances คําที่สอง Prevention คําที่สาม Sudden Cardiac Death คํา ที่สี่ the Young ถาแยกแบบนี้เราก็จะจับใจความไดงายขึ้นนะคะ ในสี่คําหลักๆนี้เรานาจะรูบางสัก คําสองคํา อยางนอย the Young ก็นาจะพอได Prevention อีกคํานะคะ สรุปก็จะไดเปน "ความ กาวหนา" ในเรื่อง "การปองกัน" "Sudden Cardiac Death" ใน "เยาวชน" ทีนี้ลองดูทั้ง paragraph ที่เปน Abstract กันดู Sudden cardiac death (SCD) is a tragic and devastating complication of a number of cardiovascular diseases. Although coronary artery disease accounts for a majority of these deaths across all ages, many other aetiologies contribute to this problem when it occurs in the young (age ≤ 35 years), where coronary artery disease is far less common. Specifically, genetic heart disorders are an important cause of SCD in the young. While pharmacological therapies have made some impact on prevention of SCD, the introduction of implantable cardioverter-defibrillator (ICD) therapy has been the single major advance in the prevention of SCD in the young. In addition, the awareness that most causes of SCD in the young are inherited, means family screening of relatives of young SCD victims allows identification of previously unrecognised at-risk individuals thereby enabling prevention of SCD in relatives. The role of genetic testing, both in living affected individuals and in the setting of a `molecular autopsy', is emerging as a key factor in early diagnosis of an underlying cardiovascular genetic disorder. Understanding the genetic basis of SCD, investigating the molecular mechanisms that lead from the gene defect to the clinical phenotype, and elucidating the specific environmental triggers for SCD, will most likely lead to further key improvements in the
    • prevention of SCD in the young. ใครอานแลวรูสึกตาลาย ใหลองสังเกตตามขั้นตอนตอไปนี้นะคะ 1. หาจุด full stop จะไดเห็นวาแตละประโยคคืออะไร ดูทีละประโยคกอน Sudden cardiac death (SCD) is a tragic and devastating complication of a number of cardiovascular diseases. Although coronary artery disease accounts for a majority of these deaths across all ages, many other aetiologies contribute to this problem when it occurs in the young (age ≤ 35 years), where coronary artery disease is far less common. Specifically, genetic heart disorders are an important cause of SCD in the young. While pharmacological therapies have made some impact on prevention of SCD, the introduction of implantable cardioverter-defibrillator (ICD) therapy has been the single major advance in the prevention of SCD in the young. In addition, the awareness that most causes of SCD in the young are inherited, means family screening of relatives of young SCD victims allows identification of previously unrecognised at- risk individuals thereby enabling prevention of SCD in relatives. The role of genetic testing, both in living affected individuals and in the setting of a `molecular autopsy', is emerging as a key factor in early diagnosis of an underlying cardiovascular genetic disorder. Understanding the genetic basis of SCD, investigating the molecular mechanisms that lead from the gene defect to the clinical phenotype, and elucidating the specific environmental triggers for SCD, will most likely lead to further key improvements in the prevention of SCD in the young. จะเห็นวามีแค 7 ประโยคเองนะคะ (คนเขียนขยันเขียนประโยคยาวจัง แอบนินทาซะเลย) พอแยก อยางนี้แลวจะเห็นวาเราพอจะเดาวิธีเขียนของคนเขียนคนนี้พอไดวาที่เหลือจะอานยากงายขนาด ไหนคะ สําหรับบทความนี้บอกไดวา ที่เหลือคงจะอานยากสําหรับพวกเราคนไทยแนนอน อานแค abstract ก็พอแลว 2. ในแตละประโยค มองหา ใคร ทําอะไร ยังไง ที่ไหน เอาไว (ไมจําเปนตองรูศัพททุกคําก็จะพอเดาได คะ) ตอนแรกนึกวาจะเขียนไดเร็ว ปรากฎวาประโยคยาวๆทั้งนั้นเลย ขอเอาไปตอบันทึกใหมนะคะ
    • แนะนําวิธีอานบทความภาษาอังกฤษ...วันละ นิดละหนอย (2) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 กรกฎาคม 2009 01:07 น. http://www.gotoknow.org/posts/274620 ตอนที่แลวแนะไปวา เวลาเห็นยอหนายาวๆอยาเพิ่งตาลาย ใหมองหาจุด full stop จะไดดูทีละ ประโยค คราวนี้มาดูทีละประโยคคะวา ใคร ทําอะไร ยังไง ที่ไหน ยกจากตัวอยางที่แลวจาก Medscape (ตองสมัครสมาชิกและล็อคอินดวยคะ) ซึ่งถือวาเปนประโยคยากหนอยเพราะแตละประโยคยาว เหลือเกิน Sudden cardiac death (SCD) is a tragic and devastating complication of a number of cardiovascular diseases. ใคร = Sudden cardiac death (SCD) ทําอะไร = is (งายเลยเห็นไหมคะ ที่เหลือเปนสวนขยายทั้งนั้นเลย) Although coronary artery disease accounts for a majority of these deaths across all ages, many other aetiologies contribute to this problem when it occurs in the young (age ≤ 35 years), where coronary artery disease is far less common. ประโยคนี้หายากหนอยเพราะมีสามทอนที่แบงกันดวย คอมมา (,) เราก็ตองหาจากทีละทอนคะ (ใช วิธีแยกสีใหเห็นวาสวนไหนเปนของทอนไหน ลองเทียบสีดูนะคะ) ใคร = coronary artery disease, many other aetiologies, coronary artery disease ทําอะไร = accounts, contribute to this problem , is ยังไง = a majority of these deaths across all ages, when it occurs in the young (age ≤ 35 years), far less common Specifically, genetic heart disorders are an important cause of SCD in the young. ใคร = genetic heart disorders ทําอะไร = are (ที่เหลือขยายอีกแลว) While pharmacological therapies have made some impact on prevention of SCD, the introduction of implantable cardioverter-defibrillator (ICD) therapy has been the single major advance in the prevention of SCD in the young.
    • ประโยคนี้ก็มีสองทอนที่เราตองดูทีละทอนคะ ใคร = pharmacological therapies, the introduction of implantable cardioverter-defibrillator (ICD) ทําอะไร = have made, has been ยังไง = some impact on prevention of SCD, the single major advance in the prevention of SCD in the young In addition, the awareness that most causes of SCD in the young are inherited, means family screening of relatives of young SCD victims allows identification of previously unrecognised at- risk individuals thereby enabling prevention of SCD in relatives. ประโยคนี้มีสองทอน แตทอนแรกเปนประธานของทอนที่สอง (ประโยคแบบนี้ไวคงตองยกตัวอยาง เอาไปอธิบายวิธีแยก ในบันทึกหนานะคะ) แบบนี้เราตองสังเกตวาในทอนที่สอง เริ่มดวยกริยา (means) แลวก็มีกริยาอีกตัว (allows) ถาเปนประโยคแบบนี้เราตองใชกริยาเปนจุดแบงแยก เนื้อความ ตองยกไปบันทึกหนาจริงๆนะคะ เดี๋ยวจะสับสนตรงนี้ The role of genetic testing, both in living affected individuals and in the setting of a `molecular autopsy', is emerging as a key factor in early diagnosis of an underlying cardiovascular genetic disorder. ใคร = The role of genetic testing (ถามีคอมมาทั้งหนาและหลังแบบนี้ และไมมีกริยาหลักในนั้นเลย ก็พอจะเดาไดวาเขามาขยายประธานของเรา) ทําอะไร = is (ที่เหลือขยายอีกแลว) Understanding the genetic basis of SCD, investigating the molecular mechanisms that lead from the gene defect to the clinical phenotype, and elucidating the specific environmental triggers for SCD, will most likely lead to further key improvements in the prevention of SCD in the young. ประโยคนี้ก็คอนขางยาก เพราะเจาสามทอนหนา(คั่นกันดวยคอมมา) เปนประธานของกริยา lead ประโยคแบบนี้ก็ตองอธิบายวิธีดูกันตอนอานเกงๆหนอยแลวคะ ใครที่อานแลวเขาใจตอนนี้ก็คงตอง ขอใหมาชวยกันอธิบายวิธีอานใหเขาใจกันดวยนะคะ ขอยกยอดไปหาตัวอยางแบบนี้มาอธิบาย กันในบันทึกตอๆไปดวยคะ จะเห็นวาพอเรามองหา ประธาน (ใคร) กริยา (ทําอะไร) ในแตละประโยค เราจะเขาใจ ความหมายไดงายขึ้น เพราะสวนอื่นๆจะมาขยายความสองสวนนี้เสมอ ซึ่งบางครั้งเรา เดาประธานกับกริยาได เราก็จะพอเดาที่เหลือได หรือรูวาคําไหนที่เราควรเปด"ดิก"หาความหมาย จริงๆ ไมจําเปนตองเปดหาทั้งหมด วันตอๆไปจะหาแบบที่ประโยคงายกวานี้มาบอกเลากันแบบยอยๆกวานี้นะคะ ใครอยากชวย แลกเปลี่ยนซักถามก็เขียนบอกกันไดเลยนะคะ หรือใครอยากใหชวยบอกวิธีอานยอหนาไหนก็แปะ เอาไวไดคะ ขอใหลิงคที่มาไวใหชัดเจนดวยก็พอคะ ชวยๆกันทําใหบทความภาษาอังกฤษไมใช เรื่องยากกันเถอะนะคะ
    • แนะนําวิธีอานบทความภาษาอังกฤษ...วันละ นิดละหนอย (3) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 กรกฎาคม 2009 00:23 น. http://www.gotoknow.org/posts/274878 เห็นวามีคุณครูเขามาอานกัน ก็เลยหาบทความเกี่ยวกับกระบวนการสอน พบวาที่เว็บไซต Adultlearn.com นาสนใจ และนาเก็บมาชวนกันอานคะ เลยขอเอามายกเปนตัวอยางวิธีการอานไป ดวยเลย รูสึกวามีทรัพยากรเกี่ยวกับวิธีการสอนอีกหลายอยางใหไดอานคะ อานเกงๆจะไดมีแหลง ใหหาขอมูลความรูไดกวางขวางขึ้นนะคะ Strategies to Improve Teaching Techniques Being a good teacher involves having a variety of skills, from being able to connect with students to classroom management, organization, understanding learning styles, providing engaging activities, and much more. When all of these things come together, they can create a fun and effective learning atmosphere. As this can be a rather stressful and draining career, teachers also need to know how to take care of themselves. ขั้นแรกสุดที่บอกไวตั้งแตบันทึกแรกก็คือ ดูชื่อเรื่องแลวแยกสวนหาคําที่เปนหลักๆ ชื่อเรื่องคราวนี้ มีคําไมมากทําใหเราดูงายนะคะ คําที่ชวยคราวนี้คือ to ที่ทําใหรูวาหลัง to ตองเปนกริยาแนๆ นั่นคือ to improve - เพื่อปรับปรุง ทําใหเราเดาไดวา คําแรกกับคําหลังนาจะเปนคํานาม ก็จะแยกได เปน strategies กับ teaching techniques คํากริยาแบบที่มี -ing แลวใชนําหนาคํานามนี้เปน รูปแบบที่เราจะเจอบอยมากๆ ถาเราสังเกตบอยๆก็จะทําใหเราจับไดงายขึ้น คําวา teaching - การ สอน นี้มาขยายคํานาม techniques จะแปลไดวา เทคนิคการสอน นั่นเอง ขั้นตอไปในยอหนาที่เปนพืดๆนี้ เราตองมองหาจุดจบประโยค full stop จะไดเห็นวามีกี่ประโยคและ แตละประโยค ใคร ทําอะไร อยางไร ที่ไหน Being a good teacher involves having a variety of skills, from being able to connect with students to classroom management, organization, understanding learning styles, providing engaging activities, and much more. When all of these things come together, they can create a fun and effective learning
    • atmosphere. As this can be a rather stressful and draining career, teachers also need to know how to take care of themselves. จะเห็นวามีแค 3 ประโยคเทานั้นเอง แตแตละประโยคมีคอมมามาแบงเปนทอนๆ เราตองดูใหเปน วาแตละทอนทําหนาที่อะไรในประโยค ก็จะชวยใหเราทําความเขาใจเนื้อหาได โดยไมจําเปนตอง รูศัพททุกคํา ลองมองและทําความเขาใจดูนะคะ พรุงนี้จะมาบอกเลากันตอวาใหสังเกตยังไงดี
    • คิดถึง...บันทึกแหงความสุข โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 สิงหาคม 2009 23:56 น. http://www.gotoknow.org/posts/287005 กําลังติดใจกับเรื่องที่คิดเมื่อวาน ทําใหคิดถึงบันทึกคุณหมอนนท- เพื่อนรวมทาง ที่เชื่อมโยง ใหไดแปลบทกลอนของคุณ Susan Polis Shutz คนโปรดคนหนึ่งที่ทําใหเรารักภาษาอังกฤษ ขอ เอามารวมกันไวตรงนี้ พรอมกับบทกลอนจากบันทึกของ พี่เมย ที่อานแลวประทับใจทั้งกลอน ทั้งคนแตง เพื่อเก็บเกี่ยวความสุขนี้อีกครั้งคะ และเผื่อแผมายังทานผูอานทุกทานดวย We need to feel more to understand others. เราตองรูสึกใหลึกซึ้งขึ้นเพื่อจะเขาใจผูอื่น we need to love more to be loved back. เราตองรักใหมากขึ้น เพื่อจะใหไดรักยอนกลับมา we need to cry more to cleanse ourselves. เราตองรองไหใหมากขึ้น เพื่อลางมลทินแหงตน we need to laugh more to enjoy ourselves. เราตองหัวเราะใหมากขึ้น เพื่อจะมีความสุขกับตัวเราเอง we need to see more other than our own little fantasies. เราตองมองใหลึกซึ้งกวาเพียงแคฝนเล็กๆของตนเอง we need to hear more and listen to the needs of others. เราตองฟงใหมากขึ้นและรับรูถึงความตองการของผูอื่น we need to give more and take less. เราตองให ใหมากขึ้น และรับใหนอยลง we need to share more and own less. เราตองแบงปนใหมากขึ้น และเก็บเกี่ยวเขาตัวใหนอยลง
    • we need to look more and realize that we are not so diffent from one another. เราตองมองใหทั่วถึงมากขึ้น และตระหนักวาตัวเรานั้นไมไดแตกตางจากผู อื่นเลย we need to creat a world where everyone can peacefully live the life they choose. เราตองสรางโลกที่คนทุกคนสามารถจะใชชีวิตตามปรารถนาของตนได อยางสงบสุข โอ-อโณ บทแปล...สราง อ. 11 ก.ค. 2549 @ 22:08 หวังเพียงเพื่อจะเขาใจ ยิ่งตองรับไวในความรูสึก หวังเพียงความรักหยั่งลึก ยิ่งเพียรฝกมอบรักใหกัน หวังเพียงชะลางมลทิน หยาดนํ้าตารินเพื่อสรางสรรค หวังเพียงชื่นแหงสุขนั้น เริงรื่นชื่นบานผสานไมตรี มองโลกใหกวากวาง ทางฝน โสตสดับรับเสียงพลัน หยั่งรู สรรพสิ่งมีใหกัน มอบตอ กัลยา- -ณมิตร เกื้อ ออมอด งดรับ ปรับตนฯ เฟนหาสรรพสิ่งเจือจาน สรางวิทยาทานเพื่อนําผล ตระหนักมอบตอบแหงตน มิไดพนแผกผูใด มารวมสรางทางแหงโลก ที่ไรโศกแสนสดใส สุขสงบ เพื่อพบใจ ที่เลือกไดดั่งใจตน....... พี่เมย...สราง...พ. 12 ก.ค. 2549 @ 10:32
    • swap อานวา สวอพ....เสียงอานที่ตางจากที่เรา คิดสะกดคํา โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 17 สิงหาคม 2009 23:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/288534 ภาษาอังกฤษนี่เปนเรื่องที่ตองใชจริงๆนะคะ มีคํามากมายหลายคําที่อานไมเหมือนที่เราคิดวาควรจะ เปน วันนี้ขอยกมาสองคําที่ใชเปนชื่อบันทึก กะวาถาพบเจอใครถามอีก หรือนึกคําไหนไดเมื่อไหรจะ ไดเอามาใสไวรวมกันในบันทึกนี้ คําพวกนี้ตองใชบอยๆจะไดจําไดคะ นอกจาก 2 คําขางบนแลว เห็นคํานี้ที่ราน Office depot ก็เคยไดยินคนอานผิด คํา depot นี้อานวา ดี โพ ทําใหนึกถึงปญหาเลนๆที่เราใชถามกันสนุกๆ ดูวาใครจะหลงบาง ใครอยากลองเอาไปเลนดูก็เชิญ ไดคะ ใหอานคําตอไปนี้ so (อานวา เอส โอ อานวา โซ) no (เอ็น โอ อานวา โน) go (จีโอ อานวา โก) do (ดีโอ อาน วา.....) may, day, say, ray, quay can, man, tan, ban, Han จะเห็นวาคําสุดทายของแตละชุด แมจะเขียนเหมือนเพื่อน แตอานคนละแบบเลยนะคะ ฟงเสียงอาน ไดที่http://www.merriam-webster.com/ โดยพิมพคําที่อยากรูแลวคลิกที่รูปลําโพง
    • แนะนําเว็บไซตนารักสําหรับเด็กๆ...Barney ไดโนเสารสีมวง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 23 สิงหาคม 2009 23:48 น. http://www.gotoknow.org/posts/290441 เมื่อวานฟงเพลงเด็กๆจาก CD ของ Barney ที่ซื้อไวตั้งแตอยูออสเตรเลีย เปนแผนที่ใชคุมมากๆ ทําให เขียนบันทึกเรื่องประโยชนของเพลงสําหรับการเรียนรูของเด็กๆไปแลว เลยลองเขาไปหาเว็บ ไซตของเขา พบวามีสื่อการเรียนรูอีกหลายรูปแบบทีเดียว ไดรูวาเขามีอายุครบ 20 ปแลวดวย แสดงวากิจกรรมตางๆของเขาตองมีคุณคา จึงทําใหมีอายุยืนยาวมาไดขนาดนี้ ขอแนะนําสําหรับคุณพอคุณแมที่อยากหากิจกรรมเลนกับลูก ใหเลือกเว็บไซตนี้เปนหนึ่งตัวเลือก ไดเลยคะ เห็น sheet เพลงของเขาที่ใหเราโหลดเอามาได เด็กๆเอามาระบายสี และเรียนภาษา อังกฤษไปดวยไดสบายเลยคะ เอาเพลงอมตะที่เด็กๆบานเราก็นาจะรองกันไดทั่วไปมาฝาก 1 แผน เปนตัวอยางดวยคะ ฝากถึงคุณพอคุณแมที่อยากใหลูกเกงภาษาอังกฤษดวยวา วิธีที่ดีที่สุดก็คือเราตองอยากเรียนรูไป พรอมๆกับลูกดวยคะ ไมมีวันสายไปสําหรับการเรียนรูใดๆเลย เมื่อลูกเห็นเราอยากเรียนรู ลูกก็จะ ยิ่งสนุกไปกับเราดวย ไมมีใครในโลกโชคดีเหมือนเราที่ไดเปนพอแมและไดเรียนรูไป พรอมๆกับลูกอีกแลวนะคะ หากมีโอกาสแบบนั้นอยาปลอยใหหลุดลอยไปเลยเชียว เพราะเวลา โอกาสทองเพียงไมกี่ปที่เขา"ขึ้นอยูกับเรา" นั้น เมื่อพนผานไปแลว เราไมมีทางเก็บกลับคืนมาไดเลย หากเราไดใชโอกาสนั้นอยางเต็มที่อยางมีคุณคา เมื่อถึงวัยที่เขา"เปนอิสระ" เราจะไดไมตองมานั่ง เสียดายในภายหลัง
    • ภาษา...เรียนไดไมรูจบ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 สิงหาคม 2009 23:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/291728 ทุกวันนี้ยังคงอานหนังสือทุกวัน สมัยที่มีเวลาเหลือเฟอจะอานทีละเลมเปนเรื่องๆตอเนื่อง แตเดี๋ยวนี้ เวลาไมคอยมีนัก แตก็ยังหยิบหนังสืออานไดเสมอ เดี๋ยวนี้เลยเลือกหนังสือที่ไมใชเรื่องตอเนื่อง เอา อะไรที่เปนตอนๆ ชวงๆ
    • ภาษาอังกฤษก็มีอะไรแปลกๆใหสงสัย ตัว G ที่ ไมมีเสียง... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 กันยายน 2009 23:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/293790 ไดรับคําถามทางเมลจากแฟนพันธแทที่ประทับใจ เห็นวานาจะเปนประโยชนในวงกวาง ก็เลยขอ เอามาตอบในบันทึกเสียเลยคะ 1. mascot กับ logo ตางหรือเหมือนกันอยางไรครับ 2. หนา web http://www.gnu.org/ คําวา gnu อานวาอยางไรครับ เทาที่อาน menu ดานซาย เคาเขียนวา The name “GNU” is a recursive acronym for “GNU's Not Unix!”; it is pronounced g-noo, as one syllable with no vowel sound between the g and the n. ควรอานวา จี นู ใชไหมครับ สําหรับขอแรก mascot จะเปน คน สัตว หรือสิ่งของ แต logo คือสวนที่เปนกราฟฟก เพราะฉะนั้น 2 อยางนี้ตางกันคะ สวนขอสอง ทําใหนึกไดถึงคําที่รูจัก พบบอยคือ gnome ที่อานวา โนม โดยไมมีเสียง g เขาจะเรียก กรณีแบบนี้วา silent g แลวพอไปเปด dictionary ก็พบวาคําที่ขึ้นตนดวย gn ทั้งหมด เขาไมเห็นออก เสียง g กันทั้งนั้นเลย ก็เลยจะเริ่มดวยการเดาวา GNU นาจะอานวา นู แตพอรูที่มาของ GNU และสิ่งที่คุณปอมบอกขอมูลมาดวย ก็เลยตอบไดวา นาจะตองอานวา "กะนู" คะ แต "กะ"เบาๆใหไดออกมาเปนพยางคเดียวแบบที่เขาบอก แตไมใช "จีนู" แนๆคะ แลวก็ไมใชแตเราคนไทยหรอกนะคะที่สงสัยวาจะอานคํานี้วายังไงดี มีเขาถาม เขาถกกัน สนุกสนานที่นี่ดวยคะ และมีทานนึงที่อางถึงเว็บไซตเดียวกับคุณปอมบอกวา ใหอานวา "กะนู" คะ (เขาสะกดไวชัดเจนและมีตัวเมียบคําที่เราพบบอยใหดวยวา "it is pronounced guh-noo, like canoe" )
    • ปญหาที่อยากชวยหาคําตอบ...English Grammar โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 กันยายน 2009 08:16 น. http://www.gotoknow.org/posts/296083 การอานภาษาอังกฤษในระดับแคพอจับใจความไดนั้นไมยาก และผมก็ใชวิธีนี้เอาตัวรอดเสมอมา แต พอตองมาเขียน กลับไมสามารถทําได ทุกอยางดูจะติดขัดไปหมด พอเริ่มเขียน ผมก็รูวาตัวเองแทบ จะไมมีพื้น grammar เลย เขาใจมาโดยตลอดวา verb เติม s มีความหมายเหมือนกับ noun เติม s เชน "He always makes love with his ex-girlfriends" .. มีเติม s 3 คํา เคยเขาใจวาทั้งหมดเปนรูปพหูพจน แตความจริงคือ always เขียนแบบนี้อยูแลว และ makes ใชสําหรับประธานเอกพจนบุรุษที่ 3 มีกรณีใดบางที่ศัพทคํานั้นเติม -ed, -ing, -s, -es ? จังหวะไหนควรใช v.do, v.have, v.be ? จังหวะไหนควรใช article a, an, the ? การใช preposition ครูสอนแต กริยาชอง 2, ชอง 3 แตไมรูวาภาษาอังกฤษเขาเรียกวาอยางไร เพราะเวลาอยากรู v2 ของศัพทคําหนึ่ง แตไมรูจะหาจาก Google วาอยางไร เปนตน โดย ตนกลา [ อนุทิน ] [ ลิงกถาวร #37172 ] สราง: อา. 03 พฤษภาคม 2552 @ 14:42 แกไข: อา. 03 พฤษภาคม 2552 @ 14:42 ขนาด: 1902 ไบต
    • ทําไมหลายๆคําที่มี H ถึงไมออกเสียง H โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 ตุลาคม 2009 23:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/306462 วันนี้ในชวงบายที่หองแล็บ Chem ของเรามีการฝกพูดภาษาอังกฤษกัน พบวาเวลาที่เราตองออก เสียงจากการอานตัวหนังสือนั้น มีการอานผิดในคําวา Hour ซึ่งแปลวาชั่วโมง เพราะในคํานี้จะออก เสียงแบบไมมีเสียงตัว H เลยคือตองอานวา "อาว" ทําใหนึกขึ้นมาไดวามีคําหลายคําที่ไมออกเสียง H ทั้งๆที่มีเขียนอยูในคํานั้น เชน Honor, Heir, Honest อานวา ออนเนอ, แอ, ออนเนส นึกสงสัยวาทําไมถึงเปนเชนนั้น ก็เลยไปหาคําตอบดูใน Google พบคําตอบอยูหลายที่คะ ยกเอาของ AskOxford มาฝากกัน เขาบอกไววา การที่ h มักจะไมออกเสียงมีหลายเหตุผล เชน มาจากคําใน ภาษาอื่นๆ อยาง ฮีบรู คําวา messiah กรีก คําวา rhapsody หรือการละเสียงหายไปอยางใน shepherd, exhaust (สองคํานี้ก็ไมออกเสียง h เลยและเรายังเห็นบอยๆในภาษาอังกฤษนะคะ อาน วา เชพเผิด กับ เอกซอสท) สวน hour กับ honest นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศส แตก็มีหลายคําที่คลายๆ กันแตออกเสียง h ดวย เชน horrible, hospital, host, hotel, human, humour รูแลวก็ทําใหจําไดงายขึ้นนะคะ แลวก็ทําใหไดกลับไปอานคําถามอื่นๆเกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่เว็บ ไซตนี้ มีสนุกๆอีกหลายเรื่องเลย ใครที่ชอบภาษาอังกฤษก็แวะไปอานกันไดนะคะ ขอเอาตัวอยางคํา ถามมาใหดูกันตรงนี้ 3-4 คําถามนะคะ (ไมรูลิงคจะตามมาไหม ถาไมก็ตามไปจาก ตรงนี้ ก็แลวกัน นะคะ) มะเขือเทศเปนผักหรือผลไม Is a tomato a fruit or a vegetable? สัญลักษณดอลลารมีที่มาจากไหน What is the origin of the dollar sign ($)? คําพยางคเดียวที่ยาวที่สุดในภาษาอังกฤษคืออะไร What is the longest one-syllable English word? ในภาษาอังกฤษมีคํากี่คํา How many words are there in the English language?
    • ใครมีอยางนี้บาง...3 stupid stages of life...เรา เลือกได โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 ตุลาคม 2009 23:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/309567 วันนี้ไดเขารวมการอบรมการทํา Electronic book สนุกสนานเกิดไอเดียจะทําอะไรไดหลายอยาง ดีคะ วิทยากรสอนไดอยางใจเย็นสุดๆ เพราะคณะนี้เปนชุดที่สอง ไดยินมาวาชุดแรกโดนบนวา ไป เร็วเกินไปตามไมทัน นึกถึงสมัยที่ตัวเองไปชวยอบรมการทําบล็อกสมัยแรกๆ ระดับความชํานาญ การใชโปรแกรมคอมพิวเตอรของคนรับการอบรมที่หลากหลายนี่แหละเปนปญหากับ วิทยากรเปนอยางยิ่ง วิทยากรมีความสามารถในการสอนดีมากและมีเทคนิคลูกเลนในระหวางการรอคอยที่ สนุกสนาน ฟงจากประวัติตอนแนะนําวิทยากรแลวก็ไมแปลกใจที่ทานไดรับเชิญเปนวิทยากร มากมายหลายงานขนาดนั้น แตเสียดายที่ไดยินคําศัพททางคอมพิวเตอรที่ไมถูกตองอยู 2 คํา กําลัง คิดหาวิธีจะบอกทานอยูเหมือนกันนะคะ เพราะทาทางทานคงตองไดรับเชิญอีกหลายงานมากๆและ คงพูดคํานี้อีกบอยๆแนนอน คนฟงที่ไมรูจริงๆจะเก็บคําผิดๆติดหูไปใชกันเสียเปลาๆ ตั้งใจวาจะ เขียนบันทึกในบล็อกภาษาอังกฤษวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ดวย แตเผอิญไดเมลสงตอมาที่โดนใจดวย ก็เลยเอามาเปนชื่อบันทึก แลวเขียนเรื่องวันนี้แถมเสียกอนคะ 2 คําที่วาคือ launch โปรแกรม ชวงที่ติดตั้งเสร็จ คํานี้ตองอานวา ลอนช ไมใช ลั้นช ความจริงศัพท คํานี้ไดยินคนพูดผิดนอยมาก เพราะใชกับการเปดตัวสินคาโนนนี่ทับศัพทกันจนเปนประจําไปแลว และคําวา folder ตองอานวา โฟลเดอร เหมือนที่เราเขียนภาษาไทยตรงตัวเลยนะคะ แตไดยินทาน อานวา โฟดเดอร ตลอดเลย ซึ่งตองบอกวาครั้งนี้เปนครั้งแรกสําหรับเราที่ไดยินคนอาน 2 คํานี้ผิด นะคะ แตไดยินวาทานเปนวิทยากรบอยๆเลยอยากหาวิธีบอกทานใหพูดใหถูกจัง... มาถึงชื่อบันทึกที่เปนขอคิดในการใชชีวิตที่ดีจริงๆคะ เราเลือกไดที่จะไม stupid นะคะ ******************************************** We have 3 stupid stages of life……….. Teen age: Have Time + Energy …but No Money Working Age:
    • Have Money + Energy …but No Time Old age: Have Time + Money …but no Energy *******************************************
    • Be the change you want to see in the world โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 ธันวาคม 2009 23:54 น. http://www.gotoknow.org/posts/322071 วันนี้ไดไปรวมประชุมเกี่ยวกับการประเมินมาตรการบางอยาง แลวเกิดความคิดนี้ขึ้นในใจ แปลกที่ ไดพบรายละเอียดของความคิดนี้โดยบังเอิญดวย ขอนํามาบันทึกไวตรงนี้นะคะ เปนคํากลาว ของทานมหาตมะ คานธี ที่เปนแรงบันดาลใจใหใครตอใครอีกมากมาย และหนึ่งในนั้นคือ บทความนี้คะ Top Ten Things to Think About If You Want to Change the World By Michael Angier Mahatma Gandhi believed that we must be the change we want to see in the world. This was well demonstrated when he helped India gain its independence. Gandhi was a revolutionary man, but he accomplished India's emergence as a nation without starting a revolution. In fact, he advocated no violence. One of the most powerful countries in the world yielded to the commitment of one man and the dream of millions. What change can we effect? What's the difference we want to make in the world? Gandhi said, "In a gentle way you can shake the world." Here are some things to think about how to do just that … 1. Know that all significant change throughout history has occurred not because of nations, armies, governments and certainly not committees. They happened as a result of the courage and commitment of individuals. People like Joan of Ark, Albert Einstein, Clara Barton, Abraham Lincoln, Thomas Edison and Rosa Parks. They might not have done it alone, but they were, without question, the change makers. 2. Believe that you have a unique purpose and potential in the world. It's not so much something to create as to be discovered. And it's up to you to discover it. Believe that you can and will make a difference. 3. Recognize that everything you do, every step you take, every sentence you write, every word you speak-or DON'T speak--counts. Nothing is trivial. The world may be big, but there are no
    • small things. Everything matters. 4. To be the change you want to see in the world, you don't have to be loud. You don't have to be eloquent. You don't have to be elected. You don't even have to be particularly smart or well educated. You do, however, have to be committed. 5. Take personal responsibility. Never think "it's not my job". It's a cop-out to say, "What can I do, I'm only one person." You don't need everyone's cooperation or anyone's permission to make changes. Remember this little gem, "If it's to be, it's up to me." 6. Don't get caught up in the how of things. If you're clear on what you want to change and why you want to change it, the how will come. Many significant things have been left undone because someone let the problem solving interfere with the decision-making. 7. Don't wait for things to be right in order to begin. Change is messy. Things will never be just right. Follow Teddy Roosevelt's timeless advice, "Do what you can, with what you have, where you are." 8. The genesis for change is awareness. We cannot change what we don't acknowledge. Most of the time, we aren't aware of what's wrong or what's not working. We don't see what could be. By becoming more aware, we begin the process of change. 9. Take to heart these words from Albert Einstein--arguably one of the smartest change masters who ever lived: "All meaningful and lasting change starts first in your imagination and then works its way out. Imagination is more important than knowledge." 10. In order for things to change, YOU have to change. We can't change others; we can only change ourselves. However, when WE change, it changes everything. And in doing so, we truly can be the change we want to see in the world. The following is inscribed on the tomb of an Anglican Bishop in Westminster Abby (1100 A.D.) … When I was young and free and my imagination had no limits, I dreamed of changing the world. As I grew older and wiser, I discovered the world would not change, so I shortened my sights somewhat and decided to change only my country. But it, too, seemed immovable. As I grew into my twilight years, in one last desperate attempt, I settled for changing only my family, those closest to me, but alas, they would have none of it. And now, as I lie on my deathbed, I suddenly realize: If I had only changed myself first, then by example I would have changed my family. From their inspiration and encouragement, I would then have been able to better my country, and who knows, I may have even changed the world.
    • Since my 10-point list above was inspired by Gandhi's belief, it seems appropriate to end with another of his quotes: "Consciously or unconsciously, every one of us does render some service or other. If we cultivate the habit of doing this service deliberately, our desire for service will steadily grow stronger and we will make not only our own happiness, but that of the world at large." ใครที่คิดวาเปนภาษาอังกฤษไมอยากอาน ลองพยายามดูสักนิดนะคะ วันหลังจะมาแปลเพิ่มใหคะ เขาเขียนไดเหมือนใจเราคิดเลยละคะ
    • ขายตรง...direct sale คําใชบอยที่นาสนใจจาก คุณ pomdent โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 มกราคม 2010 22:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/326733 ตองขอบคุณคนชางสงสัยอยางคุณ pomdent ที่ทําใหไดมีโอกาสทบทวนความรูเกี่ยวกับภาษา อังกฤษอยูเรื่อยๆ ไดความคิดวานาจะเอามาฝากเปนบันทึกใน GotoKnow ไปดวย ก็เลยขออนุญาต เรียบรอยเปนอันตกลงเห็นพองกันวา เราจะไดเผื่อแผคําถามคําตอบของเราไปในวงกวางๆขึ้น และ เผื่อเราจะไดผูรูทานอื่นๆมาเสริมไดอีกดวยนะคะ คุณ pomdent ถามมาวา คําวา direct sale หรือ direct sell คําไหนถูกตองครับ คําตอบเทาที่ทราบก็คือ direct sell ไมมีในสารบบคะ เพราะ direct เปน adjective เอามาขยายกริยา sell ไมได ตองทําให เปนรูป ing กอน เพราะฉะนั้นถาจะใชกับ sell ตองเปน direct selling ความหมายเดียวกับ direct sales (คํานี้สวนใหญที่เห็นๆเขาใชเปนพหูพจนเสียเปนสวนใหญนะคะ ไมคอยเห็นแบบไมมี s เพราะไมงั้นตองบอกวา a direct sale นะคะ หากทานใดมีแงมุมที่นาสนใจเกี่ยวกับคํานี้หรือคําทํานองนี้อีก จะชวยเพิ่มเติมเขามาก็ขอขอบคุณ ลวงหนาไวดวยเลยนะคะ
    • โปรแกรมพจนานุกรมฝมือคนไทยที่ทํา เผยแพรเพื่อถวายฉลองพระคุณในหลวง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 17 มกราคม 2010 23:04 น. http://www.gotoknow.org/posts/328830 ไดดาวโหลดโปรแกรม My Dictionary - My Buddy มาลองใชดูแลว ก็ติดใจในความสะดวกแสนงาย และคําศัพทที่กวางขวางหลากหลาย มีคุณสมบัติเทียบเทากับโปรแกรมดีๆอื่นๆเลยทีเดียว นาชื่นชม คนพัฒนาโปรแกรมนี้จริงๆ ฐานขอมูลที่ใชก็ระบุไวชัดเจน และนาศรัทธาใชไดทีเดียว เขาไป ดาวนโหลดกันไดที่นี่คะ ยิ่งเมื่อติดตามไปดูวาใครคือผูพัฒนาโปรแกรมนี้ขึ้นมา ก็ยิ่งพบวาเปนผูที่ทําดวยความตั้งใจจะให อยางที่ไดระบุไวใน Note ในหนาดาวนโหลดโปรแกรมจริงๆ นาประทับใจมากคะ
    • ถือโอกาสนํามาชวยเผยแพรตอตามความประสงคของผูพัฒนาโปรแกรม เพราะใชแลวดีจริงถูกใจ ขอรวมเจตนารมยในการทําดีถวายในหลวงในแนวทางที่ตัวเองทําไดตอไปดวยคะ
    • ออกเสียงคําที่ลงทายดวย -ed ยังไงดี โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 กุมภาพันธ 2010 02:21 น. http://www.gotoknow.org/posts/338726 ชวงนี้เรามีการฝกการใชภาษาอังกฤษกันทุกบายวันศุกรที่หนวยเคมีคลินิก สังเกตไดวาสมาชิกของ เรากลาออกเสียงกันมากขึ้น คําที่เคยออกเสียงไมถูกตองก็คอยๆลดลง ชวงนี้เรากําลังฝกอธิบาย ลักษณะบุคคลกันอยู เดี๋ยวนี้ทรัพยากรในการเรียนรูหาไดงายทางอินเตอรเน็ต มีหลากหลายแหลง ใหเลือกใชใหเหมาะกับสิ่งที่เราตองการฝก มีคําบรรยายลักษณะบุคคลหลายๆคํา ที่ใชคํานามแลวมาเติม ed ขางทาย เชน thin-faced, dark- skinned, well-dressed There are 3 ways to pronounce the final -ed in a word. 1. -ed = /id/ 2. -ed = /d/ 3. -ed = /t/ How do you know which sound goes with which word? Look at these verbs: kissed hoped learned played wanted sounded Which sound goes with which word? Listen Here are the rules...
    • If the last sound of the word is unvoiced* (uses no only air to make the sound) except t, the -ed will sound like /t/. Look at the words kiss and hope. The last sound of kiss is /s/. It doesn't use the voice to make the sound. So the -ed will not use a voice to make a sound either. The word sounds like /kist/. The word hope ends with /p/. It doesn't use the voice so /t/ is at the end. It sounds like /hopt/. If the last sound of the word is voiced* (uses some noise to make the sound) except d, the -ed will sound like /d/. Look at the words learned and played. The last sound of learn is /n/. It uses the voice. The - ed will also have a voice sound like /d/. So learned sounds like /lernd/. Play also has a voiced sound at the end. Played is pronounced /pleid/. If the last sound to the word is /d/ or /t/, the -ed will sound like /id/. Look at the words wanted and mended. They end with a /t/ or /d/. Wanted sounds like /wantid/ and mended sounds like /mendid/. Note: Don't think about the spelling, only think about the final sound. For example, cough sounds like /kaf/. /f/ is unvoiced. Coughed is /kaft/. *If you are not sure if a sound is voiced or unvoiced, put your hand on your throat when you say the sound. If it is voiced, you will feel a vibration, or movement, in your throat. If it is unvoiced, you will feel nothing in your throat.
    • เงินซื้อไดแตเปลือก...ไมใชแกนแท โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 24 กุมภาพันธ 2010 23:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/339770 วันนี้ไปหาหมอฟนมาอีกแลว เจอทีก็เข็ดไปนานที ทั้งๆที่คุณหมอแสนจะเกง ดูแลดีมากแตดวยสภาพ การณที่ตองทํากับเหงือกนั้น ตอนนี้เรียกไดวาระบมอยางยิ่งคิดอะไรไมออกเลยคะ ดีที่อานเมลแลวเจอ ขอคิดถูกใจใหเก็บมาฝากชาว GotoKnow กันคะ A THOUGHT FOR TODAY: For money you can have everything it is said. วากันวา คุณมีทุกอยางไดดวยเงิน No, that is not true. นั่น ไมเปนความจริง You can buy food, but not appetite; คุณซื้ออาหารได แตไมใชความอยากอาหาร medicine, but not health; ซื้อยาได แตไมใชสุขภาพ soft beds, but not sleep; ซื้อเตียงนุมๆได แตไมใชการนอนหลับ knowledge but not intelligence; ซื้อความรูได แตไมใชสติปญญา glitter, but not comfort; ซื้อความหวือหวาได แตไมใชความสงบสบาย fun, but not pleasure; ซื้อความสนุกได แตไมใชความอิ่มเอิบ acquaintances, but not friendship; ซื้อความคุนเคยได แตไมใชมิตรภาพ servants, but not faithfulness; ซื้อลูกสมุนได แตไมใชความซื่อสัตย grey hair, but not honor; ซื้อผมสีเทาได แตไมใชความเคารพนับถือ
    • quiet days, but not peace. ซื้อวันเงียบๆได แตไมใชความสงบสุข The shell of all things you can get for money. But not the kernel. That cannot be had for money. คุณใชเงินเพื่อซื้อเปลือกของทุกสิ่งทุกอยางได แตแกนแทนั้นเงินซื้อไมได -Arne Garborg, writer (1851-1924) เปนความจริงแทที่เราเห็นไดเสมอในโลกปจจุบันนะคะ ตอนนี้คิดไดอีกอยางวา เงินซื้อยาแกปวดได แตซื้อสติ กําหนดรูใหเราไมได เราตองทําดวยตนเองที่จะปลอยวางและอยูกับความรูสึกที่เกิดขึ้น อยางรูเทาทัน
    • เว็บไซตการใชภาษาอังกฤษสําหรับบุคลากร ทางการแพทยที่นาสนุก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 มีนาคม 2010 00:40 น. http://www.gotoknow.org/posts/345138 กลับมาจากเมืองนอกก็เกือบ 5 ปแลว แตก็ยังคงติดใจอยูวา อยากถายทอดการใชภาษาอังกฤษ ที่ถูกตองใหคนไทยใกลตัวทั้งหลายแหล เพราะรูสึกวาเปนสิ่งที่เราถนัด สนุกที่จะสอน แตก็ดูทา วาคงยังไมมีโอกาสไดเปนอาจารยสอนภาษาอังกฤษทางการแพทยใหเปนเรื่องเปนราวแนๆ เพราะ ถาจะเปนอาจารยแพทยจริงๆ เขาก็คงจับเราไปเปนอาจารยทางพยาธิวิทยาเสียมากกวา แถมลูทาง ไปถึงตําแหนงนี้ก็ดูจะโรยดวยระบบที่เราคงฝาไดลําบากยากยิ่ง สิ่งที่ทําไดตอนนี้แนๆก็คือ ถายทอด สิ่งที่เราอยากทําผานทางบันทึกตางๆตามที่โอกาสจะอํานวย ตําแหนงหนาที่ทั้งหลายก็เปนเพียง หัวโขน ไมตองมีตําแหนงอาจารยก็สอนได ถาเราอยากจะสอน และสิ่งที่เราสอนจะเกิดประโยชน หากเรารูวิธีหาทางเผยแพร ในปจจุบันชองทางใหเราไดทําประโยชนในวงกวางนั้นมีมากมาย เดี๋ยวนี้ความรูสารพัดอยางตางก็คนควาหาเอาไดจากอินเตอรเน็ตทั้งนั้น ขอเพียงใหรูจักคนหาและ เลือกสรรเทานั้นเอง วันนี้ก็ไดพบเว็บไซตสําหรับบุคลากรทางการแพทยอีกที่ ซึ่งนาสนใจมาก เปน สวนหนึ่งของเว็บไซตการเรียนภาษาอังกฤษที่ใหญมาก มีทรัพยากรการเรียนรูภาษาอังกฤษ หลากหลายมาก ชื่อ EnglishClub.com มีหัวขอที่เขาโปรยพรอมลิงคไววา เราจะเรียนภาษาอังกฤษ ไดทั้งไวยากรณ, คําศัพท, การออกเสียง เลนเกมสออนไลน, คุยปรึกษากับนักเรียนและครูทั่วโลก, หาโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษไดทั่วโลก, หาเพื่อนเขียนจดหมายโตตอบภาษาอังกฤษได, หา เครื่องมือชวยการเรียนภาษาอังกฤษได, ขอความชวยเหลือเกี่ยวกับภาษาอังกฤษในหลากหลาย หัวขอได, สรางหนาเพจของตัวเองก็ไดดวย where you can: study English grammar, vocabulary and pronunciation play ESL games and do ESL quizzes online discuss anything with other students and teachers around the world find English schools worldwide where you can learn ESL at home or abroad find pen pals to email in English find ESL learning aids to help improve your English test your level in English get help on English grammar, vocabulary and other issues make your own page with blog posts, photos, videos and music and friends คิดวาคงไดเขาไปยืมทรัพยากรมาใชบางเปนครั้งคราว สวนบันทึกนี้สําหรับบุคลากรทาง สาธารณสุขคะ ที่ English for Nurses and Medical Professionals ซึ่งมีคําอธิบายคําศัพทและ
    • แบบฝกหัดใหทําดวย มีเฉลยเรียบรอย Vocabulary Vocabulary Quiz Human Body Human Body Quiz Medical Supplies Medical Specialists Doctor's Diagnosis Visiting Hours Booking Appointments หวังวาจะเปนแหลงเรียนรูที่สนุกสนานสําหรับทุกทานนะคะ
    • อานออกเสียงภาษาอังกฤษ...ฟงที่นี่ไดนะคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 15 เมษายน 2010 13:28 น. http://www.gotoknow.org/posts/351735 ปกติอานหนังสือภาษาอังกฤษก็จะไมคอยไดออกเสียง ไมไดคิดในใจใหเปนเสียง พอมีโอกาสตอง สอนภาษาอังกฤษใหสมาชิกในหนวยเคมีคลินิกของเรา ไดเลือกเอาเรื่องราวที่เกี่ยวกับแล็บนี่แหละ คะ มาชวนใหหัดอาน หัดจับใจความ ก็เลยมีโอกาสไดสงเสียงอีกที พออานอะไรที่เปนภาษาอังกฤษ เลยเริ่มคิดดังๆในหัว ทําใหเกิดคําถามในใจอยูบอยๆวา เอะ คํานี้เราออกเสียงถูกหรือเปลานะ สมัยนี้โลกแหงวิทยาการ ทําใหสะดวกมากที่จะหาคําแปลของคําศัพทไดงายมาก ตอนนี้โปรแกรมที่ ใชอยูเปนประจําก็คือ My Dictionary 3.5 ของคนไทยเรานี่เองคะ (รูสึกจะเคยเขียนเลาไป แลว) เยี่ยมมากๆ วันนี้มีคําศัพทที่อยากหาคําอาน แตในพจนานุกรมที่ใชอยูไมมี ก็เลยตองเปดหาใน อินเตอรเน็ต ไปเจอเอาเว็บไซตการอานออกเสียงออนไลน Howjsay.com ที่คนทําคือ คุณ Tim Bowyer ครูสอนภาษาอังกฤษที่อยูบานเรานี่เองที่เชียงใหม ชอบใจมากกวา Merriam-Webster online ที่มีคําอานเหมือนกันก็ตรงที่เว็บไซตนี้ มีคําเยอะมาก โดยเฉพาะพวกที่เปนคําอาน Family, Genus, Species และศัพทวิทยาศาสตรทั้งหลายที่ใน พจนานุกรมทั่วๆไปอาจไมไดบรรจุไว ทําใหเราไมตองไปเปดหาในพจนานุกรมสาขาเฉพาะทางอีก ก็ เลยเอามาเผื่อแผทุกทานใน GotoKnow ดวยคะ นอกจากเว็บไซตการออกเสียงคําแลว คุณ Tim Bowyer ยังมีเว็บไซตเกี่ยวกับการออกเสียงภาษา อื่นๆอีกหลายภาษาและอีกหลายเว็บเกี่ยวกับการออกเสียงดวย ที่ fonetiks.org นาสนใจมากๆคะ ใครชอบภาษาคงรูสึกสนุกในการสํารวจแนๆเลยเสียดายที่ตอนนี้ยังมีอีกหลายงานตองทําใหเสร็จ ไมงั้นคงไดสํารวจมาเลาสูกันฟงมากกวานี้อีกคะ
    • ความสําเร็จ...กับความสุข ใกลกันนิดเดียว โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 มิถุนายน 2010 23:17 น. http://www.gotoknow.org/posts/366144 ชวงนี้เริ่มเทศบาลฟุตบอลโลกอีกแลว รูสึกวาสี่ปนี่แปบเดียวเองนะคะ ดูกีฬาแลวก็ชวนใหคิดถึง ความสําเร็จ กับความสุขยังไงไมรู คิดเปรียบเทียบกันไปไดกับหลายๆอยางในชีวิต การเปนผูชนะถือ เปนความสําเร็จหรือไม และตองเปนผูชนะถึงจะมีความสุขหรือเปลาอันนี้ก็ขึ้นอยูกับตัวเราเองนะคะ วาเลือกที่จะสรางความสุขหรือความทุกขใหตัวเอง ตองเอาคําคมจากคุณเดล คารเนกี นักเขียนชื่อดังที่มีเคล็ดลับแหงความสุขที่แสนงาย ฝากคําคมดีๆ เอาไวมากมาย ที่ชอบๆและขอเก็บมาฝากในวันนี้เกี่ยวกับความสําเร็จและความสุขดังนี้คะ Success is getting what you want. Happiness is wanting what you get. ความสําเร็จคือไดสิ่งที่คุณตองการ ความสุขคือตองการสิ่งที่คุณมี People rarely succeed unless they have fun in what they are doing. คนเรายากที่จะประสบความสําเร็จหากไมรูสึกสนุกกับสิ่งที่ทําอยู Happiness doesn't depend on any external conditions, it is governed by our mental attitude. ความสุขไมไดขึ้นอยูกับสภาวะภายนอกอันใด แตควบคุมไดดวยทัศนคติในใจเรา นี่เอง It isn't what you have, or who you are, or where you are, or what you are doing that makes you happy or unhappy. It is what you think about. ไมใชสิ่งที่คุณมีหรือคุณเปนใครหรืออยูที่ไหนหรือทําอะไรอยูที่ทําใหคุณมีความสุข หรือเปนทุกข แตมันคือสิ่งที่คุณคิด ลึกซึ้งทุกคําพูดเลยใชไหมคะ อานแลวก็บอกไดวา ไมยากเลยนะคะที่จะหาความสุขใหตัวเอง
    • Website ฝกการฟงและพูดภาษาอังกฤษ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 7 สิงหาคม 2010 17:22 น. http://www.gotoknow.org/posts/382665 ชวงนี้รูสึกวาสมาชิกในหนวยเคมีคลินิกของเรา เริ่มคุนเคยกับภาษาอังกฤษมากขึ้นๆในระดับที่นา พอใจมากทีเดียว ทําใหตองหาอะไรแปลกๆใหมๆมาฝากสมาชิกกันทุกสัปดาห เปนโอกาสอันดีที่ ทําใหไดสํารวจอินเตอรเน็ตหาแหลงความรู พบวามีมากมายทีเดียวคะ ขอเพียงเรารูจักเลือกใช รูวา ตองการอะไร ก็ไมยากเลยที่จะหาแหลงฝกฝนกันได คราวนี้เปนเว็บไซตชื่อ TalkEnglish.com เขาโฆษณาไววา จุดมุงหมายของเว็บเขาก็คือ ทําใหผูใช สามารถพูดภาษาอังกฤษไดอยางคลองแคลว ลองเปดดูและเลือกมาใชเปนบทเรียนแลวคะ พบวา หากใครตองการฝกฟงและพูด แลวทําตามขั้นตอนที่มีในเว็บนี้ ก็นาจะพูดและฟงไดดีขึ้นแนๆคะ เลย นํามาฝากใหไปทดลองกันดูนะคะ
    • ภาษาอังกฤษ....จะเริ่มใหดีตองมีเคล็ดลับจับจุด ออนตัวเอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 สิงหาคม 2010 16:36 น. http://www.gotoknow.org/posts/388066 ตองขอบคุณบริการดีๆของคณะแพทยของเราที่จัดใหมีครูชาวตางชาติ เพื่อใหสมาชิกชาวคณะ แพทยไดพัฒนาตนเอง ที่ภาควิชาพยาธิวิทยาของเราไดใชบริการการสอนภาษาอังกฤษเพื่อ การสื่อสารจากอาจารย Glen ชาวอเมริกันที่แสนใจเย็น เริ่มมาไดประมาณหนึ่งเดือนแลว โดยมี การเรียนสัปดาหละ 1 ชั่วโมง ตามที่เราตองการ สําหรับชั้น 1 ของภาคเรานี้ เริ่มจากขอเวลาอาจารย สําหรับชาวหองเจาะเลือด ซึ่งเปนจุดที่ตองพบกับชาวตางชาติแนๆ เราขออะไรอาจารยก็จัดการ เตรียมมาสอน มาฝกหัดวิธีพูด วิธีสื่อสาร มาเดือนนี้เราก็เริ่มขอเวลาสําหรับชาวหองแล็บเคมี คลินิกดวย เพิ่งไดเริ่มวันนี้เอง นาชื่นชมวิธีการของอาจารย ที่ไมตองมีรูปแบบที่ตายตัว เพราะคน หองแล็บอยางพวกเราที่มีงานลนมือ จะใหปลีกตัวมาใชเวลาเต็มๆชั่วโมงในการเรียนอะไรในชั่วโมง ทํางานนั้น เปนไปไมไดเลย อาจารยก็ปรับวิธีสอนโดยเลือกที่จะเดินเขามาคุยกับคนที่พอมีเวลา แลว ใครที่วางก็สามารถเขาไปรวมฟงรวมคุยได วันนี้เราไดเรียนรูวิธีการอธิบายขั้นตอนการทํางานของ เรา สวนที่หองเจาะเลือด อาจารยก็ถามความคืบหนาวาพบชาวตางชาติไหม มีปญหาอะไรบาง ก็ไดฝก สวนที่ยังจําไมได มีคนถามวาอาจารยทํางานอะไรบางในแตละวัน ทําใหเราไดรูวา อาจารยมีงาน ประจําในการเขาฟงนักศึกษาแพทยที่ตองมีการนําเสนอ case เปนภาษาอังกฤษ ที่อาจารยจะชวยใน การใหความคิดเห็น แนะนําในสวนที่เกี่ยวกับการใชภาษาอังกฤษ การออกเสียง อาจารยเลาเรื่อง ตางๆเปนภาษาอังกฤษที่ชัดเจน พูดคอนขางชาเพื่อหัดใหเราไดฟง และมีการถามคําถาม เพื่อใหเราไดตอบโตบางเปนครั้งคราว นอกจากนั้นก็ถามเรื่องราวของนักเรียน เพื่อใหฝก วิธีการพูด เมื่ออธิบายไมถูกอาจารยก็ชวยแนะนําวิธีการพูดให จากการที่ไดชวยเปนคนประสานงานทั้งในสวนของหองเจาะเลือดและในหองแล็บเคมี คลินิกของเราเอง พบวาปญหาที่คอนขางสําคัญสําหรับพวกเราในการฝกภาษาอังกฤษก็คือ การ ฟง เพราะสังเกตไดวา พวกเราสวนใหญจะฟงอาจารยรูเรื่องเพียงบางสวน จับไดเปนคําๆ ได ความไมครบทั้งหมด นอกจากนั้นเราจะรูศัพทคอนขางนอย ทําใหฟงรูเรื่องทั้งหมดได ยาก ดังนั้นหากเรียนภาษาอังกฤษโดยไมมีใครชวยแปลความเลยก็คงจะรูเรื่องเต็มที่ไดคอนขางยาก และเมื่ออยากจะบอกอะไรอาจารยซึ่งไมเขาใจภาษาไทยก็ทําไดไมเต็มที่ นี่นาจะเปนปญหาทั่วๆไป ของพวกเราที่เรียนภาษาอังกฤษกับอาจารยชาวตางชาติ อาจารยเองก็เขาใจและพยายามชวย วันนี้ในตอนที่อาจารยถามอะไรยาวๆแลวนองคนหนึ่งหันมา มองหนาเรา เพื่อใหชวยแปลเหมือนทุกครั้งที่อาจารยพูดแลวนองฟงไมรูเรื่อง อาจารยก็ทําทาทางให นองพยายามตั้งใจฟงอาจารยถามแบบชาๆเพื่อใหทําความเขาใจเองโดยไมตองใหใคร แปลใหฟง อาจารยแนะนําใหฝกการฟงดวยการฟงไปเรื่อยๆ ฟงทุกวันโดยไมจําเปนตอง
    • เขาใจทั้งหมด เลือกหาคลิปขาวจากในเน็ตฟง แตสําหรับตัวเองขอแนะนําใหใครที่อยากฝกฟงให เปนเรื่องเปนราว ใหเขาไปที่เว็บไซต TalkEnglish.com เขาจะมีบทเรียนไลระดับตั้งแตงายๆไป เรื่อยๆ ฟงไปดูไปดวยวาสิ่งที่ไดยินนั้น เขียนวาอยางไร คําไหนไมเขาใจก็เปดหาความหมายดู ถาจะ ใหดีใหหาความหมายแบบเปนภาษาอังกฤษดวย อยาเพิ่งหาคําแปลเปนภาษาไทยเลย ฟงไดทุกวัน วันละบทเรียนก็นาจะชวยใหสามารถฟงภาษาอังกฤษไดรูเรื่องมากขึ้น แมวาตัวเองจะไมไดฝกดวย วิธีนี้แตก็เชื่อวานาจะใหผลดีสําหรับทานที่มีปญหาเรื่องการฟงในปจจุบัน โดยสวนตัวแลวโชคดีที่อยู กับหนังสือภาษาอังกฤษและไดฟงภาษาอังกฤษมาตั้งแตเด็กเล็กๆเปนประจํา ทําใหฟงไดอานรูเรื่อง มาตั้งแตเด็กโดยไมมีปญหาอะไร แมไมคอยไดพูด แตเมื่อเราเคยฟงมากอานมาก ก็ทําใหเราพูดได เขียนไดโดยไมมีปญหามากนักทั้งที่ไมเคยเขาโรงเรียนอินเตอรที่ไหนหรือไปเรียนไปเที่ยวเมืองนอก มากอนเลย แตก็สามารถสอบ TOFL และ IELTS ครั้งเดียวไดคะแนนสูงพอที่จะสมัครเรียนตอ มหาวิทยาลัยตางประเทศไดสบายๆ ลองนึกดูนะคะวาจุดออนของตัวเองคืออะไร ในการใชภาษาอังกฤษ ถาจับจุดออนไดและหา ขั้นตอนในการปรับปรุงไดถูกตอง โอกาสที่จะใชภาษาอังกฤษใหไดอยางใจก็จะไปถึงไดไมยากเลยคะ
    • หลายๆคําที่ตองฝกใหมถาอยากใหฝรั่งฟง รูเรื่อง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 กันยายน 2010 22:31 น. http://www.gotoknow.org/posts/390388 ชวงนี้ที่ชั้น 1 ภาควิชาพยาธิวิทยาของเรามีอาจารยชาวอเมริกันมาสอนภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสารใหเราสัปดาหละครั้ง ครั้งละหนึ่งชั่วโมง เห็นความกระตือรือรนและความคืบหนาในการ สื่อสารดวยภาษาอังกฤษจากพี่ๆชาวหองเจาะเลือดหลังจากที่เรียนกันมาได 4 ชั่วโมงแลว สวนหนวยเคมีคลินิกของเราก็ไดเรียนกันไปแลว 2 ครั้ง พวกเราหลายๆคนเริ่มฝกพูดเปนประโยค ยาวๆอธิบายการทํางานในหองแล็บไดแลว จากที่เคยคิดไดเปนคําๆสั้นๆเทานั้น สิ่งที่สังเกตเห็นและคิดวานาเก็บมาบันทึกเอาไวอีกครั้ง ก็คือการออกเสียงคําหลายๆคําที่เราคุนชิน กันอยูแลว เพราะเรามักจะใชคําภาษาอังกฤษแบบทับศัพทกันเลย แตปญหาก็คือคําพวกนี้เรา มักจะออกเสียงในแบบคนไทยของเราเอง ที่เจาของภาษาเองฟงไมรูเรื่อง คําพวกนี้แหละที่เปน ปญหามากสําหรับพวกเรา เพราะชินกับการออกเสียงผิดๆเสียแลว ตองมาตั้งใจฝกกันใหม ทําใหนึกถึงสมัยที่ไปเรียนที่ออสเตรเลียใหมๆ แลวจําไดวาตั้งใจเอาไวเลยวาจะตองกลับมาเผยแพร คําพวกนี้ เพื่อเตือนคนไทยดวยกันใหออกเสียงใหถุกตองกันเถอะ แตเอาเขาจริงก็สวนกระแสได ยากคะ ลดความพยายามไปเยอะแลว พอไดมาเห็นจริงๆอีกครั้งก็เลยนึกอยากจะยํ้ากันอีกทีคะ สําหรับคําที่นึกออกทั้งหลาย เอาบันทึกเกาๆเกี่ยวกับการออกเสียงมารวมไวตรงนี้อีกทีคะ เฉลย: ลองทดสอบตัวเองเรื่องการออกเสียงดูไหม วาดวย -cally วิธีออกเสียง "ough" คําพูดยอในภาษาอังกฤษที่ใชบอยๆ...มีประโยชนในชีวิตประจําวันคะ เสียงทักถึงคุณครูสอนภาษาอังกฤษเด็กประถมคะ คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุงคะ เราอานคําที่มี -ed ตอทายกันถูกหรือยัง ทดสอบกันหนอยดีไหมคะ หลักการจําวาจะออกเสียงคํากริยาที่ลงทายดวย -ed ใหถูกยังไง คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุง...มาอีกแลวคะ คําอานภาษาอังกฤษจากนองฟุงและพี่เหนน...มาอีกแลวคะ มีคําอานที่นาจะอานใหถูก มาฝากอีกแลวคะ คําอานภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคอมพิวเตอรจากนองฟุง...ฝากมาอีกแลวคะ เรื่องติดใจจากประสบการณการใชภาษาอังกฤษกับฝรั่งจริงๆ (3 - ตอนจบ) คําคลายคลึงกันที่ควรระวัง เวลาออกเสียง R กับ L วาดวยคําที่อานแปลกจากเพื่อนพอง.....lose...ลูซ คําที่อานออกเสียงเหมือนกัน-homophones
    • การออกเสียงคําที่ลงทายดวย -cally ใหถูกตอง Pigsty อานวา พิก สไต ไมใช พิกสตี้ นะคะ... ออกเสียงภาษาอังกฤษ ฝกยังไงดี ศิลปะการใหคําแนะนําเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกตอง...จากหนุมนอย swap อานวา สวอพ....เสียงอานที่ตางจากที่เราคิดสะกดคํา ภาษาอังกฤษก็มีอะไรแปลกๆใหสงสัย ตัว G ที่ไมมีเสียง... ทําไมหลายๆคําที่มี H ถึงไมออกเสียง H อานออกเสียงภาษาอังกฤษ...ฟงที่นี่ไดนะคะ proposal ที่พวกเรานักศึกษาและอาจารยทั้งหลาย ตางก็ออกเสียงวา พรอพโพซอล จริงๆตอง ออกเสียงวา โพรโพสซอล คํานี้ถามใครๆที่ตองไปพูดกับอาจารยฝรั่งก็เจอปญหากันทั้งนั้น แตพอก ลับบานเราก็ออกเสียงแบบเดิมๆที่ผิดๆกันอยูนี่แหละ แปลกจริงๆคะ ทั้งๆที่ถาเราชวยกันออกเสียง ใหถูกก็ไมนาจะมีปญหาอะไร นาจะดีเสียดวยซํ้า คําที่ลงทายดวย -cally สวนใหญ (รูสึกจะเกือบทั้งหมดเลย) จะออกเสียงเปน คลี่ ไมใช คัลลี่ เชน practically ไมออกเสียงวา แพร็คติคัลลี่ แตออกวา แพร็คติคคลี่ ถานึกคําไหนไดอีกจะเอามาเพิ่มเติมเรื่อยๆนะคะ ใครที่เคยรูเคยไดยินคําพวกที่เราออกเสียงกันไว ผิดๆก็นาจะชวยแกไขใหถูกกันนะคะ เพราะจริงๆก็ไมใชเรื่องยากที่จะออกเสียงใหถูกกันเอาไว ลิ้น คนไทยมีพรสวรรคในการสรางเสียงไหนๆก็ไดมากกวาคนหลายๆชาติอยูแลว ใชคําภาษาไหนก็ เพื่อการสื่อสารกับคนสวนใหญที่ใชภาษานั้น การใชใหเจาของภาษาเขาใจก็นาจะเปนจุด ประสงคหลัก เอาของเขามาใชจนเราคนไทยรูเรื่องกันเองแตเอากลับไปพุดกับเจาของภาษาไม รูเรื่องนี่นาเสียดายออก โดยเฉพาะคุณครูที่มีโอกาสสอนเด็กๆทั้งหลาย พวกเราเรียนภาษาอังกฤษ กันเปนชวงเวลายาวนานกวาหลายๆชาติ แตเราใชสื่อสารไดมีประสิทธิภาพนอยกวาเขาก็เพราะเรา ไมไดปรับเรื่องพวกนี้นั่นเอง
    • เพื่อน...มาแลวก็ไป ศัตรู...มีแตสะสมมาก ขึ้นๆ...จริงหรือ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 กันยายน 2010 17:07 น. http://www.gotoknow.org/posts/398256 วันนี้อาน CAP TODAY ซึ่งเปน digital journal ตีพิมพโดย the College of American Pathologists แลวติดใจประโยคนี้ที่เขาเรียกวาเปน adage (นาจะแปลไดวาเปนภาษิตนะคะ ออก เสียงวา อะ-ดิจ) ที่เอามาเปนชื่อบันทึกนี่แหละคะ เขาบอกวา "Friends may come and go, but enemies accumulate." ความจริงเรื่องหลักที่อานนั้นเกี่ยวของกับการที่หองแล็บควรจะมีสวนในการใหความเห็นสําหรับ แพทยในการสั่งตรวจการทดสอบตางๆ โดยที่หองแล็บควรจะคอยติดตามการสั่งตรวจของแพทยวา เหมาะสมหรือไม สั่งตรวจมากเกินความจําเปนหรือเปลา สั่งตรวจการทดสอบอะไรที่ไมจําเปนซึ่งจะ ทําใหเสียคาใชจายโดยใชเหตุหรือไม ซึ่งเรื่องพวกนี้ในโรงพยาบาลสงขลานครินทรของเรานับวามี นอยมากๆ และเมื่อมีเกิดขึ้นเราก็สื่อสารโดยตรงถึงตนตอไดเลย ทําความเขาใจกันไดไมยาก แบบที่ ทํากันเปนระบบจนตองหาทางแกไขนั้นไมมีเลย มาพูดถึงภาษิตที่ติดใจนี้กันหนอย อานแลวถามตัวเองวาจริงหรือเปลา ชวนคิดนะคะ ไมคอยคิดวา ตัวเองมีศัตรู ก็เลยรูสึกวาไมนาจะสะสม เพราะมันอยูที่ตัวเรานี่เองวาจะทําตัวใหเปนมิตรกับคนอื่น หรือเปลา ในชีวิตที่ผานมาเรามักจะมีโอกาสเปลี่◌ยนคนที่ไมชอบเราใหชอบไดมากกวาการทําใหคน ที่เปนเพื่อน ไมอยากจะคบเราอีก เอามาเขียนบันทึกไว เพราะคิดวาในมุมมองกวางๆดูเหมือนภาษิตนี้จะเปนจริง แตก็ยังเชื่อวาเราทุก คนเลือกไดวา เราจะสรางมิตรหรือศัตรู หรืออยางนอยๆถาไมใชมิตรก็ขอใหเปนเพียงเพื่อนรวม โลกที่ไมใชศัตรูได ใชไหมคะ
    • วิทยาการกาวหนา...เว็บไซตเพื่อฟงการออก เสียงภาษาตางๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 ตุลาคม 2010 01:34 น. http://www.gotoknow.org/posts/402572 ไดรับเมลสงลิงคที่แสดงการออกเสียงภาษาตางๆ ใหลองดูที่นี่คะ h ttp://www.oddcast.com/home/demos/tts/tts_example.php?sitepal ใหพิมพขอความลงในชองซาย แลวคลิกในชอง 'Say it' คุณเธอที่จอก็จะออกเสียงขอความที่เราพิมพ แถมสายตาของคุณเธอก็จะกวาดตามลูกศรที่เราเลื่อน ไปมาดวย เราสามารถพิมพและเลือกภาษา เลือกคนออกเสียงไดดวย ทดลองดูแลวทั้งภาษาไทยและภาษา อังกฤษ ออกเสียงไดชัดเจนดีมากเลยคะ เสียดายที่แปนพิมพไมมีภาษาอื่นที่เขามีใหเลือก จะได ทดลองฟงดูบาง ใครไดทดลองแลวชวยบอกดวยนะคะ นาชื่นชมผูผลิตจริงๆ เทคโนโลยีที่แสนกาวหนาจริงๆ
    • GotoKnow คือขุมสมบัติ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 31 ตุลาคม 2010 03:08 น. http://www.gotoknow.org/posts/405561 วันนี้มีโอกาสเปดแผน CD เกาๆเพื่อจะเก็บรูปเกาๆของสามหนุมมารวมกัน ไดพบไฟลภาษาอังกฤษ ขอคิดดีๆที่เก็บไว ดวยวัยอันสมควรของตัวเอง จําไดคลับคลายคลับคลาวา ดูเหมือนจะเคยเอามา พิมพพรอมกับแปลเอาไวแลวใน GotoKnow ถาเปนเมื่อกอนคงตองหาวาเก็บไวตรงไหนกันอีกนาน แตเมื่อรูวานาจะเอาใสไวใน GotoKnow แลว ก็ใชเวลาเพียงนิดเดียวก็คนเจอเลยคะ นี่คืออีก หนึ่งเสนหของ GotoKnow คนพบวาเขียนเอาไวตั้งแต..... สราง: 11 เมษายน 2549 00:28 แกไข: 08 สิงหาคม 2550 02:42 มีขอมูลใหครบถวนกระทั่งเวลาที่ตีพิมพ รวมทั้งแกไขเมื่อไหรก็ทําได กลับมาอานอีกทีก็ยังคงชอบขอคิดดีเหลานี้ ที่เอามาแปลลงไวใหเปนชุด I have learned.... ขอยกอันที่ชอบๆมาฝากไวใหลองอานกันอีกรอบตรงนี้นะคะ ใครอยากอานทั้งหมดก็ตามลิงคขางบน ไปไดเลยคะ I have learned that no matter how many friends you have, if you are their pillar you will feel lonely and lost at the times you need them most. ฉันไดเรียนรูวาไมวาเราจะมี เพื่อนมากเพียงไหน ถาเราเปนแตที่พึ่งของเพื่อน เราจะโดดเดี่ยวและสิ้นหวังในยามที่เรา ตองการเพื่อนมากที่สุด ดังนั้น เราตองเรียนรูที่จะเปนทั้ง "ผูให" และ "ผูรับ" I have learned that your life can be changed in a matter of hours by people who don't even know you. ฉันไดเรียนรูวาชีวิตของเราสามารถจะเปลี่ยนไดในเวลาอันสั้นโดยคน ที่อาจไมรูจักเราดวยซํ้า เราไดเห็นจากเรื่องราวของหลายๆคน I have learned that maturity has more to do with what types of experiences you've had and what you've learned from them and less to do with how many birthdays you've celebrated. ฉันไดเรียนรูวาความเปนผูใหญมาจากประสบการณที่เราไดพบและการ เรียนรูที่เราไดจากมันมากกวามาจากจํานวนวันเกิดที่เราฉลอง เพราะเราไดเห็นคนอายุนอยๆมากมายที่คิดอะไรๆไดดีกวาคนสูงวัยบางคน I have learned that it's not what happens to people that's important. It's what they do about it. ฉันไดเรียนรูวาไมใชสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเราที่เปนสิ่งสําคัญ แตเปนวิธีการที่เขา
    • จัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นตางหาก ขอดีอยางยิ่งที่ตองขอบคุณผูดูแลและพัฒนาระบบใหเราก็คือ บันทึกชุดนี้เขียนตั้งแตสมัยแรกๆที่ ยังไมรูจักการหมวดหมูและคําสําคัญเทาไหรนัก ก็เลยไมไดเลือกใหตรงกับสิ่งที่เขียน มาวันนี้เปด ดูแลวก็สามารถแกไข ปรับเปลี่ยน หมวดหมูและเติมคําสําคัญ โดยใชเวลาเพียงนิดเดียว ก็ทําให สามารถคนหาจัดกลุมไดอยางงายดายอยางที่เห็นนี่แหละคะ Section: ขอคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา คําสําคัญ: i have learn ขอคิด ภาษาอังกฤษ อยางนี้แลวจะไมเรียกวา GotoKnow เปนขุมสมบัติอันลํ้าคาที่เราสามารถใชจัดเก็บสิ่งที่เราอยาก ใหเกิดประโยชนกับคนอื่นๆในวงกวางไดอยางงายดายไดอยางไร รัก GotoKnow มากจริงๆคะ ขอบอก...(แลวบอกอีก)
    • การตัดสินคน...คําคมที่จริงตรงใจ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 พฤศจิกายน 2010 23:23 น. http://www.gotoknow.org/posts/410801 ไดขอคิดนี้มาจาก A THOUGHT FOR TODAY: ของ Wordsmith.org ที่วาไววา We judge ourselves by what we feel capable of doing, while others judge us by what we have already done. Henry Wadsworth Longfellow, poet (1807-1882) แปลความไดวา "เราตัดสินตัวเราเองดวยสิ่งที่เรารูสึกวาเราสามารถทําได ในขณะที่คนอื่น ตัดสินเราจากสิ่งที่เราทําสําเร็จแลว" ชอบมากจริงๆคะ เพราะมันจริ๊งจริง อานเจอแลวตองขอเอามาฝากตอ ไดเตือนตัวเองวา คิดวาทํา อะไรได ตองลงมือทําเลย เพราะเราเองจะไดรูดวยตัวเราเองวา เราทําไดจริงหรือเปลาไมตองเขาขาง ตัวเอง และไมตองรอใหใครยอมรับ แตเราตองพิสูจนตัวเราเอง ไมตองไปหาวิธีอะไรใหใครยอมรับ เรา นึกไปถึงอีกคติที่วา "Actions speak louder than words" เลยดวยนะคะ
    • Section กับ Session ตางกันยังไง ตอบให กัลยาณมิตรผานบล็อกคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 ธันวาคม 2010 21:46 น. http://www.gotoknow.org/posts/415492 ไดรับเมลสวัสดีปใหม 2554 ฉบับแรกจากคุณปอม กัลยาณมิตรที่แสนดีคนแรกใน GotoKnow เมื่อ 5 ปที่แลวในบล็อกนี่แหละ ไมนาเชื่อเลยนะคะวาเวลาผานไปเร็วเหลือเกินกับ 5 ปในเมืองไทย (ยิ่งเมื่อเทียบกับเวลาที่ตองไปเรียนอยูตางบานตางเมือง 6 ปอันแสนยืดยาว) คุณปอมทําใหไมลืมความตั้งใจที่จะเผยแพรความรูภาษาอังกฤษแบบที่ใชกันจริงๆ ไมใชตามตํารา แบบที่เราเคยเรียนๆกันมาซึ่งมักจะไมนาสนุก ตอนนี้ก็ยังไมละความพยายามนะคะ ยังพยายามกับ คนรอบๆตัวนี่แหละคะ นอกจากสวัสดีปใหมแลว คุณปอมยังอุตสาหใหการบานมา 1 คําถามดังชื่อบันทึกนี้แหละคะ วา Section กับ Session ตางกันยังไง ความจริงเปดพจนานุกรมก็ไดคําตอบนะคะ แตก็ขอใชเจาของภาษาใหเปนประโยชนจากเว็บ ไซต http://www.englishpage.com/ เขาตอบไวใน forum ของเขาเพราะมีคนถามเหมือนคุณ ปอมเลยคะวา A session is a period of time during which two or more people meet, such as a session with your tennis instructor. A section is a part of a larger thing, such as a section of a stadium or a section of a city. นั่นคือ Session คือชวงเวลาที่คนเราพบกันเพื่อทํากิจกรรมตางๆเชน เรียนเทนนิส สวน section เปนสวนยอยของสวนใหญๆ เชน section ในสนามกีฬาหรือของเมือง สรุปวา session ใชกับเวลา สวน section ใชกับสิ่งของ สถานที่นะคะ ของไทยเรา session นาจะเปนวาระๆ สวน section นาจะ เปนแผนก อะไรแบบนั้นนะคะ หากมีทานผูรูทานใดจะชวยขยายความเพิ่มเติมอีกก็ยินดีและขอบคุณนะคะ
    • Happiness is... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 ธันวาคม 2010 00:13 น. http://www.gotoknow.org/posts/417066 วันนี้ที่หนวยเคมีคลินิกของเรามีการจับฉลากของขวัญกัน โดยเปนการจัดการดวยสมาชิกของเรา กันเองที่ชวยกันเขียนสิ่งตางๆที่เราอยากได แลวก็มีผูเสียสละไปจัดการเลือกซื้อ เลือกหามาจากเงิน รายไดของหนวยเราเอง ตัวเองรับผิดชอบการทําฉลาก ก็เลยถือโอกาสใหไดรับรูศัพทภาษาอังกฤษที่เปนสิ่งดีงามทั้งหลาย เอามาใชเปนฉลาก โดยเลือกใหเติมตัวอักษรที่ตรงกับของขวัญที่มีอยู ตั้งใจวาเปนการสงคําดีๆ เหลานี้ใหสมาชิกในหนวยทุกคนแทนคําอวยพร ขอเอามาฝากทุกทานที่แวะมาอานดวยนะคะ A 1. celebrate 1. เฉลิมฉลอง, งานเลี้ยงสังสรรค B 2. respectable 2. นาเคารพยําเกรง นานับถือ C 3. felicity 3. ความผาสุก ความปลื้มปติ D 4. admiration 4. การชื่นชม ศรัทธา ความเลื่อมใส E 5. prosperous 5. มั่งคั่ง รํ่ารวย รุงเรือง F 6. peaceful 6. สงบ มีสันติภาพ G 7. delight 7. ความสุขใจ ความปติยินดี H 8. healthy 8. มีสุขภาพดี แข็งแรง
    • I 9. efficacious 9. มีประสิทธิภาพ เปนผลดี J 10. joyful 10. สนุกสนาน รื่นเริง เบิกบานใจ K 11. kindhearted 11. ใจบุญ ใจดี มีไมตรีจิต L 12. estimable 12.นานับถือ นาเคารพ นายกยอง M 13. contentment 13. ความพอใจ ความสบายใจ N 14. happiness 14. ความสุข ความยินดี ความเบิกบาน O 15. honorable 15. นาเคารพนับถือ มีหนามีตา มี ศักดิ์ศรี P 16. appreciation 16. การเห็นคุณคา การยกยองชมเชย R 17. flourish 17. เจริญรุงเรือง มั่งคั่ง S 18. astuteness 18. ความมีไหวพริบ ความฉลาดเฉลียว หลังจากที่เราจับฉลากกันแลว เราก็มีการแลกของเพื่อใหไดลงตัวในสิ่งที่อยากไดกันเปนที่ สนุกสนาน สําหรับตัวเองแลวไมมีอะไรที่อยากไดเปนพิเศษ ก็เลยยินดีแลก มีความสุขกับการไดเห็น คนดีใจ ชื่นบานมากกวา ไดซึมซับรับรูและเห็นจริงกับคํากลาวที่วา "จงระลึกไววา ความสุขไมไดขึ้นอยูกับ การไดเปน เจาของ, อํานาจหรือเกียรติยศ แตอยูที่ความสัมพันธกับผูคนอันเปนที่รักและใสใจของเราตางหาก" "Be mindful that happiness is not based on possessions, power or prestige; but on relationships with people that you love and respect." By H.Jackson Brown, Jr. ก็ถือวาเปนคติเตือนใจในวาระที่เราตางก็นึกถึงความสุข สนุกสนานของเทศกาลเฉลิมฉลองในอีกไม กี่วันขางหนา ซึ่งจริงๆแลวเราสามารถทําใหทุกๆวันที่เรามีเปนวันพิเศษไดเสมอโดยไมตองรอใหถึงป ใหมนะคะ
    • เทคนิคการจําวิธีออกเสียงคําที่ลงทายดวย -ed ใหถูกตอง (มาอีกแลว) โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 กุมภาพันธ 2011 01:14 น. http://www.gotoknow.org/posts/425735 ชวงนี้เรามีการฝกการฟงภาษาอังกฤษกันทุกบายวันศุกรที่หนวยเคมีคลินิกโดยจะนําเอาบทความ เกี่ยวกับสุขภาพที่นาสนใจ แลวก็ใชวิธีอัดเสียงคําอานบทความนั้นโดยใชคุณ Julie จาก http://www.oddcast.com/home/demos/tts/tts_example.php เปนผูอานให เลือกคุณ Julie เพราะเปนเสียงที่อานแลวสมาชิกในหนวยบอกวาฟงงายหนอยคะ ที่เว็บไซตนี้จะอานไดทีละ ประโยคที่ไมเกิน 2 บรรทัด ก็ใชวิธีอัดแลวก็เอามาตัดตอกันเปนเรื่อง แลวก็เอามาเปดใหสมาชิกใน หนวยฟง โดยที่จะใหเติมคําบางคําในแตละยอหนา เพื่อทดสอบการฟง กอนที่จะเฉลยก็จะมีการแปล ทั้งบทความใหฟงกอน แลวก็อนุญาตใหฟงกี่รอบก็ไดจนกวาจะพอใจ คะแนนก็ดีกันขึ้นเรื่อยๆ ครั้ง สุดทายนี่มีคนไดเต็มตั้ง 4-5 คนแนะคะ พบวาสมาชิกของเราเกงขึ้นเรื่อยๆ จากที่จับไมไดวาเขาพูดถึงไหนแลว ตอนนี้เริ่มฟงออกมากขึ้น คํา ที่เคยไดยินบอยๆก็เริ่มจําไดแลว ถือวากาวหนาเปนที่นาพอใจทีเดียวคะ แตพอวันอังคารที่เราไดพูด คุยและฟงอาจารย Glen ซึ่งเปนอาจารยฝรั่งตัวเปนๆ ก็ยังเห็นวาพวกเรายังมีปญหากับการฟงอยู แสดงวาการฝกฟงบอยๆและจากหลากหลายแบบเปนสิ่งสําคัญจริงๆคะ สัปดาหที่ผานมา ไดฟงอาจารยพูดหลายๆคําที่ลงทายดวย -ed ทําใหอยากเอามาเขียนอีกสักที แมจะเคยเขียนวิธีมาแลวครั้งหนึ่ง แตครั้งนี้คิดวาเทคนิคนี้นาจะชัดขึ้นและขอแนะนําใหลองไปฟง ตามบทเรียนที่ลิงคนี้ดวย เพราะเขามีการออกเสียงคําที่เติม -ed โดยแยกเปนชุดๆทั้งสามแบบ ที่ ทําใหเราติดหูถึงเสียงที่ถูกตอง รับรองวาถาฟงทั้งแบบฝกหัดที่เขาจัดไวใหแลว นาจะจําไดแบบนาน กวาที่เคยแนนอนคะ เพราะตัวเองลองมาแลวติดใจเลยคะ สวนเทคนิคที่วาก็คือ จะมีการออกเสียงไดเปน 3 แบบที่เราเคยบอกกันมาแลว คือ /t/ หรือ /d/ หรือ /id/ ที่นี้การที่จะรูวาคําไหนจะออกยังไง ก็มาดูตัวอยางคําตอไปนี้นะคะ kissed, hoped, learned, played, wanted, mended ลองทายดูซิคะวา คําไหนออกเสียงยังไง... เทคนิคก็คือ ถาเปนคําที่ลงทายเสียงที่ไมกองซึ่งเขาเรียกวา unvoiced อยางเชน kiss กับ hope (ยกเวนที่ลงทาย ดวย t) ใหออกเปนเสียง /t/ เพราะฉะนั้น kiss กับ hope เวลาเติม -ed จึงอานเปน kist กับ hopt (คือตอ คําปกติดวยเสียง t) สวนคําวา learn กับ play นั้นเสียงลงทายเปนแบบที่เขาเรียกวา voiced คือเปนเสียงกอง ยกเวนคํา
    • ที่ลงทายดวย d เวลาเติม -ed แลวจะออกเสียงเปน /d/ ดังนั้น สองคํานี้จะออกเสียงเปน lernd กับ pleid คือ เลินดึ กับ เพล-ดึ (ออกเสียงดึนิดเดียวเปนลมเบาๆเทานั้น) คราวนี้ถาเสียงลงทายเปน /d/ หรือ /t/ พอเติม -ed จะออกเสียงเปน อิด ตามมา คือเปนคําสอง พยางค ดังนั้น want กับ mend เมื่อเติม -ed ก็จะออกเสียงวา วอนถิด และ เม็นดิด แตตองดูใหดีๆนะคะวาเทคนิคนี้เขาหมายถึงเสียง ไมใชตัวสะกด เพราะฉะนั้นก็เลยจะยากสําหรับ เราถาออกเสียงคําธรรมดาไมถูกก็จบเลย เชน คําวา cough ที่แปลวา การไอ จะอานวา คอฟ ที่เปน เสียงไมกอง ดังนั้นเมื่อเติม -ed จะออกเสียงวา คอฟทึ (ทึเบาๆมากๆ) เขาแนะนําวา ถาเราอยากทดสอบวาคํานั้นเปนแบบเสียงกอง (voiced) หรือไมกอง (unvoiced) ใหใช มือแตะที่คอเวลาออกเสียง ถามีการสั่นที่คอเปนเสียงกอง ถาไม◌สั่นก็ไมใชเสียงกอง วิธีนี้ใชไดยาก กับคนไทยเราที่เรียนวิธีออกเสียงตัวอักษรเอบีซีกันมาแบบนี้นะคะ เพราะฝรั่งเขาออกเสียงแบบใช เสียงจริงๆคือ เออะ เบอะ ซ.. เขาเลยออกถูกวาเสียงไหนคอสั่นเสียงไหนไมสั่น สําหรับพวกเราถาจะใหขึ้นใจก็คือตองฟงเปนคําๆกันไปเลย แลวจะจําไดเปนอัตโนมัติคะ ขอใหไป ลองฝกฟงกันไดที่ลิงคนี้แหละคะ รับรองติดหูแนนอน
    • โลกนี้กําลังตองการความรัก...One world, one heart... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 กุมภาพันธ 2011 15:55 น. http://www.gotoknow.org/posts/426110 คิดถึงบทกลอนนี้ที่แปลเอาไวเมื่อ 4 ปกอน และคิดวาเปนอมตะ และโลกเรายังคงตองการความรัก แบบนี้มากขึ้นทุกวัน ขอนํากลับมาเผยแพรซํ้าอีกครั้งในวันแหงความรักคะ ตนฉบับภาษาอังกฤษอยูที่ Online Edition of One World, One Heart We need to feel more to understand others. เราตองรูสึกใหลึกซึ้งขึ้นเพื่อจะเขาใจผูอื่น we need to love more to be loved back. เราตองรักใหมากขึ้น เพื่อจะใหไดรักยอนกลับมา we need to cry more to cleanse ourselves. เราตองรองไหใหมากขึ้น เพื่อลางมลทินแหงตน we need to laugh more to enjoy ourselves. เราตองหัวเราะใหมากขึ้น เพื่อจะมีความสุขกับตัวเราเอง We need to be honest and fair when interacting with people. เราตองซื่อสัตยและเที่ยงธรรม เมื่ออยูรวมกับผูอื่น We need to establish a strong ethical basis as a way of life. เราตองสรางมาตรฐานคุณธรรมที่มั่นคงในการดํารงชีวิต we need to see more other than our own little fantasies. เราตองมองใหลึกซึ้งกวาเพียงแคฝนเล็กๆของตนเอง we need to hear more and listen to the needs of others. เราตองฟงใหมากขึ้นและรับรูถึงความตองการของผูอื่น we need to give more and take less. เราตองให ใหมากขึ้น และรับใหนอยลง
    • we need to share more and own less. เราตองแบงปนใหมากขึ้น และเก็บเกี่ยวเขาตัวใหนอยลง We need to realize the importance of the family as a backbone to stability. เราตองตระหนักถึงความสําคัญของครอบครัวเพื่อวาเปนแกนหลักของความมั่นคง we need to look more and realize that we are not so diffent from one another. เราตองมองใหทั่วถึงมากขึ้น และตระหนักวาตัวเรานั้นไมไดแตกตางจากผูอื่นเลย We need to create a world where we can trust one another. เราตองสรางโลกที่เราสามารถไววางใจเชื่อใจกันและกันได we need to creat a world where everyone can peacefully live the life they choose. เราตองสรางโลกที่คนทุกคนสามารถจะใชชีวิตตามปรารถนาของตนไดอยางสงบสุข We all cry the same tears tears of fright tears of sadness tears of loss tears of frustration tears of disappointment tears of loneliness พวกเราลวนรํ่าไหดวยเหตุอันไมแตกตางกัน เราเสียนํ้าตาเพราะความตกใจกลัว ความเศรา ความสูญเสีย ความคับของใจ ความผิดหวัง ความอางวาง Lands are flooded with our tears แผนดินทวมทนไปดวยหยาดนํ้าตา We need one another's kindness, cooperation, trust and respect to survive เราตองการความเมตตา ความรวมมือรวมใจ ความเชื่อมั่น ความนับถือจากกันและกันเพื่อความ อยูรอด We must talk until there are no more words เราตองเจรจาปราศรัยกันจนไมมีคําจะสรรหามาพูด We must explain until everything is understood เราตองชี้แจงจนกระทั่งทุกอยางกระจางแจง We must be honest until nothing is hidden เราตองสุจริตซื่อตรงไมมีอะไรแอบแฝง We must listen until everything has been said เราตองตั้งใจฟงใหหมดทุกถอยความ
    • We must question so that we know why เราตองไตถามจนกระทั่งรูเหตุผล We must be fair so that everyone's needs are met เราตองยุติธรรมเพื่อใหทุกคนไดรับสิ่งที่ตองการ If there is no communication there will be no bond If there is no bond there will be no friendship หากขาดการติดตอสื่อสาร ก็ไมมีสายสัมพันธ หากไมมีสายสัมพันธ มิตรภาพก็เกิดไมได Nothing Should Divide Us ไมควรจะมีอะไรจะมาแบงแยกพวกเรา We who inherit the earth ผูซึ่งเปนทายาทแหงโลกนี้ who cheer the new moon peaking through the womb ผูซึ่งคอยตอนรับพระจันทรที่ผันเปลี่ยน who admire the green leaves of summer turning to lustrous reds and yellows ผูซึ่งชื่นชมไมใบเขียวแหงหนารอนแปรเปลี่ยนไปเปนสีแดงและเหลืองอันสดใส who watch them fall to the ground cold, brown and stiff... ผูซึ่งคอยเฝาดูใบไมเหลานั้นรวงหลนลงดินและเปลี่ยนสภาพไป We who give birth to new life พวกเราผูสรางชีวิตใหม who are exhilarated by the sun rising พวกเราผูมีความเบิกบานกับอรุณรุง who are romanced by the sun setting พวกเราผูมีอารมณสุนทรียกับอาทิตยอัสดง who dream to the floating clouds... พวกเราผูวาดฝนไปกับปุยเมฆ We who have a passing mark on the future of the world พวกเราผูบันทึกรอยสูอนาคตของโลกแหงนี้ must have the same heart ตองมีหัวใจเปนหนึ่งเดียวกัน must have compassion for one another ตองมีความเห็นอกเห็นใจใหกัน must have respect for one another ตองใหเกียรติกัน must understand that though we have differences ตองเขาใจวาถึงแมพวกเราลวนแตกตางกัน we all want the same things ตางก็มุงหวังในสิ่งเดียวกัน Nothing should divide us ไมควรจะมีอะไรจะมาแบงแยกพวกเรา
    • We must overcome hate เราตองเอาชนะความเกลียด We must overcome violence เราตองเอาชนะความรุนแรง We must overcome greed เราตองเอาชนะความละโมบ We must overcome fighting เราตองเอาชนะการใชกําลัง We must overcome cruelty เราตองเอาชนะความทารุณโหดราย We must overcome all that tears people apart and concentrate on all that brings people together เราตองเอาชนะทุกสิ่งที่ทําใหเกิดการแตกแยก และมุงความสนใจไปยังสิ่งที่จะเชื่อมโยงพวกเรา เขาหากัน The Fight การตอสู The heart wants to love yet we hate หัวใจตองการที่จะรักแตเราก็ยังมีความเกลียดชัง The heart wants to understand yet we are confused หัวใจตองการที่จะเขาอกเขาใจแตเราก็ยังสับสน The heart wants equality yet we try to dominate one another หัวใจตองการความเทาเทียมแตเราก็ยังพยายามจะควบคุมครอบงํากันและกัน The heart wants peace yet we fight หัวใจตองการสันติภาพแตเราก็ยังมีการตอสูกัน The heart wants to give yet we are greedy หัวใจตองการที่จะใหแตเราก็ยังมีความโลภ The heart wants to help yet we destroy หัวใจตองการที่จะเกื้อกูลแตเราก็ยังทําลายลางกัน The heart wants to care yet we are insensitive หัวใจตองการที่จะเอาใจใสดูแลแตเราก็ยังมีความไมใสใจ If only the heart were a little stronger ถาเพียงแตหัวใจจะเขมแข็งขึ้นอีกสักนิด... We Know Better, All Women Are One เรารูดีกวาวาหญิงทุกคนคือหนึ่งเดียวกัน I am a woman like you are ฉันเปนผูหญิงเชนเดียวกับคุณ I am a mother like you are ฉันเปนแมเฉกเชนที่คุณเปน
    • I am a worker like you are ฉันเปนคนทํางานเหมือนที่คุณเปน I am an inamorata like you are ฉันเปนสุดที่รักเหมือนคุณเชนกัน Yet because you live there and I live here or because your appearance or lifestyle is different from mine แตทวาเพราะคุณอยูตรงนั้นและฉันอยูตรงนี้ หรือเพราะการมีรูปลักษณและวิถี ชีวิตที่ไมเหมือนกันของเรา people tell us we are not alike ผูคนบอกพวกเราวาเราไมเหมือนกัน But we can see the differences in each other's beliefs แตเรารับรูไดถึงความแตกตางในความเชื่อของแตละคน because our intrinsic ideals are the same เพราะอุดมการณเนื้อแทของเราเหมือนกันไมแตกตางกัน People tell us we are not alike but we know better ผูคนบอกเราวา พวกเราลวนแตกตาง แตเรารูดียิ่งกวา วา We are all one พวกเราทุกคนคือหนึ่งเดียวกัน
    • เลือกมุมมองของชีวิตใหดีก็มีโชคไปแลวกวา ครึ่ง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 18 กุมภาพันธ 2011 13:29 น. http://www.gotoknow.org/posts/426934 ไดผานตาคติชีวิตวันนี้ ที่ทําใหคิดอยางที่เขียนเปนชื่อบันทึกนี้แหละคะ เลยขอเก็บมาฝากในวัน มาฆบูชาวันนี้ เปนการทําบุญไปพรอมๆกับการมา"อยูบุญ"ของตัวเองไปดวยเลย เปนคําคมจากทานอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Sir Winston Churchill ซึ่งเปนผูไดรับรางวัลโนเบล ในสาขา Literature ในป 1953 ดวย (จึงไมนาแปลกใจที่มีคําคมจากทานอีกมากมายใหเราไดพบเห็น เสมอ) ที่กลาวไววา A pessimist sees the difficulty in every opportunity; an optimist sees the opportunity in every difficulty. นั่นคือ "คนมองโลกในแงราย มองเห็นความยากลําบากในทุกโอกาสที่มี แตคนมอง โลกในแงดี มองเห็นโอกาสในทุกความยากลําบาก" เราเลือกได ฝกตัวเองไดนะคะวา อยากจะเปนแบบไหน ขอใหธรรมรักษากัลยาณมิตรทุกๆทานที่ ผานเขามาอานบันทึกนี้นะคะ
    • คําวาเกาะทั้งหลายพวกนี้ไมมีเสียง s นะคะ Island, Islet, Ise โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 มีนาคม 2011 00:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/429108 ไดยินในทีวีเมื่อไมกี่วันมานี้เองคะ โฆษณาอะไรสักอยางแลวรูสึกวา อยูเฉยๆไมได แมจะเปนเสียง เล็กๆก็ตาม อยากจะมายํ้ากันอีกทีวา คําวา island, islet, lsle ที่แปลวาเกาะ เกาะเล็ก ทั้งสามคํานี้ ไมมีเสียง s เลยนะคะ คือออกเสียงเปน ไอลั่น (ลั่นยาวสักนิด ไมใชแลนเสียทีเดียว แตสําหรับ เราๆก็ไมเขมงวดเทาไหร ขอใหไมมีเสียง s ก็พอ), ไอลิท แลวก็ไอล (มีเสียง ล ตามมานิดๆพอ) มีแถมอีกคําที่นึกไดคือ คําวา aisle ที่แปลวาทางเดินระหวางชองในหางสรรพสินคา หรือระหวาง เกาอี้นั่งบนเครื่องบิน ก็ไมออกเสียง s เชนกัน เพราะฉะนั้นก็อานวา ไอล เหมือนกัน สําหรับเหตุผลที่แนชัดนั้นก็รูสึกวาไมมี บางแหลงก็บอกวาเพราะคํานี้มาจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งไม ออกเสียง s มาอยูแลว แตก็มีบางแหลงบอกวาคํานี้มีมานานแลวของภาษาเขาเองนี่แหละ ก็ไมออก เสียง s มาตั้งแตไหนๆแลว สรุปก็คือ ตองจําอยางเดียวนั่นเองคะ ก็คงเหมือนคําไทยหลายๆคําที่ไมออกเสียง เชน ทราย สามารถ ที่ไมมีเสียง ร โดยที่เราเองก็ไมรูเหตุผล แตที่แนๆคือขอใหชวยกันออกเสียงที่ถูกตองเพื่อใหคนไทยที่ยังไมรู ออกเสียงไดถูก และเมื่อตองพูด ตองฟงเจาของภาษาก็จะไดสื่อสารกันไดงายนั่นเองนะคะ เปนผลประโยชนของตัวเราเองจริงๆ
    • การออกเสียง busy, injury, history โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 16 มีนาคม 2011 22:40 น. http://www.gotoknow.org/posts/431462 สัปดาหนี้ที่หนวยเคมีคลินิกของเรามีนักศึกษาปที่ 3 จากหลายคณะ รวมแลวประมาณ 3-5 คนมา อยูกับพวกเราที่แล็บ ก็เลยไดรวมกิจกรรมการเรียนภาษาอังกฤษกับสมาชิกชาว chem ของเรา ดวย นาดีใจที่เด็กๆรุนใหมนี้ดูจะกลาที่จะพูดภาษาอังกฤษกันมากขึ้น ไมหลบๆหนีๆอายๆ เหมือนที่ เคยเห็นสมัยกอนๆ สําหรับตัวเองแลวคิดวาความกลาพูดนาจะเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในการ เรียนภาษา ไมวาจะภาษาอะไร เพราะหากกลาพูดแลว โอกาสที่จะเรียนรูก็จะเปดกวางมากขึ้นและ ทําใหเรียนรูไดเร็วดวย เพราะการเรียนภาษาตางชาติก็เพื่อการสื่อสาร วิธีการสื่อสารที่เร็ว ที่สุดก็คือการพูดนี่เอง หากเราสอนภาษาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษในระบบการเรียนของเรา โดยเริ่ม จากการพูดคุยกอนแทนที่จะเปนแบบที่เราเรียนกันมาคือเรียนแกรมมา ทองศัพทมากมาย (แบบนก แกวนกขุนทอง แถมบางครั้งออกเสียงผิดๆอีกดวย) เด็กไทยคนไทยทั้งหลายคงจะใชภาษาอังกฤษได ดีกวาที่เห็นๆอยูในปจจุบันแนๆ สิ่งที่อยากเก็บมาบอกตอวันนี้ก็คือการออกเสียงคําทั้งสามคําในชื่อบันทึกนี้นั่นเองคะ ไมคอยคิดวา จะมีคนออกเสียงไมถูก แตพอไดยินนองๆออกเสียงดังอยางมั่นใจแบบไมถูกตอง ก็เลยคิดวาคงมีคน เขาใจผิดๆพอสมควร เพราะเราอานตามตัวหนังสือที่เราเห็น แตจริงๆแลวการออกเสียงจะตางออก ไป นั่นคือ busy ออกเสียงวา บิสซี่ ไมใช บัสซี่ injury ออกเสียงวา อินเจอรี่ ไมใช อินจูรี่ history ออกเสียงแคสองพยางค วา ฮิสตรี้ ไมใชสามพยางคตามที่เห็น อยาเอาไปเทียบกับ คําวา story ที่อานเปน สตอรี่ นะคะ เพราะเขาไมเกี่ยวของกันเลย คําพวกนี้แมจะดูเล็กนอย แตถาเราเรียนรูบอกตอการออกเสียงที่ถูกตอง เราก็จะไดชวยกันทําให พวกเราสื่อสารกับเจาของภาษาไดงายและรวดเร็วขึ้น จะไดมีกําลังใจที่จะพยายามสื่อสารตอไปนะ คะ
    • ขอคิดคําคมสําหรับทุกๆวันของชีวิต โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 เมษายน 2011 15:21 น. http://www.gotoknow.org/posts/437542 Never be afraid to try something new. Remember that amateurs built the Ark. Professionals built the Titanic. ​Dave Barry, humor columnist มาฝกอบรมเชิงปฎิบัติการ Retrospective Database Analysis ที่เภสัชกรรมสมาคมแหง ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ ที่กรุงเทพ วันที่ 27-29 เม.ย. ไดเรียนรูโปรแกรมสถิติตัวใหม ที่ทําใหไดทดสอบสมองวาพรอมจะรับอะไรใหมๆอยูหรือเปลา สนุกสนานเปนอันมากคะ นานๆที่จะ ไปอบรมที่ไหนแลวไดเห็นผูเขารวมประชุม นั่งกมหนากมตาทํางานกันไมเปนอันเบรค ไมเปนอันกิน ขาวเที่ยงแบบนี้มานานแลว ถือไดวาเปนความสําเร็จที่นาชื่นชมสําหรับทีมงานของ ม.นเรศวร จากศูนยวิจัยผลลัพยทางเภสัชกรรม (Center of Pharmaceutical Outcomes Research) หรือชื่อยอๆวา CPOR ที่นําทีมโดย รศ.ดร.ณธร ชัยญาคุณาพฤกษ ซึ่งเทาที่เขารวมการอบรม มา 3 วันนี้ ชื่นชมในความเปน change agent ที่ทานพยายามจะเพิ่มศักยภาพคน พยายามสรางแรง บันดาลใจ ใหแนวทางเพื่อใหพวกเราไดใชขอมูลตางๆที่เรามี สรางใหเกิดเปนแนวทางสูการวางแนว นโยบาย โดยมีพื้นฐานมาจากหลักฐานที่เรามีกันอยูแลวจริงๆ เปดเมลเจอขอคิดที่แปะไวขางบน ซึ่งเขากันมากกับสิ่งที่ไดเรียนรูใน 2-3 วันที่ผานมานี้ ไดขําขันกับ การเปรียบเทียบของเจาของคําพูดไปดวย ที่ชางสรรหาตัวอยางมาใหกําลังใจเราวา อยากลัวที่จะ เรียนรูอะไรใหมๆ เพราะคนที่สรางเรือโนอารที่ทําใหคนเหลืออยูบนโลกนั้นเปนมือสมัครเลนไมใช มืออาชีพที่ไหนเลย ในขณะที่เรือไตตานิกที่ลมจนไดมาสรางเปนหนังนั◌ั้นนะ สรางดวยมืออาชีพ เชียวนะ เพราะฉะนั้นอยากลัวที่จะเปนมือสมัครเลนไมวาจะเรื่องอะไร เลยขอเก็บมาฝากใน GotoKnow ใหไดยิ้มพรอมๆกับขอคิดดีๆนี้ดวยคะ
    • การใหอภัย เปนหนทางเดินไปขางหนา...ชวน คิดจากภาษาอังกฤษคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 พฤษภาคม 2011 23:08 น. http://www.gotoknow.org/posts/439116 ไดรับคําคมนี้มาทางเมล จาก Guideposts.org.อานแลวชอบ เพราะคิดวามีประโยชนกับทุกๆคน เอาไวเตือนตัวเองไดคะ เขาบอกวา It's simple: When you haven't forgiven those who've hurt you, you turn your back against your future. When you do forgive, you start walking forward. actor, producer and director Tyler Perry มันงายขนาดนี้เลย นั่นคือเมื่อเราไมใหอภัยผูที่ทําใหเรา เจ็บ เรากําลังหันหลังใหอนาคต แตเมื่อเราใหอภัย ก็คือ เราเริ่มที่จะกาวไปขางหนาตอไป คิดไดเกงจริงๆนะคะ คุณ Tyler นี่ ประโยคเดียว (ที่ยาวหนอย) มี ความหมายลึกๆที่เห็นไดชัดอยางที่เขาบอกจริงๆวา มันเปนเรื่อง ธรรมดาจริงๆ แสนจะงายดาย แคใหอภัย เราก็จะไมตองกังวลอะไรกับ สิ่งที่ผานมา ก็ยอมจะเดินหนาตอไปไดสบายๆ แตถามัวแตโกรธอยู ให อภัยไมได ก็แปลวาเราเปนทาสของความคิดถึงเรื่องที่ผานมาที่เราไม พอใจ เราเองนี่แหละที่จะเปนกังวล มัวแตยึดติดกับสิ่งที่ผานไปแลว มัว แตหันหลังมองเรื่องเกาๆที่ผานไปแลว ทั้งๆที่แกไขอะไรไมได เอาความ โกรธ ความไมพอใจมาเผาตัวเองใหเสียเวลา เสียอารมณ ขอคิดนี้ใชไดทั้งกับตัวเราเองและผูอื่นจริงๆนะคะ ไมวาจะเปนความผิดที่เราทําเอง หรือคนอื่นทํากับเรา สิ่งที่ผานไปแลว เรายอมแกไขอะไรไมได จะโกรธจะหงุดหงิดคิด
    • แคนอะไรไปก็ไมมีประโยชน สูเรียนรูที่จะเขาใจ แลวก็ปลอยวาง มองไปขางหนา ทําสิ่ง ตอๆไปใหดีใชสิ่งที่ไดเรียนรูมาแลว ไมวาจะดีจะรายใหเกิดประโยชนแบบที่ใจเบาสบาย จะดีกวา เรื่องงายๆแคนี้บางทีเราก็คิดไมออกไปเสียได เพราะฉะนั้นการเตือนตัวเอง เอาไวเรื่อยๆก็จะทําใหเราใชชีวิตไดอยางมีความสุข ถาเรามีความสุข คนรอบๆตัวเราก็ นาจะมีความสุขไปดวย มาทําใหโลกรอบๆตัวเราเบาสบายกันดีกวานะคะ...คาถาแสน งาย...ใหอภัย...เทานั้นเอง
    • พิมพภาษาไทยโดยไมตองมีแปนภาษา ไทย...Thai virtual keyboard โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 พฤษภาคม 2011 14:07 น. http://www.gotoknow.org/posts/439310 เมื่อ 10 กวาปที่แลว ยังจําความรูสึกอึดอัดที่ไมสามารถพิมพภาษาไทยสงกลับมาใหคนบานเราอาน ได เพราะตองหาวิธีลงโปรแกรมที่จะทําใหใชคียบอรดของเมืองนอกใหพิมพไทยได แถมพอลงไดแลว ก็ยังตองจําใหไดอีกวาตัวอะไรอยูตรงไหน ยิ่งถาเปนตัวอักษรที่ไมไดพิมพบอยๆยิ่งลืมไปไดเลย เดา กวาจะถูก ตองหารูปแปนพิมพไทยมาติดไวดูอีกตางหาก เพราะจะเอาตัวหนังสือเราไปแปะคียบอรด เขาก็ไมได พอมีโนตบุคของตัวเองแลวมีเพื่อนฝรั่งเห็นตัวหนังสือของเราแลวนาภูมิใจนะคะ เพราะมีแตคนบอก วาภาษาเราทาจะยาก ตัวอักษรเยอะเหลือเกิน มาชวงหลังถึงไดรูวามีคนไทยสามารถสรางโปรแกรม Thai virtual keyboard ใหเราสามารถเรียกใช ไดบนจอ โดยไมตองงอแปนพิมพ ก็ไดเขียนแนะนําไปหลายคนแลว มาวันนี้ไดมีโอกาสจะสงลิงค สําหรับแปนพิมพภาษาไทยใหคุณศิริและพี่ปนัดดาตัวแทนจากหนวยเคมีคลินิกของเราที่ไดมี โอกาสไปนําเสนอผลงานโปสเตอรที่เบอรลิน ในงาน IFCC-WorldLab Berlin 2011 ในวันที่ 15-19 พ.ค.นี้ จะไดสงขาวคราวมาถึงพวกเราผานเมลได ก็พบวามีใหเลือกใชไดมากมายหลายที่มากมาย จริงๆ เก็บเอามาฝากไวในบันทึก เผื่อถาเจอที่ไหนอีกจะไดเอามารวมเปนลิงคไวที่นี่ตอไป เปน ประโยชนอีกอยางที่ GotoKnow ทําใหเราไดคะ http://womenlearnthai.com/index.php/resources/thai-keyboard-input/: อันนี้เปนของเว็บชื่อ นารักมากวา Women Learning Thai… and some men too ;-) เห็นแลวดีใจที่มีคนตางชาติสนใจ ภาษาไทยเรามากขนาดนี้ http://www.wandel.person.dk/thai.html: อันนี้ก็ของฝรั่งที่รูสึกจะทําใหหลายภาษาเหมือนกันคะ เอาตัวหนังสือมาเรียงใหเลือกกันเลย ไมเปนภาพแปนพิมพเหมือนคนอื่นเขา http://www.gate2home.com/?language=th: อันนี้ก็ของฝรั่งที่ดูเหมือนจะทําอยางอื่นไดดวย เชนแปลภาษา (ยังไมไดสํารวจแตดูนาสนใจคะ) http://www.puttipan.com/thaikeyboard/ :แหลงดั้งเดิมที่เคยแนะนําเมื่อ 10 ปที่แลว (เวลาวิ่งเร็ว จริงๆ) http://virtualthaikeyboard.blogspot.com/: อันนี้ไมมีรายละเอียดวาใครทํา แตหนาเว็บที่ใชพิมพ สวยคลาสสิกมากคะ
    • http://english-thai-dictionary.com/index.php?action=thaikeyboard: เว็บนี้มีพจนานุกรมดวย ถาพบที่ไหนอีกจะเอามาเพิ่มไวที่นี่ หรือมีทานใดชอบใชที่ไหนที่ไมมีในลิสตตรงนี้จะเก็บเอามาฝาก ดวยก็ยินดีและขอบคุณนะคะ ใครเคยอึดอัดแบบนี้จะซาบซึ้งดีคะวา การที่มีตัวชวยแบบนี้เราจะรูสึก ขอบคุณขนาดไหน อยูที่ไหน เราก็อยากคุยกับคนไทยดวยภาษาไทยของเรานี่แหละนะคะ
    • ความสุข กับ ความสําเร็จ ความสัมพันธที่เรา จัดการได โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 พฤษภาคม 2011 17:04 น. http://www.gotoknow.org/posts/439848 อานขอคิดวันนี้ที่พูดถึงความสุข กับ ความสําเร็จแลวอยากเอามาเผื่อแผกันดวยคะ เพราะทุกวันนี้ เราอาจจะมีจุดหมายในชีวิตกันหลากหลาย เลือกทางเดินเพื่อไปใหถึงจุดหมายกันตามใจคิด ถาใคร กําลังรูสึกวาไมมีความสุข ลองหยุดคิดตามสิ่งที่คุณ Albert Schweitzer บอกไววา Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. If you love what you are doing, you will be successful. - Albert Schweitzer ความสําเร็จไมใชกุญแจสูความสุข ความสุขคือกุญแจแหงความสําเร็จ ถาคุณรักสิ่งที่คุณกําลัง ทําอยู คุณจะพบกับความสําเร็จ งาย...งายนะคะ ความสุขมากอนแลวแนนอนวา ความสําเร็จก็จะตามมา คิดใหดีชีวิตนี้แสนจะ งายดาย ทําอะไรก็มองหาความสุขไปดวย เมื่อเราทําอยางมีความสุข ไมวาจะเกิดอะไรขึ้นก็เปนสิ่งที่ มีประโยชนกับเราทั้งสิ้น แลวความสําเร็จจะไปไหนเสีย ใชไหมคะ
    • อยากฝกฟงภาษาอังกฤษ แวะไปที่เว็บ English as 2nd Language ไดคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 8 สิงหาคม 2011 22:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/453038 ไดชวยตอบปญหาใหเพื่อนพี่เหนนเรื่องจะฝกฟงภาษาอังกฤษที่ไหนดี ก็เลยอยากเอามาฝากไวที่นี่ อีกทีดวย นาจะเคยเขียนถึงมาแลวแหละคะ แตมาบอกอีกทีไดวา เว็บนี้ English as 2nd Language เขามีขั้นตอนฝกที่คอนขางดี ดูแลวชอบ ไดทั้งแบบเอาไปสอนตอ หรือสําหรับคนที่อยากจะฝกเอง ดวย อานวันละนิดละหนอยก็นาจะชวยใหใชภาษาอังกฤษไดดีขึ้นแนนอนคะ สําหรับเฉพาะการฝกฟง Improving Listening Skills ชอบที่เขาเขียนเอาไวนะคะ คิดวาเขามีความเขาใจปญหาของผูเรียนภาษาอังกฤษเปนภาษาที่สอง จริงๆ มีคําแนะนําที่ใชไดจริงๆที่เขาบอกไวคือ เวลาที่ฝกฟงเปนประจําแลวยังรูสึกหงุดหงิดที่ยังไมเขาใจไมหมดสักที ตองทํายังไง เขาแนะไว วา ใหทําใจเอาไวเลยวาคุณจะไมมีทางเขาใจทั้งหมดหรอก ใหทําใจสบายๆอยาเครียด เวลาไมเขาใจ ไมวาจะยังไมเขาใจนานแคไหนก็ตาม อยาแปลเปนภาษาไทย ใหฟงการสนทนาแบบฟงกวางๆ อยาไปสนใจรายละเอียดจนกวาจะเขาใจความคิดหลักๆเสีย กอน เขาสรุปปญหาหลักเอาไว วาการเอาเวลาไปคิดแปลเปนภาษาเราเองอยูเรื่อยๆทําใหเราฟง ไมรูเรื่องนานขึ้น (เพราะเสียเวลาแปลมากกวาทําความเขาใจ) ซึ่งตัวเองขอยืนยันวา นาจะเปน ปญหาจริงๆเพราะตัวเองโชคดีที่ไมทํา จึงไมเคยมีปญหานี้เลย พูดและฟงภาษาอังกฤษแบบ "ไม ตองแปล" ทําความเขาใจสิ่งที่ไดยินโดยไมแปล แลวเราจะทั้งพูดรูเรื่องและฟงรูเรื่องได งายขึ้นอีกมาก ใครยังไมเคยลองใหลองดูนะคะ แมจะไมชินก็ตองหัด แลวนาจะทําใหฟงไดงายขึ้น เร็วขึ้น เปนเคล็ดลับที่ไมลับแตตองหัดใหเลิกทําสําหรับคนที่ทําอยูจนติดแลว "ฟงใหเขาใจแบบไมแปล ใชไดแนทั้งพูดและฟง"
    • มี e-book ฝกภาษาอังกฤษงายๆมาฝากกันที่นี่ คะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 สิงหาคม 2011 15:01 น. http://www.gotoknow.org/posts/453545 เมื่อปที่แลว ไดเขาอบรมการทํา e-book แลวนึกสนุก ทําแบบฝกหัดภาษาอังกฤษใหสมาชิกในหนวย ฝกฟงกันสนุกๆ วันนี้ทําการ backup ขอมูลแลวเปดเห็น ก็เลยนึกไดวานาเอามาฝากสมาชิกใน GotoKnow ดวยนาจะเปนประโยชน เปนแบบฝกหัดงายๆ เปดใชไดทันทีคะ มีอยู 5 ชุด ดังนี้นะคะ เอาไฟลไปฝากไวที่ 4shared.com เพื่อความสะดวก ใครตองการก็คลิกดาวนโหลดจากรูป หนาปกดานลางนี้ไปใชไดเลยคะไมตองขออนุญาต แตขออยานําไปใชประโยชนทางการคา เทานั้นเองนะคะ
    • จะดีไมดีก็ควรพูดแตเรื่องดีๆ...ตองพิสูจนดวย ตัวเอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 สิงหาคม 2011 16:16 น. http://www.gotoknow.org/posts/456132 คติวันนี้เปนสิ่งที่อานแลวคิดวาชอบ พูดใหใครฟงก็บอกวายาก ตัวเองก็คิดเหมือนกันคะวายาก แต รูตัววาเราเห็นกับตัวเองแลววา มันเปนสิ่งที่ดีจริงๆ และเมื่อเราเห็นแลววาเปนสิ่งที่ดี เราก็ควร พยายามทํา สําหรับตัวเองรูสึกเลยคะวา ยิ่งเราอายุมากขึ้นเราก็จะรูจักคิดและควบคุมตัวเองไดมาก ขึ้น แมจะยังไมไดมากเทาที่อยากใหเปนแตก็ตั้งใจไววาจะพยายามอยูเสมอคะ คติที่วาก็คือ When things are good, say good things. When things are bad, say twice as many good things. R. Todd Michael, Author เมื่อมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น ใหพูดดีๆ แตหากมีเรื่องไมดี ใหพูดดีมากยิ่งขึ้นเปนสองเทา สรุปวา ไมวาจะมีเรื่องดีหรือไมดีใหพูดแตสิ่งที่ดี มองหาแตสิ่งดีๆ ไมวาเรื่องจะเลวรายสักแคไหน จะ บอกวาถาคิดใหดีๆก็คือ การสรางเกราะใหกับตัวเราเองนั่นเองนะคะ เพราะถาเรามองใหเห็นสิ่งที่ดี ไมวาจะในเรื่องใดๆ ความทุกขใจ ความกังวล ความกลัว หรือความอะไรที่ไมดีๆทั้งหลายแหล ก็จะลด ทอนลงไป ทําใหเราทุกขนอยลง กลัวนอยลง ความไมดีนั้นก็จะทํารายเราไดนอยลงนั่นเอง หวังวาจะเปนสิ่งดีๆที่เผื่อแผสูทุกทานใน GotoKnow ในวันนี้นะคะ ในชวงที่ตัวเองรูสึกเรี่ยวแรงไม คอยมี ความกระตือรือรนก็ลดลง เปนเวลาเรื่อยๆ เข็นอะไรตัวเองไดไมมาก ก็สบายไปอีกแบบนะคะ
    • แหลงรวมคําถามภาษาอังกฤษในสถานการณ ตางๆ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 3 กันยายน 2011 15:27 น. http://www.gotoknow.org/posts/458071 จะหาอะไรก็หาไดในอินเตอรเน็ตจริงๆนะคะ ขอแคคิดวาจะหายังไงเทานั้นเอง ที่ตองคิดอีกอยางก็คือ สิ่งที่เราพบนั้นใชไดจริงไหม ถูกตองไหม เรียกวาถาคิดจะทําประโยชนใหกับอินเตอรเน็ต เราก็เพียง ใสสิ่งที่ดีที่ถูกตองเอาไว ชวยขยายเผยแพรสิ่งที่ดีมีประโยชน อะไรที่ไมดีไมงามก็อยาไปทําให กระจาย เราก็นาจะมีสวนชวยใหโลกอินเตอรเน็ตมีประโยชนอยางแทจริงได อยากทําแบบฝกหัดฝกการฟงและคําศัพทที่ใชทั่วไปในชีวิตประจําวัน ก็หาไดไมยากเลยนะคะ ทําให ไดพบแหลงรวมคําถามในสถานการณตางๆ คุณครูสอนภาษาอังกฤษทั้งหลายนาจะชอบใจ เลยเก็บ มาฝากกันที่บันทึกนี้ดวยคะ สมัยนี้เรียนและสอนภาษาไดงายกวาแตกอนมากมายจริงๆ แวะไปเลือกหาคําถามที่สนใจไดที่ลิงคนี้เลยคะ เปนของ "The Internet TESL Journal" คะ
    • ฉลาดคิดได...แตตองไมหลงตัวเอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 ตุลาคม 2011 17:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/466082 ชวงนี้คนที่มีหนาที่ตัดสินใจและรับผิดชอบงานจะตองเครียดหนัก โดยเฉพาะผูที่รับผิดชอบอะไรที่ เกี่ยวกับอุทกภัย เพราะผลดีก็เสมอตัวอาจจะมีคําชมบาง แตหากมีผลรายก็รับเละแนๆ เพราะคนไม ไดทําก็ออกความเห็นที่ดีกวาไดเสมอ ทําใหเห็นดีกับคําคมวันนี้ ของทานมหาตมะคานธี ที่วา It is unwise to be too sure of one's own wisdom. It is healthy to be reminded that the strongest might weaken and the wisest might err. -Mohandas K. Gandhi (1869-1948) ไดมีโอกาสอานความเห็นใน Social network ยอดฮิตอยาง Facebook แลวมีคนออกความเห็นบาง วิจารณการตัดสินใจของคนอื่นบาง ก็จะเห็นชัดมากอยางที่ทานมหาตมะคานธีวาไวนะคะ ขอแปล ไวใหวา เปนการไมฉลาดที่จะมั่นใจในความฉลาดของตัวเองจนเกินไป เปนการดีที่จะไดรับ การเตือนวาผูที่แข็งแรงที่สุดก็อาจออนแอได และผูที่ฉลาดที่สุดก็อาจทําผิดได เพราะฉะนั้น ออกความคิดเห็นได แตอยาไปดูหมิ่นความคิดผูอื่น ไมมีใครตัดสินไดวาถูกหรือผิดจน กวาจะเห็นผลจริงๆ เพราะฉะนั้นอะไรที่เราไมไดทําหรือทําไมได อยาไปตําหนิคนที่เขาได ลงมือทําแลวผลออกมาไมดี สูมาชวยกันใชบทเรียนเหลานั้น ทําใหสิ่งดีๆเกิดขึ้นจริงๆ ชวยกัน แกไขสิ่งที่ผิดพลาดไปแลว โทษกันไปก็ไมชวยใหอะไรดีขึ้น ชวยกันแกไขตามกําลังสติปญญา ของเราโดยไมดูหมิ่นสติปญญาของใครเลยจะสรางสรรคที่สุด จริงไหมคะ
    • ความลับแหงการเขียนที่ดี...งายจัง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 ตุลาคม 2011 16:15 น. http://www.gotoknow.org/posts/466382 ชอบใจคําคมวันนี้ก็เลยเอามาบอกตออีกทีคะ The secret of good writing is to say an old thing in a new way or a new thing in an old way. -Richard Harding Davis, journalist and author (1864-1916) เปนคําคมจากคุณ Richard Davis นักหนังสือพิมพและนักเขียนที่มีประวัตินาสนใจคนหนึ่งทีเดียว คะ เปนคําคมที่เลนคํางายๆแตอานแลวไดความคิดลึกซึ้งทีเดียว ขอแปลเอาไววา ความลับของการเขียนที่ดีก็คือ การบอกเรื่องเกาดวยวิธีใหม หรือการเลาเรื่องใหมๆ ดวยวิธีเกาๆ อานแลวคิด คิดแลวรองวา ใชเลย เพราะเวลาเลาเรื่องเดิมๆที่ใครๆก็รูแลวเราเลาแบบเดิมๆก็คงไม นาสนใจจริงๆ แลวเรื่องใหมถาเราเอามาบอกแบบใหมๆคนคงเขาใจยาก แตถาเราหาวิธีบอกเลา ทําใหคนเขาใจไดในแบบที่เขาคุนก็จะทําใหงายสื่อสารไดแนๆ สรุปวา การเขียนก็คือการสื่อสาร ถา เราอยากใหสิ่งที่เราสื่อถึงคนรับ เราก็ตองคิดถึงผูรับเปนหลักนั่นเองนะคะ ฟงดูแลวงายจัง แตในฐานะคนเขียนไปเรื่อยๆแบบเราๆก็คงตองอาศัยการฝกฝนนั่นเองนะคะ เขียน แลวมีความสุขก็หวังวาคนอานจะมีความสุขไปดวย งายกวาเขาไปอีก
    • ความคิดรอยพัน ถามัวแตฝนก็จะหายไปตลอด กาล โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 1 พฤศจิกายน 2011 17:20 น. http://www.gotoknow.org/posts/466856 คําคมวันนี้เกี่ยวกับการเขียนอีกแลวคะ ชอบใจเลยเก็บมาฝากไวเตือนตัวเองดวย เพราะหมูนี้ก็เขียน ความคิดนอยลง มัวแตคิดวาตัวเองยุง เปนขอคิดที่ดีจากนักเขียนทานหนึ่งคือ คุณ William Thackery There are a thousand thoughts lying within a man that he does not know till he takes up a pen to write. -William Makepeace Thackeray, novelist (1811-1863) ขอแปลไววา มีความคิดเปนพันอยูในหัวของแตละคนซึ่งเจาตัวไมมีทางรูจนกวาจะจับปากกาแลว เขียนมันออกมา เห็นจริงกับตัวเองเลยวา จากที่ผานๆมาแลวลงมือเขียนสิ่งที่คิดเอาไว เมื่อกลับไปอานอีกที เราจะ ตระหนักไดวา เรามีสิ่งที่เราคิดนั้นในชวงเวลานั้นเทานั้นเอง หากเราไมไดบันทึกมันไวเปนตัว หนังสือ ณ เวลานี้เราก็จะไมรูแลววาเรามีความคิดนั้นๆอยูดวย ที่สําคัญคือ บางครั้งความคิดชั่วแวบ เดียวที่เรานํามาเขียนไดกอใหเกิดสิ่งดีๆที่เราคาดไมถึง นึกดีใจเสมอที่ไดลงมือเขียนสิ่งที่คิด โดยไม ไดปลอยใหมันผานไปเฉยๆ รับรองวาใครๆที่เคยทําก็จะตองคิดเหมือนกันแนๆ เมื่อไดกลับไปอานสิ่ง ที่ตัวเองแตละคนเขียน เพราะฉะนั้น อยามัวแตคิดนะคะ เก็บมาเขียนเปนตัวหนังสือเอาไวดวย ไม เสียหลายแนนอนคะ
    • อารมณขัน...เครื่องมือสําคัญในการมองโลก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 2 พฤศจิกายน 2011 23:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/467023 โชคดีที่มีคนรอบๆตัวเปนคนมีอารมณขันเสมอตั้งแตเล็กจนโต แตกอนไมคอยรูสึกวาเปนความโชค ดี ตองบอกวาไมไดคิดมากกวา เพราะเราอยูกับคนที่ไมมีเรื่องไหนหนักหนา ไมวาจะสถานการณ ใดๆก็มองใหเห็นแงขําขันกันได ซึ่งมาระลึกไดก็เมื่อมีโอกาสไดใกลชิดกับคนที่เห็นอะไรก็เปน ปญหา มีความเครียดไปหมด ทําใหรูเลยวา เราโชคดีที่ไดอยูในสิ่งแวดลอมที่ผอนคลาย มองเห็นแง ขําขันไดในทุกๆเรื่องมาแตเล็กแตนอย ซึ่งเปนสวนหนึ่งที่ทําใหเรามักจะมองโลกในแงดี เลือกที่จะ มองมุมดีๆ แงขําขันมากกวาแงเครงเครียด จําไดวามีเพื่อนตางชาติชมวา "ยูเกงจังนะ ทําแล็บผิดพลาดเพราะใสสารสลับกัน ก็ยังเอามาเลาให คนอื่นฟงแบบขําขันได ตอนไอทําอยางนี้นะ ไอนั่งโมโหตัวเองแลวก็ไมไดเลาใหใครฟงเลย เพราะ รูสึกวามันนาอายที่ทําผิดอยางนั้น" แตปรากฏวาสิ่งที่เราเลาไดเปนขอเตือนใจคนอื่นได รุนนองตอๆ มาก็ไมมีใครทําผิดเหมือนเราอีก เพราะเราหาวิธีจัดระบบใหไมมีการสลับกันไดอีก เรื่องนี้ทําใหเห็น ประโยชนของการที่เรามีอารมณขัน เวลาทําอะไรผิดก็จะสามารถเรียนรูที่จะขําตัวเอง มากกวาโกรธ ดูทาวาคิดไดแบบนี้แลวเราจะหาทางออก เห็นทางแกปญหาไดงายกวาเวลาเรามัว แตหงุดหงิดและโกรธตัวเองหรือโทษนั่นโทษนี่ วันนี้เห็นคําคมนี้ก็เลยนึกถึงเรื่องนี้คะ เก็บเอาเรื่องเกาที่เปนตัวอยางมาเลาไวดวยเลย เปนคําคม ของคุณ Henry Ward Beecher เขาเปรียบเอาไววา A person without a sense of humor is like a wagon without springs -- jolted by every pebble in the road. -Henry Ward Beecher, preacher and writer (1813-1887) ขอแปลเอาไววา ผูที่ไมมีอารมณขันเปรียบเหมือนรถที่ไมมีสปริง จะกระเทือนไดดวยเม็ดกรวดที่มีใน ถนน เปรียบเทียบไดดีมากเลยนะคะ เพราะแคเม็ดกรวดซึ่งเล็กนอยเหลือเกินก็ทําใหกระเทือนไดแลว เพราะฉะนั้นคงเคลื่อนไปขางหนาลําบากพิลึก แตเรื่องอารมณขันนี่รูสึกวาตองสั่งสมมาแตเล็กแต นอยจริงๆ ยังไมเคยเห็นคนโตๆแลวที่เครงเครียด เปลี่ยนบุคลิกเปนแบบมีอารมณขันไดเลย จะมีก็ มองโลกในแงผอนคลายขึ้น ถารูจักเปลี่ยนมุมมอง แตตองจับไปอยูในหมูคนที่มองโลกในแงดีนะคะ เพราะฉะนั้นใครที่รูตัววา เครงเครียดไมคอยมีอารมณขัน แลวอยากปรับตัวเอง ก็ตองหาวิธีเขาใกล พวกที่มีอารมณขันเหลือเฟอเอาไวนั่นเอง
    • มองหาสิ่งดีๆในวันที่สับสน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 พฤศจิกายน 2011 15:50 น. http://www.gotoknow.org/posts/468007 ชวงนี้มีคุณยาของสามหนุมมาอยูกับพวกเรา ในสภาวะที่ทําใหเราตองสงสารทานเหลือเกินกับ สุขภาพที่ตองประคับประคอง ทั้งที่ใจทานนั้นคงอยากจะสู แตรางกายออนแอ หายใจลําบาก ทํา อะไรก็เหนื่อย ไดแตนั่งกับนอน ชีวิตตองขึ้นอยูกับลูกหลานและคนดูแลไปหมด รูสึกวาเราชวยอะไร ทานไมไดมากกวาที่เปนอยู ก็ทําใหเรารูสึกเศราไปดวย ซึ่งไมมีผลดีเลย ตองหาวิธีคิดที่จะทําใหเรา พบหนาทานไดดวยความสุข คติของสวีดิชบทนี้ชวยไดคะ เลยเอามาฝากไวสักบันทึก หลังจากที่หาง หายไปหลายวัน Fear less, hope more; eat less, chew more; whine less, breathe more; talk less, say more; hate less, love more; and all good things are yours. ...Swedish Proverb แปลความไดวา กลัวใหนอยลง มีความหวังใหมากขึ้น, กินใหนอยลง เคี้ยวใหมากขึ้น, ครํ่าครวญให นอยลง หายใจใหมากขึ้น, คุยใหนอยลง พูดใหมากขึ้น, เกลียดใหนอยลง รักใหมาก ขึ้น แลวสิ่งดีๆก็จะเปนของคุณ ความสุข ความทุกขอยูที่วิธีคิดและการกระทําของเรานั่นเอง นะคะ
    • เขาใจชีวิต เพื่อใชชีวิต ใหมีชีวิต โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 24 พฤศจิกายน 2011 00:17 น. http://www.gotoknow.org/posts/469181 ชวงนี้ทําอะไรก็รูสึกวามีอะไรหนวงๆในใจ ทั้งๆที่พยายามทําใจวาอะไรจะเกิดก็ตองเกิด เราพยายาม ทําดีที่สุดเทาที่เราจะทําได และคิดไวเสมอวา หากเรามีความหวัง มีกําลังใจ เราก็จะสามารถสงตอ กําลังใจไปถึงคนที่เราอยากใหไดรับได เราตองไมหมดหวัง หมดกําลังใจ เพื่อที่เราจะไดมีแรง มีพลัง ที่จะสงตอ ตองพยายามสรางกําลังใจใหตัวเองเอาไวเสมอๆ หนึ่งในคาถาที่เอาไวทองกับตัวเอง เปน คําของมาดามคูรี่ เจาของรางวัลโนเบลที่เรารูจักกันดีตั้งแตสมัยเรียนวิทยาศาสตรเมื่อชั้นประถม ที่ ทําใหเราอยูกับความจริงของชีวิต เราจะตองทําความเขาใจกับสิ่งที่เราเผชิญในชีวิต โดยไมใหความ กลัวมาทําใหเรามองไมเห็นความเปนจริง แปลความเอาไววา ไมมีอะไรในชีวิตที่ตองกลัว มีแตเพียงสิ่งที่ตองทําความเขาใจ Nothing in life is to be feared. It is only to be understood. -- Madame Marie Curie
    • ฝกการออกเสียงภาษาอังกฤษดวยกลอนสนุกๆ นารักๆคะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 ธันวาคม 2011 23:24 น. http://www.gotoknow.org/posts/470527 ไดเห็นพัฒนาการทางดานภาษาอังกฤษของสมาชิกหนวยเคมีคลินิกของเราแลวดีใจมากคะ เรามี อาจารยฝรั่งจากหนวยวิเทศสัมพันธมาพูดคุยกับพวกเราทุกสัปดาห เปนบริการที่แสนดีของคณะ แพทยของเราสําหรับบุคลากรเพื่อการพัฒนาตนเอง การเรียนภาษาตองใชเวลาและความ สมํ่าเสมอ คอยๆซึมซับแลวเราก็จะคอยๆคุนเคยจนสามารถใชไดจริงในที่สุด ไดตําราที่อาจารย David L Patterson จากหนวยวิเทศฯทําสําหรับสอนนักศึกษาแพทยมาดูแลว ชอบใจมากๆ จับจุดออนของนักเรียนไทยไดถูกที่ จากหนังสือของอ.Dave ทําใหไดลิงคไปถึง บทกลอนสอนการออกเสียงบทนี้ ฟงแลวชอบใจ เลยขอเอามาบอกตอ เผื่อคุณครูและผูสนใจทุกทาน เพื่อจะไดชวยกันเผยแพรเสียงที่ถูกตอง เพราะมีคําที่พบบอยๆและพวกเราออกเสียงกันไมคอยถูกมา รวมกันอยูในบทกลอนนี้มากมายเลยคะ ถาทองตามไดดวย ก็จะไดประโยชนหลายอยางทีเดียว ตั้งใจวาจะเอาไปฝกพวกเราในหนวยกันดวยคะ เอาตัวอยางบทแรกมาใหดูความสนุกของคําที่คุณ Gerard Nolst Trenité เขาแตง ใครอยากอาน ทั้งหมดและหัดฟงเสียงก็ตามไปที่ Fun with English ไดเลยคะ
    • เว็บไซตสําหรับผูที่ตองการทดสอบระดับภาษา อังกฤษเพื่อการสอบ IELTS, TOEFL ของตัวเอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 9 ธันวาคม 2011 23:20 น. http://www.gotoknow.org/posts/470857 เปนเว็บไซตที่เหมาะมากกับพวกเราที่กําลังตองสอบภาษาอังกฤษ ไมวาจะเพื่อการใดๆ เพราะ การที่จะฝกฝนตัวเองใหสอบได ขั้นแรกสุดก็คือตองประเมินตัวเองเสียกอนนะคะ วาความ สามารถเราอยูตรงไหน จะไดวางแผนเตรียมตัวไดถูก ที่เว็บไซตนี้เขามีแบบฝกหัดใหเลือกลอง มากมายหลายระดับ หลังจากที่เราประเมินแลววาเราอยูระดับไหน ก็สามารถจะเลือกฝกฝนขอ สอบตางๆ ซึ่งเขาคัดมาทั้งจากการสอบ IELTS, TOEFL, TOEIC และการสอบมาตรฐานนานาชาติ ตางๆ ทําขอสอบตางๆแลวก็จะไดเรียนรูจุดออนตัวเองแลวฝกฝนเพื่อแกไขใหถูกที่ เชื่อวาหากทานใดทําให ถูกขั้นตอน ก็จะสามารถสอบผานแลวก็ไดประโยชนกับตัวเองติดตัวไปดวย ไมใชแคสอบเพื่อใหผาน เกณฑเทานั้น เพราะการใชภาษาอังกฤษไดดีก็เปนผลใหเราสามารถเรียนรูแลกเปลี่ยนกับคนได กวางขวางมากขึ้นไปดวย เขาไปทดสอบและใชประโยชนกันไดที่เว็บ Exam English กันไดเลยนะคะ ขอแนะนําจริงๆ
    • คิดใหดี...เขาใจธรรมชาติจะไดไมตองมีทุกข โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 ธันวาคม 2011 15:11 น. http://www.gotoknow.org/posts/471220 ชอบคติประจําวันนี้มากคะ เปนคําธรรมดา เปนเรื่องธรรมดาๆที่อานแลวยิ่งรูสึกวา ขอเพียงเรา เขาใจธรรมชาติซึ่งเขามีทางเดินของเขาอยูแลว เราก็จะไมตองไปคาดหมายอะไรที่ยังไมถึงเวลาให เกิดความทุกขโดยใชเหตุ (พูดได แตเวลาจะทําใหไดนี่ตองใชความพยายามฝกตัวเองนะคะ) A THOUGHT FOR TODAY: If you pray for rain long enough, it eventually does fall. If you pray for floodwaters to abate, they eventually do. The same happens in the absence of prayers. -Steve Allen, television host, musician, actor, comedian, and writer (1921-2000) แปลความไดวา... ถาทานภาวนาใหฝนตกนานพอ ในที่สุดฝนก็จะตก ถาทานอธิษฐานใหนํ้าลด ในที่สุด นํ้าก็จะลด สิ่งเหลานี้จะเกิดขึ้นเหมือนกันแมเราไมไดอธิษฐานภาวนาอะไรเลย เอามาฝากไวเตือนตัวเองและกัลยาณมิตรทั้งหลาย ใหอยูและเขาใจปจจุบันขณะอยางมีสติ เราทํา ปจจุบันใหดี คิดใหเปน แลวสิ่งที่ควรจะเกิดก็จะเกิดอยางแนนอนคะ
    • มาทดสอบกันไหมคะวารูจัก top 500 words ใน ภาษาอังกฤษหมดไหม โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 ธันวาคม 2011 01:37 น. http://www.gotoknow.org/posts/472001 จากการที่หนวยเคมีคลินิกของเรามีการฝกฝนภาษาอังกฤษกับอาจารยชาวตางชาติมาทุกสัปดาห ไดเกือบ 2 ปแลว พบวาปญหาหนึ่งของพวกเราที่ไมไดใช ไมไดอานภาษาอังกฤษกันบอยนักก็คือ การไมรูศัพท ซึ่งถือวาเปนปญหาคอนขางใหญทีเดียว เพราะทําใหแมจะพอฟงไดก็เดาไมถูกวา หมายถึงอะไร พอจะพูดก็นึกคําไมออก เพราะไมรูวาสิ่งที่จะพูดภาษาอังกฤษเรียกวาอะไร ก็ตอง คอยๆเรียนรูกันไป ฟงบอยๆใชบอยๆก็จะคอยๆรูและจําเอาไปใชไดมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้พบเว็บนี้ที่เขารวบรวมคําภาษาอังกฤษที่ใชมากที่สุด 500 คํามาไวใหก็เลยเอามาฝากใหผูที่ สนใจลองตรวจสอบกันดูนะคะ คําไหนที่ยังไมรูจะไดทําความรูจักเสียเลย นอกจากนี้ดานลางเขายัง มี Top 100 English verbs (คํากริยา 100 คําที่ใชบอย) Top 100 misspelt words (100 คําที่เขียน ผิดบอย) มาใหดูดวยคะ คลิกที่รูปตามไปดูไดเลยนะคะ ที่เว็บนี้ ( http://www.zozanga.com/ ) เขามีสารพัดบทเรียนภาษาอังกฤษไวใหเลือกฝกดวยคะ เปน อีกแหลงที่มีทรัพยากรมากมายที่นาเยี่ยมชมสําหรับทุกทานที่สนใจการเรียนรูภาษาอังกฤษนะคะ
    • คติและคําคมดีๆเพื่อสรางพลังใจ...อานไดทุก เวลา โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 ธันวาคม 2011 00:35 น. http://www.gotoknow.org/posts/472324 จากการอานอนุทินของ อ. Sarath แลวทําใหอยากรูวาเจาของคําคมที่อาจารยเอามานําเสนอนั้น คือใคร ทําใหไดไปตามหา ก็เลยไดอานคติ คําคมที่เกี่ยวกับแรงบันดาลใจ กําลังใจใหทําดีในหนานี้ http://www.inspirationpeak.com/kindness.html อานแลวมีความสุข ขอเลือกเอาชิ้นที่ชอบและ คิดวาแปลแลวไดความหมายอยางที่ไมเพี้ยนมากมาแปลเพื่อสรางแรงบันดาลใจแดกัลยาณมิตรใน GotoKnow ในวาระแหงเทศกาลชวงนี้ ดวยคะ มีอีกหลายชิ้นที่ชอบแตแปลแลวไมไดใจความที่ตรง ตามตนฉบับก็เลยไมเลือกมาคะ I expect to pass through this world but once; any good thing therefore that I can do, or any kindness that I can show to any fellow creature, let me do it now; let me not defer or neglect it, for I shall not pass this way again. Stephen Grellet Quaker Missionar ฉันผานมาบนโลกนี้เพียงครั้งเดียว สิ่งดีๆใดที่ฉันทําได ความเมตตาใดๆที่ฉันสามารถ จะใหตอเพื่อนรวมโลกได ขอใหฉันไดทําในปจจุบัน ขออยาใหฉันผัดผอนหรือเพิกเฉย เพราะฉันอาจไมไดผานมาในเสนทางนี้อีก No act of kindness, however small, is ever wasted. Aesop Greek Fable Writer Aesop's Fables ความมีเมตตา มีนํ้าใจไมวาจะเล็กนอยเพียงใดก็ไมเคยสูญเปลา เปนของอีสป ในนิทานอีส ปคะ I am only one, but still I am one. I cannot do everything, but still I can do something; and because I cannot do everything, I will not refuse to do something I can do.
    • Edward Everett Hale American Author, Clergyman ฉันเปนเพียงคนคนหนึ่ง แตก็มีฉันเพียงคนเดียว ฉันทําทุกอยางไมได แตฉันก็ทําบาง อยางได และเพราะฉันไมสามารถทําทุกอยางได ฉันจึงจะไมปฏิเสธที่จะทําสิ่งที่ฉันทํา ได The place to improve the world is first in one's own heart and head and hands. Robert M. Pirsig Author of Zen and the Art Of Motorcycle Maintenance สถานที่แรกซึ่งจะทําใหโลกดีขึ้นนั้นอยูในหัวใจ สมองและสองมือของเรานี่เอง “By the accident of fortune a man may rule the world for a time, but by virtue of love and kindness he may rule the world forever.” Lao-Tse Chinese Philosopher Books ดวยอุบัติเหตุแหงโชคชะตา ทําใหคนคนหนึ่งไดครองโลกในชวงเวลาหนึ่ง แตดวยพลังแหงความรักและความเมตตา เขาจึงจะครองโลกไดตลอดไป ชิ้นนี้เปนของทาน”เลาซือ”นักปราชญจีน It is not only for what we do that we are held responsible, but also for what we do not do. Moliere French Playwright and Actor Books เราตองรับผิดชอบไมเพียงเฉพาะสิ่งที่เราทําเทานั้น แตเราตองรับผิดชอบในสิ่งที่เราไม ไดทําดวย (ชอบอันนี้เพราะรูสึกวา จริงแทและเตือนใหเราคิดวา ยังมีอะไรที่เราควรทํา แตเรายัง ไมไดทําบางดวย) Even if I knew that tomorrow the world would go to pieces, I would still plant my apple tree. Martin Luther German Theologian Books ถึงแมฉันจะรูแลววาพรุงนี้โลกจะแตก ฉันก็ยังจะปลูกตนแอปเปลของฉัน (อันนี้ชอบเพราะ
    • คิดวา ทําใหเราอยูกับการทําปจจุบันใหดีที่สุด อะไรจะเกิดในอนาคตไมควรจะมาเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ ควรทําในปจจุบัน) “Nothing is so strong as gentleness, and nothing is so gentle as true strength.” Ralph Sockman ไมมีอะไรแข็งแกรงเทาความออนโยน และไมมีอะไรที่นุมนวลเทากับความเขมแข็งที่แท จริง How far you go in life depends on you being tender with the young, compassionate with the aged, sympathetic with the striving and tolerant of the weak and the strong. Because someday in life you will have been all of these. George Washington Carver American Educator, Scientist ชีวิตคุณจะกาวหนาไปเพียงใดขึ้นอยูกับความออนโยนกับผูเยาว ความเห็นอกเห็นใจผู สูงอายุ ความเวทนาผูยากไรและการยอมรับไดตอทั้งผูที่ออนแอและเขมแข็ง เพราะใน บางชวงของชีวิตคุณจะตองผานความเปนไปเหลานั้น Too often we underestimate the power of a touch, a smile, a kind word, a listening ear, an honest compliment, or the smallest act of caring, all of which have the potential to turn a life around. Leo Buscaglia Author of Living, Loving and Learning บอยครั้งที่เราประเมินพลังของการสัมผัส รอยยิ้ม คําพูดไพเราะ การรับฟง การชื่นชม อยางจริงใจหรือเพียงการแสดงความใสใจเล็กๆนอยๆตํ่าเกินไป สิ่งตางๆเหลานี้ สามารถจะเปลี่ยนชีวิตได Better to light one small candle than to curse the darkness. Chinese Proverb Books Other Proverbs จุดเทียนไขเลมเล็กๆดีกวาที่จะไปสาปแชงความมืด (อันนี้คมมากคะ ชอบ...เราจะไดไมมัว แตบนคนอื่นและอะไรรอบๆตัว มาคิดดีกวาวาตัวเราจะทําอะไรไดบาง)
    • Friday...thought ฝากใหคิดในวันศุกร โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 กุมภาพันธ 2012 01:09 น. http://www.gotoknow.org/posts/479899 It's Friday again. My sons' grandma is being in hospital for almost 3 months now. She's moved to Hadyai by an ambulance after the flood in Bangkok. She was at our house for only a few days before being moved to the hospital with pneumonia and UTI. Now she is much better without any infection but she still has to stay in hospital because of her excess sputum production and her breathing difficulty. We try our best to get what ever best for her but it's never been an easy life for her anymore. To make her physically happy is impossible but we try hard to help her mind. During this time what help us through is the Buddha's quote: "Do not dwell in the past, do not dream of the future, concentrate the mind on the present moment." I think this can also be a useful thought for everyone. We don't know what will happen the next day. We cannot change what's already happened. What we can do is right here in front of us. Do your best in everything you have to do and be prepare for all the consequences. Be mindful for everyone around us. Have a good weekend!
    • ลิงคไปถึงโปรแกรมดีๆจากนักศึกษาขอ งอ.กานดา รุณนะพงศา สายแกว โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 มีนาคม 2012 18:12 น. http://www.gotoknow.org/posts/483187 ชื่นชมอ.กานดา รุณนะพงศา สายแกว เปนอยางยิ่งในความเปนคนคุณภาพ เปนครูและ แบบอยางของคนคุณภาพจริงๆ และไดรับความรูดีๆเกี่ยวกับการใชคอมพิวเตอร การใชสื่อออนไลน ตางๆจากอาจารยอยางสมํ่าเสมอ เปนคนที่เมื่อเราตามอาน Facebook อาจารยแลว ไดแตเรื่องดีๆ มีประโยชนอยูเสมอ นาชื่นชมจริงๆคะ วันนี้มีโอกาสไดใชโปรแกรมจากนักศึกษาของอาจารย ที่ทานมาทําลิงคไวใหใน Facebook รูสึก ถูกใจมาก เพราะเปนคนที่อยากแปลอะไรตออะไรใหคนอื่นไดอานดวยอยูเสมอ ตองสลับคียบอรดไป มา และเปนคนพิมพภาษาไทยเร็วแบบจิ้มเอา คือตองดูคียบอรดมากกวาจอ ทําใหมีโอกาสกดแปน ภาษาอังกฤษเพื่อพิมพไทยไดยาวเลยกวาจะรูวาผิดภาษา ตองเสียเวลาพิมพใหมเรื่อยๆ ไดใช โปรแกรม Text Swapper ออนไลนแลวถูกใจอยางแรงคะ และอีกโปรแกรมคือ คําทับศัพทที่เรา มักจะเขียนผิดจากที่ควรจะเปน เพราะหลักการทับศัพทของไทยเราบางคําไมตรงใจเราเอาเสียเลย แตก็ไมอยากทําผิดกฎที่เขาอุตสาหเขียนไวแลว ก็ตองหาวิธีเขียนแบบที่ถูกหลักการ เมื่อมีโปรแกรม นี้เลยสะดวกมากคะ ไมตองหาที่เทียบแลว มีใหใชไดเลย นักศึกษานารักจริงๆ
    • เลยขอเอาลิงคบอกตอไวตรงนี้ดวย วันหลังมีเพิ่มเติมอะไรอีกจะไดมาเพิ่มที่เดียว ตองขอบคุณและ ชื่นชมอาจารยดีๆและนักศึกษาเกงๆความคิดดีๆของเรากันอีกทีดวยนะคะ เขียนคําไทยใหถูกตองโดย Kittipong Intaboot ที่ คําที่มักเขียนผิด
    • คําพูดกับความคิด...คําคมชวนคิด โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 พฤษภาคม 2012 13:03 น. http://www.gotoknow.org/posts/488584 อาน คําคมวันนี้แลวชอบ อยากเอามาฝากกันคะ อานเสร็จ คิดไปไดอีกพักนึงเลย A THOUGHT FOR TODAY: No one means all he says, and yet very few say all they mean, for words are slippery and thought is viscous. - Henry Brooks Adams, historian (1838-1918) ทาน Henry Brooks Adams ทานบอกไววา "ไมมีใครหมายความในทุกสิ่งที่พูดทั้งหมด แลวยังมีไมกี่คนที่พูดในสิ่งที่ตนคิดจริงๆ ทั้งหมด เพราะคําพูดนั้นลื่นไหลและความคิดนั้นเขมขน" อานแลวคิดไดวา ฟงอะไรก็ตองคิดใหดีวาคนพูดหมายความวายังไง อยาเพิ่งตีความของเราไปเอง และการที่คนบางคนไมพูดอะไรออกมา เราก็ควรจะอานเขาไปอีกแบบ อยาคิดไปเองอีกเหมือนกัน วาสิ่งที่เขาทํา หมายความอยางที่เราคิด เก็บมาฝากใหชวยกันคิดตอคะ เชื่อวาคําพูดสั้นๆแคนี้นาจะยังตีความไดอีกหลายแบบทีเดียว
    • เขียนดวยใจ สื่อสารจากใจ เรื่องอะไรก็อาน เพลิน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 19 มิถุนายน 2012 00:35 น. http://www.gotoknow.org/posts/491640 คําคมวันนี้เปนของนักเขียนทานหนึ่งคะ คุณThornton Wilder ทานบอกไววา If you write to impress it will always be bad, but if you write to express it will be good. Thornton Wilder, writer (1897-1975) เปนคําคมที่อานแลวชอบทันทีอีกชิ้นคะ รูสึกเลยวาเหมาะกับสิ่งที่เราพบเห็นเสมอใน GotoKnow แตละวันที่รูสึกเหนื่อยๆลาๆ พอไดแวะตามเมลที่รวมบันทึกของสมาชิกที่เราติดตามเขามาอาน ก็จะ ไดพบกับเรื่องราวดีๆ อานแลวมีความสุข และเห็นจริงอยางที่คุณ Thornton Wilderซึ่งเปนนักเขียน ชาวอเมริกันที่ไดรับรางวัลพูลิตเซอรถึงสามครั้งทานบอกไวจริงๆ คือ "หากทานเขียนเพื่อใหประทับใจงานที่ออกมามักจะไมดี แตถาทานเขียนเพื่อสื่อสาร เพื่อแสดงออก ก็จะไดงานที่ดี" ถือเปนเคล็ดลับที่ไมลับในการเขียนไดเลยนะคะ นั่นคือเมื่อไหรที่เราอยากจะแสดงออก อยากบอก ความคิด ความอานที่มาจากใจเรา ตัวเราจริงๆใหลงมือเขียน งานที่ออกมาก็คือสิ่งที่มาจากใจเรา ความคิดเราและสื่อถึงสิ่งที่เราอยากจะบอก เราเองก็จะมีความสุขกับการเขียน คนอานก็จะรับรูได ถึงความจริงใจที่เราสื่อออกมา งานก็จะเรียกไดวาดี แตถาเราพยายามจะเขียนเพื่อใหประทับใจ แต ไมใชสิ่งที่มาจากใจที่จะสื่อจริงๆ งานของเราก็จะฟองตัวของมันเอง นี่คือสิ่งที่ตัวเองอานแลวตีความออกมาเอง แตพอลงมือเขียนแลวรูสึกวา อาจจะมีมุมมองอื่นในคําวา impress กับ express ที่คุณ Thornton Wilder ทานอยากจะสื่ออีกก็ไดนะคะ ทานใดอานแลวจะ แลกเปลี่ยนความคิดกันก็ยินดีนะคะ
    • ถอยคํา...ของธรรมดาที่ไมธรรมดาถาอยูในมือ ของคนที่ใชเปน โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 8 กรกฎาคม 2012 11:18 น. http://www.gotoknow.org/posts/493974 อานคติประจําวันวันนี้แลวขอนํามาฝากกัลยาณมิตรใน GotoKnow ดวยคะ เปนของนักเขียน นวนิยายชาวอเมริกันที่เกิดวันชาติอเมริกาดวย คือคุณ Nathaniel Hawthorne ทานบอกไววา A THOUGHT FOR TODAY: Words - so innocent and powerless as they are, as standing in a dictionary, how potent for good and evil they become in the hands of one who knows how to combine them. -Nathaniel Hawthorne, writer (1804-1864) ชอบมากเลยคะ ไมรูวาจะแปลไดสวยงามเหมือนความเดิมเขาหรือเปลา "ถอยคํา โดยตัวเองแลวแสนบริสุทธิ์และไรอํานาจ เมื่อมันอยูในพจนานุกรม หาก เมื่อมันถูกนํามาใชโดยผูที่ผูกรอยเรียบเรียงไดดี มันจะมีพลังอยางมากมายทั้งในทาง ดีและทางราย" เห็นจริงมากๆเลยนะคะ เพราะเมื่อเราอานเรื่องราวที่นําคําตางๆมารอยเรียงกัน บางเรื่องราวก็ทําให เรามีความสุข หลายๆเรื่องทําใหเราเปนทุกข ทั้งๆที่แตละถอยคําเหลานั้นหากเขาอยูเดี่ยวๆโดย ตัวเองแลวก็เปนแคคําธรรมดาๆเทานั้นเอง ชางลึกซึ้งจริงๆ คิดไปไดถึงอีกหลายๆเรื่อง ที่แมเล็กนอยโดยตัวเอง แตในบางที่บางสถานการณก็ทําใหเกิดอะไรๆ ไดมากมายทั้งรายและดี เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอยางมีความสําคัญเสมอนะคะ ขึ้นอยูกับบริบทและ การใชงานนั่นเอง
    • แหลงทรัพยากรสําหรับคุณครูภาษาอังกฤษใน ชวงโอลิมปกกําลังมาแรง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 กรกฎาคม 2012 16:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/495655 ที่เว็บไซต EnglishClub.com ในชวงนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับโอลิมปกที่กําลังจะมาถึงทําเปนใบงาน และ มีไอเดียนาสนุกสําหรับคุณครูเพื่อใชในการสอนภาษาอังกฤษ เอามาฝากคุณครูและอาจารย ทั้งหลายคะ ที่ EnglishClub 2012 London Olympics Zone คลิกตามลิงคไปดูไดเลยคะ ขอใหสนุกกับการสอนนะคะ
    • วิธีใช "Sorry" กับ "Excuse me" คําถามดีๆจาก กัลยาณมิตร โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 กรกฎาคม 2012 18:49 น. http://www.gotoknow.org/posts/496107 มีคําถามที่ดูเหมือนจะตอบไดงายๆนะคะเพราะพี่โอคิดวาตัวเองใชจนชิน นาจะเขาใจถูก แตไหนๆก็จะ ตองตอบแลวก็ขอตรวจสอบเสียหนอยจะไดตรงตามทฤษฎีของเจาของภาษาเขาคะ คําถามนี้มา จากกัลยาณมิตรคนแรกในโลกออนไลนที่สุดทายก็อยูคณะใกลๆกันนี่เองคะ คําถามมีอยูวา excuse me กับ sorry ใชตางกันอยางไรครับ สมมติสถานการณตาง ๆ ดังนี้ เราตองการขอทาง ขอโทษที่ทําผิด ขอโทษที่ไมไดยินใหพูดใหม ขอโทษกําลังจะสูบบุหรี่ ขอโทษนะครับ อยาทําเสียงดัง นี่คือหองสมุด ขอโทษที่ทําใหรูสึกไมดี ชั้นผิดไปแลว แฟนขอโทษแฟน หรืออื่นๆ... ขอบคุณครับ สําหรับพี่โอคิดวา sorry จะเปนคําที่แสดงความเสียใจที่เราทําอะไรที่เราคิดวาไมดี ไมถูกตองไปแลว สวน excuse me จะใชไดหลายโอกาสกวา สวนมากก็จะเปนกอนที่เราจะทําอะไรที่เราคิดวาอาจจะ กอใหเกิดความไมสะดวกแกคนอื่น ตรวจสอบดูจากพจนานุกรม มีของ Macmillan Dictionary เขา บอกไวเลยคะวา Excuse me ใชพูดเมื่อ 1. เวลาจะดึงความสนใจจากคนอื่นอยางสุภาพ 2. ใชเวลาเรามีเสียงจากรางกายออกมา (เรอ ผายลมหรือจาม) 3. แสดงการขอโทษที่เราขัดจังหวะผูอื่น 4. ขอใหคนอื่นขยับเพื่อเราจะไดเดินผานไปได 5. บอกผูอื่นอยางสุภาพเวลาที่เราจะตองไปจากที่ตรงนั้น 6. ใชเวลาจะออกความเห็นที่ขัดแยงกับคนอื่น 7. ใชเวลาจะขอใหพูดซํ้า (เขาบอกวาสวนมากเปนอเมริกันใช ซึ่งอันนี้เราอาจจะชินกับ pardon? มากกวา)
    • สวน Sorry ใชเมื่อ 1. ยํ้าวาสิ่งนั้นไมดี โงหรือนาอาย 2. เมื่อเราเสียใจ อายที่ทําอะไรไมดีไปแลว 3. รูสึกเศรา เสียใจเมื่อเกิดเรื่องไมดี 3. ผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นและอยากแกไข เพราะฉะนั้นถายึดเอาหลักการนี้ก็สามารถจะตอบคําถามคุณปอมไดวา เราตองการขอทาง : Excuse me, may I get through. ขอโทษที่ทําผิด: I'm sorry for this. ขอโทษที่ไมไดยินใหพูดใหม: Excuse me, could you say again? ขอโทษกําลังจะสูบบุหรี่: Excuse me, may I smoke here? ขอโทษนะครับ อยาทําเสียงดัง นี่คือหองสมุด: Excuse me, please don't make a loud noise in the library. ขอโทษที่ทําใหรูสึกไมดี ชั้นผิดไปแลว แฟนขอโทษแฟน: I'm sorry for what I've done wrong to you.
    • เว็บไซตกิจกรรมภาษาอังกฤษสนุกๆเกี่ยวกับคํา แสดงอารมณ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 สิงหาคม 2012 00:39 น. http://www.gotoknow.org/posts/499602 เมื่อสองสัปดาหกอนหนวยเคมีคลินิกของเราไปสัมมนาประจําปกันไกลถึงสวนผึ้ง จ.ราชบุรี เปน หนาที่ของพี่โอที่จะตองสรรหากิจกรรมมาใหสมาชิกหนวยเราทําทั้งระหวางเดินทางและในการ สัมมนา จากการที่มักจะตองคิดหากิจกรรมสําหรับลูกๆสมัยเขายังเล็กๆ ทําใหไมคอยยากเทาไหรที่ จะคิดกิจกรรมสําหรับสมาชิกของหนวยเรา พวกเราชางคิด ชางพูด ก็เลยตองหากิจกรรมที่ใหคิดแต หยุดพูดบาง ใหหันกลับมาดูตัวเอง แลวก็หันไปดูเพื่อนๆ ตองเปนกิจกรรมแบบที่ใชเวลาทําสักหนอย และทําเปนทีมๆ แลวชวงขากลับก็ไดตีความใหฟงถึงความหมายของกิจกรรมตางๆ ไดรับความชื่น ชอบกันเปนอยางดี เห็นประโยชนของการเตือนสติดวยกิจกรรมเลยคะ ที่เลามาเพราะอยากจะบอกวา กิจกรรมตางๆทั้งหลายมีประโยชน ตอการเรียนรู และใชไดกับทุก เพศทุกวัย ขอเพียงเลือกสรรใหเหมาะกับบริบทที่เราจะนําไปใช มาวันนี้ไดพบเว็บไซตที่เขามีไอเดีย ดีๆเกี่ยวกับกิจกรรมในการเรียนรูคําแสดงอารมณแบบตางๆ อานแลวชอบมากคะ คิดวาไมเฉพาะ คุณครูที่สามารถจะนําไปใชไดเทานั้น แตพวกเราๆที่กําลังมองหากิจกรรมในงานตางๆก็เอาไป ดัดแปลงใชไดดวยคะ มีหลากหลายไอเดียทีเดียว ตามไปดูไดที่ลิงคนี้เลยคะ
    • พยายามอยาเปนคนที่ประสบความสํา